สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๗ · ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๙๒ คน
นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ 🔗

เรียนท่านสมาชิก ขณะนี้มีท่านสมาชิกมาลงชื่อประชุมครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเป่ดการประชุม เพื่อดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มีนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม

รับรองรายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ครั้งที่ ๕/๒๕๕๐ วันจันทร์ที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ และ

ครั้งที่ ๖/๒๕๕๐ วันจันทร์ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

ซึ่งได้วางให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอให้สภารับรอง ปรากฏว่า ไม่มีสมาชิกขอแก้ไขเพิ่มเติมแต่ประการใด ท่านสมาชิกมีความเห็นเปึ้นอย่างอื่น ไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถ้าไม่มีความเห็น เปึ้นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมทั้ง ๒ ครั้งนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๔ ผมขออนุญาต วาระที่ ๔ ขอเลื่อนเอาวาระที่ ๔.๒ ขึ้นมา พิจารณา เพื่อจะได้ทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ รับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนเสียก่อน ท่านสมาชิกขัดข้องไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่ขัดข้องนะครับ ขออนุญาตเลื่อน

๔.๒ พิจารณารายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานของ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคใต้

เพราะฉะนั้นขอเชิญคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมี ส่วนร่วมของประชาชนภาคใต้ เข้าประจำที่ครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)

คณะท่านอุทิศ ครับ เชิญคณะกรรมาธิการนะครับ ถ้าท่านประธาน ท่านคณะกรรมาธิการพร้อมแล้ว ขอเชิญท่านรายงานเลยครับท่านครับ

กรอบภารกิจที่ ๑ ครับ กรอบภารกิจในเรื่องของการเตรียมความพร้อม สัมมนาผู้ปฏิบัติการของคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดทั้ง ๑๔ จังหวัดนะครับ โดยเราได้ร่วมมือกันใน ๓ กรรมาธิการ นั่นก็คือ กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น ภาคใต้ กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดทั้ง ๑๔ จังหวัด และกรรมาธิการวิสามัญ ประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ ซึ่งมีศาสตราจารย์ ดร. เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง (รองศาสตราจารย์ ดร. เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง) เปึนประธานกรรมาธิการ โดยมีท่าน ศาสตราจารย์จรัส สุวรรณมาล้า และคุณกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร ได้มีส่วนร่วมในการที่ จะนำข้อคิด วิธีการในการสัมมนา ในการที่จะออกไปรับฟังความคิดเห็น ในรอบที่ ๒ เนื่องจากว่าการรับฟังความคิดเห็นในรอบที่ ๒ นั้น แตกต่างโดยสิ้นเชิงจากรอบที่ ๑ เพราะรอบที่ ๑ นั้น เรามีประเด็นคำถาม ๓๖ ประเด็นคำถาม ใน ๓ กรอบ แต่ในช่วงที่ ๒ นี้ เปึนการอธิบาย จึงได้มีการกำหนดกรอบประเด็นต่าง ๆ ที่จะให้พี่น้องประชาชนได้ ร่วมอภิปรายใน ๑๕ ประเด็นคำถาม และนอกจากนั้น เราก็ยังกำหนดให้พี่น้องประชาชน ในเวทีต่าง ๆ ได้เสนอแนะเพิ่มเติมนอกจาก ๑๕ ประเด็นคำถาม จึงได้มีการจัดสัมมนา เตรียมความพร้อมขึ้นนะครับ นี่คือกรอบภารกิจที่ ๑ เราได้ทำเสร็จสิ้นไป เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ที่ผ่านมา ได้รับความกรุณาร่วมมือจากประธานกรรมาธิการวิสามัญประสาน การมีส่วนร่วมและการประชามติ ได้นำทีม และได้นำการสาธิตการออกเวที การจัดเวที รับฟังความคิดเห็น ในรอบที่ ๒ โดยได้เชิญกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดทั้ง ๑๔ จังหวัด ประมาณ ๒๐๐ คน เข้ามาระดมความคิด แล้วก็หารูปแบบที่จะให้พี่น้อง ประชาชนได้มีส่วนร่วมใน ๑๕ คำถาม ใน ๑๕ ประเด็น เพื่อต้องการที่จะนำมาสู่ การเสนอแนะต่อสภาแห่งนี้ และนำไปสู่ข้อมูลให้กับคณะกรรมาธิการยกร่างต่อไป จากการที่ได้ระดมสัมมนาผู้ปฏิบัติการทั้ง ๑๔ จังหวัดในภาคใต้ ทำให้กระบวนการ รับฟังความคิดเห็น ในรอบที่ ๒ ของจังหวัดภาคใต้สามารถขับเคลื่อนไปได้ ค่อนข้างจะรวดเร็วครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าขณะนี้เราได้เดินมาเริ่มรับฟัง ความคิดเห็นเป่ดเวทีตั้งแต่วันที่ ๓ พฤษภาคม เปึนต้นมา สิ้นสุดเมื่อวานนี้ คือ วันที่ ๗ พฤษภาคม นั้น เราก็ได้ทำมาหลายสิบเวที ซึ่งผมจะกราบเรียนท่านประธาน ในลำดับต่อ ๆ ไป และจะให้คณะกรรมาธิการ ประธานกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น ประจำจังหวัดของภาคใต้ ได้รายงานเพิ่มเติมในทุกจังหวัดต่อไป

กรอบประเด็นที่ ๒ ภารกิจประเด็นที่ ๒ ครับ ก็คือในเรื่องของการจัดเวที ในระดับภาค อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในระดับภาคนั้น เราได้กำหนดว่า การรับฟังความคิดเห็น ในรอบที่ ๒ จะดำเนินการรับฟังความคิดเห็น จัดเวทีในแต่ละภาค ในแต่ละจังหวัดทั้ง ๑๔ จังหวัด อย่างน้อยในระดับภาคนี่ทำ ๑ ครั้ง อย่างน้อยนะครับ ส่วนในระดับจังหวัดนั้น ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมว่าจังหวัดใหญ่หรือจังหวัดเล็ก ซึ่งเดี๋ยวสักครู่ประธานกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดก็จะได้นำเรียนท่านประธาน ต่อไปนะครับว่า ในแต่ละจังหวัดนั้นจัดกันอย่างไร เพื่อที่จะให้สภาแห่งนี้ หรือคณะกรรมาธิการยกร่างได้เห็นว่า เราได้เก็บรวบรวมข้อมูล ข้อคิด ความเห็น ของพี่น้องประชาชนอย่างเปึนระบบ และจะนำไปสู่การยืนยันถึงผลที่จะนำไปสู่การแก้ไข ปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑ นี้ต่อไป

กรอบภารกิจที่ ๓ ครับ การจัดเวทีในแต่ละจังหวัด ซึ่งผมก็จะให้ประธาน กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดได้กราบเรียนท่านต่อไปนะครับ สำหรับภารกิจในระดับภาค ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า เราเริ่มตั้งแต่ วันที่ ๓ พฤษภาคม เวทีแรกที่จังหวัดปัตตานีนะครับ ที่โรงแรม ซี.เอส. (C.S. Hotel) ปัตตานี ได้เชิญตัวแทนพี่น้องประชาชนในอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดปัตตานีอย่างครบถ้วน นะครับ สี่ร้อยกว่าคนมาร่วมกัน ในรอบที่ ๒ นี้นะครับ เราได้รับเกียรติจาก ท่านรองประธานเดโช ส่วนานนท์ ได้ไปเปึนประธานในที่ประชุม แล้วก็เปึนวิทยากรนำ ในการที่จะอธิบายการร่าง ยกร่างที่ ๑ นี้นะครับ และมีท่านศาสตราจารย์พิเศษจรัญ ภักดีธนากุล ในฐานะรองประธานกรรมาธิการยกร่าง ได้ไปเปึนวิทยากรหลัก นำอธิบาย ในร่างที่ ๑ นี้ ให้ประชาชนได้ทราบว่า เหตุผลใดที่คณะกรรมาธิการยกร่างได้ยกร่าง อย่างที่ปรากฏอยู่ในฉบับรับฟังความคิดเห็นนั้น ไม่ว่าจะเปึ้นประเด็นใดก็แล้วแต่ครับ ซึ่งถือว่า เปึนประโยชน์อย่างมากทีเดียวนะครับ ทั้ง ๒ ท่าน ได้อธิบายการประชุม กรรมาธิการยกร่าง และอธิบายบรรยากาศของกรรมาธิการยกร่างให้พี่น้องประชาชน ได้เห็นว่า กว่าจะสำเร็จออกมาเปึนฉบับรับฟังความคิดเห็นนั้นได้มีการกลั่นกรอง ความคิดความเห็น และถกเถียงกันอย่างไรนะครับ ทำให้พี่น้องประชาชนในจังหวัด ปัตตานี้ เมื่อวันที่ ๓ นั้น คล้ายความกังวลในเรื่องของข้อวิพากษ์วิจารณ์เดิม ก็คือว่า เหมือนกับว่าร่างรัฐธรรมนูญนั้นมีพิมพ์เขียว ซึ่งเรื่องนี้ก็ตัดทิ้งไปได้นะครับ นอกจากนั้น ก็ยังมีท่านวิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ ท่านเสรี นิมะยุ ท่านอนุศาสน์ สุวรรณมงคล ซึ่งเปึน ประธานกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดปัตตานี แล้วก็ตัวกระผมเองนะครับ ได้ลงไป ตั้งเวทีรับฟังความคิดเห็นในรอบที่ ๒ เปึ้นเวทีที่ ๑ ครับ ท่านที่เคารพทั้งหลายครับ ก็อยากจะกราบเรียนว่า ถึงแม้นว่าเหตุการณ์ในจังหวัดปัตตานี ความไม่สงบ ความกังวล ของพี่น้องประชาชนค่อนข้างจะมากในสถานการณ์ ๓ จังหวัดภาคใต้ แต่พี่น้องประชาชน ก็มาร่วมแสดงข้อคิด ความเห็น สี่ร้อยกว่าคนเต็มห้องประชุมครับ ผมขออนุญาตที่จะแตะ ประเด็นนิด ๆ นะครับ และรายละเอียดนั้น คุณอนุศาสน์ สุวรรณมงคล ก็จะนำร้ายละเอียด เหล่านี้มาเรียนกับท่านประธานอีกทางหนึ่งครับ เปึ้นที่น่าสังเกตครับว่า พี่น้องประชาชน ในจังหวัดปัตตานี้นี่นะครับ มีความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรา ๖๘ นี่ค่อนข้างจะคลาดเคลื่อน นิดหนึ่งนะครับ มาตรา ๖๘ นี่ คณะบุคคลผู้แก้วิกฤติชาตินะครับ ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนในจังหวัดปัตตานีเขาบอกว่า เห็นด้วย แต่ไป ๆ มา ๆ เขาบอกว่า เขาเห็นด้วยที่จะให้มาแก้วิกฤติ ๓ จังหวัดครับ ท่านประธานครับ กลายเปึนว่า เขาอยากจะเห็นการแก้วิกฤติใน ๓ จังหวัดนี่นะครับ โดยเร็ว ทั้งพี่น้องไทยพุทธ์ และไทยมุสลิมครับ แต่เมื่อท่านอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ก็ดี ท่านรองประธาน เดโช ส่วนานนท์ ก็ดี ได้อธิบายว่า มาตรา๖๘ นี้ มิได้หมายความว่า เปึนการแก้วิกฤติ เฉพาะจุด แต่เปึนการแก้วิกฤติของชาติในภาพรวม ความคิดนี้สะท้อนให้เห็นว่า พี่น้อง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือจังหวัดปัตตานี เขามีความเปึ้นห่วงเปึนใย มีความ กังวลกับวิกฤติ หรือปัญหาในจังหวัดข้องเขาอย่างมากทีเดียวนะครับ ผมนำเรื่องนี้ขึ้นมา กราบเรียนท่านประธาน เรียนท่านสมาชิก อยากจะให้เห็นภาพของความยากลำบาก ในการลงไปตั้งเวทีรับฟังความคิดเห็นในจังหวัด ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรา เปึนอย่างยิ่งครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้ามองดูบรรยากาศในห้องประชุมครับ ท่านประธานครับ ที่จังหวัด ปัตตานี้ในวันนั้นนะครับ เราแทบไม่รู้เลยนะครับว่า ข้างนอกนั้นจะมีสิ่งที่น่าวิตก สิ่งที่มีความกังวล เกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน เพราะในห้องประชุม แห่งนั้นมีความรู้สึกเห็นได้ชัดว่า พี่น้องที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นมีความรัก มีความ สามัคคี แล้วก็มีความเข้าใจดีต่อกัน ไม่ว่าจะเปึ้นเรื่องประเด็นใดก็แล้วแต่ การแสดงข้อคิด ความเห็นเปึนไปด้วยความรัก และทะนุถนอมซึ่งกันและกัน แม้กระทั่งประเด็นที่เราคิดว่า ร้อนแรงที่สุด คือประเด็นที่ ๑๕ ในประเด็นคำถามทั้ง ๑๕ คำถาม ก็คือเรื่อง พระพุทธศาสนา เปึนการแสดงข้อคิด เปึนการแสดงความเห็นที่เรียกว่า อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่า น่ารัก แล้วก็สมัครสมานสามัคคีกันดีมากนะครับ แต่อย่างไร ก็แล้วแต่ อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในขณะที่เราจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นอยู่ ในช่วงเช้า เริ่มตั้งแต่เก้าโมงครึ่ง เลิกประมาณบ่ายโมง ในขณะที่การแสดงข้อคิด ความเห็นของพี่น้องในห้องประชุมกำลังออกอรรถรสนี่นะครับ ประมาณสักช่วงสิบเอ็ดโมง เศษ ๆ ก็มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้น ตำรวจถูกยิ่งตาย ๑ ท่าน ในวันที่เราไปรับฟัง ความคิดเห็นอยู่ที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งเหตุก็เกิดในเมือง ก็ไม่ไกลจากที่ประชุมของเรา มากนัก อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า นี่คือสิ่งที่เปึนข้อจำกัดข้องภาคใต้ แต่ก็กราบ ยืนยันกับท่านประธาน และท่านสมาชิกนะครับว่า การแสดงออกซึ่งข้อคิด ความเห็น ทางการเมืองของภาคใต้ ถึงแม้จะมีความยากลำบาก แต่ก็เรียกว่า พี่น้องประชาชนยังให้ ความร่วมมือ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือบรรยากาศที่อยากจะกราบเรียน สำหรับประเด็น มาตรา ๖๘ เมื่อท่านรองประธานเดโชก็ดี ท่านอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ได้อธิบายว่า มันคืออะไรกันแน่ ประชาชนเมื่อโหวต (Vote) ออกมานะครับ พี่น้องส่วนใหญ่ก็คิดว่า ไม่เห็นด้วยที่จะให้มี ด้วยเหตุผลหลายประการครับ ประการหนึ่ง เขาบอกว่า มันอาจจะไม่ใช่มา หรือไม่ใช่การแก้ปัญหาตามระบอบประชาธิปไตย คือ อำนาจเปึนของปวงชนนะครับ จะมอบหมายอำนาจใดอำนาจหนึ่ง เรื่องใด เรื่องหนึ่งให้กับ คณะบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เขาบอกว่า เขายังไม่ไว้วางใจพอ ประเด็นต่อมาที่พี่น้อง ให้ความสนใจ ที่จังหวัดปัตตานี ในเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม แน่นอนครับ เขาสนับสนุน ในร่างฉบับรับฟังความคิดเห็นที่กรรมาธิการยกร่างยกขึ้นมานี้อย่างมากครับ เห็นด้วยว่า ที่บัญญัติไว้นี่ดีแล้ว ในเรื่องของคุณธรรม จริยธรรมของนักการเมือง ส่วนในรายละเอียดนั้น ผมคิดว่าเดี๋ยวทางคุณอนุศาสน์จะได้กลับมานำเรียน ส่วน สว. แน่นอนครับ เมื่อมีการโหวต่ออกมาแล้ว การเลือกตั้งกับการสรรหาในเวทีนี้ การสรรหาก็มี คนมารับรองน้อย ส่วนใหญ่ยังให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งในรายละเอียดคุณอนุศาสน์จะนำเรียน อีกครั้งหนึ่งครับ สส. ก็เช่นกันครับ เห็นด้วยที่กรรมาธิการยกร่างได้ยกร่างขึ้นมา ไม่ว่าจะเปึนจำนวน หรือระบบสัดส่วน ประเด็นต่อมา ในเรื่องของ ๒๐,๐๐๐ คน ๒๐,๐๐๐ รายชื่อ ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ ประเด็นนี้พี่น้องประชาชน ในจังหวัดปัตตานี เห็นด้วยถึง ๙๕ เปอร์เซ็นต์ (Percent) ประเด็นพระพุทธศาสนา ที่จะให้บรรจุลงในรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็อยากจะกราบเรียนว่า บรรยากาศของจังหวัด ปัตตานี ผมเองในฐานะเปึนผู้ดำเนินรายการในวันดังกล่าวนั้น ก็หวั่น ๆ เกรง ๆ กลัว ๆ ที่จะเห็นการแสดงข้อคิด ความเห็นที่อาจจะกระทบกระเทือนความรู้สึก แต่อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่า วันนั้นดีมากครับ ทุกคนได้แสดงข้อคิด ได้แสดงความเห็น ภายใต้กรอบของการเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกันนะครับ และอยากจะเห็นความสงบสุข เกิดขึ้นในแผ่นดินของเรา เมื่อมีการโหวตกันนี่นะครับ ผู้ที่ไม่อยากจะให้บรรจุไว้ประมาณ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ผู้ที่อยากจะให้บรรจุประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ นี่คือเวทีของจังหวัดปัตตานี อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า การจัดเวทีในจังหวัดปัตตานี ถึงแม้นว่าจะยากลำบาก แล้วก็จะหาผู้ที่มาร่วมให้ข้อคิด ให้ความเห็นนั้น ก็ลำบากที่จะเดินทาง แต่ก็ประสบความสำเร็จนะครับ ตามเปัาหมายที่ได้ วางไว้ เวทีต่อมา วันที่ ๔ พฤษภา ที่จังหวัดสงขลา จัดเวทีที่อำเภอหาดใหญ่นะครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ ๕๐๐ คนครับ ได้รับความกรุณาจากท่านรองประธาน เดโช ส่วนานนท์ ได้เปึนประธานในพิธีเป่ด ได้รับความกรุณาจากท่านสดศรี สัตย์ธรรม ในฐานะกรรมาธิการยกร่างได้เปึนวิทยากรน้ำในการอธิบายมาตราต่าง ๆ ที่พี่น้อง ประชาชนอยากจะทราบ และนอกจากนั้น ก็ยังมีท่านวิทยา งานทวี ในฐานะกรรมาธิการ ยกร่างก็ได้ไปให้รายละเอียด ท่านวิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ ท่านนิมิตร ชัยจีระธิกุล และผมเองเปึนผู้ดำเนินรายการ อยากจะกราบเรียนสั้น ๆ ครับ ของสงขลา ถึงแม้นว่า ในจังหวัดภาคใต้ตอนบนจะไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องของการจัดเวทีนะครับ ประเด็นที่ ก่อนที่จะมีการเป่ดเวทีอภิปรายนี่นะครับ เราได้สอบถามว่า พี่น้องประชาชนอยากจะ อภิปรายในประเด็นใดมากที่สุดนะครับ ก็จะนําประเด็นนั้นออกมา หรือนํามาให้ถกเถียง ให้อภิปรายเปึ้นลำดับที่ ๑ ปรากฏว่า ในลำดับที่ ๑ ที่พี่น้องประชาชนอยากจะพูด อยากจะฟัง อยากจะคิดเห็น ในเรื่องของพระพุทธศาสนามาเปึนอันดับที่ ๑ ก็เปึน ประเด็นที่ ๑ ที่เราอภิปรายกัน ในวันที่ ๔ พฤษภาคม ที่ผ่านมานะครับ บรรยากาศ ก็เช่นเดียวกับที่ปัตตานี้นะครับ สำหรับประเด็นนี้ และผลสรุปออกมาว่า ไม่ควรบรรจุ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ บรรจุประมาณ ๒๐ เซ็นต์นะครับ โดยประมาณ เฉพาะในห้องนั้นนะครับ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมาณ ๕๐๐ คน ประเด็นที่ ๒ ที่พี่น้องให้ความสนใจในเรื่องของสิทธิ เสรีภาพ การมีส่วนร่วมของชุมชน และสิทธิชุมชนนะครับ ปรากฏว่าพี่น้องประชาชน สนับสนุนร่างนี้ ๙๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ ถือว่ารัฐธรรมนูญฉบับยกร่าง ร่างที่ ๑ นี้ได้บรรจุ เรื่องสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน พี่น้องมีความพึงพอใจนะครับ แต่ก็มีข้อท้วงติง หรือว่าข้อเสนอแนะเพิ่มเติมไม่มากครับ ไม่ว่าในเรื่องของด้านการศึกษานะครับ ซึ่ง ๑๒ ป้ บอกว่ายังน้อยไป น่าจะเปึน ๑๕ ป้ รวมไปถึงอนุบาลด้วย ในการดูแล การยกเว้น ค่าใช้จ่ายนะครับ และนอกจากนั้นก็มีทางด้านสิทธิเสรีภาพ มีพี่น้องประชาชน ท่านหนึ่งครับที่ได้อภิปราย ซึ่งผมคิดว่า ค่อนข้างจะแปลกกว่าที่อื่นครับ เพราะว่า เมื่อพูดถึงด้านสิทธิเสรีภาพ ส่วนใหญ่จะเปึนการร้องขอเพิ่มเติม แต่เวทีนี้มีพี่น้องบอกว่า ร้องขอเพิ่มเติมนั้น ถ้าได้ก็ดีครับ แต่ว่าอีกด้านหนึ่ง กว่าจะได้สิ่งเหล่านี้ขึ้นมา น่าจะพูดถึง รายรับของภาครัฐด้วยนะครับ ซึ่งหมายถึงว่า เขาเรียกร้องต่อไปว่า ให้ปฏิรูประบบภาษี ปฏิรูปรายรับของภาครัฐด้วยนะครับ เราจะได้ไม่ต้องเถียงกันเรื่องของเบี้ยยังชีพ ของผู้สูงอายุ ปัจจุบันนี้เกือบทุกเวทีครับเรียกร้องเรื่องเบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุให้เพียงพอ แต่ปัญหาว่า รัฐไม่สามารถที่จะจัดให้อย่างเพียงพอ เวทีที่ส่งขลาเขาเสนอว่า ถ้าจะให้ เพียงพอต้องปฏิรูประบบภาษี ปฏิรูประบบรายได้ของราชการ ในขณะเดียวกันก็ต้องอุดรู้รั่วของการใช้จ่ายงบประมาณ ด้วยนะครับ นี่ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับ ประเด็นที่ ๓ ครับ ที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจโหวตเปึ้นอันดับที่ ๓ ก็คือ ๒๐,๐๐๐ รายชื่อนะครับ ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย ๙๗ เปอร์เซ็นต์นะครับ ไม่เห็นด้วยประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์นะครับ สําหรับประเด็นนี้ ประเด็นที่ ๔ ครับ เรื่อง สว. สรรหา กับเลือกตั้งนะครับ ในเวทีนี้ก็ได้มี การอภิปรายชี้แจงนะครับ ที่มาของการสรรหาว่า มี ๒ วิธี ซึ่งมีท่านวิทยา งานทวี ได้กรุณา ชี้แจงในเวทีนะครับ ได้อภิปรายกันทั้ง ๒ ด้าน ๒ ฟากนะครับ ทั้งสรรหาและเลือกตั้ง นะครับ ผู้ที่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง และผู้ที่เห็นด้วยกับการสรรหา สรุปอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ สำหรับเวทีที่สงขลา อำเภอหาดใหญ่นะครับ เห็นว่า ควรจะเลือกตั้ง นะครับ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ สรรหา ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ที่มีประเด็นใหม่ขึ้นมานะครับ ผมเอง เปึ้นผู้ดำเนินรายการในวันนั้น ถามอีกประเด็นหนึ่งว่า ถ้าเอา ๒ ประเด็นนี้มาร่วมกัน นะครับ คือ สรรหาก่อนจำนวนหนึ่ง แล้วให้ประชาชนไปเลือกลงคะแนนนะครับ ประชาชน จะเอาไหม ปรากฏว่า ให้ยกมือประเด็นที่ ๓ นี่นะครับ ทุกคนยกมืออีกครั้งหนึ่งนี่นะครับ เห็นด้วยกับวิธีที่ ๓ เก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในเวทีของอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลานะครับ ประเด็น สส. ครับ ประเด็น สส. ๓๒๐ สัดส่วน ๘๐ นะครับ ประชาชนส่วนใหญ่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยกับกรรมาธิการยกร่างนะครับ แล้วก็ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ยังไม่เห็นด้วยนะครับ ซึ่งก็ถือว่าเปึนแนวเดียวกับการยกร่าง ในครั้งนี้นะครับ นี่คือบรรยากาศของสงขลา ซึ่งก็ถือว่าเปึนอีกที่หนึ่งครับที่ราบรื่นทีเดียว ผมขออนุญาตไปที่จังหวัดยะลานะครับ ที่จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ ๕ พฤษภา ที่อําเภอเมือง จังหวัดยะลา โรงแรมช้างลี (Chang Lee Hotel) ต้องขอขอบคุณท่านศาสตราจารย์ พิเศษจรัญ ภักดีธนากุล อีกครั้งหนึ่งครับ ท่านก็วนเวียนอยู่ในสามสี่จังหวัดภาคใต้กับผม สามสี่วันครับ ท่านก็ได้เปึนหลักในการอภิปรายน้ำ ชี้แจงพี่น้องประชาชนในจังหวัดยะลา นะครับ ท่านวิทวัส บุญญสถิตย์ นะครับ สสร. เราในฐานะที่เปึ้นชาวยะลา ท่านอนุศาสน์ สุวรรณมงคล ท่านวิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ ก็ได้ไปจัดเวที เวทีที่นี่ ท่านประธานครับ น่าแปลก มากครับ เรานัดคน ๔๐๐ คน ๕๐๐ คนครับ แต่คนมาถึง ๑,๕๙๓ คน ล้นโรงแรมเลยครับ โรงแรมเรามีห้องประชุมห้องเดียว คนเข้ามาไม่สามารถเข้ามาในห้องประชุมได้ ต้องเบรก (Break) ให้นั่งพื้นที่ล็อบบี้ (Lobby) โรงแรม ล้นลงไปถึงชานหน้าระเบียงโรงแรม นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนว่า ในสถานการณ์ความไม่สงบที่มีความรุนแรง แต่ว่าพี่น้อง ประชาชนก็ยังให้ความสนใจ ให้ความร่วมมือนะครับ มาร่วมรับฟัง แต่เวทีนี้ส่วนใหญ่จะ เปึนการรับฟังมากกว่าอภิปราย ถ้าเมื่อเปรียบเทียบกับสองสามเวทีที่ผมได้กราบเรียน มาแล้วนี่นะครับ ส่วนใหญ่จะฟังนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยากจะกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพนะครับว่า เรื่องที่พวกเรากังวลมากที่สุดที่เวทียะลา เพราะว่า เปึ้นประเด็นที่อ่อนไหว นั่นก็คือเรื่องพระพุทธศาสนานะครับ แต่ด้วยความกรุณาที่ ท่านจรัญ ภักดีธนากุล ได้อธิบายเจตนาดีของ ๒ ฝ์าย ทั้งฝ์ายที่อยากจะให้บรรจุ และ ฝ์ายที่ไม่อยากจะให้บรรจุนะครับว่า ด้วยความเห็นอกเห็นใจ และความเข้าอกเข้าใจ นะครับ อาจารย์จรัญพยายามที่จะชี้ให้เห็นถึงเจตนาดีทั้ง ๒ ฝ์าย ในที่สุดนะครับ อยากจะกราบเรียนว่า บรรยากาศในห้องประชุม พี่น้องที่มาร่วมประชุมหนึ่งพันห้าร้อย เกือบหนึ่งพันหกร้อยคนนี่นะครับ เรียกว่า มีความรู้สึกที่ดี ดูบรรยากาศในห้องประชุมแล้ว ดูความสนใจของพี่น้อง ที่มาร่วมประชุม นัดห้าร้อย มาพันหกนี่นะครับ ไม่น่าจะมีเหตุการณ์ที่ไม่สงบ แต่ท่านประธานครับ พอพวกกระผมจัดเวทีแล้วเสร็จประมาณสี่โมงครึ่งนี่นะครับ เดินทางกลับยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงครับ ก็มีเหตุการณ์ระเบิดไล่หลัง ตชด. เสียชีวิต ๒ คน ประชาชน ๑ คน บาดเจ็บ ๑ คน ห่างจากโรงแรมที่เราประชุม ๕๐๐ เมตรครับ ท่านที่เคารพทั้งหลายครับ นี่คือความยากลำบาก นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคใต้ อีกประเด็นหนึ่งครับ เด่นที่ยะลานะครับ ในรายละเอียดนี้ ผมจะให้ท่านวิชัยกับท่านวิทวัสได้นำเรียนนะครับ มาตรา ๖๘ แก้วิกฤติชาติอีกเหมือนกัน ครับ คนในจังหวัดยะลานึกว่า มาตรานี้จะไปแก้วิกฤติ ๓ จังหวัดด้วยเหมือนกันครับ ถ้ามาตรา ๖๘ แก้วิกฤติ ๓ จังหวัดได้ เขาถึงจะรับนะครับ แต่พออธิบายเสร็จ มันก็คนละเรื่องกันอีก นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนนะครับ สําหรับยะลา ในรายละเอียด ผมคงไม่ลงในรายละเอียดนะครับ นราธิวาสเช่นกันครับ วันที่ ๖ พฤษภา วันอาทิตย์ เมื่อวานซืน นี้เองครับ จังหวัดนราธิวาส ที่โรงแรมอิมพีเรียล (Imperial Hotel) มีพี่น้องประชาชนมาร่วม ๔๐๐ คน ได้รับความกรุณาจากท่านอาจารย์ปกรณ์ ปรียากร ได้เปึนวิทยากรหลัก ในฐานะโฆษกกรรมาธิการยกร่าง ท่านประธานครับ จริง ๆ ทั้ง ๓ จังหวัด ทั้ง ๕ จังหวัด ถ้าอาจารย์ปกรณ์ไปนี่นะครับ บรรยากาศจะปรับเปลี่ยน ลดอุณหภูมิลงไปเยอะครับ นราธิวาส มีการแสดงข้อคิดความเห็นกันคึกคักครับ เพราะอาจารย์ปกรณ์ได้มีวิธีที่จะให้พี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องมุสลิม ได้แสดงออก แล้วก็ได้เสนอแนะประเด็นดี ๆ เยอะครับ ซึ่งรายละเอียดท่านเสรีจะเปึนคนนําเรียนท่านประธานต่อไปครับ นอกจากนั้น ก็มีท่านวิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ ท่านอนุศาสน์ ท่านเสรีนะครับ เวทีนี้ผมไม่ได้ไปครับ เพราะจัดตรงกัน กับสตูล ในรายละเอียดก็คงจะให้ท่านเสรีนำเรียนนะครับ สุดท้ายแล้วครับ เวทีที่ ๖ วันที่ ๖ พฤษภา ที่จังหวัดสตูล จัดที่อำเภอเมือง จังหวัดสตูล มีผู้เข้าร่วมประมาณสี่ร้อยคน ได้รับความกรุณาจากท่านศาสตราจารย์พิเศษจรัญ ภักดีธนากุล ในฐานะรองกรรมาธิการ ยกร่าง และศาสตราจารย์จรัส สุวรรณมาลา เปึนพิธีกรดำเนินการนะครับ ก็กระผม ที่จังหวัดสตูลครับ เมื่อวานซืนนี้ ก็เปึนอีก ๑ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรานะครับ ที่มีพี่น้องมุสลิมอาศัยอยู่เปึนจำนวนมาก คึกคักครับ การแสดงออกในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะเปึนที่น่าสังเกตครับ เกือบทุกเวทีครับ ถ้าให้ประชาชนเลือกที่จะอภิปราย ก่อนครับ ท่านประธานครับ จะไม่เลือกในเรื่องของเกี่ยวกับการเมืองที่เปึนการเมือง ตัวแทน ไม่ว่าจะเปึน สส. สว. จะไม่ค่อยหยิบมาพูด แต่ประเด็นหลัก ๆ ที่ประชาชนสนใจ และหยิบมาพูดเปึนอันดับ ๑ ก็คือ เรื่องสิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วม แล้วก็สิทธิชุมชน สตูลนี่เข้มแข็งมากครับในเรื่องของสิทธิชุมชน แล้วก็การเสนอแนะในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมคิดว่า น่าจะเปึนตัวอย่างที่ดีของประเทศได้นะครับว่า พี่น้องประชาชนที่นี่ลุกขึ้น พิทักษ์ทรัพยากร พูดถึงเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ พูดถึงสิ่งที่พี่น้องประชาชนควรมี ควรได้ มากที่สุด เปึ้นที่น่าสังเกตว่า พี่น้องประชาชนจังหวัดสตูลได้ห่วงแหน แล้วก็พยายามที่จะ ลุกขึ้นพิทักษ์์สิทธิตรงนี้นะครับ แล้วก็ส่วนใหญ่เห็นด้วย แล้วก็เปึนแนวเดียวกับที่ กรรมาธิการยกร่าง ในเรื่องของประเด็นสิทธิเสรีภาพ แต่ก็มีเรื่องเสนอแนะในเรื่องของ การศึกษา ๑๒ ป้ ว่า ควรจะดูถึงอนุบาลด้วย สิทธิชุมชน ประธานชุมชน ประธาน อสม. ก็อยากจะให้กฎหมายรัฐธรรมนูญได้คุ้มครอง หรือว่าพูดถึงบ้างในเรื่องของสิทธิชุมชน นะครับ ประเด็นต่อมาครับ เรื่องคุณธรรม จริยธรรมนะครับ ปรากฏว่าพี่น้องประชาชน เห็นด้วยมากครับ สนับสนุนเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ในเรื่องที่ได้ยกร่างไปแล้วนะครับ ประเด็นต่อมาที่พี่น้องประชาชนสนใจนะครับ ผลประโยชน์ทับซ้อน พี่น้องได้ให้การ สนับสนุนที่กรรมาธิการยกร่างได้ร่างขึ้นนี่ครับ เรียกว่าเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธานครับ ในส่วนของพระพุทธศาสนาก็เช่นกันครับ ไม่เห็นด้วยที่จะให้บรรจุ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ นอกจากนั้นในเรื่องของ สส. สว. นะครับ สส. เห็นด้วยในจำนวน ๔๐๐ คน แต่สตูลนี้ มาแปลกครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าเขาเปึนจังหวัดเล็ก เขาผ่านประสบการณ์ การเลือกตั้ง สส. มาเกือบทุกระบบนะครับ สส. ๑ คนก็เจอมาแล้วนะครับ สส. ๒ คน ในจังหวัดก็เจอมาแล้ว เขากังวลครับ ท่านประธานครับว่า วันนี้จำนวน สส. ลดลง เขากลัว สส. เขา จังหวัดเขาจะเหลือคนเดียว และเขาจะไม่มีที่พึ่ง ถ้าเกิดว่าไปหาคนที่ ๑ ไม่เจอ นี่นะครับ ก็ไม่รู้จะไปหาใครแล้ว แต่ถ้ามีสัก ๒ คนเปึนอย่างน้อย ก็ยังมีสแปร์ (Spare) อยู่บ้างครับ ท่านครับ ซึ่งเรื่องนี้ผมเองก็หนักใจครับ เพราะว่าเรากําหนดด้วยจำนวน ประชากรนะครับ ก็ได้พยายามชี้แจงพี่น้องที่มีความกังวลเรื่องนี้ แต่ก็เชื่อครับว่าในที่สุด พี่น้องก็เข้าใจนะครับ ในส่วนของข้อคิด ความเห็นที่เราได้โหวตกันนี่นะครับ ส่วนใหญ่ ในเรื่อง สส. นี่เห็นด้วยว่า ให้มีระบบ ๓๒๐ แล้วก็สัดส่วนอีก ๘๐ นะครับ เห็นด้วย ๗๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ และไม่เห็นด้วยประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ก็สรุปว่า สอดคล้องเปึนแนวเดียวกับที่กรรมาธิการยกร่างได้ยกร่างขึ้นนะครับ ส่วนเรื่อง สว. นั้น มีความต่างครับกับที่กรรมาธิการยกร่าง เรื่องสรรหากับเลือกตั้งครับ แน่นอนครับ เลือกตั้งประมาณ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ที่เห็นด้วยนะครับ แล้วก็เห็นด้วย กับการสรรหา ๓๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ ซึ่งก็ถือว่าไปคนละทาง และไม่เห็นด้วยกับการ ยกร่างของกรรมาธิการยกร่างนะครับ แต่อาจารย์จรัสวันนั้น ถามขึ้นมาอีกประเด็นหนึ่ง อีกคำถามหนึ่งว่า เอ๊ะ ถ้าอย่างนั้น สรรหาสักครึ่ง แล้วเลือกตั้งสักครึ่ง ประชาชน จะว่าอย่างไรนะครับ วิธีนี้นี่นะครับบอกว่า เห็นด้วย ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าสรรหาครึ่งหนึ่ง เลือกตั้งครึ่งหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เห็นด้วยอีก ๓๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ นี่คือข้อมูลคร่าว ๆ ของการโหวตในเวทีนะครับ ซึ่งจะถามว่า เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเท่านี้ จะนับได้เปึนสถิติที่เปึน ตัวแทนของประชากรมากน้อยแค่ไหน ถ้าในเชิงวิชาการก็คงไม่ได้ครับ แต่ถ้าในเชิง ความเห็นโดยรวมของพี่น้องประชาชนนี่นะครับ ผมคิดว่า เสียงเหล่านี้กรรมาธิการ ยกร่างต้องฟัง สภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้ต้องนําไปคิดนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนทั้ง ๕ เวที ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ ไล่มาตั้งแต่นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลา และสตูลนี่นะครับ ผมคิดว่า เท่าที่มีข้อมูลนะครับ ไม่ใช่คิดว่าครับ เท่าที่ได้รับข้อมูล มานี่นะครับ สอดคล้อง สอดรับกับยกร่างของกรรมาธิการยกร่างนั้นนะครับเปึ้นจำนวน มากครับ แล้วก็เปึ้นส่วนใหญ่ครับ แต่ประเด็นที่เห็นชัด ก็คือ เรื่อง สว. แค่นั้นเองครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่า ในเรื่องนี้ไม่ทราบว่า พี่น้องประชาชนในส่วนภาคส่วนอื่นจะมี ความคิด ความเห็นอย่างไรก็แล้วแต่ครับ แต่ว่าในส่วนภาคใต้นี่ขอยืนยันตามที่ผมได้ กราบเรียนมาแล้ว สำหรับเรื่องประเด็น สว. นะครับ เหตุผลที่พี่น้องได้อภิปรายในเรื่องนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของคําตอบสุดท้ายที่ว่า ถ้าเปึนตัวแทนปวงชนนี่นะครับ ถ้าไม่ได้ยึดโยง ไม่ได้ให้ประชาชนมีส่วนร่วม เขาไม่เชื่อหรอกครับว่า คน ๗ คน คน ๑๑ คน หรือคณะบุคคล จะตัดสินใจแทนคนหกสิบล้านคน เขาไม่เชื่อหรอก นี่คือสิ่งที่พูดกันในปักษ์ใต้ ท่านที่เคารพ ทั้งหลายครับ ถึงแม้นว่าเราจะพยายามชี้ให้เห็นว่า การเลือกตั้ง สว. มีจุดด้อยอย่างไรบ้าง แต่เขาก็ไม่ยอมแลกครับ กับสิทธิ กับอํานาจอธิปไตยของเขานะครับ นี่คือข้อคิดจาก ปักษ์ใต้ใน ๕ เวทีแรก อาจจะยังไม่สรุปว่า เปึนความเห็นของภาคครับ แต่เปึนความเห็น ที่พอจะประเมินในภาพรวมได้ ท่านประธานครับ นี่คือการทำงานในภาคใต้ อยากจะ กราบเรียนท่านที่เคารพนะครับว่า สำหรับการทำงานใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เราก็สําเร็จลุล่วงไปด้วยดี แต่ที่น่าเปึนห่วงครับ ท่านประธานครับ อยากจะให้ท่านสมาชิก ได้เห็นใจกับคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดทั้ง ๕ จังหวัด โดยเฉพาะ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นี่นะครับ พวกผมเองไปจัดเวทีในระดับภาคนี่นะครับ จัดในอำเภอเมือง จัดในใจกลางเมือง ความยากลำบากนี่มีครับ แต่ก็ไม่มากเท่ากับเพื่อนกรรมาธิการ วิสามัญประจำจังหวัดที่จะต้องลงไปถึงตำบล ลงไปถึงอำเภอครับ ยากมากครับ อยากจะให้สภาแห่งนี้ให้ความเห็นใจ ที่ผมได้พูดเรื่องนี้ขึ้นมา ก็อยากจะเรียนท่านประธาน อีกเรื่องหนึ่งครับ ซึ่งเปึนการปฏิบัติงานของกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและ การมีส่วนร่วมของประชาชนจังหวัดนราธิวาส ท่านกรรมาธิการท่านนี้ได้ทำงานให้กับ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นในจังหวัดนราธิวาสดีมากครับ ให้ความร่วมมือ ดีมากครับ และให้ความร่วมมือกับส่วนราชการดีมากครับ ท่านเปึ้นผู้ใหญ่บ้าน ชื่อ มูฮัมหมัดอามีน ซาริค้าน และน่าเสียดายครับ น่าเสียใจจริง ๆ ครับ กราบเรียน ท่านประธานว่า ท่านได้ถูกผู้ร้ายลอบยิ่ง ในวันที่ ๕ เมษายน ในขณะที่ออกไปขี่รถมอเตอร์ไซค์ (Motorcycle) สะพายป๋นลูกซ้องของราชการไปรักษา เฝัายามที่โรงเรียนแห่งหนึ่งครับ แต่ก็ในระหว่างเดินทางก็โดนยิ่งเสียชีวิต และท่านมูฮัมหมัดอามีนนี่นะครับ เปึนผู้ที่ หัวเรี่ยวหัวแรงในการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ในรอบที่ ๑ นี่นะครับ อย่างแข็งขันครับ ผมเองได้มีโอกาสไปร่วมเวทีที่จังหวัดนราธิวาสนะครับ น้อง ๆ เจ้าหน้าที่ข้าราชการของ รัฐสภาเราก็ได้รู้จักกับท่านมูฮัมหมัดอามีน นี้เปึนอย่างดี ผมก็ได้ทำหนังสือนี้เรียนไปยัง ท่านประธานแล้วนะครับ และในเบื้องต้น ในฐานะกรรมาธิการภาคใต้ เราก็ได้รวบรวมเงิน ช่วยเหลือครอบครัวของคุณมูฮัมหมัดอามีนนี่นะครับ โดยมอบหมายให้ท่านเสรี นิมะยุ และท่านวิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ คุณอนุศาสน์ นี่นะครับ ไปมอบให้กับครอบครัวแล้วนะครับ ๒๐,๐๐๐ บาท ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในภาคใต้ของเรานะครับ แล้วก็เปึนความยากลำบากจริง ๆ ครับ ทํางานต้องด้วยความระมัดระวังนะครับ ท่านเสรี นิมะยุ ประธานกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดนราธิวาส นี่น่าเห็นใจครับ ทำงานยากมาก ๆ ครับ แต่ก็ฟันฝ์า น้ำข้อมูล ก็อยากจะกราบเรียนท่านที่เคารพว่า เปึ้นข้อมูลที่แลกกันด้วยเนื้อ แลกกันด้วยชีวิตล่ะครับ มาถึงสภาแห่งนี้ ก็อยากให้ สภาแห่งนี้ได้เห็นคุณค่า ได้เห็นความตั้งใจของพี่น้องประชาชนและกรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัดใน ๓ จังหวัด ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ สุดท้ายอยากจะประชาสัมพันธ์ ล่วงหน้าสักนิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ วันที่ ๙ พฤษภาคมนี้ ที่นครศรีธรรมราช นัดหมาย ประชาชนไว้ ๗๐๐ คน ก็ขอถือโอกาสนี้เชิญชวนพี่น้องประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราช นะครับ ที่โรงแรมทวิน โลตัส (Twin Lotus Hotel) ก็ได้กราบเรียนเชิญ แล้วก็ลงบุ๊ก (Book) กันไว้เปึ้นที่เรียบร้อยแล้วครับ อาจารย์ปกรณ์ ปรียากร อาจารย์คมสัน โพธิ์คง แล้วก็อีกหลายท่านนะครับ วันที่ ๑๐ พฤษภา พัทลุงครับ ท่านอาจารย์วุฒิสาร ท่านพี่ไพโรจน์ พรหมสาส์น นะครับ เราเซ็นสัญญากันเรียบร้อยแล้วนะครับ ๑๑ พฤษภา ครับ ที่ตรังครับ อาจารย์คมสั้น พี่ไพโรจน์นะครับ วันที่ ๑๒ ที่กระบี่ครับ ได้ความกรุณาจากท่านประธาน นะครับ ท่านประธานนรนิติได้ลงบุ๊กไว้เปึ้นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านอาจารย์สมคิด แล้วก็ อีกหลายท่านครับ ท่านอาจารย์คมสัน วันที่ ๑๓ พฤษภา ที่พังงาครับ ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ นะครับ ถ้าอย่างไรก็คงจะได้ลงไปช่วยนะครับ ท่านอาจารย์สมคิด วันที่ ๑๖ ที่ภูเก็ตครับ วันที่ ๑๖ ที่ภูเก็ตนี่ อย่างไรต้องขออาสา ขอให้ท่านกรรมาธิการยกร่างได้ลงไปช่วยด้วยนะครับ ที่ได้อาสาไว้แล้ว ที่ได้ประสานไว้แล้ว ที่มีวันว่างนะครับ มีอาจารย์วุฒิสารนะครับ วันที่ ๑๗ ระนองนะครับ วันที่ ๑๘ ชุมพร วันที่ ๒๐ สุราษฎร์ธานี ที่เกาะสมุยครับ อย่างไรก็แล้วแต่ครับ ขอดูให้กรรมาธิการยกร่างได้กรุณาดูโปรแกรม (Program) วันว่าง นิดหนึ่งนะครับ ถ้าพอจะไปช่วยได้ ผมอยากให้กรรมาธิการยกร่างนี่ไปช่วยอธิบาย นะครับ ไปชี้แจงให้พี่น้องได้เห็นว่า เราได้ทำงานกันอย่างไร ถึงแม้นว่าจะลำบากสักนิด ในช่วงนี้ เพราะเชื่อว่าทั่วประเทศกรรมาธิการ ๓๕ คน และผู้หลักผู้ใหญ่เราอีก ๓ ท่านนี่ แบ่งภาคลำบากมากครับ ท่านอาจารย์นรนิติอย่างนี้นะครับ ผมคิดว่า แบ่งภาคลำบากมาก แต่ก็อยากจะกราบเรียนว่า ถ้าจัดสรรเวลาได้ก็จะเปึนพระคุณอย่างยิ่งครับ ทั้งหมดนี้ เปึ้นการรายงานความคืบหน้าของการทำงานของกรรมาธิการภาคใต้ครับ ก็ขอ กราบเรียนท่านประธานไว้เบื้องต้นแค่นี้ครับ แล้วก็จะให้กรรมาธิการจังหวัด แต่ละจังหวัดได้นำเรียนเพิ่มเติม จังหวัดแรกก็เชิญพี่นิมิตรก่อนดีไหม พี่นิมิตรก่อนครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ

เชิญครับ ท่านที่ชี้แจงต่อไปท่านใด ท่านนิมิตร เชิญครับ

นายนิมิตร ชัยจีระธิกุล กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่ เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายนิมิตร ชัยจีระธิกุล ประธานกรรมาธิการ วิสามัญรับฟังความคิดเห็นประจำจังหวัดสงขลานะครับ จากการที่ทางกรรมาธิการ วิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน จังหวัดสงขลา ได้ทำการ เป่ดเวทีไปแล้ว ๒ ครั้งนั้น ในครั้งแรกนั้น มีประชาชนเข้าร่วมในการรับฟังความคิดเห็น และการอภิปรายประมาณสามร้อยกว่าคนนะครับ และในครั้งที่ ๒ ก็ประมาณ ๗๔๓ คนนะครับ ซึ่งร่วมกับทางกรรมาธิการภาคนะครับ เราได้นําสาระสําคัญของร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเปึ้นฉบับออกรับฟังความคิดเห็นและการประชาพิจารณ์ ซึ่งมีประชาชนจากหลายอำเภอ และทุกภาคส่วนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น และในการ ประชาพิจารณ์ และเปึ้นที่น่ายินดีเปึนอย่างยิ่งนะครับ ในการดำเนินการครั้งนี้ ก็ได้รับเกียรติจากอาจารย์เดโช สวนานนท์ มาเปึนประธานในการเป่ดเวทีการรับฟัง ความคิดเห็น แล้วก็ยังมีท่านสดศรี สัตยธรรม และคุณวิทยา งานทวี กรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญ มาเปึนวิทยากรบรรยาย ทางกรรมาธิการวิสามัญสงขลา ก็ขอขอบพระคุณ เปึ้นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ ในการเป่ดเวทีรับฟังความคิดเห็นทางกรรมาธิการ วิสามัญประจำจังหวัดสงขลา ก็ได้นำประเด็นต่าง ๆ ถึง ๑๕ ประเด็นนะครับ ที่กรรมาธิการให้นำเสนอ และประชาชนที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นสนใจประเด็นหลัก ๆ ประเด็นร้อน ๆ อยู่เพียงสามสี่ประเด็นนะครับ ก็อาทิเช่น ในประเด็นของพุทธศาสนา ประเด็นของ สส. ประเด็นของ สว. และประเด็นสิทธิและเสรีภาพในการศึกษาส่วนหนึ่ง จากการดําเนินการทั้ง ๒ ครั้ง ปรากฏว่า ในประเด็นที่ให้ความสนใจมากที่สุดในขณะนี้ครับ ก็ได้แก่ การบัญญัติให้พุทธศาสนาเปึนศาสนาประจําชาติไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผลการโหวตนะครับ มีผู้ที่ไม่เห็นด้วยเปึนส่วนใหญ่กว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์นะครับ เหตุผลก็คือ แต่เดิมแล้วก็ ไม่เคยบัญญัติเอาไว้ และไม่มีปัญหาอะไรจากการไม่บัญญัติ การบัญญัติเพิ่มเข้ามาอาจมี ปัญหาตามมาได้ อย่างน้อยที่สุดก็เปึนปัญหาทางจิตใจที่อาจจะก่อให้เกิดการแตกแยก เพิ่มขึ้น เข้าทำนองได้ไม่เท่าเสีย โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ด้วยแล้ว น่าจะส่งผล ด้านลบมากกว่าด้านบวกครับ ในประเด็นที่ ๒ นะครับ ก็คือประเด็น สส. นะครับ ก็จำนวน สส. ๓๒๐ กับสัดส่วน ๘๐ ก็เปึ้นที่พอใจของพี่น้องชาวจังหวัดสงขลานะครับ มาถึง ประเด็นที่ ๓ นะครับ ก็ประเด็นที่ได้รับฟังความสนใจมากประเด็นหนึ่งก็ได้แก่ ที่มาของ วุฒิสมาชิกนะครับ ตามมาตรา ๑๐๖ ที่ประชุมไม่ติดใจเรื่องจํานวน แต่ติดใจเรื่องที่มาของ วุฒิสมาชิก ที่ไม่ควรจะถ้อยกลับไปสู่การสรรหาหรือแต่งตั้งอีกครับ เพราะหากวุฒิสมาชิก ไม่ได้ผ่านกระบวนการเลือกตั้งจากประชาชนแล้ว เราจะมากล่าวอ้างว่าวุฒิสมาชิก เปึ้นตัวแทนของปวงชนชาวไทย ตามมาตรา ๑๑๗ ได้อย่างไร และอีกประเด็นหนึ่งนะครับ ก็เรื่องสิทธิเสรีภาพในการศึกษานะครับ จากการที่ได้รับสัมผัส รับฟังความคิดเห็น กับประชาชนในจังหวัดสงขลานั้น ในสาขาทุกอาชีพนะครับ ประเด็นนี้ พี่น้องประชาชน ได้พูด และขอให้ฝากกระผมนำสู่สภานะครับ เพื่อพิจารณาของทางสภาร่างรัฐธรรมนูญ อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือ เรื่องสิทธิและเสรีภาพในการศึกษา ตามมาตรา ๔๘ นะครับ บุคคล ย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองป้ ที่รัฐจะต้องจัดให้ อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายนะครับ คือให้เรียนฟรี อะไรต่าง ๆ นี่ครับ และพี่น้องประชาชนฝากเรียนมาว่า เปึนเรื่องที่ดีอยู่แล้ว แต่หากเปึนไปได้ เพื่อให้บรรลุถึง เปัาหมายและสิทธิเสรีภาพในการศึกษาอย่างแท้จริง และเปึนรูปธรรม เห็นควรเพิ่มการให้ สิทธิในการศึกษาขั้นพื้นฐานจาก ๑๒ ป้ เปึน ๑๕ ป้ โดยเพิ่มอีก ๓ ป้ ในระดับอนุบาล เพื่อเป่ดโอกาสให้บุตรหลานของประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้มีโอกาส และความเสมอภาค ทางการศึกษา ตามที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญครับ ของทางจังหวัดสงขลาก็คงจะรายงาน แค่นี้ครับ เพราะว่าท่านอุทิศก็ได้รายงานไปมากแล้วครับ ขอบคุณมากครับ

นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ขอบคุณครับ ท่านต่อไปนะครับ ท่านอนุศาสน์

นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล กรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผม นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ หมายเลข ๐๙๑ กระผมขอขอบพระคุณท่านประธานเปึ้นอย่างสูง ที่เป่ดโอกาสให้กระผมได้มีโอกาสน้ำเสียง นำความรู้สึก และความคิดเห็นของพี่น้อง ชาวปัตตานี้มานำเสนอผ่านสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ก่อนที่ผมจะนำเสนอผลสรุป ซึ่งเปึนแนวคิด และความต้องการของชาวปัตตานี ผ่านท่านประธานไปยังสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผมใคร่ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์เดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านศาสตราจารย์พิเศษจรัญ ภักดีธนากุล รองประธานอนุกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านอุทิศ ชูช่วย ประธานกรรมาธิการ วิสามัญภาคใต้ที่เสียสละเวลาลงไปร่วมรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และความต้องการเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญของพี่น้องในภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องในเขต ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่หลายต่อหลายคนกำลังมองว่า เปึนพื้นที่ ที่กำลังมีปัญหาในด้านของความไม่สงบ แต่สำหรับคนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ยังคงพร้อมที่จะให้ความคิดเห็นในส่วนของการร่างรัฐธรรมนูญ และดูเหมือนว่า พวกเขาจะพยายามทุ่มเทเสียสละเวลาให้กับเรื่องนี้มากกว่าสถานการณ์ปกติ ซึ่งอาจจะเปึนไปได้ว่า เพราะสถานการณ์ทำให้พวกเขารู้จักหน้าที่ ในส่วนของ ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นสำคัญในรัฐธรรมนูญทั้ง ๑๕ ประเด็นหลัก ที่ทางคณะทำงานได้เสนอไว้นั้น โดยภาพรวมแล้ว ก็ไม่มีอะไรต่างไปจากความคิดเห็นของประชาชนในภูมิภาคอื่น ๆ ของประเทศ มีที่เห็นด้วย และที่ไม่เห็นด้วยก้ํากึ่งกันไปตามความสําคัญของประเด็น แต่ภาพที่กระผมอยากจะนำเสนอผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกและพี่น้องชาวไทย ทั่วประเทศนั้น ก็คือ ภาพของความเปึน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่หลายต่อหลายคน กำลังจับตามอง แต่ผมคิดว่า ความคาดหวังของหลายต่อหลายคนคงคลาดเคลื่อนไปจาก ความเปึนจริง ท่านประธานที่เคารพ นับตั้งแต่พวกเราได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่ไปรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชน ในช่วงแรก ๆ ก่อนที่จะมีฉบับร่างรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น เราได้ลงไปในทุกพื้นที่ ทั้ง ๑๒ อำเภอ ในจังหวัดปัตตานี เพื่อรับฟังความคิดเห็น โดยได้รับ ความร่วมมือเปึนอย่างดีจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ท่านผู้ว่า ภาณุ อุทัยรัตน์ และนายอําเภอทุกอําเภอ สิ่งที่เราพบ ก็คือ ประชาชนหลากหลายอาชีพ หลากหลายระดับ ความรู้ ตัวแทนองค์กรในท้องถิ่น ผู้นำศาสนา นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นกันอย่างหน้าแน่น หากเปึนไปได้ ผมอยากจะให้ท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกมองเห็นถึงภาพความร่วมมือของพี่น้องให้มากกว่าการถ่ายทอด โดยสำเนียงภาษาที่ผมนำเสนอมานี้ ด้วยสถานการณ์ความไม่สงบ ก็อาจจะมีส่วนทำให้ เขาออกมาแสดงความคิดเห็น และเสนอแนะตามที่พวกเขาต้องการ และในส่วนนี้เอง จะเปึนส่วนของการแสดงเหตุผลที่พวกเขาเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับประเด็นสำคัญ หลาย ๆ ประเด็นของรัฐธรรมนูญ ฉบับร่าง ซึ่งอาจจะต่างไปจากประชาชนในภูมิภาคของ ประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพ จากการรับฟังความคิดเห็นในช่วงแรก ก่อนที่รัฐธรรมนูญฉบับร่างจะกำเนิดออกมา พี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พยายาม สื่อให้เราเห็นผ่านการแสดงความคิดเห็นของพวกเขาว่า พวกเขาต้องการรัฐธรรมนูญ ที่สนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง พวกเขาอยากได้รัฐธรรมนูญที่ภาษา ชาวบ้านเรียกกันว่า เปึ้นรัฐธรรมนูญที่กินได้ รัฐธรรมนูญที่ใกล้ตัว และเปึนของประชาชน อย่างแท้จริง อยากให้สมาชิกของรัฐสภาทุกระดับ ไม่ว่าจะเปึน สส. หรือ สว. ต้องมาจาก การเลือกตั้ง ต้องเปึนตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง พวกเขาไม่อยากได้ สส. บัญชีรายชื่อ ด้วยเหตุผลเดียวกัน คือ สส. บัญชีรายชื่อ ไม่ได้เปึนตัวแทนของประชาชน อย่างแท้จริง ส่วนจำนวน สส. และ สว. ความคิดเห็นที่พวกเขาแสดงออกมาก็ก้ำกึ่งกัน ระหว่างคงเดิม กับจำนวน สส. และ สว. ที่ลดลง แต่ความคิดเห็นที่เปึนเอกฉันท์คือ การเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ท่านประธานที่เคารพ เหล่านี้คือเสียงสะท้อนของ พี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก ๑๒ อำเภอของจังหวัด ปัตตานี้ ที่คณะทำงานพยายามรวบรวมมาในช่วงแรกของการรับฟังความคิดเห็น สำหรับการรับฟังความคิดเห็น ในช่วงที่ ๒ หลังจากมีรัฐธรรมนูญ ฉบับร่าง ออกมาแล้ว สิ่งที่เปึนปัจจัยในการแสดงเหตุผลประกอบการรับ หรือไม่รับ ก็ยังเปึนเรื่องของ สถานการณ์ความไม่สงบ ท่านประธานที่เคารพ ใน ๑๕ ประเด็นหลักของรัฐธรรมนูญ ฉบับร่าง ที่คณะรับฟังความคิดเห็นประชาชนนำมาเสนอ มีอยู่สี่ห้าประเด็นที่ได้รับ ความสนใจเปึนอันดับต้น ๆ นั่นก็คือ ข้อ ๑๕ ปัญหาการบัญญัติให้พุทธศาสนาเปึ้นศาสนา ประจำชาติ ซึ่งเปึนประเด็นใหม่ที่การรับฟังความคิดเห็นในครั้งแรก ๑๒ อำเภอ ไม่มีใคร แสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้เลย ข้อ ๒ จํานวนและการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา ข้อ ๔ จำนวนและการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑ คณะบุคคลเพื่อ หาทางออกในยามวิกฤติของชาติ ข้อ ๙ จำนวนรายชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง และข้อ ๑๒ การค้านและดุลอำนาจใบแดงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านประธานที่เคารพ ในส่วนของข้อที่ ๑๕ การบัญญัติศาสนาพุทธ์ให้เปึ้นศาสนา ประจําชาติ เปึนหัวข้อที่ได้รับการโหวตให้นํามาเปึนประเด็นอภิปรายก่อนเปึนอันดับ ๑ จากการรับฟังความคิดเห็นในช่วงแรก ทั้ง ๑๒ อำเภอ ไม่มีใครหยิบยกเอาประเด็นนี้มา กล่าวถึงเลยแม้แต่คนเดียว แต่เมื่อกระแสแสดงความคิดเห็นที่มาจากบางส่วน ของประเทศออกมาเรียกร้อง ประเด็นนี้กลายเปึนประเด็นหลักที่หลายคนต้องการ แสดงความคิดเห็น แต่ภาพของการแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวทีของ จังหวัดปัตตานี กลับกลายเปึนการแสดงออกถึงความประนีประนอมของคนในพื้นที่ เปึนภาพความคิดเห็นจากทั้งพี่น้องชาวไทยพุทธ์ ไทยมุสลิมที่แสดงออก ยกยึดเอาความ สมานฉันท์เปึนหลัก ซึ่งก็สอดคล้องกับความต้องการของชาติ และสภาพสังคมในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ของเวทีนี้ ไม่เห็นด้วยกับการบัญญัติให้ศาสนาพุทธเปึ้นศาสนาประจำชาติ ไว้ในรัฐธรรมนูญ ส่วนเหตุผล ก็ไม่ต่างไปจากเหตุผลของผู้ที่ไม่เห็นด้วยในภูมิภาคอื่น ของประเทศ แต่เหตุผลที่ต่างไปจากภูมิภาคอื่น ก็คือ ความต้องการการลดประเด็น ความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ที่มีคนพยายามสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้น พี่น้องชาวไทยพุทธ์ และมุสลิมได้แสดงความคิดเห็นออกมาเกือบจะเปึนเอกฉันท์ว่า ไม่เห็นด้วย ชาวไทยพุทธ์ หลายต่อหลายคนพยายามชี้ให้เห็นถึงความรักใคร่ ความห่วงใยในพระพุทธศาสนา แต่เพื่อประเทศชาติ เพื่อบ้านเมือง พวกเขาบอกว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งใดที่จะเปึน ปมประเด็นของความขัดแย้ง ปมประเด็นของการสร้างความหวาดระแวง ปัจจัยที่จะ ก่อให้เกิดความแตกแยก พวกเขาอยากจะให้ทุกคนช่วยกันทบทวน ท่านประธานที่เคารพ ข้อเสนอแนะ ซึ่งเปึ้นทางออกจากพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่จังหวัดปัตตานี พี่น้องส่วนใหญ่อยากจะให้สถาบันศาสนาปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน ในรูปของสถาบันที่สําคัญหนึ่งในสาม คือ สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เหมือนอย่างที่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่าน ๆ มา ท่านประธานที่เคารพ เหตุผลที่คนส่วนใหญ่ในจังหวัดปัตตานีสะท้อนออกมามากที่สุด จะเปึนเหตุผลของความปรองดอง ความสมานฉันท์ เพื่อสนับสนุนให้บ้านเมืองเกิดความ สงบสุข ซึ่งเปึนสิ่งที่สังคมและประเทศชาติกําลังต้องการมากพอ ๆ กับรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชนก็ว่าได้ ในส่วนของข้อที่ ๒ จํานวน และการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา และข้อ ๔ จำนวน และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พี่น้องใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ยั่งยืนยันในข้อเสนอเดิมของพวกเขา คือ สมาชิกรัฐสภาทั้งหมด ต้องมาจากการเลือกตั้ง ด้วยเหตุผลการทำหน้าที่ในนามตัวแทนของประชาชน อย่างแท้จริง สส. และ สว. จะได้เห็นคุณค่าของคะแนนเสียง และการทำหน้าที่ เพื่อประชาชน สำหรับ สว. มีแนวคิดหนึ่งซึ่งเปึนแนวคิดใหม่ คือการสรรหา เพื่อให้ประชาชนเลือกในจำนวน หรืออัตราของจังหวัด นับว่าเปึ้นอีกรูปแบบหนึ่งของ สว. ซึ่งแนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจากคนในพื้นที่เปึ้นอย่างมาก โดยให้เหตุผลว่า จะไปช่วย ในส่วนของการแก้ไขปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีตได้ ส่วนจำนวน สส. และ สว. ส่วนมากเห็นควรให้ลดจำนวน โดยเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ นี่คือข้อเสนอแนะ ที่น่ารับฟังอีกแนวคิดหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพ คณะบุคคลเพื่อหาทางออกในยามวิกฤติ ของชาติ ที่พี่น้องจากจังหวัดปัตตานี้หลายท่านแสดงความไม่มั่นใจในอำนาจของกลุ่มคน ที่จะมาทําหน้าที่ พวกเขาแสดงความไม่มั่นใจในความเปึนกลาง ไม่มั่นใจที่มา ไม่มั่นใจ ในอำนาจในกรณีที่เกิดเหตุ ข้อเสนอแนะ ทำอย่างไรให้ประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วม ให้ได้มากที่สุด ทำอย่างไรจึงให้ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ จึงอยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกให้ช่วยกันหาทางออก และตอบประชาชนในส่วนนี้ ส่วนประเด็นอื่น ๆ ที่มีการแสดงความคิดเห็นกัน ก็คือการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ วิกฤติของชาติต่าง ๆ ทั้งใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และทุกพื้นที่ของประเทศ ๓ ฝ์าย ๓ องค์กรหลักของประเทศซึ่งมีอํานาจ ไม่ว่าจะเปึนอํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร อำนาจตุลาการ น่าจะเตรียมทางออกไว้สำหรับการแก้ไขปัญหา และแก้วิกฤติให้ดีกว่า กำลังเปึนอยู่ในทุกวันนี้ ท่านประธานที่เคารพ นี่คือภาพรวมของข้อเสนอแนะ ความคิดเห็นของพี่น้องจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะจากเวทีจากจังหวัด ปัตตานี ซึ่งผมพยายามประมวลนำมาเสนอ เพื่อให้เห็นถึงภาพของความร่วมมือ ภาพของ ความร่วมร่าง ร่วมสร้างรัฐธรรมนูญ ในภาวะที่พวกเขาอยู่ในสถานการณ์ ดังที่ปรากฏ อยู่ในปัจจุบัน สิ่งหนึ่งที่สะท้อนออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ก็คือ ภาพของความเปึนคนไทย ที่พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ เพื่อสร้างชาติ สร้างแผ่นดินให้เกิดความสงบสุข ไม่ว่าสถานการณ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะเปึ้นเช่นใด แต่พี่น้องชาวจังหวัดปัตตานี ก็พร้อมที่จะต้อนรับท่านสมาชิก สสร. ทุกท่าน ที่จะไปร่วมรับฟังความคิดเห็น และการแสดงพลังร่วมกันที่ในปัตตานี และทุกที่ ทุกเวลา ในสภาพของประเทศที่กำลัง เปึ้นอยู่ในปัจจุบัน นักวิชาการในจังหวัดปัตตานีท่านหนึ่งได้เสนอแนะแนวทาง การบัญญัติรัฐธรรมนูญไว้อย่างน่าสนใจว่า รัฐธรรมนูญน่าจะออกมาในลักษณะของการ ลดปมประเด็น ละเว้นความหวาดระแวง แสดงความสามัคคี เคารพศักดิ์ศรีของคน ทุกสังคม หากรัฐธรรมนูญออกมาในลักษณะนี้ ความสงบสุขก็จะกลับมาสู่สังคมไทยอีกแน่นอน ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาส นำมาเสนอ และขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ให้โอกาส ขอบพระคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่าง รัฐธรรมนูญ ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่าง รัฐธรรมนูญ คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปก็เชิญท่านวิชัยครับ เชิญครับ

นายวิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธาน และท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่เคารพ กระผม วิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ สสร. คณะกรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัดยะลา ขอกราบเรียนท่านที่เคารพว่า กระผมเองนั้นได้ร่วมคณะกับท่านอุทิศ ชูช่วย ซึ่งเปึนประธานภาค ได้เดินทางไปรับฟังความคิดเห็นทั่วทั้งภาคใต้ในบางโอกาส นับตั้งแต่ยกแรกถึงยกที่ ๒ สำหรับยกที่ ๒ นั้น ปฏิทินของการรับฟังความคิดเห็น ทุกจังหวัดในภาคใต้ ได้กำหนดมาตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม ถึง วันที่ ๒๐ พฤษภาคมนี้ เพราะฉะนั้นแล้วในการรับฟังความคิดเห็นนี่ จะมีการซ้ําซ้อนอยู่บ้าง ซึ่งประธานของ กระผมผู้ขยันนั้น ท่านก็ได้เดินทางลงไปเกือบทุกแห่ง และก็ได้มอบหมายรองประธานบ้าง คณะกรรมาธิการผู้ทรงเกียรติบ้าง ให้ไปทำหน้าที่ร่วมกับท่านวิทยากรผู้ทรงเกียรติ ซึ่งกราบเรียนว่า ในการไปพบปะพี่น้องประชาชนในยกที่ ๒ นี้ พวกเราทั้งหลายโชคดีที่ได้มี ท่านผู้ทรงเกียรติจำนวนหลายท่านได้กรุณาไปอธิบายรายละเอียดในการยกร่าง รัฐธรรมนูญนะครับ เปึนต้นว่า ท่านจรัญ ภักดีธนากุล ท่านเดโช สวนานนท์ ท่านปกรณ์ ปรียากร ท่านสดศรี สัตย์ธรรม และท่านผู้ทรงเกียรติ สสร. ท่านอื่นด้วย ได้ลงไปร่วม อธิบายรายละเอียดให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ ประเด็นตรงนี้ ท่านที่เคารพทั้งหลายครับ เปึ้นประเด็นที่สําคัญอย่างยิ่ง ในทุกมาตรา ใน ๒๙๙ มาตรานั้น ผู้ที่รู้จริง ผู้ที่มีความรู้ ในที่มาที่ไปของทุกตัวอักษรที่บัญญัติลงไปนั้น โดยทั่วไปแล้ว ถ้าได้มีคนอธิบายความ อธิบายถึงข้อดี ข้อเสีย ก็จะเกิดประโยชน์ ทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจดีขึ้นเปึ้นอย่างมาก ไม่เปึ้นที่น่าแปลกใจท่านที่เคารพครับว่า ในจังหวัดยะลา ซึ่งกระผมและท่านประธานอุทิศ ได้ร่วมเวที และท่านผู้ทรงเกียรติอีกหลายท่านร่วมอธิบาย ประชาชนเข้าใจ รับฟังด้วย ความตั้งอกตั้งใจ แล้วก็ลดปัญหาในเรื่องความขัดแย้งในบางประเด็นออกได้เยอะมาก อย่างประเด็นร้อน ๆ อย่างบางประเด็นที่เราพูดกันนักกันหน้า เรื่องของศาสนานี่ ในวันนั้น ที่ยะลาไม่ได้มีการโหวต ต่างคนต่างอธิบายความ รอมชอมกัน ก็ผ่านไปด้วยดี นั่นประเด็นหนึ่ง ประเด็นต่อไปนั้น กระผมยังกราบเรียนว่า ยกสองนี้เราได้รับ ความร่วมมือจากภาคราชการ และภาคเอกชนอย่างดียิ่ง โดยเฉพาะจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา รวมไปถึงสตูลด้วย ภาครัฐ โดยเฉพาะท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด คณะข้าราชการทุกส่วนได้ให้ความสนใจ ส่งคนมาช่วยดูแล แก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้นในสังคมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการที่เรารับฟังความคิดเห็นนะครับ ศูนย์อำนวยการ บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านผู้อำนวยการเอง ก็ได้กรุณามอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไป ดูแล อำนวยความสะดวก จึงทำให้การรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนในครั้งนี้ มีประสิทธิภาพ และเกิดผลสูงสุดต่อการนําไปสู่การลงประชามติในเรื่องรัฐธรรมนูญ กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า หลาย ๆ ประเด็นท่านประธานภาคใต้ และพี่น้องคณะกรรมาธิการก็ได้กราบเรียนต่อท่านที่เคารพไปแล้ว เช่นเดียวกับที่กระผม ได้ไปร่วมรับฟัง แต่ก็มีประเด็นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้รับฝากจากพี่น้อง ประชาชน ในส่วนที่ ๙ มาตราที่ ๕๐ ว่าด้วยสิทธิในการได้รับการบริการสาธารณสุขและ สวัสดิการจากภาครัฐ ในวรรคสอง บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการบริการสาธารณสุขจากรัฐ ซึ่งต้องเปึนไปอย่างทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ ในประเด็นตรงนี้ ท่านที่เคารพครับ เมื่อกี้ เราพูดถึง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กันมาก หลายประเด็นหลายเรื่องที่พี่น้องประชาชน กำลังเผชิญอยู่กับภัยวิกฤติทั้งหลาย ในเรื่องสาธารณสุขนั้นมีความจำเปึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ ไม่ว่าจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส มีผู้ป์วยมากมาย มีปัญหามาก ๆ แต่เรา ขาดบุคลากร เราขาดวัสดุ เราขาดงบประมาณ ทำให้ไม่สามารถเสนอ และไม่สามารถ สนองความต้องการของพี่น้องประชาชนที่กำลังเผชิญภัยวิกฤติอยู่ได้อย่างทันท่วงที ประเด็นตรงนี้ ท่านที่เคารพครับ กระผมคิดว่า น่าจะได้รับการพิจารณา กราบเรียนไปยัง คณะกรรมาธิการยกร่างได้โปรดรับทราบว่า ถ้าจะได้กรุณาต่อ ให้รัฐต้องจัดให้มีสถานที่ รักษาพยาบาล บุคลากร งบประมาณ และการบริการอย่างทั่วถึง อย่างเพียงพอนั้น น่าจะเกิดประโยชน์ น่าจะเปึนการแก้ไขวิกฤติที่เกิดขึ้น โดยที่อาจจะบรรจุลงไป ในรัฐธรรมนูญ แล้วแต่ท่านผู้รู้ ท่านผู้ทรงคุณวุฒิจะพิจารณาครับ อันนี้กระผมได้รับ การฝากมาจากพี่น้องประชาชน อันนั้นก็เปึนประเด็นหนึ่งที่น่าจะต้องนำมาพิจารณา นะครับ

ประเด็นที่ ๒ มาตราที่ ๕๒ ท่านที่เคารพครับ บุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบป้ บริบูรณ์ แต่ไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ ตรงนี้ผู้สูงอายุจำนวนมากเหลือเกิน ได้ฝากกระผมมากราบเรียนต่อท่านคณะกรรมาธิการ ยกร่างว่า ผู้สูงอายุนั้น ในขณะนี้นับวันแต่จะมีมากขึ้น มากขึ้น ในประเทศของเรา และผู้สูงอายุนั้น ควรจะได้รับการดูแลอย่างตรงไปตรงมา ก็น่าจะบัญญัติให้ชัดเจนว่า ท่านจะช่วยเหลือผู้สูงอายุในรูปของงบประมาณป้ละเท่าไรต่อรายหัว รายคน ไม่มีท่านใด หรอกครับเกิดมาแล้วไม่สูงอายุ กระผมจึงกราบเรียนไปยังท่านคณะกรรมาธิการยกร่าง ได้โปรดพิจารณาในประเด็นนี้ด้วยครับ

