สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๗ · ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐

นรนิติ เศรษฐบุตร เปิดการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการ และเร่งดำเนินการพิจารณารายงาน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเตรียมความพร้อมและจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในจังหวัดภาคใต้ 14 จังหวัด และการจัดเวทีระดับภาคและจังหวัดเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ

นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

เรียนท่านสมาชิก ขณะนี้มีท่านสมาชิกมาลงชื่อประชุมครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเป่ดการประชุม เพื่อดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มีนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม

รับรองรายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ครั้งที่ ๕/๒๕๕๐ วันจันทร์ที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ และ

ครั้งที่ ๖/๒๕๕๐ วันจันทร์ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

ซึ่งได้วางให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอให้สภารับรอง ปรากฏว่า ไม่มีสมาชิกขอแก้ไขเพิ่มเติมแต่ประการใด ท่านสมาชิกมีความเห็นเปึ้นอย่างอื่น ไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถ้าไม่มีความเห็น เปึ้นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมทั้ง ๒ ครั้งนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๔ ผมขออนุญาต วาระที่ ๔ ขอเลื่อนเอาวาระที่ ๔.๒ ขึ้นมา พิจารณา เพื่อจะได้ทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ รับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนเสียก่อน ท่านสมาชิกขัดข้องไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่ขัดข้องนะครับ ขออนุญาตเลื่อน

๔.๒ พิจารณารายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานของ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคใต้

เพราะฉะนั้นขอเชิญคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมี ส่วนร่วมของประชาชนภาคใต้ เข้าประจำที่ครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)

คณะท่านอุทิศ ครับ เชิญคณะกรรมาธิการนะครับ ถ้าท่านประธาน ท่านคณะกรรมาธิการพร้อมแล้ว ขอเชิญท่านรายงานเลยครับท่านครับ

กรอบภารกิจที่ ๑ ครับ กรอบภารกิจในเรื่องของการเตรียมความพร้อม สัมมนาผู้ปฏิบัติการของคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดทั้ง ๑๔ จังหวัดนะครับ โดยเราได้ร่วมมือกันใน ๓ กรรมาธิการ นั่นก็คือ กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น ภาคใต้ กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดทั้ง ๑๔ จังหวัด และกรรมาธิการวิสามัญ ประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ ซึ่งมีศาสตราจารย์ ดร. เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง (รองศาสตราจารย์ ดร. เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง) เปึนประธานกรรมาธิการ โดยมีท่าน ศาสตราจารย์จรัส สุวรรณมาล้า และคุณกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร ได้มีส่วนร่วมในการที่ จะนำข้อคิด วิธีการในการสัมมนา ในการที่จะออกไปรับฟังความคิดเห็น ในรอบที่ ๒ เนื่องจากว่าการรับฟังความคิดเห็นในรอบที่ ๒ นั้น แตกต่างโดยสิ้นเชิงจากรอบที่ ๑ เพราะรอบที่ ๑ นั้น เรามีประเด็นคำถาม ๓๖ ประเด็นคำถาม ใน ๓ กรอบ แต่ในช่วงที่ ๒ นี้ เปึนการอธิบาย จึงได้มีการกำหนดกรอบประเด็นต่าง ๆ ที่จะให้พี่น้องประชาชนได้ ร่วมอภิปรายใน ๑๕ ประเด็นคำถาม และนอกจากนั้น เราก็ยังกำหนดให้พี่น้องประชาชน ในเวทีต่าง ๆ ได้เสนอแนะเพิ่มเติมนอกจาก ๑๕ ประเด็นคำถาม จึงได้มีการจัดสัมมนา เตรียมความพร้อมขึ้นนะครับ นี่คือกรอบภารกิจที่ ๑ เราได้ทำเสร็จสิ้นไป เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ที่ผ่านมา ได้รับความกรุณาร่วมมือจากประธานกรรมาธิการวิสามัญประสาน การมีส่วนร่วมและการประชามติ ได้นำทีม และได้นำการสาธิตการออกเวที การจัดเวที รับฟังความคิดเห็น ในรอบที่ ๒ โดยได้เชิญกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดทั้ง ๑๔ จังหวัด ประมาณ ๒๐๐ คน เข้ามาระดมความคิด แล้วก็หารูปแบบที่จะให้พี่น้อง ประชาชนได้มีส่วนร่วมใน ๑๕ คำถาม ใน ๑๕ ประเด็น เพื่อต้องการที่จะนำมาสู่ การเสนอแนะต่อสภาแห่งนี้ และนำไปสู่ข้อมูลให้กับคณะกรรมาธิการยกร่างต่อไป จากการที่ได้ระดมสัมมนาผู้ปฏิบัติการทั้ง ๑๔ จังหวัดในภาคใต้ ทำให้กระบวนการ รับฟังความคิดเห็น ในรอบที่ ๒ ของจังหวัดภาคใต้สามารถขับเคลื่อนไปได้ ค่อนข้างจะรวดเร็วครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าขณะนี้เราได้เดินมาเริ่มรับฟัง ความคิดเห็นเป่ดเวทีตั้งแต่วันที่ ๓ พฤษภาคม เปึนต้นมา สิ้นสุดเมื่อวานนี้ คือ วันที่ ๗ พฤษภาคม นั้น เราก็ได้ทำมาหลายสิบเวที ซึ่งผมจะกราบเรียนท่านประธาน ในลำดับต่อ ๆ ไป และจะให้คณะกรรมาธิการ ประธานกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น ประจำจังหวัดของภาคใต้ ได้รายงานเพิ่มเติมในทุกจังหวัดต่อไป

กรอบประเด็นที่ ๒ ภารกิจประเด็นที่ ๒ ครับ ก็คือในเรื่องของการจัดเวที ในระดับภาค อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในระดับภาคนั้น เราได้กำหนดว่า การรับฟังความคิดเห็น ในรอบที่ ๒ จะดำเนินการรับฟังความคิดเห็น จัดเวทีในแต่ละภาค ในแต่ละจังหวัดทั้ง ๑๔ จังหวัด อย่างน้อยในระดับภาคนี่ทำ ๑ ครั้ง อย่างน้อยนะครับ ส่วนในระดับจังหวัดนั้น ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมว่าจังหวัดใหญ่หรือจังหวัดเล็ก ซึ่งเดี๋ยวสักครู่ประธานกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดก็จะได้นำเรียนท่านประธาน ต่อไปนะครับว่า ในแต่ละจังหวัดนั้นจัดกันอย่างไร เพื่อที่จะให้สภาแห่งนี้ หรือคณะกรรมาธิการยกร่างได้เห็นว่า เราได้เก็บรวบรวมข้อมูล ข้อคิด ความเห็น ของพี่น้องประชาชนอย่างเปึนระบบ และจะนำไปสู่การยืนยันถึงผลที่จะนำไปสู่การแก้ไข ปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑ นี้ต่อไป

กรอบภารกิจที่ ๓ ครับ การจัดเวทีในแต่ละจังหวัด ซึ่งผมก็จะให้ประธาน กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดได้กราบเรียนท่านต่อไปนะครับ สำหรับภารกิจในระดับภาค ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า เราเริ่มตั้งแต่ วันที่ ๓ พฤษภาคม เวทีแรกที่จังหวัดปัตตานีนะครับ ที่โรงแรม ซี.เอส. (C.S. Hotel) ปัตตานี ได้เชิญตัวแทนพี่น้องประชาชนในอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดปัตตานีอย่างครบถ้วน นะครับ สี่ร้อยกว่าคนมาร่วมกัน ในรอบที่ ๒ นี้นะครับ เราได้รับเกียรติจาก ท่านรองประธานเดโช ส่วนานนท์ ได้ไปเปึนประธานในที่ประชุม แล้วก็เปึนวิทยากรนำ ในการที่จะอธิบายการร่าง ยกร่างที่ ๑ นี้นะครับ และมีท่านศาสตราจารย์พิเศษจรัญ ภักดีธนากุล ในฐานะรองประธานกรรมาธิการยกร่าง ได้ไปเปึนวิทยากรหลัก นำอธิบาย ในร่างที่ ๑ นี้ ให้ประชาชนได้ทราบว่า เหตุผลใดที่คณะกรรมาธิการยกร่างได้ยกร่าง อย่างที่ปรากฏอยู่ในฉบับรับฟังความคิดเห็นนั้น ไม่ว่าจะเปึ้นประเด็นใดก็แล้วแต่ครับ ซึ่งถือว่า เปึนประโยชน์อย่างมากทีเดียวนะครับ ทั้ง ๒ ท่าน ได้อธิบายการประชุม กรรมาธิการยกร่าง และอธิบายบรรยากาศของกรรมาธิการยกร่างให้พี่น้องประชาชน ได้เห็นว่า กว่าจะสำเร็จออกมาเปึนฉบับรับฟังความคิดเห็นนั้นได้มีการกลั่นกรอง ความคิดความเห็น และถกเถียงกันอย่างไรนะครับ ทำให้พี่น้องประชาชนในจังหวัด ปัตตานี้ เมื่อวันที่ ๓ นั้น คล้ายความกังวลในเรื่องของข้อวิพากษ์วิจารณ์เดิม ก็คือว่า เหมือนกับว่าร่างรัฐธรรมนูญนั้นมีพิมพ์เขียว ซึ่งเรื่องนี้ก็ตัดทิ้งไปได้นะครับ นอกจากนั้น ก็ยังมีท่านวิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ ท่านเสรี นิมะยุ ท่านอนุศาสน์ สุวรรณมงคล ซึ่งเปึน ประธานกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดปัตตานี แล้วก็ตัวกระผมเองนะครับ ได้ลงไป ตั้งเวทีรับฟังความคิดเห็นในรอบที่ ๒ เปึ้นเวทีที่ ๑ ครับ ท่านที่เคารพทั้งหลายครับ ก็อยากจะกราบเรียนว่า ถึงแม้นว่าเหตุการณ์ในจังหวัดปัตตานี ความไม่สงบ ความกังวล ของพี่น้องประชาชนค่อนข้างจะมากในสถานการณ์ ๓ จังหวัดภาคใต้ แต่พี่น้องประชาชน ก็มาร่วมแสดงข้อคิด ความเห็น สี่ร้อยกว่าคนเต็มห้องประชุมครับ ผมขออนุญาตที่จะแตะ ประเด็นนิด ๆ นะครับ และรายละเอียดนั้น คุณอนุศาสน์ สุวรรณมงคล ก็จะนำร้ายละเอียด เหล่านี้มาเรียนกับท่านประธานอีกทางหนึ่งครับ เปึ้นที่น่าสังเกตครับว่า พี่น้องประชาชน ในจังหวัดปัตตานี้นี่นะครับ มีความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรา ๖๘ นี่ค่อนข้างจะคลาดเคลื่อน นิดหนึ่งนะครับ มาตรา ๖๘ นี่ คณะบุคคลผู้แก้วิกฤติชาตินะครับ ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนในจังหวัดปัตตานีเขาบอกว่า