สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๗ · ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐

เสรี นิมะยุ หารือเรื่องการระดมความคิดเห็นจากจังหวัดนราธิวาส และเสนอแนะแก้ไขมาตรา 68 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ

นายเสรี นิมะยุ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาร่างที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเสรี นิมะยุ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หมายเลข ๐๘๘ ครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมนั้นจะต้องมาสรุปเกี่ยวกับประเด็นที่ได้ ระดมรับฟังความคิดเห็นของจังหวัดนราธิวาส บางประเด็นนั้นอาจจะซ้ำกับเพื่อนสมาชิก ได้นำเสนอแล้วเมื่อสักครู่นั้น แต่ถึงแม้ว่ามันจะซ้ำ แต่ต้องยอมรับบนพื้นฐานข้อเท็จจริงว่า เปึนคนละเวทีครับ เสียงสะท้อนจากพี่น้องจังหวัดนราธิวาส การระดมความคิดเห็น เป่ดเวทีในครั้งนั้น ในวันที่ ๖ ที่ผ่านมาครับ จังหวัดนราธิวาสก็ได้รับเกียรติจาก ท่าน ดร. ปกรณ์ ปรียากร ท่านเปึนวิทยากรที่นำเสนอการบรรยายสรุป นับว่ามีความ โชคดีในด้านการอธิบายขยายความเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ของเปึ้นรายมาตรานั้น พี่น้องจังหวัดนราธิวาสได้รับทราบ ในวันนั้น การระดมความคิดเห็นนั้น ผู้มาร่วม การประชุมโดยประมาณแล้วสี่ร้อยกว่า ๆ แต่เวทีแห่งนราธิวาสก็มีเนื้อหาสาระมากที่จะ นำเสนอ ณ เวทีแห่งนี้ ซึ่งได้รับการร่วมมือจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ และบุคลากรที่สำคัญในวันนั้น ก็คือ ท่าน สนช. ประธานองค์การอิสลาม ก็เข้าร่วมด้วย ท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หลายส่วนที่เปึนท้องถิ่น ท้องที่ ได้ระดมความคิดเห็น ถึงแม้ว่าจำนวนจะไม่มาก แต่เราได้เน้นในเรื่องคุณภาพการซักถาม ดังนั้น สิ่งที่ผมจะมาพูดในวันนี้ เปึนเนื้อหาสาระที่ระดมความคิดเห็นจากเวทีนราธิวาส ล้วนทั้งสิ้น ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เพื่อจะให้สะท้อนกันในสภาแห่งนี้ นำไปสู่กรรมาธิการ ยกร่างที่จะประมวล สังเคราะห์ การแก้ไข ปรับปรุงเปึนรายมาตราต่อไป ก่อนที่จะมีการ แปรญัตติ ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นที่ ๑ ที่บอกว่า กรรมาธิการ ผู้ใหญ่มูฮัมหมัดอามีน ซาริค้าน นั้น ได้เสียชีวิต ดังที่ท่านนายกอุทิศได้กล่าวนั้น เส้นทางและปัญหา ในการปฏิบัติงานนั้น ย่อมเปึนเรื่องอุปสรรคเปึ้นเรื่องธรรมดา ในเวทีภาคของจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทีนี้ประเด็นหนึ่ง ความสนใจที่พี่น้องมีนั้น ผมสังเกตทุกเวทีครับ ผมเองก็ได้มีโอกาสได้ไปฟังความคิดเห็นจากปัตตานี้ก็ดี ส่วนที่จังหวัดยะลานั้น ไม่มีโอกาส ผมจะต้องทำหน้าที่ดูแลการไปรับท่าน ดร.