อภิสิทธิ์ แถลงนโยบายรัฐบาล เน้นแก้ขัดแย้ง ฟื้นฟูเศรษฐกิจ-ปฏิรูปการเมือง

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยเน้นการแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้มั่นคงยั่งยืน พร้อมเสนอแผนปฏิรูปการเมืองและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะยังนำเสนอมาตรการสำคัญด้านสังคมและการเกษตร ได้แก่ การขยายโอกาสการศึกษาฟรี 15 ปี การยกระดับมาตรฐานอาชีวศึกษา และการจัดตั้งสภาเกษตรกรแห่งชาติเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของเกษตรกร รวมถึงการส่งเสริมระบบสาธารณสุขชุมชนผ่านอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเสนอแผนจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินและภัยพิบัติจากภาวะโลกร้อน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะยืนยันที่จะบริหารราชการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญและจัดกฎหมายเพื่อสร้างความมั่นคงให้ประชาชนในระยะ 3 ปี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ

ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้กระผมเปึนนายกรัฐมนตรี ตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๑๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ นั้น

บัดนี้คณะรัฐมนตรีได้กําหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดิน เรียบร้อยแล้ว โดยยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขและครอบคลุมถึงแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ตามบทบัญญัติในหมวด ๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย คณะรัฐมนตรี จึงขอแถลงนโยบายดังกล่าวต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อให้ทราบถึงแนวทาง การบริหารราชการแผ่นดินที่รัฐบาลจะดําเนินการเพื่อนําสังคมไทยกลับคืนสู่ความ สมัครสมานสามัคคี เอื้ออาทร และคนไทยมีความสุขถ้วนหน้า พร้อมทั้งนําประเทศไทย ให้ผ่านพ้นวิกฤติเศรษฐกิจครั้งสําคัญเพื่อให้สามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ

รัฐบาลเข้าบริหารประเทศในช่วงที่สังคมไทยมีความขัดแย้งและมีความ แตกแยก เนื่องจากมีความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องการเมืองและการบริหารประเทศ ความขัดแย้งดังกล่าวระหว่างกลุ่มประชาชนได้ทวีความรุนแรงขึ้นจนส่งผลให้การบริหาร บ้านเมืองในช่วงที่ผ่านมาขาดความก้าวหน้าในการพัฒนาประเทศในเรื่องต่าง ๆ ที่มีความสําคัญเร่งด่วน และมีผลกระทบต่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ความขัดแย้ง ดังกล่าวเปึนจุดอ่อนของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปัจจุบันที่เศรษฐกิจโลกได้เข้าสู่ ภาวะวิกฤติที่มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบศตวรรษ

วิกฤติเศรษฐกิจโลกครั้งนี้เริ่มต้นจากวิกฤติการณ์สถาบันการเงิน ในสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งได้ส่งผลเชื่อมโยงถึงระบบการเงินของโลก ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นี้จะไม่ได้มีผลกระทบต่อสถาบันการเงินของประเทศโดยตรง แต่ก็มีผลกระทบให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนของต่างชาติออกจากประเทศในช่วง ดังกล่าวและส่งผลให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์เข้าสู่จุดต่ําสุดในรอบ ๕ ป้ เมื่อเดือนตุลาคม

ความเสียหายต่อระบบการเงินอย่างรุนแรงได้ส่งผลให้เศรษฐกิจ ของประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ์น และอีกหลายประเทศในยุโรปเข้าสู่ ภาวะเศรษฐกิจถดถอย และขณะนี้อุตสาหกรรมใหญ่ในประเทศพัฒนาแล้ว เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ การบิน และอิเล็กทรอนิกส์ เปึนต้น กําลังประสบปัญหาทางการเงิน ถึงขั้นที่อาจจะล้มละลาย และได้มีการปลดคนงานออกแล้วเปึนจํานวนนับล้านคน เศรษฐกิจไทยเริ่มได้รับผลกระทบจากภาวการณ์ชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกเร็วกว่า ที่หลายฝ์ายคาดการณ์ไว้ ดังจะเห็นได้จากมูลค่าการส่งออกในเดือนพฤศจิกายน ในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาลดลง ร้อยละ ๑๘.๖ และปริมาณการส่งออกลดลง ร้อยละ ๒๒.๖ จํานวนนักท่องเที่ยวในเดือนกันยายนลดลง ร้อยละ ๑๖.๕ ยอดส่งเสริม การลงทุนในช่วง ๑๑ เดือน ลดลง ร้อยละ ๔๐ และภาคการก่อสร้างอยู่ในภาวะหดตัว รวมถึงประมาณการรายได้ของรัฐบาลในรูปภาษีและรายได้อื่น ๆ ในป้งบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๒ มีแนวโน้มจะปรับลดลงจากประมาณการเดิมประมาณ ร้อยละ ๑๐

ในป้ ๒๕๕๒ เศรษฐกิจโลกโดยรวมมีแนวโน้มจะขยายตัวได้เพียงเล็กน้อย และจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับภาวะชะลอตัวของการส่งออก การลดลง ของจํานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ การลดลงของราคาสินค้าเกษตร และการชะลอ การลงทุนของภาคเอกชน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อจํานวนคนว่างงานที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก ๕ แสนคนในปัจจุบันเปึน ๑ ล้านคน และจะกระทบต่อเนื่องไปถึงปัญหาความยากจน ปัญหาสังคม และอาชญากรรมเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นความขัดแย้งทางการเมืองซึ่งขยาย ไปสู่ความขัดแย้งในภาคประชาชนในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว ก็จะทําให้เศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยวของประเทศเข้าสู่ภาวะถดถอยในที่สุด

นอกจากปัญหาสําคัญเร่งด่วนดังกล่าวแล้วรัฐบาลจะให้ความสําคัญแก่ ปัญหาพื้นฐานระยะยาวของประเทศไทย ในปัจจุบันคนไทยยังมีการศึกษาโดยเฉลี่ย ประมาณ ๙ ป้น้อยกว่าประเทศในแถบเอเชีย ซึ่งมีค่าเฉลี่ยประมาณ ๑๐ - ๑๒ ป้ คุณภาพ การศึกษายังมีปัญหาส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนต่ํากว่ามาตรฐาน ในวิชาสําคัญ เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ คนไทยมีอายุ ยืนยาวขึ้น แต่ก็มีปัญหาสุขภาพเพิ่มขึ้น ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ป์วยเปึนโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และหัวใจ ซึ่งโรคเหล่านี้รักษาให้หายได้ยากและมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง นอกจากนี้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และยาเสพติดยังคงเปึนปัญหาสําคัญ ของสังคมไทย และความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังคงทวี ความรุนแรงขึ้นส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของคนไทย และความสามารถในการ แข่งขันของประเทศ

ดังนั้นรัฐบาลจะดําเนินนโยบายพื้นฐานควบคู่กันไปกับการแก้ไขปัญหา เร่งด่วน เพื่อให้มีการพัฒนาที่ยั่งยืน เช่น การเตรียมพร้อมสําหรับสังคมผู้สูงอายุ การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน ความมั่นคงของอาหารและพลังงาน การสร้างเศรษฐกิจฐานความรู้ การแก้ไขความยากจนและลดความเหลื่อมล้ําของรายได้ การพัฒนาธรรมาภิบาล การพัฒนาพื้นที่และกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่น การสร้างบทบาท ของไทยในเวทีโลก และการเชื่อมโยง และความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศ ในภูมิภาค เปึนต้น ท่านประธานที่เคารพ

