เชตวัน ขอสงวนความเห็น ย้ำต้องถ่ายทอดสดการประชุมกรรมาธิการ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๘

เชตวัน เตือประโคน อภิปรายขอสงวนความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการเปิดเผยการประชุมของคณะกรรมาธิการทั้ง ๒ ชุด ผ่านการถ่ายทอดสดเพื่อให้ประชาชนติดตามตรวจสอบได้ และเสนอให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาและคณะกรรมาธิการอย่างสม่ำเสมอเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะจากตัวแทนประชาชน

นายเชตวัน เตือประโคน กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นครับ ก่อนอื่นครับท่านประธาน เนื่องจากผมจะลุกขึ้น อภิปรายในวาระสองประเด็นนี้ที่เกี่ยวข้องเพียงมาตราเดียว จึงอยากจะขอใช้เวทีนี้ กล่าวขอบคุณคณะกรรมาธิการทุก ๆ ท่านที่ร่วมกันทำงานตลอดระยะเวลา ๑ เดือน ที่ผ่านมา ประชุมเช้าจรดเย็น ๓ วันต่อสัปดาห์ ให้ประสบการณ์ผมเยอะแยะมากมายเลย ผ่านการเรียนรู้และลักจำจากสมาชิกรัฐสภาผู้อาวุโสนะครับ ท่านประธานครับ ผมจะขอใช้ เวลาอภิปรายในคราวเดียวกันทั้งมาตรา ๒๕๖/๒๕ และมาตรา ๒๕๖/๒๕/๑ ที่ผมและ กรรมาธิการสัดส่วนพรรคประชาชนได้ขอสงวนความเห็น เหตุผลง่าย ๆ เมื่อพวกเราสมาชิกรัฐสภาพิจารณามาถึงจุดนี้ตามที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งห้ามผู้ร่างรัฐธรรมนูญมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ที่ได้บีบให้การจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่พวกเราได้ลงมติไปนั้นมี ๑. คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ และ ๒. คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน คณะกรรมาธิการทั้ง ๒ ชุดนี้ไม่ได้มีที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ดังนั้น การจะทำให้ประชาชนได้ร่วมติดตามรับรู้ หรือแม้แต่ตรวจสอบการทำงานของกรรมาธิการ ทั้ง ๒ ชุด การเปิดเผยแพร่ต่อสาธารณะจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง นี่เป็นเหตุผลที่ผม ได้ขอสงวนความเห็นไว้ในมาตรานี้ให้มีการประชุมร่วมกันของทั้ง ๒ กรรมาธิการเป็นระยะ ๆ ซึ่งในที่นี้กำหนดไว้อย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง และในการประชุมร่วมกันนั้นก็ให้ใช้ข้อบังคับ การประชุมรัฐสภาโดยอนุโลม แต่ที่ผมอยากให้เน้นลงไปเลยเพื่อให้ประชาชนได้ร่วมติดตาม รับรู้ และตรวจสอบการทำงานของกรรมาธิการก็ควรที่จะต้องมีการถ่ายทอดสดการประชุม ร่วมกันของทั้ง ๒ กรรมาธิการให้ประชาชนได้ติดตามรับชมรับฟังด้วย ระบุลงไปให้ชัดเลยว่า ต้องจัดให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมไม่ว่าจะทางวิทยุโทรทัศน์ สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น ๆ เพื่อที่จะไม่ต้องไปเป็นดุลยพินิจของประธานกรรมาธิการในที่ประชุมร่วมว่าจะให้มี การถ่ายทอดสดหรือไม่ แบบนี้จะเหมาะสมกับคำที่กรรมาธิการของเราได้ร่างขึ้นมาว่า เพื่อดำเนินการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน โดยมีการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างทั่วถึง รอบด้าน และเป็นระบบครับ เพราะถ้าไม่มีการถ่ายทอดสดประชาชนจะตื่นตัวต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่แบบไหน ตื่นตัวได้หรือครับ เมื่อเขาไม่รับรู้ข่าวสารการดำเนินการใด ๆ เลย ของกรรมาธิการ เพราะถ้าไม่มีการถ่ายทอดสดประชาชนจะรับรู้หรือว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญ ไปถึงไหนแล้ว แล้วพวกเขาจะออกจากบ้านไปร่วมแสดงความคิดเห็นในขั้นตอนไหน ในประเด็นอะไร ผมมองไม่เห็นเลยว่าเราจะกลัวอะไรกับการอยู่ในแสงสว่างอย่างการถ่ายทอดสด ท่านประธานครับ นอกจากเรื่องการประชุมร่วมกันของทั้ง ๒ กรรมาธิการแล้ว อีกประเด็นหนึ่ง ที่กรรมาธิการสัดส่วนพรรคประชาชนขอสงวนความเห็นไว้ นั่นก็คือในเรื่องของการให้ กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นมารายงานความคืบหน้า รับฟังความเห็นข้อเสนอต่อสมาชิกรัฐสภา พูดง่าย ๆ ก็คือให้มีการประชุมร่วมกันของสมาชิก รัฐสภา กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นในที่ประชุมแห่งนี้ อย่างน้อยก็เดือนละ ๒ ครั้ง พอมาถึงตรงนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าองค์กรที่พอจะยึดโยงกับประชาชน มากที่สุด เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนมากที่สุด นั่นก็คือสมาชิกรัฐสภา สส. ชัดเจนว่า มีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ขณะที่ท่าน สว. โอเคครับ ท่านก็เป็นสัดส่วน ของกลุ่มสาขาอาชีพ ผมยกตัวอย่างนะครับ ผมในฐานะ สส. จังหวัดปทุมธานี อาจจะจัด กิจกรรม อาจจะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ฟังเสียงประชาชนในพื้นที่ในประเด็นต่าง ๆ ที่ประชาชนอยากเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรจะมีอะไรบ้าง พอได้ฟังแล้วก็มาเป็น ปากเสียงให้กับพี่น้องชาวปทุมธานีในที่ประชุมร่วมแห่งนี้นำมาเสนอต่อที่ประชุมที่มีทั้ง กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีทั้งกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น ท่าน สว. ท่านก็ไปเปิดเวที กับกลุ่มอาชีพ กลุ่มสาขาต่าง ๆ รับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มอาชีพ แล้วก็นำมาเสนอต่อ ที่ประชุมที่มีทั้งกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ มีทั้งกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น อภิปรายให้ ข้อเสนอแนะ ให้ความเห็น เป็นปากเสียงให้พี่น้องประชาชน แต่ไม่ได้ไปมีส่วนร่วม ย้ำนะครับ เราไม่ได้ไปแทรกแซง เราไม่ได้ไปมีส่วนร่วมกับการร่างรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ที่ห่วงว่าถ้ามี การประชุมร่วมกัน ถ้ามีการรายงานต่อที่ประชุมรัฐสภาแล้วจะทำให้เกิดการแทรกแซง เพื่อประโยชน์ส่วนตน หรือเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนั้น พูดตรง ๆ ครับ ถ้าคนมันจะแทรกแซง เขาไปทำอย่างลับ ๆ ไม่ดีกว่าหรือครับ ถ้าคนจะแทรกแซง เขาไปเรียกนอกรอบ ไปเรียกเข้า War Room ไม่มาพูดผ่านเวทีสภาแบบนี้หรอกครับ เวทีสภาที่มีการบันทึกการประชุม เวทีสภาที่มีการถ่ายทอดสดการประชุม พี่น้องประชาชน ติดตามรับชมทั้งบ้านทั้งเมือง เขาไม่มาทำแบบนี้หรอกครับ ดังนั้นครับท่านประธาน นี่จึงเป็น เหตุผลที่ผมขอสงวนความเห็นตามเหตุผลที่ได้อภิปรายไป ขอบคุณมากครับ