ในประเด็นต่อไปครับ ท่านที่เคารพครับ กระผมคงมีนิดเดียวที่จะ กราบเรียน ก็คือในเรื่องของการปกครองส่วนท้องถิ่น ในมาตราที่ ๒๗๘ ครับ ประชาชน ในท้องถิ่นมีสิทธิมีส่วนร่วมในการบริหารกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องจัดให้มีวิธีการที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหาร พื้นที่ของท้องถิ่นนั้น ๆ มีพี่น้องประชาชนหลายเวทีได้ฝากบอกว่า ถ้าเปึนไปได้แล้วนั้น อยากจะให้ประชาชนที่อยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเปึน อบต. อบจ. หรือเทศบาลก็แล้วแต่ ได้มีสภาของชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหาร ในการตรวจสอบ ในการยกย่องผู้ที่มีเกียรติในการลือกตั้งเข้ามา เขาอยากจะมีส่วนร่วม ประเด็นตรงนี้ แล้วนี่ น่าจะเปึนการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง และตรงจุดที่ พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วม ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ใน ๓ ประเด็นหลัก ๆ ที่กระผมได้ไปรับฟังมา แล้วก็ขอเสริมท่านประธานภาคใต้นิดหนึ่งครับว่า ในการสรรหา สว. นั้น ได้มีประเด็นใหม่ขึ้นมาว่า ถ้าหากว่ามีการสรรหา มีข้อดีที่คณะกรรมาธิการ ยกร่างได้บัญญัติไว้ หมายความว่า พี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเปึ้นอาชีพใดก็มีสิทธิที่จะ เข้ามาได้รับการสรรหา แต่ก็มีบางท่านบอกว่า ไม่เห็นด้วย ควรจะมาจากการเลือกตั้ง เท่านั้น ประเด็นใหม่ก็บอกว่า ถ้าเปึ้นเช่นนี้แล้วนี่ มีทั้งการสรรหาเข้ามาก่อน โดยใช้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ท่านคณะกรรมาธิการผู้ทรงคุณวุฒิเขียนไว้นี้ล่ะครับ แล้วก็มาเลือกตั้ง อีกครั้งหนึ่ง น่าจะตรงใจพี่น้องประชาชน ได้ทั้งสรรหา อาจจะคัดเลือกเบื้องต้นได้คนดี เข้ามา แล้วก็มีการเลือกตั้งอีกชั้นหนึ่ง อันนี้เพียงแต่ข้อเสนอ เพื่อโปรดรับฟังเท่านั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ในวันที่ ๑ ถึง วันที่ ๒๐ พฤษภาคมนี้ ในภาคใต้ของเรา ซึ่งกระผมกราบเรียนว่า ทุกครั้งที่มีเวทีในการรับฟังความคิดเห็นนั้น ก็อยากจะกราบเรียน ขอความกรุณาต่อท่านผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านมีความรู้ทั้งหลายทั้งปวง ได้โปรดให้ความสำคัญ ถ้าเรา ก็คือ คณะกรรมาธิการ วิสามัญประจำจังหวัด ได้ร้องขอท่านครับ ท่านคณะกรรมาธิการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้ร่วม ร่างรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการยกร่างนั้นมีความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ ท่านรองประธานเอง ก็ได้กรุณาให้ความสนใจลงไปรับฟัง ตรงนี้ครับเปึนการช่วยเหลือ แบ่งเบาภาระของกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด และเปึนการสร้างความเชื่อมั่นให้กับ พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ ทั่วทั้งภาคว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้มีความรู้จริง ๆ เปึ้นผู้ ไปอธิบาย ตรงนี้ครับ กระผมมั่นใจครับว่า ถ้าท่านทั้งหลายได้กรุณานะครับไปร่วมนี่ ก็จะเปึนพระคุณ จะเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนเปึนอย่างยิ่ง ในส่วนของภาคใต้นั้น นับตั้งแต่วันที่ ๑ ถึงวันนี้นะครับ เราได้จัดตั้งเวทีรับฟังความคิดเห็นทุกจังหวัด กระผม ขออนุญาตกราบเรียนไปยังจังหวัดยะลา ซึ่งเมื่อกี้ท่านประธานภาคก็ได้กรุณาชี้แจง ไปแล้วว่า เราได้ตั้งเวทีรับฟังความคิดเห็นมาทั้งหมด ๒ ครั้ง มีพี่น้องประชาชนเข้าร่วม ทั้งสิ้นประมาณเกือบสองพันคนนะครับ แล้วก็ได้รับความสนใจเปึ้นอย่างยิ่ง อันนี้ต้อง กราบขอบพระคุณท่านผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้กรุณาลงไปร่วมชี้แจงต่อพี่น้องประชาชน ขอกราบขอบพระคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง ๔ จังหวัด และท่านผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนพี่น้องประชาชนทุกคนที่ได้ ให้ความสำคัญ และให้ความสนใจที่มาร่วมรับฟังความคิดเห็น ขอกราบขอบคุณเพียงเท่านี้ ท่านประธานครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ลำดับต่อไป ขอเชิญท่านวิทวัสครับ เชิญครับ

นายวิทวัส บุญญสถิตย์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายวิทวัส บุญญสถิตย์ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผม ได้ไปภาคใต้ ที่จังหวัดยะลา ในการรับฟังความคิดเห็นนะครับ สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะสะท้อน ภาพให้เห็นสักนิดหนึ่งว่า ในจังหวัดยะลานั้น ในอดีตกับปัจจุบันต่างกันมากเหลือเกิน นะครับ ผมในฐานะที่เปึนคนถิ่นนั้น แล้วก็มีเพื่อนฝูงก็มากมายในจังหวัดยะลา กลับไปเที่ยวนี้ก็ได้มีโอกาสพบปะ และเจอะเจอกับเพื่อน แล้วก็พี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดยะลาด้วยนะครับ จังหวัดยะลานี้ ในอดีตเปึนจังหวัดที่มีความสงบ แล้วก็ผังเมืองเปึนจังหวัดที่มีความสวยงาม โรงเรียนจะอยู่ถนนหนึ่งเส้นเลย ตลอดเลย นะครับ ถนนพิพิธภักดี หน่วยราชการก็อยู่เปึนกลุ่มนะครับ ซึ่งเปึนจังหวัดที่มีผังเมือง ที่สวยงาม และมีความสะอาด ประกวดได้เปึนอันดับหนึ่งของประเทศมาหลายป้ติดต่อกัน นะครับ เมื่อไปเที่ยวนี้ แต่ละคนที่เราได้พบ ได้เจอะเจอนั้น สีหน้ารู้สึกมีความกังวล เปึ้นอย่างมาก แต่ถึงมีความกังวลอย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น ไปรับฟังความคิดเห็นพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดยะลา พี่น้องให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ มีพี่น้องประชาชนเข้ามารับฟังความคิดเห็น และเสนอแนะมากถึง ๑,๕๙๓ คน ซึ่งเรา ตั้งเปัาเอาไว้ว่า เอาแค่ ๖๐๐ ก็จะเต็ม แต่ว่าพี่น้องประชาชนได้มาให้ความร่วมมือมากถึง ๑,๕๙๓ คนนะครับ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วม ของภาคใต้ ก็ได้มีข้อมูลต่าง ๆ ที่พี่น้องมาเสนอแนะ ประเด็นสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ ที่พี่น้องประชาชนได้มาสะท้อนให้เห็นนะครับ ในประเด็นเรื่องของคณะบุคคล เพื่อหาทางออกในยามวิกฤติชาติ ตามมาตรา ๖๘ นั้น ผู้เข้าร่วมสัมมนาแสดงความเห็นว่า ไม่เห็นด้วย เพราะเหตุว่า บุคคลที่เปึ้นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรนั้น แล้วก็บุคคลที่เปึนนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีก็ดี ส่วนทั้งหมดนั้น มาจากประชาชน เพราะฉะนั้นถ้าจะให้บุคคลเพียงไม่กี่คน ๗ คน ๑๐ คน หรือ ๑๑ คน มาตัดสิน ซึ่งบุคคลเหล่านี้ไม่ได้มีส่วนยึดโยงกับประชาชน และมาตัดสินวิกฤติครั้งนี้ ประชาชนบอก ไม่เห็นด้วยนะครับ ในการมาประชุม ใครเปึนผู้มาประชุม ใครเปึน ผู้เรียกประชุม เชิญประชุม พี่น้องประชาชนก็ยังกังขาว่า ถ้าในหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเปึ้น ผู้แทนมาทั้งหมด ๑๑ องค์กร หรือ ๗ องค์กร นั้น จะเปึ้นผู้เรียก ใครเปึ้นผู้เรียกประชุม ใครเปึ้นผู้เชิญประชุม เพราะฉะนั้นตรงนี้เองประชาชนไม่เห็นด้วยนะครับ ส่วนในประเด็น เรื่องสิทธิเสรีภาพ และการมีส่วนร่วมของประชาชน และสิทธิของชุมชน ผู้เข้าร่วมสัมมนา แสดงความเห็นว่า เห็นด้วยกับกรรมาธิการยกร่าง มาตรา ๒๔๘ นะครับ ควรบัญญัติ ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลงมาดูแลประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน เพราะ เหตุว่า พี่น้องประชาชนนั้นรู้สึกค่อนข้างที่จะว้าเหว่ เนื่องจากว่า ในอดีตที่ผ่านมานั้น ข้อคิด ความเห็นของพี่น้องประชาชนบอกว่า ไม่ได้รับความเปึนธรรม เพราะฉะนั้น จึงต้องการเรียกหาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลงมาดูแล โดยให้บัญญัติ เข้าไปใน มาตรา ๒๔๘ นะครับว่า กรรมาธิการสิทธิมนุษยชนดูแลประชาชน ให้บัญญัติเข้าไป อยู่ในบัญญัติข้อนี้ด้วยนะครับ ส่วนประเด็นที่ ๓ นะครับ ในประเด็นเรื่องจำนวน และกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา การเข้าร่วมสัมมนาแสดงความเห็นว่า ไม่เห็นด้วย กับการสรรหา เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง การสรรหาไม่ได้มีส่วนยึดโยงกับประชาชน เพราะฉะนั้นจึงขอให้เปึนการเลือกตั้ง การสรรหาจากกลุ่มอาชีพก็ดี หรือจากกลุ่ม ผลประโยชน์ เฉพาะกลุ่มอาชีพของตน อันนี้ประชาชนไม่เห็นด้วยนะครับ การสรรหา จะไม่ได้คนดีทั่วประเทศ แต่จะได้เฉพาะบุคคลบางกลุ่มเท่านั้น อันนี้เปึนข้อคิด ความเห็น ของพี่น้องประชาชนซึ่งมาแสดงความคิดเห็นนะครับ ส่วนในประเด็นในเรื่องจำนวน และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ผู้เข้าร่วมสัมมนาแสดงความเห็นว่า ไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการยกร่างนะครับ พร้อมกับมีข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้นะครับ อันที่ ๑ สส. ควรมีจำนวน ๕๐๐ คน เพราะสามารถทำงานได้ทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ มากกว่าการมี สส. จำนวน ๔๐๐ คน ในประเด็นที่ ๒ การเลือกตั้งควรให้ กกต. ทำหน้าที่ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เข้าใจการเลือกตั้งให้มากกว่าที่เปึ้นอยู่ ที่ผ่านมานะครับ ประเด็นที่ ๓ สส. ระบบแบ่งเขตกำหนดตามสัดส่วนของจำนวนคณะรัฐมนตรี หมายความว่า มีรัฐมนตรีมากกว่า ๓๕ คน ถ้ามี สส. มากขึ้น ส่วนในประเด็น ต่อมานะครับ พี่น้องประชาชนมีความเห็นดังต่อไปนี้นะครับ ประเด็นในเรื่องการบัญญัติ ให้พระพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจําชาติ อันนี้มีการออกเสียงเปึน ๒ ส่วนด้วยกัน ส่วนที่เห็นด้วยก็บอกว่า ก่อให้เกิดประโยชน์กับคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ์ อันที่ ๒ ทำให้ศาสนาพุทธมีระเบียบ มีระบบ และมีความเจริญมากขึ้น อันที่ ๓ ถึงจะบัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญ ก็ไม่น่าเกิดปัญหากับคนไทย คนไทยก็สามารถอยู่ร่วมกันได้กับทุกศาสนา อยู่แล้ว ส่วนมีผู้ที่เข้าร่วมสัมมนาซึ่งไม่เห็นด้วย มีความเห็นดังต่อไปนี้นะครับ อันที่ ๑ คือ ตามมาตรา ๙ นะครับ พระมหากษัตริย์ทรงเปึนพุทธมามกะ และทรงเปึน อัครศาสนูปถัมภก อันที่ ๒ อาจทำให้เกิดความแตกแยกของประชาชนในประเทศชาติ อันที่ ๓ เพราะการนับถือศาสนานั้น ขึ้นอยู่กับจิตใจของประชาชนมากกว่า อันนี้บุคคล ที่ไม่เห็นด้วยนะครับ แต่มีข้อเสนอแนะต่อไปอีกนะครับ ของผู้เข้าร่วมสัมมนาบอกว่า จะบัญญัติหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของประชาชนที่จะปฏิบัติตามหลักศาสนา หรือไม่นะครับ ผมเองได้ไปรับฟังความคิดเห็นมากับพี่น้องประชาชนชาวภาคใต้มาหลาย เวทีนะครับ แต่ละเวทีผมก็จะสรุปเปึนประเด็นย่อ ๆ มา เพื่อที่จะมาสะท้อนภาพให้กับ เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้รับทราบนะครับว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกนั้น มีความดี ตรงไหนบ้างนะครับ อันแรกที่สุด สะท้อนมาจากประชาชนชาวภาคใต้นะครับ อันที่ ๑ ก็คือ เป่ดโอกาสให้สิทธิเสรีภาพมากขึ้น เปึนประชาชนสามารถเสนอร่างกฎหมาย หรือถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ง่ายขึ้น จากเดิม ๕๐,๐๐๐ ชื่อ เหลือ ๒๐,๐๐๐ ชื่อ ประเด็นที่ ๒ ปัองกันผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมือง โดยห้าม สส. และ สว. ดํารงตําแหน่งในรัฐวิสาหกิจ และห้ามรับสัมปทานจากรัฐนะครับ ประเด็นที่ ๓ ปัองกันไม่ให้นักการเมืองเข้าไปแทรกแซงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน โดยห้ามเปึน เจ้าของกิจการ และห้ามถือหุ้นในสื่อมวลชนต่าง ๆ ในประเด็นที่ ๔ มีการตรวจสอบ นักการเมืองมากขึ้น โดยให้ สส. และ สว. แจ้งงบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อสาธารณะ ๕. มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยเฉพาะกรณีการทำสนธิสัญญา ที่มีผลกระทบต่อประโยชน์ของประชาชนและสิ่งแวดล้อม อันที่ ๖ มีการขจัดการผูกขาด อำนาจ และปัองกันการใช้อำนาจที่ไม่เปึนธรรมจากหน่วยงานของรัฐนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนข้อดีของรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ร่างของป้ ๒๕๕๐ นี้ ซึ่งผมได้ไปเก็บเกี่ยว มาจากทุกเวทีที่ผมได้ไปรับฟังความคิดเห็นมา ตอนนี้ก็ผมมีประเด็นที่จะสะท้อนให้เห็น เพื่อนสมาชิกได้เห็นเพียงแค่นี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ครับ ขอบพระคุณครับ ลำดับต่อไป ก็เปึ้นท่านเสรี นิมะยุ เชิญครับ

นายเสรี นิมะยุ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาร่างที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเสรี นิมะยุ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หมายเลข ๐๘๘ ครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมนั้นจะต้องมาสรุปเกี่ยวกับประเด็นที่ได้ ระดมรับฟังความคิดเห็นของจังหวัดนราธิวาส บางประเด็นนั้นอาจจะซ้ำกับเพื่อนสมาชิก ได้นำเสนอแล้วเมื่อสักครู่นั้น แต่ถึงแม้ว่ามันจะซ้ำ แต่ต้องยอมรับบนพื้นฐานข้อเท็จจริงว่า เปึนคนละเวทีครับ เสียงสะท้อนจากพี่น้องจังหวัดนราธิวาส การระดมความคิดเห็น เป่ดเวทีในครั้งนั้น ในวันที่ ๖ ที่ผ่านมาครับ จังหวัดนราธิวาสก็ได้รับเกียรติจาก ท่าน ดร. ปกรณ์ ปรียากร ท่านเปึนวิทยากรที่นำเสนอการบรรยายสรุป นับว่ามีความ โชคดีในด้านการอธิบายขยายความเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ของเปึ้นรายมาตรานั้น พี่น้องจังหวัดนราธิวาสได้รับทราบ ในวันนั้น การระดมความคิดเห็นนั้น ผู้มาร่วม การประชุมโดยประมาณแล้วสี่ร้อยกว่า ๆ แต่เวทีแห่งนราธิวาสก็มีเนื้อหาสาระมากที่จะ นำเสนอ ณ เวทีแห่งนี้ ซึ่งได้รับการร่วมมือจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ และบุคลากรที่สำคัญในวันนั้น ก็คือ ท่าน สนช. ประธานองค์การอิสลาม ก็เข้าร่วมด้วย ท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หลายส่วนที่เปึนท้องถิ่น ท้องที่ ได้ระดมความคิดเห็น ถึงแม้ว่าจำนวนจะไม่มาก แต่เราได้เน้นในเรื่องคุณภาพการซักถาม ดังนั้น สิ่งที่ผมจะมาพูดในวันนี้ เปึนเนื้อหาสาระที่ระดมความคิดเห็นจากเวทีนราธิวาส ล้วนทั้งสิ้น ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เพื่อจะให้สะท้อนกันในสภาแห่งนี้ นำไปสู่กรรมาธิการ ยกร่างที่จะประมวล สังเคราะห์ การแก้ไข ปรับปรุงเปึนรายมาตราต่อไป ก่อนที่จะมีการ แปรญัตติ ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นที่ ๑ ที่บอกว่า กรรมาธิการ ผู้ใหญ่มูฮัมหมัดอามีน ซาริค้าน นั้น ได้เสียชีวิต ดังที่ท่านนายกอุทิศได้กล่าวนั้น เส้นทางและปัญหา ในการปฏิบัติงานนั้น ย่อมเปึนเรื่องอุปสรรคเปึ้นเรื่องธรรมดา ในเวทีภาคของจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทีนี้ประเด็นหนึ่ง ความสนใจที่พี่น้องมีนั้น ผมสังเกตทุกเวทีครับ ผมเองก็ได้มีโอกาสได้ไปฟังความคิดเห็นจากปัตตานี้ก็ดี ส่วนที่จังหวัดยะลานั้น ไม่มีโอกาส ผมจะต้องทำหน้าที่ดูแลการไปรับท่าน ดร.ปกรณ์ ที่สนามบินบ้านทอน เนื่องจากว่า ด้วยความเปึนห่วงท่านวิทยากร บุคลากร ท่านโฆษก กรรมาธิการยกร่าง ผมไม่มีโอกาสได้ร่วมในวันนั้น แต่เท่าที่สังเกตดูแล้ว กระผมมีความ เชื่อมั่นว่า พี่น้องประชาชน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความคาดหวังจากกฎหมาย รัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ซึ่งจะนําชีวิตที่ดี ๆ ต่อไป สิ่งนี้เปึนขวัญและกําลังใจในการปฏิบัติ หน้าที่ของกรรมาธิการยกร่าง และคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดนราธิวาส แม้กระทั่งเมื่อวานนั้น มีสมาชิกของผมผู้หนึ่งได้ทำเรื่องลาออกจากการเปึนกรรมาธิการ วิสามัญประจำจังหวัด ซึ่งท่านนั้นได้นับถือศาสนาพุทธ์ ผมเองก็ได้ระงับในที่ประชุม กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดว่า โดยที่ท่านอ้างว่า ท่านติดภารกิจ ไม่สามารถ ที่จะร่วมการประชุมของกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด แล้วจะนำไปสู่การกระทบ ต่อการปฏิบัติงานของวิสามัญประจำจังหวัด หนังสือพิมพ์ที่มีในมือผมในขณะนี้ แต่ผมเอง ก็ได้อธิบายว่า สาระสําคัญที่ท่านไม่มีเวลานั้น ไม่มีปัญหา ท่านมีเวลาเมื่อไรก็ท่านมา ร่วมได้ สิ่งนี้เปึ้นสิ่งสะท้อนว่า การทำงานในพื้นที่ของเรานั้น มันก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่ในบางครั้งก็ไม่ลำบาก อย่างที่เราได้นำเสนอครับ ท่านประธานครับ เข้าเรื่องสักนิด เพราะท่านนายกอุทิศว่า วันนี้ถ้าผมจะพูดมากก็ไม่เปึนไร แต่ผมก็ต้องบริหารเวลาครับ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมจะพูดนี้ เปึนเรื่องที่ระดมความคิดเห็นทั้งนั้น ซึ่งไม่ใช่ผังชูรสที่ ผมจะต้องปรุงแต่งในวันนี้ ประเด็นที่ ๑ ของจังหวัดนราธิวาสได้นำเสนอคณะบุคคล เพื่อหาทางออกในยามวิกฤติของชาติ จากที่ผมได้ประมวลสังเคราะห์มาแล้ว ในมาตรา ๖๘ วรรคสองนั้น ซึ่งคณะบุคคลในนั้น พี่น้องที่เราทำในเวที จังหวัดนราธิวาส ก็คงจะมีใกล้เคียงกับจังหวัดปัตตานี ยะลา ซึ่งไม่เห็นด้วย ในหลักการนั้น เขาได้อ้างเหตุผลว่าประการใดครับ ท่านประธานครับ ระดมความคิดเห็น ว่า เพราะจะกลายเปึนคณะปฏิวัติที่จะถูกรับรองโดยกฎหมายรัฐธรรมนูญ ประการที่ ๑ ประการที่ ๒ เพราะไม่มีการกําหนดนิยามคําว่า วิกฤติ ว่ามีความหมายอย่างไร และเหตุการณ์อย่างไรจึงจะเรียกว่า วิกฤติที่เกิดขึ้น นี่คือประเด็นที่พี่น้องได้นำเสนอ ทีนี้ข้อเสนอแนะจากเวทีนั้น พี่น้องได้เสนอว่า ให้ตัดรายชื่อประมุขฝ์ายตุลาการทั้ง ๓ ศาล ประการที่ ๑ ประการที่ ๒ ให้ปรับปรุงอํานาจหน้าที่ จากเดิมมีอํานาจพิจารณาหาทาง ปัองกัน หรือแก้ไขปัญหาดังกล่าว เปลี่ยนเปึ้นให้ทำหน้าที่ปรึกษาหารือกัน ประการที่ ๓ ในกรณีที่มีวิกฤติของชาติ ควรให้มีแนวทางการแก้ไขตามวิถีทางของระบบประชาธิปไตย นั่นหมายถึงว่า การยอมรับในระบบการวิกฤตินั้น จะต้องน้ำไปสู่เวทีสภา หรือก็ในระบบ รัฐสภา ในการแก้ไขปัญหาวิกฤติ และมีพี่น้องท่านหนึ่งได้เสนอว่า ดังที่เสมือนของจังหวัด ยะลา วิกฤติในขณะนี้ คือ วิกฤติของชาติ แต่ในขณะเดียวกันนั้น วิกฤติของ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้น รัฐบาลก็ควรจะตระหนัก หาวิธีการที่จะดําเนินการอย่างไรบ้าง กับบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในภาวะปัจจุบันนี้ เปึนข้อเสนอที่คล้ายเคียงกันครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ในส่วนประเด็นนี้ก็ผ่านไปครับ ประเด็นที่ให้ความสำคัญอีกข้อหนึ่ง นั่นก็คือว่า ประเด็นจํานวนในการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา ๑๐๗ ประเด็นนี้เปึ้นประเด็น ที่ร้อน ผมใกล้จะพูดภาษาอังกฤษแล้ว ดีที่กำนันชำนาญไม่ทักทายในจุดนี้ครับ เปึ้นประเด็นร้อนที่จะต้องมาพูดคุยว่า การสรรหานั้น บางครั้งไม่มีการยอมรับในหมู่ ส่วนใหญ่ ผมกล้ายืนยันเวทีที่ผมฟังตลอดเวลา แม้กระทั่งท่านหนึ่งได้อภิปราย ท่าน ดร.ปีกรณ์ ก็ได้ฟังในวันนั้นว่า ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๕๐ นี้ เปึ้นฉบับที่ดี เปึ้นส่วนใหญ่ ถ้ามามองการเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ แล้วท่านจะได้บอกว่า ท่านสามารถจะรับได้ แล้วก็พร้อมที่จะชักชวนพี่น้องให้ลงประชามติในการรับในลำดับต่อไป แต่ติดขัดในเรื่อง สมาชิกวุฒิสภาเท่านั้น ที่ไม่เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง สืบเนื่องจากว่า การเลือกตั้งนั้น การเลือกตั้งวุฒิสมาชิก วุฒิสภานั้น เห็นด้วยกับระบบการเลือกตั้ง เพราะระบบสรรหานั้น ในบางครั้งพี่น้องตาดำ ๆ ซึ่งไม่มีศักยภาพในจุดนี้จะไม่ได้รับการคัดเลือก และยังมองถึง เจตนารมณ์อย่างแท้จริงตามระบอบประชาธิปไตยว่า พี่น้อง เสียงของประชาชนนั้น ต้องเปึนเสียงสวรรค์ที่จะต้องมาจากประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน แล้วก็ เพื่อประชาชน ผมก็ไม่อยากจะขยายความในจุดนี้ เพียงแต่ว่าสรุปรวบรัดจากการที่ได้ นำเวทีของนราธิวาส เขาบอกว่า เพราะขัดกับหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย แก่ประชาชนในการเลือกตั้งได้โดยตรง ทีนี้ก็มีข้อเสนอแนะ ประการที่ ๑ ควรกำหนดที่มา ของ สว. ให้มาจากการเลือกตั้ง โดยมาจากกลุ่มประชาชนทุกภาคส่วนครบ ครอบคลุม ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ประการที่ ๒ ควรกำหนดคุณสมบัติของ สว. เพื่อปัองกันการเข้าสู่ ตำแหน่งของผู้ที่มีประโยชน์ทางการเมือง เช่น สามี หรือภรรยา ควรกำหนดคุณสมบัติ ให้ชัดเจนว่า คนที่เปึนนักการเมืองแล้ว ถ้าสามี หรือภรรยาเปึน สส. แล้ว ผัวจะได้เปึน สว. หรือไม่ เขานำเสนอคำพูดง่าย ๆ ครับท่าน ผมก็ได้ตัดตอนในบางครั้งมา เพื่อจะให้มันดูดี ในเชิงตัวอักษรเท่านั้นเองครับท่านที่เคารพ ประเด็นที่ ๔ เปึนประเด็นที่จำนวน และการเลือกตั้งสมาชิกผู้แทนราษฎร เขาบอกว่า การที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น เวทีของนราธิวาสบอกว่า ๓๒๐ กับ ๘๐ คนนั้น ตามสัดส่วนนั้น ก็พอที่จะรับได้ จากเวทีนราธิวาสครับ แต่ สว. นั้นค่อนข้างจะเปึนเอกฉันท์ รับไม่ได้ครับ ทีนี้ปัญหาว่า ความไม่พอใจสัดส่วน เกี่ยวกับระบบสัดส่วนนั้น ผมเองทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการ วิสามัญประจำจังหวัด ก็ได้เรียนเชิญท่าน ดร.ปกรณ์ ให้อธิบายในสัดส่วน ๘๐ คน ในส่วนนี้ ท่านพี่น้อง ประชาชนคงดูหลังจากนั้น เมื่อกรรมาธิการได้ถามถึงท่านพี่น้อง ที่จังหวัดนราธิวาสมีความพอใจในประเด็นนี้พอประมาณ คิดว่าคงจะผ่านในหลักการ ถ้าประเมินด้วยสายตาครับ ในประเด็นนี้ก็บอกว่า เสนอแนะว่า กรณีที่มีการไปถอน สิทธิเลือกตั้ง โดยให้ใบแดงแก่ผู้สมัครรายใด ให้พรรคการเมืองที่มีผู้นั้นสังกัด สามารถส่ง ผู้สมัครรายอื่นแทนที่ได้ในกรณีที่โดนใบแดงครับ ซึ่งอยู่ในวาระของผู้แทนด้วย ถ้าในวาระ ของสภาผู้แทนราษฎร ก็ผมคงจะผ่านไป ทีนี้จะมาดูในประเด็นที่ว่า สิทธิเสรีภาพ และการมีส่วนร่วมของประชาชน และสิทธิชุมชน มาตรา ๖๕ โดยทั่วไปประเมินจากเวที จากการพูด มีความพอใจในมาตรานี้เปึนอย่างสูง สิ่งนี้ผมได้พูดว่า บรรยากาศแห่งความ กดดันในพื้นที่นั้น ก็คงจะช่วยได้เปึ้นส่วนมาก ในการค้าดหวังจากกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้ ที่เห็นด้วย เหตุผลประการใดครับ ท่านประธานครับ ประการหนึ่งบอกว่า เพราะเปึนการเพิ่มสิทธิและเสรีภาพมากกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ และเห็นเปึ้นรูปธรรม มากขึ้น โดยเฉพาะสิทธิของสื่อมวลชน นี่คือชาวบ้านสะท้อนมาเพื่อให้สภาแห่งนี้ ได้รับทราบ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขของกรรมาธิการยกร่างต่อไป ทีนี้ข้อเสนอแนะ เขาบอกว่า ให้สิทธิชุมชนได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากหน่วยงานของรัฐ ประการที่ ๑ ประการที่ ๒ การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ตามรัฐธรรมนูญ ต้องกำหนดหลักเกณฑ์ให้รัฐปฏิบัติอย่างเปึนรูปธรรม โดยต้องมีคุณภาพ และมีมาตรฐานเท่าเทียมกัน และเพิ่มสิทธิการศึกษาในระดับอนุบาล นี่เกี่ยวกับการศึกษา ที่ครูบาอาจารย์ได้นำเสนอในเวทีของจังหวัดนราธิวาส ซึ่งอยู่ในสิทธิส่วนร่วมของ ประชาชน สิทธิชุมชนครับ ท่านประธานครับ ประการที่ ๓ ควรแก้ไขการจำกัดสิทธิ ในการประกอบอาชีพของผู้ที่จบการศึกษาจากต่างประเทศ มีภูมิลำเนาใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ สามารถสอบบรรจุเปึนข้าราชการได้ สิ่งนี้เข้ามองว่า สิทธิในขณะนี้ ในทุกวันนี้ ซึ่งนักศึกษาที่จบจากต่างประเทศใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นว่างงาน ควรจะเรียกร้องสิทธิของหน่วยงานของรัฐ ในระบบรัฐธรรมนูญนี้ควรจะมีการสอบบรรจุ ให้พวกท่านได้หรือไม่ เพื่อจะแก้ปัญหาในระยะยาว ที่ท่านได้นำเสนอตามที่เวทีได้เป่ด ในวันนั้น ทีนี้ก็จะมาพูดในประเด็นที่ ๖ ก็เวลาคงไม่มากนัก ตามที่ได้อุทิศให้นี้ คงจะพอเพียงกับการบริหารเวลาครับ การกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามมาตรา ๒๗๒ ในส่วนท้องถิ่นเปึ้นผู้ที่นำเสนอ นายก อบต. เปึ้นผู้ที่นำเสนอ เขาบอกว่า ส่วนใหญ่แล้วเห็นด้วย จากที่กฎหมายร่างรัฐธรรมนูญที่เรากําหนดไว้ ร่างรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ในครั้งนี้ โดยเปอร์เซ็นต์แล้ว ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่เห็นด้วย ก็ประมาณสักสามสิบเปอร์เซ็นต์ ประเด็นเรื่องของการที่ไม่เห็นด้วย ก็ประเด็นเรื่อง เกี่ยวกับการกำกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่กำหนดให้มีมาตรฐานกลาง ในการดำเนินงาน อาจจะไม่สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะที่ หรือสภาพแต่ละท้องถิ่น ประเด็นนี้ที่ให้นำเสนอครับ ข้อเสนอแนะบอกว่า เสนอให้มีหน่วยงานของรัฐระดับ กระทรวงทำหน้าที่รับผิดชอบ ดูแล และพัฒนาท้องถิ่นโดยตรง ซึ่งเรียกว่า กระทรวงพัฒนา ท้องถิ่น ท่านพี่น้องนราธิวาสมองไกลไปในจุดนี้ครับ จะเอาถึงระดับกระทรวงครับท่าน แต่ท่าน ดร. ปกรณ์ ได้พูด แล้วก็เรื่องนี้ต้องพิจารณาโดยละเอียด ท่านได้ตอบในเวที แห่งนั้นแล้ว หรืออย่างน้อยที่สุดให้อยู่ในกำกับของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ชาวบ้าน ได้นําเสนอ ประการที่ ๒ การกําหนดมาตรฐานกลางตามร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๓ วรรคสอง ควรให้เปึนไปตามสภาพของพื้นที่ในแต่ละท้องถิ่น ประการที่ ๓ ควรกำหนดให้ ประชาชนสามารถรับทราบข้อมูลในการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เรื่องระบบการจัดการในส่วนท้องถิ่น โครงสร้างต่าง ๆ ที่นำเสนอ หรือว่า ได้ทำพัฒนาในท้องถิ่นนั้น ควรจะให้ประชาชนได้รับรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบในส่วนนี้ ที่ประชาชนได้นำเสนอ ส่วนสิทธิเสรีภาพของผู้หญิงนั้น เวทีวันนั้นก็มีความเข้มข้น เพราะว่าเกือบจะปะทะคารมระหว่างผู้เสนอกับผู้หญิง นี่เรื่องจริงครับ เพราะว่าผู้เสนอ ท่านหนึ่งละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้หญิง บังเอิญผู้หญิงจังหวัดนราธิวาสเปึนคนกล้า ใจสู้ ก็โต้ตอบในเวทีวันนั้น ต้องดำเนินการประชุมด้วยความอัจฉริยะในวันนั้นครับ ก็ลุล่วงไป ด้วยดีครับ ท่านประธานที่เคารพ ทีนี้ก็มาดูในประเด็นร้อน ในเรื่องปัญหาพุทธศาสนา เปึ้นศาสนาประจำชาติ ส่วนใหญ่แล้วซึ่งผมสังเกตในเวทีที่ผมดูจากเวทีจังหวัดปัตตานีก็ดี ที่นราธิวาสก็ดี คนที่จะนำเสนอในประเด็นนี้ส่วนมากจะนับถือศาสนาพุทธ์ นี่เปึนข้อสังเกตครับ ส่วนพี่น้องมุสลิมนั้น จะมีบางรายเท่านั้นที่จะมาสนับสนุน หรือจะมา เสริมในประเด็นนี้ เพราะเปึ้นเรื่องละเอียด เรื่องอย่างไรนั้น ประการใดนั้น ผมไม่ทราบ แต่ให้ข้อสังเกต ทีนี้ในประเด็นทั่วไปแล้ว ก็คงไม่เห็นด้วยจากพี่น้องศาสนาพุทธ เขาบอกว่า ทุกคนนั้นต้องประพฤติปฏิบัติให้อยู่กรอบของศีลห้าเสียก่อน แล้วไม่เห็นด้วย เพราะอาจจะเปึนมูลเหตุให้เกิดความขัดแย้ง มีความรู้สึกที่ไม่ดีในหมู่ประชาชนที่นับถือ ศาสนาอื่น ความหลากหลายในเชิงศาสนา ทีนี้ผมจะยกตัวอย่างท่านประธานสักนิดว่า มีเวทีหนึ่งของจังหวัดปัตตานี้ในวันนั้น ผมได้ฟังด้วย ซึ่งท่านอนุศาสน์ไม่ได้นำเสนอ ผมขออนุญาตท่านกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดปัตตานี เพื่อจะนำเสนอ ให้เวทีแห่งนี้ได้รับทราบ จากข้อมูลที่ดี ๆ ครับ ในเวทีปัตตานี้ในวันนั้น เขาได้พูดว่า ยกตัวอย่างประเทศมาเลเซีย (Malaysia) ครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ประเทศมาเลเซีย นั้น เขาบอกว่า วันชาตินั้นมีวันหยุดด้วย โดยเฉพาะวันวิสาขบูชาของประเทศมาเลเซีย สิ่งนี้เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า พี่น้องที่นับถือศาสนาพุทธ์ในประเทศมาเลเซียนั้น มีเปึนจํานวนน้อย แต่ประเทศมาเลเซียให้ความสําคัญในประเด็นความละเอียด ในเชิงศาสนา ก็ได้กำหนดเปึนวันหยุด ดังนั้นสรุปแล้วก็ ประเด็นที่ว่า จะเอาประชากร เปึ้นที่ตั้งนั้น คงจะไม่สมบูรณ์มากนัก ต้องอยู่บนพื้นฐานสิทธิเสรีภาพที่เขาสรุป ดังนั้น ไม่ ว่าในการนับถือศาสนาพุทธที่ประเทศมาเลเซีย แม้กระทั่งวันซิกข์ ฮินดู ก็มีการหยุด ในวันราชการของมาเลเซีย เปึนการสะท้อนที่จะมีการเปรียบเทียบกับประเทศไทยต่อไปว่า ในเชิงศาสนานั้นควรจะกระทำกันอย่างไรบ้างเพื่อให้เหมาะ เพื่อให้ควรครับ ทีนี้ในปัญหา ที่เขาบอกว่า ประเด็นหนึ่งก็บอกว่า ความจริงแล้วในบัตรประชาชนนั้น ก็มีแล้วการ กำหนดการนับถือศาสนาพุทธ์ แล้วก็ศาสนาอิสลาม นี่คือหัวข้อที่ชาวบ้านได้กำหนด การอภิปรายเช่นกัน ทีนี้ถ้ามาพูดเกี่ยวกับเรื่องของจังหวัดนราธิวาสสักนิด มีท่านรองนายก อบต. ถ้าผมจำไม่ผิด บอกว่า ได้นำเรียนในที่ประชุม คำพูดที่ผมได้ นําเรียนท่านประธานในวันนี้คือคําพูดจากท่าน เพื่อจะให้ท่านได้สะท้อนของเวทีครับ เขาบอกว่า ในเมื่อธงไตรรงค์ ธงชาติของประเทศไทยนั้นมีแล้ว ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ดังนั้น ถ้าเกิดว่าระบุในศาสนาแล้ว ถ้าบุคคลนั้นไม่ได้นับถือ ศาสนาพุทธ์ แล้วจะมีความรู้สึกประการเช่นไร นี่คือสิ่งที่เขานำเสนอมาเพื่อจะให้พวกเราได้รับทราบ แล้วก็สะท้อนความคิดเห็น ส่วนที่ได้ โหวตอย่างไรนั้น ในเวทีแห่งนั้นไม่ได้โหวต แต่ประเมินกันทั่วไปแล้ว ส่วนใหญ่แล้วก็ จะไม่เห็นด้วยกับการบรรจุในประเด็นพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติ เพื่อปัองกันที่จะ ไม่ให้เกิดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมต่อไป ซึ่งเปึนเรื่องละเอียดครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ทีนี้ก็คงจะจบในประเด็นพุทธศาสนา ก็มีเรื่องอื่น ๆ ขอให้ผมเอ่ยสักนิดหนึ่งครับ เวลาไหน ๆ ก็มากไปแล้วสักนิด ก็จะพูดว่า ประมาณสักหนึ่งนาทีครับ ในประเด็นอื่นนั้น เขาบอกว่า ควรยกเลิกกำหนดค่าตอบแทน หรือผลประโยชน์อย่างอื่น เช่น เงินบำเหน็จ บํานาญของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง สส. สว. เพราะจะได้นํางบประมาณในส่วนนี้ มาใช้บํารุงท้องถิ่น ถ้าไม่พูดก็ไม่ดี เรื่องเงินเรื่องทอง ต้องพูดครับ เพราะเราต้องรักษาสิทธิ ผลประโยชน์ร่วมกันครับ ของบ้านเมืองประเทศชาติครับ ทีนี้ก็เห็นว่า มันก็ไม่ดีในส่วนนี้ น่าจะเอาเงินในส่วนนี้ไปใช้ประโยชน์การพัฒนาท้องถิ่น พัฒนาประเทศชาติในด้านอื่น แล้วก็มีพี่น้องข้าราชการท่านหนึ่งที่เกษียณอายุ ก็ได้ท้วงติงในจุดนี้ว่า ท่านรับราชการ มาตลอดระยะเวลาเกือบสี่สิบห้าสิบป้ ท่านไม่เคยได้รับในส่วนนี้ แล้วทําไมอภิสิทธิ์ชน ซึ่งเกิดขึ้นในคณะ สว. และ สส. นั่นคือสะท้อนของประชาชน ไม่ใช่ผมเปึนคนพูดครับท่าน แล้วก็ประเด็นที่ ๒ สิทธิในกระบวนการยุติธรรม ตามรัฐธรรมนูญควรกำหนดให้องค์กร ภาคเอกชนได้รับความคุ้มครองเช่นเดียวกับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งนี้ต้องปฏิบัติได้จริง เช่น กรณีระหว่างโรงเรียนเอกชนกับโรงเรียนของรัฐ ในประเด็นนี้พี่น้อง ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้มีโรงเรียนเอกชนด้วย จึงได้นำเสนอในสิทธิเสรีภาพในส่วนนี้ ท่าน ดร.ปีกรณ์ก็ได้รับเรื่องไว้ เพื่อจะรับพิจารณาในลำดับต่อไปครับ ประเด็นที่ ๓ สิทธิในทรัพย์สิน ปัญหาเกี่ยวกับการครอบครองที่ดิน ไม่มีเอกสารสิทธิ์ การกำหนดให้มี เอกสารสิทธิ์ให้รวดเร็ว ที่ดินเอกสารสิทธิ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้บางครั้ง ไม่มี เลยจะได้นำเสนอในเวทีเช่นกัน ประเด็นสุดท้ายจริง ๆ ครับ ข้อ ๔ การจัดตั้งศาล พิเศษอื่น ๆ ควรกำหนดให้เปึนแผนกอยู่ในศาลยุติธรรม ชาวบ้านก็ได้นำเสนอในประเด็นนี้ ท่านประธานที่เคารพ ทุกคำพูดที่ผมได้พูดในเวทีแห่งนี้ ล้วนแต่คำพูดของพี่น้อง ประชาชนที่ได้ยกให้ผม ผมยังข้ามชอร์ท (Short) ไปส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ ส่วนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็มีการนำเสนอครับท่าน เขาบอกว่า ควรจะมีการทำงานคู่กับส่วนท้องถิ่น เช่นกัน ดังที่ผมได้นำเรียนทุกครั้งที่ผมจะพูดในเวทีนี้ เดี๋ยวท่านจะมองว่าผมพูดในเวที ส่วนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่เรื่องนั้นผมได้ข้ามไปเมื่อสักครู่นั้น ผมก็ต้องนำเสนอ สักนิดให้ท่านได้รับทราบว่า ท้องที่ท่านก็ควรจะคำนึงถึงในการพิจารณาร่างกฎหมาย รัฐธรรมนูญในครั้งนี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ เหลืออีก ๓ ท่านนะครับ ลำดับถัดไป เปึ้นท่านอภิชาติ ดำดี เชิญครับ

