ณัฐวุฒิ ยืนยันไม่ตัดมาตรา ๒๕๖/๒๕ เสนอสงวนหมวด ๒ รอพิจารณา

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๘

ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ยืนยันว่าไม่สามารถตัดมาตรา ๒๕๖/๒๕ ออกได้ เนื่องจากเป็นกลไกสำคัญในการประชุมร่วมกันของคณะกรรมาธิการทั้งสองคณะ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและแปลงความต้องการประชาชนให้เป็นภาษาทางกฎหมายในร่างรัฐธรรมนูญ โดยให้ความเห็นเรื่องการสงวนหมวด ๒ ว่าต้องพิจารณาประเด็นกฎหมายที่มีความเปลี่ยนแปลงเป็นพลวัต จึงไม่เห็นชอบให้เผยแพร่การประชุมทั้งหมดผ่านสื่อสาธารณะเนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อความรับผิดชอบและกระบวนการทำงานของคณะกรรมาธิการ พร้อมยืนยันหลักการเห็นชอบร่างกฎหมายแต่เสนอขอยืนไปก่อนในประเด็นการเปิดเผยข้อมูลภายใต้เงื่อนไขการประชุมลับ โดยมอบให้คณะกรรมาธิการเป็นผู้กำหนดรูปแบบและวิธีการเผยแพร่ข้อมูลอย่างโปร่งใส และระบุว่ายังไม่ได้พิจารณามาตรา ๒๕๖/๒๕/๑ จึงยังไม่สามารถตอบข้อโต้แย้งได้

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ต้องขอประทานโทษท่านประธาน ด้วยครับ ผมเข้าใจว่ามีผู้สงวนและผู้แปรญัตติในมาตรานี้เป็นจำนวนมาก ท่านประธานครับ ในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้มีการอภิปรายและมีข้อสงวนไว้นั้นมีอยู่ ๓ ประเด็นใหญ่ ๆ ด้วยกัน

ประเด็นที่ ๑ เป็นข้อสงวนของท่านรัชนีกร ทองทิพย์ ต้องขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ท่านเสนอให้มีการตัดมาตรานี้ออกทั้งหมด ผมเข้าใจเหตุและผลที่ท่านได้มีการเสนอ เพียงแต่ว่าผมต้องยืนยันว่าทางกรรมาธิการเองไม่สามารถตัดมาตรานี้ออกได้ เพราะว่า เป็นมาตราที่มีความสำคัญยิ่งในเรื่องของการประชุมร่วมกันของคณะกรรมาธิการ ๒ คณะ ถ้าเพื่อนสมาชิกได้ดูในวรรคหนึ่ง ของมาตรา ๒๕๖/๒๕ ท่านจะเห็นได้ว่ามีการเขียนไว้ว่า ในการดำเนินการดังกล่าวนั้นเพื่อให้การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้สอดคล้องกับ ความต้องการของประชาชน โดยมีการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง รอบด้านและเป็นระบบ ท่านเห็นไหมครับ คำว่าให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน อันนี้เป็นหัวใจเลย สิ่งที่พูดกันมาโดยตลอดว่าเราจะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นยึดโยงกับ พี่น้องประชาชน เอาความต้องการของพี่น้องประชาชนแปลงจากความต้องการที่อาจจะไม่ใช่ ภาษาทางกฎหมาย ให้มาเป็นภาษาทางกฎหมายอยู่ในรัฐธรรมนูญได้อย่างไร อันนี้อยู่ใน ประโยคนี้เลยครับ และกระบวนการที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการนั้นไม่อาจเกิดขึ้นได้ จากการส่งเอกสารระหว่างกัน มันต้องเป็นการประชุมร่วมกันของทั้ง ๒ คณะ อีกทั้งคณะใด คณะหนึ่งนั้นต่างก็ล้วนอาจจะมีการมอบหมายให้อีกคณะหนึ่งไปเป็นผู้ดำเนินการ เช่นคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณาบางประการอยู่ แต่เห็นว่ายังไม่อาจได้รับ ข้อมูลที่เพียงพอ ก็อาจจะมอบให้คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นไปดำเนินการได้ ฉะนั้นข้อสงวนในเรื่องของการตัดออกทางกรรมาธิการเสียงข้างมากไม่อาจเห็นด้วยครับ เพราะนี่คือกลไกสำคัญที่จะมีการเชื่อมโยงกัน

