รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑

เลิศรัตน์ รัตนวานิช พูดถึงความชื่นชมในตัวนายกรัฐมนตรี และเรียกร้องให้รัฐบาลชุดนี้บริหารงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และยึดถือประโยชน์สุขของประชาชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การปฏิรูประบบราชการ การปฏิรูปการศึกษา กฎหมายที่ล้าสมัย นโยบายพลังงานทดแทน และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาความสงบเรียบร้อยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ใคร่ขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ถึงข้อคิดเห็นของกระผมต่อรัฐบาลชุดนี้ และต่อนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่ได้แถลง ต่อที่ประชุมรัฐสภา

ก่อนอื่นกระผมขอเรียนด้วยความจริงใจว่ามีความชื่นชมในตัว ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ทั้งบทบาทในฐานะที่เปึนผู้นําฝ์ายค้าน และในฐานะท่าที ที่แสดงออกในช่วง ๒ สัปดาห์เศษที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมเชื่อว่ามีผู้คนอีกจํานวนมากที่แอบยินดีอยู่ในใจ หรือว่าอย่างโจ่งแจ้ง ไม่ใช่เฉพาะ คุณยายเนียมเท่านั้น อย่างไรก็ดีผมคงจะต้องกล่าวถึงที่มาของรัฐบาลชุดนี้ที่จัดตั้งด้วย วิธีพิเศษ ด้วยกลไก และด้วยกลุ่มพลังต่าง ๆ และที่สําคัญประกอบด้วยจิตสํานึกและความเสียสละของนักการเมืองหลาย ๆ ท่าน ในพรรคร่วมรัฐบาลที่ประสงค์จะเห็นบ้านเมืองกลับสู่ความสงบสุข ประสงค์จะเห็น บ้านเมืองสามารถพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งถือว่าเปึนวิกฤติครั้งร้ายแรงที่สุด ครั้งหนึ่งของประเทศ สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนทุกหย่อมหญ้า ต้องยอมรับว่ารัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี หากเปรียบกับระบบการจัดซื้อจัดหาแล้ว ก็เปึนการจัดซื้อจัดหาด้วยวิธีพิเศษที่ไม่ใช้ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี กล่าวคือ เปึนกรณีพิเศษที่จะต้องได้ตามคุณลักษณะเฉพาะชุดนี้เท่านั้น เพื่อประโยชน์ของ ทางราชการ หากไม่ได้ก็จะเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อบ้านเมือง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับว่าเกินความคาดหมายของกูรู (Guru) ของคอการเมืองผู้เชี่ยวชาญ ทางการเมือง นักวิเคราะห์ทั้งในและต่างประเทศ แต่ที่เปึนจุดดีเปึนข้อดีก็คือว่าในการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตยตามกรอบของรัฐธรรมนูญ ซึ่งแน่นอน ที่ผมพูดถึงก็เพราะว่าการมาของรัฐบาลชุดนี้ย่อมนํามาซึ่งความรู้สึกที่สูญเสียของผู้คน อีกกลุ่มหนึ่งที่อาจจะรู้สึกว่าไม่เปึนธรรม รู้สึกว่าไม่เปึนไปตามระบอบอย่างแท้จริง และส่วนหนึ่งก็ไปยืนอยู่ที่ริมรั้วหน้ากระทรวงแห่งนี้ ซึ่งผมก็อยากจะขอร้อง ให้ผู้ที่มีความรู้สึกเช่นนั้นได้เสียสละได้กลืนเลือดบ้างเพื่อบ้านเพื่อเมือง เพื่อประชาชน เพื่อความสุขความสบายใจของคนส่วนใหญ่ ซึ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่กับเกมการเมือง ที่ผู้ทรงอํานาจทั้งหลายได้เล่นกันมาเปึนระยะ ๆ จนบ้านเมืองแทบจะล้มละลาย และผม ก็คิดว่าสักวันหนึ่งฝ์ายที่สูญเสียก็อาจจะได้อํานาจกลับมา ถ้ารัฐบาลชุดนี้บริหารงาน ไม่เข้าตาไม่เปึนประโยชน์แก่บ้านเมืองหรือส่วนรวม เพราะจุดสูงสุดของระบอบ ประชาธิปไตยหรือความต้องการของประชาชนนั้นก็คืออยากได้รัฐบาลที่เข้ามาบริหาร ประเทศที่ทําเพื่อประชาชน และสามารถบริหารประเทศให้เจริญรุ่งเรือง ให้สังคม มีความสุข ใครทําไม่ได้ก็ต้องอยู่ได้ไม่นาน ไม่ว่าจะจากเหตุผลใด ประชาชนก็คง ไม่ให้โอกาส ในฐานะที่เปึนสมาชิกวุฒิสภา พวกเราพร้อมเสนอที่จะทําหน้าที่ตรวจสอบ การทํางานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น เอาจริงเอาจัง ไม่ถือข้างถือฝ์าย ยิ่งในด้านของ ธรรมาภิบาลด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านนิติธรรมและประสิทธิภาพในการบริหารราชการ แผ่นดิน สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถที่จะรอมชอม ไม่สามารถที่จะต่อรอง หรือไม่สามารถที่จะ ผ่อนปรนแลกเปลี่ยนกับเสถียรภาพของรัฐบาลได้ อีกทั้งท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศ กฎเหล็ก ๙ ข้อที่จะใช้กับคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ซึ่งผมก็คิดว่าเปึนมาตรฐานที่ดี และที่เรา จะเฝัาติดตามการทํางานและพฤติกรรมต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดพร้อมจะส่งเสียงดัง ๆ หากมีการลดหย่อนหรือฝ์าฝ๋นมาตรฐานหนึ่งใด หรือที่มีผู้กล่าวว่าอุดมการณ์ต่อรองไม่ได้ ท่านนายกรัฐมนตรีครับท่านมีภาระหน้าที่ที่สําคัญและศักดิ์สิทธิ์ ท่านมารับหน้าที่ ในห้วงเวลาแห่งวิกฤติของบ้านเมือง แห่งความแตกแยกทั้งเอกภาพและความมั่นคง ของชาติ อีกทั้งท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้คัดสรรทีมงานของท่านด้วยตัวเองทั้งหมด ดังนั้นท่านมีเวลาน้อยที่จะต้องสร้างกองกําลังใหม่เพื่อให้พร้อมรบในช่วงเวลาอันสั้น ในช่วงเวลาที่ข้าศึกได้มาประชิดกําแพงเมืองทุกด้านแล้ว ผมจําคําพูดของ ท่านบารัค โอบามา ได้ วันที่ชนะการเลือกตั้ง ท่านบอกว่าไม่มีแม้แต่นาทีเดียวที่เราจะ ปล่อยให้ผ่านไปได้ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็สมกับสมญานามว่าโอบามาร์คนะครับ เพราะว่าท่านก็ไม่ได้ปล่อยให้แต่ละวันผ่านไปเลย ผมก็หวังว่าวันนี้เราคงไม่ต้องอยู่ เคาท์ดาวน์ (Count down) ป้ใหม่กันในวันพรุ่งนี้ที่นี่นะครับ เปึนโอกาสของ ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วที่จะได้ลบคําปรามาสของเกจิอาจารย์ทางการเมืองหลายคน เขาบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีอายุน้อย นายอภิสิทธิ์อายุน้อย ด้อยประสบการณ์ บริหารพรรคยังไม่ค่อยจะเรียบร้อยจะบริหารประเทศได้อย่างไร ก็เปึนโอกาส ผมเชื่อว่า ไม่กี่วันท่านคงจะสามารถลบคําปรามาสนั้นได้ และผมก็เปึนกําลังใจแล้วก็ภาวนา ให้ท่านทําได้ ให้ท่านสามารถควบคุมกํากับดูแลรัฐบาลชุดนี้ให้บริหารราชการแผ่นดิน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และยึดถือประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยเปึนที่ตั้ง อย่างแท้จริงตามประโยคสุดท้ายที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงเมื่อสักครู่นี้ ผมก็เหลืออีกเล็กน้อยที่เพื่อนวุฒิสมาชิกที่ไม่มีโอกาสอภิปรายฝากมานะครับ เนื่องจากว่า เราจะอภิปรายกันแค่ ๓ คน

