รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพฤหัสบดีที่ ๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา อาคารรัฐสภา (เกียกกาย)
ท่านสมาชิก ที่เคารพทุกท่านครับ ตารางการประชุมของพวกเราในช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงการนำเอาปัญหา ความทุกข์ยาก ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเพื่อที่จะได้มาสะท้อนในสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้ แล้วสภาของพวกเราก็จะได้นำเอาข้อหารือของท่านเสนอไปถึง หน่วยงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบ ไปถึงทางฟากฝ่ายรัฐบาลนะครับ ซึ่งก่อนที่ผมจะเปิดให้ท่าน ที่เคารพได้ปรึกษาหารือ ผมขออนุญาตนำเรียนให้ท่านทราบว่าข้อหารือของท่านผู้ทรงเกียรติ ทุก ๆ ข้อหารือนะครับ หลังจากท่านหารือเสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ของสภาก็จะรีบดำเนินการ ทำเป็นเอกสาร แล้วผมเองในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องข้อหารือนี้ก็รีบลงนามแล้วก็ส่งไป ถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบทุก ๆ ข้อหารือแล้วนะครับ แล้วในหนังสือที่ส่งไปก็จะได้กำหนดว่า ให้ทางหน่วยงานดำเนินการแก้ไขและแจ้งให้สมาชิกที่ได้นำเรื่องนี้มาหารือให้ท่านสมาชิก ได้รับทราบ จริง ๆ แล้วกำหนดไว้ประมาณ ๑ เดือน ภายใน ๑ เดือน ฉะนั้นผมจึงขออนุญาต เรียนท่านสมาชิกว่าข้อหารือท่านที่จริงแล้วไม่ใช่หารือแล้วก็นับหนึ่งเลยนะครับ ก็คงเป็น สัปดาห์ต่อมา วันจันทร์ วันอังคารที่ผมเข้ามาก็เซ็นนำส่งเลยทันที ลงชื่อแล้วก็นำส่งไปถึง หน่วยงาน ถ้าประมาณสัก ๑ เดือน หรือไม่เกิน ๒ เดือนยังไม่มีคำตอบใด ๆ จากหน่วยงาน ที่ท่านได้หารือถึง ขอความกรุณาท่านว่าให้ท่านได้ติดตามเรื่องนี้กับทางกลุ่มงานประสาน การเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์ของสำนักประธานสภาผู้แทนราษฎรของพวกเราได้นะครับ ถ้าสมมุติว่านานแล้วยังไม่มีคำตอบใด ๆ เลย แก้ไขก็ไม่แก้ไข แจ้งให้ทราบว่ามันมีเหตุขัดข้อง อะไรก็ไม่แจ้ง ขอให้ท่านติดตามเรื่องได้นะครับ เพื่อที่จะให้การทำงานของสภาผู้แทนราษฎรของเราเกิดประสิทธิภาพกับพี่น้องประชาชนของ พวกเราที่กำลังเดือดร้อน กำลังต้องการการแก้ไขปัญหาให้อยู่นะครับ พวกเราจะร่วมกัน ทำให้สภาแห่งนี้เป็นที่พึ่งพิง เป็นที่ปลดทุกข์ เป็นที่แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน และประเทศชาติร่วมกันต่อไปนะครับ ท่านที่เคารพครับ วันนี้มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติของ พวกเราได้แจ้งความจำนงตามโควตาที่ทางท่านประธานได้กำหนดให้นะครับ ได้ส่งรายชื่อมา หมดแล้ว ฉะนั้นผมขออนุญาตแจ้งเป็นชุด ๆ ไปแล้วกัน ชุดแรก ๔ ท่านก็จะมี นายบุญแก้ว สมวงศ์ ๒. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ๓. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ๔. นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ทั้ง ๔ ท่านคงพร้อมในห้องประชุมเราแล้วนะครับ อันดับต่อไปเชิญท่านบุญแก้ว สมวงศ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือท่านประธาน
เนื่องจากผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดยโสธรและพี่น้อง ประชาชนหลาย ๆ จังหวัดที่ผมได้ไปพบปะและลงพื้นที่ และในเขตอำเภอต่าง ๆ ของ จังหวัดยโสธร และโดยเฉพาะพี่น้องจังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัด กาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด ที่ได้ร่วมในกลุ่มของภาคอีสานนะครับ เนื่องจากปัญหาภัยแล้งสืบเนื่องมาจากฝนทิ้งช่วง ตอนนี้พี่น้องประชาชนในจังหวัดยโสธร และพี่น้องหลาย ๆ จังหวัดในพื้นที่ภาคอีสานไม่มีน้ำที่จะทำการเกษตร เนื่องจากปัญหา ภัยแล้งหนักในภาคอีสาน อยากให้ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้ทำฝนเทียมอีกครั้งหนึ่งเพื่อจะบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรได้
เรื่องที่ ๒ ปัญหาที่ดินทำกิน เนื่องจากปัญหาที่ดินทำกินนี้พี่น้องประชาชน บ้านผม ตำบลคูเมือง อำเภอมหาชนะชัย ผมได้ลงพื้นที่ได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่า ได้ยื่นออกโฉนดตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ นะครับ เป็นที่ว่างเปล่าแปลงทุ่งหนองสน ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๓ ที่ดินและหน่วยงานราชการได้ไปสำรวจดูแลเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ออกโฉนดให้ ตอนนี้เป็นปี ๒๕๖๒ เกือบ ๑๐ ปีแล้วนะครับ พี่น้องประชาชนก็เลยร้องเรียนมาหาผม แล้วก็อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานโดยเฉพาะ กระทรวงมหาดไทยให้เร่งรีบเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรและพี่น้องที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิได้ ด้วยนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านบุญแก้วครับ ลำดับต่อไปเชิญท่านสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอปรึกษาหารือท่านประธานไปยังกรมทางหลวงขอให้เร่งรัดการดำเนินการขยาย ช่องทางจราจรในทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๐๕ และทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๒๕ ท่านประธานที่เคารพครับ ทางหลวง ๒ เส้นทางดังกล่าวเป็นประตูสู่ภาคอีสาน เป็นเส้นทาง ที่รองรับการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะพืชผลทางการเกษตรจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สู่ภาคกลาง ปัจจุบันการจราจรค่อนข้างหนาแน่น พี่น้องประชาชนใช้สัญจรไปมาในช่วงเทศกาล แล้วก็เป็นเส้นทางที่นำไปสู่การท่องเที่ยว ที่สำคัญของจังหวัดชัยภูมิ นั่นก็คืออุทยานแห่งชาติป่าหินงาม สถานที่ที่มีทุ่งดอกกระเจียว มากที่สุดและสวยที่สุดในประเทศไทย เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับ ๑ ของจังหวัดชัยภูมิครับ กระผมจึงหารือท่านประธานไปยังกรมทางหลวงขอให้เร่งรัด เร่งรีบ ดำเนินการขยาย ช่องทางจราจรเป็น ๔ ช่องทางจราจร ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๑ เพราะมิใช่จะเป็นการอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนเท่านั้นครับ ยังเป็นการส่งเสริม การท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วก็สร้างรายได้ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพิ่มมากยิ่งขึ้นครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินทร์สวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากบางขุนเทียน พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันครับ
เรื่องแรก เป็นปัญหาของพ่อค้าแม่ค้าบนทางเท้า โอเค (OK) พูดถึงเรื่องนี้ ย่อมมีผลกระทบถึงผู้ใช้ทางเท้าเช่นกัน แต่กฎระเบียบต่าง ๆ ไม่สามารถใช้ควบคุม กับทุก ๆ พื้นที่ได้ เพราะบริบทแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน ผมอยากให้ท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการ ช่วยจุดผ่อนปรนให้พ่อแม่พี่น้องได้ทำการค้าการขาย ได้ดังเดิมนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งจะเป็นเรื่องของการโอนกรรมสิทธิ์ของชุมชนเอื้ออาทร ๑ ๒ ๓ และเอื้ออาทรแสมดำในพื้นที่เขตบางขุนเทียนครับ พ่อแม่พี่น้องซื้อบ้านผ่อนหมดแล้ว ยังไม่สามารถโอนได้ ก่อนหน้านี้ผมได้เข้าปรึกษาหารือยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปยัง การเคหะแห่งชาติ ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย แต่ในขณะนี้ อยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ติดตามเรื่องนี้ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีความล่าช้าอยู่ในหลาย ๆ โครงการ ผมอยากให้ท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ๒ ประเด็นนี้ด้วยครับ เพื่อหาทางออกให้กับชาวบ้าน พ่อแม่พี่น้องประชาชน เพื่ออนาคตบางขุนเทียนต้องดีกว่าเก่า ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ช่วยรักษาเวลาได้ดีมากเลยนะครับ ลำดับต่อไปท่านกฤษณ์ แก้วอยู่ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ทนายกฤษณ์ แก้วอยู่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดเพชรบุรีนั้นถือเป็นเมืองแห่งศิลปะและวัฒนธรรม มีโบราณสถานต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาที่ยังสมบูรณ์อยู่นั้นหลายแห่งนะครับ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเพชรบุรีมีความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของตนเองนะครับ พี่น้องชาวจังหวัดเพชรบุรีได้ทำงานรับใช้สถาบันพระมหากษัตริย์ในเรื่องงานช่างมาอย่าง ยาวนานและต่อเนื่อง แต่เมื่อไม่นานมานี้กรมศิลปากรได้เข้าไปบูรณะโบราณสถานต่าง ๆ ในจังหวัดเพชรบุรี เช่น วัดใหญ่สุวรรณารามและถ้ำเขาหลวง แต่การบูรณะนั้นได้มี การเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทำให้อัตลักษณ์ของชาวเพชรบุรีนั้นผิดพลาดคลาดเคลื่อนไป จึงขอความอนุเคราะห์จากกรมศิลปากรให้ช่วยดูแล เนื่องจากว่ามีบริษัทที่กรมศิลปากร รับประมูลงานทำให้งานของศิลปะเมืองเพชรนั้นคลาดเคลื่อนนะครับ ขอให้เข้าไปดูแลบริษัท ที่รับประมูลด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ จังหวัดเพชรบุรีนั้นเป็นแหล่งผลิตเกลือทะเลที่ใหญ่ที่สุดของ ประเทศ มีพื้นที่ที่ผลิตนาเกลือประมาณ ๔๐,๐๐๐ ไร่ ปัจจุบันนี้มีการผลิตเกลือทะเลสูงถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของเกลือที่ใช้อยู่ในประเทศ ปัจจุบันพี่น้องชาวนาเกลือได้รับผลกระทบจาก ราคาเกลือที่ตกต่ำ เหตุเนื่องจากได้มีการนำเกลือจากประเทศอินเดียเข้ามาในประเทศไทย ในอัตราที่สูงมาก จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรักษาสมดุลในการนำเกลือจากต่างประเทศ ทำให้ราคาเกลือตกต่ำนะครับ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์มากนะครับ ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตแจ้งชุดต่อไป ผมแจ้งรอบละ ๘ ท่านแล้วกันนะครับ เผื่อท่านสมาชิกเราจะได้ทราบล่วงหน้า และจะได้ มีการเตรียมตัว เนื่องจากว่าเราใช้เวลาหารือไม่เกิน ๒ นาที ก็ใช้เวลารวดเร็วมาก ที่จะต้อง ได้หารือต่อไปก็จะเป็น นายบุญฐิณ ประทุมลี นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ นายรังสิมันต์ โรม นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ นายพยม พรหมเพชร นายอนาวิล รัตนสถาพร นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ๘ ท่านเตรียมตัวนะครับ ท่านต่อไปท่านบุญฐิณ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม บุญฐิณ ประทุมลี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือ ท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับหนังสือร้องเรียนจากพี่น้องชาวตำบลนาโสก อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มีความเดือดร้อนเกี่ยวกับผิวจราจรทางหลวงชนบท หมายเลข มห. ๔๐๒๐ เนื่องจากสภาพถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ผมมีข้อสังเกตถนนเส้นนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ สมัยเป็น ส.ส. ครั้งแรก ชำรุดแล้วก็ซ่อมแซมเสร็จ แต่ตรงที่ชำรุดตรงที่เดิม ในระยะเวลา ๗ ปี ผมมี ข้อสังเกตว่าการซ่อมแซมอาจจะบกพร่อง ทำให้ผู้รับเหมาทุจริตเนื้องาน เพราะว่าอะไรครับ มันเป็นหลุมเป็นบ่อตรงที่เดิม ในจุดนี้เสียงบประมาณเปล่าในการซ่อมแซม ฉะนั้นอยากให้ผู้ที่ รับผิดชอบได้ตรวจสอบนะครับ เพราะว่ามีชาวบ้านพูดว่าบางครั้งการบดอัดไม่ดี ควายเดิน ก็ยุบครับ อันนี้ฝากเป็นข้อสังเกตให้นะครับ
เรื่องที่ ๒ ชาวบ้านแก่งนางร้องเรียนเกี่ยวกับถูกขโมยรถจักรยานยนต์ เมื่อไป แจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรตำบลกกตูม เจ้าหน้าที่บอกว่ากล้องวงจรปิดเสียหาย ใช้การไม่ได้ บอกว่าไม่มีงบซ่อมแซม กล้องวงจรปิดตรงสามแยกบ้านสานแว้ ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร และมีหลายจุดอยากจะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ กองกำกับการเมืองมุกดาหารช่วยตรวจสอบให้ใช้การได้ เพราะมีความจำเป็นที่จะใช้ ในเมื่อ เกิดความเดือดร้อนและเสียหาย ผมจึงฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญ นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอหารือท่านประธานในเรื่องของปัญหา เพลิงไหม้ในชุมชนค่ะ หนึ่งในปัญหาของกรุงเทพมหานครก็เป็นเรื่องของที่อยู่อาศัย ที่หนาแน่นแออัด และหลาย ๆ จุดเป็นบ้านไม้เก่า ๆ เมื่อเกิดเพลิงไหม้ก็จะทำให้เกิด ไฟลุกลามได้อย่างรวดเร็ว รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปตามตรอกซอกซอยเล็ก ๆ ได้นะคะ ดังนั้นถังดับเพลิงจึงมีความสำคัญมากค่ะ ตอนที่ดิฉันเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานครช่วงนั้น กทม. ได้มีการจัดซื้อถังดับเพลิงในชุมชน ซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็น โดยจะติดตั้งประมาณ ๕-๑๐ บ้านต่อ ๑ ถัง แต่ช่วงที่ผ่านมาไม่มีการจัดซื้อถังดับเพลิงมาเป็นเวลานานมากแล้ว ที่มีอยู่ก็เก่าใช้การไม่ได้ บางถังก็ผ่านการใช้งานแล้ว และไม่มีการมาเปลี่ยนใหม่ ซึ่งปกติแล้ว อายุการใช้งานของถังดับเพลิงจะอยู่ที่ประมาณ ๕ ปี หลาย ๆ ที่ไม่มีใช้ยามฉุกเฉิน ตัวอย่างล่าสุด เมื่อวานนี้เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ชุมชนวัดโสมนัสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบ ซึ่งแถวนั้นจะมีแต่บ้านเก่า ๆ เป็นบ้านไม้เก่า ๆ เกิดไฟลุกลามได้ง่าย แต่ที่นี่ยังโชคดีกว่าที่อื่น เพราะว่าได้รับงบประมาณไทยนิยมยั่งยืนซื้อถังดับเพลิงได้บ้าง เลยป้องกันเบื้องต้นได้ แต่ ตอนนี้ก็ใช้หมดไปแล้วนะคะ ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ถึง กทม. ให้รีบจัดซื้อถังดับเพลิงให้กับพี่น้องชุมชนในกรุงเทพมหานคร โดยด่วนนะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายจากเพลิงไหม้อีกค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ เชิญท่านรังสิมันต์ โรม เชิญครับ
เรียนท่านประธานครับ กระผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ก่อนหน้านี้ ผมได้รับแจ้งจากพี่น้องประชาชนทั้งผ่านโซเชียล เน็ตเวิร์ก (Social network) แล้วก็ผ่านผู้ช่วย ของผมว่า ขณะนี้จังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความสวยงามของท้องทะเล ของชายหาด เป็นจังหวัดที่ถือกันว่าเป็นไข่มุกอันดามันของประเทศไทย ปรากฏว่าขณะนี้ มีปัญหาเรื่องขยะเป็นจำนวนมาก ดังที่ผมได้ขอโชว์ภาพนะครับ ภาพนี้เป็นภาพ ที่ปรากฏให้เห็นว่ามีขยะเกลื่อนเต็มชายหาด ขณะนี้ปัญหาที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ตคือ เรื่องของขยะ ตามสถิติตัวเลขที่ปรากฏนะครับ วันนี้ขยะของจังหวัดภูเก็ตเมื่อปีที่แล้ว ปี ๒๕๖๑ มีขยะรวมกัน ๓๓๗,๖๓๕.๙ ตัน เฉลี่ยวันละ ๙๒๕ ตัน จะพบว่าในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมา ปริมาณขยะเพิ่มขึ้นถึง ๑ เท่าตัว ดังนั้นจึงขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้แก่หน่วยงาน อุทยานแห่งชาติสิรินาถเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย ที่ผ่านมาเราอาจจะมีการเห็นชาวบ้าน เขาไปลงพื้นที่ช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหา แต่ว่าการแก้ปัญหาโดยพี่น้องประชาชนจะเป็นการ แก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด เนื่องจากว่าไม่สามารถแก้ปัญหาระยะยาวได้ อย่างไรก็ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งแก้ปัญหาและป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก
เรื่องที่ ๒ พอดีผมได้รับแจ้งจากเพื่อนสมาชิกด้วยกัน บริเวณฝั่งธนบุรีมีปัญหา คลองเน่าเหม็นอันสืบเนื่องมาจากน้ำแห้ง น้ำทิ้งขยะ แล้วก็เศษอาหาร ส่งมลภาวะทางกลิ่น กับชาวบ้านในเขตธนบุรี สำหรับชาวบ้านที่อยู่บริเวณริมคลองเขตธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ ขอฝากให้ กทม. ช่วยดูแลแก้ปัญหาให้ด้วย ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ รักษาเวลาได้ดีมากเลยนะครับ ต่อไปเชิญคุณสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตหารือ ท่านประธานเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๔ ตำบลศรีสัชนาลัย หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๙ ตำบลป่ากุมเกาะ หมู่ที่ ๓ ตำบลวังพิณพาทย์ หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลย่านยาว หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๗ ตำบลคลองกระจง และหมู่ที่ ๖ ตำบลท่าทอง เนื่องจากพี่น้องประชาชนดังกล่าวได้อาศัยอยู่ในริมสองฝั่งแม่น้ำยม ได้รับ ผลกระทบจากการกัดเซาะของน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก ทำให้ถนนริมตลิ่งและบ้านเรือนของ พี่น้องประชาชนทรุดตัวลง ได้รับความเสียหาย และยังส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทางเศรษฐกิจ และพื้นที่เกษตรกรรม และส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของพี่น้องประชาชน ผมใคร่ ขอความอนุเคราะห์จากทางท่านประธานได้ประสานไปยังกรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งให้กับพี่น้องประชาชนดังกล่าว
เรื่องที่ ๒ ได้รับปัญหาจากพี่น้องประชาชนหมู่ที่ ๑๓ ซอย ๔ บ้านหาดแค หมู่ที่ ๑๖ บ้านโป่งวัว ตำบลแม่สิน อำเภอศรีสัชนาลัย ปัจจุบันได้มีการขยายตัวของชุมชน ในเขตพื้นที่ดังกล่าว พี่น้องประชาชนบางส่วนยังไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ และพี่น้องประชาชน บางส่วนที่มีกระแสไฟฟ้าใช้ แต่กระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอ ทำให้เครื่องใช้ในครัวเรือนได้ประสบปัญหา พังเสียหาย ผมใคร่ขอความอนุเคราะห์จากทางท่านประธานประสานไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ศรีสัชนาลัย ให้จัดสรรงบประมาณในเรื่องของการขยายเขตไฟฟ้า และเปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อที่ว่าจะให้กระแสไฟฟ้าสามารถเพียงพอต่อการใช้งานต่อไป กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ลำดับต่อไปเชิญท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านลุมภู หมู่ที่ ๒ ตำบลน้ำเกลี้ยง อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษว่าถนนไม่สะดวก เป็นถนนลูกรัง ถนนสายนี้เป็นของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ฝากท่านประธานผ่านไปยัง อบจ. นะครับ
สายที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องบ้านขาม บ้านบัวน้อย บ้านโนนปอ ตำบลบัวน้อย ซึ่งถนนนี้เป็นถนนลูกรัง การสัญจรไปมาลำบาก ระยะทาง ๓ กิโลเมตร ฝากท่านประธานไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ
สายที่ ๓ ถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ถนนลูกรังจากบ้านเหล่าฝ้าย หมู่ที่ ๖ ตำบลเหล่ากวางถึงบ้านหนองปลาเข็ง ซึ่งถนนสายนี้เป็นถนนสายหลัก ผ่านไปยังอำเภอโนนคูณ ฝากท่านประธานไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด
สายที่ ๔ ถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องบ้านผึ้ง หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๑๒ ตำบลทาม แล้วก็พี่น้องบ้านหนองมุก หมู่ที่ ๕ ร้องเรียนว่าถนนสายนี้เป็นถนนลูกรัง ขอเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ฝากท่านประธานไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ แล้วก็ผมได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องชาวบ้านคำเนียม หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๑๐ ขอขยายไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ฝากท่านประธานไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้อง อสม. อำเภอกันทรารมย์ ช่วงนี้ไข้เลือดออกระบาดเป็นอย่างมาก การประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง ทาง อสม. ขอเครื่องขยายเสียง
อีกเรื่องหนึ่ง ช่วงนี้ใกล้จะถึงวันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ขอค่าตอบแทนเพิ่มให้กับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านด้วยครับ ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ คุณสุรชาติสุดยอดจริง ๆ ๒ นาที เสนอปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องได้เกือบจะ ครึ่งจังหวัดเลยนะครับ วันละ ๒ นาที นี่คือความสง่างามของระบอบประชาธิปไตย ตัวแทน ของพี่น้องประชาชนนำเอาปัญหาความเดือดร้อนมาสะท้อนที่นี่ ผมรู้สึกอิจฉาพวกท่านครับ ต่อไปเชิญคุณพยม พรหมเพชร เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ตลอดจนถึง สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม พยม พรหมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคพลังประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้งที่ ๓ ผมเป็นสมาชิกใหม่ ศึกษาการทำงาน ของสภา วันนี้ขอโอกาสใช้เวลาสภาอันทรงเกียรติเพื่อนำปัญหา
ท่านพยม พรรคไหนครับ หรือผมฟังผิด ท่านพรรคอะไรครับ
พรรคพลังประชารัฐครับ พรรครัฐบาลครับ
เมื่อสักครู่นี้ ผมฟังเป็นพรรคพลังประชาธิปัตย์ ขอโทษครับ
ก็อยู่ทีมเดียวกันครับ ตอนกลางวัน พรรคพลังประชารัฐ กลางคืนพรรคประชาธิปัตย์ครับ วันนี้ที่จะนำมาหารือต่อท่านประธานสภา ที่เคารพก็คือ วิกฤตกระดาษไทย เศษกระดาษนำเข้าจากต่างประเทศมากเกินไป บางทีได้ยิน ข้อหารือของผม สมาชิกอาจจะตกใจว่าเศษกระดาษมันจะมีปัญหาอย่างไร อย่าลืมว่า ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ทั่วประเทศไม่เฉพาะภาคใต้หรือเขตพื้นที่ที่ ๓ ของกระผม เพราะพี่น้องได้ทำมาหากิน พี่น้องผู้ด้อยโอกาสก็ได้พยายามทำมาหากินรับซื้อกระดาษมาส่ง ยังโรงงาน แต่กระดาษราคาตกต่ำมาเป็นเวลาหลายปี จากแต่ก่อนนั้นกิโลกรัมละ ๕ บาท ๖ บาท เดี๋ยวนี้ ๒.๕๐ บาท เหตุผลที่ราคากระดาษถูกลงมาก ๆ จนผู้ประกอบการเกือบจะ ทำธุรกิจในส่วนนี้ไม่ได้ และขณะเดียวกันผู้ซื้อกระดาษในพื้นที่ก็ไม่สามารถที่จะซื้อกระดาษได้ ทำให้กระดาษเพ่นพ่านเป็นปัญหาต่อสังคม ปัญหาคนว่างงานในโรงงานก็มีมากขึ้น ผมได้รับ การร้องเรียนบ่อย ๆ จากการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ว่าควรจะนำเรื่องนี้ มาหารือเพื่อแก้ปัญหา ผู้ที่รับผิดชอบโดยตรงก็คือกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ต้อง ดูแลตรวจสอบอย่าให้กระดาษลักลอบนำเข้า นำกระดาษจากต่างประเทศมามากมาย จนเกินไป ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนพอสมควร เพราะฉะนั้นขอฝากผู้ที่เกี่ยวข้อง ด้วยความเคารพอย่างสูงนำไปหารือ จากการหารือ ๒ ครั้ง ขอบคุณทางสภาที่ได้แจ้ง ข้อหารือไปยังกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ด้วยความเคารพ หวังอย่างยิ่งว่าจะได้รับการแก้ไข จากกระทรวงพาณิชย์และคณะส่วนราชการต่าง ๆ ขอขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ
ขอบคุณ ท่านพยมนะครับ ต่อไปเชิญท่านอนาวิล รัตนสถาพร เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอนาวิล รัตนสถาพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๓ พรรคอนาคตใหม่ กระผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ครับ ท่านประธาน เนื่องจากกระผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เทศบาล ท่าโขลง ชุมชนวันครู หมู่ที่ ๑๑ ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยน้ำเน่าเสียครับ ท่านประธานสังเกตจากภาพได้ครับ ผมได้ลงสำรวจไปลงพื้นที่จะเห็น ได้ว่าน้ำเป็นฟองเลยครับ เหมือนแฟ้บที่เราตีฟองส่งกลิ่นเหม็นเน่ามากครับ ตรงนั้นมีโรงเรียน ชุมชนวันครูอยู่ด้วย เด็กนักเรียนที่เรียนอยู่บริเวณชั้น ๒ ชั้น ๓ ยังได้กลิ่น กลิ่นนี้ส่งกลิ่นเหม็น จริง ๆ ครับท่านประธาน อย่างไรฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เรื่องเครื่องสูบน้ำที่อยู่ตรงโรงเรียนชุมชนวันครู ซอยปากทางเข้าโรงเรียนชุมชนวันครู จะเห็นได้ว่าจะมีเครื่องสูบน้ำอยู่ ซึ่งบดบังทัศนียภาพ ทางเข้าออกของซอยออกมาทางถนนใหญ่ ผมได้สอบถามชาวบ้านก็บอกว่าเครื่องสูบน้ำนี้ ติดตั้งมา ๒ ปีแล้วไม่เคยได้เปิดใช้งาน เปิดบ้าง ไม่เปิดบ้าง ผมจึงลงพื้นที่ไปสำรวจก็พบว่า เครื่องไม่ได้เปิดใช้งานเลยครับ และวางติดตั้งอยู่บนทางเท้า สัญจรไปมาก็ลำบากมากครับ ท่านประธาน ผมสอบถามชาวบ้าน ชาวบ้านบอกว่าอันนี้ไม่ใช่เครื่องสูบน้ำ เป็นอนุสาวรีย์ อะไรสักอย่างหนึ่ง เพราะตั้งไว้นานแล้วครับท่านประธาน ไม่ได้ใช้งานด้วยครับ
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องมีอยู่ว่าที่ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี มีหมู่บ้านจำนวน ๔๐-๕๐ หมู่บ้าน มีประชากรอย่างน้อย ๆ เกือบ ๑๐๐,๐๐๐ คน น้ำไม่ไหลครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณ ท่านอนาวิลนะครับ ช่วยรักษาเวลาดีมาก แต่ได้จั่วหัวเอาไว้แล้วถ้าอย่างไรมันไม่ชัดเจน หารือ รอบต่อไปวันต่อไปท่านก็ค่อยเสนอเพิ่มเติมอีกนะครับ ต่อไปเชิญคุณกษิดิ์เดช ชุติมันต์ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขอหารือท่านประธานอยู่ ๑ เรื่องครับ เรื่องขอให้เจ้าพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการตรวจกล้องวงจรปิด ที่ตรวจจับผู้ที่ขับขี่ยวดยานผิดกฎหมาย ให้ช่วยดูกล้องวงจรปิดของท่านว่ายังมีประสิทธิภาพ ใช้ได้ดีตามมาตรฐานอยู่หรือเปล่านะครับ เพราะว่ามีผู้ร้องเรียนมาว่าเส้นทางออกจาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นะครับ เลี้ยวซ้ายเพื่อจะลอดอุโมงค์พหลโยธินและวิ่งมุ่งหน้า ไปทางเกษตร-นวมินทร์ เส้นนี้ครับด้วยผู้ร้องเรียนเป็นผู้ใช้เส้นทางนี้เป็นประจำโอกาสที่จะขับ รถเปลี่ยนเส้นทางทับเส้นทึบที่จะมุดลอดอุโมงค์นั้นเป็นไปได้ยากมากนะครับ แล้วก็ได้มาแจ้ง ว่าเขาได้ใบสั่งมาที่บ้าน และเชื่อมั่นว่ากล้องอาจจะไม่ได้มาตรฐาน เพราะว่าเส้นนั้น เปลี่ยนเลน (Lane) ก็ไม่กะทันหัน แล้วโอกาสที่จะทับเส้นทึบก็ยาก ก็ฝากไปถึงเจ้าหน้าที่ด้วยว่า ให้ช่วยตรวจตราทั้งกรุงเทพมหานครเลยนะครับ เพราะวันนี้หลายท่านมีความเดือดร้อน ในเรื่องกฎหมายฉบับนี้พอสมควรในกรณีที่ไม่ได้กระทำความผิด เราทราบดีกันอยู่นะครับ กฎหมาย พ.ร.บ. จราจรทางบกเราใช้มา ๓๕ ปีแล้วเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเร็ว เกี่ยวกับ การจราจรลักษณะนี้ก็ควรจะมีการแก้ไขบ้างแล้ว หลายท่านทราบดีว่า กทม. เราวิ่งได้ไม่เกิน ๘๐ กิโลเมตรนะครับ ปริมณฑล ๙๐ กิโลเมตรเองนะครับ กฎหมายนี่จริง ๆ แล้วบางเส้นทาง ก็อาจจะวิ่งได้แค่ ๑๒๐ กิโลเมตร ซึ่งสวนทางกับประสิทธิภาพรถ และถนนหนทาง ณ ปัจจุบัน ถ้ามีโอกาสแก้ไขก็ฝากเรื่องนี้แถมไปด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ๘ ท่านต่อไปนี้ก็มีท่านธนกร ไชยกุล ท่านนิพันธ์ ศิริธร ท่านจรัส คุ้มไข่น้ำ ท่านสุทา ประทีป ณ ถลาง ท่านจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ ท่านสุรชาติ ศรีบุศกร ท่านนภาพร เพ็ชร์จินดา แล้วก็ท่าน พันตำรวจโท ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ นะครับ เชิญท่านธนกร ไชยกุล ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพอย่างสูงยิ่ง กระผม นายธนกร ไชยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีข้อหารือต่อท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการ บริหารประเทศ ซึ่งกระผมมีความเชื่อมั่นว่าพวกเราทุกคนมีความปรารถนาที่จะเห็นความสุข และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แก้ปัญหาความยากจนให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมมีตัวเลขจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน สำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุประเทศไทยของเรา ณ ปัจจุบัน รายได้โดยเฉลี่ยต่อครัวเรือน เฉลี่ย ๒๖,๙๑๕ บาท จังหวัดที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือกรุงเทพมหานคร ๔๕,๕๗๒ บาท ขณะที่มีอยู่ ๖๙ จังหวัดมีรายได้ เฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ จังหวัดยโสธรของกระผมมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ต่อครัวเรือน ๑๖,๗๕๒ บาท ประชาชนชาวจังหวัดยโสธร ๕๓๘,๗๒๙ คน อยากจะร้องเรียน ต่อการเพิ่มรายได้ของพี่น้องประชาชนเป็นข้อคิดความเห็นที่เสนอมาว่าการที่แก้ปัญหา ความยากจนอย่างยั่งยืนในระยะยาวให้กับพี่น้องประชาชน ประชาชนจำนวน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ของจังหวัดยโสธรนั้นประกอบอาชีพในการเกษตร
๑. อยากจะให้ทางรัฐบาลหามาตรการในการผลักดันราคาพืชผลการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นราคาข้าว ราคาอ้อย ราคามันสำปะหลัง ราคายางพารา ปาล์มน้ำมันให้สูงขึ้น
๒. เพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บน้ำเพื่อการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นสระเก็บน้ำ ทำฝาย กั้นลำน้ำต่าง ๆ รวมทั้งการใช้ระบบธนาคารน้ำใต้ดิน
เหนือสิ่งอื่นใดขออนุญาตกราบเรียนว่าการบริหารงบประมาณของประเทศ ของเราในปี ๒๕๖๓ อยากให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพราะฉะนั้นมีสิ่งใดที่เราพอจะพัฒนาได้ เราก็ควรจะทำ ผมยกตัวอย่าง จังหวัดยโสธรมีสนามบินเก่าที่ก่อสร้างโดยทหารช่าง จากนิวซีแลนด์ มีความยาวอยู่ประมาณ ๒ กิโลเมตร ถ้าหากว่าสามารถพัฒนาสนามบินแห่งนี้ ให้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์ หรือเป็นโรงเรียนสอนการบินก็จะเกิดประโยชน์สูงสุด ขอบคุณครับ
ขอบคุณท่านธนกร ครับ ต่อไปเชิญนิพันธ์ ศิริธร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิพันธ์ ศิริธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ขอปรึกษาหารือท่านประธานในเรื่องที่ราษฎรได้ร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องการออกโฉนดที่ดิน ซึ่งได้ไปขอออกโฉนดที่สำนักงานที่ดินจังหวัดตรังแล้ว แต่ไม่สามารถออกให้ได้ เนื่องจากว่า ที่ดินของราษฎรทับซ้อนกับที่ดินสาธารณประโยชน์แล้วก็ที่ดินป่าไม้ ดังนี้
๑. พื้นที่ตำบลนาท่ามเหนือ อำเภอเมืองตรัง ทับซ้อนกับทุ่งเลี้ยงสัตว์ทุ่งปง จำนวน ๕๗๙ ราย
๒. พื้นที่ตำบลบ้านควน อำเภอเมืองตรัง พื้นที่ทับซ้อนกับทุ่งเลี้ยงสัตว์ช่องกิว ขณะนี้ผ่านมติของ กบร. แล้วถึง ๘ ราย แต่ว่าก็ไม่ออกเอกสารสิทธิให้
๓. พื้นที่ตำบลช่อง อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ทับซ้อนกับเขตห้ามล่า ทับซ้อนกับเขต ส.ป.ก. ทับซ้อนกับทุ่งห้วยลึกสาธารณประโยชน์ จำนวนทั้งสิ้น ๒๓๐ ราย ซึ่งทั้ง ๓ ตำบลที่ได้รับการร้องเรียนนี้มีทั้งสิ้นจำนวน ๘๑๗ ราย ราษฎรเหล่านี้มีหลักฐาน ส.ค. ๑ น.ส. ๓ น.ส. ๓ ก น.ส. ๓ ข ซึ่งก็เชื่อว่าเขาเข้ามาอยู่ก่อนที่ประกาศเป็น ที่สาธารณประโยชน์หรือว่าประกาศเป็นที่ป่าไม้ ก็อยากให้ทางกรมที่ดินได้เร่งรัดในการ พิสูจน์สิทธิ เพราะเขาเชื่อว่าเขามีสิทธิ ราษฎรที่มีสิทธิก็ควรที่จะได้สิทธิโดยตั้งคณะทำงาน ชุดพิเศษขึ้นมาพิสูจน์สิทธิ ใครมีสิทธิก็ควรจะได้สิทธิ ส่วนผู้ที่ไม่มีสิทธิก็จะได้จัดให้เขาเข้าอยู่ในที่ดินของรัฐให้ถูกต้อง ตามกฎหมาย ตามนโยบายรัฐบาลต่อไป จึงหารือท่านประธานมาเพื่อส่งไปให้กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้กับราษฎรทั้ง ๓ ตำบล โดยด่วนต่อไป ขอบคุณครับ
ขอบคุณ คุณนิพันธ์นะครับ และที่สำคัญคือขอบคุณอย่างยิ่งที่นำเอาปัญหานี้มาสะท้อนในสภา การแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐเป็นปัญหาที่มีอยู่ทั่วประเทศ สมัยผมเป็น ส.ส. ใหม่ ๆ ปี ๒๕๔๔ ก็จับเรื่องนี้มาตลอด แต่ก็ไม่ไปไหนมาไหน กบร. เป็นหน่วยงานหรือเป็นองค์กร ของรัฐที่จะต้องมีการสังคายนาครั้งใหญ่ ไม่อย่างนั้นแก้ไขปัญหาเรื่องปัญหาที่ดินของรัฐไม่ได้ เห็นด้วยนะครับ ต่อไปเชิญท่านจรัส คุ้มไข่น้ำ เชิญครับ
เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๖ พรรคอนาคตใหม่ ขอหารือ เรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวเกาะล้านสัก ๓ เรื่องครับท่านประธาน
เรื่องแรก คือปัญหาเรื่องขยะ ขยะบนเกาะล้านขณะนี้มีประมาณ ๓๐-๔๐ ตันต่อวัน สืบเนื่องมาจากนักท่องเที่ยวมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ณ ปัจจุบันขยะถูกทิ้ง ทับถมมีปริมาณมากกว่า ๕๐,๐๐๐ ตัน โดยไม่มีการบริหารจัดการใด ๆ ในยุครัฐบาล คสช. ซึ่งขณะนี้ส่งผลกระทบให้กับชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นกลิ่น แมลงวัน ซึ่งเป็นพาหะนำเชื้อโรค หรือฝนตกลงมาก็ชะล้างสิ่งสกปรก ลงสู่ทะเล
เรื่องที่ ๒ คือปัญหาสะพานท่าเทียบเรือหาดหน้าบ้าน ซึ่งเป็นสะพาน ท่าเทียบเรือขนส่งผู้โดยสารระหว่างเมืองพัทยา-เกาะล้าน ขณะนี้มีสภาพชำรุดทรุดโทรม ไม่ว่าจะเป็นเสาค้ำยัน รั้วราวกั้นป้องกันการตกหล่น หรือหลังคากันแดดกันฝนก็ไม่มีครับ ท่านประธาน ดูแล้วสภาพไม่มีความปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง
เรื่องที่ ๓ คือปัญหาการขึ้นทะเบียนขอเลขที่บ้าน ก่อนการเลือกตั้งทาง เมืองพัทยาได้เปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้ขึ้นทะเบียนขอเลขที่บ้านเอาไว้ ๓๐ กว่าหลังคาเรือน การเลือกตั้งผ่านไป ๔-๕ เดือน ทางเมืองพัทยาก็ยังไม่ได้มีการดำเนินการใด ๆ ซึ่งส่งผลกระทบ ให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัย ไม่สามารถขอน้ำ ขอไฟใช้ได้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณ คุณจรัส ต่อไปคุณสุทา ประทีป ณ ถลาง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุทา ประทีป ณ ถลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดภูเก็ต เขต ๑ ครับ เรื่องที่จะหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรก คือเรื่องการก่อสร้างศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ซึ่งแบ่งเป็น ๒ โครงการ โครงการก่อสร้างศาลากลางจังหวัดภูเก็ตระยะที่ ๑ งบประมาณ ๔๕๐ ล้านบาท สัญญาเริ่มตั้งแต่วันที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๗ กำหนดแล้วเสร็จ ๙๙๕ วัน สิ้นสุดสัญญาวันที่ ๓๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ซึ่งได้ขยายเวลาไป ๒ ครั้ง รวม ๒ ครั้ง ก็ไปสิ้นสุดวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ปัจจุบันมีสภาพเป็นตึกร้าง ไม่มีคนงาน โครงการระยะที่ ๒ ของการก่อสร้าง ศาลากลางหลังใหม่ของจังหวัดภูเก็ต งบประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท เป็นงบผูกพัน ๔ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐-๒๕๖๓ เมื่อวานให้ผู้ช่วยได้เข้าไปตรวจดูก็ไม่มีคนงาน สภาพทิ้งร้าง คนจังหวัดภูเก็ตเลยฝากมาว่า มีความกังวลว่าศาลากลางจังหวัดภูเก็ตคนภูเก็ตยังมีโอกาส ได้เห็นหรือไม่ หรือจะกลายเป็นคอนโดรังนกนางแอ่น
เรื่องที่ ๒ เรื่องการก่อสร้างตัดทางถนนวัดหลวงปู่สุภา ป่าตอง หรือบ้านฉลอง ป่าตอง จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดท่องเที่ยว ซึ่งสภาพการจราจรปัจจุบันติดขัดมาก ซึ่งเส้นทาง ที่จะไปป่าตองปัจจุบันมีเส้นทางหลักอยู่เส้นทางเดียวที่จะเข้าไปในเมือง การจราจรหนาแน่น จำเป็นจะต้องมีเส้นทางอีกเส้นทางซึ่งสามารถที่จะระบายรถได้เป็นอย่างดี ซึ่งเส้นทางนี้ ได้ศึกษามานานแล้ว และผลปรากฏว่ายังติดอยู่กับของป่าไม้ ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณ ท่านสุทานะครับ ช่วยรักษาเวลา ต่อไปเชิญคุณจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน ๒ ประเด็นค่ะ
ประเด็นแรก ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ใช้รถใช้ถนนบนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๐๒๓ เส้นทางอำเภอวังสามหมอผ่านตัวเมืองอำเภอศรีธาตุถึงอำเภอกุมภวาปี ระยะทางประมาณ ๕๕ กิโลเมตร ปริมาณการจราจรเฉลี่ย ๒๒,๐๐๐ คันต่อวัน ประกอบกับ คันทางมีความคับแคบ มีความกว้างเพียง ๙ เมตร ๒ ช่องทางจราจร ไม่มีไหล่ทางค่ะ จึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องขยายคันทางให้มีความกว้างเป็น ๔ ช่องจราจร เนื่องจากเส้นทางนี้ มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าเกษตรกรรม ส่งโรงงานที่สำคัญคือ อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา รวมทั้งยังเป็นเส้นทางเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานี เช่น ทะเลบัวแดง บ้านเชียง คำชะโนด เป็นต้น ดิฉันขอฝากนำเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมโปรดลงไปสำรวจให้ขยายเป็น ๔ ช่องจราจรด้วยค่ะ
