รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๘

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๖๖๘ คน
นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ขณะนี้มีสมาชิกรัฐสภา ได้ลงชื่อมาประชุม จำนวน ๓๗๙ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมขอเปิดประชุม เพื่อดำเนินการตามระเบียบวาระ

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุมทราบ ไม่มี

ท่านสนองจะหารือ เชิญครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดบุรีรัมย์ ท่านประธานครับ ก่อนที่ท่านประธานจะเข้าสู่ระเบียบวาระ การประชุมนั้น ผมขออนุญาตรบกวนเวลาของสภาแห่งนี้น่าจะไม่เกิน ๓ นาทีครับท่านประธาน ในขณะที่เราได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสภาแห่งนี้ ขณะนี้พี่น้องชาวไทยของเราส่วนหนึ่งกำลัง เดือดร้อนอย่างแสนสาหัส โดยเฉพาะในเขตของอีสานใต้บ้านผม บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ไปถึงอุบลราชธานี พี่น้องต้องจากบ้านเกิดเมืองนอน ต้องจากทรัพย์สินต่าง ๆ เพื่ออพยพ หนีภัยสงคราม นับถึงขณะนี้ไม่น้อยกว่า ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน นอกจากพี่น้องต้องเดือดร้อนจากภัยสงครามจากการคุกคามของประเทศเพื่อนบ้านแล้ว พี่น้องทหารหาญของเราได้พลีชีพเป็นวีรบุรุษที่ปกป้องอธิปไตยของชาติของเรา นับถึงขณะนี้ จำนวนถึง ๙ ท่านด้วยกัน ผมอยากรบกวนท่านประธานครับ ก่อนที่จะเข้าสู่วาระของ การประชุม อยากจะให้ท่านประธานได้นำเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้ไว้อาลัยเพื่อเป็น การเทิดเกียรติของวีรบุรุษผู้กล้าทั้ง ๙ ท่าน ซึ่งประกอบไปด้วย จ่าสิบเอก ศตวรรษ สุจริต พลทหาร วายุ ขวัญเสือ ๓. สิบเอก ชวกร เดชขุนทด ๔. จ่าสิบโท จิรวัฒน์ มุ่งกลาง ๕. พลทหาร เทิดศักดิ์ ศรีลาชัย ๖. จ่าสิบเอก อนันดา อุดร ๗. พลทหาร ธนรัตน์ จันทร์ประทัด ๘. พลทหาร ชาญชัย ผดุงโชค และล่าสุดเมื่อเช้านี้เอง พลหทาร ธนกร สิงหาชาติ ซึ่งเป็นคนจังหวัดมหาสารคาม ทั้ง ๙ ท่านได้สละชีวิต ได้พลีชีพเพื่อปกป้อง อธิปไตยของชาติไทยเพื่อให้เราได้อยู่กันอย่างสุขสบาย ผมอยากขอความกรุณาท่านประธาน ได้เชิญชวนสมาชิกของเรานั้นได้กรุณายืนให้เกียรติต่อผู้เสียชีวิตทั้ง ๙ ท่าน ณ โอกาสนี้ ขอความกรุณาท่านประธานด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ เพื่อนสมาชิกรัฐสภาที่เคารพรักทุกท่านครับ ท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ ได้บอกเล่าเรื่องราวของเรา แล้วก็เป็นข่าวที่ได้รับทราบกันมาว่าขณะนี้บ้านเมืองของเรากำลัง มีประชาชนผู้ทุกข์ยากลำบากและมีวีรบุรุษของประเทศไทยเราได้เสียชีวิตจากการเสียสละ ปกป้อง ปฏิบัติหน้าที่รักษาบ้านเมืองเพื่อให้พวกเราอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ผมขอกราบเรียนเชิญ ทุกท่านในนามของรัฐสภาแห่งประเทศไทย ขอให้พวกเราทุกท่านได้โปรดยืนขึ้นเพื่อแสดงถึง ความไว้อาลัยและเพื่อสดุดีวีรกรรมของทหารผู้กล้าที่ได้เสียสละชีวิต พลีชีพเพื่อปกป้อง ผืนแผ่นดินไทยครับ ขอกราบเรียนเชิญทุกท่านยืนขึ้นไว้อาลัยครับ

(สมาชิกและผู้ที่อยู่ในที่ประชุมได้ยืนขึ้นเพื่อแสดงความไว้อาลัยเป็นเวลา ๑ นาที)

ขอบคุณครับ เข้าสู่ระเบียบ วาระที่ ๒

ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

จากการประชุมเมื่อวานนี้ การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ในวาระที่ ๒ โดยพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วเรียงลำดับมาตราจนจบมาตรา ๒๕๖/๒๐ ในร่างมาตรา ๔ ประธานของที่ประชุมเห็นว่าที่ประชุมได้พิจารณาเป็นเวลาพอสมควรแล้ว จึงได้สั่งปิดการประชุมเพื่อมาพิจารณาต่อในวันนี้ ดังนั้นผมขอดำเนินการต่อ ขอเชิญ คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ

ในการนี้ผมได้อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ วรรคสอง ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุมครับ ๑. นางณัฐนันทน์ อัศวเลิศศักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒. นายกิตติศักดิ์ จุลสำรวล กรรมการร่างกฎหมายประจำ ๓. นายนภนันทน์ จันทราชโลธร นักกฎหมาย กฤษฎีกาชำนาญการพิเศษ ๔. นายภาคภูมิ รุจิขจรเดช นักกฎหมายกฤษฎีกาชำนาญการพิเศษ ขอเชิญท่านเลขาธิการได้ดำเนินการครับ

นางปัณณิตา สท้านไตรภพ รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการรัฐสภา

มาตรา ๒๕๖/๒๑ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ขอเชิญกรรมาธิการ ที่ขอสงวนความเห็นได้อภิปรายครับ

นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดพังงา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาและในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ในมาตรา ๒๕๖/๒๑ นี้เป็นการพูดถึง เงินประจำตำแหน่ง เบี้ยประชุม และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของคณะกรรมาธิการ ร่างรัฐธรรมนูญ ดิฉันได้เสนอขอแปรญัตติไว้คือตัดเงินประจำตำแหน่งออก ให้คงเหลือแค่ เบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่น ซึ่งถ้าหากท่านมาพิจารณาหากเรายังมี เงินประจำตำแหน่งคงไว้สำหรับกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญก็จะเป็นเหตุให้ประชาชน เห็นได้ว่าการตั้งคณะกรรมาธิการตามหลักตามสูตร ๒๐ หยิบ ๑ ที่ท่านพยายามจะดันเข้ามา แล้วอ้างว่าเป็นตัวแทนของประชาชนนั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นการให้ประโยชน์ต่างตอบแทนกับ บุคคลที่เข้ามาดำรงตำแหน่งหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ ในเมื่อท่านสามารถ กำหนดได้ว่าท่านจะเอาเสียง ๒๐ คน ส่งเข้ามา ๑ คน แล้วให้เข้ามารับประโยชน์ตอบแทน รับเบี้ยประชุม และในร่างเดิมมีการพูดถึงเงินประจำตำแหน่ง ท่านประธานที่เคารพคะ เวลา ๑ ปี สำหรับกรรมาธิการ ๓๕ คน รวมถึงคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น ตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้ร่างไว้ รวมเป็น ๗๐ คนนั้นไม่น้อยเลยกับเงินของ ประเทศชาติ หากมีเงินประจำตำแหน่งเข้าไปอีก นั่นหมายความว่ารัฐบาลประเทศไทย เราจะต้องเสียเงินมหาศาลแค่ไหนกับการร่างรัฐธรรมนูญ ๑ ฉบับ ท่านประธานที่เคารพคะ แค่เบี้ยประชุมของกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญครั้งที่แล้ว ดิฉันได้ข้อมูลจากกรรมาธิการ บางท่านในที่ประชุมท่านบอกว่างบสูงถึง ๘๐๐ ล้านบาท ๘๐๐ ล้านบาทนะคะ ประชาชน ทราบหรือเปล่า อันนี้เบี้ยประชุมของการร่างครั้งที่แล้วนะคะ และในที่ประชุมมีการพูดว่า ให้ตัดเงินประจำตำแหน่งออก แต่ไปดูเบี้ยประชุมให้สูงขึ้น ของเดิมเขาบอกว่าให้ ครั้งละ ๖,๐๐๐ บาท แล้วครั้งนี้สามารถไปกำหนดในพระราชกฤษฎีกาได้ว่าอาจจะให้ สูงขึ้นถึงครั้งละ ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ บาทไม่น้อยเลย ท่านลองคิดดูสิว่าเราจะต้องเสีย งบประมาณเท่าไร ขณะที่สิ่งที่ดิฉันพยายามจะเสนอ คือให้สมาชิกรัฐสภา สส. สว. ผู้ได้รับ เงินเดือนอยู่แล้ว ผู้ได้รับเงินภาษีจากประชาชนอยู่แล้วตามเงินเดือนของท่าน เข้าไปนั่งเป็น กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ เราก็ไม่ต้องเสียเรื่องของประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่น รวมถึง เงินประจำตำแหน่งให้อีก มีแค่เบี้ยประชุม ตามข้อบังคับการประชุมคณะกรรมาธิการ สส. สว. จะได้เบี้ยประชุมครั้งละ ๑,๕๐๐ บาท จะประชุมตั้งแต่เช้าจรดเย็นก็ ๑,๕๐๐ บาท เหมือนกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ที่ประชุมตั้งแต่เช้าจรดเย็นติดค่ำ ก็ ๑,๕๐๐ บาท เพราะเงินเดือนเรามีอยู่แล้ว แต่ถ้าท่านไปเอาบุคคลอื่นที่ไม่ใช่สมาชิกรัฐสภา เข้ามา ท่านก็คิดให้รอบด้านว่าเราต้องเสียเท่าไร และมีกรรมาธิการพูดถึงการที่ให้เขามา ทำงาน ๑ ปี ก็ต้องให้ผลประโยชน์ตอบแทนให้เขาคุ้มกับการที่เขาต้องหยุดงาน พักงาน ลางานอย่างอื่นมา ท่านประธานที่เคารพคะ คุ้มนี่คืออะไร นี่คือเงินประเทศชาตินะคะ ไม่ใช่เงินในกระเป๋าท่านที่ท่านจะควักไปจ่ายให้ใครก็ได้ตามอำเภอใจ ดิฉันได้ฟังแล้วรู้สึก แย่มากกับการใช้งบประมาณชาติแบบนี้ เรามีสมาชิกรัฐสภาอยู่แล้ว เรารับเงินเดือนอยู่แล้ว แค่ตั้งสมาชิกรัฐสภาแล้วมาทำหน้าที่นี้ มีที่ปรึกษาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีความรู้เฉพาะทาง มาให้ความรู้ ให้ข้อมูล แล้วก็ทำให้การร่างรัฐธรรมนูญไปในทิศทางที่ควรตามหลักการ อันนั้น คือสิ่งที่น่าจะประหยัดงบประมาณชาติได้มากกว่าไหมคะ วันนี้ประเทศไทยเราตัดงบภัยพิบัติ น้ำท่วมทั้งประเทศ ตัดงบโรงพยาบาล โรงพยาบาลทั้งประเทศประสบกับปัญหาขาดทุน แทบจะไม่สามารถรับคนไข้ตามสิทธิการรักษาพยาบาลได้อีก งบประมาณทหารท่านตัด วันนี้ เรามีสงครามชายแดนที่กี่สิบปีแล้วตั้งแต่ดิฉันเล็กตั้งแต่ดิฉันจำความได้มามันไม่จบเลย ท่านผู้ทรงเกียรติคะ ท่านตัดงบภัยพิบัติ ท่านตัดงบโรงพยาบาล ท่านตัดงบทหาร แต่ท่าน มาเพิ่มงบ ท่านมาใช้งบอย่างไม่ระมัดระวังกับการแก้รัฐธรรมนูญ เห็นสมควรแล้วหรือคะ ดิฉันจึงไม่เห็นด้วยเลยกับการที่จะให้มีเงินประจำตำแหน่งเข้ามายุ่งในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม กรรมาธิการเสียงข้างมากได้ตัดเรื่องเงินประจำตำแหน่งไปแล้ว แต่ยังมีการพูดถึงเบี้ยประชุม ว่าจะเพิ่มให้มากตามสภาพเศรษฐกิจที่ท่านพูด สภาพเศรษฐกิจแบบไหนคะ จริง ๆ ควรจะลด สภาพเศรษฐกิจทุกวันนี้มันแย่มาก จาก ๖,๐๐๐ บาท ครั้งที่แล้วควรจะลดลงครึ่งหนึ่ง ๓,๐๐๐ บาท หรือ ๑,๕๐๐ บาทเท่ากับกรรมาธิการที่เป็นสมาชิกรัฐสภาใช่หรือไม่ ในเมื่อท่านไม่เอาสมาชิกรัฐสภามาทำ ท่านเอาบุคคลภายนอกมาทำ ท่านเอาหลักสูตร ๒๐ หยิบ ๑ ของท่านเข้ามาก็เท่ากับชี้เลยว่าท่านเอาพวกของท่านเข้ามารับประโยชน์ จากการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ใช่หรือไม่ ดิฉันขอให้ท่านทบทวนมิฉะนั้นประชาชนที่อยู่ ข้างนอกสภาเองกำลังติดตามอยู่ว่าสมาชิกรัฐสภาท่านกำลังใช้งบประมาณชาติไปแบบไหน ท่านกำลังเอื้อประโยชน์ให้กับพวกท่าน เอาพวกเดียวกันเองมารับเงินของชาติใช่หรือไม่ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ท่านทศพร เสรีรักษ์ ครับ

นายทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกรัฐสภา ของผมจะพยายามให้สั้นที่สุด ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านรัชนีกรที่พูดประเด็นนี้ขึ้นมา คือผ่านมาวันหนึ่งเต็ม ๆ ที่ฟังท่านรัชนีกรตลอด เพิ่งจะเป็น มาตรานี้ที่ผมเห็นด้วยกับคุณรัชนีกรเป็นอย่างยิ่งที่เราจะช่วยกันประหยัดงบประมาณ ของแผ่นดินเพื่อเอาไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ ก็ขอสนับสนุนความเห็นของท่านรัชนีกร แล้วก็ขอเพิ่มอีกนิดหนึ่งก็คือวันนี้ท่านกรุณาช่วยอภิปรายน้อย ๆ ก็จะเป็นพระคุณยิ่ง เราก็จะได้จบรัฐธรรมนูญโดยเร็ว ขอบพระคุณครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เชิญคณะกรรมาธิการชี้แจงครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาแล้วก็ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการครับ ก่อนอื่นต้องชื่นชมและขอบพระคุณท่านประธาน เมื่อคืนนี้ท่านประธานอยู่กับพวกเราจนถึง ๒๓.๓๑ นาฬิกา ก่อนปิดประชุม วันนี้ท่านมานั่งเป็นประธานตอนเช้าด้วยความพร้อมเพรียง ร่วมกับพวกเราในการพิจารณาต่อครับ ผมขออนุญาตตอบคำถามของท่านกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยนะครับ แล้วก็ในส่วนของเพื่อนสมาชิกที่ได้มีการอภิปราย สั้น ๆ ไม่ยาวครับ เพราะว่าสิ่งที่ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยอภิปรายนั้นไม่ได้ตรงกับประเด็นที่ท่านได้ สงวนไว้นะครับ ประเด็นที่ท่านสงวนไว้ท่านไม่ได้ตัดเบี้ยประชุม ท่านไม่ได้ตัดประโยชน์ ตอบแทนอย่างอื่น ท่านพูดแต่เพียงเรื่องของเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนของที่ปรึกษา ซึ่งเราพิจารณาไปตั้งแต่มาตรา ๒๕๖ ก่อนเที่ยงเมื่อวานว่าเราไม่มีกลไกความเป็นที่ปรึกษา อีกแล้วครับ เรามีกลไกแค่ ๒ คณะเท่านั้น ก็คือกลไกการร่างรัฐธรรมนูญและกลไกรับฟัง ความคิดเห็นครับ อย่างไรก็ตามในสิ่งที่ท่านพูดนั้นผมจำเป็นต้องอธิบายว่าท่านต้องเข้าใจว่า ในกรณีของการมาทำหน้าที่ของกรรมาธิการทั้ง ๒ คณะท่านจะเห็นได้ว่าอยู่ในกรอบ ระยะเวลาเกือบ ๑ ปี หรืออยู่ในกรอบระยะเวลากว่า ๓๖๐ วัน เราคาดหวังการทำงาน ของเขาอย่างเต็มประสิทธิภาพ เราคาดหวังการทำงานของคณะกรรมาธิการทั้ง ๒ คณะนั้น อย่างเต็มเวลา เราคาดหวังการทำงานที่จะตอบโจทย์ต่อพี่น้องประชาชนมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งแน่นอนว่าในปัจจุบัน มีรูปแบบการรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลายยิ่งขึ้น แต่ก็หนีไม่พ้นการที่ต้องออกไปลงพื้นที่ รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นในระดับจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นในระดับ พื้นที่ต่าง ๆ เช่นพี่น้องที่เป็นชาติพันธุ์ พี่น้องที่เป็นกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ นี่เป็นสิ่งจำเป็น ที่เราจำเป็นต้องตั้งเรื่องของค่าตอบแทนต่าง ๆ ให้กับกรรมาธิการ ท่านเพื่อนสมาชิกรัฐสภา ที่เคารพครับ ร่างเดิมนั้นเขียนเรื่องของค่าตอบแทนไว้แบ่งออกเป็น ๓ ประเภทด้วยกัน ก็คือเงินประจำตำแหน่ง เบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่น ๆ สิ่งเดียวที่เราเห็นตรงกัน ก็คือว่าขอตัดคำว่า เงินประจำตำแหน่ง ออก เพราะว่าเงินประจำตำแหน่งนั้นมีจำนวนที่สูง และเป็นเงินที่จ่ายนอกเหนือจากกรณีของการมาทำหน้าที่คล้าย ๆ กับเป็นเงินเดือนประจำ เหมือนเงินประจำตำแหน่งที่พวกเราได้รับ ซึ่งอันนี้กรรมาธิการเสียงข้างมากไม่เห็นด้วยครับ แต่สิ่งที่เราไม่ได้ตัดออกคือเบี้ยประชุมครับ แต่ผมนำเรียนแบบนี้ว่าในชั้นกรรมาธิการไม่เคยมีการประชุมแล้วบอกว่าจะมีการกำหนด เบี้ยประชุมในจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาทต่อครั้ง ไม่มีนะครับ ไม่มีกรรมาธิการท่านใดพูดเลยครับ ฉะนั้นสิ่งที่เพื่อนสมาชิกกรรมาธิการเสียงข้างน้อยพูดไว้ไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นจริงในการประชุม ส่วนจะเป็นเท่าไร อย่างไรนั้น เดี๋ยวผมจะนำเรียนต่อไปว่าจะเกิดขึ้นอย่างไร อย่างไรก็ตาม คำว่า ประโยชน์ตอบแทน จำเป็นต้องมีครับ และประโยชน์ตอบแทนนี้อาจจะออกมา ในรูปแบบเรื่องของค่าพาหนะ อาจจะออกมาในรูปแบบของเงินที่ต้องใช้แต่ละวันในการไปลง พื้นที่ทำงานในต่างจังหวัด อาจจะต้องออกมาในรูปแบบของสวัสดิการการรักษาพยาบาล หรือในรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งแน่นอนครับ ผมเองก็ยังไม่สามารถที่จะตอบได้ว่าเป็นจำนวนเท่าไร ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับว่าในกรณีของเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนของกรรมาธิการ ทั้ง ๒ คณะตามมาตรานี้นั้นจะต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกา ส่วนจะเป็นจำนวนเท่าไร มีเรื่องของประโยชน์ตอบแทนอย่างไรบ้าง ก็จะไปอยู่ในพระราชกฤษฎีกาครับ สิ่งที่เรา ยืนยันได้ก็คือยืนยันได้แต่เพียงว่าในชั้นนี้เราจะพิจารณาอย่างรอบคอบ เหมาะสม ประหยัด งบประมาณมากที่สุด อย่างไรก็ตามมีบางประเด็นที่ท่านพูดว่าทางรัฐบาลเองมัวหรือมุ่งกับ การเอาเงินมาใช้ในการร่างรัฐธรรมนูญและไปตัดงบของภัยพิบัติ ไปตัดงบของโรงพยาบาล ด้านสาธารณสุขต่าง ๆ กรรมาธิการคงตอบคำถามนี้ไม่ได้ แต่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เป็นตัวแทนรัฐบาลท่านควรช่วยเราในการยืนยันว่าคณะรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นชุดก่อนหน้านี้ หรือชุดปัจจุบัน ท่านตัดงบแบบนั้นจริงหรือไม่ ซึ่งในฐานะเราที่อยู่ในสภาก็ยืนยันได้ แต่เพียงว่าในการพิจารณางบประมาณเราไม่มีประเด็นแบบนั้นครับ ฉะนั้นผมขออนุญาต ให้แยกให้ชัดเจนว่าเรากำลังพูดถึงการทำหน้าที่ในการร่างรัฐธรรมนูญและกรรมาธิการ หวังแต่เพียงให้มีเรื่องของค่าตอบแทนที่เป็นเบี้ยประชุมและประโยชน์อื่นใดที่เหมาะสม กับคนที่ต้องเสียสละ มุ่งมั่นเข้ามาทำหน้าที่เพื่อปลดล็อก หรือนำไปสู่การมีบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญที่พวกเราจะยอมรับมากที่สุด ฉะนั้นด้วยเหตุผลที่ผมได้นำเรียนมาทั้งหมด ทางกรรมาธิการเสียงข้างมากขอยืนตามร่างที่ผ่านการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการครับ กราบขอบคุณครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ท่านผู้สงวนยังติดใจไหมครับ

นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ กรรมาธิการ

ขออนุญาตค่ะท่านประธาน เนื่องจากมีประเด็นต่อเนื่องค่ะ ที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการบอกว่าดิฉันไม่ได้อภิปราย ตามคำแปรญัตติ ไม่เป็นจริงค่ะ ดิฉันอภิปรายตามแปรญัตติคือการแปรญัตติของดิฉัน เขียนว่าเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ต่อให้ท่านบอกว่าโครงสร้างที่ปรึกษา ไม่ได้อยู่ในตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้มีการออกแบบไว้ แต่คณะกรรมาธิการ ร่างรัฐธรรมนูญก็อยู่ในนี้และดิฉันได้พูดถึงเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่น รวมถึงเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของคณะอนุกรรมาธิการเช่นกัน ซึ่งเดี๋ยวท่านก็มีตั้ง ซึ่งก็ตรงกัน ซึ่งคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญแต่งตั้งเป็นไปตามที่ กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา ดิฉันอภิปรายตามการแปรญัตติของดิฉันถูกต้อง สมบูรณ์ ทุกประการนะคะ

ประเด็นที่ ๒ ในที่ประชุมกรรมาธิการมีการพูดถึงว่าครั้งที่แล้วมีการใช้ งบประมาณของชาติเรื่องที่เกี่ยวกับเบี้ยประชุม ประโยชน์ตอบแทนอื่น รวมถึงเงินประจำ ตำแหน่ง ไปถึง ๘๐๐ ล้านบาท ดิฉันให้ความเห็นเองว่าเราไม่ควรจะมีเงินประจำตำแหน่ง เพราะจะเป็นลักษณะของการเหมือนกับให้คนของตัวเองเข้ามารับเงินของชาติ ดังนั้น ที่ประชุมท่านอื่นก็เห็นตรงกันในการตัดคำนี้ออก ให้คงเหลือแต่เบี้ยประชุมและประโยชน์ ตอบแทนอย่างอื่น ซึ่งตรงกับการแปรญัตติของดิฉัน แล้วก็มีการพูดจริงว่าครั้งที่แล้ว กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญได้ครั้งละ ๖,๐๐๐ บาท เนื่องด้วยสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป อาจจะขึ้นให้ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท และสามารถกำหนดในพระราชกฤษฎีกา ท่านสามารถ ไปถอดเทปได้ ดิฉันยืนยันเพราะดิฉันชัดมากกับเรื่องนี้ เพราะดิฉันตกใจมาก

ประเด็นสุดท้าย เรื่องของงบภัยพิบัติ งบทหาร งบโรงพยาบาล ท่านจำกัดจำเขี่ย ในการใช้ ท่านควบคุมมาก แต่พอมางบเรื่องของการยกร่างรัฐธรรมนูญท่านไม่ได้ระมัดระวัง ในการใช้เลย ซึ่งอันนี้ดิฉันเป็นการตั้งประเด็น ตั้งข้อสงสัย ซึ่งดิฉันยืนยันว่าดิฉันแปรญัตติ และอภิปรายตรงตามประเด็นทุกประการ ขอบพระคุณค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ขออนุญาตครับ ขอไปต่อนะครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ผมตอบประเด็นเดียวครับ เพื่อไม่ให้คลาดเคลื่อน ประเด็นเดียวครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการครับ ผมขอยืนยันในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการ และตามที่ประชุมกรรมาธิการนะครับ กรรมาธิการไม่เคยมีข้อสรุปว่า อาจจะมีการขึ้นเบี้ยประชุมให้กับกรรมาธิการที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในการร่างหรือรับฟัง ความคิดเห็นเป็นจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท ไม่เคยมีข้อสรุปแบบนี้ ส่วนจะเป็นที่สุดแต่เท่าไร อย่างไรนั้น เป็นเรื่องที่จะมีการกำหนดในพระราชกฤษฎีกา ขอยืนยันให้กับเพื่อนสมาชิก และยืนยันไปยังพี่น้องประชาชนว่าการตั้งคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญนั้นไม่ใช่ประโยชน์ ตอบแทนต่อใคร อย่างใด หรือพรรคพวกของใคร อย่างใด อย่างที่มีบางท่านได้กล่าวอ้าง กราบขอบคุณครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวผมขอแค่นี้ เอาแค่นี้ ถ้าไม่อย่างนั้นเดี๋ยวไม่จบครับ

นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ กรรมาธิการ

มิฉะนั้นดิฉันจะถูกเข้าใจ คลาดเคลื่อนค่ะท่านประธาน ดิฉันจำเป็นค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เอาสั้น ๆ

นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ กรรมาธิการ

คือดิฉันไม่เคยพูดว่าที่ประชุม มีข้อสรุปให้มีค่าตอบแทน ๑๐,๐๐๐ บาทต่อครั้ง ดิฉันคิดว่าในที่ประชุมมีการพูดถึงว่า ครั้งที่แล้วให้ ๖,๐๐๐ บาท ครั้งนี้เนื่องด้วยเศรษฐกิจที่ดีขึ้นอาจจะให้เป็น ๑๐,๐๐๐ บาท เดี๋ยวเราไปดูในเรื่องของการกำหนดในพระราชกฤษฎีกา ดิฉันแค่ตั้งประเด็น แต่ดิฉันไม่เคย พูดว่าที่ประชุมมีมติหรือสรุป ขอบพระคุณค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

พอแล้ว ผมจะไปต่อแล้ว เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมจะถามมติจากที่ประชุมก่อนว่า จะเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่ กรณีที่ที่ประชุมมีมติเห็นควรให้แก้ไขผมจึงจะถาม มติจากที่ประชุมต่อไปว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือของกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น

ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุม

(นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุม ทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ขอเชิญท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิ แสดงตนโปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มแสดงตน)
พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

ท่านประธานครับ ผม พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สว. ๐๐๕ ขอแสดงตนครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

แสดงตน ๑ ท่านครับ

นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา ลำดับที่ ๑๙๔ ขอแสดงตนค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

แสดงตน ๒ ท่านครับ

นายชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานสภาครับ ผม ชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา ๐๒๘ ขอแสดงตนครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

แสดงตน ๓ ท่านครับ

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ ร่มธรรม สส. ๒๙๕ แสดงตนครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๒๙๕ แสดงตนครับ

พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

๔๔๘ แสดงตน

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๔๔๘ แสดงตนครับ

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สส. ๐๒๙ แสดงตนครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๒๙ แสดงตนครับ เนื่องจากตอนนี้ต้องลงมติ ๒ ครั้งในมาตรานี้ เพราะฉะนั้นกรุณาลงมติครั้งแรกแล้วอย่าเพิ่ง ลุกไปไหนนะครับ ไม่อย่างนั้นแสดงตนยาก

นายวีรนันท์ ฮวดศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านประธานครับ ๓๕๑ แสดงตนครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ท่าน ๓๕๑ แสดงตนครับ

นายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ หมายเลข ๑๑๑ แสดงตน

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

หมายเลข ๑๑๑ แสดงตนครับ

นายสุรทิน พิจารณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ ผม สุรทิน พิจารณ์ ๔๔๒ แสดงตน

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๔๔๒ แสดงตนครับ มีท่านผู้ใด ยังไม่ได้แสดงตนอีกไหมครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการแสดงตน

นางสาววิลดา อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

หมายเลข ๓๔๘ แสดงตนค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

หมายเลข ๓๔๘ แสดงตนครับ ขณะนี้มีสมาชิกผู้เข้าประชุม ๔๑๑ คน บวก ๑๐ คน เป็น ๔๒๑ คน ครบองค์ประชุม

ขอเชิญท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิ ลงคะแนน ผู้ใดเห็นควรให้มีการแก้ไข โปรดกดปุ่มเห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นควรให้มีการแก้ไข หรือให้คงไว้ตามร่างเดิม โปรดกดปุ่มไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา ลำดับที่ ๑๙๔ เห็นด้วยค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

หมายเลข ๑๙๔ เห็นด้วยครับ

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ สว. หมายเลข ๐๐๕ เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

หมายเลข ๐๐๕ เห็นด้วยครับ

นายชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา เลขที่ ๐๒๘ เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เลขที่ ๐๒๘ เห็นด้วยครับ

นางสาววิลดา อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

๓๔๘ เห็นด้วยค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๓๔๘ เห็นด้วยครับ มีสมาชิก ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนไหมครับ

นายอภิชา เศรษฐวราธร สมาชิกวุฒิสภา

ผม สว. ๑๘๔ เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๘๔ เห็นด้วยครับ ผมจะถามอีกครั้งว่ามีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนไหมครับ

นางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

๑๙๑ สส. นุชนาถ เห็นด้วยค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๙๑ เห็นด้วยครับ

นายภาณุ พรวัฒนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ ๒๗๘ เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๒๗๘ เห็นด้วยครับ มีอีกไหม ผมจะถามครั้งสุดท้ายว่ายังมีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนไหมครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๓๑ คน บวก ๗ คน เป็น ๔๓๘ คน เห็นด้วย ๔๑๔ คน บวก ๗ คน เป็น ๔๒๑ คน ไม่เห็นด้วย ๐ งดออกเสียง ๑๓ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ คน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการแก้ไขครับ

ต่อไปผมจะถามมติ จากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือของกรรมาธิการ ที่ขอสงวนความเห็น ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุม เชิญท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิ แสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มแสดงตน)
นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา

ท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา ๑๙๔ แสดงตนค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๙๔ แสดงตนครับ

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

สว. ๐๐๕ แสดงตนครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๐๕ แสดงตนครับ

นายชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา ๐๒๘ แสดงตนครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๒๘ แสดงตนครับ

นายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา

ท่านประธานครับ นายแพทย์วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สว. ๑๓๘ แสดงตนครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๓๘ แสดงตนครับ

นายอภิชา เศรษฐวราธร สมาชิกวุฒิสภา

สว. ๑๘๔ แสดงตนครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๘๔ แสดงตนครับ มีท่านผู้ใด ยังไม่ได้แสดงตนอีกไหมครับ ผมจะถามอีกครั้งว่ามีท่านผู้ใดยังไม่ได้แสดงตนอีกไหมครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการแสดงตน เชิญเจ้าหน้าที่ส่งผลการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๐๓ คน บวก ๕ คน เท่ากับ ๔๐๘ คน ครบองค์ประชุมครับ

เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ ลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ่มเห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น โปรดกดปุ่มไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่มงดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา

ท่านประธานคะ สว. ๑๙๔ อัจฉรพรรณ เห็นด้วยค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๙๔ เห็นด้วยครับ

จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

สส. ๔๗๓ เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๔๗๓ เห็นด้วยครับ

นายชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา ๐๒๘ เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๒๘ เห็นด้วยครับ

นายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา

ท่านประธานครับ นายแพทย์วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สว. ๑๓๘ ไม่เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๓๘ ไม่เห็นด้วยครับ

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

สว. ๐๐๕ เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๐๕ เห็นด้วยครับ

นายอภิชา เศรษฐวราธร สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานครับ สว. ๑๘๔ เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๘๔ เห็นด้วยครับ มีสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ลงคะแนนไหมครับ ถามอีกครั้งครับ มีสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ลงคะแนนครับ

นายศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศาสตรา ศรีปาน เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เห็นด้วยอีก ๑ คนครับ ถ้าไม่มี สมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ลงคะแนน ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวน ผู้ลงมติ ๔๔๙ คน บวก ๗ คน เป็น ๔๕๖ คน เห็นด้วย ๔๓๐ คน บวก ๖ คน เป็น ๔๓๖ คน ไม่เห็นด้วย ๗ คน บวก ๑ คน เป็น ๘ คน งดออกเสียง ๙ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ คน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ

เชิญท่านเลขาธิการดำเนินการ อ่านมาตราต่อไปครับ

นางปัณณิตา สท้านไตรภพ รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการรัฐสภา

มาตรา ๒๕๖/๒๒ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวน ความเห็น

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

รัฐสภายินดีต้อนรับคณะครู และบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนบ้านบางขุนเพ่ง อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง จำนวน ๑๗ คน เข้าฟังการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๘ ยินดีต้อนรับครับ ขอเชิญคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นได้อภิปราย ท่านสหัสวัต คุ้มคง เชิญครับ

นายสหัสวัต คุ้มคง กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกรัฐสภา ในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ท่านประธานครับ หลักการสำคัญของมาตรา ๒๕๖/๒๒ เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อนสมาชิกรัฐสภาทุกท่านครับ ก่อนหน้านี้เราได้ผ่านหลายมาตราที่เปิดช่องให้มีอาจารย์ มหาวิทยาลัย นักวิชาการ นักวิจัยหรือพนักงานของรัฐต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการเป็น คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญหรือคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น แต่ว่าทางกรรมาธิการ เสียงข้างมากได้ตัดมาตรานี้ออกไป ทั้งที่มาตรานี้เป็นมาตราสำคัญที่ช่วยปกป้องคนที่มา ทำงานเพื่อชาติ มาทำงานเพื่อแสดงความเห็น เพื่อมามีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญเหล่านี้ ออกไป มาตรา ๒๕๖/๒๒ นี้เป็นกลไกสำคัญที่จะปกป้องการตีความหลังจากนี้ว่าคนกลุ่มนี้ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ เพื่อไม่ให้ต้องถูกกฎหมายหลังจากนี้ กฎหมายที่เป็น ของต้นสังกัดในการมาเอาผิดเรียกร้องกลไกต่าง ๆ เหล่านี้ รวมถึงป้องกันการกลั่นแกล้งกัน ในอนาคตว่าผู้ที่เข้ามาเป็นกรรมาธิการร่าง อนุกรรมาธิการต่าง ๆ ในการร่างรัฐธรรมนูญ หรือรับฟังความเห็นอาจจะถูกร้องได้ เพื่อให้กลไกการร่างรัฐธรรมนูญไม่สะดุด เพื่อให้กลไก การร่างรัฐธรรมนูญได้ราบรื่นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การคงอยู่ของมาตรา ๒๕๖/๒๒ นี้ จึงสำคัญมาก ๆ ที่จะช่วยปกป้องบรรดาอาจารย์ต่าง ๆ นักวิชาการต่าง ๆ หรือข้าราชการ ที่อาจจะเข้ามามีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ รวมถึงในวรรคสอง ผมได้แปรญัตติ เขียนปกป้องตั้งแต่วันที่สมัครเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหลังจากนี้เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ มาตรานี้จึงเป็นมาตราที่สำคัญมาก ๆ ที่ไม่ควรตัดออก ขอบคุณครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านประธานชี้แจงครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ประธานคณะกรรมาธิการ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการครับ เนื่องจากว่า เป็นประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แล้วก็ลักษณะ ที่ท่านผู้นั้นเป็นบุคคลที่อยู่ในแวดวงราชการ ทางกรรมาธิการจะขออนุญาตมอบหมายให้ ทางผู้แทนกฤษฎีกา ท่านภาคภูมิได้กรุณาชี้แจงว่าที่มาที่ไปความหมายของมาตรานี้คืออะไร แล้วก็การตัดออกนั้นไม่กระทบในกรณีของการแก้ไขมาตรา ๒๕๖/๔ และมาตรา ๒๕๖/๙ ที่เราได้มีการดำเนินการแก้ไขไปแล้วอย่างไร ขออนุญาตให้ท่านภาคภูมิจากกฤษฎีกา เป็นผู้ชี้แจงครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายภาคภูมิ รุจิขจรเดช ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาครับ กระผม นายภาคภูมิ รุจิขจรเดช สำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาในฐานะผู้ชี้แจงครับ ขอกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก ในเรื่องของข้อมูลว่าในการประชุมของคณะกรรมาธิการนั้น ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการว่าความในร่างมาตรา ๒๕๖/๒๒ นั้นเป็นการเขียน ในลักษณะเดียวกับคำสั่งหัวหน้า คสช. ในการกำหนดเงื่อนไขการดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ใน คสช. รวมถึงบทบัญญัติของมาตรา ๔๑ ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พุทธศักราช ๒๕๕๗ ซึ่งมีลักษณะเป็นการยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายในเรื่องของคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม ของเจ้าหน้าที่ของรัฐในการเข้ามาดำรงตำแหน่ง หากกำหนดไว้เช่นว่านี้ผลที่เกิดขึ้นจะเป็น อย่างนี้ว่าจะทำให้ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ พนักงานหรือว่าลูกจ้างของรัฐที่เข้ามา ดำรงตำแหน่งอยู่ในคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น หรือแม้แต่คณะอนุกรรมาธิการ ที่คณะกรรมาธิการทั้ง ๒ คณะนั้นได้ตั้งขึ้นได้รับการยกเว้น ในทางหนึ่งเป็นการยกเว้นคุณสมบัติเช่นว่าก็จริง แต่อีกทางหนึ่งผลที่ได้ก็คือจะทำให้บุคคลเหล่านั้น รับเงินค่าตอบแทน ๒ ทางในเวลาเดียวกันได้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้จะเป็นผลกระทบอย่างยิ่ง ต่อการบริหารงานบุคคล ต่อภาระงบประมาณ รวมถึงภาระงานปกติของภาครัฐด้วย ที่เราชี้แจง ไว้อย่างนี้กรรมาธิการเสียงข้างมากจึงได้เห็นสมควรให้ตัดความในมาตรา ๒๕๖/๒๒ ออก ส่วนสิ่งที่กระทบกับในสิ่งที่มีการแก้ไขแล้วหรือไม่ในเรื่องของการที่เปิดช่องให้ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นผู้สอน เป็นผู้วิจัย ในสถาบันอุดมศึกษาสามารถเข้ามาดำรงตำแหน่งใด นั้นไม่มีผลกระทบ ยังคงเป็นไปตามเช่นเดิม ขอกราบเรียนเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

กรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ยังคงติดใจไหมท่านสหวัตครับ

นายสหัสวัต คุ้มคง กรรมาธิการ

คงติดใจครับท่านประธาน

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ติดใจนะครับ กรณีนี้ เนื่องจากกมาตรานี้ คณะกรรมาธิการมีการแก้ไขโดยตัดออกทั้งมาตรา ดังนั้นผมจะถามมติ จากที่ประชุมก่อนว่าจะเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่ กรณีที่ประชุมมีมติเห็นควรให้แก้ไข ผมจึงจะถามมติจากที่ประชุมต่อไปว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ที่ให้ตัดออกทั้งมาตราหรือเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นครับ

ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ ขอเชิญท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ

(นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุม ทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา

ท่านประธานคะ อัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา ๑๙๔ แสดงตนค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๙๔ แสดงตนครับ

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

๐๐๕ แสดงตนครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๐๑ แสดงตนครับ มีท่านใด ยังไม่ได้แสดงตนไหมครับ

นายชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ขวพล พรมงคล สมาชิกวุฒิสภา ๐๒๘ แสดงตนครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๒๘ แสดงตนครับ มีท่านใด ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนไหม ถ้ามีขอเชิญแสดงตนครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่ส่งผลการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๑๖ คน บวก ๓ คน เป็น ๔๑๙ คน ครบองค์ประชุมครับ

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นควรให้มีการแก้ไข โปรดกดปุ่มเห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นควรให้มี การแก้ไขคือให้คงไว้ตามร่างเดิม โปรดกดปุ่มไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่มงดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา

ท่านประธานคะ สว. ๑๙๔ เห็นด้วยค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๙๔ เห็นด้วยครับ

นายชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา ๐๒๘ เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๒๘ เห็นด้วยครับ

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

สว. ๐๐๕ เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๐๕ เห็นด้วยครับ มีสมาชิก ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนไหมครับ ถ้ามีขอเชิญครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิด การลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๓๔ คน บวก ๓ คน เป็น ๔๓๗ คน เห็นด้วย ๔๑๒ คน บวก ๓ คน เป็น ๔๑๕ คน ไม่เห็นด้วย ๑ คน งดออกเสียง ๑๕ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ คน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการแก้ไข

ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุม ว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ให้ตัดออกทั้งมาตรา หรือเห็นด้วย กับการแก้ไขของกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุม

(นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุม ทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ แสดงตนโปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มแสดงตน)
นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา

ท่านประธานคะ สว. ๑๙๔ อัจฉรพรรณ แสดงตนค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๙๔ แสดงตนครับ ยังมีท่านใด ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนไหมครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ จำนวน ผู้เข้าประชุม ๔๑๒ คน บวก ๑ คน เป็น ๔๑๓ คน ครบองค์ประชุมครับ

นายมงคล สุระสัจจะ (รองประธานรัฐสภา) ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออก เสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากคือตัดออกทั้งมาตรา โปรดกดปุ่มเห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น โปรดกดปุ่มไม่เห็นด้วย ผู้ใด เห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่มงดออกเสียง ครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา

ท่านประธานคะ อัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา ไม่เห็นด้วย ๑๙๔ ค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๙๔ ไม่เห็นด้วยครับ

นายชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา ๐๒๘ เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๒๘ เห็นด้วยครับ

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานครับ พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สว. ๐๐๕ ไม่เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๐๕ ไม่เห็นด้วยครับ

นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ สส. ๐๑๔ ๓ ครับ ๓ ก็คือสีแดง

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

สส. ๐๑๔ สีแดง

นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

คือไม่เห็นด้วยนะครับ

นางจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานคะ สส. ๐๖๑ ไม่เห็นด้วยค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๖๑ ไม่เห็นด้วยครับ ยังมีสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ลงคะแนนไหม ถ้าไม่มีผมขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่ ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๗๖ บวก ๕ เป็น ๔๘๑ เห็นด้วย ๑๐๘ บวก ๑ เท่ากับ ๑๐๙ ไม่เห็นด้วย ๓๔๑ บวก ๔ เป็น ๓๔๕ งดออกเสียง ๒๕ ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นครับ

เชิญท่านเลขาธิการดำเนินการ อ่านมาตราต่อไปครับ

นางปัณณิตา สท้านไตรภพ รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการรัฐสภา

มาตรา ๒๕๖/๒๓ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ขอเชิญกรรมาธิการที่ขอสงวน ความเห็นอภิปราย เชิญท่านรัชนีกร ทองทิพย์ ครับ

นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่ เคารพ ดิฉัน นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดพังงา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาและในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ในมาตรา ๒๕๖/๒๓ ดิฉันขอสงวน ความเห็นไว้ คือเรื่องในมาตรา ๒๕๖/๒๓ มีการพูดถึงในกรณีที่อายุของสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภาสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ไม่เป็นเหตุกระทบกระเทือนต่อ การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ร่างรัฐธรรมนูญในหมวดนี้ เมื่อมีกรณีตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามกำหนดระยะเวลาเดิม ดิฉันขอแปรญัตติให้เวลาของคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญปฏิบัติหน้าที่ไม่สะดุดหยุดอยู่ ตามการยุบสภา ขณะที่กรรมาธิการเสียงข้างมากมีการให้ความเห็นในเรื่องของการที่ไม่นับ เวลาในช่วงที่มีการยุบสภา ท่านประธานที่เคารพ หากเราไม่นับเวลาในช่วงที่มีการยุบสภา จะเกิดอะไรขึ้นคะ หมายความว่ากรรมาธิการตามที่ท่านตั้งมา ๒ คณะ คือคณะกรรมาธิการ ร่างรัฐธรรมนูญและคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วม ตามที่ท่านตั้งยังทำงานอยู่โดยที่ไม่นับว่าเป็นการหยุดเวลา เวลาที่ท่านกำหนดไว้ตามมาตรา ก่อนหน้าคือ ๓๖๐ วัน หมายความว่าถ้ายุบสภาแล้วท่านตั้งรัฐบาลกลับมาไม่ได้ หมายความว่า ทั้ง ๒ คณะนี้ก็ปฏิบัติหน้าที่อยู่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคืออะไรคะ งบประมาณชาติที่จะเสียไป อีกกี่เท่า อย่างน้อย ๖ เดือนที่ท่าน สส. กำลังจะยุบสภาในเวลาอันใกล้นี้ ถ้าท่านยุบไป ๖ เดือนกว่าท่านจะกลับมา ในคณะกรรมาธิการชุดที่แล้วมีการใช้เบี้ยประชุมของคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ๘๐๐ ล้านบาท ตามข้อมูลที่ดิฉันได้มาจากการรับฟังข้อมูลจากที่ประชุม หมายความว่าถ้าบวกไปอีก ๖ เดือน คือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เฉพาะเบี้ยประชุม ๑,๒๐๐ ล้านบาท นั่นจะกระทบกับภาระ งบประมาณชาติใช่ไหมคะ แสดงว่าการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ก็จะต้องมีงบบานปลายไป โดยที่ไม่สามารถควบคุมได้ ทำไมท่านถึงไม่ให้เวลาหยุด คือให้สมาชิกที่ร่างรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมาธิการ คณะอนุอะไรต่าง ๆ ที่ท่านตั้งเพื่อแก้รัฐธรรมนูญทำงานไปเลยค่ะ สส. จะไปไหน จะยุบสภา ไปหาเสียงกว่าจะกลับมาเมื่อไร แล้วแต่ท่านเลย แต่ถ้ามีเวลา ๓๖๐ วัน ให้มันมีแค่เวลา ๓๖๐ วัน ตามนั้น ประชาชนเองก็จะได้รู้ขั้นตอนเวลาที่มีระยะเวลา กรอบเวลาชัดเจน จะได้ติดตามการทำงานของคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญได้ถูกต้อง ไม่ใช่ปล่อยเวลาไปตามสบาย ถ้าไม่มี สส. ก็บวกเวลาไปเรื่อย ๆ แล้วถ้าความขัดแย้ง ทางการเมืองมันเพิ่มขึ้น ไม่ว่าด้วยเหตุภัยพิบัติ ด้วยเหตุภัยทหาร หรือว่าด้วยเหตุ ความขัดแย้งทางการเมือง และท่านไม่สามารถกลับมาในสภาอันนี้ได้ตามเวลาที่ท่านคิดว่า ท่านอยากมาจะเกิดอะไรขึ้นคะ คณะกรรมาธิการทั้ง ๒ ชุดปฏิบัติหน้าที่ไปเรื่อย ๆ โดยไม่มี ที่สิ้นสุดอย่างนั้นใช่หรือไม่ เรากำลังเอางบประมาณชาติไปเทให้กับสิ่งที่เรายังไม่รู้อนาคต รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ดีตรงไหน บอกไม่ได้ ชี้ไม่ได้ รู้แต่ว่าวันนี้จะแก้ แก้มาแล้วได้อะไรกลับมา ท่านไม่รู้ เหมือนวันนี้ท่านใส่เสื้ออยู่ตัวหนึ่ง ท่านไม่พอใจเสื้อตัวนี้ ท่านอยากได้เสื้อตัวใหม่ แต่ท่านยังไม่รู้เลยว่าเสื้อตัวใหม่ท่านจะออกแบบมาหน้าตาแบบไหน ใส่แล้วจะสวยขึ้น หรือขี้เหร่กว่าเดิม ท่านใช้งบประมาณไปอย่างไม่มีอนาคตแบบนี้ไม่ได้ วันนี้ท่านเข้ามา ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ถูกต้อง ไม่พอใจท่าน ท่านจะเปลี่ยน แต่อย่าลืมว่า ๗๐๐ คน ท่านเข้ามาด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าไม่ดี ไม่ถูกต้อง ตรงไหนควรจะชี้ได้ แต่ไม่ใช่บอกว่าไม่ดีหมดเลย ไม่เอาทั้งหมด อันนี้ดิฉันว่า ไม่ใช่แล้วค่ะ ไม่ได้มีหลักการแบบนั้น ที่สำคัญคืองบประมาณของชาติต้องมีกรอบเวลา ต้องมีการกำหนดจำนวนงบประมาณที่ชัดเจน ไม่ใช่ยืดเวลาไปตามอำเภอใจ ด้วยความเคารพค่ะ ท่านประธาน

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

รัฐสภายินดีต้อนรับคณะครู บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนโรงเรียนบ้านถ้ำโกบ อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ จำนวน ๔๐ คน เข้าฟังการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๘ ยินดีต้อนรับครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการตอบชี้แจงครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ประธานคณะกรรมาธิการ

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภาแล้วก็ประธานคณะกรรมาธิการ ต่อข้อสงวนของเพื่อนสมาชิก ต้องขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านรัชนีกร ทองทิพย์ ในมาตรา ๒๕๖/๒๓ ประเด็นเรื่องของการสะดุดหยุดลงของการทำหน้าที่ของกรรมาธิการ ทั้ง ๒ คณะในระหว่างที่อาจจะไม่มีวุฒิสภา ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร หรือมีการยุบสภา ซึ่งแน่นอนในกรณีของวุฒิสภานั้นอาจจะไม่เกิดขึ้น แต่ในกรณีของสภาผู้แทนราษฎรนั้น มีความเป็นไปได้อยู่ตลอดเวลาครับ ผมขออนุญาตนำเรียนในประเด็นทางกฎหมาย ประเด็นอื่นที่เป็นความคิดเห็นผมคงไม่สามารถที่จะก้าวล่วงหรือไปตอบแทนท่านได้ แต่ผมอยากให้เพื่อนสมาชิกพิจารณาประกอบกันว่า มาตรา ๒๕๖/๒๓ นั้น อยู่ระหว่าง มาตรา ๒๕๖/๑๕ และมาตรา ๒๕๖/๒๗ ครับ /๑๕ คืออะไรครับ /๑๕ คือการระบุว่า ให้คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน ๓๖๐ วัน ส่วน /๒๗ เขียนว่าเมื่อมีการดำเนินการแล้วเสร็จจะต้องส่งให้ประธานรัฐสภาเพื่อให้ทางรัฐสภา มีการพิจารณาต่อ ถ้าผมจำตัวเลขไม่ผิดก็น่าจะประมาณภายใน ๓๐ วัน นับจากวันที่ ประธานสภาได้รับร่างรัฐธรรมนูญ ตัวนี้คือตรงกลางครับ และตรงกลางตัวนี้ท่านต้องนึกภาพ หากทางกรรมาธิการมีการดำเนินการไปแล้ว เช่นเป็น ๓๐๐ วัน แต่เกิดมีการยุบสภา ระยะเวลาของระยะเวลาที่เหลืออยู่กว่าจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งปกติ จะอยู่ในระหว่าง ๔๕-๖๐ วัน กว่ามีการรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งจริง ๆ ประชาชนรับรองนะครับ แต่ กกต. ก็บอกว่าขอรับรองอีกหน่อยหนึ่ง กว่าจะมี การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ จาก ๒ ครั้งที่ผ่านมาก็จะอยู่ที่ประมาณ ๔๕-๖๐ วัน กว่าจะมีประธานรัฐสภา จะมีการเรียกประชุมต่าง ๆ บวกอีก ๑๕ วัน ฉะนั้นมันเป็นไปได้ครับ ว่าจะเกิด Gap ของระยะเวลาอยู่ที่ประมาณ ๙๐-๑๒๐ วัน ซึ่งแน่นอนว่ามันจะไปคร่อม ระยะเวลาการทำหน้าที่ที่มาตรา ๒๕๖/๑๕ กำหนดไว้ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๖๐ วัน ฉะนั้น นี่คือการเปิดช่องว่างและเป็นการระบุถึงโอกาสของการทำหน้าที่ที่เราไม่ได้บอกให้เขาหยุด ทำหน้าที่ เขาต้องทำหน้าที่ต่อครับ แต่ระยะเวลาการจัดทำรัฐธรรมนูญนั้นเบรกไว้เท่านั้นเอง และเมื่อมีกรณีการมีสภาผู้แทนราษฎรหรือมีวุฒิสภาในกรณีที่อาจจะมีวุฒิสภาสิ้นสุดลง ซึ่งคงไม่เกิดขึ้นแน่นอน ก็ค่อยมานับระยะเวลาต่อจากจุดนั้นเป็นต้นไป ซึ่งเมื่อมาต่อจาก จุดนั้นก็จะนำไปสู่การส่งให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งผมคิดว่านี่คือความสวยงาม ในการเขียนทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นจากคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือจากผู้แทน หน่วยงาน ทั้งกฤษฎีกาและสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่ช่วยเติมเต็มว่าไม่ให้เกิด ช่องโหว่ ช่องว่างหรือความผิดพลาดในเงื่อนเวลาของการพิจารณา ฉะนั้นข้อห่วงใยของ เพื่อนสมาชิกที่ได้มีการสงวนไว้ ทางกรรมาธิการเคยมีการพิจารณาประเด็นนี้ครับ และทางกรรมาธิการเสียงข้างมากขอยืนยัน ขอให้รัฐสภาลงมติให้ความเห็นชอบในมาตรานี้ ต่อไป กราบขอบคุณครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านจาตุรนต์ ฉายแสง ท่านจาตุรนต์ชี้แจงไหม เชิญครับ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและกรรมาธิการ นาน ๆ ผมก็จะขอชี้แจงเสริมท่านประธาน เพราะว่าในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก เพราะว่าผมประชุมเรื่องนี้และติดตามใกล้ชิดแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน หลายท่านที่นั่งอยู่ ด้วยกันนี้ก็เช่นเดียวกัน คืออย่างนี้ครับ คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญก็ดี คณะกรรมาธิการ รับฟังความคิดเห็นก็ดี ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้จะต้องมีโอกาสที่มาประชุมร่วมกับรัฐสภา สมมุติว่ามีการยุบสภาแล้วต้องใช้เวลายาวมากกว่าจะได้สภาชุดใหม่ ซึ่งจะมาประกอบกันเป็น รัฐสภา ดังที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงไป ก็จะกลายเป็นว่าเขาทำหน้าที่ต่าง ๆ ได้ แต่ไม่สามารถมาประชุมร่วมกันกับรัฐสภาได้ และอาจจะทอดเวลายาวมาก เวลาที่ยาวมากนั้น ก็กลายเป็นว่าเวลาที่เขาจะทำงานตามกำหนดมันจะหายไปและอาจจะหายไปเป็นเดือน ๆ ซึ่งจะกระทบการทำงาน คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากก็เลยไม่ให้นับเวลา ให้เขาทำงานได้ ทำงานที่จำเป็นก็ทำไป เพื่อเป็นประโยชน์ในการทำให้เสร็จเร็วขึ้น แต่ไม่ให้นับเวลา เพราะเกรงว่าจะไปกระทบกรณีที่ไม่สามารถทำงานที่สำคัญได้เป็นเวลานาน ๆ และอาจจะ ทำให้ทำงานไม่สำเร็จตามที่กำหนด อันนี้ก็เลยเป็นเหตุผลที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้ยืนยันตามที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงไป ขอบคุณครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ กรรมาธิการ ได้ชี้แจงแล้ว ท่านยังติดใจไหมครับ

นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เอาแค่ติดใจ หรือไม่ติดใจ ก็พอครับ

นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ กรรมาธิการ

ขอนิดเดียวค่ะท่านประธาน ก็คือดิฉันยังติดใจค่ะ เพราะว่าต่อให้ท่านไม่นับเวลา

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ติดใจก็จะได้ถามมติเลยครับ

นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ กรรมาธิการ

หมายความว่าถ้าให้เขาทำงาน เขายังรับเงินไหมคะ ถ้าเขาไม่รับเงิน ทำงานฟรีได้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

โอเคครับ ท่านประธานครับ กรณีคำถามนี้เป็นอย่างไรครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ เนื่องจากว่ามาตรานี้มีการแก้ไขและมีผู้ติดใจ ฉะนั้นก็จะเหมือนแนวปฏิบัติ ที่เราทำมาก็จะต้องถาม ๒ ครั้งนะครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ได้ครับ อย่างนั้นจะถามเลย เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมจะถามมติจากที่ประชุมก่อนว่าจะ เห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่ กรณีที่ที่ประชุมมีมติเห็นควรให้แก้ไขผมจึงจะถามมติ จากที่ประชุมต่อไปว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือ ของคณะกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นครับ ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุม

(นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุม ทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ แสดงตนโปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มแสดงตน)
นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา

ท่านประธานคะ อัจฉรพรรณ หอมรส ๑๙๔ สมาชิกวุฒิสภา แสดงตนค่ะ

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล กรรมาธิการ

ประธานคะ ขัตติยา สวัสดิผล ๐๓๔ แสดงตนค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๓๔ แสดงตนครับ

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สว. ๐๐๕ แสดงตนครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๐๕ แสดงตนครับ

นายชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา ๐๒๘ แสดงตนครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๒๘ แสดงตนครับ

ยังมีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ แสดงตนไหม ถ้าไม่มีผมขอปิดการแสดงตน เชิญเจ้าหน้าที่ส่งผลการแสดงตนครับ ๔๔๖ คน บวก ๔ คน เป็น ๔๕๐ คน ครบองค์ประชุมครับ

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นควรให้มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นควรให้มี การแก้ไขคือให้คงไว้ตามร่างเดิม โปรดกดปุ่มไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่มงดออกเสียง เชิญท่านใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สว. ๐๐๕ เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๐๕ เห็นด้วยครับ

นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา

ท่านประธานคะ อัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภาลำดับที่ ๑๙๔ เห็นด้วยค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๙๔ เห็นด้วยค่ะ

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล กรรมาธิการ

ท่านประธานคะ ขัตติยา สวัสดิผล ๐๓๔ เห็นด้วยค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๓๔ เห็นด้วยครับ

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ อัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส. ๔๘๗ เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๔๘๗ เห็นด้วยครับ

นายชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา ๐๒๘ ไม่เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๒๘ ไม่เห็นด้วยครับ

นายชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา

ขออภัยครับท่านประธาน เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เห็นด้วยใช่ไหมครับ เอาแน่ ๆ นะครับ

นายชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา

เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เห็นด้วยครับ มีสมาชิกท่านใด ที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนน ถ้าไม่มีผมขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๘๐ บวก ๕ เป็น ๔๘๕ เห็นด้วย ๔๖๑ บวก ๕ เป็น ๔๖๖ ไม่เห็นด้วย ๐ งดออกเสียง ๑๕ ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นควรให้มีการแก้ไขครับ

ต่อไปผมจะถามมติ จากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือของกรรมาธิการ ที่ขอสงวนความเห็น ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุม ทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ แสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มแสดงตน)
พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สว. ๐๐๕ แสดงตนครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๐๕ แสดงตนครับ

นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา

อัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา ๑๙๔ แสดงตนค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๙๔ แสดงตนครับ

นายชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา

ชวพล วัฒนพรมงคล ๐๒๘ สมาชิกวุฒิสภาแสดงตนครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๒๘ แสดงตนครับ ยังมีสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้แสดงตนไหมครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ ๔๓๕ คน บวก ๓ คน เป็น ๔๓๘ คน ครบองค์ประชุมครับ

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ่มเห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น โปรดกดปุ่มไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่มงดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นางสาวขัตติยา สวัสดิผล กรรมาธิการ

ท่านประธานคะ ขัตติยา สวัสดิผล ๐๓๔ เห็นด้วยค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๓๔ เห็นด้วยครับ

นายชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา ๐๒๘ เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๒๘ เห็นด้วยครับ

นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา

ท่านประธานคะ อัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา ๑๙๔ เห็นด้วยค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๙๔ เห็นด้วยครับ

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สว. ๐๐๕ เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๐๕ เห็นด้วยครับ

นายสง่า พรมเมือง สมาชิกวุฒิสภา

ท่านประธาน ๒๕๑ สง่า พรมเมือง เห็นด้วยครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๒๕๑ เห็นด้วยครับ มีท่านผู้ใด ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ถ้ามีขอเชิญนะครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๗๙ คน บวก ๕ คน เป็น ๔๘๔ คน เห็นด้วย ๔๖๒ คน บวก ๕ คน เป็น ๔๖๗ คน ไม่เห็นด้วย ๑ คน งดออกเสียง ๑๐ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ คน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการครับ

เชิญท่านเลขาธิการดำเนินการ อ่านมาตราต่อไปครับ

นางปัณณิตา สท้านไตรภพ รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการรัฐสภา

มาตรา ๒๕๖/๒๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๕๖/๒๕ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

มาตรา ๒๕๖/๒๕ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการสงวนความเห็น ขอเชิญท่านแรก ท่านรัชนีกร ทองทิพย์ ครับ

นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดพังงา ในฐานะ กรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ในมาตรา ๒๕๖/๒๕ เป็นเรื่องของการประชุมร่วมกัน ของคณะกรรมาธิการ มาตรานี้ดิฉันขอสงวนความเห็นโดยการตัดออกทั้งมาตรา ขอบพระคุณค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ท่านต่อไปนะครับ ขอเชิญ ท่านนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ครับ

นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่สงวนความเห็น ผมขอสงวนความเห็นในข้อความที่ให้กรรมาธิการ ทั้งคณะกรรมาธิการ ร่างรัฐธรรมนูญและคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นที่มีการประชุมกันอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง และต้องให้มีการเผยแพร่การประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการร่างรัฐธรรมนูญทางสื่อสาธารณะเพื่อให้ประชาชนทราบด้วย ท่านประธานครับ การร่างรัฐธรรมนูญเป็นเหมือนสัญญาประชาคมระหว่างรัฐกับประชาชน ซึ่งรัฐธรรมนูญ เป็นกติกาสูงสุดของประเทศที่กำหนดสิทธิ เสรีภาพ และอนาคตของประชาชนทุกคน เพราะฉะนั้นองค์กรร่างรัฐธรรมนูญจะทำงานอย่างเป็นธรรมไม่ได้เลย ถ้าปราศจากการมีส่วนร่วม ของประชาชน เพราะฉะนั้นการกำหนดให้ทั้ง ๒ องค์กร คือคณะกรรมาธิการร่าง และคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นได้ประชุมร่วมกันเดือนละครั้งเป็นหลักการที่ถูกต้อง และผมก็สนับสนุนหลักการนี้อย่างยิ่ง แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำก็คือการประชุมร่วมกัน ของทั้ง ๒ คณะกรรมาธิการควรจะต้องมีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้รับทราบว่า กระบวนการเป็นไปอย่างโปร่งใส ไม่มีการบิดเบือน และไม่มีการละเลยเสียงของประชาชน และในสถานการณ์ล่าสุดที่การมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นน้ำของประชาชนถูกจำกัด เพราะว่า ปัจจุบันเราไม่ได้มีคูหาเลือกตั้งแล้ว ประชาชนไม่สามารถเลือกผู้ที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญ ให้พวกเขาได้ เราจึงยิ่งต้องมีการรับประกันการเพิ่มการมีส่วนร่วมในกลางน้ำ คือกระบวนการการจัดทำรัฐธรรมนูญให้กับประชาชนเพิ่มมากขึ้นอีก เพราะฉะนั้น การถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้รับทราบ นอกจากจะเป็นการเพิ่มการมีส่วนร่วมแล้ว ยังเป็นหลักประกันว่ารัฐธรรมนูญจะไม่ถูกแอบเขียนขึ้นหลังม่าน จะไม่ได้ถูกนักการเมือง ไปมุบมิบเขียนกันอย่างที่เขาครหาไว้นะครับ แต่จะเป็นหลักประกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องถูกเขียนขึ้นต่อหน้าประชาชน เมื่อประชาชนเห็นกระบวนการเขาจะมีความเชื่อมั่น เมื่อประชาชนมีส่วนร่วมเขาจะรู้สึกถึง ความเป็นเจ้าของและเมื่อกระบวนการมีความโปร่งใสรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะถูกเขียน ขึ้นมาจะมีความชอบธรรมอย่างแท้จริง ผมจึงอยากจะเชิญชวนท่านสมาชิกทุกท่านสนับสนุน ข้อเสนอให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมร่วมเพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะถูกเขียนขึ้น เป็นรัฐธรรมนูญฉบับของประชาชน เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ขอบคุณมากครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ท่านต่อไปขอเชิญ คุณหมอเปรมศักดิ์ เพียยุระ ครับ

นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มอาชีพสาธารณสุข จากอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นกระผมขอสดุดีวีรชน ทั้ง ๙ ท่านที่สูญเสียชีวิตที่แนวหน้าและขอให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่อยู่ในช่วงอพยพ หลบภัย ขอให้ทุกท่านได้รับความปลอดภัยจากใจจริงของสมาชิกรัฐสภาของเรา ท่านประธานครับ เรื่องนี้ขอเท้าความนิดหนึ่งว่าก่อนหน้าที่กรรมาธิการเสียงข้างมาก จะมีการลงมติให้มีคณะกรรมาธิการ ๒ ชุด คือคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่าง รัฐธรรมนูญนั้น มีความเห็นอีกกระแสหนึ่งว่าต้องการให้การร่างรัฐธรรมนูญใช้องค์กร ที่เรียกว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ สสร. ซึ่งเป็นที่รับรู้และมีบทบาทในการร่างรัฐธรรมนูญ มาตลอด แต่ปรากฏว่ากลไกที่เรียกว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญโหวตลงมาแล้วแพ้ในเรื่องของ คณะกรรมาธิการ ๒ คณะที่กราบเรียน อย่างไรก็ตามภาพจำของประชาชนที่พูดถึง สภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ สสร. โดยเฉพาะเมื่อครั้งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งท่านประธาน ในช่วงนั้นก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเองก็ดำเนินบทบาทในฐานะสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ปรากฏในช่วงนั้นสภาร่างรัฐธรรมนูญได้มีบทบาทในการให้ข่าวและความเคลื่อนไหว ของการดำเนินการตลอดเวลา โดยมีคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นคนยกร่างขึ้นมา การเคลื่อนไหวของสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ สสร. ในปีนั้นก็ได้มีการออกไปต่างจังหวัด มีการไปให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการรับฟังปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา การสาธารณสุข สิ่งแวดล้อมหรือปัญหาต่าง ๆ จนเกิดเป็นกระแส รัฐธรรมนูญธงเขียวและผ่านการรับรองจากสมาชิกรัฐสภาในที่สุดโดยการขานชื่อ ปรากฏเป็น รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดฉบับหนึ่งในประเทศไทย ผมขอเท้าความนิดหนึ่ง ดังนั้นเมื่อมีคณะกรรมาธิการ ๒ คณะ เป็นกลไกทดแทนสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมจึงเห็นว่ากลไกทั้ง ๒ คณะกรรมาธิการนี้ จะต้องมีความโปร่งใสในการทำงานไม่แพ้สภาร่างรัฐธรรมนูญในปี ๒๕๔๐ ที่ผมเคยมี ประสบการณ์ นั่นก็คือจะต้องมีการรายงานความเคลื่อนไหวต่อประชาชนอยู่ตลอด รายงาน อย่างไร กลไกหนึ่งก็คือการถ่ายทอดการประชุมและรายงานให้ประชาชนที่สนใจเข้ามาเป็น อนุกรรมาธิการหรือเป็นคณะทำงานให้ได้มีส่วนร่วมอย่างน้อยการประชุมร่วมของ ๒ คณะกรรมาธิการนี้ควรจะมีอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง เพื่อจะติดตามความเคลื่อนไหว ของข้อคิดเห็นต่าง ๆ เพราะคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นก็จะออกไปรับฟัง ความคิดเห็นมาแล้วก็มาพูดคุยกับคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญในมาตราต่าง ๆ ทีละเรื่อง ทีละบท ทีละมาตรา ซึ่งถ้าหากไม่มีการสื่อสารถึงกันอย่างเป็นประจำสม่ำเสมอ รัฐธรรมนูญ ที่ร่างออกมาก็ไม่ได้เป็นที่ต้องการของประชาชนก็ได้ ดังนั้นภารกิจของ ๒ คณะกรรมาธิการนี้จึงจะต้องควบคู่กันไปอย่างแนบแน่นตลอดระยะเวลา คำว่า แนบแน่น ไม่ใช่หมายความว่าจะต้องเห็นตามกันเสมอไป จะเห็นแตกต่างกันก็ได้ จะขัดแย้งกันก็ได้ แต่ขอให้มีความเห็นร่วมกันในทางที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในท้ายที่สุด ท่านประธานครับ อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมคิดว่าจะต้องรายงานเป็นระยะ เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็ได้ชี้ว่าหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ ร่างรัฐธรรมนูญนี้จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๓๖๐ วัน นับแต่มีการประชุม คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญครั้งแรก นั่นคือประมาณเกือบ ๑ ปี ขาดเพียง ๕ วัน แต่ว่า ก็ไม่จบสิ้นเท่านั้น เพราะการดำเนินการของคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญหลังจากที่มี ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วก็จะต้องยื่นร่างรัฐธรรมนูญนั้นให้ประธานรัฐสภา เพื่อประธาน รัฐสภานั้นนำร่างรัฐธรรมนูญมาพิจารณาโดยให้ฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของ สส. และ สว. และกลับคืนไปยังคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญอีก หลังจากนั้นถ้าหาก ไม่แล้วเสร็จก็ยังขอขยายเวลาได้อีก รวมแล้วเป็น ๓๐ วัน บวก ๓๐ วัน และอีก ๓๐ วัน เป็นถึง ๙๐ วัน หรือ ๓ เดือน เพราะฉะนั้นกว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะแล้วเสร็จ เพื่อดำเนินการนำมาบังคับใช้ต่อไป ต้องใช้เวลาอย่างต่ำ ๑ ปี หรือไม่เกิน ๑ ปี ๓ เดือน ดังนั้นบทบาทสำคัญที่จะทำให้รัฐธรรมนูญเป็นที่ต้องการของประชาชน หรือสอดคล้องกับ ความต้องการของประชาชน นั่นคือบทบาทของคณะกรรมาธิการ ๒ คณะนี้ คือคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ๓๕ คน และคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น อีก ๓๕ คน จะต้องมีการดำเนินการร่วมกันอย่างเป็นระบบ และรายงานต่อประชาชน อยู่เป็นระยะ ๆ ซึ่งหลังจากที่มีคณะกรรมาธิการ ๒ คณะแล้วนั้นก็จะต้องมีการจัดสัดส่วน การทำงาน ผมเองก็ขอให้ได้มีการจัดลำดับว่าคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญนั้นถือเป็น ประธานคณะในการประชุมทั้ง ๒ คณะ ส่วนกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นเป็นรองประธาน คณะในการประชุมร่วมกัน โดยใช้ข้อบังคับของการประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมของ ทั้ง ๒ คณะในการพิจารณาร่วมกัน จุดนี้ผมอยากจะให้ที่ประชุมของรัฐสภาเราพิจารณาว่า เราจะได้มีการรับฟังเรื่องดังกล่าวได้อย่างไร ถ้าหากเป็นเรื่องที่ปิดกันอยู่ภายในของ ๒ คณะกรรมาธิการ ผมจึงอยากให้มีการแก้หรือเพิ่มเติมตรงนี้ว่าให้มีการรายงานการประชุม ในการร่างรัฐธรรมนูญทางสื่อสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนทราบความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เรื่องใดที่ไม่สอดคล้องต้องการของประชาชนก็จะได้ถูกปรับให้เป็นตามแนวของประชาชน มิฉะนั้นนั้นที่เราบอกว่าเราจะได้รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด ดีกว่าที่เราแก้ไขของปี ๒๕๖๐ นั้น ก็อาจจะไม่เป็นความจริง ดังนั้นผมคิดว่าดีที่สุดก็คือการเปิดกลไกให้มีการตรวจสอบ จากสาธารณะ เพื่อให้เป็นกลไกในการที่ทำให้รัฐธรรมนูญนี้เป็นประชาธิปไตยและเป็น ประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด และเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดกว่าทุกฉบับที่ผ่านมา ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบพระคุณครับ ต่อไป ขอเชิญคุณเชตวัน เตือประโคน

นายเชตวัน เตือประโคน กรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นครับ ก่อนอื่นครับท่านประธาน เนื่องจากผมจะลุกขึ้น อภิปรายในวาระสองประเด็นนี้ที่เกี่ยวข้องเพียงมาตราเดียว จึงอยากจะขอใช้เวทีนี้ กล่าวขอบคุณคณะกรรมาธิการทุก ๆ ท่านที่ร่วมกันทำงานตลอดระยะเวลา ๑ เดือน ที่ผ่านมา ประชุมเช้าจรดเย็น ๓ วันต่อสัปดาห์ ให้ประสบการณ์ผมเยอะแยะมากมายเลย ผ่านการเรียนรู้และลักจำจากสมาชิกรัฐสภาผู้อาวุโสนะครับ ท่านประธานครับ ผมจะขอใช้ เวลาอภิปรายในคราวเดียวกันทั้งมาตรา ๒๕๖/๒๕ และมาตรา ๒๕๖/๒๕/๑ ที่ผมและ กรรมาธิการสัดส่วนพรรคประชาชนได้ขอสงวนความเห็น เหตุผลง่าย ๆ เมื่อพวกเราสมาชิกรัฐสภาพิจารณามาถึงจุดนี้ตามที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งห้ามผู้ร่างรัฐธรรมนูญมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ที่ได้บีบให้การจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่พวกเราได้ลงมติไปนั้นมี ๑. คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ และ ๒. คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน คณะกรรมาธิการทั้ง ๒ ชุดนี้ไม่ได้มีที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ดังนั้น การจะทำให้ประชาชนได้ร่วมติดตามรับรู้ หรือแม้แต่ตรวจสอบการทำงานของกรรมาธิการ ทั้ง ๒ ชุด การเปิดเผยแพร่ต่อสาธารณะจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง นี่เป็นเหตุผลที่ผม ได้ขอสงวนความเห็นไว้ในมาตรานี้ให้มีการประชุมร่วมกันของทั้ง ๒ กรรมาธิการเป็นระยะ ๆ ซึ่งในที่นี้กำหนดไว้อย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง และในการประชุมร่วมกันนั้นก็ให้ใช้ข้อบังคับ การประชุมรัฐสภาโดยอนุโลม แต่ที่ผมอยากให้เน้นลงไปเลยเพื่อให้ประชาชนได้ร่วมติดตาม รับรู้ และตรวจสอบการทำงานของกรรมาธิการก็ควรที่จะต้องมีการถ่ายทอดสดการประชุม ร่วมกันของทั้ง ๒ กรรมาธิการให้ประชาชนได้ติดตามรับชมรับฟังด้วย ระบุลงไปให้ชัดเลยว่า ต้องจัดให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมไม่ว่าจะทางวิทยุโทรทัศน์ สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น ๆ เพื่อที่จะไม่ต้องไปเป็นดุลยพินิจของประธานกรรมาธิการในที่ประชุมร่วมว่าจะให้มี การถ่ายทอดสดหรือไม่ แบบนี้จะเหมาะสมกับคำที่กรรมาธิการของเราได้ร่างขึ้นมาว่า เพื่อดำเนินการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน โดยมีการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างทั่วถึง รอบด้าน และเป็นระบบครับ เพราะถ้าไม่มีการถ่ายทอดสดประชาชนจะตื่นตัวต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่แบบไหน ตื่นตัวได้หรือครับ เมื่อเขาไม่รับรู้ข่าวสารการดำเนินการใด ๆ เลย ของกรรมาธิการ เพราะถ้าไม่มีการถ่ายทอดสดประชาชนจะรับรู้หรือว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญ ไปถึงไหนแล้ว แล้วพวกเขาจะออกจากบ้านไปร่วมแสดงความคิดเห็นในขั้นตอนไหน ในประเด็นอะไร ผมมองไม่เห็นเลยว่าเราจะกลัวอะไรกับการอยู่ในแสงสว่างอย่างการถ่ายทอดสด ท่านประธานครับ นอกจากเรื่องการประชุมร่วมกันของทั้ง ๒ กรรมาธิการแล้ว อีกประเด็นหนึ่ง ที่กรรมาธิการสัดส่วนพรรคประชาชนขอสงวนความเห็นไว้ นั่นก็คือในเรื่องของการให้ กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นมารายงานความคืบหน้า รับฟังความเห็นข้อเสนอต่อสมาชิกรัฐสภา พูดง่าย ๆ ก็คือให้มีการประชุมร่วมกันของสมาชิก รัฐสภา กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นในที่ประชุมแห่งนี้ อย่างน้อยก็เดือนละ ๒ ครั้ง พอมาถึงตรงนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าองค์กรที่พอจะยึดโยงกับประชาชน มากที่สุด เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนมากที่สุด นั่นก็คือสมาชิกรัฐสภา สส. ชัดเจนว่า มีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ขณะที่ท่าน สว. โอเคครับ ท่านก็เป็นสัดส่วน ของกลุ่มสาขาอาชีพ ผมยกตัวอย่างนะครับ ผมในฐานะ สส. จังหวัดปทุมธานี อาจจะจัด กิจกรรม อาจจะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ฟังเสียงประชาชนในพื้นที่ในประเด็นต่าง ๆ ที่ประชาชนอยากเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรจะมีอะไรบ้าง พอได้ฟังแล้วก็มาเป็น ปากเสียงให้กับพี่น้องชาวปทุมธานีในที่ประชุมร่วมแห่งนี้นำมาเสนอต่อที่ประชุมที่มีทั้ง กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีทั้งกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น ท่าน สว. ท่านก็ไปเปิดเวที กับกลุ่มอาชีพ กลุ่มสาขาต่าง ๆ รับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มอาชีพ แล้วก็นำมาเสนอต่อ ที่ประชุมที่มีทั้งกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ มีทั้งกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น อภิปรายให้ ข้อเสนอแนะ ให้ความเห็น เป็นปากเสียงให้พี่น้องประชาชน แต่ไม่ได้ไปมีส่วนร่วม ย้ำนะครับ เราไม่ได้ไปแทรกแซง เราไม่ได้ไปมีส่วนร่วมกับการร่างรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ที่ห่วงว่าถ้ามี การประชุมร่วมกัน ถ้ามีการรายงานต่อที่ประชุมรัฐสภาแล้วจะทำให้เกิดการแทรกแซง เพื่อประโยชน์ส่วนตน หรือเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนั้น พูดตรง ๆ ครับ ถ้าคนมันจะแทรกแซง เขาไปทำอย่างลับ ๆ ไม่ดีกว่าหรือครับ ถ้าคนจะแทรกแซง เขาไปเรียกนอกรอบ ไปเรียกเข้า War Room ไม่มาพูดผ่านเวทีสภาแบบนี้หรอกครับ เวทีสภาที่มีการบันทึกการประชุม เวทีสภาที่มีการถ่ายทอดสดการประชุม พี่น้องประชาชน ติดตามรับชมทั้งบ้านทั้งเมือง เขาไม่มาทำแบบนี้หรอกครับ ดังนั้นครับท่านประธาน นี่จึงเป็น เหตุผลที่ผมขอสงวนความเห็นตามเหตุผลที่ได้อภิปรายไป ขอบคุณมากครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญ คุณพนิดา มงคลสวัสดิ์ ครับ

นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๑ อำเภอเมือง ตำบลท้ายบ้าน ปากน้ำ บางเมือง บางบ่อ บางด้วน พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานคะ ดิฉันเชื่อว่ารัฐธรรมนูญที่มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตยจะต้องมีที่มา เนื้อหา กระบวนการที่มีความเป็นประชาธิปไตย กระบวนการต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ต้องมีความยึดโยงกับประชาชนให้ได้มากที่สุด เพราะอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน รัฐธรรมนูญก็คือสัญญาทางการเมืองสูงสุดระหว่างรัฐกับประชาชน ดิฉันได้สงวนความเห็นไว้ ในมาตรานี้ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการประชุมร่วมกันของ ๒ กรรมาธิการที่กำหนดให้มีการประชุม ร่วมกันเดือนละ ๑ ครั้ง กรรมาธิการร่างดำเนินการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้สอดคล้อง กับความต้องการของประชาชน ที่กรรมาธิการรับฟังความเห็นและสร้างการมีส่วนร่วมของ พี่น้องประชาชนไปดำเนินการรับฟังความเห็นจากพี่น้องประชาชนมาเรียบร้อยแล้ว ข้อเสนอ ที่สงวนไว้ก็คือต้องจัดให้มีการประชุมอย่างเปิดเผย ประชาชนสามารถเข้าร่วมรับฟังได้ และต้องจัดให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ ไม่ว่าจะเป็นทางวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือสื่อประเภทอื่นที่ประชาชนสามารถ รับชมได้อย่างทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการติดตามความคืบหน้าของ การร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงการตรวจสอบการทำงานของทั้ง ๒ คณะกรรมาธิการว่าเป็นไป ตามเจตนารมณ์ที่ได้รับฟังไปหรือไม่ ซึ่งนี่จะเป็นกลไกสำคัญที่จะสร้างการมีส่วนร่วม สร้างความชอบธรรมทางประชาธิปไตย ในกระบวนการกลางน้ำที่จะสามารถยืนยัน ในหลักการที่ว่าประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง ท่านประธานคะ ดิฉันเชื่อว่าแม้ต้นน้ำจะมีข้อจำกัดในการสร้างความยึดโยงกับพี่น้อง ประชาชนจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่อาจเปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกผู้ร่าง รัฐธรรมนูญได้โดยตรง และแม้เสียงส่วนใหญ่ของรัฐสภาจะไม่ได้เห็นชอบกับการจัดให้มี คูหาเลือกตั้งทางอ้อม ในมาตรา ๒๕๖/๒ และไม่เห็นชอบกับร่างเดิมของพรรคประชาชน ที่เสนอให้มีสภาที่ปรึกษาที่มาจากการเลือกตั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในมาตรา ๒๕๖/๑ หากแต่เราสามารถสร้างกระบวนการกลางน้ำเพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม มากที่สุดในการร่างรัฐธรรมนูญได้ นี่คือเหตุผลที่ดิฉันสงวนความเห็นไว้ในมาตรานี้ ๒๕๖/๒๕ ที่ต้องจัดให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมร่วมกันของ ๒ คณะกรรมาธิการเดือนละ ๑ ครั้ง ให้ประชาชนติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด กมธ. ที่รับฟังความเห็นนำเจตนารมณ์ของ ประชาชนไปสะท้อนต่อกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการบิดเบือน ไม่มีประเด็นที่ตกหล่น และเพื่อให้ประชาชนติดตามความคืบหน้าของร่างรัฐธรรมนูญได้ ดิฉันขออภิปรายรวมไปถึงข้อเสนอที่ดิฉันสงวนไว้ในอีกมาตราหนึ่งคือมาตรา ๒๕๖/๒๕/๑ ที่เสนอให้มีการจัดประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อให้กรรมาธิการทั้ง ๒ คณะเข้ามารายงาน ความคืบหน้าและรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของสมาชิกรัฐสภาทุก ๒ เดือน เพราะพวกเรา เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าเสียงสะท้อนจากสมาชิกรัฐสภา ทั้งสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาที่ทำงาน ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนมากที่สุดจะนำข้อห่วงใย ปัญหาที่แท้จริง ข้อเสนอทั้งกลุ่มพื้นที่ กลุ่มประเด็น กลุ่มอาชีพ ไปสู่โต๊ะการพิจารณาของผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างถูกต้อง ตรงประเด็น และทั้งหมดนี้ควรเกิดขึ้นต่อหน้าพี่น้องประชาชนผ่านการถ่ายทอดสดของการประชุมรัฐสภา ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่านจะพิจารณาและเห็นชอบตามข้อสงวนของ คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ทั้งมาตรา ๒๕๖/๒๕ และมาตรา ๒๕๖/๒๕/๑ เพื่อให้ ประชาชนเป็นศูนย์กลางของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างแท้จริง ด้วยความเคารพ ขอบคุณค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

กรรมาธิการที่สงวนความเห็น ได้อภิปรายหมดแล้วนะครับ ขอเชิญกรรมาธิการชี้แจงครับ กรรมาธิการเสียงข้างมาก จะชี้แจงไหมครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ต้องขอประทานโทษท่านประธาน ด้วยครับ ผมเข้าใจว่ามีผู้สงวนและผู้แปรญัตติในมาตรานี้เป็นจำนวนมาก ท่านประธานครับ ในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้มีการอภิปรายและมีข้อสงวนไว้นั้นมีอยู่ ๓ ประเด็นใหญ่ ๆ ด้วยกัน

ประเด็นที่ ๑ เป็นข้อสงวนของท่านรัชนีกร ทองทิพย์ ต้องขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ท่านเสนอให้มีการตัดมาตรานี้ออกทั้งหมด ผมเข้าใจเหตุและผลที่ท่านได้มีการเสนอ เพียงแต่ว่าผมต้องยืนยันว่าทางกรรมาธิการเองไม่สามารถตัดมาตรานี้ออกได้ เพราะว่า เป็นมาตราที่มีความสำคัญยิ่งในเรื่องของการประชุมร่วมกันของคณะกรรมาธิการ ๒ คณะ ถ้าเพื่อนสมาชิกได้ดูในวรรคหนึ่ง ของมาตรา ๒๕๖/๒๕ ท่านจะเห็นได้ว่ามีการเขียนไว้ว่า ในการดำเนินการดังกล่าวนั้นเพื่อให้การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้สอดคล้องกับ ความต้องการของประชาชน โดยมีการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง รอบด้านและเป็นระบบ ท่านเห็นไหมครับ คำว่าให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน อันนี้เป็นหัวใจเลย สิ่งที่พูดกันมาโดยตลอดว่าเราจะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นยึดโยงกับ พี่น้องประชาชน เอาความต้องการของพี่น้องประชาชนแปลงจากความต้องการที่อาจจะไม่ใช่ ภาษาทางกฎหมาย ให้มาเป็นภาษาทางกฎหมายอยู่ในรัฐธรรมนูญได้อย่างไร อันนี้อยู่ใน ประโยคนี้เลยครับ และกระบวนการที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการนั้นไม่อาจเกิดขึ้นได้ จากการส่งเอกสารระหว่างกัน มันต้องเป็นการประชุมร่วมกันของทั้ง ๒ คณะ อีกทั้งคณะใด คณะหนึ่งนั้นต่างก็ล้วนอาจจะมีการมอบหมายให้อีกคณะหนึ่งไปเป็นผู้ดำเนินการ เช่นคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณาบางประการอยู่ แต่เห็นว่ายังไม่อาจได้รับ ข้อมูลที่เพียงพอ ก็อาจจะมอบให้คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นไปดำเนินการได้ ฉะนั้นข้อสงวนในเรื่องของการตัดออกทางกรรมาธิการเสียงข้างมากไม่อาจเห็นด้วยครับ เพราะนี่คือกลไกสำคัญที่จะมีการเชื่อมโยงกัน

ประเด็นที่ ๒ ข้อสงวนหมวด ๒ เป็นของคุณหมอเปรมศักดิ์ เพียยุระ และท่านนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ต้องขอประทานโทษที่เอ่ยนามทั้ง ๒ ท่าน ประเด็นของท่าน น่าสนใจครับ ข้อสงวนของท่านคือการให้มีการเผยแพร่การประชุมร่วมกันระหว่าง กรรมาธิการทั้ง ๒ คณะทางสื่อสาธารณะเพื่อให้พี่น้องประชาชนทราบ ผมเห็นชอบด้วย ในเหตุและผล เหตุและผลก็คือว่าในการดำเนินการต่าง ๆ นั้นควรจะมีการรับทราบของ พี่น้องประชาชนเป็นระยะ จริงอยู่ครับ เพียงแต่ว่าต้องเข้าใจว่าการทำงานในระดับกรรมาธิการ บางครั้งสิ่งที่เรากำลังคุยกัน เหมือนกรรมาธิการพวกผมวันนี้กำลังคุยมาตรานี้ ข้อสรุปเบื้องต้น ออกมาแบบนี้ ในวันถัดไปข้อสรุปนั้นเปลี่ยนแปลงไป มันมีความเปลี่ยนแปลงเป็นพลวัต อยู่ตลอดเวลาอาจจะไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย ฉะนั้นหากมีกรณีของการเผยแพร่หรือการเปิดเผย การประชุมในทุกครั้ง ถ่ายทอดสดนั้นอาจจะมีผลกระทบต่อเรื่องของการดำเนินการ ไม่ใช่ว่า ไม่โปร่งใสครับ แต่กระบวนการในการโปร่งใสนั้นต้องมาร่วมกับความรับผิดชอบต่าง ๆ ฉะนั้นในเงื่อนไขนี้กรรมาธิการเสียงข้างมากถึงแม้เห็นชอบโดยในเหตุผลของท่าน แต่ไม่อาจ เห็นชอบในกระบวนการที่จะให้มีการเปิดเผยทั้งหมดได้ครับ

ประเด็นที่ ๓ ข้อสงวนหมวด ๓ เป็นของท่านพนิดา มงคลสวัสดิ์ และท่านเชตวัน เตือประโคน ก็คือในเรื่องของการมีการเปิดเผยนั้นท่านไม่ได้บอกว่าให้มีการเปิดเผย ทั้งหมด แต่ให้มีการเปิดเผยภายใต้เงื่อนไขของการดำเนินการ เช่นในกรณีที่เห็นว่าจะมี การเปิดเผยนั้นต้องเป็นปกติ เป็นลักษณะโดยทั่วไป เว้นแต่ว่ามีกรรมาธิการเข้าชื่อกัน ไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ขอให้มีการประชุมลับ หลักการก็แบบเดียวกันว่าเราเห็นชอบด้วยใน เหตุผลที่ท่านนำเสนอ แต่เราเห็นว่าในเงื่อนไขของการทำงานของกรรมาธิการ เราเองเป็น คนมอบอำนาจฉันทานุมัติ การพิจารณาการตัดสินใจให้กับกรรมาธิการเป็นผู้ไปดำเนินการ มิใช่ว่าไม่โปร่งใส แต่เรามั่นใจในแง่ของกระบวนการ เราจึงเห็นว่าในประเด็นนี้เราอยากขอยืน ไปก่อน ส่วนกระบวนการจะเปิดเผยข้อมูลการประชุมเป็นแบบใด อย่างไร จะมีความต่อเนื่อง หรือไม่ จะใช้กระบวนการผ่านโฆษก จะใช้กระบวนการผ่านรายงานแต่ละวัน แต่ละครั้ง จะใช้ข้อมูลออกมาเป็นรายงาน หรือ Infographic ต่าง ๆ นั้นก็ขอให้เป็นดุลยพินิจของ คณะกรรมาธิการทั้ง ๒ คณะจะเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งผมเองก็มั่นใจว่าในยุคสมัยปัจจุบัน การดำเนินการใด ๆ นั้นไม่อาจหนีความโปร่งใสได้ ไม่อาจหนีความรับผิดชอบได้ เราจึง ยังเห็นควรว่าอยากคงไว้ตามร่างหลัก ส่วนรายละเอียดที่เมื่อมีการนำไปปฏิบัตินั้นอาจจะมีการเผยแพร่มีการเปิดเผยมากน้อย ขนาดไหน อย่างไร ก็ขอให้เป็นเรื่องในขณะที่จะมีการดำเนินการที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้น ในประเด็นมาตรา ๒๕๖/๒๕/๑ ที่มีเพื่อนสมาชิกกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้อภิปราย ไปถึงนั้น เนื่องจากว่าเป็นมาตราที่เรายังไม่ได้มีการพิจารณาถึง ผมจะยังไม่ขอตอบในชั้นนี้ เบื้องต้นกรรมาธิการขอยืนตามสิ่งที่ได้มีการพิจารณามา แล้วก็ขอให้ที่ประชุมเป็นผู้พิจารณาว่า มาตรานี้ควรจะออกมาในลักษณะแบบใด อย่างไร กราบขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณท่านประธาน คณะกรรมาธิการ ได้ชี้แจงแล้วกรรมาธิการสงวนความเห็นยังติดใจไหมครับ เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภาในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตทำหน้าที่เป็นกรรมการเสียงข้างมากสนับสนุนคำชี้แจงของท่านประธาน คณะกรรมาธิการในประเด็นที่ต้องลงรายละเอียดสักนิดหนึ่งในข้อสงวนของเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นกรรมาธิการ หรือสมาชิกเสนอคำแปรญัตติเกี่ยวกับเรื่องการถ่ายทอดสดระหว่าง การประชุมของคณะกรรมาธิการ ๒ คณะร่วมกันในมาตรา ๒๕๖/๒๕ ในหลักการกรรมาธิการ เสียงข้างมากเห็นด้วยครับ และเราก็คิดว่ามีความจำเป็นด้วยที่พี่น้องประชาชนในฐานะที่เป็น เจ้าของอำนาจอธิปไตยจะต้องรับรู้ รับทราบ ติดตาม ให้ข้อเสนอแนะ หรือเข้าไปมีส่วนร่วม ทุกขั้นตอน เราเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ แต่ว่าร่างของกรรมาธิการเองได้ปรับเปลี่ยนวิธีการเขียน ในสิ่งที่เราเห็นตรงกัน แต่เขียนต่างกันเท่านั้นเองท่านประธานครับ ในร่างของกรรมาธิการ ในข้อสงวนของเพื่อนสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยต้องการให้มีการถ่ายทอดสด ระหว่างการประชุม และตัวร่างของเพื่อนสมาชิกได้นำเอาบทบัญญัติในเรื่องของวิธีการ ประชุม ข้อ ๙ ของข้อบังคับการประชุมร่วมกันของรัฐสภามาเขียนทุกวรรคตอนในข้อสงวนนั้น เว้นแต่จำนวนเสียงของสมาชิก ที่ใน (๙) เราบอกว่าสมาชิก ๑ ใน ๔ ร้องขอให้มีการประชุมลับ ก็จัดให้มีการประชุมลับ แต่ของเพื่อนสมาชิกเขียนเป็นว่ากรรมาธิการร้องขอ ๒ ใน ๓ ให้มีการประชุมลับก็ให้มีการประชุมลับ ผมยกตัวอย่างนะครับ ท่านนำมาเขียนทุกวรรคครับ แตกต่างกันเฉพาะประเด็นนี้เท่านั้นเอง ในร่างของกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ในวรรค ท้ายสุด ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอ่านให้ท่านประธานและสมาชิกที่เคารพได้ฟังครับ ในการประชุมร่วมกันตามวรรคหนึ่ง ให้ประธานคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญทำหน้าที่ เป็นประธานในที่ประชุม และให้ประธานกรรมาธิการรับฟังความเห็น และส่งเสริมการมีส่วนร่วม ของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่เป็นรองประธานที่ประชุม และให้ใช้ข้อบังคับ การประชุมรัฐสภาโดยอนุโลม เราเขียนเปิดกว้างเลยครับ ไม่ได้นำมาเฉพาะหมวดใดหมวดหนึ่ง ให้ใช้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่ผมยกอ่านให้ท่านประธานฟังนี่ครับ มาใช้ในการประชุม ร่วมกันของสองสภาได้เลย เพราะฉะนั้นข้อบังคับใน (๙) ที่ว่าด้วยวิธีการประชุม ในวรรคหนึ่ง จนถึงวรรคสี่ ที่เพื่อนสมาชิกเอามาเขียนไปในตัวบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมนี้ กรรมาธิการเลยเห็นว่าเราสามารถไปใช้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาดำเนินการในเรื่องที่ ท่านต้องการได้โดยไม่ได้ขัดหรือแย้งกัน เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ท่านเสนอความเห็นทุกประการ นั่นหมายความว่าตลอดการประชุมของกรรมาธิการ ๒ คณะ โดยข้อบังคับแล้วที่ออกตาม รัฐธรรมนูญต้องจัดให้มีการถ่ายทอดสด ถ้าไม่มีก็มีบทรองรับว่าต้องนำเทปหรือสิ่งที่ต้อง ไปเผยแพร่ เขียนรองรับไว้หมดแล้วครับ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นด้วย กับท่าน แต่เปลี่ยนวิธีเขียนให้ท่านเท่านั้นเอง ก็ขอยืนในร่างของกรรมาธิการ ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ผู้สงวนความเห็นยังติดใจไหมครับ ถ้าไม่ติดใจจะได้ถามครั้งเดียว

นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร กรรมาธิการ

ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็น ก็ยังขอยืนยันติดใจอยู่นะครับ เพราะว่าในการนำข้อบังคับมาใช้โดยอนุโลมก็ยังเป็นดุลยพินิจ ของทางกรรมาธิการอยู่ว่าจะถ่ายทอดสดหรือไม่ แต่ทั้งนี้เองในข้อสงวนของผมมีหลักการ และเหตุผลคล้ายกับข้อสงวนของท่านพนิดา ผมจึงขอถอนข้อสงวนของผมเอง และสนับสนุน ข้อสงวนของท่านพนิดาเพื่อเป็นการง่ายในการที่ท่านสมาชิกตัดสินใจในการโหวต ขอบคุณมากครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ถ้าอย่างนั้นก็ต้องถาม ๒ ครั้ง เนื่องจากมาตรานี้มีการแก้ไข จะเห็นด้วยกับให้มีการแก้ไขหรือไม่ ขอตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนครับ

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก เข้ามาในห้องเพื่อลงมติ ท่านที่เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

ท่านประธานครับ พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สว. ๐๐๕ แสดงตนครับ

นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธานค่ะ อัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา ๑๙๔ แสดงตนค่ะ

นายชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา ๐๒๘ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก กรุณาเข้ามาแสดงตนก่อน เข้ามาแล้วก็เสียบบัตรแสดงตนครับ อาจจะมีสมาชิกที่กำลังเดินจาก ห้องอาหารมา รอสักครู่ครับ เข้ามาแล้วกรุณากดบัตรแสดงตนครับ มีท่านสมาชิกท่านใดยัง ไม่ได้แสดงตนบ้างครับ ถ้าแสดงตนทุกท่านแล้วก็ปิดการแสดงตน แจ้งผลด้วยครับ มีผู้แสดงตนกดบัตร ๔๘๔ คน บวก ๓ คน เป็น ๔๘๗ คน ครบองค์ประชุมครับ

ผมจึงจะถามมติจากที่ประชุม ว่าจะเห็นด้วยให้มีการแก้ไขหรือไม่ครับ ถ้าท่านเห็นด้วย ควรมีการแก้ไขกรุณากดปุ่มเห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกรุณากดปุ่มไม่เห็นด้วย ถ้าต้องการงดออกเสียงกรุณากดปุ่มงดออกเสียง ลงมติได้ครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา ลำดับที่ ๑๙๔ เห็นด้วยค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ท่านใดมีปัญหาเรื่องบัตรไหมครับ

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา ๐๐๕ เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

มีอีกไหมครับ ท่านที่เข้ามา กรุณาลงมติได้นะครับ

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล กรรมาธิการ

ท่านประธานคะ ขัตติยา สวัสดิผล ๐๓๔ เห็นด้วยค่ะ

นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานคะ ชลธิชา ๗๗ สส. เห็นด้วยค่ะ

นายชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา ๐๒๘ เห็นด้วยครับ

นายอัคร ทองใจสด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ๔๘๔ สส. เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ยังมีอีกไหมครับ มีท่านสมาชิก ท่านใดยังไม่ได้ลงมติบ้างครับ ปิดการลงคะแนนครับ แจ้งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๕๑๐ เห็นด้วย ๔๘๘ คน บวก ๕ คน เป็น ๔๙๒ คน ไม่เห็นด้วย ๑ คน งดออกเสียง ๑๓ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๘ คน ที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไข

เนื่องจากมีผู้ติดใจก็ต้องถาม เป็นคำถามที่ ๒ ว่าเห็นควรแก้ไขตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือเห็นด้วยกับการแก้ไขของ กรรมาธิการที่สงวนความเห็น ขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

กรุณาเสียบบัตรแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา

ท่านประธานคะ อัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา ๑๙๔ แสดงตนค่ะ

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา ๐๐๕ แสดงตนครับ

นายชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา ๐๒๘ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ท่านที่ยังไม่ได้แสดงตน ยังมีอีกไหมครับ ถ้าแสดงตนทุกท่านแล้วแจ้งผลครับ ผู้แสดงตน ๔๖๐ คน บวก ๓ คน เป็น ๔๖๓ คน ถือว่าครบองค์ประชุมครับ

ต่อไปก็จะลงมติว่าเห็นด้วย กับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นครับ ถ้าเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากกรุณากดปุ่มเห็นด้วย ถ้าเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นกรุณา กดปุ่มไม่เห็นด้วย ถ้าต้องการงดออกเสียงกรุณากดปุ่มงดออกเสียง

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา

ท่านประธานคะ อัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา ๑๙๔ ไม่เห็นด้วยค่ะ

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

สมาชิกวุฒิสภา หมายเลข ๐๐๕ ไม่เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

มีท่านสมาชิกท่านใด ที่ยังไม่ได้ลงมติบ้าง ถ้าลงมติพร้อมหมดแล้วแจ้งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๕๐๕ เห็นด้วย ๒๓๒ ไม่เห็นด้วย ๒๕๖ บวก ๒ เป็น ๒๕๘ งดออกเสียง ๑๓ ไม่ลงคะแนนเสียง ๔

เพราะฉะนั้นที่ประชุมเห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนคำแปรญัตติ ซึ่งหลายท่านก็ไม่ติดใจ เหลือแต่คุณพนิดา หรือเปล่าครับ ผมถามอีกครั้งหนึ่ง เชิญคุณพริษฐ์

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้าใจว่า พอผลการลงมติมาเมื่อสักครู่ เสียงข้างมากเห็นด้วยกับกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ทีนี้เข้าใจว่าในคำสงวนความเห็นทั้งหมดหลังจากที่ท่านนรเศรษฐ์ได้ถอนไป ตอนนี้ถ้าพูด ตามตรงก็คือมี ๓ ข้อความ ๒ ประเด็น

ข้อความที่ ๑ ข้อความของกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาชน

ข้อความที่ ๒ ของท่านคุณหมอเปรมศักดิ์ ที่ข้อความเดียวกันกับท่านนรเศรษฐ์ แต่ท่านเปรมศักดิ์ยังไม่ได้ถอน ซึ่งก็เข้าใจได้ครับ

ข้อความที่ ๓ ของท่านรัชนีกร ซึ่งอาจจะเป็นประเด็นที่แตกต่างกันออกไป แต่ว่าท่านก็ยังติดใจอยู่ ไม่แน่ใจว่าผมเข้าใจถูกไหมครับว่าท่านรัชนีกรยังติดใจอยู่

นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ กรรมาธิการ

ขออนุญาตค่ะท่านประธาน ดิฉัน รัชนีกร ทองทิพย์ ดิฉันไม่ติดใจค่ะท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ไม่ติดใจ ขอเชิญคุณพริษฐ์ครับ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานครับ พริษฐ์ วัชรสินธุ ดังนั้นแสดงว่าเราเหลือคำสงวนความเห็นอยู่ ๒ ถ้อยคำ หลักการเหมือนกันก็คือต้องการให้ การถ่ายทอดสดการประชุมร่วมกับ ๒ คณะกรรมาธิการประจำเดือนเป็นไปโดยอัตโนมัติ ทีนี้ผมไม่แน่ใจว่าเราจะดำเนินการอย่างไร

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

เดี๋ยวให้คุณพนิดาชี้แจง สักหน่อยนะครับ ญัตติของท่านว่าอย่างไร คุณพนิดาอยู่ไหมครับ เมื่อครู่นี้คนอื่นพูดแทน เชิญครับ

นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ กรรมาธิการ

อยู่ค่ะท่านประธาน ขออนุญาตค่ะ ก็ยังคงยืนยันในข้อสงวนของพรรคประชาชนค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ข้อสงวนของท่านว่าอย่างไร เอาให้ชัดอีกครั้งหนึ่งครับ ข้อสงวนของท่านอย่างที่คุณพริษฐ์ว่านี้หรือเปล่า

นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ กรรมาธิการ

ใช่ค่ะ เป็นข้อสงวนของสมาชิก สัดส่วนพรรคประชาชนในคณะกรรมาธิการ ตามที่ท่านพริษฐ์ได้นำเสนอในที่ประชุมเลยค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

เชิญคุณพริษฐ์ครับ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานครับ พริษฐ์ครับ ความจริงอีกฐานะหนึ่งก็เป็นกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นเช่นกัน จะหารือท่านประธานแบบนี้ ตอนนี้มันมีคำสงวนอยู่ ๒ ถ้อยคำ หรือ ๒ ข้อความที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คำถามของผม ก็คือว่าจำเป็นไหมที่ต้องมีการลงมติว่าจะใช้ข้อความไหน หรือว่าควรจะต้องมีการหารือ ภายในกรรมาธิการว่าจะใช้ข้อความไหนเป็นข้อความหลัก แล้วจะต้องมีการประชุมร่วมกัน ในกรรมาธิการไหมว่าจะหาข้อสรุปเรื่องนี้อย่างไร อันนี้ขอหารือในเชิงของกระบวนการครับ ท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ว่าอย่างไร ตรงถ้อยคำใช่ไหมครับ เหมือนกับที่คุณหมอชลน่านสนับสนุนใช่ไหม คุณหมอชลน่าน พูดเมื่อสักครู่เรื่องถ้อยคำใช่ไหมครับ

เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภา ในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ผมเสนอ ๒ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ ให้คงร่างกรรมาธิการ เพราะการถ่ายทอดสดที่ท่านเขียนมาเดิม จากร่างของกรรมาธิการที่เป็นวรรคสี่ วรรคห้า วรรคหก วรรคเจ็ด วรรคแปด ท่านได้ยก ข้อบังคับการประชุมร่วมกันของรัฐสภาใน (๙) มาเขียนไว้ ซึ่งมีใจความทำนองเดียวกัน ถ้าใช้ ข้อบังคับการประชุมร่วมกันของรัฐสภามาใช้บังคับก็จะมีการถ่ายทอดสดตามนั้น แต่มีข้อต่าง เท่านั้นเอง ที่ถ้อยคำของผู้สงวนคือคุณพนิดา ต้องขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ใช้สมาชิก กรรมาธิการ ๒ ใน ๓ เพื่อเสนอให้มีการประชุมลับ ขณะที่ข้อบังคับบัญญัติไว้ว่า ๑ ใน ๔ ถ้าเขียนลักษณะทำนองนี้มาตราเดียวกันการตีความจะใช้อย่างไร จะใช้ตามข้อบังคับหรือใช้ ตามบทบัญญัติที่เขียนในรัฐธรรมนูญของกรรมาธิการ จริงอยู่ครับว่าข้อบังคับโดยอนุโลม ท่านบอกว่าก็ไปใช้ตามบทบัญญัติที่เขียนในรัฐธรรมนูญในวรรคต่อไป ซึ่งถ้อยคำตรงนี้ มันย้อนแย้งกัน มันไม่ควรอยู่ในมาตราเดียวกัน ถ้าจะมีการลงมติเห็นชอบตามกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยในการพิจารณาทั้งร่างอาจจะต้องมีการปรับแก้ถ้อยคำให้สอดรับกันเท่านั้นเอง

นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ กรรมาธิการ

ท่านประธานขออนุญาตครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา ขอกราบเรียน รายละเอียดที่ผมได้นำเสนอเพื่อที่จะให้มีการแก้ไข และเพื่อนสมาชิกรัฐสภาลงความเห็น เป็นเสียงส่วนใหญ่ในขณะนี้ ผมเห็นว่าการที่นำเสนอทางสื่อสาธารณะนั้นต้องใช้ข้อบังคับ ของรัฐสภา แล้วก็ไม่ควรกำหนดให้มันตายตัวจนไม่สามารถที่จะดำเนินการอย่างยืดหยุ่นได้ จึงไม่ได้นำเสนอลงรายละเอียดเหมือนของคุณพนิดา ซึ่งบางทีอาจจะนำไปสู่การปฏิบัติได้ยากกว่า จึงขอนำเรียนท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอเชิญท่านจาตุรนต์ครับ คืออันนี้เสนอให้มีการถ่ายทอดทั้ง ๒ ท่าน กรรมาธิการก็มีข้อความที่แตกต่างกันผมก็ ไม่อยากจะพูดอะไรลงไป ทีนี้เมื่อสักครู่คุณหมอเปรม และคุณหมอชลน่านก็อยากให้ใช้ ข้อบังคับจะได้ยืดหยุ่นได้ เชิญครับท่านจาตุรนต์

นายจาตุรนต์ ฉายแสง กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง กรรมาธิการ ท่านประธานครับ ตอนนี้เราเดินมาถึงว่าที่ประชุมเห็นชอบกับผู้สงวน ความเห็น แต่ว่าเมื่อสักครู่ท่านพริษฐ์ ซึ่งเป็นผู้สงวนความเห็นท่านหนึ่งได้ตั้งประเด็นถามว่า จะต้องลงมติระหว่าง ๒ ความเห็นที่เหลืออยู่นี้หรือไม่ หรือว่าประธานคณะกรรมาธิการ จะพิจารณาอย่างไร ก็ดูเหมือนว่าท่านจะคำนึงถึงความแตกต่าง และความละเอียดอ่อน ของเนื้อหา ผมอยากให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ และท่านสมาชิกช่วยกันดูว่าเมื่อมาถึง ขั้นนี้ ถ้าในความเห็นผมนะครับ การให้ถ่ายทอดการเปิดเผยมันเป็นเรื่องทำได้เราก็ยินดีสนับสนุน เมื่อวานนี้ท่านพริษฐ์มาคุยเราก็บอกว่ายินดีสนับสนุน แต่ว่าพอมาติดข้อความตรงที่ว่า การประชุมร่วมกันตามวรรคหนึ่งเป็นการเปิดเผย เว้นแต่กรรมาธิการจำนวนไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของกรรมาธิการทั้งหมดขอให้ประชุมลับก็ให้ประชุมลับ อันนี้มันจะเท่ากับว่า แทบจะมีการประชุมลับกันไม่ได้เลย เพราะต้องใช้เสียงถึง ๒ ใน ๓ ท่านคิดดูว่าผมเป็น ประธานคณะกรรมาธิการเรื่องชายแดนภาคใต้ เรื่องยกเลิกคำสั่ง คสช. มันจะมีบางช่วง ที่เรามีความรู้สึกว่าต้องจำกัดเนื้อหาที่จะเผยแพร่ตามที่บังคับในรัฐธรรมนูญ บางเรื่อง ในกรรมาธิการอื่นก็ตาม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็ตาม ถ้าเป็นถึงเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก แล้วเราบอกว่าต้อง ๒ ใน ๓ ถึงจะประชุมลับ มันจะกลายเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากนั้น ประชุมแล้วต้องถ่ายทอดทีวีให้คนฟังทั้งประเทศไปด้วย ซึ่งก็จะกลายเป็นกรรมาธิการอาจจะ ไม่กล้าคุยกันด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเนื้อหาตรงนี้มันยังเป็นปัญหาอยู่ คือนี่ก็ต้องหารือกันแบบว่า เราหาทางออกร่วมกันในการที่ไม่ให้เป็นปัญหาในอนาคตมากเกินไป จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า ท่านประธานจะดูหรือว่าหารือสักนิดหนึ่งว่าผู้ที่สงวนความเห็นไว้ขอแก้ของตนเองในบางตอน บางส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่ อันนี้ผมก็พูดต่อเนื่องจากที่ท่านพริษฐ์ได้หารือไว้เอง ผมว่า ถ้าข้อความตรงนี้แก้เสีย แล้วที่เหลือก็น่าจะรับกันได้

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่า ยังมีความเห็นที่ไม่สอดคล้องกัน แม้กระทั่งในเชิงถ้อยคำของผู้สงวนว่าเจตนาเป็นอย่างไร หรือแม้กระทั่งการเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นอาจจะขัดกับประเด็นเรื่องของข้อบังคับ หรือเงื่อนไขที่อยู่ในข้อบังคับนะครับ ฉะนั้นผมคิดว่าไม่ใช่ประเด็นใหญ่ที่ขัดหรือแย้งกัน แต่ว่าเป็นประเด็นที่จะขออนุญาตที่จะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบเจตนารมณ์ ถ้อยคำ แล้วก็ความหมายของข้อสงวนทั้ง ๒ อย่างครับ แล้วก็อาจจะจำเป็นที่จะต้องขอปรับแก้ ในบางส่วน ผมขออนุญาตเสนอท่านประธานว่าจะขอให้ท่านประธานได้ใช้อำนาจในการพัก การประชุมไม่เยอะครับ วันนี้สัก ๑๕ นาทีครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกัน เพราะไม่ใช่ประเด็นหลักสำคัญนะครับ คือเรื่องถ้อยคำ แต่ว่าต้องไปแก้อย่างไรที่สอดคล้อง กับมติที่ลงไปเมื่อสักครู่ เพราะเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย แต่ว่าไม่ได้ขัดแย้ง ในเรื่องหลักการกับกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ ก็ไปปรับแก้หน่อย ผมขอพัก ๑๕ นาที แล้วท่านที่จะไปรับประทานอาหารก็รีบมาแล้วกันนะครับ พัก ๑๕ นาที