ประเด็นที่ ๒ ข้อสงวนหมวด ๒ เป็นของคุณหมอเปรมศักดิ์ เพียยุระ และท่านนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ต้องขอประทานโทษที่เอ่ยนามทั้ง ๒ ท่าน ประเด็นของท่าน น่าสนใจครับ ข้อสงวนของท่านคือการให้มีการเผยแพร่การประชุมร่วมกันระหว่าง กรรมาธิการทั้ง ๒ คณะทางสื่อสาธารณะเพื่อให้พี่น้องประชาชนทราบ ผมเห็นชอบด้วย ในเหตุและผล เหตุและผลก็คือว่าในการดำเนินการต่าง ๆ นั้นควรจะมีการรับทราบของ พี่น้องประชาชนเป็นระยะ จริงอยู่ครับ เพียงแต่ว่าต้องเข้าใจว่าการทำงานในระดับกรรมาธิการ บางครั้งสิ่งที่เรากำลังคุยกัน เหมือนกรรมาธิการพวกผมวันนี้กำลังคุยมาตรานี้ ข้อสรุปเบื้องต้น ออกมาแบบนี้ ในวันถัดไปข้อสรุปนั้นเปลี่ยนแปลงไป มันมีความเปลี่ยนแปลงเป็นพลวัต อยู่ตลอดเวลาอาจจะไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย ฉะนั้นหากมีกรณีของการเผยแพร่หรือการเปิดเผย การประชุมในทุกครั้ง ถ่ายทอดสดนั้นอาจจะมีผลกระทบต่อเรื่องของการดำเนินการ ไม่ใช่ว่า ไม่โปร่งใสครับ แต่กระบวนการในการโปร่งใสนั้นต้องมาร่วมกับความรับผิดชอบต่าง ๆ ฉะนั้นในเงื่อนไขนี้กรรมาธิการเสียงข้างมากถึงแม้เห็นชอบโดยในเหตุผลของท่าน แต่ไม่อาจ เห็นชอบในกระบวนการที่จะให้มีการเปิดเผยทั้งหมดได้ครับ

ประเด็นที่ ๓ ข้อสงวนหมวด ๓ เป็นของท่านพนิดา มงคลสวัสดิ์ และท่านเชตวัน เตือประโคน ก็คือในเรื่องของการมีการเปิดเผยนั้นท่านไม่ได้บอกว่าให้มีการเปิดเผย ทั้งหมด แต่ให้มีการเปิดเผยภายใต้เงื่อนไขของการดำเนินการ เช่นในกรณีที่เห็นว่าจะมี การเปิดเผยนั้นต้องเป็นปกติ เป็นลักษณะโดยทั่วไป เว้นแต่ว่ามีกรรมาธิการเข้าชื่อกัน ไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ขอให้มีการประชุมลับ หลักการก็แบบเดียวกันว่าเราเห็นชอบด้วยใน เหตุผลที่ท่านนำเสนอ แต่เราเห็นว่าในเงื่อนไขของการทำงานของกรรมาธิการ เราเองเป็น คนมอบอำนาจฉันทานุมัติ การพิจารณาการตัดสินใจให้กับกรรมาธิการเป็นผู้ไปดำเนินการ มิใช่ว่าไม่โปร่งใส แต่เรามั่นใจในแง่ของกระบวนการ เราจึงเห็นว่าในประเด็นนี้เราอยากขอยืน ไปก่อน ส่วนกระบวนการจะเปิดเผยข้อมูลการประชุมเป็นแบบใด อย่างไร จะมีความต่อเนื่อง หรือไม่ จะใช้กระบวนการผ่านโฆษก จะใช้กระบวนการผ่านรายงานแต่ละวัน แต่ละครั้ง จะใช้ข้อมูลออกมาเป็นรายงาน หรือ Infographic ต่าง ๆ นั้นก็ขอให้เป็นดุลยพินิจของ คณะกรรมาธิการทั้ง ๒ คณะจะเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งผมเองก็มั่นใจว่าในยุคสมัยปัจจุบัน การดำเนินการใด ๆ นั้นไม่อาจหนีความโปร่งใสได้ ไม่อาจหนีความรับผิดชอบได้ เราจึง ยังเห็นควรว่าอยากคงไว้ตามร่างหลัก ส่วนรายละเอียดที่เมื่อมีการนำไปปฏิบัตินั้นอาจจะมีการเผยแพร่มีการเปิดเผยมากน้อย ขนาดไหน อย่างไร ก็ขอให้เป็นเรื่องในขณะที่จะมีการดำเนินการที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้น ในประเด็นมาตรา ๒๕๖/๒๕/๑ ที่มีเพื่อนสมาชิกกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้อภิปราย ไปถึงนั้น เนื่องจากว่าเป็นมาตราที่เรายังไม่ได้มีการพิจารณาถึง ผมจะยังไม่ขอตอบในชั้นนี้ เบื้องต้นกรรมาธิการขอยืนตามสิ่งที่ได้มีการพิจารณามา แล้วก็ขอให้ที่ประชุมเป็นผู้พิจารณาว่า มาตรานี้ควรจะออกมาในลักษณะแบบใด อย่างไร กราบขอบคุณครับ