ประเด็นที่ ๒ ปัญหาภัยแล้งและปัญหาสินค้าเกษตรกรตกต่ำในพื้นที่ อำเภอวังสามหมอ อำเภอศรีธาตุ อำเภอไชยวาน อำเภอกู่แก้ว อำเภอกุมภวาปี สืบเนื่องจาก สภาวะฝนทิ้งช่วงทำให้เกิดความเสียหายแก่พืชผลทางการเกษตร เช่น ข้าวยืนต้นตาย เพราะภัยแล้ง อีกทั้งราคาพืชผลการเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา ราคาตกต่ำ ประกอบกับสินค้าอุปโภคบริโภค ราคาเพิ่มสูงขึ้น รายได้ไม่พอกับรายจ่ายทำให้เกิดหนี้สิน ในครัวเรือนเพิ่มมากขึ้นทั้งหนี้นอกระบบ ในระบบที่กู้ยืมมาลงทุนเพื่อการเกษตร ตลอดระยะเวลา ๕ ปีที่ผ่านมาพี่น้องเกษตรกรต้องแบกภาระผลผลิตขาดทุนมาโดยตลอด ดิฉันขอนำเรียนท่านประธานผ่านไปถึงรัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งแก้ไขปัญหา พี่น้องเกษตรกรให้เพิ่มราคาอ้อย มันสำปะหลัง ยางพาราให้มีราคาสูงขึ้น เร่งแก้ไขปัญหา เยียวยาให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างเร่งด่วน ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุรชาติ ศรีบุศกร เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรชาติ ศรีบุศกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง และกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ตามลำดับ
เรื่องที่ ๑ กรมโยธาธิการและผังเมืองได้สนับสนุนงบประมาณโครงการ ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำยม หมู่ที่ ๗ ตำบลบางลาย อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร ความยาว ๓๔๒ เมตร ซึ่งโครงการอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง และได้รับแจ้งจาก นางกุหลาบ แท่งทอง ราษฎรหมู่ที่ ๗ ตำบลบางลาย ขอความช่วยเหลือกรณีตลิ่งริมแม่น้ำยม บริเวณบ้านพักอาคารพังทลายและทรุดตัว เป็นบริเวณที่ใกล้จุดสิ้นสุดของโครงการดังกล่าว จึงขอรับการสนับสนุนโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง หมู่ที่ ๗ ถึงหมู่ที่ ๑๐ ตำบลบางลาย ต่อจากโครงการเดิม รวมระยะทาง ๓๗๕ เมตร เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินครับท่านประธาน
เรื่องที่ ๒ ขอรับการสนับสนุนงบประมาณขุดลอกบึงสรรพงาย หมู่ที่ ๖ ตำบลท่าบัว อำเภอโพธิ์ทะเล จังหวัดพิจิตร ซึ่งมีพื้นที่ ๓๕๑ ไร่ เพื่อใช้เป็นแก้มลิงกักเก็บน้ำ เพื่อทำการเกษตรและประปาผิวดิน โดยวิศวกรรมชลประทานที่ ๓ พิษณุโลก ได้สำรวจ ออกแบบและนำเข้าแผนปี ๒๕๖๑ แต่ยังขาดงบประมาณครับท่านประธาน
เรื่องที่ ๓ ขอรับการสนับสนุนงบประมาณขุดลอกบึงคูณ หมู่ที่ ๒ ตำบล ห้วยแก้ว อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร ซึ่งมีพื้นที่ ๔๔๑ ไร่ ต้องการขุดให้ลึกเพื่อกักเก็บน้ำ ให้ชาวไร่ชาวนาจะได้มีน้ำทำการเกษตรตลอดทั้งปี
เรื่องสุดท้ายขอรับการสนับสนุนงบประมาณขุดลอกบึงสรรพคุณ หมู่ที่ ๔ ตำบลท้ายน้ำ อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ซึ่งมีพื้นที่ ๖๔ ไร่ ซึ่งโครงการทั้งหมดที่กล่าวมานั้น เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพื่อความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ต่อไปครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ทำเวลาได้ดีมากเลยนะครับ ลำดับต่อไป เชิญนางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ดอกเตอร์นภาพร เพ็ชร์จินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีรวมไทย ขอปรึกษา ท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องการเลิกจ้างพนักงานทั้ง ๗ บริษัท ของทีวีดิจิทัลที่คืนใบอนุญาต ซึ่งมีพนักงานที่ได้รับผลกระทบกว่า ๑,๐๐๐ คน ท่านประธานคะ เราคงไม่ต้องอธิบายแล้วว่า นายกรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้คือนายกรัฐมนตรีที่ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบคนนี้นะคะ ได้ใช้อำนาจ มาตรา ๔๔ ออกคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๖๒ ว่าเปิดโอกาสให้ทีวีดิจิทัลสามารถคืนใบอนุญาตได้ แถมได้รับเงินเยียวยาอีกค่ะ ที่มีนักวิชาการได้รวบรวมตัวเลขนะคะว่ารัฐสูญเสียรายได้ และเงินเยียวยาไม่น้อยไปกว่า ๓๘,๐๐๐ ล้านบาทเลยนะคะ มันควรจะเป็นรายได้เข้ารัฐ มากกว่าที่จะไปไล่เก็บภาษีเล็ก ๆ น้อย ๆ กับแม่ค้าออนไลน์ (Online) นะคะ ท่านประธานคะ การคืนใบอนุญาตนี้เราต้องยอมรับว่าถ้ามันไม่มีเงินเยียวยา ทีวีดิจิทัลทั้ง ๗ ช่องนี้ เขาก็ต้องไปต่อนะคะ ถึงขาดทุนอย่างไรเขาก็ต้องไปต่อ แล้วเขาก็ต้องแก้ปัญหาของเขาให้ได้ เพราะว่าเงินเยียวยาก้อนใหญ่ก้อนนี้เป็นเหตุผลให้เขาทั้ง ๗ ช่อง แห่กันคืนใบอนุญาตค่ะ และหากจะพูดถึงว่าการขาดทุนของกลุ่มทีวีดิจิทัลก็น่าจะต้องพูดเรื่องการตีมูลค่าของรายการ คืนวันศุกร์และรายการเดินหน้าประเทศไทยด้วยที่เขาเอาเวลาช่วงไพรม์ ไทม์ (Prime time) ของทุกช่องไปใช้ฟรี ๆ ร่วม ๕ ปีโดยไม่คิดมูลค่า อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาขาดรายได้ ในส่วนตรงนี้ก็ได้ รัฐเองก็รู้อยู่เต็มอกว่าเงินเยียวยานี้ทำให้มีการคืนสัญญา การคืนสัญญา ทำให้คนตกงาน จึงอยากจะมีการร้องขอให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมากำหนดชดเชย เรื่องเงินเยียวยาให้เหมาะสมและเป็นธรรม ควรมีการกันเงินส่วนหนึ่งเพื่อมาเป็นกองทุน ให้กับกลุ่มพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องที่ได้รับร้องเรียนขึ้นมานะคะ และสุดท้ายขอให้ยกเลิก คำสั่ง คสช. ที่ ๔๑/๒๕๕๙ นะคะ ที่จำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อค่ะ
ขอบคุณครับ หมดเวลาแล้วนะครับ
เสรีภาพสื่อคือเสรีภาพ ประชาชน ขอบคุณมากค่ะ
ต่อไปเชิญ ท่านไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พันตำรวจโท ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ พรรคพลังประชารัฐ เขต ๒ จังหวัดกำแพงเพชร ชาวบ้านเดือดร้อนครับ ที่อำเภอโกสัมพี อำเภอเมือง จังหวัด กำแพงเพชร ตำบลลานดอกไม้ ตำบลโกสัมพี ตำบลทรงธรรม แม่น้ำปิงครับ เขื่อนตลิ่งพัง ชาวบ้านได้รับความเสียหายอย่างมาก บ้านเรือนชาวบ้านต้องตกลงไปแม่น้ำปิง ชาวบ้าน เดือดร้อน อยากจะให้ทางรัฐบาลโดยเฉพาะทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งคุม กรมเจ้าท่าและกรมโยธาธิการและผังเมืองได้จัดสรรงบประมาณเพื่อไปแก้ปัญหาให้กับ ชาวบ้าน เพื่อจะได้แก้ปัญหาให้แก่ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน เดือดร้อนจริง ๆ ครับ ชาวบ้านมาหาผมหลายร้อยคนเลยครับ อยากจะได้งบประมาณเข้าไปแก้ปัญหาตรงนี้ โดยใช้ เรือดูดทรายกันตลิ่งพังแล้วก็ทำฝายกั้น เพื่อให้แก้ปัญหาชาวบ้านเดือดร้อน
เรื่องที่ ๒ เรื่องภัยแล้งครับ จังหวัดกำแพงเพชรภัยแล้งเยอะแยะหมดครับ การแก้ปัญหารัฐบาลก็ยังช้าครับ ผมอยากจะให้ทางรัฐบาลผันน้ำมาจากแม่น้ำเมยนะครับ อีสานก็เอามาจากแม่น้ำโขงครับ ผันน้ำเข้าเขื่อนภูมิพลครับ แล้วก็จะมาแก้ปัญหาภัยแล้ง ให้แก่ทั้งประเทศได้ แล้วน้ำก็จะเอามาอุปโภคบริโภคในกรุงเทพมหานคร ดันน้ำทะเลออกไป ตอนนี้ชาวบ้านเขาแก้ปัญหาตัวเอง ทำอย่างไรรู้ไหมครับ ด้วยการทำธนาคารน้ำครับ เอาน้ำลงใต้ดินครับ เอาน้ำลงรูครับ ที่จังหวัดกำแพงเพชร ที่ตำบลวังหามแหครับ กับ ส.ส. ปริญญา ฤกษ์หร่าย ได้ร่วมกันดำเนินการเอาน้ำลงใต้ดิน แล้วน้ำก็จะเป็นคลังน้ำใต้ดิน แก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมได้ครับ อีสานก็ทำกันอย่างนี้เยอะแยะหมดครับ เพราะฉะนั้น อยากให้รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณในการแก้ปัญหาภัยแล้งง่าย ๆ ครับ เอาน้ำลงรูครับ ที่ตำบลพรานกระต่ายเขาเรียกรูเหลาครับ คือเอาน้ำลงรู มันก็จะเป็นคลังน้ำใต้ดิน อย่างมหาศาล ไม่ต้องไปสร้างเขื่อนก็ได้ครับ เพราะการสร้างเขื่อนปัญหามันเยอะ หรืออ่างเก็บน้ำ เอาน้ำลงใต้ดินครับ เป็นธนาคารน้ำใต้ดินครับ อยากให้รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณตรงนี้ ไปเยอะ ๆ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม กราบขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณ ท่านไวพจน์นะครับ ลำดับต่อไป ๘ ท่านในชุดนี้ขออนุญาตแจ้งล่วงหน้านะครับ ท่านมุกดา พงษ์สมบัติ ท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ท่านนิคม บุญวิเศษ ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ท่านพิบูลย์ รัชกิจประการ รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แล้วก็คุณเดชอิศม์ ขาวทอง เชิญคุณมุกดา พงษ์สมบัติ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางมุกดา พงษ์สมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ขอบคุณท่านประธานนะคะ วันนี้ดิฉันคงจะพูดเรื่องภัยแล้ง ขอบคุณที่คนอีสานเข้าใจเหมือนกัน ซึ่งดิฉันขอหารือ ๒ เรื่อง
เรื่องแรก คือเรื่องห้วยใหญ่ ซึ่งเป็นห้วยชลประทานอ่างขนาดกลางตามภาพ ที่เห็นค่ะท่านประธาน แห้งขอดหมดเลย และถามว่าชลประทานขนาดกลางน่าเศร้าใจจริง ๆ ท่านบอกว่ามีงบลอกแล้ว แต่ดิฉันไปดูด้วยตาของดิฉันเองคือไม่ใช่ขุดลอก ขุดเหวี่ยงกันแนว ภาพที่เห็นคือน้ำในอ่างไม่มีเลย ๒ ตำบลที่รับผิดชอบของอำเภอบ้านฝางน่าสงสารมาก ไม่ต้องพูดเรื่องว่าอุปโภคบริโภค แต่น้ำกินน้ำใช้ของเรานี่ยังหายาก แล้วผลพวงจะตามมา ท่านประธาน ท่านประธานเห็นแล้วสิ่งที่ปรากฏเกิดขึ้น นี่คืออ่างขนาดเล็กของ กรมชลประทาน แล้วกรมชลประทานก็บอกว่าขุดลอกไม่ได้ เพราะไม่มีที่ทิ้งดิน ชาวบ้าน ทำประชาคมเขาบอกว่าไม่มีปัญหาที่ทิ้งดิน ฝากด้วยนะคะ
เรื่องที่ ๒ ลำห้วยหมากเบี้ย ซึ่ง ๒ กิโลเมตรค่ะท่านประธาน ๒ กิโลเมตร ทำมา ๒๐ ปีแล้ว ลอก ๒๐ ปีแล้ว ยังไม่มีหน่วยงานที่จะเหลียวแล ผลพวงที่เกิดขึ้น ภัยแล้ง ถือว่าน่าจะเป็นวาระแห่งชาติ ท่านประธานขออนุญาตโชว์ ข้าวที่ดิฉันถืออยู่นี่ที่จังหวัดศรีสะเกษ ร้อยกว่า แต่ชาวบ้านอย่างดิฉันกินไม่ได้หรอกค่ะท่านประธาน ธรรมดายัง ๕๐ บาท เพราะฉะนั้น ๕๐ บาท คนหาเช้ากินค่ำ ครอบครัวที่ ๑๐ คนขึ้นไปกี่กิโลกรัมคะท่านประธาน ข้าวเหนียวทานอร่อยด้วย ท่านประธานขออนุญาตพูดภาษาอีสาน ตายหยังเขียดพี่น้อง เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ฝากในฐานะท่านประธานเป็นคนอีสานด้วย คำนึงถึงปากท้อง พี่น้องประชาชนด้วย ถ้าไม่ทำเรื่องวาระแห่งชาติ รอเทวดาตายแน่ ๆ ค่ะ ต่อไป ๒ เดือน น้ำกินน้ำใช้ไม่มี ฝากท่านประธานถึงหน่วยงานด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ ท่านมุกดานะครับ ปัญหาภัยแล้งเป็นปัญหาน่าจะเป็นวาระแห่งชาติแล้วครับ เพราะว่า แล้งไปทั่วทุกหัวระแหงของประเทศไทย เป็นเรื่องที่จะต้องวางแผนแก้ไขกันต่อเนื่องต่อไป เชิญคุณเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนของชาวบ้าน อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี เพราะว่าทางอำเภอนี้จะมีความแห้งแล้งมาก แล้วก็เป็นพื้นที่ที่ทำเกษตรส่วนมาก อยากจะ ขอให้สำนักงานชลประทานที่ ๑๐ จังหวัดลพบุรีไปทำอ่างเก็บน้ำบ้านเขาขุย บนเทือกเขา สอยดาว ตำบลหนองมะค่า อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ใน จังหวัดลพบุรีอย่างเดียว ประมาณ ๑๗,๐๐๐ คน แล้วก็มีส่วนตำบลตะคร้อ อำเภอไพศาลี อำเภอบึงสามพัน อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์มีส่วนร่วมด้วยนะครับ พื้นที่ที่ได้รับ ผลประโยชน์จากการทำเขื่อนจุดนี้ประมาณราว ๘๐,๐๐๐ กว่าไร่แล้วก็เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้าน ประสบความเดือดร้อนไม่มีน้ำใช้ ตอนนี้อีกสักประมาณ ๒๐ กว่าวันนี้อำเภอโคกเจริญคงไม่มี น้ำประปาใช้แล้ว ก็อยากขอให้ทางชลประทานช่วยจัดงบประมาณไปขุดลอกเพื่อให้ได้ ประโยชน์กับชาวเกษตรกรด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ อีกเรื่องหนึ่งนะครับ คือชาวตำบลนิยมชัย หมู่ ๘ ตำบลนิยมชัย คืออยากจะได้คลองบ้านม่วง หมู่ ๘ ตำบลนิยมชัย ความยาวประมาณ ๒,๐๐๐ เมตร ซึ่งคลองนี้จะช่วยให้เกษตรกรได้ทำนา ทำอะไรได้ตลอดไป เพราะว่าคลองนี้เป็นคลอง เส้นใหญ่ที่ผ่านตำบลนิยมชัย ตำบลสระโบสถ์ แล้วก็ตำบลใกล้เคียงที่อยู่เขตนี้ครับ ขอฝาก เรื่องให้กับทางกรมชลประทานแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ แล้วก็ได้จัดสรร งบประมาณให้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ
ขอบคุณ ท่านเกียรตินะครับ ช่วยประหยัดเวลาได้เยอะเลย ต่อไปเชิญท่านนิคม บุญวิเศษ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ท่านประธานที่เคารพครับ มีความเดือดร้อนของพี่น้องหมู่ ๔ อำเภอแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ความเดือดร้อนนี้ผมเชื่อว่าชาวจังหวัดกาญจนบุรีน่าจะมีความเดือดร้อน คล้าย ๆ กัน เนื่องจากว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นพื้นที่ของข้าราชการ ประชาชนที่อยู่อาศัยก็มีความเสี่ยงเหมือนกันว่าจะโดนไล่วันไหน โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ ๔ นี้ อำเภอแก่งเสี้ยนโดนขับไล่แล้วครับ ท่านประธานครับ ผมได้ส่งตัวแทนที่เป็นเจ้าหน้าที่ ลงทราบปัญหาแล้วก็ตรวจสอบว่าจริงไม่จริงอย่างไรนะครับ ปรากฏว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ ราชพัสดุ เป็นพื้นที่ที่ประชาชนได้อยู่อาศัย แล้วก็มีการลงนามในเอกสารการถือครองสิทธิ โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้เป็นหลักฐานอย่างถูกต้อง แล้วก็มีการเช่ากันมาโดยมีหนังสือ มธ. ๓๑๑.๓/๘๗๘๕ ลงวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๓๗ นั่นหมายถึงว่าประชาชนอาศัยอยู่มานาน แล้วก็ต่อมานั้นก็ได้มีข้าราชการทหารได้มีการขับไล่ประชาชนเหล่านี้ออกนอกพื้นที่ ทราบว่า จะนำพื้นที่เหล่านี้มาทำเป็นบ้านธนารักษ์ เพื่อสวัสดิการข้าราชการทหาร ท่านประธานครับ เกิดความเดือดร้อน หมู่บ้านนี้มีจำนวนประมาณเกือบ ๒๐๐ หลังคาเรือน แล้วก็ทราบว่า อยู่อาศัยมาหลายปีแล้วก็ยังไม่มีน้ำ ไม่มีไฟฟ้าเข้าด้วย เนื่องจากว่าเป็นเขตราชพัสดุ แต่อย่างไรก็ตามครับ ก็ขอความเป็นธรรมกับพี่น้องที่อยู่อาศัยมานานอยากให้หน่วยงาน ราชการ หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ความเป็นธรรมกับประชาชนกลุ่มนี้ด้วย จะให้เขาอยู่ที่ไหน อย่างไร ก็ขอให้ท่านประธานฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลด้วย ผมทราบว่า มีหลายพื้นที่ที่เดือดร้อน ขอบคุณท่านประธานมากครับ
เชิญท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา อำเภอนาทวี สะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขาม ของอำเภอสะเดา ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้มี ๒ ประเด็น
ประเด็นแรก ก็คือสืบเนื่องการปรึกษาหารือเมื่อเดือนที่แล้วครับ ปรากฏว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางหลวงสงขลาที่ ๒ ได้ทำหนังสือมายังผม โดยที่ท่านประธาน ได้แจ้งมาอีกทีว่าวันนี้ทางหลวงที่ ๒ ได้บรรจุเข้าอยู่ในแผน แล้วก็ยื่นเสนอให้กับจังหวัดเป็น ยุทธศาสตร์ของจังหวัด และสิ่งที่สำคัญวันนี้กระทรวงคมนาคมกำลังจะบรรจุเข้าสู่ งบประมาณปี ๒๕๖๓ เป็นช่วง ๆ ก็ขอขอบคุณท่านประธาน
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่จังหวัดสงขลาของผมนะครับ ในอำเภอจะนะ เส้นทางที่ ๔๓ จากอำเภอหาดใหญ่ สิ่งที่ต้องการในขณะนี้ก็คือทางยกระดับ ข้ามแยกที่บ้านป่าชิง อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลาไปยังอำเภอนาทวี ขณะนี้มีการก่อสร้าง ถนน ๔ เลน (Lane) ช่องทางจราจรจากอำเภอนาทวีมายังอำเภอจะนะเหลืออีกประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นถ้าเราได้สะพานยกระดับไปเชื่อมต่อ เพื่อไปด่านประกอบ เชื่อมต่อกับ ประเทศมาเลเซีย ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์ในพื้นที่ จุดที่ ๒ นะครับ ก็คือทางยกระดับ ข้ามแยกที่บริเวณแยกพระพุทธ อำเภอเทพาไปยังอำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เส้นทางนี้ ก็เช่นกันครับท่านประธาน เพราะว่า ๔ อำเภอ จะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย ของจังหวัด สงขลาเป็นพื้นที่คอขวด ทางตอนล่างก็คือ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส ท่านรู้หรือไม่ครับในพื้นที่ทั้งหมดมีประชากรประมาณ ๒,๕๐๐,๐๐๐ คน ที่ใช้พื้นที่เส้นทางนี้ ดังนั้นในอนาคตผมคิดว่าถ้าเกิดเราวางแผนในระยะยาว ในการป้องกันเรื่องความปลอดภัย และการขนส่ง ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์ในพื้นที่ของพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพี่น้องชาวจังหวัดสงขลา ขอบคุณท่านประธานมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม เชิญครับ
เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ภัยแล้งปีนี้รู้สึกว่าพี่น้องรันทดมาก ชาวจังหวัดอุดรธานี ๒๐ อำเภอ เจอปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะที่อำเภอหนองวัวซอ อำเภอกุดจับ ซึ่งถือว่าเป็นต้นน้ำลำห้วยหลวง ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ แล้งหมดครับ โดยเฉพาะที่เขื่อนห้วยหลวง ปกติจะรับน้ำได้ที่ ๑๓๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ตอนนี้มีเท่าไรครับ มี ๒๘ ล้านลูกบาศก์เมตร นี่ครับภาวะวิกฤต เขื่อนห้วยหลวงซึ่งตั้งอยู่ที่ลำน้ำจากตำบลกุดหมากไฟมาตำบลโนนหวาย ตำบลหนองอ้อ ตำบลหมากหญ้า ตำบลหนองวัวซอ ตำบลหนองบัวบาน แล้วก็ตำบลน้ำพ่น อยู่ที่ ตำบลโคกสะอาด อำเภอเมือง แล้วก็ตำบลเมืองเพีย อำเภอกุดจับ ได้ประสบปัญหาภัยแล้ง อย่างแสนสาหัส เนื่องจากว่าเขื่อนห้วยหลวงเป็นสายเลือดใหญ่ของชาวจังหวัดอุดรธานี ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี ไม่ว่าโรงพยาบาล วัด แล้วก็สถานศึกษาต่าง ๆ ต้องใช้น้ำ ที่เขื่อนแห่งนี้ แต่ไม่พอครับ ฉะนั้นฝากหน่วยงานที่รับผิดชอบและรัฐบาล เข้าไปดูแลแก้ไข ปัญหาเรื่องภัยแล้งโดยด่วน เรื่องหนึ่งก็คือเรื่องถนนที่แสงสว่างไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เส้นอุดรธานี-หนองบัวลำภู อยากได้เกาะกลางถนน แล้วก็ที่อำเภอหนองวัวซอ เพื่อที่จะแก้ไข ปัญหาอุบัติเหตุและการสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ รักษาเวลาดีมากครับ ต่อไปเชิญ ท่านพิบูลย์ รัชกิจประการ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พิบูลย์ รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดสตูล เขต ๑ ผมจะขอหารือท่านประธานในเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนในจังหวัดสตูล เรื่องขอให้ยกเลิก ด่านตรวจคนเข้าเมืองชั่วคราวจังหวัดสตูล บนเกาะหลีเป๊ะ ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล เมื่อ ๖-๗ ปีที่แล้ว นักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย ไม่ว่าประเทศมาเลเซีย ประเทศยุโรป ประเทศจีน ประเทศอเมริกา จะมาเที่ยวเกาะหรือว่าเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดสตูล ก็ต้องผ่านด่าน ตม. ที่ในอำเภอเมือง ขณะนั้นผู้ประกอบการทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ โรงแรม ร้านค้า รถสองแถว รถตุ๊กตุ๊ก มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ร้านขายของชำ ก็ได้รับอานิสงส์ รายได้จากนักท่องเที่ยวประเภทนี้ที่เข้ามาในเมือง หลังจากให้มีการเปิดด่านชั่วคราวที่เกาะหลีเป๊ะ เมื่อปี ๒๕๕๗ นักท่องเที่ยวก็ใช้ระยะทางจากเกาะลังกาวีไปเกาะหลีเป๊ะโดยตรง ไม่ผ่าน เข้าเมืองเลย ทำให้ประเทศไทยและจังหวัดสตูลเสียประโยชน์จากนักท่องเที่ยวประเภทนี้ และเราเปิดด่านชายแดนกันที่เกาะหลีเป๊ะนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ของประเทศมาเลเซียก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร ผมคิดว่าตรงนี้ก็อยากจะหารือท่านประธาน ผ่านไปทางหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล โดยผู้ว่า ราชการจังหวัดสตูลช่วยรีบแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ณ วันนี้ ในเขตเทศบาล เมืองสตูลการค้าซบเซา เงียบเหงา แล้วก็อยากจะให้แก้ปัญหาเร่งด่วน เพราะว่าชาวบ้านเดือดร้อน จริง ๆ ก็ขอบพระคุณท่านประธานมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่าน รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ เชิญครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สุรวาท ทองบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ พรรคอนาคตใหม่ได้รับการร้องเรียนจากข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๘ เป็นต้นมา ของอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม จากกรมบัญชีกลาง ในการนับเวลาราชการในการปฏิบัติหน้าที่ราชการในเขตพื้นที่ที่มี การประกาศใช้กฎอัยการศึก ท่านประธานที่เคารพ ข้าราชการกลุ่มนี้เดิมนั้นปฏิบัติราชการ ในอำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งอำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษนี้ได้รับการประกาศให้ เป็นเขตพื้นที่ที่ใช้กฎอัยการศึกเป็นเวลาประมาณ ๙ ปี นับตั้งแต่วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔ จนถึงวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๓ ประมาณ ๙ ปี แต่ข้าราชการกลุ่มนี้กรมบัญชีกลางนับเวลาให้ ว่าได้ปฏิบัติราชการในเขตพื้นที่ที่ใช้กฎอัยการศึกนี้เพียงปีเศษ ๆ เพื่อประโยชน์ในการ คำนวณบำเหน็จบำนาญที่เป็นทวีคูณ ท่านประธานที่เคารพ กรมบัญชีกลางได้อ้างว่า ในประกาศต่าง ๆ นั้นมิได้ระบุชื่อกิ่งอำเภอภูสิงห์และอำเภอภูสิงห์ในประกาศจึงไม่นับให้ ขอเรียนว่าอำเภอภูสิงห์นั้นแยกออกมาจากอำเภอขุขันธ์ ซึ่งเป็นเขตติดต่อชายแดน และมี สถานการณ์ที่ไม่อยู่ในภาวะที่ปลอดภัยและไม่อยู่ในความมั่นคง จึงทำให้อำเภอขุขันธ์นี้ได้รับ การประกาศให้เป็นเขตพื้นที่ที่ใช้กฎอัยการศึก แต่พอกรมบัญชีกลางมานับ ปรากฏว่ามิได้ นับเวลาราชการให้กับข้าราชการกลุ่มนี้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในเขตของภูสิงห์ ซึ่งอยู่ใน การปกครองของอำเภอขุขันธ์ จึงใคร่ขอให้ท่านประธานได้แจ้งไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมบัญชีกลางได้พิจารณาเยียวยาข้าราชการกลุ่มนี้ด้วย ขอขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเดชอิศม์ ขาวทอง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เดชอิศม์ ขาวทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องสำคัญมากที่จะต้องหารือท่านประธานในวันนี้ ผมเชื่อว่าปัญหาที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจังหวัดสงขลาของกระผม น่าจะเกิดขึ้นกับหลาย ๆ จังหวัดในประเทศไทย อย่างแน่นอน
ปัญหาที่ผมจะพูดต่อไปปัญหาโรงงานอุตสาหกรรมแอบถ่ายเทน้ำเสียลงสู่ แม่น้ำลำคลองที่สาธารณะจำนวนมากมาย ยกตัวอย่างที่บ้านผมคลองอู่ตะเภา จุดเริ่มต้นของ คลองอู่ตะเภานั้นเริ่มต้นจากอำเภอสะเดาผ่านอำเภอหาดใหญ่ลงสู่ทะเลสาบสงขลา ที่อำเภอบางกล่ำ ๒ ฝั่งคลองอู่ตะเภาเต็มไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรม มีโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งที่ดีและโรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่ดี โรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่ดีได้แอบถ่ายเทน้ำเสียลงใน คลองอู่ตะเภา ผลปรากฏว่าในคลองอู่ตะเภาของผมนั้นมีปลาตาย สัตว์น้ำตาย คลองเน่าเสีย เป็นส่วนใหญ่ แล้วน้ำจากคลองอู่ตะเภาไหลไปไหนครับ ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา ผู้คนรอบ ทะเลสาบสงขลาประกอบด้วยพี่น้อง ๓ จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง และพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสงขลา พี่น้องรอบทะเลสาบประกอบอาชีพ ประมงในทะเลสาบสงขลา ผลกระทบจากน้ำเสียที่ลงสู่ทะเลสาบสงขลาทำให้ปลาตาย สัตว์น้ำตาย ทะเลสาบตื้นเขิน ท่านประธานที่เคารพ ถ้าปล่อยปละละเลยอย่างนี้ผมเชื่อว่า อีกไม่นานทะเลสาบสงขลาเราจะไม่มีสัตว์น้ำเหลืออยู่เลย ท่านประธานครับ ผมไม่อยากเห็น พี่น้องประชาชนชาว ๓ จังหวัดของผมต้องมีผลกระทบโดยที่พวกเขาไม่ได้ก่อกรรม ต้องมารับกรรมด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้ผมฝากท่านประธานผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านไป ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมต้องรีบเข้าไปดูแลแก้ไขอย่างเร่งด่วน โรงงาน อุตสาหกรรมต่างชาติมาอยู่ในบ้านเรา เรายินดีครับ แต่พี่น้องเราต้องไม่เดือดร้อนด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป ๘ ท่านต่อไปนี้ก็มีท่านศรีเรศ โกฎคำลือ ท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ ท่านกฤติเดช สันติวชิระกุล ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ท่านสิรินทร รามสูต ท่านอันวาร์ สาและ ท่านวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ และท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เชิญท่านศรีเรศนะครับ สำหรับท่านศรีเรศ ได้ขออนุญาตนำภาพ ๑๑ ภาพและคลิปวิดีโอ (Clip video) ยาว ๑๑ วินาที ขออนุญาตผม ผมได้อนุญาตไปแล้ว แต่ว่าขอแนะนำนิดเดียวว่าในช่วงที่ท่านนำเสนอภาพและคลิปวิดีโอ (Clip Video) นี้ท่านพูดไปเลยนะครับ บรรยายไปเลย เพราะกลัวจะฉายไปก่อนแล้วพอ จบการฉายภาพ จบการฉายวิดีโอแล้วท่านมาพูดเวลาจะไม่พอ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม นายศรีเรศ โกฎคำลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๙ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานดังนี้ครับ เมื่อวันที่ ๓ ถึงวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๒ ที่อำเภออมก๋อย ได้รับผลกระทบจากพายุวิภา มีตำบลนาเกียน ตำบลแม่ตื่น ตำบลม่อนจอง ตำบลอมก๋อย ตำบลยางเปียง ตำบลสบโขง ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน หลังคาบ้านเรือนได้รับความเสียหายเป็นพันหลังคาโดยประมาณ บางพื้นที่ยังเข้าไปสำรวจ ไม่ได้ พื้นที่ทำการเกษตร ๓ ตำบลที่เสียหาย มีสบโขง ยางเปียง นาเกียน อยู่ระหว่างสำรวจนะครับ เกิดน้ำป่าไหลหลากสะพานได้รับความเสียหาย ชาวบ้านสัญจร ไม่ได้ ๓ ตำบล คือตำบลสบโขง บ้านราชาไปยังผาแดง นาเกียน ไปป่าถิน ตำบลยางเปียง ไปบ้านสบลาน มีความเสียหายดินโคลนถล่มทับเส้นทาง ความเสียหายความเดือดร้อน ขอให้ ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเยียวยาช่วยเหลือขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณธีรภัทร พริ้งศุลกะ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะเข้าเรื่องหารือ ผมขออนุญาตขอบคุณนะครับ ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาและ สาธารณภัย เขต ๑๑ จังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ได้ช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากฝน แล้วก็ทำให้บ้านเรือนเสียหายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้ปัญหานี้บรรเทาและลดลง ในเรื่องหารือของผมมีทั้งหมด ๓ เรื่อง
เรื่องแรก ก็คือขอให้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดำเนินการก่อสร้างถนนน้ำล้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ในซอยสำนักสงฆ์ หมู่ ๔ ตำบลปากหมาก อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพราะว่าพื้นที่เดิม ได้รับผลกระทบจากน้ำทำให้เสียหาย และบริเวณพื้นที่ตรงนี้เกษตรกรเข้าไปอยู่มีถึง ๓๐๐ ครอบครัว ก็ขอให้หน่วยงานที่ได้เอ่ยชื่อเมื่อสักครู่เข้าไปดำเนินการ
เรื่องที่ ๒ ขอให้มีหนังสือถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ กรมทางหลวงชนบทดำเนินการก่อสร้างเส้นทางจากสามแยกอินทรีย์ทองผ่านสำนักสงฆ์ อินทรีย์ทองถึงเขตอุทยานแก่งกรุงครับ เพราะว่าบริเวณพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่เกษตรกรใช้สัญจร และที่สำคัญที่สุดเป็นเส้นทางที่ใช้เข้าสู่น้ำตกคลองพา ซึ่งกำลังจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งสำคัญแห่งใหม่ของพื้นที่อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานีครับ
เรื่องที่ ๓ ขอให้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ ดำเนินการก่อสร้างโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิ หรือโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ๒ ที่ตำบลบาง กุ้ง อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพราะว่าปัจจุบันโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีเดิมมีความแออัด และไม่สามารถให้บริการได้เพียงพอกับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียง จึงขอได้ โปรดเห็นแก่ชีวิตของพี่น้องประชาชนที่ให้ความช่วยเหลือรัฐบาลด้วยครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
ขอบคุณครับ ลำดับต่อไปเชิญท่านกฤติเดช สันติวชิระกุล เชิญครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม กฤติเดช สันติวชิระกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เขต ๒ พรรคอนาคตใหม่ จากการลงพื้นที่พบปะพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้สะท้อนถึงปัญหาความเดือดร้อน ผมจึง ขอปรึกษาหารือท่านประธานเรื่องการก่อสร้างขยายถนนเป็นสี่ช่องทางจราจร ทางหลวง หมายเลข ๑๑ สายเด่นชัย-ลำปาง ช่วงบริเวณสี่แยกแม่แขม ตำบลบ่อเหล็กลอง อำเภอลอง จังหวัดแพร่ เชื่อมกับตำบลวังเงิน อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง ระยะทางทั้งสิ้นประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ซึ่งเป็นถนนสายหลักและสายยุทธศาสตร์ที่สำคัญของภาคเหนือที่พี่น้อง ประชาชนจังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดพิษณุโลก รวมถึงพี่น้องประชาชน จากภาคอีสานที่โดยสารรถโดยสารประจำทางเพื่อเดินทางสัญจรไปยังจังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง ปลายทางที่จังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธานที่เคารพครับ สภาพถนนช่วงนี้เป็น ถนน ๒ เลน บางช่วงเป็นถนน ๓ เลน ที่มีความลาดชันและโค้งจำนวนมาก ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย ถูกจัดให้เป็นถนนสายที่อันตรายสายหนึ่งของประเทศไทยที่มี การสัญจรของรถเป็นจำนวนมาก ตลอดจนการขนส่งสินค้า การเกิดอุบัติเหตุปรากฏให้เห็น บ่อยครั้ง ยิ่งช่วงฤดูฝนเกิดอุบัติเหตุวันละไม่ต่ำ ๒ ครั้ง ทำให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน เศรษฐกิจ ในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก ผมจึงขอหารือท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงช่วยผลักดันและดำเนินการก่อสร้างขยายช่องทางจราจรเป็น ๔ ช่องทาง จราจร ถนนทางหลวงหมายเลข ๑๑ ช่วงบริเวณสี่แยกแม่แขม จังหวัดแพร่ เชื่อมกับจังหวัด ลำปางระยะทางประมาณ ๑๕ กิโลเมตร เพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของพ่อแม่ พี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วนต่อไป ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนริศ ขำนุรักษ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องที่ผมหารือต่อไปนี้ เป็นเรื่องที่ขอให้ท่านประธานได้มีหนังสือไปยังกระทรวงคมนาคมทุกเรื่องนะครับ
เรื่องแรก ขอให้มีการก่อสร้างและปรับปรุงท่าเทียบเรือริมทะเลสาบพัทลุง เพื่อการท่องเที่ยวและเพื่อการประมงที่บ้านหัวปอ ในตลาดปากพะยูน บ้านแหลมไก่ผู้ และบ้านเกาะนางคำ
เรื่องที่ ๒ ขอให้สร้างสะพานข้ามคลองและข้ามทะเลสาบที่บริเวณ บ้านเกาะแกงถึงบ้านท่าเตียน อำเภอปากพะยูน และบ้านเกาะโคกถึงอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา
เรื่องที่ ๓ เรื่องติดตั้งไฟสัญญาณจราจรเพื่อความปลอดภัยในการสัญจรไปมา ที่บริเวณแยกบางแก้ว แยกบ้านโคกทรายและแยกบ้านห้วยทราย และติดตั้งไฟส่องสว่าง บนถนนบ้านคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง และ
เรื่องสุดท้าย ขอให้ท่านประธานได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างถนนแบบอุโมงค์จากตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุงไปยังอำเภอมะนัง จังหวัดสตูล เส้นนี้จะลัดการจราจรได้มาก ทีเดียวนะครับ แล้วก็มีความยาวแค่ประมาณ ๑๐ กิโลเมตรเท่านั้นเอง การศึกษาความเป็นได้ ในครั้งนี้ หากมีความเป็นไปได้แล้วขอให้กระทรวงคมนาคมได้จัดตั้งงบประมาณเพื่อที่จะ ก่อสร้าง เพราะจะเกิดประโยชน์กับคนใน ๒ จังหวัด คือจังหวัดพัทลุงและจังหวัดสตูล เป็นอย่างยิ่งครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณ ท่านนริศนะครับ ช่วยรักษาเวลาดีมากครับ ลำดับต่อไป เชิญท่านสิรินทร รามสูต เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน สิรินทร รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือ ๒ เรื่องด้วยกันค่ะ ที่หมู่บ้านสองแคว ตำบล สะเนียน ซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ มีโรงเรียนมัธยม มีสถานีอนามัย ตั้งหมู่บ้านมาตั้งแต่ ปี ๒๕๑๑ แต่ปัจจุบันโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลไม่สามารถดำเนินการได้ตามความต้องการ ของพี่น้องประชาชนค่ะ เนื่องจากอยู่ในลุ่มน้ำที่ ๑ เอ (1A) พี่น้องประชาชนบอกว่าเขาไม่ต้องการเลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ แล้วค่ะ เขาต้องการประปาหมู่บ้าน ซึ่งปัจจุบันมีคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติเข้าไปช่วย ในการดูแลแก้ไขปัญหา แต่การดำเนินการเป็นไปอย่างช้า ๆ พื้นที่ส่วนมากในจังหวัดน่าน มีปัญหา เพราะว่าเราเป็นพื้นที่ต้นน้ำ อยู่ในลุ่มน้ำที่ ๑ เอ (1A) ปัญหาต่าง ๆ ของพี่น้อง ประชาชนไม่ได้รับการแก้ไขตามความต้องการ ก็ขอฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วย แก้ไขปัญหาให้ด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ เส้นทางเข้าหมู่บ้านห้วยเฮือ ห้วยระพี ซึ่งอยู่ในลุ่มน้ำที่ ๑ เอ (1A) พี่น้องประชาชนมีปัญหามากในช่วงฤดูฝน บางครั้งไม่สบายออกมาโรงพยาบาลก็ต้องเสียชีวิต ระหว่างทาง เมื่อ ๕-๖ ปีก่อนดิฉันได้หารือในสภา ก็ได้มีหน่วยทหารพัฒนาเข้าไปสำรวจ โครงการ ต้องใช้งบประมาณอยู่ประมาณ ๑๕ ล้านบาท แต่ล่วงเลยมา ๕-๖ ปี โครงการไม่ได้ ดำเนินการต่อ ดิฉันก็อยากจะฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยจัดสรรงบประมาณให้กับ หน่วยทหารพัฒนาเข้าไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ พื้นที่ส่วนใหญ่ในจังหวัดน่านเป็นพื้นที่อยู่ในลุ่มน้ำที่ ๑ เอ (1A) เพราะฉะนั้นปัญหาของ พี่น้องประชาชนในจังหวัดน่าน ก็คือโครงการต่าง ๆ ไม่ได้รับการแก้ไขตามความต้องการของ พี่น้องประชาชน ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอันวาร์ สาและ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือกับ ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเป็น เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ โครงการต่าง ๆ ที่จะลงไปที่เขาต้องการมีอยู่ ๔ โครงการ ซึ่งโครงการทั้งหมดนั้น ตั้งอยู่บนถนนทางหลวงสาย ๔๒
โครงการแรก ก็คือขอให้ดำเนินการโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยก ดอนยาง หมู่ที่ ๔ ตำบลบางเขา อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี
โครงการที่ ๒ โครงการก่อสร้างทางคู่ขนาน ทางหลวงสาย ๔๒ บริเวณ หน้าสถานีขนส่งปัตตานี แล้วก็รวมจุดกลับรถที่อยู่หน้าขนส่งด้วยนะครับ เนื่องจากว่าได้มี ประชาชนที่ใช้สัญจรเส้นทางนี้เป็นจำนวนมาก แล้วก็จุดตัดมันจะเยื้องจากสถานีขนส่ง ไปเล็กน้อย ทำให้ประชาชนที่ใช้เส้นทางนี้มีการใช้รถแล้วก็ย้อนศร แล้วก็เกิดการสูญเสียชีวิต และทรัพย์สินเป็นจำนวนหลายรายครับ
โครงการที่ ๓ คือโครงการก่อสร้างทางหลวงคู่ขนานทางหลวงสายเอเชีย เส้น ๔๒ บริเวณหน้าโรงเรียนจงรักสัตย์วิทยา ก็คือสายหน้าโรงเรียน จรว. เส้นนี้ก็เป็นอีก เส้นหนึ่งที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยแล้วก็มีการสูญเสียชีวิต