นายอภิชาติ ดำดี กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผม อภิชาติ ดำดี สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กรรมาธิการ ภาคใต้ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วม ของประชาชนจังหวัดกระบี่ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายในภาพรวม การทำงานของคณะกรรมาธิการภาคใต้ และเพิ่มเติมในส่วนของจังหวัดกระบี่ สักเล็กน้อยเท่านั้น เท่าที่เวลามีอยู่ ผมอยากจะกราบเรียนว่า โดยภาพรวมแล้ว คณะกรรมาธิการภาคใต้นั้น ได้ให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้อง ประชาชนเปึ้นอันดับสูงสุด เพราะเราเชื่อมั่นว่า รัฐธรรมนูญฉบับร่างนี้จะผ่านประชามติ หรือไม่ผ่านประชามติ จากการลงประชามติของประชาชนทั่วทั้งประเทศนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอะไรครับ แต่ขึ้นอยู่กับการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนเปึ้น หัวใจสำคัญ พวกเรา สสร. ทั้งหลายจะกลายเปึนนาฬิกาปลุกให้บ้านเมืองฟุ๋นคืนสู่ ประชาธิปไตย หรือจะกลายเปึนระเบิดเวลา ก็ขึ้นอยู่กับการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้อง ประชาชนเปึ้นสำคัญ ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมาธิการภาคใต้จึงให้ความสำคัญกับกิจกรรม การรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนทั่วทั้ง ๑๔ จังหวัด เปึ้นลำดับต้น ๆ เราได้รับรู้ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่สะท้อนผ่านกิจกรรมการรับฟังความคิดเห็น ทั้งใต้ตอนล่าง ขยับมาจนกระทั่งถึงใต้ตอนบน ก็เปึ้นเครื่องเตือนใจว่า ในขณะนี้ด้ามขวาน ท้องของผืนแผ่นดินไทยเรานั้น ยังครบถ้วนทุกส่วนบริบูรณ์ แต่ที่สำคัญครับ ท่านประธาน ครับ ในพื้นที่ที่มีสถานการณ์ล่อแหลม หวั่นไหวในเรื่องความปลอดภัย อย่างพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้นั้น คณะกรรมาธิการภาคใต้ก็ได้พยายามที่จะให้ความใส่ใจ ดูแล การรับฟังความคิดเห็นอย่างเปึนพิเศษ ด้วยความเห็นอกเห็นใจเปึนอย่างยิ่ง เหมือนอย่าง ที่มีท่าน สสร. ที่ไปรับฟังความคิดเห็น ทั้งจากจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี และจังหวัด นราธิวาส ได้นำเสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนผ่านยังสภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้แล้ว ผมจึงคิดว่า เส้นทางต่อไปของสภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้นั้นจะสําเร็จ ไม่สําเร็จ จะผ่าน ประชามติ หรือไม่ผ่านประชามตินั้น หัวใจสําคัญสูงสุด ก็คือ การรับฟังความคิดเห็น ของประชาชน และเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญที่จะได้มีการแปรญัตติ แก้ไขต่อไปนั้น จะต้องมีความสอดคล้อง และสอดรับกับความคิดเห็นที่เปึนเสียงสะท้อนจากพี่น้อง ประชาชนทั่วทั้งประเทศ ท่านประธานครับ ความคิดเห็นของประชาชนทุกความคิดเห็นนั้น มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการทำงานของพวกเรา และความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ทั่วทุกภูมิภาคนั้นมีความหมายอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเปึนความคิดเห็นของชาวเขาบนดอยสูง ของชาวเล็บนเกาะกลางทะเลลึก หรือของชาวบ้านเชิงเขาชายแดน ๓ จังหวัดภาคใต้ ทุกความคิดเห็นนั้นมีคุณค่าเสมอกัน ท่านประธานครับ ด้วยเหตุนี้นะครับเราจะสังเกตเห็น ได้ว่า การทำงานของคณะกรรมาธิการภาคใต้นั้น จึงมีกิจกรรมคู่ขนานกัน ระหว่าง การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่เปึนกิจกรรมของกรรมาธิการภาค คู่ขนานกันไปกับ กิจกรรมรับฟังความคิดเห็นประชาชน ซึ่งดำเนินการโดยกรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัด อย่างที่ผมได้เรียนเปึนเบื้องต้นว่า เราได้ใส่ใจกับพื้นที่ของพี่น้อง ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้เปึนพิเศษ กำหนดการของกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นในระดับภาค จึงได้ไล่เรียง และเริ่มต้นจากพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งในรอบแรก และรอบ ปัจจุบันที่กำลังดำเนินการอยู่ เรามีกิจกรรมระดับภาคที่เริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ ๓ พฤษภาคม ไล่เรียงจากใต้ตอนล่างไปจนกระทั่งสิ้นสุด ยุติลงในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ในวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้ ก็เพื่อให้เปึนไปตามกรอบเวลา ที่จะต้องมีการสรุปความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน สะท้อนถึงกรรมาธิการยกร่าง ให้ทันกับเวลาที่จะมีการแปรญัตติครับ ในขณะเดียวกัน กิจกรรมระดับจังหวัดนั้นก็คู่ขนาน กันไป อย่างที่ได้รับทราบจากการรายงานของในแต่ละจังหวัด และจะเปึนความอบอุ่น เปึนอย่างยิ่ง ถ้าในกิจกรรมระดับจังหวัดนั้น ท่านผู้มีเกียรติที่เปึนกรรมาธิการยกร่าง จะได้กรุณาได้ไปร่วมรับฟังความคิดเห็นกับเพื่อน สสร. ด้วยกัน ผมจึงขออนุญาต ที่จะกราบเรียนเพิ่มเติมกับกิจกรรมการรับฟังความคิดเห็นประชาชนในระดับจังหวัด ของจังหวัดกระบี่นะครับ ก็คือ วันพรุ่งนี้ วันพุธที่ ๙ พฤษภาคม ก็จะเปึนการ รวมพลคนกระบี่ ๔ อำเภอ ครับ คืออำเภอเมือง อำเภออ่าวลึก อำเภอปลายพญา และอำเภอเขาพนม เพื่อจะร่วมแสดงความคิดเห็นกับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับแรก ภายใต้แนวคิดชาวกระบี่ใจประสาน ประชาพิจารณ์รัฐธรรมนูญนะครับ ตลอดทั้ง ภาคบ่าย ส่วนวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ พฤษภาคมนั้น ก็จะเปึนรวมพลคนกระบี่ ๔ อำเภอ นั่นก็คือ อำเภอคลองท่อม อำเภอเหนือคลอง อำเภอลำทับ และอำเภอเกาะลันตา เพื่อจะทำประชาพิจารณ์รัฐธรรมนูญในร่างแรกนี้กันในภาคบ่าย ทั้ง ๒ งานนี้จัดติดต่อกัน วันที่ ๙ วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ที่โรงแรมบุญสยาม ต้อง ขอขอบพระคุณล่วงหน้า สำหรับท่านกรรมาธิการยกร่าง ท่านอาจารย์คมสั้น โพธิ์คง ที่จะได้กรุณาลงไปรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนจังหวัดกระบี่ ในวันที่ ๑๐ พฤษภาคมที่จะถึงนี้ และที่สำคัญครับ ท่านประธานครับ วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ซึ่งเปึน วันเสาร์ จะเปึนกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นในระดับภาค ที่กรรมาธิการภาคใต้ จะได้ดำเนินการจัดขึ้นที่จังหวัดกระบี่เช่นเดียวกันนะครับ ก็เปึนภาคบ่ายที่พี่น้องประชาชน ชาวกระบี่ทั้งจังหวัดจะได้มาแสดงความคิดเห็นกับร่างแรกของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในช่วงภาคบ่ายของวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ที่โรงแรมบุญสยาม และกระผมต้อง ขอกราบขอบพระคุณล่วงหน้า สำหรับความกรุณาจากท่านประธาน สสร. คือท่าน อาจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร ที่ได้ให้ความกรุณาจะไปร่วมรับฟังความคิดเห็นพี่น้อง ประชาชน แล้วก็มีท่านเลขานุการคณะกรรมาธิการยกร่าง ก็คือ ท่านอาจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ที่จะไปร่วมรับฟังด้วย ซึ่งผมทราบว่า ทั้ง ๒ ท่านนี้ก็จะให้ความกรุณากับ ฟากฝัืงอันดามัน (Andaman) นอกจากวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ที่กระบี่แล้ว ก็ยังมีวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ที่จังหวัดพังงาด้วย ในขณะเดียวกัน ผมก็ต้องขอบพระคุณย้อนหลังไปถึง ท่านประธาน ซึ่งได้เคยให้ความกรุณาในการไปร่วมรับฟังความคิดเห็นประชาชนที่จังหวัด กระบี่ ในงานเครือข่ายอันดามันร่วมสร้างสรรค์รัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาในรอบแรกนะครับ แล้วก็ต้องขอบพระคุณท่านกรรมาธิการยกร่างอีกท่านหนึ่งนะครับ คือท่านไพโรจน์ พรหมสาส์น ที่ได้เคยลงไปเยี่ยมเยียนจังหวัดกระบี่ และเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการ วิสามัญจังหวัดนะครับ เพื่อให้ข้อแนะนำ และแนะแนวทางในการทำงาน รวมทั้งประเด็น สำคัญต่าง ๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับร่างแรกนี้นะครับ ทั้งหมดนี้ก็คือภาพรวมของการทำงาน ของคณะกรรมาธิการภาคใต้นะครับ และส่วนเพิ่มเติมของการรับฟังความคิดเห็นของ พี่น้องประชาชนในจังหวัดกระบี่ ที่ผมขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมกับท่านประธาน และสภาแห่งนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณมากครับ ท่านสมาชิกครับ ในขณะนี้เรามีแขกพิเศษนะครับ คณะกรรมาธิการ พิเศษว่าด้วยการร่างกฎหมายการบริหารเขตเมืองหลวง สภาผู้แทนราษฎร แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia) จากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย มาเยี่ยมเรานะครับ สภาร่างรัฐธรรมนูญขอต้อนรับท่านด้วยความยินดีครับ ต่อไปก็เปึน ลำดับที่ ๗ แล้วนะครับ ท่านมนตรี เพชรขุ้ม เรียนเชิญครับ

นายมนตรี เพชรขุ้ม กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม มนตรี เพชรขุ้ม สสร. นะครับ ท่านผู้ทรงเกียรติที่เคารพครับ ณ วันนี้ ที่สภาแห่งนี้กำลังประชุมอยู่ ก็มีหลายจังหวัด ในทางภาคใต้ก็กำลังทำการประชุม หรือว่าเป่ดเวทีรับฟังความคิดเห็นของพี่น้อง ประชาชนอยู่นะครับ โดยเฉพาะเวลานี้ และขณะนี้ก็ได้มีเวทีที่สุราษฎร์ธานี แล้วก็ที่ระนอง กำลังเป่ดเวทีรับฟังความเห็นของพี่น้องประชาชน แล้วก็หลาย ๆ พื้นที่ ผมเข้าใจว่า หลาย ๆ จังหวัดของประเทศก็เช่นกันนะครับ บางครั้งก็เป่ดเวทีมา บางเวทีก็เป่ดมาแล้ว หลาย ๆ ที่ แล้วก็หลาย ๆ ที่ก็ยังไม่ได้เป่ดนะครับ ฉะนั้นก็ขอนำเรียนกับท่านผู้มีเกียรติว่า ผมในฐานะที่เปึนรองประธานคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ภาคใต้นะครับ ก็มีโอกาสที่จะได้ทำหน้าที่รับผิดชอบ ๓ จังหวัดนะครับ สุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนองนะครับ ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ ในขณะเดียวกัน ร่างรัฐธรรมนูญ ร่างที่ ๑ ก็ได้ออกสู่สายตาพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ อาจจะไม่ทั่วถึงนะครับ เพราะว่ามี ๑ ล้านเล่มที่ออกไป ๑ ล้านฉบับ ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ มีทั้งเห็นดีด้วย และไม่เห็นดีด้วย แต่ส่วนใหญ่ก็เห็นดีด้วยกับคณะกรรมาธิการยกร่างนะครับ ที่ได้ทำหน้าที่ ใช้เวลา ใช้ความรู้ ความสามารถของท่านทำหน้าที่ด้วยดีเสมอมานะครับ แต่ก็มีหลาย ๆ ประเด็น นะครับที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างใหญ่หลวงนะครับ ผมเองก็ได้ไปรับฟังมา หลาย ๆ เวที หลังจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ออกไปแล้วนะครับ เช่น กรณีของที่มา ของสมาชิกวุฒิสภา หรือว่า สว. ก็มีปัญหาอย่างใหญ่หลวง ที่พี่น้องประชาชนสับสนและ ไม่เข้าใจนะครับว่า ทําไมอยู่ ๆ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถึงได้เขียนมาได้ว่า สว. ต้องมาจาก การสรรหาเท่านั้นนะครับ เมื่อเปึนเช่นนี้ พี่น้องประชาชนหลาย ๆ พื้นที่ก็ฝากกระผมมาว่า เปึนไปได้ไหมที่จะขอ แปรญัตติในเรื่องนี้ ผมบอกว่า แน่นอนอยู่แล้วครับ เพราะว่า สสร. หลายๆ ท่านพร้อมที่จะ แปรญัตติในสภานะครับ เรื่องที่มาของสมาชิกวุฒิสภานะครับ ท่านที่เคารพครับ สส. ต้องมาจากการเลือกตั้งจากประชาชน นั่นคือแน่นอนอยู่แล้ว เพราะต้องมาทำหน้าที่ เปึ้นตัวแทนของพี่น้องประชาชนนะครับ แล้ว สว. ก็ต้องมาทำหน้าที่ในการกลั่นกรอง กฎหมาย แต่งตั้ง ถอดถอนองค์กรอิสระ ฉะนั้น สว. ก็ต้องมาจากน้ำมือของพ่อแม่ พี่น้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เพราะคนไทยทั้งประเทศเชื่อเหลือเกินว่า การที่จะส่งตัวแทน ของพี่น้องประชาชนขึ้นมาทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชนต้องมาจากประชาชน ต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้นนะครับ ท่านที่เคารพครับ ทุกคนเขาพูดกันเปึ้นเสียงเดียว นะครับว่า ประเทศไทยเปึนประเทศประชาธิปไตย แต่ถ้า สว. หรือสมาชิกวุฒิสภามาจาก การแต่งตั้ง หรือสรรหานะครับ ก็จะทําให้คําว่า ประชาธิปไตยขาดหายไป หรือสูญหายไป นะครับ นั่นอีกประเด็นหนึ่ง และอีกประเด็นหนึ่งนะครับ ตุลาการ เปึ้นที่วิพากษ์วิจารณ์กัน พอสมควร ที่จะอยู่ในองค์กรของการสรรหา หรือแต่งตั้งนะครับ ท่านที่เคารพครับ ตุลาการ คือ ผู้ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรมนะครับ ถ้าตุลาการลงมาสรรหา หรือแต่งตั้งบุคคลใด บุคคลหนึ่ง หรือแต่งตั้ง สว. ก็จะมีปัญหากับพี่น้องประชาชนว่า ทำไมตุลาการจึงต้องมามี บทบาทหน้าที่ในการแต่งตั้งหรือสรรหา จะเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ของพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศ หรือทั่ว ๆ ไป เพราะว่าผมเอง แล้วก็พี่น้องประชาชน หรือทุกคน ทุกท่านที่ นั่งอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ ก็ต้องเข้าใจว่า การสรรหาก็คงจะต้องมีคนที่รู้จัก ต้องมีคนที่ คุ้นเคย ฉะนั้นการจะสรรหาใคร จะแต่งตั้งใคร ก็ย่อมจะได้คนที่รู้จัก หรือคนที่คุ้นเคยอยู่ ตลอดไป เมื่อถึงเวลานั้น ตุลาการจะถูกพี่น้องประชาชนกล่าวหาว่า ไม่ยุติธรรม ทั้ง ๆ ที่ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศก็เชื่อมั่นในความยุติธรรมของตุลาการนะครับ และอีกประเด็น หนึ่งนะครับ ในเรื่องของสมาชิกวุฒิสภาเช่นกัน ผมเองได้ฟังท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง หลาย ๆ ครั้งในสภาแห่งนี้ ขออนุญาต และขออภัยต่อท่านด้วย ที่ท่านไม่ได้นั่งอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ ในสภาแห่งนี้ แต่ผมก็เข้าใจว่า ท่านก็คงรับฟังอยู่นะครับ ท่านอาจารย์ เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านกล่าวตลอดเวลาในสภาแห่งนี้ว่า ผมออกพื้นที่หลาย ๆ พื้นที่ รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนหลาย ๆ เวที พี่น้องประชาชนนำเสนอให้สมาชิก วุฒิสภาให้มาจากการสรรหา หรือการแต่งตั้งเท่านั้น เปึ้นเปอร์เซ็นต์ที่สูงมาก ท่านพูดอย่างนี้ ซึ่งขัดกับความเปึนจริงที่ผมไปออกเวทีเช่นกัน แล้วก็หลาย ๆ เวทีเช่นกัน ทำให้พี่น้องประชาชนถามผมมาว่า ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง กลับลำหรือเปล่า นี่คือประเด็น แล้วสิ่งที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ได้นำเสนอต่อสภาแห่งนี้ คณะกรรมการ ยกร่าง ก็ได้เขียนไปอย่างที่อาจารย์เจิมศักดิ์ได้กล่าวมา แต่ผมก็ไม่ได้หมายถึงว่า คณะกรรมการยกร่าง ได้เขียนตามที่อาจารย์เจิมศักดิ์ว่ามาทุกอย่าง หรือทุกเรื่อง แต่ในขณะเดียวกัน ในเรื่องนี้ตรงประเด็นที่อาจารย์เจิมศักดิ์พยายามพูดในสภา หลายครั้งเช่นนี้ แต่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ก็ไปหลายเวที ผมบางเวทีก็เคยร่วมกับ อาจารย์เจิมศักดิ์ด้วย บางเวทีถึงไม่เคยร่วมกับอาจารย์เจิมศักดิ์ แต่ผมก็ยังมั่นใจ เหลือเกินว่า ณ วันนี้ไปถามพี่น้องประชาชนหลาย ๆ เวที ผมเชื่อเหลือเกินว่า เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ที่พี่น้องประชาชนต้องการให้ สว. หรือสมาชิกวุฒิสภามาจากการ เลือกตั้งนะครับ และเช่นเดียวกัน ขณะนี้พรรคการเมืองต่าง ๆ ก็เคลื่อนไหวกันมากมาย ในเรื่องของสมาชิกวุฒิสภา เพราะพรรคการเมืองก็ไม่ต้องการให้สมาชิกวุฒิสภามาจาก การสรรหาเช่นกัน แต่ที่ผมพูดแบบนี้ไม่ได้หมายถึงว่า ผมจะเข้าข้างพรรคการเมือง หรือเห็นคล้อยไปกับพรรคการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะผมก็ไม่ใช่คนของพรรคการเมือง ไม่เปึนคนของพรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใดอยู่แล้วนะครับ แต่สิ่งที่ผมฟังมาจาก สื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนสื่อทีวี หรือสิ่งตีพิมพ์นะครับ อดีตรัฐมนตรี อดีตสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ ท่านได้กล่าวถึงเรื่องนี้ และพูดถึงเรื่องนี้เปึ้นหนักแน่นว่า จะคว่ํารัฐธรรมนูญ และยังพูดต่อไปจากนั้นอีกว่า จะให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ คว่ํารัฐธรรมนูญเสียก่อน ก่อนที่จะลงประชามติ เพราะจะไม่ต้องสูญเสียงบประมาณ เกือบสองพันล้าน แต่นั่นคือเปึนคำพูดของอดีตรัฐมนตรี และอดีตสมาชิกสภาผู้แทน บางคนแค่นั้นนะครับ แต่ผมก็ยังเชื่อมั่นเหลือเกินว่า สภาแห่งนี้ สภาร่างรัฐธรรมนูญ จะไม่ถูกคว่ำในสภาแน่นอน และจะไม่คว่ำเปึ้นอันขาด เพราะผมเชื่อว่า ในหลาย ๆ มาตรา ตั้งแต่ มาตราที่ ๑ ถึง มาตราที่ ๒๙๙ ก็มีส่วนดีเกือบทั้งสิ้น ที่ขาดอยู่ ก็คงจะไม่กี่มาตรานะครับ แสดงว่าในไม่กี่มาตราที่ความเห็นแตกต่างออกไป ก็สามารถ ที่จะแปรญัตติในสภา ผมก็เชื่อมั่นว่า คณะกรรมการยกร่างทุกท่านก็คงจะแก้ไข เพิ่มเติมในโอกาสต่อไปนะครับ นั่นก็อีกประเด็น ท่านที่เคารพครับ ที่ผมได้กล่าว ไปเมื่อกี้ในกรณีที่ผมกล่าวถึงท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ว่า ท่านกลับลำหรือเปล่า ผมได้ยินมาจากพี่น้องประชาชน เพราะพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจากการโหวตเสียง หรือการออกมาพูดคุยในเวทีเสวนาต่าง ๆ พี่น้องประชาชนบอกว่า ตัวแทนของ พี่น้องประชาชนต้องมาจากการเลือกตั้ง พี่น้องประชาชนยังกล่าวต่อไปว่า จะดี จะชั่ว อย่างไรก็แล้วแต่ ขอให้มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ให้มาจากน้ำมือของประชาชนเท่านั้น ผมเข้าใจดีนะครับ คณะกรรมการยกร่างเข้าใจว่า ท่านคงจะคิดว่า ถ้าสมาชิกวุฒิสภา มาจากการเลือกตั้ง จะต้องเปึนคนของพรรคการเมือง เปึนตัวแทนของพรรคการเมือง ผมเรียนกับท่านกรรมการยกร่างนะครับว่า แม้แต่พี่น้องประชาชนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ข้ามน้ำ ข้ามคลอง ข้ามทะเล ข้ามห้วย ข้ามบึง ข้ามภูเขา ณ ปัจจุบันนี้ ทุกคนก็ทราบ ทุกคนก็รู้เรื่องของการเมือง ทุกคนก็รู้ความเคลื่อนไหวของประเทศชาติ ทุกคนก็รู้ ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลนะครับ ฉะนั้น ผมนำเรียนว่า เมื่อพี่น้องประชาชนหูตาสว่าง ทุกพื้นที่นะครับ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศก็คงจะตระหนักดีว่า สมควรจะเลือกคนประเภทใดเข้ามาทำ หน้าที่นะครับ พี่น้องประชาชนก็คงจะทราบดีว่า ใครคือคนของพรรคการเมือง ใครคือ คนนอกพรรคการเมือง ใครคือผู้ที่จะมาทำหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนได้ นั่นคือ พี่น้องประชาชนทราบดีนะครับ ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ ต่อมาผมจะกล่าวในเรื่องของ พุทธศาสนา ผมเองก็ได้ไปรับฟังพี่น้องประชาชนมามากพอสมควร และพี่น้องประชาชน ตอนนี้ก็สับสนนะครับ คือ ที่ผมทราบมา คือ ห้าสิบห้าสิบ เห็นด้วย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ในหลาย ๆ พื้นที่ และเมื่อวานผมได้มีโอกาสขึ้นเวทีเสวนา ในเวทีของพุทธศาสนา ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ แล้วก็มีท่านอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ด้วยอีกท่านหนึ่ง ขออภัยที่เอ่ยชื่อท่าน เพราะท่านก็ไม่ได้เข้ามาวันนี้นะครับ ในเวทีแห่งนี้ ก็ได้พูดกันมากมาย และก็ได้โจมตี สสร. หลายท่าน ที่พูดในเรื่องที่ไม่เห็นด้วยกับ พุทธศาสนา ท่านที่เคารพครับ พี่น้องประชาชนคนไทย ๙๔ เปอร์เซ็นต์ ที่นับถือ พุทธศาสนา และนับถือศาสนาพุทธ พี่น้องประชาชนทุกคนที่นับถือศาสนาพุทธ ผมเชื่อเหลือเกินว่า ไม่ว่ากิจกรรมใดนะครับ ขึ้นบ้านใหม่ งานแต่ง งานบวช หรือว่า การสูญเสียชีวิตลง ต้องมีทางศาสนาเข้าไปเกี่ยวข้อง ต้องมีพระสงฆ์เข้าไปทำพิธีเรื่องของ พุทธศาสนา เรื่องของทางศาสนา ซึ่งผมเองเห็นความสําคัญตรงนี้ ก็ยังคิดอยู่ตลอดเวลา ว่า น่าจะบรรจุศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจำชาติ น่าจะบัญญัติพุทธศาสนาเปึนศาสนา ประจำชาติ หลายท่านก็วิพากษ์วิจารณ์ว่า กลัวจะเกิดวิกฤติทางการเมือง กลัวจะเกิดการ สับสนทางศาสนา ไม่ใช่นะครับ เพราะว่าผมที่ถามพี่น้องไทยพุทธ พี่น้องชาวพุทธ พี่น้องพุทธศาสนา ทุกคนบอกว่า เขาไม่ได้กีดกัน และไม่ได้ห้ามให้ท่านหนึ่งท่านใด หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่ให้นับถือศาสนาอื่น ทุกคนในประเทศไทยนับถือศาสนาอะไร ก็ได้ เพราะประเทศไทยเปึนประเทศประชาธิปไตย ท่านนับถือได้ทุกศาสนา และผมก็เชื่อ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศก็เชื่อว่า ศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนเปึนคนดี และศาสนาทุกศาสนาก็ยึดในหลักศาสนาที่ปฏิบัติด้วยดีเสมอมานะครับ ก็เช่นเดียวกับ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ หรืออยู่ต่างประเทศ ท่านก็มีสิทธิที่จะเลือกนับถือ ศาสนาใดก็ได้ คนไทยไม่ได้ห้าม ศาสนาพุทธไม่ได้ห้าม ศาสนาอื่นก็ไม่ห้าม สุดแล้วแต่ ความชอบ ความศรัทธานะครับ ฉะนั้นผมเองก็ไม่แปลกใจที่พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ เดินมาเรียกร้องความเปึนธรรมในส่วนนี้ มีพระสงฆ์หลายรูป หลายพัน หลายหมื่นรูป เรียกร้องส่วนนี้ เพราะว่าพุทธศาสนาจะต้องได้สอนให้กับนักศึกษา นักเรียน ในโอกาสต่อไป แต่ถ้าไม่บัญญัติไว้ กฎหมายก็คุ้มครองน้อย หรืออาจจะไม่ได้คุ้มครอง เท่าที่ควรนะครับ นั่นคือสิ่งหนึ่งที่ผมได้กล่าวตรงนี้ และผมก็ไม่ได้คิดว่า จะถูกชักน้ำ หรือว่าถูกพรรคพวกคนหนึ่งคนใด สสร. หรือว่าพระสงฆ์องค์เจ้าท่านใด หรือว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ท่านใด ไม่มีนะครับ เปึนจุดยืนส่วนตัว และความคิดส่วนตัวนะครับ แล้วก็อยากจะเรียกร้องให้กับเพื่อน สสร. หรือว่าท่าน สสร. ทุกท่านเห็นด้วยกับ พุทธศาสนา และให้พุทธศาสนาบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วยนะครับ ท่านดูสิครับว่า ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน และประเทศไทย มาตลอดกาล ซึ่งธงชาติก็มี ๓ สี ท่านก็เห็นอยู่แล้วนะครับ ซึ่งสีขาวแน่นอนอยู่แล้วว่า ศาสนา ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ นั่นคือประเด็นที่ผมนำเสนอ และอีกประเด็นหนึ่ง นะครับ ผมเองก็ต้องขอประชาสัมพันธ์ไปนิดหนึ่งว่า วันที่ ๒๐ พฤษภาคม เดือนนี้ ท่านสมาชิก สสร. ท่านใดมีเวลาว่าง คณะกรรมการยกร่างท่านใดมีเวลาว่าง หรือว่าท่านประธาน รองประธานสภา ถ้าว่างช่วงนั้น เวลาของการรับฟังความคิดเห็นของ พี่น้องประชาชนคงจะน้อยลงนะครับ ถ้าท่านว่างท่านเชิญที่เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี นะครับ เพราะว่าจะได้มีเรื่องราวที่ไปคุยกันที่นั่น แล้วก็ปรึกษาหารือที่นั่น คณะกรรมการยกร่างหลายท่านก็ได้ลงไปที่นั่นนะครับ ก็กราบเรียนเชิญนะครับ วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ที่เกาะสมุย ศาลาประชาคม แต่สำหรับที่พักก็เดี๋ยวทางเจ้าหน้าที่ รัฐสภาจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ถ้าท่านใดจะไปก็ให้แจ้งความจํานงไว้ด้วยนะครับ ผมเองก็ได้ประสานไปกับทางโรงแรมเพื่อสำรองที่พักให้ท่านด้วยนะครับ แล้วก็วันที่ ๓ มิถุนายน นะครับ ก็จะมีเวทีของกรมประชาสัมพันธ์นะครับ ไปจัดที่สุราษฎร์ธานี ก็นำโดยท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ไปจัดรายการ แล้วก็ผมจะเชิญบุคคลสำคัญ ที่เคยผ่านเวทีการเมืองนะครับ ไม่ว่าจะเปึนสภาผู้แทนราษฎร หรือว่าอดีตรัฐมนตรี หรือว่าอดีตสมาชิกวุฒิสภา เข้าร่วมเสวนาด้วยในวันนั้นนะครับ วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๐ ตั้งแต่เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา เปึนต้นไปนะครับ อาจจะใช้สถานที่ของสถานี ของห้องส่ง ของกรมประชาสัมพันธ์ ช่อง ๑๑ เขต ๕ สุราษฎร์ธานี หรือว่าจะเปึนโรงแรม ในเมืองสุราษฎร์ธานี จะแจ้งอีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านที่เคารพครับ สิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมด ก็คือ สิ่งที่ได้รับฟังจากพี่น้องประชาชนในหลาย ๆ พื้นที่ โดยเฉพาะผมรับผิดชอบ ๓ จังหวัด ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ แล้วก็ได้รับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนมามาก พอสมควร ผมจึงจำเปึ้นต้องพูดในสภาแห่งนี้ จึงชี้แจงในสภาแห่งนี้ให้สมาชิกสภา ร่างรัฐธรรมนูญทุกคนทราบ และให้คณะกรรมการยกร่างทุกท่านได้ทราบ ให้ประธานสภา รองประธานสภาได้รับทราบนะครับ สำหรับผมก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านไว้ในโอกาสนี้ ไว้เพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ก็ขอบคุณครับ เมื่อครู่ผมรายงานไปค่อนข้างจะเคลื่อนไปนิดหนึ่ง ไม่ได้พลิกหน้า ๒ ยังเหลือ ๒ ท่านที่จะต้องรายงาน ท่านต่อไป ท่านชาลี แล้วก็ป่ดรายการด้วยท่านวัชรา เรียนเชิญท่านชาลีก่อนนะครับ

นายชาลี กางอิ่ม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา และสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ของผมสั้น ๆ นะครับ คือจังหวัดตรัง ผมได้เป่ิดเวทีไป ๔ เวที คือ เมื่อวันที่ ๔ ๒ เวที วันที่ ๖ วันที่ ๗ ก็สรุปตอนนี้ก็ประเด็นร้อนอยู่สามสี่ประเด็นนะครับ คือ ๑. ประเด็นเรื่องพระพุทธศาสนา ๒. เรื่องที่ไปที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ๓. จํานวน สว. นะครับ ก็โดยภาพรวมสั้น ๆ ว่า ๔ เวทีที่ผมเป่ด ก็ ๓ เวทีนะครับ ประเด็นของ พระพุทธศาสนาก็เปึนเอกฉันท์ว่า ไม่ควรจะใส่นะครับ ที่จังหวัดตรังนะครับ มีเวทีเดียว ครับก็เปึนเอกฉันท์ว่า ควรจะใส่นะครับ แต่สรุปว่า ๓ เวทีเปึ้นเอกฉันท์ว่า ไม่ควรจะใส่ นะครับ เรื่องของที่ไปที่มาของวุฒิสมาชิกสภา ก็ทั้ง ๔ เวที เปึ้นเอกฉันท์ว่า น่าจะมาจาก การเลือกตั้งนะครับ ในเรื่องของจำนวน สส. ก็เห็นด้วยในเรื่องของ ๔๐๐ ให้ลดลงมา เหลือ ๔๐๐ แต่ว่าวิธีการก็คงจะเปึ้นเรื่องของกรรมการยกร่างว่าไปจัดอย่างไร ให้ทําอย่างไรให้มีความเหมาะสม นั่นคือในเวทีของจังหวัดตรังนะครับ อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งผมก็คิดว่าเปึนเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ซึ่งเปึนตัวชี้วัดจากเวทีที่ผมเป่ดมา ๔ เวที คือ ได้สอบถามว่า พี่น้องประชาชนทราบไหมครับว่า ถ้าลงประชามติแล้วไม่รับรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ เขาทำอย่างไร ถ้าไม่รับนะครับ พี่น้องประชาชนระดับล่าง คิดว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ใน ๔ เวที คิดว่าไปร่างใหม่ นั่นคือ เรื่องที่สำคัญที่ทางฝ์ายประชาสัมพันธ์จะต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจว่า ถ้าไม่รับ ก็ไม่ใช่ไปร่างใหม่นะครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ป้ ๒๕๔๙ ได้บัญญัติไว้ว่า หยิบมาฉบับไหนมาใช้ก็ได้ แล้วก็ปรับปรุง แก้ไข อันนี้ผมว่า เปึนประเด็นที่ สำคัญ แล้วผมก็พูดในฐานะเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน ผมในความคิดส่วนตัว นะครับว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้น ถ้าได้เปรียบเทียบแล้ว ผมก็บอกว่า ผมฟันธง ว่าเปึนฉบับที่ดีที่สุด เพราะว่าได้มีการปรับปรุงแก้ไข ผมบอกว่า จากการที่ศึกษาในส่วนตัว ของผม ผมไม่ใช่นักกฎหมาย แต่จากได้ติดตาม ได้อ่าน แล้วก็ได้ให้ผู้ยกร่างได้ชี้แจง ให้เราฟังนะครับ ได้ฟัง ก็ได้บอกประชาชนว่า ผมในฐานะที่เปึ้นตัวแทนของพี่น้อง ประชาชน ผมฟันธงนะครับว่า ถ้าไม่ดีผมคงไม่บอกกับท่านว่า ดี เพราะฉะนั้นผมอยาก ให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดตรัง ผมบอกว่า อยากให้รับ เพราะว่า ถือว่าเปึ้นฉบับที่ดี แล้วก็ประชาสัมพันธ์ว่า ในวันที่ ๑๑ ก็จะมีการรับฟังความคิดเห็น ที่โรงแรมธรรมรินทร์ธนา ตอนเช้านะครับ แล้วก็วันที่ ๑๓ รายการ มองต่างมุม ของท่าน ดร. เจิมศักดิ์ วันที่ ๑๓ ช่วงบ่าย อันนี้ผมก็ขอแจ้งความก้าวหน้าของการรับฟังความคิดเห็นของจังหวัดตรัง เพื่อเสริมท่านประธานภาคเพียงแค่นี้ครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบคุณครับ ใช้เวลาสั้นมากนะครับ รายการสุดท้ายแล้วนะครับ ท่านวัชรา เรียนเชิญครับ