ประเด็นแรก คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมได้อ่านทั้ง ๓๖ หน้าไม่มีกล่าวถึง เลยครับ ผมไม่รู้ว่ารัฐบาลนี้กลัวอะไรหรือเปล่า หรือกลัวใคร หรือเกรงใจใคร ความกลัว บางทีก็ทําให้เสียหายได้ และผู้นําที่คนยกย่องจะเปึนผู้นําต้องมีความกล้าเท่านั้น ผมก็ยัง หวังว่ารัฐบาลนี้จะคิดแก้รัฐธรรมนูญให้มันดีขึ้น ให้การเมืองมันพัฒนาขึ้น ให้การบริหาร ช่วยราชการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรเมื่อท่านแล้วมันก็ไปช่วยคนที่รอติดคุก ติดตะรางไม่ได้อย่างแน่นอน แล้วก็ไปช่วยคนที่ติดคุกการเมืองไปแล้วอีก ๑๐๙ คนไม่ได้ อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเดินหน้าเถอะครับ ผมไม่เชื่อว่าทุกถ้อยคําใน ๓๐๙ มาตรานี้ พวกเราอ่านบทความนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองมีข้อติติงเยอะแยะไปหมดเลย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้พูดถึงแม้แต่ประโยคเดียวใน ๓๖ หน้า ของคําแถลงนโยบาย อย่ากลัวเลยครับ พวกเราจะยืนอยู่ข้างหลังท่าน

สุดท้ายมีเรื่องสําคัญ ๆ ที่สมาชิกวุฒิสภาฝากมา ผมก็จะกล่าวสั้น ๆ ๖ - ๗ ประเด็น

ประเด็นแรก คือแก้ไขปัญหาความสงบเรียบร้อยใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ท่านวุฒิสมาชิกท่านแรกก็ได้กล่าวไปแล้ว ที่เราเปึนห่วงคือเรื่องการปรับโครงสร้าง การเข้าไปต่อสู้ การเข้าไปแก้ไขปัญหาใหม่ ก็อยากให้ท่านได้ดูให้ดีก่อน ปรึกษาให้รอบคอบ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านปัจจุบันนี้ท่านก็มี ประสบการณ์ในเรื่องนี้ ก็ลองมาดูว่าเราจะไปตามโครงสร้างเก่าแต่ปรับเปลี่ยนวิธีการ หรือว่าบุคลากรใหม่ หรือว่าเราจะปรับเปลี่ยนเอามาไว้ที่สํานักนายกรัฐมนตรี อย่างที่อยู่ในคําแถลงนโยบายนี้

ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องการปฏิรูประบบราชการ ซึ่งก็ทํากันมาตลอด แต่ก็คิดว่าข้าราชการของเราก็ยังไม่ทันอกทันใจ และยังไม่โลกาภิวัตน์พอ ตรงนี้เราจะ แก้ไขอย่างไรที่จะทําให้เราสามารถพัฒนาระบบราชการและให้เกื้อกูลต่อการดําเนินธุรกิจ ของภาคเอกชนด้วย ยิ่งในยุคเศรษฐกิจถดถอยที่กําลังจะมาในครึ่งป้แรกของป้ ๒๕๕๒ นี้

ประเด็นที่ ๓ เรื่องการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งท่านวุฒิสมาชิกตวงได้พูดไปแล้ว เราก็อยากเห็นลูกหลานไทยของเราได้เติบโตขึ้นมาเปึนทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อประเทศ

ประเด็นที่ ๔ คือเรื่องกฎหมายที่ล้าสมัยนี้ แล้วก็ยังไม่เปึนไปตาม รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ก็อยากให้ท่านได้รีบปรับปรุงปฏิรูป

ประเด็นที่ ๕ ก็คือเรื่องการเร่งรัดเสนอร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ มีประมาณอีก ๕ ฉบับที่ยังไม่ได้ผ่านเข้ามา ซึ่งทําให้การตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ หรือการตรวจสอบผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนั้นไม่สามารถดําเนินการได้ แล้วก็เปึนเรื่องสําคัญ ๆ ทั้งสิ้น

ประเด็นสุดท้ายคือเรื่องของการพัฒนาพลังงานทดแทน อันนี้ผมพูด เพราะว่าผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการการพลังงานของวุฒิสภา ก็มีคนบ่นเยอะมากว่า นโยบายพัฒนาพลังงานทดแทนนั้นกระท่อนกระแท่น พอน้ํามันถูก อย่างตอนนี้เหลือ ๓๐ กว่าเหรียญ ๔๐ เหรียญต่อบาร์เรล เปรียบเทียบกับเมื่อ ๑๔๗ เหรียญเมื่อกลางป้ รัฐบาลก็จะไม่ค่อยมาสนใจ ก็เปึนโอกาสนโยบายเร่งด่วนท่านที่จะทํากองทุนน้ํามันนั้น ก็สามารถที่จะใช้ส่วนนี้มาช่วยส่งเสริมการพัฒนาการพลังงานทดแทนให้เดินหน้าไปได้ ไม่ให้ผู้ประกอบการต้องล้มลุกคลุกคลานอย่างที่ผ่านมา ก็คงจะมีเรื่องที่จะกราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานสภาเพียงเท่านี้ ๓ ป้ที่ผ่านมานั้นประเทศไทย ถอยหลังไปมาก ประเทศไทยต้องเสียโอกาสในทางเศรษฐกิจแล้วก็เกิดความแตกแยก อย่างที่ยากต่อการเยียวยา พวกเราก็หวังว่าท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาลชุดนี้ จะเปึนความหวังของพวกเราในอนาคต แล้วก็พร้อมที่จะสนับสนุนการทํางานของ รัฐบาลเสมอ ขอบพระคุณครับ