โครงการที่ ๔ ก็คือโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยกหรือก่อสร้างอุโมงค์ ทางลอดบริเวณจุดตัดถนนทางหลวง ๔๒ ตัดทางหลวง ๔๑๐ บริเวณแยกตะลุโบะ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ตรงนี้เสียชีวิตมาหลายรายแล้วครับ แล้วก็เดิมทีเป็นโครงการ ที่ข้ามแยกจำนวนเส้นทางที่มันยาวข้ามแยกไป ปรากฏว่าด้วยข้อจำกัดของบประมาณ หรืออะไรก็ไม่ทราบได้ เลยตัดทอนให้สั้นลง ปรากฏว่าพอสั้นลงแล้ว พอลงจากทางแยก ลงจากทางข้ามของแม่น้ำไปเจอทางแยก เกิดอุบัติเหตุแล้วก็สูญเสียชีวิตมากมายครับ ท่านประธานครับ ขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยดูแล ผมคิดว่าผลงานชิ้นนี้จะมีค่าที่สุดสำหรับ กระทรวงคมนาคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ท่านอันวาร์ ต่อไปเชิญคุณวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ขอบคุณ ท่านประธานครับที่อนุญาตให้นำภาพความเสียหายเกี่ยวกับเรื่องลำไย พืชสวน เนื่องจาก ลำไยได้รับความเสียหายจากภาวะฝนทิ้งช่วง ฝนแล้ง ที่จะเห็นเป็นภาพลำไยคือแคระแกร็น ลูกเล็กแตก สุดท้ายก็ร่วงครับ คือร่วงทั้งสวนเลย ทำให้พี่น้องไม่มีผลผลิต วันนี้ที่จะหารือ ท่านประธานครับ ผมได้ประสานเพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ เกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัด เพื่อมาดูแลความเสียหาย แต่ได้รับการยืนยันนะครับว่า ด้วยระเบียบของทางราชการ หารือท่านประธานครับว่าช่วยประสานไปที่กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงการคลังครับ ระเบียบว่าด้วยพืชสวนถึงแม้นผลผลิตจะเสียหาย ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าต้นยังอยู่ก็คือต้นไม่ตาย ไม่สามารถชดเชยได้ ประเด็นนี้ต้องเรียกว่า เร่งด่วน เพราะว่าพี่น้องประชาชนชาวสวนลำไยลงทุนไปไม่น้อย ทั้งปุ๋ย ยาฆ่าแมลง แต่ละราย เป็นหลักหมื่น เพราะฉะนั้นต้องขอท่านประธานได้ประสานว่าช่วยแก้ไขในเรื่องระเบียบด้วยว่า ให้ดำเนินการให้พี่น้องประชาชนได้รับการชดเชย
อีกประการหนึ่ง คราวนี้การชดเชยมีหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่า ก็ต้องให้เป็นในระบบขั้นบันไดด้วยครับ ก็คือเริ่มต้นแต่ละไร่นั้นอาจจะได้จำนวนมากหน่อย แล้วก็ไร่ท้าย ๆ ก็น้อยลงไป ทั้งนี้เพื่ออะไรครับ ถ้าใช้เรต (Rate) เดียวกันหมดกลายเป็นว่า พี่น้องประชาชนชาวสวนมีแค่ ๒ ไร่ ๓ ไร่ ก็จะได้เงินแค่ ๓,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งไม่พอ เยียวยากับความเสียหายก็ฝากท่านประธานครับ ภาพที่เห็นนี่นะครับเป็นภาพของสวนลำไย ที่อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เป็นแหล่งคุณภาพของลำไยที่ดีของเชียงรายครับ แต่ปีนี้ คงหาทานยากครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ขอบคุณ ท่านวิสิษฐ์นะครับ ลำดับต่อไปเชิญท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ นะครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กระผมมีเรื่อง ขออนุญาตปรึกษาท่านประธาน ๓ เรื่องครับ เรื่องแรกและเรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับ กรมชลประทาน
เรื่องที่ ๑ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสองพี่น้องที่ดูแลรับผิดชอบ คลอง ร. ๕ ขวา ไหลผ่านเทศบาลสองพี่น้อง ผ่านตำบลเนินพระปรางค์ ตำบลศรีสำราญ ตำบลทุ่งคอก และตำบลหนองบ่อนั้นจำเป็นต้องปรับปรุงประตูระบายน้ำบางใหญ่ ซึ่งขณะนี้ ยังเป็นระบบใช้มือหมุนอยู่ จะขออนุญาตทำโครงการเปลี่ยนเป็นระบบไฟฟ้าพร้อมติดตั้ง เครื่องสูบน้ำขนาด ๓ คิวต่อวินาที จำนวน ๒ เครื่อง
เรื่องที่ ๒ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางเลนที่ดูแลรับผิดชอบคลอง ร. ๖ ขวา บริเวณข้างโรงเรียนอำนวยวิทย์ถึงที่คลองสองพี่น้องน้ำไหลเข้าเมื่อไรก็จะท่วม ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีประตูระบายน้ำเพื่อช่วยพี่น้องที่อยู่ในตำบลเนินพระปรางค์ ตำบล ดอนมะนาว บริเวณวัดศรีเฉลิมเขต และตำบลทุ่งคอก ทั้ง ๒ โครงการขอรับการสนับสนุน งบประมาณจากกรมชลประทานด้วยครับ
เรื่องสุดท้ายครับ วันเสาร์ที่ ๑๐ สิงหาคมเป็นวันกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่จะถึงนี้ ท่านกำนันดอกเตอร์ปิยะพจน์ เกียรติชูสกุล ประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอ สองพี่น้อง และประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจังหวัดสุพรรณบุรี และกำนัน สมชาย สารศรี ประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอบางปลาม้า ฝากผมมาว่าขอให้กระทรวงมหาดไทย รับเรื่องของสมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แห่งประเทศไทยให้ช่วยดูแลเรื่องต่าง ๆ ตามที่ ร้องเรียน ยกตัวอย่าง เช่น การรักษาของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้เหมือน อสม. หลังเกษียณแล้ว ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านสามารถแต่งเครื่องแบบกำนัน ผู้ใหญ่บ้านได้ดังเดิมนะครับ และยังมีอีก หลายเรื่องครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณ ท่านณัฐวุฒินะครับ เหลือ ๕ ท่านสุดท้าย ผมขออนุญาตแจ้งให้ท่านได้ทราบล่วงหน้าครับ มีท่านอภิชาติ ศิริสุนทร ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ท่านองอาจ วงษ์ประยูร ท่านคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล แล้วก็ท่านสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นคนสุดท้ายนะครับ เชิญท่านอภิชาติครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงการคลัง เรื่อง ความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนชาวไร่ยาสูบได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีสรรพสามิตยาเส้นครับ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดหนองคาย ได้ร้องเรียนมายังกระผมว่ากฎกระทรวงที่ประกาศเมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ได้ปรับ อัตราภาษีเพิ่ม ๒๐ เท่าตัว หรือ ๒,๐๐๐ เปอร์เซ็นต์ จากเดิม ๐.๐๐๕ บาทต่อกรัม ปรับเป็น ๐.๑ บาทต่อกรัม ทำให้เดิมยาเส้น ๑๐ กิโลกรัม ติดอากรแสตมป์ที่ ๕๘.๕๐ บาท หลังจาก ที่มีการปรับอัตราภาษีเพิ่ม ติดอากรแสตมป์เพิ่มขึ้นถึง ๑,๑๗๕ บาทครับท่านประธาน การเพิ่มภาษีแบบก้าวกระโดดทำให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรและพี่น้อง ผู้ประกอบการจำนวน ๔ กลุ่มครับ กลุ่มที่ ๑ ผู้ประกอบการ กลุ่มที่ ๒ พ่อค้าคนกลาง กลุ่มที่ ๓ ผู้ใช้แรงงาน กลุ่มที่ ๔ เกษตรกรไร่ยาสูบ ซึ่งได้รับผลกระทบขายใบยาสูบไม่ได้ ได้รับผลกระทบผลผลิตเน่าเสีย ไม่มีเงินใช้หนี้ธนาคาร ดังนั้นจึงขอหารือท่านประธานอยู่ ๓ ประเด็นครับ ขอให้พิจารณาชดเชยเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นให้เกษตรกรโดยเร็ว ขอให้ พิจารณาพักชำระหนี้ให้เกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อน สุดท้ายครับ ขอให้พิจารณาทบทวน กฎกระทรวง เพื่อปรับอัตราภาษีให้เหมาะสมและให้พี่น้องผู้ได้รับผลกระทบมีส่วนร่วมในการ พิจารณาตัดสินใจ ขอฝากท่านประธานไปยังกระทรวงการคลังและหวังว่าปัญหาของพี่น้อง ของผมจะได้รับการแก้ไขโดยเร็ว ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ คุณอภิชาติครับ ต่อไปเป็น ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังท้องถิ่นไท วันนี้ผมมีเรื่องหารือผ่านไปยังท่านประธานสภา ให้นำไปสู่ผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยและคณะกรรมการมาตรฐาน การบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น หรือที่เราเรียกว่า ก.ถ. ที่ได้ลงนามในประกาศมาตรฐานกลาง เกี่ยวกับการรับโอนข้าราชการอื่นมาบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยให้มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๒ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ข้อหารือก็คือผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทยที่ได้เข้าชื่อร้องเรียนไปยัง คณะกรรมการมาตรฐานกลาง การบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ทบทวนประกาศ ดังกล่าว ข้าราชการส่วนท้องถิ่นเห็นว่าจะเกิดความไม่เป็นธรรมต่อข้าราชการของเขาเอง เพราะการโอนข้าราชการอื่นมาบรรจุนั้น เป็นการทำให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่น มีความเสียเปรียบ นั่นก็คือการโอนที่ไม่ได้คำนึงถึงหลักความรู้ความสามารถ ไม่ได้คำนึงถึงการสอบ เพราะว่าข้าราชการส่วนอื่นที่โอนมายังท้องถิ่นนั้น ไม่ต้องผ่าน การสอบ ส่วนข้าราชการที่เป็นท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นระดับปลัด หรือรองปลัด หรือผู้อำนวยการ ก็จะต้องผ่านการสอบคัดเลือก สิ่งเหล่านี้เขาร้องเรียนว่าเกิดความไม่เป็นธรรม แล้วก็เป็น การเอารัดเอาเปรียบต่อข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่จะต้องผ่านกระบวนการ ซึ่งขัดต่อหลัก คุณธรรมเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๕๑ ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านองอาจ วงษ์ประยูร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทยครับ ขออนุญาตท่านประธานหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องในจังหวัดสระบุรี ๒ เรื่อง ด้วยกันครับ
เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องอำเภอหนองแค ใน ๕ ตำบลด้วยกัน ได้แก่ ตำบลคชสิทธิ์ บัวลอย หนองปลิง หนองนากและหนองจิก เดือดร้อนจากปัญหา การถูกเวนคืนที่ดินในโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ หมายเลข ๖ ตอนที่ ๒ สายบางปะอิน-นครราชสีมา เดือดร้อนด้วยกันประมาณ ๓ ประเด็นด้วยกันครับ
ประเด็นที่ ๑ ราคาเวนคืนที่ดินที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ราคาถูกกว่าราคา ในท้องตลาดในปัจจุบันอย่างยิ่ง และ
ประเด็นที่ ๒ ที่ดินเมื่อถูกเวนคืนแล้วนี่จะกลายเป็นที่ดินตาบอด พี่น้อง เจ้าของที่และชาวนาที่จะเข้าไปปลูกข้าวก็ไม่มีทางเข้าไปนะครับ เดือดร้อนไม่สามารถจะใช้ ที่ดินแปลงที่ถูกเวนคืนส่วนที่เหลือได้
ประการที่ ๓ เงินทดแทนที่เขาสมควรจะได้รับจากการอุทธรณ์ซึ่งได้ใช้เวลา เนิ่นนานมากจนปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับเงินในส่วนนี้ เขาจะได้นำเงินก้อนนี้ไปเป็นทุนใช้ในการ ทำมาหากินแล้วก็ปลูกข้าวต่อไปในฤดูนี้ครับ สำหรับเอกสารที่พี่น้องในอำเภอหนองแค ร้องเรียนมาเดี๋ยวผมจะมอบให้กับท่านประธานในภายหลังนะครับ
ในเรื่องที่ ๒ พี่น้องชาวนาในอำเภอหนองแซง ในอำเภอเสาไห้ ได้ร่วม โครงการข้าวเจ๊กเชยหรือข้าวอินทรีย์ล้านไร่ ปลูกข้าวเสาไห้ ซึ่งเป็นข้าวพื้นเมืองชั้นดีของ จังหวัดสระบุรี ปีนี้ผลผลิตตกต่ำ เขาควรจะได้รับเงินค่าชดเชย ตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึง ปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับเงินแต่อย่างใด ติดต่อสอบถามไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กรมการข้าวได้ความว่า ขั้นตอนในการรับเงินจัดการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ติดขัดอยู่อย่างเดียว คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งแต่คนที่แล้วจนถึงคนปัจจุบันก็ยังไม่เซ็น อนุมัติ ก็ไม่ทราบด้วยสาเหตุใดนะครับ ก็ผ่านท่านประธานรบกวนพิจารณาติดต่อไปด้วยว่า สาเหตุใดที่ยังไม่เซ็นนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล เชิญครับ
เรียนท่านประธาน ผม นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังไทยรักไทย ท่านประธานที่เคารพ หลายวันมานี้ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนจำนวนมาก แต่วันนี้ผมจะขอโฟกัสไปที่จังหวัดอำนาจเจริญ ที่เทศบาลตำบลเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ ขอขึ้นภาพด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
โครงการซ่อมผิวถนน พาราแอสฟัลติกคอนกรีตทางหลวงท้องถิ่น อจ.ถ. ๑๖-๐๐๓ ท่านประธาน บ้านหนองทับม้า- บ้านกุดน้ำกิน ความหนา ๔ เซนติเมตร พื้นที่ดำเนินการ ๕,๙๑๐ ตารางเมตร ใช้งบประมาณ ๑,๘๕๐,๐๐๐ บาท วันทำสัญญาวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ถึง ๒๙ กันยายน ๒๕๖๒ ผู้รับเหมา หจก. พรทวีก่อสร้างกุดชุม ที่พูดมานั้นไม่ได้ผิดสัญญาแต่ประการใดท่านประธาน จากภาพที่เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไม่เงื่อนไข ไม่ได้มีเงื่อนเวลาและสัญญา ผมไม่สบายใจที่รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องไม่เป็นแบบนี้ท่านประธาน อันนี้ผ่านมา ประมาณ ๑ เดือนเศษแล้ว ในกรอบประมาณ ๓ เดือน ไม่มีการดำเนินการ ท่านประธาน ที่เคารพ ผมไม่สบายใจ ผมได้โทรถามนายกเทศบาล ตำบลเสนางคนิคม ท่านตอบว่าอย่างไร ถนนเส้นนี้ทำ ๔ วันถึง ๕ วันก็เสร็จ จะเอาแบบนั้นใช่หรือไม่ ไม่ว่ากัน เอาที่สบายใจ ผมถึง บอกว่า พี่น้องประชาชนไม่มีเงื่อนไข มีเงื่อนเวลา และสัญญาในความเดือดร้อน ผมต้องฝาก ท่านประธานถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัด กำชับ ดูแล พี่น้องประชาชน และเร่งรัดในการก่อสร้าง ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ขอบคุณ ท่านคฑาเทพนะครับ ทางหลวงท้องถิ่นไม่เฉพาะที่จังหวัดอำนาจเจริญหรือที่จังหวัดไหน ๆ จังหวัดนครพนมบ้านผมก็ไม่ต่างกันครับ ก็เป็นปัญหาของประเทศครับปัญหานี้ ผู้รับผิดชอบ ก็น่าจะได้ดำเนินการแก้ไขต่อไป ลำดับต่อไปเชิญท่านสุรทิน พิจารณ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ท่านประธานครับ ไม่ใช่พรรคอนาคตใหม่ เมื่อสักครู่ท่านประธานบอกว่าพรรคอนาคตใหม่ ผมหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ครับ
ผมขออภัย ครับท่าน ผมหลง
ท่านประธานหลงใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ วันที่ ๓ วันที่ ๔ ที่ผ่านมาเวลาผมไปแล้วม็อบ (Mob) ได้เข้า กรุงเทพมหานคร ๘,๑๑๗ คน มาพักอยู่ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง อันนี้ต้องชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ดูแลม็อบ (Mob) เป็นอย่างดี อำนวยความสะดวกทุกอย่าง คนไม่เคยนอน ห้อ ง แอ ร์ ( Air-condition) ก็ไ ด้ นอ น ห้อ ง แอ ร์ ( Air-condition) ที่ส นำม กี ฬำ ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรองนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯพณฯ ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้มาดูแลพี่น้องตั้งแต่ม็อบ (Mob) เข้ากรุงเทพมหานครจนเดินทางกลับเป็นคนสุดท้าย ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯพณฯ ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นอย่างสูงนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องติดตามงบประมาณ ท่านประธานครับ ที่บ้านนาบัว บ้านเสียงปืนแตก เมื่อวานนี้พี่น้องได้ทวงคืนเงินค่าสร้างพิพิธภัณฑ์ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย จำนวน ๔๕ ล้านบาท หลังปฏิวัติมาแล้วเงินได้หายไปครับ ที่บ้านนาบัว ตำบลโฮกหินแฮ่ อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนมนะครับ
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องทวงที่ดินที่ทำกิน นำโดยนายประสงค์ รักกลาง คือที่ทำกิน ที่ป่าซับประดู่ เขามะกอก หมู่ที่ ๕ ตำบลมิตรภาพ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา หลังจาก ทหารได้ปฏิวัติแล้วได้ไล่พี่น้องลงมาอยู่พื้นที่ อยู่พื้นดิน เสร็จแล้วพี่น้องอยากกลับเข้าไป อีกนะครับ ขอความกรุณาท่านประธานด้วย อันนี้เป็นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมครับ กรมป่าไม้ครับท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ที่จริงผมคั่นเวลาท่านว่าจะเพิ่มให้สัก ๑-๒ นาที ท่านรีบหยุด ขอบคุณท่านสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ไม่ผิดนะครับ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติครับ รายชื่อตามที่ ได้ยื่นเอาไว้หารือนั้นครบแล้วนะครับ แต่ว่าบังเอิญมีท่านผู้ทรงเกียรติอีก ๒ ท่าน ได้ยื่นความจำนง ผมเห็นว่าเป็นประเด็นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะมีความสำคัญนะครับ คือท่านเอกภพ เพียรพิเศษ ขอปรึกษาหารือเรื่องมลภาวะในห้องประชุม ความจริงเรื่องนี้ เมื่อวานก็มีท่านผู้ทรงเกียรติได้ปรึกษาหารือไปแล้ว ท่านประธานชวน หลีกภัย ประธาน ในที่ประชุมขณะนั้นก็ได้นำเอาการวัดค่าของมลภาวะที่อยู่ในห้องประชุมชี้แจงกับ ท่านสมาชิกแล้ว แต่ไม่เป็นอะไร ค่ามันอาจจะเปลี่ยนแปลงไป ฉะนั้นเพื่อเป็นการรักษา สุขภาพของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเรา ผมขออนุญาตให้ท่านเอกภพ เพียรพิเศษ หารือสัก ๒ นาที เชิญท่านเอกภพครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ขออนุญาต ถอดหน้ากากนะครับ
ท่านต้องเอา หน้ากากออกก่อนนะครับ เดี๋ยวพูดไม่ได้ครับ
ผม นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคอนาคตใหม่ ก็ขอบคุณท่านประธาน ที่ให้ผมปรึกษาหารือเรื่องสุขภาพนะครับ คือในช่วง ๒ วันที่เรามาประชุมสภาแห่งนี้ มันเหมือนเป็นการจำลองสถานการณ์ของพี่น้องชาวเหนือที่ได้รับปัญหาเรื่องฝุ่นควัน แต่ของ เขามีปัญหามากกว่านี้เยอะนะครับ คือจากข้อมูลที่ท่านประธานให้เราเมื่อวานคือ พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ที่ผมอยากจะถามคือข้อมูลนั้นกรมควบคุมมลพิษได้วัดค่าอื่น หรือเปล่า เพราะว่าในค่าสิ่งแวดล้อมต้องวัดพีเอ็มเท็น (PM 10) แล้วก็มีเรื่องของฝุ่น จากที่เรา เห็นจะมีเรื่องของฝุ่นปูนซึ่งมีพิษเหมือนกัน แล้วก็สารโลหะหนักที่เราต้องสูดดมเข้าไป นี่คือสิ่งที่ผมจะถามว่าเราได้วัดตรงนี้ไหม ข้อมูลตรงนี้เป็นสิ่งที่ต้องเปิดเผยต่อสมาชิกนะครับ เพื่อการเตรียมตัวในการดูแลสุขภาพตัวเองครับ และสภาได้มีการเฝ้าระวังในกลุ่มเสี่ยงที่เป็น โรคต่าง ๆ หรือไม่นะครับ คนที่เป็นภูมิแพ้ คนที่มีโอกาสจะเป็นโรคทางเดินหายใจนะครับ คนที่เป็นโรคหัวใจหรือโรคความดันอยู่แล้ว หรือแม้กระทั่งคนที่ตั้งครรภ์ อันนี้คือเป็นข้อมูลที่ สภาต้องให้ แล้วก็เป็นข้อมูลที่สมาชิกต้องเอาไปตัดสินใจในการดูแลสุขภาพตัวเองด้วย การแจกหน้ากากทั่วถึงหรือไม่ ผมเห็นว่าแต่ละคนอาจจะไม่มีการใส่กันเท่าไรนะครับ แนะนำ ให้ใส่นะครับ เพราะผมรู้สึกว่ามันอาจจะมีปัญหาต่อสุขภาพท่านได้นะครับ แล้วก็สุดท้ายคือ เมื่อข้อมูลครบแล้วทางสภาจะต้องตัดสินใจว่าต้องมีเครื่องฟอกอากาศในนี้เพิ่มขึ้น เพื่อปรับ สภาพอากาศหรือไม่นะครับ อีกข้อหนึ่งที่ผมจะบอกไว้คือว่า ข้อมูลทางวิชาการบอกว่าถ้าอากาศในห้องประชุมไม่ดี จะทำให้คุณภาพของการประชุมแล้วก็การถกเถียงกันไม่มีคุณภาพ อันนี้ขอฝากท่านประธาน พิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับ
คุณหมอ จะให้ตรวจอะไรเพิ่มนะครับ
ก็จะมีคุณภาพอากาศในภาพรวมทั้งหมด มี ๘ ตัวชี้วัดครับ จะมีพีเอ็มเท็น (PM 10) มีฝุ่นขนาดใหญ่ มีสารโลหะหนัก แล้วก็มีค่าสารอื่น ๆ ผมไม่แน่ใจว่าข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษที่ให้เราเมื่อวานนี้มีแค่พีเอ็ม ๒.๕ (PM ๒.๕) ในค่า อื่น ๆ มีอยู่ในค่าอย่างไรบ้างครับ แล้วอยากจะให้แจ้งต่อสมาชิกเป็นประจำครับ
ครับ เมื่อวานนี้ท่านประธานชวนได้แจ้งแล้วใช่หรือไม่ครับ ตรวจเฉพาะพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ก็ได้ ค่าที่เรียกว่าต่ำกว่า ๓๕ ต่ำกว่าขีดอันตราย เพราะฉะนั้นใช้ได้อยู่ แต่ค่าอื่น ๆ เมื่อสักครู่นี้ ได้อภิปรายบอกแล้วนะครับ เดี๋ยวจะให้ท่านเลขาธิการดำเนินการต่อไป ขอบคุณคุณหมอครับ เชิญท่านครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตเพิ่มเติมจากท่านสมาชิกที่เป็นนายแพทย์ เพราะเมื่อวานในฐานะที่เป็นแพทย์ ก็จะมีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติมาถามว่ามีอาการง่วงเหงาหาวนอน แล้วก็ มีระคายเคืองที่ตา แสบตา และมีอาการจาม เกิดจากอะไรได้บ้าง เมื่อวานท่านประธาน ท่านชวน หลีกภัย ท่านก็พูดถึงเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ซึ่งเป็นพาร์ทิคูเลต แมตเทอร์ (Particulate matter) เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็ก ๒.๕ ไมครอน (Micron) อันนั้นอาจจะเป็น สาเหตุหนึ่งได้ แต่มีอีกสาเหตุหนึ่ง นั่นก็คือเรื่องสีของอาคาร เพราะว่ายังใหม่อยู่ สีถ้ามี ส่วนผสมของโทลูอีน (Toluene) ก็สามารถที่จะหายใจเข้าไปผ่านปอด ผ่านกระแสเลือด แล้วก็ไปยังสมอง ในช่วงระยะเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงที่ท่านอยู่ในห้องนี้ ก็อาจจะมี อาการต่าง ๆ ที่พูดถึง ไม่ว่าจะเป็นจาม แล้วก็แสบตา อะไรต่าง ๆ ด้วย แต่ด้วยสถานที่ใหม่ อย่างนี้ ข้อแนะนำอย่างที่ท่าน ส.ส. ได้พูดไปแล้วเรื่องของใส่หน้ากากอนามัย แต่อีกประการหนึ่ง คือถ้าออกไปจากห้องนี้ได้เป็นระยะ ๆ ก็จะทำให้อาการดีขึ้น ฉะนั้นชาวบ้านที่เห็นผู้แทนของท่าน ที่อยู่ในห้องนี้เดินเข้าออกในช่วงระยะนี้ ก็ให้เข้าใจด้วยว่าไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก เป็นระยะ ๆ ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ คุณหมอครับ ท่านเลขาธิการจดไว้ด้วยนะครับ ที่ให้ตรวจอะไรเพิ่ม เพื่อความสบายใจ ความปลอดภัยของท่านสมาชิก เป็นการจบการปรึกษาหารือแล้วนะครับ จะได้เข้าเริ่มต้น การประชุม เข้าระเบียบวาระต่อไป เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ได้ยื่นหนังสือไปเพื่อท่านเสรีพิศุทธ์จะขอปรึกษาหารือ ท่านประธานสั้น ๆ ๑-๒ นาที สักนิดเดียวครับ วันนี้สั้นจริง ๆ สั้นกว่าเมื่อวานเยอะ ขอความกรุณา ท่านประธานด้วยครับ
เชิญท่าน เสรีพิศุทธ์ ครับ เรื่องเมื่อวานก็ตอบไปแล้วนะครับ เอาเรื่องใหม่เลยครับ
กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ ผม เสรีพิศุทธ์ พรรคเสรีรวมไทย ก่อนที่ผมจะเข้าเรื่องหารือ ผมหารือกับ ท่านประธานเสียก่อน ความจริงประเด็นที่ผมจะพูดในวันนี้ผมจะหารือท่านประธานชวน ในฐานะประธานรัฐสภา พอดีเช้าวันนี้ท่านไม่ได้ลงมานั่งบัลลังก์ก็เลยจะหารือท่านประธานว่า ผมจะอภิปรายผ่านท่านไปถึงท่านประธานชวน หรือจะให้ผมอภิปรายต่อท่านประธานชวน โดยตรงครับ
ก็ได้ทั้ง ๒ ทาง
อย่างนั้นผมขออนุญาต
ท่านใช้เวลา สั้น ๆ นะครับ จะได้เริ่มเข้าระเบียบวาระการประชุม เชิญครับ
ขออนุญาต อภิปรายผ่านท่านไปถึงท่านประธานชวนในฐานะประธานรัฐสภาก็แล้วกันนะครับ เมื่อวานนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ได้ปฏิญาณตนตามรัฐธรรมนูญแล้ว ซึ่งเป็นการปฏิญาณตน ที่ถูกแล้ว แล้วผมก็ได้กราบเรียนถามท่านประธานว่า ถ้าไม่ถูกต้องจะปฏิบัติหน้าที่ได้ไหม ท่านประธานก็ได้ตอบให้พวกเราได้พึงพอใจว่า ก็ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญนั่นละ ผมก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานด้วย แต่สิ่งที่ผมจะอภิปรายในวันนี้ก็คือ ก่อนหน้านี้ ในการแถลงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งท่านประธานชวนในฐานะประธานรัฐสภาก็เข้ามา ปฏิบัติหน้าที่ คือก่อนที่จะแถลงนโยบาย คุณปิยบุตร เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้แถลง ต่อท่านประธานชวนว่า มีการถวายสัตย์ฯ ที่ไม่ถูกต้อง ท่านประธานชวนก็บอกว่า เป็นเรื่อง สำคัญ เพราะฉะนั้นคนพูดต้องมีพยานหลักฐานแล้วต้องรับผิดชอบด้วย สรุปแล้วคุณปิยบุตร ก็ไม่ได้แถลงต่อที่ประชุม แล้วผมก็เตรียมประเด็นนี้มาเหมือนกัน ประเด็นถวายสัตย์ที่ไม่ชอบ โดยไปขออนุญาตท่านประธานชวนเรียบร้อยแล้ว พร้อมพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย คลิปวิดีโอ (Clip video) ที่ถวายสัตย์ปฏิญาณ แต่วันแล้ววันเล่าจนกระทั่ง วันรุ่งขึ้นท่านประธานชวนก็ตัดสิทธิผมไม่ให้อภิปรายใช่ไหมครับ เอาละครับ การแถลง นโยบายของรัฐบาลก็ได้เสร็จสิ้นไป คณะรัฐมนตรีก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ของความเป็นรัฐมนตรี ต่อไป ก็อยากจะฝากกราบเรียนท่านประธานชวนว่า ตอนนี้คนไทยทั้งประเทศทราบดี อยู่แล้วว่าการถวายสัตย์ฯ ของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แม้กระทั่งทูต ประเทศต่าง ๆ หรือผู้ที่สนใจที่จะลงทุนในประเทศไทยก็ทราบความเรื่องนี้อยู่ ก็อาจจะ คิดว่าตอนนี้รัฐบาลชุดนี้ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ไม่มีอำนาจ การจะมาลงทุน ในประเทศไทยต่าง ๆ เขาก็อาจจะต้องยั้งคิด ไม่กล้าที่จะมาลงทุน เมื่อไม่กล้าจะมาลงทุน ความเสียหายมันก็เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนแล้วก็ประเทศไทยเรา หรือว่าถ้าเสี่ยง เซ็นสัญญาไปเกิดเป็นโมฆะใครจะรับผิดชอบ แต่ว่าขณะนี้เวลานี้ เมื่อเช้านี้เวลา ๐๙.๓๘ นาฬิกา ท่านนายกรัฐมนตรีก็ออกมายอมรับแล้วว่า ถวายสัตย์ฯ ไม่เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ แต่จะขอรับผิดชอบเพียงผู้เดียว โอเค (OK) ผมก็จะฝากท่านกราบเรียน ท่านประธานชวนด้วยว่า ในวันนั้นพวกเรา ทั้งคุณปิยบุตร และผมเองพยายามที่จะชี้ให้ ท่านประธานชวนในฐานะประธานรัฐสภาเห็นว่าการถวายสัตย์ฯ มันไม่ชอบ แล้วก็ท่านประธานชวน ก็ได้เห็นเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ตลอดจนคลิปวิดีโอ (Clip video) ที่ผมขออนุญาตที่จะใช้สื่อ ออกสภาแล้ว แต่ท่านไม่ตัดสินใจที่จะดำเนินการให้ถูกต้องตามวิถีทางของรัฐธรรมนูญ ท่าน กลับให้มีการอภิปรายแถลงนโยบายไปจนจบ แล้วคณะรัฐมนตรีก็ปฏิบัติหน้าที่มาจนทุกวันนี้ ที่ผมจะหารือผ่านท่านไปถึงท่านประธานชวน เมื่อเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นแล้วท่านประธานชวน จะรับผิดชอบอย่างไร ในฐานะที่เป็นประธานรัฐสภาในวันนั้นปล่อยให้มีการกระทำผิด กฎหมายรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น ก็อยากจะให้ท่านประธานชวนมาชี้แจงกับพวกเราทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลด้วยนะครับ เพราะพวกเราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ฝ่ายนิติบัญญัติ เราไม่ควรจะไปยุ่งเกี่ยวกับรัฐบาลหรือฝ่ายบริหาร ผมกราบเรียนท่านประธานฝาก ท่านประธานชวน และช่วยกรุณาชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรของเราต่อไปด้วยครับ ขอกราบขอบคุณครับ
ท่านสาทิตย์ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพ ท่านประธานนะครับ แต่ผมคิดว่าเราดำเนินการประชุมในเรื่องของการปรึกษาหารือ ความจริงเรามีข้อตกลงกันชัดเจนว่าจะแบ่งเวลากันอย่างไร แต่ผมดูวันนี้แล้วเราก็เปิดโอกาส ให้เพื่อนสมาชิกได้ทำนอกเหนือจากที่เราตกลงกัน ซึ่งผมเกรงว่าอันนี้จะเป็นประเด็นที่จะเป็น ปัญหาต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อนสมาชิกท่านหลังสุดที่ท่านลุกขึ้นมา ถ้าจะ ใช้สิทธิในการหารือก็ควรจะอยู่ในเรื่องของการหารือ แต่สิ่งที่ท่านอภิปรายเมื่อสักครู่นี้กระทบ พาดพิงไปถึงหลายเรื่องนะครับ และเป็นประเด็นที่ความจริงแล้วท่านสามารถที่จะใช้ กระบวนการทางกฎหมายอื่น ๆ ที่จะไปดำเนินการได้ แต่การให้อภิปรายลักษณะนี้ แล้วก็พาดพิงถึงท่านประธานรัฐสภาด้วย และมีการกล่าวว่าเป็นเรื่องของการกระทำผิด รัฐธรรมนูญบ้าง กฎหมายบ้าง ผมเห็นว่านี่ไม่ใช่วาระที่จะลุกขึ้นมาในลักษณะแบบนี้ และสามารถจะใช้กระบวนการอื่น ๆ ไปดำเนินการได้ ท่านประธานรัฐสภาเอง ท่านดำเนินการถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับและรัฐธรรมนูญที่ดำเนินการไปในทุกประการ ส่วนข้อสงสัยอื่นก็เป็นเรื่องที่เพื่อนสมาชิกสามารถใช้สิทธิได้อยู่แล้วครับ ผมกังวลว่าวิธีการ ปล่อยให้ลุกขึ้นมาอภิปรายโดยท่านประธานไม่ได้ควบคุมแบบนี้ แม้ว่าจะอยู่นอกเหนือวาระ ที่จะเปิดประชุมนะ แต่จะกลายเป็นประเด็นที่จะคาบเกี่ยว เกี่ยวข้องไปถึงเรื่องความเสียหาย ของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ ก็รบกวนท่านประธานว่าควรที่จะดำเนินการให้ ถูกต้องตามแนวทางที่เราปฏิบัติด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณ ท่านสาทิตย์ครับ ที่ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ก็มีเหตุผลทั้ง ๒ ฝ่ายละครับ ไม่เป็นไรครับ จบแล้วครับ คือผมจำได้ ผมขอย้อนนิดหนึ่งนะครับ เมื่อสักปี ๒๕๔๒ ปี ๒๕๔๓ ปี ๒๕๔๔ ๑๐ กว่าปีที่แล้วผมเป็นคนเริ่มเองเรื่องปรึกษาหารือ สมัยก่อนพวกเรายังพูดกันเล่น ๆ เลย เราเรียกว่าเรื่องปรึกษาหาเรื่องนะครับ เพราะว่าที่มันเกิดขึ้นผมนี่เป็นคนเริ่ม เพราะว่าเวลา เรานัดประชุม ๙ โมงเช้าปั๊บ รถติดบ้างอะไรบ้าง มากันไม่ทัน ยังไม่ครบองค์ประชุม เพราะฉะนั้นประธานขึ้นตรงเวลาครับ พอ ๙ โมงปั๊บผมก็ขึ้นเลย แต่เนื่องจากประชุมไม่ได้ ไม่ครบองค์ เลยเปิดโอกาสให้มีการปรึกษาหารือกันตั้งแต่นั้นมา พอปรึกษาแล้วใช้เวลาสั้น ๆ ผมยังบอกเลยอย่างนั้นทำเรื่องตามมาด้วยซ้ำไป ผมจะเซ็นไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเพื่อให้พวกเราได้มีหนังสือตอบกลับไปชี้แจงกับชาวบ้านว่าเราได้ทำหน้าที่ ผู้แทนราษฎร แต่ตอนนั้นก็มีข้อตกลงกันว่าห้ามพูดพาดพิงถึงบุคคลที่ ๓ ซึ่งท่านสาทิตย์ เตือนขึ้นมา ผมก็จำได้แล้วครับ ก็ขอวางเป็นกฎกติกากันอย่างนี้นะครับ ในกรณีที่เรามีเวลา สั้น ๆ แค่คนละไม่กี่นาที ถ้าท่านข้อมูลไม่ครบถ้วน ท่านน่าจะทำหนังสือมาตามมาอีกทีหนึ่ง เพื่อที่ประธานสภาหรือรองประธานสภาจะได้ทำหนังสือไปถึงรัฐมนตรีตามที่ท่านอภิปราย ร้องเรียนว่าความเดือดร้อนในพื้นที่ท่านเป็นอย่างไร จะได้ผลมากขึ้น จะได้มีรายละเอียด มากขึ้น แล้วหนังสือเขาก็จะตอบกลับมาว่าได้ดำเนินการอะไรบ้าง เราจะได้ไปชี้แจงชาวบ้าน ต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้นเราตกลงกันอย่างนี้นะครับในหลักการเดิม ต้องขออภัยเมื่อสักครู่นี้ ท่านสาทิตย์ก็ท้วงติงถูกต้องครับ ผมเข้าเปิดการประชุมต่อไปนะครับ ท่านวิสารมีอะไร เชิญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ผมขออนุญาตประเด็นเรื่องนี้ ผมเรียนท่านประธานไว้นิดเดียวครับ ผมต้องขออภัยที่ต้องเอ่ยถึงท่านประธานชวน ในวันที่ ท่านได้มีการอบรม ส.ส. ใหม่ทั้งหมดนะครับ ท่านได้พูดว่าสภาแห่งนี้จะไม่มีพรรค เราจะใช้ สภาเป็นหลัก เราเป็นองค์กรหลักของประชาธิปไตย แต่ที่สำคัญก็คือเรื่องที่ผมจะติงเอาไว้ที่นี่ ก็คือว่าเหตุเกิดที่ทีโอที (TOT) ครั้งที่แล้วครับ วิป (Whip) ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลตกลงกันแล้ว แต่อยู่ ๆ ก็มีปัญหาวิป (Whip) ทางพรรคประชาธิปัตย์ ขออภัยที่เอ่ยนาม วันนี้ก็เช่นเดียวกัน เมื่อวานนี้เราเห็นชัด ๆ ก็คือวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลตกลงกันชัดเจนเรียบร้อยครับ เรื่องเลื่อนระเบียบวาระ แต่ถึงเวลาขึ้นมาก็มี ขออภัยท่านชินวรณ์ที่ต้องเอ่ยนาม อยู่ ๆ ท่านก็มาเสนอเลื่อน ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานนี้ดูกันตรง ๆ ก็คือสมาชิกอยู่ไม่ครบแน่นอน แต่ว่าไปแล้วผมอยากจะขอว่าอย่างนี้ได้ไหมครับ วันหลังถ้ามีการตกลงเรื่องระเบียบวาระ เรื่องการประชุมเราจะจัดลำดับอย่างไร ขอท่านประธานชวนส่งตัวแทนมาร่วมกับวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล แล้วผมเชื่อว่าสภาเราจะไปราบรื่นครับ ไม่อย่างนั้นแขวะนิดแขวะหน่อย อะไรนิดอะไรหน่อยก็จะไม่ยอมกันอย่างนี้มันก็ไปกันยากครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านชินวรณ์ เชิญครับ พอแล้วนะครับ คนสุดท้ายแล้ว
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาต ที่จะใช้สิทธิในการพาดพิงจากท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนาม เพราะว่าถ้าไม่พูดก็อาจจะทำให้ผู้ฟังเข้าใจผิดได้ โดยข้อเท็จจริงก็คือว่าผมเป็นรองประธาน วิป (Whip) รัฐบาลร่วมกับวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ก็ได้ปรึกษาหารือกันนะครับ ไม่ใช่อยู่ ๆ แล้ว จะขึ้นมาเพื่อเลื่อนระเบียบวาระตามที่คุณวิสารได้พูดถึงแต่ประการใด นี่เป็นประการแรก แล้วผมเข้าใจว่าทุกพรรคก็เห็นด้วยในการที่จะให้สภาได้พิจารณาวาระที่ ๒๑ และ ๒๒ เกี่ยวกับเหรียญรัตนาภรณ์ และเหรียญราชรุจิในรัชกาลที่ ๑๐ เพราะฉะนั้นเมื่อมีความเห็น ตรงกันในขณะนั้นก็ได้มีการเสนอเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมา และเมื่อเช้านี้ก็ได้มีการประชุม ปรึกษาหารือกันแล้วครับท่านประธานว่า เราทุกฝ่ายก็จะร่วมมือกัน เพียงแต่ว่าหลังจาก ท่านประธานเปิดประชุมแล้วก็จะได้ยืนยันในการเลื่อนระเบียบวาระ แล้วก็ยกเว้นข้อบังคับ ที่จะดำเนินการต่อไป เพียงแต่ว่าท่านวิสารอาจจะไม่ได้เป็นวิป (Whip) เพราะไม่ได้มานั่งคุย กับผม ก็ขออนุญาตเรียนเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ขอบคุณครับ
ตกลงผม จะเริ่มประชุม เข้าสู่ระเบียบวาระนะครับ
จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๘๗ คน
ขณะนี้ มีท่านสมาชิกลงชื่อมาประชุม จำนวนทั้งสิ้น ๔๓๕ ท่าน ซึ่งครบองค์ประชุมแล้วครับ ผมขอดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไป
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ปรากฏในระเบียบวาระ คือเรื่องรับทราบของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลาออกจากตำแหน่ง เรื่องนี้เนื่องจากคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลาออกจากตำแหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๒ ดังนั้นสมาชิกภาพของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช จึงสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๓) ทำให้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ๔๘๙ คนนั้น องค์ประชุมก็คือครึ่งหนึ่ง ๒๔๕ คน จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
เมื่อวานเรารับรองไปฉบับหนึ่งแล้ว แต่ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตาม ระเบียบวาระต่อไปนั้น สืบเนื่องมาจากการประชุมเมื่อวานนี้เราได้ตกค้างกันอยู่หลังจากที่ผม ได้ประชุมไปถึงระเบียบวาระที่แจ้งที่ประชุมรับทราบแล้ว ก็มีท่านชินวรณ์ได้เสนอญัตติขอ เปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม แล้วก็มีผู้รับรองถูกต้องตามข้อบังคับ โดยขอนำเรื่องด่วนที่ ๒๑ ร่างพระราชบัญญัติเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. .... และระเบียบวาระ เรื่องด่วนที่ ๒๒ ร่างพระราชบัญญัติเหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. .... เพื่อให้นำขึ้นมา พิจารณาก่อน ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) ที่ท่านเสนอ แล้วก็ยังค้างกันอยู่ เพราะว่าหลายท่านได้ท้วงติง ได้ยกข้อสงสัยว่าถ้าเสนอญัตติมันจะเป็น ญัตติซ้อนญัตติที่มีอยู่หรือเปล่า จะทำให้ญัตติที่อยู่ในสภานั้นตกไปไหม แล้วก็จะเป็น การเลื่อนมาก่อนในวาระของกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว จะถูกระเบียบหรือเปล่า ถูกต้อง ตามข้อบังคับหรือเปล่า ก็ยังค้างแค่นั้น เรามาเลื่อนการประชุมมาเป็นการประชุม การพิจารณาวันนี้ ก็รอผมวินิจฉัย ก่อนจะวินิจฉัยท่านจุลพันธ์มีอะไรอีกครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการปรึกษาหารือระหว่างวิป (Whip) พรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านในช่วงเช้า ในประเด็นดังกล่าวนะครับ ทางฟากฝั่งฝ่ายค้าน ตกลงกันไว้ว่าเรายอมที่จะให้มีการเลื่อนญัตติตามที่ท่านชินวรณ์ได้มีการนำเสนอ หลังจากนั้น จะมีการขอเสนอเพื่อที่จะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ เพื่องดเว้นข้อบังคับการประชุมใน ข้อ ๔๖ วรรคสอง และข้อ ๕๐ เพื่อยืนยันว่าญัตติเรื่องของการเชื่อมทางด่วนและ อีอีซี (EEC) จะไม่ตกไป ท่านประธานครับ
แต่ถึง อย่างไรก็ตามครับ เพราะมันเป็นเรื่องค้างการวินิจฉัยอยู่ ผมก็ขอวินิจฉัยนะครับว่า ประเด็น ที่ท่านเสนอมาเมื่อวานนี้ว่า จะทำให้ญัตติที่พิจารณาอยู่ตกไปหรือไม่ ผมก็ยังวินิจฉัยว่าไม่ตก เพราะเรายังไม่ได้พิจารณาถึงญัตติ ถึงวาระที่เราพิจารณาญัตติอยู่ อันนี้ผมวินิจฉัยเป็น มาตรฐาน เป็นบรรทัดฐานไว้ ยกตัวอย่างกรณีอย่างสมมุติว่าเรากำลังพิจารณาญัตติใด ญัตติหนึ่ง อย่างเช่น ญัตติปัญหาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ท่านจำได้ไหมครับ เรากำลัง พิจารณากันอยู่ แต่ท่านนายแพทย์ระวีท่านก็เสนอขอเอาเรื่องทางด่วนเข้ามา อย่างนี้ตกครับ เพราะเรากำลังพูดถึงเรื่องนั้นอยู่ เรากำลังอภิปรายกันอยู่ ถ้าญัตติซ้อนญัตติอย่างนี้ตก แต่ญัตตินี้เรายังไม่พิจารณา ถึงแม้จะอยู่ในระเบียบวาระค้างจากที่เราพิจารณาไว้แล้ว ก็ยัง ไม่ถือว่าเรากำลังพิจารณาญัตตินั้นอยู่ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๗ เขียนไว้ชัดเจน เพราะฉะนั้น ผมวินิจฉัยว่าถึงอย่างไรก็ตามไม่ตกหรอกครับ ถึงจะเลื่อนญัตติ เสนอญัตติขึ้นมา มันไม่ได้ ไปซ้อนกับญัตติที่เราพิจารณาอยู่ ที่ค้างอยู่ ท่านจุลพันธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ในส่วนการวินิจฉัยของท่านประธาน ทางพวกผมเองก็รับทราบนะครับ แต่เราก็ยังมีข้อเป็นห่วงในเรื่องของการตีความข้อบังคับ จะเป็นอย่างแคบหรืออย่างกว้าง ถ้าเกิดว่ามีผู้ที่ให้ความสนใจและเขาเกิดไปร้องขึ้นมา และเกิดเป็นปัญหาทีหลัง ญัตติที่มีความสำคัญจะเดือดร้อน จะมีปัญหาได้ ไม่ว่าจะเป็นญัตติ เรื่องเหรียญก็ตาม หรือว่าญัตติเรื่องของ อีอีซี (EEC) จากการหารือจริง ๆ แล้วเราก็ต้อง งดเว้นข้อบังคับ ข้อ ๔๖ วรรคสอง อยู่แล้วในเช้านี้ ก็ขอข้อ ๕๐ อีกข้อหนึ่งเพื่อความสบายใจ และการดำเนินการที่ราบรื่นของสภาครับ