รัฐบาลถือเปึนภารกิจที่สําคัญอย่างยิ่งที่จะต้องนําประเทศไทยให้รอดพ้น จากวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่กําลังเกิดขึ้นและพัฒนาไปสู่การเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน แก้ไขวิกฤติทางสังคมที่มีความแตกแยกและพัฒนาให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ยุติวิกฤติทางการเมือง และปฏิรูปการเมืองให้มีความมั่นคงตามแนวทางระบอบ ประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ในการนี้รัฐบาลจะดําเนินการให้บรรลุ ภารกิจดังกล่าวภายใต้แนวทางพื้นฐานหลัก ๔ ประการคือ

หนึ่ง ปกปัองและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มีความมั่นคงในการ เปึนศูนย์รวมจิตใจและความรักสามัคคีของคนในชาติและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ไว้เหนือความขัดแย้งทุกรูปแบบพร้อมทั้งดําเนินการทุกวิถีทางอย่างจริงจังเพื่อปัองกัน มิให้มีการล่วงละเมิดพระบรมเดชานุภาพ

สอง สร้างความปรองดองสมานฉันท์บนพื้นฐานของความถูกต้องยุติธรรม และการยอมรับของทุกภาคส่วน

สาม ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ให้ขยายตัวอย่างยั่งยืน และบรรเทาผลกระทบของ ภาวะเศรษฐกิจที่ประชาชนจะประสบ

สี่ พัฒนาประชาธิปไตยและระบบการเมือง ให้มีความมั่นคง มีการปฏิบัติ ตามกฎหมาย และบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค เปึนธรรม และเปึนที่ยอมรับ ของสากล ท่านประธานที่เคารพ

รัฐบาลจะบริหารราชการแผ่นดินโดยน้อมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงที่เน้นการใช้คุณธรรมนําความรู้และจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทยอย่างเคร่งครัด โดยแบ่งการดําเนินการเปึน ๒ ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน ที่จะเริ่มดําเนินการและมีกําหนดเวลาแล้วเสร็จในป้แรกอย่างชัดเจนและระยะ การบริหารราชการ ๓ ป้ของรัฐบาลซึ่งมีกําหนดเริ่มต้นตั้งแต่ป้แรกเปึนต้นไป ดังต่อไปนี้

๑. นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดําเนินการในป้แรก

๑.๑ การสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ภาคประชาชนและเอกชนในการลงทุนและการบริโภค

๑.๑.๑ เสริมสร้างความสมานฉันท์และความสามัคคีของ คนในชาติให้เกิดขึ้นโดยเร็วโดยใช้แนวทางสันติรับฟังความเห็นจากทุกฝ์ายและหลีกเลี่ยง การใช้ความรุนแรงรวมทั้งฟุ๋นฟูระเบียบสังคมและบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม และเปึนธรรมแก่ทุกฝ์าย ตลอดจนสนับสนุนองค์กรตามรัฐธรรมนูญให้มีส่วนร่วมในการ สร้างความสมานฉันท์

๑.๑.๒ จัดให้มีสํานักงานบริหารราชการจังหวัดชายแดน ภาคใต้เปึนองค์กรถาวร และกําหนดจังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนเขตพัฒนาพิเศษ ที่มีการสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ํา สิทธิพิเศษด้านภาษี และอุตสาหกรรมฮาลาล และสนับสนุนให้เปึนเขตพัฒนาพิเศษที่มีความยืดหยุ่นและหลากหลายทางศาสนา และวัฒนธรรม

๑.๑.๓ ปฏิรูปการเมือง โดยจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษา แนวทางการดําเนินการปฏิรูป โดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพื่อวางระบบ การบริหารประเทศให้มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพ ในแนวทางการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข มีความเหมาะสมสอดคล้องกับ สภาพสังคมไทย และเปึนไปตามความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

๑.๑.๔ เร่งสร้างความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตาของ ชาวโลก โดยจะร่วมมือกับรัฐสภาในการพิจารณาอนุมัติเอกสารที่เกี่ยวข้องที่ประเทศไทย จะต้องลงนามในช่วงของการประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียนให้แล้วเสร็จภายใน เดือนมกราคม ๒๕๕๒ และเตรียมความพร้อมเปึนเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอด ผู้นําอาเซียน ครั้งที่ ๑๔ ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ในฐานะที่ประเทศไทยเปึนประธาน

๑.๑.๕ ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจที่กําลังประสบปัญหาเปึนการเร่งด่วน โดยจัดทําเปึนแผนฟุ๋นฟูเศรษฐกิจระยะสั้นให้แล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม ๒๕๕๒ พร้อมทั้งจัดทํางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พุทธศักราช. ๒๕๕๒ เพื่อนําเม็ดเงินของรัฐเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและบรรเทาภาวะความเดือดร้อนของประชาชน และภาคธุรกิจ

๑.๑.๖ เร่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ และเร่งรัดมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยดําเนินการร่วมกันระหว่างภาครัฐ และเอกชนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวการปรับแผนงบประมาณของส่วนราชการ ประจําป้งบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๒ เพื่อจัดฝ๊กอบรมและสัมมนาให้กระจาย ทั่วประเทศ รวมทั้งลดหย่อนค่าธรรมเนียมและค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว

๑.๑.๗ เร่งลงทุนเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการลงทุน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ การลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างระบบบริการ สุขภาพที่มุ่งสู่การปัองกันและส่งเสริมสุขภาพ การลงทุนพัฒนาระบบขนส่งมวลชน และการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ําและการชลประทาน ให้สามารถเริ่มดําเนินโครงการ ได้ในป้ ๒๕๕๒

๑.๒ การรักษาและเพิ่มรายได้ของประชาชน

๑.๒.๑ ร่วมมือกับภาคเอกชนในการดําเนินมาตรการชะลอ การเลิกจ้างและปัองกันการขยายตัวของการเลิกจ้างในภาคอุตสาหกรรมและบริการ ทั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดย่อม โดยใช้มาตรการจูงใจเพื่อลดภาระ ของภาคเอกชนในการชะลอการเลิกจ้างงาน

๑.๒.๒ ดําเนินมาตรการเร่งด่วนเฉพาะหน้า เพื่อรองรับปัญหา แรงงานว่างงานจากภาคอุตสาหกรรมและนักศึกษาจบใหม่ โดยจัดโครงการฝ๊กอบรม แรงงานที่ว่างงานประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คน ในระยะเวลา ๑ ป้

๑.๒.๓ เร่งรัดดําเนินการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ของผู้ถูกเลิกจ้างและผู้ว่างงานอันเนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจ เช่น การเพิ่มวงเงิน ให้กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเพื่อช่วยเหลือลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง

๑.๒.๔ สร้างหลักประกันด้านรายได้แก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้ ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ หรือไม่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ โดยจัดสรร เบี้ยยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไป ที่แสดงความจํานงโดยการขอขึ้นทะเบียน เพื่อขอรับการสงเคราะห์ รวมทั้งขยายเพดานให้กู้ยืมจากกองทุนผู้สูงอายุเปึน ๓๐,๐๐๐ บาทต่อราย

๑.๒.๕ เพิ่มมาตรการด้านการคลัง เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ ของประชาชนและกระตุ้นธุรกิจในสาขาที่ได้รับผลกระทบ

