สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๗ · ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐

มนตรี เพชรขุ้ม หารือเรื่องการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในภาคใต้ และเรียกร้องการแก้ไขประเด็นน้ำมันในร่างรัฐธรรมนูญ

นายมนตรี เพชรขุ้ม กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม มนตรี เพชรขุ้ม สสร. นะครับ ท่านผู้ทรงเกียรติที่เคารพครับ ณ วันนี้ ที่สภาแห่งนี้กำลังประชุมอยู่ ก็มีหลายจังหวัด ในทางภาคใต้ก็กำลังทำการประชุม หรือว่าเป่ดเวทีรับฟังความคิดเห็นของพี่น้อง ประชาชนอยู่นะครับ โดยเฉพาะเวลานี้ และขณะนี้ก็ได้มีเวทีที่สุราษฎร์ธานี แล้วก็ที่ระนอง กำลังเป่ดเวทีรับฟังความเห็นของพี่น้องประชาชน แล้วก็หลาย ๆ พื้นที่ ผมเข้าใจว่า หลาย ๆ จังหวัดของประเทศก็เช่นกันนะครับ บางครั้งก็เป่ดเวทีมา บางเวทีก็เป่ดมาแล้ว หลาย ๆ ที่ แล้วก็หลาย ๆ ที่ก็ยังไม่ได้เป่ดนะครับ ฉะนั้นก็ขอนำเรียนกับท่านผู้มีเกียรติว่า ผมในฐานะที่เปึนรองประธานคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ภาคใต้นะครับ ก็มีโอกาสที่จะได้ทำหน้าที่รับผิดชอบ ๓ จังหวัดนะครับ สุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนองนะครับ ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ ในขณะเดียวกัน ร่างรัฐธรรมนูญ ร่างที่ ๑ ก็ได้ออกสู่สายตาพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ อาจจะไม่ทั่วถึงนะครับ เพราะว่ามี ๑ ล้านเล่มที่ออกไป ๑ ล้านฉบับ ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ มีทั้งเห็นดีด้วย และไม่เห็นดีด้วย แต่ส่วนใหญ่ก็เห็นดีด้วยกับคณะกรรมาธิการยกร่างนะครับ ที่ได้ทำหน้าที่ ใช้เวลา ใช้ความรู้ ความสามารถของท่านทำหน้าที่ด้วยดีเสมอมานะครับ แต่ก็มีหลาย ๆ ประเด็น นะครับที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างใหญ่หลวงนะครับ ผมเองก็ได้ไปรับฟังมา หลาย ๆ เวที หลังจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ออกไปแล้วนะครับ เช่น กรณีของที่มา ของสมาชิกวุฒิสภา หรือว่า สว. ก็มีปัญหาอย่างใหญ่หลวง ที่พี่น้องประชาชนสับสนและ ไม่เข้าใจนะครับว่า ทําไมอยู่ ๆ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถึงได้เขียนมาได้ว่า สว. ต้องมาจาก การสรรหาเท่านั้นนะครับ เมื่อเปึนเช่นนี้ พี่น้องประชาชนหลาย ๆ พื้นที่ก็ฝากกระผมมาว่า เปึนไปได้ไหมที่จะขอ แปรญัตติในเรื่องนี้ ผมบอกว่า แน่นอนอยู่แล้วครับ เพราะว่า สสร. หลายๆ ท่านพร้อมที่จะ แปรญัตติในสภานะครับ เรื่องที่มาของสมาชิกวุฒิสภานะครับ ท่านที่เคารพครับ สส. ต้องมาจากการเลือกตั้งจากประชาชน นั่นคือแน่นอนอยู่แล้ว เพราะต้องมาทำหน้าที่ เปึ้นตัวแทนของพี่น้องประชาชนนะครับ แล้ว สว. ก็ต้องมาทำหน้าที่ในการกลั่นกรอง กฎหมาย แต่งตั้ง ถอดถอนองค์กรอิสระ ฉะนั้น สว. ก็ต้องมาจากน้ำมือของพ่อแม่ พี่น้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เพราะคนไทยทั้งประเทศเชื่อเหลือเกินว่า การที่จะส่งตัวแทน ของพี่น้องประชาชนขึ้นมาทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชนต้องมาจากประชาชน