ก็แล้วแต่ ที่ประชุมจะเสนอ เป็นมติที่ประชุมครับ ท่านวิรัชเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ผมเรียนท่านประธานว่า เมื่อตอนช่วงเช้าเราได้มีโอกาสได้คุยกันในส่วน ของทั้งวิป (Whip) รัฐบาลและในส่วนของวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ในประเด็นที่ทางซีกฝ่ายค้าน เป็นห่วงก็คือในการวินิจฉัยของท่านประธานก็กลัวว่าจะทำให้ญัตติ อีอีซี (EEC) จะตกไป ผมอยากเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า จากร่างพระราชบัญญัติเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. .... เราพิจารณาเสร็จแล้ว เราก็พิจารณาในร่างพระราชบัญญัติเหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. .... จากนั้นเราก็มาพิจารณาในร่างข้อบังคับ สุดท้ายต่อจากนั้นก็เป็นไปตามระเบียบ วาระก็คือการพิจารณา อีอีซี (EEC) เพื่อความสบายใจทุก ๆ ฝ่ายท่านประธานครับ และส่วน ในรายละเอียดที่เราจะต้องขออนุมัติ เว้นข้อบังคับ ข้อ ๕๐ หรือในส่วนของ ข้อ ๑๗๖ ก็ไม่ขัดข้องท่านประธานครับ เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว ขอบคุณครับ
คุณหมอ ชลน่าน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ด้วยความเคารพท่านประธานครับ จริง ๆ ข้อหารือเราเป็นที่ยุติ ก็จะดำเนินการที่ท่านชินวรณ์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านวิรัช แล้วก็ท่านจุลพันธ์ ได้นำเสนอท่านประธานไป เพื่อป้องกันในการตีความ ในการวินิจฉัยนะครับ ต่อกรณีที่เรามี เรื่องพิจารณาอยู่ในสภา แต่สิ่งที่ผมไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่งก็คือท่านประธานได้กรุณา มาวินิจฉัย ผมพยายามตรวจสอบข้อบังคับการประชุมทุกข้อ เรื่องการวินิจฉัยว่าญัตติตก หรือไม่ตก ไม่ใช่เป็นอำนาจประธานครับ หรือท่านประธานจะเปิดข้อบังคับอ่านให้ผมฟัง ถ้าผมผิดผมยินดีที่จะรับทราบในข้อนั้น แล้วก็จะจำไว้เลยว่าเป็นอำนาจประธานว่าวินิจฉัยว่า ญัตติตกหรือไม่ตก ท่านประธานครับ มันเป็นอำนาจสภาครับ และเป็นอำนาจตามข้อบังคับ ที่เขียนไว้เลย เป็นกฎครับ ถ้าทำเยี่ยงนี้ มีพฤติกรรมอย่างนี้ มีการกระทำอย่างนี้ จะทำให้เป็น อย่างนี้ มันเขียนไว้ครับ เหมือนรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕ ว่าการกระทำใดที่ขัดต่อบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญใช้บังคับมิได้ เริ่มปรากฏโฉมแล้วครับ ท่านประธานครับ ยอมรับการกระทำนั้นว่า ไม่ชอบ มันปรากฏชัดในกฎ ด้วยความเคารพท่านประธาน ถ้าท่านประธานจะกรุณาผมนะครับ ท่านประธานใช้คำว่า เป็นบรรทัดฐาน ผมไม่สบายใจครับ เดี๋ยวจะมีปัญหาอีก ขอบคุณ ท่านประธาน ถ้าท่านประธานจะคิดว่านั่นเป็นความเห็นท่านประธาน ไม่ใช่ความเห็นสภานะครับ ซึ่งพวกผมในสภาผมก็พยายามสู้ตามข้อบังคับ ให้สภานี้เดินทางไปด้วยดี เหตุที่ผมยกขึ้นมา ไม่ได้หวังจะเอาชนะคะคานครับ เป็นห่วง ๒ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ข้อบังคับที่บรรจุอยู่ในระเบียบวาระเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณา เสร็จแล้วนะครับ เป็นร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของเราที่เข้าสู่วาระ ๒ และวาระ ๓ ในวันนี้นะครับ ถ้ามีการเลื่อนขึ้นมา มันเป็นเรื่องที่บรรจุหลังจากที่เราพิจารณา เรื่อง อีอีซี (EEC) กับเรื่องรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสนามบิน ผมเองตีความเชิงกว้างว่าเมื่อเข้าสู่ ระเบียบวาระนี้แล้ว ใด ๆ ก็แล้วแต่ที่อยู่ในระเบียบวาระยังเอาขึ้นมาไม่ได้ เพราะอยู่ในวาระ ที่เราพิจารณาไปแล้ว แต่ท่านประธานเองตีความเชิงแคบว่าขณะนั้นเท่านั้นเอง ผมไม่เห็น มีหลักฐานทางกฎหมายใด ๆ มาเขียนสนับสนุนว่าพิจารณาขณะนั้น ไม่มีครับ ตรวจสอบ ตรวจค้นหมด ผมไม่ดื้อครับ ถ้ามันมีเขียนอย่างนั้นผมยอม ก็เลยกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ ๒ เรื่องครับ ๑. คำวินิจฉัยท่านประธานกรุณาว่าอย่าได้ใช้เป็นบรรทัดฐานครับ อันที่ ๒ ความห่วงใยของพวกเรา เราตกลงกันเรียบร้อยนะครับ ให้เป็นไปตามนั้น พวกผม ยินดีครับ ๒ ใน ๓ ก็ช่วยครับ องค์ประชุมช่วยหมดเพื่อในสิ่งที่พวกเราได้หารือกันแล้ว กราบขอบพระคุณด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณ มากครับ ผมใช้โดยอนุโลมข้อ ๘ นะครับ ก็ฟังท่านหมอชลน่านท้วงติงก็ดีครับ แล้วถ้าท่าน เป็นกรรมาธิการร่างข้อบังคับก็ใส่ไปชัด ๆ หน่อยครับ ให้อำนาจประธานวินิจฉัยไปเลย ก็ได้ครับ คราวต่อไป จบนะครับเรื่องนี้ ตกลงญัตติท่านชินวรณ์เสนอให้เลื่อนระเบียบวาระ เรื่องด่วนที่ ๒๑ ร่างพระราชบัญญัติเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. .... และระเบียบ วาระเรื่องด่วนที่ ๒๒ ร่างพระราชบัญญัติเหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. .... ขึ้นมา พิจารณาก่อน ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) ก็ยังคงอยู่ ต่อไปผมจะต้องขอมติจากที่ประชุมครับ ว่าจะให้นำเรื่องตามระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๒๑ และ ๒๒ ขึ้นมาพิจารณาก่อนหรือไม่ เพราะฉะนั้นต้องขอมตินะครับ ก่อนที่จะมีการลงมติคงจะต้องตรวจสอบองค์ประชุม และออกเสียงลงคะแนน แต่เนื่องจากเครื่องลงคะแนนไม่พอนะครับ เดี๋ยวอาจจะวุ่นวายหน่อย เดี๋ยวจะค่อย ๆ นะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องเข้ามาลงมติด้วยครับ
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่าน สมาชิกที่อยู่บริเวณรอบ ๆ ข้างนอกเข้ามาร่วมลงมติในห้องประชุมด้วยครับ
ท่านประธานครับ ผม วิรัชครับ ในระหว่างที่ท่านประธานรอเช็ครายชื่อนี่ ขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าอยากให้กดออด นาน ๆ หน่อยครับ เพราะวันนี้มีเพื่อนสมาชิกอยู่ทั้งห้องอาหาร แล้วก็อยู่ด้านอื่น ๆ แล้วก็ ต้องเรียนท่านประธานว่าเสียงนี่ไม่ได้มีโอกาสถ่ายทอดไปในบริเวณสภาเราเลยครับ พยายาม กดบ่อย ๆ แล้วก็ขอเวลาสักนิดหนึ่งครับท่านประธานครับ
เชิญท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ขออนุญาตท่านประธานได้ชี้แจงวิธีกดบัตรเพื่อแสดงตน เพราะว่าช่องเสียบบัตรมี ๓๕๐ แต่ท่านสมาชิกมี ๕๐๐ พอท่านให้แสดงตนนี่คนที่ยังไม่มี ที่จะเสียบก็ไม่สามารถแสดงตนได้วิธีการจะทำอย่างไรช่วยอธิบายให้ท่านสมาชิกได้ทราบด้วยครับ
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก็ถูกของท่านชูวิทย์นะครับ เพราะว่าจำนวนที่นั่งกับเครื่อง เสียบบัตรไม่พอนะครับ ดังนั้นผมจะทำอย่างนี้นะครับ กรณีที่ท่านมีเก้าอี้นั่งประจำที่อยู่แล้วนี่ ยังไม่ต้องลุกไปไหนนะครับ จะมีเครื่องเสียบบัตรอยู่ที่หน้าท่าน ท่านก็เสียบบัตรไป แล้วกด แสดงตน แล้วผมจะถามมติให้ท่านลงมติ แต่ถามมตินี่ผมจะประกาศพร้อม ๆ กัน เพียงแต่ การลงคะแนนอาจจะลงเป็น ๒ ชุด โดยที่ท่านนั่งประจำที่ ท่านแสดงตนและท่านลงมติ เสร็จแล้วท่านก็ดึงบัตรออก
ท่านประธานครับ นิดหนึ่งครับ ท่านประธานต้องบอกบรรดาท่านสมาชิกว่าในช่องเสียบของเรานี่ไม่พอ แม้กระทั่งในส่วน ของรายงานตัว แล้วเขาก็มีปัญหาก็คือว่าวันนี้หลายท่านยังไม่มีช่องเสียบ ท่านประธาน บอกว่าพอชุดแรกได้เสียบบัตรแล้ว ชุดที่ ๒ ขอกรุณาไปเสียบบัตร อย่างนี้จะได้ครับ แต่ถ้าเผื่ออย่างนี้ทุกคนก็หาเสียบ แล้วเสียบไม่มีครับ หมดแล้วครับ วันนี้ต้องเรียน ท่านประธานว่าวันนี้สมาชิกแน่นจริง ๆ ท่านต้องทำเป็น ๒ ขยักครับ ต้อง ๒ รอบครับ
ใช่ครับ เมื่อสักครู่นี้ผมก็ชี้แจงอย่างนั้นละครับ
ท่านประธานครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวดเชียงใหม่ จริง ๆ แล้วนี่ในการชี้แจงของผู้มาชี้แจง เมื่อวานเรื่องการลงมตินี่ท่านประธาน ในช่องเสียบบัตรเดียวกันนี่เราสามารถเสียบได้ ๒ ครั้ง หรือ ๓ ครั้งนะครับ ถ้าเกิดว่าผมนี่เป็นคนแรกที่ดำเนินการลงมติ แล้วผมเสียบบัตร และกด เห็นชอบแล้ว ผมดึงบัตรออกมานี่มติของผมยังคงค้างอยู่ครับ เพื่อนท่านถัดไปสามารถใช้ช่อง ของผมนี่ในการลงมติได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในเรื่องการลงมติซ้ำซ้อนนะครับ ผมว่าใช้วิธีนี้ แล้วท่านประธานหน่วงเวลาในการลงมติยาวนิดหนึ่ง เพื่อให้เพื่อนลงมติได้ทันครับ
ใช่ครับ ผมกำลังจะชี้แจงอยู่ พอดีท่านวิรัชเสนอขึ้นมา คือที่ท่านนั่งประจำที่อยู่นะครับ ชุดแรกจะ แบ่งเป็น ๒ ชุด หรืออาจจะ ๓ ชุดนะครับอย่างมากที่สุด คือ ๓ ชุดอาจจะเดินเข้ามาทีหลัง มาไม่ทัน แต่ไม่เป็นไรครับ เอาชุดแรกก่อน ชุดแรกที่ท่านนั่งอยู่ตรงหน้าท่านมีช่องเสียบบัตร ไหมครับ มีนะครับ เพราะฉะนั้นท่านเสียบบัตรปั๊บ กดแสดงตน แล้วลงคะแนน พอท่าน ลงคะแนนเสร็จแล้วท่านดึงบัตรท่านออกได้เลย เสร็จแล้วคนที่ยังไม่ได้ลงคะแนนก็เอาบัตร ของตัวเองไปเสียบช่องไหนก็ได้ครับที่ท่านเสียบได้ เสร็จแล้วแสดงตนและลงคะแนน แล้วดึง บัตรได้เลย พอท่านแรกลงคะแนนไปแล้วนี่มันจะเก็บบันทึกไว้แล้วละครับ จะรู้ว่าใครชื่ออะไร ลงอย่างไร ท่านที่สองชื่ออะไร ลงอะไร ก็จะบันทึกไว้แล้วจะไปบวกกัน ส่วนอาจจะมี ชุดที่ ๓ เดินมาอาจจะช้า เพราะเดินมาไกล ผมก็เข้าใจสภาพสภาเรา อาจจะเดินมาไกล มาไม่ทันทั้งชุด ๑ ชุด ๒ ก็อาจจะให้อีกครั้งหนึ่ง ชุดที่ ๓ เหมือนกันครับ ไปเสียบบัตร เสร็จแล้วก็แสดงตนลงคะแนน แล้วก็เอาบัตรออก ถ้าท่านลงคะแนนเสร็จแล้วนี่เครื่องบันทึก ทันทีครับ ไม่ต้องห่วง หรือถ้าท่านกดผิดท่านกดซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ก็จะเอาครั้งสุดท้ายบันทึก ท่านดึงบัตรออกได้ครับ อย่าดึงบัตรออกแล้วไปเสียบใหม่ ไม่ต้องนะครับ ถ้าท่านลงผิดท่านกดซ้ำได้เลย มีเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย กับงดออกเสียง ท่านชูวิทย์เชิญครับ
ท่านประธานครับ เพิ่มเติม อีกนิดหนึ่งครับว่า รอบแรกต้องให้แสดงตนว่าครบ ไม่ครบนะครับ ค่อย ๆ รอบที่ ๒ รอบที่ ๓ ขอบคุณครับ
ถูกต้องครับ เข้ามาครบหรือยังครับท่านสมาชิก ถึงแสดงตนก็คงจะไม่พอ แสดงตนก็ต้อง ๒ รอบ เหมือนกัน ท่านสมาชิกครับ ข้างบนที่นั่งกรรมาธิการนี่ก็ยังเสียบได้นะครับ
ท่านประธานขออนุญาตปรึกษาครับ
เชิญท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน ขอประทานโทษ ผมอาจจะเป็นคนแรกที่ทำบัตรหาย ขอประทานโทษท่านประธานครับ ผมบัตรหายไปตั้งแต่เมื่อวานนี้ ขอทำประวัติศาสตร์ไว้ที่สภาแห่งนี้นะครับ ผมจะขออนุญาต ท่านประธานว่าผมจะใช้การลงมติด้วยการใช้การพูด
เดี๋ยวผม จะอนุญาตให้ท่านหลังจากสมาชิกทุกท่านที่ใช้บัตรแล้ว เสร็จแล้วเขาจะบันทึกเก็บไว้แล้ว ผมจะอนุญาตให้ท่านเป็นคนสุดท้าย ท้าย ๆ ที่จะใช้วิธีการคือยกมือลงคะแนนผ่านไมโครโฟน
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ข้างบนนี้ ก็นั่งได้ครับ มีที่เสียบบัตรด้วยครับ ท่านจิรายุเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ จิรายุ ห่วงทรัพย์ พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ฝากบอกมาว่าหลายท่านยังไม่ได้ไป รับบัตร บางท่านเมื่อวานเสียบทิ้งไว้เจ้าหน้าที่เก็บไว้ให้ บางท่านก็เอากลับบ้านไป ลืม ไม่ได้เอามา ตอนนี้บัตรเหลือเยอะอยู่นะครับ ก็เลยจะฝากบอกท่านสมาชิกว่าช่วยกรุณา ไปทางขวามือหน่อยครับ ไปถามว่าบัตรตัวเองอยู่ตรงนี้หรือเปล่าครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ท่านเลขาธิการแจ้งว่ายังมีท่านสมาชิกยังไม่ได้รับอีกเกือบ ๒๐ ท่าน มีท่านไหนยังไม่รับบัตร เชิญเลยครับ ครั้งแรกใช้เวลาสักนิดหนึ่งครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในช่วงที่ท่านประธานกำลังทดสอบทดลองที่จะเสียบบัตร ในญัตติแรก ขออภัยเอ่ยนาม ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ที่เสนอเปลี่ยนวาระโดยใช้ ข้อ ๔๖ (๒) ผมเรียนปรึกษาท่านประธานครับ ญัตตินี้ไม่น่าจะมีผู้ใดคัดค้านครับ ทุกคน เห็นด้วยหมดเลยนะครับ ปรึกษาท่านประธานว่าเราใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๐ วรรคแรกได้ไหม แล้วหลังจากนั้นก็ไปเข้าสู่ญัตติที่ ๒ ซึ่งต้องใช้จำนวนเสียง ๒ ใน ๓ อันนั้นจำเป็นที่จะต้อง เช็ก (Check) องค์ประชุม ตรวจสอบบัตรลงคะแนน แล้วก็ลงคะแนนให้ได้ ๒ ใน ๓ เพื่อยกเว้นข้อบังคับ เรียนหารือท่านประธานเพื่อความรวดเร็วครับ
ท่านได้ใช้ ข้อ ๘๐ หรือข้อ ๕๘
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ข้อ ๘๐ วรรคหนึ่งครับท่านประธาน เพราะดูแล้วญัตติเลื่อน ระเบียบวาระของท่านชินวรณ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอื่นเลยครับ เห็นชอบ ทั้งหมด ท่านประธานก็ใช้วรรคหนึ่งก็ถามสมาชิกได้ ถ้าไม่มีผู้เห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่า ที่ประชุมแห่งนี้มีมติให้เลื่อน แต่ว่าในญัตติที่ ๒ ที่จะเสนอเรื่องของการยกเว้นข้อบังคับ อันนี้ต้องใช้องค์ประชุมแล้วก็การลงคะแนน เพราะข้อบังคับบังคับไว้ว่าต้อง ๒ ใน ๓ ขอบพระคุณครับ
ใช้ได้ทั้ง ข้อ ๕๘ และข้อ ๘๐ ด้วยนะครับ เราจะใช้ตามที่ท่านว่า แต่ถึงอย่างไรก็ตามขอตรวจสอบ องค์ประชุมสักนิดหนึ่ง ทดสอบบัตรครับ ท่านสุทัศน์เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น ท่านประธานครับ ตามที่ท่านชลน่านเสนอนั้นชอบแล้ว แต่ขณะเดียวกัน ท่านประธานกรุณาถามว่ามีท่านผู้เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ถ้าไม่มีก็จบครับ ถ้ามี ค่อยลงคะแนน และตรวจสอบองค์ประชุมครับ
ผมกำลัง จะดำเนินการอย่างนั้นละครับ แต่ผมอยากจะตรวจสอบองค์ประชุม คือจำนวนที่จะเห็น ทั้งหมดนี้ ทั้งหมดกี่ท่านแค่นั้นเอง เดี๋ยวเราไว้ตรวจสอบครั้งที่ ๒ ก็ได้ครับ
ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าจะให้นำเรื่องตามระเบียบวาระ เรื่องด่วน ที่ ๒๑ และ ๒๒ ตามที่ท่านชินวรณ์ ได้เสนอไว้ขึ้นมาพิจารณาก่อนหรือไม่ครับ คือมีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ คือไม่เห็นด้วยที่จะนำวาระเรื่องด่วนที่ ๒๑ และ ๒๒ ขึ้นมา พิจารณาก่อน มีท่านใดไม่เห็นด้วยหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดที่ไม่เห็นด้วยเลยสักท่านหนึ่ง ถือว่าที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ที่จะอนุมัติ ให้นำวาระเรื่องด่วนที่ ๒๑ และ ๒๒ ตามที่ท่านชินวรณ์ได้เสนอขึ้นมา ให้ขึ้นมาพิจารณาก่อน ทั้งนี้ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ วรรคสอง หรือวรรคสุดท้ายได้กำหนดว่า การเปลี่ยนระเบียบวาระ การประชุม ถ้าเป็นการเสนอเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ เมื่อที่ประชุมลงมติเห็นชอบ ตามที่เสนอแล้ว ต้องให้มีผลบังคับในการประชุมครั้งต่อไป ก็คือหมายถึงประชุม คราวเดียวกันไม่ได้ ต้องประชุมในครั้งต่อไป แต่เรื่องของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ เรื่อง ดังกล่าวทุกท่านก็เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญและมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จ โดยเร็ว ดังนั้น ผมจะขอปรึกษาที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ คือให้งดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ วรรคท้าย เพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ ได้รับการพิจารณาจากที่ประชุม แต่จะต้องขอมติจากที่ประชุมว่าจะอนุมัติให้งดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ วรรคท้ายหรือไม่ เพราะว่าต้องใช้เสียง ๒ ใน ๓ ตามข้อบังคับ เชิญท่านจุลพันธ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ต่อเรื่องที่ท่านประธานได้หารือ ต่อที่ประชุมในการใช้ข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๗๖ ในการของดเว้นข้อบังคับการประชุมนั้น กระผมเห็นด้วยในการงดเว้นข้อบังคับการประชุม ข้อ ๔๖ วรรคท้าย เพื่อให้ญัตติ ในเรื่องของเหรียญตราทั้ง ๒ เหรียญได้ดำเนินการพิจารณาในวันนี้ แต่จากที่ตกลงกัน ในเมื่อสักครู่เองนะครับ ท่านประธานอาจจะลืมไป ก็ของดเว้นข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕๐ ไปในคราวเดียวด้วยเลย แล้วก็ขอลงมติรวมครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ท่านเสนอ ญัตติในคราวเดียวกันว่าทั้ง ๒ กรณีให้งดเว้นใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ คือให้ยกเว้นข้อ ๔๖ (๒) แล้วก็ข้อ ๕๐ มีผู้รับรองถูกต้องครับ มีท่านสมาชิกท่านใดจะเสนอญัตติอย่างอื่นหรือไม่ ไม่มีนะครับ ถ้าเช่นนั้นเราก็จะลงมติที่งดเว้นใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ วรรคท้าย กับข้อ ๕๐ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่มีช่องบัตรอยู่ นั่งแล้วก็ ใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนด้วยครับ ไฟที่กระพริบ ๆ อยู่ พอท่านกดมันจะหยุดนิ่งเลยครับไฟ ชุดแรกที่แสดงตนแล้วเอาบัตรออก ได้แล้วครับ ใครที่ยังไม่ได้แสดงตนเข้าไปเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ต้องขออภัยนะครับ อาจจะสับสนหน่อยครับ เพราะที่นั่งที่เสียบบัตรไม่พอ แสดงตนครบไหมครับ ทั้งชุดแรก ทั้งชุดสองแสดงตนหมดแล้วนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
มีท่าน สมาชิกท่านใดยังไม่ได้แสดงตนหรือไม่ครับ คือไม่มีบัตรก็ดี หรือลืมบัตรมาก็ดี แล้วยังไม่ได้กด แสดงตน
ขออนุญาตครับ มีครับท่านประธาน
บัตรไม่มีนะครับ
ครับ บัตรไม่มีครับท่านประธาน
ท่านชื่อ อะไรครับ
ผม วิรัตน์ วรศสิริน ครับ พรรคเสรีรวมไทย
เพิ่มอีก ๑ ท่านนะครับ
ท่านประธานครับ
เชิญครับ
อนุชา นาคาศัย พรรคพลังประชารัฐ แสดงตนครับ
เพิ่มอีก ๑ ท่านนะครับ ท่านอนุชา ขอทราบผู้แสดงตนด้วยครับ ทั้งหมดจำนวนเท่าไรครับ ท่านสมาชิกที่ใช้ บัตรแสดงตน ตามจอภาพได้ขึ้นมาแล้วนะครับ ๔๕๖ ท่าน บวกที่ท่านแสดงตนโดยผ่าน ไมโครโฟนอีก ๒ ท่านนะครับ ก็เป็น ๔๕๘ ท่าน เพราะฉะนั้นองค์ประชุมเราครบนะครับ
ต่อไปผม คงจะขอมติจากที่ประชุมนะครับว่าจะให้นำเรื่อง ขอมติที่จะงดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ วรรคท้าย กับข้อ ๕๐ นะครับ ท่านสุทัศน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น พรรคประชาธิปัตย์ ก็คงขออนุญาตท่านประธานถามให้ชัดเลยว่า งดใช้ข้อบังคับเฉพาะกรณีนี้หรือว่าทั่วไป ไม่อย่างนั้นก็จะงดไปเรื่อย ๆ หลายกรณีครับ ท่านประธานเพียงแต่ถามว่า ขออนุญาตของดใช้ข้อบังคับ แต่ไม่ได้ระบุเฉพาะคราวนี้ ก็จะทำให้ตีความไปได้ว่าหมายถึงคราวอื่น ๆ ด้วยครับ ขออนุญาตท่านประธานเพิ่มข้อความ สักข้อความหนึ่งว่า เฉพาะกรณีนี้ครับ
คงจะเป็น กรณีที่เราเลื่อนระเบียบวาระในร่างพระราชบัญญัติที่สำคัญฉบับนี้ขึ้นมา ก็คงจะเป็นกรณีนี้ ถ้าเป็นความเห็นของผมเองในฐานะประธาน ท่านจุลพันธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อความชัดเจนครับท่านประธาน จากประเพณีปฏิบัติที่เรา เคยทำมา รวมถึงครั้งนี้มีเพื่อนสมาชิกซึ่งใช้การลงมติด้วยบัตรครั้งแรกหลายท่าน ท่านประธานถามให้ชัดเลยก็ได้ว่า ถ้าเห็นชอบให้มีการงดเว้นข้อบังคับให้กด เห็นด้วย สีเขียว ถ้าไม่เห็นชอบให้กด สีแดง ท่านประธานถามให้ชัดเจน เพราะในอนาคตข้างหน้าจะมีอีก หลายมติที่จะมีความสับสน แล้วเพื่อนสมาชิกก็จะมีความผิดพลาดกันได้ ขอบพระคุณครับ
คุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต่อข้อหารือท่านสมาชิกผู้อาวุโส ท่านรัฐมนตรีสุทัศน์ ผมด้วยความเคารพท่านประธานครับ สิ่งที่เราห่วงมี ๒ เรื่องคือ การพิจารณาเรื่องญัตติ ที่ค้างอยู่ แล้วก็ข้อบังคับการประชุม เมื่อสักครู่ท่านประธานวิป (Whip) ได้กรุณาได้นำเรียน ต่อท่านประธานไปถึงเพื่อนสมาชิกว่า หลังจากที่เราพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสำคัญ ๒ ฉบับ ร่างพระราชบัญญัติเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. .... และ ร่างพระราชบัญญัติเหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. .... เสร็จแล้ว ก็จะต่อด้วยเรื่องของ พิจารณาข้อบังคับการประชุมสภา แล้วเข้าสู่ญัตติที่ค้างก็เป็นไปตามระเบียบวาระ เฉพาะกรณีนี้ครับ ด้วยความขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไป จะเป็นการลงมติว่าเราจะงดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ เมื่อสักครู่นี้ที่ผ่านมาพอชุดแรกแสดงตน เพื่อเช็ก (Check) องค์ประชุมแล้วก็ดึงบัตรออก ทีนี้จะลงมติเดี๋ยวต้องแสดงตนใหม่อีกที ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่บันทึกว่าใครจะกดลงคะแนน เพราะฉะนั้นก่อนจะลงมติท่านต้อง แสดงตนก่อนแล้วผมจะถามว่า จะลงมติอย่างไร ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมค่อย ๆ บอกตามขั้นตอน ผมจะขอมติจากที่ประชุม จะอนุมัติให้งดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ วรรคท้าย กับข้อ ๕๐ หรือไม่ ให้ท่านสมาชิกที่มีช่องข้างหน้าอยู่แล้วท่านเสียบบัตรแล้วกดปุ่ม แสดงตน ก่อนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
กดแค่ แสดงตน อย่าเพิ่งลงมตินะครับ ผมยังไม่ถามนะครับ ไม่เป็นไรกดเพื่อแสดงตน ท่านสมาชิกไม่เป็นไรเอาอย่างนี้นะครับ พอท่านกดบัตรแสดงตนเสร็จแล้ว ผมจะถามมติเลย ผู้ใดเห็นควรอนุมัติให้งดใช้ข้อบังคับ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สีเขียว ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรอนุมัติ ให้งดใช้ข้อบังคับโปรดกดปุ่ม สีแดง ไม่เห็นด้วย ถ้าผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง คือสีเหลือง กดได้แล้วครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
พอท่าน กดเสร็จแล้วท่านเอาบัตรท่านออก ชุดต่อไปที่ยังไม่ได้ลงคะแนนเชิญกดต่อเลยครับ แสดงตน ก่อนนะครับ แล้วก็กด เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรือ งดออกเสียง มีท่านสมาชิกเพิ่งเดิน เข้ามาแล้วยังไม่กดลงคะแนนมีหรือไม่ครับ ท่านเสียบบัตรแสดงตนและออกเสียงได้เลย และเอาบัตรออกได้เลยนะครับ เชิญท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม. วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ๓๓๘ เห็นชอบครับ
ท่านวิสิทธิ์ เห็นด้วย นะครับ ท่านที่ไม่มีบัตรครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านจะใช้ลงคะแนนหรือไม่ครับ มีท่าน สมาชิกที่ไม่มีบัตร ท่านอนุชา กดแล้วนะครับ ท่านเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย เห็นด้วยครับ
เห็นด้วยนะครับ มีสมาชิกที่ออกเสียงโดยไมโครโฟน ๒ ท่านที่เห็นด้วย เจ้าหน้าที่บวกด้วยนะครับ มีท่าน สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ลงคะแนนมีหรือไม่ครับ ถ้าลงครบหมดทุกท่านแล้ว ผมจะปิด การลงคะแนนเสียงแล้วนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนนครับ ขอให้เจ้าหน้าที่รวบรวมคะแนน มาด้วยครับ บวก ๒ ท่านด้วยนะครับ ที่เห็นด้วย ผลการลงคะแนนนะครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ผู้ออกเสียงทั้งหมด ๔๖๘ ท่าน เห็นด้วย ๔๖๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มีนะครับ งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน ตกลงที่ประชุมมีมติอนุมัติให้งดใช้ข้อบังคับด้วยคะแนน เกือบจะเอกฉันท์นะครับ เพราะจำนวนถ้า ๒ ใน ๓ เท่ากับ ๓๑๓ ท่าน เราเกินนะครับ เกือบจะเป็นเอกฉันท์
ขอเชิญตัวแทนท่านรัฐบาลมาเสนอกฎหมาย เชิญตัวแทนรัฐบาลครับ มาเสนอกฎหมายครับ
ต่อไปเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ
ด้วยคณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามมาตรา ๑๓๓ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังได้นำเสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็น ของผู้ที่เกี่ยวข้องและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการตรากฎหมายมา เพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายเป็นไปตามมาตรา ๗๗ ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วยแล้ว รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดไว้ให้ท่าน สมาชิกทุกท่านแล้วครับ ขอเชิญท่านวิษณุ เครืองาม เป็นผู้แทนคณะรัฐมนตรีเสนอครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ คณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติสำคัญชุดแรกของรัฐบาลนี้ และถ้าหากได้รับ ความเห็นชอบจากรัฐสภาก็จะเป็นร่างพระราชบัญญัติชุดแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธยตราขึ้นโดยความเห็นชอบของรัฐสภาชุดนี้ ภายหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้โดยโบราณราชประเพณีถือว่าเป็นกฎหมายประจำรัชกาล และจะเสนอประเดิมเมื่อเริ่มรัชกาลตามแบบธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติมาทุกรัชกาลเสมอ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนั้นได้แก่ ๑. ร่างพระราชบัญญัติเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. .... และ ๒. ร่างพระราชบัญญัติเหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. .... ซึ่งกระผม ขอประทานอนุญาตที่จะนำเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับแรกก่อน
ร่างพระราชบัญญัติเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. .... มีหลักการคือ ให้มีเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๑๐ ส่วนเหตุผลนั้นก็เป็นไปตามบันทึกหลักการและเหตุผลที่ ได้กราบเรียนเสนอมาตามข้อบังคับการประชุมสภา แต่เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้น ขออนุญาตที่จะกราบเรียนอธิบายขยายความเพิ่มเติมดังนี้ครับว่า คำว่า เครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้น หมายถึงเครื่องประดับของพระมหากษัตริย์ หรือที่ พระมหากษัตริย์พระราชทานแก่บุคคลต่าง ๆ โดยใช้เป็ นเครื่องประดับ เครื่องราชอิสริยาภรณ์มีหลายประเภท หลายชื่อ เรียกกันในวงการที่เกี่ยวข้องว่า หลายตระกูล ตัวอย่างที่อาจจะเป็นรู้จักทั่วไปก็คือ ตระกูลจุลจอมเกล้า ซึ่งมีสีประจำตระกูล เป็นสีชมพู ตระกูลมงกุฎไทย สีประจำตระกูลเป็นสีน้ำเงิน ตระกูลช้างเผือก สีประจำตระกูล เป็นสีแดง ตระกูลดิเรกคุณาภรณ์ สีประจำตระกูลเป็นสีเขียว ดังนี้เป็นต้น เครื่องราชอิสริยาภรณ์อีกตระกูลหนึ่งคือเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในตระกูลรัตนาภรณ์ ซึ่งมีลักษณะสำคัญคือเป็นแพรแถบสีเหลืองมีขอบ ๒ ข้างสีขาว และห้อยเหรียญ ซึ่งเป็น เหรียญพระปรมาภิไธยประจำในแต่ละรัชกาล เหรียญรัตนาภรณ์นั้นมีมาตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ ๔ และเริ่มมีกฎหมายรองรับเป็นครั้งแรกในสมัย รัชกาลที่ ๕ รัชกาลที่ ๖ รัชกาลที่ ๗ รัชกาลที่ ๘ รัชกาลที่ ๙ เมื่อบัดนี้ได้ผ่านพ้นพระราชพิธี บรมราชาภิเษกของรัชกาลที่ ๑๐ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างเหรียญรัตนาภรณ์ ประจำรัชกาลขึ้น เพื่อที่จะพระราชทานแก่บรรดาข้าทูลละอองธุลีพระบาทตามพระราช อัธยาศัย ความจำเป็นที่จะต้องออกกฎหมายขึ้นมารองรับจึงมีอยู่เพื่อป้องกันไม่ให้มีการปลอม แปลงเลียนแบบ หรือผู้ที่ไม่มีสิทธินำไปใช้ประดับ สำหรับเหรียญรัตนาภรณ์นั้น เป็นเหรียญบำเหน็จความชอบในพระองค์ที่จะพระราชทานแก่ผู้ใดก็ได้โดยไม่ต้องมีการ ขอพระราชทาน ไม่เหมือนกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลอื่น ๆ และจะพระราชทานแก่ ผู้ใดก็ไม่มีขีดขั้นกำหนดในเรื่องของยศชั้นตำแหน่งหรืออาวุโสใด ๆ ดังที่ปรากฏในรัชกาล ก่อน ๆ เสมอมาว่า เหรียญรัตนาภรณ์นั้นอาจจะพระราชทานแก่เจ้าหน้าที่ข้าราชการยศน้อย หรือชั้นผู้น้อย หรือผู้ที่ไม่ได้เป็นข้าราชการ แต่ได้รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทในโอกาส ต่าง ๆ ได้ ในขณะที่บางครั้งผู้บังคับบัญชาระดับสูง เช่น เป็นถึงอธิบดี ปลัดกระทรวง รัฐมนตรี ก็ยังไม่ได้รับพระราชทานดังนี้ก็มี เป็นต้น เหรียญรัตนาภรณ์มี ๕ ชั้น ชั้นสูงสุด เรียกว่าชั้นที่ ๑ ลดหลั่นลงมาคือ ชั้นที่ ๒ ชั้นที่ ๓ ชั้นที่ ๔ จนกระทั่งถึงชั้นที่ ๕ และอาจจะมี การพระราชทานเลื่อนชั้นให้แก่ผู้ที่ได้รับพระราชทานในชั้นใดชั้นหนึ่งไปก่อนแล้ว เมื่อมี พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลนี้ ก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำเหรียญ รัตนาภรณ์ขึ้นก่อนไปแล้ว โดยอาศัยพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙ และได้ พระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์และบุคคลต่าง ๆ ไปแล้วเป็นจำนวนถึง ๒๔๕ ราย และ กำลังจะมีการพระราชทานต่อไปถึงบุคคลต่าง ๆ อื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมากในอนาคต เมื่อเป็นดังนี้ก็เกิดความจำเป็นที่จะต้องจัดทำกฎหมายขึ้นรองรับโดยด่วน เพื่อที่จะปกป้อง คุ้มครองเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลนี้ให้เป็นแบบฉบับและเป็นมาตรฐาน ไม่ให้มีการนำไป ปลอมแปลงเลียนแบบหรือประดับโดยไม่มีเหตุอันสมควร รัฐบาลได้รับพระราชกระแส พระราชดำริในเรื่องนี้มา จึงได้ดำเนินการจัดทำโดยให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยกร่างขึ้น โดยรับฟังความเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ แล้ว คือความเห็นของกรมธนารักษ์ ซึ่งจะเป็นผู้จัดทำเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลนี้ ความเห็น ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับการที่จะจัดทำ ประกาศนียบัตรกำกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลนี้ เมื่อเวลาพระราชทานแก่บุคคลต่าง ๆ ตลอดจนรับฟังความเห็นจากสำนักพระราชวัง การรับฟังความเห็นนั้นได้ทำในชั้นรัฐบาล ๑ ครั้ง แล้วได้ทำในชั้นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเมื่อตรวจร่างนี้อีก ๑ ครั้ง และได้นำลงในเว็บไซต์ (Web site) เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบและแสดง ความคิดเห็น ซึ่งไม่มีผู้ใดแสดงความคิดเห็นเข้ามา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่มีผลกระทบ ในทางเศรษฐกิจ สังคม หรือเหตุอื่นใด จึงได้นำเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อกรุณาให้ความเห็นชอบในการที่จะตราเป็นพระราชบัญญัติบังคับใช้ต่อไป จึงขอประทาน กราบเรียนเสนอมายังท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อกรุณารับไว้พิจารณาดำเนินการตาม รัฐธรรมนูญด้วยครับ
ขอบคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. .... ได้มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเสนอแสดงความจำนงที่จะขอร่วม อภิปรายแสดงความคิดเห็น เพราะฉะนั้นขอเรียนเชิญท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับนี้ถือว่ามีความสำคัญยิ่งนะครับ แต่ว่าการที่นำเสนอ พ.ร.บ. ๒ ฉบับนี้ผมไม่ติดใจใด ๆ ทั้งสิ้นในรายมาตรานะครับ แต่อยากจะฝากเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อจะได้บันทึกในที่ประชุมนี้ครับ เนื่องจากเหรียญรัตนาภรณ์และเหรียญราชรุจิจะเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งครับ สำหรับ ผู้ที่ได้รับพระราชทาน ท่านประธานที่เคารพครับ ฝากไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมา ในช่วง ๓-๔ ปีมานี้ครับ มีการปลอมเหรียญที่เป็นการพระราชทานอยู่จำนวนมากใน สังคมไทยครับ ดูได้จากการเป็นข่าวล่าสุดมีการจับได้ในปี ๒๕๖๐ เดือนพฤศจิกายน ทั้ง ๆ ที่ มีโทษเป็นการขายโดยการหลอกลวงตามมาตรา ๒๗๑ และมาตรา ๒๔๐ คุก ๓ ปี ปรับ ๖๐,๐๐๐ บาท และในมาตรา ๒๔๐ ท่านประธานที่เคารพ เป็นการปลอม ดวงตราแผ่นดิน รอยตราแผ่นดิน หรือพระปรมาภิไธย ก็จำคุก ๒๐ ปี ปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๔๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมอยากจะเรียนผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรี เนื่องจากที่ผ่านมาโดยเฉพาะเหรียญที่เราประดับอยู่ที่หน้าอกผม ท่านประธานที่เคารพ ได้มาอย่างถูกต้อง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกรัฐสภาหลายท่าน ก็ได้รับพระราชทานมาในหลากหลายช่องทาง อย่างเช่น ด้านหลังนี้เขียนว่า พระราชพิธี บรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ ที่ผมถืออยู่นี้ ท่านประธานครับ จึงอยากฝากเรียนไปยัง รัฐบาลครับ ในฐานะที่ท่านเป็นผู้เริ่มตรากฎหมาย ท่านต้องตอบสังคมให้ชัดเจนว่า ท่านจะแก้ไขปัญหาเรื่องของการปลอมเหรียญลักษณะเช่นนี้ได้อย่างไร ดูจากที่ผ่านมา ข่าวลงในหนังสือพิมพ์นะครับ ไปจับได้ที่ท่าพระจันทร์บ้าง สนามหลวงบ้าง เพราะฉะนั้น เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาผมเปิดเข้าไปในเว็บไซต์ (Web site) สำคัญนะครับ เว็บไซต์ (Web site) ลาซาด้า (Lazada) ท่านประธานรู้หรือไม่ว่าขายกันราคา ๓๒๙ บาท บางเหรียญซึ่งเป็น เหรียญที่พวกเรานั้นถือว่าได้รับพระมหากรุณาธิคุณยิ่งที่ได้รับพระราชทาน แต่รัฐบาลนิ่งเฉย กลับไม่มีการไปปราบปรามจับกุม ท่านประธานลองคลิกเข้าไปดูครับ ในเว็บไซต์ (Web site) ลาซาด้า (Lazada) ๓๒๙ บาทก็มี แถมบอกว่านี่ของแท้ ผมจึงฝากเรียนไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าวิธีของท่านในการที่จะทำให้เหรียญมีคุณค่าทางจิตใจกับพสกนิกรชาวไทย ท่านจะทำอย่างไรครับ อย่างเหรียญที่ผมได้รับมานี่ท่านประธานครับ ไม่มีหมายเลขระบุ แม้ท่านจะอธิบายเมื่อสักครู่นี้ว่าจะมีใบประกาศนียบัตรหรือว่าใบที่จะมอบระบุกำกับไว้ จะทำให้ผู้ได้รับนั้นก็ปลาบปลื้มครับ แล้วก็เป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่ผมอภิปรายเรื่องนี้ เพราะว่าหลัง ๆ นี้เยอะมากท่านประธานที่เคารพครับ โดยหลักการของร่างพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับนี้ผมเห็นด้วยที่จะรับหลักการในเบื้องต้น แต่ก็ฝากเป็นข้อสังเกตให้กับ รองนายกรัฐมนตรีผ่านไปยังรัฐบาลได้โปรดพิจารณาในเรื่องทำอย่างไรให้กระบวนการในการ ติดตามตรวจสอบจับกุมมันเป็นผลที่สัมฤทธิ์ แล้วออกมาแถลงข่าวให้สื่อมวลชนว่าในช่วง ๒-๓ ปีมานี้ท่านดำเนินการจับกุมอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตสรุปว่า ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ผมขออนุญาตรับหลักการครับ ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณ ท่านจิรายุนะครับ เชิญท่านไวพจน์ครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตครับ เรื่องเร่งด่วนครับ ผม พันตำรวจโท ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ จังหวัดกำแพงเพชร ที่ลงมตินี่ครับ ของผมเครื่องบอกว่า งดออกเสียง ทุกคนนั่งอยู่ตรงนี้ครับ เห็นด้วย ครับ แต่ออกมาเป็น งดออกเสียง ครับ ผมจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รับพระราชทานกระบี่ จากในหลวงครับ ดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยาครับ เพราะฉะนั้นผมจะทำในสิ่งที่อย่างนี้ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นผมต้องนำเสนอต่อประธานสภาว่าผมเห็นด้วยครับ เครื่องครับ
ครับ แสดงว่าอาจจะมีข้อขัดข้องทางเทคนิคในเครื่อง เพราะว่านี่เป็นการทดลองใช้เป็นวันที่ ๒ ฉะนั้นอาจจะขัดข้องได้
ผมยังพูดกับเพื่อนใน สภาแห่งนี้ว่ามีงดออกเสียง ๑ คน แล้วไม่เห็นด้วย ๒ คน ถาม ๒ คนนั้นหรือเปล่า
ท่านไวพจน์ครับ ท่านได้แสดงเจตนารมณ์ชัดเจนแล้วว่าท่านเห็นชอบกับมติในครั้งนี้ บันทึกไว้ในสภา เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ คงไม่มีใครไปตำหนิท่านอีกแล้ว
กราบขอบคุณมากครับ
ท่านสมาชิกครับ เมื่อสักครู่ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ก็ได้เสนอความคิดเห็นซึ่งก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ซึ่งจะเป็น ข้อสังเกตที่ทางรัฐบาลจะได้นำไปในการที่จะแก้ไขปัญหาข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น ผมอยากจะ เรียนถามว่ามีท่านสมาชิกท่านใดที่จะร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. .... ฉบับนี้บ้างครับ มีท่านผู้ใดจะร่วมแสดง ความคิดเห็นอีกไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)
ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกร่วมแสดงความคิดเห็น ขอสอบถามไปทางท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านมีอะไร จะเพิ่มเติมหรือไม่ครับในฐานะเป็นผู้เสนอ ไม่มีนะครับ ท่านสมาชิกครับ เมื่อได้แสดง ความคิดเห็น ผู้เสนอก็นำเสนอไปแล้ว ท่านสมาชิกเราก็ได้แสดงความเห็นแล้ว จากนี้ไปก็คง จะเป็นการลงมติขั้นรับหลักการนะครับว่าท่านสมาชิกหรือสภาแห่งนี้จะรับหลักการที่จะ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต่อไปหรือไม่ ฉะนั้นต่อไปนี้ผมขออนุญาตตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนที่จะมีการลงมติว่าจะรับหลักการหรือไม่นะครับ