๑.๒.๖ สร้างรายได้และศักยภาพทางเศรษฐกิจในระดับ ฐานราก โดยการจัดตั้งกองทุนเศรษฐกิจพอเพียง และจัดสรรเงินเพิ่มเติมให้จากวงเงิน ที่เคยจัดสรรให้เดิม เพื่อพัฒนาแหล่งน้ําและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติระดับชุมชน ลดต้นทุนปัจจัยการผลิตทางการเกษตร รวมทั้งเร่งรัดและลดขั้นตอนของภาครัฐ เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้อย่างรวดเร็ว

๑.๒.๗ ดําเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ผ่านกลไกและเครื่องมือของรัฐให้มีประสิทธิภาพ และเร่งสร้างระบบประกันความ เสี่ยงทางการเกษตร ทั้งระบบประกันความเสี่ยงราคาพืชผลผ่านกลไกตลาดซื้อขาย ล่วงหน้าสินค้าเกษตร และระบบประกันภัยพืชผลอันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ

๑.๒.๘ เร่งรัดและพัฒนาตลาดและระบบการกระจายสินค้า ของสินค้าเกษตรและสินค้าชุมชน เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศและการส่งออก

๑.๒.๙ จัดตั้งสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อให้เกษตรกรมีส่วนร่วม ในการเสนอนโยบายและวางแผนพัฒนาเกษตรอย่างเปึนระบบ และมีระบบคุ้มครองและ รักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร รวมทั้งพัฒนาความเข้มแข็งของเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน

๑.๒.๑๐ ส่งเสริมบทบาทอาสาสมัครสาธารณสุขประจํา หมู่บ้าน หรือ อสม. ทั่วประเทศให้ปฏิบัติงานเชิงรุก ในการส่งเสริมสุขภาพในท้องถิ่น และชุมชน การดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ การดูแลผู้ป์วยในโรงพยาบาล และการ เฝัาระวังโรคในชุมชน โดยจัดให้มีสวัสดิการค่าตอบแทนให้แก่ อสม. เพื่อสร้างแรงจูงใจ หนุนเสริมให้ปฏิบัติงานได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ

๑.๓ การลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

๑.๓.๑ ให้ทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาฟรี ๑๕ ป้ โดยสนับสนุนตําราในวิชาหลักให้แก่ทุกโรงเรียน จัดให้มีชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียน ฟรีให้ทันป้การศึกษา ๒๕๕๒ และสนับสนุนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพื่อชดเชยรายการต่าง ๆ ที่โรงเรียนเรียกเก็บจากผู้ปกครอง

๑.๓.๒ กํากับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการ ที่มีความจําเปึนต่อการครองชีพ ให้มีราคาที่เปึนธรรม สะท้อนต้นทุนอย่างเหมาะสม และไม่เปึนการเอาเปรียบผู้บริโภค

๑.๓.๓ ดําเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ในส่วนของการเดินทาง ก๊าซหุงต้ม และบริการด้านสาธารณูปโภค โดยปรับปรุงมาตรการ ที่มีอยู่เดิมให้สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจและอยู่บนหลักการของการใช้และบริโภค อย่างประหยัด

๑.๓.๔ ใช้กองทุนน้ํามันในการรักษาเสถียรภาพของ ราคาน้ํามันอย่างมีประสิทธิภาพและเปึนประโยชน์ต่อการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน และการใช้น้ํามันอย่างประหยัด

๑.๔ จัดตั้งคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ และคณะกรรมการ ร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. เพื่อเร่งรัดติดตาม แก้ไขปัญหา ลดขั้นตอนในการปฏิบัติและกําหนดมาตรการและโครงการเพื่อฟุ๋นฟู เศรษฐกิจในภาวะเร่งด่วน ท่านประธานที่เคารพ

ในส่วนของนโยบายที่จะดําเนินการในช่วงระยะเวลา ๓ ป้ ของรัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลจะดําเนินนโยบายหลัก ซึ่งปรากฏตามนโยบายข้อที่ ๒ ถึงข้อที่ ๘ ในหน้าที่ ๙ ถึง ๓๕ ของเอกสารคําแถลงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งได้แจกให้ท่านสมาชิกรัฐสภา ผู้ทรงเกียรติล่วงหน้าแล้ว เพื่อความกระชับ ผมใคร่ขอกล่าวถึงนโยบายข้อที่ ๒ ถึงข้อที่ ๘ โดยย่อดังนี้

๒. นโยบายความมั่นคงของรัฐ

รัฐบาลจะปกปัองและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มีความมั่นคง ในการเปึนศูนย์รวมจิตใจและความรักสามัคคีของคนในชาติ โดยการเสริมสร้างจิตสํานึก ให้มีความจงรักภักดี เทิดทูน ปกปัองสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งปัองกันอย่างจริงจัง มิให้มีการล่วงละเมิดพระบรมเดชานุภาพ นอกจากนั้นจะพัฒนาศักยภาพการปัองกัน ประเทศให้มีความพร้อมในการรักษาเอกราชอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน รวมทั้ง การคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติ เสริมสร้างสันติภาพของการอยู่ร่วมกันกับประเทศ เพื่อนบ้าน โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยการเจรจาโดยสันติวิธี และแก้ไข ปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองทั้งระบบ และเสริมสร้างศักยภาพในการจัดการกับปัญหา ภัยคุกคามข้ามชาติ โดยให้ความสําคัญแก่การพัฒนาระบบและกลไกต่าง ๆ ให้พร้อมที่จะ ปัองกันและแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ

๓. นโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต มี ๖ ด้าน คือด้านการศึกษา ด้านแรงงาน ด้านสาธารณสุข ด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ด้านสวัสดิการสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ และด้านการกีฬาและนันทนาการ

๑. นโยบายการศึกษา

รัฐบาลจะปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบตั้งแต่ระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐานจนถึงระดับอุดมศึกษา และจัดให้ทุกคนมีโอกาสได้เรียนฟรีจริง ๑๕ ป้ ตั้งแต่ ระดับอนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย ปรับปรุงระบบการบริหารจัดการกองทุน ให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาให้มีการประนอมและไกล่เกลี่ยหนี้ รวมทั้งขยายกองทุนให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาระดับอาชีวศึกษา และปริญญาตรีมากขึ้น รัฐบาลจะพัฒนาครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้ ได้ครูดี ครูเก่ง มีคุณธรรม มีคุณภาพ และมีวิทยฐานะสูงขึ้น ลดภาระงานครูที่ไม่เกี่ยวกับ การเรียนการสอนตามโครงการคืนครูให้นักเรียน และมีการดูแลคุณภาพชีวิตของครู ด้วยการปรับโครงสร้างหนี้และจัดตั้งกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตครู รัฐบาลจะยึดเกณฑ์ การประเมินของสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาเปึนหลัก ในการยกระดับคุณภาพโรงเรียนที่ต่ํากว่าเกณฑ์มาตรฐาน ยกระดับคุณภาพมาตรฐาน การศึกษาระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาไปสู่ความเปึนเลิศ และส่งเสริมความเปึนเลิศ ของมหาวิทยาลัยไปสู่การเปึนศูนย์กลางทางการศึกษาและวิจัยพัฒนาในภูมิภาค ส่งเสริม ให้เด็ก เยาวชน และประชาชนใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศเชิงสร้างสรรค์ อย่างชาญฉลาดเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ นอกจากนี้จะส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วม ในการพัฒนาการศึกษาทั้งระบบและเร่งรัดการลงทุนด้านการศึกษาและการเรียนรู้ อย่างบูรณาการในทุกระดับการศึกษาและในชุมชน