ปกรณ์ ที่สนามบินบ้านทอน เนื่องจากว่า ด้วยความเปึนห่วงท่านวิทยากร บุคลากร ท่านโฆษก กรรมาธิการยกร่าง ผมไม่มีโอกาสได้ร่วมในวันนั้น แต่เท่าที่สังเกตดูแล้ว กระผมมีความ เชื่อมั่นว่า พี่น้องประชาชน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความคาดหวังจากกฎหมาย รัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ซึ่งจะนําชีวิตที่ดี ๆ ต่อไป สิ่งนี้เปึนขวัญและกําลังใจในการปฏิบัติ หน้าที่ของกรรมาธิการยกร่าง และคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดนราธิวาส แม้กระทั่งเมื่อวานนั้น มีสมาชิกของผมผู้หนึ่งได้ทำเรื่องลาออกจากการเปึนกรรมาธิการ วิสามัญประจำจังหวัด ซึ่งท่านนั้นได้นับถือศาสนาพุทธ์ ผมเองก็ได้ระงับในที่ประชุม กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดว่า โดยที่ท่านอ้างว่า ท่านติดภารกิจ ไม่สามารถ ที่จะร่วมการประชุมของกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด แล้วจะนำไปสู่การกระทบ ต่อการปฏิบัติงานของวิสามัญประจำจังหวัด หนังสือพิมพ์ที่มีในมือผมในขณะนี้ แต่ผมเอง ก็ได้อธิบายว่า สาระสําคัญที่ท่านไม่มีเวลานั้น ไม่มีปัญหา ท่านมีเวลาเมื่อไรก็ท่านมา ร่วมได้ สิ่งนี้เปึ้นสิ่งสะท้อนว่า การทำงานในพื้นที่ของเรานั้น มันก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่ในบางครั้งก็ไม่ลำบาก อย่างที่เราได้นำเสนอครับ ท่านประธานครับ เข้าเรื่องสักนิด เพราะท่านนายกอุทิศว่า วันนี้ถ้าผมจะพูดมากก็ไม่เปึนไร แต่ผมก็ต้องบริหารเวลาครับ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมจะพูดนี้ เปึนเรื่องที่ระดมความคิดเห็นทั้งนั้น ซึ่งไม่ใช่ผังชูรสที่ ผมจะต้องปรุงแต่งในวันนี้ ประเด็นที่ ๑ ของจังหวัดนราธิวาสได้นำเสนอคณะบุคคล เพื่อหาทางออกในยามวิกฤติของชาติ จากที่ผมได้ประมวลสังเคราะห์มาแล้ว ในมาตรา ๖๘ วรรคสองนั้น ซึ่งคณะบุคคลในนั้น พี่น้องที่เราทำในเวที จังหวัดนราธิวาส ก็คงจะมีใกล้เคียงกับจังหวัดปัตตานี ยะลา ซึ่งไม่เห็นด้วย ในหลักการนั้น เขาได้อ้างเหตุผลว่าประการใดครับ ท่านประธานครับ ระดมความคิดเห็น ว่า เพราะจะกลายเปึนคณะปฏิวัติที่จะถูกรับรองโดยกฎหมายรัฐธรรมนูญ ประการที่ ๑ ประการที่ ๒ เพราะไม่มีการกําหนดนิยามคําว่า วิกฤติ ว่ามีความหมายอย่างไร และเหตุการณ์อย่างไรจึงจะเรียกว่า วิกฤติที่เกิดขึ้น นี่คือประเด็นที่พี่น้องได้นำเสนอ ทีนี้ข้อเสนอแนะจากเวทีนั้น พี่น้องได้เสนอว่า ให้ตัดรายชื่อประมุขฝ์ายตุลาการทั้ง ๓ ศาล ประการที่ ๑ ประการที่ ๒ ให้ปรับปรุงอํานาจหน้าที่ จากเดิมมีอํานาจพิจารณาหาทาง ปัองกัน หรือแก้ไขปัญหาดังกล่าว เปลี่ยนเปึ้นให้ทำหน้าที่ปรึกษาหารือกัน ประการที่ ๓ ในกรณีที่มีวิกฤติของชาติ ควรให้มีแนวทางการแก้ไขตามวิถีทางของระบบประชาธิปไตย นั่นหมายถึงว่า การยอมรับในระบบการวิกฤตินั้น จะต้องน้ำไปสู่เวทีสภา