เห็นด้วย แต่ไป ๆ มา ๆ เขาบอกว่า เขาเห็นด้วยที่จะให้มาแก้วิกฤติ ๓ จังหวัดครับ ท่านประธานครับ กลายเปึนว่า เขาอยากจะเห็นการแก้วิกฤติใน ๓ จังหวัดนี่นะครับ โดยเร็ว ทั้งพี่น้องไทยพุทธ์ และไทยมุสลิมครับ แต่เมื่อท่านอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ก็ดี ท่านรองประธาน เดโช ส่วนานนท์ ก็ดี ได้อธิบายว่า มาตรา๖๘ นี้ มิได้หมายความว่า เปึนการแก้วิกฤติ เฉพาะจุด แต่เปึนการแก้วิกฤติของชาติในภาพรวม ความคิดนี้สะท้อนให้เห็นว่า พี่น้อง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือจังหวัดปัตตานี เขามีความเปึ้นห่วงเปึนใย มีความ กังวลกับวิกฤติ หรือปัญหาในจังหวัดข้องเขาอย่างมากทีเดียวนะครับ ผมนำเรื่องนี้ขึ้นมา กราบเรียนท่านประธาน เรียนท่านสมาชิก อยากจะให้เห็นภาพของความยากลำบาก ในการลงไปตั้งเวทีรับฟังความคิดเห็นในจังหวัด ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรา เปึนอย่างยิ่งครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้ามองดูบรรยากาศในห้องประชุมครับ ท่านประธานครับ ที่จังหวัด ปัตตานี้ในวันนั้นนะครับ เราแทบไม่รู้เลยนะครับว่า ข้างนอกนั้นจะมีสิ่งที่น่าวิตก สิ่งที่มีความกังวล เกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน เพราะในห้องประชุม แห่งนั้นมีความรู้สึกเห็นได้ชัดว่า พี่น้องที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นมีความรัก มีความ สามัคคี แล้วก็มีความเข้าใจดีต่อกัน ไม่ว่าจะเปึ้นเรื่องประเด็นใดก็แล้วแต่ การแสดงข้อคิด ความเห็นเปึนไปด้วยความรัก และทะนุถนอมซึ่งกันและกัน แม้กระทั่งประเด็นที่เราคิดว่า ร้อนแรงที่สุด คือประเด็นที่ ๑๕ ในประเด็นคำถามทั้ง ๑๕ คำถาม ก็คือเรื่อง พระพุทธศาสนา เปึนการแสดงข้อคิด เปึนการแสดงความเห็นที่เรียกว่า อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่า น่ารัก แล้วก็สมัครสมานสามัคคีกันดีมากนะครับ แต่อย่างไร ก็แล้วแต่ อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในขณะที่เราจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นอยู่ ในช่วงเช้า เริ่มตั้งแต่เก้าโมงครึ่ง เลิกประมาณบ่ายโมง ในขณะที่การแสดงข้อคิด ความเห็นของพี่น้องในห้องประชุมกำลังออกอรรถรสนี่นะครับ ประมาณสักช่วงสิบเอ็ดโมง เศษ ๆ ก็มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้น ตำรวจถูกยิ่งตาย ๑ ท่าน ในวันที่เราไปรับฟัง ความคิดเห็นอยู่ที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งเหตุก็เกิดในเมือง ก็ไม่ไกลจากที่ประชุมของเรา มากนัก อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า นี่คือสิ่งที่เปึนข้อจำกัดข้องภาคใต้ แต่ก็กราบ ยืนยันกับท่านประธาน และท่านสมาชิกนะครับว่า การแสดงออกซึ่งข้อคิด ความเห็น ทางการเมืองของภาคใต้ ถึงแม้จะมีความยากลำบาก แต่ก็เรียกว่า พี่น้องประชาชนยังให้ ความร่วมมือ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือบรรยากาศที่อยากจะกราบเรียน สำหรับประเด็น มาตรา ๖๘ เมื่อท่านรองประธานเดโชก็ดี ท่านอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ได้อธิบายว่า มันคืออะไรกันแน่ ประชาชนเมื่อโหวต (Vote) ออกมานะครับ พี่น้องส่วนใหญ่ก็คิดว่า ไม่เห็นด้วยที่จะให้มี ด้วยเหตุผลหลายประการครับ ประการหนึ่ง เขาบอกว่า มันอาจจะไม่ใช่มา หรือไม่ใช่การแก้ปัญหาตามระบอบประชาธิปไตย คือ อำนาจเปึนของปวงชนนะครับ จะมอบหมายอำนาจใดอำนาจหนึ่ง เรื่องใด เรื่องหนึ่งให้กับ คณะบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เขาบอกว่า เขายังไม่ไว้วางใจพอ ประเด็นต่อมาที่พี่น้อง ให้ความสนใจ ที่จังหวัดปัตตานี ในเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม แน่นอนครับ เขาสนับสนุน ในร่างฉบับรับฟังความคิดเห็นที่กรรมาธิการยกร่างยกขึ้นมานี้อย่างมากครับ เห็นด้วยว่า ที่บัญญัติไว้นี่ดีแล้ว ในเรื่องของคุณธรรม จริยธรรมของนักการเมือง ส่วนในรายละเอียดนั้น ผมคิดว่าเดี๋ยวทางคุณอนุศาสน์จะได้กลับมานำเรียน ส่วน สว. แน่นอนครับ เมื่อมีการโหวต่ออกมาแล้ว การเลือกตั้งกับการสรรหาในเวทีนี้ การสรรหาก็มี คนมารับรองน้อย ส่วนใหญ่ยังให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งในรายละเอียดคุณอนุศาสน์จะนำเรียน อีกครั้งหนึ่งครับ สส. ก็เช่นกันครับ เห็นด้วยที่กรรมาธิการยกร่างได้ยกร่างขึ้นมา ไม่ว่าจะเปึนจำนวน หรือระบบสัดส่วน ประเด็นต่อมา ในเรื่องของ ๒๐,๐๐๐ คน ๒๐,๐๐๐ รายชื่อ ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ ประเด็นนี้พี่น้องประชาชน ในจังหวัดปัตตานี เห็นด้วยถึง ๙๕ เปอร์เซ็นต์ (Percent) ประเด็นพระพุทธศาสนา ที่จะให้บรรจุลงในรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็อยากจะกราบเรียนว่า บรรยากาศของจังหวัด ปัตตานี ผมเองในฐานะเปึนผู้ดำเนินรายการในวันดังกล่าวนั้น ก็หวั่น ๆ เกรง ๆ กลัว ๆ ที่จะเห็นการแสดงข้อคิด ความเห็นที่อาจจะกระทบกระเทือนความรู้สึก แต่อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่า วันนั้นดีมากครับ ทุกคนได้แสดงข้อคิด ได้แสดงความเห็น ภายใต้กรอบของการเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกันนะครับ และอยากจะเห็นความสงบสุข เกิดขึ้นในแผ่นดินของเรา เมื่อมีการโหวตกันนี่นะครับ ผู้ที่ไม่อยากจะให้บรรจุไว้ประมาณ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ผู้ที่อยากจะให้บรรจุประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ นี่คือเวทีของจังหวัดปัตตานี อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า การจัดเวทีในจังหวัดปัตตานี ถึงแม้นว่าจะยากลำบาก แล้วก็จะหาผู้ที่มาร่วมให้ข้อคิด ให้ความเห็นนั้น ก็ลำบากที่จะเดินทาง แต่ก็ประสบความสำเร็จนะครับ ตามเปัาหมายที่ได้ วางไว้ เวทีต่อมา วันที่ ๔ พฤษภา ที่จังหวัดสงขลา จัดเวทีที่อำเภอหาดใหญ่นะครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ ๕๐๐ คนครับ ได้รับความกรุณาจากท่านรองประธาน เดโช ส่วนานนท์ ได้เปึนประธานในพิธีเป่ด ได้รับความกรุณาจากท่านสดศรี สัตย์ธรรม ในฐานะกรรมาธิการยกร่างได้เปึนวิทยากรน้ำในการอธิบายมาตราต่าง ๆ ที่พี่น้อง ประชาชนอยากจะทราบ และนอกจากนั้น ก็ยังมีท่านวิทยา งานทวี ในฐานะกรรมาธิการ ยกร่างก็ได้ไปให้รายละเอียด ท่านวิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ ท่านนิมิตร ชัยจีระธิกุล และผมเองเปึนผู้ดำเนินรายการ อยากจะกราบเรียนสั้น ๆ ครับ ของสงขลา ถึงแม้นว่า ในจังหวัดภาคใต้ตอนบนจะไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องของการจัดเวทีนะครับ ประเด็นที่ ก่อนที่จะมีการเป่ดเวทีอภิปรายนี่นะครับ เราได้สอบถามว่า พี่น้องประชาชนอยากจะ อภิปรายในประเด็นใดมากที่สุดนะครับ ก็จะนําประเด็นนั้นออกมา หรือนํามาให้ถกเถียง ให้อภิปรายเปึ้นลำดับที่ ๑ ปรากฏว่า ในลำดับที่ ๑ ที่พี่น้องประชาชนอยากจะพูด อยากจะฟัง อยากจะคิดเห็น ในเรื่องของพระพุทธศาสนามาเปึนอันดับที่ ๑ ก็เปึน ประเด็นที่ ๑ ที่เราอภิปรายกัน ในวันที่ ๔ พฤษภาคม ที่ผ่านมานะครับ บรรยากาศ ก็เช่นเดียวกับที่ปัตตานี้นะครับ สำหรับประเด็นนี้ และผลสรุปออกมาว่า ไม่ควรบรรจุ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ บรรจุประมาณ ๒๐ เซ็นต์นะครับ โดยประมาณ เฉพาะในห้องนั้นนะครับ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมาณ ๕๐๐ คน ประเด็นที่ ๒ ที่พี่น้องให้ความสนใจในเรื่องของสิทธิ เสรีภาพ การมีส่วนร่วมของชุมชน และสิทธิชุมชนนะครับ ปรากฏว่าพี่น้องประชาชน สนับสนุนร่างนี้ ๙๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ ถือว่ารัฐธรรมนูญฉบับยกร่าง ร่างที่ ๑ นี้ได้บรรจุ เรื่องสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน พี่น้องมีความพึงพอใจนะครับ แต่ก็มีข้อท้วงติง หรือว่าข้อเสนอแนะเพิ่มเติมไม่มากครับ ไม่ว่าในเรื่องของด้านการศึกษานะครับ ซึ่ง ๑๒ ป้ บอกว่ายังน้อยไป น่าจะเปึน ๑๕ ป้ รวมไปถึงอนุบาลด้วย ในการดูแล การยกเว้น ค่าใช้จ่ายนะครับ และนอกจากนั้นก็มีทางด้านสิทธิเสรีภาพ มีพี่น้องประชาชน ท่านหนึ่งครับที่ได้อภิปราย ซึ่งผมคิดว่า ค่อนข้างจะแปลกกว่าที่อื่นครับ เพราะว่า เมื่อพูดถึงด้านสิทธิเสรีภาพ ส่วนใหญ่จะเปึนการร้องขอเพิ่มเติม แต่เวทีนี้มีพี่น้องบอกว่า ร้องขอเพิ่มเติมนั้น ถ้าได้ก็ดีครับ แต่ว่าอีกด้านหนึ่ง กว่าจะได้สิ่งเหล่านี้ขึ้นมา น่าจะพูดถึง รายรับของภาครัฐด้วยนะครับ ซึ่งหมายถึงว่า เขาเรียกร้องต่อไปว่า ให้ปฏิรูประบบภาษี ปฏิรูปรายรับของภาครัฐด้วยนะครับ เราจะได้ไม่ต้องเถียงกันเรื่องของเบี้ยยังชีพ ของผู้สูงอายุ ปัจจุบันนี้เกือบทุกเวทีครับเรียกร้องเรื่องเบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุให้เพียงพอ แต่ปัญหาว่า รัฐไม่สามารถที่จะจัดให้อย่างเพียงพอ เวทีที่ส่งขลาเขาเสนอว่า ถ้าจะให้ เพียงพอต้องปฏิรูประบบภาษี ปฏิรูประบบรายได้ของราชการ ในขณะเดียวกันก็ต้องอุดรู้รั่วของการใช้จ่ายงบประมาณ ด้วยนะครับ นี่ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับ ประเด็นที่ ๓ ครับ ที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจโหวตเปึ้นอันดับที่ ๓ ก็คือ ๒๐,๐๐๐ รายชื่อนะครับ ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย ๙๗ เปอร์เซ็นต์นะครับ ไม่เห็นด้วยประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์นะครับ สําหรับประเด็นนี้ ประเด็นที่ ๔ ครับ เรื่อง สว. สรรหา กับเลือกตั้งนะครับ ในเวทีนี้ก็ได้มี การอภิปรายชี้แจงนะครับ ที่มาของการสรรหาว่า มี ๒ วิธี ซึ่งมีท่านวิทยา งานทวี ได้กรุณา ชี้แจงในเวทีนะครับ ได้อภิปรายกันทั้ง ๒ ด้าน ๒ ฟากนะครับ ทั้งสรรหาและเลือกตั้ง นะครับ ผู้ที่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง และผู้ที่เห็นด้วยกับการสรรหา สรุปอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ สำหรับเวทีที่สงขลา อำเภอหาดใหญ่นะครับ เห็นว่า ควรจะเลือกตั้ง นะครับ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ สรรหา ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ที่มีประเด็นใหม่ขึ้นมานะครับ ผมเอง เปึ้นผู้ดำเนินรายการในวันนั้น ถามอีกประเด็นหนึ่งว่า ถ้าเอา ๒ ประเด็นนี้มาร่วมกัน นะครับ คือ สรรหาก่อนจำนวนหนึ่ง แล้วให้ประชาชนไปเลือกลงคะแนนนะครับ ประชาชน จะเอาไหม ปรากฏว่า ให้ยกมือประเด็นที่ ๓ นี่นะครับ ทุกคนยกมืออีกครั้งหนึ่งนี่นะครับ เห็นด้วยกับวิธีที่ ๓ เก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในเวทีของอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลานะครับ ประเด็น สส. ครับ ประเด็น สส. ๓๒๐ สัดส่วน ๘๐ นะครับ ประชาชนส่วนใหญ่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยกับกรรมาธิการยกร่างนะครับ แล้วก็ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ยังไม่เห็นด้วยนะครับ ซึ่งก็ถือว่าเปึนแนวเดียวกับการยกร่าง ในครั้งนี้นะครับ นี่คือบรรยากาศของสงขลา ซึ่งก็ถือว่าเปึนอีกที่หนึ่งครับที่ราบรื่นทีเดียว ผมขออนุญาตไปที่จังหวัดยะลานะครับ ที่จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ ๕ พฤษภา ที่อําเภอเมือง จังหวัดยะลา โรงแรมช้างลี (Chang Lee Hotel) ต้องขอขอบคุณท่านศาสตราจารย์ พิเศษจรัญ ภักดีธนากุล อีกครั้งหนึ่งครับ ท่านก็วนเวียนอยู่ในสามสี่จังหวัดภาคใต้กับผม สามสี่วันครับ ท่านก็ได้เปึนหลักในการอภิปรายน้ำ ชี้แจงพี่น้องประชาชนในจังหวัดยะลา นะครับ ท่านวิทวัส บุญญสถิตย์ นะครับ สสร. เราในฐานะที่เปึ้นชาวยะลา ท่านอนุศาสน์ สุวรรณมงคล ท่านวิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ ก็ได้ไปจัดเวที เวทีที่นี่ ท่านประธานครับ น่าแปลก มากครับ เรานัดคน ๔๐๐ คน ๕๐๐ คนครับ แต่คนมาถึง ๑,๕๙๓ คน ล้นโรงแรมเลยครับ โรงแรมเรามีห้องประชุมห้องเดียว คนเข้ามาไม่สามารถเข้ามาในห้องประชุมได้ ต้องเบรก (Break) ให้นั่งพื้นที่ล็อบบี้ (Lobby) โรงแรม ล้นลงไปถึงชานหน้าระเบียงโรงแรม นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนว่า ในสถานการณ์ความไม่สงบที่มีความรุนแรง แต่ว่าพี่น้อง ประชาชนก็ยังให้ความสนใจ ให้ความร่วมมือนะครับ มาร่วมรับฟัง แต่เวทีนี้ส่วนใหญ่จะ เปึนการรับฟังมากกว่าอภิปราย ถ้าเมื่อเปรียบเทียบกับสองสามเวทีที่ผมได้กราบเรียน มาแล้วนี่นะครับ ส่วนใหญ่จะฟังนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยากจะกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพนะครับว่า เรื่องที่พวกเรากังวลมากที่สุดที่เวทียะลา เพราะว่า เปึ้นประเด็นที่อ่อนไหว นั่นก็คือเรื่องพระพุทธศาสนานะครับ แต่ด้วยความกรุณาที่ ท่านจรัญ ภักดีธนากุล ได้อธิบายเจตนาดีของ ๒ ฝ์าย ทั้งฝ์ายที่อยากจะให้บรรจุ และ ฝ์ายที่ไม่อยากจะให้บรรจุนะครับว่า ด้วยความเห็นอกเห็นใจ และความเข้าอกเข้าใจ นะครับ อาจารย์จรัญพยายามที่จะชี้ให้เห็นถึงเจตนาดีทั้ง ๒ ฝ์าย ในที่สุดนะครับ อยากจะกราบเรียนว่า บรรยากาศในห้องประชุม พี่น้องที่มาร่วมประชุมหนึ่งพันห้าร้อย เกือบหนึ่งพันหกร้อยคนนี่นะครับ เรียกว่า มีความรู้สึกที่ดี ดูบรรยากาศในห้องประชุมแล้ว ดูความสนใจของพี่น้อง ที่มาร่วมประชุม นัดห้าร้อย มาพันหกนี่นะครับ ไม่น่าจะมีเหตุการณ์ที่ไม่สงบ แต่ท่านประธานครับ พอพวกกระผมจัดเวทีแล้วเสร็จประมาณสี่โมงครึ่งนี่นะครับ เดินทางกลับยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงครับ ก็มีเหตุการณ์ระเบิดไล่หลัง ตชด. เสียชีวิต ๒ คน ประชาชน ๑ คน บาดเจ็บ ๑ คน ห่างจากโรงแรมที่เราประชุม ๕๐๐ เมตรครับ ท่านที่เคารพทั้งหลายครับ นี่คือความยากลำบาก นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคใต้ อีกประเด็นหนึ่งครับ เด่นที่ยะลานะครับ ในรายละเอียดนี้ ผมจะให้ท่านวิชัยกับท่านวิทวัสได้นำเรียนนะครับ มาตรา ๖๘ แก้วิกฤติชาติอีกเหมือนกัน ครับ คนในจังหวัดยะลานึกว่า มาตรานี้จะไปแก้วิกฤติ ๓ จังหวัดด้วยเหมือนกันครับ ถ้ามาตรา ๖๘ แก้วิกฤติ ๓ จังหวัดได้ เขาถึงจะรับนะครับ แต่พออธิบายเสร็จ มันก็คนละเรื่องกันอีก นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนนะครับ สําหรับยะลา ในรายละเอียด ผมคงไม่ลงในรายละเอียดนะครับ นราธิวาสเช่นกันครับ วันที่ ๖ พฤษภา วันอาทิตย์ เมื่อวานซืน นี้เองครับ จังหวัดนราธิวาส ที่โรงแรมอิมพีเรียล (Imperial Hotel) มีพี่น้องประชาชนมาร่วม ๔๐๐ คน ได้รับความกรุณาจากท่านอาจารย์ปกรณ์ ปรียากร ได้เปึนวิทยากรหลัก ในฐานะโฆษกกรรมาธิการยกร่าง ท่านประธานครับ จริง ๆ ทั้ง ๓ จังหวัด ทั้ง ๕ จังหวัด ถ้าอาจารย์ปกรณ์ไปนี่นะครับ บรรยากาศจะปรับเปลี่ยน ลดอุณหภูมิลงไปเยอะครับ นราธิวาส มีการแสดงข้อคิดความเห็นกันคึกคักครับ เพราะอาจารย์ปกรณ์ได้มีวิธีที่จะให้พี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องมุสลิม ได้แสดงออก แล้วก็ได้เสนอแนะประเด็นดี ๆ เยอะครับ ซึ่งรายละเอียดท่านเสรีจะเปึนคนนําเรียนท่านประธานต่อไปครับ นอกจากนั้น ก็มีท่านวิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ ท่านอนุศาสน์ ท่านเสรีนะครับ เวทีนี้ผมไม่ได้ไปครับ เพราะจัดตรงกัน กับสตูล ในรายละเอียดก็คงจะให้ท่านเสรีนำเรียนนะครับ สุดท้ายแล้วครับ เวทีที่ ๖ วันที่ ๖ พฤษภา ที่จังหวัดสตูล จัดที่อำเภอเมือง จังหวัดสตูล มีผู้เข้าร่วมประมาณสี่ร้อยคน ได้รับความกรุณาจากท่านศาสตราจารย์พิเศษจรัญ ภักดีธนากุล ในฐานะรองกรรมาธิการ ยกร่าง และศาสตราจารย์จรัส สุวรรณมาลา เปึนพิธีกรดำเนินการนะครับ ก็กระผม ที่จังหวัดสตูลครับ เมื่อวานซืนนี้ ก็เปึนอีก ๑ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรานะครับ ที่มีพี่น้องมุสลิมอาศัยอยู่เปึนจำนวนมาก คึกคักครับ การแสดงออกในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะเปึนที่น่าสังเกตครับ เกือบทุกเวทีครับ ถ้าให้ประชาชนเลือกที่จะอภิปราย ก่อนครับ ท่านประธานครับ จะไม่เลือกในเรื่องของเกี่ยวกับการเมืองที่เปึนการเมือง ตัวแทน ไม่ว่าจะเปึน สส. สว. จะไม่ค่อยหยิบมาพูด แต่ประเด็นหลัก ๆ ที่ประชาชนสนใจ และหยิบมาพูดเปึนอันดับ ๑ ก็คือ เรื่องสิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วม แล้วก็สิทธิชุมชน สตูลนี่เข้มแข็งมากครับในเรื่องของสิทธิชุมชน แล้วก็การเสนอแนะในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมคิดว่า น่าจะเปึนตัวอย่างที่ดีของประเทศได้นะครับว่า พี่น้องประชาชนที่นี่ลุกขึ้น พิทักษ์ทรัพยากร พูดถึงเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ พูดถึงสิ่งที่พี่น้องประชาชนควรมี ควรได้ มากที่สุด เปึ้นที่น่าสังเกตว่า พี่น้องประชาชนจังหวัดสตูลได้ห่วงแหน แล้วก็พยายามที่จะ ลุกขึ้นพิทักษ์์สิทธิตรงนี้นะครับ แล้วก็ส่วนใหญ่เห็นด้วย แล้วก็เปึนแนวเดียวกับที่ กรรมาธิการยกร่าง ในเรื่องของประเด็นสิทธิเสรีภาพ แต่ก็มีเรื่องเสนอแนะในเรื่องของ การศึกษา ๑๒ ป้ ว่า ควรจะดูถึงอนุบาลด้วย สิทธิชุมชน ประธานชุมชน ประธาน อสม. ก็อยากจะให้กฎหมายรัฐธรรมนูญได้คุ้มครอง หรือว่าพูดถึงบ้างในเรื่องของสิทธิชุมชน นะครับ ประเด็นต่อมาครับ เรื่องคุณธรรม จริยธรรมนะครับ ปรากฏว่าพี่น้องประชาชน เห็นด้วยมากครับ สนับสนุนเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ในเรื่องที่ได้ยกร่างไปแล้วนะครับ ประเด็นต่อมาที่พี่น้องประชาชนสนใจนะครับ ผลประโยชน์ทับซ้อน พี่น้องได้ให้การ สนับสนุนที่กรรมาธิการยกร่างได้ร่างขึ้นนี่ครับ เรียกว่าเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธานครับ ในส่วนของพระพุทธศาสนาก็เช่นกันครับ ไม่เห็นด้วยที่จะให้บรรจุ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ นอกจากนั้นในเรื่องของ สส. สว. นะครับ สส. เห็นด้วยในจำนวน ๔๐๐ คน แต่สตูลนี้ มาแปลกครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าเขาเปึนจังหวัดเล็ก เขาผ่านประสบการณ์ การเลือกตั้ง สส. มาเกือบทุกระบบนะครับ สส. ๑ คนก็เจอมาแล้วนะครับ สส. ๒ คน ในจังหวัดก็เจอมาแล้ว เขากังวลครับ ท่านประธานครับว่า วันนี้จำนวน สส. ลดลง เขากลัว สส. เขา จังหวัดเขาจะเหลือคนเดียว และเขาจะไม่มีที่พึ่ง