๒. นโยบายแรงงาน

รัฐบาลจะดําเนินการให้แรงงานทั้งในและนอกระบบได้รับการ คุ้มครองตามมาตรฐานแรงงานไทย โดยเฉพาะในด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพการจ้างงาน ปฏิรูประบบประกันสังคมให้มีความเข้มแข็งมั่นคง ขยายความคุ้มครอง ถึงบุตรและคู่สมรสของผู้ประกันตนในเรื่องการเจ็บป์วย รวมทั้งเพิ่มสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เพิ่มเติมให้แก่ผู้ประกันตน รัฐบาลจะพัฒนาและฝ๊กอบรมแรงงานทุกระดับให้มีความรู้ และทักษะฝ้มือที่มีมาตรฐานสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและสอดคล้อง กับความต้องการของตลาดแรงงาน ส่งเสริมให้แรงงานไทยไปทํางานต่างประเทศ อย่างมีศักดิ์ศรีและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ในด้านสวัสดิการด้านแรงงานจะจัดตั้งสถาบัน ความปลอดภัยในการทํางาน จัดให้มีสถานดูแลเด็กอ่อนในสถานประกอบการและเพิ่ม ศักยภาพกองทุนเงินทดแทนในการดูแลลูกจ้างที่ประสบอันตรายเนื่องจากการทํางาน รวมทั้งจัดระบบดูแลด้านสวัสดิการแรงงานของกลุ่มแรงงานนอกระบบ นอกจากนั้น จะจัดระบบการจ้างงาน แรงงานต่างด้าวให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิต และส่งเสริมการทํางานของผู้สูงอายุและคนพิการ

๓. นโยบายด้านสาธารณสุข

รัฐบาลจะสนับสนุนการดําเนินการตามแนวทางของกฎหมาย สุขภาพแห่งชาติ โดยเร่งดําเนินมาตรการสร้างเสริมสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อ สุขภาพและการเจ็บป์วยเรื้อรัง สร้างขีดความสามารถในการเฝัาระวัง ปัองกัน ควบคุมโรค วินิจฉัยและดูแลรักษาพยาบาลอย่างเปึนระบบ เพื่อปัองกันปัญหาการป์วยและตาย ด้วยโรคอุบัติใหม่ที่รวมถึงโรคที่มีการกลายพันธุ์เปึนสายพันธุ์ใหม่ และโรคระบาดซ้ําในคน อย่างทันต่อสถานการณ์ รัฐบาลจะปรับปรุงระบบบริการด้านสาธารณสุข โดยลงทุน พัฒนาระบบบริการสุขภาพของภาครัฐในทุกระดับให้ได้มาตรฐาน ยกระดับสถานีอนามัย เปึนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจําตําบล และพัฒนาระบบเครือข่ายการส่งต่อ ในทุกระดับให้มีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงกันทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน นอกจากนี้รัฐบาล จะให้ความสําคัญอย่างจริงจังในการลงทุนผลิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข รวมทั้งปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพด้านการแพทย์ ให้มีการกระจายบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขอย่างสอดคล้องกับความต้องการ ของพื้นที่ และผลักดันการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเปึนศูนย์กลางด้านสุขภาพและ การรักษาพยาบาลในระดับนานาชาติ

๔. นโยบายศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม

รัฐบาลจะส่งเสริมการทํานุบํารุงและรักษาศิลปวัฒนธรรมไทย ทุกด้าน รวมทั้งศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและภูมิปัญญาไทย ให้มีความก้าวหน้า เสริมสร้าง บทบาทของสถาบันครอบครัวร่วมกับสถาบันทางศาสนา สถาบันการศึกษา และสถาบัน ทางสังคมอื่น ๆ ในการปลูกฝังค่านิยมและจิตสํานึกที่ดีและการเฝัาระวังทางวัฒนธรรม ที่มีผลกระทบต่อการเบี่ยงเบนพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน รวมทั้งสนับสนุนการผลิต สื่อสร้างสรรค์ สร้างกระแสเชิงบวกให้แก่สังคม และเป่ดพื้นที่สารธารณที่ดีให้แก่เด็ก และเยาวชน สนับสนุนการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งความหลากหลายของศิลปะ และวัฒนธรรมไทย เพื่อการศึกษาเรียนรู้และเผยแพร่สู่สังคมโลก ตลอดจนใช้ประโยชน์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชาวโลกและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ รัฐบาล ขอให้ความมั่นใจว่าจะส่งเสริมการปรับปรุงองค์กรและกลไกที่รับผิดชอบด้านศาสนา ด้วยการบริหารจัดการ ส่งเสริม ทํานุบํารุงศาสนา มีความเปึนเอกภาพและประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมความเข้าใจอันดีและสมานฉันท์ระหว่างศาสนิกชนของทุกศาสนา

๕. นโยบายสวัสดิการสังคม และความมั่นคงของมนุษย์

รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาความยากจน โดยการจัดหาที่ดินทํากินให้แก่ ผู้มีรายได้น้อย ส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ เช่น การปลูกป์า สร้างความเข้มแข็งของ กองทุนหมู่บ้านและแหล่งเงินทุนอื่น ๆ ในระดับชุมชน ให้มีกลไกที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และให้ชุมชนสามารถตัดสินใจและนําไปใช้ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุนชนได้ ปรับโครงสร้างหนี้ภาคประชาชนเพื่อนําไปสู่การลดหนี้หรือยืดเวลาชําระหนี้หรือลดอัตรา ดอกเบี้ย หรือพักชําระดอกเบี้ย รัฐบาลถือเปึนภารกิจสําคัญที่จะแร่งรัดปรับปรุงแก้ไข ปัญหาคุณภาพการอยู่อาศัย คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมชุมชน โดยเฉพาะชุมชนผู้มี รายได้น้อยให้ดียิ่งขึ้น การสร้างความมั่นคงในทางชีวิตให้ผู้สูงอายุ โดยเน้นบทบาท สถานะทางสังคมและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ และการสร้างระบบประกัน ชราภาพ เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่วัยสูงอายุอย่างมั่นคง ส่งเสริมความเสมอภาคระหว่าง ชายหญิง ขจัดการกระทําความรุนแรง และการเลือกปฏิบัติต่อเด็ก สตรี และผู้พิการ ให้การคุ้มครองและส่งเสริมการจัดสวัสดิการทางสังคมที่เหมาะสมแก่ผู้ยากไร้ ผู้พิการ หรือทุพพลภาพ และผู้ที่อยู่ในภาวะยากลําบาก ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พึ่งตนเองได้ รัฐบาลจะเร่งรัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเปึนระบบครบวงจร และเพิ่ม ประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยส่งเสริม ให้มีระบบติดตามและเฝัาระวังปัญหาอาชญากรรมที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและสร้าง เครือข่ายอาสาสมัครชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ รัฐบาลจะให้ความสําคัญในการคุ้มครอง ผู้บริโภคในทุกมิติ โดยเฉพาะการใช้กลไกทางกฎหมายในการปัองกันการเอาเปรียบ ผู้บริโภคในด้านอื่น ๆ เช่น การโฆษณาเกินเวลา การโฆษณาแฝง หรือการใช้สื่อ เพื่อประโยชน์ส่วนตน