หรือก็ในระบบ รัฐสภา ในการแก้ไขปัญหาวิกฤติ และมีพี่น้องท่านหนึ่งได้เสนอว่า ดังที่เสมือนของจังหวัด ยะลา วิกฤติในขณะนี้ คือ วิกฤติของชาติ แต่ในขณะเดียวกันนั้น วิกฤติของ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้น รัฐบาลก็ควรจะตระหนัก หาวิธีการที่จะดําเนินการอย่างไรบ้าง กับบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในภาวะปัจจุบันนี้ เปึนข้อเสนอที่คล้ายเคียงกันครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ในส่วนประเด็นนี้ก็ผ่านไปครับ ประเด็นที่ให้ความสำคัญอีกข้อหนึ่ง นั่นก็คือว่า ประเด็นจํานวนในการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา ๑๐๗ ประเด็นนี้เปึ้นประเด็น ที่ร้อน ผมใกล้จะพูดภาษาอังกฤษแล้ว ดีที่กำนันชำนาญไม่ทักทายในจุดนี้ครับ เปึ้นประเด็นร้อนที่จะต้องมาพูดคุยว่า การสรรหานั้น บางครั้งไม่มีการยอมรับในหมู่ ส่วนใหญ่ ผมกล้ายืนยันเวทีที่ผมฟังตลอดเวลา แม้กระทั่งท่านหนึ่งได้อภิปราย ท่าน ดร.ปีกรณ์ ก็ได้ฟังในวันนั้นว่า ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๕๐ นี้ เปึ้นฉบับที่ดี เปึ้นส่วนใหญ่ ถ้ามามองการเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ แล้วท่านจะได้บอกว่า ท่านสามารถจะรับได้ แล้วก็พร้อมที่จะชักชวนพี่น้องให้ลงประชามติในการรับในลำดับต่อไป แต่ติดขัดในเรื่อง สมาชิกวุฒิสภาเท่านั้น ที่ไม่เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง สืบเนื่องจากว่า การเลือกตั้งนั้น การเลือกตั้งวุฒิสมาชิก วุฒิสภานั้น เห็นด้วยกับระบบการเลือกตั้ง เพราะระบบสรรหานั้น ในบางครั้งพี่น้องตาดำ ๆ ซึ่งไม่มีศักยภาพในจุดนี้จะไม่ได้รับการคัดเลือก และยังมองถึง เจตนารมณ์อย่างแท้จริงตามระบอบประชาธิปไตยว่า พี่น้อง เสียงของประชาชนนั้น ต้องเปึนเสียงสวรรค์ที่จะต้องมาจากประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน แล้วก็ เพื่อประชาชน ผมก็ไม่อยากจะขยายความในจุดนี้ เพียงแต่ว่าสรุปรวบรัดจากการที่ได้ นำเวทีของนราธิวาส เขาบอกว่า เพราะขัดกับหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย แก่ประชาชนในการเลือกตั้งได้โดยตรง ทีนี้ก็มีข้อเสนอแนะ ประการที่ ๑ ควรกำหนดที่มา ของ สว. ให้มาจากการเลือกตั้ง โดยมาจากกลุ่มประชาชนทุกภาคส่วนครบ ครอบคลุม ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ประการที่ ๒ ควรกำหนดคุณสมบัติของ สว. เพื่อปัองกันการเข้าสู่ ตำแหน่งของผู้ที่มีประโยชน์ทางการเมือง เช่น สามี หรือภรรยา ควรกำหนดคุณสมบัติ ให้ชัดเจนว่า คนที่เปึนนักการเมืองแล้ว ถ้าสามี หรือภรรยาเปึน สส. แล้ว ผัวจะได้เปึน สว. หรือไม่ เขานำเสนอคำพูดง่าย ๆ ครับท่าน ผมก็ได้ตัดตอนในบางครั้งมา เพื่อจะให้มันดูดี ในเชิงตัวอักษรเท่านั้นเองครับท่านที่เคารพ ประเด็นที่ ๔ เปึนประเด็นที่จำนวน