(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกครับ การลงมติขั้นรับหลักการ ท่านสมาชิกที่มีที่เสียบบัตรอยู่แล้วก็สามารถลงมติรับหลักการ หรือไม่รับหลักการตามปกติ ส่วนท่านสมาชิกที่ไม่มีที่เสียบบัตรก็เคยปฏิบัติมาแล้วในการ ลงมติแสดงตนคราวก่อน ๆ ถ้าท่านสมาชิกพร้อมแล้วขอเชิญท่านกดบัตรแสดงตนแล้วก็ กดลงมติได้เลยนะครับ ท่านแสดงตนเสร็จท่านก็กดว่า เห็นด้วยที่จะรับหลักการ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้รับไปพิจารณาหรือไม่ อย่างนั้นกดแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ ประชุมก่อนครับ ขอโทษครับ เมื่อสักครู่เห็นเจ้าหน้าที่บอกว่ากดแสดงตนแล้วกดลงมติได้เลย ผมก็เลยเอาแนวปฏิบัติตามเดิม แต่ว่าเจ้าหน้าที่มาบอกใหม่ เจ้าหน้าที่ให้ชัดเจนนะครับ เดี๋ยวประธานเสียคนอีก เอาเป็นว่าพวกท่านทั้งหลายลงมติไปพร้อมแล้วใช่ไหมครับ ผมว่า ถ้าพร้อมแล้วเราก็มีแนวปฏิบัติเดิมอยู่แล้วคือกดแสดงตนแล้วก็กดลงมติ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบแล้ว ท่านกดแสดงตนที่ปุ่มสีขาวนะครับ แล้วท่านก็กดลงมติ เห็นด้วย กดปุ่มสีเขียว ไม่เห็นด้วย กดปุ่มสีแดง งดออกเสียง กดปุ่มสีเหลือง เชิญครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ท่านสมาชิก ท่านใดมีปัญหาเรื่องการลงมติครับ กรุณายกมือขึ้นนะครับ จะได้ให้เจ้าหน้าที่ช่วยไปดูแล ท่านที่เคยมีปัญหาไม่มีบัตร ยังมีปัญหาอีกไหมครับ ถ้าจำไม่ผิดที่บัตรหายพรรคเสรีรวมไทย ใช่หรือไม่ครับ ท่านผู้ใดมีปัญหาในเรื่องการเสียบบัตร ท่านวิสิทธิ์เชิญครับ ท่านสามารถใช้ ลงมติด้วยไมโครโฟนได้ เชิญครับ
ผม วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ เห็นด้วยครับ
เห็นด้วยนะครับ ท่านวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ เห็นด้วย และมีท่านผู้ใดมีปัญหาอีกไหมครับ ไม่มีนะครับ ที่ประชุม ได้ทั้งแสดงตนและก็ลงมติไปแล้ว เจ้าหน้าที่ช่วยรวบรวมมติของท่านสมาชิกครับว่า ที่ประชุม แห่งนี้รับหลักการหรือไม่รับหลักการ เชิญส่งผลด้วยครับ แล้วก็บวก ๑ ของท่านวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ด้วยนะครับ เห็นชอบในหลักการครับ
ท่านสมาชิกครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๓๔ ท่าน เห็นด้วย ๔๓๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียงพอเข้าใจได้ แต่ว่า ที่ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน ผมขอให้มีการตรวจสอบด้วย ที่ให้ตรวจสอบไม่ได้จับผิดอะไรนะครับ ผมกลัวว่าลงมติแล้วผลออกมาไม่ตรงเหมือนกับท่านไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ เมื่อสักครู่นี้ครับ มีอะไรผิดพลาดไหมท่านไวพจน์ ท่านกดแล้วมันออกมาตามที่ท่านต้องการแล้วใช่ไหมครับ มีท่านใดที่กดแล้วผลมันไม่ออกมาตามที่ต้องการก็ขอให้เสนอแก้ไขได้ ยังอยู่ในห้วงของ การแก้ไขได้ แสดงว่าที่ประชุมลงมติเรียบร้อยนะครับ ไม่มีท่านผู้ใดขัดข้องแล้วนะครับ เมื่อที่ประชุมได้ลงมติแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ อย่าเพิ่งจบ ได้ไหมครับ เดี๋ยวขอเช็ก (Check) ชื่อด้านนี้ก่อนครับ ผมคิดว่าคงจะมือกดผิดหรืออะไร ท่านประธาน หรือเครื่องผิด
อย่างนั้น เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบด้วย ก็ไม่ต้องไปเปิดเผยว่าเป็นท่านผู้ใดนะครับ แต่ตรวจสอบ แล้วก็ ถามเจ้าตัวยืนยันหน่อย เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ไม่เป็นไรครับ ผมว่าถ้าผลออกมาแล้วเจ้าตัว ได้เห็นแล้วว่ามันไม่ตรงกับที่ตัวเองลงมติไปก็แจ้งกันอีกทีหนึ่งก็ได้ครับ ท่านวีระกรครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ครับ ขอท่านประธานอย่าเพิ่งปิด การลงมติ
ยังครับ
เพราะเหตุว่าขณะนี้เครื่อง ยังไม่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ มันมีโอกาสที่เครื่องจะมีความผิดพลาดได้
ถูกต้องครับ
เพราะฉะนั้นผมไม่เชื่อว่ามีแม้แต่ คนเดียวในสภาแห่งนี้ที่จะลงมติไม่เห็นด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าเป็นการผิดพลาด ของเครื่องอย่างแน่นอนจึงขอให้ท่านประธานอย่าเพิ่งปิดการลงมติให้แก้ไขให้เรียบร้อยก่อน ขอบคุณครับ
ขอบคุณ ท่านวีระกรครับ ยังไม่ปิดการลงมตินะครับ ผมขออนุญาตแจ้งอย่างนี้ครับ ได้รับแจ้งจากทาง เจ้าหน้าที่แล้ว ผมคิดว่าน่าจะเป็นความผิดพลาด เนื่องจากว่าเป็นสมาชิกของพรรคภูมิใจไทย พรรคผมเองนะครับ ฉะนั้นขออนุญาตแจ้งเลยว่าท่านชาดาน่าจะกดผิด ท่านมุกดาหรือครับ ท่านมุกดาขอให้ยืนยันอีกครั้งหนึ่ง
ท่านประธานคะ ดิฉัน มุกดา พงษ์สมบัติ ดิฉันไม่สบายเกี่ยวกับเรื่องอากาศในห้องนี้ละค่ะ วิ่งมาแทบไม่ทันจะหกล้มอยู่แล้ว ขอเห็นด้วยค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นเวลากดออดยาว ๆ ช้า ๆ ท่านประธานอย่ารีบร้อน
ประธานจะ รับมาตรวจสอบแล้วก็พิจารณาดำเนินการนะครับ ท่านมุกดายืนยันเห็นด้วยนะครับ ไม่ใช่ ท่านชาดานะครับ เมื่อสักครู่เจ้าหน้าที่แจ้งผิด
ท่านประธาน ขออนุญาตครับ ผม วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ จังหวัดเชียงราย ผมขอยืนยันว่าเห็นด้วยนะครับ เพราะว่าเข้ามา เสียบบัตรก็ไม่ได้แสดง เห็นว่าท่านประธานปิดการลงมติหรืออย่างไรไม่ทราบครับ ขอยืนยัน ว่าเห็นด้วยครับ
ไม่เป็นไรครับ ท่านมุกดามาขอเพิ่ม ลงมติไม่ทันแล้วก็ท่านวิสิษฐ์ก็ขอเพิ่ม
ผม วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ก็ขอเพิ่มครับ
เอาให้แน่ ๆ ค่ะท่านประธาน ขออนุญาต ท่านประธานที่เคารพ
ท่านวิสิษฐ์ ก็ขอเพิ่ม แต่ท่านชาดากดผิด ขอให้แสดงความจำนงอีกครั้งหนึ่งครับ ขอท่านชาดาก่อนครับ ท่านพูดใส่ไมโครโฟนนะครับ จะได้บันทึกเอาไว้นะครับ
บัตรผมตอนนี้เสียบเข้าไปก็ขึ้นว่า เห็นด้วย ครับ
แต่ข้อมูล เจ้าหน้าที่ยังเป็นท่านชาดาอยู่นะครับ ไม่เห็นด้วย ซึ่งผมก็ไม่เชื่อว่าจะเป็นอย่างนั้น ท่านชาดา ออกเสียงว่าอย่างไรครับ ช่วยยืนยันอีกทีนะครับ
เห็นด้วยครับ
ก็จบนะครับ ช่วยบันทึกด้วยว่าท่านชาดาลงมติ เห็นด้วย ครับ
ขออนุญาตท่านประธานค่ะ
ฟังเสียง น่าจะเป็นท่านศรีนวลจากเชียงใหม่ เชิญครับ
ท่านประธานคะ ศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ค่ะ พอดีเมื่อสักครู่ไปทำธุรกิจส่วนตัวเลยมาไม่ทัน ขอเห็นด้วยค่ะ ตอนนี้เอาบัตรมาเสียบแล้วไม่สามารถดำเนินการได้ค่ะ
ท่านศรีนวล ไปทำธุรกิจส่วนตัว หรือไปทำธุระส่วนตัวครับ
ไปทำธุระส่วนตัวค่ะ
แล้วลงมติ ไม่ทันใช่ไหมครับ
ใช่ค่ะ
ถ้าอย่างนั้น ท่านศรีนวล ช่วยลงมติด้วยครับว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ
เห็นชอบค่ะ
ครับ ช่วยบันทึกไว้ในสภาว่าคุณศรีนวลลงมติ เห็นชอบ ด้วยครับ
ท่านประธานครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม เอกราช ช่างเหลา พรรคพลังประชารัฐครับ เมื่อสักครู่แสดงตัวไม่ทันนะครับ
ท่านเอกราช ก็สามารถลงมติได้ยังไม่ปิดครับ เชิญครับ
เห็นชอบครับ
ท่านเอกราช เห็นชอบ เจ้าหน้าที่ช่วยบันทึกด้วยครับ
ขออนุญาตครับ
เชิญครับ รายงานตัวด้วยครับ ท่านแตะครั้งเดียวก็พอ ไม่ต้องแตะหลายครั้ง
ผม ฐาปกรณ์ กุลเจริญ ครับ จังหวัดสมุทรปราการ เขต ๖ พรรคพลังประชารัฐ เมื่อสักครู่เครื่องมันรายงานตนอย่างเดียว แต่ไม่ทันได้กด เห็นด้วย ครับ
ท่านฐาปกรณ์ ท่านได้ลงมติอะไรครับ
เห็นด้วยครับ
เห็นด้วยครับ เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยนะครับ ยังมีท่านใดที่มาลงมติไม่ทันอีกหรือไม่ครับ เชิญข้างหน้าก่อนครับ เจ้าหน้าที่ช่วยดูชื่อด้วย
ท่านประธานคะ ธนพร โสมทองแดง พรรคเสรีรวมไทยค่ะ เครื่องไม่สามารถลงคะแนนได้ค่ะ
ชื่ออะไร
ธนพร โสมทองแดง ค่ะ
ลงมติว่า
เห็นด้วยค่ะ
เจ้าหน้าที่ บันทึกด้วยครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ขออนุญาตลงมติครับ เห็นด้วยครับ
เห็นด้วยนะครับ
ขออนุญาตครับท่านประธานครับ ผม ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ จังหวัดกาญจนบุรี เห็นด้วยครับ
เห็นด้วยนะครับ เจ้าหน้าที่ช่วยบันทึกบวกเข้าไปด้วย ข้างหลังสุดเชิญครับ
ท่านประธานครับ นิรามาน สุไลมาน ปาร์ตี้ลิสต์ (Party list) พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่กำลัง ทานข้าวอยู่ครับ แล้วระหว่างที่ท่านประธานได้เรียกให้ลงคะแนน ระยะเวลาที่จะให้เดินทาง มาเพื่อลงคะแนนมันสั้นมากครับ พอมาถึงปั๊บผมก็เสียบบัตรเลยครับ
ก็มาเป็นไรครับ เข้าใจได้ ท่านก็แสดงตนแล้วก็
ทีนี้จะขออนุญาตเรียน กับท่านว่า เมื่อมีการเรียกเพื่อลงคะแนนขอให้ท่านทอดเวลาไปสักนิดหนึ่ง เพื่อสามารถ ก้าวเดินจากห้องสุขา โรงอาหาร หรือที่ใดก็ตามอย่างน้อยสัก ๕ หรือ ๑๐ นาทีนะครับ ฝากด้วยนะครับจะได้ไม่ต้องมาชุลมุนกันแบบนี้ ขอบพระคุณมากครับ ผม เห็นด้วย นะครับ
ได้ครับ ประธานจะรับมาแก้ไขนะครับ เหลือท่านใดเชิญครับ
กราบเรียนค่ะท่านประธาน ดิฉัน ศิริกัญญา ตันสกุล ขออนุญาตลงมติ เห็นด้วย ค่ะ
เชิญครับท่าน ผมขออภัยด้วยผมยังจำชื่อท่านได้ไม่หมด เจ้าหน้าที่ก็คงเตรียมการไม่ทัน เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดเชียงราย เห็นด้วยครับ
เห็นด้วยนะครับ เชิญครับ
ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ครับ ท่านประธานครับ เห็นด้วยครับ
ท่านสมาชิกครับ เมื่อสักครู่นี้ได้หารือกับทางฝ่ายเลขาฯ เนื่องจากห้องประชุมของเราใหม่ อุปกรณ์ต่าง ๆ ของ เราก็ใหม่ ยังไม่คุ้นชินนะครับ แล้วท่านสมาชิกก็เข้ามาไม่ทันเป็นส่วนมาก แต่ขณะนี้ ท่านสมาชิกได้เข้ามาน่าจะครบ ฉะนั้นผมจึงขออนุญาตที่ประชุมว่าจะขออนุญาตยกเลิก การแสดงตนและลงมติคราวที่แล้วไป แล้วจะขอให้มีการแสดงตนและลงมติใหม่เพื่อที่จะให้ เกิดความชัดเจน ไม่ต้องเกิดความยุ่งยาก จะลงมติใหม่ครับ คืออย่างนี้อยากจะขออนุญาตว่า ในที่เสียบบัตรของท่าน จะมีบัตรอยู่ ๒ ใบ บัตรใบแรกเขาจะเขียนตรงหัวบัตรว่า บัตรไมโครโฟนใช้เสียบบัตรเพื่อที่จะพูดอย่างเดียวนะครับ เดี๋ยวนะครับ หรือเฉพาะของ ประธาน อ๋อ ของท่านมีใบเดียว แต่ของผมทำไมมี ๒ บัตร เอาอย่างนี้แล้วกันเพื่อที่จะให้เกิด ความชัดเจน ขออนุญาตเชิญเจ้าหน้าที่ที่มีความเข้าใจในเรื่องนี้ได้ชี้แจง เพื่อเกิดความเข้าใจ เชิญเจ้าหน้าที่ครับ เชิญครับ ของใหม่ก็อย่างนี้แหละนะครับ
กราบเรียน ท่านประธาน สวัสดีท่านสมาชิกทุกท่านครับ ก่อนการที่จะลงมติ ทางท่านประธานจะต้องบอก ให้สมาชิกทุกท่านแสดงตนก่อน เพราะฉะนั้นขั้นตอนที่ ๑ ก็คือจะต้องเสียบบัตรเข้าไปแล้ว กดปุ่มแสดงตนเพื่อนับองค์ประชุมครับ ตัวบัตรของท่านสมาชิกเองจะมีบัตรที่สามารถโหวต ได้ ๑ บัตร แล้วอีกบัตรหนึ่งจะเขียนว่าเป็นบัตรไมโครโฟนครับ วันนี้ไม่ได้เสียบบัตร ไมโครโฟนไว้ เพราะฉะนั้นบัตรของท่านสมาชิกจะสามารถโหวตและใช้ไมโครโฟนได้ครับ บัตรไมโครโฟนจะใช้ได้เฉพาะอภิปรายอย่างเดียว จะไม่สามารถโหวตได้ครับ
ท่านประธานครับ เดี๋ยวผมช่วย แบ่งเบาภาระท่านประธานครับ ในฐานะผู้ลงคะแนนครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร คือจริง ๆ แล้วเจ้าหน้าที่อธิบาย ๒ วันมานี้ไม่รู้กี่รอบแล้วครับท่านประธาน เข้าใจจนแจ่มแจ้งแดงแจ๋แล้วครับ หลักการง่าย ๆ ท่านประธาน ผมรับบัตรมาผมก็เสียบเข้าไป ก็แค่นั้นละครับ ถ้าท่านจะให้แสดงตนก็กด แสดงตน เพียงแต่ว่าสมาชิกอยู่ข้างนอก เดินมาช้า อยู่ที่ท่านจะถ่วงเวลา เมื่อแสดงตน เรียบร้อย ท่านก็ดูว่าครบเท่าไร ถ้าเกินท่านก็บอกให้ลงมติ ก็กดเห็นด้วย ใครที่ไม่มีช่อง ก็ดึงบัตรเก่าออกไป แล้วคนใหม่เสียบทำเหมือนเดิม ก็แค่นั้นเองครับ ไม่เห็นจะมีอะไร ยุ่งยากเลยท่านประธาน แล้วที่ท่านบอก ๒ ใบไม่มีหรอกครับ มีใบเดียว อันนี้ท่านอย่าเพิ่งพูด เดี๋ยวจะงงไปกันใหญ่ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ ดำเนินการต่อเลยครับ
เข้าใจ แล้วนะครับ ทุกท่านเข้าใจตรงกันหมดแล้วนะครับ ตกลงท่านสมาชิกมีบัตรใบเดียวนะครับ ทีละคนครับ เชิญท่านชาดาก่อนครับ
ท่านประธานครับ บัตร ๒ ใบ เฉพาะผู้มา ชี้แจง จะมีแถวบนเท่านั้นที่ว่าเราจะเสียบ แต่ถ้าสมาชิกที่อยู่ข้างล่างมีบัตรใบเดียวหมดทุกคน
เข้าใจ แล้วครับ
แต่ถ้าผู้ที่นั่งอยู่ ผู้ที่มาชี้แจง หรือคณะรัฐมนตรีจะมีบัตรเสียบ เหมือนอย่างที่ท่านมีนะครับ บัตรเสียบไมโครโฟน กับบัตรลงคะแนน จะมีเฉพาะแถวบนนะครับ ข้างล่างนี้ไม่มีแล้วครับ ใบเดียวครับ
ท่านวีระกร เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อสักครู่ ที่ท่านประธานหารือว่าจะให้มีการลงคะแนนใหม่ ผมขอทักท้วงท่านนิดนะครับ เนื่องจาก การลงคะแนนนี้ผมว่าสมบูรณ์แบบ จบไปแล้วครับ ถ้าเริ่มลงคะแนนใหม่ยุ่งอีกรอบนะครับ คนที่ไม่มีบัตรก็จะขอท่านใช้สิทธิทางไมโครโฟนยาวไปอีก ยาวเลยนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่ขอหารือท่านประธาน คือออดข้างนอกไม่ได้ยินนะครับ ไม่มีเสียงออดข้างนอก เพราะฉะนั้นต้องรีบด่วนเลยนะครับ ไปหาออดติดข้างนอกเลยครับ เพราะข้างนอกไม่มีใครรู้เรื่องเลยครับ ทั้งโรงอาหาร ทั้งห้องน้ำ ไม่มีใครรู้เรื่อง นอกจากไม่ได้ ยินเสียงพูดแล้วซึ่งอาจจะยากหน่อย แต่ว่าเรื่องออดผมว่ามันไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร ติดวันเดียวก็เสร็จแล้ว ช่วยติดเถอะครับ ไม่อย่างนั้นพวกเราที่ทำธุระกันอยู่ตามห้องโน้น ห้องนี้ ไม่สามารถที่จะเข้ามาได้ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณ ท่านวีระกร ท่านเลขาธิการรับไปดำเนินการนะครับ ผมเติมไปอีกหน่อย ลำโพงก็ไม่มี เดินอยู่ข้างนอกไม่ได้ยินเลยประชุมอะไรไปถึงไหน ให้มีทั่วทั้งตึก ฝากท่านรองวิษณุด้วย งบประมาณอย่าตัดนะครับ เราไปถึงไหนกันแล้วเมื่อสักครู่นี้ ผมว่าลงมติใหม่ดีกว่า ท่านวีระกร จะได้แน่นอน เพราะเป็นพระราชบัญญัติสำคัญ อย่าให้ใครมีชื่อที่ตัวเองลงไปแล้ว เครื่องผิดพลาด ไม่ใช่ผิดพลาดเพราะคนลง ผิดพลาดเพราะเครื่องด้วย ที่ประชุมอนุญาต เราจะลงมติกันใหม่ เมื่อสักครู่นี้เรายกเลิกไป ไม่มีใครคัดค้านนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ต่อไป ผมจะอยู่ในขั้นรับหลักการจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกเสียบบัตรเพื่อลงคะแนน ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนน
ท่านประธาน ลองแสดงตนใหม่ ก่อนได้ไหมครับ แสดงตนก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยขอมติครับ
จะนับองค์ประชุมก่อนใช่ไหมครับ ได้ครับ นับองค์ประชุมก่อนก็ได้ เพราะตามสายตา องค์ประชุมครบแล้วครับ เชิญครับ กดแสดงตนเพื่อนับองค์ประชุม อย่าเพิ่งลงคะแนน อย่าเพิ่งเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แค่แสดงตนก่อน เสียบบัตรกด แสดงตน
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เชิญแถวบนนี่ก็ได้มีที่
ท่านประธานครับ ผู้ที่แสดงตน กด เห็นด้วย ไปแล้ว จะทำอย่างไร บัตรก็ค้างไปแล้ว
ยังไม่เป็นไร แสดงตนก่อน แสดงตนครบไหมครับ ใครยังไม่แสดงตนยกมือหน่อยครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ไม่มีนะครับ แสดงตนเท่าไรครับ มีไหม ขึ้นหรือยัง
ท่านประธานครับ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขอแสดงตนโดยการยกมือครับ
ท่านวิรัตน์ แสดงตนอยู่ในนี้ด้วยครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธาน
๔๕๙ ท่าน แสดงตนครบเป็นองค์ประชุม
ต่อไปผมจะขอมติโดยที่ท่านกดแสดงตนอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ลงมติ เพราะว่ามติที่ท่านกดลง ครั้งสุดท้ายเครื่องจะบันทึกครั้งสุดท้าย เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ท่านกดครั้งสุดท้ายเครื่องจะจำ ครั้งสุดท้าย ต่อไปเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง กดแสดงตน ก่อนแล้วก็ลงมติ
ท่านประธานครับ ผม วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ เห็นด้วยครับ
เจ้าหน้าที่ บันทึกด้วยนะครับ ท่านวิสิทธิ์ ๑ ท่าน
ท่านประธานครับ ผม วิรัตน์ วรศสิริน เห็นด้วยครับ
ท่านวิรัตน์ อีก ๑ ท่านนะครับ เห็นด้วย เป็น ๒ แล้วนะครับ มีสมาชิกท่านใดยังไม่ออกเสียงลงคะแนน มีหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ ขอทราบผลการลงคะแนนด้วยครับ ทั้งหมด เห็นด้วย ๔๖๗ ท่าน เป็นเอกฉันท์นะครับ บวก ๒ ท่าน เป็น ๔๖๙ ท่านครับ
ต่อไปเป็น ขั้นเสนอกรรมาธิการครับ เชิญท่านวิรัชครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ขออนุญาตเสนอกรรมาธิการเต็มสภาครับ ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรอง ครบถูกต้อง มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมมีมติให้ตั้งกรรมาธิการเต็มสภานะครับ
ต่อไปเป็นการพิจารณาโดยกรรมาธิการเต็มสภา ซึ่งข้อบังคับ ข้อ ๑๒๘ กำหนดไว้ว่า ในกรณีที่สภามีมติให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติโดยกรรมาธิการเต็มสภา ให้ถือว่าสมาชิกทุกท่านในที่ประชุมนี้ประกอบกันเป็นคณะกรรมาธิการ และประธานของ ที่ประชุมก็มีฐานะเป็นประธานคณะกรรมาธิการด้วย การพิจารณาโดยกรรมาธิการเต็มสภา เป็นการพิจารณาขั้นคณะกรรมาธิการ และการพิจารณาของสภาในวาระที่ ๒ ก็เป็นการ พิจารณาเรียงตามลำดับมาตรารวมกันไป ต่อไปขอเชิญท่านเลขาธิการดำเนินการต่อครับ อ่านตั้งแต่ร่างพระราชบัญญัติ คำปรารภ และเรียงตามมาตราไปเรื่อย ๆ เชิญครับ
ร่าง
พระราชบัญญัติ
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๑๐
พ.ศ. ....
……………………..………..
…………..…………………..
…………………..…………..
................................................................................................................... ..............................
โดยที่เป็นการสมควรมีเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๑๐ ขึ้นไว้สำหรับ พระราชทานเป็นส่วนพระองค์
..................................................................................................................... ..............................
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. ....”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ลักษณะแห่งเหรียญรัตนาภรณ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีอักษร พระปรมาภิไธย ว.ป.ร. อยู่ในขอบวงกลมซึ่งมีรัศมี เหนือรัศมีมีเลข ๑๐ ภายใต้อุณาโลม หลังอุณาโลมมีห่วงทำด้วยทองคำสำหรับร้อยแพรแถบข้างบน มีลำดับเป็น ๕ ขั้น ดังนี้
ชั้นที่ ๑ อักษรพระปรมาภิไธยทองคำฝังเพชรทั้งดวง
ชั้นที่ ๒ อักษรพระปรมาภิไธยทองคำ ลงยาสีขาว ขอบเรือนเงินประดับเพชร
ชั้นที่ ๓ อักษรพระปรมาภิไธยกาไหล่ทอง ลงยาสีขาว ขอบสร่งทองคำ
ชั้นที่ ๔ อักษรพระปรมาภิไธยกาไหล่ทอง ขอบสร่งเงิน
ชั้นที่ ๕ อักษรพระปรมาภิไธย ขอบสร่งเงิน
ให้มีแพรแถบกว้าง ๓๒ มิลลิเมตร พื้นสีเหลือง มีริ้วสีขาว ๒ ข้าง สอดร้อยห่วง เหมือนกันทั้ง ๕ ชั้น สำหรับพระราชทานสตรี ผูกเป็นรูปแบบแมลงปอ ใช้ประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย สำหรับพระราชทานบุรุษ ไม่ผูก ใช้ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย
มาตรา ๔ เหรียญนี้จะพระราชทานแก่ผู้ใดแล้วแต่จะทรงพระราชดำริ เห็นสมควร โดยมีประกาศนียบัตรทรงลงพระปรมาภิไธยและประทับพระราชลัญจกรประจำ พระองค์เป็นสำคัญกำกับไว้ด้วย ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญนี้จะเขียนอักษรย่อไว้ท้ายชื่อ ก็ให้เขียนดังนี้
ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญชั้นที่ ๑ ให้เขียนว่า ว.ป.ร. ๑
ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญชั้นที่ ๒ ให้เขียนว่า ว.ป.ร. ๒
ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญชั้นที่ ๓ ให้เขียนว่า ว.ป.ร. ๓
ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญชั้นที่ ๔ ให้เขียนว่า ว.ป.ร. ๔
ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญชั้นที่ ๕ ให้เขียนว่า ว.ป.ร. ๕
มาตรา ๕ เหรียญนี้พระราชทานเป็นเครื่องหมายในพระมหากรุณาธิคุณส่วนพระองค์ และพระราชทานเป็นสิทธิ แม้ผู้ได้รับพระราชทานล่วงลับไปแล้วก็ให้ตกทอดแก่ทายาท เพื่อรักษาไว้เป็นที่ระลึกในวงศ์ตระกูลสืบไป หากว่าทายาทมีความปรารถนาจะเชิดชู เกียรติคุณ จะใช้แต่ดวงเหรียญร้อยสร้อยสวมคอ ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ได้ แต่จะร้อยแพรแถบเอาไปใช้ประดับไม่ได้ ถ้าผู้ได้รับพระราชทานก็ดี ทายาทก็ดี กระทำ ความผิดร้ายแรงหรือประพฤติตนไม่สมเกียรติ อาจทรงเรียกคืนได้
ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญดวงใหม่เลื่อนเป็นชั้นสูงขึ้นไป ต้องส่งเหรียญ ดวงเดิมคืน
มาตรา ๖ บรรดาผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเหรียญนี้อยู่แล้วในวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ทุกประการ
มาตรา ๗ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ .........................................
นายกรัฐมนตรี
ก็จบมาตรา ๗ นะครับ ท่านสมาชิกมีอะไรที่จะสอบถามผู้เสนอกฎหมายก็อนุญาตครับ ถ้าไม่มี ก็ถือว่าสมาชิก จะต้องให้ความเห็นชอบกับกฎหมายฉบับนี้ต่อไปนะครับ ผ่านวาระลำดับของการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ
(นายคารม พลพรกลาง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมยกมือตั้ง นานแล้วครับ
เชิญเลยครับ
ท่านประธานครับ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ ระบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ผมต้องขออนุญาตที่จะสอบถามในร่างนี้สำหรับผู้เสนอกฎหมายคือ ครม. นี้นะครับ ในประเด็นคำพูดซึ่งเขียนไว้เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการอ่าน ในข้อในสาระสำคัญ ขออนุญาตดูนิดนะครับ ในสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติอยู่ในหน้าที่ ๒ เนื่องจากว่า เป็นคำพูดที่อ่านแล้วเพื่อที่จะต้องเป็นคำพูดที่ถูกต้องแล้วก็ครบถ้วนตามกฎหมายนี้ ใน (๑) อยากจะให้ผู้เสนอได้อ่านเพื่อจะเป็นข้อความที่ถูกต้อง ซึ่งผมเชื่อว่าก็ไม่น่าที่จะอ่านเป็นอื่นได้ แต่ผมอยากฟังว่าใน (๑) ขออนุญาตอ่านเฉพาะบรรทัดที่ ๔
มาตราที่เท่าไรนะครับ
เป็นในส่วนของสาระในการร่าง พระราชบัญญัติท่านประธานครับ ที่คำว่า วชิราลงกรโณ ปรมราชาธิราชา แล้วก็ในบรรทัด ถัดมาคำว่า จารึกอักษรว่า ราชรุจิยา
ท่านสมาชิกครับ เข้าใจว่า คนละฉบับครับ
อยู่ฉบับเดียวกันครับ อยู่ใน บันทึกร่างเดียวกัน
อยู่ในไหนนะครับ อันนี้ พระราชบัญญัติเหรียญรัตนาภรณ์
เหรียญราชรุจิ ชุดเดียวกันครับ
คนละชุด คนละฉบับ ยังไม่ถึงครับ
คนละฉบับใช่ไหมครับ ท่านประธาน ยังไม่ถึงนะครับ ขออภัยครับ
ไม่เป็นอะไรครับ ก็ถือว่า จบการพิจารณาในวาระที่เรียงลำดับมาตรา ตามที่ฝ่ายเลขาธิการได้อ่าน ต่อไปนี้ก็จะเป็น กระบวนการของการที่จะขอพิจารณาในวาระที่ ๒ คือการแก้ไขถ้อยคำหรือไม่ สมาชิก มีถ้อยคำอะไรที่จะปรับปรุง ไปเปลี่ยนหลักการอะไรไม่ได้นะครับ แต่ว่าถ้อยคำ หรือ และ ต่อ แต่ เหล่านี้ ถ้าสมมุติว่าสมาชิกเห็นว่าไม่เหมาะสม จะปรับปรุงถ้อยคำเล็กน้อยทำได้ครับ
(ไม่มีสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ผมจะขอมติจาก ที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่ ๓ หรือไม่ อันนี้ก็ต้องขอลงมติ อีกครั้งหนึ่ง ผมขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุม สมาชิกกรุณาแสดงตนนะครับ
(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ จิรายุ ห่วงทรัพย์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยครับ ฝากเรียนท่านประธานผ่านไป ยังสมาชิกว่า ๒ พระราชบัญญัตินี้จะลง ๓ วาระหรือไม่ อย่างไร ถ้าลง ๓ วาระรวด กรุณาอยู่ ในห้องประชุมแป๊บเดียวครับ เพราะหลายท่านเดินออกไปก็ไม่เข้าใจ คิดว่าวาระแรก แล้วยาวเลย วันนี้เราลงมติทั้งหมด ๖ ครั้งนะครับมติ ก็เลยขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิก อดทนนิดเดียว สักครู่เดียวค่อยออกไปทานอาหาร ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ จะให้ เวลาสักช่วงหนึ่งนะครับ
ท่านประธานครับ ได้ทราบว่า ขณะนี้เพื่อนสมาชิกยังอยู่ในห้องอาหารเยอะเลยครับ ผม วีระกร คำประกอบ จังหวัด นครสวรรค์อยากขอความกรุณาท่านเว้นระยะและให้เจ้าหน้าที่เราไปตามเพื่อนสมาชิก ในห้องอาหารเข้ามาลงมติเถอะครับ
จะรอครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ได้หรือไม่ครับ ขออนุญาตปรึกษานิดหนึ่งครับ
เชิญเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน ท่านประธานเมื่อเช้าได้กราบเรียนท่านประธานไปว่าผมทำสถิติทำบัตรหายเป็นคนแรก ของสภานะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตขอลงมติด้วยเสียงครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เดี๋ยวจะให้หลังจากนี้ พอลงมติทั่วไปเสร็จแล้วก็จะให้ผู้ที่มีปัญหาแสดงอีกครั้งหนึ่ง ผมคิดว่าสมาชิกน่าจะทยอย เข้ามาแล้วนะครับ
(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนลงมติ)
เลยถือโอกาสเรียนไว้เลย ฉบับต่อไปก็ปฏิบัติทำนองเดียวกัน เพราะฉะนั้นพวกเราที่เสร็จฉบับนี้แล้วกรุณาอยู่ตามที่ ท่านจิรายุได้แนะนำนะครับ กรุณาอยู่สักนิดหนึ่ง เพราะว่าจะไม่นานครับ ให้เวลาพอสมควร แล้วนะครับ พอดีข้างหลังยังทยอยเข้ามา ผมขออนุญาตที่ประชุมนะครับ ต่อไปนี้ผมจะขอมติ จากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่ ๓ หรือไม่นะครับ ดังนั้น ขอท่านสมาชิกได้แสดงตนครับ เครื่องทำงานนะครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ พอดีเครื่องนี้ค้าง ขอเจ้าหน้าที่มาดูนิดหนึ่งได้หรือไม่ครับ
เจ้าหน้าที่ช่วยดูเครื่องนะครับ เครื่องทำงาน สมาชิกแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่พร้อมนะครับ เพื่อให้สมาชิกได้ลงมติ ขอสมาชิกได้ลงมติครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
สมาชิกที่ยังไม่พร้อม เชิญครับ ที่ยังไม่พร้อมแสดงความจำนงได้ครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย เห็นด้วยครับ
ขอบคุณครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ เห็นด้วยครับ
ครับ ยังมีอีกหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีผมขออนุญาตปิดการลงมตินะครับ ท่านสมาชิกลงมติแล้วใช่ไหมครับ เดี๋ยวสับสน เจ้าหน้าที่ท้วงผมว่าผมยังไม่ได้แจ้งลงมติ ผมเข้าใจว่าผมแจ้งแล้วครับ เจ้าหน้าที่ผิดนะครับ ขอปิดการลงมตินะครับ กรุณารายงานผลครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม นายชยุต ภุมมะกาญจนะ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อสักครู่นี้สับสนที่ท่านประธานถามครับ ก็ขอลงมติเห็นด้วยครับ
ครับ จำนวนผู้ที่เข้าประชุม ผลออกมาว่า ๔๕๘ คน เห็นด้วย ๔๕๕ คน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ คน ขอขอบพระคุณครับ
ท่านรองนายกรัฐมนตรี มีอะไรจะกล่าวเพิ่มเติมหรือไม่ครับ ก่อนที่จะเสนอฉบับต่อไป ท่านมีอะไร
ท่านประธานที่เคารพครับ มีประเด็นเล็ก ๆ ๒ ข้อเท่านั้น ข้อแรก ไม่ได้เป็นการแก้ไข แต่เจ้าหน้าที่เมื่อสักครู่นี้ตอนที่ ท่านอ่านมาตรา ๓ เข้าใจว่าอ่านเคลื่อนไปจากต้นฉบับ ก็ต้องยึดต้นฉบับ ที่ท่านบอกว่า เป็นรูปแมลงปอนั้น ท่านไปอ่านว่า รูปแบบแมลงปอ ที่จริงไม่มีคำว่า แบบ นะครับ ใช้ตัวอักษรเป็นหลัก ส่วนประเด็นเล็ก ๆ ที่ท่านจิรายุได้พูดนั้นขอบพระคุณมากครับ รัฐบาล จะรับเรื่องนี้ไปตรวจสอบดำเนินการ ซึ่งที่จริงก็จับได้อยู่เป็นระยะ ๆ สำหรับการทำ เครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือเหรียญปลอม ก็ต้องขอบพระคุณมากครับในเรื่องนี้
ขอบพระคุณครับ ก็ให้ ถือไปตามร่างนะครับ ถ้ามีเจ้าหน้าที่อ่านคลาดเคลื่อนไปก็ถือตามร่างเดิมนะครับ ต่อไปครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตครับ ผมยกมือค้างไว้นานพอสมควรครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมขออนุญาตทำความเข้าใจนิดเดียวครับท่านประธานว่า เมื่อสักครู่เป็น การลงมติในวาระสองหรือวาระสามครับ เพราะว่าท่านบอกว่าเป็นวาระสาม แต่พวกผม เข้าใจว่าเป็นการลงมติในวาระสองครับ
วาระสองไม่มีการลงมติครับ เพียงแต่พิจารณาทบทวน ที่ผมเรียนว่าเราอาจจะแก้ไขถ้อยคำ ต่อ แต่ เติมอะไรพวกนี้ เล็กน้อย เมื่อไม่มีการแก้ไขก็ผ่านวาระสอง วาระสามลงมติ เมื่อสักครู่นี้คือวาระสุดท้าย วาระสาม จบไปแล้วครับ ต่อไปครับ
ร่างพระราชบัญญัติเหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลขอเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับที่ ๒ ซึ่งอยู่ในชุดเดียวกันคือร่างพระราชบัญญัติ เหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. .... ขออนุญาตกราบเรียนว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีหลักการว่าให้มีเหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ ๑๐ ส่วนเหตุผลนั้นนอกจากจะเป็นไปตามบันทึก หลักการและเหตุผลที่ได้นำกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกทั้งหลายไปแล้ว ขอกราบเรียนเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความชัดเจนขึ้นครับว่า เหรียญราชรุจิเป็น เครื่องราชอิสริยาภรณ์อีกตระกูลหนึ่ง นอกเหนือไปจากตระกูลรัตนาภรณ์ที่ได้นำเสนอไป เมื่อสักครู่ แต่จัดอยู่ในประเภทหรือหรือวัตถุประสงค์ทำนองเดียวกัน คือเป็น เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่จะพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบแก่ผู้ที่กระทำการหรือปฏิบัติ ราชการในพระองค์จนเป็นที่พอพระราชหฤทัย คำว่า รุจิ นั้นจะแปลว่าแสงสว่างก็ได้ แต่ขณะเดียวกันแปลอีกอย่างหนึ่งก็ได้ว่า เป็นที่โปรดปรานซึ่งตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า เฟเวอริต (Favorite) ราชรุจิ จึงแปลว่า ผู้เป็นที่โปรดปรานของพระราชา ความหมาย และความคล้ายคลึงกันระหว่างเหรียญรัตนาภรณ์และเหรียญราชรุจิอยู่ตรงที่ว่า เหรียญราชรุจินั้นอาจจะพระราชทานแก่บุคคลหรือประชาชนโดยทั่วไป หรือมิฉะนั้นก็เป็น ข้าราชการในระดับชั้นผู้น้อย ในขณะที่เหรียญรัตนาภรณ์จะพระราชทานแก่ข้าราชการ ในระดับสัญญาบัตร หรือผู้ที่มีฐานะยศตำแหน่งที่สูงกว่ากรณีของเหรียญราชรุจิ
อีกประการหนึ่งเหรียญรัตนาภรณ์ที่ได้ผ่านไปแล้วเมื่อสักครู่นั้น ผู้ได้รับ พระราชทานเหรียญจะได้รับพระราชทานประกาศนียบัตรลงพระปรมาภิไธยประทับ พระราชลัญจกรไว้เป็นหลักฐานด้วย ในขณะที่เหรียญราชรุจินั้นจะมีแต่ตัว เครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยไม่มีประกาศนียบัตรกำกับ ความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งคือ เหรียญรัตนาภรณ์ที่ผ่านไปเมื่อสักครู่มี ๕ ชั้น ในขณะที่เหรียญราชรุจิมีอยู่ ๒ ชั้นเท่านั้น คือเหรียญราชรุจิเงินและเหรียญราชรุจิทอง ที่จะขออนุญาตกราบเรียนต่อไปก็คือ ลักษณะ ของเหรียญ ๒ ประเภทนี้ก็จะต่างกัน เหรียญรัตนาภรณ์ที่ผ่านการพิจารณาไปเมื่อสักครู่นั้น จะเป็นเหรียญที่มีพระปรมาภิไธยย่อ ว.ป.ร. ในขณะที่เหรียญราชรุจิที่กำลังพิจารณาอยู่ใน ขณะนี้ ด้านหน้าของเหรียญจะเป็นพระบรมรูปครึ่งพระองค์หันข้างและมีอักษรจารึก อ่านได้ความว่า วชิราลงกรโณ ปรมราชาธิราชา แปลว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บรมราชาธิราช คำนี้ละครับที่จะเป็นพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ ทุกรัชกาล เช่น ในกรณีของรัชกาลที่ ๕ ก็จะเป็นว่า จุฬาลงกรโณ ปรมาราชาธิราชา อักษร ย่อว่า จปร. จ ก็คือ จุฬาลงกรโณ ปร ก็คือ ปรมราชาธิราชา เพราะฉะนั้นเมื่อมาถึง รัชกาลที่ ๙ ที่ใช้กันว่า ภปร. เหรียญราชรุจิประจำรัชกาลนั้นก็จะมีข้อความว่า ภูมิพโล ปรมราชาธิราชา จึงเมื่อมาถึงบัดนี้ รัชกาลที่ ๑๐ พระปรมาภิไธยที่จะใช้ในเหรียญจึงมีว่า วชิราลงกรโณ ปรมราชาธิราชา ตรงกับอักษรย่อว่า ว.ป.ร. ส่วนด้านหลังของเหรียญนั้น จะเป็นจักร และมีอักษรจารึกว่า ราชรุจิยา ทิน์นมิท แปลว่า ทรงพอพระราชหฤทัยที่จะ พระราชทานเหรียญนี้ให้แก่บุคคลผู้นี้ รัฐบาลเห็นว่าเหรียญนี้เป็นเหรียญเฉลิมพระเกียรติ เป็นเหรียญประจำรัชกาลและจะต้องทำขึ้นทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนรัชกาล บัดนี้เมื่อเข้าสู่เขต ของรัชกาลที่ ๑๐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำเหรียญราชรุจิขึ้นและได้พระราชทาน ไปก่อนหน้านี้แล้ว ๓ ราย เป็นเหรียญราชรุจิทอง ๒ ราย ราชรุจิเงิน ๑ ราย และจะ พระราชทานต่อไปแก่บุคคลอื่นอีกเป็นจำนวนมากในอนาคต ดังนั้นเพื่อเป็นการปกป้อง คุ้มครองเหรียญมิให้มีการทำปลอม แปลง เลียนแบบหรือนำมาใช้ประดับโดยไม่มีสิทธิ สมควรที่จะออกพระราชบัญญัติขึ้นมารองรับ จึงจำเป็นต้องนำเสนอร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎร ขอความกรุณาท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุณารับไว้ พิจารณาตามกระบวนการด้วยจะเป็นพระคุณยิ่งครับ
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิก มีอะไรจะอภิปรายเชิญเลยครับ ในขั้นรับหลักการนะครับ ถ้าสมาชิกไม่อภิปรายก็ขอมติ ในขั้นรับหลักการกฎหมายฉบับนี้หรือไม่นะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมมีจุด ที่สังเกต ถ้าเป็นการอ่านออกเสียง อ่านเป็นภาษาบาลี คำว่า ทิน์นมิท คิดว่าถ้าเป็นภาษาบาลี ถ้าอ่านออกเป็นภาษาบาลีจะไม่มีตัวการันต์ ไม่แน่ใจว่าการสะกดคำนี้เป็นการสะกดผิด หรือว่าเป็นการผูกศัพท์ขึ้นมาใหม่ ถ้าเป็นภาษาบาลีตัวการันต์ก็จะมีลักษณะอีกแบบหนึ่ง ซึ่งจะต้องออกเสียงต่อเนื่องนะครับ ขอคำชี้แจงตรงนี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
เชิญครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ขอบพระคุณสำหรับข้อสังเกตของท่านสมาชิกนะครับ เพราะว่าข้อสังเกตนี้ได้ตั้งกันอยู่ ตั้งแต่ครั้งสมัยที่คณะรัฐมนตรีพิจารณา และเมื่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ตรวจพิจารณาร่าง และได้นำไปปรึกษากับท่านผู้รู้ก็ได้ความว่าเป็นคำภาษาบาลี ที่ผูกขึ้นเลียนแบบคำในภาษาไทยและเป็นมาดังนี้ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ ความจริงนั้น ควรจะต้องเป็นคำว่า ราชรุจิยา ทินฺนมิท และตัวจุดก็ต้องอยู่ใต้ น เพื่อจะได้อ่านว่า ทินนะมิทัง แต่เนื่องจากสมเด็จพระราชาคณะผู้ผูกคำนี้ขึ้นถวายรัชกาลที่ ๕ เห็นว่าไม่สมควรที่จะให้ อ่านว่า ทินนะมิทัง ควรจะให้อ่าน ทินะมิทัง จะทำให้ได้ใจความสอดคล้องตามหลักภาษา มากกว่า ทีนี้เมื่อจะทำอย่างนี้ก็ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร สมเด็จพระราชาคณะ ท่านจึงทรงได้อธิบายด้วยการใส่การันต์ฆ่าตัว น เสียตัวหนึ่ง จะเอา น นั้นออกเสียก็ไม่ได้ จะเป็นคำที่แปลกประหลาดในภาษาบาลี ก็คงไว้ให้เห็นแต่ขอใส่การันต์เพื่อฆ่าเสีย ไม่เช่นนั้นจะอ่านเป็น ทินะ และก็จะไปกันอีกเรื่องหนึ่งความหมายอาจจะเปลี่ยนไป ตรงนี้เป็นความตั้งใจ และเมื่อทำขึ้นดังนี้ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อมาถึงสมัยรัชกาลที่ ๖ รัชกาลที่ ๗ และรัชกาลที่ ๙ ก็ใช้คำอย่างเดียวกัน อักษรเดียวกัน เมื่อมาถึงรัชกาลนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ตามแบบที่ได้เคยใช้มาครับ
ครับ ท่านสมาชิกมีอะไร เพิ่มเติมหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกขอเพิ่มเติม)
ถ้าไม่มีการอภิปราย เพิ่มเติม ผมขออนุญาตที่ประชุมนะครับ เพื่อลงมติว่าเห็นชอบรับหลักการพระราชบัญญัติ ฉบับนี้หรือไม่นะครับ ขอท่านสมาชิกได้กรุณาเตรียมแสดงตนนะครับ
(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
ให้เวลาพอสมควรแล้วนะครับ ก็ขอถามมติที่ประชุมนะครับ เมื่อแสดงตนแล้วขอถามมติที่ประชุมว่าผู้ใดเห็นควรรับหลักการ กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่รับหลักการก็กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงก็กด งดออกเสียง ขอเชิญครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ขอเชิญครับ ท่านสมาชิกที่ มีปัญหาเรื่องบัตร เชิญเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ เห็นด้วยครับ
ครับ เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิรัตน์ วรศสิริน เห็นด้วยครับ
ครับ บันทึกไว้ด้วยครับ การลงคะแนนจบแล้วนะครับ ต่อไปนี้ก็จะรวมคะแนนครับ ปิดการลงคะแนนแล้วครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๖๗ ท่าน เห็นด้วย ๔๖๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน ขอบพระคุณท่านสมาชิกครับ
รับหลักการ ขั้นต่อไป กรรมาธิการครับ ท่านวิรัชครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาต กรรมาธิการเต็มสภา ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ทำนองเดียวกับฉบับที่แล้ว สมาชิกไม่เห็นเป็นอย่างอื่น สมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น ไหมครับ ถ้าไม่มีถือว่าตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา ทุกท่านเป็นกรรมาธิการนะครับ ก็ขอ อนุญาตพิจารณาไปตามลำดับของพระราชบัญญัติ เชิญท่านเลขาธิการครับ
ร่าง
พระราชบัญญัติ
เหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ ๑๐
พ.ศ. ....
_________
………………………….
………………………….
………………………....
…………………………………………………………………………………………………………. …………………………………
โดยที่เป็นการสมควรมีเหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ ๑๐ ขึ้นไว้สำหรับพระราชทาน เป็นเครื่องหมายแห่งพระมหากรุณาธิคุณตามพระราชอัธยาศัย
......................................................................................................................... .......................................