นายวัชรา หงส์ประภัศร กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวัชรา หงส์ประภัศร สมาชิก สสร. และประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำจังหวัด นครศรีธรรมราชครับ กระผมขอเข้าสู่ประเด็นเรื่องความคืบหน้าในการดำเนินงานของ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นภาคใต้นะครับ ซึ่งส่วนหนึ่งท่านประธาน และท่านโฆษก คือ คุณอนุศาสน์ได้รายงานไปแล้วนะครับ นั่นเปึนภาพรวมของภาคใต้ แต่ในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้น กระผมขอแบ่งกราบเรียนเปึน ๒ ส่วน คือ ส่วนที่ ๑ คือ มติที่จะได้มีการดำเนินการเพื่อมีการรับฟัง จะมีการรับฟังทั้งสิ้น ๕ ครั้ง แต่ครั้งหนึ่งใน ๕ ครั้งนั้นได้ร่วมกับภาค ครั้งที่ ๑ ที่ได้ทําไปแล้ว คือ เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคมนะครับ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งเดี๋ยวผมจะได้กราบเรียนรายละเอียด ครั้งที่ ๒ ที่จะทำก็คือ พรุ่งนี้ ในวันที่ ๙ พฤษภาคมนะครับ จะจัดที่โรงแรมทวินโลตัส ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา ซึ่งวิทยากรได้รับความกรุณาจาก อาจารย์ ดร. ปกรณ์ ปรียากร และอาจารย์คมสัน โพธิ์คง ครับ สำหรับต่อไปครั้งที่ ๓ วันที่ ๑๐ พฤษภาคม จะจัดที่ หอประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลเกษตรไสใหญ่ (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลศรีวิชัย(เกษตรไสใหญ่)) ซึ่งได้รับความกรุณาจากท่านศาสตราจารย์จรัญ ภักดีธนากุล อาจารย์ไพโรจน์ พรหมสาส์น และอาจารย์กล้านรงค์ จันทิก เปึนวิทยากร นะครับ ครั้งที่ ๔ วันที่ ๑๖ พฤษภาคม จัดที่หอประชุมโรงเรียนเชียรใหญ่ บ้านบ่อล้อ ได้รับความกรุณาจาก รองศาสตราจารย์ ดร. ศรีราชา เจริญพานิช และอาจารย์วิชัย รูปขำดี เปึนวิทยากรนะครับ และครั้งสุดท้าย วันที่ ๑๗ พฤษภาคม จัดที่ห้อประชุม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับความกรุณาจาก ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม อาจารย์วิทยา งานทวี และอาจารย์ศิวะ แสงมณี เปึนวิทยากรครับ สำหรับครั้งหนึ่งที่ผ่านไปแล้ว ซึ่งเปึนครั้งแรก คือ เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคมนั้น คณะกรรมาธิการประจำจังหวัดได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเปึนครั้งแรก ซึ่งเปึนการรับฟังในลักษณะ ๒ ทาง คือ มีวิทยากรไปบรรยาย และให้ประชาชนแสดง ความคิดเห็น และมีแบ่งกิจกรรมเปึน ๒ ภาค ภาคแรกในช่วงเช้า กับอีก ๑ ชั่วโมงในภาคบ่ายครับ เปึนการบรรยายโดย ท่านรองเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ และรองศาสตราจารย์ ดร. นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เปึ้นผู้บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นะครับ ภายหลังบรรยายก็ได้มีการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชน ในลักษณะให้ความคิดเห็น และตอบคำถามที่ทางวิทยากร ซึ่งดำเนินการโดย คุณสุรินทร์ รักษาแก้ว เจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งได้ประเด็นที่ต้องการ ตามบันทึกที่ได้เสนอ มาแล้ว และส่วนที่เปึนประเด็นสำคัญกระผมได้กราบเรียนต่อไป ส่วนในภาคต่อจาก ที่ภาคแรกได้ดำเนินการ ก็เปึนการดำเนินการจัดเวทีรัฐธรรมนูญของประชาชน โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและประชามติ ร่วมกับ คณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สภาร่างรัฐธรรมนูญ และกรมประชาสัมพันธ์ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร. เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง เปึ้นผู้ดำเนินการ ซึ่งในคราวนี้ มีท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญอีกหลายท่านครับ ได้กรุณาไปร่วมในเวทีนี้ด้วย เช่น ท่านกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร ท่านปริญญา ศิริสารการ ท่านศิวะ แสงมณี ท่านสมยศ สมวิวัฒน์ชัย ท่านสุนทร จันทร์รังสี และท่านหลักชัย กิตติพล และได้รับความกรุณา จากผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๒ ท่าน คือ ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และ ดร. ณรงค์ บุญสวยขวัญ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จากการรับฟัง ทั้ง ๒ ภาค ได้ผลการรับฟัง ซึ่งกระผมจะขอนำเสนอเฉพาะประเด็นที่เปึนหลัก ๆ สำคัญ ส่องสามประเด็นครับ คือ ประเด็นพระพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติ ว่า ควรระบุ ลงไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ ที่ประชุมได้ลงมติด้วยคะแนน ๕๒ ต่อ ๔๘ เห็นควรให้ระบุ ลงไว้ แต่มีความเห็นเพิ่มเติมว่า ควรใช้ถ้อยคำในการระบุในลักษณะแสดงวิถีชีวิตของ ชาวไทย และไม่มีความหมายว่า ชาวไทยไม่ได้นับถือพุทธศาสนาให้เปึ้นเงื่อนไขของการ เปึนชาวไทย หรืออีกนัยหนึ่ง ไม่เปึนคุณลักษณะของการเปึนชาวไทย กล่าวคือ ชาวไทย ต้องนับถือพุทธเท่านั้น ในประเด็นเกี่ยวกับเรื่อง สส. ได้มีการหยิบยกเรื่องวุฒิ คุณวุฒิ ของ สส. ขึ้นมาถาม ปรากฏว่า ที่ประชุมโดยส่วนใหญ่ คือ ๕๑ ต่อ ๔๙ เห็นว่า ควรจะจบ ปริญญาตรี ในประเด็นเดียวกันนี้ ได้ถามเกี่ยวกับ สว. ก็กลับมีความเห็นสูงขึ้นไป อีกครับว่า ด้วยคะแนน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ต่อ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ว่า สว. ควรจบปริญญาตรีครับ ส่วนในประเด็นที่ ที่มาของ สว. นั้น เห็นด้วยว่า เปึนไปตามร่างของคณะกรรมาธิการ คือ โดยการสรรหา กระผมขอกราบเรียนเพียงย่อ ๆ เพียงแค่นี้ ขอบพระคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธาน สภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอขอบพระคุณครับ มีท่านสมาชิกจะเสนอความเห็น หรืออภิปรายในส่วนนี้ มีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานของ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคใต้ เสร็จแล้วนะครับ ขอบพระคุณท่านกรรมาธิการทุกท่านนะครับ

ท่านสมาชิกครับ วาระการประชุมในหัวข้อ ๔.๑ นะครับ ขอย้อนกลับมาที่ ๔.๑ เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และให้ ข้อเสนอแนะ ประสาน ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนแก่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเรื่อง นี้เนื่องจากคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้จัดทำโครงสร้าง และ อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญประชาสัมพันธ์ และให้ ข้อเสนอแนะ ประสานงาน ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนแก่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามข้อ ๖ และข้อ ๘ ของประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วย การเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๕๐ เสร็จแล้ว

ขอเชิญท่านกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญเข้าประจำที่ ขอเรียนเชิญครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)

ท่านสุนทรมีอะไรครับ เชิญครับ

นายสุนทร จันทร์รังสี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุนทร จันทร์รังสี ตามที่ท่านแจ้งว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งเอกสาร หลักการ แล้วก็กรอบหน้าที่ กระผมยังไม่ได้ รับเลย ไม่ทราบว่าไปส่งที่ไหน และเนื่องจากเวลานี้ ในสภาแห่งนี้ร่อยหรอแล้ว แล้วก็ ผมตระหนักดีว่า วาระนี้เปึนญัตติที่สำคัญนะครับ ผมอยากจะเสนอให้ท่านประธานสั่งพัก การประชุม เพราะเปึนเวลารับประทานอาหารด้วยนะครับ แล้วก็เพื่อที่จะให้สมาชิก ได้ศึกษาหลักการที่ท่านบอกว่าท่านส่งมา ผมว่าหลายท่านยังไม่ทราบ ยังไม่เห็น รวมทั้ง ตัวกระผมด้วย ผมอยากให้พักการประชุม ไปรับประทานอาหารก่อน แล้วก็นัดประชุม ในเวลาบ่ายโมง ขอเสนอเช่นนี้ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ คือ พอดีในส่วนงานของทางเจ้าหน้าที่ ผมเข้าใจว่า เขาแจกเอกสารเรียบร้อย ถ้าอย่างนั้น พอดีเดี๋ยวมีช่วงของการถ่ายทอดอยู่ ผมก็เกรงใจทางสถานี แล้วก็ประชาชน ที่อยู่ทางบ้านว่า ถ้าเกิดหยุดพักตอนนี้ จริง ๆ ก็ง่าย ๆ สั้น เอกสารมาแล้วนะครับ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ช่วยรีบแจกนิดหนึ่งนะครับ ก็เปึ้นเรื่องของกรอบอำนาจหน้าที่ แล้วก็การตั้ง กรรมาธิการในส่วนงานที่เกี่ยวข้องตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งคณะกรรมาธิการ กิจการสภาตอนแรกประชุมไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แต่เมื่อเช้านี้ได้มีการมาประชุม แล้วก็หารือ หาข้อสรุปในช่วงเช้า เอกสารก็เลยล่าช้าไปนิดหนึ่ง ขออภัยด้วยนะครับ เดี๋ยวท่านลองอ่านดู คงใช้เวลาไม่นานนะครับ แต่ถ้าเกิดท่านจะใช้เวลาช่วงต้นนี้ มันก็มีวาระในเรื่องของการตั้งซ่อมกรรมาธิการอยู่ ท่านสุนทร เชิญครับ

นายสุนทร จันทร์รังสี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุนทร จันทร์รังสี ผมยั่งยืนยันนะครับ เพราะว่าท่านลองดูในความเปึนจริงที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่กำลังเดิน แจกกันให้ขวักไขว่ไปหมด ทุกคนเพิ่งได้รับ เพิ่งได้รู้ ได้เห็น และผมเรียนแล้วว่าเปึ้นเรื่อง สำคัญ ไม่ใช่การที่จะดูปัูบแล้วก็พิจารณาให้ผ่านไปได้เลย และอีกประการหนึ่งหลายท่าน ในที่นี้ก็ไม่ได้อยู่ ผมคิดว่า การที่ท่านจะห่วงว่าไม่ได้ถ่ายทอด หรือการถ่ายทอด จะหยุดชะงักไปบ้าง โดยท่านจะเร่งให้ผ่านไป และผ่านไปโดยไม่ได้คุณภาพ ผมคิดว่า คุณภาพน่าจะสำคัญกว่า ขอเสนอท่านอีกครั้งหนึ่งให้ท่านถามมตินะครับ ขอความกรุณา ท่านอย่าสรุปนะครับ ถามมติว่า ควรจะพักก่อนดีไหม แล้วก็บ่ายโมง ผมขอเสนอครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านสุนทรครับ คือทราบแล้วนะครับ กำลังให้เจ้าหน้าที่แจก แล้วดูว่า เนื้อหา สาระที่ท่านได้พิจารณานั้นมันมีมากน้อยแค่ไหน ใช้เวลาสั้น ๆ นิดเดียวนะครับ ส่วนสมาชิกที่ในห้องนี่นะครับก็คือส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็อยู่ห้องข้าง ๆ มีการถ่ายทอดไปห้องข้าง ๆ ด้วย เพราะว่า ท่านติด รับประทานอาหาร แต่ก็รับรู้ รับทราบรายละเอียดอยู่ทั้งหมด คงไม่ใช่มีเฉพาะสมาชิก ที่รับรู้ รับทราบในห้องประชุมนี้เท่านั้น เดี๋ยวท่านลองดูนิดหนึ่งนะครับ เชิญครับ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ครับ สสร. ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ในเมื่อเอกสารเพิ่งจะแจก ก็เพื่อไม่ให้เปึนการ เสียเวลาในระหว่างที่ท่านสมาชิกกำลังศึกษาเอกสารของวาระ ๔.๑ ผมเสนอให้ ดำเนินการประชุมตาม ๔.๓ ไปพลางก่อนครับ เพื่อที่จะไม่เสียเวลาที่ประชุม เนื่องจาก วาระ ๔.๓ ดูแล้วไม่มีเนื้อหาสาระอะไรมาก เพียงแต่เปึนการแต่งตั้งซ่อมกรรมาธิการ วิสามัญเท่านั้นเอง

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ เดี๋ยวลงเลือกตั้งซ่อมแป็บเดียวนะครับ เดี๋ยวถ้าท่านจะพักก็ไม่เปึ้นอะไร เพื่อให้ พร้อมกัน ท่านกรรมาธิการก็อยู่รอตรงนี้ก่อนนะครับ ท่านกรรณิการ์พร้อมไหมครับ เสนอซ่อม มีอยู่จังหวัดหนึ่ง เอกสารหรือทางท่านเลขาธิการจะเสนอนะครับ อย่างนั้น ขออนุญาตเลื่อนวาระในส่วน ๔.๓ นะครับ

๔.๓ รายงานผลการพิจารณาของคณะทำงาน เพื่อเสนอรายชื่อสมาชิกให้ ดำรงตำแหน่งคณะกรรมาธิการ และพิจารณากรอบอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ คือเปึนการเลือกตั้งซ่อมของคณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการ มีส่วนร่วมของประชาชนประจำจังหวัดแพร่ แทนตำแหน่งที่ว่าง ขอเลื่อนวาระนี้มาก่อน นะครับ ท่านสมาชิกเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอี่น)

ถ้าไม่เห็นอย่างอื่น ก็เชิญท่านเลขาเสนอรายละเอียด และรายชื่อครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติ ราชการแทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ขออนุญาตนําเสนอรายงานของคณะทํางานในการตรวจสอบคุณสมบัติ ของคณะกรรมาธิการดังนี้นะครับ คือสืบเนื่องจากคณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟัง ความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำจังหวัดแพร่ ได้มีกรรมาธิการลาออก ๒ ท่านนะครับ จึงทำให้ตําแหน่งว่าง ๒ ตําแหน่ง ดังนั้น ท่านสามขวัญ พ้นมขวัญ สสร. ประจำจังหวัดแพร่ จึงได้เสนอชื่อบุคคลที่สมควรแต่งตั้งแทนตำแหน่งว่างมา ๒ ท่าน ผ่านมาทางคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติ ได้ตรวจสอบเรียบร้อย และเห็นชอบที่จะนำเสนอให้สภาพิจารณาแต่งตั้งตามข้อบังคับ ต่อไปนะครับ ขอเสนอรายชื่อบุคคลที่จะมาแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง มีดังนี้นะครับ คือ ๑. คุณมงคล สิทธิวีระกูล ๒. พันเอก ถนัดพล โกสัยเสวี ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ก็เปึนไปตามที่ประชุมแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวตามที่ท่านเลขาธิการ เสนอนะครับ ในส่วนวาระที่ ๔.๑ นะครับ เดี๋ยวให้เวลาท่านดูในช่วงรับประทานอาหาร แล้วเวลาสักบ่ายโมงครึ่ง ท่านก็กลับมาประชุมอีกครั้งหนึ่ง ท่านใช้เวลาเท่าไรครับ ท่านกรรมาธิการ บ่ายหนึ่งโมงนะครับ ท่านเห็นด้วยไหมครับ ให้ท่านดูรายละเอียด เพื่อที่จะพิจารณาแต่งตั้งรายชื่อคณะกรรมาธิการดังกล่าว จะขอพักการประชุมสักครู่หนึ่ง เพื่อให้ท่านดูรายละเอียด แล้วเข้ามาประชุมอีกครั้งหนึ่ง กรรมาธิการเสนอบ่ายโมงนะครับ เพราะท่านอื่นรับประทานอาหาร ก็คงเรียบร้อยไปแล้วนะครับ อย่างนั้นขอพักการประชุม บ่ายโมงมาประชุมกันอีกครั้งหนึ่งนะครับ

พักการประชุมเวลา ๑๒.๒๐ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา

ท่านสมาชิกครับ หลังจากที่ได้พักการประชุมไปแล้ว ก็ให้ท่านสมาชิกช่วยพิจารณา ดูรายละเอียดเนื้อหาในเอกสารซึ่งได้แจกไปแล้วนะครับ ซึ่งตอนนี้กำลังพิจารณาอยู่ ในวาระที่ ๔.๑

๔.๑ เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และให้ข้อเสนอแนะ ประสาน ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนแก่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านกรรมาธิการพร้อมไหมครับ เชิญท่านกรรมาธิการรายงานต่อที่ประชุมครับ

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพ กระผม นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ในนามของคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ตามที่ที่ประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๑๕ พ.ศ. ๒๕๕๐ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๐ ได้พิจารณาเรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและให้ข้อเสนอแนะ ประสาน ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนแก่คณะกรรมการการเลือกตั้ง และรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานในที่ประชุม ได้ขอให้ส่งเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมาธิการ วิสามัญกิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณาอีกครั้งหนึ่งนั้น

ด้วยในคราวประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาร่างรั่ฐธรรมนูญ เมื่อวันอังคารที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่อง การแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญและคณะบุคคล เพื่อทำหน้าที่ตาม ข้อ ๖ และ ข้อ ๘ วรรคสอง ตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการเผยแพร่ ร่างรัฐธรรมนูญ และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๕๐ และได้มีมติแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อทำหน้าที่ตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญในเรื่องดังกล่าว จํานวน ๒ คณะดังนี้

๑. คณะกรรมาธิการวิสามัญเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและประชาสัมพันธ์ ตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการเผยแพร่ ร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ข้อ ๖ ดังมีรายนามต่อไปนี้ ๑. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและ การมีส่วนร่วมของประชาชนภาคกลาง ๒. พลตำรวจโท ธรรมนิตย์ ป่ตะนี้ละบุตร ประธานคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๓.นายอุทิศ ชูช่วย ประธานคณะกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคใต้ ๔. นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ๕. นายศิวะ แสงมณี รองประธาน คณะกรรมาธิการยกร่างหลักเกณฑ์วิธีการออกเสียงประชามติและการออกเสียงประชามติ คนที่หนึ่ง ๖. นายคมสัน โพธิ์คง รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญบันทึกเจตนารมณ์ จดหมายเหตุ และตรวจรายงานการประชุม คนที่หนึ่ง ๗. พลเรือเอก พีรศักดิ์ วัชรมูล รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง ๘. นายวีนั้ส ม่านมุ่งศิลปี โฆษกคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของ ประชาชนภาคเหนือ ๙. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรรณราย แสงวิเชียร ผู้ช่วยเลขานุการ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ๑๐. รองศาสตราจารย์ วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ๑๑. นายมานิจ สุขสมจิตร กรรมาธิการวิสามัญวิชาการตรวจร่างรัฐธรรมนูญและร่าง กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ๑๒. นายสมชัย ฤชุพันธุ์ กรรมาธิการวิสามัญประสานการ มีส่วนร่วมและการประชามติ ๑๓. นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ มีอํานาจหน้าที่ดังนี้ ๑. เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และจัดทำเอกสารชี้แจง ๒. กำหนดนโยบายแนวทางยุทธศาสตร์ และวิธีการในการ เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและประชาสัมพันธ์ ๓. ติดต่อประสานงาน มอบหมาย และติดตามคณะกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกคณะ เพื่อให้ปฏิบัติเปึนไป ตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการเผยแพร่ รัฐธรรมนูญ และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ๔. ตั้งคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมาธิการมอบหมาย ๕. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภา ร่างรัฐธรรมนูญมอบหมาย

จึงขอให้ที่ประชุมพิจารณาแต่งตั้งคณะบุคคลดังกล่าว เปึน คณะกรรมาธิการวิสามัญเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและประชาสัมพันธ์ ตามประกาศ สภาร่างรัฐธรรมนูญ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ในข้อ ๖ วรรคสอง ด้วยครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขออนุญาตหารือครับ ท่านวุฒิชาติครับ ขอให้ที่ประชุมพิจารณาเปึ้นรายคณะไปก่อน นะครับ เพื่อท่านจะได้รายงานอย่างต่อเนื่อง และประติดประต่อ ในส่วนการเสนอ รายชื่อกรรมาธิการชุดดังกล่าว ทั้ง ๑๓ ท่านนี้ มีท่านสมาชิกเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ ท่านวัชรา เชิญครับ

นายวัชรา หงส์ประภัศร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวัชรา หงส์ประภัศร สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผมได้พิจารณารายชื่อทั้งหมดนี้ แล้วนะครับ กระผมเห็นว่า ในการที่ตั้งเปึนกรรมาธิการวิสามัญนี้ ซึ่งสามารถจะ มีบุคคลภายนอกด้วย แล้วภารกิจที่ให้ไว้นี่กว้างขวางมาก น่าที่จะมีบุคคลภายนอก ร่วมด้วย เช่น อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ อะไรอย่างนี้นะครับ เปึนต้น เพราะฉะนั้นกระผม ใคร่จะขอเสนอว่า ให้ที่ประชุมนี้ให้อำนาจแก่คณะกรรมาธิการ จำนวน ๑๓ ท่านนี่นะครับ ไปพิจารณาว่า สมควรจะเชิญท่านผู้ใดเข้ามาร่วมเปึ้นกรรมการด้วย โดยถือว่าเปึ้นมติ ของสภานี้ครับ กระผมขอเสนอเปึนญัตติครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ไม่เปึนอะไรครับ หารือได้เลยครับ

นายวัชรา หงส์ประภัศร

ครับ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คือ ท่านเสนอว่า เห็นด้วยกับ ๑๓ คนที่เสนอนะครับ แต่ขอให้ ๑๓ ท่านนี้ ในกรรมาธิการ ชุดนี้ไปพิจารณาดู เผื่อว่าจะเสนอบุคคลอื่น เช่น ท่านอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ อาจจะขอ เข้ามาด้วย อย่างนี้ใช่ไหมครับ ท่านพิเชียรครับ

นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ

กราบเรียนท่านประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ท่านกรรมาธิการกิจการสภา เพื่อน สสร. ที่เคารพนะครับ กระผม พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ นะครับ ได้ฟังทางท่านรองประธานกิจการสภา ได้รายงานถึงแนวทางในการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดใหม่นะครับ ซึ่งกระผม คิดว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ผมเห็นด้วยนะครับที่ท่านได้เสนอรายชื่อมาทั้ง ๑๓ ท่าน เพราะว่าเปึนตัวแทนของกรรมาธิการเกือบทุกคณะครบถ้วนนะครับ แต่ก็เห็นเช่นเดียวกับ เพื่อนสมาชิก คือ ท่านวัชรานะครับ ว่า ควรที่จะมีการเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคล ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่จะสามารถทำให้การทำงานของกรรมาธิการชุดนี้ประสบความสำเร็จ มากยิ่งขึ้นนะครับ ส่วนจํานวนจะเปึนเท่าไร อย่างไร ก็อยากจะฟังความเห็นของ เพื่อนสมาชิก แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะเสนอแนะเพิ่มเติมนะครับ ท่านประธานครับ มีอยู่สองสามเรื่อง เรื่องที่ ๑ กระผมอยากจะเสนอแนวทางว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้ ซึ่งถือว่ามีความสําคัญมากในการที่จะทําหน้าที่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญนะครับ แล้วก็กำหนดแนวทางยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สู่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ กระผมคิดว่า ควรที่จะกำหนดกรอบเวลาในการทำงาน ให้ชัดเจน กรอบงบประมาณ รวมทั้งกรอบอำนาจหน้าที่ ควรที่จะมีการมารายงานให้ สสร. ชุดใหญ่ได้รับทราบนะครับ เปึนระยะ ๆ เพราะไม่อย่างนั้นจะขาด แล้วถือว่าหลุดลอย ไปจาก สสร. เลย ซึ่งอันนี้ก็จะทําให้เราไม่ทราบความเคลื่อนไหว นี่อันที่ ๑ เรื่องของการ ประสานงานกับกรรมาธิการคณะอื่น ๆ ผมอยากจะให้ระบุให้ชัดเจน เพราะว่าตรงนี้ มีความสำคัญมากครับท่านประธาน เนื่องจากว่า กรรมาธิการคณะอื่น ๆ นั้น ภายหลัง จากที่เราได้ตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมาแล้ว กรรมาธิการชุดอื่นก็อยากจะให้พูด ให้ชัดเจนว่า เขายังมีอำนาจหน้าที่ในการที่จะดำเนินการต่อไป ตามที่ได้รับมอบหมายจาก สสร. หรือไม่ แล้วก็ถ้าเขาจะดำเนินการต่อไปนี่ การประสานงานกับคณะกรรมาธิการ ชุดใหม่ชุดนี้จะประสานกันอย่างไร ตรงนี้คือให้ประสานงานกันนะครับ ไม่ใช่ประสานงา เพราะว่าที่วิตกกังวลก็คือว่า เมื่อมีกรรมาธิการชุดใหม่นี้ขึ้นมาแล้ว ก็ไม่อยากจะให้เกิด ปัญหาว่า ไปทำงานซ้ำซ้อนกับกรรมาธิการเดิม แต่อยากจะให้กรรมาธิการเดิมได้มี ส่วนร่วม แล้วก็ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ก็คือ กรอบเรื่องงบประมาณครับท่านประธาน อันนี้ ผมคิดว่าควรที่จะกําหนดให้ชัดเจนว่า จะมีกรอบงบประมาณอย่างไร มากน้อยแค่ไหน แล้วก็เรื่องของงบประมาณนี้จะรายงานกับใคร รายงานต่อประธาน สสร. หรือรายงานต่อ ที่ประชุมใหญ่ หรืออย่างไร เพราะว่าจากช่วงนี้ไปนี่ ถือว่าเปึนช่วงไคลแม้กซ์ (Climax) ของ การร่างรัฐธรรมนูญแล้วนะครับ แล้วก็ในท้ายสุดนี่ กระผมก็อยากจะให้มีการรายงานผล ของการทำงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ นอกจาก รายงานให้ สสร. ทั้งร้อยท่านแล้ว ควรที่จะรายงานให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ได้รับทราบว่า แนวทางที่ได้ปฏิบัติไปนั้นเปึ้นอย่างไร จะช่วยให้การร่างรัฐธรรมนูญ ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการลงประชามติที่กำลังจะติดตามมานี่ เพราะว่าอันนี้เกี่ยวเนื่องกับการออกเสียงประชามติโดยตรง ทั้งนี้ เนื่องจากพี่น้อง ประชาชนจำนวนมากยังมีความรู้เรื่องการลงประชามตินี่น้อย ทางกรรมาธิการชุดนี้จะมี แนวทางอธิบาย แล้วก็ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างไรนะครับ นี่ก็เปึนข้อคิดเห็นที่กระผมอยากจะขออนุญาตฝากไว้ในที่ประชุม ขอขอบคุณ ท่านประธานมากครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ท่านสมาชิกครับ เดี๋ยวผมว่าเราพิจารณาในส่วนบุคคลให้เรียบร้อยก่อน นะครับ ส่วนรายละเอียดท่านค่อยว่ารายละเอียดเพิ่มเติม ส่วนที่ท่านพิเชียรเสนอ เดี๋ยวจะหาคำตอบให้นะครับ การแต่งตั้ง ๑๓ คนตอนนี้ มีท่านเห็นเปึ้นอย่างอื่น ก่อนไหมครับ เห็นเปึ้นอย่างอื่นครับ ๑๓ คนนะครับ คือตอนนี้ท่านวัชราเสนออย่างนี้ครับ ว่า ๑๓ คนนี่ ไม่ขัดข้อง แต่ขอให้กรรมาธิการชุดนี้ไปพิจารณาดูอีกทีหนึ่งว่า จะมีท่านอื่น ที่เหมาะสมเข้ามาเปึ้นกรรมาธิการเพิ่มไหม ถ้ามีเพิ่ม ก็จะเสนอเข้ามา โดยให้ที่ประชุม ยอมรับในหลักการนี้ เพราะฉะนั้น ๑๓ คนนี้ เสนอตอนนี้ ขอให้เปึนไปตามนี้ ส่วนเพิ่ม ภายหลังก็ไม่ขัดข้องนะครับ ท่านมีความเห็นอย่างอื่นไหมครับ ท่านการุณครับ เชิญครับ

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ ใสงาม สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมคงจะต้องท้วงประเด็นที่ ๑ ก่อน ในเรื่องของการเสนอ ญัตติ ระเบียบวาระการประชุมของท่านประธานวันนี้นะครับ มีเรื่องที่เสนอใหม่ ๔.๑ ก็คือ แต่งตั้งคณะกรรมาธิการที่ว่านี้ แต่รูปแบบ ท่านประธานครับ ท่านประธานก็ยังตกหล่น อยู่เหมือนเดิมครับ ผมยังคิดว่า อันนี้เปึนญัตติอยู่ แม้จะไม่เขียนคำว่า เรื่อง แม้เรื่อง ตรงนั้นจะไม่เขียนคำว่า ญัตติ ขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ บอกชื่อไปครับ เปึนคณะ ๆ ญัตติละ ๑ เรื่อง อันนี้มัน ๒ คณะกรรมาธิการ ที่ท่านจะเสนอครั้งนี้นะครับมี ๒ คณะกรรมาธิการ ถ้าดูตาม บันทึกรายงานการประชุมของท่าน ของกรรมาธิการวิสามัญนะครับ มี ๒ คณะกรรมาธิการวิสามัญที่ท่านขอตั้ง คณะที่ ๑ คือคณะกรรมาธิการวิสามัญ เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและประชาสัมพันธ์ อันนี้ท่านใช้ข้อ ๖ นะครับของการออกเสียง ประชามติ และอีกอันหนึ่ง ก็คือ คณะกรรมาธิการวิสามัญว่าด้วยเรื่องของให้ข้อเสนอแนะ ประสาน ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนแก่คณะกรรมการการเลือกตั้ง รวมทั้งติดตามให้มี การปฏิบัติตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วย การเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และการออกเสียงประชามติ อันนี้ท่านใช้ข้อ ๘ วรรคสอง ที่จะตั้ง แสดงว่าการตั้งครั้งนี้จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ๒ คณะ นี่คือมติของ คณะกรรมาธิการวิสามัญของท่าน เมื่อท่านมีมติอย่างนี้แล้ว ก็เหมือนการประชุม ของท่าน กรรมาธิการของท่านคิดว่า ควรจะตั้งอย่างนี้ ๒ คณะวิสามัญ ท่านก็จะต้องไป ตามการทํา วิธีการทําตามข้อบังคับการประชุมด้วย นั่นก็คือ ทําญัตติเปึ้นเรื่อง ๆ ไป อันนี้ท่านเขียนร่วมกันมาในญัตติเดียว แล้วก็ค่อนข้างจะไม่สมบูรณ์ ท่านเขียนร่วมมา เลยครับ ในญัตตินี้บอกว่า จะตั้งคณะกรรมาธิการ ๑. คณะกรรมาธิการที่ว่า ๒. คณะกรรมาธิการวิสามัญที่ว่า แล้วก็ลงชื่อ ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญ ญัตติของ การตั้งคณะกรรมาธิการไม่ว่าจะตั้งสามัญก็ตาม หรือจะวิสามัญก็ตาม เหมือนคำฟัองท่าน คำฟัองต้องฟัองเปึ้นเรื่อง ๆ ไป และในข้อบังคับการประชุม เขาจะบอกไว้เลยครับ เหมือนกันหมดเลยครับ ไม่ว่าของผู้แทนราษฎร ของ สว. ที่ท่านทำมา ๖ ป้ ของ สสร. ที่ใช้ข้อบังคับของสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ตาม เขียนเหมือนกัน คือการเสนอญัตติ เพื่อขอตั้งคณะกรรมาธิการ จะสามัญก็ตาม หรือวิสามัญก็ตาม ท่านต้องเขียนเปึ้นญัตติให้สมบูรณ์ครบถ้วน ญัตตินั้นจะต้องบอกด้วยว่า กรรมาธิการ ที่ตั้งนั้นมีอํานาจอะไร แล้วก็มีหน้าที่ว่าอย่างไร อํานาจและหน้าที่นี้จะต้องระบุไว้ ในญัตติอย่างชัดแจ้ง ที่สำคัญครับท่าน เมื่อเราตั้งกรรมาธิการวิสามัญไปแล้ว หรือสามัญไปแล้ว คนทั้งประเทศจะต้องเปึนที่ประจักษ์รู้ และกรรมาธิการนี้ทําตาม รัฐธรรมนูญ และข้อบังคับ จำเปึ้นจะต้องนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาด้วยว่า กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ เมื่อท่านไปประชุมแล้วมีอะไร ชื่ออะไร แล้วมีอํานาจอย่างไร และมีหน้าที่อย่างไรด้วย ท่านครับ นี่เปึนการทําตามข้อบังคับในรัฐธรรมนูญ แต่ญัตตินี้ ก็ถือว่าเปึนญัตติที่ยังไม่สมบูรณ์ แม้ท่านจะบอกว่า ก็รวมเอาเรื่องนี้ด้วยอย่างไรเล่า คุณทำไมไม่อ่านสิ่งที่ส่งมาด้วย สิ่งที่ส่งมาด้วย ก็คือ ฉบับนี้ ซึ่งบอกแล้วนี่อย่างไร มีชื่อคนด้วย ญัตติข้อที่ ๑ วิสามัญ เรื่องที่ ๑ ตั้ง ๑๓ คน ญัตติข้อที่ ๒ เรื่องที่ ๒ ตั้ง ๖ คน นั่นไง แต่ท่านครับ มันก็ยังไม่ครบถ้วนอีก เพราะญัตตินี้ท่านจะอ้างอะไร ในการเซ็นชื่อ เพราะญัตตินี้จะต้องมีผู้รับรอง

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านการุณครับ ญัตตินี่ต้องทำเปึนหนังสือทุกครั้งไหมครับ

นายการุณ ใสงาม

ญัตติการตั้งกรรมาธิการต้องเปึนหนังสือ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ทุกครั้งไหมครับ

นายการุณ ใสงาม

ถูกต้อง

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ตามข้อไหนครับ ตามข้อบังคับข้อไหน ที่ต้องทำเปึ้นหนังสือทุกครั้ง

นายการุณ ใสงาม

ญัตติตั้งกรรมาธิการจะต้องทําเปึนหนังสือ จำเลขข้อไม่ได้ ท่านเป่ดดูเลย การตั้งกรรมาธิการต้องทำเปึ้นหนังสือ อันที่ ๑ นะครับ แต่ท่านจะของดเว้นใช้ก็ได้ แต่ยังไม่มีการงดเว้นใช้ เพราะฉะนั้นต้องทําตามข้อบังคับ ไปก่อน แต่ถ้าท่านจะขอเดี๋ยวนี้ว่า ของดเว้นใช้ข้อบังคับในกรณีเรื่องการเสนอญัตติ ตั้งกรรมาธิการ ของดเว้นโดยไม่ต้องทําเปึนหนังสือ แล้วตั้งกรรมาธิการ ท่านดูครับ จะต้อง มีผู้รับรองครบถ้วน อันนี้ปรากฏผู้รับรองก็ยังไม่ปรากฏ ท่านจะอ้างว่า มติกรรมาธิการ วิสามัญได้มีมติ และถือเปึนการรับรองแล้ว ท่านเสรีครับ ท่านประธานครับ คำฟัองมันยัง ไม่ครบ การลงลายมือชื่อ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เอาประเด็นนี้ก่อนดีไหมครับ

นายการุณ ใสงาม

ท่านจะเอาประเด็นต่อไปเลยก็ได้ครับ ที่จะพูด ผมขอต่อเนื่องเลยได้ไหม

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวก่อน เอาให้จบทีละประเด็นดีกว่าครับ

นายการุณ ใสงาม

ได้ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

อย่างนั้นผมตอบท่านการุณนะครับ คือเรื่องนี้นะครับ ท่านสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อธิบายชัดในการประชุมคราวที่แล้ว นี่คือข้อที่ ๑ นะครับ ข้อที่ ๒ ในเรื่องที่กำลังพิจารณา อยู่นี้เปึนการพิจารณาต่อเนื่องจากการประชุมในสภานี้มาแล้วหลายครั้งนะครับ ไม่ใช่เรื่อง ใหม่ที่เพิ่งเสนอ ญัตติที่เสนอนี่นะครับ ท่านวัชราเสนอในที่ประชุมแห่งนี้ แล้วท่านวัชราก็ เสนอในวาระอื่น ๆ ไปดูแล้วนี่นะครับ ขอให้ที่ประชุมนี่นะครับ รับรองญัตติท่านวัชรา เรียบร้อยไปนานแล้ว แต่ผมขอให้ท่านวัชราว่า ญัตติของท่านวัชรานั้น ขอให้กิจการสภา เปึ้นผู้นําไปพิจารณา พร้อมกับเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ แล้วกระบวนการที่นำเสนอมานั้น คราวที่แล้วท่านการุณก็ทักท้วงแบบนี้ ผมเพื่อตัดปัญหา ข้อโต้แย้งของท่านการุณ ผมก็ขอให้ที่ประชุมยกมือรับรองญัตติอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งที่ประชุม ก็รับรองถูกต้อง ถ้าหากว่าท่านสมาชิกจะดูเรื่องญัตตินี่นะครับ ญัตติทุกญัตติไม่ใช่เฉพาะ ตั้งกรรมาธิการนะครับ ไม่จําเปึนต้องมีหนังสือทุกครั้ง เพราะบางครั้งเวลาตั้งกรรมาธิการ นี่นะครับ สมาชิกก็มีตั้งเพิ่มเข้ามา ท่านนึกออกไหมครับ เดี๋ยวผมพูดให้จบก่อนนะครับ เพิ่มเข้ามา ซึ่งก็ไม่ได้ทําเปึนหนังสือ ที่ประชุมรับรองถูกต้อง แล้วไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้นะครับ ถ้าดูข้อบังคับ ข้อ ๓๖ ที่บอกว่า ญัตติต่อไปนี้ไม่ต้องเสนอล่วงหน้า หรือเปึนหนังสือ ๑. ขอให้ปรึกษาเปึนเรื่องด่วน เรื่องนี้ท่านวัชราเคยเสนอในประชุม คราวก่อน ครั้งแรก ท่านขอเปึนเรื่องด่วน ที่ประชุมรับรองไปแล้ว ข้อ ๓๖ (๕) ญัตติที่ประธานอนุญาตตามเห็นสมควร ซึ่งผมก็บอกแล้วว่า เรื่องนี้เปึ้นเรื่อง พิจารณาตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งสภาร่างรัฐธรรมนูญกำหนดว่า ให้ตั้งคณะกรรมาธิการคือคณะใดคณะหนึ่ง หรือหลายคณะขึ้นมา ที่ประชุมเห็นชอบ ไม่ใช่ที่ประธานนี่นะครับจะอนุญาตอย่างเดียว ที่ประชุมเห็นชอบพิจารณาเรื่องนี้นี่นะครับ ประชุมมาแล้ว พูดมาแล้วหลายครั้ง ผมว่าญัตติดังกล่าวนี้นะครับมันล่วงเลยมา สมบูรณ์มา เปึ้นที่ยอมรับทั้งหมดแล้ว ญัตติหมายความว่าอะไร ญัตติก็หมายความว่า เรื่องที่จะขอที่ประชุมลงมติ แล้วเรื่องนี้ก็เข้าสู่กระบวนการพิจารณา แล้วโดยเฉพาะ อย่างยิ่งเรื่องที่กำลังพิจารณาอยู่นี้ก็เสนออยู่ในระเบียบวาระ เปึนวาระที่กรรมาธิการ กิจการสภาได้รับมอบหมายมานั้นเข้ามารายงาน พอรายงานแล้วนี่นะครับ เพื่อให้ เปึ้นไปตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้ ซึ่งลงมติโดยสภา สภานี่ลงมติไปแล้วว่าให้ตั้ง กรรมาธิการชุดนี้ อย่างไร ๆ ก็ต้องตั้งนะครับ มติมันไปไกลแล้วนะครับ พอตั้งแล้วนี่ เรามาพิจารณากันในห้องประชุมนี้ ก็คือพิจารณาตามประกาศและมติของที่ประชุม เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปทําเรื่องใหม่แล้ว ไม่ต้องไปเสนอให้คนรับรองแล้ว เพราะมัน รับรองมาหลายครั้งแล้ว และเราก็พิจารณาค้างคาอยู่ขณะนี้นะครับ ถ้าท่านการุณ จะทักท้วง ผมจะใช้มตินะครับ ผมจะขอมตินะครับ เชิญท่านการุณครับ