ถ้าเกิดว่าไปหาคนที่ ๑ ไม่เจอ นี่นะครับ ก็ไม่รู้จะไปหาใครแล้ว แต่ถ้ามีสัก ๒ คนเปึนอย่างน้อย ก็ยังมีสแปร์ (Spare) อยู่บ้างครับ ท่านครับ ซึ่งเรื่องนี้ผมเองก็หนักใจครับ เพราะว่าเรากําหนดด้วยจำนวน ประชากรนะครับ ก็ได้พยายามชี้แจงพี่น้องที่มีความกังวลเรื่องนี้ แต่ก็เชื่อครับว่าในที่สุด พี่น้องก็เข้าใจนะครับ ในส่วนของข้อคิด ความเห็นที่เราได้โหวตกันนี่นะครับ ส่วนใหญ่ ในเรื่อง สส. นี่เห็นด้วยว่า ให้มีระบบ ๓๒๐ แล้วก็สัดส่วนอีก ๘๐ นะครับ เห็นด้วย ๗๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ และไม่เห็นด้วยประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ก็สรุปว่า สอดคล้องเปึนแนวเดียวกับที่กรรมาธิการยกร่างได้ยกร่างขึ้นนะครับ ส่วนเรื่อง สว. นั้น มีความต่างครับกับที่กรรมาธิการยกร่าง เรื่องสรรหากับเลือกตั้งครับ แน่นอนครับ เลือกตั้งประมาณ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ที่เห็นด้วยนะครับ แล้วก็เห็นด้วย กับการสรรหา ๓๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ ซึ่งก็ถือว่าไปคนละทาง และไม่เห็นด้วยกับการ ยกร่างของกรรมาธิการยกร่างนะครับ แต่อาจารย์จรัสวันนั้น ถามขึ้นมาอีกประเด็นหนึ่ง อีกคำถามหนึ่งว่า เอ๊ะ ถ้าอย่างนั้น สรรหาสักครึ่ง แล้วเลือกตั้งสักครึ่ง ประชาชน จะว่าอย่างไรนะครับ วิธีนี้นี่นะครับบอกว่า เห็นด้วย ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าสรรหาครึ่งหนึ่ง เลือกตั้งครึ่งหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เห็นด้วยอีก ๓๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ นี่คือข้อมูลคร่าว ๆ ของการโหวตในเวทีนะครับ ซึ่งจะถามว่า เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเท่านี้ จะนับได้เปึนสถิติที่เปึน ตัวแทนของประชากรมากน้อยแค่ไหน ถ้าในเชิงวิชาการก็คงไม่ได้ครับ แต่ถ้าในเชิง ความเห็นโดยรวมของพี่น้องประชาชนนี่นะครับ ผมคิดว่า เสียงเหล่านี้กรรมาธิการ ยกร่างต้องฟัง สภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้ต้องนําไปคิดนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนทั้ง ๕ เวที ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ ไล่มาตั้งแต่นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลา และสตูลนี่นะครับ ผมคิดว่า เท่าที่มีข้อมูลนะครับ ไม่ใช่คิดว่าครับ เท่าที่ได้รับข้อมูล มานี่นะครับ สอดคล้อง สอดรับกับยกร่างของกรรมาธิการยกร่างนั้นนะครับเปึ้นจำนวน มากครับ แล้วก็เปึ้นส่วนใหญ่ครับ แต่ประเด็นที่เห็นชัด ก็คือ เรื่อง สว. แค่นั้นเองครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่า ในเรื่องนี้ไม่ทราบว่า พี่น้องประชาชนในส่วนภาคส่วนอื่นจะมี ความคิด ความเห็นอย่างไรก็แล้วแต่ครับ แต่ว่าในส่วนภาคใต้นี่ขอยืนยันตามที่ผมได้ กราบเรียนมาแล้ว สำหรับเรื่องประเด็น สว. นะครับ เหตุผลที่พี่น้องได้อภิปรายในเรื่องนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของคําตอบสุดท้ายที่ว่า ถ้าเปึนตัวแทนปวงชนนี่นะครับ ถ้าไม่ได้ยึดโยง ไม่ได้ให้ประชาชนมีส่วนร่วม เขาไม่เชื่อหรอกครับว่า คน ๗ คน คน ๑๑ คน หรือคณะบุคคล จะตัดสินใจแทนคนหกสิบล้านคน เขาไม่เชื่อหรอก นี่คือสิ่งที่พูดกันในปักษ์ใต้ ท่านที่เคารพ ทั้งหลายครับ ถึงแม้นว่าเราจะพยายามชี้ให้เห็นว่า การเลือกตั้ง สว. มีจุดด้อยอย่างไรบ้าง แต่เขาก็ไม่ยอมแลกครับ กับสิทธิ กับอํานาจอธิปไตยของเขานะครับ นี่คือข้อคิดจาก ปักษ์ใต้ใน ๕ เวทีแรก อาจจะยังไม่สรุปว่า เปึนความเห็นของภาคครับ แต่เปึนความเห็น ที่พอจะประเมินในภาพรวมได้ ท่านประธานครับ นี่คือการทำงานในภาคใต้ อยากจะ กราบเรียนท่านที่เคารพนะครับว่า สำหรับการทำงานใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เราก็สําเร็จลุล่วงไปด้วยดี แต่ที่น่าเปึนห่วงครับ ท่านประธานครับ อยากจะให้ท่านสมาชิก ได้เห็นใจกับคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดทั้ง ๕ จังหวัด โดยเฉพาะ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นี่นะครับ พวกผมเองไปจัดเวทีในระดับภาคนี่นะครับ จัดในอำเภอเมือง จัดในใจกลางเมือง ความยากลำบากนี่มีครับ แต่ก็ไม่มากเท่ากับเพื่อนกรรมาธิการ วิสามัญประจำจังหวัดที่จะต้องลงไปถึงตำบล ลงไปถึงอำเภอครับ ยากมากครับ อยากจะให้สภาแห่งนี้ให้ความเห็นใจ ที่ผมได้พูดเรื่องนี้ขึ้นมา ก็อยากจะเรียนท่านประธาน อีกเรื่องหนึ่งครับ ซึ่งเปึนการปฏิบัติงานของกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและ การมีส่วนร่วมของประชาชนจังหวัดนราธิวาส ท่านกรรมาธิการท่านนี้ได้ทำงานให้กับ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นในจังหวัดนราธิวาสดีมากครับ ให้ความร่วมมือ ดีมากครับ และให้ความร่วมมือกับส่วนราชการดีมากครับ ท่านเปึ้นผู้ใหญ่บ้าน ชื่อ มูฮัมหมัดอามีน ซาริค้าน และน่าเสียดายครับ น่าเสียใจจริง ๆ ครับ กราบเรียน ท่านประธานว่า ท่านได้ถูกผู้ร้ายลอบยิ่ง ในวันที่ ๕ เมษายน ในขณะที่ออกไปขี่รถมอเตอร์ไซค์ (Motorcycle) สะพายป๋นลูกซ้องของราชการไปรักษา เฝัายามที่โรงเรียนแห่งหนึ่งครับ แต่ก็ในระหว่างเดินทางก็โดนยิ่งเสียชีวิต และท่านมูฮัมหมัดอามีนนี่นะครับ เปึนผู้ที่ หัวเรี่ยวหัวแรงในการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ในรอบที่ ๑ นี่นะครับ อย่างแข็งขันครับ ผมเองได้มีโอกาสไปร่วมเวทีที่จังหวัดนราธิวาสนะครับ น้อง ๆ เจ้าหน้าที่ข้าราชการของ รัฐสภาเราก็ได้รู้จักกับท่านมูฮัมหมัดอามีน นี้เปึนอย่างดี ผมก็ได้ทำหนังสือนี้เรียนไปยัง ท่านประธานแล้วนะครับ และในเบื้องต้น ในฐานะกรรมาธิการภาคใต้ เราก็ได้รวบรวมเงิน ช่วยเหลือครอบครัวของคุณมูฮัมหมัดอามีนนี่นะครับ โดยมอบหมายให้ท่านเสรี นิมะยุ และท่านวิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ คุณอนุศาสน์ นี่นะครับ ไปมอบให้กับครอบครัวแล้วนะครับ ๒๐,๐๐๐ บาท ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในภาคใต้ของเรานะครับ แล้วก็เปึนความยากลำบากจริง ๆ ครับ ทํางานต้องด้วยความระมัดระวังนะครับ ท่านเสรี นิมะยุ ประธานกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดนราธิวาส นี่น่าเห็นใจครับ ทำงานยากมาก ๆ ครับ แต่ก็ฟันฝ์า น้ำข้อมูล ก็อยากจะกราบเรียนท่านที่เคารพว่า เปึ้นข้อมูลที่แลกกันด้วยเนื้อ แลกกันด้วยชีวิตล่ะครับ มาถึงสภาแห่งนี้ ก็อยากให้ สภาแห่งนี้ได้เห็นคุณค่า ได้เห็นความตั้งใจของพี่น้องประชาชนและกรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัดใน ๓ จังหวัด ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ สุดท้ายอยากจะประชาสัมพันธ์ ล่วงหน้าสักนิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ วันที่ ๙ พฤษภาคมนี้ ที่นครศรีธรรมราช นัดหมาย ประชาชนไว้ ๗๐๐ คน ก็ขอถือโอกาสนี้เชิญชวนพี่น้องประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราช นะครับ ที่โรงแรมทวิน โลตัส (Twin Lotus Hotel) ก็ได้กราบเรียนเชิญ แล้วก็ลงบุ๊ก (Book) กันไว้เปึ้นที่เรียบร้อยแล้วครับ อาจารย์ปกรณ์ ปรียากร อาจารย์คมสัน โพธิ์คง แล้วก็อีกหลายท่านนะครับ วันที่ ๑๐ พฤษภา พัทลุงครับ ท่านอาจารย์วุฒิสาร ท่านพี่ไพโรจน์ พรหมสาส์น นะครับ เราเซ็นสัญญากันเรียบร้อยแล้วนะครับ ๑๑ พฤษภา ครับ ที่ตรังครับ อาจารย์คมสั้น พี่ไพโรจน์นะครับ วันที่ ๑๒ ที่กระบี่ครับ ได้ความกรุณาจากท่านประธาน นะครับ ท่านประธานนรนิติได้ลงบุ๊กไว้เปึ้นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านอาจารย์สมคิด แล้วก็ อีกหลายท่านครับ ท่านอาจารย์คมสัน วันที่ ๑๓ พฤษภา ที่พังงาครับ ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ นะครับ ถ้าอย่างไรก็คงจะได้ลงไปช่วยนะครับ ท่านอาจารย์สมคิด วันที่ ๑๖ ที่ภูเก็ตครับ วันที่ ๑๖ ที่ภูเก็ตนี่ อย่างไรต้องขออาสา ขอให้ท่านกรรมาธิการยกร่างได้ลงไปช่วยด้วยนะครับ ที่ได้อาสาไว้แล้ว ที่ได้ประสานไว้แล้ว ที่มีวันว่างนะครับ มีอาจารย์วุฒิสารนะครับ วันที่ ๑๗ ระนองนะครับ วันที่ ๑๘ ชุมพร วันที่ ๒๐ สุราษฎร์ธานี ที่เกาะสมุยครับ อย่างไรก็แล้วแต่ครับ ขอดูให้กรรมาธิการยกร่างได้กรุณาดูโปรแกรม (Program) วันว่าง นิดหนึ่งนะครับ ถ้าพอจะไปช่วยได้ ผมอยากให้กรรมาธิการยกร่างนี่ไปช่วยอธิบาย นะครับ ไปชี้แจงให้พี่น้องได้เห็นว่า เราได้ทำงานกันอย่างไร ถึงแม้นว่าจะลำบากสักนิด ในช่วงนี้ เพราะเชื่อว่าทั่วประเทศกรรมาธิการ ๓๕ คน และผู้หลักผู้ใหญ่เราอีก ๓ ท่านนี่ แบ่งภาคลำบากมากครับ ท่านอาจารย์นรนิติอย่างนี้นะครับ ผมคิดว่า แบ่งภาคลำบากมาก แต่ก็อยากจะกราบเรียนว่า ถ้าจัดสรรเวลาได้ก็จะเปึนพระคุณอย่างยิ่งครับ ทั้งหมดนี้ เปึ้นการรายงานความคืบหน้าของการทำงานของกรรมาธิการภาคใต้ครับ ก็ขอ กราบเรียนท่านประธานไว้เบื้องต้นแค่นี้ครับ แล้วก็จะให้กรรมาธิการจังหวัด แต่ละจังหวัดได้นำเรียนเพิ่มเติม จังหวัดแรกก็เชิญพี่นิมิตรก่อนดีไหม พี่นิมิตรก่อนครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ

เชิญครับ ท่านที่ชี้แจงต่อไปท่านใด ท่านนิมิตร เชิญครับ