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติเหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. ....”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ เหรียญราชรุจิมี ๒ ชนิด ชนิดหนึ่งเรียกว่าราชรุจิทองและอีกชนิดหนึ่ง เรียกว่าเหรียญราชรุจิเงิน
ลักษณะแห่งเหรียญราชรุจิตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นเหรียญกลมแบน ทำด้วยเงินกาไหล่ทองชนิดหนึ่ง และทำด้วยเงินอีกชนิดหนึ่ง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๓๒ มิลลิเมตร ด้านหน้ามีพระบรมรูปรัชกาลปัจจุบันครึ่งพระองค์ ทรงหันพระพักตร์ ทางเบื้องขวา มีอักษรจารึกอยู่ริมขอบว่า วชิราลงกรโณ ปรมราชาธิราชา ด้านหลังมีรูปจักร กลางวงจักรจารึกอักษรว่า ราชรุจิยา ทิน์นมิท มีห่วงสำหรับร้อยแพรแถบข้างบน
ให้มีแพรแถบกว้าง ๓๒ มิลลิเมตร พื้นสีเหลือง ริมสีขาว สอดร้อยห่วงสำหรับ พระราชทานสตรี ผูกเป็นรูปแมลงปอ ใช้ประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย สำหรับพระราชทานบุรุษ ไม่ผูก ใช้ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย
มาตรา ๔ ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญนี้จะเขียนอักษรย่อไว้ท้ายชื่อ ก็ให้เขียน ดังนี้
ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญราชรุจิทอง ให้เขียนว่า ร.จ.ท. ๑๐
ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญราชรุจิเงิน ให้เขียนว่า ร.จ.ง. ๑๐
มาตรา ๕ เหรียญนี้พระราชทานเป็นเครื่องหมายแห่งพระมหากรุณาธิคุณ ตามพระราชอัธยาศัย และพระราชทานเป็นสิทธิ แม้ผู้ได้รับพระราชทานล่วงลับไปแล้ว ก็ให้ตกทอดแก่ทายาท เพื่อรักษาไว้เป็นที่ระลึกในวงศ์ตระกูลสืบไป แต่ไม่มีสิทธิที่จะประดับ เหรียญนี้ ถ้าผู้ได้รับพระราชทานก็ดี ทายาทก็ดี กระทำความผิดร้ายแรง หรือประพฤติตน ไม่สมเกียรติ อาจทรงเรียกคืนได้
มาตรา ๖ บรรดาผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเหรียญนี้อยู่แล้วในวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ทุกประการ
มาตรา ๗ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ................................. นายกรัฐมนตรี
ขอเชิญสมาชิกมีคำถาม หรือมีต้องการแก้ไขอย่างไรก็อยู่ในช่วงวาระนี้ได้ครับ ถ้าสมมุติไม่มีแล้วนะครับ ไม่มีการ อภิปรายหรือเพิ่มเติม ในวาระที่ ๒ ก็คือการทบทวนสรุปว่าเราจะแก้ไขถ้อยคำอะไรบ้าง เชิญครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตนะครับ มาตรา ๓ วรรคสอง บรรทัดที่ ๒ ครับ ไม่ได้อ่านคำว่า ทำด้วยเงินกาไหล่ทอง ตกคำว่า เงิน ไปครับ
ส่วนมาตรา ๓ วรรคสาม ในบรรทัดแรก ในข้อความเกือบสุดท้ายนะครับ คำว่า สอดร้อยห่วง ครับ ไม่ใช่ สร้อย สอดร้อยห่วง ครับ
อ่านอีกครั้งครับ อ่านมาตรานั้นที่แก้ไขอีกครั้ง อ่านข้อที่แก้ไขอีกครั้งครับ
ผมขออนุญาตอ่านมาตรา ๓ ใหม่นะครับ
มาตรา ๓ เหรียญราชรุจิมี ๒ ชนิด ชนิดหนึ่งเรียกว่าเหรียญราชรุจิทอง และอีกชนิดหนึ่งเรียกว่าเหรียญราชรุจิเงิน
ลักษณะแห่งเหรียญราชรุจิตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นเหรียญกลมแบน ทำด้วยเงินกาไหล่ทองชนิดหนึ่ง และทำด้วยเงินอีกชนิดหนึ่ง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๓๒ มิลลิเมตร ด้านหน้ามีพระบรมรูปรัชกาลปัจจุบันครึ่งพระองค์ ทรงหันพระพักตร์ทาง เบื้องขวา มีอักษรจารึกอยู่ริมขอบว่า วชิราลงกรโณ ปรมราชาธิราชา ด้านหลังมีรูปจักร กลางวงจักรจารึกอักษรว่า ราชรุจิยา ทิน์นมิท มีห่วงสำหรับร้อยแพรแถบข้างบน
ให้มีแพรแถบกว้าง ๓๒ มิลลิเมตร พื้นสีเหลือง ริมสีขาว สอดร้อยห่วงสำหรับ พระราชทานสตรี ผูกเป็นรูปแมลงปอ ใช้ประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย สำหรับพระราชทานบุรุษ ไม่ผูก ใช้ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย
ก็เปิดโอกาสอีกครั้งครับ ท่านสมาชิกมีอะไรจะแก้ไขเพิ่มเติมถ้อยคำ ซึ่งเป็นวาระที่ ๒ นะครับ ท่านสมาชิกเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ คำพอง เทพาคำ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อย่างไรก็ได้ตั้งข้อสังเกต แล้วนะครับ ผมคิดว่าเรื่องภาษาก็เข้าใจว่าในตำราใดก็แล้วแต่ ภาษาไทยกับภาษาบาลี แม้ว่า ภาษาไทยจะมาจากภาษาบาลี ภาษาสันตกฤต หรือภาษาอะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าการที่เรา แต่งภาษาขึ้นมาใช้วรรณยุกต์ ใช้สระ พยัญชนะที่ปะปนกัน หมายความว่ามันอาจจะทำให้ รูปแบบของการเขียนภาษาไทยจะเป็นเรื่องที่เปลี่ยนไปนะครับ ฉะนั้นผมคิดว่าคงจะไม่ใช่ เพียงกรณีนี้ หรือว่าเฉพาะกฎหมายฉบับนี้เท่านั้นที่สามารถใช้การเขียนภาษาบาลี ภาษาสันสกฤตผสมกับภาษาไทยได้ และผมคิดว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้นับจากนี้ไปหลังจาก ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วก็คงจะเป็นที่แพร่หลาย เป็นที่จะต้องได้ถูกเรียนรู้ไป อย่างกว้างขวางทั้งในหน่วยราชการหรือในพระราชสำนัก หรือหน่วยราชการต่าง ๆ คิดว่า ก็คงจะต้องได้มีการทำความเข้าใจเรื่องของภาษา เรื่องของข้อความ แล้วก็เรื่องของ ความหมายด้วย เรื่องนี้อยากจะขอความชัดเจนจากท่านผู้ร่างแล้วก็ผู้ที่นำเสนอด้วยครับว่า จะต้องมีเรื่องภาษาอย่างนี้เกิดขึ้นอีกหรือไม่ หรือว่าเป็นเพียงเฉพาะพระราชบัญญัติฉบับนี้ เท่านั้น ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งนะครับ สำหรับข้อสังเกตนี้ ต้องเรียนว่าเป็นเจตนาของการที่ใส่ การันต์หรือทัณฑฆาตลงไปบนตัวอักษร น เพราะเขาต้องการหลีกเลี่ยงการอ่านที่ไปพ้องกับ คำอื่น เพราะถ้าไม่ใส่การันต์ลงไปมันจะต้องอ่านว่า ทิน นะ มิ ทัง คนที่ไม่เห็นตัวเขียน ได้ยินแต่เสียงจะนึกถึงคำแปลอื่นทันที เขาจึงตัดสินใจใส่การันต์ลงไปบน น เพื่อให้อ่านว่า ทิ นะ มิ ทัง ถ้าอย่างนั้นเราไม่เห็นตัวอักษร แต่ได้ยินแต่เสียง คำแปลมันก็จะตรงกับ ที่ต้องการ อันนี้เป็นปัญญาของคนที่ท่านรู้ภาษาแล้วท่านก็พยายามที่จะดัดแปลงเพื่อให้เกิด ความสะดวกในการอ่าน อย่างไรก็ตามครับขอกราบเรียนว่ามันจะมีเฉพาะในคำที่เป็น วิสามานยนาม คือคำเฉพาะ ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า พรอปเพอร์นาว (Proper Noun) เช่น ในกรณีนี้เท่านั้น ในหลักไวยากรณ์ทั่วไปจะต้องเขียนหรือใช้เหมือนอย่างที่ท่านสมาชิกได้ ตั้งข้อสังเกตเอาไว้จริง ๆ ก็จะไม่ปรากฏพร่ำเพรื่อในกรณีทั่วไปครับ ขอขอบพระคุณมากครับ
สมาชิกมีอะไรเพิ่มเติม อนุญาตนะครับ ในวาระสองครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมสงสัยในคำที่อ่านเมื่อสักครู่นะครับ ในมาตรา ๕ บรรทัดที่ ๒ และท่านประธานเป็น สิด หรือ สิด-ทิ อ่านอย่างไรครับ อ่านว่าเป็น สิด ในนี้ สิด-ทิ แล้วบรรทัดที่ ๓ แต่ไม่มี สิทธิ ผมว่า น่าจะ สิด-ทิ นะครับ แล้วก็มาตรา ๖ ใช้บังคับให้มี สิด-ทิ ครับ เรียนถามท่านประธานว่า จะอ่านอย่างไรครับ สิด-ทิ หรือ สิด
ท่านรองนายกรัฐมนตรี เชิญนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ โดยหลักเมื่อเราไม่ใส่การันต์ก็จำเป็นต้องอ่านเรียงคำเป็น สิด-ทิ ในทุกที่ครับ เมื่อใด ที่ประสงค์จะให้อ่านว่า สิด จึงจะใส่การันต์ เช่น กรรมสิทธิ์ เราไม่ต้องการให้อ่านว่า กำ-มะ-สิด-ทิ เราก็เลยต้องใส่การันต์บน ธิ เมื่อ ณ ที่ตรงนี้ไม่ใส่การันต์ก็แปลว่าเจตนาจะให้ อ่านว่า สิด-ทิ ครับ ขอบพระคุณสำหรับข้อสังเกตครับ
ถ้าสมาชิกไม่มี เชิญเลยครับ ข้างหลังครับเชิญ
ขออนุญาตท่านประธาน ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ไปยังท่านผู้ชี้แจงครับ เนื่องจากว่าเรามีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับ ที่มีเนื้อหา หรือนัยที่ใกล้เคียงกัน ผมพบว่าในมาตรา ๕ ของพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับ มีข้อความ ไม่เหมือนกัน ในฉบับก่อนหน้านี้ในบรรทัดที่ ๔ ท่านใช้คำว่า กำลังกระทำความผิดร้ายแรง หรือประพฤติตนไม่สมเกียรติ เป็นข้อความต่อเนื่องกัน ไม่มีเว้นวรรคนะครับ แต่ในฉบับนี้ ที่ขณะนี้กำลังพิจารณาอยู่ ปรากฏว่าในบรรทัดที่ ๔ ของมาตรา ๕ มีการใช้คำว่า การกระทำ ความผิดร้ายแรง หรือประพฤติตนไม่สมเกียรติ แตกต่างกัน ไม่ทราบว่าท่านจะชี้แจงว่าท่านมี นัยอย่างไรถึงแตกต่างกัน หรือเป็นเพราะประการใดที่จะทำให้ไม่สามารถเขียนติดกันได้ หรือไม่ ประการใด ผมขออนุญาตขอคำชี้แจงท่านประธานครับ
เชิญท่านรอง นายกรัฐมนตรีครับ กฤษฎีกาหรือครับ เชิญเลยครับ
(รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา) ขอบพระคุณค่ะ ดิฉัน พงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความตรงนี้ถ้าจะให้ถูกต้องจะต้องติดกันเป็น กระทำความผิดร้ายแรงหรือประพฤติตน ไม่สมเกียรติ แต่เนื่องจากว่าตรงนี้ไม่ได้กระทบกับในเรื่องของสาระเนื้อหาของข้อความ ก็เลย คิดว่าเดี๋ยวพอตอนวาระสาม จะขออนุญาตท่านประธานที่จะแก้ไขในเรื่องของวรรคตอน ถ้าอย่างนั้นขออนุญาตท่านประธานในการที่จะขอให้ติดกันในร่างของฉบับราชรุจิเลยค่ะ
ขอบคุณท่านสมาชิก ด้วยครับ มี ต่อ แต่ ตก เติม อะไรบ้างไหมครับ มีจะแก้ไขปรับปรุงอะไร
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ถ้าไม่มีถือว่าเราผ่าน วาระสอง วาระสามต้องลงมติอีกครั้งครับ เพื่อจะถามที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เราพิจารณาอยู่หรือไม่ ร่างพระราชบัญญัติเหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. .... ผมขออนุญาตที่ประชุมต้องตรวจองค์ประชุม แล้วก็เดี๋ยวเชิญพวกเรา เข้ามาลงมติอีกครั้งหนึ่งนะครับ
(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
โดยที่ส่วนใหญ่เราอยู่ใน ห้องอยู่แล้วนะครับ ก็รอเล็กน้อย แล้วก็ไม่ใช้เวลามากเหมือนเที่ยวที่แล้ว ท่านสมาชิก ประจำที่นะครับ ผมขอท่านสมาชิกได้แสดงตนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ผมขอถามมติที่ประชุมว่า จะเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระสามหรือไม่ ขอท่านสมาชิกแสดงตน และลงมติได้เลยครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ท่านสมาชิกที่มีปัญหา เกี่ยวกับบัตรลงคะแนนแจ้งเจ้าหน้าที่ด้วยครับ
เรียนท่านประธาน ผม วิรัตน์ วรศสิริน เห็นด้วยครับ
เชิญเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ เห็นชอบครับ
ท่านรองนายกรัฐมนตรีมีอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ครับ ไม่มีนะครับ ขอขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี กฤษฎีกา และเจ้าหน้าที่ผู้ชี้แจงนะครับ ขอขอบคุณ เพื่อนสมาชิกทุกท่าน ผมขออนุญาตที่ประชุมอนุญาตให้ท่านพักยืดเส้นยืดสายสัก ๒๐ นาที เพื่อเตรียมการพิจารณาวาระต่อไปครับ พักสัก ๒๐ นาทีครับ
พักประชุมเวลา ๑๔.๐๒ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๔.๓๔ นาฬิกา
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ วาระต่อไปก็เป็นเรื่องของพวกเรานะครับ คือเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว เป็นเรื่อง ของข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่กรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จแล้ว เพราะฉะนั้นขอเชิญเจ้าหน้าที่ช่วยแจ้งกรรมาธิการนะครับ ขอเชิญกรรมาธิการขึ้นมา ประจำที่ด้วยครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
พอดีออดเรียกประชุมไปไม่ถึงห้องที่พวกเราไปพักกัน หรือไปรับประทานอาหาร หรือไปอยู่ในห้องพัก เป็นข้อบังคับที่เกี่ยวกับสมาชิกก็อยากให้เขาได้อยู่ ได้มีส่วนร่วมในการ พิจารณาให้มากหน่อยนะครับ ความจริงมาน้อยกดผ่านได้เร็ว ใช่ไหมครับ ท่านประธาน สมาชิกมาน้อยนี่ผ่านได้เร็ว แต่ว่าเป็นข้อบังคับที่เกี่ยวกับสมาชิกเขาเอง เพราะฉะนั้นก็อยากให้เขาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ช่วยกันตามพวกเรามาหน่อยนะครับ เชิญนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ขออนุญาตท่านประธานช่วยกดออด อีกหลาย ๆ ครั้งนะครับ เพราะว่าข้างนอกไม่มีเสียงอย่างที่ท่านสมาชิกได้บอกนะครับ ผมขออนุญาตสัพเพเหระนิดหนึ่งนะครับ เผื่อช่วงเวลาว่าง ๆ ในห้องประชุมครับท่านประธาน ผมถามเจ้าหน้าที่แล้วที่เป็นปัญหาที่สุดคือพรมครับ เพราะพรมเราไม่มีเครื่องดูดฝุ่นที่เป็น มืออาชีพ เพราะฉะนั้นจ้างบริษัทเลยครับ ขอท่านเลขาธิการสั่งการเลย และที่สำคัญก็คือ เครื่องฟอกอากาศครับ จะช่วยได้เยอะ เอามาหลาย ๆ ตัว ตัวใหญ่ ๆ เดี๋ยวนี้มีให้เช่ามีให้ซื้อ เยอะแยะเลยครับ เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวกลายเป็นว่าพวกเราจะเป็นโรคภูมิแพ้ โรคหวัด โรคไอกันเป็นแถวเลยครับ เมื่อวานนี้ผมรู้สึกครับ เพราะว่าผมเป็นโรคภูมิแพ้พอเข้ามานั่งสัก ประมาณครึ่งวันกลับไปบ้านแสบคอเจ็บคอไปหมดเลย ขออนุญาตเรียนท่านประธานไปพลาง พรมมีปัญหาที่สุด แล้วเวลาเขาทำความสะอาดก่อสร้างพรมมีฝุ่นเต็มเลยครับ แล้วใช้เวลา กวาดเก็บซึ่งใช้ไม่ได้ครับ เครื่องฟอกอากาศขออนุญาตท่านประธานได้สั่งการด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณพระคุณครับ เป็นความจริงครับเมื่อมาตรวจกัน ๒-๓ ครั้ง เป็นห่วงว่าพรมคือที่เก็บฝุ่นละอองที่ดีที่สุด แต่ว่านี่เป็นแบบที่เขาออกมา เราก็วิจารณ์เรื่องพรมกันอยู่ครับ เมื่อวานนี้ให้กรมควบคุม มลพิษมาดูให้ในห้องนี้นะครับ ถ้าเทียบข้างนอกแล้วก็ถือว่าในห้องนี้ก็อยู่ในเกณฑ์ดี สมาชิก เชิญเลยครับ ยังมีเวลา
ขอบพระคุณท่านประธาน ผม วิรัตน์ วรศสิริน ครับ พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก็จะกราบขอแสดงความคิดเห็นนิดหนึ่ง ผมคิดว่า หลังจากการก่อสร้างนี้ฝุ่นละอองหรืออะไรต่าง ๆ มันตกค้างอยู่ข้างในนี้แล้วไม่มีทางออกไป ถ้าจะให้ดีนะครับ ผมขอเสนอว่าให้ช่างมาถอดกระจกสองข้างนี้ออกข้างละบานสองบาน เพื่อให้ถ่ายเทลมสักวันสองวันมันจะดีขึ้นมากเลยครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
ไม่แน่ใจว่าทำได้นะครับ แต่ว่าเดี๋ยวฝ่ายเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเดี๋ยวรับข้อสังเกตพวกเราไป เพราะว่ามีคำปรารภ อยู่หลายเรื่อง เรื่องห้องอาหาร เรื่องที่จอดรถ เรื่องฝุ่น เรื่องความสะอาด เรื่องอะไรก็มีอยู่ หลายเรื่อง แต่ขอให้รับสถานการณ์ว่าเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่งนะครับ แล้วก็เอาจุดอ่อนที่มีปัญหาที่เรา พูดกันนี้ครับว่าเราจะไปเสริมให้ห้องประชุมของเราที่ของสภาผู้แทนราษฎรที่ใหญ่กว่านี้ มันมีข้อบกพร่องน้อยที่สุดได้อย่างไร อันนี้เรียน เมื่อเช้านี้ผมกับท่านเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรก็คุยคำปรารภพวกเราว่าจุดไหน แม้กระทั่งเรื่องบัตรที่เราบ่นนะครับ ผมก็ เรียนท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่ามันเป็นไปได้ ลืมบัตร บัตรหายเป็นไปได้ เราจะ แก้ปัญหานี้อย่างไร ก็รับข้อสังเกตแต่ละเรื่องไป เพราะว่าเป็นการเริ่มต้นนะครับ วันนี้ ก็เป็นวันที่ ๒ ที่เราใช้ห้องประชุม เราใช้อีกสักระยะหนึ่งก็พยายามให้เป็นไปได้ก็คือว่า ปลายปี หรือไม่เร่งรัดจนเสียงานนะครับ แต่คิดว่าถ้าสมมุติเป็นไปได้ปลายปีหอประชุมใหญ่เสร็จ เราก็ต้องย้ายไปที่โน่น ที่นี่เราก็พึ่งวุฒิสมาชิกเขาชั่วคราวก่อน สภาพความไม่พร้อมทั้งหลาย ที่เห็นอยู่ก็เป็นที่เข้าใจกันครับ พวกเราก็ต้องยอมรับสภาพสักระยะหนึ่งนะครับ และเอาไป ปรับปรุง เอาจุดก่อนที่ท่านเห็นไปแก้ที่โน่นว่าอย่าให้เกิดที่นี่ ความจริงมีปัญหาทุกจุด ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลา ฝุ่นนี้อยู่ในช่วงก่อสร้างนะครับ อยู่ในช่วงก่อสร้างก็เลยยังหนีไม่พ้น ว่าฝุ่นละอองข้างนอกก็ยังมีอยู่ เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา เดี๋ยววันพรุ่งนี้ จากการรายงานของกรมควบคุมมลพิษตามที่ท่านสมาชิกได้มีการร้องขอ เดี๋ยวพรุ่งนี้ ทางกรมควบคุมมลพิษจะมาติดตั้งเครื่องตรวจสอบฝุ่นพาติเคิล (Particle) ขนาด ๑๐ ไมครอน (Micron) เพิ่มเติมนอกจากระดับ ๒.๕ ไมครอน (Micron) นะครับ เพื่อที่ว่าจะได้คอย มอนิเตอร์ (Monitor) ตลอด แล้วถ้าหากว่ามีเครื่องเซนเซอร์ (Censor) วัดเพิ่มเติมอะไรขึ้นมาอีก ทางกรมควบคุมมลพิษจะนำมาติดตั้งให้กับห้องที่ประชุมที่สภาแห่งนี้ครับท่านประธาน
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีมากครับ ผมเรียนรายงานว่าสำหรับวันนี้นี่เราขอให้กรมควบคุมมลพิษมาวัดพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในห้องของเรา เมื่อวานผมรายงานไปแล้ว วันนี้ก็รายงานเมื่อตอน ๐๘.๐๐ นาฬิกา ค่าเฉลี่ย ๒๔ ชั่วโมง เท่ากับ ๖ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เมื่อตอน ๐๙.๐๐ นาฬิกา ค่าเฉลี่ย ๖ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา ค่าเฉลี่ย ๖ ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร พูดง่าย ๆ ก็คือในห้องนี้ พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มีไม่มากครับ แต่เวลาออก ข้างนอกเราก็จะรู้สึก เพราะว่าเมื่อไปวัดข้างนอกมันจะสูงครับ อันนี้ก็เรียนให้ทราบว่า เป็นห่วง ก็ทราบดีว่าอยู่ในห้องประชุมนี่มันอยู่ในกลุ่มพวกเรา เมื่อสักครู่นี้ตอนกฎหมาย ๒ ฉบับอยู่กันเต็มเลยครับ ก็จะเครียดกันเลยละครับเพราะว่าเต็มห้อง แล้วสมาชิกก็ต้องคอย รอลงเวลามติ ซึ่งผมก็เลยขออนุญาตให้เราพักครึ่งสัก ๒๐ นาที เพื่อเราจะได้มีโอกาส ได้ยืดเส้นยืดสายไปสูดอากาศที่ดีขึ้นนะครับ เครื่องที่นำมาวัดในห้องประชุมวัดเฉพาะฝุ่นใหญ่ ไม่สามารถวัด พีเอ็ม ๑๐ (PM 10) ได้ ค่าเฉลี่ยปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ทราบจาก ท่านรัฐมนตรีวราวุธรับปากไว้ก็ขอบพระคุณครับ ผมขออนุญาตพวกเรานะครับ เมื่อมา พร้อมหน้าพร้อมตาพอสมควรแล้ว ถึงไม่ทั้งหมดก็ตาม แต่ว่าไม่อยากให้ข้อบังคับที่เรารออยู่นี้ ค้างนานเกินไป ก็ขออนุญาตเข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๔
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
- ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ซึ่งขณะนี้กรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้ว
เรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ก็คือเรื่องของรายงานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ซึ่งขณะนี้กรรมาธิการ เข้ามาพร้อมแล้วนะครับ ผมขออนุญาตเข้าสู่ระเบียบวาระนี้ แล้วเบื้องต้นก็ขอเชิญ ท่านประธานกรรมาธิการรายงานที่ประชุมครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวิเชียร ชวลิต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ขอรายงานการพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรว่า สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๐ ในสมัยสามัญประจำปี ครั้งที่หนึ่ง เมื่อวันพุธที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติรับหลักการ และในที่ประชุมได้พิจารณาแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหลังจากนั้น คณะกรรมาธิการก็ได้ดำเนินการพิจารณาในชั้นของกรรมาธิการ ซึ่งขอเรียนว่าในเนื้อหาของ ข้อบังคับที่ที่ประชุมได้อนุมัติร่างข้อบังคับไปนั้น คณะกรรมาธิการได้พิจารณาว่าการกำหนด ข้อบังคับนั้นเป็นการกำหนดรายละเอียด และการใช้อำนาจนิติบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎร และอีกส่วนหนึ่งยังเป็นการใช้อำนาจนิติบัญญัติในการควบคุมภายใต้หลักการถ่วงดุลอำนาจ ฝ่ายบริหารในการบริหารราชการแผ่นดิน และเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า ขออธิบาย เพิ่มเติมว่าในร่างที่อนุมัติหลักการไปนั้น สืบเนื่องจากกรรมาธิการได้นำเรียนว่าปัญหาของ สภาผู้แทนราษฎรในช่วงที่ผ่านมา เรามีปัญหาความคั่งค้างของกฎหมายก็ดี กระทู้หรือญัตติ ต่าง ๆ ก็ดี มีคั่งค้างในสภาเพื่อรอการพิจารณาจำนวนมาก เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการ ซึ่งได้รับอนุมัติหลักการไปนั้นก็ได้พิจารณาใน ๓ เรื่องที่มีความสำคัญ แล้วก็อยู่ในส่วนที่มี การร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็คือ
ประการที่ ๑ เรื่องการมีคณะกรรมการประสานงานร่วมทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน เพื่อช่วยท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรในการดำเนินการ
ประการที่ ๒ มีการกำหนดเรื่องกระทู้ถามแยกเฉพาะ เพื่อเป็นการเพิ่ม กระบวนการในการพิจารณากระทู้ให้มีความคล่องตัว แล้วก็มีแนวทางปฏิบัติที่ทำให้เป็นไปได้ อย่างรวดเร็ว และขจัดปัญหาเรื่องกระทู้คั่งค้างจำนวนมาก และ
ประการที่ ๓ คณะกรรมาธิการได้มีการปรับแก้ถ้อยคำต่าง ๆ เช่น ชื่อของ คณะกรรมาธิการ หน้าที่และอำนาจให้มีความชัดเจน เป็นต้น
ในการทำงานของคณะกรรมาธิการทั้งหมด ๓๙ ท่าน ซึ่งที่ประชุมแห่งนี้ได้อนุมัติ แต่งตั้งไปนั้น ก็มีปรากฏรายชื่อซึ่งคงจะไม่ขออนุญาตเอ่ยถึง เพราะว่าอยู่ในรายงานที่ได้แจ้ง แก่ท่านสมาชิกไว้ ณ ที่นี้แล้ว เมื่อคณะกรรมาธิการได้รับการแต่งตั้งแล้วก็ได้เร่งรัด การดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์แห่งสภาแห่งนี้ ก็มีการประชุมกันทั้งหมด ๓ ครั้ง คือในวันที่ ๑๘ วันที่ ๑๙ และวันที่ ๒๔ กรกฎาคมที่ผ่านมา และคณะกรรมาธิการ ก็ได้ทำร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเสร็จ แล้วก็รายงานต่อท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรเพื่อบรรจุเข้าพิจารณาเป็นระเบียบวาระของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ และเพื่อขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ไม่ได้เป็นสมาชิก สภาแห่งนี้ ก็ต้องขอเรียนว่า เรามีคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งท่านเป็นผู้มีประสบการณ์ แล้วก็อยู่ในสภามาเป็นระยะเวลาพอสมควร ได้ช่วยลงทุนลงแรงในการที่จะพิจารณา ร่างข้อบังคับอย่างเข้มข้น แล้วก็ใช้เวลาต่อเนื่องมาตั้งแต่การพิจารณายกร่าง ซึ่งมีการประชุม ไป ๑๑ ครั้ง แล้วก็มาต่อเนื่องอีก ๓ ครั้ง ก็ทำด้วยความเข้มข้น ขออนุญาตกล่าวขอบคุณ ท่านกรรมาธิการวิสามัญที่ได้ร่วมพิจารณาในครั้งนี้ต่อที่ประชุมแห่งนี้ไว้ด้วยนะครับ ผมขอเรียนประเด็นการพิจารณาที่เป็นสาระอีกส่วนหนึ่งก็คือว่า ที่ประชุมกรรมาธิการได้รับ ฟังข้อคิดเห็น และข้อสังเกตจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่ได้ให้ข้อคิดเห็น ในการอภิปรายในชั้นของการรับหลักการทั้ง ๑๙ ท่าน จำนวน ๑๒ ข้อ แล้วก็มีท่านผู้มีเกียรติที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้กรุณาเป็นผู้เสนอคำแปรญัตติ อีก ๒๓ ท่าน จำนวน ๔๒ ข้อ มาประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ และผล การดำเนินการของคณะกรรมาธิการมีกรรมาธิการวิสามัญสงวนความเห็นทั้งหมด ๘ ท่าน จำนวน ๑๙ ข้อ และมีท่านผู้แปรญัตติได้สงวนความเห็นไว้ทั้งหมด ๑๖ ท่าน จำนวน ๒๙ ข้อ ซึ่งรายละเอียดผลการพิจารณาของกรรมาธิการก็ได้นำเรียนและเสนอเป็นเอกสารเพื่อ ประกอบการพิจารณาของท่านสมาชิกไว้ ณ ที่นี้แล้ว ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนมาเพื่อโปรด นำเสนอที่ประชุมสภาได้พิจารณาต่อไป ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่านประธาน กรรมาธิการ และขอบคุณกรรมาธิการ ทั้งสมาชิกและบุคคลภายนอกครับ ต่อไปขออนุญาต ที่ประชุมดำเนินการไปตามลำดับของการพิจารณาเหมือนร่างพระราชบัญญัติ ขอเชิญ ฝ่ายเลขาธิการครับ
ชื่อร่างข้อบังคับ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มี การแก้ไข
สมาชิกจะทักท้วง ในประเด็นใดเดี๋ยวค่อยยกมือนะครับ เรียนให้ทราบ เชิญเลยครับ
ข้อ ๑ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๒ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๓ ไม่มี การแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
กรรมาธิการ สงวนความเห็น เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอดิศร เพียงเกษ กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น ในข้อ ๓ นี้มีคำจำกัดความเรื่องหนึ่ง คือเรื่องศาล ผมขอตัดคำว่า หรือศาลรัฐธรรมนูญ ออก เพราะการมีศาลรัฐธรรมนูญ มีความหมายเหมือนกับศาลยุติธรรมหรือศาลปกครองนั้นน่าจะไม่ใช่ในทางวิชาการ เพราะโดยความเป็นจริงแล้วศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่ศาลยุติธรรม แต่เป็นตุลาการรัฐธรรมนูญ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อระงับหรือตัดสินข้อพิพาทขัดแย้งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญหากคำจำกัดความ ในข้อบังคับนี้ซึ่งมีหลายที่ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญคือศาล ก็จะเข้าใจผิดในทางวิชาการต่อไป แต่ข้อบังคับข้อใดที่มีศาลรัฐธรรมนูญก็ให้เพิ่มคำว่า ศาลรัฐธรรมนูญ เข้าไป ไม่ต้องมายุ่งกับ ศาลยุติธรรมและศาลปกครอง เพราะว่าเรื่องศาลรัฐธรรมนูญนี้มีประวัติความเป็นมาเป็นไป ที่เพื่อนสมาชิกทั้งหลายคงทราบว่า ไม่ได้ก่อกำเนิดเป็นศาลโดยที่มา การตัดสินความ ก็เหมือนกับลักษณะศาลการเมืองซึ่งตัดสินตามรัฐธรรมนูญ บางครั้งบางหนก็ตัดสินมีข้อสงสัย สมัยก่อนก็ไม่มีเรื่องละเมิดอำนาจศาล แต่พัฒนาไปพัฒนามาจนเกิดมีการละเมิดอำนาจศาล รัฐธรรมนูญขึ้นมา จึงไม่สมควรที่จะให้ข้อบังคับสภาผู้แทนราษฎรไปรับรองความไม่เป็นศาล ให้ศาลรัฐธรรมนูญกลายเป็นศาลมา จึงขออนุญาตที่จะขอสงวน แล้วก็อภิปรายในสภา ผมเป็นกรรมาธิการยกร่างด้วย ในขณะยกร่างก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากมายแต่เมื่อได้เป็น กรรมาธิการพิจารณาร่าง ไปคิดกันแล้วเขาจะได้เอาความหมายของคำว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ที่เรารับรองนี้ไปอ้างในที่ต่าง ๆ จะไม่ชอบด้วยวิธีการในการที่จะทำให้กฎหมายเป็นไปตาม ความเป็นจริง จึงขออนุญาตตัด และใช้ข้อความใหม่ในข้อ ๓ เกี่ยวกับศาลว่า ศาลหมายความว่า ศาลยุติธรรมหรือศาลปกครองเท่านั้น ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านกรรมาธิการอีกท่านหนึ่ง ท่านขจิตรเชิญเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นในเรื่องใน ข้อ ๓ ได้มีความเห็นตรงกันกับท่านอดิศร โดยให้ตัดความหมายของคำว่า ศาล โดยไม่รวมศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเหตุว่า ศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีลักษณะที่แตกต่างจากศาลทั่วไปมาก และเป็นศาลที่พิจารณา เรื่องรัฐธรรมนูญและเรื่องการเมือง และอีกประการหนึ่งจากประสบการณ์ผ่านมาโดยการ วินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ผมมีความเห็นโดยส่วนตัวว่าเป็นศาลที่ไม่น่าเชื่อถือในคำวินิจฉัย ตั้งแต่เริ่มต้น เริ่มต้นรัฐธรรมนูญกำหนดชัดเจนว่าการร้องศาลรัฐธรรมนูญต้องผ่านอัยการ ในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีธุรการกำหนดออกข้อมูลชัดเจน แต่พอศาลรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนบุคคลมากลายเป็นไม่ได้เชื่อถือตามที่ศาลรัฐธรรมนูญคณะก่อน ๆ กำหนดไว้ ผมจึง เห็นว่าไม่มีมาตรฐานเพียงพอที่จะยอมรับว่าเป็นศาล ก็เลยมีความเห็นว่าควรจะตัดตรงนี้ออก เพื่อที่จะมาเสนอให้ที่ประชุมโดยท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นด้วย ก็ขออนุญาต เสนอความเห็นเท่านี้ครับ
ท่านประธานชี้แจง เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกที่เคารพอย่างสูงครับ ในความหมายของศาลที่อยู่ในบทนิยามที่ได้เรียนว่า ในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญระบุไว้ว่า มีหมวด ๑๐ ว่าด้วยศาล หมวด ๑๑ ศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งหมดมีอยู่ ๒ หมวดที่ระบุไว้ดังนี้ เพราะฉะนั้นนิยามเมื่อปรากฏในเอกสาร ในบท หรือในข้อต่าง ๆ ที่อยู่ในข้อบังคับ เราจึงต้องนิยามศาลให้ครอบคลุมว่า ศาล หมายถึง ศาลยุติธรรมหรือศาลปกครองนะครับ ก็จะครอบคลุมตามความหมายที่ปรากฏอยู่ใน รัฐธรรมนูญ ก็ขออนุญาตนำเรียนชี้แจงว่าเจตนารมณ์ของกรรมาธิการเป็นดังที่ได้เรียน และในที่ประชุมกรรมาธิการก็มีความเห็นสอดคล้องตรงกันครับ
ครับ ท่านกรรมาธิการ ยังยืนยันหรือไม่ครับ ถ้ายังยืนยันก็ต้องขอมตินะครับ กรรมาธิการยังยืนยันที่จะแก้ไข เชิญเลยครับ
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิยม กรรมาธิการ เราแปรญัตติแล้วก็มีข้อเกี่ยวข้องกันหลายมาตรามาก ยังยืนยันครับ
ยืนครับ กรรมาธิการ เสียงข้างน้อยนะครับ ขอแปรญัตติแก้ไข ทีนี้ผมขออนุญาตถามที่ประชุมว่าเราจะเห็น ให้ควรคงไว้ตามร่างเดิมของกรรมาธิการวิสามัญ หรือแก้ไขตามที่กรรมาธิการ ๒ ท่าน เสียงข้างน้อยขอแก้ไขนะครับ คำถามก็จะเป็นอย่างนี้ครับว่า ถ้าผู้ใดเห็นควรคงไว้ตามร่างเดิม ของกรรมาธิการก็ให้ออกเสียง เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการ เห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยให้ลงมติ ไม่เห็นด้วย คือไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการชุดใหญ่นะครับ เพื่อความเข้าใจอันนี้นะครับ ผมขออนุญาตที่ประชุมนะครับ ขอเริ่มต้นมติในมาตรานี้ ด้วยการขอลงมติว่าเราจะเห็นด้วยกับร่างเดิมของกรรมาธิการ หรือจะเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติ ฉะนั้นซักซ้อมความเข้าใจอีกครั้งหนึ่ง ท่านสมาชิกกรุณาเตรียมตัวนะครับ กรุณาขออนุญาต ตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ขอท่านสมาชิกได้กรุณาแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ด้วยครับ
(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอทบทวนให้เพื่อนสมาชิก ที่เข้ามาได้รับทราบว่าขณะนี้เรากำลังพิจารณาในวาระเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว คือข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ได้เริ่มไปแล้วครับ ได้เริ่มมาตรา ๓ แล้ว ในมาตรา ๓ นี้ คำนิยามศาล มีกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ๒ ท่าน ท่านอดิศร เพียงเกษ กับท่านขจิตรแปรญัตติตัดคำว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ออก คำถามก็คือท่านประธานกรรมาธิการ ได้ยืนยันแล้วว่าไม่เห็นด้วย ฉะนั้นผมก็ถือว่าจะยังคงไว้ตามร่างเดิมของกรรมาธิการใหญ่ หรือจะแก้ไขตามที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ๒ ท่านเสนอ ขอท่านสมาชิกได้กรุณาแสดงตนนะครับ เพื่อดูองค์ประชุมครับ กรุณาแสดงตนนะครับ สมาชิกที่มีปัญหาเรื่องบัตร กรุณาแจ้ง เจ้าหน้าที่นะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
สมาชิกแสดงตนพร้อมนะครับ ขอทราบตัวเลข มีจำนวนสมาชิกที่แสดงตน เข้าประชุม ๔๑๐ ท่าน ต่อไปนี้ผมขออนุญาตถาม เชิญเลยครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต แสดงตนครับ ผม วิรัตน์ วรศสิริน
ท่านวิรัตน์ ๑ ท่านนะครับ
ท่านประธานครับ ผมขอแสดงตน ประเสริฐ บุญเรือง ครับ
ครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตแสดงตน เกษม อุประ ครับ
๓ ท่านนะครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ แสดงตนค่ะ
๔ ท่านครับ
ท่านประธานครับ ผม จีรเดช ศรีวิราช ขอแสดงตนครับ
๕ ท่านนะครับ
ท่านประธานครับ ผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ๓๓๕ แสดงตนครับ
๖ ท่านนะครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานนิดเดียวครับ เท่าที่ผมจำได้ อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขอกราบเรียนท่านประธานแล้วก็ที่ประชุมว่า ผมเข้าใจว่าที่ผ่านมาเวลาเรามีการขานชื่อแบบนี้ ปกติทางท่านสมาชิกเขาจะบอกเลข ประจำตัวด้วย เพื่อที่ทางเจ้าหน้าที่จะสามารถบันทึกได้อย่างแม่นยำ เลยขอเรียนที่ประชุมนี้ไว้
ขอบคุณครับ พร้อมนะครับ ถ้าอย่างนั้นพร้อมแล้ว ก็ขออนุญาตสมาชิกลงมติว่าจะยังคงไว้ตามร่างเดิม ของกรรมาธิการหรือจะแก้ไขตามที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ๒ ท่านแปรญัตติ ถ้าเห็นว่า คงร่างเดิมก็กด เห็นด้วย ถ้าเห็นว่าควรแก้ก็กด ไม่เห็นด้วย คือไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการ ชุดเดิม ขอลงมติ กรุณาลงมติ ยังไม่ปิดการลงมตินะครับ เชิญครับ
ขออนุญาตท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานนิดหนึ่งครับ ทางนี้ยังสับสนกับคำถามอยู่เลยท่านประธานครับ ขออนุญาต
คำถามก็คือในข้อ ๓ คำนิยามศาล มีผู้แปรญัตติแก้ไข กรรมาธิการใหญ่ไม่เห็นด้วย ผู้แปรญัตติคือกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ๒ ท่าน คำถามจึงมีว่า จะคงไว้ตามร่างเดิมของกรรมาธิการ หรือจะแก้ไขตามที่ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ๒ ท่านแก้ไข ถ้าเห็นว่าควรคงไว้ตามร่างเดิมของกรรมาธิการ ก็ลงคะแนนกด เห็นด้วย คือเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ถ้าต้องการแปรญัตติก็กด ไม่เห็นด้วย คือไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการชุดใหญ่ เข้าใจนะครับ สมาชิกที่ยังไม่ได้ลงมติอนุญาตนะครับ ยังอนุญาตอยู่ พอสมควรแก่เวลาแล้วครับ ผมขอปิดการลงมติครับ ผลการลงมติ จำนวน ผู้เข้าประชุม ๔๓๗ ท่าน
ขอประทานโทษท่านประธาน ยังไม่ได้ลงมติครับ
ยังไม่ได้ลงนะครับ
ครับ ผม นายวิรัตน์ วรศสิริน เห็นด้วยครับ
ได้ครับ ยังไม่ประกาศ มีจำนวนผู้เข้าประชุม ๔๓๗ ท่าน เห็นด้วย ๔๐๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๒ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๕ ท่าน ก็ยืนตามร่างเดิมของกรรมาธิการครับ
ท่านประธานคะ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ เห็นด้วยค่ะ
เลยเวลาไปแล้วครับ ประกาศผลไปแล้วครับ ขออนุญาตไปต่อนะครับ ข้อที่ ๔ เชิญเลขาธิการ
ข้อ ๔ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๑ การเลือกประธานสภา และรองประธานสภา ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๕ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๖ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