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานกําลังอธิบาย เรื่องที่ติดกระดุมผิดมาตั้งแต่เม็ดแรก ติดกระดุมผิดเม็ดแรก ท่านประธานจะบอกว่า ญัตติของท่านวัชราก็ตาม ญัตติของท่านวัชราในการตั้งกรรมาธิการเปึนการติดกระดุม ผิดเม็ดแรก ก็คือ เปึนญัตติที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ผู้รับรอง ผู้อะไรต่าง ๆ ก็ไม่ครบถ้วน สมบูรณ์ และไม่ปรากฏอยู่ในวาระ และไม่ปรากฏอยู่ในรายละเอียด แล้วก็ท่านก็มา เสนอกันอยู่ภายใน กระดุมเม็ดแรกนั้นก็เปึนการเสนอภายใน เสนอตามบรรดาในการ ข้อตั้งกรรมาธิการ ต่อจากนั้นมา ท่านประธานมาอธิบายบอกว่า เราก็เสนอชื่อกรรมาธิการที่ละคน ก็เสนอกัน ไม่เห็นมีญัตติต้องเปึนหนังสือ เมื่อกี้ก็ผ่านไป ก่อนที่ไปกินข้าว ก็ ๑ ท่านแล้วที่ตั้งเพิ่มเติม นั่นมันเสนอบุคคลเพิ่มเติม ไม่ใช่การตั้ง กรรมาธิการ เพราะการตั้งกรรมาธิการนั้นต่างหาก ข้อบังคับมันมีบัญญัติไว้ชัดเจน มันเหมือนเสนอคําฟัอง ข้อบังคับมีชัดเจน ต้องทําเปึนอย่างนี้เปึนต้นนะครับ แล้วในขณะเดียวกัน มาวันนี้ ทุกครั้งที่ผ่านมาก็ล้วนแต่เปึ้นการติดกระดุมผิดมาทั้งนั้น แล้วผมก็ท้วงไว้ วันนี้ก็ติดกระดุมผิดอีกเม็ดหนึ่งมา ผมก็ท้วงไว้อีก ทำไมไม่ทำกระดุม ให้มันถูก ถ้าท่านจะบอก เอาญัตติของท่านวัชรามา ท่านก็ต้องมี ๔.๑ สิครับ เรื่องที่ เสนอใหม่ ๔.๑ เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ ท่านก็มี ๑. ญัตติของนายวัชรา เรื่องข้อตั้งอันนี้ อันนี้มา สอง สาม และสองคืออะไร ถ้าท่านบอกว่า มีการพิจารณาแล้วว่า มีมติให้ไปรับรองการตั้งญัตตินี้ ก็มีข้อสาม เรื่องนี้ที่ท่านเสนอมา แต่ท่านไม่ปรากฏเลย ครับ แล้วทำทุกครั้งก็ติดกระดุมผิดมาเรื่อยมา นี่เปึ้นเพียงข้อ ๑ ที่ผมท้วงเท่านั้นเอง แต่ผมอยากจะอภิปรายข้อ ๒ ด้วยซ้ำไปตอนนี้ เปึนข้อ ๑ ที่ผมท้วงเอาไว้ การทำญัตติ การเสนอญัตติ การทำคำฟัอง เหมือนกันทั้งสิ้นครับ ท่านครับ คำฟัองที่ไม่สมบูรณ์ คือ จำหน่ายออกจากสารบบความนะครับ หรือให้ท่านไปทําคำฟัองใหม่ให้สมบูรณ์ นะครับ แต่อันนี้ท่านยังทําคําฟัองที่ยังไม่สมบูรณ์อยู่เรื่อย ๆ แต่ผมถือเปึนเรื่องรองแล้ว ในวันนี้ท่าน วันนี้ผมถือเรื่องนี้เปึนเรื่องร้องเสียแล้ว เพราะว่าผมได้ท้วงมาสองสามครั้งแล้ว ผมคิดว่า น่าจะพอเข้าใจทําความกันได้ ทําไมทําคําฟัองให้สมบูรณ์ไม่ได้สักที ผมยังแปลกใจอยู่ตรงนี้ เอาล่ะ เปึ้นเรื่องรองแล้ววันนี้ แต่อยาก ใจนะครับ เรื่องนี้ ประเด็นนี้ ญัตตินี้ ผมอยากจะพิจารณาเปึนหลักในวันนี้ คือ เรื่องข้อที่ ๒ ต่อไปนี้ ถ้าท่าน จะให้อภิปรายต่อไปเลยก็ได้ครับว่า ผมไม่เห็นด้วยกับญัตตินี้ ไม่เห็นด้วยกับการตั้ง กรรมาธิการวิสามัญ ๒ คณะนี้

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เดี๋ยว ประเด็นแรกนี่ ท่านบอกเปึนเรื่องร้องนี่ คือหมายความว่า ให้ผ่านไปได้ใช่ไหม จะได้ผ่านไป คือเรามีเรื่องสำคัญ ๆ เยอะนะครับ ท่านการุณครับ ท่านจะให้ตรงนี้ ผ่านไปไหม ผมจะได้ไม่ต้องถามมติ

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธานครับ ผมก็ได้ท้วงมาแล้ว ๒ ครั้ง หลัก ๆ ก็น่าจะเพียงพอต่อการถูกทักท้วง ซึ่งเปึนเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไรเลยในการ ที่จะทําให้ถูก ผมก็ประหลาดใจว่า ทําไมไม่ทําให้ถูก จนกระทั่งไม่ต้องมีการทักท้วง เรื่องเล็ก เรื่องน้อยอย่างนี้ ความสมบูรณ์นะครับ ท่านครับ เพราะผมบอกแล้ว เรียนแล้วว่า กรรมาธิการตั้งขึ้นมาแล้ว ท่านจะต้องนำไปลงในราชกิจจานุเบกษา ประชาชนจะต้อง เชื่อฟัง จะต้องเข้าใจ จะต้องยอมรับอํานาจหน้าที่ของกรรมาธิการที่ท่านตั้ง แล้วท่านก็จะ ได้ทำตามอำนาจหน้าที่ที่บัญญัติไว้ ที่ต้องไปจดแจ้งไว้ในราชกิจจานุเบกษา เอาล่ะ ผมถือเปึ้นเรื่องร้องแล้วเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นจะขออนุญาตท่านประธานต่อไปเลยครับ ท่านยินดีจะให้ผ่าน ก็ไม่เปึนปัญหา ไม่ขัดข้อง

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่ขัดข้องนะครับ เดี๋ยวให้จบประเด็นนี้นะครับ ที่เสนอ ๑๓ ท่าน มีท่านเห็นเปึน อย่างอื่นไหมครับ

นายการุณ ใสงาม

นี่อย่างไรท่าน กําลังจะพูดแล้วนี่ ท่านจะอนุญาต ให้พูดไหม หรือไม่ให้พูด

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ เดี๋ยวผมอนุญาต แต่ท่านบอกว่า ประเด็นนั้นไม่ขัดข้องแล้ว ผมก็จะถามว่า ในรายชื่อ ๑๓ รายชื่อนี้ มีท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นอีกไหม ถ้ามี ท่านก็ยกมือนะครับ ถ้าเห็นเปึนอย่างอื่น เชิญครับ

นายการุณ ใสงาม

นี่ล่ะครับ คือ ข้อที่ ๒ ล่ะ คือ เห็นเปึ้นอย่างอื่น ๑๓ คน ๑๓ ท่าน ที่ท่านจะตั้งนี่นะครับ ท่านประธานครับ ที่ไม่เห็นด้วย ๑๓ คน ไม่ใช่เห็นด้วยว่าต้อง ๑๘ ต้อง ๑๙ หรือต้องคนอื่น ไม่ใช่เลย แต่สิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยคือ ไม่เห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการวิสามัญทั้ง ๒ ชุดนี้ เหตุผลครับ ท่านประธานครับ คือ ตอนนี้คณะกรรมาธิการของเรานี้มันมากเกินพอแล้วครับ เรามีคณะกรรมาธิการทั้งสามัญ ทั้งวิสามัญมากเกินพอกับการทำงาน โดยเฉพาะในภารกิจึงานที่มีอยู่ ท่านอาจจะบอกว่า แล้วคณะกรรมาธิการที่จะทำงาน ตามข้อ ๖ ของประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และการออกเสียงประชามติ ข้อ ๖ จะทำอย่างไร รวมถึงข้อ ๘ วรรคสอง จะทำอย่างไร จะให้ใครเปึนคนไปทำหน้าที่ ในเมื่อผมไม่เห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการทั้ง ๒ ชุดนี้ ท่านครับ กรรมาธิการที่จะ ทำหน้าที่นี้ได้ดี โดยไม่ต้องตั้งกรรมาธิการ ๒ ชุดนี้เพิ่ม และให้กรรมาธิการชุดนี้ทำหน้าที่ ตาม ข้อ ๖ และตามข้อ ๘ วรรคสอง ได้เลย โดยสภานี้นี่แหละเปึ้นคนมอบหมาย สภานี้มี มติมอบหมายงาน ตามข้อ ๖ และงานตามข้อ ๘ วรรคสอง ให้กับคณะกรรมาธิการ วิสามัญกิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ กิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญทำ ทุกอย่างเพื่อให้การร่างรัฐธรรมนูญบรรลุวัตถุประสงค์ จบความทั้งหมดสิ้น กิจการสภา ร่างรัฐธรรมนูญสามารถทำทุกอย่างให้บรรลุวัตถุประสงค์ทั้งหมด งานนั้นจะมีงานอยู่ใน ข้อ ๖ ก็ตาม ข้อ ๘ วรรคสองก็ตาม หรืองานที่เกินกว่าข้อ ๖ และข้อ ๘ วรรคสองอีก ในเรื่องอื่น ๆ ก็ตาม เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญบรรลุวัตถุประสงค์แล้วนี่นะครับ กิจการสภา ร่างรัฐธรรมนูญต้องทำได้ทั้งสิ้น แล้วถ้าสภาร่างรัฐธรรมนูญมีมติมอบหมายงานทั้งหมดนี้ ให้กับกิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญเปึ้นผู้รับผิดชอบ กิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้ก็ขอมติ จากสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้อีกแหละ มอบหมายงานต่าง ๆ ให้กับ นี่นะครับ ตามที่ท่าน เขียนไว้นี่ อำนาจหน้าที่ตามข้อ ๖ ก็ตาม ตามข้อ ๘ วรรคสองก็ตาม ให้กับกรรมาธิการ สามัญทุกคณะที่มีอยู่ในสภานี้ ไม่เพียงแต่สามัญครับ มอบให้กรรมาธิการวิสามัญ ทุกคณะที่มีอยู่ภายใต้สภาร่างรัฐธรรมนูญนี้ วิสามัญที่ท่านมีมากที่สุดในขณะนี้ คือ ๗๖ จังหวัด จังหวัดละ ๒๐ คน ๒๑ คน ๒๒ คน ท่านจะมีกรรมาธิการ ๗๖ คณะนี้นะครับ คณะละ ๒๐ คน โดยประมาณ ก็ป่าเข้าตั้งสองพันกว่าคน ร่วมสองพันกว่าคนท่าน แล้วแต่ละกรรมาธิการวิสามัญของจังหวัด อย่างบุรีรัมย์ ผมตั้งอนุกรรมาธิการอีก ๗ คณะ คณะละ ๑๕ คน ถ้าแต่ละจังหวัดเขามีอนุกรรมาธิการอย่างนี้ คล้าย ๆ กันอย่างนี้ ท่านจะ มีกรรมาธิการนะครับ ที่ทํางานทั้งวิสามัญ ทั้งอนุกรรมาธิการ ทั้งสามัญ รวม เบ็ดเสร็จผู้คน ซึ่งเปึนบุคคลภายนอกร่วมอยู่ด้วยนี่นะครับ จะเปึนหมื่นคน แล้วท่านไปตั้ง กรรมาธิการวิสามัญ คณะที่ ๑ ที่ท่านเสนอมา ๑๓ คน คณะกรรมาธิการวิสามัญ อีกคณะที่ ๑ ตามคณะที่ ๒ อีก ๖ คน ท่านจะไปทำงานอย่างไรไหว สุดท้ายก็จะมอบ ใครล่ะ ท่านจะมอบใคร สุดท้ายท่านก็จะมอบงานเหล่านั้นนะครับ ท่านจะวิ่งอย่างไรครับ ๑๓ คน บวก ๖ คน ซ้อนกันไปซ้อนกันมา ก็เหลือประมาณ ๑๙ คน ๑๙ คน ท่านวิ่ง อย่างไรครับ ๗๖ จังหวัด หกสิบกว่าล้านคน แต่ถ้าท่านทำอย่างที่ผมนำเสนอครับ โดย ไม่ต้องกรรมาธิการ ๒ คณะนี้ แต่ใช้มติของสภานี้ ให้กรรมาธิการกิจการสภาร่างรับงาน ภาระนี้ ข้อ ๖ และข้อ ๘ วรรคสอง แล้วเอางานนี้ผ่องถ่ายให้กับกรรมาธิการทั้งประเทศ จะไม่ดีกว่าหรือครับ ท่านไม่เปลืองอะไรเลย และถ้าท่านตั้งกรรมาธิการนี้ มีบางท่านกำลังจะเสนออีก บอกว่า เอ๊ะ ทําไม กรรมาธิการวิสามัญตั้งบุคคลภายนอกก็ได้นี่ ทําไมจึงต้อง ๑๓ คนนี้ ทําไม ไม่เสนอสัก ๔๕ คน ผมก็อยากจะเสนอบุคคลภายนอก คนนั้นก็อยากจะเสนอ บุคคลภายนอก คนนี้ก็อยากจะเสนอครูบาอาจารย์ คนนั้นอยากจะเสนอกรรมกร อยากเสนอชาวนา อยากเสนอนักเรียน นักศึกษา อยากเสนอไปเรื่อยเป๋ือย หาที่สิ้นสุด ไม่ได้ แต่ถ้าแนวของผมแล้ว ไม่ต้องเสนออะไร จบ พอแล้วครับ ตอนนี้มีแต่หน้าที่เร่งรีบ ไปทำงานนั่นแหละครับ แล้วท่านมอบภารกิจอย่างนี้จะไม่ง่ายกว่าหรือท่าน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ขอบพระคุณครับ คือสิ่งที่ท่านการุณพูดนี่นะครับ จริง ๆ แล้วจะเปึนอย่างท่านการุณ ก็ได้นะครับ หรือเปึนอย่างท่านเสนอท่านอื่นอย่างไรก็ได้นะครับ เพียงแต่ว่า ในกิจการ สภาประชุมกันแล้วนี่นะครับ ก็ได้ตกลงกันว่า คณะกรรมการที่จะมาทำหน้าที่ตรงนี้ เปึ้นไปตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญก็ได้อภิปราย ในที่ประชุมแห่งนี้ บอกว่า ให้มีคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง ถ้าหากว่าที่ประชุมแห่งนี้ เจตนาจะให้กรรมาธิการกิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญเปึนคนทําหน้าที่ตรงนี้นะครับ ก็จะต้องกำหนดไว้ตรงนั้นตั้งแต่แรกไปแล้ว แต่ที่ประชุมแห่งนี้บอกว่า ให้ไปหารือกันว่า ชุดที่จะมาทำการเผยแพร่นี่น่าจะเปึนใคร ซึ่งในกิจการสภานี่นะครับก็ได้ประชุมกัน แล้วว่า น่าจะมีขึ้นมาอีกสักคณะหนึ่งนะครับ โดยมีตัวแทนจากทุกกรรมาธิการ แล้วก็ มีทางส่วนของสำนักงานเลขาธิการ ตัวแทนคนหนึ่ง ก็จะได้ ๑๓ คนพอดี สิ่งที่ท่านการุณ อภิปรายนี่นะครับ เพื่อให้ท่านสมาชิกได้เข้าใจตรงกัน ก็ไม่ได้อยู่นอกเหนือไปจากสิ่งที่ คณะกรรมาธิการกิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญได้เสนอเข้ามานะครับ ท่านดูนะครับว่า ให้กรรมาธิการชุดนี้มีอํานาจทําอะไรบ้าง ก็เหมือนกับที่ท่านการุณเสนอแหละครับ เมื่อกี้ ถ้าท่านอ่านละเอียดนี่ ท่านอาจจะไม่ต้องอภิปรายก็ได้ ข้อ ๓ นะครับ ติดต่อประสานงาน และมอบหมายให้คณะกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกคณะปฏิบัติให้เปึ้นไปตาม ประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญในเรื่องของหลักเกณฑ์ วิธีการว่าด้วยการเผยแพร่รัฐธรรมนูญ และออกเสียงประชามติ ก็คือให้ชุด ๆ นี้ประสานทุกคณะนะครับ แล้วประสาน ในส่วนของจังหวัดด้วยนะครับ กิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้มาทำหน้าที่ตรงนี้โดยตรง เพราะกรอบอํานาจหน้าที่นี่ไม่ได้ทําไว้ เราก็เลยต้องมาทํากันใหม่นะครับ สิ่งที่ท่าน อภิปรายนะครับ อยู่ในสิ่งที่กิจการสภาเขาเสนอมาทั้งหมด ก็เปึนการเห็นพ้องต้องกัน นะครับว่า จริง ๆ จะเอากิจการสภาก็ได้ แต่ในกิจการสภานี่พิจารณาแล้วว่า เออ น่าจะเปึนคณะใหม่นะครับ เพราะเปึนงานที่แตกต่างจากงานอื่น ๆ ที่เราเคยได้มอบหมาย กันไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ สิ่งที่ท่านการุณเสนอนี่นะครับ ก็ขอความกรุณา ให้เปึนไปตามที่กิจการสภาเสนอ เพราะเปึนการตกลงร่วมกันนะครับ ทุกคณะนี่ เขาร่วมกัน เห็นกันอย่างนี้นะครับ แล้วเราไม่เอาเสียงส่วนใหญ่ได้อย่างไร ขอความกรุณา นะครับ ถ้าหากว่าไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรง หรือไม่ได้เสียหายอะไรมากนะครับ แต่ดูแล้ว ไม่มีอะไรเสียหายนะครับ ก็ขอให้เปึนไปตามนี้นะครับ ท่านการุณครับ

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ ครับ ผมอยากถาม ถ้าอย่างนั้น ในจำนวน ๑๓ คนนี้นะครับ ที่อยู่ตามคณะกรรมาธิการวิสามัญ คณะหนึ่งนั้น ทั้ง ๑๓ คนนี้อยู่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญ เกือบหมดทุกคนแล้วไม่ใช่หรือ นี่ประการที่ ๑ ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ก็สามารถทำตามอำนาจหน้าที่ข้อ ๓ ที่ท่านว่า คือติดต่อ ประสานงาน และมอบหมายให้คณะกรรมาธิการอื่นช่วยทำ แล้วถ้าเปึ้นของ คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมบอกแล้วอย่างไรครับ ก็ทําหน้าที่ มอบหมายแบบเดียวกันกับข้อ ๓ นี้ไม่ได้หรือ ก็ได้อีก ถามอีก ท่านประธานครับ อำนาจหน้าที่ตั้งแต่หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ชุดที่ ๑ นี้ มันมีอํานาจอะไรที่กรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนเอาไว้บ้าง นอกจากมีบางข้อความ บางคำที่ผิดแปลก แตกต่าง คลาดเคลื่อนกันนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ข้อเท็จจริงคือ เต็มครบหมดเลย ท่านไปดูอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการกิจการสภา ร่างรัฐธรรมนูญสิ เต็มหมด ครบถ้วน อำนาจ ประสาน เชื่อมต่อ ติดต่อ ร้อยแก้ว ร้อยกร้อง ไปถึงกรรมาธิการ พี่น้องประชาชน จนกว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญจะทำหน้าที่เสร็จ และทำตามรัฐธรรมนูญ กิจการสภาร่างทำตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับจนครบถ้วนหมดเลยนะครับ ทําประสาน ทําเชื่อม ทําต่อ ทําร้อย ทําเรื่อง ท่านดูอํานาจหน้าที่แล้วกัน มันไม่เหลืออะไร อำนาจหน้าที่ที่นี่เหลืออยู่แล้ว และถ้าท่านมีมติให้ไป ให้ท่านทำ มันก็จบกัน ไม่ต้องมี กรรมาธิการ แล้วคณะต่าง ๆ เหล่านั้นอีกพันกว่าคน สองพันกว่าคนทั่วประเทศก็ทํากัน ลืมหูลืมตาไม่ขึ้นอยู่ทุกวันนี้ ที่สำคัญอีกอันหนึ่ง ท่านประธาน เจอปัญหา แม้แต่วันนี้ หลายท่านก็ตามที่ไปประชุมครับ วันนี้ท่านประชุมที่นี่ เมื่อเช้านี้กรรมาธิการภาคอีสาน พวกผมก็ต้องประชุมกรรมาธิการกัน และหลายท่านก็เปึนกรรมาธิการ ๒ คณะ ๓ คณะ ท่านตั้งคณะนี้อีก ไม่ทราบว่าแต่ละท่าน บางคนนี่ ๔ คณะ ๕ คณะกรรมาธิการ วิ่งกัน ตาเหลือก ตาค้าง จนบอกว่าจะประชุมพรุ่งนี้ หลายท่านบอกว่า โอ๊ย พรุ่งนี้ผมติดอีก ๒ คณะ อ้าว เห็นไหม แล้วท่านยังจะตั้งทําไมอีก ตัดทิ้งอย่างของผมว่าง่าย ๆ นี่ทําไม ของผมนี่ง่าย ประหยัดเงิน ผมเชื่อว่าประหยัดเงินนะ เฉพาะกรรมาธิการ ท่านลองดูสิ ค่าใช้จ่ายคณะกรรมาธิการ ๒ คณะนี้ จากวันนี้ไปถึงวันจบ หลายแสนนะ แต่ถ้าท่าน ไม่ต้องตั้งนะ ชั๊วะเดียว ให้กรรมาธิการวิสามัญกิจการที่ท่านเปึนประธานเอง นี่ผม ต้องการให้ท่านมีอำนาจมากด้วยซ้ำไป เห็นไหม กรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาร่างนี่ ท่านเปึนผู้มีอํานาจ ท่านเปึนประธานนะ ท่านก็ได้ทําอย่างเต็มกําลัง และท่านก็สั่ง มอบเลย พอมอบสภานี้ ตกลงมีมติมอบไป เห็นไหม งานก็ไปแล้ว

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เข้าใจแล้ว ท่านการุณครับ ขอบพระคุณครับ ท่านการุณพูดมีเหตุผลนะครับ คือ เดี๋ยวผม ชี้แจง คือ คงไม่ได้โต้เถียงกับท่านการุณ ๒ คนนะครับ เพียงแต่ว่า เปึ้นเรื่องของการพูด เพื่อทำความเข้าใจกันทั้งสภา คือ สิ่งที่ท่านการุณเปึนห่วงนี่นะครับ ก็คือ เรื่องสมาชิก คนหนึ่งอยู่หลายกรรมาธิการ แต่ถ้าดูรายชื่อนี่นะครับ ส่วนใหญ่ที่เสนอมานั้นไม่ได้อยู่ใน กิจการสภารายชื่อที่เสนอมาทั้งหมดนี่นะครับ ส่วนใหญ่ไม่ใช่ ท่านการุณเข้าใจผิด นะครับ ถามว่า ทำไมเสนอรายชื่อบุคคลเหล่านี้มา ก็เพราะว่า ในกิจการสภานี่นะครับ คนที่มาทำหน้าที่ในนั้นมีภารกิจึงานเยอะก็ทำไม่ไหว พอทำไม่ไหว คณะใหม่ที่ตั้งนี่ ก็ต้องเปึนคนอื่น ถามว่า คนอื่นที่จะประสานงานทุกจังหวัดนี่ ในกิจการสภามีตัวแทนของ กรรมาธิการภาคไหม ไม่มีนะครับ ไม่มี เพราะฉะนั้นเมื่อไม่มีในส่วนของภาค ภาคนี่คือ คนที่ค่อยประสานกับจังหวัดทั้ง ๗๖ จังหวัด ในคณะนี้ ถ้าหากว่าท่านดูนี่นะครับ พอรายชื่อนี่นะครับ ลำดับที่ ๑ ท่านสุรชัย ภาคกลางนี่นะครับ พลตำรวจโท ธรรมนิตย์ ภาคอีสาน ท่านอุทิศ ภาคใต้นะครับ แล้วก็ยังมีตัวแทนของภาคเหนือ ซึ่งประธานท่านเอง งานท่านเยอะ ท่านก็มอบให้ท่านวีนัสมาทำแทน เห็นไหมครับว่า คณะชุดนี้เปึ้น ชุดที่ท่านการุณห่วงว่า ถ้าไปอยู่คณะอื่น อ้าว กิจการสภาเขาก็ทำไม่ไหว เพราะงานเยอะ พอตั้งชุดนี้มานี่นะครับ ท่านที่มีเวลาก็มาช่วยกันทำชุดนี้ ถ้าไปเอาของกิจการสภานี่ มันก็คือคนเก่า ๆ ทั้งนั้น นี่คือคนใหม่ทั้งนั้นเลยนะครับ ท่านศิวะ แสงมณี ท่านอาจารย์ คมสัน ท่านวีนัส ท่านวุฒิสาร อาจารย์มานิจ สุขสมจิตร ท่านสมชัย ฤชุพันธุ์ ไม่ได้อยู่ใน กิจการสภาเลย มีบางท่านเท่านั้นเองนะครับ และท่านจุตินันท์ก็อยู่ประชาสัมพันธ์ แต่ก็ไม่ได้เข้ามาในกิจการสภา เพราะฉะนั้นเปึนคำตอบนะครับว่า ชุดนี้เปึ้นชุดที่ตั้งขึ้นมา เพื่อจะทำงานโดยเฉพาะ แล้วถ้าหากว่าท่านดูในกิจการงานนี่นะครับ ถ้าดูในอำนาจ หน้าที่นี่ ในการกำหนดนโยบายแนวทาง ยุทธศาสตร์ และวิธีการเผยแพร่ร่างนี่นะครับ พวกนี้คือต้องไปคิดแทน ต้องไปทำงานแทน ข้อ ๓ คือประสานกับทุกจังหวัด ทุกคณะ เพราะฉะนั้นในกิจการสภานี่ได้พยายามพิจารณาโดยละเอียด รอบคอบนะครับ ท่านการุณ อธิบายอย่างนี้พอเข้าใจได้นะครับ ถ้าอย่างนั้นผมว่า ท่านต้องเสนอ และให้มี สมาชิกรับรองนะครับ เปึนญัตติของท่านว่าท่านจะเปลี่ยนแปลงญัตติของคนอื่น ท่านพิเชียรครับ เชิญครับ

นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ นะครับ กระผมก็นั่งฟังทั้ง ๒ ท่านนี่ ผู้รู้นะครับ ปุจฉา วิสัชนากัน ในญัตตินี้มาระยะเวลาหนึ่ง กระผมคิดว่า ที่ท่านการุณเสนอนี้ ก็มีเหตุผลที่น่ารับฟังอยู่ นะครับ ก็ไม่ใช่ว่าท่านเสนอโดยไร้เหตุผล หรือว่าไม่มีน้ำหนักนะครับ กระผมก็นั่งฟังไป ฟังมา ก็เกิดข้อคิดขึ้นมาอีกประการหนึ่ง คือ ในอำนาจหน้าที่ ข้อที่ ๓ กระผมคิดว่า มันมีปัญหาอยู่เหมือนกันนะครับ นี่พูดกันตรง ๆ ในเชิงข้อกฎหมายนะครับว่า การที่กรรมาธิการคณะใหม่คณะนี้จะมีอำนาจในการมอบหมาย มอบหมายอำนาจหน้าที่ ให้คณะกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกคณะให้ปฏิบัติให้เปึ้นไปตามประกาศของ สภาร่างรัฐธรรมนูญ ตรงนี้นี่นะครับ ท่านประธานเสรีครับ กระผมยังไม่แน่ใจนะครับว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดใหม่นี้จะมีอำนาจตามกฎหมายเพียงพอหรือเปล่า ที่จะไปมอบหมายให้คณะกรรมาธิการคณะอื่น ๆ เข้าปฏิบัติตาม เพราะว่าโดยศักดิ์

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับท่าน มีครับ ผมบอกได้เลย ตอนนี้เอาจำนวนก่อนครับ ๑๓ ท่านนี่ ท่านเห็น เปึ้นอย่างอื่นไหม

นายพิเชียร์ อํานาจวรประเสริฐ

คือ เรื่องจํานวนนั่นก็เปึนเรื่องหนึ่งที่ได้ อภิปรายกัน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขัดข้องไหมครับ ขัดข้องไหม ท่านการุณบอกว่าอยากให้กิจการสภาเปึ่นคนทำ แต่กิจการสภาเขาก็เสนอคนอื่นที่ไม่ใช่กิจการสภา เอาให้ตรงประเด็นก่อน

นายพิเชียร์ อํานาจวรประเสริฐ

คือ ตรงประเด็นก็คือว่า ผมยังไม่แน่ใจ ในข้อกฎหมายว่า กรรมาธิการวิสามัญคณะใหม่ที่จะตั้งนี้ จะมีอำนาจที่จะไปมอบหมาย ให้คณะกรรมาธิการคณะอื่น ๆ ทุกคณะ อีก ๑๓ คณะนี่ ปฏิบัติในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพราะว่า มันจะเกี่ยวข้อง ๑. อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ๒. คือเรื่องการงบประมาณ แล้วก็ ๓. ยังเรื่องการรายงานอีกครับ อันนี้เท่ากับว่า จากข้อ ๓ นี่นะครับ คณะกรรมาธิการ ทุกคณะ ทั้ง ๑๓ คณะจะต้องมารายงานความคืบหน้าในการทำงาน ปัญหาและอุปสรรค์ รวมทั้งงบประมาณต่าง ๆ กับทางคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดใหม่นี้ใช่ไหมครับ ท่านประธาน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ คืออย่างที่เรียนนะครับว่า อยู่ที่อํานาจสภาจะมอบ หรือจะกําหนดอย่างไร เพราะกรรมาธิการคือส่วนหนึ่งของสภา ท่านครับ เอาหลักก่อนนะครับว่า ตอนนี้ ๑๓ ท่าน ที่เสนอโดยกิจการสภา นอกจากท่านการุณแล้วนะครับ

นายพิเชียร์ อํานาจวรประเสริฐ

คือ จํานวนนี่ได้อภิปรายกันไป ๒ ท่าน นะครับว่า อยากจะให้เพิ่มขึ้นนะครับท่านประธาน แต่ว่าตอนนี้ผมคิดว่า มันมีปัญหา ข้อกฎหมายอยู่

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ปัญหาเดี๋ยวค่อยว่ากันนะครับ เอาหลายปัญหามา ปัญหามันไปกันใหญ่

นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ

ครับ ท่านลองดูนะครับ เพราะว่า กรรมาธิการคณะใดคณะหนึ่งจะไปมอบหมายอำนาจหน้าที่ให้คณะกรรมาธิการคณะอื่น อีกตั้ง ๑๓ คณะปฏิบัติตาม แล้วจะต้องมารายงานให้ตนเองทราบนี่ ถือว่าคณะนี้ใหญ่ มากเลยนะครับท่านประธาน ต้องดูเข้ารายงานกันอีก

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

กรรมาธิการรายงานต่อสภาครับ ไม่ได้รายงานกันเองนะครับ

นายพิเชียร์ อํานาจวรประเสริฐ

อันนี้ท่านต้องดูให้ละเอียดนะครับ เพราะว่าข้อ ๓ นี่ เท่ากับว่ากรรมาธิการทั้ง ๑๓ คณะต้องมารายงานให้กรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

รายงานสภาครับ ท่านสุรชัย เชิญครับ

นายพิเชียร์ อํานาจวรประเสริฐ

ถ้ารายงานสภา ท่านต้องเขียนตรงนี้ ให้ชัดนะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวค่อยว่ากันครับ

นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ

อันนี้ประเด็นสําคัญนะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เอาทีละประเด็นนะครับ เอาจำนวนก่อนครับ ท่านสุรชัย เชิญครับ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

ขอบคุณครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ครับ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ก็กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ ก็ได้ฟัง การอภิปรายของท่านประธาน แล้วก็สมาชิกหลายท่านแล้ว ผมมีความเห็นอย่างนี้ครับว่า จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เราเข้าสู่การพิจารณาหลายครั้งแล้วนะครับ ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ขณะนี้ต้องกราบเรียนที่ประชุมอย่างนี้ครับว่า การพิจารณารายชื่อเพื่อตั้งกรรมาธิการ วิสามัญคณะนี้ เปึนไปตาม ข้อ ๖ ของประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการว่าด้วยการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และการออกเสียงประชามติ ๒๕๕๐ นะครับ เรื่องของความชอบ ไม่ชอบด้วยญัตติ เราผ่านไปแล้วนะครับ ก็กำลังอยู่ที่การพิจารณา รายชื่อ ๑๓ ท่าน ผมเองกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า เห็นด้วยกับจำนวน ๑๓ ท่าน ตามที่กิจการสภาได้เสนอมา แต่ขออนุญาตสงวนว่า ให้มีการแต่งตั้ง กรรมาธิการวิสามัญเพิ่มเติมได้ เนื่องจากว่า ยังมีบุคคลที่สมควรที่จะมาช่วยเหลืองานของ กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้อยู่ ส่วนประเด็นที่ว่ามีความจำเปึ้นอย่างไรในการตั้งกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ ก็อย่างที่ผมกราบเรียนว่า เปึนไปตามประกาศสภาร่าง ข้อ ๖ ส่วนประเด็น ที่ว่า ทำไมไม่ให้กรรมาธิการวิสามัญชุดกิจการสภาทำ ท่านประธานเองก็ชี้แจงเรียบร้อยแล้ว ในฐานะที่ท่านเองเปึนประธานกรรมาธิการชุดนั้นว่า ภารกิจของชุดกิจการสภาเยอะ จะทำไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นผมว่า ประเด็นนี้ น่าจะผ่านไปได้ ส่วนประเด็นที่บอกว่า เรื่องของกรอบอำนาจหน้าที่ ผมขออนุญาตผ่านไป กรอบอํานาจหน้าที่ทีเดียวเลยท่านประธาน ผมจะได้ไม่ต้องขออนุญาตขึ้นมาอภิปรายอีก เรื่องกรอบอำนาจหน้าที่นี้ โดยเฉพาะกรอบอำนาจหน้าที่ ในข้อ ๓ ที่ขออนุญาต ต้องเอ่ยนาม ท่านพิเชียร ติดใจเรื่องของการติดต่อประสานงาน และมอบหมายให้ กรรมาธิการคณะอื่นปฏิบัติหน้าที่นั้น ต้องขออนุญาตเรียนชี้แจงว่า ทั้งนี้ทั้งนั้นมันเปึ้นไป ตามวรรคสองของข้อ ๖ ของประกาศสภาร่างนะครับ ที่กำหนดให้กรรมาธิการที่จะทำ หน้าที่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านความเห็นชอบของสภาร่างรัฐธรรมนูญแล้ว จะต้อง เปึ้นกรรมาธิการที่ได้รับแต่งตั้งจากสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้เรากำลังพิจารณาอยู่ ตามวรรคแรก ในวรรคสอง บอก กรรมาธิการที่ได้รับแต่งตั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เปึนไปอย่างกว้างขวางและทั่วถึง อาจมอบหมายให้บุคคลหรือ คณะบุคคลคณะหนึ่งหรือหลายคณะดำเนินการในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ด้วยก็ได้ เพราะฉะนั้นอำนาจในการที่จะมอบหมายภารกิจต่อให้กับคณะบุคคล หรือกรรมาธิการ คณะอื่น ตามที่ปรากฏอยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ ในข้อ ๓ ก็ต้องขอนุญาตชี้แจงว่า มันเปึนไปตาม ข้อ ๖ วรรคสองของประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ได้กราบเรียน ที่ประชุมนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงสรุปว่า เห็นด้วยกับ ๑๓ รายชื่อ แต่ขออนุญาต สงวนว่า น่าจะมีการแต่งตั้งเพิ่มเติมในภายหลังได้ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ พอดีท่านวุฒิชาติจะเพิ่มเติม มีอะไรไหมครับ

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพครับ กระผม นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผมขออนุญาตอย่างนี้ครับ เพิ่มเติมที่ท่านสุรชัยสักครู่ คือจริง ๆ ใจผม อยากจะลุกขึ้นมาพูดประเด็นเดียวกับที่ท่านสุรชัยบอก แล้วก็มีข้อสังเกตอยู่เรื่อง นิดหนึ่ง ซึ่งผมค่อนข้างจะไม่สบายใจนะครับ เมื่อเช้าที่เรามีการประชุมกรรมาธิการ วิสามัญกิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญนี่นะครับ เพื่อนสมาชิกที่ทักท้วงในเรื่องข้อกฎหมาย ก็นั่งอยู่ในที่ประชุม ความจริงเขาน่าจะทําความเข้าใจ แล้วก็ให้จบในที่ประชุม คณะกรรมาธิการนะครับ ทําไมถึงมีความเห็นชอบให้ผ่านออกมานะครับ เปึนมติ แล้วก็มา ทักท้วงกันในที่ประชุมใหญ่ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจ และอีกเรื่องหนึ่ง ก็อย่างที่ท่านสุรชัยบอก นะครับว่า ทุกอย่างเปึ้นการทำตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในข้อ ๖ วรรคสอง นี่นะครับ คือในส่วนของกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาที่เรามีการประชุม แล้วก็ค่อนข้างจะถกกันหลายประเด็นนะครับ แล้วก็เห็นว่า ตอนนี้เราร่างรัฐธรรมนูญ อยู่ในระหว่างส่งนะครับ เพื่อขอความคิดเห็น เพื่อกลับมา เพราะฉะนั้นนี่นะครับ เราก็คงต้องรวบรวมสมาชิกจากกรรมาธิการหลาย ๆ คณะเข้ามาทำงานร่วมกัน เพื่อที่ว่า ในเรื่องของการมอบหมายหน้าที่นี่นะครับ บางครั้งเรามีกรรมาธิการ เช่น กรรมาธิการ ประชาสัมพันธ์อยู่ กรรมาธิการการมีส่วนร่วมนี่นะครับ เราก็จะมาดูว่าอันไหน ที่มันตรง แล้วเราไป กลับมาเราก็มีคุยกันด้วยเซ็นเตอร์ (Center) คือเอาเข้ามาคุยกันร่วม นะครับ คณะกรรมาธิการที่ได้รับแต่งตั้งนี่นะครับ จริง ๆ ในข้อ ๖ มันมีข้อความว่า ในการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญตามข้อ ๔ ให้คณะกรรมาธิการที่ได้รับการแต่งตั้ง จากสภาร่างรัฐธรรมนูญทำหน้าที่เผยแพร่ ก็คือหมายถึงว่า ก็เหมือนกับคณะกิจการสภา นี่นะครับ เพราะเราแต่งตั้งออกไปนะครับ ผมเชื่อว่า อํานาจหน้าที่ หรือว่าการครอบคลุม ในเรื่องของตัวบทกฎหมายนี่นะครับ คงมีครบถ้วนอยู่เรียบร้อยแล้วครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ คือท่านการุณครับ ยังติดใจไหมครับ ให้กิจการสภาทำอยู่ไหมครับ ผมว่ากิจการสภาเองเขายังบอกไม่ต้องทํา แล้วท่านจะบอกให้เขาทํา มันอย่างไรอยู่ นะครับ ติดใจอยู่ไหมครับ ถ้าผ่านได้ผ่านเถอะครับ ท่านการุณ

นายการุณ ใสงาม

ทําไมท่านถึงบีบคั้นจังเลยครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ไม่ได้บีบคั้น มันโดยเหตุโดยผลนะครับ

