ชลน่าน ศรีแก้ว พูดเรื่องการแก้ไขโครงการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน โดยเรียกร้องให้กรมชลประทานและคณะกรรมการผู้ชำนาญการเร่งดำเนินการตามกฎหมายที่กำหนดไว้
ท่านประธานครับ เจตจํานงของคณะกรรมาธิการ คือต้องการที่จะกระชับเวลาให้โครงการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต่อสุขภาพของชุมชน อย่างรุนแรง ที่จะดําเนินการได้รับการประเมินและได้รับความเห็นภายในระยะเวลาที่น่าจะ เอาเร็ว ๆ ท่านก็เลยกําหนด ๙๐ วันเลย ท่านกําหนด ๙๐ วัน เมื่อสักครู่นี้ฟังกฤษฎีกาชี้แจง เรื่องกรอบเวลาการทํางานของแต่ละฝ่ายไปแล้วก็เกิน ๙๐ วันอยู่แล้ว ๑๐๕ วันมันเป็นไป ไม่ได้เลย ท่านที่เขียนมาตรา ๑๙ บวกมาตรา ๒๐ ได้ ๙๐ วัน เพราะท่านบอกคู่ขนาน ๙๐ วันเสร็จ ของตัวท่านเอง ๑๐๕ วันอยู่แล้วใช่ไหม ผมเข้าใจว่าช่วงที่ถกในคณะกรรมาธิการ คงไม่ได้พูดประเด็นนี้แน่ พูดทําไมถ้าใส่ ๙๐ วัน ผมยังถามและงงเลย ท่านประธานครับ อันนี้คือประเด็นที่ ๑ ที่ผมบอกเงื่อนและห้วงเวลา โดยข้อเท็จจริงแล้วเรื่องของวรรคหนึ่ง วรรคหนึ่งนี้เต็มที่ ๑๐๕ วันใช่ไหมครับ ผ่านสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ผ่านคณะกรรมการผู้ชํานาญการ ในกระบวนการนี้ช้าที่สุด ๑๐๕ วัน เร็วสุด ๗๕ วัน แต่ว่าพอท่านมาเขียนอย่างนี้ปุ๊บ พอท่านบังคับให้ส่งคู่ขนานคณะกรรมการองค์การอิสระ ด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ประเมินผลให้ความเห็นแล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน ทั้ง ๆ ที่ด้านโน้นยังไม่เสร็จเลย ท่านไม่มีทางเลย เพราะว่าท่านตอบคําถามผมว่าสุดท้ายท่านต้อง รอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ อีเอชไอเอให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ก่อน ท่านถึงจะให้ความเห็นประกอบได้เป็นทางการ การให้ความเห็นคู่ขนานนี้ให้ได้ แต่ท่านจะส่ง เป็นทางการเมื่อด้านโน้นแล้วเสร็จเท่านั้นเอง ผมก็เลยมีประเด็นว่าผู้ส่งควรจะเป็นใคร มันเป็นคําถามที่ ๒ มันจะสอดรับกันนะครับ ผู้ส่งโครงการให้กับองค์การนี้จะเป็นใคร ถ้าท่านบอกว่าเจ้าของโครงการหรือผู้ขออนุญาต ท่านให้เจ้าของโครงการและผู้ขออนุญาต ส่งทั้งโครงการและรายงานการประเมินผลกระทบ ท่านใช้คําว่า รายงานผลกระทบ ถ้าเขียน อย่างนี้หมายความว่าเจ้าของโครงการเขาต้องไปรอ ๑๐๕ วันก่อน ถึงจะมาส่งให้ท่านใช่ไหม ถ้าท่านเขียนอย่างนี้มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ นะครับ ท่านไปอ่านตัวที่ท่านเขียนใหม่ เจตจํานง ผมเข้าใจ พอการจะขออนุมัติกิจกรรมนี่ปุ๊บ บอกเลยว่าเข้า ๑๑ ประเภทตามกฎหมาย ส่งเสริมทางด้านสิ่งแวดล้อมส่งให้คณะกรรมการองค์การอิสระรับรู้รับทราบทันที ยังไม่มีการ ประเมินนะครับ แต่ท่านไปดูวรรคหนึ่งที่ท่านเขียนครับ พอทําให้ละเอียดผมต้องละเอียดมากขึ้นเลย สงสัยจะไม่ผ่านครับ ท่านประธานอย่างนี้ครับ ให้ผู้ขออนุญาตหรือหน่วยงานของรัฐซึ่งเป็น ผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง จัดส่งรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เห็นไหมครับ ท่านบอกเป็นรายงาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมนะครับ มีข้อแตกต่างจากร่างเดิมนิดเดียว ที่ท่านบอกว่ารายงานนี้อาจจะไม่ต้องผ่านผู้ชํานาญการ หรือ คชก. ของท่านก็ได้แค่นั้นเอง ท่านเลยมาเขียนวรรคสองรองรับไว้ ฉะนั้นท่านจะ เอาอย่างไรกันแน่ครับ ท่านจะเอาตัวโครงการเลย หรือจะเอารายงานผลกระทบของโครงการ เอาให้ชัดเจนนะครับ วรรคหนึ่งท่านต้องชัดเจน เพราะฉะนั้นคําถามของผม ๑. ใครจะเป็น ผู้จัดส่ง ๒. เงื่อนเวลาจะบังคับใคร ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกไปบังคับผู้ขออนุญาตเจ้าของ กิจกรรมแล้ว ผมเชื่อว่าคณะกรรมการจะมีความวุ่นวายมาก ในขณะที่ร่างเดิมเราบังคับ ให้ สผ. เป็นผู้ดําเนินการเท่านั้นเอง ง่ายมากครับท่านประธาน จริง ๆ แล้วถ้าคณะกรรมาธิการ คิดอย่างนั้น ก็ใช้ สผ. นี่ละครับ เขียนบังคับให้ สผ. เป็นผู้ส่ง เมื่อ สผ. ได้รับแผนงานโครงการ ที่เข้าข่าย ๑๑ โครงการตามกฎหมายส่งเสริมทางด้านสิ่งแวดล้อมนั้น คุณต้องจัดส่งโครงการนี้ ให้กรรมการทันที ส่วนเรื่องที่คุณจะไปดําเนินการต่อหลังจากแล้วเสร็จ คุณก็ต้องส่งรายงาน ผลการประเมินมาอีกที ทําไมไม่เขียนอย่างนี้ล่ะครับจะได้ง่าย ส่งรายงานผลการประเมิน มาอีกรอบหนึ่ง พอส่งรายงานผลการประเมินมาอีกรอบหนึ่งแล้ว มาตรา ๒๐ นี้ท่านก็นับ ห้วงเวลาหลังจากที่เขาส่งรายงานผลการประเมินมา จะ ๓๐ วันก็ได้ จะ ๖๐ วันก็ได้ อยู่ในอํานาจหน้าที่ขององค์การอิสระเอง แต่ท่านเอาเวลามาตรา ๒๐ ไปคาบเกี่ยวกับการทํางาน ของ สผ. และ คชก. ของท่าน ทีนี้ผมก็เลยต้องขึ้นมายาวเลยครับท่านประธาน ท่านคณะกรรมาธิการ ต้องชี้แจง ต้องแสดงความกระจ่างชัดในเรื่องนี้ให้ชัดเจนเลยครับ ไม่อย่างนั้นเขียนไป มันปฏิบัติไม่ได้ครับ มันปฏิบัติไม่ได้มันก็ลําบาก เขียนไปทําไมครับ ขอบคุณครับ