๖. นโยบายการกีฬาและนันทนาการ

รัฐบาลจะเสริมสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มออกกําลังกาย และเล่นกีฬา โดยประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคธุรกิจ เอกชน ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีส่วนร่วมในการพัฒนากีฬา พัฒนา กีฬาสู่ความเปึนเลิศ โดยจัดตั้งศูนย์ฝ๊กกีฬาแห่งชาติ พร้อมทั้งนําวิทยาศาสตร์การกีฬา มาใช้ ส่งเสริมกีฬาไทยให้เปึนที่รู้จักอย่างกว้างขวางและได้รับการยอมรับจากสากลยิ่งขึ้น ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ด้านการกีฬา รวมทั้งจัดสร้างลานกีฬาในทุกหมู่บ้านและชุมชน และจะปรับปรุงกฎหมาย การกีฬาและที่เกี่ยวข้อง โดยจัดให้มีกฎหมายกีฬาอาชีพ กฎหมายเกี่ยวกับสวัสดิการ นักกีฬา และกฎหมายอื่น ๆ

๔. นโยบายเศรษฐกิจ มี ๕ ด้าน คือ ด้านการบริหารเศรษฐกิจมหภาค ด้านการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านพลังงาน และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ด้านนโยบายการบริหารเศรษฐกิจมหภาค

รัฐบาลจะสนับสนุนให้เศรษฐกิจมีการเจริญเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ บริหารสภาพคล่องทางการเงินภายในประเทศ และดูแลการเคลื่อนย้ายทุนระหว่าง ประเทศ รวมทั้งการเพิ่มความร่วมมือทางด้านการเงินภายใต้กรอบการประชุมสุดยอด ผู้นําอาเซียน เพื่อให้สามารถช่วยเหลือและร่วมกันแก้ไขปัญหาในกรณีที่เกิด วิกฤตเศรษฐกิจและการเงินในภูมิภาค รัฐบาลจะพัฒนาตลาดทุนและระบบสถาบัน การเงินให้เข้มแข็ง และสามารถรองรับผลกระทบจากความผันผวนของสภาวะการเงินโลก และให้สามารถสนับสนุนการลงทุนและการดําเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง ในด้านการรักษาวินัยการคลัง จะปรับปรุงแนวทางการจัดสรรงบประมาณของประเทศ ให้สอดคล้องกับกําลังเงินของแผ่นดิน ปรับปรุงโครงสร้างภาษีและการจัดเก็บภาษี เพื่อให้มีความเปึนธรรม โปร่งใส และสนับสนุนการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ รวมทั้งมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการประหยัดพลังงานและพลังงาน ทางเลือก กําหนดกรอบการลงทุนภาครัฐ ทั้งระยะปานกลางและระยะยาวที่ชัดเจน รวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจ โดยเน้นการพัฒนาการให้บริการ การใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด การลดต้นทุนดําเนินงาน การบริหารความเสี่ยง การบริหารจัดการภายใต้หลักธรรมาภิบาล และมีระบบการกํากับดูแลที่ดี

ด้านนโยบายปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจในภาคเกษตร

รัฐบาลจะเร่งรัดและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาระบบ โลจิสติกส์ทางการเกษตร ส่งเสริมอาชีพและขยายโอกาสการทําประมง ทั้งในระดับ พื้นบ้านและเชิงอุตสาหกรรม พัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมสัตว์น้ําควบคู่กับ การเจรจาส่งเสริมความร่วมมือกับต่างประเทศในการทําประมงนอกและในน่านน้ํา สากล พัฒนาและสร้างมูลค่าให้สินค้าปศุสัตว์ โดยพัฒนาการผลิตทุกขั้นตอนให้มี ความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ดูแลเสถียรภาพราคาและตลาดสินค้าเกษตร โดยจัดให้มีระบบประกันความเสี่ยงด้านราคาสินค้าเกษตร พัฒนาตลาดสินค้าเกษตร ล่วงหน้าให้มีความเข้มแข็ง สร้างตลาดกลางค้าส่งและค้าปลีกสินค้าเกษตรในทุกภูมิภาค และแก้ไขปัญหาหนี้สิน ฟุ๋นฟูอาชีพและความเปึนอยู่ของเกษตรกร ทั้งนี้รัฐบาลจะจัดตั้ง เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรอย่างครบวงจร และให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนสนับสนุนเงินทุนพัฒนาเครื่องจักรเพื่อแปรรูปขั้นต้นของ สินค้าเกษตร รัฐบาลให้ความสําคัญกับการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร โดยจะส่งเสริม การทําการเกษตรตามแนวพระราชดําริ ขยายกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาเกษตร ทฤษฎีใหม่ โครงการอาหารกลางวัน และธนาคารโค กระบือ ตามแนวพระราชดําริ และสนับสนุนการทําเกษตรอินทรีย์ เกษตรผสมผสาน วนเกษตร เร่งรัดการจัดหาแหล่งน้ํา ให้ทั่วถึงและเพียงพอ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ําเพื่อการผลิต ทางการเกษตร คุ้มครองและรักษาพื้นที่ที่เหมาะสมกับการทําเกษตรกรรม จัดหาที่ดิน ทํากินให้แก่เกษตรกรยากจนในรูปของธนาคารที่ดิน และเร่งรัดการออกเอกสารสิทธิ ให้แก่เกษตรยากจนและชุมชนที่ทํากินอยู่ในที่ดินของรัฐที่ไม่มีสภาพป์าแล้วในรูปของ โฉนดชุมชน รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรในรูปของนิคมการเกษตร นอกจากนี้ จะพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้มีคุณภาพและมีความสามารถในการบริหารจัดการ ในทุกรูปแบบ ผ่านระบบการเรียนรู้ทั้งในและนอกระบบการศึกษาเพื่อเสริมสร้าง ความมั่นคงภาคเกษตรและสังคมไทย

ภาคอุตสาหกรรม

รัฐบาลจะสร้างความแข็งแกร่งและความสามารถในการแข่งขัน ในตลาดโลกด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้า อุตสาหกรรม แก้ไขปัญหาเฉพาะและพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในอนาคต เช่น อุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรภายในประเทศ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมอัญมณี เปึนต้น ร่วมมือกับภาคเอกชนในการปรับปรุงคุณภาพ และมาตรฐานสินค้าให้ทัดเทียมและล้ําหน้าในระดับสากล เร่งผลิตบุคลากรด้านอาชีวะ ตามความต้องการของตลาดแรงงานอุตสาหกรรม สร้างความเข้มแข็งให้แก่อุตสาหกรรม ขนาดกลางและขนาดย่อม โดยรัฐสนับสนุนจัดตั้งเครือข่ายรวมกลุ่มและขยายขอบเขต การให้สินเชื่อ และประกันสินเชื่อผ่านระบบธนาคารและสถาบันการเงินของรัฐ รัฐบาล จะจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเพื่อส่งเสริมการลงทุนด้านอุตสาหกรรมที่มีความ สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ เช่น การพัฒนาพื้นที่ชายฝัืงทะเลภาคใต้ การจัดตั้ง เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เปึนต้น ทั้งนี้โดยคํานึงถึงการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนของ ชุมชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ และส่งเสริมให้อุตสาหกรรมมีความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งในด้านคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ และมาตรฐานความปลอดภัย ในสถานประกอบการและสิ่งแวดล้อม