นายการุณ ใสงาม

ด้วยมิตรไมตรีนะครับท่านประธาน ท่านประธาน ก็อย่าโต้ตอบไปโต้ตอบมามากนัก เอาอย่างนี้ดีกว่า ท่านประธานที่เคารพครับ คืออย่างนี้ครับ ลำดับการพิจารณาการขอตั้งกรรมาธิการ อันนี้คือญัตติว่าด้วยเรื่อง การขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญนะครับ เพราะฉะนั้นลำดับพิจารณาขั้นต้นก็คือว่า ควรจะตั้ง หรือไม่ควรจะตั้ง อันนี้ข้อตั้งอย่างไร ต่อจากนั้น ที่ท่านประธานจะพยายามจะ เร่งเร้า ๑๓ คน เห็นด้วยไหม ใครไม่เห็นด้วย ๑๓ คนบ้าง นั่นมันลำดับที่ ๒ เมื่อตั้งแล้ว จึงจะบอกว่า ๑๓ หรือ ๑๕ หรือที่เสนอมา ๑๓ นี่เหมาะไหม หรือควรจะตัดออกเหลือ ๗ หรือควรจะ ๑๕ หรือควรจะ ๓๕ อย่างนี้เปึนต้น ท่านประธานจะพยายามเร่งรัดเอาลำดับที่ ๒ ขึ้นมาเปึนลำดับแรกอยู่เรื่อย ลำดับแรกก่อนสิท่านประธาน เพราะตอนนี้ขอตั้ง กรรมาธิการวิสามัญ ผมกําลังอภิปรายเรื่อง ไม่เห็นควรให้ตั้งตามที่ขอ ท่านประธานบอก ไหนผู้รับรองคุณการุณล่ะ มันจะไปต้องผู้รับรองอะไร ก็เปึนญัตติ ที่อภิปรายไม่เห็น ควร ต่อจากนั้นเมื่อมีผู้ไม่เห็นควร ทักท้วง ไม่เห็นด้วย

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เข้าใจแล้ว แล้วตกลงท่านจะเสนอว่า ยังติดใจไหมครับ ถ้าไม่ติดใจที่จะขอตั้ง หรือไม่ตั้ง นี่นะครับ

นายการุณ ใสงาม

ผมนี่ไม่เห็นควร แต่ทีนี้กําลังจะเพิ่มเติมอีก ยิ่งดูไปยิ่งเห็นข้อบกพร่อง คุณพิเชียรเสนอหลักการใหญ่นะเมื่อกี้ท่านประธาน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวค่อยว่ากันดีไหมครับ เอาประเด็นทีละประเด็น

นายการุณ ใสงาม

นี่คือประเด็นเรื่องขอตั้งแล้ว เพราะถ้าอํานาจหน้าที่ ผิดพลาด คลาดเคลื่อน ก็ตั้งไม่ได้ ขอตั้งอย่างไร ไม่ใช่เรื่อง ๑๓ ท่านประธาน ต้องเรื่อง ขอตั้งก่อน แล้วค่อยไปพูดเรื่อง ๑๓

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านการุณ คือเรียนท่านสักนิดหนึ่งนะครับ คือ จริง ๆ ไป ๆ มา ๆ มันก็ดูไม่ค่อย ดีเหมือนผมกับท่านมานั่งเถียงกัน จริง ๆ ที่ผมพูดเยอะไปหน่อย ก็เพราะว่า ผมไปเปึน ประธานกิจการสภานะครับ ก็เลยมีการจำเปึนกับการที่จะต้องชี้แจงให้กระจ่างชัด นะครับ ดังนั้น ก็เลยเหมือนกับจะพูดเยอะหน่อย แต่จำเปึ้นนะครับ ดังนั้น ตกลงคืออย่างนี้ แล้วในส่วนของกิจการสภาเขาเสนอมาเอง เขาเปึนคนเสนอรายงานมาว่า ขอให้มี การตั้งกรรมาธิการ และกรรมาธิการนั้นก็เสนอรายชื่อ เมื่อเสนอรายชื่อ ๑๓ คนแล้ว ก็ถามสมาชิก สมาชิกเห็นเปึนอย่างอื่นไหม ถ้าสมาชิกไม่เห็นเปึนอย่างอื่น ผมก็ต้องถาม แล้วตกลงท่านเห็นด้วยกับ ๑๓ คนไหม เพราะกิจการสภาเขาเสนอมาแบบนี้ จะไปย้อนกลับหาสิ่งที่ท่านเสนอคนเดียว ฝ์ายเดียว มันไม่ได้ เพราะข้อบังคับก็บอก อยู่แล้วว่า ญัตติเวลาจะถาม ใครเสนอก่อนก็เอาคนนั้นเปึนหลัก ใช่ไหมครับ จะไปเอา ของท่านเปึนหลักได้อย่างไร เพราะฉะนั้นกิจการสภาเขาเสนอ ๑๓ คน ท่านเห็นด้วยไหม ผมก็ต้องถามอย่างนี้ ถูกแล้วนะครับ ท่านอยู่ในสภามานานแล้วนะครับ ก็รู้รายละเอียด ขั้นตอนอยู่ชัดเจน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมพูดนี่ไม่ผิดหรอก

นายการุณ ใสงาม

เอาล่ะ ท่านประธาน ถ้าอย่างนั้น ผมก็นึกไม่ถึงว่า สภานี้ระหว่างข้างบนกับข้างล่างจะโต้เถียงกัน ที่จริงท่านประธานบอกว่า ท่านเปึนกิจการ อะไรก็ตามของเขานี้ พออะไรมีทับซ้อนนิดหน่อย มันจะมีปัญหาอย่างนี้ เอาอย่างนี้ ท่านประธานครับ หลักการว่าด้วยเรื่องการขอตั้งกรรมาธิการนี่นะ ท่านประธานจะต้องให้ พูดเรื่องเห็นควรตั้ง หรือไม่ควรตั้งก่อน คุณพิเชียรได้เสนอหลักการ ที่ผมก็ไม่ได้ดู ให้ละเอียดไป นี่เรื่องสำคัญนะครับ กรรมาธิการสามัญ กรรมาธิการวิสามัญที่ตั้ง ตามข้อบังคับ และตามรัฐธรรมนูญ มีศักดิ์เท่ากัน จะให้มีกรรมาธิการคณะหนึ่ง เปึ้นกรรมาธิการผู้บังคับบัญชาไม่ได้ ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะทํา ก่อนที่จะทํา ที่จริงอันนี้เปึนข้อ ๒ ด้วยซ้ำไปนะ ข้อ ๑ ต้องถามหลักการว่า จะตั้ง หรือไม่ตั้งก่อน แต่ท่ามกลางการพิจารณาเรื่องตั้ง หรือไม่ตั้งนี่ ต้องดูอำนาจหน้าที่ด้วยให้ละเอียด แต่อํานาจหน้าที่นี้ท่านประธานดูสิ ท่านประธานดูใจเย็น ๆ ช้า ๆ ครับ ทําไม่ได้นะครับ ติดต่อประสานงาน อันนี้ได้ และมอบหมายให้คณะกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญ อันนี้ไม่ได้ครับ ให้คณะกรรมาธิการนี้มอบหมายให้ ไม่ได้ครับ ต้องสภามอบหมาย เพราะฉะนั้นอํานาจหน้าที่ในส่วนที่มอบหมายให้คณะกรรมาธิการคณะอื่นทํา หรืออะไรก็ตามนี่นะครับ ทำไม่ได้ครับ คณะกรรมาธิการชุดนี้ไม่ใช่คณะกรรมาธิการ ผู้บังคับบัญชานะครับ ไม่ใช่ ถ้าท่านจะมอบหมาย ต้องใช้สภานี้เปึ้นคนมอบหมาย แต่ถ้าคณะกรรมาธิการชุดนี้ตั้งอนุกรรมาธิการ กรรมาธิการนี้มอบหมายให้ อนุกรรมาธิการ ทําได้ มันเปึนศักดิ์ตามลําดับนะครับ ถ้าท่านจะทํานะครับ ท่านต้องปรับถ้อยคําส่วนนี้ ให้ประสานได้ แต่ถ้าจะมอบหมาย ท่านต้องขอมติสภานี้มอบหมายให้กรรมาธิการ ชุดอื่นทําครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ คือสิ่งที่ท่านสุรชัยพูดชัดเจนครับว่า มอบกันได้ตาม ข้อ ๖ วรรคสอง นะครับ

นายการุณ ใสงาม

ผิดแล้วท่านประธาน ท่านดู ข้อ ๖ วรรคสอง ไม่มีเลยครับที่จะมอบให้กรรมาธิการชุดหนึ่งชุดใดนะครับ หรือกรรมาธิการชุดนี้ ให้มีอำนาจตาม ข้อ ๖ ที่บอกว่า ให้มอบหมายให้คณะกรรมาธิการชุดอื่นทำ ใช้คำว่า มอบหมายให้ ท่านประธานลองดูก็แล้วกัน มอบหมายให้บุคคลหรือคณะบุคคล แต่คณะบุคคลนั้นท่านอย่าให้กรรมาธิการชุดนี้มามอบหมายให้คณะกรรมาธิการชุดนั้น เพราะมันทําไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญ ศักดิ์ของกรรมาธิการมอบอย่างนั้นไม่ได้ ศักดิ์ของกรรมาธิการต้องสภานี้มอบให้กรรมาธิการ กรรมาธิการชุดนี้มอบให้คณะบุคคล คือใครครับ มอบให้อนุกรรมาธิการของตน บุคคลคือใครครับ บุคคลที่อยู่ภายใต้ กรรมาธิการชุดนี้ครับ ท่านครับ ท่านดูข้อบังคับให้ดี

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ เอาอย่างนี้ครับ เข้าใจแล้ว เพื่อให้ชัดเจน กระชับเข้านะครับ ผมจะถามมติสภาก่อน นะครับว่า เห็นควรให้ตั้งกรรมาธิการหรือไม่นะครับ

(นายเสรี สุวรรณภานนท์ (รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง) มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ผมขอถามที่ประชุมนะครับว่า ท่านสมาชิกเห็นควรให้ตั้งกรรมาธิการตามประกาศ สภาร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าเห็นควรให้ตั้งกรรมาธิการชุดดังกล่าวนะครับ ก็ให้กด เห็นด้วย

(นายการุณ ใสงาม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายการุณ ใสงาม

ก่อนถาม ขอประท้วงท่านประธานก่อน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านการุณครับ

นายการุณ ใสงาม

องค์ประชุมไม่ครบครับ ท่านประธานครับ ขอท้วงก่อน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

องค์ประชุมผมก็ดูแล้วมันครบนะครับ

นายการุณ ใสงาม

ผมนับตอนนี้ได้สามสิบกว่าคนเองครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คืออยู่รอบ ๆ ห้องนี่นะครับ ผมกำลังกดสัญญาณเรียกอยู่นะครับ

(นายเสรี สุวรรณภานนท์ (รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง) มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

มีสมาชิกที่อยู่ข้างนอก ก็เข้าห้องประชุมด้วยนะครับ ท่านสุนทรมีอะไรครับ เชิญครับ ในระหว่างรอสมาชิก เชิญท่านสุนทรครับ

นายสุนทร จันทร์รังสี

ขอบคุณท่านประธานที่เคารพ ผม สุนทร จันทร์รังสี สสร. ผมมีข้อจะเรียนถามนะครับ ไม่ใช่คัดค้านใครหรอก ผมอยากจะเรียน ถามว่า การตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ เห็นท่านบอกว่า มีอักษรกำหนดว่า ได้ดำเนินการ มานานแล้ว แล้วก็ได้เคยนำเข้ามาเมื่อปลายเดือนเมษา ท่านพูดเปึ้นทำนองว่า ทำมานาน เข้าหลายครั้งแล้ว แต่ขณะเดียวกัน ในย่อหน้าที่ ๒ ของเอกสารนี้ ท่านก็บอกว่า ในคราวประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญ สภาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันอังคารที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐ วันอังคารที่ ๘ พฤษภาคม ก็คือวันนี้ ผมขอเรียนถามท่านว่า วันนี้ท่านไปประชุมกันระหว่างเวลาเท่าไรถึงเท่าไรนะครับ ผมมีความคิดว่า การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เหมือนกับไม่ใช่เรื่องที่ คอขาดบาดตาย อะไรนัก แต่ก็ไม่ทราบว่า เหตุไรจึงกระทำกันอย่างลุกลี้ลุกลน และ เหมือนกับว่าทำแบบป่ดลับมาจู่โจมกัน จึงเรียนถามว่า ท่านประชุมกันเมื่อไร แล้วก็อย่างที่ว่า สิ่งที่เคยแย้งมาเมื่อขั้นแรกแล้วว่า ท่านจะให้ลงมติตั้งแต่รายงานนี้ ญัตตินี้ยังไม่มาถึงมือ ของสมาชิกเลย ตรงนี้เปึนข้อสงสัยว่า เหตุไรจึงต้องลุกลี้ลุกลนเช่นนี้ครับ ทั้ง ๆ ที่ท่าน บอกว่า ได้ทำกันมาหลายอาทิตย์แล้ว ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ท่านสุนทรครับ คือข้อที่ ๑ นี่นะครับ ผมว่าเราอยู่ในสภานี้ด้วยกัน แล้วเราก็ผู้ใหญ่ทั้งนั้น การใช้ถ้อยคำผมว่าต้องให้เกียรติกัน นี่คือข้อที่ ๑ คำว่า ลุกลี้ลุกลน นี่นะครับ เหมือนกับในสภาอื่น เวลาจะว่ากันนี่นะครับ พูดให้เสียหาย พูดให้คนเข้าใจผิด เราก็ใช้ถ้อยคำแบบนี้ ผมว่าเราผู้ใหญ่ กับการที่จะใช้ถ้อยคำถาม เพื่อความชัดเจนนี่ผมว่าไม่ยาก ที่ท่านถามว่า กิจการสภา ประชุมเมื่อไรนี่ ท่านลองถามตัวแทนในคณะของท่านทุกคน มีการประชุมอย่างเปึน ทางการในวันนี้ หลังจากที่ท่านประธานได้เป่ดประชุมแล้ว เราประชุมห้องกรรมาธิการ ห้องที่ ๔ ท่านพิเชียร์ก็เข้าไปนั่งประชุมด้วย ทุกคนนะครับ ทุกคณะเข้าไปนั่งประชุม ด้วยกัน ที่ประชุมด่วนในวันนี้ก็สืบเนื่องจากว่า ในการประชุมคราวก่อนของกิจการสภานี่ ประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แล้วมีการกำหนดเรื่องของกรรมาธิการ ในข้อ ๖ นี่นะครับ ตามประกาศนี่ ๒ ชุด แต่พอไปดูรายละเอียดแล้วนี่น่าจะทำงานไม่สะดวก เพราะไม่ได้ ประสานกับจังหวัดอื่น หรือคณะอื่น ๆ ด้วย ผมก็เลยเชิญสมาชิกนี่นะครับเข้าประชุม เมื่อเช้า ในระหว่างที่ท่านประธานอุทิศรายงาน ไม่ได้ลุกลี้ลุกลน ไม่ได้แอบทำ แต่เปึนการ เร่งทำงาน เพื่อให้ทันสู่ที่ประชุมวันนี้ เราจะได้ไม่ต้องไปเสียเวลาในสัปดาห์หน้า หรือวันต่อ ๆ ไป เพราะฉะนั้นท่านต้องทําความเข้าใจตรงนี้ว่า สมาชิกด้วยกันนี่ไม่แอบทํา อะไรกันหรอก ทำโดยชัดเจน ท่านพิเชียร์เอาประเด็นนี้ก่อนนะครับ เมื่อกี้ผมถามไว้แล้ว นะครับ

นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ นะครับ คือขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงนิดหนึ่งนะครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านรองประธานกรรมาธิการกิจการสภา ท่านก็ได้เอ่ยถึงผมไปครั้งหนึ่งแล้ว ผมก็นิ่งเงียบ ผมก็ไม่ได้ตอบอะไร คราวนี้ตัวท่านประธานเอง คือ ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ เอ่ยพาดพิงผมอีกเปึนครั้งที่ ๒ นี่นะครับ คือ ผมต้องขออนุญาตเรียนนะครับว่า เมื่อเช้านี้ ผมได้เข้าร่วมการประชุมกับท่านจริงครับ ก็ไม่มีปัญหาอะไร ผมก็เข้าร่วมประชุมกับท่าน ท่านเรียกประชุมกรรมาธิการกิจการสภาอย่างเร่งด่วน ซึ่งผมก็เพิ่งทราบจากเจ้าหน้าที่ ของสภา ซึ่งโทรหากระผมเมื่อวานนี้เองครับ ผมก็ไม่ทราบเรื่องนะครับ ท่านก็บอกว่า คงจะคุยเรื่องกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ผมก็เข้าไปฟังครับ เพื่อที่จะฟังดูว่าท่านคิดเห็น ประการใด แล้วก็ได้ฟังข้อคิดเห็นต่าง ๆ ของเพื่อนสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม ก็ไม่มีปัญหา อะไร แล้วโดยส่วนตัวของกระผมนี่ กระผมไม่ได้คัดค้านการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ชุดนี้เลย กระผมเห็นด้วยว่า ควรจะตั้งนะครับ แต่ว่าการจะตั้งนั้นก็ต้องทําให้ดี แล้วก็ทําให้ ทุกคน ทุกฝ์ายยอมรับ แล้วก็สบายใจ ซึ่งจนกระทั่งวินาทีนี้ผมก็ยังสนับสนุนให้ตั้งนะครับ ผมไม่ได้คัดค้านอะไรแต่อย่างใดเลย แล้วก็ไม่ควรเอาประเด็นของกระผมที่เข้าร่วมประชุม เมื่อเช้านี้มาพูดว่าผมเข้าร่วมประชุมแล้ว แต่ว่าการเข้าร่วมประชุมนั้น ก็มิได้ หมายความว่าผมจะเห็นด้วยกับเนื้อหาสาระทุกอย่าง แล้วก็ไม่ได้มีโอกาสที่จะพูดอะไรกัน มากมาย ในท้ายสุดนี้นะครับ กระผมก็ขออนุญาตเรียนนะครับว่า ผมมาเห็นอำนาจหน้าที่ ในข้อที่ ๓ นี่จริง ๆ แล้วก็เห็นว่า มันดูเหมือนว่า ในเชิงของข้อกฎหมายแล้วนี่ กระผมคิดว่า กรรมาธิการวิสามัญ หรือกรรมาธิการสามัญคณะหนึ่งคณะใดจะไปมอบหมายอํานาจ ให้กรรมาธิการของสภา ซึ่งมีศักดิ์และสิทธิเท่าเทียมกันนี่ ปฏิบัติเรื่องใดเรื่องหนึ่งนี่ อันนี้ ผมคิดว่า อาจจะมีปัญหาในข้อกฎหมายนะครับ ซึ่งผมท้วงติงนี่เปึ้นสิ่งที่ดีนะ ท่านประธาน แล้วก็ท่านกรรมาธิการทุกท่านควรจะรับฟัง แล้วก็นําไปปรับปรุง แก้ไข มิใช่ว่าผมท้วงติง ขึ้นมาเพื่อตีรวนอะไร ไม่ใช่เลย ผมไม่ต้องการใด ๆ ทั้งสิ้นท่านประธาน อันนี้ทำให้สมบูรณ์

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เข้าใจ

นายพิเชียร์ อํานาจวรประเสริฐ

แล้วก็จริง ๆ แล้วผู้ที่จะมอบหมายให้ได้ คือ ที่ประชุมใหญ่ของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านควรจะแก้ไขถ้อยคําตรงนี้ให้ดี เพราะว่า มันจะมีผลต่อการทำงานของกรรมาธิการชุดนี้

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้ท่านเสนออย่างไร

นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ

ครับ ก็ขออนุญาตเรียนเพียงเท่านี้ ล่ะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เพียงแต่ว่า ผมพูดถึงท่านพิเชียร เพราะว่าผมจะบอกท่านสุนทรว่า ท่านมีคนที่เข้าร่วม ประชุม พอดีเห็นท่านพิเชียรนั่งอยู่ตรงนี้ ก็เลยเอ่ยชื่อไป ไม่ได้นึกหรอกว่าท่านวุฒิชาติพูด อะไร ท่านเศวตครับ ยกมือนานแล้ว เชิญครับ

นายเศวต์ ทินกูล

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม เศวต์ ทินกูล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับผม ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนถามท่านประธาน ก่อน ช้าก่อนนะครับท่านประธาน เรื่องลงคะแนนนะครับ เพราะผมก็ยกมือช่วงนั้นแล้ว ท่านประธานก็ตัดบท คือ ผม งานเท่าที่มีอยู่ คณะกรรมาธิการเรา ๑๓ คณะนี่ มีงานที่ ครอบคลุมไปหมดแล้ว ผมดูนี่ขาดอย่างเดียว คือ เรื่องการรณรงค์เรื่องการรับ ร่างรัฐธรรมนูญนะครับ แค่นั้น สิ่งที่ขาดอยู่ คราวนี้ผมก็ไม่สงสัยหรอกครับ ถ้าจะเอา ตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อไปรณรงค์รับร่างรัฐธรรมนูญ เปึนหน้าที่ของพวกเรา สมาชิกสภา ร่างรัฐธรรมนูญทั้งสภานี่ต้องทํา ก็ตามโครงสร้างนี้ ก็ไม่ขัดข้อง แต่ผมขัดข้อง ในส่วนคณะกรรมาธิการคณะที่ ๒ ที่ไปประสานงาน ช่วยเหลือ สนับสนุนคณะกรรมการ การเลือกตั้งนะครับ คณะนี้ดูเหมือนว่า เปึนคณะยกร่างหลักเกณฑ์การออกเสียง ประชามติและการประชามติ ที่สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้ตั้งไปแล้ว โดยมี ท่านสวัสดิ์ โชติพานิช เปึนประธานคณะกรรมาธิการ และมีผมเปึนคณะกรรมาธิการอยู่ อำนาจหน้าที่ ได้เขียนไว้ชัดเจนแล้วครับว่า ประสานงานกรรมการการเลือกตั้ง ผมอดคิดไม่ได้ว่า ท่านประธานเสนอกันอย่างนี้นี่ จะปฏิวัติพวกผมหรืออย่างไร คือมอบให้ผมไปทําแล้ว แล้วก็จะมาตั้งซ้อนผม แล้วพวกผมจะไปอยู่ไหน ถ้าไม่ให้ผมอยู่ ผมจะกลับไปนอน ไม่ทําก็ได้ผมไม่ขัดข้องอะไรนะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ คุณเศวตครับ เดี๋ยว กำลังพูดถึงคณะแรกก่อนนะครับ เดี๋ยวคณะสองท่านค่อยพูด อีกทีนะครับ

นายเศวต ทินกูล

ได้ ไม่ขัดข้องครับ คณะแรกผมไม่ขัดข้องครับ เชิญเลยครับผม

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ เมื่อกี้ที่ถามไว้นะครับ

(นายเสรี สุวรรณภานนท์ (รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง) มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ผมขอถามสมาชิกว่า ถ้าท่านเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการกิจการสภาที่เสนอ ตั้งคณะกรรมาธิการ ตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ ให้กด เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วย กับการตั้งคณะกรรมาธิการดังกล่าว ให้กด ไม่เห็นด้วย ครับ เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ลง มีไหมครับ เจ้าหน้าที่ช่วยดูด้วยครับ มีท่านใดยังไม่ลงอีก มีไหมครับ ไม่มีนะครับ ลงครบถ้วนนะครับ อาจารย์ดวงสุดาครับ ได้ไหมครับ ถ้าไม่ได้เดี๋ยวท่านขาน คะแนนเอา อาจารย์ดวงสุดายังไม่ได้ลงนะครับ ท่านอื่นมีท่านใดไหมครับ ยังไม่ลงครับ อาจารย์วิชัยครับ ท่านศิวะครับ ๓ ท่านนะครับ อย่างนั้นผมรวมคะแนนเลยนะครับ และเดี๋ยวท่านค่อยขานคะแนนเอาครับ เชิญเจ้าหน้าที่รวมคะแนนก่อนครับ ท่านอาจารย์ ดวงสุดา ท่านลงหรือยังครับ ลงแล้วนะ ท่านศิวะกับอาจารย์วิชัยลงหรือยังครับ ยังนะครับ เจ้าหน้าที่รวมคะแนนครับ ขอทราบผลคะแนนด้วยครับ เห็นด้วย ให้ตั้งคณะกรรมาธิการ ๔๑ ท่านนะครับ ไม่เห็นด้วย ๑๒ งดออกเสียง ๑ ไม่ลงคะแนน ๑ นะครับ ท่านอาจารย์วิชัย

นายวิชัย รูปขําดี

เห็นด้วยครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เห็นด้วยนะครับ ท่านศิวะครับ

นายศิวะ แสงมณี

เห็นด้วยครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เพิ่มอีก ๒ คะแนนนะครับ เห็นด้วย

ผมถามต่อเลยนะครับ คณะกรรมาธิการกิจการสภาเสนอจำนวนกรรมาธิการ ที่ตั้งขึ้นใหม่ดังกล่าวนี้ ๑๓ ท่าน มีท่านสมาชิกเสนอว่า ให้กรรมาธิการกิจการสภา เปึ้นผู้ดำเนินการ ผมขอถามสมาชิกนะครับว่า เห็นด้วยกับให้มีการตั้งกรรมาธิการ ชุดดังกล่าว ๑๓ คน ให้กด เห็นด้วย ถ้าหากว่าเปึนชุดอื่นก็แล้วกันนะครับ เปึนชุดอื่น หรือกิจการสภาให้กด ไม่เห็นด้วย ขอเชิญท่านสมาชิกลงคะแนนครับ อาจารย์มีอะไรครับ กดไม่ได้หรือครับ

ศาสตราจารย์จรัส สุวรรณมาลา

ท่านประธาน ผมเพียงแต่อยากจะให้ ท่านประธานบอกประเด็นให้ชัดอีกทีครับ พอดีผมไม่เข้าใจครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ กรรมาธิการกิจการสภาเสนอให้ตั้งกรรมาธิการตามเอกสารที่แจกนี่นะครับ ๑๓ คน ๑๓ ท่าน ถ้าท่านเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่เสนอมา ให้กดปุ์ม เห็นด้วย นะครับ ถ้าหากว่า เห็นเปึนอย่างอื่น หรือเห็นตามที่ท่านการุณเสนอว่า ให้ผู้ที่ทำหน้าที่ดังกล่าว เปึ้นคณะกรรมาธิการกิจการสภาให้กด ไม่เห็นด้วย นะครับ

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธาน ๑๓ คนนี่ ผมไม่ท้วงนะ ผมท้วงเฉพาะ ไม่ควรตั้งกรรมาธิการ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เห็นท่านอภิปรายอยู่ตั้งนาน

นายการุณ ใสงาม

ตั้งนานคือ ไม่เห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการ แต่เรื่อง ๑๓ คน หรือไม่ ผมไม่ได้พูด

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ไม่ติดใจแล้วนะครับ

นายการุณ ใสงาม

ไม่ติดใจ คือผมไม่เห็นด้วยกับการตั้งอย่างไร เพราะไม่เห็นด้วยกับการตั้ง คือ ต้องไม่มีเลย

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ผมถามรวมทั้งหมดนะครับ มีท่านอื่นก็อภิปราย ท่านเอาอย่างนี้ ผมถามอีกทีหนึ่งแล้วกัน นะครับ กรรมาธิการกิจการสภาเสนอ ๑๓ ท่าน ตามรายชื่อที่ส่งให้ท่านไปแล้วนะครับ มี ท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่น มีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ ไม่มี อย่างนั้นผ่านประเด็นนี้นะครับ ส่วนอํานาจหน้าที่นี่นะครับ เมื่อกี้ มีสมาชิกติดใจ อยู่ในข้อ ๓ นะครับ ว่า มอบหมายให้ได้ หรือไม่ได้ ซึ่งจริง ๆ ในความ กระจ่างนี่นะครับ มันอยู่ที่สภาเรานี่จะมอบ หรือกําหนดอํานาจดังกล่าวนี้หรือไม่ ท่านยัง ติดใจอยู่ไหมครับ ท่านพิเชียรครับ ยังติดใจอยู่ไหมครับ

นายพิเชียร์ อํานาจวรประเสริฐ

ยังติดใจอยู่ครับท่านประธาน เพราะว่า ถ้าท่านเขียนอย่างนี้

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านติดใจนี่จะขอแก้เปึ้นอะไรครับ

นายพิเชียร์ อํานาจวรประเสริฐ

คือ ถ้าท่านเขียนอย่างนี้ ผมคิดว่า ในทางกฎหมายจะมีผู้มาโต้แย้งได้ เพราะว่ากรรมาธิการซึ่งมีศักดิ์และศรีเท่ากันนี่ การที่จะไปมอบหมายอำนาจให้กรรมาธิการคณะอื่นทุกคณะปฏิบัติงานอะไรต่าง ๆ นี่ มันจะมีปัญหาในข้อกฎหมาย เพราะฉะนั้นท่านก็ลองช่วยดูก็แล้วกันว่า จะเขียนอย่างไร คือ การมอบหมายอํานาจหน้าที่นี้ต้องให้สภาใหญ่เปึ้นผู้มอบนะครับ ท่านจะเขียนอย่างไร ว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ได้รับมอบอำนาจหน้าที่จากสภาใหญ่ แล้วสภาใหญ่นี่ได้ มีมติที่จะให้คณะกรรมาธิการอื่น ๆ ทุกคณะนี่ให้ประสานนะครับ แล้วตรงนี้ท่านต้องระบุ ให้ชัดด้วยนะครับว่า การรายงานนี่จะรายงานอย่างไร คือกรรมาธิการอีก ๑๓ คณะนี่ ให้รายงานกับกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ หรือว่าจะให้รายงานกับสภาใหญ่ อันนี้ต้องเขียน ให้ชัดนะครับ เพราะไม่อย่างนั้น พอทำ ๆ ไปแล้วมันจะมีปัญหาว่า รายงานใคร อย่างไร เพราะไม่อย่างนั้นแล้วทํา ๆ ไปแล้ว เดี๋ยวสะเป๊ะสะปะหมดครับ ท่านประธานครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ คือ รายงานนี่นะครับ ถ้าจะรายงานก็ต้องรายงานกับสภาใหญ่อยู่แล้ว เพราะกรรมาธิการเปึนของสภา ส่วนการประสานงานนี่มีอยู่แล้ว ท่านดูสิครับ ประสานงาน และมอบหมายให้คณะกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกคณะปฏิบัติ ให้เปึ้นไปตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ ก็คือ ชุดนี้จะผ่านข้อ ๒ มาก่อน ข้อ ๒ นี่นะครับ ชุดนี้เขาจะไปกําหนดนโยบาย วางแนวทาง วางยุทธศาสตร์ วางวิธีการ คือเขาไปคิด แทนให้นะครับ ถ้าไปคิดแทนแล้วนี่ ท่านต้องช่วยคิดนะครับ พอคิดแทนแล้วนี่ จะให้พวก คณะอื่น ๆ ที่เขาทำอยู่แล้วนี่ ท่านจะใช้ถ้อยคำอะไร เจตนาที่ท่านการุณพูดเมื่อกี้นี้นะครับ บอกว่า ให้คณะอื่นเข้ามาช่วยงานแต่ละคณะนี่ แล้วท่านจะประสานอย่างไร ท่านก็ต้อง ช่วยคิด ช่วยเสนอ เพราะกิจการสภานี่เขาเห็นว่าเขาทำได้ ให้มอบกันได้ เขาคิดแล้ว เขามอบหมายกำหนดให้นะครับ ท่านการุณเชิญครับ

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่ใช่ว่ากิจการสภา คิดได้ ทำได้ แล้วคิดว่าถูก ไม่ใช่นะครับ บางทีก็ไม่ถูกก็ได้ เราก็มาช่วยกันตบกันแต่ง เอาล่ะ เมื่อผมแพ้มติว่าด้วยเรื่องการตั้งแล้ว ก็ตั้งไป แต่ตอนนี้จะมาช่วยท่าน ข้อ ๓ ท่านใช้ คําว่า มอบหมาย ไม่ได้ ท่านต้องตัดคํานี้ออก เพราะฉะนั้นข้อ ๓ จึงยังคงมีเหลือเพียงแค่ ติดต่อประสานงานกับ ท่านเติมคำว่า กับ พอแล้ว คำว่า และมอบหมายให้ เอาออกเสีย คำใหม่ก็จะได้เปึนว่า ติดต่อประสานงานกับคณะกรรมาธิการของ สภาร่างรัฐธรรมนูญทุกคณะ ก็คือ หมายความว่าทั้งสามัญ ทั้งวิสามัญล่ะ จบความ แต่เพียงเท่านี้ เรื่องปฏิบัติให้เปึนไปตามประกาศรัฐธรรมนูญ อะไรต่าง ๆ พ.ศ. ๒๕๕๐ มันต้องทำทุกคณะอยู่แล้ว ประกาศของที่ท่านเขียนยาวเฟุ๋อยไปนี่สองบรรทัด สองบรรทัดครึ่ง หนึ่งคืบกว่านั่น มันมีอยู่ในประกาศของสภาร่างรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว และมีอยู่ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว และมีอยู่ในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้ว ที่พวกเราจะต้อง ทำตามนั้น ทำเพี้ยนจากนั้นไม่ได้ ผิด เหมือนกำลังจะทำผิดเพี้ยนไปจากอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมาธิการทั้งสามัญและวิสามัญ ตามข้อบังคับ และตามรัฐธรรมนูญที่จะไปให้ กรรมาธิการชุดใดชุดหนึ่งมีอำนาจไปมอบหมายให้คณะกรรมาธิการชุดอื่น ซึ่งมันผิดเพี้ยน รัฐธรรมนูญ มันต้องสภานี้เปึนคนมอบ สุดท้ายก็แต่ละกรรมาธิการเมื่อทํางานเสร็จ ก็ต้องมารายงานต่อสภานี้ ท่านเขียนสั้น ๆ แค่นี้ก็พอ ลอย ๆ เอาไว้ แต่ทั้งหมด งานลอย ๆ ทั้งหมดนี้ มันมีอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการชุดอื่น ๆ อย่างครบถ้วนแล้ว ตั้งไปก็ตั้งไปอย่างนั้นล่ะครับ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ คือ ผมว่าต้องให้เกียรตินะครับ ถ้าที่ประชุมเขาเห็นว่าอย่างนี้แล้วนี่ ตั้งไปก็ตั้งไปนี่ มันก็เหมือนไปว่าคนอื่นเขา ท่านสมาชิกครับ ผมอยากให้ท่านสมาชิกดูข้อ ๖ นะครับ ดูข้อ ๖ ที่บอกว่า ให้คณะกรรมาธิการ บรรทัดเกือบสุดท้าย อาจมอบหมายให้บุคคล หรือคณะบุคคลคณะหนึ่งหรือหลายคณะ ดำเนินในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ด้วยก็ได้ คือ ในส่วนนี้ผมเข้าใจว่า คณะบุคคลนี่นะครับ คือรวมหมดนะครับ กรรมาธิการก็คือ คณะบุคคล เพียงแต่ว่าเรียกชื่อมาเท่านั้นเอง ตั้งชื่อว่าเปึ้นของสภา ก็เรียก กรรมาธิการ กรรมาธิการ ตามพจนานุกรมก็หมายความว่า คณะ ก็ความหมายเหมือนกัน เพียงแต่เรา เรียกชื่อให้มันต่างกันเท่านั้นเอง ก็เลยปรึกษาท่านสมาชิกว่า การมอบหมายดังกล่าว มันก็เปึนไปตามประกาศนะครับ ก็อยู่ที่สภาเรานี่แหละครับจะเปึนคนกําหนดว่า จะให้ทํา หน้าที่อะไรได้บ้างนะครับ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกไม่เห็นด้วย ท่านจะเห็นอย่างไร เชิญครับ

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพ เพื่อนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผม นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร เพื่อความสบายใจของเพื่อนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญท่านครับ ในข้อที่ ๓ ถ้าเราจะ เพิ่มเติมข้อความในบรรทัดสุดท้ายเลย การติดต่อประสานงาน มอบหมาย และติดตาม คณะกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกคณะ เพื่อปฏิบัติให้เปึ้นไปตามประกาศ สภาร่างรัฐธรรมนูญ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ตามที่สภาร่างรัฐธรรมนูญมอบหมาย ได้ไหมครับ ชัดเจนว่าเปึนหน้าที่ของสภาไปเลย ถ้าอย่างนั้น จริง ๆ มันไปอยู่ในข้อที่ ๕ อยู่แล้วว่า มันก็ต้องเปึนไปตามที่สภาร่างรัฐธรรมนูญมอบหมาย แต่ผมว่าเพื่อความ สบายใจ ถ้าจะเอาตรงนี้ใส่เข้าไปเสีย ก็คือพูดง่าย ๆ ว่า

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เติมข้อความว่า ให้สภามอบหมาย

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมาธิการ

ครับ เปึนการมอบหมาย จากสภา จะได้ไม่ต้องมานั่งดูกันว่า เอ๊ะ กรรมาธิการมอบกันเองได้ไหม อะไรนี่ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านสมาชิกยังติดใจไหมครับ ถ้าแก้ตามนี้ ก็น่าจะรับกันได้นะครับ ขอบพระคุณ ทุกท่านนะครับ

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธาน ผม การุณ นะครับ ไม่ใช่อยากจะต่อล้อ ต่อเถียงอะไรนัก ทำไมท่านไม่ทำแบบง่าย ๆ ของผม ท่านจะไปพรรณนาความในอำนาจ หน้าที่ เอาข้อบังคับมาเขียนทําไม เพราะฉะนั้นในข้อบังคับการประชุมมันจะมีอีก เยอะแยะที่ท่านจะเอามาเขียน ถ้าอย่างนั้น ก็ท่านตัดออกอย่างที่ผมว่านี่ ถ้อยคำพลความ ทั้งหลายนี่นะครับออกไป แล้วตัดคำว่า มอบหมาย ออกไป ให้ว่าด้วยเรื่องของ การประสานงาน เหมือนกับกิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญประสานงานกับพวกเราทุกครั้งนั้น ทำอย่างนั้น แล้วแต่ละกรรมาธิการเขาก็มีอํานาจหน้าที่ แล้วเขาก็มีภารกิจตามข้อบังคับ ต่าง ๆ ตามกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ต่ามประกาศของสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ท่านกำลังใช้ข้อ ๖ ข้อ ๘ วรรคสองนี่แหละ เหมือนกันหมด ท่านไปเอาข้อบังคับเหล่านั้นมาบรรจุไว้อยู่ในนี้ ให้มันรุ่มร่ามทําไม เปึนพลความท่าน ตัดอย่างของผมทํานี่ง่าย ๆ ทําไมท่านยังจะไปดื้อ อย่างนั้นอีก

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คือผมเข้าใจ กรรมาธิการเขาต้องการจะเชื่อมโยงให้เห็นนะครับว่า กรรมาธิการชุดนี้ มีอํานาจหน้าที่ตามประกาศ ถ้าท่านไม่ใส่ไว้เลย มันก็เหมือนกับไปมอบทั่วไปนะครับ เขาก็ใส่มาว่า ที่จะมอบนี่นะ หรือจะทํางานนี้ ก็ให้เปึนไปตามประกาศนะครับ ท่านก็ยอม เขาบ้างไม่ได้หรือครับ

