รายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ)
วันอังคารที่ ๓๐ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑
ณ ห้องประชุมวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ
ก็ถือว่าที่ประชุมอนุมัตินะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
๑.๑ รับทราบพระบรมราชโองการ
ด้วยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ขอเชิญท่านสมาชิกโปรดยืนขึ้น รับฟังพระบรมราชโองการ ขอเชิญท่านเลขาธิการอ่านพระบรมราชโองการทั้ง ๒ ฉบับ เชิญครับ
“พระบรมราชโองการ
ประกาศ
แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ปร.
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
ด้วยความเปึนรัฐมนตรีของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ได้สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๘๒ วรรคหนึ่ง (๕) และประธานสภาผู้แทนราษฎรได้นําความกราบบังคมทูล พระกรุณาว่าสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๑ เห็นชอบด้วย ในการแต่งตั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่า กึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร
จึงทรงพระราชดําริว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนผู้ที่สมควร ไว้วางพระราชหฤทัยให้ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๗๑ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรีบริหารราชการแผ่นดิน ตั้งแต่บัดนี้เปึนต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ เปึนป้ที่ ๖๓ ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร”
“พระบรมราชโองการ
ประกาศ
แต่งตั้งรัฐมนตรี
(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ปร.
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ ๑๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ แล้ว นั้น
บัดนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควร ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบไปแล้ว
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๗๑ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เปึน รองนายกรัฐมนตรี
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เปึน รองนายกรัฐมนตรี
พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ เปึน รองนายกรัฐมนตรี
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เปึน รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี
นายวีระชัย วีระเมธีกุล เปึน รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี
พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
นายกรณ์ จาติกวณิช เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เปึน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
นายพฤฒิชัย ดํารงรัตน์ เปึน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
นายกษิต ภิรมย์ เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
การต่างประเทศ
นายชุมพล ศิลปอาชา เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
การท่องเที่ยวและกีฬา
นายวิฑูรย์ นามบุตร เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษย์
นายธีระ วงศ์สมุทร เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร
และสหกรณ์
นายชาติชาย พุคยาภรณ์ เปึน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร
และสหกรณ์
นายโสภณ ซารัมย์ เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ เปึน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
คมนาคม
นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร เปึน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
คมนาคม
นายสุวิทย์ คุณกิตติ เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร
ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร
นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
นางพรทิวา นาคาศัย เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
นายอลงกรณ์ พลบุตร เปึน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
พาณิชย์
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เปึน รัฐมนตรีว่ากากระทรวงมหาดไทย
นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ เปึน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
มหาดไทย
นายถาวร เสนเนียม เปึน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
มหาดไทย
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
นายไพฑูรย์ แก้วทอง เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
นายธีระ สลักเพชร เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
ศึกษาธิการ
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เปึน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
ศึกษาธิการ
นางสาวนริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ เปึน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
ศึกษาธิการ
นายวิทยา แก้วภราดัย เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
นายมานิต นพอมรบดี เปึน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
สาธารณสุข
นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
อุตสาหกรรม
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เปึนต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ เปึนป้ที่ ๖๓ ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี”
เชิญนั่งครับ
ระเบียบวาระที่ ๑.๒ รับทราบเรื่อง การถ่ายทอดการประชุม ทางวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์
ด้วยในการประชุมเพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันนี้ นอกจากจะมีการถ่ายทอดทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสถานี วิทยุกระจายเสียงรัฐสภาตามปกติแล้ว ผมได้อนุญาตให้มีการถ่ายทอดการประชุม ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑ วรรคสอง จนเสร็จสิ้น การประชุม แจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงาน การประชุม ไม่มี
ต่อไปเปึนการพิจารณาเรื่องด่วน
คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา ๑๗๖ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย
ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๗๖ ได้บัญญัติให้ คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและชี้แจง การดําเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ตามมาตรา ๗๕ โดยไม่มีการลงมติ ความไว้วางใจ ขอเชิญท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงนโยบาย เชิญครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ
ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้กระผมเปึนนายกรัฐมนตรี ตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๑๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ นั้น
บัดนี้คณะรัฐมนตรีได้กําหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดิน เรียบร้อยแล้ว โดยยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขและครอบคลุมถึงแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ตามบทบัญญัติในหมวด ๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย คณะรัฐมนตรี จึงขอแถลงนโยบายดังกล่าวต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อให้ทราบถึงแนวทาง การบริหารราชการแผ่นดินที่รัฐบาลจะดําเนินการเพื่อนําสังคมไทยกลับคืนสู่ความ สมัครสมานสามัคคี เอื้ออาทร และคนไทยมีความสุขถ้วนหน้า พร้อมทั้งนําประเทศไทย ให้ผ่านพ้นวิกฤติเศรษฐกิจครั้งสําคัญเพื่อให้สามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ
รัฐบาลเข้าบริหารประเทศในช่วงที่สังคมไทยมีความขัดแย้งและมีความ แตกแยก เนื่องจากมีความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องการเมืองและการบริหารประเทศ ความขัดแย้งดังกล่าวระหว่างกลุ่มประชาชนได้ทวีความรุนแรงขึ้นจนส่งผลให้การบริหาร บ้านเมืองในช่วงที่ผ่านมาขาดความก้าวหน้าในการพัฒนาประเทศในเรื่องต่าง ๆ ที่มีความสําคัญเร่งด่วน และมีผลกระทบต่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ความขัดแย้ง ดังกล่าวเปึนจุดอ่อนของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปัจจุบันที่เศรษฐกิจโลกได้เข้าสู่ ภาวะวิกฤติที่มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบศตวรรษ
วิกฤติเศรษฐกิจโลกครั้งนี้เริ่มต้นจากวิกฤติการณ์สถาบันการเงิน ในสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งได้ส่งผลเชื่อมโยงถึงระบบการเงินของโลก ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นี้จะไม่ได้มีผลกระทบต่อสถาบันการเงินของประเทศโดยตรง แต่ก็มีผลกระทบให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนของต่างชาติออกจากประเทศในช่วง ดังกล่าวและส่งผลให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์เข้าสู่จุดต่ําสุดในรอบ ๕ ป้ เมื่อเดือนตุลาคม
ความเสียหายต่อระบบการเงินอย่างรุนแรงได้ส่งผลให้เศรษฐกิจ ของประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ์น และอีกหลายประเทศในยุโรปเข้าสู่ ภาวะเศรษฐกิจถดถอย และขณะนี้อุตสาหกรรมใหญ่ในประเทศพัฒนาแล้ว เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ การบิน และอิเล็กทรอนิกส์ เปึนต้น กําลังประสบปัญหาทางการเงิน ถึงขั้นที่อาจจะล้มละลาย และได้มีการปลดคนงานออกแล้วเปึนจํานวนนับล้านคน เศรษฐกิจไทยเริ่มได้รับผลกระทบจากภาวการณ์ชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกเร็วกว่า ที่หลายฝ์ายคาดการณ์ไว้ ดังจะเห็นได้จากมูลค่าการส่งออกในเดือนพฤศจิกายน ในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาลดลง ร้อยละ ๑๘.๖ และปริมาณการส่งออกลดลง ร้อยละ ๒๒.๖ จํานวนนักท่องเที่ยวในเดือนกันยายนลดลง ร้อยละ ๑๖.๕ ยอดส่งเสริม การลงทุนในช่วง ๑๑ เดือน ลดลง ร้อยละ ๔๐ และภาคการก่อสร้างอยู่ในภาวะหดตัว รวมถึงประมาณการรายได้ของรัฐบาลในรูปภาษีและรายได้อื่น ๆ ในป้งบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๒ มีแนวโน้มจะปรับลดลงจากประมาณการเดิมประมาณ ร้อยละ ๑๐
ในป้ ๒๕๕๒ เศรษฐกิจโลกโดยรวมมีแนวโน้มจะขยายตัวได้เพียงเล็กน้อย และจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับภาวะชะลอตัวของการส่งออก การลดลง ของจํานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ การลดลงของราคาสินค้าเกษตร และการชะลอ การลงทุนของภาคเอกชน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อจํานวนคนว่างงานที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก ๕ แสนคนในปัจจุบันเปึน ๑ ล้านคน และจะกระทบต่อเนื่องไปถึงปัญหาความยากจน ปัญหาสังคม และอาชญากรรมเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นความขัดแย้งทางการเมืองซึ่งขยาย ไปสู่ความขัดแย้งในภาคประชาชนในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว ก็จะทําให้เศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยวของประเทศเข้าสู่ภาวะถดถอยในที่สุด
นอกจากปัญหาสําคัญเร่งด่วนดังกล่าวแล้วรัฐบาลจะให้ความสําคัญแก่ ปัญหาพื้นฐานระยะยาวของประเทศไทย ในปัจจุบันคนไทยยังมีการศึกษาโดยเฉลี่ย ประมาณ ๙ ป้น้อยกว่าประเทศในแถบเอเชีย ซึ่งมีค่าเฉลี่ยประมาณ ๑๐ - ๑๒ ป้ คุณภาพ การศึกษายังมีปัญหาส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนต่ํากว่ามาตรฐาน ในวิชาสําคัญ เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ คนไทยมีอายุ ยืนยาวขึ้น แต่ก็มีปัญหาสุขภาพเพิ่มขึ้น ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ป์วยเปึนโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และหัวใจ ซึ่งโรคเหล่านี้รักษาให้หายได้ยากและมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง นอกจากนี้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และยาเสพติดยังคงเปึนปัญหาสําคัญ ของสังคมไทย และความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังคงทวี ความรุนแรงขึ้นส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของคนไทย และความสามารถในการ แข่งขันของประเทศ
ดังนั้นรัฐบาลจะดําเนินนโยบายพื้นฐานควบคู่กันไปกับการแก้ไขปัญหา เร่งด่วน เพื่อให้มีการพัฒนาที่ยั่งยืน เช่น การเตรียมพร้อมสําหรับสังคมผู้สูงอายุ การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน ความมั่นคงของอาหารและพลังงาน การสร้างเศรษฐกิจฐานความรู้ การแก้ไขความยากจนและลดความเหลื่อมล้ําของรายได้ การพัฒนาธรรมาภิบาล การพัฒนาพื้นที่และกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่น การสร้างบทบาท ของไทยในเวทีโลก และการเชื่อมโยง และความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศ ในภูมิภาค เปึนต้น ท่านประธานที่เคารพ
รัฐบาลถือเปึนภารกิจที่สําคัญอย่างยิ่งที่จะต้องนําประเทศไทยให้รอดพ้น จากวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่กําลังเกิดขึ้นและพัฒนาไปสู่การเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน แก้ไขวิกฤติทางสังคมที่มีความแตกแยกและพัฒนาให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ยุติวิกฤติทางการเมือง และปฏิรูปการเมืองให้มีความมั่นคงตามแนวทางระบอบ ประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ในการนี้รัฐบาลจะดําเนินการให้บรรลุ ภารกิจดังกล่าวภายใต้แนวทางพื้นฐานหลัก ๔ ประการคือ
หนึ่ง ปกปัองและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มีความมั่นคงในการ เปึนศูนย์รวมจิตใจและความรักสามัคคีของคนในชาติและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ไว้เหนือความขัดแย้งทุกรูปแบบพร้อมทั้งดําเนินการทุกวิถีทางอย่างจริงจังเพื่อปัองกัน มิให้มีการล่วงละเมิดพระบรมเดชานุภาพ
สอง สร้างความปรองดองสมานฉันท์บนพื้นฐานของความถูกต้องยุติธรรม และการยอมรับของทุกภาคส่วน
สาม ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ให้ขยายตัวอย่างยั่งยืน และบรรเทาผลกระทบของ ภาวะเศรษฐกิจที่ประชาชนจะประสบ
สี่ พัฒนาประชาธิปไตยและระบบการเมือง ให้มีความมั่นคง มีการปฏิบัติ ตามกฎหมาย และบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค เปึนธรรม และเปึนที่ยอมรับ ของสากล ท่านประธานที่เคารพ