และการเลือกตั้งสมาชิกผู้แทนราษฎร เขาบอกว่า การที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น เวทีของนราธิวาสบอกว่า ๓๒๐ กับ ๘๐ คนนั้น ตามสัดส่วนนั้น ก็พอที่จะรับได้ จากเวทีนราธิวาสครับ แต่ สว. นั้นค่อนข้างจะเปึนเอกฉันท์ รับไม่ได้ครับ ทีนี้ปัญหาว่า ความไม่พอใจสัดส่วน เกี่ยวกับระบบสัดส่วนนั้น ผมเองทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการ วิสามัญประจำจังหวัด ก็ได้เรียนเชิญท่าน ดร.ปกรณ์ ให้อธิบายในสัดส่วน ๘๐ คน ในส่วนนี้ ท่านพี่น้อง ประชาชนคงดูหลังจากนั้น เมื่อกรรมาธิการได้ถามถึงท่านพี่น้อง ที่จังหวัดนราธิวาสมีความพอใจในประเด็นนี้พอประมาณ คิดว่าคงจะผ่านในหลักการ ถ้าประเมินด้วยสายตาครับ ในประเด็นนี้ก็บอกว่า เสนอแนะว่า กรณีที่มีการไปถอน สิทธิเลือกตั้ง โดยให้ใบแดงแก่ผู้สมัครรายใด ให้พรรคการเมืองที่มีผู้นั้นสังกัด สามารถส่ง ผู้สมัครรายอื่นแทนที่ได้ในกรณีที่โดนใบแดงครับ ซึ่งอยู่ในวาระของผู้แทนด้วย ถ้าในวาระ ของสภาผู้แทนราษฎร ก็ผมคงจะผ่านไป ทีนี้จะมาดูในประเด็นที่ว่า สิทธิเสรีภาพ และการมีส่วนร่วมของประชาชน และสิทธิชุมชน มาตรา ๖๕ โดยทั่วไปประเมินจากเวที จากการพูด มีความพอใจในมาตรานี้เปึนอย่างสูง สิ่งนี้ผมได้พูดว่า บรรยากาศแห่งความ กดดันในพื้นที่นั้น ก็คงจะช่วยได้เปึ้นส่วนมาก ในการค้าดหวังจากกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้ ที่เห็นด้วย เหตุผลประการใดครับ ท่านประธานครับ ประการหนึ่งบอกว่า เพราะเปึนการเพิ่มสิทธิและเสรีภาพมากกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ และเห็นเปึ้นรูปธรรม มากขึ้น โดยเฉพาะสิทธิของสื่อมวลชน นี่คือชาวบ้านสะท้อนมาเพื่อให้สภาแห่งนี้ ได้รับทราบ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขของกรรมาธิการยกร่างต่อไป ทีนี้ข้อเสนอแนะ เขาบอกว่า ให้สิทธิชุมชนได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากหน่วยงานของรัฐ ประการที่ ๑ ประการที่ ๒ การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ตามรัฐธรรมนูญ ต้องกำหนดหลักเกณฑ์ให้รัฐปฏิบัติอย่างเปึนรูปธรรม โดยต้องมีคุณภาพ และมีมาตรฐานเท่าเทียมกัน และเพิ่มสิทธิการศึกษาในระดับอนุบาล นี่เกี่ยวกับการศึกษา ที่ครูบาอาจารย์ได้นำเสนอในเวทีของจังหวัดนราธิวาส ซึ่งอยู่ในสิทธิส่วนร่วมของ ประชาชน สิทธิชุมชนครับ ท่านประธานครับ ประการที่ ๓ ควรแก้ไขการจำกัดสิทธิ ในการประกอบอาชีพของผู้ที่จบการศึกษาจากต่างประเทศ มีภูมิลำเนาใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ สามารถสอบบรรจุเปึนข้าราชการได้ สิ่งนี้เข้ามองว่า สิทธิในขณะนี้ ในทุกวันนี้ ซึ่งนักศึกษาที่จบจากต่างประเทศใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นว่างงาน ควรจะเรียกร้องสิทธิของหน่วยงานของรัฐ ในระบบรัฐธรรมนูญนี้ควรจะมีการสอบบรรจุ ให้พวกท่านได้หรือไม่ เพื่อจะแก้ปัญหาในระยะยาว ที่ท่านได้นำเสนอตามที่เวทีได้เป่ด ในวันนั้น ทีนี้ก็จะมาพูดในประเด็นที่ ๖ ก็เวลาคงไม่มากนัก ตามที่ได้อุทิศให้นี้ คงจะพอเพียงกับการบริหารเวลาครับ การกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามมาตรา ๒๗๒ ในส่วนท้องถิ่นเปึ้นผู้ที่นำเสนอ นายก อบต. เปึ้นผู้ที่นำเสนอ เขาบอกว่า ส่วนใหญ่แล้วเห็นด้วย จากที่กฎหมายร่างรัฐธรรมนูญที่เรากําหนดไว้ ร่างรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ในครั้งนี้ โดยเปอร์เซ็นต์แล้ว ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่เห็นด้วย ก็ประมาณสักสามสิบเปอร์เซ็นต์ ประเด็นเรื่องของการที่ไม่เห็นด้วย ก็ประเด็นเรื่อง เกี่ยวกับการกำกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่กำหนดให้มีมาตรฐานกลาง ในการดำเนินงาน อาจจะไม่สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะที่ หรือสภาพแต่ละท้องถิ่น ประเด็นนี้ที่ให้นำเสนอครับ ข้อเสนอแนะบอกว่า เสนอให้มีหน่วยงานของรัฐระดับ กระทรวงทำหน้าที่รับผิดชอบ ดูแล และพัฒนาท้องถิ่นโดยตรง ซึ่งเรียกว่า กระทรวงพัฒนา ท้องถิ่น ท่านพี่น้องนราธิวาสมองไกลไปในจุดนี้ครับ จะเอาถึงระดับกระทรวงครับท่าน แต่ท่าน ดร. ปกรณ์ ได้พูด แล้วก็เรื่องนี้ต้องพิจารณาโดยละเอียด ท่านได้ตอบในเวที แห่งนั้นแล้ว หรืออย่างน้อยที่สุดให้อยู่ในกำกับของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ชาวบ้าน ได้นําเสนอ ประการที่ ๒ การกําหนดมาตรฐานกลางตามร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๓ วรรคสอง ควรให้เปึนไปตามสภาพของพื้นที่ในแต่ละท้องถิ่น ประการที่ ๓ ควรกำหนดให้ ประชาชนสามารถรับทราบข้อมูลในการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เรื่องระบบการจัดการในส่วนท้องถิ่น โครงสร้างต่าง ๆ ที่นำเสนอ หรือว่า ได้ทำพัฒนาในท้องถิ่นนั้น ควรจะให้ประชาชนได้รับรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบในส่วนนี้ ที่ประชาชนได้นำเสนอ ส่วนสิทธิเสรีภาพของผู้หญิงนั้น เวทีวันนั้นก็มีความเข้มข้น เพราะว่าเกือบจะปะทะคารมระหว่างผู้เสนอกับผู้หญิง นี่เรื่องจริงครับ เพราะว่าผู้เสนอ ท่านหนึ่งละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้หญิง บังเอิญผู้หญิงจังหวัดนราธิวาสเปึนคนกล้า ใจสู้ ก็โต้ตอบในเวทีวันนั้น ต้องดำเนินการประชุมด้วยความอัจฉริยะในวันนั้นครับ ก็ลุล่วงไป ด้วยดีครับ ท่านประธานที่เคารพ ทีนี้ก็มาดูในประเด็นร้อน ในเรื่องปัญหาพุทธศาสนา เปึ้นศาสนาประจำชาติ ส่วนใหญ่แล้วซึ่งผมสังเกตในเวทีที่ผมดูจากเวทีจังหวัดปัตตานีก็ดี ที่นราธิวาสก็ดี คนที่จะนำเสนอในประเด็นนี้ส่วนมากจะนับถือศาสนาพุทธ์ นี่เปึนข้อสังเกตครับ ส่วนพี่น้องมุสลิมนั้น