ต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้นนะครับ ท่านที่เคารพครับ ทุกคนเขาพูดกันเปึ้นเสียงเดียว นะครับว่า ประเทศไทยเปึนประเทศประชาธิปไตย แต่ถ้า สว. หรือสมาชิกวุฒิสภามาจาก การแต่งตั้ง หรือสรรหานะครับ ก็จะทําให้คําว่า ประชาธิปไตยขาดหายไป หรือสูญหายไป นะครับ นั่นอีกประเด็นหนึ่ง และอีกประเด็นหนึ่งนะครับ ตุลาการ เปึ้นที่วิพากษ์วิจารณ์กัน พอสมควร ที่จะอยู่ในองค์กรของการสรรหา หรือแต่งตั้งนะครับ ท่านที่เคารพครับ ตุลาการ คือ ผู้ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรมนะครับ ถ้าตุลาการลงมาสรรหา หรือแต่งตั้งบุคคลใด บุคคลหนึ่ง หรือแต่งตั้ง สว. ก็จะมีปัญหากับพี่น้องประชาชนว่า ทำไมตุลาการจึงต้องมามี บทบาทหน้าที่ในการแต่งตั้งหรือสรรหา จะเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ของพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศ หรือทั่ว ๆ ไป เพราะว่าผมเอง แล้วก็พี่น้องประชาชน หรือทุกคน ทุกท่านที่ นั่งอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ ก็ต้องเข้าใจว่า การสรรหาก็คงจะต้องมีคนที่รู้จัก ต้องมีคนที่ คุ้นเคย ฉะนั้นการจะสรรหาใคร จะแต่งตั้งใคร ก็ย่อมจะได้คนที่รู้จัก หรือคนที่คุ้นเคยอยู่ ตลอดไป เมื่อถึงเวลานั้น ตุลาการจะถูกพี่น้องประชาชนกล่าวหาว่า ไม่ยุติธรรม ทั้ง ๆ ที่ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศก็เชื่อมั่นในความยุติธรรมของตุลาการนะครับ และอีกประเด็น หนึ่งนะครับ ในเรื่องของสมาชิกวุฒิสภาเช่นกัน ผมเองได้ฟังท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง หลาย ๆ ครั้งในสภาแห่งนี้ ขออนุญาต และขออภัยต่อท่านด้วย ที่ท่านไม่ได้นั่งอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ ในสภาแห่งนี้ แต่ผมก็เข้าใจว่า ท่านก็คงรับฟังอยู่นะครับ ท่านอาจารย์ เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านกล่าวตลอดเวลาในสภาแห่งนี้ว่า ผมออกพื้นที่หลาย ๆ พื้นที่ รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนหลาย ๆ เวที พี่น้องประชาชนนำเสนอให้สมาชิก วุฒิสภาให้มาจากการสรรหา หรือการแต่งตั้งเท่านั้น เปึ้นเปอร์เซ็นต์ที่สูงมาก ท่านพูดอย่างนี้ ซึ่งขัดกับความเปึนจริงที่ผมไปออกเวทีเช่นกัน แล้วก็หลาย ๆ เวทีเช่นกัน ทำให้พี่น้องประชาชนถามผมมาว่า ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง กลับลำหรือเปล่า นี่คือประเด็น แล้วสิ่งที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ได้นำเสนอต่อสภาแห่งนี้ คณะกรรมการ ยกร่าง ก็ได้เขียนไปอย่างที่อาจารย์เจิมศักดิ์ได้กล่าวมา แต่ผมก็ไม่ได้หมายถึงว่า คณะกรรมการยกร่าง ได้เขียนตามที่อาจารย์เจิมศักดิ์ว่ามาทุกอย่าง หรือทุกเรื่อง แต่ในขณะเดียวกัน ในเรื่องนี้ตรงประเด็นที่อาจารย์เจิมศักดิ์พยายามพูดในสภา หลายครั้งเช่นนี้ แต่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ก็ไปหลายเวที ผมบางเวทีก็เคยร่วมกับ อาจารย์เจิมศักดิ์ด้วย บางเวทีถึงไม่เคยร่วมกับอาจารย์เจิมศักดิ์ แต่ผมก็ยังมั่นใจ เหลือเกินว่า ณ วันนี้ไปถามพี่น้องประชาชนหลาย ๆ เวที ผมเชื่อเหลือเกินว่า เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ที่พี่น้องประชาชนต้องการให้ สว. หรือสมาชิกวุฒิสภามาจากการ เลือกตั้งนะครับ และเช่นเดียวกัน ขณะนี้พรรคการเมืองต่าง ๆ ก็เคลื่อนไหวกันมากมาย ในเรื่องของสมาชิกวุฒิสภา เพราะพรรคการเมืองก็ไม่ต้องการให้สมาชิกวุฒิสภามาจาก การสรรหาเช่นกัน แต่ที่ผมพูดแบบนี้ไม่ได้หมายถึงว่า ผมจะเข้าข้างพรรคการเมือง หรือเห็นคล้อยไปกับพรรคการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะผมก็ไม่ใช่คนของพรรคการเมือง ไม่เปึนคนของพรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใดอยู่แล้วนะครับ แต่สิ่งที่ผมฟังมาจาก สื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนสื่อทีวี หรือสิ่งตีพิมพ์นะครับ อดีตรัฐมนตรี อดีตสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ ท่านได้กล่าวถึงเรื่องนี้ และพูดถึงเรื่องนี้เปึ้นหนักแน่นว่า จะคว่ํารัฐธรรมนูญ และยังพูดต่อไปจากนั้นอีกว่า จะให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ คว่ํารัฐธรรมนูญเสียก่อน ก่อนที่จะลงประชามติ เพราะจะไม่ต้องสูญเสียงบประมาณ เกือบสองพันล้าน แต่นั่นคือเปึนคำพูดของอดีตรัฐมนตรี และอดีตสมาชิกสภาผู้แทน บางคนแค่นั้นนะครับ แต่ผมก็ยังเชื่อมั่นเหลือเกินว่า สภาแห่งนี้ สภาร่างรัฐธรรมนูญ จะไม่ถูกคว่ำในสภาแน่นอน และจะไม่คว่ำเปึ้นอันขาด เพราะผมเชื่อว่า ในหลาย ๆ มาตรา ตั้งแต่ มาตราที่ ๑ ถึง มาตราที่ ๒๙๙ ก็มีส่วนดีเกือบทั้งสิ้น ที่ขาดอยู่ ก็คงจะไม่กี่มาตรานะครับ แสดงว่าในไม่กี่มาตราที่ความเห็นแตกต่างออกไป ก็สามารถ ที่จะแปรญัตติในสภา ผมก็เชื่อมั่นว่า คณะกรรมการยกร่างทุกท่านก็คงจะแก้ไข เพิ่มเติมในโอกาสต่อไปนะครับ นั่นก็อีกประเด็น ท่านที่เคารพครับ ที่ผมได้กล่าว ไปเมื่อกี้ในกรณีที่ผมกล่าวถึงท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ว่า ท่านกลับลำหรือเปล่า ผมได้ยินมาจากพี่น้องประชาชน เพราะพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจากการโหวตเสียง หรือการออกมาพูดคุยในเวทีเสวนาต่าง ๆ พี่น้องประชาชนบอกว่า ตัวแทนของ พี่น้องประชาชนต้องมาจากการเลือกตั้ง พี่น้องประชาชนยังกล่าวต่อไปว่า จะดี จะชั่ว อย่างไรก็แล้วแต่ ขอให้มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ให้มาจากน้ำมือของประชาชนเท่านั้น ผมเข้าใจดีนะครับ คณะกรรมการยกร่างเข้าใจว่า ท่านคงจะคิดว่า ถ้าสมาชิกวุฒิสภา มาจากการเลือกตั้ง จะต้องเปึนคนของพรรคการเมือง เปึนตัวแทนของพรรคการเมือง ผมเรียนกับท่านกรรมการยกร่างนะครับว่า แม้แต่พี่น้องประชาชนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ข้ามน้ำ ข้ามคลอง ข้ามทะเล ข้ามห้วย ข้ามบึง ข้ามภูเขา ณ ปัจจุบันนี้ ทุกคนก็ทราบ ทุกคนก็รู้เรื่องของการเมือง ทุกคนก็รู้ความเคลื่อนไหวของประเทศชาติ ทุกคนก็รู้ ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลนะครับ ฉะนั้น ผมนำเรียนว่า เมื่อพี่น้องประชาชนหูตาสว่าง ทุกพื้นที่นะครับ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศก็คงจะตระหนักดีว่า สมควรจะเลือกคนประเภทใดเข้ามาทำ หน้าที่นะครับ พี่น้องประชาชนก็คงจะทราบดีว่า ใครคือคนของพรรคการเมือง ใครคือ คนนอกพรรคการเมือง ใครคือผู้ที่จะมาทำหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนได้ นั่นคือ พี่น้องประชาชนทราบดีนะครับ ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ ต่อมาผมจะกล่าวในเรื่องของ พุทธศาสนา ผมเองก็ได้ไปรับฟังพี่น้องประชาชนมามากพอสมควร และพี่น้องประชาชน ตอนนี้ก็สับสนนะครับ คือ ที่ผมทราบมา คือ ห้าสิบห้าสิบ เห็นด้วย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ในหลาย ๆ พื้นที่ และเมื่อวานผมได้มีโอกาสขึ้นเวทีเสวนา ในเวทีของพุทธศาสนา ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ แล้วก็มีท่านอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ด้วยอีกท่านหนึ่ง ขออภัยที่เอ่ยชื่อท่าน เพราะท่านก็ไม่ได้เข้ามาวันนี้นะครับ ในเวทีแห่งนี้ ก็ได้พูดกันมากมาย และก็ได้โจมตี สสร. หลายท่าน ที่พูดในเรื่องที่ไม่เห็นด้วยกับ พุทธศาสนา ท่านที่เคารพครับ พี่น้องประชาชนคนไทย ๙๔ เปอร์เซ็นต์ ที่นับถือ พุทธศาสนา และนับถือศาสนาพุทธ พี่น้องประชาชนทุกคนที่นับถือศาสนาพุทธ ผมเชื่อเหลือเกินว่า ไม่ว่ากิจกรรมใดนะครับ ขึ้นบ้านใหม่ งานแต่ง งานบวช หรือว่า การสูญเสียชีวิตลง ต้องมีทางศาสนาเข้าไปเกี่ยวข้อง ต้องมีพระสงฆ์เข้าไปทำพิธีเรื่องของ พุทธศาสนา เรื่องของทางศาสนา ซึ่งผมเองเห็นความสําคัญตรงนี้ ก็ยังคิดอยู่ตลอดเวลา ว่า น่าจะบรรจุศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจำชาติ น่าจะบัญญัติพุทธศาสนาเปึนศาสนา ประจำชาติ หลายท่านก็วิพากษ์วิจารณ์ว่า กลัวจะเกิดวิกฤติทางการเมือง กลัวจะเกิดการ สับสนทางศาสนา ไม่ใช่นะครับ เพราะว่าผมที่ถามพี่น้องไทยพุทธ พี่น้องชาวพุทธ พี่น้องพุทธศาสนา ทุกคนบอกว่า เขาไม่ได้กีดกัน และไม่ได้ห้ามให้ท่านหนึ่งท่านใด หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่ให้นับถือศาสนาอื่น ทุกคนในประเทศไทยนับถือศาสนาอะไร ก็ได้ เพราะประเทศไทยเปึนประเทศประชาธิปไตย ท่านนับถือได้ทุกศาสนา และผมก็เชื่อ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศก็เชื่อว่า ศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนเปึนคนดี และศาสนาทุกศาสนาก็ยึดในหลักศาสนาที่ปฏิบัติด้วยดีเสมอมานะครับ ก็เช่นเดียวกับ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ หรืออยู่ต่างประเทศ ท่านก็มีสิทธิที่จะเลือกนับถือ ศาสนาใดก็ได้ คนไทยไม่ได้ห้าม ศาสนาพุทธไม่ได้ห้าม ศาสนาอื่นก็ไม่ห้าม สุดแล้วแต่ ความชอบ ความศรัทธานะครับ ฉะนั้นผมเองก็ไม่แปลกใจที่พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ เดินมาเรียกร้องความเปึนธรรมในส่วนนี้ มีพระสงฆ์หลายรูป หลายพัน หลายหมื่นรูป เรียกร้องส่วนนี้ เพราะว่าพุทธศาสนาจะต้องได้สอนให้กับนักศึกษา นักเรียน ในโอกาสต่อไป แต่ถ้าไม่บัญญัติไว้ กฎหมายก็คุ้มครองน้อย หรืออาจจะไม่ได้คุ้มครอง เท่าที่ควรนะครับ นั่นคือสิ่งหนึ่งที่ผมได้กล่าวตรงนี้ และผมก็ไม่ได้คิดว่า จะถูกชักน้ำ หรือว่าถูกพรรคพวกคนหนึ่งคนใด