รัฐบาลจะบริหารราชการแผ่นดินโดยน้อมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงที่เน้นการใช้คุณธรรมนําความรู้และจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทยอย่างเคร่งครัด โดยแบ่งการดําเนินการเปึน ๒ ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน ที่จะเริ่มดําเนินการและมีกําหนดเวลาแล้วเสร็จในป้แรกอย่างชัดเจนและระยะ การบริหารราชการ ๓ ป้ของรัฐบาลซึ่งมีกําหนดเริ่มต้นตั้งแต่ป้แรกเปึนต้นไป ดังต่อไปนี้
๑. นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดําเนินการในป้แรก
๑.๑ การสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ภาคประชาชนและเอกชนในการลงทุนและการบริโภค
๑.๑.๑ เสริมสร้างความสมานฉันท์และความสามัคคีของ คนในชาติให้เกิดขึ้นโดยเร็วโดยใช้แนวทางสันติรับฟังความเห็นจากทุกฝ์ายและหลีกเลี่ยง การใช้ความรุนแรงรวมทั้งฟุ๋นฟูระเบียบสังคมและบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม และเปึนธรรมแก่ทุกฝ์าย ตลอดจนสนับสนุนองค์กรตามรัฐธรรมนูญให้มีส่วนร่วมในการ สร้างความสมานฉันท์
๑.๑.๒ จัดให้มีสํานักงานบริหารราชการจังหวัดชายแดน ภาคใต้เปึนองค์กรถาวร และกําหนดจังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนเขตพัฒนาพิเศษ ที่มีการสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ํา สิทธิพิเศษด้านภาษี และอุตสาหกรรมฮาลาล และสนับสนุนให้เปึนเขตพัฒนาพิเศษที่มีความยืดหยุ่นและหลากหลายทางศาสนา และวัฒนธรรม
๑.๑.๓ ปฏิรูปการเมือง โดยจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษา แนวทางการดําเนินการปฏิรูป โดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพื่อวางระบบ การบริหารประเทศให้มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพ ในแนวทางการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข มีความเหมาะสมสอดคล้องกับ สภาพสังคมไทย และเปึนไปตามความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
๑.๑.๔ เร่งสร้างความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตาของ ชาวโลก โดยจะร่วมมือกับรัฐสภาในการพิจารณาอนุมัติเอกสารที่เกี่ยวข้องที่ประเทศไทย จะต้องลงนามในช่วงของการประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียนให้แล้วเสร็จภายใน เดือนมกราคม ๒๕๕๒ และเตรียมความพร้อมเปึนเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอด ผู้นําอาเซียน ครั้งที่ ๑๔ ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ในฐานะที่ประเทศไทยเปึนประธาน
๑.๑.๕ ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจที่กําลังประสบปัญหาเปึนการเร่งด่วน โดยจัดทําเปึนแผนฟุ๋นฟูเศรษฐกิจระยะสั้นให้แล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม ๒๕๕๒ พร้อมทั้งจัดทํางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พุทธศักราช. ๒๕๕๒ เพื่อนําเม็ดเงินของรัฐเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและบรรเทาภาวะความเดือดร้อนของประชาชน และภาคธุรกิจ
๑.๑.๖ เร่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ และเร่งรัดมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยดําเนินการร่วมกันระหว่างภาครัฐ และเอกชนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวการปรับแผนงบประมาณของส่วนราชการ ประจําป้งบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๒ เพื่อจัดฝ๊กอบรมและสัมมนาให้กระจาย ทั่วประเทศ รวมทั้งลดหย่อนค่าธรรมเนียมและค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
๑.๑.๗ เร่งลงทุนเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการลงทุน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ การลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างระบบบริการ สุขภาพที่มุ่งสู่การปัองกันและส่งเสริมสุขภาพ การลงทุนพัฒนาระบบขนส่งมวลชน และการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ําและการชลประทาน ให้สามารถเริ่มดําเนินโครงการ ได้ในป้ ๒๕๕๒
๑.๒ การรักษาและเพิ่มรายได้ของประชาชน
๑.๒.๑ ร่วมมือกับภาคเอกชนในการดําเนินมาตรการชะลอ การเลิกจ้างและปัองกันการขยายตัวของการเลิกจ้างในภาคอุตสาหกรรมและบริการ ทั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดย่อม โดยใช้มาตรการจูงใจเพื่อลดภาระ ของภาคเอกชนในการชะลอการเลิกจ้างงาน
๑.๒.๒ ดําเนินมาตรการเร่งด่วนเฉพาะหน้า เพื่อรองรับปัญหา แรงงานว่างงานจากภาคอุตสาหกรรมและนักศึกษาจบใหม่ โดยจัดโครงการฝ๊กอบรม แรงงานที่ว่างงานประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คน ในระยะเวลา ๑ ป้
๑.๒.๓ เร่งรัดดําเนินการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ของผู้ถูกเลิกจ้างและผู้ว่างงานอันเนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจ เช่น การเพิ่มวงเงิน ให้กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเพื่อช่วยเหลือลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง
๑.๒.๔ สร้างหลักประกันด้านรายได้แก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้ ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ หรือไม่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ โดยจัดสรร เบี้ยยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไป ที่แสดงความจํานงโดยการขอขึ้นทะเบียน เพื่อขอรับการสงเคราะห์ รวมทั้งขยายเพดานให้กู้ยืมจากกองทุนผู้สูงอายุเปึน ๓๐,๐๐๐ บาทต่อราย
๑.๒.๕ เพิ่มมาตรการด้านการคลัง เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ ของประชาชนและกระตุ้นธุรกิจในสาขาที่ได้รับผลกระทบ
๑.๒.๖ สร้างรายได้และศักยภาพทางเศรษฐกิจในระดับ ฐานราก โดยการจัดตั้งกองทุนเศรษฐกิจพอเพียง และจัดสรรเงินเพิ่มเติมให้จากวงเงิน ที่เคยจัดสรรให้เดิม เพื่อพัฒนาแหล่งน้ําและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติระดับชุมชน ลดต้นทุนปัจจัยการผลิตทางการเกษตร รวมทั้งเร่งรัดและลดขั้นตอนของภาครัฐ เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้อย่างรวดเร็ว
๑.๒.๗ ดําเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ผ่านกลไกและเครื่องมือของรัฐให้มีประสิทธิภาพ และเร่งสร้างระบบประกันความ เสี่ยงทางการเกษตร ทั้งระบบประกันความเสี่ยงราคาพืชผลผ่านกลไกตลาดซื้อขาย ล่วงหน้าสินค้าเกษตร และระบบประกันภัยพืชผลอันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ
๑.๒.๘ เร่งรัดและพัฒนาตลาดและระบบการกระจายสินค้า ของสินค้าเกษตรและสินค้าชุมชน เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศและการส่งออก
๑.๒.๙ จัดตั้งสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อให้เกษตรกรมีส่วนร่วม ในการเสนอนโยบายและวางแผนพัฒนาเกษตรอย่างเปึนระบบ และมีระบบคุ้มครองและ รักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร รวมทั้งพัฒนาความเข้มแข็งของเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน
๑.๒.๑๐ ส่งเสริมบทบาทอาสาสมัครสาธารณสุขประจํา หมู่บ้าน หรือ อสม. ทั่วประเทศให้ปฏิบัติงานเชิงรุก ในการส่งเสริมสุขภาพในท้องถิ่น และชุมชน การดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ การดูแลผู้ป์วยในโรงพยาบาล และการ เฝัาระวังโรคในชุมชน โดยจัดให้มีสวัสดิการค่าตอบแทนให้แก่ อสม. เพื่อสร้างแรงจูงใจ หนุนเสริมให้ปฏิบัติงานได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ
๑.๓ การลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
๑.๓.๑ ให้ทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาฟรี ๑๕ ป้ โดยสนับสนุนตําราในวิชาหลักให้แก่ทุกโรงเรียน จัดให้มีชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียน ฟรีให้ทันป้การศึกษา ๒๕๕๒ และสนับสนุนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพื่อชดเชยรายการต่าง ๆ ที่โรงเรียนเรียกเก็บจากผู้ปกครอง
๑.๓.๒ กํากับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการ ที่มีความจําเปึนต่อการครองชีพ ให้มีราคาที่เปึนธรรม สะท้อนต้นทุนอย่างเหมาะสม และไม่เปึนการเอาเปรียบผู้บริโภค
๑.๓.๓ ดําเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ในส่วนของการเดินทาง ก๊าซหุงต้ม และบริการด้านสาธารณูปโภค โดยปรับปรุงมาตรการ ที่มีอยู่เดิมให้สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจและอยู่บนหลักการของการใช้และบริโภค อย่างประหยัด
๑.๓.๔ ใช้กองทุนน้ํามันในการรักษาเสถียรภาพของ ราคาน้ํามันอย่างมีประสิทธิภาพและเปึนประโยชน์ต่อการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน และการใช้น้ํามันอย่างประหยัด
๑.๔ จัดตั้งคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ และคณะกรรมการ ร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. เพื่อเร่งรัดติดตาม แก้ไขปัญหา ลดขั้นตอนในการปฏิบัติและกําหนดมาตรการและโครงการเพื่อฟุ๋นฟู เศรษฐกิจในภาวะเร่งด่วน ท่านประธานที่เคารพ
ในส่วนของนโยบายที่จะดําเนินการในช่วงระยะเวลา ๓ ป้ ของรัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลจะดําเนินนโยบายหลัก ซึ่งปรากฏตามนโยบายข้อที่ ๒ ถึงข้อที่ ๘ ในหน้าที่ ๙ ถึง ๓๕ ของเอกสารคําแถลงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งได้แจกให้ท่านสมาชิกรัฐสภา ผู้ทรงเกียรติล่วงหน้าแล้ว เพื่อความกระชับ ผมใคร่ขอกล่าวถึงนโยบายข้อที่ ๒ ถึงข้อที่ ๘ โดยย่อดังนี้
๒. นโยบายความมั่นคงของรัฐ
รัฐบาลจะปกปัองและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มีความมั่นคง ในการเปึนศูนย์รวมจิตใจและความรักสามัคคีของคนในชาติ โดยการเสริมสร้างจิตสํานึก ให้มีความจงรักภักดี เทิดทูน ปกปัองสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งปัองกันอย่างจริงจัง มิให้มีการล่วงละเมิดพระบรมเดชานุภาพ นอกจากนั้นจะพัฒนาศักยภาพการปัองกัน ประเทศให้มีความพร้อมในการรักษาเอกราชอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน รวมทั้ง การคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติ เสริมสร้างสันติภาพของการอยู่ร่วมกันกับประเทศ เพื่อนบ้าน โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยการเจรจาโดยสันติวิธี และแก้ไข ปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองทั้งระบบ และเสริมสร้างศักยภาพในการจัดการกับปัญหา ภัยคุกคามข้ามชาติ โดยให้ความสําคัญแก่การพัฒนาระบบและกลไกต่าง ๆ ให้พร้อมที่จะ ปัองกันและแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ
๓. นโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต มี ๖ ด้าน คือด้านการศึกษา ด้านแรงงาน ด้านสาธารณสุข ด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ด้านสวัสดิการสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ และด้านการกีฬาและนันทนาการ
๑. นโยบายการศึกษา
รัฐบาลจะปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบตั้งแต่ระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐานจนถึงระดับอุดมศึกษา และจัดให้ทุกคนมีโอกาสได้เรียนฟรีจริง ๑๕ ป้ ตั้งแต่ ระดับอนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย ปรับปรุงระบบการบริหารจัดการกองทุน ให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาให้มีการประนอมและไกล่เกลี่ยหนี้ รวมทั้งขยายกองทุนให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาระดับอาชีวศึกษา และปริญญาตรีมากขึ้น รัฐบาลจะพัฒนาครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้ ได้ครูดี ครูเก่ง มีคุณธรรม มีคุณภาพ และมีวิทยฐานะสูงขึ้น ลดภาระงานครูที่ไม่เกี่ยวกับ การเรียนการสอนตามโครงการคืนครูให้นักเรียน และมีการดูแลคุณภาพชีวิตของครู ด้วยการปรับโครงสร้างหนี้และจัดตั้งกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตครู รัฐบาลจะยึดเกณฑ์ การประเมินของสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาเปึนหลัก ในการยกระดับคุณภาพโรงเรียนที่ต่ํากว่าเกณฑ์มาตรฐาน ยกระดับคุณภาพมาตรฐาน การศึกษาระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาไปสู่ความเปึนเลิศ และส่งเสริมความเปึนเลิศ ของมหาวิทยาลัยไปสู่การเปึนศูนย์กลางทางการศึกษาและวิจัยพัฒนาในภูมิภาค ส่งเสริม ให้เด็ก เยาวชน และประชาชนใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศเชิงสร้างสรรค์ อย่างชาญฉลาดเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ นอกจากนี้จะส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วม ในการพัฒนาการศึกษาทั้งระบบและเร่งรัดการลงทุนด้านการศึกษาและการเรียนรู้ อย่างบูรณาการในทุกระดับการศึกษาและในชุมชน
๒. นโยบายแรงงาน
รัฐบาลจะดําเนินการให้แรงงานทั้งในและนอกระบบได้รับการ คุ้มครองตามมาตรฐานแรงงานไทย โดยเฉพาะในด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพการจ้างงาน ปฏิรูประบบประกันสังคมให้มีความเข้มแข็งมั่นคง ขยายความคุ้มครอง ถึงบุตรและคู่สมรสของผู้ประกันตนในเรื่องการเจ็บป์วย รวมทั้งเพิ่มสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เพิ่มเติมให้แก่ผู้ประกันตน รัฐบาลจะพัฒนาและฝ๊กอบรมแรงงานทุกระดับให้มีความรู้ และทักษะฝ้มือที่มีมาตรฐานสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและสอดคล้อง กับความต้องการของตลาดแรงงาน ส่งเสริมให้แรงงานไทยไปทํางานต่างประเทศ อย่างมีศักดิ์ศรีและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ในด้านสวัสดิการด้านแรงงานจะจัดตั้งสถาบัน ความปลอดภัยในการทํางาน จัดให้มีสถานดูแลเด็กอ่อนในสถานประกอบการและเพิ่ม ศักยภาพกองทุนเงินทดแทนในการดูแลลูกจ้างที่ประสบอันตรายเนื่องจากการทํางาน รวมทั้งจัดระบบดูแลด้านสวัสดิการแรงงานของกลุ่มแรงงานนอกระบบ นอกจากนั้น จะจัดระบบการจ้างงาน แรงงานต่างด้าวให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิต และส่งเสริมการทํางานของผู้สูงอายุและคนพิการ
๓. นโยบายด้านสาธารณสุข