นายการุณ ใสงาม

ชื่อกรรมาธิการชุดนี้ เขาเปึนชื่อที่บอกแล้วว่า ตั้งตามนี้ เพื่อทำหน้าที่ตามประกาศที่ว่านี้ และตามข้อบังคับข้อ ๖ อะไรต่าง ๆ ก็บอก จนละเอียด จนครบแล้ว ทำไมท่านจะต้องไปพรรณนาเอาเนื้อหาสาระของข้อประกาศนั้น มาใส่อยู่ตรงนี้ เติมให้มันเสียความ และให้คนสงสัยว่า เฮ้ย กรรมาธิการนี้มันเปึน ผู้บังคับบัญชาของกรรมาธิการชุดอื่นหรือ ทําทําไมท่านอย่างนี้ ซึ่งมันขัดรัฐธรรมนูญ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านวุฒิชาติครับ เชิญครับ

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาร่างรัฐธรรมนูญครับ เพื่อนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ อย่างนี้ดีไหมครับ จริง ๆ ด้วยความเคารพนะครับ เพราะท่านอาวุโสทางการเมืองกว่าผมเยอะแยะมาก นะครับ สำหรับท่านการุณนะครับ ท่านต้องการตัดแล้วก็ใส่ข้อความใด ท่านลองอ่าน อีกสักครั้งได้ไหมครับ แล้วก็ผมอยากให้ที่สภาแห่งนี้เปึ้นคนตัดสินนะครับ โดยลงมติ ไปเลยแล้วกันครับ จริง ๆ เรามิได้มีความหมายว่าจะต้องไปเอาชนะคะค้านอะไรกับ ท่านการุณนะครับ แต่อย่างที่ท่านประธานบอกนะครับ คือ เราพยายามทำความเชื่อมโยง ให้เห็นนะครับ ด้วยอาจจะเปึนพรรษาทางการเมืองผมค่อนข้างอ่อนไปหน่อยนะครับ ความเข้าใจผมก็เลยอาจจะไม่ได้เท่าท่านนะครับ ด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ

นายการุณ ใสงาม

เอาล่ะครับท่านประธาน ท่านดูนะครับ นี่ของท่าน เองเลย ๑. ตั้งคณะกรรมาธิการ ท่านดูชื่อคณะกรรมาธิการสิ คณะกรรมาธิการวิสามัญ เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและประชาสัมพันธ์ ในวงเล็บ ท่านเห็นไหมครับ ตามประกาศ สภาร่างรัฐธรรมนูญ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ข้อ ๖ มันชัดยิ่งกว่าชัดครับ ทุกหมดทั้งฉบับเลย ทุกข้อด้วย มันละเอียดลออจนหมดถ้วนแล้ว ตามหลักวิธีการเขียนเขาไม่เอาตัวบุคคล มาใส่ก่อน เขาเอาอำนาจหน้าที่มาใส่ก่อน เพราะเวลาพิจารณาต้องเรียงลำดับพิจารณา คือ เอาอำนาจหน้าที่ที่อยู่ตรงข้างหลังของท่านตรงนี้ขึ้นมาใส่ต่อจากชื่อเรื่อง ชื่อกรรมาธิการ อำนาจหน้าที่อย่างนี้ และบุคคลก็จะเปึนเรียงตามลำดับท่านไป ทีนี้ท่านดู อ้าว แก้ นี่แก้ไว้ให้แล้ว ผมก็บอกแล้วบอกอีก ท่านดูนะครับ ตัดง่าย ๆ ท่านประธาน นี่ผมตัดไว้ให้ ข้อ ๓ ท่านดูเฉพาะข้อ ๓ ท่านประธานอย่ามาเล็งมองหน้าผม เดี๋ยวผม เสียสมาธิ ท่านประธานก็ไม่มีสมาธิดูด้วย ท่านดูพร้อมกันกับผมนี่ ติดต่อประสานงาน ท่านเห็นไหมครับ หยุดตรงนี้ คำว่า และมอบหมาย ที่มีปัญหานี่ และมอบหมายให้ มีปัญหาใช่ไหม ท่านตัดตัวนี้ทิ้ง เติมคำว่า กับ ก็จะได้ข้อความว่า ติดต่อประสานงานกับ คณะกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกคณะ จบความ นอกนั้นรายละเอียด ปฏิบัติ ตามรัฐธรรมนูญ ข้อ ว่าด้วยการร่างอะไรต่าง ๆ ยาวเฟุ๋อยเลยนั่น ไม่ต้องมี เพราะมันมีอยู่ ที่ชื่อของท่านแล้ว ที่ผมบอกตอนแรกอย่างไร มันรวมความหมดแล้ว เมื่อท่านสามารถ ประสานกับคณะกรรมาธิการ ทำหน้าที่ตามอำนาจหน้าที่ที่ว่า ให้ท่านมีอํานาจหน้าที่ ประสานกับคณะกรรมาธิการทุกคณะ คือทั้งสามัญ ทั้งวิสามัญได้แล้ว ท่านก็ทำตามข้อ ๖ ของท่าน ที่บอกว่า บุคคลหรือคณะบุคคล เห็นไหม ตามข้อ ๖ ของท่าน ที่ท่านมา ตั้งกรรมาธิการชุดนี้ เขาใช้คำว่า บุคคลหรือคณะบุคคล ได้ มันก็จบความรวมครบถ้วน แล้ว ผมคิดว่าของผมนี้ไม่มีปัญหาเรื่องการ เฮ้ย คุณเปึนผู้บังคับบัญชาผมหรือเปล่า และอย่าลืมนะ ท่านอย่ามาสั่งบังคับบัญชากรรมาธิการพวกผมนะ ไม่มอง จะบอกให้ เว้นแต่สภานี้จะสั่ง มีมติสั่งไป กรรมาธิการเราจะทําเต็มกําลัง ทุกคณะก็จะเปึ้นเหมือนกัน อย่างนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ปรึกษาท่านกรรมาธิการครับ ที่ท่านการุณเสนอพอรับได้ไหมครับ ถ้ารับได้ก็จะได้ผ่านไป

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตก่อนครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุรชัยครับ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

ระหว่างที่ท่านกรรมาธิการกิจการสภา กำลังปรึกษากัน ผมว่าเราใช้เวลาในเรื่องนี้มากพอสมควรนะครับ อยากจะเสนอแนวทาง ประนีประนอมอย่างนี้ครับ สำหรับประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้ คือ ประเด็นเรื่อง กรอบอำนาจหน้าที่ในข้อ ๓ ท่านการุณ ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ เสนอว่า ติดต่อประสานงานกับกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกคณะ กราบเรียนด้วยความ เคารพว่า ผมว่าถ้าเขียนแค่นี้มันไม่ชัดเจน ติดต่อประสานงานเรื่องอะไรครับ ถ้าผมจะขอ อนุญาตเพิ่มเติม เพื่อความชัดเจนนะครับ จากถ้อยคำที่ท่านการุณเสนอไว้ เปึ้นอย่างนี้ นะครับ ไม่ทราบว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น แล้วก็จะนําไปสู่ข้อยุติของการอภิปราย ในประเด็นนี้ได้หรือไม่ ผมขออนุญาตเพิ่มเติมเปึนถ้อยคำอย่างนี้นะครับ ติดต่อ ประสานงานกับกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกคณะ เพื่อให้ปฏิบัติเปึนไปตาม นโยบาย แนวทางยุทธศาสตร์ และวิธีการในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ก็คือล้อกรอบ อำนาจหน้าที่ในข้อ ๒ มาใส่ในข้อ ๓ ด้วย คือ ในข้อ ๒ ของท่านที่ท่านเสนอมานั้น ท่านกำหนดกรอบอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ไว้ว่า ในข้อ ๒ กำหนด นโยบาย แนวทางยุทธศาสตร์ และวิธีการในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ผมก็เห็นว่า ในเมื่อจะกำหนดให้คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้มีกรอบอำนาจหน้าที่ในการติดต่อ ประสานงานกับกรรมาธิการทุกคณะของสภาร่างรัฐธรรมนูญด้วยแล้ว ก็ควรจะเขียนให้ ชัดเจนว่า ติดต่อประสานงาน เพื่อให้คณะอื่น ๆ ได้ร่วมกันทำหน้าที่ให้เปึนไปตามนโยบาย แนวทาง ยุทธศาสตร์ และวิธีการที่กรรมาธิการชุดนี้ได้กําหนดขึ้น ก็จะทําให้เกิด ความชัดเจนขึ้นครับ อีกประเด็นหนึ่งที่จะขออนุญาตเสนอเพิ่มเติมไปในคราวเดียวกัน ก็คือ ในเรื่องของกรอบอํานาจหน้าที่ของข้อที่ ๕ นะครับ ข้อที่ ๕ ที่เขียนไว้ว่า ปฏิบัติหน้าที่ อื่นตามที่สภาร่างรัฐธรรมนูญมอบหมาย ผมขออนุญาตเพิ่มเติมเปึนว่า ปฏิบัติหน้าที่อื่น ตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และการออกเสียงประชามติ หรือที่สภาร่างรัฐธรรมนูญมอบหมาย เพื่อให้ได้ความ ครบถ้วนครับ กราบเรียนครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านการุณครับ ปรึกษา เปึนไปตามที่ท่านสุรชัยเสนอได้ไหมครับ ยังติดใจไหมครับ ท่านสุรชัยเสนอหาทางออก คือ ของท่านนี่ต้องยอมรับนะครับ ถ้าท่านเขียนแล้วมันสั้น เกินไป สั้นจนไม่เข้าใจว่า ประสานเรื่องอะไร จริงอย่างที่สมาชิกพูด เราก็ว่ากันด้วยเหตุผล นะครับ ท่านสุรชัยก็เสนอถ้อยคำใหม่ให้มันชัดเจนขึ้น พอได้นะครับ ท่านอาจารย์ กรรณิการ์ครับ

นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร

กราบเรียนท่านประธาน กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร ค่ะ ก็มีความเห็นอย่างนี้ท่านค่ะ เพื่อให้เกิดความเข้าใจยิ่งขึ้นนะคะ ข้อ ๓ ก็คือ ติดต่อประสานงานกับคณะกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกคณะ เพื่อดำเนินการตามข้อ ๑ และข้อ ๒ ข้างบนนะคะ คือก็จะได้ครอบคลุมทั้งหมดนะคะ ส่วนข้อที่ ๕ ก็คิดว่าเปึนไปตามนี้ค่ะ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

จริง ๆ ประสานมันไม่ใช่เฉพาะข้อ ๑ ข้อ ๒ นะครับ ประสานมันประสานหมดนั่นล่ะครับ จริง ๆ ข้อความเดิมนี่เขาก็ชัดเจนนะครับว่า ให้เปึนไปตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ ก็เข้าใจนะครับ ท่านไปเขียนบอกตัดมาก ตัดแล้วมันกระชับ กระชับจนไม่รู้เรื่องเลยครับ ตอนนี้ ท่านการุณพอไหวไหมครับที่ท่านสุรชัยเสนอนี่ เราใช้เวลานานเกินไปแล้วนี่ เราต้อง ช่วยกันนะครับ

นายการุณ ใสงาม

ขออนุญาตท่านประธาน ผมยังสงสัยอยู่ว่า เมื่อทำ การประสานแล้วนี่ คุณจะประสานนอกเรื่อง ไปประสานเรื่องอะไร ก็ชื่อคณะกรรมาธิการ ก็บอกชื่อเต็ม ๆ เลยครับ ผมว่าบางทีนะ แม้แต่จะไปเติม ประสานตามข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕ และตามข้อบังคับ และตามข้อบังคับการประชุม และตามรัฐธรรมนูญ จะเอาให้มันยาวอย่างนั้นทำไม มันเข้าใจแล้ว คุณจะไปประสานนอกเรื่องได้อย่างไร หน้าที่ของคุณตามชื่อคุณ ตามประกาศที่คุณขอตั้ง คุณทำนอกจากประกาศขอตั้ง คุณไป ทำได้อย่างไร คุณทำไม่ได้

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ที่ท่านสุรชัยเสนอไว้นี่พอรับได้ไหมครับ ถือว่าท่านไม่ติดใจแล้วนะครับ ท่านวุฒิชาติครับ เชิญครับ

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาร่าง รัฐธรรมนูญที่เคารพครับ กระผม นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ท่านครับ ตรงนี้ได้ไหมครับ เพื่อความสบายใจ ผมขอแก้ถ้อยความนิดเดียวนะครับ ติดต่อประสานงานกับ คณะกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกคณะ เพื่อปฏิบัติให้เปึ้นไปตามประกาศ คือตัด มอบหมายและติดตาม ออก ตรงนั้นนะครับ แล้วที่เหลือคงไว้อย่างเดิม ผมว่ามันค่อนข้างจะชัด คือจริง ๆ บางคนไม่ได้อ่านตรงนั้น คือบางคนก็จะมาดูว่า อำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการวิสามัญมีอะไรบ้าง อย่างนี้นะครับ และต้องไปนั่งดู ย้อนกลับไปหน้าแรกอีก ขอคงไว้ แต่ขอตัดตรงนี้ครับ มอบหมายและติดตาม ออกนะครับ เปึ้น การติดต่อประสานงานกับคณะกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกคณะ นะครับ แล้วนอกนั้นถ้อยความคงเดิม

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คงเดิมนะครับ ท่านสมาชิกเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ ท่านเกียรติชัยครับ

นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์

คืออย่างนี้ครับท่านประธาน ผม เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ สสร. ฟังมานานแล้ว รำคาญด้วย เรื่องแค่นี้ไม่จบสักที คือ เวลาเรา ตั้งคณะทำงานนี่มันต้องตั้งเพื่อให้เขาทํางานได้ การเขียนมันต้องมีอิมพลิเคชั่น (Implication) คือ คนทำงานมันไม่ได้ทำงานสำเร็จหรือได้ด้วยคนคนเดียว หรือ คณะเดียวหรอก มันต้องมีเครือข่ายในการทำงานด้วย การเขียนแค่ ประสานงาน ในเรื่องต่าง ๆ อิมพลาย (Imply) แต่เพียงว่า ประสานแล้วคุณมีหน้าที่ต้องทำตามนี้ จริง ๆ เรื่องนี้เปึ้นเรื่องเฉพาะกิจ เปึนภารกิจเฉพาะในเรื่องเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ร่างรัฐธรรมนูญ นี่เปึนภารกิจใหม่ที่เกิดขึ้น ซึ่งแม้ว่าจะมีบางคณะเปึนภารกิจโดยตรง เช่น คณะกรรมาธิการยกร่าง คณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ แต่เมื่อเปึนภารกิจรวม ซึ่งจะต้องร่วมกันเผยแพร่ ร่วมกันประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ มีคณะกรรมาธิการขึ้นมา ซึ่งจะต้องไปทําแผนยุทธศาสตร์ในการเผยแพร่ ในการประชาสัมพันธ์ให้คณะบุคคลต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมายไปเปึนเครือข่าย กลไกในการทำงาน ก็ต้องเขียนให้ชัด ถ้าเขียนทิ้งไว้ เพียงแต่ว่า คณะกรรมาธิการไปประสานงาน แล้วอิมพลายเอาว่า เขาจะไปทำงานตามที่ เขามีอยู่ ที่จริงแต่ละคณะมีแมนเดต (Mandate) เฉพาะตัวอยู่แล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นเปึนมา อย่างเช่น เรื่องการประชาสัมพันธ์ขณะนี้ พอไปถึง สื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ส่งไปถึง วิสามัญจังหวัดบอกว่า เขามีหน้าที่รับฟังความคิดเห็น ไม่มีหน้าที่ไปเอาสื่อเหล่านี้ไปนั่น มันเปึนเรื่องขึ้นมา มันถึงได้คั่งค้าง เปึนปัญหาในบางจังหวัดอยู่ เพราะฉะนั้นวิธีเขียนต้อง เขียนให้ ผมคิดว่า ของท่านสุรชัยชัดเจน ถูกต้อง ดีที่สุด ผสมผสาน กลมกลืน แล้วก็ ประนีประนอม ดีที่สุดแล้ว ผมคิดว่า ควรจะยอมรับได้ ต้องเขียนให้มันมีผลในทางปฏิบัติ ไปถึง ไม่ใช่เขียนทิ้งเอาไว้ แล้วไปตีความกันเองว่า ท่านมีหน้าที่ต้องไปทําตามที่ประสาน มานะ เพราะว่าบางที่เขาบอก เขามีหน้าที่เฉพาะของเขาอยู่แล้วไม่เกี่ยวกัน นี่เปึน ภาระใหม่ที่จะต้องช่วยกันประสานงาน ทำด้วยกัน ผมว่าของท่านสุรชัยดีที่สุดแล้วครับ ผมยอมรับอันของท่านสุรชัยมากกว่า ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านวุฒิชาติ กับท่านสุรชัย ลองจูน (Tune) เข้าหากันหน่อยได้ไหมครับ ท่านสุรชัย ลองเสนออีกทีได้ไหมครับ สมาชิกจะได้ทันกันนะครับ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

คือกราบเรียนท่านประธาน ขอบคุณครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า หลักคิดที่ผมเสนอไปสําหรับกรอบอํานาจหน้าที่ในข้อ ๓ ก็คือว่า ประการที่ ๑ ต้องการประนีประนอม เพื่อที่เราจะได้ผ่านไปสู่วาระต่อไปได้ ประการที่ ๒ ก็คือ เอาแนวคิดของท่านการุณมาใช้นะครับ ที่ท่านบอกว่า ไม่อยากให้มีการมอบหมาย เพราะศักดิ์ของกรรมาธิการทุกคณะเท่ากัน จริง ๆ โดยส่วนตัวยังไม่เห็นด้วยนะครับว่า มันไม่มีข้อห้ามอยู่ในข้อบังคับการประชุม ในเรื่องของการมอบหมายงานซึ่งกันและกัน ระหว่างกรรมาธิการแต่ละคณะ กับอีกประการหนึ่ง ถ้าเราศึกษาจากประกาศสภาร่างนี่ การที่กรรมาธิการวิสามัญคณะใหม่ที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้ จะมอบหมายงานให้ กรรมาธิการคณะอื่นทำนั้น ก็เปึนไปตามการมอบหมายของสภาร่าง ผ่านประกาศของ สภาร่างฉบับนี้นั่นเอง เพราะฉะนั้นไม่ได้หมายความว่า กรรมาธิการชุดนี้ใหญ่กว่า กรรมาธิการทุกชุด หรือชุดอื่น ๆ ของสภาร่างรัฐธรรมนูญแต่อย่างใดทั้งสิ้น การที่เรา เขียนกรอบ ผมเข้าใจว่า การที่กรรมาธิการกิจการสภาเขียนกรอบอำนาจหน้าที่ ในข้อ ๓ นั้น ก็โดยอาศัยอำนาจตามข้อ ๖ วรรคสอง ของประกาศสภาร่างนั่นเอง นั่นก็หมายความว่าสภาร่างให้อํานาจกรรมาธิการชุดนี้ที่จะมอบหมายให้กรรมาธิการ ชุดอื่น ๆ ในการที่จะปฏิบัติงานให้สอดคล้อง และให้เปึนไปตามนโยบายของกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ ในการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญได้นั่นเองนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็เลย ขออนุญาตเพิ่มเติมให้มีความชัดเจนในส่วนที่ เมื่อเราตัดคำว่า มอบหมาย ออก แต่ให้คงเหลือเฉพาะถ้อยคำ คำว่า ติดต่อประสานงาน ก็ต้องการความชัดเจนเท่านั้นครับ ท่านประธานครับว่า ประสานงานในเรื่องอะไร ก็คือประสานงานในเรื่องที่ให้กรรมาธิการ คณะอื่น ๆ ปฏิบัติงานให้เปึ้นไปตามนโยบาย ให้เปึนไปตามแนวทาง ให้เปึนไปตามยุทธศาสตร์ และวิธีการในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นจึงได้ล้อถ้อยคําของ ข้อ ๒ มาใช้ต่อท้ายถ้อยคำที่ท่านการุณได้เสนอ ส่วนที่ท่านกรรณิการ์เสนอว่า ให้เปึนไป ตามข้อ ๑ ข้อ ๒ นั้นนี่ ผมเห็นว่า มันยืดยาวเกินไปครับ ในเมื่อข้อ ๒ เราครอบคลุมถึง นโยบาย แนวทางยุทธศาสตร์ และวิธีการในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ อยู่แล้ว นั่นคือกระบวนการทั้งหมดในการที่กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้จะทำการเผยแพร่ ร่างรัฐธรรมนูญนั้น ในข้อ ๒ บอกว่า ให้ไปคิดนโยบาย ให้ไปคิดแนวทาง ให้ไปคิดวิธีการ ในการเผยแพร่ เพราะฉะนั้นทุกอย่างมันจะชัดเจนอยู่ในกรอบของนโยบายแนวทาง ยุทธศาสตร์ และวิธีการในการเผยแพร่ ผมถึงได้นําเสนอว่า เอามาเพิ่มในข้อ ๓ ซึ่งจะได้ ข้อความสำเร็จรูปเปึนว่า ติดต่อ ประสานงานกับคณะกรรมาธิการของสภาร่าง รัฐธรรมนูญทุกคณะให้ปฏิบัติตามนโยบาย แนวทาง ยุทธศาสตร์ และวิธีการในการ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ คือ เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ เพื่อให้ผสมผสานทั้งหมด ยาวไม่ต้องห่วงแล้ว ผมว่านะครับ ก็เติมไปให้มันครบไปให้หมดเลย ที่ท่านสุรชัยเสนอ แล้วข้อความ เพื่อปฏิบัติ ให้เปึนไปตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญเรื่องหลักเกณฑ์ ก็ครบหมดเลย แล้วไม่ต้อง ไปตีความแล้วนะครับ รวมกันหมดเลยได้ไหมครับ เอาของท่านสุรชัยมา แล้วก็รวมกับ ร่างของกรรมาธิการด้วย ยาวหน่อยไม่เปึนไรนะครับ เอาเปึนที่เข้าใจตรงกัน ได้ไหมครับ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

ไม่ขัดข้องครับ ท่านประธานครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

มีท่านสมาชิกเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ อย่างนั้นผมถือว่า เปึนมติที่ประชุมผ่านเรื่องนี้นะครับ ขอให้ท่านกรรมาธิการ รายงานต่อในกรรมาธิการชุดต่อไปครับ

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพครับ ส่วนคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อให้ข้อเสนอแนะ และประสาน ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนแก่คณะกรรมการ การเลือกตั้ง รวมทั้งติดตามให้มีการปฏิบัติตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และการออกเสียง ประชามติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการ ว่าด้วยการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ข้อ ๘ วรรคสอง จึงขอให้ที่ประชุมพิจารณาแต่งตั้งคณะบุคคลดังต่อไปนี้นะครับ ได้แก่ ๑. นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๒. นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง ๓. นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธาน สภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง ๔. นายสวัสดิ์ โชติพานิช ประธานคณะกรรมาธิการ ยกร่างหลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติ และการออกเสียงประชามติ ๕. นาวาอากาศตรี ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ๖. นายพิทูร พุ่มหิรัญ โดยให้คณะกรรมาธิการวิสามัญมีอำนาจหน้าที่ดังนี้ ๑.ให้ ข้อเสนอแนะประสานให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนแก่คณะกรรมการการเลือกตั้ง รวมทั้งติดตามให้มีการปฏิบัติตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ เรื่อง หลักเกณฑ์และ วิธีการว่าด้วยการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ๒. ติดต่อประสานงาน มอบหมาย และติดตามคณะกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ทุกคณะ เพื่อปฏิบัติให้เปึนไปตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ เรื่อง หลักเกณฑ์และ วิธีการว่าด้วยการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ๓. ตั้งคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมาธิการมอบหมาย ๕. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภาร่างรัฐธรรมนูญมอบหมาย

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ในชุดนี้ท่านสมาชิกมีความเห็นอย่างอื่นไหมครับ ท่านเศวตเชิญครับ

นายเศวต์ ทินกูล

ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน กระผม เศวต์ ทินกูล ครับผม ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตท่านประธานอ่านเอกสารคณะกรรมาธิการ ยกร่างหลักเกณฑ์วิธีการออกเสียงประชามติ และการออกเสียงประชามติ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ ๑. พิจารณากำหนดรูปแบบ แนวทาง และวิธีการในการยกร่างหลักเกณฑ์ วิธีการ ออกเสียงประชามติ และการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ๒. พิจารณาดำเนินการ ในการกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการในการออกเสียงประชามติ เพื่อบังคับใช้ในการออกเสียง ประชามติอย่างถูกต้อง เหมาะสม ๓. ดำเนินการ และควบคุมการจัดให้มีการออกเสียง ประชามติ โดยประสานงานกับคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและการ ประชามติ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ คณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟัง ความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำจังหวัด คณะกรรมการการเลือกตั้ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การออกเสียงประชามติเปึนไปด้วยความเรียบร้อย ๔. ดําเนินการอื่นตามที่สภาร่างรัฐธรรมนูญมีมติ จะเห็นได้ชัดว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้ คณะที่ ๑๑ นี่ ซึ่งมีท่านสวัสดิ์ โชติพานิช เปึนประธานนี่ มีหน้าที่ครอบคลุมแล้ว และการประกาศในประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้น เปึนการเขียนเพื่อครอบคลุมคณะนี้ ไม่ได้เปึนการบอกว่า ให้ไปตั้งใหม่นะครับ ท่านประธานครับ เพราะผมอยู่ที่นั่นด้วย เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานพิจารณาเรื่องนี้ดูก่อนครับผม

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านพิเชียรครับ ยกมือหรือเปล่าเมื่อกี้

นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ

ครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมคิดว่า เรื่องอำนาจหน้าที่ของคณะวิสามัญ ชุดที่ ๒ นี้ก็ดุจเดียวกับชุดแรกครับ ในข้อที่ ๒ นี่ ท่านก็ควรจะแก้ตรง มอบหมายให้ นี่นะครับ ก็ตัดออกไป เปึ้น ติดต่อประสานงานกับคณะกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกคณะ แล้วก็เติม คําว่า เพื่อ ลงไปนะครับ เพื่อปฏิบัติให้เปึ้นไปตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ เรื่องหลักเกณฑ์ นะครับ ถ้าเปึนอย่างนี้ก็รับได้ครับ ข้อที่ ๒ นะครับ ติดต่อประสานงาน และมอบหมายให้ ตัดคำว่า และมอบหมายให้ ออกไป แล้วเปลี่ยนเปึ้น กับ มันก็จะ สอดคล้องกับกรรมาธิการวิสามัญชุดแรกครับ เพราะว่าจะได้ไม่มีปัญหาในเรื่องของ การบังคับบัญชา หรือการรายงานต่อ หรือเรื่องปัญหางบประมาณ หรือแม้กระทั่ง เรื่องปัญหาข้อกฎหมายอื่น ๆ ที่อาจจะมีผู้ท้วงติงต่อไปในอนาคตนะครับ มันก็จะ ตัดปัญหาเหล่านั้นออกไปได้หมดสิ้นนะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คงไม่น่าขัดข้องครับ ว่าอย่างไรครับท่านวุฒิชาติ เชิญครับ

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมาธิการ

ท่านประธาน สภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพครับ กระผม นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ครับ ท่านประธานครับ ขอประทานอภัยที่จะต้องเอ่ยนามสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญท่านหนึ่งนะครับ คือคุณเศวต ทินกูล นะครับ คือตัวผมเองผมก็อยู่ ในคณะนี้ล่ะครับ คณะเดียวกับคุณเศวตนี่ ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ นะครับ ถ้าท่านเศวต่อ่านราชกิจจานะครับ ประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในข้อ ๘ นะครับ แล้วก็ดูรายชื่อของคณะกรรมาธิการนะครับ ซึ่งมีท่านสวัสดิ์ โชติพานิช ท่านก็ อยู่ในนี้นะครับ ตรงนี้เปรียบเสมือนบอร์ด (Board) ที่เราเข้าไปดู ไปประสานกับ กกต. เพราะอํานาจหน้าที่โดยตรงนี่นะครับ ตามรัฐธรรมนูญเขากําหนดให้เปึ้นอํานาจหน้าที่ ของสภาร่างรัฐธรรมนูญ แล้วเราไปมอบหมายให้ กกต. เปึ้นผู้ทําหน้าที่ ฉะนั้นบางสิ่ง บางอย่างในกรณีที่เกิดข้อขัดข้องนี่ เขาอาจจะตัดสินใจไม่ได้ เราก็เลยมีการกำหนดว่า จะเอาตัวบุคคล ซึ่งเปึนคณะผู้ใหญ่นะครับ แล้วก็กำหนดให้เล็ก ๆ นะครับ ในเรื่องของ การมีอำนาจในการตัดสินใจและประสานนี่นะครับ ดังรายชื่อที่ท่านเศวตก็เห็นอยู่นะครับ ของผมก็อยู่ตรงนี้นะครับ เราก็ประชุม แล้วก็ยกร่างหลักเกณฑ์อะไรต่าง ๆ นานาพวกนี้ เราก็ทํามาด้วยกัน เพราะฉะนั้นไม่มีใครแย่งนะครับ ไม่มีใครเอาอํานาจหน้าที่ท่านไป ท่านอย่าเพิ่งกลับไปนอนนะครับ ท่านอยู่ตรงนี้ก่อน ช่วยกันนะครับ เดี๋ยวองค์ประชุม มันจะไม่ครบนะครับ แล้วก็ในส่วนข้อสังเกตของท่านอาจารย์พิเชียรนะครับ ก็คงไม่น่า จะขัดข้องนะครับ เพราะมันจะสอดคล้องไปกับในสักครู่ตามข้อ ๖ วรรคสองนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ขอบพระคุณครับ ปรึกษาท่านเศวตครับ พอดีนั่งกับท่านสดศรี ท่านสดศรี ผมว่า ท่านพิจารณาดูให้ดี คณะนี้น่าจะเปึนประโยชน์กับท่านนะครับ เพราะว่า กกต. ให้ชุดนี้ ไปติดตามกับชุดที่ท่านทำอยู่ ติดตามนี่นะครับ อันนี้น่าจะพิจารณาได้ดีกว่านะครับ แล้วก็ผู้ใหญ่ของสภาก็คงไม่ทําอะไรที่จะเปึ้นปัญหานะครับ ท่านสดศรีพอรับได้ไหมครับ ถ้ารับได้ ผมดูแล้วมันน่าจะเปึนประโยชน์มากกว่า เชิญครับ

นางสดศรี สัตย์ธรรม

ประทานกราบเรียนท่านประธาน และกรรมาธิการ ทุกท่านค่ะ ดิฉันในฐานะที่เปึนหนึ่งใน กกต. นะคะ ทราบดีว่า งานที่ กกต. จะต้อง รับผิดชอบข้างหน้านี้เปึนงานที่สำคัญอย่างยิ่ง คือการออกเสียงประชามติ ซึ่งเปึนงานแรก ของ กกต. ที่จะต้องดำเนินการนะคะ แล้วก็ในส่วนที่ท่านตั้งมานี่ กกต. ก็เห็นว่า เท่าที่เรา รับได้ในส่วนนี้นะคะ คือ เปึนประธานเกือบทั้งหมด แล้วก็รวมทั้งท่านรองประธาน สสร. ด้วย ที่จะมาประสานงานกับ กกต. ในการดำเนินการทั้งหลาย แต่ตอนนี้อยากจะเรียนให้ ทราบว่า ในชุดที่ ๑๑ นี่นะคะท่าน ได้มีการตั้งอนุกรรมาธิการซ้อนเข้ามาอีก ๔ ภาค แล้วก็ดำเนินการในลักษณะเดียวกันในเรื่องนี้อีกนะคะ ซึ่งอยู่ในคณะกรรมาธิการยกร่าง หลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติ และการออกเสียงประชามติ อันนี้การที่มี คณะอนุกรรมาธิการซ้อนเข้ามา อันนี้จะมีปัญหาในการปฏิบัติงานว่า ในชุดที่ตั้งขึ้น ๖ ท่านนี่ จะประสานงานกับทางฝ์ายอนุกรรมาธิการที่ตั้งอยู่ ๔ ภาคหรือไม่ แค่ไหน เพียงไร อันนี้คงจะต้องให้ทางท่าน สสร. ทุกท่านพิจารณาด้วยเหมือนกันว่า การทำงาน อะไรก็ตาม ถ้ามีการซ้อนงานกันเข้าไปนะคะ จะมีปัญหากับการปฏิบัติงานของ กกต. เพราะว่าเรามีทางด้าน กกต. จังหวัดนะคะ แล้วก็ทางผู้อำนวยการ กกต. ทั้ง ๗๖ จังหวัดนี่ จะต้องรับฟังการดำเนินงานทุกอย่างของ กกต. แล้วก็จะต้องมาร่วมประสานงานกับทาง คณะกรรมาธิการที่ตั้งไว้นะคะ อันนี้ในการที่จะสั่งงานอะไรกันก็ตามนี่ อยากจะขอความ ชัดเจนของอนุกรรมาธิการชุดที่ตั้งขึ้น โดยที่ท่านสวัสดิ์เปึนประธานกรรมาธิการ กับชุดนี้ นะคะว่า จะมีการประสานงานได้กันแค่ไหน เพียงไรค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ เรียนท่านสดศรีนะครับว่า ส่วนชุดนี้ที่ตั้งนี่ไม่ได้เปึ้นผู้ปฏิบัตินะครับ คนที่ปฏิบัติ ก็คือ คณะกรรมาธิการเดิมของท่านนั่นแหละ แล้วท่านก็ไปตั้งอนุกรรมาธิการ ในคณะของท่านดำเนินการต่อไป ไม่ได้ติดขัดหรือขัดข้อง เพียงแต่เรียนตามตรงว่า ไม่อยากให้คนที่ไปประสานงานติดตามท่านมากเกินไป ถ้าเกิดมีคณะกรรมาธิการ แล้วไปตั้งอนุกรรมาธิการมาคอยติดตามงานของท่านนี่นะครับ ท่านจะทำงานลำบาก ชุดนี้ ก็พิจารณาโดยละเอียดนะครับว่า เพื่อให้ กกต. ทำงานแล้วไม่มีคนเยอะมากเกินไป ก็เลยตั้งน้อยคนเข้าไว้ แล้วก็เปึ้นเรื่องของการวางนโยบายด้วย ผู้ลงมือปฏิบัติ ก็คือ คณะกรรมาธิการเดิมนั่นแหละ ไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนแปลงนะครับ อย่างนี้น่าจะ รับได้ไหมครับ ได้นะครับ ท่านเศวตคงคิดเหมือนกับท่านสดศรีนะครับ

นายเศวต ทินกูล

ครับ ผมอยากได้ยิน ได้ฟังอย่างนั้น คือผมไม่ขัดข้อง เรื่องเฮด (Head) เรื่องนโยบายนะครับ ก็ว่ากันไป เผื่อมีการขัดข้องประการใด ก็ผู้ใหญ่ ไปว่ากัน คราวนี้ผมสงสัย นึกว่าจะไปตั้งกรรมาธิการคณะใหม่มาปฏิวัติ อะไรอย่างนั้น หรือรัฐประหารพร้อมไปด้วย ผมก็เลยหนักใจ ก็เลยต้องถามท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ก็เพราะมีปฏิวัติครับ ท่านถึงได้มานั่งตรงนี้ครับ บ้านเมืองก็จะได้ดีขึ้นนะครับ ไม่ได้เสียหายอะไร ท่านกรรมาธิการเรียบร้อยนะครับ ขอบพระคุณท่านกรรมาธิการ ทุกท่านครับ วาระที่ ๔.๑ ผ่านไปนะครับ ๔.๒ ผ่านไปแล้วนะครับ ถือว่าในการตั้งกรรมาธิการ ถือว่าที่ประชุมมีมติตั้งไปนะครับ ท่านสมาชิกไม่เห็น เปึ้นอย่างอื่นนะครับ ๔.๓ ไปแล้วนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องอื่น ๆ มีเรื่องอะไรไหมครับ ไม่มีแล้วนะครับ ท่านอาจารย์มีอะไรครับ

ศาสตราจารย์จรัส สุวรรณมาลา

เรียนท่านประธานครับ ผมเพียงแต่ อยากจะขอใช้โอกาสนี้ชี้แจงเรื่องที่มีการอภิปรายเมื่อเช้าสัก ๑ นาทีครับ คือเมื่อเช้า มีผู้อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับเรื่องที่มาของ สว. นะครับ คือเมื่อเช้านี้ได้มีการกล่าวถึงผลการแถลงว่า ที่ฝากถึงท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ เผอิญท่านไม่ได้มานะครับว่า ที่ประชุมจากการฟังจากความเห็นของหลาย ๆ เวที นี่นะครับ ที่บอกว่า ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการสรรหา สว. นะครับ แล้วก็ท่านบอกว่า ที่ได้ฟังมาจากหลายเวทีนี่ ก็กลับเปึนตรงกันข้ามนะครับ คราวนี้ผมอยากจะเรียนว่า เนื่องจากกระผมไปรับฟังความเห็นมากับหลาย ๆ กลุ่มนะครับ ความเห็นที่ไปฟังส่วนที่ มีการกล่าวถึงของอาจารย์เจิมศักดิ์ เปึนการรับฟังความเห็นของตัวแทนของ กรรมาธิการจังหวัดทุกจังหวัดนะครับ แล้วก็ยังเปึนความเห็นในช่วงต้นเท่านั้นนะครับ ไม่ใช่เปึนการรับฟังความเห็นจากประชาชนโดยตรงทั้งสิ้นนะครับ แล้วก็ผลของการ รับฟังความเห็นนี่จะเปึนว่า ประมาณสักเกินครึ่งหนึ่งนิดหน่อย เช่น ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยกับการสรรหา แล้วก็ประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ไม่เห็นด้วยนะครับ แต่ความจริง ยังมีรายละเอียดมากกว่านั้น ยกตัวอย่างเช่น มีผู้เสนอหลาย ๆ วิธีว่า ถ้าจะให้เปึน ที่ยอมรับของประชาชนในเรื่องการสรรหา หรือการเลือกตั้งก็แล้วแต่ น่าจะมี การปรับปรุง กระผมเพียงแต่ต้องการจะให้ที่ประชุมได้ทราบว่า ที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ พูดถึงเรื่องการสรรหานี่นะครับ พูดถึงเรื่องความเห็นของประชาชนที่ว่านี่นะครับ ตัวเลข เปึ้นทำนองนี้จริง ๆ นะครับ เพราะผมเปึนคนบันทึก แล้วก็อยากจะยืนยันว่า นี่เปึน การรับฟังความเห็นในช่วงต้นนะครับ ข้อมูลนี้ ทั้งหมดนี้เปึ้นข้อเท็จจริง ไม่ใช่เปึนการคิด เอาเองนะครับว่า คนคิดอย่างไร ก็อยากจะให้ที่ประชุมได้ทราบร่วมกันครับ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

อาจารย์จรัสก็ชี้แจง เพื่อทำความเข้าใจนะครับ ไม่มีสมาชิกเสนออย่างอื่นนะครับ วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแล้ว ผมขอขอบคุณท่านสมาชิกที่มาประชุม ทุกท่านนะครับ ผมขอป่ดการประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา