สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๘ เมษายน ๒๕๕๔

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใคร่ขอหารือท่านประธานในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนในเขตเลือกตั้ง ส่วนใหญ่ขณะนี้ก็เป็นเรื่องถนนกับเรื่องน้ํา เมื่อวานนี้ผมได้หารือ ท่านประธานเรื่องถนนระหว่างบ้านโยธา บ้านค้อใหญ่ไปยังบ้านหนองหลัก ซึ่งถนนทรุดโทรมมาก แล้วต่อมาก็เป็นถนนจากบ้านตะเคียนทองไปบ้านตาด อําเภอศรีธาตุ ตําบลตาดทอง แล้วก็ถนนจากบ้านโคกใหญ่ไปบ้านกุดอีเฒ่า ตําบลจําปีเชื่อมไปยังตําบลหัวนาคํา แล้วต่อมา ก็บ้านสะงวย ตําบลหนองหลักไปยังบ้านไชยวาน ตําบลไชยวาน อําเภอไชยวาน ถนนหลายสาย ที่ขณะนี้เป็นฤดูรถบรรทุกอ้อยวิ่งผ่านไปมาลําบากมาก ฝุ่นก็เยอะ ถ้าวันไหนฝนตกก็มีน้ํา มีโคลน มีอะไรเยอะแยะสาดเข้ายังพี่น้องประชาชน ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงคมนาคมได้ขยายถนนช่องจราจรจากอําเภอไชยวานไปยังอําเภอศรีธาตุ เป็นช่องจราจร ๔ ช่อง เพราะว่าถ้าเราไปเพิ่ม ไปรีไซคลิง (Recycling) เพิ่มขึ้นสูงจะทําให้ รถสัญจรไปมาอันตรายนะครับท่านประธาน ขอขยายเป็น ๔ เลนครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล เชิญครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้มีโอกาสที่พบปะกับพี่น้องประชาชนในแต่ละหมู่บ้าน ในระยะที่เป็นผู้แทนมา ๓ ปี ก็ได้มีชาวบ้านอยู่กลุ่มหนึ่งที่เรียกว่าผู้นําอาสาพัฒนาชุมชน หรืออักษรย่อก็คือ อช. ซึ่งผู้นําอาสาพัฒนาชุมชนนั้นจะมีประมาณหมู่บ้านละ ๔ คน คนเหล่านี้ ทํางานเหมือนพัฒนากรหรือพัฒนาชุมชน แต่ว่าการทํางานของอาสาพัฒนาชุมชนหรือ อช. นี้ ได้ปฏิบัติหน้าที่ไม่แพ้ อสม. หรือว่า อปพร. เลย แต่การทํางานของเขานี้ไม่มีค่าตอบแทน ไม่มีรายได้อะไร ฝากถึงทางรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย กรมพัฒนาชุมชน ได้ดูแล กลุ่ม อช. เหล่านี้ให้มีรายได้ อย่างน้อยมีค่าตอบแทนบ้างก็ยังดีนะครับ

แล้วอีกเรื่องหนึ่งซึ่งแต่ละหมู่บ้านฝากมา ก็คือเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งปัจจุบันนี้ก็กําลังเดินหน้าต่อไปได้ด้วยดี ก็ขอให้ทางสํานักนายกรัฐมนตรีได้มีโครงการนี้ต่อไป เพื่อที่จะได้ต่อยอดในโครงการที่ได้ดําเนินการไปครับ

แล้วอีกเรื่องหนึ่งฝากถึงกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะทางจังหวัดสุโขทัย เกี่ยวกับเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หมู่ที่ ๑๐ ตําบลกง และโดยการสร้างเขื่อนเรียงหิน ที่หน้าวัดกงไกรลาศครับ เพราะว่าบริเวณเหล่านี้เป็นเกาะ แล้วก็เป็นที่ว่าการอําเภอเก่าแก่ เมื่อ ๑๐๐ กว่าปี และที่วัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีวิหารที่ลอยได้ แต่ว่าทางจังหวัดไม่ค่อยได้ ประชาสัมพันธ์ หรือโฆษณา หรือว่าจัดงบประมาณไปส่งเสริมให้แหล่งตรงนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แห่งใหม่ของจังหวัดสุโขทัย ถ้าหากทําได้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดีมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ เชิญครับ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสในการหารืออีกวันหนึ่งนะคะ

เรื่องที่ ๑ ที่อยากหารือค่ะท่านประธาน ดิฉันเองได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้อง บ้านขาม ตําบลบ้านขาม อําเภอจัตุรัส แล้วก็พี่น้องชาวตําบลชีบน ตําบลภูแลนคา อําเภอบ้านเขว้า แล้วก็ที่ตําบลท่ากูบ ตําบลสระโพนทอง อําเภอซับใหญ่ เขาร้องเรียนมาว่าถนนหนทาง ภายในหมู่บ้านเขายังเป็นลูกรังค่ะท่านประธาน การเดินทางก็ลําบากขรุขระ ขนาดในหมู่บ้านยังเป็นลูกรัง รอบ ๆ นอกหมู่บ้านไม่ต้องพูดถึงค่ะ ท่านประธาน ก็ยังเป็นลูกรังเหมือนกัน เขาก็ถามดิฉันมาว่าการที่รัฐบาลบอกว่ามีโครงการ ถนนปลอดฝุ่น เมื่อไรที่บ้านเหล่านี้ที่ร้องเรียนมาจะได้รับถนนบ้าง ดิฉันจึงต้องนําเรื่องที่พี่น้อง ร้องเรียนนี้มากล่าวหารือกับท่านประธานในวันนี้ ก็ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็คือกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะกรมทางหลวงชนบท กรมทางหลวงแผ่นดิน ให้ช่วยดูแลจัดสรรงบประมาณในการสร้างถนนคอนกรีต (Concrete) หรือว่าถนนลาดยาง เข้าสู่หมู่บ้านตามที่ดิฉันได้กล่าวมาแล้วด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะหารือกับท่านประธาน ก็คือเมื่อเช้าดิฉันได้ฟังข่าวว่า ท่านกรณ์ จาติกวณิช กําลังหาแนวทางว่าจะลดภาษีอย่างไรในการที่จะชดเชยให้กับผู้ประกอบการ ในการจะขึ้นค่าแรง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ คงไม่ทันแล้วนะคะท่านประธาน ค่าแรงยังไม่ทันขึ้นเลย ตอนนี้ข้าวของแพงขึ้นมากแล้ว ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ช่วยดูแลแก้ไขปัญหาค่าแรงที่บอกว่าจะขึ้นให้กับ พี่น้อง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ยังไม่ได้รับการขึ้นค่าแรงให้ เงินในกระเป๋ายังไม่ได้รับเพิ่มมาเลยค่ะ แต่จําเป็นจะต้องซื้อของในราคาที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไข่ที่ตอนนี้ตกลูกละเกือบ ๕ บาทแล้ว แล้วก็น้ํามัน ๔๗ บาท มีการชดเชยให้ ๑.๗๙ บาท แต่ประชาชนยังซื้อแพงอยู่ ก็ต้องฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีกรณ์ให้ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณขยัน วิพรหมชัย เชิญครับ

นายขยัน วิพรหมชัย ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์

เรื่องที่ ๑ ขอติดตามโครงการก่อสร้างอ่างห้วยสามเหลี่ยม อ่างห้วยกาน ตําบลบ้านโฮ่ง อําเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลําพูน จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงคมนาคมได้ดําเนินการจัดสรรงบประมาณขยาย ถนนสายลี้-เถิน ให้เป็นถนน ๔ เลน เพื่อเป็นการเปิดประตูเข้าสู่เมืองลําพูน ผ่านอําเภอลี้ และอําเภอบ้านโฮ่งเข้าสู่จังหวัดลําพูนและจังหวัดเชียงใหม่

เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงมหาดไทยได้ดําเนินการตั้งงบประมาณสนับสนุน โครงการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองตามผังเมืองรวมจังหวัดลําพูน ซึ่งในงบประมาณทั้งหมด ๖๕๐ ล้านบาท รวมทั้งงบประมาณเวนคืนและก่อสร้าง ซึ่งพี่น้องชาวลําพูนรอคอยตั้งแต่ ปี ๒๕๔๙ มาถึงปัจจุบัน ๔-๕ ปีแล้วครับ

เรื่องที่ ๔ พี่น้องผู้ใช้น้ําฝายเปาโตน หมู่ที่ ๑ ตําบลเหล่ายาว อําเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลําพูน ฝากผมมาขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งรัดการซ่อมฝายซึ่งเสียหายจาก อุทกภัยจากน้ําท่วมที่ผ่านมา

เรื่องที่ ๕ เรื่อง ส.ป.ก. ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทยได้ดําเนินการเปลี่ยนสภาพจาก ส.ป.ก. ให้เป็นโฉนดเพื่อสร้างความมั่นคง ให้กับผู้ถือกรรมสิทธิ์

เรื่องสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ อยากหารือท่านประธานว่าขณะนี้ สภาก็ใกล้จะหมดวาระแล้ว ส.ส. ที่ได้จองสายการบินต้นทุนต่ํา ซึ่งยังไม่ได้ใช้นะครับ เนื่องจากว่าได้เลื่อนการเดินทาง ถ้าหากว่าไม่ได้ใช้ทางสายการบินต้นทุนต่ําเหล่านั้นจะต้อง มาเก็บเงินจากสภา ซึ่งจะทําให้เสียงบประมาณโดยใช้เหตุ อยากฝากท่านประธานได้หารือ ไปยังบริษัทต่าง ๆ ให้ใช้มาตรฐานเดียวกับบริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) ซึ่งถ้าหาก ส.ส. ไม่เดินทาง หรือว่าเลื่อนการเดินทางก็จะไม่เก็บเงิน ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ ต่อสมาชิกรัฐสภา โดยเฉพาะ ส.ส. อย่างพวกกระผมนี้ก็ใกล้ที่จะหมดวาระอีกไม่กี่วันนี้แล้ว แล้วก็ได้จองสายการบินต้นทุนต่ําไว้ล่วงหน้าและไม่สามารถเดินทางล่วงหน้า ซึ่งจะเป็นการ เสียงบประมาณภาษีอากรของประชาชนโดยใช้เหตุ อยากหารือท่านประธาน ในเรื่องนี้ขอให้ ได้ตกลงไปยังบริษัทดังกล่าวข้างต้นครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณนิยม วรปัญญา

นายนิยม วรปัญญา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทยครับ ผลจากการหารือในสภานั้นทําให้ ประชาชนได้รับผลทันตาเห็น ประชาชนทั่ว ๆ ไปที่ผมไปนี่หลายจังหวัด บอกว่าผลงานอันนี้ ที่ท่านประธานทําไว้เป็นเรื่องที่ช่วยประชาชนแก้ปัญหาได้มาก แล้วก็ได้ทันตาเห็น ท่านประธานที่เคารพครับ มันมีเรื่องที่ร้องเรียนมาทั้งหมด ๑๕-๑๖ เรื่อง เรื่องสะพาน ข้ามแม่น้ําป่าสักที่บ้านมะนาวหวาน อันนี้น้ําท่วมเกิดจากการสร้างเขื่อน ๑๐ กว่าปีมาแล้ว ยังไม่ได้ยก ว่าจะยกระดับให้พ้นน้ําก็ยังไม่ได้ยก เพราะฉะนั้นขอให้กรมโยธาธิการและ กรมทางหลวงชนบท กรมทางหลวงแผ่นดินพิจารณายกให้สักหน่อย และสะพานข้ามแม่น้ํา บ้านเกาะรังก็น้ําท่วมเช่นกัน อันนี้เป็นสะพานไม้รู้สึกจะผุหมดอยากขอให้สร้างใหม่

เรื่องที่ ๒ ก็คือขุดลอกคลองหนองบัวและคลองห้วยตะคร้อ คลองลํานารายณ์ คลองห้วยตะคร้อ ๓ และคลองห้วยยาง ๑ ๒ ๓

เรื่องที่ ๓ ขอให้บูรณะอ่างวังวัด อ่างคลองสาริกา อ่างวังเชื่อม มีขนาดต่ํา อยากจะขอให้ยกขนาดใหม่ บูรณะใหม่ครับ และคลองสาริกานี้รู้สึกจะหัวช้างขาดครับ และคลองไทร คลองซับ ขอให้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ช่วย เร่งพิจารณาเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนด้วยครับ

เรื่องที่ ๔ ถนนอําเภอสระโบสถ์ อําเภอลํานารายณ์ สร้างมาตั้ง ๓๐ กว่าปีแล้ว ก็อยากจะขอให้ทํารีไซคลิงให้ เพราะว่าถนนชํารุดเสียหายหลายตอนครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอส่งเป็นหนังสือนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ส่งเป็นหนังสือมาครับ ทางสภายินดีต้อนรับผู้บริหารสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตําบล กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน พนักงานส่วนตําบลและพนักงานจ้างขององค์การบริหารส่วนตําบลด่านช้าง อําเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมาด้วยความยินดีครับ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลังให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แจ้งความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนแต่ละพื้นที่ให้สภาทราบ แล้วสภาก็จะทําเรื่อง ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เขาติดตามผลงานเหล่านั้นให้แก่ประชาชนแต่ละท้องที่ ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้แจ้งให้สภาทราบ ต่อไปเชิญคุณวัชระ เพชรทอง ครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน

เรื่องที่ ๑ เรื่องไฟสงครามระหว่างประเทศไทยกับประเทศเขมร ท่านประธานครับ ผมในฐานะ ส.ส. กทม. รู้สึกเป็นห่วงพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนและทหารของชาติ เป็นอย่างยิ่ง ขอให้รัฐบาลมีความเด็ดขาดในการสู้รบกับประเทศเขมร

เรื่องที่ ๒ ต้นศรีมหาโพธิ์ อําเภอศรีมหาโพธิ์ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ ศักดิ์สิทธิ์ ท่านนายกรัฐมนตรีสัญญา ธรรมศักดิ์ เคยไปสักการะ ปรากฏว่าทรุดโทรม เคยได้งบประมาณ แล้วงบประมาณก็หายไป ขอให้กระทรวงวัฒนธรรมและกรมศิลปากรจัดงบไปดูแล

เรื่องที่ ๓ แม่ค้า คนจน ผู้ประกอบการ คนมีหนี้สิน ท่านประธานครับ กู้เงิน จากธนาคารพาณิชย์ในโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลนั้นเป็นไปด้วยความยากลําบากเหลือเกิน โดยเฉพาะในเขตหนองแขม เขตบางแค และเขตภาษีเจริญ ขอให้กระทรวงการคลังช่วยดูแล

เรื่องที่ ๔ ไฟฟ้าทางเข้าหมู่บ้านนิสา ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร ปรากฎว่า ไม่มีไฟฟ้าเลย ขอไฟฟ้ามานานแล้ว อยากจะถามว่าเขตหนองแขมได้ติดต่อไปถึงไหนแล้ว

เรื่องที่ ๕ ผู้ประกอบการรถโดยสารประจําทางระหว่างกรุงเทพมหานครถึง จังหวัดระนอง ปรากฏว่าไม่สามารถที่จะเติมแก๊สเอ็นจีวี (Gas NGV) ได้ ไม่มีแก๊ส (Gas) เติม ระหว่างทาง โดยเฉพาะที่จังหวัดชุมพรและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขอให้รัฐบาลเร่งรัดในการ แก้ไขปัญหาเรื่องขาดแคลนแก๊สเอ็นจีวี

เรื่องที่ ๖ คุณนกมีความรู้สึกเป็นห่วงคุณแม่ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านชมเดือน ๒ ซอยเพชรเกษม ๑๐๘ เขตหนองแขม ปรากฏว่าน้ําท่วมขังครับ ต้องการให้เขตหนองแขม ไปตั้งเครื่องสูบน้ํา

เรื่องที่ ๗ ลุงวิชัยบอกมาว่าคอสะพานคลองตาปลั่ง เขตหนองแขม ถนนเลียบคลอง ภาษีเจริญฝั่งใต้พังแล้วครับ ถนนเพิ่งสร้างเสร็จไปแท้ ๆ

เรื่องที่ ๘ คุณสมชายอยู่หมู่ที่ ๑๓ ตําบลสวนหลวง อําเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นรอยต่อเขตหนองแขมต้องการโฉนดชุมชนเช่นเดียวกับที่อื่น

เรื่องที่ ๙ คุณพ่อก้าน แก้วสุพรรณ ครูเพลงของเมืองไทย เจ้าของเพลง น้ําตาลก้นแก้ว คนอย่างนี้ก็ควรจะได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติ ขอให้ท่านรัฐมนตรีนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กระทรวงวัฒนธรรม ได้โปรดดูแล

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสมคิด บาลไธสง ครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ขอหารือ กับท่านประธานดังนี้ครับ

เรื่องที่ ๑ ของบปรับปรุงผิวจราจรจากทางแยกบ้านโนนสวรรค์ อําเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย บ้านโนนภูทองแล้วก็ไปที่บ้านหนองยอง อําเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ

เรื่องที่ ๒ ของบสร้างถนนลาดยางจากบ้านชมภูพรถึงบ้านท่าคําบง อําเภอรัตนวาปี ไปยังอําเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย ขอให้กรมทางหลวงชนบทได้ดูแลด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๓ เรื่องของบลาดยางจากบ้านหนองหอย บ้านห้วยคู่ไปถึงบ้านดงสระพัง แล้วก็ต่อไปยังแยกสะพานข้ามไปยังอําเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานี ๖ กิโลเมตร ก็ขอฝาก ไปยังกรมทางหลวงชนบทหรือท้องถิ่นนะครับ

เรื่องที่ ๔ ของบสร้างถนนคอนกรีตจากบ้านแบงไปยังบ้านโคกกลาง และจาก บ้านแบงไปยังบ้านหนองยาง อําเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย

เรื่องที่ ๕ ของบขุดลอกหนองแสนตอ หนองโคม ตําบลนาหนัง อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวของตําบล

เรื่องที่ ๖ ของบขุดลอกหนองนอกบ้าน บ้านปากสวย ตําบลวัดหลวง อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เพื่อเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของพี่น้องชาวตําบลวัดหลวง

เรื่องสุดท้าย ของบขุดลอกหนองสรวงเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์เป็นแหล่งพักผ่อน หย่อนใจของชาวเทศบาลตําบลจุมพล อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณศุภชัย ศรีหล้า

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีถึงเรื่องการพัฒนานโยบายที่เกี่ยวเนื่อง กับเกษตรกร ขณะนี้ที่รัฐบาลดําเนินการอยู่คือนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งรัฐบาล ได้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องที่ทํานา โดยการจ่ายเงินชดเชย เงินส่วนต่าง ให้กับพี่น้องเกษตรกรในช่วงเก็บเกี่ยว นั่นคือช่วงปลายฤดู พี่น้องเกษตรกรฝากถามผมมา กราบเรียนไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าช่วงที่พี่น้องมีความจําเป็นจะต้องมีค่าใช้จ่ายคือช่วง ของการลงนาคือช่วงเดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน ๒ เดือนนี้พี่น้องใช้เงินเป็นจํานวนมาก ในการซื้อปุ๋ย ใช้เงินเป็นจํานวนมากในการจ่ายค่าไถเพื่อที่จะเตรียมดินในการเพาะปลูก ถ้าเผื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะปรับปรุงนโยบายให้ได้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรโดยการ จ่ายเงินในช่วงนี้ กันเงินบางส่วนไว้เพื่อการซื้อปุ๋ย กันเงินบางส่วนไว้ให้กับพี่น้องเกษตรกร ในการไถ ในการปักดํา แล้วส่วนที่เหลือจึงมาจ่ายอีกช่วงหนึ่งในช่วงของการเก็บเกี่ยวก็จะ เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกร นี่คือเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธาน คือเรื่องของการก่อสร้าง ถนนเชื่อมระหว่างตําบลกับตําบล กรณีตําบลดอนมดแดงเชื่อมต่อมายังตําบลเหล่าแดง ถนนสายนี้ผ่านหน้าที่ว่าการอําเภอดอนมดแดง ผ่านบ้านศรีดอนมดแดงไปบ้านค้อ ไปบ้านวังไฮ ต่อไปบ้านดงบัง เป็นถนนที่ยังเป็นลูกรังอยู่นะครับท่านประธาน พี่น้องประชาชนใช้งาน ใช้การสัญจรบริเวณนี้เป็นจํานวนมาก ถ้าเผื่อว่าจะมีถนนลาดยางก็จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชน

เรื่องที่ ๓ กรณีของการให้บริการกับพี่น้องประชาชนผ่าน กศน. คือ กศน. อําเภอดอนมดแดงมีพื้นที่จํากัดมาก ใช้บริการเฉพาะห้องสมุดเป็นพื้นที่ในการทํางาน ท่านผู้อํานวยการอุทัย กากแก้ว ผอ. กศน. อําเภอดอนมดแดง ฝากกราบเรียนผ่านผมมายัง ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ถ้าเผื่อว่าจะมีสํานักงาน กศน. และอําเภอที่สวยงาม ก็จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอํานวย คลังผา

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจากวันนี้ ผมได้รับการร้องเรียนจากดอกเตอร์ไพรัตน์ ไชยนอก และคณะ ซึ่งอยู่ที่ตําบลช่องแคบ อําเภอพบพระ จังหวัดตาก ซึ่งมาร้องเรียนในวันนี้ เนื่องจาก บริษัท แม่สอดพลังงานสะอาด จํากัด ได้เชิญชวนเกษตรกรจํานวน ๑,๐๐๐ กว่าหลังคาเรือนมาปลูกอ้อยเพื่อส่งโรงงานเอทานอล (Ethanol) ในจังหวัดตากนั้น ซึ่งในขณะนี้เกษตรกรจํานวน ๑,๐๐๐ กว่าหลังคาเรือนได้รับ ความเดือดร้อน เนื่องจากบริษัทได้ส่งเสริมให้มาปลูกตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ถึงปี ๒๕๕๕ แต่ในขณะนี้บริษัทไม่ได้ ส่งเสริมการลงทุนเลย เมื่อในอดีตส่งเสริมการลงทุนแต่ในขณะนี้ไม่ส่งเสริม ทําให้เกษตรกร ไม่มีเงินลงทุน เป็นหนี้เป็นสินคนหนึ่งถึง ๖๐๐,๐๐๐-๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ดังนั้นวันนี้ก็อยากจะ ให้ท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไขให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตําบลช่องแคบ อําเภอพบพระ จังหวัดตาก ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักในขณะนี้ ดังนั้น โดยเฉพาะการปลูกอ้อยของตําบลช่องแคบไม่ได้เงินชดเชยหรือไม่ได้ค่าความหวาน เนื่องจาก บริษัทให้มาส่งเสริมปลูกให้กับ บริษัท แม่สอดพลังงานทดแทน จํากัด จึงไม่ได้รับเงินชดเชย ค่าความหวาน ดังนั้นในขณะนี้บริษัทไม่ส่งเสริมทําให้เกษตรกรเดือดร้อน ก็อยากจะฝาก ท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งปรับโครงสร้างหนี้ของเกษตรกรจํานวน ๑,๐๐๐ กว่าหลังคาเรือน วันนี้ท่านดอกเตอร์ไพรัตน์ ไชยนอก กับคณะ มาทั้งหมด ๖ คน มาร้องเรียนที่สภา ผมจึงขอแจ้งท่านประธานผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไขให้กับ พี่น้องประชาชนผู้เดือดร้อนในการปลูกอ้อยในครั้งนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย

นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดสกลนคร ขอกราบเรียน หารือท่านประธานนะครับ

เรื่องที่ ๑ พี่น้องชาวจังหวัดสกลนครและพี่น้องจังหวัดใกล้เคียงโทรศัพท์ มาถึงผม กล่าวขอบพระคุณท่านประธานชัย ชิดชอบ ที่เปิดโอกาสให้หารือปัญหาชายแดนเขมร ซึ่งเป็นที่ห่วงใยของพี่น้องประชาชนทั่วไป และเขายังฝากข้อมูลเพิ่มเติมมาว่าอยากจะให้ รัฐบาลนี้หาทางแก้ปัญหาที่ยืดเยื้อยาวนานนี้ให้มันเสร็จสิ้นเสียโดยเร็ว ไม่ให้ยืดเยื้ออีกต่อไป แล้วเขาก็ยังสงสัยว่าทําไมรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน เมื่อมาอยู่ ในสภาผู้แทนราษฎรแล้วหรือเป็นรัฐบาลแล้ว ทําไมไม่ทําปัญหานี้ต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ ให้เสร็จสิ้นไป ไม่ให้ยืดเยื้อยาวนาน เป็นปัญหาต่อลูก ต่อหลาน และเป็นปัญหาต่อชาติ บ้านเมืองในปัจจุบัน อันนี้ก็ขอฝากผ่านท่านประธานชัย ชิดชอบ ไปถึงรัฐบาลด้วย

เรื่องที่ ๒ ปัญหาที่ทํากินของราษฎร ซึ่งเมื่อวานนี้ก็ได้มีการพิจารณากฎหมาย ร่วมกัน เรื่องร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ พ.ศ. .... ซึ่งผ่านวุฒิสภาแล้ว แต่ว่าทั้ง ๒ สภาก็ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ราษฎรฝากมาว่าอยากจะ ให้เรื่องนี้ดําเนินการโดยรวดเร็วเพราะเป็นปัญหายืดเยื้อยาวนาน อย่างผมเคยกราบเรียน ท่านประธานว่าผมจําได้ว่าตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ ผมเคยทําเรื่องนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะ เป็นคณะกรรมาธิการพิจารณาออกเอกสารสิทธิในที่ดินทํากิน เมื่อตั้งคณะกรรมาธิการ ออกไปดูพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศแล้ว พอกลับมาสู่สภา สภาอนุมัติแล้วรัฐบาลก็ไม่สามารถ นําไปดําเนินการ มีการยุบสภาทุกครั้ง เพราะฉะนั้นเขาเกรงกลัวว่าปัญหาเรื่องนี้เกิดขึ้นมาอีก ก็จะยุบสภาอีก เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็อยากจะให้เสร็จสิ้นในคณะกรรมาธิการซึ่งกําลังพิจารณา ร่วมกัน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอนุรักษ์ บุญศล

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ เรื่องของบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนแบบ ๓๑๘ ล. พิเศษ สืบเนื่องจาก โรงเรียนธาตุนารายณ์วิทยา อําเภอเมือง จังหวัดสกลนคร นั้นเป็นโรงเรียนประจําจังหวัด แห่งที่ ๓ มีนักเรียนทั้งหมดกว่า ๓,๐๐๐ คน อาคารเรียนนั้นค่อนข้างที่จะพอเรียน แต่ว่า อาคารประกอบซึ่งเป็นอาคารปฏิบัติการนั้นเป็นห้องปฏิบัติการต่าง ๆ เช่น ห้องคอมพิวเตอร์ ๒ ห้อง ห้องปฏิบัติการทางภาษาซาวด์ แลบ (Sound lab) ๑ ห้อง และห้องพยาบาล ๑ ห้อง ยังไม่มี โรงเรียนธาตุนารายณ์วิทยา อําเภอเมือง จังหวัดสกลนคร นั้นได้ให้นักเรียนเรียนรู้ เกินมาตรฐานที่รัฐจัดให้ เพราะต้องการให้นักเรียนได้มีความรู้ที่พร้อมอย่างมีคุณค่าในยุคของการแข่งขันสูงในขณะนี้ จึงร้องขอเจ้ากระทรวงให้ช่วยเหลือโรงเรียนประจําจังหวัดแห่งที่ ๓ ของจังหวัดสกลนคร อย่างเร่งด่วน คุณภาพสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัยคือปัจจัยเพิ่มมูลค่าทักษะและวิชาการค่ะ ท่านประธานที่เคารพ

เรื่องที่ ๒ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องขอให้มีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่อสารมวลชนทุกประเภท เพื่อรณรงค์เด็กไทยไม่กินน้ําตาลเกิน ท่านประธานที่เคารพทราบไหมคะว่าเด็กไทยในวันนี้นั้น กินน้ําตาลเฉลี่ย ๑๖-๒๒ ช้อนต่อวัน หรือประมาณ ๓๐ กิโลกรัมต่อคนต่อปี เด็กทั่วโลก กินน้ําตาลเฉลี่ย ๑๐-๑๑ ช้อนต่อวัน ปริมาณน้ําตาลที่ควรจะได้รับแค่ ๖ ช้อนชาต่อวัน ดังนั้นแล้ว ขอให้รณรงค์การบริโภคผ่านสื่อทุกสาขาเพื่อการพัฒนาและประชากรสุขทุกภูมิภาค ขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ครับ

นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย วันนี้ผมจะหารือกับประธาน ในเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง เนื่องจากเมื่อฤดูน้ําหลาก ที่ผ่านมาทําให้ฝนตก แล้วน้ําก็ไปท่วมขังถนนในหลายโรงเรียน โดยได้รับการร้องเรียนจาก ท่านผู้อํานวยการสุรพงษ์ ส้มมี จากโรงเรียนบ้านขวาง (น้อมประชานุกูล) ท่านผู้อํานวยการ บุญทวน บัวจันทร์ ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านเตว็ดนอก (สร้อยสนประชาสรรค์) และ ท่านผู้อํานวยการโยสิงห์ สวัสดิรักษา โรงเรียนบ้านซ่าน ของอําเภอศรีสําโรงและอําเภอเมือง เนื่องจากถนนในโรงเรียนนั้นทรุดโทรมมาก ปัญหาที่ผ่านมาผมได้หารือท่านประธาน หลายครั้งแล้ว ยังไม่ได้จัดสรรงบประมาณนะครับ ฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการได้จัดสรรงบประมาณไปก่อสร้างดังกล่าวด้วย อีกโรงเรียนหนึ่งจาก ท่านผู้อํานวยการนรัตน์ พ่วงสุวรรณ โรงเรียนยางซ้ายพิทยาคม ได้ของบประมาณสนับสนุน เกี่ยวกับปรับปรุงระบบไฟฟ้าอาคารเรียน ๓๑๖ ล. ปรับปรุงระบบไฟฟ้าหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ แล้วก็งบประมาณแผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษา ซึ่งได้ของบประมาณผ่าน สํานักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษาเขตที่ ๑ เรียบร้อยแล้ว ก็อยากกราบฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือในส่วนนี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสุรพล เกียรติไชยากร เชิญครับ

นายสุรพล เกียรติไชยากร เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุรพล เกียรติไชยากร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ เขต ๔ ขอฝากทางท่านประธาน ถึงเรื่องเร่งด่วนที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการที่กระผมได้ลงพื้นที่ร้อยเปอร์เซ็นต์

เรื่องที่ ๑ ฝายวังหิน ตําบลสบเตี๊ยะ อําเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้ เสียหายจากอุทกภัยตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๔๙ ซึ่งประชาชนได้รับความเดือดร้อนจาก น้ําการเกษตรมาก กระผมได้ประสานกับทางสํานักงานชลประทานที่ ๑ จังหวัดเชียงใหม่ ให้เร่งดําเนินการออกแบบ ปัจจุบันนี้แบบเสร็จแล้วครับ ขอความกรุณาท่านประธานได้เร่งรัด ให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งดําเนินการงบประมาณเพื่อแก้ปัญหา ความเดือดร้อนเรื่องน้ําการเกษตรให้กับเกษตรกรในตําบลสบเตี๊ยะ อําเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

เรื่องที่ ๒ ถนนจากตําบลบ้านกาด อําเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นไปที่ ตําบลแม่วิน ระยะทาง ๑๓ กิโลเมตร ปัจจุบันนี้เสียหายมาก เกิดจากฝนตกหนักที่ผ่านมา การสัญจรไปมาได้รับความลําบากเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถนนสายนี้เชื่อมต่อไปถึง อําเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ก็ขอให้ท่านประธานได้กรุณาประสานให้ทางกรมทางหลวงชนบทได้ดําเนินการเร่งแก้ไขปัญหา ให้กับราษฎรในช่วงนี้ด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องไฟฟ้าเข้าสู่หมู่บ้านตําบลแม่แดด อําเภอกัลยาณิวัฒนา ซึ่งเป็นอําเภอที่จัดตั้งใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นอําเภอที่ ๒๕ ของจังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธานครับ เป็นที่ตั้งขององค์การบริหารส่วนตําบลแม่แดดด้วย แต่ว่าทั้ง ๗ หมู่บ้าน รวมทั้งองค์การบริหารส่วนตําบลแม่แดดไม่มีไฟฟ้าใช้ครับ ซึ่งอยากจะให้ทางการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคได้เร่งรัดนําไฟฟ้าเข้าไปสู่ประชาชนเพื่อแก้ไขความเดือดร้อน กระผมขอกราบเรียน ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเชน เทือกสุบรรณ เชิญครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่อง หารือท่านประธานเป็นเรื่องเร่งด่วน จากการที่มีน้ําท่วมเกิดอุทกภัยในเขตจังหวัดภาคใต้ ซึ่งวันนี้ก็เป็นเวลา ๑ เดือนเศษแล้ว ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีของผมก็มีน้ําท่วมขังอยู่ บางพื้นที่ในบริเวณอําเภอพุนพิน อําเภอบ้านนาเดิม และอําเภอเคียนซา ซึ่งเป็นที่ราบลุ่ม ริมแม่น้ําตาปี ท่านประธานครับ ผมมีความต้องการเร่งด่วนของชาวบ้านอยากขอ ความช่วยเหลือจากท่านประธานไปสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากกรณีน้ําท่วมทําให้เกิด บ่อบาดาลของชาวบ้านในเขตพื้นที่น้ําท่วมเสียหาย มีน้ําที่ไม่สะอาดจําเป็นจะต้องได้รับ การล้างบ่อ เป่าบ่อ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทรัพยากรน้ําบาดาล กรมทรัพยากรธรณีวิทยา หรือหน่วยทหารพัฒนาของกองบัญชาการกองทัพไทยสามารถที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในเรื่องน้ําอุปโภค บริโภคได้ ท่านประธานครับ ยังมีปัญหาเรื่อง ความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่ที่น้ําท่วมขัง ซึ่งต้องกราบเรียนท่านประธานว่าน้ําท่วมขัง เริ่มเน่าเสีย สิ่งที่เป็นปัญหาต่อมานี้เป็นปัญหาในเรื่องของการขาดแคลนของชาวบ้าน ริมฝั่งแม่น้ําเสียหายหนักจริง ๆ ครับท่านประธาน แม้กระทั่งเครื่องนุ่งห่ม มุ้ง ผ้าห่ม หมอน ต่าง ๆ ยังเป็นความต้องการของชาวบ้านอยู่ ผมต้องฝากเรียนท่านประธานว่าขอความกรุณา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องการความช่วยเหลือก็คือการล้าง บ่อบาดาลในพื้นที่ ต้องกราบขอบคุณท่านประธานนะครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสงกรานต์ จิตสุทธิภากร เชิญครับ

นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขต ๑ ขอรบกวนท่านประธาน ๓ เรื่องหลัก ๆ นะครับ

เรื่องที่ ๑ คือปัญหาเรื่องน้ําไม่พอใช้ในการทําเกษตรบริเวณแถวตําบลบ้านมะเกลือ ซึ่งแต่เดิมนั้นอาศัยน้ําจากแม่น้ําปิงนะครับ แต่ขณะนี้ได้มีเขื่อนหรือฝายกั้นน้ํา ได้มีการสร้าง บริเวณเหนือตําบลบ้านมะเกลือ ทําให้พี่น้องชาวบ้านมะเกลือนั้นประสบปัญหาไม่มีน้ํา พอที่จะทําการเกษตรในช่วงนี้ นี่คือข้อที่ ๑ ฝากให้ทางกรมชลประทานช่วยไปดูด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องสําหรับอนาคต เนื่องจากเมื่อหมดจากหน้าแล้งแล้ว ก็จะเข้าหน้าฝนนะครับ ปัญหาซ้ําซากที่พี่น้องชาวตําบลบ้านแก่ง อําเภอเมือง จังหวัด นครสวรรค์ ประสบปัญหาก็คือคันประคองน้ําในคลองท่าขนมจีนนั้นมันชํารุดทรุดโทรม ไปตลอดในระยะทางประมาณ ๗ กิโลเมตร ถ้าไม่มีการซ่อมแซมก่อนที่จะถึงฤดูน้ํา ปัญหา ก็คือจะมีปัญหาเรื่องน้ําท่วมซ้ําซากอยู่ที่ตําบลบ้านแก่งอีกครั้งหนึ่ง

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของตลิ่งทรุด เป็นถนนริมแม่น้ําปิงเหมือนกัน บริเวณ หมู่ที่ ๔ บ้านคลองมอญ ตําบลบึงเสนาท อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ขณะนี้ผมไปเยี่ยม พี่น้องชาวบ้านที่นั่น ปรากฏว่าถนนนี้พังหมดแล้ว เนื่องจากว่าดินนั้นมันทรุดลงไปในแม่น้ํา แล้วก็เหลือแต่ตัวถนนเปล่า ๆ คาอยู่ การจราจรได้รับความลําบากมาก ฝากให้ทาง กรมเจ้าท่าและกรมโยธาธิการช่วยไปดูแลด้วยครับ เพราะเนื่องจาก อบต. แจ้งว่า อบต. นั้น จะเอาดินลูกรังหรืออะไรไปทําชั่วคราวก่อน ปรากฏว่าไม่ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ก็จึง ขอความกรุณาฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมเจ้าท่าและกรมโยธาธิการช่วยไปพิจารณา แล้วก็หาทางแก้ไขให้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ตาก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอกราบเรียนปัญหาต่าง ๆ ผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรดังนี้นะครับ

เรี่องที่ ๑ คือในจังหวัดตากนี้เป็นพื้นที่ชายแดน มีพื้นที่หลายแห่งไม่สามารถ รับสัญญาณโทรศัพท์ได้ ซึ่งในขณะนี้มีประชาชนเป็นจํานวนมากนะครับ โทรศัพท์ขั้นพื้นฐาน ก็ไม่สามารถเดินสายเข้าไปได้ เพราะฉะนั้นสัญญาณโทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งจําเป็นมากครับ โดยเฉพาะที่ตําบลบ้านนาบริเวณเหนือเขื่อน อําเภอสามเงา จังหวัดตาก และพื้นที่รอยต่อ จังหวัดสุโขทัย ก็คือบ้านชะลาดระฆัง หมู่ที่ ๔ ตําบลโป่งแดง อําเภอเมือง

เรื่องที่ ๒ ก็คือปัญหาของการผลิตน้ําประปาของการประปาส่วนภูมิภาค ขณะนี้ผลิตได้ไม่เพียงพอครับ ทั้ง ๆ ที่มีน้ําผิวดินคือน้ําจากแม่น้ําปิง แต่ว่าผลิตไม่เพียงพอ เนื่องจากเขื่อนมีการปล่อยน้ําเป็นระยะ ๆ ผลจากอันนี้เองทําให้ไม่สามารถสูบน้ําได้อย่าง มีประสิทธิภาพ จึงจําเป็นต้องเรียนผ่านทางท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยังรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาสร้างฝายกั้นแม่น้ําปิง คือตั้งแต่ใต้เขื่อนภูมิพล ลงมา ซึ่งสร้างมาประมาณเกือบ ๕๐ ปีแล้ว ไม่มีฝายน้ําล้นแม้แต่แห่งเดียวในเขตพื้นที่จังหวัดตาก เพราะฉะนั้นการสร้างเขื่อนก็คือมีประโยชน์ไม่มากเท่าที่ควร

เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องของการพิจารณาสร้างถนนเข้าหมู่บ้านหนองตาเรือ ตําบลวังหิน อําเภอเมือง จังหวัดตาก ซึ่งถนนขรุขระมากครับ ทั้ง ๆ ที่บ้านนี้มีแหล่งท่องเที่ยว ก็คือสระน้ําขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ําที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างดี และอีกแห่งหนึ่งคือที่บ้านหนองหลวง ตําบลหนองหลวง อําเภอเมือง จังหวัดตาก ก็มีพื้นที่ที่สมควรจะบูรณะเป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เนื่องจากมีหนองน้ําเป็นพื้นที่ ที่กว้างใหญ่มาก

เรื่องที่ ๔ ก็คือพิจารณาปรับภูมิทัศน์วัดดอยข่อยเขาแก้ว เพื่อเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสําราญ ศรีแปงวงศ์ ครับ

นายสําราญ ศรีแปงวงศ์ กําแพงเพชร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสําราญ ศรีแปงวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกําแพงเพชร พรรคประชาธิปัตย์

เรื่องที่ ๑ ได้รับร้องเรียนจากนายก อบต. นายปัณยา ประดาพล และกํานัน ถวิล คมวงษา และราษฎร ๓ หมู่บ้าน ในตําบลปางตาไว หมู่ที่ ๒ บ้านคลองลึก หมู่ที่ ๘ บ้านปางมะละกอ และหมู่ที่ ๑๑ บ้านภูเขาทอง อําเภอปางศิลาทอง จังหวัดกําแพงเพชร ขอสร้างอ่างเก็บน้ําอ่างปางมะละกอ หมู่ที่ ๘ ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ําธรรมชาติอยู่แล้วนะครับ ขอเข้าทําการปรับปรุงน้ําทําการเกษตรเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งระยะยาว

เรื่องที่ ๒ ได้รับร้องเรียนจากนายก อบต. นายปัณยา ประดาพล กํานันถวิล คมวงษา เช่นกันนะครับ และราษฎร ๗ หมู่บ้านของตําบลปางตาไว อําเภอปางศิลาทอง จังหวัดกําแพงเพชร ขอให้กรมชลประทานช่วยทําแผนคลองส่งน้ําจากอ่างเก็บน้ําแม่วงก์ บ้านจบกบ ซึ่งขณะนี้กรมชลประทานกําลังสํารวจออกแบบเพื่อทําแผนก่อสร้างอนาคต คราวต่อไป พี่น้องชาวตําบลปางตาไวทั้ง ๗ หมู่บ้านนี้กลัวว่าจะไม่ออกแบบให้ส่งมาทาง ตําบลปางตาไว จึงขอออกแบบก่อสร้างเป็นระบบส่งน้ําด้วยท่อทองแดง เพื่อนําน้ําเข้าสู่พื้นที่ ทําการเกษตรของตําบลปางตาไว อําเภอปางศิลาทอง จังหวัดกําแพงเพชร รวมทั้งหมดที่จะ ได้รับผลประโยชน์ ๗ หมู่บ้านด้วยกันครับ ถ้าหากได้รับการแก้ไขหรือว่ามีท่อส่งก็จะได้รับ การแก้ไขภัยแล้งระยะยาวต่อไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณบรรพต ต้นธีรวงศ์ ครับ

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม บรรพต ต้นธีรวงศ์ ผมขอหารือ ๒ เรื่องนะครับ

เรื่องที่ ๑ ก็คือผมได้เข้าพื้นที่และได้รับการร้องเรียนจากราษฎรตําบล บ้านพลับ บ้านเกาะเกิด อําเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากถนนชํารุด ทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อในตอนที่มีน้ําท่วม ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปซ่อมแซม โดยด่วนครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมขอชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ในการที่แก้ปัญหาส่วนหนึ่งในการที่จะ ทําให้การเผยแผ่พุทธศาสนาเข้ารูปเข้ารอยถูกต้องมากขึ้นนะครับ ในฐานะที่ผมเคยเป็น กรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม แล้วก็เป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ผมเห็นว่าปัญหาของการเผยแผ่พระพุทธศาสนานี้มีมากมาย แต่ว่าไม่ได้รับการแก้ไขเป็นระบบ เท่าที่ควร มันก็จะมีปัญหาในเรื่องของข้อโต้แย้งโต้เถียงอยู่เสมอ อย่างเช่นกรณีที่เกิดขึ้น ในขณะนี้นะครับ ในการที่จะแก้ทุกข์ แก้กรรมของผู้คนที่เป็นชาวพุทธ ก็จะมีคําแนะนํา ที่ออกจะแปลก ๆ สําหรับคนที่อยู่ในบทบาทของผู้ที่เป็นผู้นําศาสนา ไม่ว่าจะเป็นแม่ชีหรือเป็น พระภิกษุสงฆ์ หรือว่าอะไรก็ตาม อันนั้นก็ทําให้สังคมเกิดมีความสับสน แล้วก็อาจจะทําให้ เกิดการที่จะไม่ปฏิบัติไปตามหลักของพระพุทธองค์โดยแท้จริง เพราะฉะนั้นในเรื่องการที่จะ หยิบยกประเด็นนี้มาพูดคุยกัน คงจะต้องฟังความคิดเห็นหลาย ๆ ด้าน เพื่อที่จะให้เกิดความ เหมาะสมที่จะนํามาใช้ในการเผยแผ่พุทธศาสนาในประเทศไทย ผมจึงเสนอว่าควรจะมี กฎหมายในเรื่องนี้ ซึ่งผมได้เสนอในสภาแล้วก็คือร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยระบบ ส่งเสริมพระพุทธศาสนา พ.ศ. .... เพื่อจะหาทางออกร่วมกัน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสมัย เจริญช่าง ครับ

นายสมัย เจริญช่าง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายสมัย เจริญช่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องขออนุญาตได้หารือท่านประธานซึ่งเป็นเรื่องสําคัญมากก็คือ ผมในฐานะที่เป็นประธาน คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร ได้รับการสอบถามแล้วก็ได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีจดหมายมาจากจังหวัด นครราชสีมาและจังหวัดขอนแก่น ว่าในขณะนี้ได้มีกลุ่มบุคคลได้ลงไปในพื้นที่ แล้วก็ไปบอก กับชาวบ้านว่าถ้าสมัครเข้าเป็นสมาชิกกับเขาโดยเสียเงินคนละ ๒๐๐ บาท ถ่ายสําเนา บัตรประจําตัวประชาชนให้กับเขาไปแล้ว ต่อไปอีกไม่นานก็จะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐ เป็นสวัสดิการสังคมครอบครัวละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งกระผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการต้มตุ๋น พี่น้องประชาชน เพราะว่านโยบายของรัฐบาลในเรื่องสวัสดิการสังคมดังกล่าวนั้นยังไม่เคย ได้ยินจากรัฐบาลว่าจะดําเนินการ ก็เกรงว่าจะเป็นเหมือนกับรายก่อน ๆ ที่ได้เคยมีการล่อลวง พี่น้องประชาชนแล้วก็เก็บเงินเก็บทองมา จึงขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าควรจะให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติออกไปสอดส่องดูแล และอาจจะเป็นกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่จะเก็บบัตรประจําตัวประชาชนเพื่อไม่ให้มีสิทธิในการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็อาจจะเป็นได้ จึงขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่มีกลุ่มคณะบุคคลที่ล่อลวงประชาชนและไปเก็บเงินจากราษฎรรายละ ๒๐๐ บาท โดยเอาเงินตัวเลขจํานวน ๕๐๐,๐๐๐ บาทเป็นตัวล่อใจ ก็คิดว่าขอให้พี่น้องประชาชน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่าได้หลงเชื่อกลุ่มคณะบุคคลที่หลอกลวงประชาชน และสําคัญ ที่สุดก็คือตํารวจจะต้องสอดส่องดูแลในเรื่องเหล่านี้ด้วยครับ อันจะเป็นเรื่องหนึ่งที่นําไปสู่ ความเป็นภัยของชาติบ้านเมือง ก็ขออนุญาตได้กราบเรียนต่อท่านประธานที่เคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปท่านบัญญัติ เจตนจันทร์

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมใคร่ขอหารือท่านประธานเพื่อให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหาดังต่อไปนี้

เรื่องที่ ๑ ขอให้รัฐบาลอํานวยความสะดวกรถบรรทุกผลไม้ในภาคตะวันออก คือจังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด ที่จะมีผลไม้คือทุเรียน เงาะ มังคุด และลองกอง ออกมาสู่ท้องตลาดในเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน เนื่องจากว่ารถบรรทุกผลไม้มีเป็นจํานวนมากนะครับ บางครั้งอาจจะไม่ได้รับความสะดวก จากทางด้านเจ้าหน้าที่ตํารวจและกรมการขนส่งทางบก ดังนั้นก็คืออยากจะให้สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบกได้อํานวยความสะดวก ไม่ให้ผลไม้นั้นคั่งค้าง เพราะถ้าเกิดการคั่งค้าจะทําให้ผลผลิตราคาตกต่ํานะครับ

เรื่องที่ ๒ ขอให้รัฐบาลเร่งก่อสร้างถนนเลี่ยงเมือง อําเภอแกลง จังหวัดระยอง ซึ่งปัจจุบันมีรถบรรทุกจํานวนมากผ่านเขตอําเภอแกลง และมีการเวนคืนที่ดินในบริเวณ อําเภอแกลงแล้ว ซึ่งใช้งบในการก่อสร้างประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท จะช่วยแก้ปัญหา ลดการจราจรติดขัดในเขตอําเภอแกลง จังหวัดระยอง

เรื่องที่ ๓ ขอให้รัฐบาลก่อสร้างโรงยิมเนเซียม (Gymnasium) ๑,๐๐๐ ที่นั่ง และสระว่ายน้ํามาตรฐานให้สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา เทศบาลตําบลเมืองแกลง จังหวัดระยอง เนื่องจากว่าทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้บรรจุแผนในเรื่องของ โรงยิมเนเซียมและสระน้ําไว้แล้ว ก็อยากจะให้ทางกระทรวงได้จัดงบประมาณลงมาด้วย

เรื่องที่ ๔ ขอให้รัฐบาลเร่งรัดก่อสร้างสะพานท่าเทียบเรืออ่าวมะขามป้อม ตําบลกร่ํา อําเภอแกลง จังหวัดระยอง ซึ่งก่อสร้างมากว่า ๒๐ ปี และปัจจุบันชํารุดทรุดโทรม เป็นอันมากไม่ปลอดภัย ก็ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้จัดงบประมาณลงไป ตามที่เทศบาลตําบลสุนทรภู่ได้ของบประมาณมา กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณชนินทร์ รุ่งแสง ครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่อง จะหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ๒ เรื่องนะครับ

เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องนโยบายของรัฐบาล โดยกระทรวงยุติธรรมได้มีนโยบาย ที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรมของพี่น้องประชาชน โดยมีการ ตั้ง สน. ยุติธรรมในพื้นที่ต่าง ๆ โดยมีโครงการนําร่องในกรุงเทพมหานคร ๒ พื้นที่ ก็คือ เขตดินแดง และล่าสุดที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปเปิดก็คือตลาดน้ําคลองลัดมะยม เขตตลิ่งชัน ซึ่งเป็นนโยบายที่มีประโยชน์มากในแง่ของการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในสังคม เรื่องของการ ร้องเรียนต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งนโยบายดังกล่าวนี้เป็นนโยบาย ที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มาร่วมแก้ไขปัญหาด้วย เป็นนโยบายที่เป็น ความหวังของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เขตตลิ่งชันได้ฝากกราบเรียนไปยัง รัฐบาลให้ช่วยเร่งขยายให้เปิด สน. ยุติธรรมเพิ่มมากขึ้น เพราะอาสายุติธรรมพร้อมที่จะ ทํางานร่วมกับรัฐบาลอย่างเต็มที่

เรื่องที่ ๒ เรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณ ย่านฝั่งธนบุรี บริเวณเขตบางกอกน้อยและเขตตลิ่งชันซึ่งมีศักยภาพอย่างมากในการท่องเที่ยว เพราะว่ามีแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม มีตลาดน้ําที่สําคัญ ๓ แห่ง ไม่ว่าจะเป็นตลาดน้ําตลิ่งชัน ตลาดน้ําคลองลัดมะยม ตลาดน้ํา วัดสะพาน ซึ่งขณะนี้กรุงเทพมหานครโดยหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร กําลังมีนโยบาย ในการพัฒนาปรับปรุงสถานที่ ปรับปรุงเส้นทางต่าง ๆ ในการที่จะให้เชื่อมต่อกันในสถานที่ ท่องเที่ยวต่าง ๆ อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวของรัฐบาลเข้าไปร่วมมือ ในการบูรณาการการทํางาน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์ ให้เกิดศักยภาพ ให้มีผลอย่างแท้จริง เพื่อเป็นการ สร้างงาน สร้างอาชีพให้กับพี่น้องประชาชนในบริเวณดังกล่าวต่อไปด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณรังสิมา รอดรัศมี เชิญครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายพนม ศรีกําเนิด นายก อบต. ตําบลลาดใหญ่ อําเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม และพี่น้องประชาชน เรื่องหนี้นอกระบบ รัฐบาลมีนโยบายแก้ไข หนี้นอกระบบ แต่ยังไม่ครอบคลุม และขณะนี้ผู้ที่ปล่อยเงินกู้นอกระบบมีเป็นจํานวนมาก แล้วก็สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าวัน ๆ หนึ่งเขาเรียกว่ารถหัวปิงปอง ก็จะวิ่งเก็บเงินทั้งวัน แล้วก็มีการทําร้ายร่างกาย และขณะนี้บางทีมีพวกวัยรุ่นที่เป็นผู้หญิง ไปกู้เงิน แล้วก็ต้องไปนอนกับเจ้าของเงินกู้ พอนอนเสร็จแล้วก็ได้ของแถมกลับมาอีก คือมีลูก ก็มาร้องเรียน ส.ส. อีกว่าจะทําอย่างไร เสียทั้งเงิน เสียทั้งตัว เสียดอกอีก เพราะฉะนั้น มีเป็นจํานวนมาก ให้ทางรัฐบาลเอาจริงเอาจังนะคะ ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดสมุทรสงครามเท่านั้น ยังมีจํานวนมากในกรุงเทพมหานคร ดิฉันก็เห็นวิ่งตามซอยต่าง ๆ เยอะมากเลย ดิฉันเสนอ ว่าถ้าจังหวัดไหน อําเภอไหน ยังมีหนี้นอกระบบ ขอให้ย้ายยกโรงพักในทุกจังหวัดเลยค่ะ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วมีกฎหมายก็ยังแก้ไม่ได้ แล้วตอนนี้มันจะมีรูปแบบต่าง ๆ อย่างเช่น ให้ซื้อทองแล้วก็ถ่ายรูปไว้ แต่ไม่ได้ซื้อหรอกค่ะ เป็นการกู้เงินนั่นละค่ะแต่ทําเป็นว่าเราซื้อทอง แล้วผ่อนทองหรือไม่ก็ซื้อตู้เย็น บางทีไม่ได้เงินก็ไปยกหม้อหุงข้าวเขาบ้าง ไปยกตู้เย็นเขาบ้าง พอเขาไม่ให้ก็ไปทําร้ายร่างกายชกจนหน้าตาบวม บางคนถูกเตะมาก็ต้องมาร้องผู้แทนนะคะ ดิฉันคิดว่าวัน ๆ หนึ่งประชาชนเดือดร้อนเรื่องเงินกู้นอกระบบมากขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวุฒิพงษ์ นามบุตร

นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมจะมาปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนสัก ๓ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องของการปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อความปลอดภัยในการสัญจร ไปมาบนถนนทางหลวงแผ่นดิน ถนนเส้นแรกคือถนนแจ้งสนิทจากจังหวัดอุบลราชธานีมาที่ อําเภอเขื่องใน ซึ่งตรงนี้ได้รับการจัดงบประมาณ ๔๐๐ กว่าล้านบาท เป็นถนน ๔ ช่องจราจร และต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีต่อเนื่องครับ ปีนี้ได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม จากจังหวัดอุบลราชธานี ตอน ๒ จังหวัดยโสธรเชื่อมต่อจากอําเภอเขื่องในไปถึงจังหวัดยโสธร เสร็จสิ้นสมบูรณ์ตลอด ๔ เลนตลอดสาย ก็เพียงยังขาดปรับปรุงภูมิทัศน์ครับ อยากให้ท่าน เพิ่มเติมเสริมไฟฟ้าแล้วก็ต้นไม้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดอุบลราชธานีให้สวยงาม ทั้งสองฝากฝั่ง ถนนแจ้งสนิทเชื่อมระหว่างจังหวัดอุบลราชธานีมาอําเภอเขื่องในแล้วก็ไปที่ จังหวัดยโสธร ส่วนถนนเส้นที่ ๒ เป็นถนนสายเลี่ยงเมืองเทศบาลตําบลอุบลราชธานีเชื่อมไปที่ บริเวณตําบลแจระแม ผ่านบ้านท่าบ่อ บ้านทับไทย บ้านท่ากกแห่ จนมาถึงบ้านคูเดื่อที่มี หาดคูเดื่อที่สวยงามครับ ตรงนี้ยังไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง อยากให้เพิ่มจุดส่องสว่างเพื่อที่จะ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดอุบลราชธานีด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของการควบคุมราคาปุ๋ยและราคาดินประสิว ช่วงนี้ ชาวบ้านกําลังเตรียมที่จะลงไร่ ลงนา ปลูกข้าว ปลูกพริก ปลูกหอม ปลูกกระเทียม ราคาปุ๋ย ทราบว่ามีราคาที่สูงพอสมควร อยากให้ท่านควบคุมในราคาที่ชาวบ้าน ชาวนา สามารถใช้ได้ พอสมควรในเรื่องของปุ๋ยนะครับ ส่วนในเรื่องของดินประสิวบางกลุ่มเอามาทําเป็นปุ๋ย บางกลุ่มไปทําเป็นเครื่องประเพณีวัฒนธรรม งานประเพณีบุญบั้งไฟ อยากให้ควบคุมอยู่ที่ ๑ ลังไม่เกิน ๖๐๐ บาทครับ ชาวบ้านเขาจะพอใจมาก

เรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องของการสร้างฝายเก็บกักน้ําบริเวณแม่น้ําชี เพื่อที่จะกับเก็บน้ําลําเซบายและลําน้ําชีบริเวณตําบลหนองบ่อ อําเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งพี่น้องเกษตรกรเหนือฝั่งน้ําทั้งอําเภอเขื่องใน อําเภอม่วง แล้วก็อําเภอเมืองจะได้ใช้ ประโยชน์ร่วมกันในการสร้างฝายตรงนี้ครับ จึงกราบนําเรียนท่านประธานถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต หารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะครับ

เรื่องที่ ๑ ก็คืออันที่ ๑ ถนนสายบ้านป่าแดงถึงบ้านห้วยท้องฟาน ตําบลป่าแดง ถึงตําบลท่าสะแก อําเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก พังชํารุดเสียหายมาก อันที่ ๒ ก็คือ ถนนสายบ้านนาตอนถึงบ้านน้ําจวง ตําบลบ่อภาค อําเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก พังชํารุดแล้วก็ประชาชนเดือดร้อนเป็นอย่างมากนะครับ ก็ขอความกรุณาให้หน่วยงาน ราชการที่เกี่ยวข้องไปดําเนินการแก้ไขซ่อมแซมโดยด่วนนะครับ

เรื่องที่ ๒ ก็คืออันที่ ๑ การก่อสร้างอ่างเก็บน้ําห้วยพริกขิง ตําบลนครชุม อําเภอนครไทย อันที่ ๒ ก็คืออ่างเก็บน้ําลําน้ําคานบริเวณบ้านลาดคื้อ ตําบลห้วยเฮี้ย อําเภอนครไทย อันที่ ๓ อ่างเก็บน้ําห้วยดู่ ตําบลเนินเพิ่ม อําเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เป็นที่ต้องการรวมไปถึงอีกห้วยหนึ่ง ก็คืออ่างเก็บน้ําห้วยหินลับ ตําบลเนินเพิ่มกับตําบลบ่อโพธิ์ อําเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ขอความกรุณาให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปดําเนินการ ก่อสร้างตามความประสงค์และความต้องการเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

เรื่องสุดท้าย ก็คือสมาคมและองค์การที่เกี่ยวข้องกับทหารผ่านศึกต่าง ๆ ฝากผมมากราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า เนื่องจากว่ารัฐบาลได้มี งบประมาณ ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ได้ช่วยให้กับผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยครอบครัวละ ประมาณ ๒๒๕,๐๐๐ บาท แต่ว่าทหารผ่านศึก โดยเฉพาะทหารผ่านศึกชั้นผู้น้อยยังไม่มีสวัสดิการหรือการช่วยเหลือ จากรัฐบาล เพราะฉะนั้นผมเองจึงขอถือโอกาสนี้สะท้อนเสียงของทหารผ่านศึกทั่วประเทศ ไปยังรัฐบาลและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ให้หามาตรการในการช่วยเหลือดูแลทหารผ่านศึก ทั่วประเทศ อย่างน้อยที่สุดก็ไม่ควรที่จะน้อยกว่าผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยที่ได้รับจากรัฐบาล กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณมนตรี ปาน้อยนนท์

นายมนตรี ปาน้อยนนท์ ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายมนตรี ปาน้อยนนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ คือเรื่องของถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นถนนสายหลักไป ๑๔ จังหวัดภาคใต้ บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เริ่มตั้งแต่หัวถนนบายพาส (Bypass) จากอําเภอปราณบุรี ไปจนถึงอําเภอกุยบุรี ระยะทางประมาณ ๔๐ กิโลเมตร เป็นทั้งขาขึ้นและขาล่อง ขณะนี้ ชํารุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก บางช่วงเป็นหลุมเป็นบ่อนะครับ ขอให้กรมทางหลวงของ กระทรวงคมนาคมจัดงบประมาณไปดําเนินการซ่อมแซมหรือทําการให้ดีเป็นการด่วนนะครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องถนนของกรมทางหลวงชนบทเข้าหมู่บ้านสวนฝัน หมู่ที่ ๗ ตําบลคลองวาฬ อําเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีความยาวประมาณ ๗ กิโลเมตร เป็นถนนที่มีผู้สัญจรไปมาหลายหมู่บ้าน ตอนนี้ชํารุดทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อเป็นอย่างมาก บางช่วงบางตอนนั้นหลบกันไม่ถูกแล้วนะครับ ก็ขอให้กรมทางหลวงชนบทนั้นช่วยดําเนินการ ให้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ก็ได้เสนอ หมดทุกท่านแล้วนะครับ มีท่านใดยังติดใจที่จะปรึกษาหารืออีกสัก ๒–๓ ท่าน มีไหมครับ เชิญเลยครับ ท่านยื่นเรื่องราวหรือยังครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ยังครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็น่าจะยื่นนะครับ ท่านอาวุโส ผมอนุญาต ไม่เป็นอะไรนะครับ ถือว่าอภัยให้กัน

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

คือกะว่าวันนี้จะไม่หารือครับ แต่เมื่อมีเวลา ท่านประธานกรุณาให้ ก็จะหารือนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เนื่องจากจะยุบสภาแล้ว ผมก็เลยเปิดโอกาสครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธานไปยังรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีที่ดูแลกรมประชาสัมพันธ์นะครับ คือเรื่องเกี่ยวกับสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง ในช่วงที่น้ําท่วมจังหวัดตรัง เมื่อต้นเดือนนะครับ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดตรังได้ร่วมกับสถานี วิทยุชุมชนต่าง ๆ จัดเป็นเรดิโอ พูล (Radio Pool) เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน เป็นสื่อกลาง ให้ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนได้โทรศัพท์เข้าไป แล้วก็ติดต่อประสานงานกับ ทางหน่วยงานราชการ แต่ปรากฏว่าในขณะที่ออกอากาศอยู่นั้นสถานีวิทยุกระจายเสียง แห่งประเทศไทยเองกลับถูกน้ําท่วมเสียเอง น้ําท่วมสูงมากทีเดียวครับ ก็เลยเป็นบทเรียน เพราะว่าหลายครั้งมาแล้วที่มีน้ําท่วม ที่นี่ก็ท่วมทุกครั้ง แล้วก็ไม่เคยได้รับการแก้ไข ทําให้ มีความเสียหายต่อเครื่องส่งทุกครั้ง จึงขอความกรุณาไปยังรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลกรมประชาสัมพันธ์ให้ช่วยสร้างอาคารใหม่ให้กับสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดตรังด้วย ให้เป็นอาคารที่สูงที่จะหนีน้ําท่วมได้ในครั้งต่อไป เพื่อเป็นประโยชน์กับ ประชาชนในโอกาสต่อไป ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ สืบเนื่องจากขอหารือและท่านประธานก็เปิดโอกาส เนื่องจากว่าใกล้ระยะเวลาของการที่จะ มีการเลือกตั้งใหม่ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกกล่าวไว้กับสภาและพี่น้องประชาชน ในการที่จะเห็นการเลือกตั้งเพื่อที่จะให้บ้านเมืองนั้นมีความสงบสุขและเรียบร้อย แล้วก็ ทํางานกันได้อย่างทั่วถึง

เรื่อง ๑ ก็คือผมได้หารือในเรื่องเพลี้ยกระโดดสีน้ําตาล แล้วก็ลงพืชผล การเกษตรของพี่น้องประชาชน คงไม่เฉพาะจังหวัดชัยนาทนะครับที่ได้รับความเดือดร้อน ที่ได้รับทราบได้หารือไปครั้งหนึ่งแล้ว ก็ยังต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า เรื่องดังกล่าวนั้นก็ยังไม่ได้ปราบปรามกันอย่างแท้จริง ก็ต้องบอกว่าใกล้ฤดูทํานาของพี่น้อง ประชาชนหรือการทําไร่มันอีกแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะทําให้พี่น้องประชาชนได้รับ ผลกระทบแล้วก็ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง ผมเองก็ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับว่าช่วงที่ผ่านมานั้นพี่น้องประชาชนโดนไป ๒ ครั้งแล้ว ครั้งนี้ถ้าจะโดนอีก ก็ต้องเป็นครั้งที่ ๓ ก็สงสารพี่น้องประชาชนนะครับ ก็ขอให้ทําการแก้ไขให้ดีด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องสินค้าเครื่องอุปโภค บริโภคราคาสูงมากในระยะนี้ เพราะฉะนั้น ก็ขอให้ทางภาครัฐนั้นได้เข้าควบคุมแล้วก็ดูแล โดยเฉพาะการคิดต้นทุนการผลิตสินค้าของ แต่ละบริษัทและของแต่ละรายการให้มีสัดส่วนที่มีความเหมาะสมและถูกต้อง มิฉะนั้น ถ้าปล่อยไปอย่างนี้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งการที่สินค้า เครื่องอุปโภค บริโภคขึ้นราคา หรือราคาสูง หรือราคาแพงนั้น ก็ต้องถือว่าเป็นความ เดือดร้อนหรือเป็นความทุกข์ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ก็ขอฝากทางภาครัฐบาลในส่วน ที่เกี่ยวข้องให้ดําเนินการในการแก้ไขเรื่องนี้โดยเร่งด่วนนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอรรถพร พลบุตร ครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานหารือเรื่องปัญหาความเดือดร้อนเป็นการเร่งด่วนของพี่น้องประชาชน ชายฝั่งทะเลที่ตําบลบางขุนไทร ตําบลปากทะเล ตําบลบางแก้ว และตําบลแหลมผักเบี้ย อําเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เนื่องจากขณะนี้มีเรือคราดหอยเข้ามารุกล้ําทําลายทรัพยากรธรรมชาติ ในระยะหวงห้าม ๓ กิโลเมตร หายไปพักหนึ่งครับ แต่ว่าวันนี้กลับเข้ามาทําลายทรัพยากรธรรมชาติ และทําให้พี่น้องชาวประมงชายฝั่ง รวมทั้งชาวบ้านซึ่งใช้การเก็บหอยด้วยมือหล่อเลี้ยงชีวิตไป แต่ละวันก็อยู่ในภาวะเดือดร้อนเลือดตาแทบกระเด็นเพราะว่าไม่มีรายได้ครับ แนวทางหนึ่ง ซึ่งผมได้เคยอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรไปหลายครั้งแต่ยังไม่เป็นผลรูปธรรม นั่นคือ การก่อสร้างปะการังเทียมในพื้นที่เหล่านี้ ได้เคยนําเสนอเรื่องไปที่กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของบประมาณ ประมาณ ๔๐ ล้านบาทเพื่อก่อสร้างปะการังเทียม ประมาณ ๖,๐๐๐ ก้อน ในแนวฝั่งทะเลของจังหวัดเพชรบุรี อําเภอบ้านแหลมนี้ ปะการังเทียม จะทําหน้าที่ ๒ อย่าง คือเป็นแหล่งเพาะเลี้ยง เป็นแหล่งกําเนิดของวงจรชีวิตของสัตว์น้ําชายฝั่ง ขณะเดียวกันก็เป็นแนวปราการป้องกันการรุกล้ําทําลายทรัพยากรธรรมชาติของเรือคราดหอย เหล่านี้นะครับ ก็ขอกราบเรียนผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้โปรดอนุมัติงบประมาณเป็นการเร่งด่วน และขณะนี้ขอให้สั่งการให้หน่วยปราบปรามของกรมประมงลงไปกวาดล้างเรือคราดหอย เหล่านี้ นี่คือเรื่องที่ ๑ นะครับ

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่เคยหารือในสภาผู้แทนราษฎรไม่ต่ํากว่า ๓ ครั้ง แต่ว่า ก็ยังไม่เกิดผลรูปธรรมเช่นเดียวกัน นั่นคือการขาดแคลนน้ําประปาที่หมู่ที่ ๑๒ ตําบลบางครก อําเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เป็นหมู่บ้านเดียวในตําบลแห่งนั้นซึ่งไม่มีน้ําประปาใช้ครับ ก็ขอความกรุณาท่านประธานได้เร่งรัดอีกครั้งหนึ่งไปยังการประปาส่วนภูมิภาค ได้โปรดขยาย ระบบประปาส่วนภูมิภาคเข้าไปที่หมู่ที่ ๑๒ ตําบลบางครก ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดเขาตะเครา ซึ่งเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ของชาวจังหวัดเพชรบุรี ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือกับท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนและความกังวลใจของ พี่น้อง ผู้ปกครอง เยาวชน ลูกหลานในจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากปัญหายาเสพติดที่ระบาดรุนแรงมาก โดยเฉพาะในหมู่เยาวชนซึ่งนอกเหนือจากยาบ้าแล้ว ปัจจุบันน้ํากระท่อมซึ่งเป็นที่รู้จักกันในหมู่เยาวชนที่เสพยาเสพติดนี้ ระบาดรุนแรงมากนะครับ ไม่ว่าเยาวชนชายหรือหญิง เข้าไปสู่วงจรยาเสพติดโดยการเริ่มจากน้ํากระท่อมแล้วก็รุนแรงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงยาบ้านะครับ ปัจจุบันนี้สูตรผสมของน้ํากระท่อมที่พี่น้องประชาชนรู้จักกันทั่วไปว่า ยาเสพติดสูตร ๔ คูณ ๑๐๐มันก็มีความพิสดารพันลึกไปเรื่อย บางแห่งก็ใช้น้ํากระท่อมผสมกับ น้ํายากันยุง ผสมกับน้ําโค้ก ผสมกับน้ํายาแก้ไอ บางแห่งก็ใช้น้ํายาปรับผ้านุ่ม บางแห่ง ก็ใช้หลอดนีออนผสมลงไป บางแห่งก็ยาฆ่าหญ้า บางแห่งก็ใช้เขม่าควันในเตาเผาศพมาผสม หรือว่าบางแห่งนะครับ ไปขูดเอาเส้นจราจรสีเหลือง ๆ บนถนนมาผสมเป็นสูตรน้ํากระท่อม ซึ่งรุนแรงมาก แล้วก็ก่อให้เกิดปัญหากับสุขภาพกับเด็กเยาวชนเหล่านั้นรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เวลานี้ก็ใกล้ที่จะเปิดเทอมแล้ว น้ํากระท่อมที่ว่าเหล่านี้มีการขายกันเป็นขวด ๆ จากระดับมัธยม ระดับอาชีวศึกษา ปัจจุบันนี้ลงมาถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น แล้วก็ระดับประถมศึกษา ตอนปลายแล้ว ก็อยากจะให้หารือไปยังรัฐบาลว่ากวดขันเรื่อง ๕ รั้วในการแก้ไขปัญหายาเสพ ติดให้เป็นจริง โดยเฉพาะรั้วโรงเรียนและรั้วครอบครัวให้เป็นจริงเป็นจัง แล้วก็ขอให้โรงพัก ทุกโรงพักเป็นเจ้าภาพในเรื่องนี้ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมขอหารือ ท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ในเขตจังหวัดจันทบุรีนะครับ

เรื่องที่ ๑ เรื่องขอสนับสนุนงบประมาณและติดตามโครงการสร้างอ่างเก็บน้ํา เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่หมู่ที่ ๗ และหมู่ที่ ๑๗ ตําบลสองพี่น้อง อําเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

เรื่องที่ ๒ คือติดตามโครงการเก่าที่ผมส่งให้ไปกับท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือเรื่องสัญญาณไฟแดงที่บ้านหนองคล้า ตําบลทุ่งเบญจา อําเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี และบ้านช้างข้าม ตําบลนายายอาม อําเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี

เรื่องสุดท้าย ผมต้องกราบขอบพระคุณท่าน ผอ. ทวี กาญจนา ผอ. ทําฝนหลวง ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้นําฝนหลวง หรือนําทีมงานการบินทําฝนหลวงไปทําที่ จังหวัดจันทบุรีและได้ผลนะครับ ทําให้พี่น้องชาวสวนผลไม้จังหวัดจันทบุรีฝากขอบพระคุณ ท่าน ผอ. ทวี และทีมงานไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย แล้วก็ขอชื่นชมทีมงานที่เข้าไปทําฝนหลวงให้กับ จังหวัดจันทบุรี ได้ผลแล้วก็เป็นมิตรไมตรีกับพี่น้องชาวสวนได้ดีนะครับ นี่คือเป็นตัวอย่างที่ดี ของข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ

นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๗ พรรคประชาธิปัตย์

เรื่องที่ ๑ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องเขตลาดกระบังในเรื่องของ สนามบินสุวรรณภูมิที่ได้ไปสร้างรอบ ๆ ที่เขาอาศัยอยู่เดิมซึ่งมีเสียงรบกวนอยู่ ขณะนี้ ทางการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยก็ได้ดําเนินการจ่ายค่าชดเชยให้บางส่วนไปแล้ว แต่บางส่วนยังไม่ได้รับการชดเชยนะคะ ก็ขอฝากท่านประธานด้วยนะคะว่าเขาจะได้ไป ปรับปรุงที่อยู่อาศัยของเขาเพื่อปกป้องเสียงรบกวนเข้ามาในที่อยู่อาศัยของเขา

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของน้ําประปาซึ่งได้ติดตามเรื่องแล้ว ก็ได้ผ่านเอ็มโอยู (MOU) ไปแล้วนะคะ ก็ขอฝากหน่วยงานที่รับผิดชอบคือทางกรุงเทพมหานครช่วยดําเนินการ ติดน้ําประปาให้กับพี่น้องประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งคาดว่าจะมีน้ําประปาใช้ ทุกชุมชนและทุกหมู่บ้าน แต่ปัจจุบันนี้ยังไม่ทั่วถึงนะคะ ซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญในการที่จะดํารงชีพ

เรื่องที่ ๓ ในเรื่องของไฟฟ้า ซึ่งจะมีปัญหาในการที่จะเปลี่ยนปรับดวงโคม หรือว่าดวงไฟ เวลาแจ้งไปแล้วจะมีการมาเปลี่ยนดวงไฟค่อนข้างที่จะนานมาก ช่วยฝาก ท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบด้วยค่ะ

อีกเรื่องหนึ่งสั้น ๆ ของทางกระทรวงศึกษาธิการ คือในเรื่องของงบประมาณ ในการศึกษาภาคการศาสนา ซึ่งมีบางส่วนงบประมาณถูกตัดไปซึ่งท่านรัฐมนตรีได้คุยกับ หน่วยงานที่รับผิดชอบไว้แล้วว่าจะดําเนินการติดตามงบประมาณนั้นกลับคืนไป ฝากท่านประธาน ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการช่วยดําเนินงานหรือว่าติดตามงานอันนี้ต่อไปด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในเรื่องของคุณธรรมและจริยธรรมของสังคมมาก กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณพนิช วิกิตเศรษฐ์ ครับ

นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบึงกุ่ม พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสหารือ เพราะว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่มีความสําคัญมากเกี่ยวกับปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะ ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องขอกราบขอบพระคุณทางกระทรวงคมนาคมที่ได้มี มาตรการในเรื่องของการผลักดันขับเคลื่อนเรื่องของโครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ ๑๒ สาย และเรื่องที่สําคัญที่สุดก็คือว่าเรื่องของการที่จะมีการนําเรื่องระบบตั๋วร่วมเข้ามาใช้ ในการบริหารจัดการระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ทางภาคตะวันออก ของกรุงเทพมหานครมีปัญหามากในเรื่องของการจราจร ตั้งแต่เขตลาดพร้าว เขตบึงกุ่ม เขตคันนายาว เขตหนองจอก เขตคลองสามวา เขตลาดกระบัง เขตมีนบุรี ซึ่งเขตนี้เป็นเขตที่ ประชาชนมีการขยายตัวอย่างมาก ดังนั้นนโยบายในเรื่องของการที่จะขนคนมากกว่าขนรถนั้น เป็นเรื่องที่มีความสําคัญ เลยขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมว่ากรุณาช่วยเร่งรัดในการดําเนินการเรื่องของระบบขนส่งมวลชน แต่ปัญหาตอนนี้บนถนนเกษตร-นวมินทร์ ที่เป็นปัญหาค้างคามาอยู่นานและผมได้รับการ ร้องเรียนจากประชาชนเป็นจํานวนมาก ว่าตอม่อที่อยู่บนถนนเกษตร-นวมินทร์ มีหลายร้อยตอม่อ ที่ขึ้นอยู่ แล้วเป็นการทําให้เกิดอันตรายกับประชาชนที่สัญจรไปบนถนนเกษตร-นวมินทร์นั้น เพราะว่าเวลาเขากลับรถ ตอม่อเหล่านี้จะบังในเรื่องของวิสัยในการที่จะดําเนินการที่เรียกว่า ยูเทิร์น (U-turn) นะครับ เลยฝากท่านประธานถึงทางกระทรวงคมนาคมหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เท่าที่ผมเข้าใจคือเป็นหน่วยงานที่เรียกว่ากรมทางหลวงชนบทที่ดูแลเรื่องของตอม่ออันนี้ ต้องฝากรบกวนท่านประธานด้วยครับ เพราะว่าอันตรายมาก มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนถนนเกษตร-นวมินทร์ อย่างต่อเนื่องครับ ต้องขอขอบคุณท่านประธานและกรุณาด้วยครับว่าเรื่องระบบขนส่งมวลชน เป็นเรื่องที่มีความสําคัญ ดังนั้นก็ต้องกรุณารีบดําเนินการด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณละออง ติยะไพรัช ครับ

นางสาวละออง ติยะไพรัช เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย วันนี้ดิฉันต้องขอบคุณ ท่านประธานที่ได้ให้หารือก่อนที่สภาจะปิดไปนะคะ ก็คือเรื่องของโรงเรียนในหลายพื้นที่ ในจังหวัดเชียงรายที่เป็นโรงเรียนประจําอําเภอ เช่น อําเภอแม่จัน อําเภอพาน และหลายอําเภอ ที่ห้องเรียนของนักเรียนยังขาดอยู่ ขอยกตัวอย่างวันนั้นดิฉันได้หารือกับท่านรัฐมนตรีไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้คําตอบว่าท่านจะทําอย่างไร อย่างโรงเรียนแม่จันวิทยาคมนี้ห้องเรียนขาดไป ๒๔ ห้องเรียน ก็หมายความว่าเด็กในโรงเรียนนั้นต้องเดินเรียน เวลาฝนตกก็ไม่มีที่พัก คือสภาพสังคมปัจจุบันนี้การศึกษาคือผู้ปกครองจะให้ลูก ๆ ไปเรียนที่ในเมือง เพราะว่า ความสะดวกและมีอุปกรณ์ในการศึกษาที่เพียงพอ แต่โรงเรียนประจําอําเภอก็มีเด็กที่พ่อแม่ ยากจนคือค่อนข้างที่เศรษฐกิจไม่ดีก็เข้าอยู่ในอําเภอ ซึ่งก็เป็นเรื่องดีนะคะเด็กจะได้มีการ พักผ่อน ได้รับประทานอาหารตอนเช้า อันนี้คือเรื่องสําคัญ แต่รัฐบาลละเลยในเรื่องของ อุปกรณ์ เช่นห้องเรียน ก็คือหารือทุกครั้งก็ยังไม่ได้รับคําตอบว่าทางรัฐบาลจะช่วยอย่างไร วันนี้อยากจะกระตุ้นเตือนรัฐบาลก่อนที่สภาจะปิดไป ว่าคงจะต้องทําอะไรสักอย่างหนึ่ง กับโรงเรียนที่ขาดแคลนห้องเรียน และขาดแคลน ๒๔ ห้องเรียนนะคะ แต่ตึกทุกตึกเป็นตึก อายุประมาณ ๒๐-๓๐ ปีทั้งนั้น ดิฉันขอฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องสําคัญ

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องร้านที่เด็กเข้าไปเล่นเกม ตอนนี้ปิดเทอมเด็กก็จะไปอยู่ที่ ร้านเกม ซึ่งเวลาเด็กแต่ละคนเล่นเกมมันไม่มีเวลาจํากัด แล้วเกมต่าง ๆ นั้นไม่มีการควบคุม ทั้งเวลา ทั้งในสถานที่ที่เด็กแต่ละคนเข้าไป ดิฉันเป็นห่วงเรื่องสมอง เรื่องสติปัญญาของเด็ก ในชาติเรา เราน่าจะเริ่มในการที่จะตรวจสอบและจริงจังกับเรื่องนี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฎ์

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ พังงา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องใคร่หารือท่านประธานอยู่ ๔ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ คือเรื่องน้ําประปาที่บริเวณตําบลคึกคัก อําเภอตะกั่วป่า ที่จะมีการ สร้างอ่างเก็บน้ําที่บ้านเขาหลัก-ลํารู่ เพราะว่าจนบัดนี้ก็ปรากฏว่าโครงการดังกล่าวโดนยกเลิกไป คือไม่มีการสร้างอ่างเก็บน้ํา แต่ว่าทางการประปาส่วนภูมิภาคได้มีการเดินท่อไปแล้ว งบประมาณ ๔๐๐ กว่าล้านบาท ทําเสร็จแล้วครับ ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นว่ามีแต่ท่อ แต่ว่า ไม่มีน้ําประปาของอ่างเก็บน้ําที่จะเป็นแหล่งน้ําสําหรับทําการผลิตน้ําประปา เพราะฉะนั้น ในอนาคตโครงการดังกล่าวนี้ถ้ามีการยกเลิกไปแล้วจะมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เพราะว่า จะไม่มีแหล่งน้ําจืดสําหรับมารองรับการท่องเที่ยวบริเวณเขาหลัก นี่คือเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องโครงการถนน ๔ เลนที่ต่อเนื่องจากอําเภอตะกั่วทุ่งไปยัง อําเภอท้ายเหมือง แล้วก็จากอําเภอท้ายเหมืองไปยังบริเวณเขาหลัก ไปยังอําเภอตะกั่วป่า ระยะทางประมาณไม่เกิน ๑๐๐ กิโลเมตร ตอนนี้มีการตื่นตัวแล้วก็มีการฟื้นตัวทางด้าน การท่องเที่ยวอย่างมาก เพราะฉะนั้นทุกวันนี้มีรถยนต์โดยสารผ่านบริเวณดังกล่าวเป็นจํานวนมาก ปัญหาก็คือเกิดอุบัติเหตุบ่อย เพราะว่าถนนยังไม่ได้รับการขยาย เพราะฉะนั้นฝากทาง กระทรวงคมนาคมช่วยใส่ไว้ในแผนนะครับ ทราบว่าใส่ไว้ในแผนมาหลายปีแล้วครับ แต่ก็โดน โครงการที่อื่นแซงไปตลอดนะครับ ก็ฝากให้ทางกระทรวงคมนาคมช่วยดําเนินการให้ด้วย

เรื่องที่ ๓ ก็คือการก่อสร้างสะพานลอยบริเวณหน้าโรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล” ฝั่งตรงข้ามกับโรงพยาบาลตะกั่วป่า ซึ่งตรงนี้จะมีเด็กนักเรียนใช้บริการวันหนึ่งไม่ต่ํากว่า ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คน ที่มาเรียนโรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล” แล้วก็จะมีในส่วนของ โรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยมาใช้บริการในการข้ามสะพานลอยตรงนี้ ถ้าเกิดว่าได้งบภายใน ปี ๒๕๕๕ ก็จะเป็นประโยชน์กับชาวจังหวัดพังงาอย่างสูง

เรื่องสุดท้าย คือเรื่องการขุดลอกคลอง เพราะว่าหลังจากเกิดภัยพิบัตินะครับ ก็ปรากฏว่าปากร่องน้ํานี้ตื้นเขินบริเวณบ้านน้ําเค็มกับบ้านหินลาด ก็ขอให้ทางกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมช่วยอนุญาตเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะไม่มีผลกระทบ แน่นอนครับ เป็นร่องน้ําบริเวณที่ทําแพปลาทั้งที่บ้านน้ําเค็มแล้วก็บ้านหินลาด อําเภอคุระบุรี และอําเภอตะกั่วป่า ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุม ๒๖๑ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุม เพื่อดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

ผมขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ที่สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มี หนังสือที่ สผ ๐๐๐๘/ว๒๔๒ ลงวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๔ เรื่องขอเชิญร่วมงานเลี้ยงสานสัมพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับสื่อมวลชน ในวันศุกร์ที่ ๒๙ คือวันพรุ่งนี้ เวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกานั้น ทางสภาขอระงับ เนื่องจากว่าเราจะมีการประชุมครั้งสุดท้ายในวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๔ วันที่ ๓ เราจะมีการประชุมร่วมกันเป็นครั้งสุดท้ายเช่นเดียวกันนะครับ ฉะนั้นในวันที่ ๓ เราจะเชิญสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา และสื่อมวลชนรับประทานอาหาร กลางวันร่วมกันที่ห้องข้างล่างนี้ จึงแจ้งให้ท่านสมาชิกทุกท่านได้ทราบและช่วยบอกกล่าว ทุก ๆ ท่านด้วย ทางสภาจะทําหนังสือแจ้งในวันนี้ต่อไป จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ มีอะไรครับ ท่านไพจิต

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าที่ท่านประธานแจ้ง ที่จะมีการประชุมรัฐสภาในวันที่ ๓ ใช่ไหมครับ แล้ววันที่ ๔ ก็จะประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถ้าเป็นตามนั้นก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่ยังได้มีความตั้งใจที่อยากจะให้เรา ได้พบปะกันก่อนที่จะอําลากัน ความจริงก็อําลากันไปปิดเทอมละครับท่านประธาน ก็หวังว่า เปิดเทอมจะได้กลับมากันทุกคน แต่ว่าความสัมพันธ์ที่ท่านมีต่อพวกผมถือว่าเป็นครอบครัว ของบ้านเมือง ถ้าผมทราบว่าท่านดําริอย่างนี้มาตั้งแต่การจะปิดนัดสําคัญ ๆ หลายครั้งแล้ว คราวนี้ถ้าจะกรุณา ผมไม่ทราบว่าที่คิดว่าจะต้องเลี้ยงตอนเที่ยงนี่มันก็ธรรมดานะครับ ท่านประธาน ถ้าจะเลี้ยงจะสังสรรค์จะให้เกิดความเป็นชีวิตจิตใจกันจริง ๆ ก็เย็น ๆ เสีย นะครับ แล้วก็ให้มันเป็นครอบครัวที่มีความอบอุ่นกันจริง ๆ ประสานงานกันทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล อย่างน้อยทีมสภาก็มีความพร้อมเพรียง ผมอยากให้เป็นบรรยากาศที่อย่าทํา ครึ่ง ๆ กลาง ๆ นะครับ แล้วก็อยากจะให้เพื่อนสมาชิกได้ร่วมมือกัน ในสภานี้เราได้ผ่าน เรื่องสําคัญ ๆ เยอะนะครับ ถ้าบรรยากาศไม่ติดอย่างอื่นก็สุดแท้แต่ท่านประธานจะกรุณา แต่วันที่ ๔ นี้เป็นวันประชุมนัดสั่งลากันนะครับท่านประธาน สั่งลากันคงจะได้มีเรื่องครั้งสุดท้าย ที่เป็นพระราชบัญญัติที่มีอยู่เท่าที่จําเป็น จากนั้นวันที่ ๔ ช่วงบ่าย ๆ ก็คงจะกลับพื้นที่กัน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือวันที่ ๕ วันฉัตรมงคลครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ผมอยากขอความกรุณาให้ไปทบทวนดูว่า ถ้าเป็นตอนเย็นวันที่ ๓ ดีไหมครับท่านประธาน หรือใครติดอย่างไร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเรื่องประชุมร่วมกันเราก็จะ ประชุมตอนเช้าถึงตอนเที่ยงเท่านั้น ทีนี้ตอนเที่ยงไปจนถึงตอนเย็นตามอัธยาศัยนะครับ คือได้วางโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว ถ้าเราจะไปเอากลางค่ํากลางคืนการเดินทางไม่สะดวก ก็เรียนให้ท่านทราบนะครับ คือกลางวันเราเห็นหน้าเห็นตากันทุกฝ่าย ก็ขอความกรุณาร่วมมือ ในวันที่ ๓ ตอนเที่ยงก็แล้วกัน ส่วนวันที่ ๔ นั้นเป็นวันที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประชุม ครั้งสุดท้ายในเทอมนี้นะครับ เชิญท่านชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ในข้อปรึกษาหารือ ท่านประธานผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเรื่องสถานที่สักนิดหนึ่ง กรณีถ้าท่านประธาน เห็นว่าวันที่ ๓ เรามีการประชุมร่วมกัน นั่นหมายความว่าสมาชิกวุฒิสภาเองก็อยู่ที่สภา อาจจะมีการล่วงเลยไปถึงตอนบ่ายก็คงจะไม่เสียหายอะไร แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะเสนอ ท่านประธานก็คือว่า สถานที่ถ้าท่านประธานจะใช้ห้องโถงใหญ่ ลักษณะงานก็เป็นลักษณะงานที่เขา ใช้ภาษาอังกฤษว่าค็อกเทล (Cocktail) ต้องขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษนะครับ ซึ่งดูมันอาจจะ มีความสะดวก

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเราจัดโต๊ะจีนเลยครับ มาจากโรงแรมใหญ่นะครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ บังเอิญผมไม่ทราบรายละเอียด เพียงแต่ว่านําเรียนท่านประธานว่าสถานที่ถ้าสมมุติเราจะเปลี่ยนจากห้องโถง ซึ่งเป็นอาคาร ประชุมไปเป็นอาคารสโมสรรัฐสภาเรา ท่านประธานจะมีความเห็นเป็นอย่างไรครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือที่สโมสรรัฐสภาเราวางโต๊ะ ไม่พอเพียงกับจํานวนประชากรของเรานะครับ เจ้าหน้าที่เขาได้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว และนอกนั้นก็อาจจะมีปัญหาเรื่องฝนฟ้าอะไรต่าง ๆ เราอยู่ที่นี่มันก็สะดวก เพราะเราได้ ขยับขยาย ในวันที่ ๓ เพราะเลขาธิการได้ปรึกษากับผมอย่างนั้น ผมก็เรียนให้ท่านสมาชิก ได้ทราบนะครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ ถ้ามีข้อจํากัดอย่างนั้นผมก็ ไม่ได้ขัดข้องอะไร เพียงแต่ว่าฝากท่านประธานได้ช่วยกรุณาดูในเรื่องของความไม่เหมาะสม ในบางประเด็นที่อาจจะเป็นข้อครหานินทา เพราะว่าตรงนี้มันเป็นที่สาธารณะ ถ้ามีงานเลี้ยง มีการสังสรรค์ที่มีความสนุกสนานเกรงว่าจะไม่เหมาะ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเราเคยจัดเลี้ยงงานอื่น เช่นงานรอมฎอนของศาสนาอิสลามเราก็เลี้ยงข้างล่างเป็นปกติทุก ๆ ปี ฉะนั้นเราก็ถือโอกาส เราก็รอมฎอนเหมือนกัน เป็นการรวมกัน ก็เรียนแจ้งให้ทราบนะครับ ก็ขอความกรุณา ขอความร่วมมือทุกท่านด้วยนะครับ ก็หวังว่าคงได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย แล้วก็แจ้งให้ สมาชิกทราบ ถ้ายังไม่ได้รับหนังสือก็ถือว่าผมแจ้งให้ทราบในที่ประชุมแล้วนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

ความจริงเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วตอนนี้เรามีอยู่ประมาณ ๗ เรื่อง ถ้าสภาเราจะพิจารณาให้เสร็จวันนี้ทั้ง ๗ เรื่องก็จะเป็นพระคุณ เพราะว่าเราจะได้ส่ง เรื่องนี้ไปให้วุฒิสภา วุฒิสภาเขาจะออกระเบียบวาระเพิ่มเติมในวันจันทร์ เพราะวุฒิสภาเขาก็ มีโอกาสประชุมวันจันทร์นะครับ ก็เรียนขอความร่วมมือจากเพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่าน เพราะท่านได้ลงแรงใช้สมองในการพิจารณากฎหมายที่ได้พิจารณาเสร็จแล้ว เช่น ร่างพระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. ..... ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครอง ผู้บริโภค (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค (ฉบับที่..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ตามลําดับ ถ้าจะกรุณาเร็วขึ้น ก็จะเป็นพระคุณอย่างสูง เพราะว่าเราได้ใช้มันสมองของทุกท่านในสภาแล้ว และเราก็ได้ ส่งไปให้ทางวุฒิสภา แล้วทางวุฒิสภาเขาจะได้ออกระเบียบวาระให้ทันวันจันทร์ เพราะเขา จะประชุมได้อีกครั้งเดียว ฉะนั้นก็จึงแจ้งให้ท่านสมาชิกที่เคารพได้ทราบ เพื่อท่านจะได้ ช่วยกันผลักดันกฎหมายที่เราทําให้มันสําเร็จลุล่วงไป ก็ขอขอบพระคุณนะครับ

คือผมได้รับหนังสือมาว่าขณะนี้ผู้บริหารสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ข้าราชการและพนักงานจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน คือจังหวัดของท่าน ส.ส. ชลน่าน ศรีแก้ว คือท่านก็เป็นนายแพทย์ด้วยนะครับ ท่านได้บอกผมแล้วว่าให้ผมได้มีโอกาส ได้พบปะกับท่าน ตอนนี้ก็ได้พบปะกับท่านแล้วนะครับ มีอะไรก็หาเสียงตอนนี้นิดหน่อย ไม่เป็นอะไรครับ เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขอบคุณท่านประธาน จริง ๆ ในจังหวัดน่าน มี ส.ส. ๓ ท่านครับ มี ส.ส. ดอกเตอร์วัลลภ สุปริยศิลป์ กับ ส.ส. สิริทร รามสูต ด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็มีท่านคนเดียวไปบอกผม อีก ๒ ท่านไม่ได้มา ผมก็เลยต้องบอกท่านคนเดียว

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ ผมทําหน้าที่ประสานครับ ท่าน ส.ส. สิรินทร รามสูต ก็นั่งอยู่ข้างบนครับ ต้องขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เรียนให้ที่ประชุมทราบนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๔.๓ ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ พ.ศ. .... ซึ่งค้างการพิจารณาเมื่อวานนี้

เชิญท่านกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

เมื่อท่านกรรมาธิการเข้า ประจําที่แล้ว เนื่องจากว่าการประชุมคราวที่แล้ว การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๒๕ (สมัยสามัญทั่วไป) เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๒๗ เดือนเมษายน พุทธศักรราช ๒๕๕๔ ที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่สอง โดยเริ่มต้นด้วยชื่อร่าง คําปรารภ แล้วเรียงตามลําดับมาตราจนถึงมาตรา ๗ ซึ่งมีการแก้ไข เมื่อคณะกรรมาธิการผู้ขอสงวน ความเห็น ผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ สมาชิกอภิปรายซักถามและคณะกรรมาธิการ ตอบชี้แจงจนได้เวลาพอสมควรแล้ว เนื่องจากยังมีกรรมาธิการผู้ขอสงวนความเห็น คือคุณขจิตร ชัยนิคม ยังยืนยันที่จะขอสงวนความเห็นประธานของที่ประชุม คือท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย ได้สั่งให้เลื่อนการลงมติในมาตรา ๗ มาดําเนินการต่อไปในวันนี้ ดังนั้นผมขอดําเนินการต่อเลยนะครับ คุณขจิตรยังติดใจอยู่หรือจะถอนครับ

นายขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ ผมได้อภิปรายไปแล้วว่าคุณสมบัติของผู้ที่จะมีสิทธิสมัครหรือได้รับการเสนอชื่อ เพียงแต่เสนอชื่อก็อย่าใช้เป็นเครื่องกีดกันองค์การที่เขาตั้งมายังไม่ถึง ๑๐ ปี ผมก็ยังยืน ความเห็นนี้ เพราะว่าเพียงให้โอกาสเรายังจะไม่ให้โอกาส การตั้งมา ๕ ปีมันไม่ได้หมายความ ว่าคนที่ทํางานนาน ๆ แล้วก็มีอะไรแปลกใหม่มันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น องค์กรที่เขา ตั้งใหม่ ๕ ปีเขาอาจจะมีเทคโนโลยี มีวิธีการ มีองค์กรขนาดใหญ่กว่า แล้วต้องให้เขารออีก ๑๐ ปี ผมคิดว่ามันนานเกินไป แล้วมันเป็นวาระแรกของกฎหมาย กฎหมายนี้เป็นกฎหมายใหม่ นะครับท่านประธาน ไม่ได้เป็นกฎหมายเก่าที่แก้ไขปรับปรุง เพราะฉะนั้นด้วยความบริสุทธิ์ใจ ผมคิดว่าถ้าสภาจะตัดสินอย่างไรก็ให้เป็นเรื่องสภา ผมคิดว่าการตัดโอกาสคนเป็นเรื่องที่ ผมคิดว่าสําคัญ ผมยังยืนความเห็นเดิมว่าจะต้องมีประสบการณ์ ๑๐ ปีครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือที่ผมเรียนมันพอจะออมชอม ลดหลั่นอะไรต่าง ๆ พอที่จะเพิ่ม จะลดอะไรพอเป็นไปได้ไหม เพื่อไม่ต้องโหวต (Vote) ครับ

นายขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ

ผมก็ยืนอยู่ที่ ๕ ปีครับ ถ้าอยู่ที่ ๗ ปี ผมก็พอจะรับได้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ว่าอย่างไรครับท่านประธาน พอจะออมชอมกันได้กระมังครับ ลดเหลือสัก ๖ ปีเป็นอย่างไรครับ เอา ๘ ปีหรือครับ เอาละ ๘ ปีก็ ๘ ปี เรายังไม่ตายจากกันนะครับ ๘ ปี คุณขจิตรครับ ๘ ปีก็ ๘ ปีนะครับ คุณชนะแล้ว ๒ ปี ถอนเถอะครับ

นายขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมคิดว่าใน ๕ ปีมันก็ เยอะแล้วนะครับ ด้วยความเป็นจริงก็คือว่าองค์การที่ทํางานในด้านนี้ถ้าเขาเริ่มทํางานจริงจัง มา ๕ ปี แล้วองค์ความรู้ข้อที่เสนอนี่เป็นความเห็นประกอบเท่านั้น แล้วทําไมเราต้องมา ตั้งคุณสมบัติจํานวนปีมากมายเยอะแยะ ผมไม่ได้เอาชนะอะไรหรอกครับท่านประธาน แต่ผม ว่าด้วยเหตุด้วยผล การเขียนกฎหมายถ้าเขียนเพื่อกีดกันโอกาสคน ผมคิดว่าในชีวิตผม ผมจะไม่ทํา ผมเคยเป็นคนที่อายุไม่มาก อายุ ๒๐ ปี ๓๐ ปี ผมเจ็บปวดมากกับกฎเกณฑ์ ที่ไม่ให้โอกาสคนรุ่นใหม่เข้ามา เวลานี้ผมเป็นคนที่อายุ ๖๐ ปีแล้ว แล้วผมมาเขียนนี้ มันทํานองว่าใครทําก่อน ใครทํามาหลายปีจะได้โอกาส แต่คนทํามาน้อยคนที่เกิดมาทีหลัง ขาดแม้แต่โอกาสจะเข้ามาแข่งขัน ผมว่าไม่ถูกต้องครับท่านประธาน ถ้าได้ผมขอเป็น ๗ ปี ก็แล้วกันครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอไปได้ไหมครับท่านประธาน ท่านประธานยืนยันหน่อย

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ พ.ศ. .... ดิฉันขอบคุณคุณขจิตร แล้วดิฉันเข้าใจความคิดว่าเปิดโอกาสให้คนอายุ น้อยหน่อยได้มีโอกาสที่จะเข้ามาแข่งขัน ดิฉันก็คิดว่ากรรมการก็อยากจะได้คนที่มีคุณสมบัติมาก สักนิดหนึ่ง เพราะว่าเป็นโครงการใหญ่ แต่ว่าเมื่อคุณขจิตรคิดว่าขอเป็น ๗ ปี ทางคณะกรรมาธิการ ก็ไม่ขัดข้องค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณขจิตรพอใจนะครับ ๗ ปีนะครับ ต่อไปเชิญเลขาธิการต่อมาตรา ๘ ครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๘ มีการแก้ไข

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ติดใจเชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในมาตรา ๘ ผมขออนุญาตใช้สิทธิของสมาชิกตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ ต่อกรณีที่ท่านคณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไข ผมมีข้อสงสัยที่จะเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการ

ประเด็นที่ ๑ ท่านเปลี่ยนจากคําว่า ผู้แทน ไปเป็นตําแหน่งจริงก็คือ ตัวปลัดกระทรวง ในความเห็นผมเองไม่ได้ขัดข้องนะครับ เพราะเราเขียนไว้ในมาตรา ๙ แล้ว ว่าต้องทําให้เสร็จภายใน ๑๒๐ วัน ที่คณะกรรมการคัดเลือกนี้จะไปดําเนินการ ข้อจํากัดเรื่อง ให้ปลัดกระทรวงมาเป็นกรรมการ ทางคณะกรรมาธิการได้มีการตรวจสอบ สอบถามหรือไม่ ว่าเขามีข้อจํากัดหรือไม่ เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วผมเชื่อว่าการที่ปลัดกระทรวง ๗-๘ กระทรวง จะเข้ามาประชุมร่วมกันมันคงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะลําบากพอสมควร นี่ประการที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ข้อคําถามผม กรณีท่านไปตัด (๕) กับ (๘) ออก ร่างเดิมใช้คําว่า ผู้แทนกระทรวงพลังงาน ใน (๘) เป็นผู้แทนของกระทรวงอุตสาหกรรม ออก ท่านเติมคนใหม่ เข้ามา ปลัดสํานัก ผมไม่ได้ติดใจครับ เพราะไม่มีปัญหาอะไร แต่ถามว่าเหตุผลที่ท่านตัดออก เพราะอะไร ถ้าเทียบเคียงคณะกรรมการจัดการการคัดเลือกชุดนี้นะครับ ก็คงจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้องานพอสมควรที่จะไปคัดเลือกเอากรรมการที่มาจากภาคเอกชนก็ดี จากภาคสถาบันศึกษาก็ดี เข้ามาเป็นกรรมการองค์การอิสระ ถามว่าร่างเดิมเราก็ให้ความสําคัญ กับเนื้องาน ผู้มีส่วนได้เสียทั้งภาคเอกชนแล้วก็ผู้แทนของสถาบันศึกษา นั่นเราให้โอกาสเขา อยู่แล้ว มาเป็นผู้คัดเลือกด้วย เราเห็นความสําคัญเรื่องของสิ่งแวดล้อม เรื่องของผู้คน แล้วก็ ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ชื่อใหม่ ผมไม่แน่ใจว่าท่านได้ไปดู ตรงนี้หรือเปล่า เพราะว่าตอนนี้เขามีพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนชื่อไปแล้วนะครับ กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แต่คงไม่เป็นไรครับ ก็คงไปเปลี่ยนตามได้ มีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้วก็ให้เนื้องานเขาไป เพราะเขาเกี่ยวกับ เรื่องนี้โดยตรง เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่จะมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ เราให้กระทรวงสาธารณสุขเข้ามา ท่านก็คงอยู่ ผมถามว่ากระทรวงพลังงาน กับกระทรวงอุตสาหกรรม เนื้องานเดิมที่เราให้ความสําคัญ เนื่องจากว่าเขาต้องดูในลักษณะ งานเฉพาะของเขาที่มีผลกระทบ ผลกระทบด้านสุขภาพ ด้านสิ่งแวดล้อมนี้ บริบทของ กระทรวงอุตสาหกรรมกับกระทรวงพลังงานก็มีความสําคัญ ผมก็เลยอยากจะทราบเหตุผลว่า ท่านตัดออกเพราะอะไร คนเหล่านี้ไม่มีความสําคัญหรืออย่างไร หรือว่ามีคนอื่นสามารถ ทําแทนได้ โดยเฉพาะกระทรวงพลังงาน ท่านประธานครับ ดูเสมือนว่าไม่ค่อยเกี่ยวข้อง แต่ว่า โครงการขนาดใหญ่ทั้งหลายที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน เกิดจากกระทรวงพลังงานครับ ผมยกตัวอย่าง ง่าย ๆ ครับ สร้างเขื่อนพลังงานไฟฟ้าครับ เขื่อนแก่งเสือเต้นยังไม่ลงรอยกันเพราะอะไรครับ เพราะเรื่องนี้ครับ ก็เป็นคําถาม ๒ คําถามที่จะกราบเรียนผ่านท่านประธานไป อยากให้ คณะกรรมาธิการชี้แจงครับ ด้วยความขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชิญครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ในวาระนี้ยังไม่ติดใจครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านกรรมาธิการ ช่วยชี้แจงเลยครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานคะ ขอตอบคําถามท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านมีความคิดที่ลึกซึ้ง แล้วก็ถูกต้องแล้วค่ะ ที่เราอยากเห็นผู้ที่จะมาเป็นกรรมการสรรหาน่าจะอยู่ในระดับ ปลัดกระทรวง เพื่อที่จะคัดเลือกคนที่มาเป็นกรรมการได้แม่นยําแล้วก็ถูกต้อง อันนั้นจึงได้ เปลี่ยนจากเป็นผู้แทนซึ่งอาจจะเป็นใครก็ได้มาเป็นปลัด สําหรับข้อที่ ๒ ที่บอกว่าทําไม ตัด ๒ กระทรวงออกไป คือกระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านประธานคะ ท่านนายแพทย์ชลน่านคิดถูกมาก ว่า ๒ กระทรวงนี้มีโครงการใหญ่มาก ๆ ก็จะเป็นโครงการ ที่จะต้องเข้าสู่การพิจารณา เพราะฉะนั้นจะมีส่วนได้เสีย เพราะว่าอย่างที่บอกว่ากระทรวงพลังงาน โครงการมโหฬาร เขื่อนแก่งเสือเต้นหรืออะไรนี้ก็ยังไม่ผ่าน อันนั้นโครงการ ๒ กระทรวงนี้ จะมีโครงการที่จะมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชน เพราะฉะนั้นเราจึงคิดว่าผู้ที่จะมา คัดเลือกกรรมการนี้ไม่น่าจะมีส่วนได้เสียของโครงการของงานของตัวเองค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอไปได้ไหมคุณชลน่าน เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ ด้วยความเคารพอย่างยิ่งนะครับ เพราะแนวคิดคณะกรรมาธิการกับแนวคิดของผู้ยกร่าง และแนวคิดของตัวผมเองต้องยอมรับว่าไปคนละทิศทางกัน ท่านมองว่าผู้มีส่วนได้เสีย ไม่ควรจะมีส่วนร่วมในการที่จะคัดเลือกคณะกรรมการองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ชุดนี้ แต่ว่าท่านประธานครับร่างเดิมที่เราเขียนมา เราเอาคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยตรง หรือมีส่วนได้เสียโดยตรงเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น (๑) ท่านประธานดูนะครับ (๑) เป็นผู้แทนองค์การเอกชน (๒) เป็นผู้แทนสถาบันการศึกษาที่จัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม และด้านสุขภาพ หรือด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย ใช้คําว่า ปลัด นะครับ ผมไม่ติดใจเรื่องปลัด ยกไปครับ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ถือว่า มีส่วนได้เสียโดยตรง คือแนวคิดเดิมจากผู้ร่าง ผู้ยกร่างที่สภาผู้แทนราษฎรรับร่างนี้ไป เป็นร่างสภาผู้แทนราษฎรส่งให้ท่าน ร่างนี้เป็นร่างคณะกรรมาธิการร่างเดิมของสภาผู้แทนราษฎร เรานะครับ เรายอมรับว่าเราให้โอกาสผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงเข้ามาเป็นผู้คัดเลือก ยกเว้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานที่ปรึกษาสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติเท่านั้นเอง นอกนั้นจะมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง วงเล็บที่ท่านเพิ่มมาใหม่ ปลัดสํานัก อาจจะไม่โดยตรงนะครับ อย่างนี้ไหมครับท่านประธาน ผมไม่อยากให้ยืดยาวและไม่อยากให้ มีการลงคะแนน เพราะแนวคิดเดิมเราเป็นอย่างนั้น แต่ว่าแนวคิดคณะกรรมาธิการเป็นอีก ฟากหนึ่ง แต่คิดซีกเดียวครับ ไม่ได้คิดทั้งหมด ไม่อย่างนั้นท่านก็ต้องไปเปลี่ยนทั้งหมดเลยนะครับ ถ้าบอกว่าไม่เอาผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงไปคัดเลือกก็ต้องเปลี่ยนให้หมดเลย ต้องไม่เกี่ยวข้องเลย แต่ว่ามุมที่ผู้ร่างกับผมเองมองนี้ เรามองเอาผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในเนื้องานเข้ามาคัดเลือก กรรมการ เพราะเขาจะได้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวข้องโดยตรง แล้วคัดเลือกมา ผมไม่เชื่อนะครับท่านประธาน ว่าปลัดกระทรวงในฐานะเป็นผู้คัดเลือกคนหนึ่งในจํานวน ๑๔ คนนี้ เมื่อเลือกกรรมการแล้วจะมีผลต่อเรื่องของการสร้างเขื่อน เช่นการสร้างเขื่อน แก่งเสือเต้น เพราะว่ากรรมการที่ได้มานี้จะเป็นผู้ให้ความเห็นประกอบเท่านั้นเอง เป็นการ ให้ความเห็นประกอบนะครับ ไม่ได้หมายความว่าการที่จะเป็นความเห็นประกอบนั้น ถ้าสมมุติคณะกรรมการองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสุขภาพเขาชี้ว่ามันมีผลกระทบ อย่างนั้นอย่างนี้ มันก็เป็นเชิงการแนะนํา เชิงการปรับปรุงและพัฒนา เมื่อเขาชี้ว่ามัน มีผลกระทบ คุณก็ต้องไปปรับแก้ คุณไม่มีสิทธิอนุญาต อนุมัติใด ๆ ทั้งสิ้นเลย ถ้าเขาชี้ว่าเป็น ใช่ไหมครับ นั่นคือกระบวนการการทํางาน ผมเลยกราบเรียนท่านประธานครับ ผมอยากให้ คณะกรรมาธิการได้ปรับ อย่างน้อยคงร่างเดิมเอาไว้ ท่านจะเพิ่มใครเข้ามาผมไม่ได้ติดใจครับ คณะกรรมการสรรหาจะเป็น ๑๕ คนก็ได้ครับไม่เป็นอะไร ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ แนวคิดนี้อยากให้คงร่างเดิมครับจะได้ไม่ยุ่งยาก กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เป็นไปได้ไหมครับ เชิญครับ

นางสาวธํารงค์ลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธํารงลักษณ์ ลาพินี ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการค่ะ ขออนุญาตกราบเรียนเหตุผลในการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา อีกครั้งหนึ่งนะคะ ที่จริงแล้วหลักการในมาตรา ๘ ที่ให้มีกรรมการจัดการการคัดเลือก กรรมการชุดนี้ไม่ได้มีหน้าที่ไปคัดเลือกกรรมการนะคะ เขาเป็นคนที่จะเป็นพี่เลี้ยงเข้ามาดึงตัว ผู้แทนขององค์การเอกชนกับสถาบันอุดมศึกษาให้มาเลือกกันเอง เขาเป็นแค่คนจัดการประชุม ของ ๒ องค์การนี้เข้ามานะคะ ซึ่งหน้าที่หลักของตัวคณะกรรมการตามมาตรา ๘ นี้จะอยู่ที่มาตรา ๙ ก็คือเขาจะต้องไปทํา หน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของคนที่ได้รับการเสนอชื่อมา ซึ่งในส่วนขององค์ประกอบ ที่กําหนดไว้แต่เดิมเนื่องจากว่าคณะกรรมาธิการเห็นว่าในวรรคสองของมาตรา ๘ นี้ กําหนดว่า คณะกรรมการจัดการการคัดเลือกคือผู้ที่จะเข้ามาเป็นกรรมการ ต้องไม่เป็นผู้ดํารงตําแหน่ง หรือกรรมการในห้างหุ้นส่วน บริษัท นิติบุคคล หรือหน่วยงานของรัฐที่มีการดําเนินโครงการ หรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ตรงข้างหลังนี้ ตรงหน่วยงาน ของรัฐที่มีการดําเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรง ตอนร่างเดิม ที่รัฐบาลเสนอมาก็จะมีกระทรวงอุตสาหกรรมกับกระทรวงพลังงานที่อาจจะเข้าข่ายเป็น หน่วยงานของรัฐที่เขามีการดําเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน อย่างรุนแรง ซึ่งในระยะตอนต้นแนวคิดว่าเขาอาจจะเสนอผู้แทนของตัวกรมอื่นที่อยู่ ในกระทรวงที่ไม่รับผิดชอบโครงการโดยตรง แต่ก็เกรงว่าจะมีข้อโต้แย้ง คณะกรรมาธิการ ก็เลยตัดของกระทรวงพลังงานกับกระทรวงอุตสาหกรรมออก เพื่อไม่ให้ขัดกับข้อกําหนด ในวรรคสองของร่างมาตรา ๘ สําหรับกระทรวงต่าง ๆ ที่กําหนดให้เป็นผู้แทนมีที่มาที่ไป ที่ขออนุญาตนําเรียนนิดหนึ่งนะคะ สําหรับตัวปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เชื่อมโยงกับท่านนายกรัฐมนตรีที่รักษาการ ส่วนกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เอาเข้ามา เนื่องจากว่าที่ดิฉัน เรียนว่าตรงตัวคณะกรรมการต้องไปตรวจสอบเรื่องคุณสมบัติ กระทรวงพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์เขาจะเป็นหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนขององค์กรชุมชน ซึ่งจะเป็นผู้แทน ของตัวองค์การเอกชนที่จะได้รับการเสนอชื่อมา สําหรับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมเขาจะเป็นคนขึ้นทะเบียนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นอีกหน่วยงานหนึ่ง ที่มีข้อมูล มีฐานข้อมูลที่จะมาตรวจสอบได้ สําหรับกระทรวงมหาดไทยก็จะเป็นคล้าย ๆ ลักษณะของผู้แทนของท้องถิ่น รวมทั้งจะเป็นคนที่รับจดทะเบียนมูลนิธิหรือสมาคม ที่ดําเนินการด้านสิ่งแวดล้อมขององค์การเอกชนเช่นเดียวกัน สําหรับกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีกับกระทรวงสาธารณสุขเห็นว่ามีความเกี่ยวข้อง แล้วก็มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ทางด้านสุขภาพหรือว่าการประเมินผลกระทบต่าง ๆ ส่วนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กับสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อย่างที่ท่านสมาชิกได้กรุณาเรียนชี้แจง ว่าเขาเป็นองค์กรกลาง แล้วก็เป็นหน่วยงานที่ทําหน้าที่เป็นผู้แทนของชุมชน ซึ่งเป็นบทบาท ที่เกี่ยวเนื่องกับทางภาคชุมชนนะคะก็เลยเอาเข้ามา ส่วนของ (๑) (๒) เรื่องผู้แทนของ องค์การเอกชนกับสถาบันอุดมศึกษานี้ที่เอาเข้ามา เพราะว่าในตัวคณะกรรมการเขาอยากให้ เข้ามาเป็นตัวแทนของคนที่จะเข้ามาดําเนินการจัดการคัดเลือก อย่างน้อยก็ให้มีตัวแทนของเขา เข้ามามีส่วนร่วมในตอนต้นค่ะ ทางคณะกรรมาธิการก็เลยเห็นว่าในส่วนที่ปรับปรุงแก้ไขมา น่าจะเหมาะสมแล้วก็มีที่มาที่ไปนะคะ ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณไพจิตยังติดใจอยู่ไหมครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ความจริงรายละเอียดที่คณะกรรมาธิการได้ไปปรับหรือเพิ่มขึ้น องค์ประชุมเราบอบบางมาก อะไรพอที่จะผ่อนปรนกันได้ก็รับกันเสีย ในชั้นวุฒิสภาเขาก็ทําอีกรอบหนึ่งอยู่แล้ว ผมเห็นตาม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ที่ได้เสนอไว้ แท้จริงคําที่เขียนเพื่อจะให้มี สมมุติขาดกระทรวง อะไรที่จะต้องปรับออก ถ้ามันมีความจําเป็น มีความสําคัญจํานวนก็ยืดหยุ่นได้อยู่แล้ว คณะกรรมการที่จะไปจัดนั้นมีความสําคัญ แล้วถ้าลงไปถึงรายละเอียดต้องเขียนล็อก (Lock) ว่าต้องเป็นปลัดกระทรวงเท่านั้นก็จะมีข้อจํากัดอีก ผมเห็นว่าเวลาตั้งองค์กรอะไร ตั้งสถาบัน ที่จะมาทําเรื่องคณะกรรมการก็จะไปให้ความสําคัญกระทรวง แต่ว่าโดยส่วนใหญ่เวลาประชุม ท่านปลัดกระทรวงทั้งหลายเขามีงานล้นฟ้าล้นแผ่นดินอยู่แล้ว ไม่ไปหรอกครับ เพราะฉะนั้น ท้ายที่สุดก็จะมีการขาด ก็จะมีตัวแทนจากเอกชน ตัวแทนจากอุดมศึกษาแล้วก็ตัวแทน ของปลัด ที่จําเป็นท่านก็ล็อกไปกัน แล้วข้อใหญ่ใจความคนอื่นก็ไปแทนไม่ได้ พอไปแทนไม่ได้ องค์ประชุมก็จะไม่เกิด การจะเกิดเท่าไรก็ล็อกจํานวนให้เกินครึ่งหนึ่ง ก็เอาเฉพาะเท่าที่จะมา ก็ทําให้ความคิดที่จะบริหารองค์กรนี้ขาดความรอบคอบ ร่างเดิมที่สภาเห็นชอบนี่ไม่ใช่ว่า แต่ละกระทรวงเขาจะตั้งผู้แทนไปแบบขาดหลัก ขาดเกณฑ์ ก็จะบอกนะครับ ปลัดไม่ไป รองปลัดที่รับผิดชอบดูแลคือใครที่จะต้องไปก็จะมอบกันมาแบบนี้ ก็มีหน้าที่ที่จะโหวตได้เลย ถ้ามาแบบนี้มีผู้แทนกระทรวงโดยปลัดกระทรวงมอบหมาย แต่ว่าคณะกรรมาธิการก็ไปตัด คําว่า ผู้แทน ออกหมด ยิ่งใช้คําว่า ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลย นี่ขนาดใหญ่เลยนะครับ ก็ต้องมาด้วยตนเองอีก ถึงจะเป็นองค์ประชุม ถึงจะใช้สิทธิในการ ที่จะมาคัดเลือกกรรมการองค์กร ผมคิดว่ามีความสําคัญนะครับ ท่านว่าอย่างนี้ ท่านเหล่านี้ จะต้องมานั่งโหวตเสียงเท่ากันกับเสียงของผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ด้านสุขภาพ ด้านละ ๑ คนนี้มานั่งโหวตด้วยกัน ประธานสภาที่ปรึกษา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมานั่งโหวตด้วยตนเอง ผมว่าเรื่องทั้งหมดนี้ก็ยังเห็นตามว่า ข้อที่ ๑ ที่ตัดออกอย่าไปตัด ถ้ายังจําเป็นว่าจะต้องใช้ใครแทนนี้เพิ่มเสีย ข้อที่ ๒ ใช้คําว่า ผู้แทน ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จะออกทางไหนดี เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ท่านประธาน เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ผมฟังคําชี้แจงจากท่านกรรมาธิการ ได้กรุณายกวรรคสองของมาตรา ๘ ขึ้นมาเป็นข้ออ้าง แล้วก็โยงไปว่าถ้าเอา ๒ กระทรวงนี้ เข้ามา จะมีคุณสมบัติขัดกับวรรคสองซึ่งเขียนว่า กรรมการจัดการการคัดเลือกต้องไม่เป็น ผู้ดํารงตําแหน่ง หรือเป็นกรรมการในห้างหุ้นส่วน บริษัท นิติบุคคล หรือหน่วยงานของรัฐ ที่มีการดําเนินการโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างร้ายแรง ท่านประธานครับ ตอนแรกผมเองเข้าใจว่าคณะกรรมการชุดนี้มีผลต่อการคัดเลือกกรรมการ องค์การ แต่พอมาดูในอํานาจหน้าที่ก็มีผลทางอ้อม เพราะเป็นคนกําหนดกฎเกณฑ์ รายละเอียดกติกาและจัดการให้มีการคัดเลือกเข้ามา ถ้าพูดอย่างนี้คําว่า ปลัด ไม่จําเป็นเลย ผมกลับมาที่เดิมเลยนะครับ คําว่า ปลัด ไม่จําเป็นเลย เพราะตรงนี้เองคณะกรรมการกําหนด กฎเกณฑ์กติกาต่าง ๆ ที่จะเข้าสู่กระบวนการเท่านั้นเอง ปลัดมานั่ง คนที่ทํางานแทนปลัด คือคนที่มีความรู้จําเพาะที่จะเป็นผู้แทนนี่ละครับ เอาเข้ามาไม่ดีกว่าหรือครับ นี่ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ การอ้างวรรคสอง ถ้าอ้างอย่างนี้ท่านไม่มีทางทําอะไรได้เลย ทั้ง ๑๐ วงเล็บ หรืออย่างน้อย ๖ วงเล็บ ทั้งหมด ๑๐ วงเล็บนี้ ยกเว้น (๒/๑) ที่ท่านเติม มาใหม่นี้ ท่านทําอะไรไม่ได้เลย เนื่องจากว่ากฎหมายฉบับนี้เขาตราขึ้นมาเพื่อคุ้มครอง สุขภาพ คุ้มครองเรื่องความเป็นอยู่ เรื่องสุขภาพอนามัย เรื่องคุณภาพชีวิตของพี่น้อง ประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการที่มีผลกระทบต่อชุมชนอย่างร้ายแรงเท่านั้น รัฐธรรมนูญเขียนอย่างนั้นนะครับ ถ้าไม่ร้ายแรงไม่จําเป็น ผมยังตําหนิด้วยนะครับ กฎหมาย ฉบับนี้คําว่า ร้ายแรง ไม่ได้นิยามไว้ แต่ว่าไปอาศัยกฎหมายฉบับอื่นเขียนเอาไว้รองรับเรียบร้อย เรื่องของสิ่งแวดล้อม ตรงนั้นมีอยู่แล้วกําหนดออกมาว่าอะไรที่รุนแรงหรือไม่รุนแรง แต่ประเด็นตรงนี้ ท่านประธานครับ ถ้าท่านเขียนอย่างนี้ ท่านอ้างอย่างนี้ท่านจะไปตีตัวเอง ข้างบนทั้งหมดท่านทราบได้อย่างไรว่าโครงการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมไม่รุนแรง ถ้าไม่รุนแรงไม่เข้าประเด็นครับ ไม่เกี่ยวเลย ไม่อยู่ในกฎหมายฉบับนี้นะครับ มันเป็นการอ้างที่ผมฟังไม่ได้ ท่านประธานครับ ต้องขออภัยที่พูดตรง ๆ อย่างนี้ มันไม่ใช่เหตุ ไม่ใช่ผลครับ คําว่า รุนแรง ตรงนี้มันเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและต้องตรากฎหมาย พวกนี้มารองรับ ถ้าไม่รุนแรงเขาไม่เอามาเข้าข่ายหรอกครับ ไม่ต้องให้ความเห็นประกอบเลย

ประเด็นที่ ๓ ผมถามว่าบรรดากระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ในฐานะ ฝ่ายบริหารเขามีโครงการแผนงานที่จะลงพัฒนา เอาตรง ๆ เลย อุตสาหกรรมมาบตาพุด ท่านว่าเขาเป็นหน่วยงานรัฐที่เป็นคนดําเนินการตามวรรคสองหรือไม่ ท่านตีความอย่างนั้น ใช่ไหมครับ มาบตาพุดนี้ท่านว่ากระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหน่วยดําเนินงานใช่ไหมครับ เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนภูมิพลที่เป็นเขื่อนพลังงานไฟฟ้าของกระทรวงพลังงาน ท่านว่ากระทรวง พลังงานเป็นผู้ดําเนินการหรือครับ จริงอยู่ครับในระบบบริหารจัดการกระทรวงพลังงาน เป็นผู้ดําเนินการของบประมาณ ขออนุมัติงบประมาณจากสภาเอาไปทํา เขาเป็นหน่วยงาน ดําเนินการตามคํานิยามของท่านหรือไม่ ถ้าท่านคิดอย่างนั้นแล้วท่านไม่ได้เลยนะครับ มาตรา ๘ นี้ก็มีจํากัดแล้วนะครับ จะไปมาตราอื่นไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นผมเองไม่เห็นด้วยกับท่าน ถ้าเป็นไปได้นะครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพเลย คืนร่างเดิม จะเติมผู้แทน หรือปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีมาผมไม่ได้ติดใจ เพราะท่านเห็นว่าอาจจะเป็นภาพรวม ผมว่า ก็ง่ายครับ ผมว่าก็ง่ายกว่าครับ ที่ท่านไม่เขียนอย่างนี้เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าคนเหล่านี้ เขาจะเป็นคนที่มากําหนดคุณสมบัติ ถ้าท่านไม่เอาคนที่มีความรู้ด้านอุตสาหกรรมมา ท่านไม่เอา คนที่มีความรู้เกี่ยวกับด้านพลังงานมา ท่านจะมากําหนดคุณสมบัติได้อย่างไร ท่านจะมาเขียน ข้อกําหนดได้อย่างไรครับ ท่านเขียนปุ๊บท่านก็ไปขอจากเขาอยู่ดี คือเวลาท่านชี้แจงแล้ว ท่านก็ตีกันในตัวเอง ผมฟังไม่ขึ้น เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพท่านประธานครับ คืนร่างเดิม จะเติมอันใหม่เข้าไปตามความเห็นคณะกรรมาธิการผมไม่ติดใจครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คณะกรรมาธิการครับ เป็นไปได้ไหมครับ เชิญคุณจุลพันธ์ครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าผมเองเห็นคล้อยตามกับเพื่อนสมาชิกท่านชลน่าน ศรีแก้ว และท่านไพจิต ศรีวรขาน แต่จะมีประเด็นที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยนะครับ ในเบื้องต้นที่ท่านได้ปรับแก้มานี้ที่ผม ไม่ใช้สิทธิในรอบแรกนั้น เพราะสิ่งที่ผมกังวลที่สุดคือเรื่องของสัดส่วนและความสมดุล ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนและสถาบันอุดมศึกษา ที่ได้มีการร่างไว้ในวาระที่หนึ่ง ที่สภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านไป ถ้าสังเกตดูให้ดีจะมีผู้แทนองค์การเอกชนกับสถาบันอุดมศึกษา รวมแล้ว ๖ ท่าน มีสัดส่วนของราชการ ซึ่งเป็นผู้แทนกระทรวงอีก ๖ ท่าน อีก ๒ ท่านดูแล้ว จะเป็นคนกลาง คือคนที่มาจากสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกับคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๖ ท่าน และ ๒ ท่าน ถ้ามีการปรับแก้อย่างที่ได้พยายามอภิปรายกันไป ซึ่งผมเห็นคล้อยตามด้วย นั่นคือกลับร่างเก่า แต่เมื่อกลับร่างเก่าแล้วถ้าท่านยังจะคงยึดกับ ตัวแทนของสํานักปลัด สํานักนายกรัฐมนตรีกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไป ผมเกรงว่านั่นจะทําให้ความสมดุลที่มีอยู่เสียไป สัดส่วนของฝ่ายราชการที่มีอยู่ในนี้มันจะ เพิ่มเป็น ๘ คนทันที ๘ : ๖ : ๒ นั่นคือทําให้ความสมดุลในการที่จะเข้าไปบริหารจัดการนั้น มันเสีย ท่านบอกว่าไม่มีผล เพราะว่าในที่สุดแล้วกรรมการเลือกกันเอง ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพว่ามันเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าในมาตราต่อไปคือมาตรา ๙ ท่านก็กําหนดให้ กลุ่มบุคคลเหล่านี้ที่เป็นกรรมการสรรหาคัดเลือกนี้ ก็ต้องไปนั่งกําหนดหลักเกณฑ์วิธีการ ในการคัดเลือก ต้องไปนั่งกําหนดขั้นตอนรวมถึงระยะเวลาอะไรต่าง ๆ นานา ซึ่งนั่นละครับ คือตัวปัจจัยที่จะได้มาซึ่งบุคคลใด ๆ ก็ตาม ที่จะเข้ามาเป็นกรรมการขององค์การอิสระ องค์การใหม่องค์การนี้ ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าถ้าจะกลับไปร่างเก่า ท่านยอม เสียสละเถอะครับ ตัวแทนจากสํานักปลัด สํานักนายกรัฐมนตรีกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีจะบอกว่าสํานักปลัด สํานักนายกรัฐมนตรีเข้ามาเพื่อที่จะเชื่อมโยงไปยัง นายกรัฐมนตรี หน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานอิสระอยู่แล้ว ไม่มีความจําเป็น ในที่สุดเมื่อคัดเลือกกัน เสร็จแล้ว ได้รายชื่อมาก็ส่งให้นายกรัฐมนตรีเพื่อผ่านสภา มันก็ไม่มีผลอะไรที่จะมีความ จําเป็นจะต้องบรรจุตัวแทนของเขามาตั้งแต่ในขั้นต้น ผมก็กราบเรียนด้วยความเคารพว่า ขอให้ท่านได้โปรดกลับร่างเก่าโดยไม่ต้องเพิ่มคนใหม่เข้ามา เพื่อให้มันเสียองค์ประกอบที่มัน เคยได้สัดส่วนกันดีอยู่แล้วครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ยังยืนยันอยู่ใช่ไหมครับ ผมจะถามมติที่ประชุมแล้วนะครับ เชิญครับ

นางผุสดี ตามไท กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานชี้แจงเพื่อนสมาชิกอีกสักนิดหนึ่งได้ไหมคะ ขออนุญาตโน้มน้าวจูงใจนะคะ

ประเด็นที่ ๑ ในสัดส่วนแม้ว่าคณะกรรมาธิการจะปรับจากกระทรวงพลังงาน และกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว ก็ยังคงเป็นภาคราชการอยู่ดี เพราะฉะนั้นในประเด็นที่ ๑ สัดส่วนไม่ได้เปลี่ยนแปลงแต่ประการใด

ประเด็นที่ ๒ ที่พูดถึงเรื่องของการมีส่วนได้ส่วนเสียนั้นที่จริงในคณะกรรมาธิการ ก็มีตัวแทนที่มาจากคณะกรรมการ ๔ ฝ่าย ซึ่งขณะนี้ได้ทํางานกันอย่างหนักมากเพื่อที่จะ แก้ไขปัญหามาบตาพุด เพราะฉะนั้นหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นบทเรียนมาจากการทํางานของ คณะกรรมการ ๔ ฝ่ายนั้นได้ถูกถ่ายทอดมาสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ซึ่งจริง ๆ แล้ว กระทรวงต่าง ๆ เหล่านี้ แม้ว่าท่านเห็นว่าถ้าเอาออกแล้วอาจจะไม่มีความรู้ความชํานาญ แต่ว่าโอกาสความเสี่ยงของการที่จะไปขัดกับในวรรคสอง ที่พูดถึงเรื่องหน่วยงานของรัฐ ที่มีการดําเนินการโครงการหรือกิจกรรม ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงนั้น มันไม่ได้เป็นเพียงข้ออ้างแต่ประการใด แต่เป็นความห่วงกังวลในเรื่องของความเสี่ยง เพราะโครงการหลายโครงการเท่าที่ปฏิบัติกันมานั้น ก็จะเป็นเรื่องของอุตสาหกรรมและเป็น เรื่องของพลังงานค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นนั่นก็คือเหตุผลอันใหญ่ แต่ท่านประธานคะ ทางคณะกรรมาธิการได้ปรึกษาหารือกัน แล้วก็ยินดีที่จะปรับในเรื่องของคําว่า ผู้แทน นะคะ คือไม่จําเป็นจะต้องเป็นปลัดอีกต่อไป ก็ใช้คําว่า ผู้แทน แต่ว่าในเรื่องของกระทรวง ๒ กระทรวงนั้น ที่ตัดออกคือกระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรมนั้น คณะกรรมาธิการก็ยังขออนุญาต ยืนยันอย่างนี้ละค่ะ ด้วยเหตุที่ว่ามันเป็นประสบการณ์โดยตรงจากตัวแทนที่มาจากคณะกรรมการ ๔ ฝ่าย ซึ่งเล่าให้พวกเราฟังแล้ว ก็คิดว่าในท้ายที่สุดนั้นคณะกรรมาธิการคิดอยู่เสมอว่าดีที่สุด สําหรับสังคมนั้นคืออะไรในแง่ของการดําเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ ดิฉันก็เลยจะขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานนะคะ ขออนุญาตเรียนชี้แจงเพื่อนสมาชิกด้วย ขอรอมชอมกัน สักนิดหนึ่งได้ไหมคะ เพื่อที่จะให้มันเดินหน้าต่อไป ขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เป็นไปได้ไหม ตัดคําว่า ปลัด ออก เป็นคําว่า ผู้แทน เหมือนเดิม พอไปได้นะครับ ส่วน ๒ กระทรวงนั้นก็คงจะไปได้นะครับ มันเข้าสู่ร่างเดิมอยู่แล้วนะครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานคณะกรรมาธิการ

ค่ะท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอไปได้ไหมครับ ยังข้องใจ อะไรอีก

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธาน ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ก็ยอมตามนะครับ แต่ช่วยทวนนิดหนึ่ง ว่ามันจะเป็นอย่างไร เพราะว่าปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีก็ต้องเป็นผู้แทนด้วยถูกไหมครับ มันก็ต้องเป็นผู้แทนตั้งแต่ (๒/๑) มาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๖ (๖/๑) มาตรา ๗ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ต้องไปในรูปนั้นทั้งหมดครับ ก็ผ่านนะครับ ต่อไปมาตรา ๙ เชิญครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙ มีการแก้ไข