รัฐบาลจะสนับสนุนการดําเนินการตามแนวทางของกฎหมาย สุขภาพแห่งชาติ โดยเร่งดําเนินมาตรการสร้างเสริมสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อ สุขภาพและการเจ็บป์วยเรื้อรัง สร้างขีดความสามารถในการเฝัาระวัง ปัองกัน ควบคุมโรค วินิจฉัยและดูแลรักษาพยาบาลอย่างเปึนระบบ เพื่อปัองกันปัญหาการป์วยและตาย ด้วยโรคอุบัติใหม่ที่รวมถึงโรคที่มีการกลายพันธุ์เปึนสายพันธุ์ใหม่ และโรคระบาดซ้ําในคน อย่างทันต่อสถานการณ์ รัฐบาลจะปรับปรุงระบบบริการด้านสาธารณสุข โดยลงทุน พัฒนาระบบบริการสุขภาพของภาครัฐในทุกระดับให้ได้มาตรฐาน ยกระดับสถานีอนามัย เปึนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจําตําบล และพัฒนาระบบเครือข่ายการส่งต่อ ในทุกระดับให้มีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงกันทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน นอกจากนี้รัฐบาล จะให้ความสําคัญอย่างจริงจังในการลงทุนผลิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข รวมทั้งปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพด้านการแพทย์ ให้มีการกระจายบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขอย่างสอดคล้องกับความต้องการ ของพื้นที่ และผลักดันการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเปึนศูนย์กลางด้านสุขภาพและ การรักษาพยาบาลในระดับนานาชาติ
๔. นโยบายศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม
รัฐบาลจะส่งเสริมการทํานุบํารุงและรักษาศิลปวัฒนธรรมไทย ทุกด้าน รวมทั้งศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและภูมิปัญญาไทย ให้มีความก้าวหน้า เสริมสร้าง บทบาทของสถาบันครอบครัวร่วมกับสถาบันทางศาสนา สถาบันการศึกษา และสถาบัน ทางสังคมอื่น ๆ ในการปลูกฝังค่านิยมและจิตสํานึกที่ดีและการเฝัาระวังทางวัฒนธรรม ที่มีผลกระทบต่อการเบี่ยงเบนพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน รวมทั้งสนับสนุนการผลิต สื่อสร้างสรรค์ สร้างกระแสเชิงบวกให้แก่สังคม และเป่ดพื้นที่สารธารณที่ดีให้แก่เด็ก และเยาวชน สนับสนุนการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งความหลากหลายของศิลปะ และวัฒนธรรมไทย เพื่อการศึกษาเรียนรู้และเผยแพร่สู่สังคมโลก ตลอดจนใช้ประโยชน์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชาวโลกและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ รัฐบาล ขอให้ความมั่นใจว่าจะส่งเสริมการปรับปรุงองค์กรและกลไกที่รับผิดชอบด้านศาสนา ด้วยการบริหารจัดการ ส่งเสริม ทํานุบํารุงศาสนา มีความเปึนเอกภาพและประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมความเข้าใจอันดีและสมานฉันท์ระหว่างศาสนิกชนของทุกศาสนา
๕. นโยบายสวัสดิการสังคม และความมั่นคงของมนุษย์
รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาความยากจน โดยการจัดหาที่ดินทํากินให้แก่ ผู้มีรายได้น้อย ส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ เช่น การปลูกป์า สร้างความเข้มแข็งของ กองทุนหมู่บ้านและแหล่งเงินทุนอื่น ๆ ในระดับชุมชน ให้มีกลไกที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และให้ชุมชนสามารถตัดสินใจและนําไปใช้ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุนชนได้ ปรับโครงสร้างหนี้ภาคประชาชนเพื่อนําไปสู่การลดหนี้หรือยืดเวลาชําระหนี้หรือลดอัตรา ดอกเบี้ย หรือพักชําระดอกเบี้ย รัฐบาลถือเปึนภารกิจสําคัญที่จะแร่งรัดปรับปรุงแก้ไข ปัญหาคุณภาพการอยู่อาศัย คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมชุมชน โดยเฉพาะชุมชนผู้มี รายได้น้อยให้ดียิ่งขึ้น การสร้างความมั่นคงในทางชีวิตให้ผู้สูงอายุ โดยเน้นบทบาท สถานะทางสังคมและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ และการสร้างระบบประกัน ชราภาพ เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่วัยสูงอายุอย่างมั่นคง ส่งเสริมความเสมอภาคระหว่าง ชายหญิง ขจัดการกระทําความรุนแรง และการเลือกปฏิบัติต่อเด็ก สตรี และผู้พิการ ให้การคุ้มครองและส่งเสริมการจัดสวัสดิการทางสังคมที่เหมาะสมแก่ผู้ยากไร้ ผู้พิการ หรือทุพพลภาพ และผู้ที่อยู่ในภาวะยากลําบาก ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พึ่งตนเองได้ รัฐบาลจะเร่งรัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเปึนระบบครบวงจร และเพิ่ม ประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยส่งเสริม ให้มีระบบติดตามและเฝัาระวังปัญหาอาชญากรรมที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและสร้าง เครือข่ายอาสาสมัครชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ รัฐบาลจะให้ความสําคัญในการคุ้มครอง ผู้บริโภคในทุกมิติ โดยเฉพาะการใช้กลไกทางกฎหมายในการปัองกันการเอาเปรียบ ผู้บริโภคในด้านอื่น ๆ เช่น การโฆษณาเกินเวลา การโฆษณาแฝง หรือการใช้สื่อ เพื่อประโยชน์ส่วนตน
๖. นโยบายการกีฬาและนันทนาการ
รัฐบาลจะเสริมสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มออกกําลังกาย และเล่นกีฬา โดยประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคธุรกิจ เอกชน ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีส่วนร่วมในการพัฒนากีฬา พัฒนา กีฬาสู่ความเปึนเลิศ โดยจัดตั้งศูนย์ฝ๊กกีฬาแห่งชาติ พร้อมทั้งนําวิทยาศาสตร์การกีฬา มาใช้ ส่งเสริมกีฬาไทยให้เปึนที่รู้จักอย่างกว้างขวางและได้รับการยอมรับจากสากลยิ่งขึ้น ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ด้านการกีฬา รวมทั้งจัดสร้างลานกีฬาในทุกหมู่บ้านและชุมชน และจะปรับปรุงกฎหมาย การกีฬาและที่เกี่ยวข้อง โดยจัดให้มีกฎหมายกีฬาอาชีพ กฎหมายเกี่ยวกับสวัสดิการ นักกีฬา และกฎหมายอื่น ๆ
๔. นโยบายเศรษฐกิจ มี ๕ ด้าน คือ ด้านการบริหารเศรษฐกิจมหภาค ด้านการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านพลังงาน และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ด้านนโยบายการบริหารเศรษฐกิจมหภาค
รัฐบาลจะสนับสนุนให้เศรษฐกิจมีการเจริญเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ บริหารสภาพคล่องทางการเงินภายในประเทศ และดูแลการเคลื่อนย้ายทุนระหว่าง ประเทศ รวมทั้งการเพิ่มความร่วมมือทางด้านการเงินภายใต้กรอบการประชุมสุดยอด ผู้นําอาเซียน เพื่อให้สามารถช่วยเหลือและร่วมกันแก้ไขปัญหาในกรณีที่เกิด วิกฤตเศรษฐกิจและการเงินในภูมิภาค รัฐบาลจะพัฒนาตลาดทุนและระบบสถาบัน การเงินให้เข้มแข็ง และสามารถรองรับผลกระทบจากความผันผวนของสภาวะการเงินโลก และให้สามารถสนับสนุนการลงทุนและการดําเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง ในด้านการรักษาวินัยการคลัง จะปรับปรุงแนวทางการจัดสรรงบประมาณของประเทศ ให้สอดคล้องกับกําลังเงินของแผ่นดิน ปรับปรุงโครงสร้างภาษีและการจัดเก็บภาษี เพื่อให้มีความเปึนธรรม โปร่งใส และสนับสนุนการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ รวมทั้งมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการประหยัดพลังงานและพลังงาน ทางเลือก กําหนดกรอบการลงทุนภาครัฐ ทั้งระยะปานกลางและระยะยาวที่ชัดเจน รวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจ โดยเน้นการพัฒนาการให้บริการ การใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด การลดต้นทุนดําเนินงาน การบริหารความเสี่ยง การบริหารจัดการภายใต้หลักธรรมาภิบาล และมีระบบการกํากับดูแลที่ดี
ด้านนโยบายปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจในภาคเกษตร
รัฐบาลจะเร่งรัดและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาระบบ โลจิสติกส์ทางการเกษตร ส่งเสริมอาชีพและขยายโอกาสการทําประมง ทั้งในระดับ พื้นบ้านและเชิงอุตสาหกรรม พัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมสัตว์น้ําควบคู่กับ การเจรจาส่งเสริมความร่วมมือกับต่างประเทศในการทําประมงนอกและในน่านน้ํา สากล พัฒนาและสร้างมูลค่าให้สินค้าปศุสัตว์ โดยพัฒนาการผลิตทุกขั้นตอนให้มี ความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ดูแลเสถียรภาพราคาและตลาดสินค้าเกษตร โดยจัดให้มีระบบประกันความเสี่ยงด้านราคาสินค้าเกษตร พัฒนาตลาดสินค้าเกษตร ล่วงหน้าให้มีความเข้มแข็ง สร้างตลาดกลางค้าส่งและค้าปลีกสินค้าเกษตรในทุกภูมิภาค และแก้ไขปัญหาหนี้สิน ฟุ๋นฟูอาชีพและความเปึนอยู่ของเกษตรกร ทั้งนี้รัฐบาลจะจัดตั้ง เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรอย่างครบวงจร และให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนสนับสนุนเงินทุนพัฒนาเครื่องจักรเพื่อแปรรูปขั้นต้นของ สินค้าเกษตร รัฐบาลให้ความสําคัญกับการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร โดยจะส่งเสริม การทําการเกษตรตามแนวพระราชดําริ ขยายกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาเกษตร ทฤษฎีใหม่ โครงการอาหารกลางวัน และธนาคารโค กระบือ ตามแนวพระราชดําริ และสนับสนุนการทําเกษตรอินทรีย์ เกษตรผสมผสาน วนเกษตร เร่งรัดการจัดหาแหล่งน้ํา ให้ทั่วถึงและเพียงพอ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ําเพื่อการผลิต ทางการเกษตร คุ้มครองและรักษาพื้นที่ที่เหมาะสมกับการทําเกษตรกรรม จัดหาที่ดิน ทํากินให้แก่เกษตรกรยากจนในรูปของธนาคารที่ดิน และเร่งรัดการออกเอกสารสิทธิ ให้แก่เกษตรยากจนและชุมชนที่ทํากินอยู่ในที่ดินของรัฐที่ไม่มีสภาพป์าแล้วในรูปของ โฉนดชุมชน รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรในรูปของนิคมการเกษตร นอกจากนี้ จะพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้มีคุณภาพและมีความสามารถในการบริหารจัดการ ในทุกรูปแบบ ผ่านระบบการเรียนรู้ทั้งในและนอกระบบการศึกษาเพื่อเสริมสร้าง ความมั่นคงภาคเกษตรและสังคมไทย
ภาคอุตสาหกรรม
รัฐบาลจะสร้างความแข็งแกร่งและความสามารถในการแข่งขัน ในตลาดโลกด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้า อุตสาหกรรม แก้ไขปัญหาเฉพาะและพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในอนาคต เช่น อุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรภายในประเทศ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมอัญมณี เปึนต้น ร่วมมือกับภาคเอกชนในการปรับปรุงคุณภาพ และมาตรฐานสินค้าให้ทัดเทียมและล้ําหน้าในระดับสากล เร่งผลิตบุคลากรด้านอาชีวะ ตามความต้องการของตลาดแรงงานอุตสาหกรรม สร้างความเข้มแข็งให้แก่อุตสาหกรรม ขนาดกลางและขนาดย่อม โดยรัฐสนับสนุนจัดตั้งเครือข่ายรวมกลุ่มและขยายขอบเขต การให้สินเชื่อ และประกันสินเชื่อผ่านระบบธนาคารและสถาบันการเงินของรัฐ รัฐบาล จะจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเพื่อส่งเสริมการลงทุนด้านอุตสาหกรรมที่มีความ สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ เช่น การพัฒนาพื้นที่ชายฝัืงทะเลภาคใต้ การจัดตั้ง เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เปึนต้น ทั้งนี้โดยคํานึงถึงการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนของ ชุมชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ และส่งเสริมให้อุตสาหกรรมมีความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งในด้านคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ และมาตรฐานความปลอดภัย ในสถานประกอบการและสิ่งแวดล้อม
ภาคการท่องเที่ยวและบริการ
รัฐบาลจะขยายฐานภาคบริการ โดยเพิ่มความหลากหลายของธุรกิจ บริการ และเชื่อมโยงธุรกิจภาคบริการ อุตสาหกรรม และเกษตรเข้าด้วยกัน ให้เปึนกลุ่มสินค้า เช่น ธุรกิจสุขภาพ อาหาร และการท่องเที่ยว รวมทั้งสินค้าบริการที่ใช้ ความคิดสร้างสรรค์บนพื้นฐานของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย และที่สําคัญที่สุด คือจะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทั้งของรัฐและเอกชน เพื่อสร้างศักยภาพด้านการท่องเที่ยว รัฐบาลจะจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านการท่องเที่ยว และกําหนดจุดขายของ แหล่งท่องเที่ยวของแต่ละภาคและกลุ่มจังหวัดให้มีความเหมาะสมเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เช่น กรุงเทพมหานครที่ทรงเสน่ห์ ภาคใต้เปึนศูนย์กลางท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก ภาคเหนือเปึนศูนย์กลางอารยธรรมล้านนา ภาคอีสานเปึนศูนย์กลางท่องเที่ยว เชิงประวัติศาสตร์ โบราณคดี วัฒนธรรมและชายแดน ภาคกลางเปึนศูนย์กลางท่องเที่ยว อารยธรรม มรดกโลก และมรดกธรรมชาติ เปึนต้น นอกจากนี้จะพัฒนามาตรฐาน บริการการตลาด และประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว โดยกําหนดกลยุทธ์ที่ชัดเจน เพื่อสนับสนุนจุดขายที่มีความโดดเด่นของไทยให้เปึนศูนย์กลางระดับโลก โดยเฉพาะ ความพร้อมของการให้บริการทางด้านศูนย์กลางการประชุมและแสดงสินค้าระหว่าง ประเทศ และศูนย์กลางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ การท่องเที่ยวทั้งหมดให้มีความทันสมัยและเพิ่มประสิทธิภาพของการบังคับใช้กฎหมาย ทางด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม
ด้านการตลาด การค้า และการลงทุน
รัฐบาลจะส่งเสริมระบบการค้าเสรีและเปึนธรรม บังคับใช้กฎหมาย แข่งขันทางการค้าและกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเคร่งครัด รวมทั้งออกกฎหมาย ค้าปลีกเพื่อกํากับดูแลธุรกิจค้าปลีกอย่างเปึนระบบ โดยให้ธุรกิจรายใหญ่และรายย่อย อยู่ร่วมกันได้อย่างเกื้อกูลและยั่งยืน ปรับปรุงมาตรการปัองกันการค้าที่ไม่เปึนธรรม ขยายตลาดสินค้าและบริการส่งออกของไทยไปสู่ประเทศใหม่ ๆ ใช้ประโยชน์จากข้อตกลง เขตการค้าเสรีทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ควบคู่ไปกับการเจรจาข้อตกลงเขตการค้า เสรีที่มีปัญหา ทั้งที่อยู่ระหว่างการเจรจา และที่ได้มีการเจรจาไปแล้ว เพื่อให้เกิดประโยชน์ สูงสุดต่อประเทศ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาครัฐ นอกจากนั้นจะส่งเสริมการลงทุนในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ โดยเฉพาะสินค้าอาหารและ บริการฮาลาล อุตสาหกรรมภาพยนตร์ สินค้าและบริการที่ใช้นวัตกรรมและภูมิปัญญา สินค้าที่เปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้มีการจดทะเบียนทรัพย์สิน ทางปัญญาให้ถูกต้อง และปกปัองคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของสินค้า และผลิตภัณฑ์ไทยในต่างประเทศ ปรับปรุงประสิทธิภาพและจัดระบบการอํานวย ความสะดวกทางการค้าและการลงทุนทางชายแดน และปรับปรุง และเร่งรัดกระบวนการ พิจารณาอุทธรณ์เรื่องภาษี
ด้านนโยบายการแข่งขันโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับคุณภาพ ชีวิตและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
รัฐบาลจะขยายการให้บริการสาธารณูปโภคที่มีความจําเปึน ต่อการดํารงชีวิตของประชาชนให้กระจายไปสู่ภูมิภาคอย่างทั่วถึง เพียงพอ และมีคุณภาพ ทั้งบริการน้ําสะอาด ไฟฟัา สื่อสาร โทรคมนาคมและที่อยู่อาศัย รวมทั้งพัฒนา ถนนไร้ฝุ์น โดยยกระดับมาตรฐานในชนบทเปึนถนนคอนกรีตหรือลาดยาง จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเร่งรัดการพัฒนาระบบการคมนาคมขนส่ง และโลจิสติกส์อย่างบูรณาการ พัฒนาระบบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ โดยเชื่อมโยงการขนส่งทางถนน ทางราง ทางน้ํา และทางอากาศอย่างเปึนระบบ ทั้งโครงข่ายระบบรถไฟฟัาขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รถไฟชานเมือง และเมืองหลักในภูมิภาค รถไฟทางคู่ โครงข่ายทางหลวงสายประธาน สายหลัก และโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหลักในภูมิภาคและระหว่างประเทศ ในขณะเดียวกันจะพัฒนากิจการพาณิชยนาวี ท่าเรือ ซึ่งรวมถึงท่าเรือแหลมฉบัง ให้มีมาตรฐานและทันสมัยระดับโลก ขยายขีดความสามารถของท่าอากาศสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานหลักในภูมิภาค และใช้ท่าอากาศยานดอนเมืองให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมการบิน ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรม เกี่ยวข้องด้านการขนส่ง เช่น การต่อเรือ การต่อตู้รถไฟ และรถไฟฟัา เปึนต้น และเร่งแก้ไข ปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดําเนินการโครงการขนาดใหญ่อย่างจริงจัง นอกจากนั้นจะพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ แนวเศรษฐกิจตะวันออก - ตะวันตก โครงการสะพาน เศรษฐกิจเชื่อมอ่าวไทยและอันดามัน และแนวเศรษฐกิจอินโดนีเซีย - มาเลเซีย - ไทย ตลอดจนปรับปรุงระบบอํานวยความสะดวกทางการค้าและการขนส่งสินค้าข้ามแดน ในพื้นที่บริเวณชายแดนที่สําคัญของประเทศ
ด้านนโยบายพลังงาน
รัฐบาลจะพัฒนาพลังงานให้ประเทศไทยสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้น โดยจัดหาพลังงานให้เพียงพอ มีเสถียรภาพ วางแผนพัฒนาไฟฟัาให้มีการกระจายชนิด ของเชื้อเพลิงที่ใช้ ส่งเสริมการผลิตไฟฟัาจากพลังงานหมุนเวียนที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะ โครงการผลิตไฟฟัาขนาดเล็กและโครงการผลิตไฟฟัาขนาดเล็กมาก ดําเนินการให้นโยบายด้านพลังงานทดแทนเปึนวาระแห่งชาติ โดยสนับสนุนการผลิต และการใช้พลังงานทดแทน โดยเฉพาะการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพและชีวมวล เช่น แก๊สโซฮอล์ (อี ๑๐ อี ๒๐ และอี ๘๕) ไบโอดีเซล ขยะ และมูลสัตว์ เปึนต้น รวมทั้ง สนับสนุนการใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคขนส่งให้มากขึ้น และกํากับดูแลราคาพลังงาน ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม มีเสถียรภาพและเปึนธรรมต่อประชาชน นอกจากนั้นจะส่งเสริม การอนุรักษ์และประหยัดพลังงาน ทั้งในภาคครัวเรือน อุตสาหกรรม บริการ และขนส่ง ส่งเสริมการจัดหาและการใช้พลังงานที่ให้ความสําคัญต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้กระบวนการ มีส่วนร่วมของประชาชน รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดโครงการกลไกการพัฒนาพลังงานที่สะอาด เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน และลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก
ด้านนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
รัฐบาลจะพัฒนาโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการสื่อสารอย่างเท่าเทียมกัน รวมทั้งพัฒนาบริการ สื่อสารที่ทันสมัย เพื่อรองรับความต้องการของภาคธุรกิจ และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อพัฒนาการให้บริการภาครัฐ การศึกษา สาธารณสุข และโลจิสติกส์ ตลอดจนพัฒนา อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทั้งในด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ เพื่อรองรับการเปึนศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในภูมิภาค
๕. นโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
รัฐบาลจะให้การคุ้มครองและอนุรักษ์ทรัพยากรป์าไม้และสัตว์ป์า ทรัพยากรดิน ทรัพยากรน้ํา ทรัพยากรธรณี ทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง รวมทั้งฟุ๋นฟู อุทยานทางทะเลอย่างเปึนระบบ เร่งจัดทําแนวเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน เร่งประกาศพื้นที่ ป์าอนุรักษ์ กําหนดเขตและส่งเสริมการปลูกป์า ป์าชุมชนเพิ่มฝายต้นน้ําลําธารและฝาย ชะลอน้ําตามแนวพระราชดําริ รวมทั้งจัดให้มีระบบบริหารจัดการน้ําในระดับประเทศ ทั้งน้ําผิวดินและน้ําใต้ดิน และคุ้มครองและฟุ๋นฟูพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความสําคัญเชิงระบบ นิเวศเพื่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
รัฐบาลจะจัดให้มีระบบการปัองกัน เตือนภัยและบรรเทาความ เดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยธรรมชาติ โดยติดตั้งระบบเตือนภัยและจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐาน อันจําเปึนที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ที่มีความเปราะบางหรือเสี่ยงต่อภัยพิบัติอันเกิดจาก ภาวะโลกร้อน เช่น น้ําท่วม แผ่นดินหรือโคลนถล่ม น้ําแล้ง ตลอดจนธรณีพิบัติและการเกิด คลื่นยักษ์ในทะเล เปึนต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทุกแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญ
รัฐบาลจะดําเนินการควบคุมและลดปริมาณของเสียที่กลายมาเปึน มลพิษทั้งในรูปขยะ ขยะอันตราย มลพิษทางอากาศ กลิ่น เสียง และน้ําเสีย โดยส่งเสริม การผลิตและบริโภคที่เปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อม การใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เกิดการใช้ซ้ํา หรือหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ส่งเสริมการปัองกันมลพิษตั้งแต่จุดกําเนิด เพิ่มศักยภาพ และขีดความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบําบัดน้ําเสีย กําจัดขยะ ชุมชน และเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยเฉพาะการจัดให้มีศูนย์กําจัดขยะชุมชนกลางในทุกจังหวัด นอกจากนี้จะพัฒนาองค์ความรู้และปรับปรุงกลไกด้านการบริหารจัดการทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสร้างจิตสํานึกในการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน ประชาชน และภาคีที่เกี่ยวข้อง ในรูปของ สมัชชาสิ่งแวดล้อมมีส่วนร่วมบริหารจัดการ
๖. นโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม
รัฐบาลจะส่งเสริมและสนับสนุนโครงการวิจัยตามแนวพระราชดําริ การวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งงานวิจัยขั้นพื้นฐานและงานวิจัย ประยุกต์ เพื่อนําไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และพัฒนาอุตสาหกรรม รวมทั้งเร่งรัด การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่มีความสําคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและพัฒนา อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในอนาคต อาทิ เทคโนโลยีสําหรับผู้พิการ เทคโนโลยีอวกาศ เทคโนโลยีพลังงานทดแทน และเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคง ตลอดจนเร่งรัดบุคลากรด้าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและบุคลากรด้านการวิจัยให้สามารถตอบสนองความต้องการ ของภาคการผลิต และมีหน่วยงานวิจัยที่สามารถรองรับบุคลากรได้อย่างเพียงพอ
นอกจากนี้จะปฏิรูประบบการวิจัยและพัฒนาของประเทศ โดยจัดให้มี กองทุนวิจัยร่วมภาครัฐและเอกชน เพิ่มเติมงบประมาณด้านการวิจัยของประเทศ ปรับปรุงคุณภาพและมาตรฐานของงานวิจัยพื้นฐาน และการวิจัยพัฒนาแบบครบวงจร โดยให้มีโครงการวิจัยพัฒนาที่เปึนรูปธรรม เช่น ยา เคมีภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสินค้าเกษตรโดยเชื่อมโยงระหว่างภาคเอกชน สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัย และเครือข่ายวิสาหกิจ
๗. นโยบายการต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
รัฐบาลจะพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในทุกมิติและ ทุกระดับ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีและการเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อให้เกิด เสถียรภาพความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของภูมิภาค โดยส่งเสริม ความร่วมมือในทุกสาขากับประเทศเพื่อนบ้านภายใต้กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคต่าง ๆ และเร่งแก้ไขปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านโดยสันติวิธีบนพื้นฐานของสนธิสัญญา และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลถือเปึนภารกิจสําคัญที่จะส่งเสริมความร่วมมือเพื่อสร้าง ความแข็งแกร่งของอาเซียนในวาระที่ไทยดํารงตําแหน่งประธานอาเซียน และบรรลุ การจัดตั้งประชาคมอาเซียนตามกฎบัตรอาเซียน ส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิด กับประเทศมุสลิมและองค์กรมุสลิมระหว่างประเทศเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย กระชับ ความร่วมมือและความเปึนหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับประเทศที่มีบทบาทสําคัญของโลก และประเทศคู่ค้าของไทยในภูมิภาคต่าง ๆ ส่งเสริมการมีบทบาทร่วมกับประชาคมโลก ในเรื่องการกําหนดบรรทัดฐานระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการค้าสินค้าเกษตร และกฎระเบียบด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนร่วมมือในการแก้ไขประเด็นปัญหา ข้ามชาติทุกด้านที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์ นอกจากนี้จะสนับสนุน การเข้าร่วมในข้อตกลงระหว่างประเทศทุกระดับที่เปึนประโยชน์ต่อประเทศ เร่งรัดการให้ สัตยาบันในข้อตกลงที่ได้ลงนามไว้แล้ว และปรับปรุงแก้ไขข้อตกลงที่ก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อประชาชนและสังคม ส่งเสริมการรับรู้และความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับการ เปลี่ยนแปลงในโลกที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย เพื่อก่อให้เกิดฉันทามติในการกําหนด และดําเนินนโยบายต่างประเทศ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจที่ถูกต้องของ ต่างประเทศต่อประเทศไทย ทั้งระบบการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดี ของประเทศไทย รวมทั้งให้การคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิและผลประโยชน์ของคนไทย แรงงานไทย และภาคธุรกิจเอกชนไทยในต่างประเทศ
๘. นโยบายการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี มี ๓ ด้าน คือด้านประสิทธิภาพ การบริหารราชการแผ่นดิน ด้านกฎหมายและการยุติธรรม และด้านสื่อและการรับรู้ข้อมูล ข่าวสาร
ด้านประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน
รัฐบาลสนับสนุนการกระจายอํานาจทางการคลังสู่ท้องถิ่น โดยเพิ่ม ขีดความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดเก็บรายได้ การจัดบริการ สาธารณะที่ได้มาตรฐานและตอบสนองความต้องการของประชาชน และการดําเนินการ ที่ยึดหลักธรรมาภิบาลและระบบการทํางานที่มีประสิทธิภาพ และในเวลาเดียวกัน จะปรับบทบาทและภารกิจการบริหารราชการระหว่างราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นให้ชัดเจน ไม่ซ้ําซ้อน เพื่อสามารถดําเนินภารกิจที่สนับสนุนเชื่อมโยงกัน และประสานการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม รัฐบาลจะบูรณาการความเชื่อมโยงของ การบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค สู่ท้องถิ่น โดยสนับสนุนการบริหารงานจังหวัด แบบบูรณาการผ่านกระบวนการจัดทําแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่สอดคล้องกับ แนวนโยบายของรัฐบาล แผนยุทธศาสตร์ระดับชาติและระดับภาค ตลอดจนเชื่อมโยง กับแผนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแผนชุมชน รวมทั้งสนับสนุนให้มีการบริหาร ท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ โดยสนับสนุนให้ท้องถิ่นที่มีศักยภาพและความพร้อมจัดตั้ง เปึนมหานคร นอกจากนั้นจะสร้างมาตรฐานด้านคุณธรรมและธรรมาภิบาลของข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ พัฒนาความโปร่งใสในการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ ปัองกัน และปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบ ตลอดจนสนับสนุนการสร้างค่านิยมของสังคม ให้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตและถูกต้องชอบธรรม จัดทํามาตรฐานระบบงานให้มี ความยืดหยุ่น คล่องตัว รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และพัฒนา ข้าราชการรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ ปรับเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน และสิทธิประโยชน์ของ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพเพื่อรักษา คนเก่ง คนดี ไว้ในราชการ และปรับปรุงคุณภาพชีวิตข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้ดีขึ้น เพื่อให้สามารถดํารงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมีขวัญกําลังใจ
ด้านกฎหมายและการยุติธรรม
รัฐบาลจะปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบที่ล้าสมัยและ เป่ดช่องให้เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบ หรือทําให้เกิดประโยชน์ทับซ้อน ขยายและยกเลิก อายุความในคดีอาญาบางประเภท และคดีทุจริต และปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบในทุกระดับอย่างจริงจัง รวมทั้งปลูกฝังค่านิยมคนไทยต้องไม่โกง พัฒนากระบวนการยุติธรรมให้มีระบบการอํานวยความยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเปึนธรรมต่อทุกกลุ่ม โดยส่งเสริมให้มีการนําหลักความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์และหลักการระงับข้อพิพาท ทางเลือกมาใช้ในการไกล่เกลี่ยและการประนอมข้อพิพาท ตลอดจนพัฒนาระบบและ วิธีการปฏิบัติในการแก้ไขฟุ๋นฟูผู้กระทําความผิดที่เปึนเด็กหรือเยาวชน และผู้ใหญ่ให้มี ความหลากหลายและเหมาะสมต่อกลุ่มเปัาหมาย ทั้งนี้ รัฐบาลจะเร่งจัดตั้งองค์กร เพื่อการปฏิรูปกฎหมายและองค์กรเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รัฐบาลจะส่งเสริมให้ประชาชนและเพิ่มบทบาท ของอาสาสมัครมากขึ้นในการมีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ชั้นการเข้าถึง ข้อมูลข่าวสารกระบวนการยุติธรรม ชั้นการปัองกันอาชญากรรม การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท การตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ตลอดจน จัดให้มีบริการด้านทนายและการปรึกษาทางกฎหมายแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย รวมทั้งมีส่วนร่วมในการติดตาม ประเมินผลการทํางานของตํารวจ อัยการ และผู้ใช้ อํานาจรัฐอื่น ๆ และที่สําคัญคือ จะสนับสนุนและพัฒนาตํารวจให้มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส และเปึนตํารวจมืออาชีพที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี
ด้านสื่อและการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร
รัฐบาลจะส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสได้รับรู้ และเข้าถึงข้อมูล ข่าวสารสาธารณะจากทางราชการ และสื่อสาธารณะอื่นได้อย่างกว้างขวาง เปึนธรรม และรวดเร็ว ปรับปรุงกลไกการสื่อสารภาครัฐให้ดํารงบทบาทสื่อเพื่อประโยชน์สาธารณะ และสร้างความสมานฉันท์ในชาติ ส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เปึนประโยชน์ต่อสาธารณะ โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุน พัฒนากิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ จัดให้มีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ เพื่อให้สื่อมีเสรี ปราศจากการแทรกแซง และมีความรับผิดชอบ ต่อสังคม รวมทั้งยกเลิกและปรับปรุงกฎหมายที่ขัดต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนและ สื่อมวลชนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ท่านประธานที่เคารพ
รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะดําเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ อย่างจริงจัง โดยรัฐบาลขอชี้แจงว่าการกําหนดนโยบายของรัฐบาลที่กราบเรียนมาแล้วนี้ จะเปึนแนวทางการดําเนินการในระยะเวลา ๓ ป้ตามความเร่งด่วนของการแก้ไขปัญหา ของประเทศ รวมทั้งจะเปึนการบริหารราชการแผ่นดินให้เปึนไปตามบทบัญญัติ ในหมวด ๕ ว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
นอกจากนี้ เพื่อให้รัฐบาลสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ตาม บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และดําเนินนโยบายจนบรรลุเปัาหมาย ตามที่กําหนดไว้ได้ รัฐบาลจะดําเนินการจัดทําร่างกฎหมายที่ต้องตราขึ้นตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กฎหมายที่สนับสนุนการดําเนินการตามนโยบาย และการสร้างความเปึนธรรมแก่ประชาชน และการปรับปรุงหรือกําหนดแนวทาง การปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐพัฒนาระบบการบริหารจัดการ ตลอดจน ดําเนินการทุกประการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินให้มีประสิทธิภาพ และสามารถบรรลุผลในทางปฏิบัติ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ โดยถือเปึน นโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลนี้ด้วย ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ
เมื่อการแถลงนโยบายนี้เสร็จสิ้นแล้ว รัฐบาลจะได้เร่งดําเนินการให้เปึน รูปธรรม โดยจัดทํารายละเอียดของแผนปฏิบัติการ ประกอบด้วยแผนการบริหารราชการ แผ่นดิน แผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการต่าง ๆ และแผนการตรากฎหมายไว้เปึนคู่มือ และแนวทางการทํางานต่อไป
รัฐบาลขอให้ความเชื่อมั่นแก่รัฐสภาอันเปึนองค์กรที่มีอํานาจหน้าที่ควบคุม การบริหารราชการแผ่นดินว่า จะบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและ ยึดประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยเปึนที่ตั้งอย่างแท้จริง ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ ขณะนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้แถลงนโยบายจบแล้ว ต่อไปเปึนรายการที่ท่านสมาชิกรัฐสภา ข้องใจในประเด็นปัญหาเรื่องนโยบายก็มีสิทธิที่จะซักถามได้นะครับ ตอนนี้ได้รับรายชื่อ จากท่านสมาชิกรัฐสภามา ๓ ท่านด้วยกันนะครับ ท่านแรก คือท่านตวง อันทะไชย ท่านที่ ๒ พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ท่านที่ ๓ นางสาวรสนา โตสิตระกูล ๓ ท่าน เชิญ ท่านตวง คนแรกครับ เรียนเชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา เราสมาชิกวุฒิสภาได้ลองไปทําการบ้านมาพอสมควรและก็อ่านนโยบายของ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้แถลงต่อสภาแห่งนี้ เราพบว่ามีหลายประเด็นที่ไม่ได้แตกต่างจาก นโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมาแทบจะทุกรัฐบาล เพียงแต่ว่ารัฐบาลนี้จะเน้นหนักประการใด และให้ความสําคัญกับเรื่องใดบนสถานการณ์ที่เปึนปัจจุบันเท่านั้นเอง ท่านสมาชิก วุฒิสภาหลายท่านได้มอบให้ผมได้ฝากความคิดเห็น ข้อสังเกตและความห่วงใย ผ่านท่านประธานไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ หัวใจสําคัญที่ผมคิดว่ารัฐบาลของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จะต้องก้าวผ่านก็คือ มีความเชื่อมั่นที่สังคมมีให้กับรัฐบาลนี้ ผมมีงานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าที่อธิบายเรื่องนี้ รัฐบาลจะต้องไปดูเองก็แล้วกัน นะครับ งานวิจัยชิ้นนี้อธิบายว่าความเชื่อมั่นทําให้รัฐบาลสามารถที่จะผลักดันนโยบาย ของตัวเองได้ ได้อธิบายบรรยากาศทางการเมืองเมื่อป้ ๒๕๔๔ ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ และอธิบายตอนท้ายว่า ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ นั้นด้วยความเชื่อมั่นของ ประชาชนที่มีต่อรัฐบาลลดลง รัฐบาลก็ไม่สามารถผลักดันต่อไปได้ ประเด็นสําคัญ ที่พวกเราสมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภาที่อยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐบาล ก็คือว่าท่านจะต้องสามารถรักษาต้นทุนทางสังคมที่ให้กับท่านเวลานี้ บนพื้นฐานของ ความแตกต่างหลากหลายของประชาชนในประเทศให้ได้ ความศรัทธาและความเชื่อมั่น ที่มีต่อท่าน วันนี้จะต้องรักษาเอาไว้อย่างที่ท่านกําลังพยายามทําอยู่ ท่านจะต้องอดทน และเชื่อมั่นในแนวทางของระบอบประชาธิปไตย แม้ท่านกําลังทํา ณ เวลานี้เปึนเส้นทาง ที่ถูกต้องแล้ว
ประการที่ ๒ ท่านอาจจะถามว่าถ้าจะให้ทําในการรักษาต้นทุนของตัวเองนี้ จะต้องทําอย่างไร เรามีข้อเสนอที่คิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ต่อรัฐบาลนี้ผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐบาลก็คือ ประการที่ ๑ เราคิดว่าการปกปัอง เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น แม้จะเปึนแนวพื้นฐานนโยบายแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ก็ตาม ที่ผ่านมา ทุกรัฐบาลแทบจะเปึนวาทกรรม ไม่สามารถทําเปึนเรื่องจริงจังได้เลย เรามีกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างน้อย ๘ ฉบับ มีประมวลกฎหมายอาญา มีพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดคอมพิวเตอร์ที่สามารถดําเนินการได้ทันที แต่ล่าช้า ละเลย ขาดหน่วยงาน ที่กํากับโดยตรง ผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของวุฒิสภา ได้อธิบายเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนว่าจะต้องทําอย่างไร
ประการต่อมา ผมคิดว่าหัวใจสําคัญเรื่องหนึ่งก็คือว่า วันนี้รัฐบาลที่ผ่านมา ไม่สามารถควบคุมเว็บไซต์ (Website) อาจจะเปึนเพราะกระแสโลกาภิวัตน์ก็ตาม แต่เรา พบว่าจากการศึกษาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เราพบก็คือว่า เจ้าหน้าที่ ที่ไปดูแลรับผิดชอบตามกฎหมายฉบับนี้ไม่มีความรู้เพียงพอเท่านี้แหละครับ ไม่สามารถ ก้าวทันและไม่เข้าใจพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนเครื่องมือของตัวเอง ไม่เข้าใจจนกระทั่งว่า ตัวเองนั่นแหละคือเจ้าพนักงาน ไปตั้งเจ้าหน้าที่ตํารวจมาเปึนเจ้าพนักงานแทนตัวเอง
ประการต่อมา วุฒิสภาเราคิดว่าการที่จะปกปัองเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์นั้นอาจจะไม่ใช่เปึนเรื่องของกฎหมายอย่างเดียว ลําพังเพียงกฎหมาย อาจจะไม่สามารถทําได้ แต่สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาแถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้ก็คือ เราเห็นว่ากระบวนการในการเผยแพร่พระเกียรติคุณเชิงรุกนั้นน่าจะเปึนหัวใจสําคัญ เราไม่เคยให้คนไทยได้เรียนรู้พระจริยวัตรอันงดงามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โครงการเศรษฐกิจพอเพียง กังหันชัยพัฒนา โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ที่พระองค์ได้ทํากับประชาชนคนไทยนั้น เราเห็นว่าควรที่จะให้คนไทยได้เรียนรู้และเกิด ความรักภักดีต่อพระองค์ ไม่ต้องไปบอก ซึ่งโครงการเหล่านี้ได้ทดลองทําในกระทรวง ศึกษาธิการมาแล้ว ประสบความสําเร็จพอสมควร ผมคิดว่าตรงนั้นก็จะเปึนเกราะกําบัง สําหรับสังคมไทยที่จะต้องมีสถาบันอันเปึนหลักในการปกปัองคุ้มครองประเทศไทยต่อไป
ประการต่อมา ผมคิดว่ารัฐบาลนี้ต้องก้าวผ่านให้ได้ เพราะ ๒ รัฐบาล ที่ผ่านมาพูดวันนี้เสร็จ พรุ่งนี้ก็ไม่สามารถผ่านไปได้ คือการสร้างความปรองดอง ภายในประเทศโดยเร็วที่สุด ผมจะไม่ใช้คําว่า สมานฉันท์ เพราะมันทําไม่ได้เลย ไม่สามารถผ่านไปได้ คือการสร้างความปรองดองภายในประเทศโดยเร็วที่สุด ผมจะไม่ใช้ คําว่า สมานฉันท์ เพราะมันทําไม่ได้เลย การสร้างความปรองดองของคนภายในประเทศนั้น เพื่อสร้างศรัทธาและความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาล สิ่งที่ผมได้กราบเรียนท่านประธาน ไปแล้วว่า ถ้าประชาชนทุกคนเชื่อมั่นต่อรัฐบาล การที่จะผลักดันนโยบายของรัฐบาลไปสู่ การกอบกู้ฟุ๋นฟูประเทศนั้นย่อมสามารถทําได้ดี
ประการที่ ๑ รัฐบาลควรที่จะต้องลดเงื่อนไขความขัดแย้งทุกชนิด และทุกประเภทที่จะเกิดขึ้น เช่น สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที (NBT) ควรจะกลับมาเปึน สถานี โทรทัศน์ที่จะต้องเปึนเครื่องมือสําหรับฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาลในการทํา ความเข้าใจกับประชาชน ไม่ควรจะเปึนเครื่องมือในการตอบโต้ทางการเมืองต่อไป การทุจริตคอร์รัปชัน ผมคิดว่า ณ เวลานี้พรรคประชาธิปัตย์ได้ทดลองทํา ในกรุงเทพมหานครเปึนตัวอย่างแล้ว เวลามีประเด็นปัญหาขึ้นมาไม่ต้องรอตีความ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะต้องตัดสินใจทางการเมืองเพื่อสร้างบรรทัดฐานทางการเมือง ต่อไป
ประการที่ ๒ รัฐบาลจะต้องเข้าไปเปึนส่วนหนึ่งของความขัดแย้งฝ์ายใด ฝ์ายหนึ่งโดยเด็ดขาด ถ้าวันใดก็ตามท่านเข้าไปเปึนส่วนหนึ่งของความขัดแย้งในฝ์ายใด ฝ์ายหนึ่งวันนั้นท่านไม่อาจจะสร้างความเชื่อมั่นและความศรัทธาที่มีต่อประชาชนได้
ประการที่ ๓ รัฐบาลต้องไม่สร้างความเงื่อนไข โดยเฉพาะความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นทางการเมือง การตอบโต้ทางการเมืองมากกว่าการทํางานทางการเมือง การทํางานให้กับประชาชนก็จะเปึนเกราะกําแพงในการที่จะปกปัองคุ้มครองให้รัฐบาล ทํางานต่อไป แต่การตอบโต้กับทําให้ประชาชนเบื่อหน่ายมากขึ้น
ประการต่อมา สิ่งที่วุฒิสภาได้ฝากและเห็นตรงกันมาตลอดก็คือ อยากจะ กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลก็คือว่า ขอได้โปรดท่านได้เห็นประชาชนที่มี ความเห็นขัดแย้งกับท่านไม่ใช่ศัตรูขอได้โปรดท่านได้เห็นว่าเขาเหล่านั้นคือประชาชนของ ท่าน เพราะท่านคือนายกรัฐมนตรีของเขา แม้จะมีความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย แต่มันคือความงดงามของระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลนี้จะต้องอดทนนําประเทศไปสู่ ช่วงเปลี่ยนผ่านของประเทศ ช่วงเปลี่ยนผ่านความคิดของคนที่มีชุดความรู้ทางการเมือง ที่แตกต่างกันระหว่างคนในเมืองและคนชนบทให้ได้
ประการสุดท้าย ในการสร้างความปรองดองภายในประเทศ ผมกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า วันนี้ต้องใช้กฎหมายกับทุกคน ทุกฝ์าย ทุกที่ อย่างเปึนธรรม เสมอภาคเท่าเทียมกัน ต้องไม่เลือกภาค ปัญหานี้คือเงื่อนไขสําคัญ ในการนําประเทศไปสู่วิกฤติในครั้งที่ผ่านมา วันนี้ฝากท่านนายกรัฐมนตรีว่าไม่ควรจะเปึน เพียงคําพูดที่สวยหรูเท่านั้น หัวใจสําคัญที่จะสร้างความปรองดองในชาติ ผมคิดว่า บทเรียนหนึ่งที่เราไม่สามารถก้าวผ่านไป แล้วก็เปึนบทเรียนสําคัญสําหรับประเทศไทย ที่ผมฝากท่านนายกรัฐมนตรีว่าจะต้องรีบเข้าไปดําเนินการแก้ไข แม้จะกลับไปสู่ที่เดิม แต่ถ้าสามารถปกปัองชีวิตของประชาชนได้ก็ต้องกลับไปทําคือปัญหา ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ไม่ควรที่จะต้องรอว่าเปึนรูปแบบนี้ ไม่ควรที่จะเกี่ยงว่าจะต้องไปเสียหน้า ทําอย่างไรจะพลิกฟุ๋น ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับคืนมาเหมือนเดิมได้ ผมคิดว่า รัฐบาลนี้มีนโยบายที่ดีพอสมควร
ประการต่อมา ท่านจะต้องกอบกู้ฟุ๋นฟูความเชื่อมั่นและความศรัทธาของ ชาวต่างประเทศที่มีต่อประเทศไทย ท่านประธานครับ ผมมีนักธุรกิจที่เปึนเพื่อนรักกัน เล่าให้ฟังว่า หลังจากที่มีการยึดสนามบินแล้วนี่เพียงเขาจะสั่งซื้อสินค้า ต่างประเทศ ก็ถามแล้วถามอีกว่ามันใช่หรือไม่ เพียงเท่านี้ผมยกตัวอย่างเรื่องเดียว เพื่อนผมที่ทํางาน ด้านธุรกิจการโรงแรมบอกว่า ห้องอาหารป่ดแล้วบุฟเฟต์ ผมไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร ถ้าป่ดบุฟเฟต์แปลว่าธุรกิจการท่องเที่ยวมันไปไม่รอด รัฐบาลจะต้องกลับไปทบทวน เรื่องนั้น รัฐบาลจะต้องให้ความสําคัญกับการที่จะทําให้ความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติ กับประเทศไทยกลับมา เมื่อรัฐบาลสามารถทํามาถึงตรงนี้ได้ผมคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลสามารถ ทําต่อไปก็คือการกอบกู้ฟุ๋นฟูทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบไปด้วยคนว่างงานที่กําลัง ตามมาเปึนโจทย์ใหญ่สําหรับรัฐบาลนี้ ผมคิดว่าท่านมีแนวทางที่จะต้องทํา แต่คําถาม ก็คือว่าท่านจะทําอย่างไรให้เกิดรูปธรรมกับประชาชนได้มากที่สุด
ประการที่ ๒ การท่องเที่ยวที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว
ประการที่ ๓ เรื่องการส่งออก และประการสุดท้าย ในเรื่องเศรษฐกิจซึ่งอาจจะมีคนพูดต่อไปก็คือเรื่องปัญหาพืชผล ทางการเกษตรซึ่งเปึนปัญหาของเกษตรกรส่วนใหญ่ที่จะต้องให้ความสําคัญเปึนลําดับ เบื้องต้น ท่านประธานที่เคารพ ด้านสังคม ผมคิดว่าวันนี้ด้านสังคม สังคมได้รับ ความบอบช้ํามาพอสมควร เราละเลยเพิกเฉยในการดูแลประชาชนคนจนผู้ด้อยโอกาส เด็ก คนชราแล้วก็คนพิการ วันนี้จะต้องกลับมาทบทวนให้เห็นเปึนรูปธรรม ต้องหยิบยกชีวิตของชาวบ้านขึ้นมาเปึนนโยบาย และเปึนรูปแบบในการปฏิบัติมากกว่าที่จะเปึนภาษาที่งดงาม แรงงานในระบบและ นอกระบบที่รับไปทํางานในบ้านท่านจะทําอย่างไร เราพบว่าช่วงระยะเวลา ๑ ป้ที่ผ่านมา เรามองว่ามันเปึนโอกาสสําหรับสังคมไทย แต่มันเปึนภัยคุกคามที่น่ากลัว ผมฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ก็คือเด็กติดเกม (Game) จนไม่สามารถจะทํา อะไรได้ และเปึนภัยคุกคามที่เด็กไม่สามารถเรียนรู้ว่าเกมนั้นมันเปึนอันตรายต่อตัวเอง ได้อย่างไร แล้วไม่มีใครเปึนเจ้าภาพเลยครับ สมาชิกวุฒิสภาได้ตั้งกระทู้ถามรัฐบาล ปรากฏว่าไม่มีใครเปึนเจ้าภาพในเรื่องนี้ เปึนเรื่องใหญ่ทําลายสังคมไทย