ภาคการท่องเที่ยวและบริการ

รัฐบาลจะขยายฐานภาคบริการ โดยเพิ่มความหลากหลายของธุรกิจ บริการ และเชื่อมโยงธุรกิจภาคบริการ อุตสาหกรรม และเกษตรเข้าด้วยกัน ให้เปึนกลุ่มสินค้า เช่น ธุรกิจสุขภาพ อาหาร และการท่องเที่ยว รวมทั้งสินค้าบริการที่ใช้ ความคิดสร้างสรรค์บนพื้นฐานของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย และที่สําคัญที่สุด คือจะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทั้งของรัฐและเอกชน เพื่อสร้างศักยภาพด้านการท่องเที่ยว รัฐบาลจะจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านการท่องเที่ยว และกําหนดจุดขายของ แหล่งท่องเที่ยวของแต่ละภาคและกลุ่มจังหวัดให้มีความเหมาะสมเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เช่น กรุงเทพมหานครที่ทรงเสน่ห์ ภาคใต้เปึนศูนย์กลางท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก ภาคเหนือเปึนศูนย์กลางอารยธรรมล้านนา ภาคอีสานเปึนศูนย์กลางท่องเที่ยว เชิงประวัติศาสตร์ โบราณคดี วัฒนธรรมและชายแดน ภาคกลางเปึนศูนย์กลางท่องเที่ยว อารยธรรม มรดกโลก และมรดกธรรมชาติ เปึนต้น นอกจากนี้จะพัฒนามาตรฐาน บริการการตลาด และประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว โดยกําหนดกลยุทธ์ที่ชัดเจน เพื่อสนับสนุนจุดขายที่มีความโดดเด่นของไทยให้เปึนศูนย์กลางระดับโลก โดยเฉพาะ ความพร้อมของการให้บริการทางด้านศูนย์กลางการประชุมและแสดงสินค้าระหว่าง ประเทศ และศูนย์กลางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ การท่องเที่ยวทั้งหมดให้มีความทันสมัยและเพิ่มประสิทธิภาพของการบังคับใช้กฎหมาย ทางด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม

ด้านการตลาด การค้า และการลงทุน

รัฐบาลจะส่งเสริมระบบการค้าเสรีและเปึนธรรม บังคับใช้กฎหมาย แข่งขันทางการค้าและกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเคร่งครัด รวมทั้งออกกฎหมาย ค้าปลีกเพื่อกํากับดูแลธุรกิจค้าปลีกอย่างเปึนระบบ โดยให้ธุรกิจรายใหญ่และรายย่อย อยู่ร่วมกันได้อย่างเกื้อกูลและยั่งยืน ปรับปรุงมาตรการปัองกันการค้าที่ไม่เปึนธรรม ขยายตลาดสินค้าและบริการส่งออกของไทยไปสู่ประเทศใหม่ ๆ ใช้ประโยชน์จากข้อตกลง เขตการค้าเสรีทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ควบคู่ไปกับการเจรจาข้อตกลงเขตการค้า เสรีที่มีปัญหา ทั้งที่อยู่ระหว่างการเจรจา และที่ได้มีการเจรจาไปแล้ว เพื่อให้เกิดประโยชน์ สูงสุดต่อประเทศ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาครัฐ นอกจากนั้นจะส่งเสริมการลงทุนในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ โดยเฉพาะสินค้าอาหารและ บริการฮาลาล อุตสาหกรรมภาพยนตร์ สินค้าและบริการที่ใช้นวัตกรรมและภูมิปัญญา สินค้าที่เปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้มีการจดทะเบียนทรัพย์สิน ทางปัญญาให้ถูกต้อง และปกปัองคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของสินค้า และผลิตภัณฑ์ไทยในต่างประเทศ ปรับปรุงประสิทธิภาพและจัดระบบการอํานวย ความสะดวกทางการค้าและการลงทุนทางชายแดน และปรับปรุง และเร่งรัดกระบวนการ พิจารณาอุทธรณ์เรื่องภาษี

ด้านนโยบายการแข่งขันโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับคุณภาพ ชีวิตและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

รัฐบาลจะขยายการให้บริการสาธารณูปโภคที่มีความจําเปึน ต่อการดํารงชีวิตของประชาชนให้กระจายไปสู่ภูมิภาคอย่างทั่วถึง เพียงพอ และมีคุณภาพ ทั้งบริการน้ําสะอาด ไฟฟัา สื่อสาร โทรคมนาคมและที่อยู่อาศัย รวมทั้งพัฒนา ถนนไร้ฝุ์น โดยยกระดับมาตรฐานในชนบทเปึนถนนคอนกรีตหรือลาดยาง จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเร่งรัดการพัฒนาระบบการคมนาคมขนส่ง และโลจิสติกส์อย่างบูรณาการ พัฒนาระบบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ โดยเชื่อมโยงการขนส่งทางถนน ทางราง ทางน้ํา และทางอากาศอย่างเปึนระบบ ทั้งโครงข่ายระบบรถไฟฟัาขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รถไฟชานเมือง และเมืองหลักในภูมิภาค รถไฟทางคู่ โครงข่ายทางหลวงสายประธาน สายหลัก และโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหลักในภูมิภาคและระหว่างประเทศ ในขณะเดียวกันจะพัฒนากิจการพาณิชยนาวี ท่าเรือ ซึ่งรวมถึงท่าเรือแหลมฉบัง ให้มีมาตรฐานและทันสมัยระดับโลก ขยายขีดความสามารถของท่าอากาศสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานหลักในภูมิภาค และใช้ท่าอากาศยานดอนเมืองให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมการบิน ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรม เกี่ยวข้องด้านการขนส่ง เช่น การต่อเรือ การต่อตู้รถไฟ และรถไฟฟัา เปึนต้น และเร่งแก้ไข ปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดําเนินการโครงการขนาดใหญ่อย่างจริงจัง นอกจากนั้นจะพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ แนวเศรษฐกิจตะวันออก - ตะวันตก โครงการสะพาน เศรษฐกิจเชื่อมอ่าวไทยและอันดามัน และแนวเศรษฐกิจอินโดนีเซีย - มาเลเซีย - ไทย ตลอดจนปรับปรุงระบบอํานวยความสะดวกทางการค้าและการขนส่งสินค้าข้ามแดน ในพื้นที่บริเวณชายแดนที่สําคัญของประเทศ

ด้านนโยบายพลังงาน

รัฐบาลจะพัฒนาพลังงานให้ประเทศไทยสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้น โดยจัดหาพลังงานให้เพียงพอ มีเสถียรภาพ วางแผนพัฒนาไฟฟัาให้มีการกระจายชนิด ของเชื้อเพลิงที่ใช้ ส่งเสริมการผลิตไฟฟัาจากพลังงานหมุนเวียนที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะ โครงการผลิตไฟฟัาขนาดเล็กและโครงการผลิตไฟฟัาขนาดเล็กมาก ดําเนินการให้นโยบายด้านพลังงานทดแทนเปึนวาระแห่งชาติ โดยสนับสนุนการผลิต และการใช้พลังงานทดแทน โดยเฉพาะการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพและชีวมวล เช่น แก๊สโซฮอล์ (อี ๑๐ อี ๒๐ และอี ๘๕) ไบโอดีเซล ขยะ และมูลสัตว์ เปึนต้น รวมทั้ง สนับสนุนการใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคขนส่งให้มากขึ้น และกํากับดูแลราคาพลังงาน ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม มีเสถียรภาพและเปึนธรรมต่อประชาชน นอกจากนั้นจะส่งเสริม การอนุรักษ์และประหยัดพลังงาน ทั้งในภาคครัวเรือน อุตสาหกรรม บริการ และขนส่ง ส่งเสริมการจัดหาและการใช้พลังงานที่ให้ความสําคัญต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้กระบวนการ มีส่วนร่วมของประชาชน รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดโครงการกลไกการพัฒนาพลังงานที่สะอาด เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน และลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก

ด้านนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

รัฐบาลจะพัฒนาโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการสื่อสารอย่างเท่าเทียมกัน รวมทั้งพัฒนาบริการ สื่อสารที่ทันสมัย เพื่อรองรับความต้องการของภาคธุรกิจ และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อพัฒนาการให้บริการภาครัฐ การศึกษา สาธารณสุข และโลจิสติกส์ ตลอดจนพัฒนา อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทั้งในด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ เพื่อรองรับการเปึนศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในภูมิภาค

๕. นโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

รัฐบาลจะให้การคุ้มครองและอนุรักษ์ทรัพยากรป์าไม้และสัตว์ป์า ทรัพยากรดิน ทรัพยากรน้ํา ทรัพยากรธรณี ทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง รวมทั้งฟุ๋นฟู อุทยานทางทะเลอย่างเปึนระบบ เร่งจัดทําแนวเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน เร่งประกาศพื้นที่ ป์าอนุรักษ์ กําหนดเขตและส่งเสริมการปลูกป์า ป์าชุมชนเพิ่มฝายต้นน้ําลําธารและฝาย ชะลอน้ําตามแนวพระราชดําริ รวมทั้งจัดให้มีระบบบริหารจัดการน้ําในระดับประเทศ ทั้งน้ําผิวดินและน้ําใต้ดิน และคุ้มครองและฟุ๋นฟูพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความสําคัญเชิงระบบ นิเวศเพื่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

รัฐบาลจะจัดให้มีระบบการปัองกัน เตือนภัยและบรรเทาความ เดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยธรรมชาติ โดยติดตั้งระบบเตือนภัยและจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐาน อันจําเปึนที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ที่มีความเปราะบางหรือเสี่ยงต่อภัยพิบัติอันเกิดจาก ภาวะโลกร้อน เช่น น้ําท่วม แผ่นดินหรือโคลนถล่ม น้ําแล้ง ตลอดจนธรณีพิบัติและการเกิด คลื่นยักษ์ในทะเล เปึนต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทุกแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญ

รัฐบาลจะดําเนินการควบคุมและลดปริมาณของเสียที่กลายมาเปึน มลพิษทั้งในรูปขยะ ขยะอันตราย มลพิษทางอากาศ กลิ่น เสียง และน้ําเสีย โดยส่งเสริม การผลิตและบริโภคที่เปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อม การใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เกิดการใช้ซ้ํา หรือหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ส่งเสริมการปัองกันมลพิษตั้งแต่จุดกําเนิด เพิ่มศักยภาพ และขีดความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบําบัดน้ําเสีย กําจัดขยะ ชุมชน และเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยเฉพาะการจัดให้มีศูนย์กําจัดขยะชุมชนกลางในทุกจังหวัด นอกจากนี้จะพัฒนาองค์ความรู้และปรับปรุงกลไกด้านการบริหารจัดการทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสร้างจิตสํานึกในการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน ประชาชน และภาคีที่เกี่ยวข้อง ในรูปของ สมัชชาสิ่งแวดล้อมมีส่วนร่วมบริหารจัดการ

๖. นโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม

รัฐบาลจะส่งเสริมและสนับสนุนโครงการวิจัยตามแนวพระราชดําริ การวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งงานวิจัยขั้นพื้นฐานและงานวิจัย ประยุกต์ เพื่อนําไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และพัฒนาอุตสาหกรรม รวมทั้งเร่งรัด การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่มีความสําคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและพัฒนา อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในอนาคต อาทิ เทคโนโลยีสําหรับผู้พิการ เทคโนโลยีอวกาศ เทคโนโลยีพลังงานทดแทน และเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคง ตลอดจนเร่งรัดบุคลากรด้าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและบุคลากรด้านการวิจัยให้สามารถตอบสนองความต้องการ ของภาคการผลิต และมีหน่วยงานวิจัยที่สามารถรองรับบุคลากรได้อย่างเพียงพอ

นอกจากนี้จะปฏิรูประบบการวิจัยและพัฒนาของประเทศ โดยจัดให้มี กองทุนวิจัยร่วมภาครัฐและเอกชน เพิ่มเติมงบประมาณด้านการวิจัยของประเทศ ปรับปรุงคุณภาพและมาตรฐานของงานวิจัยพื้นฐาน และการวิจัยพัฒนาแบบครบวงจร โดยให้มีโครงการวิจัยพัฒนาที่เปึนรูปธรรม เช่น ยา เคมีภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสินค้าเกษตรโดยเชื่อมโยงระหว่างภาคเอกชน สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัย และเครือข่ายวิสาหกิจ

๗. นโยบายการต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

รัฐบาลจะพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในทุกมิติและ ทุกระดับ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีและการเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อให้เกิด เสถียรภาพความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของภูมิภาค โดยส่งเสริม ความร่วมมือในทุกสาขากับประเทศเพื่อนบ้านภายใต้กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคต่าง ๆ และเร่งแก้ไขปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านโดยสันติวิธีบนพื้นฐานของสนธิสัญญา และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลถือเปึนภารกิจสําคัญที่จะส่งเสริมความร่วมมือเพื่อสร้าง ความแข็งแกร่งของอาเซียนในวาระที่ไทยดํารงตําแหน่งประธานอาเซียน และบรรลุ การจัดตั้งประชาคมอาเซียนตามกฎบัตรอาเซียน ส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิด กับประเทศมุสลิมและองค์กรมุสลิมระหว่างประเทศเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย กระชับ ความร่วมมือและความเปึนหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับประเทศที่มีบทบาทสําคัญของโลก และประเทศคู่ค้าของไทยในภูมิภาคต่าง ๆ ส่งเสริมการมีบทบาทร่วมกับประชาคมโลก ในเรื่องการกําหนดบรรทัดฐานระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการค้าสินค้าเกษตร และกฎระเบียบด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนร่วมมือในการแก้ไขประเด็นปัญหา ข้ามชาติทุกด้านที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์ นอกจากนี้จะสนับสนุน การเข้าร่วมในข้อตกลงระหว่างประเทศทุกระดับที่เปึนประโยชน์ต่อประเทศ เร่งรัดการให้ สัตยาบันในข้อตกลงที่ได้ลงนามไว้แล้ว และปรับปรุงแก้ไขข้อตกลงที่ก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อประชาชนและสังคม ส่งเสริมการรับรู้และความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับการ เปลี่ยนแปลงในโลกที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย เพื่อก่อให้เกิดฉันทามติในการกําหนด และดําเนินนโยบายต่างประเทศ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจที่ถูกต้องของ ต่างประเทศต่อประเทศไทย ทั้งระบบการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดี ของประเทศไทย รวมทั้งให้การคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิและผลประโยชน์ของคนไทย แรงงานไทย และภาคธุรกิจเอกชนไทยในต่างประเทศ