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ติดใจเชิญครับ มันโยงกันนะครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียน ด้วยความเคารพว่ามันมีความต่อเนื่องอย่างที่ท่านประธานได้เรียนจริง ๆ นะครับ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ นี้ พอมาถึงมาตรา ๙ ผมมีประเด็นที่ค่อนข้างเป็นห่วง จริง ๆ มีการ ปรับเพิ่มมา แก้ไขขีดฆ่าทั้งหน้าเลยนะครับ นําเรียนด้วยความเคารพ ใช้เวลาการแก้ไข นานพอสมควร เพราะว่ามันมีการแก้ไขเยอะจริง ๆ นะครับ ประเด็นขั้นตอนผมอาจจะ ไม่ติดใจมาก อาจจะมีเพื่อนสมาชิกได้อ่านละเอียด แล้วอาจจะมีข้อท้วงติงบ้าง แต่ของผม มีประเด็นในเรื่องของ (๙/๑) ที่ท่านได้ปรับเพิ่มขึ้นมา ผมกราบเรียนด้วยความเคารพอย่างนี้ครับท่านประธาน (๙/๑) นี้เป็นการปรับเพิ่มขึ้นมาว่า เมื่อมีการคัดเลือก มีการตรวจสอบคุณสมบัติ ได้ชื่อออกมาแล้วว่ามีการออกเสียงจากกลุ่ม ของแต่ละกลุ่มเอง เขาก็อาจจะใช้วิธีไปรษณีย์หรืออะไรก็ต้องแล้วแต่คณะกรรมการกําหนด เมื่อเลือกออกมาแล้วได้บุคลากรออกมา ๑๒ ท่าน ได้ประธานเรียบร้อย ในกรณีที่องค์การ เอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาไม่เห็นด้วย คือไม่พอใจกับขั้นตอนการคัดเลือกหรืออะไรต่าง ๆ ให้มีสิทธิยื่นคําร้องคัดค้านต่อกรรมการจัดการการคัดเลือกภายใน ๗ วัน ตรงนี้เป็นสิ่งที่ดีนะครับ ท่านเปิดประตูให้เขาสามารถที่จะท้วงติงได้ อันนี้ผมเรียนด้วยความเคารพ ผมชื่นชม แต่มัน มีปัญหาในวรรคท้ายของ (๙/๑) ที่ผมมีปัญหาครับ วรรคท้ายบอกว่าคณะกรรมการ ให้พิจารณาให้เสร็จใน ๗ วัน วรรคท้ายจริง ๆ ที่ผมมีปัญหา บอกว่าคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ จัดการคัดเลือกให้ถือเป็นที่สุด ตรงนี้ครับท่านปิดประตูใส่หน้าเขาเลย เขามายื่นคําร้องคัดค้าน ถึงเวลาถ้าเกิดทางคณะกรรมการเขามายื่นคัดค้าน ก็เพราะว่าเขาต้องมองเห็นความไม่โปร่งใส ว่าทําไมมันถึงมีปัญหา เช่นคณะกรรมการมีการฮั้วและมีการล็อกสเปก (Lock Spec) หรือมีการใช้ขั้นตอนเรื่องไปรษณีย์ เรื่องการนัดประชุม ว่ามาเป็นองค์ประชุมแล้วปรากฏว่า มีการล็อกสเปก คนที่เข้าประชุมเพื่อที่จะได้บุคลากรกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่เขาต้องการ เขาอาจจะมองเห็นในประเด็นนั้นเขาถึงยื่นร้องคัดค้านมา แต่ก็ยื่นร้องคัดค้านกับกลุ่มบุคคล ที่เขามองว่านั่นละคนที่ก่อให้เกิดปัญหาก็คือคณะกรรมการคัดเลือก ปรากฏว่าท่านบอกว่าให้เวลา ๗ วันพิจารณาเสร็จ ถ้าเกิดบอกว่าเอาคนนี้ ยืนยันคนนี้ ปิดประตูปังเลย เขาไม่มีทางไปทํา อะไรได้อีกเลย เพราะเขาเขียนวรรคท้ายไว้เช่นนี้ ในขณะเดียวกันครับถ้าท่านย้อนกลับไปดู มาตรา ๖ ในมาตรา ๖ นี้เขียนชัดเจนนะครับ บอกว่าคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพนี้ จะต้องมาจาก (๒) กับ (๓) ของมาตรา ๖ มาจากการ เลือกกันเองนั้น นั่นก็คือเขาไม่ต้องการให้มีการแทรกแซงใด ๆ เกิดขึ้นเลย แต่ปรากฏว่า คณะกรรมการคัดเลือกที่บอกว่ามีองค์ประกอบของทั้งภาครัฐ หน่วยงานที่เป็นกลางก็คือ ตัวคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกับตัวแทนองค์การภาคเอกชนกับสถาบันอุดมศึกษานั้น พอถึงเวลาเข้ามานั่นละครับตัวที่จะมีปัญหาได้ เพราะว่าเขาเป็นคนกําหนดหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการต่าง ๆ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าถ้าจะให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ที่ร่างไว้ในมาตรา ๖ เพื่อให้มันเกิดความโปร่งใสอย่างที่สุด ท่านเปิดโอกาสเลย ตัดวรรคท้าย ของ (๙/๑) ออก ตัดคําว่า คําวินิจฉัยของคณะกรรมการจัดการการคัดเลือกให้ถือเป็นที่สุด ถ้าเขาร้องมาแล้วกรรมการคัดเลือกยังยืนอยู่ว่าต้องเอาคนนี้ให้ได้ อย่างไรก็ต้องเอาคนนี้ แต่เขายังไม่พอใจ เขายังมีช่องทางอื่น เช่นช่องทางของตุลาการ ศาล ไปศาลปกครอง ไปศาลใด ๆ ก็ตามที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้มีการทบทวนอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้เกิด ความโปร่งใสอย่างถึงที่สุด ผมกราบฝากไว้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีข้อสงสัยในมาตรา ๙ ใน (๓) ซึ่งอยากจะ หารือผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการเพื่อขอความชัดเจนว่า ในกระบวนการคัดเลือก ในมาตรา ๙ นั้น โดยหลักแล้วคนที่จะคัดเลือกก็คือองค์การที่ทํางานทางด้านการพัฒนา เอกชนหรือองค์การเอกชนตามนิยามของกฎหมายฉบับนี้และสถาบันการศึกษา เขามีสิทธิที่จะ เสนอชื่อคนของตัวเขาเอง ขององค์การของเขาเองขึ้นมาด้านละ ๓ คน ทีนี้เมื่อตอนที่เรา พิจารณาผ่านมาในมาตราที่ว่าด้วยนิยามก็คือมาตรา ๓ เราบอกว่าองค์การเอกชนนี้ก็หมายถึง กลุ่มบุคคลหรืออะไรต่าง ๆ ที่มีผลงานด้านใดด้านหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ด้านใดด้านหนึ่ง นั่นหมายความว่าเขาเชี่ยวชาญทางด้านใดด้านหนึ่งนั่นประการหนึ่ง เมื่อมาถึงเรื่อง สถาบันอุดมศึกษาเราก็มีคํานิยามอีกว่าเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชน ที่จัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านทรัพยากรธรรมชาติ หรือด้านสุขภาพ นั่นก็แปลว่า ด้านใดด้านหนึ่ง และในมาตรา ๖ นี้ผมก็ได้แปรญัตติไป แล้วคณะกรรมาธิการก็ได้เห็นชอบด้วยว่า ในวรรคท้ายนี้ ให้เขียนว่าองค์การเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาที่มีสิทธิเสนอชื่อผู้แทนเพื่อเป็นกรรมการ ตาม (๒) และ (๓) และต้องมีระยะเวลาการดําเนินงานหรือจัดการศึกษาในด้านนั้น ๆ มา ไม่น้อยกว่า ๕ ปีในวันที่สมัคร นั่นคือเจตนารมณ์มันก็สอดคล้องกัน แต่เมื่อมาถึงมาตรา ๙ ใน (๓) นี้ เราให้องค์การเอกชนและสถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่งเสนอชื่อคนได้ถึง ๓ คน ซึ่งผมคิดว่าขัดกับเจตนารมณ์ที่ผมได้ลําดับมาให้เห็นในชั้นต้น ผมคิดว่าสถาบันอุดมศึกษาและ องค์การเอกชนแต่ละแห่งควรที่จะมีสิทธิเสนอชื่อในด้านแต่ละด้านที่ตัวเองถนัดเพียงคนเดียว ไม่ใช่เสนอ ๓ คน ผมยกตัวอย่างให้เห็นนะครับ สมมุติว่าสถาบันการศึกษาที่จัดการศึกษา ทางด้านแพทยศาสตร์ ทางด้านพยาบาล ทางด้านเภสัช แต่ว่ามีสิทธิเสนอชื่อทางด้าน สิ่งแวดล้อมไปด้วย ทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ได้จัดการศึกษา ไม่ได้จัดการเรียนการสอนทางด้านนั้น ก็ไม่น่าที่จะตรงตามเจตนารมณ์ หรือองค์การเอกชนที่ทํางานทางด้านสุขภาพแต่ไม่ได้ทํางาน ทางด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ได้ทํางานทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ ทําด้านสุขภาพอย่างเดียว ก็ไม่ควรที่จะมีสิทธิเสนอคนของตัวเองที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านสิ่งแวดล้อม เพราะมัน เป็นไปไม่ได้ เพราะองค์การของตัวเองไม่มีคนประเภทเหล่านั้น จริงอยู่ท่านเขียนว่าเสนอได้ ไม่เกินแห่งละ ๓ คน คําว่า ไม่เกิน นี้ก็คือ ๑ คนก็ได้ ๒ คนก็ได้ ๓ คนก็ได้ แต่มันไม่ใช่ เจตนารมณ์ครับ จึงหารือผ่านท่านประธานไปยังท่านกรรมาธิการว่าจะปรับปรุงแก้ไขตรงนี้ ได้หรือไม่ ให้เหลือด้านละ ๑ คนเพื่อให้ตรงตามเจตนารมณ์ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ

นางผุสดี ตามไท กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะ กรรมาธิการ ก็ขออนุญาตชี้แจงใน ๒ ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้ถามนะคะ

ประเด็นที่ ๑ จริง ๆ แล้วการตัดสินใจปรับข้อความเหล่านี้ของคณะกรรมาธิการ ก็เพื่อจะให้เข้าใจได้ชัดเจนขึ้นและเป็นระบบ ที่จริงข้อความหรือสาระนั้นไม่ได้แตกต่าง จากเดิมแต่ประการใดนะคะ ที่เขียนไว้ว่าคําวินิจฉัยของคณะกรรมการจัดการการคัดเลือก ให้ถือเป็นที่สุดนั้น ก็อยู่ใน (๗) เหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแต่ประการใดเลย

ประเด็นที่ ๒ ซึ่งถามถึงเรื่องขอให้เสนอได้แห่งละไม่เกิน ๓ คน ถ้าเผื่อว่าท่าน จะได้กรุณาอ่านต่อไปสักนิดเดียวนะคะ ก็จะพบว่าจริง ๆ แล้วก็คือด้านละ ๑ คนเท่านั้นเอง คือด้านละไม่เกิน ๑ คน เขียนรวมไว้นั้นเพราะเป็นภาพรวม แต่เมื่อแยกแล้วก็จะเป็น ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ด้านสุขภาพ ซึ่งก็ตรงตามที่ท่านประสงค์แล้วก็ ตรงตามที่เราได้อภิปรายกันนะคะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชลน่าน เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในมาตรา ๙ ผมมีประเด็นนิดเดียวนะครับ สืบเนื่องจาก ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ได้อภิปรายใน (๙/๑) ซึ่งผมเห็นคล้อยด้วย ท่านประธานครับ ใน (๙/๑) ที่คณะกรรมาธิการเพิ่มเข้ามานี้เป็นการเสมือนให้อุทธรณ์ กรณีที่ องค์การที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นองค์การทางด้านภาคเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับ ผลกระทบนะครับ ที่เขาจะอุทธรณ์ก็ให้ยื่นอุทธรณ์ได้ แต่ผมดูประเด็นแล้วท่านเขียนอย่างนี้นะครับ ไม่เห็นด้วยกับผลการตรวจสอบคุณสมบัติหรือการคัดเลือกกรรมการ ผมขีดเส้นใต้นะครับ การคัดเลือกกรรมการให้มีสิทธิยื่นคําร้องคัดค้านต่อคณะกรรมการจัดการการคัดเลือก จริง ๆ คําว่า จัดการ นั้นต้องเขียนตัวโต ๆ นะครับ เพราะว่าหลายคนจะเข้าใจว่าเป็นกรรมการ จัดการการคัดเลือก ภายใน ๗ วันนับตั้งแต่วันที่กรรมการจัดการการคัดเลือกได้ประกาศรายชื่อ ผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ หรือผู้ซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการ ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการจัดการการคัดเลือกนี้มีหน้าที่อยู่ ถ้าเอาตามร่างคณะกรรมาธิการนะครับ มีอยู่ ๔ อนุมาตราเท่านั้นเอง มีหน้าที่ในการกําหนด หลักเกณฑ์วิธีการในการที่จะรับสมัคร หลักเกณฑ์และวิธีการในการคัดเลือก แล้วก็ใน (๓) ที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเกี่ยวกับการเสนอรายชื่อเป็นผู้ตรวจสอบคุณสมบัติ คณะกรรมการ ชุดนี้ไม่ได้มีหน้าที่ในการคัดเลือก ทีนี้พอคณะกรรมาธิการมาเติมเรื่องให้อํานาจหน้าที่ในการ อุทธรณ์ในการคัดเลือกนี้ ผมก็เลยต้องขออนุญาตถามท่านประธานผ่านไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการและกรรมาธิการว่าเมื่อเขาไม่ได้มีหน้าที่ในการคัดเลือก เขาจะเป็นผู้ตัดสิน ในการคัดเลือกใช่หรือไม่ เพราะว่าท่านเขียนล็อกวรรคท้ายนะครับ ผมติดภาษาอังกฤษคํานี้ ต้องขออภัยจริง ๆ ท่านเขียนปิดกั้นไว้ในวรรคท้ายเรื่องคําวินิจฉัย คือการอุทธรณ์มันต้อง มีสิ้นสุด ทีนี้มันไม่มีองค์กรหรือองค์การใด ๆ ที่เหนือจากองค์การนี้ไป ที่จะรับคําอุทธรณ์ได้ มันก็คงต้องสิ้นสุดตรงนี้ จะเข้าสู่กระบวนการศาลไม่ว่าจะเป็นศาลปกครองหรือศาลอะไร ผมไม่แน่ใจนะครับ เพราะฉะนั้นผมถามท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ เขาจะมีอํานาจ หรือครับ สมมุติว่ากรรมการที่เกิดจากการเลือกกันเองขององค์การเอกชนจากสถาบันศึกษาที่เขา ไปเลือกมาแล้ว เขาได้กรรมการมาแล้ว แน่นอนครับ มีคนไม่พอใจแน่ เขาร้องแน่ แต่จะเป็น หน้าที่คณะกรรมการชุดนี้จะตัดสินหรือครับว่านี่ถูกต้องแล้ว เพราะฉะนั้นประเด็นผมอยู่ ตรงนี้ครับ ถ้าท่านตัดคําว่า หรือการคัดเลือกกรรมการ ออก ผมพอใจเลย เพราะท่าน ไม่มีอํานาจนะครับ ท่านมีอํานาจในการกําหนดคุณสมบัติ ตรวจสอบคุณสมบัติเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นคุณก็ได้รับอุทธรณ์แค่นั้นใช่ไหมครับ ส่วนเมื่อภาคเอกชนที่เขาได้รับการเสนอชื่อมา ภาคสถาบันการศึกษาเขาได้รับการเสนอชื่อมา เขามาเลือกกันเองเหลือ ๑๒ คน แล้วที่เหลือ อีก ๑๒ คนยังไม่พอใจ ก็ต้องมีวิธีการร้องกันเอง ไม่ใช่ร้องคณะกรรมการชุดนี้ คณะกรรมการ ชุดนี้เป็นธุรการให้ได้ เป็นธุรการให้รับคําร้องได้ แต่ไม่มีหน้าที่ในการวินิจฉัยนะครับ ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นต้องเขียนรองรับให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะมีปัญหา ผมเห็นคล้อยกับท่านจุลพันธ์เลย ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ฝากท่านประธานไปยังท่านกรรมาธิการช่วยดูว่าจะแก้อย่างไรให้มัน สอดรับครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวฟังกรรมาธิการก่อนนะครับ เผื่อจะได้แก้ไข เชิญครับ

นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ กรรมาธิการ ก็ต้องขอบคุณอย่างสูงทีเดียวครับ อาจจะเป็น ความพลั้งเผลอหรือความผิดพลาดที่ยอมรับว่าคณะกรรมการชุดนี้เป็นคณะกรรมการจัดการ การคัดเลือกเท่านั้น ไม่ได้เป็นคณะกรรมการคัดเลือก ฉะนั้นคําว่า หรือการคัดเลือกกรรมการ เห็นควรตัดออกครับ แต่ว่าอยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมสักนิดเพื่อให้มันจบกระแสความ ว่าความจริง (๙/๑) นี้ มันลอกมาจาก (๗) ของมาตรา ๙ เดิม แยกมา ฉะนั้นคําว่า ถึงที่สุด อย่างที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติจากจังหวัดเชียงใหม่ได้เสนอว่า ไม่ควรจะมีในวรรคท้าย ของ (๙/๑) นี้ ก็อยากจะกราบเรียนนิดหนึ่งว่าเดิมร่างเดิมก็มีอยู่

แล้วอีกประการหนึ่งอยากจะกราบเรียนในปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งความจริง อยากจะให้กฤษฎีกาเป็นผู้ชี้แจง แต่คิดว่ากระผมก็คงจะพอชี้แจงได้ว่าคําวินิจฉัยของ คณะกรรมการจัดการการคัดเลือกถึงแม้จะเขียนว่าให้ถือเป็นที่สุด แต่ไม่ได้ตัดสิทธิของ คู่กรณีที่ไม่พอใจ คําตัดสินของคณะกรรมการจัดการการคัดเลือกจะนํากรณีเหล่านี้ขึ้นสู่ ศาลปกครอง เพราะเป็นคําสั่งทางปกครอง ฉะนั้นคําว่า ถือเป็นที่สุด ก็คือถึงที่สุดเพื่อให้งาน ดําเนินต่อไปได้ เพราะถ้าไม่มีคํานี้แล้วกลายเป็นว่าจะต้องรอคําวินิจฉัยที่มันไม่ถึงที่สุด ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกผู้มีเกียรติว่าเราแก้ไขตามที่ท่านได้เสนอมา ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุลพันธ์ยังติดใจไหมครับ ไม่ติดใจนะครับถ้าได้ปรับปรุงแล้ว เชิญท่านอภิชาตครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อกี้ท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงว่าให้ไปอ่านข้อความในท่อนท้ายให้ครบถ้วน ผมก็อ่านจนครบถ้วน นะครับ ใน (๓) นี้มันไม่ใช่เจตนาที่ผมได้นําเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ เพราะว่าผมก็ทราบว่าที่เขียนไว้ก็คือว่าแต่ละแห่งเสนอได้ ๓ คน ใน ๓ คนนั้นก็คือด้านใด ด้านหนึ่ง แต่สิ่งที่ผมเสนอไปก็คือแต่ละองค์การหรือว่าแต่ละสถาบันการศึกษาควรจะเสนอได้ เพียง ๑ คน และ ๑ คนนั้นก็คือคนของตัวเองซึ่งมีความเชี่ยวชาญทางด้านใดด้านหนึ่งเป็นการเฉพาะ เหตุผลก็เพราะว่าสถาบันการศึกษาที่จัดการเรียนการสอนทางด้านสิ่งแวดล้อม แต่ไม่ได้ จัดการศึกษาทางด้านสุขภาพก็ไม่ควรจะมีสิทธิเสนอชื่อคนทางด้านสุขภาพเข้าไป สถาบัน ที่มีเฉพาะคณะแพทยศาสตร์ แต่ว่าไม่ได้สอนเรื่องสิ่งแวดล้อม ก็ไม่มีสิทธิที่จะไปเสนอคน ทางด้านสิ่งแวดล้อม สถาบันการศึกษานี้ไม่หนักเท่ากับองค์การเอกชน ผมยกตัวอย่างนะครับ สมมุติว่าองค์การเอกชนเป็นสมาคมแพทย์แผนไทย แพทย์พื้นบ้านจังหวัดลําพูน อันนี้เขามี รายชื่อเกี่ยวกับผู้สูงอายุ ถามว่าเขามีสิทธิเสนอชื่อไหมครับ ตามนิยามนี้เขามีสิทธิเสนอชื่อ ในด้านการป้องกัน เนื่องจากเขามาจากองค์การทางด้านการป้องกัน ส่งเสริมคุ้มครองสุขภาพ สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิต ถามว่าเขาจะเสนอคนอื่นซึ่งเขาจะมีสิทธิเสนอชื่อคนอื่น ที่เกี่ยวข้องทางด้านสิ่งแวดล้อมไหม ถ้าตามร่างเดิมตามร่างที่คณะกรรมาธิการเขียนมานี้ เขามีสิทธิเสนอ แต่ถามว่าองค์การของเขามีความเชี่ยวชาญทางด้านสิ่งแวดล้อมไหม องค์การ ของเขามีความเชี่ยวชาญทางด้านทรัพยากรธรรมชาติไหม มันก็ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นถ้าเรา เขียนให้แต่ละองค์การที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านใดด้านหนึ่ง ก็เสนอด้านใดด้านหนึ่ง ของตัวเองเข้าไปเท่านั้นเองถึงจะเหมาะสม แล้วก็ตรงตามเจตนารมณ์ที่เราได้ลําดับมา ทั้งในเรื่องของมาตรา ๖ แล้วก็ในเรื่องของคํานิยาม ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ

นางสาวธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธํารงลักษณ์ ลาพินี ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตเรียนชี้แจงในร่างมาตรา ๙ (๓) อีกครั้งหนึ่ง ที่จริงแล้วที่เราให้แต่ละแห่ง เสนอบุคคลได้แห่งละไม่เกิน ๓ ชื่อ แล้วก็ด้านละไม่เกิน ๑ คน เนื่องจากว่าในตัว สถาบันอุดมศึกษา อย่างเช่นมหาวิทยาลัยหนึ่งเขาอาจจะมีการเปิดการเรียนการสอน ได้ ๓ ด้าน ทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ หรือสุขภาพ รวมทั้งองค์การเอกชน ก็เช่นเดียวกัน ถ้าเขามีการดําเนินงาน ๓ ด้าน เขาก็สามารถที่จะเสนอได้ไม่เกิน ๓ คน ในขณะเดียวกันคนที่เขาเสนอมาในแต่ละด้านต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๗ ก็คือต้องมี ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์การทํางานในด้านที่เสนอมานะคะ เขาไม่สามารถ ที่จะไปเสนอคนที่ทําด้านอื่นมาได้ นอกจากนั้นในมาตรา ๖ ก็ได้กําหนดไว้ชัดเจนว่าคนที่ เขาจะเสนอมาต้องเป็นผู้แทนหรือเป็นสมาชิกของตัวองค์การเอกชนนั้นเอง เขาไม่สามารถ ไปเสนอบุคคลที่อยู่นอกองค์การของเขาได้ ขออนุญาตกราบเรียนค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือสรุปหมายความว่าถ้ามีบุคลากรทั้ง ๓ ด้านก็เสนอมาได้ไม่เกิน ๓ คน ด้านละ ๑ คน ถ้ามีไม่ถึงก็เสนอมาเท่าที่มีนะครับ ท่านอภิชาตเชิญครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ฟังคําชี้แจงแล้วผมก็ไม่ติดใจนะครับ แล้วก็อยากตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ว่าจริง ๆ แล้วถ้าหาก เราเขียนให้ชัด แล้วก็เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่เราคาดหวังกันไว้ก็จะเป็นประโยชน์มากกว่า ผมอยากจะให้ท่านประธานย้อนกลับไปดูในกฎหมายองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค เราก็เขียนไว้แบบนี้ ก็คือว่าผู้ที่เสนอนี้เสนอด้านใดด้านหนึ่ง เสนออันเดียวเท่านั้นเอง แต่เมื่อ ท่านกรรมาธิการยืนยัน ผมก็ไม่มีความประสงค์จะเป็นอื่นครับ ก็เอาตามคณะกรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุลพันธ์เชิญครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ใน (๙/๑) นั้น เมื่อท่าน ได้ปรับแก้ก็เป็นที่รับได้ นั่นคือการร้องค้าน ร้องค้านต่อคณะกรรมการจัดการการคัดเลือกได้เพียง แค่ประเด็นของการตรวจสอบคุณสมบัติ ในส่วนของการคัดเลือกกรรมการหรือขั้นตอนอื่น ๆ ถ้าเขามีปัญหาก็ไปร้องต่อหน่วยงานที่มีอํานาจหน้าที่ เช่นศาลปกครอง ไม่ได้จํากัดสิทธิใด ๆ ทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ ผมต้องขอให้ท่าน แก้อีกนิดหนึ่ง นั่นก็คือมาตรา ๙ ถ้าดูดี ๆ มันจะเป็นเรื่องของอํานาจหน้าที่ในการดําเนินงาน ของคณะกรรมการจัดการการคัดเลือก มันจะเรียงมาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ มา มาตรา ๑ ก็ออกหลักเกณฑ์ในการจัดหาคนมา มาตรา ๒ ก็ให้องค์การสถาบันเอกชน สถาบันอุดมศึกษา ยื่นชื่อมา ไล่เลียงลําดับมาเรื่อย ๆ ปรากฏว่าพอมาถึงมาตรา ๘ มาตรา ๙ ได้กรรมการ ได้ประธานเรียบร้อย ตัวคัดเลือกมาแล้ว มาเจอ (๙/๑) บอกว่าถ้าจะตรวจสอบคุณสมบัติ แล้วไม่พอใจก็ให้ยื่นร้องคัดค้านได้ ลําดับมันผิดนะครับเพราะฉะนั้น (๙/๑) นี้ควรจะแก้เป็น (๓/๑) ครับ เรียนอย่างนี้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการเห็นด้วยนะครับ (๙/๑) แก้เป็น (๓/๑) ท่านชลน่านมีอะไรครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ผมต้องขอบคุณท่านประธาน ก็เห็นด้วยกับท่านจุลพันธ์ด้วยนะครับ ที่จะขยับ (๙/๑) ขึ้นไปให้สอดรับกับลําดับของการเรียงเลขมาตรา ประเด็นผมมีนิดเดียวครับ เมื่อกี้ท่านกรรมาธิการได้กรุณาแสดงเจตจํานงที่จะตัดคําว่า หรือการคัดเลือกกรรมการ ออก ผมก็เป็นห่วงนิดเดียวครับ วรรคท้ายก็ต้องตัดด้วยนะครับ บรรทัดที่ ๔ ถ้อยคําที่ใช้คําว่า หรือผู้ซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการ ฝากคณะกรรมาธิการช่วยดูด้วยนะครับ เพราะมัน เป็นคําเดียวกัน ท่านคณะกรรมาธิการช่วยดูนิดหนึ่งครับ ถ้าตัดออกก็จะสมบูรณ์ แล้วก็ ย้ายอันนี้ไปเป็น (๓/๑) ด้วยความขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เอาตามที่ท่านสมาชิกเสนอนะครับ กรรมาธิการเสียงข้างมากก็ปรับแก้ตามนั้น ก็เป็นอันว่า มาตรา ๙ ผ่านไปครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๐ มีการแก้ไข

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านใดติดใจไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มี เชิญต่อครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๑ มีการแก้ไข

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ติดใจไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มี เชิญต่อครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๓ มีการแก้ไข

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ติดใจไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มี เชิญต่อครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๖ มีการแก้ไข

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ติดใจไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มี เชิญต่อครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๗ และมาตรา ๑๘ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๒ การให้ความเห็นขององค์การอิสระ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๙ มีการแก้ไข

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุลพันธ์เชิญครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อมาตรา ๑๙ ผมต้อง กราบเรียนอย่างนี้มันมีการปรับแก้ เรียกว่าปรับแก้ทั้งมาตรา แล้วก็ไปเขียนใหม่เป็นเรื่องของ การให้ผู้ขออนุญาตหรือหน่วยงาน ซึ่งจะทําโครงการต้องทําการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ผมพูดในมาตรา ๓ แล้วเรื่องอีไอเอ (EIA) นี้ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพอย่างนี้ครับ ผมเกรงว่าจะเป็นจุดที่อาจจะก่อให้เกิดปัญหา แน่นอนครับว่าการทําผลกระทบสิ่งแวดล้อม มันเป็นสิ่งที่ดีในหลาย ๆ โครงการ แต่ในมุมกลับกันหลายครั้งมันก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือ ต้องยอมรับความจริง โครงการใด ๆ ก็ตามไม่สามารถที่จะก่อเกิดได้ ลองนึกภาพแค่พูดถึง เรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์พูดกันมาเมื่อกลางปี รัฐบาลมีการแถลงออกมาพูดแค่นิวเคลียร์แค่นี้ แล้วยิ่งนาทีนี้ที่ประเทศญี่ปุ่นเกิดเหตุสึนามิโรงงานมีปัญหา หลังจากนี้ไม่ต้องพูดกันอีกแล้ว แค่พูดมาก็ไปไม่เป็นแล้วครับ คราวนี้เราไปกําหนดให้ทุกโครงการเลยครับที่จะต้องทํา เกือบทุกโครงการผมยังมองความครอบคลุมของตัวมาตรา ๑๙ นี้ไม่ออก ท่านมองไว้ลึกแค่ไหน ว่าโครงการใดจะถูกบรรจุเข้าไปในการทําอีไอเอ โครงการใดไม่ต้อง รอคนมาร้องค้านหรือ รอพี่น้องประชาชนมารวมตัวกันเพื่อที่จะขอให้ทําอย่างนั้นหรือ เพราะฉะนั้นตรงนี้ให้คณะกรรมาธิการ ได้ช่วยชี้แจงทําความเข้าใจครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ยังมีท่านอื่นติดใจที่จะซักถามไหมครับจะได้ตอบทีเดียว ถ้าไม่มีเชิญท่านคณะกรรมาธิการ ชี้แจงครับ

นางสาวธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการ ขออนุญาตเรียนที่มาที่ไปรวมทั้งเหตุผลของการแก้ไข มาตรา ๑๙ คือหลักการเดิมเรากําหนดให้การส่งความเห็นข้อมูลต่าง ๆ ให้องค์การอิสระ ให้ความเห็น ก็คือว่าให้สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนี้ ส่งความเห็นของการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมไปให้คณะกรรมการองค์การอิสระ เพื่อประกอบการพิจารณา ซึ่งขออนุญาตเรียนว่าทําไมถึงเอาตัวรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ หรือการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมไปให้องค์การอิสระให้ความเห็น เพราะว่าในตัว การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมนี้ ในตัวรายงานนี้มันจะมีรายละเอียดต่าง ๆ ของโครงการ อยู่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นลักษณะที่ตั้งของโครงการ ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ทางด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ หรือสุขภาพ รวมทั้งมาตรการต่าง ๆ ที่ทางเจ้าของ โครงการกําหนดขึ้นเพื่อลดผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการดําเนินโครงการ อันนี้เป็น ที่มาที่ไปว่าทําไมถึงเอาตัวรายงานผลกระทบนี้ส่งให้องค์การอิสระ สําหรับโครงการที่จะต้อง ส่งรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมไปให้องค์การอิสระ จะจํากัดอยู่เฉพาะโครงการ หรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงเท่านั้น ถามว่าทราบได้อย่างไร ว่าโครงการไหนเป็นโครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ในนิยาม ก็ได้กําหนดไว้แล้ว ว่าโครงการใดเป็นโครงการที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง จะเป็นไปตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันนี้ทางรัฐบาลก็ได้มีการประกาศลิสต์ (List) ออกมาแล้วจํานวน ๑๑ ประเภท ซึ่งเฉพาะ ๑๑ ประเภทโครงการนี้เท่านั้นเองที่จะต้องจัดทํา รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งในส่วนนี้ในปัจจุบันเราเรียกว่าอีเอชไอเอ (EHIA) ก็คือว่าต้องประเมินผลกระทบทั้งสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพของประชาชน ในชุมชนส่งให้แก่องค์การอิสระให้ความเห็นประกอบค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายแพทย์ชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในมาตรา ๑๙ เป็นเรื่องของการให้ความเห็นขององค์การอิสระ ด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ท่านประธานครับ ในร่างเดิมของเรา กับร่างของคณะกรรมาธิการ ผมนําเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ สาระนี้เปลี่ยน เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หมายถึงเปลี่ยนในแง่ของการนําสู่การปฏิบัติ สาระเดิมจะต้องผ่าน กระบวนการในการที่จะให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสุขภาพเขามีการประเมิน เขาดูแลมาทั้งหมดก่อนในกระบวนการ ในวรรคหนึ่งที่เราเขียนไว้นี้ผ่านผู้เชี่ยวชาญ ผ่านผู้ชํานาญการ มาหมดเรียบร้อย คณะกรรมการองค์การมีหน้าที่ให้ความเห็นประกอบเป็นกระบวนการ ถ้าจะเรียกว่าขั้นตอนสุดท้ายก็ได้ก่อนที่จะมีการอนุญาต อนุมัติ อันนี้คือร่างเดิม สาระเดิม เป็นอย่างนั้น แต่พอคณะกรรมาธิการไปเปลี่ยนแปลงแก้ไข ท่านตัดวรรคเดิมออกมาทั้งหมด แล้วเขียนใหม่ครับ เขียนใหม่นี้ผมเองอาจจะมีความรู้ไม่มากพอนัก แต่ว่าด้วยอนุมานเท่าที่ผมดู จากตัวหนังสือนี้ มันเป็นการเปลี่ยนกระบวนการ ท่านใช้คําว่า ให้ผู้ขออนุญาตหรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ซึ่งท่านกรรมาธิการตัวแทนกฤษฎีกาได้ชี้แจงไปแล้วว่าโครงการนั้นมีนิยาม มีความหมาย อย่างไร จัดส่งรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสําหรับโครงการหรือกิจกรรม ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ให้องค์การอิสระพร้อมกับการเสนอรายงาน ดังกล่าวต่อสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทําคู่ขนาน นี่หมายถึงการเริ่ม การเริ่มนั้นหมายความว่าถ้าท่านจะทํากิจกรรมนี้มีแนวโน้ม เขาใช้ คําว่า อาจ นะครับ หรือเข้าข่ายตาม ๑๑ กิจกรรมที่ได้มีการประกาศมาแล้วก็ต้องส่งให้ ประเมิน ผมถามว่าระหว่างวรรคหนึ่งเดิมของเรานะครับท่านประธาน วรรคหนึ่งเดิมของเรา เป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน ให้สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเสมือนเป็นตัวกลางตามกฎหมายที่เขามีอยู่ในขณะนี้ในกฎหมายสิ่งแวดล้อม ขั้นตอน ในการปฏิบัติในขณะนี้คือทุกกิจกรรมที่เป็น ๑๑ รายการจะต้องผ่านคณะกรรมการชุดนี้ ผ่านสํานักงานนี้ใช่ไหมครับ ในปัจจุบันเราทําอย่างนั้น เมื่อเขาได้รับมาปุ๊บสํานักงานนี้ รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสําหรับโครงการ หรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิด ผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชํานาญการ ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ผ่านเรียบร้อยครับ ผู้ชํานาญการให้ความเห็นเรียบร้อย พร้อมทั้งความเห็นของคณะกรรมการผู้ชํานาญการ นั่นหมายความว่าก่อนที่สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะส่งให้องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ให้เหตุผลประกอบนี้ มันต้องผ่านคณะกรรมการผู้ชํานาญการให้เหตุผลมาด้วย ให้ความเห็นเสร็จเรียบร้อย แล้วจึง ส่งให้กับองค์การ และองค์การให้ความเห็นก็ส่งกลับมา อันนี้คือกระบวนการเดิม แต่สิ่งที่ท่าน เขียนใหม่นี้นะครับ หน่วยงานที่จะดําเนินการท่านใช้คําว่า ผู้ที่จะขออนุญาต อาจจะเป็น ภาครัฐ ภาคเอกชนก็ได้ หรือภาครัฐที่จะทํานี้พอเข้าข่าย ๑๑ โครงการที่กําหนดตามกฎหมาย ส่งเสริมรักษาสิ่งแวดล้อมต้องส่งมาที่องค์การทันที ผมถามว่าร่างเดิมเรากับร่างใหม่อันไหน ดีกว่ากัน ถ้าผมเป็นคณะกรรมการองค์การสิ่งแวดล้อมหรือคณะกรรมการองค์การอิสระ ด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ที่เรากําลังจะตั้งขึ้นนี้นะครับ ผมบอกว่า ร่างเดิมของสภาผู้แทนราษฎรดีกว่า เพราะเขามีข้อมูล มีความเห็นของผู้ชํานาญการมาให้ เรียบร้อยหมด เขาเพียงแต่มาศึกษามาพิจารณาให้ความเห็นประกอบ ถ้าจะศึกษาเพิ่มเติม ก็เป็นอํานาจหน้าที่ของเขาอยู่ เพราะเราเขียนให้อยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นร่างใหม่ของคณะกรรมาธิการ เขามาตั้งต้นใหม่หมดเลยนะครับ ถ้าผมคิดอย่างนี้ผิดคณะกรรมาธิการช่วยบอกผมด้วย เพราะว่าท่านบอกว่าผู้ขอนี้ พอโครงการนี้มันมีผลกระทบก็ส่งมาให้คณะกรรมการนี้ประเมิน พร้อมกับส่งคู่ขนานไปที่สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มันเป็นอย่างนี้ผมว่าเจตนารมณ์คณะกรรมาธิการคืออะไร ร่างเดิมไม่ดีอย่างไร ผมว่าร่างเดิม ดีกว่าร่างที่เขียนมาเสียอีก อย่าลืมนะครับคณะกรรมการองค์การอิสระชุดนี้มีหน้าที่ให้ความเห็น ประกอบเท่านั้นนะครับ เมื่อให้ความเห็นประกอบแล้วผู้ที่มีอํานาจอนุญาต อนุมัติ จะเห็นตามนั้น หรือไม่ก็แล้วแต่ แต่ในทางที่เป็นข้อเท็จจริงก็คือว่าถ้าคุณให้ความเห็นในเชิงที่เป็นประโยชน์ กับชุมชน แน่นอนครับคนที่จะดําเนินการเขาต้องเอาความเห็นของท่านไปปรับแก้เสียก่อน ก่อนที่จะมีการดําเนินการ อันนั้นคือข้อเท็จจริงแน่นอน ไม่อย่างนั้นท่านก็อนุญาต อนุมัติไม่ได้ ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมอยากฟังคําชี้แจงของคณะกรรมาธิการ ถ้าไม่ดีพอ ผมว่าร่างเดิมดีกว่าร่างของคณะกรรมาธิการครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประธานคณะกรรมาธิการ เชิญครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการค่ะ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกนะคะ ว่าความคิดของท่านไม่ผิด แล้วร่างเดิมก็ไม่ผิด แล้วก็ไม่มีใครผิด เพียงแต่ว่าเราได้รับทราบ ข้อมูลจากคณะกรรมการองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ที่ดําเนินการชั่วคราวอยู่ในขณะนี้ เขาบ่นค่ะว่ากว่าจะผ่านขั้นตอนของสํานักงานนโยบาย และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็ผ่านผู้เชี่ยวชาญกว่าจะมาถึงเขามันช้า แล้วก็ให้เวลาเขา ๖๐ วัน ซึ่งถ้าเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันขั้นตอนเดิมก็ยังดําเนินการอยู่ เพียงแต่ว่า เขาขอโอกาสเพื่อที่จะรับทราบว่าโครงการที่อาจจะมีความรุนแรง ผลกระทบความรุนแรง ต่อชุมชนนี้ให้เขาได้รับทราบเท่านั้นเอง เพื่อที่เขาจะได้ศึกษาไปพร้อม ๆ กัน แล้วก็ไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับของผู้ชํานาญการหรือผู้เชี่ยวชาญเลย เพียงเพื่อ ประโยชน์ของคณะกรรมการองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ เท่านั้นเองค่ะ เพื่อจะเร่งให้การพิจารณานี้ควบคู่กันไปในเวลารับฟังความคิดเห็น ขั้นตอน และการรับฟังความคิดเห็นนี้จะมีหลายขั้นตอน ซึ่งคณะกรรมการองค์การอิสระก็สามารถ ที่จะเข้าไปร่วมรับฟังได้ เพราะฉะนั้นเป็นเพียงข้อมูล ไหน ๆ เขาทําเอกสารแล้ว ก็ส่งให้ เป็นทางการตามกฎหมาย ตามกระทรวงที่กําหนด แต่ในขณะเดียวกันก็ขอให้คณะกรรมการ ชุดนี้ได้รับทราบศึกษาไปพร้อม ๆ กัน เมื่อผู้ชํานาญการให้ข้อคิดเห็นมาแล้วก็จะง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นรวมทั้งหมดเราจึงให้เวลา ๙๐ วัน เพื่อความรอบคอบ เพื่อได้ข้อมูล แล้วก็ สามารถทํางานควบคู่กันไป ขอบคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชลน่านยังติดใจนะครับ เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ฟังคําชี้แจงจากท่านประธานคณะกรรมาธิการผมรับได้ครับ ในเรื่องที่ท่านเห็นปัญหาและอุปสรรคในการทํางานคู่ขนาน เพราะว่าตามร่างเดิมของเรา ก็ต้องยอมรับว่ามันผ่านกระบวนการการพิจารณามาเสร็จแล้ว ถึงจะส่งมาให้คณะกรรมการ องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ แต่ว่าของท่านนี้ท่านเริ่มต้น ตั้งแต่เริ่มกิจกรรม โดยให้หน่วยงานหรือผู้ที่จะดําเนินการเป็นผู้ส่ง ประเด็นที่เป็นข้อห่วงใย ท่านบอกว่าเพียงแต่มารับรู้รับทราบว่าจะมีโครงการนี้เกิดขึ้น ประเด็นก็คือว่าถ้าสมมุติ เพียงแต่ท่านรับรู้รับทราบ มาตรการเร่งรัดท่านเขียนรองรับไว้หรือไม่ในอํานาจหน้าที่ ต้องฝากไปดูด้วยนะครับ ผมยังไม่ได้ดู นี่ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมต้องถามต่อก็คือว่ากระบวนการการพิจารณาศึกษา ถ้าสมมุติคณะกรรมการองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ รับมาแล้ว ส่วนหนึ่งผ่านสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไป ด้านโน้นเขาส่งให้ผู้ชํานาญการเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็น ถ้าด้านนี้องค์การอิสระ ด้านสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ เขาจะทําอย่างไร ในเจตนารมณ์ท่านบอกว่า เพียงแต่ให้เขารับรู้รับทราบเพื่อจะเป็นตัวเร่งรัด เร่งกระตุ้นและศึกษา คําว่า ศึกษา ตรงนี้ ผมไม่แน่ใจครับท่านประธาน ว่ากระบวนการนี้จะต้องทําอย่างไร งบประมาณมีพอหรือไม่ หรือจําเป็นต้องทําทุกโครงการหรือไม่ ตรงนี้อยากให้ชัดเจนครับ เพราะว่าจะได้ไม่เป็นภาระ กับเขามากเกินกว่าที่อํานาจหน้าที่ที่เขาพึงจะมี เพราะถ้าเขามาศึกษาทุกโครงการตายเลย นะครับท่านประธาน

ประเด็นที่ ๓ ในวรรคสองที่ท่านเขียนขึ้นมาใหม่ เพื่อรองรับกรณีถ้าสมมุติว่า มีการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญเรียบร้อยแล้ว ท่านบอกว่าให้หน่วยงานหรือหน่วยงานของรัฐ หรือผู้ขออนุญาตนั้นเป็นผู้จัดส่งมาให้ ทีนี้ผมถามท่านประธานผ่านไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการและท่านกรรมาธิการ ท่านได้ศึกษาหรือเปล่าครับว่ากระบวนการหลังจากที่ หน่วยงานเขาจะทําโครงการกิจกรรม เขาส่งไปที่สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมแล้ว มันก็เป็นไปตามกระบวนการเข้าสู่ผู้ชํานาญการ ผู้ชํานาญการประเมิน สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ส่ง ทําไมท่านต้องให้ ต้นสังกัดส่งมาอีก เขามีอํานาจไปขอเอกสาร ไปขอผลการตรวจสอบจากสํานักงานนโยบาย และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกลับมาที่เขาหรืออย่างไร ทําไมท่านไม่เขียน ให้มันสอดรับกันไป เพื่อเป็นการเร่งรัดไปในตัวว่าขณะที่ท่านรับมาเรียบร้อย วรรคสองแทนที่ จะให้ผู้ขออนุญาตหรือหน่วยงานของรัฐที่ทําโครงการหรือกิจกรรมนั้น ท่านก็เขียนเร่งรัด ให้สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หลังจากได้รับการพิจารณา หรือได้รับความเห็นจากผู้ชํานาญการ แล้วก็ต้องจัดส่งให้กับคณะกรรมการโดยเร็ว ผมคิดว่า น่าจะมีผลเชิงบังคับมากกว่าอีก คืออํานาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เขาทํานี้เขามีไหมครับ ที่จะไปขอรับผลการประเมินมา แล้วมาจัดส่งให้ท่านอีกทีหนึ่ง ขณะที่หน่วยงานของรัฐรับไปแล้ว ท่านบังคับให้เขาส่งคู่ขนานใช่ไหมครับ สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ด้านนี้ศึกษาไป ด้านนี้ก็ดําเนินการตามหน้าที่ไป เมื่อไรเขาจะมาชนกันตรงนี้ ท่านกลับย้อนมา เอามาตรงนี้อีก ผมเชื่อว่าให้สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนี้ ละครับเป็นผู้ดําเนินการผมว่าน่าจะดีกว่า ฝากท่านประธานสู่ท่านกรรมาธิการลองพิจารณา ประเด็นนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการครับ

นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ กรรมาธิการ ก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้มีเกียรติจากจังหวัดน่านครับ ปรากฏว่าอย่างนี้ครับ ในวรรคสองนี้เขียนขยายความวรรคหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ผลการวินิจฉัย ของคณะกรรมการสิ้นสุดแล้ว แล้วจะย้อนกลับมาให้คณะกรรมการองค์การอิสระนะครับ เป็นเพียงแต่เรื่องมีข้อมูลเพิ่มเติมในระหว่างการพิจารณา คือย้ําว่าส่งต้นฉบับมาตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว ต่อมาภายหลังมีการแก้ไขข้อมูลเพิ่มเติมก็ขอให้ส่งตามมาด้วย ก็เป็นที่เข้าใจกัน ถ้าอย่างนี้ ท่านคงไม่ติดใจครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประธานคณะกรรมาธิการเพิ่มเติม เชิญครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันคุณหญิงกัลยาค่ะ อยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมเล็กน้อยว่าการทําอย่างนี้จะช่วยให้ ผู้ประกอบการที่จะขออนุญาต และหน่วยงานของรัฐที่มีโครงการเข้าข่าย ๑๑ ประเภทนี้ สามารถที่จะได้รับผลในการพิจารณาเร็วขึ้น จะเป็นประโยชน์กับผู้ทําโครงการค่ะ เพราะว่า โดยปกติแล้วส่งให้สํานักงานเขาก็จะมีการตรวจสอบ แล้วก็ส่งกลับไปกลับมาหลายครั้งจะใช้ เวลานานกว่าที่จะไปถึงผู้ชํานาญการ เพราะฉะนั้นเขาให้แก้ไขค่ะ เขาให้ผู้ประกอบการ หรือผู้ขออนุญาต หรือหน่วยงานของรัฐก็ตามจะต้องแก้ไขเพิ่มเติม ตรงนั้นคุณทําอะไรยังไม่ดี อย่างนี้เขาก็จะมีการแก้ไข ในระหว่างนั้นก็ขอให้ส่งข้อมูลให้คณะกรรมการองค์การอิสระด้วยเท่านั้นเอง แล้วขั้นตอนที่จะไปถึงมันหลายเดือน ผู้ประกอบการ ผู้ขออนุญาต และหน่วยงานของรัฐ จะต้องรอค่อนข้างนาน เพราะฉะนั้นเราก็ขอทําตรงนี้ไปด้วยกันเลยจะเป็นประโยชน์ของ ทุกฝ่ายค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุลพันธ์เชิญครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการนะครับ มันมีความเกี่ยวเนื่องระหว่าง มาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๐ ถ้าคําตอบจากทางคณะกรรมาธิการเป็นอย่างเมื่อสักครู่ นั่นคือ ส่งมาพร้อมกันทําคู่ขนานส่งไปส่งกลับนี้งานเดินไม่ได้ เพราะมาตรา ๒๐ ต้องกราบเรียน ท่านกําหนดให้เขาปรับแก้มาจาก ๖๐ วัน เป็น ๙๐ วัน ฉบับแรกมาถึงบอกว่ายังไม่สมบูรณ์ แต่ว่ามีมาทั้งองค์การอิสระ ทั้งสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึงเวลาส่งไปส่งกลับนั่นนับหนึ่งไปแล้วนะครับ กว่าจะทําสมบูรณ์จริง ๆ อีก ๓๐ วัน ๔๐ วัน เหลือเวลาให้เขาไม่ถึง ๔๕ วัน เขาจะต้องพิจารณาให้เสร็จ นี่ผมกําลังจะรอมาตรา ๒๐ นะครับ ผมจะท้วงติงการแก้ไขของทางคณะกรรมาธิการที่ไม่มีการปรับแก้ที่เหมาะสม อันนี้ผมต้อง กราบเรียนด้วยความเคารพ แต่อย่างไรก็ตามถ้าเป็นอย่างนั้นผมมองว่ามันจะเกิดความซ้ําซ้อน ในการทํางาน และที่สําคัญเมื่อส่งมาให้แล้วไปนับหนึ่งในเวลาของเขาหรือเปล่า อันนี้ท่านชี้แจง ให้ชัดเจนนะครับ ถ้านับหนึ่งตั้งแต่วันที่ฉบับที่ยังไม่สมบูรณ์มาถึง งานที่เหลือเดินไม่ได้เลยนะครับ เพราะเวลาเขามีจํากัดนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวจะให้คณะกรรมาธิการชี้แจง ผมขอต้อนรับผู้เข้าเยี่ยมชมสภาผู้แทนราษฎรก่อนนะครับ ขอต้อนรับคณะผู้บริหารผู้นําท้องถิ่นจากจังหวัดนครสวรรค์ ที่ได้มาเยี่ยมชม สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ พ.ศ. .... ในวาระที่สอง อยู่นะครับ เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ

นางผุสดี ตามไท กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการ ท่านประธานคะ จะขออนุญาตเรียนชี้แจงเพิ่มเติมดังนี้นะคะว่า จริง ๆ แล้ว อยากจะขอให้ลองจินตนาการว่ากระบวนการทั้งหมดนี้มันเป็นอย่างไรนะคะ ในส่วนแรกเลย เมื่อไปยังสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เขาก็ไปยังบรรดา คณะกรรมการผู้ชํานาญการอะไรตามกระบวนการขั้นตอนของเขา ในส่วนขององค์การอิสระนี้ ก็ตามรัฐธรรมนูญบอกไว้ว่าจะต้องให้ความเห็นประกอบ เพราะฉะนั้นในตัวโครงการต่าง ๆ พร้อมด้วยรายงานในเบื้องต้นก็ต้องถูกส่งมายังองค์การอิสระนี้พร้อม ๆ กันไปนะคะ คณะกรรมาธิการนั้นพิจารณาโดยนําความเห็นจากผู้แทนของคณะกรรมการ ๔ ฝ่ายที่กําลัง ดําเนินการอยู่ในปัจจุบันนี้นะคะ ก็เห็นว่าจริง ๆ แล้วความเห็นของทั้ง ๒ ส่วนนี้ก็เป็นอิสระ ซึ่งกันและกันไม่ต้องมีการย้อนไปย้อนมา แต่ที่เขียนเอาไว้ เพื่อเปิดทางให้กับข้อมูลที่อาจมีเพิ่มขึ้นหลังจากที่คณะกรรมการผู้ชํานาญการ ต้องดูแลไปตามขั้นตอนของสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น มีเพิ่มเติมขึ้นมา ก็สามารถที่จะส่งมายังคณะกรรมการองค์การอิสระนี้ได้ ทั้งนี้องค์การอิสระ ก็อาจใช้หรือไม่ใช้ข้อมูลเหล่านี้มาประกอบเพิ่มเติมก็ได้ วันเวลานั่นคือเหตุผลที่ทําไมถึงเพิ่ม จาก ๖๐ วัน ไปเป็น ๙๐ วัน เผื่อไว้ว่าหากข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้มาจากคณะกรรมการผู้ชํานาญการนั้น จะเป็นประโยชน์ เพราะมีการแก้ไขเพิ่มขึ้น องค์การอิสระจึงจะได้มีเวลาเพิ่มเติมขึ้นไป เท่านั้นเองค่ะ จริง ๆ แล้วคณะกรรมาธิการคิดว่าการได้ความเห็นที่เป็นอิสระของทั้ง ๒ ช่องทางนั้น จะช่วยทําให้การพิจารณาของผู้มีอํานาจตามกฎหมายนั้นจะมองเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น โดยไม่ต้อง เกี่ยวพันซึ่งกันและกันอย่างเป็นทางการ ขอบพระคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชลน่านเชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย สิ่งที่คณะกรรมาธิการแก้ไขมานี้ส่วนหนึ่งผมเองก็รับได้พอสมควร แต่ว่า มีสิ่งหนึ่งอยากจะกราบเรียนท่านประธานฝากไว้เป็นข้อสังเกตไว้ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมไม่สามารถเขียนข้อสังเกตได้

ประเด็นที่ ๑ เป็นข้อห่วงใยของผม คือร่างเดิมเราให้ความเห็นประกอบ เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นตามกระบวนหมดแล้ว ผ่านสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชํานาญการ ให้ความรู้ ให้ความเห็นประกอบ เรียบร้อย เขามาให้ความเห็นประกอบอีกทีหนึ่งเข้าสู่กระบวนการนะครับ อันนั้น คือเจตนารมณ์เราเป็นอย่างนั้นแต่ข้อจํากัดก็คือจากการปฏิบัตินี้พบว่าล่าช้า พบว่าล่าช้า กว่าที่จะมาถึงขั้นตอนของคณะกรรมการองค์การอิสระได้นี่ใช้เวลานานก็มีผล ท่านก็เลย ไปปรับแก้ว่าทําอย่างไรให้มาถึงเร็ว โดยการที่ให้เขาส่งเลย แล้วก็ส่งคู่ขนาน นั่นคือ เปลี่ยนจากกระบวนการที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว มาอยู่ในกระบวนการ การดําเนินการ การให้ ความเห็น การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากผู้เชี่ยวชาญ เรามีกฎหมาย ๒ ฉบับนะครับ ขณะนี้ฉบับนี้ที่จะออก กับร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ ที่เขาให้ ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ประเมินและให้ความเห็น ซึ่งกฎหมายฉบับนั้นสําคัญครับ

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมเป็นห่วงก็คือว่าถ้าสมมุติท่านให้ความเห็นโดยที่ไม่ผ่าน กระบวนการงานธุรการที่เป็นแบบแผนตามกฎหมายฉบับนั้น จะเป็นที่ยอมรับหรือไม่ อันนี้ ผมตั้งเป็นข้อสังเกตนะครับ คือระหว่างกระบวนการท่านให้ความเห็นได้ครับ ให้ความเห็น ไปเรื่อย ๆ พอมีผู้เชี่ยวชาญประเมินมาแล้วท่านก็ให้ความเห็นประกอบได้ เตรียมการที่จะ ให้ความเห็นเป็นภาพใหญ่ตอนที่สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งรายละเอียดมาให้ทั้งหมด สุดท้ายอย่างไรก็ต้องไปรอตรงนั้นอยู่ดีใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น ประเด็นผมต้องเรียนท่านประธานเป็นข้อสังเกต ว่าอย่างไรก็แล้วแต่กระบวนการของ คณะกรรมการองค์การอิสระตามกฎหมายฉบับนี้ อย่างไรก็ต้องไปอิงกฎหมายส่งเสริม คุณภาพสิ่งแวดล้อมอยู่ดี อันนี้เป็นข้อสังเกตผมนะครับ ทําอย่างไรให้กระบวนการเหล่านั้น มันสอดรับกัน

ประเด็นที่ ๓ ถ้าสมมุติแนวคิดคณะกรรมาธิการเป็นอย่างนี้ก็ยอมรับได้ แต่ถ้าคิดแนวใหม่ เขียนแบบร่างเดิมแล้วก็มาใส่ข้อกําหนดในกระบวนการการทํางานและ กระบวนการของห้วงเวลาผมคิดว่าน่าจะดีกว่า อันนี้เป็นข้อสังเกต ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ถือเป็นข้อสังเกตของท่านสมาชิกนะครับ เชิญท่านจุลพันธ์ครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อมาตรา ๑๙ ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ ในเมื่อโครงการที่จะเข้าสู่กระบวนการของคณะกรรมการ องค์การอิสระ เป็นองค์การที่เรียกว่าโครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง เขาใช้คําว่า อย่างรุนแรง นะครับ แล้วก็บอกว่าตาม พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อมมีกําหนดมา ๑๑ หลักเกณฑ์อะไรก็ว่ามานี้ แสดงว่ามันมีผลกระทบในวงกว้างกับพี่น้องประชาชน การจะทําอะไรให้มันรอบคอบหรือช้าไปสักหน่อยผมไม่เห็นว่าเป็นเรื่องที่เสียหาย ดีกว่า ทําไปแล้ว แล้วมามีปัญหาทีหลัง แต่อย่างไรก็ตามด้วยวิธีการที่เดินคู่ขนานอย่างนี้ คือส่งฉบับที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ การพิจารณา ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ไม่สมบูรณ์นี้ให้ทั้งองค์การอิสระ ให้ทั้งสํานักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้ง ๒ ที่ ผลงานที่ออกมานี้การทํางานมันคือหน้าที่ ที่ซ้ําซ้อนกัน นั่นคือหน้าที่ในการให้คําแนะนํากับหน่วยงานในการทํารายงานการศึกษาผลกระทบ สิ่งแวดล้อม เหมือนกันเลย ออกมาในที่สุดมันก็คือให้คําแนะนําเขาไปว่าคุณจะทําอย่างไร ให้ผลกระทบสิ่งแวดล้อมออกมา แต่นั่นจริง ๆ เป็นหน้าที่ของสํานักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ไม่ใช่หน้าที่ขององค์การอิสระ องค์การอิสระควรจะ ได้รับรายงานที่มีความสมบูรณ์เต็มร้อย ไม่ต้องมาใช้เวลาในการรออีกแล้ว แล้วที่ท่านกําหนดนี้ ๓ เดือน ๔ เดือนก็ว่ามา เพื่อที่จะไปศึกษาจากรายงานนั้นเอาไปต่อยอดว่าเราลงพื้นที่ลงไปหา พี่น้องประชาชนที่เขาได้รับผลกระทบจริง ๆ แล้วใช้มุมมองขององค์การอิสระนี้เพื่อที่จะไปดู ในขั้นสุดท้าย และให้ทําความเห็นประกอบเพื่อส่งหน่วยงานภาครัฐกับคณะรัฐมนตรี ว่าโครงการนั้นดีหรือไม่ดี ควรทําหรือไม่ควรทํา กระทบกับชาวบ้านหรือไม่ เพราะฉะนั้น ผมยังยืนยันความเห็นว่ามันน่าจะยืนตามมาตรา ๑๙ เดิม ที่ทางสภาผู้แทนราษฎรได้ส่งขึ้นไป ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานคณะกรรมาธิการค่ะ จริง ๆ เราคิดเหมือนกัน แต่ว่า เพื่อให้ความชัดเจนและทุกฝ่ายสบายใจนะคะ คือระหว่างที่ส่งข้อมูลมาให้เรา เรานี้หมายถึง คณะกรรมการองค์การอิสระนะคะ เขาส่งมาให้เรา เราจะไม่ไปแนะนําไปอะไรกับเขา เพียงเป็นข้อมูล เพราะว่าดีกว่าที่จะรอจนกระทั่งผู้เชี่ยวชาญทําเสร็จแล้วถึงส่งให้เรา ขออนุญาตใช้คําว่า เรา แล้วก็ระหว่างที่เขาส่งกันตามกฎหมายก็ยังทําเหมือนเดิม เราจะไม่เข้าไปข้องเกี่ยวหรือเข้าไป แทรกแซง เพียงแต่ขอให้เราได้รับข้อมูลแล้วก็รอจนกระทั่งผู้ชํานาญการทําเสร็จแล้ว ก็ส่งมา ให้เรา ส่งมาให้คณะกรรมการองค์การอิสระเหมือนเดิม เขาก็ทําตามของเขาเท่านั้นเองค่ะ มันเพิ่มความสบายใจให้กับผู้ประกอบการ แล้วก็ผู้ที่จะเป็นกรรมการองค์การอิสระที่ไม่ใช่ว่า อยู่ดี ๆ เขาทําอะไรมาเราไม่รู้เรื่อง แล้วก็มาส่งให้เรา เราก็จะพิจารณาจากตรงนั้นเท่านั้นเอง หมายความว่าให้รู้กันมาตั้งแต่ต้นโดยไม่ไปก้าวก่าย กฎหมายเขียนไว้อย่างไรก็ยังทําตามอย่างนั้น ขอบคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุลพันธ์

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าผมยืนยัน ความเห็นเดิมนะครับ เพราะอะไรครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ท่านไปดูมาตรา ๒๐ นะครับท่านประธานตามผมมา มาตรา ๒๐ กําหนดให้คณะกรรมการองค์การอิสระนี้ พิจารณาหลังจากได้รับรายงานแล้ว วันที่รับรายงานฉบับแรกที่บอกยังไม่สมบูรณ์นะครับ ใช้เวลา ๙๐ วันในการศึกษาและทําความเห็น วรรคสาม มาตรา ๒๐ บอกว่าในกรณีที่ คณะกรรมการองค์การอิสระไม่ได้พิจารณาให้แล้วเสร็จในกําหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง นั่นก็คือ ๙๐ วัน ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีอํานาจอนุญาตตามกฎหมายหรือคณะรัฐมนตรี ก็คือ หน่วยงานที่ทําโครงการนั้นไปดูเลยว่าเห็นสมควรจะทําหรือไม่ทํา นั่นก็ทําอยู่แล้ว แสดงว่า โครงการนั้นผ่านแล้วละครับ โดยที่ไม่มีความเห็นประกอบขององค์การอิสระเลย และคราวนี้ เมื่อเราดําเนินการแบบคู่ขนานอย่างที่ผมเรียนให้ทราบ พอเกิดถึงเวลาผู้ชํานาญการใช้เวลา ในการส่งเรื่องไปกลับระหว่างเขากับสํานักงานนโยบายและแผนของทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนี้ ใช้เวลาไปสัก ๘๐ วัน ๘๕ วัน ๙๐ วัน ดีไม่ดีไม่เสร็จ พอถึงเวลา ๘๐ วัน ส่งเรื่องกลับมา มาถึงมือเป็นฉบับสมบูรณ์ให้กับองค์การอิสระจริง ๆ เหลือเวลาพิจารณา ๑๐ วันที่จะต้องไปลงพื้นที่อีกนะครับ ไปลงพื้นที่ ไปศึกษาอะไรต่าง ๆ นานา หาข้อมูล ประสบการณ์ต่าง ๆ เพื่อที่จะเอามาประกอบกันเป็นความเห็นให้ได้ นั่นคือเรากําลังไปกินเวลา ขององค์การอิสระที่เขาจะลงไปทํางานอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นผมยืนยันความเห็นเลยว่า มาตรา ๑๙ นี้ยืนตามร่างเก่าครับ เพื่อที่ ๙๐ วันมันจะได้เพียงพอกับการทํางานขององค์การ อิสระจริง ๆ ผมขอทางคณะกรรมาธิการนะครับ ถ้าเกิดว่ามันไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงจริง ๆ ผมเชื่อว่าทั้ง ๒ หลักการ มันต่างกันแค่เงื่อนเวลาเท่านั้น มันเร็วหรือมันช้า นั่นก็คือรอให้มันเสร็จในขั้นตอนการทําผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากชั้นของสํานักงานนโยบาย และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เสร็จเรียบร้อยแล้วค่อยส่งฉบับสมบูรณ์ให้กับองค์การอิสระ หรือส่งฉบับที่ยังไม่สมบูรณ์ ไปคู่ขนานทั้ง ๒ หน่วยงาน องค์การอิสระกับสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมและให้เขาทําไปพร้อมกันเลยมันคือเงื่อนเวลาเท่านั้น ผมกราบเรียนว่าผม ยังยืนยันว่ามาตรา ๑๙ ขอยืนของเก่าครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านคณะกรรมาธิการชี้แจงครับ

นายขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ ผมกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าจริง ๆ แล้วมาตรานี้เดิมมันมีบันทึก มาจากสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ทําหน้าที่รับผิดชอบ อนุญาตเหมือนกัน ที่คําว่า เหมือนกัน แปลว่าทําไมถึงไปกําหนดให้เขาส่งให้องค์การอิสระ เหมือนกับว่าเขาจะเป็นหน่วยงานใต้บังคับบัญชานี่ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ผมเป็นคนเสนอว่าไม่ควรจะรอให้สํานักงานแห่งนี้ประเมิน เสร็จแล้วถึงรายงานให้องค์การอิสระ เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่อง หน้าที่ขององค์การอิสระก็คือ จะต้องติดตามโครงการนี้ตั้งแต่ต้น แล้วเมื่อมันมีผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงองค์การนี้ มีความเห็นอย่างไรก็เป็นอิสระขององค์การที่จะตั้งขึ้นใหม่นี้ เพื่อที่จะส่งความเห็นไปประกอบ โดยวิธีการทํางานแล้วผมเป็นคนเสนอให้แก้ เสร็จแล้วคณะกรรมาธิการก็เลยบอกว่าให้ผู้อนุญาต หรือหน่วยงานราชการยื่นให้ทั้ง ๒ แห่งเลย นั่นก็หมายความว่าทั้ง ๒ แห่งได้พิจารณาโครงการ โดยอิสระ ไม่ใช่องค์การอิสระจะต้องรอฟังว่าสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมทําอย่างไรแล้วจึงมาให้ความเห็น โดยเจตนาของกฎหมายนี้การให้ความเห็น ประกอบขององค์การที่จะตั้งขึ้นใหม่นี้เป็นความเห็นโดยอิสระ ไม่ได้ผูกพันกับสํานักงาน นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทีนี้ทางสํานักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเขาก็มีบันทึกมาว่าถ้าให้รอมันจะทําให้ช้า ความช้าไม่ใช่ ปัจจัยเดียวที่ทําให้เราเปลี่ยน ความช้าไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทําให้เปลี่ยนกฎหมายมาตรานี้ เพียงแต่ว่ามีคณะกรรมาธิการมีความเห็นตรงกันว่า การยื่นของผู้ประกอบการจะยื่นต่อ สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นผู้ที่จะอนุญาต เขาจะไปทํารับฟังความคิดเห็นของประชาชน แล้วเขาจะทําการประเมินโดยรับฟังผลกระทบ อะไรต่าง ๆ เขาก็ทําไป แล้วองค์การอิสระมีหน้าที่ให้ความเห็นประกอบตามวรรคสุดท้าย ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ เราคํานึงถึงสิ่งนั้น ทีนี้ก็เรียนท่านสมาชิกว่าวิธีการที่เปลี่ยนนี้ เป็นวิธีการที่ทําให้เกิดผลดีทั้งระยะเวลา ทั้งความรวดเร็ว เรามีเจตนาตรงกันกับที่ท่านอภิปราย แต่ว่าการที่จะรอให้สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทําไป จนจบกระบวนการก่อน ผมมีความเห็นว่าไม่ใช่ ผู้ประกอบการควรจะส่งให้สํานักงานนโยบาย และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สํานักงานนั้นก็ดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ ในขณะที่สํานักงานจะอนุญาตดําเนินการตามขั้นตอน เราก็ยังเขียนเป็นข้อสังเกตหรือว่า เขียนกฎหมายให้องค์การอิสระนี้เข้าไปฟังในขั้นที่เขาไปรับฟังความเห็นประชาชน ชุมชน ให้เข้าไปได้ เขียนให้โอกาส เสร็จแล้วในขณะเดียวกันองค์การอิสระนี้จะติดตามรับฟัง ความเห็นของประชาชนในพื้นที่ด้วย มีความเห็นอย่างไรองค์การนี้จะเอามาวิเคราะห์ เพื่อรักษา ผลประโยชน์ของประชาชนตามเจตนานี้ ผมคิดว่าสิ่งที่เราปรับปรุงแก้ไขก็เรียนท่านกรรมาธิการ ว่าน่าจะเป็นประโยชน์รอบด้านกว่า แล้วก็รวดเร็วกว่า ไม่ช้านะครับ รวดเร็วกว่าที่เราทํา ก็ขอเรียนให้ท่านได้เข้าใจเจตนาของคณะกรรมาธิการตามนี้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ประเด็นผมเองนําเรียนท่านประธานตั้งแต่แรกว่าผมพอรับได้กับ การแก้ไขกระบวนการกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ เพราะท่านมีเจตจํานงที่จะเร่งรัด แล้วก็พยายามที่จะศึกษาควบคู่นะครับ ถึงแม้จะเป็นฉบับที่ไม่สมบูรณ์ ทําไปก็ไม่มีอํานาจที่จะ ให้ความเห็นประกอบอยู่แล้ว แต่ประเด็นที่อยากเรียนท่านประธานก็คือว่าในร่างเดิมนี้เราเขียน บังคับให้สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดําเนินการ เป็นผู้ส่งให้นะครับ ร่างใหม่นี้ท่านให้หน่วยงานหรือผู้ขออนุญาตเป็นคนส่งให้ แต่ฟังจาก คําชี้แจงโดยกระบวนการข้อเท็จจริง สุดท้ายก็ต้องได้รับจากสํานักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่ดี ถ้าท่านไม่เขียนไว้ในกฎหมายฉบับนี้ ในกระบวนการ เขาจะส่งให้ท่านหรือไม่ ผมถามนะครับ ในกระบวนการถ้าไม่เขียนไว้ในกฎหมายฉบับนี้ สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีอํานาจหน้าที่จะต้องส่ง รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและด้านสุขภาพให้กับคณะกรรมการชุดนี้หรือไม่ ผมเป็นห่วงนะครับ เพราะว่าเดิมเราเขียนบังคับเขาให้เขาส่งโดยใช้กฎหมายฉบับนี้ กฎหมาย ส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมนี้ไม่ได้เขียนไว้นะครับ ไม่ได้มีหน้าที่ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ ตามรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผมฝากนิดหนึ่งนะครับ ถ้าท่านจะไม่แก้ในมาตรา ๑๙ พอถึง มาตรา ๒๐ ผมอาจจะมีข้อเสนอ ถ้าท่านจะแก้มาตรา ๑๙ จะแก้อย่างไร จะเติมอย่างไร ฝากท่านช่วยดูนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่ามันจะมีสภาพบังคับนะครับ เพราะผลสุดท้ายท่านบอกว่า อย่างไรต้องรับรายงานฉบับสมบูรณ์จากสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ท่านถึงจะให้ความเห็นประกอบแล้วก็เอาเอกสารนั้นเป็นเอกสารทางราชการ ไปดําเนินการใช่ไหมครับ ฝากท่านดูนิดหนึ่งครับ ไม่อย่างนั้นมาตรา ๒๐ อาจจะต้องมีการ ปรับแก้ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุลพันธ์

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ เมื่อท่านกรรมาธิการ ชี้แจงเช่นนั้น ในมาตรา ๑๙ ก็รับได้นะครับ ท่านพยายามที่จะเร่งรัด ผมว่าวัตถุประสงค์เรา ตรงกัน แต่ผมอยากให้มันมีความรอบคอบ เพราะโครงการมันอาจเกิดผลกระทบอย่างรุนแรง มันใช้คํานี้ขึ้นมามันฟังดูน่ากลัว เพราะฉะนั้นต้องมีความรอบคอบ แต่ประเด็นปัญหาของผม ผมยังยืนกรานว่ามันยังจะเป็นปัญหาอยู่ ถ้าท่านจะคงร่างมาตรา ๑๙ เช่นนี้ไว้นะครับ ผมกราบเรียนเลยว่าถึงเวลาท่านไปกินเวลาขององค์การอิสระในการที่จะทํางานจริง ๆ เพราะ ๙๐ วันที่เขามีอยู่ที่ท่านไปปรับแก้จาก ๖๐ วัน เป็น ๙๐ วัน มันเป็นประเด็นปัญหา ผมจําได้ว่าในมาตรา ๒๐ ผมขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิข้ามไปเล็กน้อยในมาตรา ๒๐ ที่เรากําลังจะต่อไปนี้นะครับ มาตรา ๒๐ ผมจําได้ว่าตอนชั้นคณะกรรมาธิการบอกว่าขอให้ มีการปรับแก้ ก็คือให้ทุกโครงการต้องมีความเห็น แต่ในที่สุดก็ไม่มีครับ ตอนนี้ถ้าองค์การอิสระ มาถึงแล้วหลับตาข้างหนึ่งกับบางโครงการ ถึงเวลาครบ ๙๐ วันผ่านไปก็ไม่ต้องมีความเห็น ประกอบ ก็ไม่มีอะไรเสียหาย มันก็กลายเป็นโครงการที่ไม่มีความเห็นจากองค์การอิสระ เพื่อการคุ้มครอง ถูกไหมครับ นี่คือประเด็นปัญหาของผม เพราะฉะนั้นถ้าจะให้ผมยอมที่ มาตรา ๑๙ นะครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ มาตรา ๒๐ ขอขยายเวลาเพิ่มจาก ๙๐ วันได้ไหม เพื่อที่จะยืนยันให้ได้แน่นอนว่าอย่างน้อยมันจะต้องมีความเห็นประกอบจากองค์การอิสระนี้ ไปยังทุกโครงการ อาจจะเป็น ๑๘๐ วัน เพราะท่านคิดว่า ๙๐ วันมันพอแน่นอน ก็เอา ๑๘๐ วันสิครับ แก้เป็น ๑๘๐ วัน แล้วพอถึงเวลาถ้าเกิดว่ามันเสร็จก่อน มันเสร็จภายใน ๙๐ วัน เขาก็ส่ง ภายใน ๙๐ วันอยู่แล้ว มันก็เร็วอยู่แล้ว แต่ถ้าบางโครงการมันเกิดความล่าช้าจากขั้นตอนต่าง ๆ เช่นการส่งเอกสารไปกลับ เรื่องของอีเอชไอเอนี้ส่งไปส่งมา ๘๐ วันเข้าไปแล้ว อย่างน้อยเขา ยังมีอีกตั้งประมาณ ๑๐๐ วันที่จะทํางาน ถูกไหมครับ เพื่อยืนยันว่าแต่ละโครงการมันจะ ได้รับการทําความเห็นประกอบจากองค์การอิสระครับ ผมขออย่างนี้ได้ไหมครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการผุสดีครับ

นางผุสดี ตามไท กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานชี้แจงเพิ่มเติมอย่างนี้ได้ไหมคะ ที่จริงดิฉันเกรงว่าบางครั้งเราอาจจะ ติดอยู่กับความคิดที่คงตัวนะคะ จริง ๆ แล้วตรงนี้ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ชี้แจงว่าหัวใจใหญ่ที่คณะกรรมาธิการเสนอโดยข้อเสนอจากผู้แทนของคณะกรรมการ ๔ ฝ่าย ซึ่งกําลังดําเนินการอยู่ ณ เวลานี้ก็คือว่าในเรื่องของระยะเวลาอันนี้เรื่องใหญ่มาก เพราะฉะนั้น การที่จะช่วยร่นระยะเวลา นั่นประเด็นที่ ๑ ก็คือส่งไปทั้ง ๒ ทางพร้อม ๆ กันอย่างเป็นอิสระ ซึ่งกันและกัน

ประเด็นที่ ๒ คือกฎหมายเขียนไว้อย่างนี้ ที่กรรมาธิการแก้ไขนะคะ เมื่อส่งไปให้ องค์การอิสระให้ความเห็นประกอบ คณะกรรมาธิการคิดว่าความเห็นขององค์การอิสระนั้น ควรจะต้องเป็นอิสระจากกันและกัน หากเขียนกันและกันไว้จากของสํานักงานนโยบาย และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะต้องดูโดยคณะกรรมการผู้ชํานาญการ ในมาตรา ๑๙ เดิม ที่เขียนเอาไว้อย่างนั้นมันมีความหมายว่าข้อคิดความเห็นต่าง ๆ จะยังมาไม่ถึง องค์การอิสระจนกว่าจะผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชํานาญการแล้ว แต่คณะกรรมาธิการ โดยข้อเสนอของผู้แทนจากคณะกรรมการ ๔ ฝ่ายนั้น เห็นว่าจริง ๆ แล้วความเห็นควรจะต้อง เป็นอิสระซึ่งกันและกัน เพื่อที่จะทําให้ความครอบคลุมในแง่ของข้อคิดความเห็นนั้นมีมากขึ้น นั่นคือเหตุผลว่าทําไมถึงคิดว่าควรจะส่งมาขนาน ไม่ใช่จําเป็นจะต้องส่งกลับไปกลับมา เพียงแต่เปิดช่องไว้ว่าอย่างไรเสียในขณะที่ทั้ง ๒ ช่องทางกําลังพิจารณากันอยู่นั้น หากมี ความคิดเห็นของคณะกรรมการผู้ชํานาญการในอีกซีกของสํานักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขึ้นมา และน่าจะเป็นประโยชน์ก็นํากลับมาให้ แต่จริง ๆ ทั้ง ๒ ช่องทางนี้ควรจะต้องพิจารณาให้ความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระซึ่งกันและกันเท่านั้นเอง อันนี้ต้องเข้าใจตรงกัน เพราะว่าถ้าเป็นมาตรา ๑๙ เดิม จะเห็นชัดเลยว่าคณะกรรมการ จากองค์การอิสระไม่อาจที่จะดูและพิจารณาได้ จนกว่าจะผ่านคณะกรรมการผู้ชํานาญการแล้ว ถ้าเช่นนั้นการให้ความเห็นขององค์การอิสระอาจจะต้องได้รับอิทธิพลจากความเห็นของ คณะกรรมการผู้ชํานาญการตั้งแต่เบื้องต้นก็เป็นได้ นั่นคือหัวใจอีกห้องหนึ่งของการที่จะต้อง ให้ความเห็นของทั้ง ๒ องค์การนี้ เพราะฉะนั้นดิฉันขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ขอให้ทางสมาชิกได้ช่วยพิจารณาในประเด็นนี้ ซึ่งเราก็รับมาจากผู้แทนที่เขาอยู่ใน คณะกรรมการ ๔ ฝ่าย ซึ่งขณะนี้เขากําลังแก้ไขปัญหานี้อย่างชนิดที่จริงจังมากนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าเพื่อประโยชน์ของสังคมเอง เพื่อประโยชน์ของผู้ทําโครงการ ระยะเวลานั้นเป็นส่วนสําคัญ การให้ความเห็นที่เป็นอิสระซึ่งกันและกันก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง ที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาประกอบกันไป แล้วก็แก้ไขมาตามนี้ ขอบพระคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ผมเทียบเคียงง่าย ๆ เหมือนสภาเราทํางานนะครับ ขณะที่เราพิจารณา กฎหมายฉบับนี้อยู่วุฒิสภาเขาก็เริ่มศึกษาไปล่วงหน้าด้วยแล้ว ถึงเวลาเราส่งไปเขาก็มีเวลา บอกว่าภายใน ๖๐ วันต้องเสร็จ ซึ่งเขาอาจจะเสร็จก่อน เพราะเขาศึกษาไว้ล่วงหน้า นี่ก็เหมือนกันนะครับ ก็ศึกษาไปพอถึงเวลาคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายส่งไปให้เขา เขามีเวลา ๙๐ วันให้เสร็จ แล้วจะทําให้งานเร็วขึ้น เชิญท่านจุลพันธ์ครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผมต้องกราบเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการนะครับ มาตรา ๑๙ นี้ยอมได้นะครับ แต่อย่างที่ผมบอก ผมขอขยายเวลาในมาตรา ๒๐ ได้ไหม เมื่อเข้าแล้วถ้าท่านยืนยันก็โอเค เพราะว่าอย่างที่ ผมบอกนี้ ลองนึกสภาพมาตรา ๒๐ ถ้าท่านเจอโครงการอย่างมาบตาพุดนี้เข้ามาทีเดียว ๑๐๐ กว่าโครงการ อีไอเอส่งเข้ามาศึกษาพร้อมกันไปด้วย องค์การอิสระนี้ไม่ต้องทํามาหากินครับ คือนั่งทํางานอย่างเดียวทั้งวันทั้งคืนไม่เสร็จด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น ๙๐ วันอย่างไรก็น้อย ผมขอเป็นสัก ๑๘๐ วันได้ไหม ผมขอต่อรองอย่างนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการ จะได้ผ่านมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๐ มีปัญหาเรื่องเงื่อนเวลา เท่านั้นเอง เชิญครับ

นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ กรรมาธิการ ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จากจังหวัดเชียงใหม่ที่กรุณาเห็นชอบในมาตรา ๑๙ ที่แก้ไขเจตนารมณ์ตรงกัน เพื่อให้ องค์การอิสระเป็นอิสระอย่างแท้จริงไม่ถูกชี้นํา แต่พอมาถึงมาตรา ๒๐ ถ้าจะกรุณาพิจารณา เลยไปถึงมาตรา ๒๐

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขอผ่านมาตรา ๑๙ แล้วให้ท่านเลขาธิการอ่านมาตรา ๒๐ ก่อนครับ เอาอย่างนั้นนะครับ ท่านจุลพันธ์ ถือว่ามาตรา ๑๙ รับได้นะครับ เดี๋ยวมาพูดถึงเรื่องมาตรา ๒๐ ท่านจะเสนอ เรื่องเงื่อนเวลา เชิญท่านอานิกครับ

นางอานิก อัมระนันทน์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงมาตรา ๑๙ ที่ได้คุยกัน ดิฉันฟังดูแล้วก็มีประเด็นน่าเป็นห่วงอีกอันหนึ่ง คือวรรคสอง ที่เราขอข้อมูลเพิ่มเติม ขออนุญาตใช้คําว่า เรา เหมือนท่านประธานนะคะ เรากําหนดว่าต้องมี ข้อมูลเพิ่มเติมทั้งหมดมาให้คณะกรรมการองค์การอิสระเหมือนกับที่ให้กับทาง คชก. นะคะ ดิฉันมองว่าอาจจะเป็นการซ้ําซ้อนมากเกินไปหรือเปล่านะคะ น่าจะรอให้รายงานอันนั้น เสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วเราค่อยพิจารณาโดยที่เราก็ได้วรรคหนึ่งอยู่แล้วในรายงานตัวอีไอเอ ในเบื้องต้น ไม่อย่างนั้นแล้วทางฝ่ายเจ้าหน้าที่เขาก็อาจจะต้องตามชี้แจงตลอด ดิฉันก็ไม่แน่ใจ ว่าทางคณะกรรมการองค์การอิสระนี้บทบาทคนละอย่างกับ คชก. นะคะ เพราะฉะนั้นเวลา คชก. ถามคําถามอะไร บริบทอะไรต่าง ๆ ก็อาจจะคนละอย่างกัน เพราะของเขาค่อนข้าง จะเป็นเทคนิคมากกว่าเยอะ แต่ทางคณะกรรมการองค์การอิสระจะห่วงในเรื่องผลกระทบ ต่อชุมชน ต่อสุขภาพ ต่อสิ่งแวดล้อม ก็อยากให้ท่านลองพิจารณาว่าการทํางานที่เรียกว่า เหมือนกับซ้ําซ้อนตรงนี้มันจําเป็นหรือคะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ

นางสาวธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนเหตุผลของมาตรา ๑๙ อีกครั้ง ที่คณะกรรมาธิการแก้ไข เนื่องจากที่แก้ไขที่ให้ส่งคู่ขนานเราก็พิจารณาโพรเซส (Process) ของการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมของ คชก. ตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมประกอบกัน ซึ่งในส่วนของการพิจารณาของ คชก. กําหนดเวลานี้ เดี๋ยวอาจจะได้เลยไปถึงมาตรา ๒๐ เลยทีเดียวก็ได้นะคะ เขาจะมีขั้นตอนกฎหมายกําหนดไว้อยู่ ๓ สเตป (Step) สเตปแรกก็คือ หลังจากที่ตัวผู้ขออนุญาตหรือว่าหน่วยงานของรัฐที่เป็นคนดําเนินโครงการส่งรายงานไปที่ สผ. สผ. เขาจะมีเวลาพิจารณาความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของ คชก. ๓๐ วัน หลังจากนั้น ก็ส่งเข้าไปสู่ คชก. แล้ว คชก. มีเวลาที่จะพิจารณาในช่วงแรก ๔๕ วัน คณะกรรมการผู้ชํานาญการนี้ จะมีเวลาพิจารณา ๔๕ วัน ถ้าพิจารณาไม่แล้วเสร็จ กฎหมายเขียนว่าให้ถือว่าเห็นชอบ การพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นระยะเวลาช่วงแรกคือ ๗๕ วัน แต่ว่าจะมีกรณีที่ถ้าทางคณะกรรมการผู้ชํานาญการไม่เห็นชอบก็จะสั่งให้ไปแก้ไข เมื่อแก้ไข เสร็จแล้วจะกลับเข้ามาสู่การพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชํานาญการอีกรอบหนึ่งนะคะ ตรงนี้กฎหมายสิ่งแวดล้อมกําหนดไว้ที่ ๓๐ วัน ถ้าไม่เสร็จก็ถือว่าเห็นชอบ โพรเซสในการ พิจารณาของ คชก. รวมทั้ง สผ. ตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมจะอยู่ที่ ๑๐๕ วัน เพราะฉะนั้น ในส่วนของมาตรา ๑๙ ที่ให้มีการส่งข้อมูลเพิ่มเติมในวรรคสองนี้ สร้างขึ้นมาในกรณีที่ว่า ถ้า คชก. ขออนุญาตใช้ชื่อย่อ คชก. พิจารณาในรอบแรกแล้ว ให้เขาแก้ไขรายงานเพิ่มเติม ซึ่งการแก้ไขนี้ส่วนใหญ่เขาจะมีการกําหนดมาตรการในการลดผลกระทบเพิ่มเติม ส่วนนี้ ถ้าเจ้าของโครงการกําหนดมาตรการเพิ่มเติม ก็ให้ส่งข้อมูลตรงนั้นไปให้องค์การอิสระ ประกอบด้วย เพราะว่าองค์การอิสระเขาก็จะดูเหมือนกันว่าการดําเนินโครงการจะมี ผลกระทบมากน้อยแค่ไหน ควรจะให้ดําเนินการโครงการหรือไม่เพียงใด ซึ่งข้อมูลสุดท้ายนี้ จะไปรวมอยู่ที่หน่วยงานอนุญาต เพราะฉะนั้นถามว่าองค์การ ๒ องค์การนี้ทํางานซ้ําซ้อนกันไหม ขออนุญาตเรียนว่าอาจจะใกล้เคียงกัน แต่จะเป็นการมองกันคนละมิตินะคะ ของทาง คชก. ตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมจะลงลึกไปทางด้านข้อมูลวิทยาศาสตร์ในการประเมินผลกระทบ จริง ๆ แต่ว่าขององค์การอิสระจะดูในภาคส่วนของชุมชนด้วย แล้วก็ส่วนของการประเมินผล กระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม ทางด้านสุขภาพ หรือทางวิทยาศาสตร์ก็มีได้เหมือนกัน เพราะว่า ก็จะมีผู้แทนของสถาบันอุดมศึกษาเข้ามาเป็นกรรมการ แต่ว่าอย่างที่ทางคณะกรรมาธิการ เรียนเมื่อตอนต้นแล้วนะคะ การพิจารณาของ ๒ องค์การนี้จะพิจารณาคู่ขนานกันไปค่ะ เสร็จแล้วตรงระยะเวลาตามมาตรา ๒๐ ตรงนี้ที่อาจจะนํามาเรียนเพื่อปรับให้มันสอดคล้อง เสร็จพร้อมกันได้ ขอบคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้คนที่หนึ่ง

ก็พอผ่านได้นะครับ มาตรา ๑๙ คุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ประเด็นที่ผมได้ตั้งคําถามไว้เกี่ยวกับหน่วยงานผู้จัดส่งรายงาน การวิเคราะห์ ท่านกรรมาธิการยังไม่ตอบผมนะครับว่าท่านจะให้หน่วยงานผู้ขออนุญาต หรือเจ้าของกิจกรรมเป็นผู้ส่งหรือจะให้ สผ. ผมเอาคํากฤษฎีกานะครับ เวลาท่านพูดตัวย่อ ท่านต้องอธิบายด้วยนะครับ เพราะว่าเมืองไทยตัวย่อมันเยอะมากครับ สํานักงานนโยบาย และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้จัดส่ง ร่างเดิมเราให้สํานักงานนโยบาย และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้จัดส่ง บังคับเขาเลยว่าเขาต้องทํา เพราะเป็นหน้าที่ ท่านประธานครับด้วยความเคารพท่านประธาน พอมีการทักท้วง ในวรรคสองและเรื่องเงื่อนเวลาขึ้นมา เฉพาะ สผ. กับ คชก. ของท่านนะครับ ท่านก็ใช้ตัวย่อ เหมือนคณะกรรมการนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร คชก. นี้ผมหมายถึงคณะกรรมการ นโยบายช่วยเหลือเกษตรกร แต่ท่านบอกเป็นคณะกรรมการผู้ชํานาญการในการที่จะ ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ท่านประธานครับ นั่นคือ ๑๐๕ วัน จริง ๆ ขออนุญาต ท่านประธานอภิปรายคาบเกี่ยว ๒ มาตราเลยได้ไหมครับ พอเข้ามาตรา ๒๐ จะได้จบไป

นายสามารถ แก้มีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มันเกี่ยวพันกัน ก็เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานครับ เจตจํานงของคณะกรรมาธิการ คือต้องการที่จะกระชับเวลาให้โครงการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต่อสุขภาพของชุมชน อย่างรุนแรง ที่จะดําเนินการได้รับการประเมินและได้รับความเห็นภายในระยะเวลาที่น่าจะ เอาเร็ว ๆ ท่านก็เลยกําหนด ๙๐ วันเลย ท่านกําหนด ๙๐ วัน เมื่อสักครู่นี้ฟังกฤษฎีกาชี้แจง เรื่องกรอบเวลาการทํางานของแต่ละฝ่ายไปแล้วก็เกิน ๙๐ วันอยู่แล้ว ๑๐๕ วันมันเป็นไป ไม่ได้เลย ท่านที่เขียนมาตรา ๑๙ บวกมาตรา ๒๐ ได้ ๙๐ วัน เพราะท่านบอกคู่ขนาน ๙๐ วันเสร็จ ของตัวท่านเอง ๑๐๕ วันอยู่แล้วใช่ไหม ผมเข้าใจว่าช่วงที่ถกในคณะกรรมาธิการ คงไม่ได้พูดประเด็นนี้แน่ พูดทําไมถ้าใส่ ๙๐ วัน ผมยังถามและงงเลย ท่านประธานครับ อันนี้คือประเด็นที่ ๑ ที่ผมบอกเงื่อนและห้วงเวลา โดยข้อเท็จจริงแล้วเรื่องของวรรคหนึ่ง วรรคหนึ่งนี้เต็มที่ ๑๐๕ วันใช่ไหมครับ ผ่านสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ผ่านคณะกรรมการผู้ชํานาญการ ในกระบวนการนี้ช้าที่สุด ๑๐๕ วัน เร็วสุด ๗๕ วัน แต่ว่าพอท่านมาเขียนอย่างนี้ปุ๊บ พอท่านบังคับให้ส่งคู่ขนานคณะกรรมการองค์การอิสระ ด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ประเมินผลให้ความเห็นแล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน ทั้ง ๆ ที่ด้านโน้นยังไม่เสร็จเลย ท่านไม่มีทางเลย เพราะว่าท่านตอบคําถามผมว่าสุดท้ายท่านต้อง รอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ อีเอชไอเอให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ก่อน ท่านถึงจะให้ความเห็นประกอบได้เป็นทางการ การให้ความเห็นคู่ขนานนี้ให้ได้ แต่ท่านจะส่ง เป็นทางการเมื่อด้านโน้นแล้วเสร็จเท่านั้นเอง ผมก็เลยมีประเด็นว่าผู้ส่งควรจะเป็นใคร มันเป็นคําถามที่ ๒ มันจะสอดรับกันนะครับ ผู้ส่งโครงการให้กับองค์การนี้จะเป็นใคร ถ้าท่านบอกว่าเจ้าของโครงการหรือผู้ขออนุญาต ท่านให้เจ้าของโครงการและผู้ขออนุญาต ส่งทั้งโครงการและรายงานการประเมินผลกระทบ ท่านใช้คําว่า รายงานผลกระทบ ถ้าเขียน อย่างนี้หมายความว่าเจ้าของโครงการเขาต้องไปรอ ๑๐๕ วันก่อน ถึงจะมาส่งให้ท่านใช่ไหม ถ้าท่านเขียนอย่างนี้มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ นะครับ ท่านไปอ่านตัวที่ท่านเขียนใหม่ เจตจํานง ผมเข้าใจ พอการจะขออนุมัติกิจกรรมนี่ปุ๊บ บอกเลยว่าเข้า ๑๑ ประเภทตามกฎหมาย ส่งเสริมทางด้านสิ่งแวดล้อมส่งให้คณะกรรมการองค์การอิสระรับรู้รับทราบทันที ยังไม่มีการ ประเมินนะครับ แต่ท่านไปดูวรรคหนึ่งที่ท่านเขียนครับ พอทําให้ละเอียดผมต้องละเอียดมากขึ้นเลย สงสัยจะไม่ผ่านครับ ท่านประธานอย่างนี้ครับ ให้ผู้ขออนุญาตหรือหน่วยงานของรัฐซึ่งเป็น ผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง จัดส่งรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เห็นไหมครับ ท่านบอกเป็นรายงาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมนะครับ มีข้อแตกต่างจากร่างเดิมนิดเดียว ที่ท่านบอกว่ารายงานนี้อาจจะไม่ต้องผ่านผู้ชํานาญการ หรือ คชก. ของท่านก็ได้แค่นั้นเอง ท่านเลยมาเขียนวรรคสองรองรับไว้ ฉะนั้นท่านจะ เอาอย่างไรกันแน่ครับ ท่านจะเอาตัวโครงการเลย หรือจะเอารายงานผลกระทบของโครงการ เอาให้ชัดเจนนะครับ วรรคหนึ่งท่านต้องชัดเจน เพราะฉะนั้นคําถามของผม ๑. ใครจะเป็น ผู้จัดส่ง ๒. เงื่อนเวลาจะบังคับใคร ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกไปบังคับผู้ขออนุญาตเจ้าของ กิจกรรมแล้ว ผมเชื่อว่าคณะกรรมการจะมีความวุ่นวายมาก ในขณะที่ร่างเดิมเราบังคับ ให้ สผ. เป็นผู้ดําเนินการเท่านั้นเอง ง่ายมากครับท่านประธาน จริง ๆ แล้วถ้าคณะกรรมาธิการ คิดอย่างนั้น ก็ใช้ สผ. นี่ละครับ เขียนบังคับให้ สผ. เป็นผู้ส่ง เมื่อ สผ. ได้รับแผนงานโครงการ ที่เข้าข่าย ๑๑ โครงการตามกฎหมายส่งเสริมทางด้านสิ่งแวดล้อมนั้น คุณต้องจัดส่งโครงการนี้ ให้กรรมการทันที ส่วนเรื่องที่คุณจะไปดําเนินการต่อหลังจากแล้วเสร็จ คุณก็ต้องส่งรายงาน ผลการประเมินมาอีกที ทําไมไม่เขียนอย่างนี้ล่ะครับจะได้ง่าย ส่งรายงานผลการประเมิน มาอีกรอบหนึ่ง พอส่งรายงานผลการประเมินมาอีกรอบหนึ่งแล้ว มาตรา ๒๐ นี้ท่านก็นับ ห้วงเวลาหลังจากที่เขาส่งรายงานผลการประเมินมา จะ ๓๐ วันก็ได้ จะ ๖๐ วันก็ได้ อยู่ในอํานาจหน้าที่ขององค์การอิสระเอง แต่ท่านเอาเวลามาตรา ๒๐ ไปคาบเกี่ยวกับการทํางาน ของ สผ. และ คชก. ของท่าน ทีนี้ผมก็เลยต้องขึ้นมายาวเลยครับท่านประธาน ท่านคณะกรรมาธิการ ต้องชี้แจง ต้องแสดงความกระจ่างชัดในเรื่องนี้ให้ชัดเจนเลยครับ ไม่อย่างนั้นเขียนไป มันปฏิบัติไม่ได้ครับ มันปฏิบัติไม่ได้มันก็ลําบาก เขียนไปทําไมครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้ท่านอรรถวิชช์อภิปรายก่อนครับ เดี๋ยวคณะกรรมาธิการค่อยชี้แจงครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอเรียนว่าผมเข้าใจแบบนี้ครับ ผมว่าที่คณะกรรมาธิการพิจารณาและได้ปรับร่างมา ก็ถูกต้องสมควรแล้ว ผมขออภิปรายตามความเข้าใจของผมแบบง่าย ๆ นะครับ คือผู้ขออนุญาต ในโครงการพวกนี้จะต้องขอทําอีไอเอ เอชไอเอ (HIA) ก่อนนะครับ ก็คือแบบทดสอบ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสุขภาพให้เรียบร้อย พอเสร็จก็ไปดําเนินการตามขั้นตอน ตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ ประเด็นคือว่าของเดิมต้องอย่างนี้ครับ มันจะวุ่นวายหน่อยหนึ่ง คือจะต้อง ไปผ่าน สผ. หรือที่เรียกว่าสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสร็จปั๊บต้องไปผ่านอีกชุดหนึ่งครับ ชื่อว่า คชก. ซึ่งเรียกตัวย่อนะครับ คือคณะกรรมการ ผู้ชํานาญการ เอาสั้น ๆ อย่างนี้แล้วกัน ทีนี้พอเสร็จเรียบร้อยแล้วผ่าน ๒ องค์การนี้ ความเห็น จะถูกส่งไปยังคณะกรรมการองค์การอิสระที่เรากําลังจะตั้ง ซึ่งคณะกรรมการองค์การอิสระนี้จะมี เวลาพิจารณาอยู่ประมาณ ๖๐ วัน ทีนี้ถามว่าทําแบบนั้นคณะกรรมการองค์การอิสระเขาบอก เขาทํางานไม่ทันครับ เพราะว่ากว่าจะผ่านทั้ง สผ. ผ่านทั้ง คชก. เขาบอกเขาทํางานไม่ทัน เพราะฉะนั้น เอาใหม่ได้ไหม ก็เลยเป็นร่างนี้ว่าตอนที่จัดส่งอีไอเอ เอชไอเอ มานะครับ ขอให้ส่งไปที่ สผ. และ คชก. ชุดหนึ่ง แล้วก็ส่งไปที่คณะกรรมการองค์การอิสระชุดหนึ่ง คือวิ่งคู่กันไปเลย เป็นคู่ขนานกันไปเลยครับ ทีนี้มาตรา ๒๐ เขาก็พูดง่าย ๆ เองว่าคณะกรรมการองค์การอิสระชุดนี้ ที่เรากําลังจะตั้งขึ้นนี้มีเวลา ๙๐ วัน แค่นั้นเองครับ แล้วก็ถามผมว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมไหม ผมว่าเหมาะสมแล้ว เพราะว่าเป็นการเดินคู่ขนานของเส้นทางไปด้วยกัน แล้วมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ ถูกร่างไว้ แล้วก็ต้องขอยกนิ้วให้กับทางคณะกรรมาธิการนะครับ เพราะผมคิดว่า ทําได้ดี เพราะมันใช้คู่กัน แล้วก็เชื่อว่าในส่วนของคณะกรรมการองค์การอิสระเขาก็ได้รับ รายงานเร็ว แล้วพี่น้องประชาชนหรือว่านักลงทุนที่เข้ามาก็จะทํางานได้ง่ายขึ้น คิดว่ามาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ น่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้วครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการไชยวัฒน์ครับ

นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน กระผม ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ กรรมาธิการ ต้องขอขอบพระคุณท่านอรรถวิชช์ ขอประทานโทษที่เอ่ย ชื่อท่านนะครับ เพราะว่าตรงตามเจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการจริง ๆ เพราะเราต้องการ ให้คณะกรรมการองค์การอิสระเป็นอิสระ ไม่ถูกชี้นํา ไม่ถูกเสนอแนะจากหน่วยงานองค์กรอื่น ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เพราะเราเป็นเพียงหน่วยงานหนึ่งใน ๓ หน่วยงานที่จะเสนอความเห็น ส่วนผู้มีอํานาจอนุมัติจะเชื่อหรือไม่เชื่อ จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็เป็นเรื่องของผู้มีอํานาจ อนุมัติ ฉะนั้นมาตรา ๑๙ จึงได้แก้ไขอย่างที่ท่านอรรถวิชช์ได้กรุณาชี้แจงต่อที่ประชุมไปแล้ว ทีนี้อยากจะเรียนเพิ่มเติมสักนิดหนึ่งครับว่า เดิม ๑๐๕ วันถ้าผ่านขั้นตอนตามวรรคหนึ่งเดิม ที่ไม่ได้แก้ไข เราก็เขียนไว้ให้คณะกรรมการองค์การอิสระนี้ใช้เวลาเพียง ๖๐ วัน หลังจาก ได้ฟังความเห็นของหน่วยงานอื่นแล้ว ผู้ชํานาญการเสนอมาแล้ว ฉะนั้นข้อความของเดิมนี้ เดิมให้ส่งผลวิเคราะห์ในมาตรา ๑๙ เดิม แต่มาตรา ๑๙ ที่แก้ไขใหม่นี้ไม่ได้ส่งผลวิเคราะห์ แต่ให้ส่งรายงาน คือผู้ขอดําเนินโครงการเป็นผู้ส่งรายงาน ฉะนั้นที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ จากจังหวัดน่านถามว่าเมื่อผู้ชํานาญการได้ทําการวิเคราะห์เรียบร้อยแล้ว ต้องส่งมาให้ คณะกรรมการองค์การอิสระอีกหรือไม่ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานว่าไม่จําเป็นแล้ว เพราะว่าเราเป็นเพียงองค์การหนึ่งที่จะเสนอความเห็นไปยังหน่วยงานที่มีอํานาจอนุมัติเท่านั้น ความเห็นของผู้ชํานาญการกับขององค์การอิสระอาจจะไม่ตรงกันก็ได้ หรือจะตรงกันก็ได้ ทีนี้ที่พูดกันจนถึงมาตรา ๒๐ นี้ ก็เห็นด้วยครับว่ามาตรา ๒๐ เดิมให้เวลาองค์การอิสระเพียง ๖๐ วัน เพราะได้ฟังความเห็นจากหลายฝ่ายมาเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่ควรจะใช้เวลาทํางานมากนัก แต่พอแก้มาตรา ๑๙ ให้ทํางานเริ่มต้นพร้อมกับองค์การอื่นก็ให้เวลาองค์การอิสระสัก ๙๐ วัน โดยแก้จาก ๖๐ วัน เดิมเป็น ๙๐ วัน แต่เมื่อพิจารณาโดยรอบคอบแล้วก็เห็นด้วยกับท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติจากจังหวัดเชียงใหม่ ว่าในเมื่อเดิมองค์การอื่นเขามีเวลา ๑๐๕ วัน พอองค์การอิสระ ทําบ้าง ทําไมให้เวลาเพียง ๙๐ วัน ก็เห็นด้วยครับว่าที่ประชุมคณะกรรมาธิการได้หารือกันแล้ว ว่าในมาตรา ๒๐ ถ้าท่านประธานจะกรุณาให้พิจารณากล่าวเลยไปถึงในมาตรา ๒๐ เราคิดว่าจะใช้เวลาสัก ๑๒๐ วันครับ ถ้าเป็น ๑๘๐ วันมันจะนานเกินไป จะเป็นผลกระทบ เกิดความเสียหายกับเจ้าของโครงการ ทีนี้ห่วงว่าในวรรคต่อมาบอกว่าถ้าพิจารณาไม่เสร็จ ภายในกําหนดเวลาถือว่าได้ให้ความเห็นแล้ว เราผูกมัดไว้อย่างนั้นเพราะว่ามันต้องมีขอบเขต กําหนดเวลาที่แน่นอน ไม่ใช่โอ้เอ้ปล่อยให้งานการเขาเสียหาย แต่เราต้องอย่าลืมนะครับว่า คณะกรรมการองค์การอิสระก็ต้องให้เกียรติท่าน ว่าท่านเป็นองค์การที่ได้รับการยอมรับ จากการคัดเลือกอย่างรอบคอบในมาตราอื่น ๆ มาแล้ว ฉะนั้นท่านต้องรักษาเกียรติประวัติ ของท่านเหมือนกัน ท่านคงไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป ถ้ามีเวลา ๑๒๐ วัน ท่านก็คงจะต้อง พิจารณาให้เสร็จภายใน ๑๒๐ วัน เพราะถ้าไม่เสร็จก็เหมือนกับว่าท่านไม่ได้ทํางาน ก็เป็น ข้อบกพร่อง ถ้าเป็นการไม่เสร็จโดยจงใจ เกิดความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงก็อาจจะ ถูกฟ้องร้องได้ เป็นความผิดได้ เหมือนกับข้าราชการหน่วยงานของรัฐอื่น ๆ ที่กระทํา ในหน้าที่การงานแล้วปล่อยปละละเลยให้งานเกิดความเสียหาย เพราะฉะนั้นก็ขอกราบเรียน ท่านประธานครับว่าในมาตรา ๑๙ ถ้าท่านกรุณาให้ผ่านได้แล้ว ก็จะพิจารณาถึงมาตรา ๒๐ ว่า ๑๒๐ วันนี้จะเป็นที่พอใจและสามารถที่จะตกลงกันได้หรือไม่ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชลน่านเชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ ถ้า ท่านกรรมาธิการชี้แจงเจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการแต่แรก เรื่องของความเกี่ยวพัน ระหว่างหน่วยงานที่มีอยู่เดิมกับองค์การที่เราจะตั้งขึ้นใหม่นี้ผมก็พอจะเข้าใจได้ แต่ท่าน เพิ่งมาพูดตอนนี้เจตนารมณ์ของกฎหมายเดิมเรากับเจตนารมณ์ของท่านนี้เปลี่ยนกันนะครับ เปลี่ยนกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย เดิมเรามอบหมายให้หน่วยงานที่มีความรับผิดชอบ ตามกฎหมายส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม คือสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดําเนินการ เราก็เลยบอกว่าสํานักงานนี้มีหน้าที่จะต้องประเมิน ผลกระทบภายใต้ความเห็นของผู้ชํานาญการด้านสิ่งแวดล้อม แล้วเอาฉบับสมบูรณ์มาให้ องค์การเป็นผู้ให้ความเห็นประกอบ แต่ว่าแนวใหม่ท่านบอกว่าไม่ยุ่งเกี่ยวกัน สผ. จะทํา คชก. ก็ทําไปไม่เกี่ยว ผมเกี่ยวเฉพาะว่าถ้าใครจะทํา ใครจะขออนุญาตทํา มาส่งให้ผม ผมจะพิจารณาและให้ความเห็นประกอบจากสิ่งที่ผมมีเอง หรือท่านจะส่งให้ผมมาก็ได้ ผมก็จะให้ความเห็นประกอบ แนวใหม่ท่านเป็นอย่างนี้นะครับ ท่านยอมรับใช่ไหมครับ จะได้บันทึกในสภาแห่งนี้เลยนะครับ แนวใหม่ท่านเป็นอย่างนี้ ท่านไม่เกี่ยวกับ สผ. ไม่เกี่ยว คชก. อะไรของท่าน แต่ท่านจะส่งมาก็จะรับ และท่านอ้างว่าเพื่อความเป็นอิสระ แนวคิดนี้ ดีมากนะครับท่านประธาน ชื่นชมครับ แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนั้นไหมครับท่านประธาน ข้อเท็จจริงการที่องค์การ ๑ องค์การ ซึ่งไม่ใช่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่เป็นผู้ชํานาญการ แต่เป็น ผู้ที่มีความเกี่ยวข้องในเรื่องสุขภาพ เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ในฐานะที่เป็น องค์การเอกชน ในฐานะที่เป็นสถาบันการศึกษามาเป็นกรรมการเพื่อให้ความเห็นประกอบ ถ้าไม่ได้ความเห็นประกอบจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชํานาญการ หรือผู้คนทั้งหลายทั้งปวงในกระบวนการ แล้ว ท่านจะให้ความเห็นประกอบได้อย่างไร เสมือนท่านตั้งรัฐใหม่มา ตั้งผู้ชํานาญการดูแลเอง อันนั้นผมไม่ว่านะครับ แต่ท่านไม่มีและไม่ได้เขียนอํานาจไว้ถึงขนาดนั้นท่านมีหน้าที่ ท่านศึกษา จริงครับ ถ้าท่านต้องไปศึกษาก็ต้องไปขอผลจากคนอื่นเขามาครับ ท่านไม่มีองค์การรองรับ อยู่นะครับ ใช่ไหมครับ อันนี้ผมเป็นห่วง เอาละถ้าท่านจะเป็นอย่างนั้นผมไม่ว่า เพียงแต่ว่า ขอให้บันทึกไว้ตรงนี้ว่านี่คือเจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการว่าองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมนี้ จะให้ความเห็นประกอบโดยไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายอื่นรองรับอยู่ ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่ว่ากัน ถ้าอย่างนั้นผมพอรับได้ เอาตามนั้นจะดีหรือไม่ดีผมไม่รู้ เพราะผมก็ไม่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านนี้ คณะกรรมาธิการได้รับมอบหมายจากสภาไป ท่านย่อมที่จะแสวงหา ข้อมูลที่ดีกว่าผมแน่นอนครับ จากคณะกรรมการ ๔ ฝ่าย จากผู้ที่ทําหน้าที่มาแล้วหรืออะไร ก็แล้วแต่ ถ้า ๑๒๐ วันนี้ผมเห็นด้วยเลยครับ เพราะอย่างน้อยด้านโน้นเขาก็ทํา ๑๐๕ วัน แล้วท่านไม่มีสิทธิที่จะให้ความเห็นประกอบก่อนที่ด้านโน้นทําสําเร็จด้วยผมจะบอกให้ ใช่ไหมครับ ท่านประธาน เพราะเวลาเขาจะขออนุมัติทําโครงการเขาต้องทําผ่าน สผ. แล้วผู้เชี่ยวชาญ ไปให้ความเห็นเขา เขาถึงจะอนุมัติได้ นี่เป็นกระบวนการอยู่ขั้นกลางเท่านั้นเองครับ ถ้าไม่ผ่านด้านโน้นมานะครับไม่มีทางอนุญาตอนุมัติได้ เพราะฉะนั้น ๑๐๕ วันก็เลยเป็น ข้อจํากัดเลยว่า อย่างน้อยต้องไม่น้อยกว่า ๑๐๕ วัน เก่งที่สุดก็ ๑๑๐ วัน เก่งให้มากกว่านั้น อีก ๑๒๐ วัน รับได้ครับ อันนี้ไม่มีปัญหาเลย แต่ประเด็นผมเองนําเรียนท่านประธาน เพื่อที่จะบันทึกไว้ เมื่อสักครู่ก็คือว่าแนวคิดของคณะกรรมาธิการกับร่างเดิมที่ผู้มีหน้าที่ ยกร่างมา แล้วร่างเดิมของคณะกรรมาธิการกับร่างเดิมของสภาผู้แทนราษฎรความคิดเห็น เป็นคนละแนวกัน วิธีปฏิบัติคนละแนวกัน ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มีอะไรแล้วนะครับท่านกรรมาธิการ เจตนารมณ์ที่สมาชิกพูดตรงกันนะครับ ก็บันทึกไว้แล้ว ผ่านมาตรา ๑๙ ต่อไปมาตรา ๒๐ ก็ไม่ได้ติดใจแล้ว แก้จํานวนวันนะครับ เชิญท่านจุลพันธ์ครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผมต้องขอความกรุณา ท่านประธานนะครับ ช่วงนี้อาจจะใช้เวลามากสักหน่อย แต่ผมว่าหลังจากนี้คงจะเร็วขึ้น แต่เพื่อความรอบคอบนะครับ มาตรา ๑๙ ผ่านมามาตรา ๒๐ ต้องกราบขอบพระคุณครับ ๑๒๐ วันรับได้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้เลขาธิการท่านอ่านมาตรา ๒๐ หน่อย จะได้บันทึกไว้ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๐ มีการแก้ไข

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านจุลพันธ์

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ต่อเนื่องนะครับ มาตรา ๑๙ ผ่านมา มาตรา ๒๐ เป็น ๑๒๐ วันรับได้ครับ เพราะว่าขั้นตอนของอีกสายงานหนึ่งคือ สผ. รวมถึง คณะกรรมการผู้ชํานาญการใช้เวลาประมาณ ๑๐๕ วันเป็นอย่างมาก อันนี้มีเวลาบวกให้เขา อีกเล็กน้อยยังทํางานได้ แต่ประเด็นของผมนั้นผมอ่านกฎหมายแล้วผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ ผมอาจจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายนะครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ ในวรรคสองบอกว่า การดําเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ก็คือเรื่อง ของเรานี้นะครับ จะกระทํามิได้ เว้นแต่ได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และผู้มีส่วนได้เสียก่อน อันนี้จบประเด็นนะครับ คือทําไม่ได้ยกเว้นได้ศึกษาแล้วก็ได้มีการ รับฟังความคิดเห็น ต่อมาบอกว่ารวมทั้งได้ให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนต่าง ๆ ก็คือของเราให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดําเนินการดังกล่าว นั่นคือถ้าไม่มีความเห็น ประกอบทําไม่ได้ครับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ พอมาอ่านมาตรา ๒๐ ของท่านในวรรคสามบอกว่า ในกรณีที่คณะกรรมการมิได้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกําหนดเวลาตามวรรคหนึ่งให้ถือว่า องค์การอิสระได้ให้ความเห็นประกอบแล้ว ก็มันไม่ได้ให้ความเห็นประกอบแล้ว ให้ถือว่า ให้ความเห็นประกอบ ผมก็ไม่รู้ว่านี่คือวิธีการเขียนกฎหมายที่มันเป็นปกติหรือไม่ ก็ในเมื่อเขา ไม่ได้ให้มา แล้วบอกว่าให้ถือว่าเขาให้ เพราะอะไรครับ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนชัดเจน เจตนารมณ์ของเขาให้ทุกโครงการที่มัน มีปัญหา อย่างน้อยให้มีองค์การอิสระเขาเขียนเติมความเห็นประกอบเข้ามาให้เขาไปศึกษา ให้เขาไปเติมความเห็นประกอบ ปรากฏว่าท่านไปกําหนดเงื่อนเวลาบอกเป็น ๑๒๐ วัน แล้วพ้น ๑๒๐ วันถือว่าคุณให้แล้ว ทั้ง ๆ ที่คุณไม่ได้ให้อะไรผมมาเลย ผมก็ไม่รู้ว่าผม จะรับอะไรมา เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนถามประเด็นนี้ ท่านได้ศึกษาทางข้อกฎหมาย ดีแล้วหรือยัง ว่ามันขัดต่อรัฐธรรมนูญและเหตุผลของ พ.ร.บ. ฉบับนี้หรือไม่ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านไชยวัฒน์เชิญครับ

นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ กรรมาธิการ ก็ตรงตามที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้ให้ความเห็น เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ บังคับไว้ว่าต้องให้ความเห็น เราจึงต้องเขียนมาตรานี้ไว้ ซึ่งความจริงมาตรานี้ไม่ได้แก้ไข เป็นร่างเดิมที่ผ่านวาระหนึ่งมา เพราะคําว่า ให้ถือว่า นี้ ก็ เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ ก็ขอกราบเรียนยืนยัน ต่อที่ประชุมเพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่า ถ้าเขียนอย่างนี้ไว้แปลว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ ถ้าไม่เขียนไว้ แล้วก็เลย ๑๒๐ วัน แล้วก็ยังไม่มีอะไรออกมาเลย แล้วไม่มี กฎหมายรองรับ ก็จะถือว่ายังไม่ให้ความเห็น ก็ดําเนินการอนุมัติโครงการไม่ได้ เพราะฉะนั้น ก็กราบเรียนกับท่านว่าอันนี้เป็นเรื่องของกฎหมายโดยเฉพาะครับ ถ้าเขียนไว้อย่างนี้ก็แปลว่า ให้ความเห็นตามรัฐธรรมนูญแล้วครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุลพันธ์เชิญครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพนะครับ ถ้าอ่านตามตัวอักษร แปลตรง ๆ ก็คือเลี่ยงบาลีหลบรัฐธรรมนูญ แปลว่าถ้าในที่สุดแล้วคุณศึกษาไม่ทันด้วยเหตุใด ๆ จะจงใจหรือไม่จงใจก็ตามให้ถือว่าให้ความเห็น แล้วก็ตรงตามไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ถูกต้องครับ แต่ถ้าไปวิเคราะห์ถึงเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญที่เขาบอกว่า ต้องมีการให้ความเห็น จากองค์การอิสระนี้ มองอย่างไรมันก็คงไม่ถูกต้องนักนะครับ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพแล้วกัน ผมก็ไม่รู้ มันไม่มีการแปรญัตติ ไม่มีการแก้ไขในจุดนี้ก็แสดงความไม่สบายใจบันทึกไว้ในสภา ก็แล้วกันครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เป็นอันว่าผ่านนะครับ ถือว่าเป็นข้อสังเกตของท่านสมาชิก ก็จะมีการแก้ไขมาตรา ๒๐ จาก ๙๐ วันเป็น ๑๒๐ วันนะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อมาตรา ๒๑ ครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๑ มีการแก้ไข

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ติดใจไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่ติดใจ เชิญต่อครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๓ สํานักงานคณะกรรมการองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๔ มีการแก้ไข

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชลน่านเชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในมาตรา ๒๔ ผมเองคงต้องใช้สิทธิสมาชิกในฐานะที่ไม่ได้ สงวนคําแปรญัตติเอาไว้ แต่ว่าในวรรคสองของมาตรา ๒๔ คณะกรรมาธิการตัดออกทั้งวรรค นะครับ ว่าด้วยเรื่องของกิจการของสํานักงาน ร่างเดิมนะครับท่านประธาน เราตั้งสํานักงานนี้ขึ้นมา แล้วก็ให้กิจการของสํานักงานนี้ไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน พนักงานและลูกจ้างของสํานักงานต้องได้รับประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ ในกฎหมายดังกล่าว คณะกรรมาธิการตัดออก เหตุผลคงจะต้องกราบเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการหรือท่านกรรมาธิการที่ตัดออกนะครับว่าเพราะอะไร ท่านประสงค์จะให้ข้าราชการ ลูกจ้าง หรือพนักงานที่อยู่ในสํานักงานแห่งนี้เข้าไปสังกัด ในกฎหมายเหล่านี้ใช่หรือไม่ คําถามผมนะครับ ในมาตรานี้ถ้าท่านตัดออกท่านประสงค์อะไร เพราะว่าถ้าตัดออกนะครับ โดยสภาพแล้วคนเหล่านี้เขาจะต้องไปอยู่ในกฎหมายประกันสังคม คนเหล่านี้เขาจะต้องไปอยู่ในกฎหมายว่าด้วยกองทุนเงินทดแทนคนเหล่านี้เขาจะต้องไปอยู่ ในกฎหมายว่าด้วยกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ ก็คือไปอยู่ในกฎหมายเหล่านั้นทั้งหมด ถ้าไม่เขียนยกเว้นเอาไว้นะครับ ถ้าท่านประสงค์อย่างนั้นผมขออนุญาตข้ามไปนิดเดียวครับ ท่านประธานผมใช้เวลาไม่มาก เพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องในมาตรา ๒๕ วรรคท้าย วรรคท้ายคือวรรคสองนะครับ ท่านไปเติมในมาตรา ๒๕ วรรคท้าย เขียนไว้อย่างนี้การกําหนด อัตราเงินเดือน ค่าตอบแทน การจัดสวัสดิการหรือการสงเคราะห์อื่นแก่พนักงานหรือลูกจ้าง ของสํานักงาน สํานักงานคือสํานักงานคณะกรรมการองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วย ประกันสังคมและกฎหมายว่าด้วยกองทุนเงินทดแทน มาตรา ๒๔ ท่านตัดออก มาตรา ๒๕ ท่านไปอ้างเขา แล้วท่านจะเอาอย่างไรครับ ท่านประธานครับ ผมค่อนข้างจะแปลกใจ ถ้าท่านคงไว้ในมาตรา ๒๔ แล้วไปเขียนในมาตรา ๒๕ วรรคสอง วรรคท้ายกําชับอย่างนี้ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลย เพราะอะไรครับ เพราะหน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานที่มีความเป็นอิสระ องค์การนี้เป็นองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม หน่วยงานก็มีความเป็นอิสระในการที่จะบริหารงบประมาณ บริหารงานบุคคล เพราะท่านเขียนให้เขาเป็นอย่างนั้น เขาสามารถจะของบประมาณเอง ได้เลยครับ สามารถตั้งงบประมาณเอง มาชี้แจงงบประมาณเองได้ มีเลขาธิการเป็นผู้บริหาร ก็มีความเป็นอิสระในการบริหารงานบุคคล หน่วยงานที่มีความเป็นอิสระในงานบริหารบุคคล บริหารงบประมาณ บริหารกิจการในสํานักงานนี้ เรามักจะให้โอกาสเขาไปกําหนดเรื่อง อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทนสวัสดิการต่าง ๆ ซึ่งไม่ผูกโยงกับกฎหมายฉบับอื่นเลย โดยทั่วไปเราทํากันอย่างนั้น แต่ฉบับนี้ท่านกลับหัวกลับหาง พอไปตัดมาตรา ๒๔ ออก กลับมาเขียนรองรับมาตรา ๒๕ เลยถามว่าคณะกรรมาธิการจะเอาอย่างไรครับ ถ้าเห็นอย่างผม ไม่อยากให้ยืดยาวนะครับ ท่านคงร่างมาตรา ๒๔ ไว้ จบเลยครับ ไปเติมมาตรา ๒๕ ผมจะ ไม่พูดอะไรเลยครับ เพราะผมก็หิวข้าวเหมือนกันครับ ยังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการเชิญชี้แจงครับ

นางสาวธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการค่ะ จริง ๆ แล้วเจตนารมณ์ของมาตรา ๒๔ วรรคสอง ที่เขียนไว้มีเจตนารมณ์อยู่ ๒ อย่าง ก็คือว่าต้องการจะกําหนดให้ชัดเจนว่าองค์การนี้ไม่อยู่ ภายใต้บังคับของกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับ อย่างไรก็ตามเรื่องประโยชน์ตอบแทนก็ให้กําหนด ไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในกฎหมายดังกล่าวนะคะ ซึ่งในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ดิฉันก็พยายามชี้แจงแล้วว่า การที่เขียนวรรคสองไว้มันจะช่วยให้ไม่มีปัญหาต้องตีความ หรือว่าองค์การนี้ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายทั้ง ๓ ฉบับหรือไม่ แต่กรรมาธิการบางท่านก็เกรงว่า ถ้าเขียนไว้ พอไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับ เขาจะไปรวมกลุ่มอะไรต่าง ๆ ไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญ ก็เลยอยากขอให้ตัดออก แต่ว่าในส่วนตัวดิฉันเองก็เห็นว่าเขียนไว้ ตามที่ท่านสมาชิกท่านเสนอแนะ ของร่างเดิมก็เหมาะ แล้วถ้าเอากลับมาตามมาตรา ๒๔ ของร่างเดิม มาตรา ๒๕ ก็ไม่ต้องมีวรรคสอง ไม่ต้องเติมเข้าไปค่ะ ทางคณะกรรมาธิการ ก็ขออนุญาตกลับไปยังร่างเดิมของมาตรา ๒๔ ค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ในมาตรา ๒๔ วรรคท้ายที่คณะกรรมาธิการตัดออก กรรมาธิการเสียงข้างมาก ขอกลับไปตามร่างเดิม ก็คือที่ตัดออกก็เอากลับมา มีท่านเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ก็เป็นไปตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้เสนอนะครับ คือกลับไปสู่ร่างเดิม ก็ถือว่าคณะกรรมาธิการไม่ได้แก้ไขร่างเดิม มาตรา ๒๕ เชิญครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๕ มีการแก้ไข

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ติดใจไหมครับ

นางสาวธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการ

ท่านประธานขออนุญาตค่ะ ดิฉัน ธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการ มาตรา ๒๕ พอกลับไปมาตรา ๒๔ ร่างเดิม มาตรา ๒๕ ก็จะไม่มีการแก้ไขค่ะ ก็ตัดวรรคสองที่เพิ่มเข้ามาออกค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มาตรา ๒๕ ถือว่าไม่มีการแก้ไข เชิญท่านชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในมาตรา ๒๕ วรรคสอง ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการเติมเข้ามา อย่างนี้ก็เป็นความชัดเจน เพราะว่ากฎหมายที่เราทํามาเราก็เขียนไว้อย่างนี้ทั้งหมดครับ มาตรา ๒๔ เพียงแต่บอกว่าไม่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมาย ๓ ฉบับนี้ นั่นก็คือเขามาอยู่ ภายใต้กฎหมายของเขาเองใช่ไหมครับ เมื่อมาอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายฉบับนี้เขาก็มาอยู่ ภายใต้กฎหมายของเขาเอง เมื่อมาอยู่ภายใต้กฎหมายของเขาเอง สิทธิประโยชน์ที่เขาพึงจะ ได้รับ ถ้าคณะกรรมาธิการจะกรุณาก็เขียนเป็นอย่างนี้เขาก็ไม่ด้อยกว่า ๓ ฉบับนั้นแน่นอน ถ้าเขียนกําชับเอาไว้ผมใช้ภาษาไทยว่าอย่างไรครับท่านประธาน ปกติเขียนบังคับเอาไว้ว่า อย่างน้อยการจะไปจัดเรื่องของเงินเดือน กําหนดตําแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าตอบแทนของพนักงาน ลูกจ้าง หรือเรื่องสวัสดิการ การสงเคราะห์อื่น ท่านจะไปตั้งกองทุนสงเคราะห์พนักงานอะไรก็แล้วแต่ ก็จะต้องไม่ได้ น้อยกว่ากฎหมาย ๓ ฉบับนั้น เขียนไว้ผมก็ว่าไม่เสียหายนะครับ มันก็สอดรับกัน ความเห็น ของผมนี้ผมคิดว่าควรจะเขียนไว้ ถ้าไม่เขียนไว้ก็ไม่มีหลักประกัน คุณอาจจะไปกําหนด ต่ํากว่าก็ได้ แต่ถ้าเขียนไว้แน่นอนคุณกําหนดต่ํากว่าไม่ได้ ผมไม่มีความรู้ด้านกฎหมายเท่ากับ ท่านกฤษฎีกานะครับ แต่ว่าเท่าที่ทํามาเราเขียนอย่างนี้กันจริง ๆ ครับ หลายฉบับครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรรมาธิการเชิญครับ

นางสาวธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการค่ะ ที่ดิฉันเรียนว่าไม่ต้องแก้มาตรา ๒๕ นะคะ เนื่องจากมาตรา ๒๔ ตรงวรรคสองตอนท้ายท่านกําหนดไว้อยู่แล้วว่า แต่พนักงานและลูกจ้าง ของสํานักงานต้องได้รับประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในกฎหมายดังกล่าว อันนี้ตอนแรกตัดออก เลยต้องไปเขียนอยู่ในมาตรา ๒๕ วรรคสอง พอมันกลับมาก็ไม่จําเป็น ต้องไปเขียนมาตรา ๒๕ วรรคสองซ้ําอีกค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ติดใจแล้วนะครับ ก็ถือว่ามาตรา ๒๕ ไม่มีการแก้ไข คงไว้ตามร่างเดิม ต่อไปมาตรา ๒๖ แต่ก่อนไปถึงมาตรา ๒๖ ขอต้อนรับผู้มาเยือนสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ยินดีต้อนรับผู้แทน คณะสงฆ์และคณะ นําโดยท่าน ส.ส. บรรพต ต้นธีรวงศ์ ท่านผู้แทนดังกล่าวมาจาก ประเทศศรีลังกานะครับ ยินดีต้อนรับสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ขณะนี้เรากําลัง พิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับทางด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพอยู่นะครับ เชิญต่อครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๖ มีการแก้ไข

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ติดใจไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่ติดใจ เชิญต่อครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๗ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้สงวนไม่ติดใจครับ เชิญท่านชลน่านครับ เพราะมีการแก้ไข

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในมาตรา ๒๗ ว่าด้วยเรื่องสํานักงาน รายได้ของสํานักงาน ใน (๒) ผมไม่ติดใจ เพราะท่านน่าจะมีคําชี้แจงคล้าย ๆ กับที่เราพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์การ อิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. .... ที่เราพิจารณาไปแล้วนะครับ เพราะท่านเกรงว่าจะมีผล มีอิทธิพลต่อการพิจารณากรณีได้รับเงินบริจาค แต่ว่า (๓) คําว่า รายได้และผลประโยชน์ อันได้มาจากการดําเนินกิจการของสํานักงาน ท่านตัดคําว่า และผลประโยชน์ ออกนะครับ ผมเองมีคําถามว่าทําไมท่านถึงตัดออก ท่านจะไม่เอาส่วนที่เกิดจากผลประโยชน์ของสิ่งที่เป็น สินทรัพย์หรือทรัพย์สินของสํานักงานอย่างนั้นหรือ แต่ว่าพอมาดูมาตรา ๒๘ ผมก้าวล่วงไป นิดเดียวครับท่านประธาน เพราะมันเกี่ยวเนื่องมาตรา ๒๘ วรรคสอง มาตรา ๒๘ วรรคสี่ ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างในวรรคสอง ท่านยังเขียนบอกว่า บรรดาอสังหาริมทรัพย์ ที่สํานักงานได้มาโดยใช้เงินรายได้ตามมาตรา ๒๗ (๑) ให้ตกเป็นที่ราชพัสดุ แต่สํานักงาน มีอํานาจในการปกครอง ดูแล บํารุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์ได้ ท่านยังคงคําว่า จัดหาประโยชน์ อยู่นะครับ ในวรรคสี่เช่นกันครับ ให้สํานักงานมีอํานาจในการปกครอง ดูแล บํารุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สินของสํานักงาน เมื่อท่านไม่จัดหา ผลประโยชน์แล้วท่านตัดผลประโยชน์ออกทําไม ถ้าท่านตัด ท่านตัดออกหมดสิครับ ไม่เอา เรื่องผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะได้ แล้วท่านอธิบายผมด้วยนะครับว่าความเข้าใจ คําว่า ผลประโยชน์ ของท่านตรงนี้คืออะไร ผลประโยชน์ของท่านที่ไม่เอานี้คืออะไร ทําไมท่านถึงตัดออก เมื่อตัดออกในมาตรา ๒๗ (๓) แล้ว มาตรา ๒๘ ที่ผมอภิปรายเกี่ยวเนื่อง เพื่อยกมาเป็นเหตุผล ผมคงไม่ถามว่าทําไมท่านถึงคงไว้ เพราะยังไม่ถึงมาตรา ๒๖ เอาไว้ตอบ มาตรา ๒๘ ก็ได้ครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ ทําไมถึงตัดคําว่า และผลประโยชน์ ออกครับ

นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ กรรมาธิการครับ คํานี้ก็เป็นเพียงถ้อยคําที่มันเป็นสร้อยคํา เท่านั้นเอง แต่ว่าถ้าจะติดใจเอาไว้ก็ไม่ขัดข้องครับ เพราะว่ามันมีคําว่า ประโยชน์ ในที่อื่นด้วย แต่คําว่า ผลประโยชน์ ใน (๓) ของมาตรา ๒๗ ที่ตัดออกนี้ เพราะมันเป็นถ้อยคําที่รู้สึกว่า ฟุ่มเฟือย เพราะมันมีคําว่า รายได้ แล้ว แต่ถ้าท่านเห็นว่าจะเอาไว้เพื่อคงประโยชน์อื่น คณะกรรมาธิการก็ไม่ขัดข้องครับ เพราะไม่ได้ทําให้ความหมายเปลี่ยนแปลงไป จะมีหรือไม่ก็ได้ แต่ถ้าท่านติดใจจะให้คงไว้ก็ยินดีจะคงไว้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชลน่านเชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยครับ ถ้าเป็นคําอธิบายคําชี้แจงอย่างที่ท่านกรรมาธิการชี้แจงนั้นผมรับได้ แต่ผมไม่เชื่อว่าเป็นอย่างนั้นครับ เผอิญผมไม่เชี่ยวชาญทางด้านการเงิน การคลังด้วย เพราะกฎหมายทุกฉบับที่เราเขียนมานี้เราเขียนไว้ เพราะผลประโยชน์ที่เกิดจากการนําไป แสวงหาผลประโยชน์ ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นกําไรหรืออะไรก็แล้วแต่ ผมไม่แน่ใจว่าสภาแห่งนี้ จะมีนักการเงิน การคลัง พอที่จะให้คํานิยามตรงนี้ได้ไหมว่ามันจะแปลงตีความเป็นสินทรัพย์ ได้ไหม เป็นตัวเงินได้หรือไม่ จริง ๆ ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ พอสมควร ผมคิดว่าน่าจะช่วยสภาได้ อยากให้อธิบายความหมายให้ชัดเจนครับ ถ้าเป็น ความหมายของท่านไชยวัฒน์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ผมยินดีครับ ไม่แตะเลยครับ ตัดได้ แต่ถ้าไม่ใช่ ผมเชื่อว่ามันจะมีข้อจํากัดในการทํางานกิจกรรมของสํานักงาน เข้าไปแสวงหา ผลประโยชน์ไม่ได้เลยนะครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประธานคณะกรรมาธิการ เชิญครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานคณะกรรมาธิการ

ขอบคุณค่ะ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานคณะกรรมาธิการค่ะ จริง ๆ คําพูดที่ว่าผลประโยชน์นี้ จากการดําเนินการ ซึ่งมันแตกต่างจากการหาประโยชน์จากสินทรัพย์ ที่ตัดตรงนี้ออก เพราะว่าเราไม่อยากให้มีข้อครหาว่าการดําเนินการของคณะกรรมการนี้มีผลประโยชน์ แต่รายได้นี้ก็ยกตัวอย่างว่าถ้าเราทําหนังสือหรือทําเอกสารขาย ก็จะมีรายได้จากการ ดําเนินการ เพราะฉะนั้นเดิมที่ตัดออกเพราะว่าไม่อยากให้เป็นข้อครหาว่าการดําเนินการ ของคณะกรรมการองค์การอิสระนี้ดําเนินการแล้วได้ผลประโยชน์ค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ชัดเจนนะครับ เพราะว่าใน (๔) ก็บอกว่ารายได้จากทรัพย์สินไปให้เช่าไปอะไรก็มีอยู่แล้ว ทีนี้ ไม่อยากให้มีผลประโยชน์จากการดําเนินกิจการอื่น ก็ผ่านนะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๘ มีการแก้ไข

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ติดใจไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่ติดใจ เชิญต่อครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๑ มีการแก้ไข

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชลน่านเชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมาธิการ อย่าเพิ่งเบื่อผมนะครับ เพราะว่าอย่างไรผมน่าจะพูดประเด็นนี้เป็นประเด็นรองสุดท้ายแล้ว ผมมีอยู่มาตราเดียวคือมาตรา ๓๔ ครับ ส่วนมาตรา ๓๑ คณะกรรมาธิการไปตัดถ้อยคํา ในวรรคหนึ่งเรื่องของบทที่ว่าด้วยเกี่ยวกับเลขาธิการสํานักงาน ท่านตัดคําว่า เป็นผู้บังคับบัญชา ของพนักงานและลูกจ้าง และรับผิดชอบการบริหารงานของสํานักงาน ออก ผมเองก็พยายาม ไปดูบทที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ จริงอยู่ท่านจะตอบผมว่าเอาไปเขียนไว้ เรื่องของ ในมาตรา ๓๔ เกี่ยวเนื่องนะครับท่านประธาน ผมอภิปรายทีเดียวเลย มันเกี่ยวเนื่องกันครับ เพราะว่าถ้อยคําเดียวกันแต่ย้ายจากมาตรา ๓๑ ไปเขียนในมาตรา ๓๔ ผมเลยขออนุญาต ท่านประธานเลยนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อนุญาตครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

เดิมมาตรา ๓๑ ถ้อยคําที่เราเขียนไว้นี้ ท่านกฤษฎีกาน่าจะตอบผมได้ ต้องขออนุญาตที่กล่าวถึงท่าน ให้มีเลขาธิการสํานักงาน คณะกรรมการองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพคนหนึ่ง ซึ่งประธานกรรมการแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ เป็นผู้บังคับบัญชา พนักงานและลูกจ้าง และรับผิดชอบการบริหารงานของสํานักงาน ขึ้นตรงต่อคณะกรรมการ แล้วก็มีถ้อยคําต่อไป ท่านตัดตรงนี้ออกแล้วก็เอามาใส่ในเรื่องของอํานาจหน้าที่ ผมเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการนะครับ การเขียนรูปแบบของกฎหมายที่เขียนไว้ แล้วร่างเดิมกับอันใหม่นี้กระบวนการทางด้านนิติวิธี หรือวิธีเขียนกฎหมาย อันไหนที่ถือว่าเป็นที่ยอมรับมากกว่ากัน จะเขียนแบบใหม่หรือเขียน แบบร่างเดิมที่ผ่านร่างสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ประเพณีปฏิบัติก็ดี วิธีเขียนก็ดี จริง ๆ เขียน ทั้ง ๒ อย่างได้ครับ ผมก็เข้าใจว่าอย่างนั้น แต่ว่าวิธีเขียนให้มันดูดีสละสลวยและสืบเนื่องกันนี้ มีวิธีการไหนที่จะดีกว่ากัน ผมเองกราบเรียนท่านประธานครับ เท่าที่ทํามาความนิยมเราจะเขียน ลักษณะเป็นมาตรา ๓๑ เดิม เพราะบ่งบอกไปเลยว่าเลขาธิการเขาเป็นผู้บังคับบัญชา การเป็นผู้บังคับบัญชานี้จริงอยู่ครับส่วนหนึ่งก็เสมือนเป็นอํานาจหน้าที่ แต่ว่ามาตรา ๓๑ เราต้องการบ่งบอกสถานะของเขา เขาเป็นบุคคลอย่างไร เป็นใคร ส่วนอํานาจหน้าที่นี้ ให้เขาทําอะไร แต่ว่าสถานะเขาเป็นผู้บังคับบัญชาด้วยแล้วไปทําหน้าที่บังคับบัญชาด้วย ในเมื่อเขียนมาตรา ๓๑ แล้วก็ไม่ต้องไปเขียนมาตรา ๓๔ ความเห็นผมนะครับ ควรจะคง ร่างเดิมแล้วตัดมาตรา ๓๔ ออก เพราะอะไรครับ เพราะเวลาไปเขียนมาตรา ๓๔ ก็มีความ ลักลั่นในกระบวนการของการร้อยเรียง ผมอ่านมาตรา ๓๔ ให้ฟังอย่างนี้ครับท่านประธาน เลขาธิการมีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ เอาตามร่างเดิมก่อนนะครับ ๑. บริหารกิจการ เพราะผมเองก็ไม่เห็นด้วยกับการแก้ของคณะกรรมาธิการในมาตรา ๓๔ บริหารกิจการ ของสํานักงานให้เป็นไปตามกฎหมาย นโยบาย มติ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศของ คณะกรรมการ อันนี้หน้าที่แรกเลยนะครับ พอท่านไปแก้มาตรา ๓๑ ตัดออก มาตรา ๓๔ เดิม เป็นข้อ (๑/๑) คือ (๑/๑) เป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของสํานักงาน ผมถามหน่อย ว่าเป็นผู้บังคับบัญชากับบริหารกิจการอันไหนมาก่อนกัน ท่านไม่มีที่ลงครับ ท่านจะเขียน (๐/๑) ท่านก็เขียนไม่ได้ หรือท่านเขียนได้ไหมครับท่านกฤษฎีกา ผมก็ไม่เคยเห็นนะครับ เขียน (๐/๑) เพราะว่าถ้าร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านเป็นกฎหมายปุ๊บ จะได้เป็น (๑) เลยเขียน (๐/๑) ไว้ก่อน ไม่เคยเห็นครับ ก็ดูจะตลกด้วย เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานครับ อยากให้กลับร่างเดิม ตัด (๑/๑) ในมาตรา ๓๔ ออก กลับร่างเดิมมาเป็นมาตรา ๓๑ ที่เขียนไว้ เหมือนเดิม ผมคิดว่าน่าจะไม่มีปัญหานะครับท่านประธานคณะกรรมาธิการ ไม่ได้เสียรูปแบบ อะไร ท่านก็ไมได้เสียเกียรติยศอะไรด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานคณะกรรมาธิการ

ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานคณะกรรมาธิการค่ะ เราคุยกันแล้วนะคะว่าก็กลับไปเหมือนเดิมได้ค่ะ ไม่มีปัญหาค่ะ เราก็ตัด (๑/๑) ในมาตรา ๓๔ ออกค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เป็นอันว่ามาตรา ๓๑ ในส่วนวรรคแรกที่คณะกรรมาธิการตัดออกก็เอากลับมาร่างเดิม ส่วนวรรคสองถ้อยคําที่คณะกรรมาธิการเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ ก็คงตามที่คณะกรรมาธิการ เพิ่มเติมมานะครับ เมื่อไม่มีผู้ติดใจแล้วก็ผ่านมาตรา ๓๑ ต่อไปมาตรา ๓๒ เชิญครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๔ มีการแก้ไข