ประการต่อมา คือเรื่องการเมือง ผมคิดว่าเปึนประการสุดท้ายที่จะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ก็คือว่าวันนี้สภาได้ผ่านกลไกสําคัญ ๒ กลไก ซึ่งเราคาดหวังว่าจะเปึนเครื่องมือในการปฏิรูปการเมือง แต่ถูกละเลยเพิกเฉยมาตลอด อันได้แก่ สภาองค์กรชุมชนและสภาพัฒนาการการเมือง คําถามผมก็คือว่า รัฐบาลจะใช้ กลไกที่มีอยู่ไปช่วยในการพัฒนาการเมืองของประเทศไทยได้อย่างไร ลองกลับไปดู ปรัชญาของมันนะครับ ปรัชญาของ ๒ ส่วนนี้มันเปึนเครื่องมือสําคัญของรัฐบาลในการ ที่จะกอบกู้ฟุ๋นฟูสังคมกลับคืนมา รัฐบาลอาจจะไปตั้งคณะกรรมการขึ้นมา แต่ก็ไม่ติดใจ แต่ให้เห็นว่าเรามีต้นทุน มีกฎหมาย มีคณะกรรมการที่มีประโยชน์ที่จะต้องทําต่อไป ผมฝากท่านนายกรัฐมนตรีไว้ประการสุดท้าย เนื่องจากมีข้อจํากัดเรื่องเวลา ผมคิดว่า เวลานี้เราจะต้องปฏิรูปการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาของชาติแล้วครับ ไม่ใช่เพื่อคุณภาพ การศึกษาอย่างเดียว การทําการศึกษา ๑๕ ป้ของท่านก็อาจจะเปึนเพียงนโยบายที่ท่านได้ ประกาศต่อสาธารณะ แต่ผมคิดว่าท่านทําเพียง ๙ ป้ก็จะบ้าตายแล้ว เพราะงบประมาณ มันไม่พอ วันนี้จะต้องทบทวนกระบวนการปฏิรูปการศึกษาทุกด้าน เราเริ่มต้นมาพร้อมกับ หลายประเทศ แต่วันนี้เราไม่ทันเขาเลย ผมจึงฝากท่านประธานเอาไว้ว่าสิ่งที่จะต้องทํา และปรับปรุงแก้ไขก็คือ ผมเปึนครู ผมพบว่ากระทรวงศึกษาธิการเปึนกระทรวงที่มี กฎหมายมากที่สุดในโลก เพียงส่งนักเรียนเข้าเรียนจะต้องมีกฎหมายเกี่ยวข้อง ๒๐๐ ฉบับ มันเปึนปัญหาในเรื่องของการที่จะต้องแก้ไขเรื่องปฏิรูปการศึกษา ผมฝากท่านรัฐมนตรี ไปดูด้วยนะครับ
ประการต่อมา ท่านประธานที่เคารพครับ ความห่วงใยของพวกเราสมาชิก วุฒิสภา ความห่วงใยของพวกเราในฐานะสมาชิกรัฐสภาในภาวะบ้านเมืองที่เปึนอย่างนี้ เราอยากจะบอกท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า วันนี้เราเห็นด้วยกับสิ่งที่ ท่านได้ประกาศต่อสาธารณชน ว่าท่านไม่กลัวเสียหน้า แต่อย่าสร้างความเสียหายให้กับ ประเทศ เราได้เห็นแล้วว่าวันนี้ท่านได้พยายามที่จะทําให้เห็นว่าแม้จะเสียหน้าอย่างไร แต่ประเทศก็ไม่เสียหาย เราอยากจะให้ท่านได้ยืนหยัดแนวทาง เส้นทางนี้ต่อไป อย่างมั่นคง
ประการสุดท้าย ผมฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ก็คือว่า แม้จะมีการต่อสู้เพื่อที่จะเอาชัยชนะซึ่งกันและกัน ชัยชนะของทุกฝ์ายที่เรียกร้องมานั้น คนที่แพ้คือประเทศไทยครับ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องนําชัยชนะกลับมาสู่ประเทศไทยให้ได้ ต้องนําคนไทยฝ์าวิกฤติของโลก ฝ์าวิกฤติภายในประเทศไปได้ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่าน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช เรียนเชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ใคร่ขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ถึงข้อคิดเห็นของกระผมต่อรัฐบาลชุดนี้ และต่อนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่ได้แถลง ต่อที่ประชุมรัฐสภา
ก่อนอื่นกระผมขอเรียนด้วยความจริงใจว่ามีความชื่นชมในตัว ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ทั้งบทบาทในฐานะที่เปึนผู้นําฝ์ายค้าน และในฐานะท่าที ที่แสดงออกในช่วง ๒ สัปดาห์เศษที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมเชื่อว่ามีผู้คนอีกจํานวนมากที่แอบยินดีอยู่ในใจ หรือว่าอย่างโจ่งแจ้ง ไม่ใช่เฉพาะ คุณยายเนียมเท่านั้น อย่างไรก็ดีผมคงจะต้องกล่าวถึงที่มาของรัฐบาลชุดนี้ที่จัดตั้งด้วย วิธีพิเศษ ด้วยกลไก และด้วยกลุ่มพลังต่าง ๆ และที่สําคัญประกอบด้วยจิตสํานึกและความเสียสละของนักการเมืองหลาย ๆ ท่าน ในพรรคร่วมรัฐบาลที่ประสงค์จะเห็นบ้านเมืองกลับสู่ความสงบสุข ประสงค์จะเห็น บ้านเมืองสามารถพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งถือว่าเปึนวิกฤติครั้งร้ายแรงที่สุด ครั้งหนึ่งของประเทศ สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนทุกหย่อมหญ้า ต้องยอมรับว่ารัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี หากเปรียบกับระบบการจัดซื้อจัดหาแล้ว ก็เปึนการจัดซื้อจัดหาด้วยวิธีพิเศษที่ไม่ใช้ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี กล่าวคือ เปึนกรณีพิเศษที่จะต้องได้ตามคุณลักษณะเฉพาะชุดนี้เท่านั้น เพื่อประโยชน์ของ ทางราชการ หากไม่ได้ก็จะเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อบ้านเมือง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับว่าเกินความคาดหมายของกูรู (Guru) ของคอการเมืองผู้เชี่ยวชาญ ทางการเมือง นักวิเคราะห์ทั้งในและต่างประเทศ แต่ที่เปึนจุดดีเปึนข้อดีก็คือว่าในการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตยตามกรอบของรัฐธรรมนูญ ซึ่งแน่นอน ที่ผมพูดถึงก็เพราะว่าการมาของรัฐบาลชุดนี้ย่อมนํามาซึ่งความรู้สึกที่สูญเสียของผู้คน อีกกลุ่มหนึ่งที่อาจจะรู้สึกว่าไม่เปึนธรรม รู้สึกว่าไม่เปึนไปตามระบอบอย่างแท้จริง และส่วนหนึ่งก็ไปยืนอยู่ที่ริมรั้วหน้ากระทรวงแห่งนี้ ซึ่งผมก็อยากจะขอร้อง ให้ผู้ที่มีความรู้สึกเช่นนั้นได้เสียสละได้กลืนเลือดบ้างเพื่อบ้านเพื่อเมือง เพื่อประชาชน เพื่อความสุขความสบายใจของคนส่วนใหญ่ ซึ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่กับเกมการเมือง ที่ผู้ทรงอํานาจทั้งหลายได้เล่นกันมาเปึนระยะ ๆ จนบ้านเมืองแทบจะล้มละลาย และผม ก็คิดว่าสักวันหนึ่งฝ์ายที่สูญเสียก็อาจจะได้อํานาจกลับมา ถ้ารัฐบาลชุดนี้บริหารงาน ไม่เข้าตาไม่เปึนประโยชน์แก่บ้านเมืองหรือส่วนรวม เพราะจุดสูงสุดของระบอบ ประชาธิปไตยหรือความต้องการของประชาชนนั้นก็คืออยากได้รัฐบาลที่เข้ามาบริหาร ประเทศที่ทําเพื่อประชาชน และสามารถบริหารประเทศให้เจริญรุ่งเรือง ให้สังคม มีความสุข ใครทําไม่ได้ก็ต้องอยู่ได้ไม่นาน ไม่ว่าจะจากเหตุผลใด ประชาชนก็คง ไม่ให้โอกาส ในฐานะที่เปึนสมาชิกวุฒิสภา พวกเราพร้อมเสนอที่จะทําหน้าที่ตรวจสอบ การทํางานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น เอาจริงเอาจัง ไม่ถือข้างถือฝ์าย ยิ่งในด้านของ ธรรมาภิบาลด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านนิติธรรมและประสิทธิภาพในการบริหารราชการ แผ่นดิน สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถที่จะรอมชอม ไม่สามารถที่จะต่อรอง หรือไม่สามารถที่จะ ผ่อนปรนแลกเปลี่ยนกับเสถียรภาพของรัฐบาลได้ อีกทั้งท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศ กฎเหล็ก ๙ ข้อที่จะใช้กับคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ซึ่งผมก็คิดว่าเปึนมาตรฐานที่ดี และที่เรา จะเฝัาติดตามการทํางานและพฤติกรรมต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดพร้อมจะส่งเสียงดัง ๆ หากมีการลดหย่อนหรือฝ์าฝ๋นมาตรฐานหนึ่งใด หรือที่มีผู้กล่าวว่าอุดมการณ์ต่อรองไม่ได้ ท่านนายกรัฐมนตรีครับท่านมีภาระหน้าที่ที่สําคัญและศักดิ์สิทธิ์ ท่านมารับหน้าที่ ในห้วงเวลาแห่งวิกฤติของบ้านเมือง แห่งความแตกแยกทั้งเอกภาพและความมั่นคง ของชาติ อีกทั้งท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้คัดสรรทีมงานของท่านด้วยตัวเองทั้งหมด ดังนั้นท่านมีเวลาน้อยที่จะต้องสร้างกองกําลังใหม่เพื่อให้พร้อมรบในช่วงเวลาอันสั้น ในช่วงเวลาที่ข้าศึกได้มาประชิดกําแพงเมืองทุกด้านแล้ว ผมจําคําพูดของ ท่านบารัค โอบามา ได้ วันที่ชนะการเลือกตั้ง ท่านบอกว่าไม่มีแม้แต่นาทีเดียวที่เราจะ ปล่อยให้ผ่านไปได้ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็สมกับสมญานามว่าโอบามาร์คนะครับ เพราะว่าท่านก็ไม่ได้ปล่อยให้แต่ละวันผ่านไปเลย ผมก็หวังว่าวันนี้เราคงไม่ต้องอยู่ เคาท์ดาวน์ (Count down) ป้ใหม่กันในวันพรุ่งนี้ที่นี่นะครับ เปึนโอกาสของ ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วที่จะได้ลบคําปรามาสของเกจิอาจารย์ทางการเมืองหลายคน เขาบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีอายุน้อย นายอภิสิทธิ์อายุน้อย ด้อยประสบการณ์ บริหารพรรคยังไม่ค่อยจะเรียบร้อยจะบริหารประเทศได้อย่างไร ก็เปึนโอกาส ผมเชื่อว่า ไม่กี่วันท่านคงจะสามารถลบคําปรามาสนั้นได้ และผมก็เปึนกําลังใจแล้วก็ภาวนา ให้ท่านทําได้ ให้ท่านสามารถควบคุมกํากับดูแลรัฐบาลชุดนี้ให้บริหารราชการแผ่นดิน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และยึดถือประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยเปึนที่ตั้ง อย่างแท้จริงตามประโยคสุดท้ายที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงเมื่อสักครู่นี้ ผมก็เหลืออีกเล็กน้อยที่เพื่อนวุฒิสมาชิกที่ไม่มีโอกาสอภิปรายฝากมานะครับ เนื่องจากว่า เราจะอภิปรายกันแค่ ๓ คน
ประเด็นแรก คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมได้อ่านทั้ง ๓๖ หน้าไม่มีกล่าวถึง เลยครับ ผมไม่รู้ว่ารัฐบาลนี้กลัวอะไรหรือเปล่า หรือกลัวใคร หรือเกรงใจใคร ความกลัว บางทีก็ทําให้เสียหายได้ และผู้นําที่คนยกย่องจะเปึนผู้นําต้องมีความกล้าเท่านั้น ผมก็ยัง หวังว่ารัฐบาลนี้จะคิดแก้รัฐธรรมนูญให้มันดีขึ้น ให้การเมืองมันพัฒนาขึ้น ให้การบริหาร ช่วยราชการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรเมื่อท่านแล้วมันก็ไปช่วยคนที่รอติดคุก ติดตะรางไม่ได้อย่างแน่นอน แล้วก็ไปช่วยคนที่ติดคุกการเมืองไปแล้วอีก ๑๐๙ คนไม่ได้ อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเดินหน้าเถอะครับ ผมไม่เชื่อว่าทุกถ้อยคําใน ๓๐๙ มาตรานี้ พวกเราอ่านบทความนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองมีข้อติติงเยอะแยะไปหมดเลย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้พูดถึงแม้แต่ประโยคเดียวใน ๓๖ หน้า ของคําแถลงนโยบาย อย่ากลัวเลยครับ พวกเราจะยืนอยู่ข้างหลังท่าน
สุดท้ายมีเรื่องสําคัญ ๆ ที่สมาชิกวุฒิสภาฝากมา ผมก็จะกล่าวสั้น ๆ ๖ - ๗ ประเด็น
ประเด็นแรก คือแก้ไขปัญหาความสงบเรียบร้อยใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ท่านวุฒิสมาชิกท่านแรกก็ได้กล่าวไปแล้ว ที่เราเปึนห่วงคือเรื่องการปรับโครงสร้าง การเข้าไปต่อสู้ การเข้าไปแก้ไขปัญหาใหม่ ก็อยากให้ท่านได้ดูให้ดีก่อน ปรึกษาให้รอบคอบ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านปัจจุบันนี้ท่านก็มี ประสบการณ์ในเรื่องนี้ ก็ลองมาดูว่าเราจะไปตามโครงสร้างเก่าแต่ปรับเปลี่ยนวิธีการ หรือว่าบุคลากรใหม่ หรือว่าเราจะปรับเปลี่ยนเอามาไว้ที่สํานักนายกรัฐมนตรี อย่างที่อยู่ในคําแถลงนโยบายนี้
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องการปฏิรูประบบราชการ ซึ่งก็ทํากันมาตลอด แต่ก็คิดว่าข้าราชการของเราก็ยังไม่ทันอกทันใจ และยังไม่โลกาภิวัตน์พอ ตรงนี้เราจะ แก้ไขอย่างไรที่จะทําให้เราสามารถพัฒนาระบบราชการและให้เกื้อกูลต่อการดําเนินธุรกิจ ของภาคเอกชนด้วย ยิ่งในยุคเศรษฐกิจถดถอยที่กําลังจะมาในครึ่งป้แรกของป้ ๒๕๕๒ นี้
ประเด็นที่ ๓ เรื่องการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งท่านวุฒิสมาชิกตวงได้พูดไปแล้ว เราก็อยากเห็นลูกหลานไทยของเราได้เติบโตขึ้นมาเปึนทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อประเทศ
ประเด็นที่ ๔ คือเรื่องกฎหมายที่ล้าสมัยนี้ แล้วก็ยังไม่เปึนไปตาม รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ก็อยากให้ท่านได้รีบปรับปรุงปฏิรูป
ประเด็นที่ ๕ ก็คือเรื่องการเร่งรัดเสนอร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ มีประมาณอีก ๕ ฉบับที่ยังไม่ได้ผ่านเข้ามา ซึ่งทําให้การตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ หรือการตรวจสอบผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนั้นไม่สามารถดําเนินการได้ แล้วก็เปึนเรื่องสําคัญ ๆ ทั้งสิ้น
ประเด็นสุดท้ายคือเรื่องของการพัฒนาพลังงานทดแทน อันนี้ผมพูด เพราะว่าผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการการพลังงานของวุฒิสภา ก็มีคนบ่นเยอะมากว่า นโยบายพัฒนาพลังงานทดแทนนั้นกระท่อนกระแท่น พอน้ํามันถูก อย่างตอนนี้เหลือ ๓๐ กว่าเหรียญ ๔๐ เหรียญต่อบาร์เรล เปรียบเทียบกับเมื่อ ๑๔๗ เหรียญเมื่อกลางป้ รัฐบาลก็จะไม่ค่อยมาสนใจ ก็เปึนโอกาสนโยบายเร่งด่วนท่านที่จะทํากองทุนน้ํามันนั้น ก็สามารถที่จะใช้ส่วนนี้มาช่วยส่งเสริมการพัฒนาการพลังงานทดแทนให้เดินหน้าไปได้ ไม่ให้ผู้ประกอบการต้องล้มลุกคลุกคลานอย่างที่ผ่านมา ก็คงจะมีเรื่องที่จะกราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานสภาเพียงเท่านี้ ๓ ป้ที่ผ่านมานั้นประเทศไทย ถอยหลังไปมาก ประเทศไทยต้องเสียโอกาสในทางเศรษฐกิจแล้วก็เกิดความแตกแยก อย่างที่ยากต่อการเยียวยา พวกเราก็หวังว่าท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาลชุดนี้ จะเปึนความหวังของพวกเราในอนาคต แล้วก็พร้อมที่จะสนับสนุนการทํางานของ รัฐบาลเสมอ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณรสนา โตสิตระกูล ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ดิฉันอยากจะขอแสดงความเห็นต่อการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี โดยโยงถึงการแถลงครั้งแรกของท่านนายกรัฐมนตรีหลังรับพระบรมราชโองการ เปึนนายกรัฐมนตรีว่า ท่านกล่าวว่าหน้าที่เบื้องต้นของผมคือยุติการเมืองที่ล้มเหลว ดิฉันคิดว่าการเมืองที่ล้มเหลวนั้นเกิดขึ้นจากการขาดธรรมาภิบาลในการบริหารบ้านเมือง การทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมืองที่นับวันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น คําขวัญของท่านที่ว่า คนไทยต้องไม่โกงนั้นยังไม่พอนะคะ ดิฉันคิดว่าต้องพูดให้ชัดเจนขึ้นว่า นักการเมือง ต้องไม่โกง เพราะว่านักการเมืองโกงจึงทําให้การเมืองนั้นล้มเหลว ท่านประธานองคมนตรี ได้มอบข้อคิดให้กับรัฐบาลของท่านว่า ๑. ขอให้ท่านอดทน ๒. ขอให้ท่านอดกลั้น ๓. ขอให้ ท่านเสียสละ ๔. ขอให้สร้างศรัทธา และ ๕. ให้ทําตัวเปึนแบบอย่าง ดิฉันคิดว่า ๓ ข้อหลัง นั้น ควรจะรวมเปึนข้อเดียวกันด้วยคําว่า ทนอด นักการเมืองนอกจากอดทน อดกลั้น แล้วต้องรู้จักทนอด ถ้าท่านรู้จักทนอด บ้านเมืองเราจะไม่ล้มเหลว แต่การที่บ้านเมือง ล้มเหลวเพราะนักการเมืองไม่ได้ทนอด เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่า ๓ ข้อ พอแล้วค่ะสําหรับ นักการเมือง คือขอให้ท่านอดทน ขอให้ท่านอดกลั้น แล้วก็รู้จักทนอด โครงการอะไร ก็ตามที่สังคมเกิดความหวาดระแวงว่าท่านกําลังจะไม่ทนอด เช่น กรณีรถเอ็นจีวี ๔,๐๐๐ คัน ท่านต้องทบทวนให้ดีนะคะว่าเวลานี้โอกาสของท่านมีไม่มากนัก ถ้าหากท่าน ทําให้สังคมเกิดความรู้สึกว่าท่านกําลังเข้ามาใช้อํานาจเพื่อที่จะเสพเสวยอํานาจ ท่านอาจจะไม่มีโอกาส เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าบ้านเมืองเราเวลานี้ต้องการ การเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ก็คือฝ์ายการเมือง ถ้าฝ์ายการเมือง รู้จักยับยั้งชั่งใจ รู้จักเสียสละ รู้จักทําตัวเปึนแบบอย่างแล้ว