เชิญผู้สงวนความเห็นครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม ผมมีความเห็นว่าในข้อ ๖ การเลือกตั้งประธานสภา สมาชิกแต่ละคนมีสิทธิ เสนอชื่อสมาชิกได้ ๑ ชื่อ การเสนอนั้นจะต้องมีจำนวนสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า ๒๐ คน แล้วมีการเพิ่ม ให้ผู้ถูกเสนอชื่อตามวรรคหนึ่งกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในการที่จะดำรงตำแหน่ง ต่อที่ประชุมภายในระยะเวลาที่ประธานกำหนด โดยไม่มีการอภิปราย ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับการแสดงวิสัยทัศน์เพื่อที่จะให้คนที่จะเป็นประธานสภา แม้ว่าจะมีเสียง ส.ส. ที่ได้มีความเห็นตรงกัน มีคนที่จะเสนอเป็นประธานแล้วก็ตาม แต่ว่าประชาชนปัจจุบันนี้ มีส่วนร่วมในการติดตามการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรจำนวนมาก ผมจึงมีความเห็นว่า ต้องแสดงวิสัยทัศน์ ในการแสดงวิสัยทัศน์ที่ผูกพันและเป็นการประกาศต่อหน้ามหาชนผู้เป็น เจ้าของอำนาจว่าท่านประธานจะนำสภาแห่งนี้ไปในทิศทางใด เมื่อแสดงวิสัยทัศน์แล้ว มีสมาชิกกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าไม่ควรมีการอภิปราย ผมก็เห็นด้วยครับ แต่ว่าการที่ไม่มีการอภิปรายเลย หรือการที่ไม่ให้ซักถามเลย ผมเห็นว่ามันไม่สามารถ ที่จะเข้าใจข้อแถลงในการแสดงวิสัยทัศน์ จึงมีความเห็นแปรญัตติต่อท้ายว่า แต่สมาชิก ซักถามผู้ถูกเสนอชื่อได้ นั่นหมายความว่าหลังจากคนที่เป็นประธานจะแสดงวิสัยทัศน์แล้ว ก็ควรจะให้โอกาสสมาชิกแห่งสภานั้นได้ซักถามความเข้าใจด้วย จึงแปรญัตติเพิ่มคำว่า แต่สมาชิกซักถามผู้ถูกเสนอชื่อได้ ครับ
ท่านต่อไปครับ ท่านขอแปรญัตติ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อดิศร เพียงเกษ กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นครับ ข้อ ๖ นี้เป็นข้อบังคับที่พวกเราสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจะเลือกสรรใครมาเป็นประธานสภาที่นี่ นั่นก็หมายความว่าเป็นผู้นำ ฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ มีความสำคัญทัดเทียมกัน คนที่จะมาเป็นผู้นำ ฝ่ายนิติบัญญัติจะต้องมีวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมอย่างชัดเจนว่าที่ไปที่มาจะไปนั่ง เป็นประธานสภานั้น ท่านจะเป็นกลางหรือเปล่า สถานการณ์การเมืองที่ผ่านมา เช่น ปัจจุบัน ท่านประธานคนนี้จะสามารถทำตัวเป็นกลางได้หรือไม่ ถ้าสมมุติว่าข้อบังคับนี้ผ่านไป ประธานที่อยากจะมาเป็นประธาน ขออนุญาตเอ่ยนามท่านชวน หลีกภัย กับท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ๒ คนก็แสดงวิสัยทัศน์ไป แต่เมื่อแสดงวิสัยทัศน์ไปแล้วใครจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และในขณะเดียวกันข้อบังคับที่ผ่านกรรมาธิการเสียงข้างมาก เมื่อประธานผู้จะเป็น ประธานสภาพูดแล้วตัดสิทธิไม่ให้คนอื่นพูด ผมว่ามันเอาเปรียบเกินไป ที่นี่เป็นที่พูดครับ ส.ส. ทุกคนไม่จำเป็นว่าใครจะเป็นกี่สมัย เท่ากันหมดละครับ ที่จะถกเถียง ที่จะชี้ ที่จะเสนอแนะต่อประธานได้ ผมจึงตัดคำว่า โดยไม่มีการอภิปรายออก ที่นี่ปาร์เล่ร์ (Parler) แปลว่าพูด ภาษาฝรั่งเศส แผลงเป็นพาร์เลียเมนต์ (Parliament) ครับ อย่าตัดสิทธิ ผู้แทนราษฎร เขาจะพูด ไม่พูดก็เป็นเรื่องของเขา แล้วผมมั่นใจว่าคนที่จะมาทำหน้าที่ เป็นประธานนี่เก่งทุกท่านครับ โดยเฉพาะประธานปัจจุบันนี้ครั้งที่ ๒ แล้ว แต่เราอยากเห็นวิสัยทัศน์แล้วก็โต้เถียงกันระหว่างประธาน บางคนบอกว่าโต้เถียงทำไม เดี๋ยวต่อไปไม่ได้พูด ไปสร้างข้อขัดแย้งกับประธานแล้ว เผื่อได้เป็นประธานต่อไปคุณไม่ได้พูด อันนั้นแสดงว่าประธานไม่เป็นกลาง จึงขออนุญาตที่ประชุมได้โปรดพิจารณาโดยละเอียดครับ เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าใครจะเป็นใคร ท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ข้างล่างอาจจะได้มาเป็นประธานทุกคน เราต้องการที่จะได้ผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่เหมือนกับผู้นำฝ่ายบริหารซึ่งไม่กล้าพูดในสภาเลย จึงอยากให้ท่านทั้งหลายได้เห็นด้วยกับกระผมที่ตัดออกนะครับ อยากให้ทุกคนในสภานี้ มีสิทธิที่จะพูดได้เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าคนจะเสนอเป็นประธานพูดได้ ฉอด ฉอด ฉอด เรานั่ง ฟังเฉย ไม่มีสิทธิ มาจากการเลือกตั้งเหมือนกันครับ เท่ากัน มาจากจังหวัดขอนแก่น มาจากจังหวัดตรัง จังหวัดแม่ฮ่องสอนเท่ากันหมดครับ ขอบคุณครับ
ท่านต่อไปท่านนิยมครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ข้อนี้ผมแปรญัตติไว้ ข้อ ๖ ครับ การเลือกประธานสภา สมาชิกแต่ละคน มีสิทธิเสนอชื่อสมาชิก ๑ ชื่อ การเสนอนั้นต้องมีจำนวนสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า ๒๐ คน ให้ผู้ถูกเสนอชื่อตามวรรคหนึ่ง กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในการที่จะดำรงตำแหน่งต่อที่ประชุม ภายในระยะเวลาที่ประธานกำหนด ผมแปรญัตติไว้เหมือนท่านอดิศร คือให้ตัด โดยไม่มี การอภิปราย ออก ทั้งนี้เหตุผลว่าในเมื่อประธานที่ถูกเสนอชื่อแสดงวิสัยทัศน์แล้วต้องให้สิทธิ ผู้ที่ฟังอยู่คือสมาชิกในสภาที่จะเลือกประธานมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นได้ หรือสอบถาม ได้ว่าท่านเป็นประธานแสดงวิสัยทัศน์ไปแล้ว ท่านคิดอะไรอย่างไร เมื่อท่านมานั่งอยู่แล้ว ในฐานะประธานสภา ท่านจะยืนอยู่จุดไหน ให้สิทธิผู้ที่เป็นสมาชิกก่อนจะเลือก เพราะฉะนั้น กราบเรียนท่านสมาชิก เราน่าจะมีสิทธิให้ท่านแสดงความคิดเห็นได้ เพราะฉะนั้นผมจึงตัด คำว่า โดยไม่มีการอภิปราย ออก เพื่อให้สมาชิกมีสิทธิสอบถามอภิปรายผู้ที่ได้รับเลือก เป็นประธานสภา ขอบคุณมากครับ
ท่านต่อไป นางสาวรังสิมา
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันได้สงวนคำแปรไว้นะคะ ในข้อ ๖ การเลือกประธานสภา สมาชิก แต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกได้ ๑ ชื่อ การเสนอนั้นต้องมีจำนวนสมาชิกรับรอง ไม่น้อยกว่า ๒๐ คน ผู้ถูกเสนอชื่อตามวรรคหนึ่งกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในการที่จะดำรง ตำแหน่งต่อที่ประชุมภายในระยะเวลาที่ประธานกำหนด โดยไม่มีการอภิปราย ในวรรคนี้ ดิฉันขอตัดหมดทั้งวรรคเลยค่ะ ตัด ให้ผู้ถูกเสนอชื่อตามวรรคหนึ่งกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ ในการที่จะดำรงตำแหน่งต่อที่ประชุมภายในระยะเวลาที่ประธานกำหนด โดยไม่มี การอภิปราย เหตุผลที่ดิฉันขอตัด จากที่ผ่าน ๆ มา การเลือกประธานสภา พรรคที่จะจัดตั้ง รัฐบาลจะต้องเป็นเสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นคนที่จะมาเป็นประธานสภามันอยู่ฟากเสียง ข้างมากอยู่แล้ว การเสนอมานี่แสดงวิสัยทัศน์อย่างไรก็ได้คนนี้ละค่ะ อย่างเช่นที่ผ่านมา พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลเสนอชื่อ นายชวน หลีกภัย เป็นประธานสภา แต่ถ้าลงมติแล้วนายชวนไม่ได้เป็นประธานสภา พรรคร่วมรัฐบาล พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลไม่ได้หรอกค่ะ มันเป็นไปไม่ได้ว่าเสียงข้างมาก แล้วประธานสภาที่มาจากซีกของตัวเองไม่ได้เป็นประธานสภา เพราะฉะนั้นแสดงวิสัยทัศน์ไปแล้ว แล้วยิ่งไม่ให้อภิปรายด้วยจะแสดงไปทำอะไร มันเสียเวลาสภาเปล่า ๆ เพราะพูดไปเท่าไรก็ได้ คนเดิม เพราะฉะนั้นดิฉันว่าถ้าเขียนไปแล้วทำไม่ได้ไม่ต้องเขียน เขียนแล้วต้องทำได้ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงขอตัดทั้งหมดเลย เมื่อสักครู่นี้มีผู้มีเกียรติได้อภิปรายว่า สภาเป็นที่พูด แต่ดิฉันคิดว่าสภาเป็นที่พูดแต่ไม่จำเป็นต้องพูดทุกเรื่อง พูดแล้วต้องได้ประโยชน์ พูดแล้ว ไม่ได้ประโยชน์ไม่ต้องพูดค่ะ เพราะฉะนั้นสงวนไว้ขอให้ตัด ขอให้ทางท่านกรรมาธิการ เห็นพ้องตามที่ดิฉันสงวนไว้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านต่อไป เชิญท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ กระผมได้ร่วมกับคุณรังสิมา รอดรัศมี แปรญัตติในข้อ ๖ โดยตัดข้อความเดียวกันที่คุณรังสิมาได้กราบเรียนสภาไปเมื่อสักครู่นี้ เหตุผลก็คล้าย ๆ กัน เพราะว่า
ประการที่ ๑ ที่ผ่านมาไม่เคยมีการเปิดให้บัญญัติให้ผู้ที่จะมาเป็นประธานสภา ต้องมาแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่ากรรมาธิการชุดนี้ได้เพิ่มข้อความนี้ เข้ามาเพราะอะไร อาจจะไปล้อมาจากการแสดงวิสัยทัศน์ของวุฒิสภา ซึ่งไม่เหมือนกันครับ สมาชิกวุฒิสภานั้นไม่ได้มาเป็นกลุ่มเป็นก้อนเหมือนพรรคการเมือง เมื่อไม่เหมือนกันอย่างนั้น แล้วการแสดงวิสัยทัศน์ของวุฒิสภาอาจจะมีความจำเป็นเพราะมีความหลากหลาย ซึ่งข้อเท็จจริงหลากหลายหรือไม่ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง
ประการที่ ๒ กรณีการแสดงวิสัยทัศน์นั้นอย่างที่คุณรังสิมาได้เรียนแล้ว แสดงวิสัยทัศน์อย่างไรก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงจำนวนคะแนนของผู้ที่จะมาลง คะแนนให้กับกลุ่มพรรคการเมือง ซึ่งสามารถรวมเสียงข้างมากเป็นรัฐบาลได้ จึงไม่น่าจะต้อง มาเสียเวลาสภามาแสดงวิสัยทัศน์อีก
ส่วนประเด็นที่เราอยากจะทราบว่าเมื่อมาเป็นประธานแล้วท่านจะนำพา สภาไปอย่างไร ผมคิดว่าเมื่อถูกเลือกตั้งแล้วก็อย่างกรณี ฯพณฯ ประธานชวน หลีกภัย เมื่อท่านได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานรัฐสภาแล้ว ท่านก็ได้มาพูดถึงแนวทางการบริหาร แนวทางการที่จะนำพาสภาไปในทิศทางที่ท่านต้องการที่จะให้สภาเป็นที่พึ่งของประชาชน โดยเหตุผลนี้ครับ ผมจึงเห็นว่าไม่เห็นด้วยที่จะมีข้อความนี้ จึงขอตัดออกในส่วนนี้ครับ
ท่านต่อไปนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ผมได้ขอสงวนคำแปรไว้ว่า ใครจะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภานั้นจะต้องแสดงวิสัยทัศน์ หรือไม่แสดงวิสัยทัศน์ก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ที่ถูกเสนอเป็นประธานสภา เหตุผล ถ้าหากว่าประธาน ท่านใดแสดงความเห็นมีประโยชน์กับสภา ผมคิดว่าสมาชิกก็น่าจะสนับสนุนเลือกตั้ง แต่ถ้าหากว่าท่านใดไม่แสดงวิสัยทัศน์ ถ้าสภาจะโหวตเสียงผมคิดว่าสังคมและประชาชน ก็จะประณามเองว่าขนาดเหมือนบล็อกโหวต (Block vote) กัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมเห็นด้วยว่าควรที่จะมีการแสดงวิสัยทัศน์ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านประธาน กรรมาธิการชี้แจงการแปรญัตติ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม วิเชียร ชวลิต ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขออนุญาตกราบเรียนว่าในชั้นของการยกร่างข้อบังคับ ในข้อ ๖ นี้ได้มีการพูดถึงประเด็นเรื่อง การแสดงวิสัยทัศน์ แล้วก็ที่ประชุมได้พิจารณาที่จะยกร่างให้มีวรรคสอง ที่ให้มีการแสดง วิสัยทัศน์สำหรับผู้ที่ถูกเสนอชื่อเพื่อดำรงตำแหน่งประธานสภา ถึงแม้ว่าผู้ที่ถูกเสนอชื่อ จะถูกเสนอเพียงผู้เดียวก็ต้องแสดงวิสัยทัศน์ ด้วยวัตถุประสงค์ที่กรรมาธิการมีความเห็นว่า การที่ท่านผู้ที่จะถูกเลือกเป็นประธานสภาโดยเสียงข้างมากแห่งสภาแห่งนี้ ก็ควรจะได้มี การแสดงวิสัยทัศน์ แล้วก็แสดงทิศทางหรือสถานะของตนเองในการทำหน้าที่ของประธาน อันทรงเกียรติแห่งนี้ ทีนี้ในชั้นของการพิจารณา กรรมาธิการก็ได้มีการพูดถึงประเด็นที่ท่าน ทั้งหลายได้กรุณาแปรญัตติและมีความคิดเห็นตั้งแต่ชั้นในการอภิปราย ในการรับหลักการว่า สมควรจะตัดออก หรือสมควรจะให้มีการซักถามหรือไม่ ซึ่งที่ประชุมก็มีความเห็นว่า ในการ แสดงวิสัยทัศน์นั้น น่าจะเป็นการเพียงพอที่จะทำให้ท่านทั้งหลายได้รู้จักท่านที่จะมาทำหน้าที่ เป็นประธานสภาแห่งนี้ ทีนี้การที่จะได้เป็นนั้นก็คือโดยเสียงข้างมาก แต่อย่างไรก็ตามภายใต้ หลักการการปกครองระบอบประชาธิปไตยก็ควรจะได้มีการฟัง หรือรับฟังความคิดเห็น ของเสียงข้างน้อยด้วย จึงได้เปิดให้มีการแสดงวิสัยทัศน์แต่ไม่ให้มีการอภิปราย เพราะถ้ามี การอภิปราย ผลที่สุดก็มีการเลือกท่านที่เป็นเสียงข้างมากเป็นประธาน เราก็มีความเห็นว่า จะมีความ เราเรียกว่าบอบช้ำเล็กน้อย หรืออาจจะมีร่องรอยที่ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของ ประธานสภาอาจจะเป็นประเด็นหรือไม่สง่างาม เพราะฉะนั้นเราก็เลยให้แสดงวิสัยทัศน์ แล้วก็ไม่ต้องมีการอภิปราย ก็เลยยืนความเห็นของกรรมาธิการที่ยกร่างไว้ตามเดิมนะครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนที่ประชุมครับ
ขอบคุณครับ ผมขอแยก ประเด็นให้เราเห็น ถ้ากรรมาธิการยังติดใจที่จะให้ลงมติ หรือท่านผู้แปรญัตติยังติดใจ ที่จะลงมติ ผมก็จะขอถามมติ ไม่มีใครถอนนะครับ ความจริงการแปรญัตติในมาตรานี้ มีอยู่ ๕ ชุดครับ มีชุดเดียวคือชุดของท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ที่เมื่อกรรมาธิการชี้แจง แล้วท่านพอใจ มันก็เหลืออยู่ ๔ ชุดที่แปรญัตติ เพราะฉะนั้นเพื่อให้การลงมติเป็นไปโดย เรียบร้อย ผมจะลงมติที่ประชุม ขอเรียนไว้ก่อนจะแยกอย่างนี้ครับ จะแยกว่า เชิญ ท่านสุทัศน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น ก่อนที่จะมีการลงมติ กระผมขออนุญาตที่จะสอบถามท่านประธาน กรรมาธิการ ถ้าตอบเป็นที่พอใจกระผมก็อาจจะถอนการแปรญัตติ ตั้งแต่เปลี่ยนแปลง การปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ มาจนถึงปัจจุบัน และมีการออกข้อบังคับเกี่ยวกับการประชุมสภา มาตลอดหลายครั้ง ได้มีสักครั้งหรือไม่ที่เปิดโอกาสให้ ที่บัญญัติให้ผู้ที่จะเป็นประธาน ต้องแสดงวิสัยทัศน์
เชิญนะครับ
ขอบพระคุณท่านสมาชิก ที่ได้กรุณาสอบถาม ขออนุญาตเอ่ยนามคือท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ก็ผมไม่ได้มีคำถามนี้ ในที่ประชุมกรรมาธิการ แต่ผมเชื่อว่ากรรมาธิการก็ได้มอบหมายให้ผมแนะนำ แล้วก็ให้ข้อคิดเห็นว่าในการพิจารณานั้น การแสดงวิสัยทัศน์ก็มีการพูดกันตั้งแต่ในชั้น ยกร่างว่าเดิมทีเดียวเราไม่มี แล้วก็ในการพิจารณาเลือกคนที่จะมาดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในยุคหลัง ๆ นี้ ก็จะเริ่มมีการแสดงวิสัยทัศน์ เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลดังกล่าวเราก็มีความเห็นว่า ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธาน หรือประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ถ้าถามว่าเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมา ๑ สมัย ๒ สมัย ก็ไม่เคยปรากฏว่ามีท่านผู้ใดจะมาเป็นประธานสภาได้ เพราะฉะนั้นก็แปลว่า ต้องดำรงตำแหน่งมาหลายสมัย ท่านทั้งหลายซึ่งเป็นสมาชิกผู้ทรงเกียรติคงจะทราบ ดีว่าก่อนที่ท่านจะมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อย่าว่าแต่การแสดงวิสัยทัศน์ การอภิปราย การแสดงตนต่อสาธารณะ การแนะนำตนเอง ทุกอย่างท่านคล่องแคล่ว แล้วก็มีความสามารถแสดงได้จนเป็นที่ประทับใจ เพราะฉะนั้นเพียงแค่การแสดงวิสัยทัศน์ เพื่อที่จะให้ท่านทั้งหลายยอมรับที่จะเป็นประธานหรือเป็นประมุขของสภา ก็ไม่ใช่เรื่อง ที่เหลือบ่ากว่าแรงหรือตรงกันข้ามกลับเป็นความสง่างามที่จะเกิดขึ้น ก็เลยได้บัญญัติ ขึ้นมาถือว่าเป็นครั้งแรก เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ในข้อบังคับนี้ เดิมไม่เคยมีปรากฏ ก็ขออนุญาต กราบเรียนครับ
ขอบคุณครับ คงต้องถาม มตินะครับ ผมแบ่งกลุ่มให้เราเห็นแล้วว่ามีอยู่ ๕ กลุ่ม ไม่ติดใจ ๑ กลุ่ม อีก ๔ กลุ่มนั้นยังคง ยืนยันสงวนคำแปรญัตติ
ท่านประธานผมขออนุญาตครับ เผื่อผมจะขอถอน ขออนุญาตถามนิดเดียวครับ
ท่านสุทัศน์ครับ นอกจาก จะขอถอนเท่านั้นเอง
ผมขออนุญาต ถ้าตอบชัดเจน อีกนิดหนึ่ง ผมก็อาจจะถอนก็ได้ ขออนุญาตท่านประธานครับ
เชิญเลยครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ประการที่ ๑ ครับ ผมยังติดใจที่จะยืนยันไม่ถอน เพราะ ๑. อดีตที่ผ่านมาก็ไม่เคยมี ๒. ขออนุญาตแก้ไขข้อความที่ท่านอภิปราย คำว่า ประมุข ใช้ได้ที่เดียวครับ ใช้ได้องค์เดียว ประธานศาลฎีกาก็เรียกประธานศาลฎีกา ประธานรัฐสภาก็เรียกประธานรัฐสภา ประธานฝ่ายบริหารก็เรียกนายกรัฐมนตรี ประการที่ ๓ นายกรัฐมนตรีก็ไม่มีการแสดง วิสัยทัศน์ ประธานศาลฎีกาก็ไม่มีการแสดงวิสัยทัศน์ ประการที่ ๕ การเป็นประธานสภานั้น ไม่จำเป็นจะต้องหลายสมัยครับ สมัยเดียวถ้าถูกเลือกตั้งก็เป็นได้ จึงขออนุญาตยังติดใจครับ
มีอะไรเชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม นิกร จำนง ในฐานะกรรมาธิการ ประเด็นนี้มีประเด็นเกี่ยวเนื่องครับ ตอนที่เราคุยกันเรื่องนี้ก็คือว่า มีการหารือกันในที่ประชุมตั้งแต่คราวแรก เรื่องนี้ตั้งแต่คราวแรกแล้ว มีการกำหนดตามนี้ ก็คือว่าผมเป็นคนเสนอเองว่า หลาย ๆ คนก็มีความเห็นกันว่าต่อจากนี้ ยุคสมัยเปลี่ยน เราจะเปิดโอเพน (Open) มากขึ้น แล้วก็งานของประธานสภาเองไม่ใช่มีเฉพาะงานกำกับ ควบคุมการประชุมเท่านั้น ไม่ใช่งานการเมืองเท่านั้น มีงานบริหารอีก มีงานกิจกรรมมากมาย ดังนั้นการที่จะให้ประธานสภามาเสนอวิสัยทัศน์ น่าจะเป็นเรื่องดีในการคัดเลือก ประเด็น ต่อมา ผมเองเป็นคนย้ำไปว่า ผมทราบมาว่าซึ่งตรงกับที่ท่าน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสุทัศน์ ได้กล่าวว่า ของวุฒิสภาผมทราบว่ามีการแสดงวิสัยทัศน์ ทีนี้เราก็พูดกันว่าเรานี้มาจาก การเลือกตั้ง ทีนี้บางคนก็ติติงว่าสภาแห่งนั้นไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง แต่ว่ายังมี การแสดงวิสัยทัศน์ ดังนั้น ประเด็นที่ว่าเขาจำเป็นต้องแสดงเพราะเขามาจากต่างที่กัน เป็นความเห็นหนึ่ง แต่ถ้าหากว่าขนาดเขาไม่ได้มาจากการเลือกตั้งประชาชน เขายังแสดง วิสัยทัศน์เลยก็เป็นความเห็นหนึ่งในมุมกลับที่จะย้อนมาหาเราในแง่ลบเหมือนกัน ผมก็เลย เสนอว่าถ้าของวุฒิสภาเองเขายังมีการแสดงวิสัยทัศน์เลย อย่ากระนั้นเลย ของเราก็ควรจะ แสดงวิสัยทัศน์ด้วย ก็เป็นเหตุที่มีการบรรจุเรื่องนี้ลงไป แล้วก็คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าในอดีตแม้ไม่มีแต่ว่าวันพรุ่งนี้ไม่เหมือนอดีต มีการเปลี่ยนแปลงไป ก็คิดว่าน่าจะ เหมาะสมกว่าครับ กราบเรียนด้วยความเคารพครับท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ ท่านสมาชิกมีความเห็นอนุญาตครับ ถ้าไม่มีความเห็นเพิ่มเติม ผมขออนุญาตตามที่เรียนไว้ ก็คือขอมติที่ประชุมนะครับ แต่ว่าเพื่อเราประหยัดเวลาในการลงมติแทนที่จะถามทีละท่าน ก็ขอถามไปทีเดียวเลยว่า เราจะเห็นชอบร่างเดิมของกรรมาธิการ หรือเราเห็นชอบกับผู้แปรญัตติ ถ้าเสียงข้างมาก เห็นว่าเห็นชอบกับผู้แปรญัตติ เราค่อยมาถามอีกทีหนึ่งว่า เห็นชอบกับผู้แปรญัตติกลุ่มไหน แต่ว่าถ้าสมมุติว่า เสียงส่วนใหญ่เห็นชอบกับกรรมาธิการร่างเดิม เราก็ไม่ต้องถามทีละกลุ่ม ถือว่ามตินั้นจบไปเลย ขอเป็นอย่างนี้นะครับ ขออนุญาตที่ประชุมกรุณาแสดงตนเพื่อ รับทราบองค์ประชุม คะแนนจะได้ออกมาเพื่อความชัดเจนครับ
กราบเรียนท่านประธาน ขออนุญาตครับ ข้างหลังนี้ยังงง ๆ นิดหนึ่ง ผมขออนุญาตถามนิดหนึ่งครับท่านประธาน ข้างหลังนี้ยังงง ๆ ว่าคำถามคือเห็นด้วยกับร่างเดิม หรือไม่เห็นด้วยใช่ไหมครับ
คำถามก็คือว่าเห็นด้วย กับร่างเดิมของกรรมาธิการ หรือเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติ แต่ว่าเนื่องจากมีผู้แปรญัตติ ที่ต้องขอมติ ๔ ราย ดังนั้นถ้ามติออกมาว่าเห็นด้วยกับกรรมาธิการคือร่างเดิม เราก็ไม่ต้อง ถามต่อว่าจะเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติชุดไหน แต่ถ้าเสียงออกมาว่า เห็นด้วยกับผู้แปรญัตติ ตอนนี้ถามว่า เห็นด้วยกับผู้แปรญัตติชุดที่ ๑ ชุดที่ ๒ ชุดที่ ๓ ต้องถามไปทีละชุด แต่ถ้า ออกมาว่า เห็นด้วยกับร่างเดิมของกรรมาธิการก็ไม่ต้องถามต่อครับ ให้เวลาพอสมควรแล้ว แสดงตนเลยครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
มีสมาชิกเข้าประชุม ขณะนี้ ๔๒๘ ท่าน
ผมขออนุญาตที่ประชุม ขอให้ลงมติว่า จะเห็นชอบกับร่างเดิมของกรรมาธิการลงมติ เห็นด้วย หรือไม่เห็นชอบ กับกรรมาธิการ คือเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติก็ลงมติ ไม่เห็นด้วย เข้าใจนะครับ
กราบประทานโทษ ยังไม่ได้ แสดงตนเลยท่านประธานครับ
แสดงตนไปเรียบร้อยแล้วครับ ลงมติได้ครับ
(สมาชิกการทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
คุณปารีณา เชิญเลยครับ
นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ไม่เห็นด้วยค่ะ
เจ้าหน้าที่รับทราบนะครับ หมดเวลาลงมติแล้วนะครับ ขอรายงานผลครับ ผู้เข้าประชุม ๔๒๔ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๗๘ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๓ ท่าน เพราะฉะนั้นก็เห็นด้วย กับกรรมาธิการตามร่างเดิม
เชิญข้อต่อไปครับ
ท่านประธานครับ ไม่เห็นด้วยครับ
ประกาศไปแล้วครับ
นายจักรกฤษณ์ ทองศรี ส.ส. จังหวัด บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ไม่เห็นด้วยครับ ท่านประธาน
ประกาศผลไปแล้ว ไม่มีผลนะครับ ประกาศผลไปแล้วครับ เชิญต่อครับ
ข้อ ๗ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๘ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๒ หน้าที่และอำนาจของประธานสภา รองประธานสภา และหน้าที่ของเลขาธิการ ไม่มี การแก้ไข ข้อ ๙ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคำแปรญัตติ
มีผู้สงวนคำแปรญัตติ แล้วกรรมาธิการก็เอาไปแก้ไขด้วย เพราะฉะนั้นมาตรานี้ก็ต้องขอความเห็นชอบจากท่าน สมาชิกเช่นเดียวกันครับ ขอเชิญผู้แปรญัตติ ท่านอนุรักษ์เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ มาตรานี้ที่ผมขอแปรญัตติก็เนื่องจากว่า อยู่ในร่างเดิมนั้นเขียนว่า ประธานเป็นประธานของที่ประชุมอย่างเดียว ทีนี้ผมขอ เพิ่มเติมอย่างนี้ว่า และวางตัวเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่โดยยึดถือข้อบังคับนี้ อย่างเคร่งครัด เหตุผลสืบเนื่องจากผมเองได้เจอประสบการณ์ด้วยตนเองในวันนั้น ในวันที่ การประชุมครั้งที่ ๑๑ เรื่องการแต่งตั้งกรรมาธิการเพื่อพิจารณาข้อบังคับนี้ วันนั้นผมทักท้วง ท่านประธานว่ามีการแจกบัตรลงคะแนนสีเขียวกับสีแดง ผมทักท้วงท่านประธานว่า ถ้าแจก สีแดงมากกว่าทางฝ่ายค้านก็ต้องแพ้โดยที่ไม่มีหลักเกณฑ์การแจกเลย แต่ท่านประธานบอกผมว่า ผู้มีประสบการณ์เท่านั้นถึงจะคิดได้แบบนี้ ก็แสดงว่าท่านประธานไม่วางตัวเป็นกลาง ในที่ประชุม ซึ่งที่ผมพูดและขอแปรในครั้งนี้ และในวันนั้นก็มีการนับคะแนนผิดตามที่ ผมทักท้วงจริง ท่านประธานก็ได้นับคะแนนตอนหลัง ก็ขอโทษที่ประชุมว่าเจ้าหน้าที่นับผิด ซึ่งที่จริงแล้วผมก็ทักท้วงไว้แต่แรก ฉะนั้นผมจึงขอแปรญัตติเพิ่มเติมคำว่า ให้ประธานวางตัว เป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๐ (๒) บัญญัติว่า ประธานรัฐสภาและผู้ทำหน้าที่แทนประธานรัฐสภาต้องวางตน เป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ และมาตรา ๑๑๙ วรรคสอง ก็เขียนไว้เช่นเดียวกันว่า ผู้ทำหน้าที่ประธานสภาจะต้องวางตัวเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นรัฐธรรมนูญนั้นให้ความสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภาและประธานรัฐสภา ฉะนั้นผมจึงขอเพิ่มเติมในคำนี้ว่า ให้วางตัวเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ และทราบว่า เสียงส่วนใหญ่ในกรรมาธิการก็เห็นพ้องกับผมในวรรคแรก แต่ไม่เห็นด้วยในครึ่งหลัง กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นกับผมในครึ่งหลังที่เขียนว่า โดยให้ยึดถือข้อบังคับนี้ อย่างเคร่งครัด ฉะนั้นผมกราบเรียนที่ประชุมว่าถ้าเรามีการประชุมที่ผ่านมาก็มีกรณีถกเถียง อภิปรายกันเรื่องอย่างนี้เป็นหลายครั้ง ที่ผ่านมาตั้งแต่เปิดประชุมสภามา ฉะนั้นหลายคน ก็บอกว่าการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภาบางท่านวางตัวไม่เป็นกลาง ฉะนั้นจึงมี ความจำเป็นอยากจะเพิ่มเติมในข้อนี้ว่า ให้ประธานนั้นวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ โดยยึดถือข้อบังคับนี้อย่างเคร่งครัดให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๘๐ วรรคห้า และมาตรา ๑๑๙ วรรคสอง ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ
โดยที่พาดพิงนะครับ เลยขอเท้าความสักนิดหนึ่งนะครับ ผมพูดจริงครับวันนั้น เพราะผมคิดว่ามันเป็นไปได้อย่างไร เจ้าหน้าที่ไปแจกบัตรสีแดงให้กับอีกฝ่ายหนึ่งมากกว่าปกติ คนคิดได้อย่างนี้มันต้องมี ประสบการณ์ ผมพูดจริงครับ และการพูดอย่างนี้ก็ไม่ได้วางตัวไม่เป็นกลาง แต่ยืนยันว่าถ้ามันจริงคือไปแจกบัตรแดงมากกว่าบัตรอื่น ผมว่าไม่ใช่วางตัวไม่เป็นกลางหรอก เป็นอาชญากรรมเลยครับ ทำผิดกฎหมายเลยอย่างนั้น เพราะฉะนั้นมันเป็นไปไม่ได้ และวันนั้นก็เป็นไปไม่ได้จริง ๆ ที่จะไปแจกบัตรแดงมากกว่า ส่วนนับคะแนนผิดนั้นผมเรียก เจ้าหน้าที่มาตำหนิแล้วว่าข้อผิดพลาดอย่างนี้ความน่าเชื่อถือสภาจะลดน้อยลง ฉะนั้น การวางตัวเป็นกลางต้องหมายถึงว่าเลือกปฏิบัติ เช่น ให้ฝ่ายหนึ่งพูดอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้พูด หรือผมได้เคยเจอมาแล้วท่านครับ ผมเจอมาแล้วผมถึงระมัดระวังมาก แล้วผมถึงไม่อยากให้สภา และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมต้องมาอยู่ที่นี่ เพราะผมเจอมาแล้วในยุคสมัยพวกท่านเป็นประธานกัน ผมอภิปรายก็ไม่ได้ แปรญัตติก็ไม่รับ อ้างว่าเลยเวลา จนศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยว่า สิ่งที่เราทำนั้นถูกต้องแล้ว ผมไม่อยากให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น และผมเชื่อประธานทุกคนนะครับ ยกเว้นบางคนเท่านั้นเองที่เหมือนได้รับคำสั่งมา จนกระทั่งไม่สนใจว่ามีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แล้วหรือยัง มันมีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง จนต้องแก้ระเบียบกฎหมายของสภา ผมไม่ต้องการให้สภาของเราเป็นอย่างนั้น แล้วเท่าที่ผมอยู่มาผมคิดว่าประธานส่วนใหญ่ เกือบทุกคนมีความเป็นกลาง ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ประธานสภาเป็นอีกพรรคหนึ่งครับ ผมก็ได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม อันนี้คือสิ่งที่เป็นประสบการณ์ที่ผมเห็นมา แต่คนที่ ไม่เป็นกลางก็มี แล้วคนเหล่านั้นก็จะทำสิ่งที่ไม่สุจริต แม้กระทั่งแต่งตั้งข้าราชการ ก็เรียกผลประโยชน์ อันนี้ไม่ใช่พูดลอย ๆ นะครับ รองประธานสภา เลขาธิการสภาที่อาวุโส เล่าให้ผมฟังเองเลย เรียกไปพบ เรียกผลประโยชน์จนต้องไปปรึกษาตระกูล แล้วตระกูล ก็เห็นว่าอย่าเป็นเลยถ้าอย่างนั้น เพราะว่ามันเสียระบบของตระกูลของเขา อันนี้ก็ของจริง ที่เกิดขึ้น แล้วท่านพูดผมก็เรียนให้ท่านทราบว่าผมไม่มีอะไรที่ไปเลือกปฏิบัติหรือไม่เป็นกลาง เพียงแต่ว่าเมื่อท่านบอกหาว่าเผื่อเอาไปแจกบัตรอีกข้างหนึ่งมากกว่า อันนี้ไม่ใช่ไม่เป็นกลาง หรือเป็นกลาง เป็นเรื่องความผิดครับ ทำผิดกฎหมายเลยอย่างนี้ ฉ้อโกง ทุจริตในสภา ซึ่งเราทำไม่ได้อย่างนั้น ก็ทำความเข้าใจเมื่อท่านพูดเรื่องนี้ก็ทำความเข้าใจให้เข้าใจว่า ผมวางตัวเป็นกลางท่านครับ ผมไม่อยากมาอยู่ที่นี่แล้วก็ถูกประณามตามหลัง แล้วถูกคิด บัญชีทีหลัง แล้วต้องมาติดคุกตอนปลายเพราะทุจริต ผมไม่เอาครับ ผมไม่ทำอย่างนั้น ก็ขอให้ท่านมั่นใจในสิ่งที่ผมทำหน้าที่ไป แล้วผมก็ให้เกียรติกับทุกคน ผมมานั่งข้างบนนี้ก็ด้วย ความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเห็นสภาดีขึ้น น้อง ๆ ทั้ง ๒ คน รองประธานก็รุ่นน้องผม ให้เขาเลือก เมื่อเช้าผมไม่ได้ขึ้นเพราะว่าท่านศุภชัยขอเลือกว่าท่านขอขึ้นตอนเช้าได้ไหม บอกว่าได้ เดี๋ยวท่านสุชาติจะต่อจากผม แล้วก็จบด้วยท่านสุชาติวันนี้หรือเพื่อต่อในสัปดาห์หน้า ต่อไป ฉะนั้นเมื่อมีการพูดเรื่องนี้มาในวาระที่ไม่ควรจะพูดนะครับ มาเจาะจงตัวบุคคลผม ก็ขออนุญาตที่จะต้องทำความเข้าใจกับเพื่อน ๆ ทุกคนว่าผมอยู่ในสภามา ๕๐ ปี ผมอยู่มา ๕๐ ปี ๑๖ สมัย ผมได้ผ่านเห็นคนดีและคนร้ายเข้ามาเยอะ และผมไม่พยายามที่จะไป ทำเลียนแบบคนร้ายครับ แต่ว่าดูตัวอย่างคนดีว่าเขามีความเป็นกลางก็เอาแนวเขา หรือไม่ ก็คิดว่าเราทำอย่างไรให้สภาของเราดีขึ้น นี่คือความปรารถนา ทำได้หรือไม่ได้อีกเรื่องหนึ่ง แต่ใช้เวลาที่อยู่นี้เราจะอยู่นานเท่าไรไม่รู้ แต่ว่าจะใช้เวลาที่อยู่ในครั้งนี้ทำให้สภา เป็นที่ยอมรับของประชาชนให้ได้ ผมถึงเรียนพวกเราหลายคนว่าอย่าโกรธผมนะ ผมเคร่งครัด ข้อบังคับ เพราะว่าถ้าผมไม่เคารพข้อบังคับก็จะมีคนวิจารณ์ผมว่าเลือกปฏิบัติ อันนี้คือ สิ่งที่บางทีเราก็อาจจะไม่ค่อยพอใจที่บางทีผมไปตัดไม่ให้ท่านพูด หรือไปทำให้ท่านรู้สึกว่า ทำไมไม่ให้โอกาส แต่ผมก็ต้องเลือกระหว่างความเกรงใจกับยึดกติกา ก็ต้องยึดกติกาเป็นหลัก อันนี้ก็อยากเรียนทำความเข้าใจครับเพื่อให้เราได้สบายใจเพราะมีผู้กล่าวหา เดี๋ยวเราจะ คิดว่าผมไปเลือกปฏิบัติอย่างนั้น ก็เรียนพวกเราเพื่อได้ทำความเข้าใจ ผมไม่มีอะไรที่เป็นอคติ กับพวกเรา แล้วประธานก็ไม่มีสิทธิไปโกรธผู้ใดครับ นอกจากขอความคิดความเห็นอะไร ที่ควรแก้ไข ก็ขอบคุณพวกน้อง ๆ หลายคน จริงอยู่สภานี้เราไม่เลือกรุ่นพี่รุ่นน้องหรอกครับ อาวุโสเท่าไรก็เท่ากัน ผมก็ถือหลักอย่างนั้นครับ อาวุโสเท่าไรก็เท่ากัน คือไม่ใช่ว่าอยู่มานานกว่า แล้วจะเก่งกว่าก็ไม่จริงเสมอไป แต่ว่าอะไรที่คิดว่าความเห็นพวกเราจะเป็นประโยชน์ ก็ดึงมาทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ดึงมาช่วยกันคิด ข้อบังคับนี้ออกไป ผมเห็นแล้วครับ หลายเรื่องที่จะต้องเข้าไปทำ แม้กระทั่ง ทำอย่างไรงานพวกเราไม่ค้างวาระ ตอนนี้ญัตติเข้ามาเริ่มล้นแล้วครับ ทำอย่างไรไม่ล้น ก็หารือกันอยู่ขณะนี้ กระทู้เชื่อว่าข้อบังคับที่แก้ใหม่ กระทู้ต่อไปนี้ก็คงจะไม่ค้าง แต่ว่า มีกรรมการชุดหนึ่งที่ตั้งขึ้นมาตามข้อบังคับนี้ ผมก็ตั้งใจจะเป็นเอง เพื่อว่าจะได้ประสาน กับพวกเราได้ทุกฝ่ายว่า เราจะวางมาตรฐานไว้วันข้างหน้า เพื่อสภาเป็นที่ยอมรับประชาชน ได้อย่างไร ก็ถือโอกาสเรียนให้พวกเราได้มีโอกาสได้รับทราบถึงความรู้สึกในใจ เมื่อมีคน พูดเรื่องนี้ ว่าอันนี้คือความจริงใจที่มีต่อพวกเราทุกคน ทุกฝ่ายครับ อย่าไปกังวลว่าผมจะ เลือกปฏิบัติกับผู้ใด เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ผมกราบเรียนอย่างนี้ ผมไม่ได้ละลาบละล้วงหรือว่า ไปกล่าวหาท่าน แต่ผมพูดเหตุการณ์ให้ฟังว่า เหตุการณ์มันเกิดขึ้นวันนั้นผมทักท้วง และ สุดท้ายก็นับคะแนนผิดจริง ๆ ฉะนั้นเวลาผมจะอภิปรายชี้แจงท่านก็ปิดไมโครโฟนผม ท่าน ไม่ให้ผมพูด ฉะนั้นหลายคนในฝ่ายพูดถึงว่าในฝ่ายค้าน เขาก็มองว่าท่านไม่วางตัวเป็นกลาง ไม่ให้โอกาสฝ่ายค้าน ไม่ยอมรับฟังสิ่งต่าง ๆ ที่สมาชิกพูด ฉะนั้นอยากให้ท่านเปิดใจรับฟัง ฝ่ายค้านนิดหนึ่ง อย่างไรลงมติฝ่ายค้านก็แพ้อยู่แล้ว ฉะนั้นผมเองก็ไม่คิดจะละลาบละล้วง หรือว่าจะดูหมิ่นดูแคลนท่าน ผมเองกับท่านรู้จักกันมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ ท่านไปจังหวัดมุกดาหาร ในตอนเป็นนายกรัฐมนตรี ผมเป็นนายกเทศมนตรี ผมช่วยพรรคท่านก็คือ วรศุลี เชาว์ศิริกุล เป็น ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น ผมก็กราบเรียนว่าผมยังเคารพท่าน แต่ว่าที่ต้องพูดนั้น ก็อยากให้สภาแห่งนี้บันทึกตรงนี้ไว้ว่า ให้ประธานปฏิบัติหน้าที่โดยวางตัวเป็นกลาง แล้วก็ ยึดถือรัฐธรรมนูญที่ได้บัญญัติไว้ทั้ง ๒ มาตรา เพื่อจะให้ผู้ทำหน้าที่ประธานนั้นได้ปฏิบัติหน้าที่ ให้เป็นไปตามข้อบังคับด้วยครับ อันนี้ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานสภาเพื่อทราบ ขอบคุณครับ
ขอขอบคุณครับ ก็เรียน ยืนยันนะครับ วันที่แจกบัตรนั้นไม่มีการแจกบัตรแดงเกิน แต่ผู้นับคะแนนผิดพลาดจริง ผมก็บอกเลขาธิการสภาไปว่า ขืนผิดพลาดอีกความเชื่อถือสภา คือผิดพลาดไป ๒ คะแนน ๓ คะแนนวันนั้น แต่ไม่ได้แจกบัตรเกิน ขอเรียนยืนยันว่าทำอย่างนั้นผิดกฎหมาย ทำไม่ได้ อันนี้ท่านจะได้มั่นใจ บังเอิญนอกเรื่อง นอกข้อบังคับไป เพราะว่ามันเรื่องพาดพิงซึ่งจะ เสียหาย ถ้าไม่ได้มีโอกาสทำความเข้าใจ ผมหวังอย่างยิ่งว่าเพื่อน ๆ ในห้องประชุมนี้ จะได้เข้าใจภารกิจ ซึ่งบางครั้งความเคร่งครัดต่อระเบียบนั้น ผมรู้ว่ามันก็ทำให้คนไม่พอใจ แต่ผมก็จำเป็น เพื่ออะไรครับ เพื่อดึงสภานี้ให้เป็นที่ยอมรับให้ได้ ไม่ใช่เป็นที่แย่งพูดกัน ไม่ใช่เป็นที่ซึ่งไม่มีการรักษาระเบียบวินัย เป็นตัวอย่างที่คนเขามองถึงขนาดเรียกเราว่า สวนสัตว์ อย่างนี้มันก็รับไม่ไหว เพราะฉะนั้นเราก็ต้องล้างภาพที่เขารู้สึกว่าเป็นภาพที่ไม่ดี ออกไปให้ได้ด้วยวิธีปฏิบัติ ผมถึงเรียนว่าเราเป็นผู้ออกกฎหมาย เราต้องเป็นตัวอย่าง ผู้เคารพ กฎหมาย ข้อบังคับ อันนี้ความเคร่งครัดเหล่านี้ก็อาจจะมีปัญหาบ้าง แต่ว่าขอได้เข้าใจว่า ทั้งหมดคือเจตนาดี เกือบจะพูดได้ว่า เกือบจะไม่มีท่านใดที่ยกมือแล้วไม่ได้พูด จะมีบ้างก็คือ ผิดระเบียบหรือผิดข้อบังคับ แต่โดยทั่วไปแล้วจะเปิดโอกาส เพียงแต่ว่าขอให้ใช้เวลา ซึ่งผมก็ขอบคุณที่บัดนี้เกือบจะไม่ต้องเตือนเลยว่าหมดเวลาแล้วนะ เพราะอะไรครับ เพราะสมาชิกให้ความร่วมมือ ท่านไม่รู้หรอกครับวันลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี เพียงขอร้องว่า อย่าออกชื่อและจังหวัด ประหยัดเวลาไปได้ประมาณชั่วโมงเศษ อันนี้ผมไปพูดที่ไหน ผมก็พูดว่าสมาชิกเขาให้ความร่วมมือ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นเรื่องที่พวกเราควรจะมีส่วน ภาคภูมิใจในการที่เรายึดแนวปฏิบัติเพื่อภาพพจน์สภาของเราที่ดีขึ้น ก็กราบเรียนสมาชิก ทุกคนด้วยความเคารพ ไม่ได้ถือว่าตัวอยู่มานานแล้วจะเก่งกว่าคนอื่น ไม่จริงนะครับ มันอยู่ที่ ตัวเรา แล้วก็ไม่ใช่ว่าจะอยู่มากกว่าท่านและผมจะเอาเปรียบท่าน ก็ทำไม่ได้ ผมก็ยึดสิ่งเหล่านี้ ทุกอย่างผมก็พยายามจะรักษาสมบัติของสภา แม้กระทั่งผมเรียนท่าน ฉากหลังทำไมไม่เอา อะไรมาแต่ง เพราะถ้าแต่งก็ใช้อีกประมาณเดือนสองเดือน แล้วก็รื้อทิ้ง เสียไปเป็นแสน ๆ หลายแสนบาท ก็ตกลงว่าปล่อยอย่างนี้แล้วทำถาวรเลยจะได้ไม่ต้องสูญเงินเปล่า ๆ ว่าทำเสร็จแล้ว ของที่ถาวรจะมาก็อีกประมาณเดือนสองเดือนข้างหน้าแล้วรื้อของที่ทำไปชั่วคราวก็สูญ เงินเปล่า เพราะฉะนั้นผมก็ทำทุกอย่างเพื่อรักษาประโยชน์ของส่วนรวม ผมเป็นประธาน อาเซียน (ASEAN) ฝ่ายนิติบัญญัติ เขาเช่ารถให้ผมวันละ ๑๘,๐๐๐ กว่าบาทต่อวันในการ ที่จะประชุมอาเซียน (ASEAN) รับแขก ผมก็สละว่าส่วนของประเทศไทยไม่เช่า ประหยัดเงิน ให้สภาไปได้เกือบแสนบาทในช่วงประชุม ๓-๔ วัน ผมพยายามทำทุกอย่างเพื่อรักษาสมบัติ และให้ตัวอย่าง อย่าให้ใครตำหนิเราได้ว่าเราดีแต่พูด ตรวจงบประมาณคนอื่น พอถึงตัวเอง ฟุ่มเฟือย ผมไม่อยากให้ใครประณามเราอย่างนั้นครับ ก็เรียนที่ประชุมได้รับทราบ ขอขอบพระคุณ ผมขอไปต่อนะครับ เรื่อง อำนาจหน้าที่ของประธานสภา และรองประธานสภา และหน้าที่ของเลขาธิการ ข้อ ๙ ซึ่งเรียนเลยว่ามีผู้แปรญัตติ ท่านอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ขอเชิญครับ