๘. นโยบายการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี มี ๓ ด้าน คือด้านประสิทธิภาพ การบริหารราชการแผ่นดิน ด้านกฎหมายและการยุติธรรม และด้านสื่อและการรับรู้ข้อมูล ข่าวสาร

ด้านประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน

รัฐบาลสนับสนุนการกระจายอํานาจทางการคลังสู่ท้องถิ่น โดยเพิ่ม ขีดความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดเก็บรายได้ การจัดบริการ สาธารณะที่ได้มาตรฐานและตอบสนองความต้องการของประชาชน และการดําเนินการ ที่ยึดหลักธรรมาภิบาลและระบบการทํางานที่มีประสิทธิภาพ และในเวลาเดียวกัน จะปรับบทบาทและภารกิจการบริหารราชการระหว่างราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นให้ชัดเจน ไม่ซ้ําซ้อน เพื่อสามารถดําเนินภารกิจที่สนับสนุนเชื่อมโยงกัน และประสานการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม รัฐบาลจะบูรณาการความเชื่อมโยงของ การบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค สู่ท้องถิ่น โดยสนับสนุนการบริหารงานจังหวัด แบบบูรณาการผ่านกระบวนการจัดทําแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่สอดคล้องกับ แนวนโยบายของรัฐบาล แผนยุทธศาสตร์ระดับชาติและระดับภาค ตลอดจนเชื่อมโยง กับแผนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแผนชุมชน รวมทั้งสนับสนุนให้มีการบริหาร ท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ โดยสนับสนุนให้ท้องถิ่นที่มีศักยภาพและความพร้อมจัดตั้ง เปึนมหานคร นอกจากนั้นจะสร้างมาตรฐานด้านคุณธรรมและธรรมาภิบาลของข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ พัฒนาความโปร่งใสในการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ ปัองกัน และปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบ ตลอดจนสนับสนุนการสร้างค่านิยมของสังคม ให้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตและถูกต้องชอบธรรม จัดทํามาตรฐานระบบงานให้มี ความยืดหยุ่น คล่องตัว รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และพัฒนา ข้าราชการรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ ปรับเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน และสิทธิประโยชน์ของ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพเพื่อรักษา คนเก่ง คนดี ไว้ในราชการ และปรับปรุงคุณภาพชีวิตข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้ดีขึ้น เพื่อให้สามารถดํารงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมีขวัญกําลังใจ

ด้านกฎหมายและการยุติธรรม

รัฐบาลจะปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบที่ล้าสมัยและ เป่ดช่องให้เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบ หรือทําให้เกิดประโยชน์ทับซ้อน ขยายและยกเลิก อายุความในคดีอาญาบางประเภท และคดีทุจริต และปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบในทุกระดับอย่างจริงจัง รวมทั้งปลูกฝังค่านิยมคนไทยต้องไม่โกง พัฒนากระบวนการยุติธรรมให้มีระบบการอํานวยความยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเปึนธรรมต่อทุกกลุ่ม โดยส่งเสริมให้มีการนําหลักความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์และหลักการระงับข้อพิพาท ทางเลือกมาใช้ในการไกล่เกลี่ยและการประนอมข้อพิพาท ตลอดจนพัฒนาระบบและ วิธีการปฏิบัติในการแก้ไขฟุ๋นฟูผู้กระทําความผิดที่เปึนเด็กหรือเยาวชน และผู้ใหญ่ให้มี ความหลากหลายและเหมาะสมต่อกลุ่มเปัาหมาย ทั้งนี้ รัฐบาลจะเร่งจัดตั้งองค์กร เพื่อการปฏิรูปกฎหมายและองค์กรเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รัฐบาลจะส่งเสริมให้ประชาชนและเพิ่มบทบาท ของอาสาสมัครมากขึ้นในการมีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ชั้นการเข้าถึง ข้อมูลข่าวสารกระบวนการยุติธรรม ชั้นการปัองกันอาชญากรรม การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท การตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ตลอดจน จัดให้มีบริการด้านทนายและการปรึกษาทางกฎหมายแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย รวมทั้งมีส่วนร่วมในการติดตาม ประเมินผลการทํางานของตํารวจ อัยการ และผู้ใช้ อํานาจรัฐอื่น ๆ และที่สําคัญคือ จะสนับสนุนและพัฒนาตํารวจให้มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส และเปึนตํารวจมืออาชีพที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี

ด้านสื่อและการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร

รัฐบาลจะส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสได้รับรู้ และเข้าถึงข้อมูล ข่าวสารสาธารณะจากทางราชการ และสื่อสาธารณะอื่นได้อย่างกว้างขวาง เปึนธรรม และรวดเร็ว ปรับปรุงกลไกการสื่อสารภาครัฐให้ดํารงบทบาทสื่อเพื่อประโยชน์สาธารณะ และสร้างความสมานฉันท์ในชาติ ส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เปึนประโยชน์ต่อสาธารณะ โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุน พัฒนากิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ จัดให้มีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ เพื่อให้สื่อมีเสรี ปราศจากการแทรกแซง และมีความรับผิดชอบ ต่อสังคม รวมทั้งยกเลิกและปรับปรุงกฎหมายที่ขัดต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนและ สื่อมวลชนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ท่านประธานที่เคารพ

รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะดําเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ อย่างจริงจัง โดยรัฐบาลขอชี้แจงว่าการกําหนดนโยบายของรัฐบาลที่กราบเรียนมาแล้วนี้ จะเปึนแนวทางการดําเนินการในระยะเวลา ๓ ป้ตามความเร่งด่วนของการแก้ไขปัญหา ของประเทศ รวมทั้งจะเปึนการบริหารราชการแผ่นดินให้เปึนไปตามบทบัญญัติ ในหมวด ๕ ว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

นอกจากนี้ เพื่อให้รัฐบาลสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ตาม บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และดําเนินนโยบายจนบรรลุเปัาหมาย ตามที่กําหนดไว้ได้ รัฐบาลจะดําเนินการจัดทําร่างกฎหมายที่ต้องตราขึ้นตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กฎหมายที่สนับสนุนการดําเนินการตามนโยบาย และการสร้างความเปึนธรรมแก่ประชาชน และการปรับปรุงหรือกําหนดแนวทาง การปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐพัฒนาระบบการบริหารจัดการ ตลอดจน ดําเนินการทุกประการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินให้มีประสิทธิภาพ และสามารถบรรลุผลในทางปฏิบัติ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ โดยถือเปึน นโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลนี้ด้วย ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ

เมื่อการแถลงนโยบายนี้เสร็จสิ้นแล้ว รัฐบาลจะได้เร่งดําเนินการให้เปึน รูปธรรม โดยจัดทํารายละเอียดของแผนปฏิบัติการ ประกอบด้วยแผนการบริหารราชการ แผ่นดิน แผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการต่าง ๆ และแผนการตรากฎหมายไว้เปึนคู่มือ และแนวทางการทํางานต่อไป

รัฐบาลขอให้ความเชื่อมั่นแก่รัฐสภาอันเปึนองค์กรที่มีอํานาจหน้าที่ควบคุม การบริหารราชการแผ่นดินว่า จะบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและ ยึดประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยเปึนที่ตั้งอย่างแท้จริง ขอขอบคุณท่านประธานครับ