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มาตรา ๓๔ คณะกรรมาธิการตัด (๑/๑) ที่คณะกรรมาธิการเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ออกนะครับ เชิญครับ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ตกลงมาตรา ๓๔ ตัดออกหรือเพิ่มเติม ผมขออนุญาตเรียนถามท่านประธานครับ เพราะเห็น ท่านประธานพูดถึง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือเนื่องจากในมาตรา ๓๔ นี้มันเกี่ยวข้อง เกี่ยวโยงกับมาตรา ๓๑ เมื่อมาตรา ๓๑ วรรคแรก นี้พูดถึงเรื่องการเป็นผู้บังคับบัญชาของพนักงานและลูกจ้าง และรับผิดชอบการบริหารงาน ของสํานักงานนี่คือเป็นอํานาจหน้าที่เลขาธิการ ฉะนั้นพอมาถึงมาตรา ๓๔ ซึ่งเมื่อเอาของเดิม ในมาตรา ๓๑ นี้กลับแล้ว มาตรา ๓๔ (๑/๑) ที่มาพูดเรื่องอํานาจเป็นผู้บังคับบัญชา ก็ตัดตรงนี้ออกเพราะว่ามันมีอยู่ในมาตรา ๓๑ แล้วนะครับ เชิญครับ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก

มาตรา ๓๔ เลขาธิการมีอํานาจ หน้าที่ ดังต่อไปนี้

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

(๑/๑) นี้หาย คือตัดออกไปครับ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก

(๑/๑) นี้ตัดออกไปใช่ไหมครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ใช่ครับ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก

(๑) ยังอยู่ใช่ไหมครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อยู่ครับ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก

ผมขออนุญาตพูดตรง (๑/๑)

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก 🔗

ขออนุญาตเรียนท่านประธาน ถามไปทางคณะกรรมาธิการครับ ที่ท่านกําหนดบทบาทหน้าที่และเขียนอย่างนี้ในคณะองค์การอิสระ ซึ่งโดยศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัยบางเรื่องออกมาว่าองค์การอิสระนั้นสามารถดําเนินการ ออกระเบียบโดยไม่อยู่ภายใต้ข้อบังคับกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบของการปฏิบัติคือระเบียบ พัสดุจัดซื้อจัดจ้าง โดยมีการออกกฎหมายเองก็ได้ หรือเกี่ยวกับเรื่องบุคคล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าห้ามมิให้ใช้กฎหมายดังกล่าวในการประกอบการ ในการที่จะจัดทําเรื่อง งบประมาณหรือการจัดทําเรื่องพัสดุหรือบริการอื่น ๆ อันนี้คือคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นตรงนี้ที่อยากจะเรียนถามนะครับว่า หลายองค์กรที่ในสภานี้ได้ออกกฎหมาย ให้ไป แล้วก็ให้องค์การอิสระไปดําเนินการประกาศระเบียบจัดซื้อจัดจ้างเอง ระเบียบในการ จัดแต่งตั้งหรือกําหนดเงินเดือนอะไรเองก็แล้วแต่ ทั้งเรื่องบุคลากรและเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง แต่ใน (๑) นี้บริหารกิจการและวางระเบียบเกี่ยวกับการดําเนินงาน การบริหารบุคคล การเงิน การงบประมาณ การพัสดุ และบริหารด้านอื่นของสํานักงาน ท่านก็ตัดคําว่า กฎหมาย ออก นโยบาย มติ ข้อบังคับ ระเบียบหรือประกาศของคณะกรรมการ อันนี้ก็อยู่ในเงื่อนไขที่ ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยเรื่อง ป.ป.ช. มา แต่ปรากฏอย่างนี้ครับ มีกฎหมายฉบับหนึ่ง ผมอยากจะให้ทางคณะกรรมาธิการถ้าใส่ได้ใส่ไปด้วย ที่ท่านตัดคําว่า กฎหมาย นี้ มันมี กฎหมายฉบับหนึ่งที่สภาเพิ่งผ่านไป แล้วก็เป็นตัวอย่างอันหนึ่งคือ ป.ป.ช. กฎหมาย ป.ป.ช. นี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยทั้งฉบับ แต่ว่ามีอยู่มาตราหนึ่งท่านไม่ให้ คือกรณีเรื่องการไป กําหนดเงินเดือนของอีกหน่วยราชการหนึ่งมาใช้ในหน่วยงานขององค์การอิสระ คือไปเอา เงินเดือนของอัยการมาใช้เป็นเงินเดือนของพนักงานไต่สวน ผลปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญ ไม่เห็นด้วย แล้วก็ถือว่ากฎหมายนั้นขัดกัน ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็ส่งกลับมาให้เราพิจารณาใหม่ สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญแนะนําว่าต้องไปออกกฎหมายว่าด้วยเรื่องเงินเดือน อัตราเงินเดือน และเรื่องต้องผ่านฝ่ายนิติบัญญัติก่อน ถึงจะไปกําหนดหลักเกณฑ์การให้กรอบเงินเดือนได้ มิได้หมายความว่าคณะกรรมการจะไปจัดการทําเองได้หมด ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัย เรื่องนี้ ๒-๓ ครั้ง เรื่องนี้ ป.ป.ช. ก็โดนมา ๒ ครั้งแล้ว ๑. คือคณะกรรมการไปขึ้นเงินเดือน ให้ตัวเอง โดนปลดทั้งคณะเลย ๒. เรื่องของการที่ออกพระราชบัญญัติแก้ไขใหม่ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ และเรื่องของการที่ตั้งพนักงานไต่สวน ก็คือกระจายให้พนักงานไต่สวนที่เป็น องค์คณะทั้งหมด ๑๐ คน กระจายมาเหลือ ๑-๒ คนสามารถทําได้ แต่ว่ามิได้หมายความว่า ให้ไปเอาเงินเดือนของอัยการมาใช้ หรืออ้างอิงเงินเดือนอัยการมาใช้แล้วจะทําได้ ต้องไปออก กฎหมายผ่านสภานิติบัญญัติ หรือต้องทําควบคู่เข้ามาเพื่อจะไม่ใช่เป็นคณะกรรมการทํา อันนี้ขออนุญาตเอาคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมาให้คณะกรรมาธิการ อยากจะแก้อะไรในนี้ ผมอยากจะให้ท่านแก้ให้มันจบ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวคณะกรรมการจะไปมีอํานาจล้นฟ้าเลย ถ้าจะเขียนอย่างนี้นะครับ ระเบียบหรือประกาศของคณะกรรมการก็คือหมายถึงว่า ๑. คณะกรรมการนี้จะเป็นฝ่ายบริหารเลย ๒. เป็นฝ่ายบริหารก็คือรวมทั้งเป็นฝ่ายบริหารบุคคล บริหารงบประมาณ การเงิน บริหารนโยบาย ถ้ามาเปรียบเทียบกับรัฐบาลก็คือหมายถึงว่า เป็นทั้ง ๑. สํานักงบประมาณ ๒. เป็นทั้งสภาพัฒน์ ๓. เป็นทั้ง ก.พ. เลย อํานาจล้นฟ้า อยู่ในคณะกรรมการอย่างเดียวเลยครับ ตรงนี้ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยแล้ว ถ้าท่านจะทํา อย่างนี้ต้องเอาเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องบุคคล เรื่องเงินเดือนมาขอให้ผ่านสภานี้ก่อน ไม่ใช่ไปกําหนดกฎเกณฑ์อะไรเองเลยได้ว่าจะเอาแบบไหน ถ้ากรอบวงเงินยังไม่มี แล้วท่านไปตั้งเองก็จะมีปัญหาตามมาอีก ที่ผมกราบเรียนตรงนี้ คือมีกฎหมายที่เราได้ผ่านไป มาตรา ๑๐๓/๗ ของ ป.ป.ช. ท่านจะไปออกประกาศในสํานักงานเลขาธิการนี้ไปออกอย่างไรก็ได้ แต่ว่าในนั้นมาตรา ๑๐๓/๗ เขียนไว้ว่าอย่างนี้ ท่านจะใช้อํานาจหน้าที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างประมูลอะไร ก็แล้วแต่ มาตรา ๑๐๓/๗ เป็นเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง วันข้างหน้าสํานักงานท่านอยากจะ จัดซื้อจัดจ้าง ป.ป.ช. จะกําหนดองค์การอิสระในระดับไหน มีการจัดซื้อจัดจ้างในวงเงินเท่าไร ลําดับแรกคือท่านต้องเปิดเผยราคากลาง ต้องเปิดเผยวงเงินโครงการ ท่านต้องเปิดเผยวิธีการ คิดราคากลาง ในกฎหมายเขียนไว้อย่างนี้นะครับ ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑๘ แล้ว และเรื่องนี้ ต้องผ่านเข้าสู่กระบวนการ เปิดเผยต่อสาธารณชน คือเข้าเว็บไซต์ (Website) ผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ด้วย ถ้า ๔ เรื่องนี้องค์การคือเลขาธิการไปทําหรือพัสดุไปทํา ไปจัดซื้อจัดจ้าง ไปทําข้อระเบียบอะไรขึ้นมา แล้วถ้าไม่ทํามันมีโทษจําคุกไปถึงอะไรก็แล้วแต่ อันนี้เป็น เรื่องของโทษอาญาที่จะตามมานะครับ ผมอ่านทั้งฉบับเรื่องมันยังไม่จบ แต่ว่ามันยังมีอีก หลายเรื่องที่ท่านต้องไปประกาศใช้ เพราะฉะนั้นองค์กรอิสระขณะนี้ที่ทําเป็นเอกเทศ หลายเรื่องหลายองค์กรทํา พอเราออกกฎหมายให้ท่านไปเสร็จเรียบร้อยแล้วเราไม่มีหน่วยติดตาม ว่าท่านทําตามที่เรามีเจตนารมณ์ให้หรือไม่ หลายเรื่องไปทําเกินนอกเหนือจากฝ่ายนิติบัญญัติ ให้ไปทํา และยังย้อนกลับมาเป็นปัญหาให้พวกเราเดือดร้อนอีก ในฐานะสมาชิกผู้แทนราษฎร ต้องไปตามแก้ปัญหาในพื้นที่แต่ละพื้นที่อีก แต่ละเรื่องแต่ละราวอีก เพราะฉะนั้น จึงกราบเรียนด้วยความเคารพผ่านท่านประธานไปถึงคณะกรรมาธิการว่าเรื่องนี้อยากจะ ฝากเตือนหรือให้ข้อสังเกตในการที่ท่านอยากจะแก้ตรงนี้ เขียนเสียให้ชัดเลยนะครับ ระเบียบ และประกาศคณะกรรมการนั้น เขียนเหมือนเป็นฟอร์ม (Form) ทั่ว ๆ ไป แต่ว่าต่อไปนี้ การเปิดเผยท่านต้องเขียนไว้เสียเลย แล้วองค์กรอย่างนี้เวลาเราจะเรียกมาสภา ยากมาก ในมาตรา ๑๓๕ ของรัฐธรรมนูญมีเฉพาะ บางองค์กรอิสระเขียนไว้เลยว่าไปเรียกคณะกรรมการ มาไม่ได้ เรียกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมาได้ แต่เรียกคณะกรรมการองค์กรอิสระมาไม่ได้ เพื่อให้หลุดพ้นจากแรงกดดันของฝ่ายการเมือง ฝ่ายบริหาร แต่ขณะเดียวกันขออนุญาต ออกกฎหมายไปโดยที่ทําอะไรก็ได้ แต่เรียกตรวจสอบโดยตรงไม่ได้ ให้เลขาธิการมาได้ เลขาธิการมาไม่มาเปล่า ปล่อยให้ผู้อํานวยการมาชี้แจงแทน แล้วก็ไม่ค่อยยอมมาด้วย นี่คือ เราเจอปัญหาแบบนี้ครับ เราออกกฎหมายไปแล้วก็มีปัญหาตามมา ทีนี้องค์กรลักษณะอย่างนี้ เป็นองค์กรที่เข้าไปดูแลผลประโยชน์โดยตรงของพี่น้องประชาชน แล้วถ้าเกิดมันมีความ ผิดพลาดอะไรเกิดขึ้น ใครจะตรวจสอบท่าน ท่านเขียนไว้ในนี้ผมอ่านดู สตง. ก็ตรวจสอบ คือตรวจสอบเลขบัญชี อันนี้กําลังจะตรวจสอบการใช้ ท่านบอกว่าไม่มีอํานาจ ตราบใดถ้าเกิด ท่านมีองค์กรแบบนี้อํานาจมีตามไปที่องค์กรเลย ท่านร่วมตรวจสอบเสร็จปุ๊บท่านต้องส่งไป ให้กับหน่วยงานอีกหน่วยงานหนึ่งซึ่งเขาไปออกใบอนุญาต ความเห็นของท่านจะมีน้ําหนักมาก เพราะมันเป็นไปตาม พ.ร.บ. แล้ว ส่วนเขาจะฟังหรือไม่ฟังน้ําหนักท่านจะมีมาก เพราะฉะนั้น มาถึงเรื่องการบริหารของสํานักงานเลขาธิการต้องขึ้นกับคณะกรรมการ ผมให้เป็นข้อแนะนํานะครับ ท่านใส่ไปว่า ถ้าจะให้เกิดความโปร่งใส ให้นําข้อมูลอันนั้นเข้าสู่ระบบตามกฎหมาย ป.ป.ช. คือสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ องค์กรอิสระท่านต้องเปิดเผยตัวเอง ท่านต้องเกิดความโปร่งใส คือท่านเป็นคนไปตรวจสอบงานคนอื่นเขา ตัวองค์กรอิสระต้องเปิดเผยตัวเองต่อสาธารณชนด้วย ว่าฉันนี้บริสุทธิ์จริง ที่จะไปตรวจว่าเขาไปทํามลภาวะเป็นพิษ โรงงานที่จะไปขออนุญาตจะทํา ถูกต้องหรือไม่ถูกต้องอะไรอย่างนี้ คุณจะไปตรวจเขาตัวคุณเองจะต้องเปิดเผยตัวคุณเอง ต่อสาธารณะ โดยดีที่สุดคือเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่อย่างนั้นจะมีปัญหาตามมาครับ พวกผมต้องไปนั่งตามตรวจท่านอีกว่าท่านตัดสินนี้มันถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ทําไมท่านถึง ไปเห็นชอบอย่างนี้ แล้วทําไมมันถึงมีปัญหาตามมาอย่างนี้ แล้วกว่าจะจบเรื่องหนึ่งผมใช้เวลา อีกเป็นปี พี่น้องประชาชนผมเดือดร้อนอีกไม่รู้เท่าไร ผมเลยฝากว่าอันนี้เขียนให้ชัดได้ไหม ถ้าเขียนชัดได้มันจะเป็นประโยชน์ ทั้งประโยชน์ทางฝ่ายนิติบัญญัติ มีเจตนารมณ์ให้องค์กรอิสระ เข้าไปช่วย ไปตรวจสอบ แต่ความร้ายแรงของมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ฝ่ายนิติบัญญัติมีเจตนารมณ์ให้องค์การอิสระเข้าไปช่วย ไปตรวจสอบ ความร้ายแรงของมลพิษ กับสิ่งแวดล้อมแล้วก็สุขภาพอันนี้ผมว่าเป็นเรื่องใหญ่ ผมอยากจะตั้งเป็นข้อสังเกตตรงนี้ ถ้าเป็นไปได้ท่านก็ใส่ว่าโดยโปร่งใสโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วยเลย ในการกระทํา เกี่ยวกับเรื่องพัสดุ การบริหารอื่น ๆ และงบประมาณการเงิน อันนี้ถ้าเป็นไปได้มันก็จะเป็น รูปแบบที่มันเกิดความชัดเจน และองค์กรอิสระทั้งหมดผมเชื่อว่าสมัยหน้าจะมีรูปแบบในการ แก้ไขตัวนี้ออกมาใช้ เพราะว่าคําสั่งของ ป.ป.ช. ที่จะมีไปถึงรัฐบาลใน ๑๖๐ วัน ทุกองค์กร จะต้องปฏิบัติให้เหมือนกันหมดด้วย ผมก็เลยขออนุญาตกราบเรียนไว้ตรงนี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณชลน่านเชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในมาตรา ๓๔ คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม ในประเด็นที่ (๑/๑) ผมจะไม่ขออนุญาตพูดถึงเพราะจบไปแล้ว ท่านประธานครับ ในการแก้ไข ของคณะกรรมาธิการในมาตรา ๓๔ นี้ มาตรานี้ว่าด้วยอํานาจหน้าที่ของเลขาธิการนะครับ พอคณะกรรมาธิการไปแก้ไข ผมกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ ข้อห่วงใยของท่านชาญชัย ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ถือว่าเป็นเรื่องที่ควรจะพิจารณา อย่างยิ่งนะครับ ยิ่งท่านไปขมวด ผมใช้คําว่า ขมวด เพราะว่าท่านพยายามเอาสาระใน (๓) (๔) ตัดออกหมดเลย จากที่เราเขียนเป็น (๓) (๔) ตัดออก ท่านมาเขียนขมวดใน (๑) อย่างเดียว แล้วก็ควบรวมไปเลยว่าให้เป็นไปตามร่างเดิม เราเน้นเรื่องกฎหมาย นโยบาย มติ ข้อบังคับ ระเบียบหรือประกาศของคณะกรรมการ ท่านบอกว่ากฎหมายไม่ต้อง ผมก็เลยกราบเรียน ถามท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการนะครับ ว่าท่านไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ผมไม่แน่ใจความเข้าใจของคณะกรรมาธิการกับผมตรงกันหรือไม่นะครับ แต่เข้าใจว่าไม่ตรงแน่ เพราะผมเห็นต่างจากท่าน เพราะท่านไปตัดคําว่า กฎหมาย ออก การปฏิบัติตามกฎหมาย ในการบริหารงานบุคคลนี้ กฎหมายทั่วไปท่านก็ต้องคํานึงถึง กฎหมายเฉพาะตรงนี้ท่านก็ คํานึงถึง นี่คือกฎหมายนะครับถ้าผ่านไปแล้ว ทั้งหลายทั้งปวงเลขาธิการมีอํานาจหน้าที่ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ด้วย แต่ท่านตัดออกครับ ท่านเพียงแต่บอกให้ปฏิบัติ ตามนโยบาย ตามมติ ตามข้อบังคับของคณะกรรมการออกมาเท่านั้นเอง อันนี้เป็นข้อสังเกต อันที่ ๑ ฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยครับ การแก้ไขของคณะกรรมาธิการนี้ผมอยากให้กลับไปร่างเดิม สาระสําคัญใน (๑) เป็นอํานาจหน้าที่ของเลขาธิการในการที่จะบริหารกิจการทั่วไปทุกอย่างเลย เราเลยเขียนว่าบริหารกิจการของสํานักงานให้เป็นไปตามกฎหมาย นโยบาย มติ ข้อบังคับ ระเบียบของคณะกรรมการ อันนี้คือทั่วไปครับ ท่านคณะกรรมาธิการกลัวจะเปลืองกระดาษ กลัวจะเปลืองน้ําหมึกในการพิมพ์ ก็เลยยุบ (๒) แล้ว (๓) ที่บอกว่าถ้อยคําที่ท่านชาญชัย ทักท้วง ถ้าเขียนกํากวมอยู่ใน (๑) ยิ่งน่าห่วงอีกครับ แต่ถ้ามาเขียนไว้ใน (๒) (๓) เหมือนเดิม ความห่วงใยน้อยลงครับ เพราะกฎหมายฉบับนี้เราให้อํานาจคณะกรรมการไปออกระเบียบ ตามมาตรา ๑๓ นะครับ ท่านย้อนไปดูมาตรา ๑๓ (๑) คณะกรรมการมีอํานาจหน้าที่ในการ กําหนดนโยบายและกํากับดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของสํานักงาน นั่นหมายความว่าเขาไป ออกระเบียบ ออกอะไรต่าง ๆ ที่เราเขียนไว้ในกฎหมายนี้ได้ แต่จะไปสอดคล้องกับกฎหมาย ป.ป.ช. หรือไม่นี่ท่านต้องไปดูนะครับ ประเด็นนี้ผมไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะว่าระเบียบ การใช้เงิน การงบประมาณตรงนี้เราให้สํานักงานนี้เป็นสํานักงานที่มีความเป็นอิสระในงาน การบริหารงบประมาณ บริหารงานบุคคล คณะกรรมการใหญ่สุดกําหนดได้ แต่จะกําหนดได้ ขอบเขตอย่างไรจะต้องผ่านความเห็นชอบของกระทรวงการคลังหรือไม่ผมไม่ทราบ ผมไม่แน่ใจ ไม่ได้ค้นคว้ามาให้ ต้องขออภัยจริง ๆ เพราะระเบียบการเงินที่คุณออกมานี้ต้องไปผ่าน หน่วยงานอื่นที่เขามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะว่าตัวเองเป็นองค์การอิสระ มีหน่วยงานอิสระในการที่จะรองรับเป็นหน่วยงานเลขาธิการ ถ้ากลับร่างเดิมดูใน (๓) (๔) เหมือนเดิม ท่านไปดู (๓) นิดเดียวเท่านั้นเองว่าจําเป็นจะต้อง ไปผ่านหน่วยงานอื่นไหม ระเบียบที่คณะกรรมการกําหนดเกี่ยวกับด้านการเงิน ผมก็ว่าน่าจะ ผ่านไปได้ ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการกับท่านกฤษฎีกานะครับ ลองดูสักนิดหนึ่งว่าทําได้ไหม ถ้าทําได้ก็จบครับ ไม่อย่างนั้นท่านต้องไปถอนร่างนี้กลับไป เขียนใหม่หมดเลยนะครับ เหมือนที่ท่านชาญชัยแนะนํา เพราะว่าท่านไม่ได้ประชุมกันแน่ ๖ คน องค์ประชุมไม่ครบหรอกครับ ถ้าท่านบอกว่าคณะกรรมาธิการมีความเห็นพ้องเสียงส่วนใหญ่ ผมท้วงทันทีเลยนะครับ เพราะว่าท่านมี ๖ คน ด้วยความขอบคุณท่านประธานครับ ผมอยาก ให้กลับร่างเดิมและดู (๓) คือ (๓) นี้เป็นอํานาจหน้าที่ของเลขาธิการที่จะดําเนินการเกี่ยวกับ การบริหารงานบุคคล งานการเงิน งานงบประมาณซึ่งเขาจะต้องทําอยู่แล้ว งานพัสดุเขาทํา อยู่แล้ว เพราะเขามีหน้าที่เป็นผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานนี้ ท่านลองดูสักนิดหนึ่งครับ ถ้าไม่เติมแล้วใช้ได้ก็จบไป ถ้าเติมมันมีความรัดกุมมากขึ้นตามข้อทักท้วงของท่านชาญชัย ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ผมก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการเชิญครับ

นางสาวธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้นะคะ จริง ๆ แล้วสิ่งที่ คณะกรรมาธิการแก้ไขมา อย่างที่ท่านสมาชิกบอกคือต้องการเขียนให้มันกระชับขึ้น แต่ว่า เขียนแล้วก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหา จริง ๆ แล้วทุกอย่างของการดําเนินการตามมาตรา ๓๔ นี้ คือต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด การมีคําว่า กฎหมาย อยู่นี้ก็อาจจะชัดเจนขึ้น แต่ว่า ในส่วนของ (๓) นี้ การดําเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การเงิน งบประมาณ พัสดุต่าง ๆ เนื่องจากในส่วนนี้เป็นหน่วยงานที่เป็นอิสระ โดยปกติเขาอยากให้มีความคล่องตัวในการ บริหารงาน ไม่ว่าจะทางด้านคน งาน แล้วก็งบประมาณ เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่กฎหมาย ที่จัดตั้งหน่วยงานอิสระก็จะไม่ต้องให้ผ่านความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง เพื่อให้เขา มีความคล่องตัวนะคะ เพราะฉะนั้นทางคณะกรรมาธิการเห็นว่าถ้ากลับไปตามร่างเดิม ทั้งหมดก็จะมีความชัดเจนค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก 🔗

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก ผมขออนุญาต เรียนหารือกับคณะกรรมาธิการนิดหนึ่งครับ ด้วยความเคารพคือตามรัฐธรรมนูญเราก็ ให้อิสระ คําว่า อิสระ ก็คือเราอยากให้ท่านทํางานด้วยความโปร่งใสด้วย แต่ทีนี้ถ้าเกิดท่าน เป็นองค์กรอิสระแล้วคนอื่นเขาไม่รู้ภายในองค์กรท่านเลย ขณะนี้บุคคลภายนอกเขาเสียภาษีนะครับ ท่านต้องจําไว้นะครับว่าเงินเดือนพวกนี้ไม่ได้มาจากที่ท่านหามาเอง แล้วมาใช้จ่ายเองนะครับ รัฐบาลต้องเป็นคนจัด รัฐบาลจัดให้ก็คือกระทรวงการคลังต้องเป็นคนหาให้ แล้วสุดท้ายก็คือ รัฐบาลก็ไปเอาเงินภาษีจากพี่น้องประชาชน สํานักงบประมาณก็จะเป็นคนจัดให้ แล้วสุดท้าย ก็มาขอผ่านสภาไป แต่เวลาจะตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน ไม่ว่าเงินอะไรก็แล้วแต่ องค์กรอิสระ จะเป็นอย่างไรก็ช่าง เราไม่ได้ไปก้าวล่วงเรื่องของการเป็นอิสระ เราต้องการให้ท่านทํางาน แต่ท่านต้องมีความโปร่งใสให้บุคคลภายนอกตรวจสอบท่านได้ ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็น องค์กรลับแล คือไปตรวจเขาแต่ตัวเองไม่สามารถให้คนอื่นเขาตรวจสอบได้โดยลักษณะ แบบประเภทมารายงานสภาปีละครั้ง ท่านทราบไหมครับว่ากว่าจะรายงานได้ คิวกว่าจะ รายงานได้บางทีไป ๓ ปี เราไม่รู้เลยว่าองค์กรท่านนี้คือองค์กรอะไร บางทีลืมไปเลยครับว่า ออกกฎหมายไปให้ เพราะฉะนั้นเป็นไปได้ไหม เขียนเอาไว้เลยครับ เราฝ่ายนิติบัญญัติ ศาลรัฐธรรมนูญก็บอกแล้วว่าจะทําอะไรก็มาผ่านฝ่ายนิติบัญญัติ แล้วถ้าฝ่ายนิติบัญญัติ เขาเห็นด้วยอย่างไรก็ว่าไป พวกเรามีความเห็นว่าท่านอิสระ มีการทํางานโดยอิสระ คล่องตัว แต่ให้เปิดเผยข้อมูลไม่ว่าเรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น เข้าสู่เว็บไซต์ให้คนอื่นเขาตรวจสอบได้ คือเรื่องบุคคล เงินเดือนท่านจะไปตั้ง ขณะนั้นองค์กรอิสระร้อยละ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ พอไปตั้งองค์กรอิสระ ตูมปุ๊บ ลักษณะงานคล้าย ๆ กับหน่วยงานอื่นแยกออกไป เพิ่มเงินเดือน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ทันที สุดท้ายพวกข้าราชการที่เขาอยากจะขึ้นเงินเดือน เขาก็ต้องไปดิ้นรนที่จะต้องไปหาทางทําให้ เงินเดือนเพิ่มขึ้นอีก เลยวุ่นวายกันทั้งประเทศเลยครับ ตอนนี้มีข้าราชการทั้งหมดอีก ๒ ล้านกว่าคน เป็นความลักลั่นในการทํางาน แล้วองค์กรอิสระจะทํางานโดยการที่จะมีเงินเดือนสูงกว่าคนอื่นนั้น เป็นงานกรณีพิเศษ เรารับได้ แต่ถ้าไม่ใช่เป็นงานกรณีพิเศษนะครับ กลายเป็นเรื่องของการที่จะ ไปปรับเงินเดือน อย่างไรก็ได้สูง ๓๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ บางทีไปตั้งเงินเดือนสูงกว่าปลัดกระทรวง คณะกรรมการไปตั้งเงินเดือนตัวเองสูง คือมีหน่วยงานหนึ่งเคยจะตั้งถึง ๓๐๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ซึ่งหลายเรื่องนะครับ มันเป็นเรื่องของการที่จะต้องยอมรับความจริงว่าจะอิสระอย่างไร ก็แล้วแต่ กฎหมายพอเขียนไปแล้ว หลุดพ้นจากสภาไปแล้วเป็นอํานาจหน้าที่พวกองค์กร ทั้งหลายจะเป็นคนดําเนินการ แต่ต้องโปร่งใสให้เราตรวจสอบได้ ฝ่ายนิติบัญญัติจะมี หน่วยงานคณะกรรมาธิการขอตรวจสอบเรื่องนี้ ซึ่งแต่ละคณะกรรมาธิการก็จะมีหน้าที่ เวลาเชิญมาก็เชิญไม่ได้ จะดูก็ดูไม่ได้ จะถามไปท่านก็ไม่ตอบ เพราะว่าเราเจอปัญหาอย่างนี้ ท่านจะให้แก้อย่างไร มันมีอยู่อย่างเดียวก็คือเขียนไปในกฎหมายเลยว่าให้เปิดเผยกระบวนการ ทั้งหมดที่เลขาธิการหรือคณะกรรมการประกาศนั้นให้เปิดเผยเข้าสู่อิเล็กทรอนิกส์ ถ้าเขียน อย่างนี้ก็แฟร์ (Fair) ไหมครับ เราออกกฎหมายไป พี่น้องประชาชนก็อยากจะดูที่บ้าน ก็เปิดเข้าไปในเว็บไซต์ บอกลูกหลานว่าอยากจะดูสิว่าองค์กรนี้ทําอะไรบ้าง ท่านจะเอาผลงาน ใส่ไปในอิเล็กทรอนิกส์ก็ใส่ไป ท่านจะเอาเงินเดือนใส่เท่าไรก็ใส่ไป ท่านจัดซื้อจัดจ้างอะไร ท่านใส่ไป ท่านไม่ทําตามกฎหมายอื่นใดเขาจะตามไปคิดบัญชีกับท่านทั้งหลาย เขาก็จะมี อํานาจตาม โดยไม่ต้องรอให้หน่วยงานหรือองค์กรใด ๆ ไปทําก็ได้ หรือไม่ต้องรอให้สภาไปทําก็ได้ การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนตามมาตรา ๘๗ เขาสามารถทําได้ ในวรรคสามตรวจสอบท่านได้ ทั้งนโยบายและการใช้จ่ายงบประมาณ อันนี้ต้องยอมรับว่ากติกาเรามีอย่างนี้อยู่แล้ว ในรัฐธรรมนูญ เมื่อรัฐธรรมนูญให้มาตรา ๖๐ กว่าท่านมา เขามีมาตรา ๘๗ มากํากับท่านอีก โดยให้ภาคประชาชนสามารถทํางานได้ ก็ต้องเปิดเผยให้เขา ไม่อย่างนั้นภาคประชาชนจะเอา ข้อมูลจากไหนครับ ไปขอ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร พอไปถึงท่าน ท่านถามว่าจะเอาไปทําไม เจอมาเยอะครับ พี่น้องประชาชนร้องเรียนมาเยอะมาก ไปขอข้อมูลข่าวสารแต่ละองค์กร เขาถามว่าคุณจะเอาไปทําไม คุณเป็นใคร ไปถามเขาอย่างนี้อีก เพราะฉะนั้นดีที่สุด คือเปิดเผยข้อมูล เขียนใส่ลงไปเลยครับ และทั้งหมดนี้การดําเนินการของภาคองค์กรอิสระ ให้เปิดเผยเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ท่านเขียนแค่นี้ละครับผมว่าเป็นประโยชน์ เป็นประโยชน์กับฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายบริหารทุกฝ่าย แล้วมันเป็นประโยชน์ จริง ๆ คือไม่ได้หมายความว่าเฉพาะองค์กรนี้องค์กรเดียว และมันจะเป็นตัวอย่างที่จะทําให้ องค์กรอื่นจะต้องเปิดเผยตัวเอง วันนี้ท่านจะตรวจสอบ กกต. ไหมครับว่าเขาใช้เงินถูกต้องไหม พวกเราจะไปตรวจสอบไหมครับ ใครกล้าตรวจสอบ ถามว่าจะเรียกเขามาได้ไหม ไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ เขียนเอาไว้ จะเชิญเลขาธิการมาได้ไหมครับว่าเอาบัญชีมาดู ดีเอชไอ (DSI) เข้าไปตรวจสอบบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของดีเอชไอ คําถามว่าอย่างนี้จะทําอย่างไร ถามว่าวันนี้คุณเข้าเว็บไซต์กี่เรื่อง คําสั่งใด ๆ ที่ออกมาโดยที่เป็นคณะกรรมการออกมา ในขณะที่พวกผมเป็นคนออกกฎหมาย ยังต้องไปถามเลยว่าผมทําผิดกฎหมายที่ผมออก หรือเปล่าอีกด้วย แล้วเขาต้องเป็นคนตอบด้วยว่าที่ทํานี้ชอบหรือไม่ชอบอีก ซึ่งเป็นเรื่องตลก และแปลกมาก เพราะฉะนั้นวิธีการเขียนกฎหมายแบบนี้ผมว่ามันถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลง ให้ถูกต้องบนพื้นฐานของความเป็นจริง ไม่ใช่เป็นฟอร์มที่กฤษฎีกาจะตั้งขึ้นมา แต่ว่าเรา ไม่หลีกเลี่ยงความเป็นจริง แต่ทําอะไรให้มันเกิดการตรวจสอบได้โดยตัวกฎหมายต้องบังคับ คุณต้องเปิดเผย เราออกกฎหมายให้กับ ป.ป.ช. ไปให้มีอํานาจมากขึ้น สุดท้ายในมาตรา ที่ท่านเพิ่มขึ้นในมาตรา ๑๐๓/๑๒ คุณต้องเอาเรื่องที่รับมาทั้งหมดเท่าไร พิจารณาไปแล้ว เท่าไร เข้าสู่ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ เข้าสู่เว็บไซต์ พิจารณาเรื่องไหนฟ้อง รับเรื่องว่ามีมูล เพราะอะไร เพราะอะไรด้วยนะครับ คุณต้องเอาสํานวนเข้ามาสู่ในเว็บไซต์ เรื่องไหนที่คุณ เห็นว่าไม่มีมูลแล้วคุณถอนเรื่องออกคุณต้องเอาข้อมูลนั้นใส่ด้วย เพราะคนที่เขาร้องเรียน เขามีเอกสารพกไป ๑๐๐ ใบ คณะอนุกรรมการไหนเป็นคนเก็บเอกสารไป เขาจะได้ตามไป เช็ก (Check) เอาเข้าคุกได้ ๒ เท่าตัว เราก็บอกว่า ป.ป.ช. คุณก็ต้องเป็นตัวอย่างด้วย ให้ตรวจสอบได้ วันนี้เขากําลังปรับปรุงนะครับ แล้วก็เป็นคําสั่งที่หน่วยงานทั้งหมดต้องทํา แม้ว่ากฎหมายอื่นใดยังตามไปไม่ได้ แต่จะใช้คําสั่ง ป.ป.ช. ตามไล่ทั้งหมดเลย ผมกราบเรียนว่าเป็นตัวอย่างที่ดีที่องค์กรอิสระเข้ามาแบบนี้ แล้วเขียนไปเลยว่าให้เปิดเผยในข้อมูลสาระทั้งหมด แล้วยิ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องวิชาการ เป็นเรื่อง ปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เป็นเรื่องสุขภาพ เป็นเรื่องอนามัย ท่านเปิดเผยเท่าไร ท่านจะยิ่งมีแนวร่วมมากขึ้นเท่านั้น แล้วสื่อสารมวลชนทั้งหลายจะได้เอาข้อมูลนั้นไปลงได้ อันนี้ต้องเป็นเรื่องที่ขอว่าถ้าเป็นไปได้คณะกรรมาธิการเพิ่มคําว่า ข้อมูลทั้งหลายต้องเปิดเผย ต่อสาธารณะโดยทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเดี๋ยวนี้ระบบมันง่ายครับ มันมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ ท่านเข้าไปแค่นั้นเอง แล้วใช้บริการเดือนละ ๖๕๐ บาทหรือเท่าไรก็แล้วแต่ ไม่ต้องไปทําอะไรมาก ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าถ้าเป็นไปได้นะครับ คําว่า อิสระ จะทําอะไรเพื่อความ คล่องตัวนั้นเราไม่เถียงครับ แต่ท่านต้องให้เปิดเผยให้พี่น้องประชาชนเข้าสู่ข้อมูลการทํางาน ของพวกท่านได้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวัชระเชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเป็น ส.ส. ลูกชาวบ้านธรรมดา ซึ่งอยู่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชน ได้เห็นถึงสภาพแวดล้อมความรู้สึกของพี่น้องประชาชน และที่ผมได้ลุกขึ้นอภิปราย ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องด้วยก็เพราะว่าผมไม่เห็นพ้องด้วยในบางประการ แต่อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้มีท่านอาจารย์ดอกเตอร์ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ซึ่งท่านเป็นนักสิ่งแวดล้อม เป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติได้ปลูกป่า จํานวนนับล้าน ๆ ต้นมาแล้ว ผมก็รู้สึกอุ่นใจว่ากฎหมายฉบับนี้น่าจะเป็นหลักที่ดีได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อได้มาพิจารณาในมาตรา ๓๔ ซึ่งเลขาธิการมีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ ผมเห็นด้วยกับท่านชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม และเห็นด้วยกับ คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ขอประทานโทษที่เอ่ยนามเช่นเดียวกัน เพราะผมเห็นว่าการที่ท่าน จะตัดคําว่า กฎหมาย ออกไปนั้นไม่น่าจะถูกต้อง เพราะอะไรครับ เพราะอํานาจหน้าที่ ทั้งหลายที่จะเขียน จะร่างขึ้นในอนาคตนั้นต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ และร่างเดิม ก็มีคําว่า กฎหมาย อยู่ทั้งใน (๑) คือเขียนไว้ว่าเลขาธิการมีอํานาจหน้าที่บริหารกิจการและ ร่างระเบียบเกี่ยวกับการดําเนินงานการบริหารงานบุคคล การเงิน การงบประมาณ การพัสดุ และการบริหารด้านอื่นของสํานักงานให้เป็นไปตามกฎหมาย ท่านตัดคําว่า กฎหมาย ทิ้งครับ แต่คําว่า นโยบาย มติ ข้อบังคับ ระเบียบหรือประกาศของคณะกรรมการนั้นยังอยู่ เมื่อท่าน ตัดคําว่า กฎหมาย ทิ้ง ก็แสดงว่าท่านจะเขียนอย่างไรก็ได้อย่างนั้นหรือ คณะกรรมาธิการ วิสามัญต้องตอบนะครับ และใน (๕) ที่เขียนไว้ว่าร่างเดิมวางระเบียบเกี่ยวกับการดําเนินงาน ของสํานักงานที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย นโยบาย มติ ข้อบังคับ ระเบียบหรือประกาศของ คณะกรรมการ ท่านก็ตัดทิ้งทั้งหมด ท่านประธานที่เคารพครับ องค์กรอิสระผมนั้น ได้รับความกรุณาให้ไปเป็นคณะอนุกรรมาธิการพิจารณางบประมาณด้านประชาสัมพันธ์ ของงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ซึ่งมีท่านรังสิมา รอดรัศมี เป็นประธาน ท่านประธานครับ ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณก็ได้พูดถึงองค์กรอิสระในขณะนี้ว่า เป็นปัญหาด้านงบประมาณของประเทศชาติ แล้วท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณซึ่งท่าน เป็นผู้หญิงท่านได้พูดภาษาอังกฤษคําหนึ่ง ซึ่งผมก็จําไม่ได้แต่กราบเรียนท่านประธานว่า โดยความหมายมันก็หมายถึงว่าเป็นองค์กรที่ล้างผลาญเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน เหตุใดถึงเป็นเช่นนั้นครับท่านประธาน เพราะว่าปรากฏว่าตําแหน่งสูงสุดขององค์กรอิสระนั้น มีเงินเดือนถึง ๓๐๐,๐๐๐ บาท อย่างที่ท่านชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ท่านได้กล่าวไว้แล้ว ๒๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ เดือน ท่านประธานทราบไหมครับว่าทหารพรานที่ปะทะอยู่ตามแนวชายแดนไทย-เขมร ทหารพรานคนไทยนั้นได้เงินเดือนเพียงแค่ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาทครับ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท ต่อ ๑ เดือนในการรักษาอํานาจอธิปไตยของชาติ ปกป้องไม่ให้ทหารต่างชาติเข้ามารุกราน ประเทศไทย แต่ผู้บริหารองค์กรอิสระมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายเดือนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ บาท เงินเดือนนี้มากกว่าท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะใครมาเป็นก็สุดแท้แต่ มากกว่าท่านประธานศาลฎีกา มากกว่าท่านประธานรัฐสภา และมากกว่าท่านประธานเอง ด้วยซ้ําไป ถามว่าองค์กรอิสระต่าง ๆ ที่ตั้งขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลก่อนนั้นได้ยังคุณประโยชน์ กับประเทศชาติและประชาชนถึงขั้นที่ต้องตอบแทนเงินเดือนจํานวนมหาศาลอย่างนั้นหรือ ท่านประธานครับ องค์กรอิสระก็ต้องผ่าตัดในอนาคต นี่ยังไม่นับค่าเบี้ยประชุม เบี้ยประชุม ครั้งหนึ่ง ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ประชุมครั้งเดียวไม่ถึงครึ่งวันก็เลิกแล้ว ได้ครั้งละ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ทหารพรานรบเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายตายแล้วไม่รู้กี่สิบศพ ได้เดือนละ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ สิ่งนี้เห็นว่าองค์กรอิสระนั้นต้องได้รับ การผ่าตัดในอนาคตและต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะให้อํานาจเลขาธิการ มีอํานาจที่จะออกระเบียบใด ๆ ก็ได้โดยที่ไม่อ้างอิงกับกฎหมายนั้น ในฐานะที่พวกเราเป็น สมาชิกสภานิติบัญญัติมีหน้าที่ในการออกกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ เลขาธิการ จะมามีอํานาจเหนือสถาบันนิติบัญญัติ มีอํานาจเหนือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการที่จะ ออกกฎ ระเบียบ ข้อบังคับอย่างไรก็ได้อย่างนั้นหรือ ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญก็มีความคิดที่ดีงาม และเห็นว่าเลขาธิการน่าจะปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายของประเทศไทยท่านลองสังเกตดูเถอะครับ เขียนหนาแน่นรัดกุมขนาดไหน คนที่คิดทุจริต คนที่เห็นช่องว่างของกฎหมายก็มักจะ ใช้ช่องว่างของกฎหมายนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนตนโดยทั้งสิ้น และสภาผู้แทนราษฎรของเรา ท่านประธานครับ เราจะปล่อยให้กฎหมายที่ไม่รัดกุมออกไปได้อย่างไร เพราะฉะนั้นผมเห็นว่า การที่ท่านได้ตัดคําว่า กฎหมาย ไปทั้งใน (๑) และตัดคําว่า กฎหมาย ใน (๔) นั้นท่านควรต้อง ทบทวน ท่านประธานครับ พูดก็พูดเถอะครับกฎหมายฉบับนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะอะไรครับ เพราะเกี่ยวพันกับโครงการต่าง ๆ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน หรือชุมชนอย่างรุนแรง ในด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ แต่ท่านประธาน ทราบไหมครับที่เขตหนองแขมมีทั้งกองขยะที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร ส่งกลิ่นเหม็น มีทั้งโรงงานผลิตยางมะตอยอยู่ติดกัน แล้วมีทั้งโรงงานกําจัดสิ่งปฏิกูลของกรุงเทพมหานคร สิ่งปฏิกูลนั้นก็คืออุจจาระ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ผ่านคณะกรรมการ ไม่ได้ผ่าน กฎหมาย นั่นก็คือว่าเกิดมาก่อน และถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกมาผมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ ในแง่ที่ว่าโรงงานใด ๆ ก็ตาม องค์กรใด ๆ ก็ตาม

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาตรงมาตรา ๓๔ ที่คณะกรรมาธิการแก้ไข ท่านจะเสนอแก้ไขอะไรเพิ่มเติมครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ผมเข้าใจครับท่านประธาน ที่เคารพ ผมต้องการที่จะชี้ให้เห็นว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกมาแล้ว จะเป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน แต่ที่ผมยกตัวอย่างให้ท่านเห็นนั้น ให้เห็นถึงความทุกข์ว่าทําไม ชาวหนองแขมต้องได้รับสิ่งทนทุกข์ถึง ๓ มลพิษพร้อม ๆ กันจนถึงบัดนี้ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ท่านได้แก้ไขมาไม่เป็นไปตามร่างเดิม ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ผมไม่เห็นพ้องด้วยกับท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญด้วยความเคารพนะครับ และอยากให้ท่านได้คงไว้ตามร่างเดิม โดยบรรจุคําว่า กฎหมาย ไว้ใน (๑) หรือใน (๔) ถ้าท่าน จะคงไว้ตามร่างเดิมผมก็ไม่ขัดข้องแต่ประการใด ก็สุดแท้แต่คณะกรรมาธิการวิสามัญ จะเห็นสมควร ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวก่อนที่คณะกรรมาธิการจะชี้แจง ขอต้อนรับแขกผู้มาเยือนนะครับ เวลคัม เดลละเกชัน ออฟ เดอะ ปากีสถาน อินสทิทิวท์ ฟอร์ พาร์ละเมนทะรี เซอร์วิสเซส ทู เคพีทีไอ แธงค์ยู ทู วิซซิท เดอะ อาวเออะ มีททิง (Welcome delegation of the Pakistan institute for Parliamentary services to KPTI. Thank you to visit the our meeting.) เชิญครับ

นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ กรรมาธิการครับ ก็ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากกรุงเทพมหานครนะครับ ท่านอาจจะเข้ามาช้าไปนิดหนึ่ง คือคณะกรรมาธิการได้ยืนยัน ไปแล้วครั้งหนึ่งว่ามาตรา ๓๔ คงไว้ตามร่างเดิม ก็ขอบันทึกไว้อีกครั้งหนึ่ง สําหรับกรณีที่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ได้มีความเห็น ซึ่งทั้งนอกรอบ และในรอบเราก็ได้คุยกันแล้ว ผมเห็นด้วย เห็นด้วยอย่างยิ่งทีเดียวว่าองค์การอิสระก็ดี หรือองค์กรต่าง ๆ ที่ไม่ได้เป็นหน่วยราชการ ที่ยังไม่มีกฎหมายบังคับไว้ก็ควรจะมี ทีนี้อยากจะเรียน ท่านประธานนิดหนึ่งว่าเวลานี้คณะกรรมการองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในมาตรา ๓๖ วรรคแรกและวรรคสอง ทั้ง ๒ วรรคนี้ ระบุไว้ชัดเจนในการเลือกการเปิดเผยข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวรรคสองบอกไว้ชัดเจน ก็เป็นที่เบาใจได้ว่าประธานกรรมการก็ดี เลขาธิการก็ดี จะต้องมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรณีที่ได้รับการร้องขอ รวมทั้งคณะรัฐมนตรีด้วย ก็เป็นที่ เบาใจได้ว่าไม่ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองในการที่จะบ่ายเบี่ยงไม่มาชี้แจงต่อคณะรัฐมนตรี หรือสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนกรณีข้อเสนอของท่านชาญชัยที่พูดถึงว่าควรจะเขียนไว้ให้ชัดเจน ในกฎหมายฉบับนี้ ให้เอาข้อมูลใส่เข้าไปในเว็บไซต์หรือในทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ คณะกรรมาธิการได้หารือกัน เห็นด้วย แต่ว่าอยากจะกราบเรียนท่านประธานสักนิดครับว่า มันมีกฎหมายอีกหลายฉบับ คณะกรรมการองค์การอิสระอีกหลายองค์การ รวมทั้งคณะกรรมการ บางคณะกรรมการที่มีผลประโยชน์ได้เสียจํานวนมหาศาล ไม่ได้ถูกบังคับอยู่ในหลักเกณฑ์ ที่ท่านชาญชัยได้เสนอต่อสภา ก็เลยอยากจะขอความกรุณาต่อรองกับท่านชาญชัยว่าสําหรับ ฉบับนี้เราเห็นด้วย แต่ว่าถ้าจะให้สมบูรณ์แบบจริง ๆ มันควรมีกฎหมายที่ครอบคลุมองค์กร ทุกองค์กรที่มีประโยชน์ได้เสีย เพราะจะต้องนําข้อมูลรายละเอียดเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ มันจะได้มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน อย่างที่ท่านยกตัวอย่าง จะเป็นหน่วยงาน ป.ป.ช. ก็ดี กกต. ก็ดี หรือคณะกรรมการหลายคณะกรรมการในรัฐบาลที่มีประโยชน์ได้เสียจํานวนมหาศาล จะเป็นคณะกรรมการช่วยเหลือเกษตรกรหรือคณะกรรมการอะไรก็ตามที มันควรจะมีการ เปิดเผยข้อมูลอย่างที่ท่านกราบเรียน แต่ในวันนี้เห็นว่าถ้าจะมีการแก้ไขอย่างนั้นก็คงจะ เกิดความไม่เสมอภาคกันกับกฎหมายฉบับอื่น จะขอร้องท่านว่าเรารับข้อสังเกตอันนี้ไว้ เป็นข้อสังเกต แล้วก็จะเร่งนําไปหารือกันเพื่อจะหาทางที่จะกําหนดให้เป็นกฎหมาย หรือระเบียบที่สอดคล้องกันกับคณะกรรมการชุดอื่น ๆ ครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชาญชัยเชิญครับ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก

ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ ผม นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอบคุณทางคณะกรรมาธิการที่ได้รับฟังเพื่อนสมาชิก แล้วก็ให้ความเห็นตรงไปตรงมา ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าท่านไม่ต้องไปรอกฎหมายอื่นนะครับ กฎหมายท่านนี้เป็น ตัวกฎหมายนําร่องได้เลย ซึ่งเป็นองค์การอิสระตามมาตรา ๖๗ ที่จะต้องไปออกกฎหมาย เพื่อในการดูแลเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม กฎหมายอื่น ๆ ผมว่าเราได้ทํากฎหมายที่ถูกต้อง และให้มันทันสมัย ซึ่งสามารถนําร่องการออกกฎหมายให้มันชัดเจนได้ ผมว่าไม่ได้เสียหายอะไรครับ คําว่า เปิดเผยเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งโดยปกติแล้วถึงไม่เขียนเป็นกฎหมายท่านก็ทําได้ แต่ว่าแสดงความจริงใจในการที่สภาผู้แทนราษฎรมีเจตนารมณ์ให้ทุกองค์กร ขอบันทึกไว้เลยครับ ถึงจะเป็นข้อสังเกตมันไม่เหมือนกับมีบทบัญญัติไว้ในกฎหมาย เพราะฉะนั้นองค์กรอื่น ๆ พอหลังจากนี้ไป เวลาแก้ไขกฎหมายก็จะขอให้เขาดําเนินการตามนี้

ประการต่อมาก็คือว่า ป.ป.ช. เองที่เป็นหน่วยงานตรวจสอบเรื่องการทุจริต เขาจะมีคําสั่งไปถึงองค์กรต่าง ๆ โดยผ่านรัฐบาล ที่ใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน ใน ๑๘๐ วัน จะต้องปฏิบัติบางเรื่องในการจัดซื้อจัดจ้างหรือระเบียบพัสดุ ทีนี้วันนี้เรากําลังพิจารณา กฎหมายท่าน ถ้ากฎหมายอื่นใดพอเข้ามาในนี้ถ้าเกิดทางสภาเห็นชอบด้วยตามที่คณะกรรมาธิการเห็น แล้วบรรจุและบัญญัติเอาไว้ว่า เพื่อความโปร่งใสของการดําเนินการขององค์กรให้ดําเนินการ เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะให้ประชาชนได้เข้าถึง บรรจุข้อมูลมีการนําข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึง พอท่านเขียนแค่นี้นะครับมันก็จะกลายเป็นเรื่องของการแสดงความ จริงใจในการที่ท่านจะทําหน้าที่ของท่าน ส่วนองค์กรอื่นเข้ามาเดี๋ยวก็ต้องมีคํานี้ติดไปเรื่อย ทั้งหมดครับ พอเราเริ่มหนึ่งถูกต้องมาจากท่านเราก็จะเริ่มต่อไป ที่เริ่มมาแล้วยังไม่ถูกต้อง จะได้กลับมาแก้ไขใหม่ วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ว่ากฎหมายนี้เป็นองค์การอิสระที่ใช้อาจารย์ มหาวิทยาลัยและหน่วยงานเอกชนโดยเฉพาะเลย แต่ว่าองค์กรอื่นนี้ยังมีความเป็นราชการสูงมาก แต่ของท่านเท่าที่ดูแล้วความเป็นราชการน้อยกว่า ถ้าท่านอ่านทั้งฉบับมันเป็นการที่จะให้ องค์การเอกชนร่วมกับสถาบัน ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในเรื่องนี้เข้ามาทําหน้าที่เป็นการ ตรวจสอบเรื่องสุขภาพและสิ่งที่เป็นมลภาวะอย่างร้ายแรงกับพี่น้องประชาชนที่มีผลกระทบ ถ้าท่านเริ่มจากตรงนี้นะครับ ผมถือว่าเรากําลังร่วมมือกันเพื่อจะทําให้องค์กรอื่นที่อ้างว่า เป็นองค์กรอิสระทั้งหลาย เหมือนกับว่าทุกวันนี้จะเป็นรัฐอิสระไปแล้ว จะได้เดินให้ถูกทาง ถึงวิธีการที่ตรวจสอบ ฝ่ายนิติบัญญัติออกกฎหมายกันไปด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ แต่วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญบอกเลยว่าสิ่งที่คุณทั้งหลายจะทําไม่ใช่ทําได้ตามอําเภอใจ ต้องมาผ่าน สภานิติบัญญัติซึ่งเป็น ๑ ใน ๓ อํานาจเสียก่อน เช่นจะขึ้นเงินเดือนคุณต้องไปตีกรอบ เงินเดือนมา แล้วก็ให้สภานี้อนุมัติเสียก่อน คุณจะเพิ่มเท่าไร จะไปเพิ่ม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์เหนือคนอื่นเขาไป ถ้าเขาเห็นชอบคือหมายถึงว่านิติบัญญัติ เห็นชอบคุณถึงจะทําได้ อันนี้ต้องกราบเรียนนะครับว่าเป็นประโยชน์ ผมเรียนท่านว่า อย่าไปใส่เป็นข้อสังเกตเลยนะครับ ถ้าหากว่าใส่ได้นะครับ ผมไม่ต้องการไปต่อรองกับท่าน ถ้าท่านเห็นว่าเป็นประโยชน์ท่านก็เขียนใส่เข้าไปตรงนี้เพิ่มเติมหน่อยหนึ่ง ผมว่าในที่ประชุม คงจะเห็นชอบด้วยกันนะครับ มันเป็นเรื่องดีและนับหนึ่งใหม่นั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ถ้าหาก ทางกฤษฎีกาบอกว่าแบบฟอร์มอันนี้ ท่านบอกว่าเดี๋ยวมันจะกลายเป็นว่าลามปรามไปองค์กรอื่น องค์กรอื่นต้องทําหมดนะครับ มันจะได้เป็นผลประโยชน์นะครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการเชิญครับ

นางสาวธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการ คือก่อนที่จะแก้ไขอะไร ดิฉันขอเรียนอย่างนี้ก่อนนะคะ ว่าปัจจุบันนี้โครงสร้างขององค์กร การจัดการองค์กรและวิธีการดําเนินงานขององค์กร ของหน่วยงานอิสระของรัฐทุกประเภท อยู่ภายใต้บังคับ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของ ทางราชการ ซึ่งตามกฎหมายฉบับนั้นกําหนดให้เปิดเผย ๓ สิ่งที่ดิฉันเรียนเมื่อสักครู่นี้ ในราชกิจจานุเบกษานะคะ อันนี้คือระบบกฎหมายที่มีอยู่ในเรื่องการเปิดเผยข้อมูล เพียงแต่ ดิฉันเข้าใจว่าทางท่านสมาชิกอยากให้เขียนให้ชัดว่าให้เปิดเผยในทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งตรงนี้ดิฉันไม่แน่ใจว่าท่านต้องการให้เปิดเผย ๓ ลักษณะที่ดิฉันกล่าวเมื่อข้างต้น หรือว่า ท่านต้องการให้เปิดเผยในเรื่องใด หรือว่าเฉพาะใน (๓) หรือว่าทั้งหมดของมาตรา ๓๔ คือหลักการตอนนี้มันไม่ชัดเจน พอหลักการไม่ชัดเจนจะให้ร่างตอนนี้ดิฉันก็ยังร่างให้ไม่ได้ค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านผุสดี เชิญครับ

นางผุสดี ตามไท กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขออนุญาตอย่างนี้ได้ไหมคะ แล้วก็ขอร้อง ท่านสมาชิกเถอะค่ะ ว่าจริง ๆ แล้วข้อคิดความเห็นจริง ๆ เราพูดกันอยู่มากเลยเกือบจะ ในทุก ๆ กฎหมายเลยนะคะ แต่ว่าเอาเข้าจริงแล้วดิฉันคิดว่าอย่างนี้ด้วยซ้ําไปนะคะว่า สภาผู้แทนราษฎร ถ้าเผื่อจะเป็นสภาชุดใหม่อาจจะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อจะตกผลึกในเรื่องอย่างนี้ค่ะ แล้วก็คิดถึงในเรื่องข้อความเลย ดิฉันคิดว่าคณะกรรมาธิการ ที่นั่งอยู่ตรงนี้นะคะจะมีข้อจํากัดในเรื่องของการใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อที่จะต้องเขียนข้อความ ที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ แล้วมันก็ไม่ได้มีโอกาสตกผลึกกันค่ะ ในช่วงของการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการ ดิฉันก็เลยอยากจะร้องขออย่างนี้ได้ไหมคะว่าอย่างน้อยที่สุด อย่างแย่ที่สุดเลย ในมาตรา ๓๖ นี้ก็พูดไว้ถึงเรื่องของการที่จะต้องทํารายงาน และรวมไปถึงรายงานผลการ สอบบัญชี ขอไปแค่นี้ก่อนได้ไหมคะ แล้วก็ถือว่าเป็นประเด็นสําคัญที่สุดที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รอบใหม่จะต้องมาช่วยกันตกผลึกจริง ๆ ทางความคิดเหล่านี้เพื่อจะต้องทําให้การทํางานของ ทุกหน่วย ทุกองค์กรนั้นเป็นไปอย่างมีธรรมาภิบาล เพราะดิฉันคิดว่าวันนี้เราจํากัดด้วยเวลา จริง ๆ ค่ะ ดิฉันคิดว่ายังมีอีกหลายเรื่องนะคะที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชน ก็เลยอยากจะ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ได้ขอรบกวนช่วยพิจารณาตรงนี้ สักนิดเถอะค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชาญชัยก่อนครับ คณะกรรมาธิการก็เห็นด้วยในหลักการนะครับ เนื่องจากการจะบัญญัติ ลงมาอาจจะยังไม่ตกผลึกกันดีนะครับ เชิญครับ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ผมเรียนท่านกรรมาธิการจากกฤษฎีกานิดหนึ่ง คือข้อ ๓๖ มันต้องรายงานต่อสภา แล้วก็ในนี้เขียนเอาไว้ว่าต้องรายงานต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา อาจขอให้ประธานกรรมการและเลขาธิการชี้แจงดําเนินการเป็นหนังสือ หรือขอให้มาชี้แจงด้วยวาจาได้ ก็คือตัวนี้สามารถที่จะมาตอบข้อซักถามในองค์การอิสระ ความหมายของผมเป็นอย่างนี้นะครับ ไม่ใช่มาชี้แจงแต่เฉพาะ ส.ส. คือขณะนี้ในกฎหมาย ป.ป.ช. ถ้าเผื่อท่านกลับไปช่วยดูนิดหนึ่ง ถึงขั้นให้ทุกหน่วยราชการ จัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ อบต. เขากําลังจะประกาศ ๑๐๐,๐๐๐ บาท คุณต้องเปิดเผยต่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ เฉพาะ อบต. นะครับ ระดับใหญ่ที่สุดของประเทศเปิดเผย ๕๐๐ ล้านบาท นี่ผมยกตัวอย่างเรื่องระเบียบ จัดซื้อจัดจ้าง ทีนี้พอมันมีข้อมูลบางเรื่องขององค์กรอิสระ ขออนุญาตนะครับพอดีเราพิจารณา มาตรา ๓๔ อยู่ แต่ว่ามันโยงถึงมาตรา ๓๖ ที่ท่านอธิบายไปสามารถทําได้ เพียงแต่ว่า ท่านบอกว่าสิ่งที่ท่านกําลังจะทํารายงานต่อมาตรา ๓๖ ให้ต่อสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา หรือต่อคณะรัฐมนตรี ก่อนหน้าที่ท่านจะไปชี้แจงนั้นที่ผมกราบเรียนแล้ว บางครั้งมันเป็นปี ๑ ปีผ่านพ้นไปพอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรบรรจุกว่าจะเข้าวาระ ๒ ปีผ่านพ้นไป ท่านดูสิครับ บางองค์กรมาอภิปรายเรื่องผลงาน ปีนี้ปี ๒๕๕๔ มาอภิปรายปี ๒๕๕๑ มันไม่ได้เป็นไป ตามนั้นเลยครับ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้จริง ๆ แต่ว่าถ้าเกิดผมเป็นองค์กรอิสระ แล้วผม อยากจะทํางานองค์กรนี้ผมไม่ต้องรอกรอบกฎหมายก็ได้ เฉพาะตัวผมนี้ผมสั่งเลขาธิการเลย คุณไปเปิดช่องเว็บไซต์เลย ไปใช้ระบบของเฟซบุค (Facebook) ก็ได้ ในระบบของ กูเกิล (Google) ก็ได้ แล้วเอาข้อมูลทั้งหมดตั้งแต่เรื่องของที่ท่านไปเขียนในกฎหมาย บริหารงานบุคคล เรื่องเงินเดือน เรื่องงบประมาณ เรื่องพัสดุ ก็ท่านเขียนอยู่อย่างนี้ ผมก็ ขออยู่แค่นี้เองว่า (๑) นี้ท่านก็เขียนต่อไปด้วยว่าตามระเบียบหรือประกาศของคณะกรรมการ (๑) โดยให้เปิดเผยต่อสาธารณชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ประชาชนเข้าถึง ถ้าเกิดท่านทําได้ ผมว่าเป็นคุณประโยชนต่อประเทศ ถ้าท่านทําไม่ได้จะเป็นข้อสังเกต ผมไม่ได้ขัดข้องครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ถือว่าท่านได้ให้ข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ในการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ต่อไปเชิญ ท่านวัชระครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้เวลาเพียงสั้น ๆ เพื่อที่จะกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญ ว่าในมาตรา ๓๔ ที่ท่านมีความประสงค์จะตัดคําว่า กฎหมาย ออกไปนั้น ผมยังไม่เห็นพ้องด้วย เนื่องจากว่าท่านจะมอบอํานาจทั้งหมดไปให้คณะกรรมการ ให้เลขาธิการไปวางระเบียบ การดําเนินงาน การบริหารงานบุคคล การเงิน งบประมาณ พัสดุ และการบริหารด้านอื่น

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวัชระครับ กฎหมายนี้กรรมาธิการเสียงข้างมากเอากลับไว้เหมือนเดิมแล้วครับ ไม่ได้ตัดออกแล้วครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ขอบพระคุณครับ ผมไม่อภิปราย แล้วครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ถือว่าในมาตรา ๓๔ นี้ ประเด็นก็คือใน (๑) เราก็นําคําว่า กฎหมาย กลับมา ไม่ได้ตัดออก แล้วก็ตัดที่คณะกรรมาธิการเพิ่มใหม่ คือ (๑/๑) ออกไป นอกนั้นก็คงเดิมนะครับ ไม่มีการแก้ไข เดี๋ยวให้ท่านกรรมาธิการทางกฤษฎีกาชี้แจงให้ชัด ๆ อีกทีหนึ่งก่อนนะครับ คุณหมอชลน่าน

นางสาวธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาค่ะ มาตรา ๓๔ ทั้งหมด ทางคณะกรรมาธิการขออนุญาตกลับไปตามร่างเดิมค่ะ ไม่มีการแก้ไขค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มาตรา ๓๔ ถือว่าไม่มีการแก้ไข ที่กรรมาธิการเสียงข้างมากแก้มานี้ขอกลับไปเป็นร่างเดิม ทั้งหมด ไม่มีท่านใดขัดข้องไหมนะครับ ท่านชลน่านมีอะไรครับ เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ผมวิ่งมาจากห้องอาหารครับ เห็นท่านประธานสรุป ก็ด้วยความขอบคุณ ท่านประธานครับ ถ้าฟังจากคณะกรรมาธิการชี้แจง กลับเป็นร่างเดิมทั้งหมดนั้นคือสิ่งที่ผม ได้นําเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ ถ้าเป็นอย่างนั้นผมรับได้ครับ ก็ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถือว่ามาตรา ๓๔ ไม่มีการแก้ไข เชิญต่อครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓๕ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๔ ความสัมพันธ์กับรัฐบาล และรัฐสภา ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๖ มีการแก้ไข

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มาตรา ๓๖ ติดใจไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มี เชิญต่อครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓๗ ไม่มีการแก้ไข บทเฉพาะกาล ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๘ มีการแก้ไข

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุลพันธ์เชิญครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อมาตรา ๓๘ นะครับ ท่านประธาน มีการแก้ไขในบางประเด็น แต่ประเด็นที่ผมติดใจนี้คือวรรคสองที่มีการเติมขึ้นมา มาตรา ๓๘ นี้อยู่ในบทเฉพาะกาล ในเรื่องของการบอกว่าวาระเริ่มแรกจะตั้งคณะกรรมการจัดหา ขึ้นมาคณะหนึ่ง ซึ่งตามข้อเท็จจริงแล้วในมาตรา ๘ ก็ได้เขียนไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า คณะกรรมการจัดการการคัดเลือกนี้มีองค์ประกอบอะไรบ้าง มีขั้นตอนในการสรรหาอย่างไร มันก็มีความสมบูรณ์อยู่ในตัวของมันเอง แต่คราวนี้มาตรา ๓๘ บอกว่าให้จัดการคัดเลือกขึ้นมา จากฝ่ายองค์การเอกชนและฝ่ายอุดมศึกษา แล้วก็แน่นอนครับฝ่ายที่เป็นราชการเขาก็บรรจุ อยู่ในนี้อยู่แล้ว เพราะตามมาตรา ๘ บังคับไว้ให้เสร็จภายในกี่วัน ก็คือ ๖๐ วัน แต่คราวนี้ มาเขียนวรรคสองบอกว่าให้อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเป็นเลขานุการ คณะกรรมการจัดการการคัดเลือก ผมก็ไม่เข้าใจว่าทําไมถึงบรรจุเข้ามา แล้วทําไมถึงต้องล็อก ว่าต้องเป็นบุคคลคนนี้ เฉพาะในวาระเริ่มแรกนะครับ เพราะถ้ามีการสรรหาในครั้งถัด ๆ ไป เลขานุการไม่ใช่ท่านนี้นะครับ ไม่เกี่ยวเลย ไม่ได้มีกําหนดไว้ แล้วทําไมครั้งแรกถึงจําเป็น จะต้องเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ก็อยากจะเรียนสอบถาม และอีกคําถามหนึ่งครับ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมนี้ เมื่อเราไปแก้มาตรา ๘ ให้เป็นผู้แทนของกระทรวงแล้ว นี่กลายเป็นว่าอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมจะได้เป็นตัวแทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมหรือเปล่า อันนี้ผมไม่แน่ใจ เพราะว่าเราเพิ่งปรับเปลี่ยนกันเมื่อ ๒ ชั่วโมงที่แล้ว ก็กราบเรียนถามคณะกรรมาธิการในคราวเดียวครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านคณะกรรมาธิการชี้แจงครับ

นางสาวธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการค่ะ ขออนุญาตเรียนอย่างนี้นะคะ ในส่วนของที่เพิ่มให้ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเป็นเลขานุการของคณะกรรมการจัดการการคัดเลือก เนื่องจากในมาตรา ๘ พอได้กรรมการจัดการการคัดเลือกเข้าไปแล้ว เขามีหน้าที่ต้องดําเนินการ ตามที่กําหนดในมาตรา ๙ ซึ่งในตัวของการดําเนินการของคณะกรรมการจัดการการคัดเลือกนี้ ในมาตรา ๓๒ ถ้าเป็นระบบปกติก็จะกําหนดให้เลขาธิการของสํานักงานองค์การอิสระ เป็นเลขานุการ เพื่อไปเซิร์ฟ (Serve) งานนะคะ แต่ว่าเนื่องจากในช่วงนี้ตรงตัวสํานักงาน ยังไม่เกิด เลขาธิการก็ยังไม่มี ซึ่งปัจจุบันในการดําเนินการตามบทของตัวการตั้งองค์การอิสระ เฉพาะกาลนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเขาจะเป็นหน่วยงานที่ช่วยเหลือ การดําเนินการเรื่องนี้อยู่ ก็เลยกําหนดให้อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมมาทําหน้าที่ เป็นเลขานุการคณะกรรมการจัดการการคัดเลือกในวาระเริ่มแรกแทนเลขาธิการสํานักงานนะคะ แล้วก็ตรงที่เขาเข้ามาตรงนี้จะไม่ได้อยู่ในโควตาของตัวคณะกรรมการ เพราะทําหน้าที่เป็นแค่ เลขานุการของคณะกรรมการจัดการการคัดเลือกค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอต้อนรับผู้มาเยือนสภาก่อนนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมสัมมนา เชิงปฏิบัติการ โครงการพัฒนาประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน กิจกรรมยุวชนประชาธิปไตย รุ่นที่ ๒ ประจําปี ๒๕๕๔ ของสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๑๖๐ ท่าน ยินดีต้อนรับนะครับ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลัง พิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ พ.ศ. .... ในวาระที่สองครับ เชิญท่านจุลพันธ์ครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เมื่อท่านคณะกรรมาธิการ ได้ให้คําตอบต่อสภาเช่นนั้นนะครับ คือในวาระเริ่มแรกนี้จําเป็นต้องมีเลขานุการ ๑ คน สําหรับคณะกรรมการจัดการการคัดเลือก ก็คือได้บรรจุให้อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ดํารงตําแหน่งนี้เลย ในจุดนั้นไม่ติดใจ คราวนี้ย้อนกลับไปมาตรา ๘ ทําไมไม่มีการกําหนด ล่ะครับ มาตรา ๘ ไม่ได้กําหนดนะครับว่าให้เลขานุการของคณะกรรมการองค์การอิสระเป็น เลขานุการของคณะกรรมการจัดการการคัดเลือกนี้ไม่มีบอกนะครับ ลองย้อนกลับไปดูนะครับ เพื่อความรอบคอบครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการเชิญครับ

นางสาวธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการค่ะ การกําหนดดังกล่าวอยู่ในมาตรา ๓๑ วรรคสุดท้าย ให้เลขาธิการเป็นเลขานุการของคณะกรรมการจัดการการคัดเลือก มีการกําหนดไว้อยู่แล้วค่ะ สําหรับระบบทั่วไปที่ไม่ใช่วาระเริ่มแรกค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ติดใจนะครับ มาตราต่อไปเชิญท่านเลขาธิการครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓๙ ไม่มีการแก้ไข มีคณะกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านขจิตรกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น เชิญครับ

นายขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ ที่ขอสงวนความเห็นโดยการขอตัดข้อความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๓๙ ออกนั้น ข้อความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๓๙ บอกว่าบรรดาการดําเนินการใด ๆ ที่องค์การอิสระ ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประสานงานการให้ความเห็นของ องค์การอิสระในโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง พ.ศ. ๒๕๕๓ ลงวันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้กระทําไปก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นการดําเนินการตามพระราชบัญญัตินี้โดยอนุโลม ท่านประธานครับ โดยสั้น ๆ ก็คือว่าบรรดาการดําเนินการใด ๆ ขององค์การอิสระซึ่งตั้งขึ้นจากระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ตั้งขึ้นแล้ว ที่ทําไปแล้วให้ถือว่าเป็นการดําเนินการตามพระราชบัญญัตินี้โดยอนุโลม ที่ผมไม่เห็นด้วยควรจะตัดออกก็คือว่าการเขียนว่า การดําเนินการใด ๆ ขององค์การอิสระนี้ แล้วผมจะรู้ได้อย่างไรว่าองค์การนี้ทําอะไรไปบ้าง แล้วสภานี้มีหน้าที่จะต้องมาเขียน รองรับการกระทําใด ๆ ขององค์การที่เกิดขึ้นแล้วนี้มันถูกต้องหรือเปล่า มีเหตุผลหรือเปล่า เพราะว่าระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีที่กําหนดขึ้นให้มีคณะกรรมการองค์การอิสระนี้ ก็ต้อง มีความสมบูรณ์ในระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีฉบับนั้น ซึ่งมีรายละเอียดว่าใครเป็นกรรมการ ใครเป็นประธาน รายละเอียดพอตั้งองค์การขึ้น มีสํานักงานชั่วคราวหรือสํานักงานที่ไหน คณะกรรมการมีเบี้ยเลี้ยงเท่าไร เงินเดือนเท่าไร ตั้งที่ปรึกษาได้เท่าไร เงินเดือนที่ปรึกษา เท่าไรมีหมด มีความสมบูรณ์ในระเบียบนั้นแล้ว แล้วเวลามาออกกฎหมายนี้ต้องใช้กฎหมายนี้ มารับรองสิ่งที่ทําไปแล้ว ผมจึงไม่เห็นด้วยในวรรคนี้ แล้วจะต้องมารับรองกันอีกทําไม ถ้ารับรองอีกก็แสดงว่าคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีนี้ ไม่ถูกต้อง ตามกฎหมายใช่ไหม ถึงต้องมาเขียนกฎหมายนี้รับรอง แล้วกฎหมายนี้จะต้องไปเขียนรับรอง การกระทําของคณะกรรมการซึ่งไปทําแล้วตามระเบียบนั้น ระเบียบนั้นก็ออกถูกต้องแล้ว ซึ่งเป็นอํานาจหน้าที่ ส่วนเรื่องที่ค้างอยู่ยังทําไม่เสร็จมันเขียนไว้ในวรรคสองผมไม่ได้ว่าอะไร เขียนไว้ในวรรคสองว่าให้ดําเนินการต่อไป ผมไม่ได้ตัด แต่ว่าวรรคหนึ่งไปเขียนกฎหมาย เพื่อรองรับการกระทําที่ผ่านมาแล้ว ก่อนพระราชบัญญัตินี้ออกไปดูมาตรา ๒ พระราชบัญญัติ ฉบับนี้เขียนไว้ชัดเจนว่า พระราชบัญญัตินี้ให้มีผลบังคับถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป ก็ต้องมีผลตั้งแต่วันที่ประกาศ แล้วจะให้กฎหมายไปคุ้มครองการกระทํา ซึ่งตลอดเวลา เราไม่ได้เรียกมาดูเลยว่าทําอะไรบ้าง มีรายละเอียดอะไรบ้าง ในกรรมาธิการก็ไม่ได้เรียก มาดูมาทํา แล้วก็ให้เขียนรับรองเลย ผมว่าเป็นกฎหมายที่ไม่ควรจะออกมา ผมจึงไม่เห็นด้วย แล้วควรจะตัดออกนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญกรรมาธิการเสียงข้างมากชี้แจงครับ

นายเดชรัตน์ สุขกําเนิด กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เดชรัตน์ สุขกําเนิด กรรมาธิการ ผมเป็นคณะกรรมการประสานงานการให้ความเห็น หรือที่หลายท่านเรียกย่อ ๆ ว่าคณะกรรมการ ๔ ฝ่ายด้วย ในข้อความในวรรคแรกของมาตรา ๓๙ นี้ มีขึ้นมาด้วยความห่วงกังวลของหลายฝ่าย เกรงว่าถ้าไม่ได้มีการบัญญัติไว้ในวรรคแรก การให้ ความเห็นขององค์การอิสระ ที่ขณะนี้เราเรียกว่าองค์การอิสระเฉพาะกาล อาจจะกลายเป็น ข้อท้วงติงในเชิงกฎหมาย ว่าการดําเนินการเช่นนั้นเป็นไปโดยชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสองแล้วหรือยัง การสําทับเช่นนี้ก็จะเป็นการบอกว่าการให้ความเห็นในส่วนที่ผ่านมานั้น เป็นไปตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นก็จะได้ไม่ต้องมีการมาย้อนหลังกันอีกนะครับ ในบรรดา โครงการที่อาจจะมีการอนุมัติ อนุญาตกันในช่วงเวลานี้ แต่ตามที่ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านขจิตรได้กรุณาให้ความเห็นไว้ว่า คําว่า บรรดาการดําเนินการใด ๆ นี้ ท่านมีความเป็นห่วงว่า มันอาจจะเลยไปถึงเรื่องการตั้งเงินเดือน เรื่องของการออกระเบียบ เรื่องของการดําเนินการอื่น ๆ ซึ่งกลายเป็นว่าให้ถือเป็นการดําเนินการตามพระราชบัญญัตินี้โดยอนุโลม จะเป็นการ ที่ต้องทําให้พระราชบัญญัติฉบับนี้ต้องมารองรับสิ่งที่องค์การอิสระดําเนินการไปก่อน ผมก็เลยได้มีการหารือกันว่าจะขอปรับแก้ถ้อยคําจากการที่ครอบคลุมทั้งหมด คือบรรดา การดําเนินการใด ๆ ให้จํากัดวงลงมา เหลือแค่การให้ความเห็นต่อการดําเนินโครงการ หรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงที่องค์การอิสระซึ่งจัดตั้งขึ้น ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประสานงาน การให้ความเห็นขององค์การอิสระ ในโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรง พ.ศ. ๒๕๕๓ นั้น ถือว่าเป็นการดําเนินการตามพระราชบัญญัตินี้โดยอนุโลม พูดง่าย ๆ ว่าการให้ความเห็น ที่ผ่านมานั้น ก็ให้ถือว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสอง แต่การดําเนินการอื่นใด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน เรื่องทอง เรื่องบุคคลต่าง ๆ ก็ดี เขาต้องรับผิดชอบเอาเองตามระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีดังกล่าว ตามเจตนารมณ์ที่ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยท่านขจิตร ได้แสดงความห่วงใยไว้ ผมเลยขออนุญาตเรียนปรึกษาหารือท่านขจิตร ว่าถ้าเราจํากัด วงเฉพาะส่วนที่หลายฝ่ายก็ห่วงกังวลว่ามันอาจจะเป็นข้อกฎหมาย ในขณะเดียวกันเราก็ไม่ไป ครอบคลุม ไม่ไปรับผิดชอบในส่วนอื่น ๆ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับการให้ความเห็นนั้นจะเป็นไปได้มากน้อย เพียงใด ขอความกรุณาครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ที่จริงมาตรา ๓๙ นี้กรรมาธิการก็ไม่ได้แก้ไขนะครับ คงไว้ตามร่างเดิม โดยมีท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยท่านขจิตรท่านขอให้ตัดวรรคแรกออกทั้งวรรค กรรมาธิการเสียงข้างมากฟังความคิดเห็นของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยแล้ว ก็จะขอ ปรับเปลี่ยนถ้อยคําในวรรคแรกของมาตรา ๓๙ ก็ต้องถือว่าถ้าท่านขจิตรกับกรรมาธิการ เสียงข้างมากเห็นชอบร่วมกันก็เท่ากับว่ามาตรา ๓๙ นี้มีการแก้ไขเพิ่มเติมนะครับ เดี๋ยวท่านสมาชิกทั้งหลายฟังถ้อยคําให้ชัด ๆ แล้วท่านใดจะติดใจหรือไม่อย่างไร ก็ถือว่า เป็นมาตราที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม กรรมาธิการเสียงข้างน้อย กับกรรมาธิการเสียงข้างมากตกลงกันเสียก่อน แล้วเดี๋ยวให้ที่ประชุมใหญ่ได้พิจารณา ถ้อยคําใหม่อีกทีหนึ่ง ถือว่าเป็นถ้อยคําที่กรรมาธิการเสียงข้างมากแก้ไข เชิญท่านขจิตรครับ

นายขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ถ้ากรรมาธิการเสียงข้างมากมีความเห็นว่าเจาะเฉพาะเรื่อง ความเห็นในโครงการมันก็มีความรับผิดชอบในกฎหมาย ในมาตรานี้ก็จะแคบเข้า เพราะเดิม หมายถึงการกระทําใด ๆ ทั้งหมดไปรับผิดชอบเอาหมด ให้ถือว่าเป็นมาตรานี้ ผมก็ยังขอคําอธิบายว่าถ้าเขียนอย่างนั้นหมายความว่าอย่างไร คําว่า หมายความว่าอย่างไร โครงการที่ทําไปแล้ว ให้ความเห็นไปแล้วมันมีกี่โครงการ แล้วอนุมัติไปแล้ว พออนุมัติไปแล้ว กลัวว่ามันจะไม่ถูกหรืออย่างไร ถ้ากลัว แล้วไปทําอย่างไร ทําทําไม ต้องชี้แจงให้ผมเข้าใจก่อน แล้วการไปรับรองคือรับรองอย่างไร คือมันมีโครงการที่คณะกรรมการนั้นให้ความเห็น แล้วก็ ออกอนุญาตไปแล้วมากน้อยแค่ไหนหรืออย่างไร อันนี้ไม่ได้ซักกันในคณะกรรมาธิการ เพราะว่าทางนั้นไม่เห็นด้วย เสร็จแล้วผมก็สงวนไว้ บอกว่าถ้าเขียนอย่างนั้นพอบอกได้ไหมล่ะครับ ว่ามันมีกี่โครงการที่ท่านจะให้กฎหมายนี้ไปรับรองโดยอนุโลม อนุมัติไปแล้วมีความสุ่มเสี่ยง แค่ไหน ก็แล้วแต่ที่ประชุมที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจะให้ความเห็น เพราะผมนํามาเสนอ ที่ประชุมใหญ่นี้ เพื่อขอความเห็นว่าถ้าจะเขียนกฎหมายลักษณะนี้เพื่อรองรับสิ่งที่คณะกรรมการ องค์การอิสระของสํานักนายกรัฐมนตรีซึ่งออกไปแล้ว ทําไปแล้ว แล้วมาเขียนเพื่อขออนุมัติ ท่านว่าให้มันเป็นไปตามกฎหมายนี้โดยอนุโลม เพราะว่าตอนที่ผมขอสงวนความเห็นไม่มีการ ให้ข้อมูลกันว่าพอจะทําได้ไหม แล้วโครงการมันเยอะขนาดไหนครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือผมว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากท่านสรุปกันเสียก่อน แล้วท่านก็เสนอ ถ้าท่านคิดว่า ท่านจะแก้ไขเพิ่มเติมถ้อยคําต่างไปจากร่างเดิมท่านก็นําเสนอ เพราะถือว่าที่ประชุมต้องเป็น ผู้เห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบแล้วละครับ ฉะนั้นก็ให้ท่านได้พิจารณาถ้อยคําให้ชัดเจนก่อน แล้วก็นําเสนอต่อที่ประชุมเลย เพราะว่าไม่ใช่เป็นเรื่องของท่านขจิตรกับกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากแล้ว เป็นเรื่องของกรรมาธิการเสียงข้างมาก กับที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรนะครับ เชิญท่านไชยวัฒน์ครับ

นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ไชยวัฒน์ ไตรนสุนันท์ กรรมาธิการ คืออย่างนี้ครับระหว่างที่กําลังพิจารณากันอยู่ เพื่อไม่ให้เสียเวลา ก็ตกลงกันอย่างนี้ครับท่านขจิตร มาตรา ๓๙ การให้ความเห็นต่อโครงการ หรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงที่องค์การอิสระ แล้วใช้ข้อความเดิม ทั้งหมดนะครับ ที่จัดตั้งขึ้นคือองค์การอิสระชั่วคราวที่ ครม. จัดตั้งขึ้น ดําเนินการไปแล้วก็ถือว่า เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสอง เพื่อไม่ให้มีข้อโต้แย้ง ทีนี้ท่านถามว่า มีกี่โครงการ เวลานี้ยังไม่มีการอนุมัติเลยแม้แต่โครงการเดียว เหลือแต่ว่าเป็นโครงการที่ผ่าน คณะกรรมการองค์การอิสระชุดชั่วคราวที่ ครม. อนุมัติแต่งตั้ง ๑ โครงการก็เท่ากับรองรับ อันนั้นด้วย และถ้านับวันนี้ไปจนกว่าจะผ่านวุฒิสภา กว่าจะย้อนกลับมาทูลเกล้าฯ กว่าจะ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา กว่ากฎหมายฉบับนี้จะใช้บังคับก็ยังให้คําตอบไม่ได้ว่าจะมี สักกี่โครงการ เพราะมันมีวรรคสอง เรื่องที่ค้างอยู่ระหว่างองค์การอิสระชุดชั่วคราวยังค้างอยู่ วรรคสอง ก็ให้อํานาจพิจารณาต่อไปจนกว่าจะเสร็จในเรื่องเหล่านั้น ซึ่งจะตอบไม่ได้ว่าจะมี อีกสักกี่โครงการที่จะเสร็จ เพราะเราไม่ทราบว่ากฎหมายฉบับนี้จะใช้เวลานานเท่าไรกว่าจะ ประกาศใช้ ก็คิดว่าเป็นที่เข้าใจแล้วนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการผุสดีครับ

นางผุสดี ตามไท กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างมาก จริง ๆ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานถือโอกาสชี้แจง ให้ท่านสมาชิกทราบด้วยว่า จริง ๆ ความเป็นห่วงกังวลตรงนี้ต้องเข้าใจตรงกันว่า องค์การอิสระนี้ มิได้มีอํานาจและมิได้เป็นผู้อนุมัติโครงการแต่ประการใด อํานาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสอง ก็คือเป็นการให้ความเห็นประกอบเท่านั้นเอง แล้วก็ไม่เกี่ยวข้องเลย กับการอนุมัติแต่ประการใด เพราะฉะนั้นความเห็นเหล่านี้ที่ได้ออกไปนั้น ก็ถือว่าเป็นการ ดําเนินการตามพระราชบัญญัตินี้เท่านั้นเอง ไม่ได้ไปก่อให้เกิดความเสียหายตรงไหน แต่ประการใด แล้วความคิดเห็นตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่ผู้มีอํานาจอนุญาต เขาจะนําไปประกอบ การพิจารณาเท่านั้นเอง ขอบพระคุณค่ะ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านกรรมาธิการครับ

นางสาวธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการ ได้เรียนปรึกษาหารือกันแล้วนะคะ ทั้งทางคุณขจิตร ที่ท่านสงวนความเห็นไว้ ก็จะขออนุญาตแก้ถ้อยคําเป็นอย่างนี้นะคะ มาตรา ๓๙ การให้ ความเห็นต่อการดําเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ที่องค์การอิสระซึ่งจัดตั้งขึ้นตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประสานงานการให้ ความเห็นขององค์การอิสระในโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน อย่างรุนแรง พ.ศ. ๒๕๕๓ ลงวันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้กระทําไปก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ถือว่าเป็นการดําเนินการตามพระราชบัญญัตินี้โดยอนุโลม

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีท่านสมาชิกท่านใดติดใจนะครับ ขอเชิญนายแพทย์ชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน หลังจากที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้มีมติที่จะแก้ไขมาตรา ๓๙ ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาล จากสองวรรคให้เหลือวรรคเดียว แล้วนําความมาร้อยเรียงตามที่ ท่านกรรมาธิการได้กรุณาชี้แจงให้กับสมาชิกฟัง ท่านประธานครับ ที่จริงผมเองไม่มีข้อติดใจ ในประเด็นนี้ เพียงแต่ว่าต้องการที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ ฝากเน้นย้ํานะครับว่าสิ่งที่เราเขียนในมาตรา ๓๙ นี้มันเป็นบทเฉพาะกาล จริง ๆ ผมอยากจะ เรียกว่าเป็นการอาศัยกฎหมายฉบับนี้มาช่วย สิ่งที่เป็นปัญหาให้กับบ้านกับเมืองในขณะนี้ แล้วก็ที่ผ่านมาด้วย โดยเฉพาะกรณีมาบตาพุด ถามว่าเป็นผลดีกับประเทศชาติบ้านเมืองไหม ถือว่าดีครับ ผมเองก็ไม่ได้ติดใจในประเด็นนั้น เพราะว่ากรณีมาบตาพุดเป็นสิ่งที่ผู้คนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้คนที่ได้รับผลกระทบ หรือผู้คนที่มีประโยชน์ หรือผู้คนที่ไม่มีประโยชน์ในบ้านเรา เมืองเรานี้ ล้วนแต่มีความตระหนักว่าอันนี้คือสิ่งที่มันเป็นปัญหาของประเทศชาติบ้านเมือง จนกระทั่งมีการชะลอเรื่องการลงทุน เรื่องของผลกระทบด้านเศรษฐกิจ มีผลกระทบต่อด้านสังคม อย่างกว้างขวาง ผมไม่ได้ติดใจในแง่ที่ว่าเราจะเขียนบทเฉพาะกาลไปนําเอาองค์การที่จัดตั้งขึ้น โดยฝ่ายบริหารเข้าไปมีอํานาจให้เป็นไปตามมาตรา ๖๗ วรรคสอง เพราะว่าอย่างไรแล้วมันก็ เป็นบทเฉพาะกาลที่เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย กฎหมายนี้ก็ออกไปรองรับ อันนั้น ก็พอจะรับได้ ถ้าสภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบ วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ ท่านประธานครับ เพียงแต่ว่าผมเองอยากกราบเรียนท่านประธานในประเด็นหนึ่งว่า นี่อย่างไรครับเป็นตัวอย่าง ซึ่งบางครั้งพวกเราในฐานะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ก็ต้องตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่าเรามีหน้าที่ มีฐานะในการที่จะออกบทบัญญัติ ที่เราเรียกว่ากฎหมายเพื่อใช้ในการที่จะไปเอื้ออํานวยกับ การบริหารงานของประเทศชาติบ้านเมือง บางครั้งการที่ผู้ที่มีหน้าที่ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องละเลย หรือปฏิบัติไม่สอดรับกับบทบัญญัติของกฎหมายหลักก็คือรัฐธรรมนูญ ย่อมเกิดผลเสียหายได้ การที่เราจะออกบทบัญญัติย้อนหลัง นั่นก็เป็นการแก้ปัญหาส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง ก็ฝาก ท่านประธานไว้ครับ ว่าอย่างไรก็แล้วแต่บันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ ฝากความตระหนักของทุกฝ่าย ชี้ให้เห็นถึงความสําคัญว่าอะไรควรจะต้องทํา อะไรควรจะต้องจัดลําดับเป็นลําดับที่ ๑ ลําดับที่ ๒ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับประเทศชาติบ้านเมือง ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจนะครับ ตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้แก้ไข โดยกรรมาธิการธํารงลักษณ์ได้อ่านให้ฟังเมื่อกี้ครับ ไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจนะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๔๐ ไม่มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เป็นการจบการพิจารณาเรียงตามลําดับมาตราเรียบร้อยแล้วนะครับ ต่อไปจะเป็นการลงมติ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมกรรมาธิการหรือสมาชิกที่อยู่ด้านนอกเข้าห้องประชุม เพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เมื่อสมาชิกเข้าห้องประชุมแล้ว ขอเชิญสมาชิกทุกท่านกดบัตรแสดงตนด้วยนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

คุณนิคมเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผลการแสดงตนด้วยครับ มาอีกท่านหนึ่งนะครับ ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวบวกอีก ๑ ท่านครับ ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์มาอีก ๑ ท่าน บวก ๒ ท่าน รวมทั้งผมด้วยก็บวกอีก ๓ ท่าน ท่านจุรินทร์อีก ๑ ท่าน บวกอีก ๔ ท่าน เป็น ๒๒๓ ท่าน ก็ยังไม่ครบองค์ประชุม

ผมขอเลื่อนการลงมติและเลื่อนการประชุมไปในคราวต่อไปในวันพรุ่งนี้ นะครับ ขอปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๕.๐๙ นาฬิกา