จะมีบางรายเท่านั้นที่จะมาสนับสนุน หรือจะมา เสริมในประเด็นนี้ เพราะเปึ้นเรื่องละเอียด เรื่องอย่างไรนั้น ประการใดนั้น ผมไม่ทราบ แต่ให้ข้อสังเกต ทีนี้ในประเด็นทั่วไปแล้ว ก็คงไม่เห็นด้วยจากพี่น้องศาสนาพุทธ เขาบอกว่า ทุกคนนั้นต้องประพฤติปฏิบัติให้อยู่กรอบของศีลห้าเสียก่อน แล้วไม่เห็นด้วย เพราะอาจจะเปึนมูลเหตุให้เกิดความขัดแย้ง มีความรู้สึกที่ไม่ดีในหมู่ประชาชนที่นับถือ ศาสนาอื่น ความหลากหลายในเชิงศาสนา ทีนี้ผมจะยกตัวอย่างท่านประธานสักนิดว่า มีเวทีหนึ่งของจังหวัดปัตตานี้ในวันนั้น ผมได้ฟังด้วย ซึ่งท่านอนุศาสน์ไม่ได้นำเสนอ ผมขออนุญาตท่านกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดปัตตานี เพื่อจะนำเสนอ ให้เวทีแห่งนี้ได้รับทราบ จากข้อมูลที่ดี ๆ ครับ ในเวทีปัตตานี้ในวันนั้น เขาได้พูดว่า ยกตัวอย่างประเทศมาเลเซีย (Malaysia) ครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ประเทศมาเลเซีย นั้น เขาบอกว่า วันชาตินั้นมีวันหยุดด้วย โดยเฉพาะวันวิสาขบูชาของประเทศมาเลเซีย สิ่งนี้เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า พี่น้องที่นับถือศาสนาพุทธ์ในประเทศมาเลเซียนั้น มีเปึนจํานวนน้อย แต่ประเทศมาเลเซียให้ความสําคัญในประเด็นความละเอียด ในเชิงศาสนา ก็ได้กำหนดเปึนวันหยุด ดังนั้นสรุปแล้วก็ ประเด็นที่ว่า จะเอาประชากร เปึ้นที่ตั้งนั้น คงจะไม่สมบูรณ์มากนัก ต้องอยู่บนพื้นฐานสิทธิเสรีภาพที่เขาสรุป ดังนั้น ไม่ ว่าในการนับถือศาสนาพุทธที่ประเทศมาเลเซีย แม้กระทั่งวันซิกข์ ฮินดู ก็มีการหยุด ในวันราชการของมาเลเซีย เปึนการสะท้อนที่จะมีการเปรียบเทียบกับประเทศไทยต่อไปว่า ในเชิงศาสนานั้นควรจะกระทำกันอย่างไรบ้างเพื่อให้เหมาะ เพื่อให้ควรครับ ทีนี้ในปัญหา ที่เขาบอกว่า ประเด็นหนึ่งก็บอกว่า ความจริงแล้วในบัตรประชาชนนั้น ก็มีแล้วการ กำหนดการนับถือศาสนาพุทธ์ แล้วก็ศาสนาอิสลาม นี่คือหัวข้อที่ชาวบ้านได้กำหนด การอภิปรายเช่นกัน ทีนี้ถ้ามาพูดเกี่ยวกับเรื่องของจังหวัดนราธิวาสสักนิด มีท่านรองนายก อบต. ถ้าผมจำไม่ผิด บอกว่า ได้นำเรียนในที่ประชุม คำพูดที่ผมได้ นําเรียนท่านประธานในวันนี้คือคําพูดจากท่าน เพื่อจะให้ท่านได้สะท้อนของเวทีครับ เขาบอกว่า ในเมื่อธงไตรรงค์ ธงชาติของประเทศไทยนั้นมีแล้ว ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ดังนั้น ถ้าเกิดว่าระบุในศาสนาแล้ว ถ้าบุคคลนั้นไม่ได้นับถือ ศาสนาพุทธ์ แล้วจะมีความรู้สึกประการเช่นไร นี่คือสิ่งที่เขานำเสนอมาเพื่อจะให้พวกเราได้รับทราบ แล้วก็สะท้อนความคิดเห็น ส่วนที่ได้ โหวตอย่างไรนั้น ในเวทีแห่งนั้นไม่ได้โหวต แต่ประเมินกันทั่วไปแล้ว ส่วนใหญ่แล้วก็ จะไม่เห็นด้วยกับการบรรจุในประเด็นพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติ เพื่อปัองกันที่จะ ไม่ให้เกิดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมต่อไป ซึ่งเปึนเรื่องละเอียดครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ทีนี้ก็คงจะจบในประเด็นพุทธศาสนา ก็มีเรื่องอื่น ๆ ขอให้ผมเอ่ยสักนิดหนึ่งครับ เวลาไหน ๆ ก็มากไปแล้วสักนิด ก็จะพูดว่า ประมาณสักหนึ่งนาทีครับ ในประเด็นอื่นนั้น เขาบอกว่า ควรยกเลิกกำหนดค่าตอบแทน หรือผลประโยชน์อย่างอื่น เช่น เงินบำเหน็จ บํานาญของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง สส. สว. เพราะจะได้นํางบประมาณในส่วนนี้ มาใช้บํารุงท้องถิ่น ถ้าไม่พูดก็ไม่ดี เรื่องเงินเรื่องทอง ต้องพูดครับ เพราะเราต้องรักษาสิทธิ ผลประโยชน์ร่วมกันครับ ของบ้านเมืองประเทศชาติครับ ทีนี้ก็เห็นว่า มันก็ไม่ดีในส่วนนี้ น่าจะเอาเงินในส่วนนี้ไปใช้ประโยชน์การพัฒนาท้องถิ่น พัฒนาประเทศชาติในด้านอื่น แล้วก็มีพี่น้องข้าราชการท่านหนึ่งที่เกษียณอายุ ก็ได้ท้วงติงในจุดนี้ว่า ท่านรับราชการ มาตลอดระยะเวลาเกือบสี่สิบห้าสิบป้ ท่านไม่เคยได้รับในส่วนนี้ แล้วทําไมอภิสิทธิ์ชน ซึ่งเกิดขึ้นในคณะ สว. และ สส. นั่นคือสะท้อนของประชาชน ไม่ใช่ผมเปึนคนพูดครับท่าน แล้วก็ประเด็นที่ ๒ สิทธิในกระบวนการยุติธรรม ตามรัฐธรรมนูญควรกำหนดให้องค์กร ภาคเอกชนได้รับความคุ้มครองเช่นเดียวกับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งนี้ต้องปฏิบัติได้จริง เช่น กรณีระหว่างโรงเรียนเอกชนกับโรงเรียนของรัฐ ในประเด็นนี้พี่น้อง ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้มีโรงเรียนเอกชนด้วย จึงได้นำเสนอในสิทธิเสรีภาพในส่วนนี้ ท่าน ดร.ปีกรณ์ก็ได้รับเรื่องไว้ เพื่อจะรับพิจารณาในลำดับต่อไปครับ ประเด็นที่ ๓ สิทธิในทรัพย์สิน ปัญหาเกี่ยวกับการครอบครองที่ดิน ไม่มีเอกสารสิทธิ์ การกำหนดให้มี เอกสารสิทธิ์ให้รวดเร็ว ที่ดินเอกสารสิทธิ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้บางครั้ง ไม่มี เลยจะได้นำเสนอในเวทีเช่นกัน ประเด็นสุดท้ายจริง ๆ ครับ ข้อ ๔ การจัดตั้งศาล พิเศษอื่น ๆ ควรกำหนดให้เปึนแผนกอยู่ในศาลยุติธรรม ชาวบ้านก็ได้นำเสนอในประเด็นนี้ ท่านประธานที่เคารพ ทุกคำพูดที่ผมได้พูดในเวทีแห่งนี้ ล้วนแต่คำพูดของพี่น้อง ประชาชนที่ได้ยกให้ผม ผมยังข้ามชอร์ท (Short) ไปส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ ส่วนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็มีการนำเสนอครับท่าน เขาบอกว่า ควรจะมีการทำงานคู่กับส่วนท้องถิ่น เช่นกัน ดังที่ผมได้นำเรียนทุกครั้งที่ผมจะพูดในเวทีนี้ เดี๋ยวท่านจะมองว่าผมพูดในเวที ส่วนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่เรื่องนั้นผมได้ข้ามไปเมื่อสักครู่นั้น ผมก็ต้องนำเสนอ สักนิดให้ท่านได้รับทราบว่า ท้องที่ท่านก็ควรจะคำนึงถึงในการพิจารณาร่างกฎหมาย รัฐธรรมนูญในครั้งนี้ครับ ขอบคุณมากครับ