สสร. หรือว่าพระสงฆ์องค์เจ้าท่านใด หรือว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ท่านใด ไม่มีนะครับ เปึนจุดยืนส่วนตัว และความคิดส่วนตัวนะครับ แล้วก็อยากจะเรียกร้องให้กับเพื่อน สสร. หรือว่าท่าน สสร. ทุกท่านเห็นด้วยกับ พุทธศาสนา และให้พุทธศาสนาบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วยนะครับ ท่านดูสิครับว่า ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน และประเทศไทย มาตลอดกาล ซึ่งธงชาติก็มี ๓ สี ท่านก็เห็นอยู่แล้วนะครับ ซึ่งสีขาวแน่นอนอยู่แล้วว่า ศาสนา ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ นั่นคือประเด็นที่ผมนำเสนอ และอีกประเด็นหนึ่ง นะครับ ผมเองก็ต้องขอประชาสัมพันธ์ไปนิดหนึ่งว่า วันที่ ๒๐ พฤษภาคม เดือนนี้ ท่านสมาชิก สสร. ท่านใดมีเวลาว่าง คณะกรรมการยกร่างท่านใดมีเวลาว่าง หรือว่าท่านประธาน รองประธานสภา ถ้าว่างช่วงนั้น เวลาของการรับฟังความคิดเห็นของ พี่น้องประชาชนคงจะน้อยลงนะครับ ถ้าท่านว่างท่านเชิญที่เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี นะครับ เพราะว่าจะได้มีเรื่องราวที่ไปคุยกันที่นั่น แล้วก็ปรึกษาหารือที่นั่น คณะกรรมการยกร่างหลายท่านก็ได้ลงไปที่นั่นนะครับ ก็กราบเรียนเชิญนะครับ วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ที่เกาะสมุย ศาลาประชาคม แต่สำหรับที่พักก็เดี๋ยวทางเจ้าหน้าที่ รัฐสภาจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ถ้าท่านใดจะไปก็ให้แจ้งความจํานงไว้ด้วยนะครับ ผมเองก็ได้ประสานไปกับทางโรงแรมเพื่อสำรองที่พักให้ท่านด้วยนะครับ แล้วก็วันที่ ๓ มิถุนายน นะครับ ก็จะมีเวทีของกรมประชาสัมพันธ์นะครับ ไปจัดที่สุราษฎร์ธานี ก็นำโดยท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ไปจัดรายการ แล้วก็ผมจะเชิญบุคคลสำคัญ ที่เคยผ่านเวทีการเมืองนะครับ ไม่ว่าจะเปึนสภาผู้แทนราษฎร หรือว่าอดีตรัฐมนตรี หรือว่าอดีตสมาชิกวุฒิสภา เข้าร่วมเสวนาด้วยในวันนั้นนะครับ วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๐ ตั้งแต่เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา เปึนต้นไปนะครับ อาจจะใช้สถานที่ของสถานี ของห้องส่ง ของกรมประชาสัมพันธ์ ช่อง ๑๑ เขต ๕ สุราษฎร์ธานี หรือว่าจะเปึนโรงแรม ในเมืองสุราษฎร์ธานี จะแจ้งอีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านที่เคารพครับ สิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมด ก็คือ สิ่งที่ได้รับฟังจากพี่น้องประชาชนในหลาย ๆ พื้นที่ โดยเฉพาะผมรับผิดชอบ ๓ จังหวัด ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ แล้วก็ได้รับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนมามาก พอสมควร ผมจึงจำเปึ้นต้องพูดในสภาแห่งนี้ จึงชี้แจงในสภาแห่งนี้ให้สมาชิกสภา ร่างรัฐธรรมนูญทุกคนทราบ และให้คณะกรรมการยกร่างทุกท่านได้ทราบ ให้ประธานสภา รองประธานสภาได้รับทราบนะครับ สำหรับผมก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านไว้ในโอกาสนี้ ไว้เพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