พักประชุมเวลา ๑๑.๕๖ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๒.๕๐ นาฬิกา

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ ตอนนี้ ท่านสมาชิกพร้อมแล้ว เมื่อสักครู่นี้ได้พักการประชุมไปแล้วก็คณะกรรมาธิการได้เข้าไป ปรึกษาหารือกัน แล้วก็เสร็จเรียบร้อยแล้วตอนนี้ ขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการได้แจ้ง การปรึกษาหารือ เชิญครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกรัฐสภา ผู้แทนเมืองสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมสงสัย แล้วก็หารือนิดหนึ่งก่อนที่ท่านเข้าสู่ประเด็น แต่เป็นประเด็นอาจจะสำคัญ แต่ผมไม่เข้าใจว่า เราประกาศกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมวิสามัญรัฐสภา ๒ วัน ผมเข้าใจอย่างนั้น เมื่อวานกับวันนี้ แล้ววันนี้ยังเหลืออีกหลายมาตรา หลายโหวต พรรคเพื่อไทยของผมถึงแม้ว่าเราไม่ได้มีญัตติ ของเราที่เราเสนอเข้าไป เราตกตั้งแต่วาระแรก แต่เราก็ร่วมอยู่ประชุมเป็นองค์ประชุม เพื่ออยากให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านวาระที่ ๒ ไปด้วยดี แต่ถ้าเกิดว่าวันนี้พอถึงเที่ยงคืนแล้ว มันครบ ๒ วัน แล้วพรุ่งนี้พระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุม ๓ วันของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ถ้าไม่เสร็จวันนี้เราจะดำเนินการอย่างไรต่อครับ ผมอยากเรียนหรือไว้เป็นเบื้องต้นนิดเดียว เท่านั้นเอง อยากได้รับคำตอบจากท่านประธานด้วยความเคารพครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เรื่องนี้เดี๋ยวขอให้ท่านประธาน รัฐสภากลับมาก่อนจะได้หารือกัน แล้วก็ดำเนินการต่อไปกับทางท่านกรรมาธิการ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ด้วยความยินดี ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน ดำเนินการต่อครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการ ได้แจ้งผลการปรึกษาหารือ เชิญครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ประธานคณะกรรมาธิการ

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการ ผมยังมั่นใจแล้วก็ตอบครูมานิตย์เบื้องต้นในตัวว่ามาตราที่เรา เหลืออยู่นั้นเราคาดว่าการพิจารณาจะเร็วขึ้น แล้วก็ยังเสร็จตามเวลาที่เราขอให้มีการเปิด ประชุมวิสามัญ ก็คงขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกท่าน รวมถึงพวกผมด้วยในแง่ของการทำหน้าที่ อย่างเต็มประสิทธิภาพ ประเด็นที่เมื่อสักครู่ท่านประธานได้กรุณาให้มีการพักการประชุม ในมาตรา ๒๕๖/๒๕ เป็นการไปพักการประชุมโดยมิได้มีการเปลี่ยนแปลงมติ หรือมีมติที่มี การแก้ไขถ้อยคำใด ๆ ณ ขณะนี้สิ่งที่คงเหลืออยู่ก็คือว่าในเมื่อทางที่ประชุมรัฐสภามีมติ ไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมาก และเห็นควรให้มีการแก้ไขตาม กรรมาธิการเสียงข้างน้อยไปแล้วก็คงขึ้นอยู่กับว่าเราจะพิจารณาเลือกเอาตามกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยท่านใดหรือกลุ่มใด ซึ่งขณะนี้มีอยู่ ๒ ส่วนด้วยกัน ก็คือส่วนของท่านเปรมศักดิ์ เพียยุระ ที่ท่านได้มีการสงวนความเห็นไว้ แล้วก็ส่วนของท่านพนิดา มงคลสวัสดิ์ ที่ท่านได้มี การสงวนความเห็นไว้ ซึ่งการพักการประชุมเมื่อสักครู่คือการไปทำความเข้าใจกับความหมาย ของถ้อยคำที่ท่านได้มีการสงวนไว้ หรือเหตุที่อาจจะไปติดขัดต่อประเด็นอื่นอย่างไร ซึ่งท้ายที่สุด ในการหารือเราไม่พบว่ามีประเด็นที่จะติดขัดอื่นอื่นใด อย่างไร หรือมีความหมายที่เข้าใจ ไปแล้วว่าความหมายที่ท่านต้องการสื่อนั้นหมายถึงแบบใด อย่างไร ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้น เพื่อประโยชน์ และเพื่อประกอบการพิจารณาอย่างสูงสุด ก็ต้องนำเรียนท่านว่ากรรมาธิการ ไม่ได้มีมติใด ๆ แต่จะขอให้ทางเจ้าของข้อสงวนทั้ง ๒ ส่วน ก็คือในส่วนของคุณหมอเปรมศักดิ์ เพียยุระ แล้วก็ในส่วนของท่านพนิดา มงคลสวัสดิ์ นั้นได้ให้เหตุผลเพื่อนำไปสู่การพิจารณา ลงมติต่อไปของท่านสมาชิกอีกครั้งหนึ่งเพื่อความครบถ้วนสมบูรณ์ ขออนุญาตนำเรียน ท่านประธานครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านนายแพทย์เปรมศักดิ์ครับ

นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ซึ่งได้รับการลงมติในมาตรานี้ให้เป็นเสียงที่จะต้องมาตัดสินใจว่าจะเอาของท่านผู้ใด ผมขออธิบายรายละเอียดนิดหนึ่ง ที่ผมได้บอกตั้งแต่ต้นว่าสมัยก่อนเรามี สสร. พอเราไม่มี สสร. เรามีกรรมาธิการ ๒ คณะ คณะละ ๓๕ ท่าน ทำการแทนคนทั้งประเทศ ๗๐ ล้านคน ผมจึง เห็นว่าควรจะมีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบการทำงานได้อยู่ตลอดเวลา จึงได้เสนอ มาตราที่ผมแก้ไขก็คือให้มีการถ่ายทอดทางสื่อสาธารณะเพื่อให้ประชาชนทราบด้วย ในตรงนี้ ผมคิดว่าประเด็นที่ผมลงในเนื้อหาอาจจะยังไม่ชัดคืออะไร ผมหมายถึงการถ่ายทอดสดครับ หมายถึงการประชุมร่วมของคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็น กรรมาธิการที่สำคัญทั้ง ๒ คณะ และทำการแทนพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ จะต้องเปิด โอกาสให้พี่น้องได้ตรวจสอบโดยการถ่ายทอดสดในการประชุม แต่อย่างไรก็ตามรายละเอียด ของการถ่ายทอดสดนั้นกระผมคิดว่าจะต้องยึดถือข้อบังคับของการประชุมรัฐสภา นั่นหมายถึงว่าการประชุมร่วมกันของรัฐสภาของเราได้มีการระบุชัดเจนว่า หากจะมี การขอให้มีการประชุมลับจะต้องอาศัยเสียงของสมาชิก ๑ ใน ๔ จึงจะถือว่าเป็นมติที่ให้มี การประชุมลับ ซึ่งผมดูแล้วมติ ๑ ใน ๔ ก็สามารถที่จะเป็นมติที่ปฏิบัติได้ และจะทำให้ การปฏิบัติไม่ขัดแย้งกับเรื่องของการประชุมรัฐสภา ถึงแม้ว่าเราจะบัญญัติเรื่องของ รัฐธรรมนูญว่ามีศักดิ์ที่เหนือกว่าก็ตาม แต่ถ้าเราทำในแนวทางเดียวกันได้ก็จะเป็นประโยชน์ มากกว่า แล้วก็ไม่ได้ไปกำกับชัดเจนจนดิ้นไม่ออก ผมจึงบัญญัติไว้เพียงว่าให้ยึดถือตาม ข้อบังคับของการประชุมรัฐสภา จึงกราบเรียนมาเพื่อที่ประชุมวันนี้ได้ตัดสินใจว่า จะลงคะแนนไปในทิศทางใด ซึ่งกระผมก็พร้อมยอมรับในทุกกรณีที่เพื่อนสมาชิก จะลงความเห็น ขอบพระคุณครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ มีอีกไหมครับ ทางกรรมาธิการจะชี้แจงอีกไหม เชิญครับ

นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ กรรมาธิการ

ขออนุญาตค่ะท่านประธาน

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านพนิดาครับ

นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ กรรมาธิการ

พนิดา มงคลสวัสดิ์ ในฐานะ กรรมาธิการ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกรัฐสภาทุกท่านที่โหวตเห็นชอบกับการสงวน ความเห็นของคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ซึ่งจริง ๆ โดยสาระสำคัญของทั้ง ๒ ข้อสงวน ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมร่วมกันของคณะกรรมาธิการ ร่างรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น หากเพียงจุดที่จะมีความแตกต่างกัน คือในรายละเอียด แต่ดิฉันขออนุญาตตอบข้อกังวลในประเด็นที่ทางเพื่อนสมาชิกกรรมาธิการ บางท่านได้ฝากข้อคิดเห็นไว้ก่อนที่เราจะพักการประชุมไป ในเรื่องของประเด็นถ้อยคำ ในข้อสงวนที่อาจจะมองได้ว่าขัดกันหรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้หลังจากที่ประชุมร่วมกันมาเสร็จ เรียบร้อยแล้ว ทางเรายืนยันว่าไม่ได้ขัดกันแต่อย่างใด เนื้อหาในมาตราที่ระบุไว้คือการให้นำ ข้อบังคับการประชุมรัฐสภามาใช้โดยอนุโลม และในปัจจุบันนี้เรากำลังจะทำการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ ซึ่งมีศักดิ์ที่ใหญ่กว่าจะระบุไว้ได้ชัดเจนว่า หากประสงค์ที่จะใช้การประชุมลับ ให้ใช้เสียง ๒ ใน ๓ ของที่ประชุม ซึ่งมิได้ขัดกันในแง่การปฏิบัติ คือหากมีข้อปฏิบัติใด ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญนั้น ให้นำข้อบังคับรัฐสภามาใช้โดยอนุโลมได้ แต่ในประเด็นนี้ ที่เรามองว่าการประชุมร่วมกันของ ๒ คณะกรรมาธิการจะเกิดขึ้นเพียงเดือนละ ๑ ครั้ง การนำความเห็นของพี่น้องประชาชนที่คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นมานำเสนอ ต่อคณะกรรมาธิการร่างเป็นสาระสำคัญที่ประชาชนอยากที่จะมีส่วนร่วมว่า เมื่อได้ไปรับฟัง ข้อคิดเห็นต่าง ๆ แล้วได้นำมาสะท้อนอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ สิ่งนี้เป็นหัวใจของการสร้าง การมีส่วนร่วมในกระบวนการกลางน้ำที่จะเพิ่มความชอบธรรมทางประชาธิปไตยให้กับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ได้มากที่สุด เพราะฉะนั้นดิฉันยืนยันค่ะว่าหากเราใช้เกณฑ์ ๒ ใน ๓ เสียง ๒ ใน ๓ ถึงจะสามารถเป็น การประชุมลับได้นั้นมีความเหมาะสมและมีความจำเป็น เพื่อให้การประชุมร่วมของทั้ง ๒ คณะนั้น เป็นการเปิดเผยโดยหลัก ดิฉันก็ขอยืนยันในประเด็นนี้นะคะ ส่วนในรายละเอียดที่อาจจะมี เพิ่มเติมมากกว่านี้ดิฉันขออนุญาตค่ะท่านประธาน ให้ท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้ยกร่างสงวน คำแปรญัตติในมาตรานี้ได้มาให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม และจะขอยืนยันว่าให้เพื่อนสมาชิกได้ พิจารณาร่วมกัน และร่วมแสดงความคิดเห็นโหวตร่วมกันในมาตรานี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เชิญท่านพริษฐ์ครับ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานครับ พริษฐ์ วัชรสินธุ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ความจริงท่านพนิดาก็อธิบายในตัวข้อกฎหมายไปค่อนข้าง ครบถ้วนแล้ว ผมขออนุญาตสรุปสั้น ๆ แบบนี้ว่า ความจริง ๒ ทางเลือกที่เพื่อนสมาชิก กำลังจะลงมติเลือกนั้นเจตนารมณ์เดียวกัน ก็คือต้องการให้มีการถ่ายทอดสดการประชุม ร่วมกันของ ๒ คณะกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นทุกเดือน ผมย้ำนะครับว่าอันนี้ไม่ได้หมายถึง การประชุมคณะกรรมาธิการรายคณะ ซึ่งอันนั้นก็เป็นดุลยพินิจของคณะกรรมาธิการแต่ละ ครั้งที่จะสามารถใช้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาเพื่อให้มีมติการถ่ายทอดสดเป็นรายครั้งได้ แต่อันนี้กำลังพูดถึงการประชุมร่วมกันที่ต้องเกิดขึ้นเดือนละครั้งนะครับ หลายท่านอาจจะ สงสัยว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากก็ได้ชี้แจงไปก่อนหน้านี้ว่าถ้ายึดตามร่างกรรมาธิการ เสียงข้างมากก็สามารถนำข้อบังคับการประชุมรัฐสภามาถ่ายทอดสดการประชุมร่วมกัน ของ ๒ คณะกรรมาธิการได้ อันนั้นก็จริงอยู่ครับ แต่ถ้าเราไปตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก เมื่อสักครู่มันจะเป็นดุลยพินิจของ ๒ คณะกรรมาธิการ แต่พอเพื่อนสมาชิกโหวตให้เป็นไป ตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ก็หมายความว่าการถ่ายทอดสดการประชุมร่วมกัน ทุกเดือนจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ ทีนี้ผมคิดว่า ๒ ทางเลือกเจตนารมณ์ไม่ได้แตกต่างกัน เพียงแต่ว่าถ้อยคำอาจจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ผมสรุปสั้น ๆ แบบนี้ว่าหากท่านสมาชิก เลือกโหวตตามคำสงวนความเห็นของท่านเปรมศักดิ์ ก็จะเป็นข้อความที่ค่อนข้างเขียนไว้ กระชับ แต่ข้อกังวลที่กรรมาธิการบางท่านมีก็คือถ้อยคำที่เขียนนั้นจะถูกตีความว่าหมายถึง การถ่ายทอดสดหรือไม่ เพราะว่าไม่ได้มีการเขียนคำว่าถ่ายทอดสดไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ก็ขอบันทึกไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ว่า หากสมมุติเสียงข้างมากลงมติตามคำสงวนความเห็น ของคุณหมอเปรมศักดิ์ ก็อยากให้บันทึกไว้ว่าเจตนารมณ์คือเพื่อให้มีการถ่ายทอดสดนะครับ ส่วนถ้าเกิดว่าเพื่อนสมาชิกมาลงมติตามคำสงวนความเห็นของท่านพนิดาและคณะ ก็อยากจะให้ คำยืนยันอีกรอบหนึ่งว่าไม่ได้มีความขัดแย้งกันเอง จริงอยู่ว่าวรรคหนึ่งมีการพูดถึงการนำ ข้อบังคับการประชุมรัฐสภามาใช้โดยอนุโลม แต่ว่าวรรคสองเป็นต้นไปมีการกำหนด บทบัญญัติเฉพาะสำหรับการประชุมร่วมกัน ดังนั้นโดยธรรมชาติอยู่แล้วตามกฎหมายนะครับ หากมันมีข้อความใด ๆ ในข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่อาจจะขัดแย้งกับบทบัญญัติในวรรคอื่น ที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ ก็ต้องถือว่าบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญอยู่เหนือกว่า ดังนั้นส่วนที่จะนำ จากข้อบังคับการประชุมรัฐสภามาใช้โดยอนุโลมก็จะเป็นเฉพาะในส่วนที่ไม่ขัดหรือแย้ง กับบทบัญญัติที่บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะในรัฐธรรมนูญ ดังนั้นก็ให้เพื่อนสมาชิกสามารถลงมติ ทางใดทางหนึ่งได้เลย แล้วคิดว่าผลลัพธ์ก็ไม่ควรที่จะแตกต่างกันออกไปครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ จบแล้วนะครับ เนื่องจากที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น ดังนั้นผมขอถามมติจาก ที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการสงวนความเห็นของคณะกรรมาธิการท่านใด ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ

(นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ แสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา ลำดับที่ ๑๙๔ แสดงตนค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๙๔ แสดงตนครับ

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา ๐๐๕ แสดงตนครับ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๐๕ แสดงตนครับ