ดิฉันเชื่อว่าบ้านเมืองเราจะมี ความหวัง เพราะว่าบ้านเมืองเราเวลานี้เราต้องการการเมืองที่สะอาด เราอาจจะไม่ต้อง พูดถึงการเมืองใหม่หรืออะไร แต่เราต้องการการเมืองที่ดี การเมืองที่สะอาด การเมืองที่มี ธรรมาภิบาล การเมืองที่นักการเมืองไม่โกง ดิฉันคิดว่ารัฐบาลของท่าน ครม. ของท่าน ถูกประชาชนมองว่าเปึนรัฐบาลเกรดซี (Grade C) แต่ที่จริงรัฐบาลเกรดซี ก็ไม่เปึนไร เพราะว่าในบ้านเรา ทุเรียนในบ้านเราถ้าพูดในเชิงสายพันธุ์ เปึนสายพันธุ์เกรดบี (Grade B) และเกรดซี เหมือนกัน แต่ชาวสวนคนไทยมีความสามารถ เราสามารถ ปรับปรุงพันธุ์ให้มีคุณภาพ จนแม้แต่ประเทศที่มีสายพันธุ์เกรดเอ (Grade A) ก็ยังสู้เรา ไม่ได้ เพราะฉะนั้นการที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดประกาศในวันแถลงวันแรกว่าท่านจะ บริหารบ้านเมืองบนพื้นฐานของหลักนิติรัฐและนิติธรรม ดิฉันคิดว่าอันนั้นคือสิ่งที่สําคัญ ที่สุด ถ้าหากว่าเราบริหารบ้านเมืองตามหลักนิติรัฐแล้ว ดิฉันเชื่อว่าอันนั้นคือการปรับปรุง สายพันธุ์ นักการเมืองเกรดซี ให้ขึ้นมาเปึนเกรดดี (Grade D) ดีบวก ไปจนถึงเอได้ ดิฉันเชื่อว่าหลักนิติรัฐนั้นไม่ใช่เปึนเพียงแค่การใช้กฎหมายที่เท่าเทียมกับประชาชนเท่านั้น แต่หลักนิติรัฐที่สําคัญนั้นเกิดขึ้นจากหลักการที่ว่านักการเมืองมีอํานาจมาก นักการเมือง จะต้องถูกควบคุมการใช้อํานาจรัฐให้อยู่ในการใช้อํานาจรัฐที่ไม่เกินเลย แล้วดิฉันคิดว่า ในการแถลงนโยบายของท่าน ท่านยังไม่ได้พูดถึงว่าจะเป่ดทางให้ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมในการตรวจสอบให้บ้านเมืองมีธรรมาภิบาลมีหลักนิติรัฐได้อย่างไร ดิฉันคิดว่า อันนี้ท่านจะต้องเพิ่มนะคะว่า ทําอย่างไรที่จะให้ประชาชนนั้นมีโอกาสตรวจสอบรัฐบาล ให้มากขึ้น ดิฉันคิดว่าการเมืองที่ล้มเหลวที่ผ่านมานั้นเกิดขึ้นจากภายในระบบ มันตรวจสอบไม่ได้ จึงเป่ดโอกาสให้เกิดรัฐประหารได้ เพราะฉะนั้นท่านจะต้องสร้างให้ การเมืองภายในระบบนั้นเปึนการเมืองที่โปร่งใสตรวจสอบได้ แล้วก็ต้องเป่ดทางให้ประชาชนเข้ามาร่วมตรวจสอบ ดิฉันคิดว่าการเมืองที่ล้มเหลวอีก ประการหนึ่งก็คือความไม่มีประชาธิปไตยในทางเศรษฐกิจ ดิฉันคิดว่าการไม่มี ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจนี้เปึนเรื่องพื้นฐานที่สําคัญที่สุดซึ่งท่านจะต้องแก้ไขต้องทําให้ เกิดประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ โดยหลักนิติรัฐแล้วท่านจะต้องไม่เป่ดทางให้คนที่มี โอกาสทางเศรษฐกิจที่มากกว่ามีโอกาสใช้ประชาธิปไตยทางการเมืองที่มากกว่าคนอื่น ท่านจะต้องไม่ปล่อยให้มีการเอาเปรียบคนที่ด้อยกว่า ดิฉันคิดว่าท่านเองจะต้องทําให้ หน่วยงานของรัฐนั้นเอื้อเฟุ๋อต่อประชาชนและก็ดูแลประชาชนไม่ไปแย่งชิงทรัพยากร ของเขา ต้องไม่ปล่อยให้ธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่เอาเปรียบร้านโชห่วยเล็ก ๆ ซึ่งเวลานี้ ถ้าหากว่าพูดให้ง่ายที่สุดก็คือว่ารัฐบาลต้องไม่อุ้มแต่คนรวย แต่ต้องหันมาช่วยคนจน การที่เราพูดว่าต้องให้ประชาชนเปึนวาระแห่งชาตินั้นไม่พอ ดิฉันคิดว่าจะต้องประกาศ ให้คนจนเปึนวาระแห่งชาติ เพราะถ้าหากว่าเราไม่สามารถที่จะสร้างประชาธิปไตย ทางเศรษฐกิจที่จะให้คนจนนั้นลืมตาอ้าปากได้ไม่ใช่เพียงแค่ลืมตามารอรับประชานิยม เท่านั้น ดิฉันคิดว่าการเมืองที่ล้มเหลวไม่อาจจะกําจัดออกไปได้ แต่ถ้าหากว่าเรา ทําให้คนจนนั้นเปึนวาระแห่งชาติเราต้องไม่ไปแย่งชิงทรัพยากรของเขา เราต้องเอื้ออํานวย ความเปึนธรรมที่จะให้เขาสามารถดํารงชีวิตด้วยตัวเขาเองไม่ใช่คอยแต่แบมือรับสิ่งต่าง ๆ จากรัฐบาลในลักษณะประชานิยมเพื่อที่จะโฆษณาตัวเอง ดิฉันคิดว่าสิ่งนี้อาจจะทําให้ บ้านเมืองการเมืองที่ล้มเหลวนั้นหายไปได้นะคะ ดิฉันคิดว่าเงินที่อัดฉีดลงไปในระบบนั้น จะต้องให้เหมือนกับเม็ดเลือดที่เข้าไปสู่ร่างกายของเราและหมุนเวียนอยู่ภายในร่างกาย แต่ถ้าเงินที่ท่านอัดฉีดเข้าไปเปึนแสน ๆ ล้านบาทและในที่สุดมันก็ไหลออกไปสู่มือของ คนรวยอันนั้นจะไม่มีประโยชน์นะคะ
อีกประการหนึ่งดิฉันคิดว่ารัฐบาลควรจะพิจารณาด้วยว่าบ้านเมืองของเรา ในเวลานี้อยู่ในสภาพที่เปึนวิกฤตอาจจะต้องทบทวนว่าแผนพัฒนาของสภาพัฒน์นั้น จําเปึนต้องมีการทบทวนหรือไม่ อุตสาหกรรมแบบอัสดงคตที่เรานํามาจากต่างประเทศ จะต้องไม่เข้ามารบกวนการทํามาหากินของประชาชนไม่เข้ามาทําลายสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ของประชาชน เช่น ด้านอาหาร ด้านการประมงนั้นจะต้องปลอดจากอุตสาหกรรมหนัก ที่เปึนอัสดงคตวิทยาทั้งหลาย ซึ่งเวลานี้ประเทศเหล่านั้นเขาไม่ต้องการเก็บไว้ในประเทศ ของเขาแต่เขาต้องการส่งออกมาประเทศของเรา ซึ่งดิฉันคิดว่ารัฐบาลจะต้องพิจารณา ในเรื่องนี้นะคะ
อีกประการหนึ่งดิฉันคิดว่ารัฐบาลเองเคยประกาศเอาไว้ตอนการเลือกตั้ง ก่อนสมัยแรกว่าใน ๙๙ วัน ท่านจะจัดการปัญหาหลาย ๆ เรื่องซึ่งมีเรื่องของพลังงาน อยู่ด้วย ดิฉันคิดว่าประเด็นเรื่องพลังงานเวลานี้ถ้าท่านไปดูตัวเลข ตัวเลขการส่งออก พลังงานประเทศเราในป้ที่ผ่านมาสูงกว่าการส่งออกข้าวนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า ท่านจะทําให้เรามีความสามารถในการพึ่งตนเองในเรื่องของพลังงานนั้นยังทําได้ แล้วก๊าซแอลพีจี (LPG) เอ็นจีวี (NGV) ก็ไม่ควรขึ้นราคาในเวลานี้ เพราะว่าผู้ประกอบการ ไม่ได้ล้มลุกคลุกคลานนะคะ ดิฉันคิดว่าผู้บริโภคกําลังล้มลุกคลุกคลานและถ้าหากว่า เราสามารถที่จะทําให้ราคาของพลังงานนั้นมีความเปึนธรรม ราคาพลังงานนั้นเปึนต้นทุน ของภาคการผลิตที่แท้จริงและเปึนต้นทุนของครัวเรือน ดิฉันคิดว่าถ้าหากท่านทําให้ ค่าครองชีพของประชาชนอยู่ในระดับที่แม้แต่คนจนเขาอยู่ได้โดยเขาไม่เดือดร้อน ไม่ต้องมาแบมือขอจากรัฐบาลดิฉันคิดว่าอันนั้นจะเปึนจุดเริ่มต้นของการออกจาก การเมืองที่ล้มเหลวได้
อีกประการหนึ่งดิฉันคิดว่าการปฏิรูปสื่อเปึนสิ่งที่สําคัญสําหรับการที่เรา จะสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองใหม่เปึนสิ่งที่ดิฉันคิดว่าสื่อที่มอมเมาสามารถปลุกปัืน ให้คนมาฆ่ากันได้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องมีเจตจํานงอย่างแรงกล้าในการที่จะ ปฏิรูปสื่อให้เปึนสื่อที่ให้ความรู้สร้างสติปัญญากับประชาชนไม่ใช่เรื่องของการมอมเมา ประชาชนนะคะ
และประการสุดท้ายอยากจะขอให้ท่านได้โปรดพิจารณาตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาด้วยในการพิจารณากรณีต่าง ๆ ที่เกิดจากความรุนแรงในทางการเมืองซึ่งเวลานี้ ยังไม่เคยมีการตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ เพื่อให้ความเปึนธรรมกับประชาชนที่เขา ถูกกระทําด้วยความรุนแรงจากรัฐ ตั้งแต่กรณีที่มหาสารคาม ศรีสะเกษ เชียงราย อุดรธานี มาจนถึงวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๑ และก็วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ดิฉันหวังว่ารัฐบาลจะสามารถตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาสิ่งเหล่านี้ และดิฉันคิดว่าถ้าหากท่านสามารถดําเนินในสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด ดิฉันเชื่อว่าอันนั้นจะเปึน จุดเริ่มต้นของการที่เราจะออกจากการเมืองที่ล้มเหลวค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ มีท่านใดติดใจอะไร ไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มี ขอบคุณครับ ก็อยากจะ ขอความกรุณาท่านนายกรัฐมนตรีมีอะไรกล่าวต่อที่ประชุมไหมครับ ถ้ามีขอเรียนเชิญครับ เพราะถือว่าการแถลงได้เสร็จสิ้นแล้วนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผมต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกรัฐสภานะครับ ที่ได้กรุณาให้ความคิดเห็นในเรื่องของการจัดทํานโยบายของรัฐบาล รวมทั้งสถานการณ์ ของบ้านเมืองครับ ผมจะขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาให้กระชับที่สุดนะครับ เพื่อที่จะได้กราบเรียนเพื่อชี้แจงในบางประเด็นที่ท่านสมาชิกได้มีการอภิปรายถึง
ประการแรก ในเรื่องของนโยบาย ซึ่งมีท่านสมาชิกได้พูดว่าอาจจะ ไม่แตกต่างจากนโยบายของรัฐบาลชุดก่อน ๆ นัก ผมกราบเรียนท่านประธานว่า การจัดทํานโยบายของรัฐบาลในปัจจุบัน ผมคิดว่ามันมีโจทย์หรือมีตัวตั้งอยู่ ๒ ตัว ที่ไม่ว่า รัฐบาลไหนเข้ามาก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ โจทย์ข้อแรกก็คือว่าแนวนโยบายพื้นฐานที่กําหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญเหมือนเปึนบทบังคับ ซึ่งทําให้นโยบายส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่นโยบายเร่งด่วน รัฐบาลไม่ว่าจะชุดไหนเข้ามาดําเนินการก็คงจะดําเนินการไปในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน แทบจะกล่าวได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เหมือนกับกําหนดสิ่งเหล่านี้ไว้เปึนวาระแห่งชาติ ในตัว
ประการที่ ๒ ก็คือว่า โจทย์ที่สําคัญที่สุดในการกําหนดนโยบายของรัฐบาล ก็หนีไม่พ้นสภาพปัญหาของประเทศ ปัจจุบันนี้เรามีกฎหมายหรือพระราชกฤษฎีกา ในเรื่องของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ที่กําหนดไว้ว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล หรือเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรีต้องมีการรายงานสภาพประเทศหรือปัญหาของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความมั่นคง นั่นคือจุดที่เปึนจุดเริ่มต้นที่รัฐบาลจะต้องมา แก้ไขปัญหา เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนว่าตรงนี้อาจจะทําให้ความแตกต่างในเชิงนโยบาย มีไม่มากนัก แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วผมคิดว่านโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลก็ดี หรือถ้าท่าน จะกรุณาไปดูรายละเอียดของนโยบายในแต่ละด้าน ไม่ว่าจะเปึนการศึกษา ไม่ว่าจะเปึน สาธารณสุข ไม่ว่าจะเปึนเศรษฐกิจ ก็จะมีจุดเน้นที่แตกต่างกันไป สําหรับโครงการ ทั้งหลายซึ่งบังเอิญมีการพูดถึงว่าเปึนโครงการประชานิยม ก็กราบเรียนว่าวันนี้อย่าพูดถึง รัฐบาลไทยในแต่ละชุดเลยครับ ทั่วโลกทุกรัฐบาลต้องทําเหมือนกัน เพราะเวลานี้หลังจาก วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น หรือวิกฤตทางการเงินที่เกิดขึ้นในระดับโลกแล้ว ทั่วโลก สหรัฐอเมริกา ยุโรป เอเชีย ที่เปึนประเทศใหญ่ ๆ ต้องมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจไม่แตกต่าง จากกัน และแผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดีที่สุดก็คือการเอาเงินไปใส่กระเปิาของประชาชน ให้เร็วที่สุดเพื่อรักษากําลังซื้อไม่ให้เศรษฐกิจถดถอย ไม่ให้เกิดการเลิกจ้าง เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็กราบเรียนว่าคงไม่ใช่การถกเถียงว่าเปึนประชานิยมหรือไม่ แต่เปึนความจําเปึน เร่งด่วนที่จะต้องมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการทําให้เงินของภาครัฐและภาคเอกชน กลับไปหมุนเวียนให้มากที่สุด ทั้งนี้ทั้งนั้นอยากจะเรียนยืนยันว่าผมได้เพิ่มหลักอีก ๒ หลัก ที่อยากจะให้เปึนแนวปฏิบัติต่อไป นั่นก็คือว่า ประการแรก แม้ว่ามีการเปลี่ยนรัฐบาล หากมีนโยบายหรือโครงการใดที่เปึนประโยชน์กับประชาชนอยู่ ก็ไม่มีความจําเปึน ที่รัฐบาลที่เข้ามาใหม่ต้องมาลบล้างสิ่งที่รัฐบาลชุดก่อนได้ทําเอาไว้ อะไรที่เปึนประโยชน์ ก็ดําเนินการต่อแต่ปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่เปึนจุดอ่อนหรือข้อบกพร่อง ผมยกตัวอย่างเช่น เงินที่จะไปหมุนเวียนในชุมชนต่าง ๆ ในระดับฐานรากนั้น เราก็จะเน้นในเรื่องของ การเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้าไปกํากับ จึงได้มีการพูดถึงเรื่องของการจัดตั้งกองทุน เศรษฐกิจพอเพียง อย่างนี้เปึนต้น ๖ เดือน ๖ มาตรการที่จะเปึนการลดค่าครองชีพของ พี่น้องประชาชนนั้นเราก็ดูตามสถานการณ์ เราก็เห็นว่านโยบายหลายเรื่องประชาชนยังคงมีความต้องการอยู่ในภาวะ ความยากลําบากเช่นนี้ เช่น ค่าน้ํา ค่าไฟ รถเมล์ รถไฟ หรือกรณีของก๊าซหุงต้ม อันนี้โดยหลักการก็ต้องมีการดําเนินการเพื่อลดภาระของประชาชนต่อไป แต่บางมาตรการ ยกตัวอย่างเช่น กรณีของน้ํามัน เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เราก็ต้องปรับหรือเลิกมาตรการนี้เพื่อที่จะให้โครงสร้างในเรื่องของภาษีไม่ได้รับ ความเสียหาย อย่างนี้เปึนต้น แม้กระทั่งกรณีค่าน้ํา ค่าไฟก็กําลังดูตัวเลขกันครับว่า ที่ผ่านมาที่ได้มีการใช้มาตรการนั้นได้ทําให้พี่น้องประชาชนจํานวนไม่น้อยใช้น้ํา ใช้ไฟเพิ่มขึ้นโดยไม่จําเปึน เพราะฉะนั้นแม้จะมีการดํารงมาตรการนี้ต่อก็อาจจะมีการ ปรับตัวเลขบางประการ เพื่อให้สอดคล้องกับการส่งเสริมในเรื่องของการประหยัดด้วย อันนี้ก็คือกราบเรียนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนโยบายว่ามันมีส่วนคล้าย ส่วนต่างจาก นโยบายก่อน ๆ อย่างไรนะครับ แล้วแนวคิดของเราคืออะไร
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกวุฒิสภา ประทานโทษเอ่ยนาม นะครับ ท่าน ส.ว. ตวง ได้พูดไว้หลายประเด็น เช่น เรื่องความเชื่อมั่น เช่น เรื่องการ ปรองดอง แล้วก็ประเด็นปัญหาอื่น ๆ ขอกราบเรียนสั้น ๆ ครับว่า เรื่องความเชื่อมั่นนั้น จริง ๆ แล้วกระผมก็ได้พูดตั้งแต่วันที่ได้รับพระบรมราชโองการ พูดถึงมาตรการในเรื่อง เศรษฐกิจ แล้วก็พูดถึงเรื่องมาตรการของการสร้างความปรองดอง ในส่วนของเศรษฐกิจนั้น ก็ขอเรียนต่อไปเลยว่า ที่ท่านสมาชิกอีกท่านหนึ่งบอกว่า อย่าปล่อยให้แม้แต่นาทีเดียว ผ่านไป ผมก็กราบเรียนว่าวันนี้เสร็จจากการประชุมรัฐสภา ผมได้นัดประชุมคณะรัฐมนตรี เปึนกรณีพิเศษ เพื่อเร่งแก้ปัญหาบางเรื่องที่มันเปึนปัญหาค้างคากันมา เช่น การจํานํา ข้าวโพด หรือแม้แต่ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรแถวจังหวัดสระบุรีขณะนี้ครับ เรื่องของ น้ํานมดิบ อันนี้ก็จะมีการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาให้ทันสถานการณ์ เช่นเดียวกับเรื่องของ มาตรการที่จะช่วยเหลือหรือแบ่งเบาภาระของพี่น้องประชาชนในช่วงป้ใหม่ ในเรื่องการ คมนาคม เรื่องค่าผ่านทาง ก็จะได้มีการประชุมกันในช่วงบ่ายหรือค่ําวันนี้ เพื่อให้ได้ข้อยุติ นะครับ ความเชื่อมั่นที่เราถือเปึนเรื่องสําคัญที่สุดก็คือว่า ในสายตาของชาวโลกถ้าเรา สามารถเปึนเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนได้ โดยขณะนี้รัฐบาลมีแนวคิดที่จะ เลื่อนมาเร็วขึ้นเปึนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เราก็จะมีการประชุมบ่ายวันนี้เช่นเดียวกัน เพื่อในขั้นตอนของรัฐบาลได้อนุมัติหนังสือสัญญาต่าง ๆ พร้อมที่จะให้เพื่อนสมาชิก รัฐสภาได้พิจารณาเมื่อเราเป่ดทําการหลังป้ใหม่ ก่อนที่จะมีการป่ดสมัยประชุมวิสามัญ อันนี้ก็เปึนสิ่งที่จะดําเนินการในแง่ของต่างประเทศ
