สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๕

อาคม เอ่งฉ้วน หารือเรื่องราคาผลปาล์มน้ำมันตกต่ำและเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหานี้

นายอาคม เอ่งฉ้วน บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ กระผมขอตั้งกระทู้ถามสด นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในเรื่องราคาผลปาล์มน้ำมันตกต่ำ เข้าใจว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะมาตอบแทน ที่ต้องถามนายกรัฐมนตรีมิได้มีเจตนาเป็นอย่างอื่น แต่ปัญหาผลปาล์มน้ำมันราคาตกต่ำเกิดขึ้นมาจากประเทศไทยเวลาบริหารพืชน้ำมัน บริหารโดยคณะกรรมการน้ำมันแห่งชาติ ซึ่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นคนออกคำสั่ง โดยนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในรัฐบาลนี้ได้มอบหมายให้คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นประธาน ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าประเทศไทยปลูกปาล์มน้ำมัน ๕๔ จังหวัด พื้นที่ภาคใต้เกือบทั้งหมด เวลานี้ปลูกในภาคเหนือ ปลูกในภาคอีสาน ภาคตะวันออกโดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรีเรามีผลปาล์มสด ผลปาล์มสดทั้งปีนะครับ ท่านประธานครับ จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรประเมินว่าในปี ๒๕๕๕ ผลปาล์มสด ทั้งประเทศมีไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านตัน ในจำนวน ๑๐ ล้านตัน เราสามารถเอามาสกัดเป็นน้ำมันได้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ท่านประธานครับ ผมกำลังจะแสดงให้เห็นว่า เกษตรกรเดือดร้อนอย่างไร ในจำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตันนั้นเราบริโภคภายในประเทศ ทำเป็นน้ำมันแปรรูปสกัดออกมาเป็นน้ำมันขวด ๑,๐๐๐,๐๐๐ ตันน้ำมัน เอาไปทำเป็น ไบโอดีเซล ๕๐๐,๐๐๐ ตัน อีก ๕๐๐,๐๐๐ ตันเราส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศกัมพูชา ประเทศ สปป. ลาว เขมร ประเทศพม่า พวกนี้ครับ เพราะฉะนั้นประเทศไทยจึงถูกบริหาร โดยคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ แต่ที่ราคาน้ำมันปาล์มตกต่ำผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าตอนที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนนี้เข้ามา บริหารประเทศราคาผลปาล์มน้ำมันสดทั้งทะลายกิโลกรัมละ ๖ บาท นี่ผมไม่ต้องพูดรัฐบาล ที่แล้วนะครับ ผมพูดรัฐบาลนี้ เดือนสิงหาคมปีที่แล้วท่านมา ๖ บาท เมื่อบริหารไป ๆ ราคา น้ำมันปาล์มก็ลดลงมาเรื่อยตามภาวะของมันเหลือ ๕.๕๐ บาท ในตอนราคาผลปาล์มน้ำมันสด เหลือมา ๕.๕๐ บาท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ตอบให้ดีนะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไปเสนอคณะรัฐมนตรี เพราะว่าการนำน้ำมันปาล์มเข้ามาในประเทศนั้นต้องให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ วันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไปเสนอคณะรัฐมนตรีว่ามีความจำเป็น ต้องนำน้ำมันปาล์มเข้ามาในประเทศ ๔๐,๐๐๐ ตัน ท่านลองคิดดูครับนั่นคือจุดเริ่มต้นของ ความเสียหาย จุดเริ่มต้นของความหายนะของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน คณะรัฐมนตรีก็ไม่แน่ใจ นั่งกันอยู่ใน ครม. บอกว่าเอาอย่างนี้ก็แล้วกันอนุมัติให้ไปก่อน ๑๐,๐๐๐ ตัน แต่อนุมัติภาพรวมไว้ ๔๐,๐๐๐ ตัน วันที่อนุมัติ ๔๐,๐๐๐ ตันและให้นำเข้า ๑๐,๐๐๐ ตัน โดยให้องค์การคลังสินค้าเป็นคนนำเข้า ตั้งแต่วันนั้นน้ำมันปาล์มลดลงทันที ๕๐ สตางค์ เหลือ ๕ บาท ท่านประธานครับ ซ้ำร้ายนะครับ ๑๐,๐๐๐ ตัน ๑๗ พฤษภาคม ยังไม่ทันที่เกษตรกรจะได้ตั้งตัว เดือนสิงหาคมที่ผ่านมานะครับ ๓๐,๐๐๐ ตันที่เหลือ ให้เอาเข้ามาอีก เพราะฉะนั้นวันนี้ ๔๐,๐๐๐ ตันเอาเข้ามาหมดแล้ว ผมกราบเรียน ท่านประธานแต่แรกแล้วว่าเราผลิตน้ำมันปาล์มได้ปีหนึ่ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ของเราเองนะครับ ยังมีเหลือไปขายประเทศเพื่อนบ้าน แต่รัฐบาลนี้จงใจเจตนารังแกพี่น้องเกษตรกรไปอนุมัติ น้ำมันปาล์มจากต่างประเทศเข้ามาถึง ๔๐,๐๐๐ ตัน วันนี้วันที่ผมกำลังพูดอยู่นี้ผลปาล์มน้ำมันสด ทั้งทะลายเหลือกิโลกรัมละ ๓.๒๐ บาท ที่โรงสกัดบางโรงก็ ๓.๕๐ บาท แต่ว่าเกษตรกรต้องขาย ให้กับลานเท หรือเรียกว่าแรมป์ (Ramp) ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน ซึ่งได้ประมาณ ๓ บาทถึง ๓.๒๐ บาท ท่านประธานทราบไหมครับ ถ้าเราขายได้ ๕ บาท ปีหนึ่ง ๑๐ ล้านตัน พี่น้องเกษตรกรได้เงิน ๕,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ลดลงไป ๒ บาท เหลือ ๓ บาท พี่น้องเกษตรกรก็จะขายได้ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เงินหายไปจากกระเป๋าเกษตรกรต่อปี ๒,๐๐๐ ล้านบาท เกษตรกร ผู้ปลูกปาล์มน้ำมันมี ๒๐๐,๐๐๐ ครอบครัว ความยากจน ความทุกข์ยากไปสู่พี่น้องเกษตรกร ผมคิดว่ารัฐบาลถึงเวลาแล้วที่จะต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นคำถามที่ ๑ ผมถามตัวแทนนายกรัฐมนตรีว่าวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓ คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้มี การนำน้ำมันปาล์มเข้ามา ๔๐,๐๐๐ ตัน คณะรัฐมนตรีได้ถามหรือไม่ว่าได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติหรือไม่ เพราะการที่จะทำเรื่องอย่างนี้ คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติเขาต้องเห็นชอบ ผมถามท่านรัฐมนตรีว่า วันนั้นคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติเห็นชอบด้วยหรือไม่ คำถามที่ ๑ ครับ