สําหรับในประเทศในแง่ของความปรองดอง กระผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ว่า ผมใช้เรื่องของความยุติธรรมเปึนตัวหลัก และความยุติธรรมนั้นมี ๓ ส่วนที่เราจะต้อง ดําเนินการ
ส่วนแรกก็คือว่า ความยุติธรรมในเรื่องของคดีความต่าง ๆ ที่ค้างคามา ไม่เฉพาะที่ท่าน ส.ว. รสนา ได้เอ่ยขึ้นเท่านั้น ประทานโทษเอ่ยนามท่าน มันมีคดีความ อื่น ๆ ที่หลายฝ์ายติดใจ ตรงนี้ครับ หลักก็ชัดเจนก็คือว่า รัฐบาลถือว่าเรื่องเหล่านี้ ความจริงไม่ควรจะต้องเปึนนโยบาย เปึนหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมที่จะต้อง ดําเนินการอย่างตรงไปตรงมา แต่เพื่อช่วยเหลือให้เกิดความยุติธรรมในภาพกว้าง ก็ต้อง ยอมรับว่าหลายคดีความที่จะมีการฟัองร้องกัน จะเปึนการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ หรือฟัองร้องในลักษณะที่เปึนกรณี ๆ ไป โดยอาจจะมองไม่เห็นบริบทหรือสถานการณ์ หรือสภาวะแวดล้อมเมื่อเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้น เราก็มีแนวความคิดครับว่าในส่วนของ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ผู้ตรวจการ แผ่นดิน หรือแม้กระทั่งถ้ามีกรณีที่ขึ้นไปถึงศาลปกครอง องค์กรเหล่านี้ควรจะได้มีบทบาท ในการช่วยทางเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ชั้นสืบสวน สอบสวน เพื่อให้เกิดความเปึนธรรม ในภาพกว้างด้วย และถ้าหากองค์กรเหล่านี้เมื่อผมได้ปรึกษาหารือแล้ว ไม่สามารถทํา ตรงนี้ได้อย่างเต็มที่ ก็อาจจะมีความจําเปึนที่จะต้องตั้งกลไกพิเศษขึ้นมาอีกสักกลไกหนึ่ง เพื่อดูแลความยุติธรรมในด้านนี้
ส่วนที่ ๒ ที่เปึนความยุติธรรมที่สําคัญก็คือ ความยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับ ความคิดเห็นทางด้านการเมือง ถูกต้องครับที่ในนโยบายฉบับนี้ไม่ได้พูดถึงการแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ใช่เพราะกลัวอะไรครับ ถ้าจะมีความกลัวคือกลัวเกิด ความเข้าใจผิด ไม่มีเรื่องอื่นครับ สิ่งที่ผมคิดว่าเปึนความต้องการของทุกฝ์ายก็คือ การปฏิรูปทางการเมือง คือกลัวเกิดความเข้าใจผิด ไม่มีเรื่องอื่นครับ สิ่งที่ผมคิดว่าเปึนความต้องการของทุกฝ์าย ก็คือการปฏิรูปทางการเมือง และผมเชื่อว่าทุกท่านทราบดีว่าการปฏิรูปการเมืองคงเกิดขึ้น ไม่ได้ถ้าเราไม่แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แต่ที่ไม่เขียนแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแต่เขียน เรื่องการปฏิรูปการเมืองเพราะว่าในเมื่อนั่นคือเปัาหมายสุดท้าย และน่าจะเปึนเปัาหมาย ที่เราแสวงหาจุดร่วมได้เราก็เขียนตรงนี้ ในทางกลับกันถ้าเราเริ่มต้นเขียนว่ารัฐบาลนี้ จะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่านั่นจะเปึนจุดเริ่มของความขัดแย้งครั้งใหม่ วิธีการที่จะดําเนินการต่อไปในเรื่องของการปฏิรูปการเมืองซึ่งก็คงจะนําไปสู่การแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดที่รัฐบาลมองในขณะนี้ก็คือการมีองค์กรเฉพาะขึ้นมา มีประธานหรือมีบุคลากรที่เปึนที่ยอมรับของทุกฝ์าย ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในเบื้องต้นที่จะ แสวงหา แต่เมื่อได้กลไกนั้นแล้วก็เปึนกระบวนการที่จะเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมมากที่สุด แล้วก็จึงจะเปึนการนําไปสู่การเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายอื่น ๆ ที่ไม่มีความขัดแย้ง หรืออย่างน้อยก็คือมีความขัดแย้งที่น้อยอยู่ ในระดับที่เราจะบริหารจัดการได้
ความยุติธรรมในส่วนที่ ๓ ที่ผมอยากจะกราบเรียนว่ารัฐบาลโดยเฉพาะ ตัวผมเองมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะหยิบยื่นให้กับพี่น้องประชาชน ก็อาจจะ เกี่ยวพันกับสิ่งที่ท่านได้พูดถึงที่มาของรัฐบาลชุดนี้ ที่จริงอยากจะกราบเรียนว่าที่มาของ รัฐบาลชุดนี้ แม้กระทั่งผู้แทนของต่างประเทศที่เขาติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและก็ เข้าใจระบบรัฐสภามันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนะครับ ในระบบรัฐสภานี่ถ้าพรรคการเมืองหนึ่ง มีเสียงข้างมากเด็ดขาด อย่างนั้นก็คงชัดเจนครับว่าพรรคการเมืองนั้นก็คงสามารถที่จะ บริหารราชการแผ่นดินในฐานะรัฐบาลพรรคเดียวได้ ผมต้องเท้าความว่าเลือกตั้งป้ที่แล้ว วันที่ ๒๓ ธันวาคมไม่มีใครได้เสียงข้างมากเด็ดขาด ที่จริงถ้าจะวัดเสียงในระบบสัดส่วน แล้วความแตกต่างระหว่าง ๒ พรรคการเมืองแรกต่างกันเพียงแค่ ๑ แสนคะแนน จาก ๓๐ กว่าล้านคะแนน แล้วก็เราต้องไม่ลืมด้วยว่าหลังจากนั้นก็มีคําวินิจฉัยจาก คณะกรรมการการเลือกตั้งว่ามีการทุจริตในการเลือกตั้งอยู่หลายพื้นที่ ฉะนั้นจริง ๆ แล้ว คะแนนเสียงแทบจะกล่าวได้ว่าคะแนนเสียงที่พี่น้องประชาชนลงให้นี่ ถ้านับรวมคะแนน ของพรรคประชาธิปัตย์กับคะแนนของพรรคการเมืองอื่นที่มาจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ไม่ต้อง นับคะแนนเสียงของพรรคพลังประชาชนเลยก็ถือว่าเปึนเสียงข้างมากและในระบบรัฐสภา เมื่อรัฐบาลผสมชุดหนึ่งบริหารไป ไม่สามารถแก้ปัญหาหรือมีปัญหาขึ้นมา เปลี่ยนเปึน รัฐบาลชุดเดิม ชุดที่ ๒ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อีก รัฐสภาทั่วโลกมักจะเป่ดโอกาสให้ พรรคการเมืองอันดับที่ ๒ หรือผู้นําฝ์ายค้านจัดตั้งรัฐบาล อันนี้เปึนไปตามแนวทางของ สากล เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนครับว่าผมยืนยันว่าผมมายืนอยู่ตรงนี้ก็ด้วยมติ ของสภาผู้แทนราษฎรที่มีการลงมติกันอย่างเป่ดเผย และสมาชิกได้รับการคุ้มครองจาก รัฐธรรมนูญให้มีความเปึนอิสระในการลงมติตรงนั้น แต่อย่างไรก็ตามผมเข้าใจคนที่ ไม่เห็นด้วยเปึนอย่างดี รวมทั้งพี่น้องประชาชนที่ไปชุมนุมที่สภาหรือมาอยู่ที่บริเวณ กระทรวงในขณะนี้ ผมเข้าใจครับ และผมก็ยืนยันว่าผมให้ความเปึนธรรมกับทุกฝ์าย ถ้าท่านกังวลว่าการมาเข้าสู่อํานาจเปึนการสลับขั้วแล้วจะมีการเลือกปฏิบัติ ดําเนินการ กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในทางลบ ละเว้นไม่ปฏิบัติ ดําเนินการกับอีกกลุ่มหนึ่งเปึนเพราะ ผู้สนับสนุนรัฐบาลนี้ ผมขอยืนยันว่ารัฐบาลนี้ไม่ทําอย่างนั้น ผมไม่ทําอย่างนั้นครับ ให้ความมั่นใจว่าท่านต้องได้รับความเปึนธรรมทั้งในเรื่องที่เปึนการเคลื่อนไหวของท่าน และในเรื่องที่ท่านมองว่ากลุ่มอื่นเคลื่อนไหวแล้วไม่ถูกต้อง อันนี้ก็ย้อนกลับไปในสิ่งที่ผม ได้กราบเรียนไปแล้วในเรื่องความยุติธรรม ในเรื่องของคดีความ และความคิดเห็น ทางการเมือง ที่สําคัญที่สุดก็คือว่าผมจะยุติการเมืองที่ให้รัฐบาลเลือกข้าง เลือกขั้ว ผมพูดมาตลอดในชีวิตนักการเมืองผมว่าคนเปึนนายกรัฐมนตรีต้องเปึนนายกรัฐมนตรี ของคนทั้งประเทศ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะเลือกสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนใคร ไม่ว่าจะ มีความคิดเห็นทางการเมืองอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่บางฝ์ายเกรงกลัวขณะนี้ เพราะไปคิดว่ามันมีการแบ่งในสังคมของเราว่ามีกลุ่มการเมืองที่เปึนตัวแทนคนเมือง มีกลุ่มการเมืองที่เปึนตัวแทนคนชนบท มีกลุ่มการเมืองที่เปึนตัวแทนคนกรุงเทพมหานคร กับภาคใต้ มีกลุ่มการเมืองที่แทนคนภาคอีสานกับภาคเหนือ ผมอยากจะบอกว่ารัฐบาลนี้ ไม่เปึนกลุ่มการเมืองที่เปึนตัวแทนของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่จะทําหน้าที่ เปึนตัวแทนและเปึนผู้รับใช้คนทั้งประเทศ อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะยืนยันตั้งแต่นาทีนี้ และจะต้องดูแลให้การทํางานของรัฐบาลเปึนไปตามแนวทางนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ ความเชื่อมั่นที่มีการพูดถึงอีกส่วนหนึ่ง ก็คือ ในเรื่องของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันและมาตรฐานทางการเมือง ผมได้มอบแนวทาง ให้กับคณะรัฐมนตรีชัดเจน ๙ ข้อ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของความรับผิดชอบทางการเมือง สูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย ผมรับข้อสังเกตของท่าน ส.ว. ว่าทําอย่างไร เราจะ ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการของการตรวจสอบมากขึ้น ซึ่งต้องเริ่มตั้งแต่ การมีโอกาสที่จะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารครบถ้วนทุกด้าน การมีช่องทางในการแสดงออก ผมยกตัวอย่างว่า เรื่องการใช้สื่อของรัฐ ผมก็กราบเรียนครับว่าถ้ารัฐบาลจะมีรายการ พบประชาชน ผมยืนยันจะให้มีเวลาสําหรับฝ์ายค้านที่จะพบประชาชน และจะดียิ่งขึ้น ถ้าหากว่าสื่อของเราให้ความสําคัญกับการประชุมวาระสําคัญ ๆ ของรัฐสภา เช่น กระทู้ถามสดและกระทู้ถาม ถ้าสามารถถ่ายทอดสดได้เหมือนมีการถ่ายทอดสด การประชุมครั้งสําคัญ ผมคิดว่านี่คือการนําเอาการเมืองกลับมาสู่ระบบ กลับมาสู่สภา ออกจากท้องถนน ออกจากใต้ดิน อันนี้คือแนวทางที่ตั้งใจที่จะดําเนินการ
ผมกราบเรียนว่ามีรายละเอียดนโยบายอีกเยอะนะครับ ถ้าจะให้พูดกัน ก็อาจจะใช้เวลามาก ขอพยายามไปให้เร็วที่สุดนะครับ เรื่องปัญหา ๓ จังหวัดนั้น ก็กราบเรียนว่าในเรื่องโครงสร้างนั้นเราจะดูแลแน่นอน ไม่ให้กระทบกระเทือนการปฏิบัติ หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในปัจจุบัน เพียงแต่แนวคิดที่สําคัญที่สุดของรัฐบาลในขณะนี้ก็คือว่า การแก้ปัญหาที่ผ่านมา เน้นที่มิติความมั่นคงด้านเดียว และเจ้าหน้าที่ทหาร ตํารวจ เหน็ดเหนื่อยมาก ใช้กําลังพลมาก เสียสละมาก แต่ทําได้เพียงแค่ตรึงสถานการณ์ วันนี้ ที่เราต้องมีองค์กรใหม่ขึ้นมาเพราะว่าการแก้ปัญหานี้จะสามารถไปเดินหน้าในมิติทาง ด้านเศรษฐกิจ ในมิติทางด้านวัฒนธรรมได้ ซึ่งก็จะเปึนคําตอบที่มีความยั่งยืนมากกว่า เรื่องของการศึกษา บังเอิญท่านถามว่า ๑๕ ป้ จะทําได้อย่างไร ๙ ป้ก็เรียกว่าเต็มกลืนแล้ว ที่จริงตามรัฐธรรมนูญเราบังคับไว้ ๑๒ ป้เปึนอย่างน้อย แต่เราไม่เคยทําจริง ผมเชื่อมั่นว่า ทําได้เพราะว่าในท้องถิ่น อย่างเช่น กรุงเทพมหานครได้ทําไปแล้ว ประเด็นมีอยู่เพียงว่า รัฐบาลพร้อมที่จะทุ่มเททรัพยากรหรืองบประมาณ โดยจัดลําดับความสําคัญเปึน ลําดับแรกหรือไม่ ขณะนี้ได้ศึกษาตัวเลขไว้แล้วก็เชื่อว่าจะเริ่มต้นได้ตั้งแต่งบประมาณ กลางป้ที่จะเกิดขึ้น มีประเด็นที่สอบถามในเชิงโครงการมานะครับ เดี๋ยวจะข้ามไปก็คือ กรณีของรถเมล์ เดิม ๖,๐๐๐ คัน ตอนนี้ ๔,๐๐๐ คัน ผมกราบเรียนว่าแนวคิดของเรานี้ ในโครงการนี้มันมีหลักการหลายหลักการ บางหลักการผมถือว่าเปึนเรื่องที่ดี เช่น จะมี การคิดค่าโดยสารที่จะเปึนการลดภาระประชาชน เช่น เปึนการคิดค่าโดยสารอัตราเดียว ตลอดสาย อย่างนี้เปึนต้น ๒. ใช้พลังงานทดแทน ๓. พยายามเอาระบบเรื่องของ ตั๋วอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาเรื่องตั๋วเพื่อปัองกัน การทุจริตรั่วไหล เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าไม่ใช่หลักการที่จะต้องเปลี่ยนไป แต่ข้อครหา ข้อสังเกตที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้มีอยู่เรื่องของการได้มาหรือการจัดซื้อจัดหารถ เหล่านี้ที่จะมีการเช่า โดยเฉพาะการนําเข้าจากต่างประเทศ ตรงนี้เราจะไปตรวจสอบ ทบทวน แต่หลักการของโครงการใหญ่ไม่ผิดและผมยังอยากจะขยายเพื่อที่จะไปเจรจากับ ทางรถร่วมบริการด้วย ให้เกิดความเปึนเอกภาพในโครงการนี้ทั้งหมดนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาในเรื่องของพลังงาน สุดท้ายที่ผม จดมาแล้วก็คิดว่ายังไม่ได้ตอบ นอกจากเรื่องรายละเอียดอื่น ๆ ซึ่งจะขอรับไป คือมีการตั้ง ข้อสังเกตว่าถ้าราคาน้ํามันลดลงมาเหลือเท่านี้ รัฐบาลจะมองข้ามเรื่องพลังงานทดแทน หรือไม่ ผมกราบเรียนว่ารัฐบาลมีความเชื่อว่าราคาของน้ํามันในขณะนี้เปึนเพียงภาวะ ชั่วคราว เพราะฉะนั้นไม่ช้าไม่นานโดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจโลกเริ่มฟุ๋นตัว อย่างไรเสียราคาน้ํามันน่าจะไปยืนอยู่ในระดับ อย่างน้อย ๆ ก็ ๗๐ เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเพียงพอที่จะทําให้พลังงานทดแทนคุ้มทุน ที่สําคัญกว่านั้นก็คือว่าเรามองยุทธศาสตร์ พลังงานทดแทนเปึนโอกาสของพี่น้องที่ปลูกมันสําปะหลัง ที่ปลูกอ้อย ที่ปลูกปาล์ม เพราะฉะนั้นในเชิงยุทธศาสตร์เราจะเดินหน้าเลยครับ ไม่จําเปึนต้องรอว่าพอน้ํามันขึ้นสูง ก็ทํา พอน้ํามันลดต่ําลงก็เลิกทํา ไม่ทําอย่างนั้น เราจะเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ก็ขอยืนยัน ว่านอกจากนโนบายเร่งด่วนแล้วก็ปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว เราตั้งใจที่จะวางรากฐานที่ดี สําหรับสังคมและประเทศชาติจริง ๆ สุดท้ายท่านประธานครับ จริง ๆ ก็คือเรื่องของ การทํางาน ทําหน้าที่ของรัฐบาล ผมยืนยันว่าจะเดินหน้าทําหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ด้วยความทุ่มเท และด้วยความรับผิดชอบโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสมาชิกรัฐสภา ผมถือว่า รัฐบาลนี้มาโดยวิถีทางรัฐสภา ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบต่อรัฐสภาได้ แม้ว่าวันนี้เราอาจจะมาประชุมในสถานการณ์ที่ไม่ปกติแต่ผมขอยืนยันว่าเราจะเดินหน้า ทําทุกวิถีทางให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และเดินหน้าต่อไปได้ และขอยืนยันอย่างที่ ท่าน ส.ว. ได้ร้องขอไว้ว่าเราจะต้องทําให้เกิดชัยชนะสําหรับประเทศชาติและประชาชน คนไทยทุกคนครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี
ต่อไประเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ
กระผมขอแจ้งให้ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพทราบว่า ขณะนี้ตอนที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบาย มีสมาชิกวุฒิสภาเข้ามาร่วมประชุม ๑๐๓ ท่าน ด้วยความขอบคุณนะครับ มี ส.ส. ๒๒๗ ท่าน ก็ด้วยความขอบคุณเช่นเดียวกัน รวมเบ็ดเสร็จ ๓๓๐ ท่าน เกินกึ่งหนึ่งคือ ๒๙๒ รวม ๔๒ ท่าน สมบูรณ์แบบครับวันนี้ นอกจากนั้นกระผมขอขอบคุณเจ้าของสถานที่คือกระทรวงการต่างประเทศที่อนุเคราะห์ จัดสถานที่ให้ด้วยความรวดเร็วทันใจ ฮิตาชิเลยครับ ด้วยความขอบคุณครับ ทั้งท่านรัฐมนตรีคนใหม่ และท่านปลัดกระทรวง และเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ทุกท่าน เราได้รับความอบอุ่นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นในนามของประธานรัฐสภา และรองประธานรัฐสภา คือประธานวุฒิสภานะครับ ขอขอบคุณท่านสมาชิกรัฐสภา ทุกท่านที่มาทุกท่านนะครับ ที่ไม่มา ก็ขออวยพรป้ใหม่เลยนะครับ ทั้งคณะรัฐมนตรีด้วย ขอให้ทุกท่านจงมีแต่ความสุขความเจริญ ควบคุมดูแลรัฐบาลชุดนี้ให้ดี แล้วก็ดําเนินการ ให้ถูกต้องและขอให้ทุกท่านจงมีพลานามัยสมบูรณ์ มีร่างกายแข็งแรง เดินเหินสะดวก เงินทองเต็มกระเปิาในป้ใหม่ ขอให้ท่านโชคดีทุก ๆ ท่าน กระผมขอขอบคุณ ณ โอกาสนี้ ต่อไปวันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแล้ว กระผมขอป่ดประชุม ขอขอบคุณ ทุกท่านครับ