ผมพูดไปแล้วครับท่านครับ
ท่านนิยม ขอประทานโทษ ท่านอนุรักษ์พูดไปแล้วครับ ขออนุญาตท่านนิยมนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมแก้นิดเดียวครับ เพิ่มเข้ามานิดเดียวตรงที่ ให้ประธานทำหน้าที่ อย่างเคร่งครัดตามข้อบัญญัติของข้อบังคับที่เป็นลายลักษณ์อักษร แก้นิดเดียวครับ
ต่อไปครับ นางสาวรังสิมา
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันได้สงวนคำแปรไว้นะคะ ดิฉันขอเพิ่มหน้าที่และอำนาจอื่นตามที่ กฎหมายบัญญัติไว้ หรือตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ ๖.๑ เปิดโอกาสให้สมาชิกทุกฝ่าย ใช้สิทธิหรือแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน ถ้าสมาชิก เห็นว่าประธานปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจด้วยความอคติต่อสมาชิกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือลำเอียงเข้าข้างสมาชิกอีกฝ่ายหนึ่ง หรือไม่เปิดโอกาสให้สมาชิกทุกฝ่ายใช้สิทธิหรือแสดง ความคิดเห็นในการประชุมอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกันอาจเสนอญัตติโดยมีจำนวน สมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า ๒๐ คน ให้ที่ประชุมวินิจฉัยการปฏิบัติหน้าที่หรือการใช้อำนาจ ของประธานได้ เมื่อที่ประชุมได้ลงมติวินิจฉัยโดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาว่าการปฏิบัติหน้าที่หรือการใช้อำนาจของประธาน เป็นไปด้วยความอคติหรือลำเอียงหรือไม่เปิดโอกาสอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน ให้ประธานขอโทษต่อที่ประชุมและดำเนินการแก้ไขการปฏิบัติหน้าที่หรือการใช้อำนาจ ในกรณีนั้น ๆ ให้ถูกต้องต่อไป เหตุผลที่ดิฉันได้เพิ่มเติมเพราะว่าจากเหตุการณ์นี้เท่าที่ผ่านมา ดิฉันก็ถูกประธานปฏิบัติต่อดิฉันอย่างไม่เป็นธรรม สมัยก่อนไม่ใช่เป็นสมัยนี้ ดิฉันคิดว่า สมัยนี้ท่านคงจะเป็นธรรมสำหรับดิฉัน แต่ที่ผ่านมาดิฉันยกมือประธานก็แกล้งมองไม่เห็น ดิฉันไปชูหน้าบัลลังก์ก็มองไม่เห็นอีก ไม่ยอมเรียกดิฉันเลย ดิฉันอยู่ซีกทางฝ่ายซ้ายมือของ ท่านประธาน ประธานจะมองเอียงไปแต่ทางขวา ไม่ยอมมองมาทางซ้าย ดิฉันจึงได้ถาม ท่านประธานว่าท่านประธานตาเหล่หรืออย่างไรมองแต่ทางขวาอย่างเดียว เพราะฉะนั้น ดิฉันถึงต้องการให้เขียนกันไว้ว่า ประธานต้องเป็นธรรม ต้องเป็นกลาง ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ใช่ประธานอยู่ สมมุติว่าประธานตอนนี้อยู่พรรคประชาธิปัตย์ ท่านจะเรียกแต่ พรรคประชาธิปัตย์อย่างเดียวไม่ได้ แต่ที่ผ่านมามันไม่ใช่แบบนี้ ดิฉันจะกลัว แต่ว่าถ้าเป็นท่าน ดิฉันก็ไม่กลัวหรอก เพราะดิฉันรู้ว่าท่านไม่ทำ แต่ดิฉันกลัวว่าข้อบังคับอันนี้มันจะไปใช้กับ สภาหน้าอีกใช่ไหมคะ เลือกตั้งใหม่ต้องใช้ข้อบังคับนี้ชั่วคราว มันก็จะกลายเป็นปัญหาว่า ถ้าประธานไม่เป็นกลางก็ขอให้มีสมาชิกสามารถลงมติได้ เพื่อที่จะให้ประธานได้เป็นกลาง แล้วก็รู้ว่าตัวเองผิดนี่ก็จะต้องขอโทษในที่ประชุม ไม่ใช่สมาชิกผิด แต่ประธานทำอะไร ก็ถูกหมดอย่างนี้มันไม่ใช่ค่ะ ประธานก็ผิดเป็นเหมือนกัน แล้วก็ไม่เป็นธรรม ท่านก็เห็นแล้วว่า เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นวุ่นวายทั้งหลายในสภาที่ผ่านมา เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานก็พูดเองว่า ตอนที่ท่านขอพูดนี่ท่านก็ไม่ได้พูด แปรญัตติก็บอกว่าหมดเวลา อันนี้อย่างไรคะ ท่านก็เจอ มาแล้ว ดิฉันก็เจอมาแล้ว เพราะฉะนั้นดิฉันก็ไม่อยากให้สมาชิกที่อยู่ ณ ที่นี้เจออีก ก็ขอให้ ทางท่านกรรมาธิการเห็นดีเห็นงามกับดิฉันสักข้อเถอะค่ะ ดิฉันนี่สงวนไว้ ดิฉันดูแล้ว ท่านไม่เห็นดีเห็นงามเลย เพราะฉะนั้นอันนี้อยากจะให้ท่านสมาชิกทุกท่าน อย่างที่ ท่านอภิปรายเมื่อสักครู่นี้ท่านอนุรักษ์นะคะ ดิฉันก็คิดว่าคงจะได้คะแนนจากท่านอนุรักษ์ สักคะแนนหนึ่ง เพราะท่านก็บอกว่าประธานไม่เป็นกลาง แต่ว่าอันนี้ก็อยากจะให้สมาชิก ในสภาเห็นด้วยกับดิฉันตามที่ดิฉันสงวนคำแปรญัตติไว้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ต่อไปท่านนิยมครับ ขอโทษครับ ท่านรังสิมาแล้วนะครับ ตกลงยังติดใจอยู่ไหมครับผู้แปรญัตติ คุณรังสิมา ยังติดใจไหมครับ ต้องลงมติไหม
หนูติดใจทุกญัตติที่สงวนไว้ค่ะ
ท่านวีระกรครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ตามที่ในมาตรา ๙ ได้มี การแก้ไขเพิ่มเติมคำว่า และต้องวางตัวเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ โดยรวมก็คือใน (๑) เป็นประธานของที่ประชุมและต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ ท่านประธานที่เคารพ สภาผู้แทนราษฎรเรามีข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรมาหลายยุคหลายสมัย ไม่เคยปรากฏการณ์ว่าจะต้องมาเขียนประโยคนี้ วรรคนี้เติมเข้าไปแม้แต่ครั้งเดียว เท่าที่ ผมจำได้ ผมไม่เคยเห็นการทำงานของท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นสมัยที่ผม เป็นผู้แทนราษฎรมาทั้งหมด ๘ สมัย ผมเองก็ไม่เคยเห็นว่าท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร จะตั้งใจวางตัวไม่เป็นกลาง ส่วนใหญ่การที่ไม่ชี้ใครให้พูดในสภาก็เป็นเพราะว่าท่านไม่เห็นจริง ๆ หรือว่าเป็นช่วงเวลาที่ง่วง หรือช่วงเวลาที่ท่านประธานอาจจะไม่ได้มองไปทางนั้น เพราะฉะนั้นบางครั้งการที่เราเขียนเข้าไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ เขียนลงไปนี่ว่า ให้ประธาน ปฏิบัติตัวเป็นกลาง แล้วผมถามว่าถ้าไม่ปฏิบัติตัวเป็นกลางจริง ๆ สมมุติว่าเป็นประธาน ที่ไม่ปฏิบัติตัวเป็นกลางจะไปแก้ไขอย่างไร จะมีบทลงโทษอย่างไร ก็ไม่มี ไม่มีแล้วเขียนไว้ ทำไม การที่เขียนให้วางตัวเป็นกลางนี่เป็นอะไรที่คำว่า เป็นกลาง ในโลกนี่มันเป็นเส้นบาง ๆ ท่านประธาน มันจะบางหรือไม่บาง มันสุดแท้แต่บุคคลผู้นั้นจะคิดเอาเอง แต่เนื่องจาก การที่จะวางตัวเป็นกลางหรือไม่เป็นกลาง เขียนไว้ก็ไม่ได้เกิดประโยชน์ใด ๆ ผมเห็นสมควร ไม่ควรเติมเข้าไปตามที่ประธานกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ได้เติมเข้าไป ผมไม่เห็นด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านบุญฐิณเชิญครับ
กราบเรียนท่านสภาที่เคารพ ผม บุญฐิณ ประทุมลี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ผมเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการแก้ไขที่ให้คนที่เป็นประธานต้องวางตัวเป็นกลาง เพราะอะไรครับ ก็คือ เพื่อให้การประชุมสภาแห่งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพประสิทธิผล ต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก ข้อ ๒ เพื่อให้สภาแห่งนี้เป็นตัวอย่างแก่สภาอื่น ทั้งของครู นักเรียน นักศึกษาหรือสภาท้องถิ่น คุณลักษณะของคนที่เป็นประธานที่เป็นกลาง ผมบอกว่าไม่มีคำอธิบายใดที่จะดีไปกว่า คำปวารณาตนของท่านประธานที่เข้ารับตำแหน่งวันแรกบวกกับประวัติของการทำหน้าที่ รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีและประธานสภา ท่านเป็นคนมีอุดมการณ์ ยึดมั่นในหลักการ สมควรที่จะเป็นแบบอย่าง ท่านประธานที่เคารพ คนที่เป็นตำแหน่งผู้บริหาร นักปกครอง และเป็นหัวหน้าองค์กร มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ย่อมให้คุณให้โทษ ดังนั้นตำแหน่งเหล่านี้จะต้องมีคุณธรรมและยึดมั่นด้วย คุณธรรมคือคุณธรรมสำหรับ นักบริหาร นักปกครอง ก็คือพรหมวิหาร ๔ ความมีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา โดยเฉพาะ ข้อสุดท้ายข้อ ๔ คำว่าอุเบกขา ก็คือเมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาหรือผู้อยู่ภายใต้ขององค์กรนั้น มีข้อขัดแย้ง คนที่ทำหน้าที่เป็นประธานหรือเป็นผู้บริหารจะต้องวางตัวเป็นกลาง มิยินดียินร้ายเข้าข้างใดข้างหนึ่ง หรือภาษาชาวบ้านคำว่า ถือหาง ขออภัยขอถอนคำนี้ครับ เพราะว่าอะไร เดี๋ยวประชาชนจะเข้าใจว่าเป็นสภาเสือ สิงห์ กระทิง แรด ถ้าไม่เหมาะสม ก็ขอถอนเช่นกันครับ อันนี้คือสิ่งที่สนับสนุนของคณะกรรมาธิการแก้ไข ท่านประธานที่เคารพ ผมต้องขออภัยที่อภิปรายอาจจะพาดพิงการปฏิบัติหน้าที่ของท่านประธานทั้งทางตรง ทางอ้อม ประเด็นนี้ผมขอยกตัวอย่างลักษณะของประธานที่ไม่เป็นกลางสั้น ๆ สัก ๑ เรื่อง ผมเคยรับราชการครูเมื่อปี ๒๕๓๖ ผมเป็นครูใหญ่ ผมเข้าไปร่วมประชุมกับประธานกลุ่ม โรงเรียน มีประธานกลุ่มท่านหนึ่งเป็นผู้บริหารโรงเรียน ตอนมีประเด็นอภิปรายและลงมติ ท่านขออนุญาตบอกว่า ผมขอวางตำแหน่งประธานไว้ข้างบน แล้วลงมาอภิปรายกับกรรมการ ข้างล่างแล้วก็ลงมติ แล้วก็ขึ้นไปข้างบน ปรากฏว่ามติเท่ากันท่านใช้สิทธิในการเป็นประธาน ชี้ขาด ท่านบอกว่าอย่างไรครับ ผมให้เกียรติที่ประชุมแล้ว ผมไม่ได้ใช้ตำแหน่งประธาน ในการอภิปราย ไม่มีกฎหมายหรือข้อห้ามระเบียบใดที่ให้ประธานเป็นกลาง ท่านบอกสิ่งที่ ผ่านมาเป็นแค่ธรรมเนียมปฏิบัติ ถ้ากรรมการท่านใดไม่พอใจหรือติดใจก็ให้ไปฟ้องร้อง หรือไปร้องเรียนที่ไหนก็ได้ท่านบอก สมัยก่อนไม่มีศาลปกครอง แต่ปัจจุบันไม่รู้ว่าผู้บริหาร กระทรวงศึกษาธิการยังมีแบบนี้หรือเปล่าไม่ทราบ อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากเรียน ท่านประธาน แล้วผมมีข้อสังเกตที่ประชุมที่ผ่านมา อันนี้พาดพิงท่านประธานโดยตรง อย่างไรท่านชี้แจงหลังจากผู้อภิปรายท่านจะกรีดจะทุบอย่างไรแล้วแต่ท่านจะเมตตาครับ ที่ประชุมที่ผ่านมาผมสังเกตเห็นว่า ท่านประธานวางตัวไม่เป็นกลาง อันเนื่องมาจากที่ประชุม บางครั้งเพื่อนสมาชิกเสียงข้างน้อยยกมือขึ้นหารือหรือประท้วงท่านก็ทำไขสือ คือทำไม่รู้ ไม่ชี้ไม่เห็นบ้าง ท่านยอมรับเองนะครับ อันนี้คืออาจจะไม่เห็นจริง ๆ เพราะว่าแม้แต่สายตา ท่านก็ไม่ชายมาฝั่งนี้ จริงอยู่ครับสมาชิกฝ่ายเสียงข้างน้อยอาจจะอภิปรายไม่ไพเราะเสนาะหู แต่ว่าเป็นการอภิปรายในที่ประชุม ที่สภาแห่งนี้วัดกันที่เสียงข้างมาก ส่วนความชอบธรรม อยู่ที่หลักการและเหตุผล ดังนั้นผมคิดว่ามีข้อสังเกตอยู่ ๓ ข้อ
๑. เหตุผลที่ท่านประธานไม่เป็นตามคำพูด ผมตั้งข้อสังเกตอาจจะเป็นเพราะ สถานที่ เพราะที่ผ่านมาไม่ใช่สภาจริง เป็นสภาเช่า วันก่อนผมหารือท่านประธานยังมีคนพูด บอกว่าผมจะหาเรื่อง ผมต้องขอโทษด้วยถ้าเป็นตามนั้น มันเหมือนผีเข้าผีออกครับ
๒. อาจจะเป็นเพราะรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย หลายคนยอมรับ คำว่าเป็นประชาธิปไตยเหมือนนานาอารยประเทศ มีคนที่ให้ คำจำกัดความหรือความคิดรวบยอดที่ดีที่สุด คืออดีตท่านประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ผู้ยิ่งใหญ่ ท่านที่สั่งเลิกทาส คืนอิสรภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้อเมริกันชน คือท่านประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น ท่านได้กล่าวสุนทรพจน์ไว้ว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยเป็นการ ปกครองของประชาชนโดยประชาชนและเพื่อประชาชน อันสุดท้ายครับ ผมว่าเกี่ยวข้องกับ ท่านประธาน เพราะว่าตอนนี้ท่านประธานถือว่าเป็นผู้สูงวัย มีอายุมาก ขออภัยครับบ้านผม เรียกว่า เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ แต่ผมอยากให้ท่านเป็นแก่ก็แก่เป็นหลักบ้านหลักเมือง ถ้าเป็นขิง ก็เป็นขิงแก่ ไม่อยากให้ใครมาพูดท่านประธานว่าเป็นขิงผุ เพราะว่าอะไรครับ บ้านนี้เมืองนี้ มีคนที่พูดกลับไปกลับมา พูดแล้วเหมือนลมปากที่ผ่านเลยไม่เคยรักษาคำพูด ทั้งที่มี อายุอ่อนวัยกว่าท่านประธานก็มีมาก สุดท้ายนี้ผมอยากจะฝากข้อคิดถึงท่านประธาน คณะรัฐมนตรี สมาชิกผู้ทรงเกียรติ และพี่น้องประชาชนที่รับชมรับฟังทางบ้านว่า คำพูด อันสละสลวยบางครั้งใช่ว่ามาจากความจริงใจไม่ พฤติกรรมต่างหากที่มาจากความจริงใจ จะพูด จะติ จะชมผู้ใดอย่าเพิ่งเอาคำพูดมาเปรียบ ขอบคุณครับ
ที่จริงวาระข้อบังคับ ไม่ใช่เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจประธานนะครับ แต่ว่าไม่เป็นไรครับ ก็เรียนท่านด้วยครับว่า ผมก็อายุมากจริง แล้วก็เป็นอายุมากที่ภูมิใจว่าคนยังเลือกมา สำคัญคือไม่ซื้อเสียง ไม่โกงเลือกตั้ง อันนี้คือสิ่งที่ถือว่ามีเกียรติสูงสุด มาด้วยโกงเลือกตั้งซื้อเสียง ไปอวดใครได้ อวดโจรได้ แต่อวดคนดีไม่ได้หรอกครับ นี่คือสิ่งที่คนสูงอายุอย่างผมภาคภูมิใจ เพราะว่า ผมตั้งใจเป็นนักการเมือง ผมถึงรักนักการเมือง ผมไม่ได้รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรอกครับ เพราะผมก็ไม่เห็นด้วย แต่ว่าผมเคารพกฎหมาย เมื่อกฎหมายออกมาแล้ว ผมก็เคารพ กฎหมาย แล้วก็คิดจะแก้ไขต่อไปว่ามันจะดีขึ้นอย่างไร สำคัญก็คือว่าเราทำอย่างไร ให้การเมืองมันดีขึ้น ผมเห็นด้วยกับท่านครับ ไม่ใช่ดีแต่ปาก พูดดี แต่ว่าเบื้องหลัง โกงเลือกตั้ง ทุจริตมา ซื้อเสียงมา คนประเภทนี้ไม่น่านับถืออะไรหรอกครับ อย่างนี้เขา เรียกว่า ดีแต่ปาก แต่ว่าถ้าเขามาด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต มาแบบการเมืองสุจริต จะอายุน้อย อายุมาก ผมว่าคนประเภทนั้นน่านับถือ ผมคิดว่าในวาระข้อนี้อันที่จริงแล้ว ผมว่าสมาชิกเจตนาจะวิจารณ์ผมเกินไปหน่อย เพราะว่าท่านคงไม่ได้อยู่ในยุคพวกผม เจอพวกท่าน สมัยที่พวกท่านเป็นประธานปฏิบัติกับพวกเราอย่างไร ท่านไม่รู้หรอกครับ แต่ว่าทัศนะของคนก็แล้วแต่ เมื่อสักครู่นี้สมาชิกก็วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญว่าเชื่อถือไม่ได้ แต่ความจริงในสายตาผม ถ้าไม่มีศาลรัฐธรรมนูญบ้านเมืองเราเหลวแหลกเละเทะหมด คนทุจริตโกงกินลอยนวลมา แต่ศาลรัฐธรรมนูญสามารถปกป้องประโยชน์ ก็แล้วแต่ว่า เราอยู่ในกลุ่มไหน ถ้าเราในกลุ่มที่อยู่ผลประโยชน์กับพวกโกงบ้านโกงเมือง เราก็จะมองว่า ศาลรัฐธรรมนูญเป็นพวกที่ไม่น่าเชื่อถือ แต่ว่าถ้าเราอยู่ในกลุ่มที่คนสุจริต เราก็จะเห็นว่า ศาลใช้ดุลพินิจตัดสินลงโทษคนผิดนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ท่านสมาชิกที่เคารพทุกคน ผมไม่ต้องการที่จะไปโต้ตอบใคร แต่ว่าเมื่อท่านพูดในลักษณะที่อาจจะถือว่าบิดเบือน ความจริง ผมก็จำเป็นต้องชี้แจงให้ฟังแล้วก็ยึดหลัก ท่านครับ ผมไม่ใช่พูดต่อหน้าอย่าง ลับหลังอย่าง ไม่ใช่ว่าพูดการเมืองสุจริต ลับหลังซื้อเสียงโกง อันนี้ผมไม่ทำอย่างนั้นนะครับ อันนี้คือสิ่งที่ท่านเชื่อได้อันหนึ่งใน ๕๐ ปีที่ผ่านมา ผมถึงภูมิใจที่เป็นนักการเมือง ผมถึง ไม่ยอมให้ใครด่านักการเมือง เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีปัจจุบันนี้พูดถึงนักการเมืองไม่ดี ผมคือคนเดียวที่กล้าออกมาบอกท่านว่า ท่านครับ ที่ท่านพูดมันก็มีจริงเฉพาะบุคคล แต่ว่า ท่านอย่าเหมา ทหารไม่ดีก็มี ตำรวจไม่ดีก็มี พระในวัดไม่ดีก็มี ผู้แทนไม่ดีก็มี แต่ท่าน อย่าเหมา ผมว่าไม่เคยมีใครกล้าไปพูดกับท่านนายกรัฐมนตรีอย่างนั้น แต่ผมพูดว่าท่านไปเหมา นักการเมืองไม่ดีมันไม่จริง ก็เลยทำให้นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันนี้ออกทีวี (TV) วันศุกร์ เป็นครั้งแรกว่า นักการเมืองที่ดีก็ยอมรับสิ่งที่ผมโต้ตอบไป เพราะอะไรครับ เพราะผมเข้ามา เล่นการเมืองเพราะไม่ใช่ไม่มีงานทำครับ ผมจบเนติบัณฑิต รุ่นผมมีผมคนเดียวครับ นอกนั้น ก็เป็นผู้พิพากษา เป็นอัยการหมด ผมตัดสินใจเพื่อเป็นนักการเมือง สมัครแล้วคนก็เลือกผมมา ก็เป็นหนี้บุญคุณคนจังหวัดตรัง เป็นหนี้บุญคุณคนภาคใต้ เป็นหนี้บุญคุณพี่น้องทั้งประเทศ เวลาเขารู้ผลบัญชีรายชื่อเพื่อมาทำงานการเมือง เพราะฉะนั้นท่านอย่ามองประเมินว่าคนที่มาแบบนี้เป็นคนที่ไม่น่าเชื่อถือ ผมก็อยากให้ ใครก็ตาม ไม่ใช่เฉพาะท่านนะครับ ใครก็ตามแล้วก็ย้อนกลับตัวเราเอง ที่ผมไม่ค่อยว่าคนอื่น เพราะอะไร เพราะผมย้อนกลับตัวเราเองว่า แต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่าไปหวังว่า ทุกคนจะเหมือนกัน เราอย่าไปตำหนิคนอื่น ตัวเราเองด้วยซ้ำ สำคัญที่ตัวเราเอง อย่าประพฤติปฏิบัติอย่างที่เราไม่เห็นด้วย อันนี้ก็อยากเรียนให้เข้าใจ เพราะว่าท่านใช้โอกาส ในการแปรญัตติแล้วก็อภิปราย ความจริงท่านก็ไม่ได้แปรญัตติ แต่ท่านใช้โอกาสนี้ ในการพาดพิง ผมก็จำเป็นต้องป้องกันและไม่อยากให้ท่านเข้าใจผิด เรียนที่ประชุม รบกวน ที่ประชุมนะครับ ท่านสมาชิกอย่าตำหนิที่ผมต้องใช้โอกาสนี้ เพราะว่าผมก็จะไม่มีโอกาสอื่น ถ้าเราไม่มีชี้แจงความเข้าใจด้วยกันครับ ขอเชิญท่านประธานเชิญชี้แจง
ท่านประธานครับ กระผม อดิศร เพียงเกษ ขออนุญาตท่านประธานครับ
เชิญเลยครับ
ในฐานะเป็นกรรมาธิการ ในข้อ ๙ นี้ กรรมาธิการได้เพิ่มเติมขึ้นมาว่า และต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ ก็ฟัง ความคิดเห็นในสมาชิกแห่งนี้ ก็เป็นห่วงเรื่องประธานเป็นกลาง แต่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๙ วรรคสอง เขาเขียนไว้ชัดเจนว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา และผู้ทำหน้าที่แทนต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ เขียนไว้อย่างนั้น กรรมาธิการก็เลยเอาคำนี้มาบรรจุไว้ ส่วนที่ผ่านมาแล้วเรื่องศาลรัฐธรรมนูญ เป็นมุมมอง ท่านประธานอาจจะมองว่าอย่างหนึ่ง แต่ผมมองว่าอย่างหนึ่ง เพราะศาลรัฐธรรมนูญ และ กับ หรือ เป็นคำเดียวกันนะครับ ขอบคุณครับ
ความจริงเรื่องศาล รัฐธรรมนูญนั้น บังเอิญพวกท่านหยิบยกขึ้นมาวิจารณ์เขา ไม่น่าเชื่อถือ ความจริงแล้วในที่นี้ ผมยังมองว่าใครจะลุกขึ้นมาปกป้องบ้าง เมื่อไม่มีผมก็พูดเสียเองว่าในสายตาของแต่ละฝ่าย ก็อาจจะไม่เหมือนกันครับ เชิญท่านประธานครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมในฐานะประธานกรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนว่าในข้อ ๙ นี้มีอยู่ ๓ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่า ในข้อบังคับเดิมตอนที่อนุมัติหลักการจากสภานี้ จะมี (๑) ถึง (๖) ไม่มีคำว่า และต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ อันนี้ก็สอดคล้อง กับร่างข้อบังคับเดิมที่เคยบัญญัติไว้ ด้วยเหตุผลดังที่ท่านอดิศรในฐานะกรรมาธิการได้ชี้แจง เรื่องที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แล้วเรามาใส่ไว้ในข้อ ๑ ต่อท้าย อันนี้ก็ได้เรียนชี้แจงแล้ว มีอีกประเด็นหนึ่งต้องเรียนว่า มีผู้แปรญัตติอยากจะให้เขียนเน้นถ้อยคำต่าง ๆ ในฐานะ ของประธานสภาให้ปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ก็ขอเรียนว่าในชั้นกรรมาธิการเรา ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าในข้อ ๔ ของข้อบังคับ ถ้าท่านย้อนไปดูนิดหนึ่งก็จะเห็นว่าในข้อ ๔ ระบุไว้ว่า ให้ประธานสภาเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้ เพราะฉะนั้นประธานมีหน้าที่ เหนือกว่าที่เราจะเขียนตรงนี้อยู่แล้ว เพราะต้องรักษาการตามข้อบังคับ เพราะฉะนั้น ก็เลยไม่ต้องไปบัญญัติหรือเขียนเน้นเพิ่มเติม ก็ขออนุญาตเรียนชี้แจงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ
ท่านประธานครับ ทางนี้ครับ ท่านประธาน จะขออนุญาตแสดงความเห็นได้หรือไม่ได้อย่างไรครับท่านประธาน ผม วิรัตน์ วรศสิริน ครับ
เชิญเลยครับ
พอดียกมือนาน ท่านประธาน ไม่เห็น ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขออนุญาตแสดงความเห็นต่อกรณีนี้ นิดหนึ่งครับท่านประธาน เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคมที่ผ่านมา ในพิธีอาเศียรวาท คำแรก ในคำกลอนก็คือ สมานฉันท์ปรองดอง บังเอิญท่านประธานพูดถึงเรื่องความขัดแย้งในอดีต ผมคิดว่าสภาแห่งนี้ไม่น่าจะพูดถึงแล้ว อันนี้เป็นความเห็นเพราะผมคิดว่าควรจะสมานฉันท์ ปรองดองกัน ผมขออนุญาตนิดหนึ่งท่านประธาน ผมสนับสนุนให้เติมคำว่าเป็นกลาง เพราะว่าก็ไม่มีอะไรเสียหายครับท่านประธาน ก็เหมือนกับเราบอกว่าใครเป็นคนดีอะไรอย่างนี้นะครับ ให้ทุกคนเป็นคนดี และให้ท่านประธานเป็นกลางก็ไม่มีอะไร ผมคิดว่าก็เป็นคำที่ถูกต้อง
ส่วนความเห็นเกี่ยวกับเรื่องตัวท่านประธาน ผมขออนุญาตเรียนด้วยความ เคารพ จริง ๆ เรื่องการเพื่อให้ห้องประชุมนี้มีระเบียบ การเด็ดขาดหรือว่าการใช้อำนาจ ที่เด็ดขาด กับเผด็จการ มันจะก้ำกึ่งกัน เช่น ๕ ปีที่ผ่านมา การใช้อำนาจที่เด็ดขาด กับการเป็นเผด็จการมันจะใกล้เคียงกันมากท่านประธาน จึงอยากให้ท่านพิจารณา ให้ความเห็นใจกับท่านสมาชิก กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญ กรรมาธิการครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานที่เคารพ ในกรณีของ ข้อ ๙ ที่ต้องเติมในเรื่องต้องวางตัวเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งท่านกรรมาธิการท่านอื่น ก็ได้เรียนแล้วว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๙ วรรคสอง มันมีสิ่งหนึ่งเหตุที่จะต้อง บัญญัติตรงนี้ ตัวผมเองเป็นคนเสนอขึ้นมาหลังจากที่สภารับหลักการข้อบังคับนี้แล้ว เนื่องจากว่ามีการพูดถึงในเรื่องของความเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่มากมายในการประชุม ครั้งก่อนหน้านั้นที่เราจะรับหลักการ สิ่งที่สำคัญมีสมาชิกหลายท่านที่มาพูดกับผม มาแสดง ถึงความห่วงใยเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ เช่น ความเป็นกลางนั้นการให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง พูดมากกว่าฝ่ายหนึ่ง อีกฝ่ายหนึ่งปิดไมโครโฟนปิดอะไรตลอดเวลา และมีการกล่าวตำหนิ การที่พอดูแล้วฝ่ายตนเองนั้นมีเสียงไม่พอในการที่จะโหวตญัตติเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แล้วก็ ปล่อยเวลาให้พูดไปถึงจนหมดเวลา แล้วไปโหวตอีกวันหนึ่งเพื่อรอให้เสียงพร้อม อันนี้ก็แสดง ถึงความไม่เป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเรื่องเหล่านี้มันไม่ใช่เป็นเรื่องของการทุจริต การซื้อเสียง มันคนละประเด็นกัน โดยเนื้อแท้ของคนที่เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่ คนเป็นกลางโดยเนื้อแท้ เพราะว่าคนที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้นจะต้องเป็นบุคคลที่มี เสียงข้างมากในสภาเท่านั้น นั่นคือมีฝักฝ่ายอยู่แล้ว ดังนั้นฝ่ายเสียงข้างน้อยจึงจำเป็นต้อง ขอให้ประธานสภานั้นวางตัวเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ ก็เพื่อให้ความเป็นธรรมในการที่จะ ใช้ความเห็นในสิ่งต่าง ๆ ที่จะเสนอเพื่อประโยชน์ของประชาชน ท่านประธานที่เคารพ สิ่งเหล่านี้ตัวผมเองนั้นจึงต้องเสนอหลักการอันนี้ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๙ วรรคสอง อีกทั้งในส่วนของที่ท่านสมาชิกบางท่านที่ได้กล่าวว่า ไม่สามารถที่จะ เอาผิดอะไรได้ ถ้าเกิดประธานไม่เป็นกลาง ในเรื่องเหล่านี้ความรับผิด เป็นความรับผิดชอบ ทางการเมือง ไม่ได้ความรับผิดชอบทางศาล หรือลงโทษอะไรก็แล้วแต่ ถ้าท่านประธาน วางตัวไม่เป็นกลาง และมีการบัญญัติบรรจุไว้ในข้อบังคับว่าต้องวางตัวเป็นกลางในการ ปฏิบัติหน้าที่นั้น สมาชิกสามารถลุกขึ้นประท้วงและอ้างข้อบังคับได้ และข้อบังคับอันนี้ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ดังนั้นผมคิดว่าการที่คณะกรรมาธิการได้เพิ่มเติมหลังจากที่มีปัญหา มากมาย ที่มีความรู้สึกไม่สบายใจเมื่อมีการดำเนินการไม่ดำเนินการ ผมคิดว่าก็ชอบแล้ว และขอเสียงสนับสนุนจากสภาด้วยครับ
เชิญสมาชิกครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ต่อเนื่องจาก ท่านสมาชิกได้อภิปรายไป ๒-๓ ท่าน เรื่องความเป็นกลางของท่านประธาน ซึ่งผมก็คิดว่า เป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้วเป็นเรื่องสำคัญ แล้วโดยที่รัฐธรรมนูญก็เขียนไว้อยู่แล้วว่า ประธานเมื่อทำหน้าที่ในฐานะประธานสภาก็ทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง แต่ทีนี้พอท่าน มาเขียนเน้นเฉพาะในข้อ ๙ (๑) เป็นประธานในที่ประชุมและต้องวางตัวเป็นกลางในการ ปฏิบัติหน้าที่ และเรื่องอื่นละครับ (๒) กำกับดูแลกิจการของสภา ไม่ต้องเป็นกลาง หรือครับ (๓) การควบคุมรักษาความสงบเรียบร้อยในที่ประชุมต้องเป็นกลางหรือไม่ครับ (๔) เป็นผู้แทนสภาในกิจการนอกสภาต้องเป็นกลางหรือไม่ครับ ฉะนั้นท่านก็ต้องใส่ทุกข้อ เลยครับ เพราะท่านต้องเป็นกลางในทุกเรื่องที่ท่านปฏิบัติหน้าที่ เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่า เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเขียนครับ ขอเรียนหารือถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการด้วยว่า สิ่งที่ท่านเขียนมันเป็นสิ่งอยู่ใน รัฐธรรมนูญอยู่แล้ว และมันก็เป็นทุกเรื่องทุกภารกิจของท่านประธานสภาต้องมี ความเป็นกลางอยู่แล้วตามรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าท่านไปเขียนเน้นเฉพาะการประชุมสภา ก็เท่ากับเรื่องอื่นไม่ต้องเป็นกลางก็ได้ใช่หรือไม่ ผมเห็นว่าการใส่วงเล็บนี้ ใส่เพิ่มเข้ามา ทำให้เกิดความสับสนกับข้อบังคับด้วยซ้ำ ผมคิดว่าควรจะตัดออก เป็นการใช้คำฟุ่มเฟือยด้วย ผมจึงคิดว่าควรคงไว้ตามร่างเดิม ไม่ควรเพิ่มเข้ามาครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านนิกรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จำนง ในฐานะกรรมาธิการ ที่จริงเรื่องนี้ก็เป็นประเด็นที่เราใช้เวลาเยอะเพราะเป็นปัญหา จริง ๆ ซึ่งในกรรมาธิการก็เหมือนกันมีการพูดคุยเรื่องนี้กันขึ้น แล้วถ้าท่านสังเกตคำว่า เป็นกลาง ตรงนี้ การต้องวางตัวเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นคำที่กรรมาธิการใส่เข้าไป ทีหลัง หลังจากร่างที่แล้วคือเราฟังความเห็นสมาชิกตอนมีการอภิปรายอะไรกัน ท่านสมาชิก ที่ได้กล่าวไปก่อนหน้าผม กรรมาธิการได้บอกแล้วว่าเลยเอาตรงนี้มา ทีนี้คำที่จะมาใส่ตรงนี้ มันมีเยอะ เราก็เลยคิดกัน ผมก็เห็นด้วยว่าในเมื่อเราเอาคำในรัฐธรรมนูญมาและมาวางไว้ตรงนี้ ถามว่ามีอยู่ตรงนี้ ผมยังพูดเองในที่ประชุมกรรมาธิการว่ามีเพื่อให้เห็นชัด แต่ถามว่า คำในรัฐธรรมนูญใช้ได้หรือเปล่า ใช้ได้ ถ้าประธานวางตัวไม่เป็นกลางเราไปเอารัฐธรรมนูญ มาแย้งประธานสภาได้ เพราะอยู่ในรัฐธรรมนูญ ผมก็เลยมีความเห็นว่ามันเหมือนกับว่า เราอาจจะไม่ต้องเขียนก็ได้ว่า ประธานสภาต้องหายใจด้วย เพราะเป็นเรื่องปกติ ตามธรรมชาติ คือประธานสภาเองจะต้องวางตัวเป็นกลางอยู่แล้วตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การมาเขียนหรือไม่เขียน อยากจะเรียนว่าก็ไม่ต่างกัน แต่การมาเขียนไว้ให้ชัดตรงนี้ เป็นเหมือนเป็นการลดความรู้สึกแบบในสถานการณ์นี้ ถ้าเขียนมันจะมีปัญหาทำให้ ประธานสภาเป็นอย่างอื่นหรือเปล่า เปล่า เหมือนที่ผมบอกก็ยังหายใจอยู่ เพราะไม่ต้องเขียน ก็ต้องหายใจ ดังนั้นกรรมาธิการก็เลยตั้งหน้าว่าเราจะใช้คำตามรัฐธรรมนูญเสียดีกว่า แล้วก็มาเขียนไว้ตรงนี้ ไม่ได้หมายความว่าท่านประธานไม่วางตัวเป็นกลาง ไม่ใช่ แต่แค่เขียน ไว้เติมเข้าไปอย่างที่ผมบอกว่า เขียนไว้หรือไม่เขียนไว้ก็มีอยู่ ดังนั้นเรื่องนี้มีการพิจารณา กันแล้ว แล้วก็ในกรรมาธิการก็เลยอยากจะขอเป็นความเห็นที่กรรมาธิการใส่เข้ามา โดยคุยกันแล้วทั้ง ๒ ฝ่าย คิดว่าน่าจะเหมาะสมแล้วครับ ก็อยากจะให้ยืนไว้ครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านนิยมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่แปรญัตติไว้ในข้อนี้ ข้อ ๙ แต่ผมเพิ่มเข้าไปนิดเดียว แต่บังเอิญว่าขออนุญาตท่านประธาน ที่ประธานกรรมาธิการท่านบอกว่ามันมีในข้อ ๔ แล้ว เลยไม่จำเป็นต้องมีข้อ ๖/๑ ของหน้าที่ประธาน แต่ผมยังดีใจท่านประธานบอกว่า จะยึดถือ ข้อบังคับอย่างเคร่งครัด คือท่านประธานพูดหลายรอบแล้วผมตั้งใจฟังอยู่ ผมดีใจ เพราะฉะนั้นในข้อนี้ถึงจะไม่ใส่ไปอีกก็ได้ ถ้าท่านประธานจะใช้คำว่าที่ท่านพูดแล้วยึดตามนั้นว่า จะยึดถือข้อบังคับอย่างเคร่งครัด แต่ผมก็เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่บอกว่า ใส่คำว่า เป็นกลาง มันไม่ได้เสียหายอะไรครับ ก็ใส่ เป็นกลาง ก็เป็นกลาง มันเป็นนามธรรม มันมี ในรัฐธรรมนูญแล้วก็ใส่เข้าไปเป็นกลางอีก ก็ยิ่งดีขึ้นไปครับ เพราะคำว่า เป็นกลาง ของประธานมันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่สำหรับสมาชิกในสภา ส่วนที่ผมใส่เข้าไปอีกผมเกรงว่า ประธานจะไม่ยึดถือข้อบังคับอย่างเคร่งครัดเท่านั้นเองครับ เพราะเอาเป็นลายลักษณ์อักษร อย่างเคร่งครัดครับท่านประธาน แต่ท่านบอกผมหลายรอบผมตั้งใจฟังนะ วันนี้ท่านพูด หลายรอบว่า ท่านจะยึดถือข้อบังคับที่เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเคร่งครัด เพราะมันเป็น นามธรรม มันไม่เคร่งครัดครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านสาทิตย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในร่างข้อบังคับ การประชุมในข้อ ๙ คณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไข แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้ที่สงวนคำแปรญัตติ ไว้ก็สามารถที่จะอภิปรายได้ ผมเรียนท่านประธานว่า ผมได้อ่านข้อนี้แล้วก็ได้ฟังเพื่อนสมาชิก อภิปรายกันหลายท่าน แล้วผมเองก็ได้กลับไปดูข้อความในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๙ ซึ่งบัญญัติ เป็นหลักเอาไว้ว่า ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นประธานนั้นต้องวางตัวเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อผมได้พิจารณาเช่นนั้นแล้ว ผมดูร่างข้อบังคับของคณะกรรมาธิการแล้ว ผมก็เกิดความสงสัย ว่ามันมีความจำเป็นด้วยหรือที่จะต้องบัญญัติเอาไว้ในข้อบังคับการประชุมด้วย เพราะอันนี้ เป็นการเขียนล้อความตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้าเขียนล้อความตามรัฐธรรมนูญแล้วมันจะมี อีกหลายเรื่อง ซึ่งท่านจะเขียนแล้วท่านต้องเขียนลงไปให้หมด แต่โดยปกติทั่วไปแล้วระเบียบ ข้อบังคับหรือกฎหมายซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญในบางเรื่องนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องล้อตาม รัฐธรรมนูญทั้งหมด ผมคิดว่าร่างข้อบังคับเดิม ซึ่งพวกท่านยกร่างออกมาโดยไม่มีข้อความว่า ประธานต้องวางตัวเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ น่าที่จะเหมาะสมอยู่แล้ว แต่ว่าเวลา ท่านเติมเข้ามามันยุ่งกว่านั้นอีกนั่นก็คือท่านไปเติมเอาไว้ใน (๑) ซึ่งหลายท่าน บางท่าน ก็อภิปรายไปแล้ว มีท่านผู้อาวุโสข้าง ๆ ผมก็บอกว่าน่าจะวางผิดที่ด้วย เพราะถ้าจะวางจริง ๆ มันควรจะอยู่ตั้งแต่ในข้อความที่เขียนว่าข้อ ๙ ก็คือประธานต้องวางตัวเป็นกลางในการ ปฏิบัติหน้าที่ โดยมีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้ จึงจะกินความเป็นหลักครอบคลุม ทุกอนุมาตราที่เขียนเอาไว้ตามข้อบังคับในข้อ ๙ นี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าร่างเดิมดีอยู่แล้ว ก็คือตัดข้อความนี้ออกไปเสีย ทีนี้ในการเขียนหรือการเติมข้อความในร่างข้อบังคับนั้น ผมเข้าใจว่าใช้บังคับเป็นการทั่วไป ไม่ได้แปลว่าจะเขียนหรือเติมข้อความนี้ไว้โดยเจตนา มุ่งหมายที่จะกระทบถึงใครคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ เพราะคนที่ทำหน้าที่เป็นประธานนั้น ไม่ได้มีท่านประธานสภาคนเดียว มีรองประธานสภาอีก ๒ ท่าน ซึ่งก็ต้องสลับสับเปลี่ยนกัน มาทำหน้าที่เป็นประธานสภา แต่ผมฟังคำอภิปรายของเพื่อนสมาชิกบางท่านแล้วผมก็ ไม่สบายใจ เพราะว่าเจตนาที่จะกระทบกระเทียบแล้วก็ยกตัวอย่างในกรณีบางประการ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เป็นข้อเท็จจริงด้วย แต่เป็นความเข้าใจของท่านที่ยกมา แล้วพยายาม ที่จะระบุลงไปเสมือนกับว่าเติมข้อความนี้เจตนาเพื่อที่จะมุ่งหมายให้บังคับท่านใดท่านหนึ่ง ที่ท่านไม่พอใจเป็นการเฉพาะ ความจริงแล้วเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งบอกว่า อย่าไปรื้อฟื้น เรื่องเก่าเลย แต่ความจริงร่างข้อบังคับการประชุมสภาเราตกทอดกันมาทุกยุค ผมอยู่ใน สภานี้ สมัยนี้เป็นสมัยที่ ๗ ทุกครั้งเปิดสภาก็จะต้องมีการร่างข้อบังคับการประชุมและหยิบ ข้อบังคับการประชุมเดิมมามีการปรับปรุงกัน ก็จะมีการหยิบยกเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในอดีตแล้วมาวางแนวป้องกันมิให้เกิดปัญหาขึ้นอีก ประธานสภาที่ไม่วางตัวเป็นกลาง ผมคิดว่าเราไม่ต้องพูดกันในสภานี้หรอกครับ เพราะคนข้างนอกเขารู้ดี ครั้งหนึ่งสภาเราเคย ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นสภาทาส ในยุคนั้นพวกเราอยู่กันหลายคน ผมว่าทุกคนที่เป็นสมาชิก ไม่มีใครสบายใจที่เห็นประธานในเวลานั้นทำหน้าที่โดยไม่มีความเป็นกลางเลย การถ่ายทอดสดที่เกิดขึ้น มีการหันไปด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ชี้ให้เพื่อนสมาชิกพูด เหล่านี้เป็นต้น จนนำไปสู่เหตุการณ์ที่มีการขัดแย้งกันวุ่นวายในสภา แล้วเป็นเหตุให้เกิดเหตุการณ์ต่อเนื่อง ตามมาอีกมากมาย ผมว่าในฐานะสมาชิกก็ดี ในฐานะเราเป็นพลเมืองในระบอบ ประชาธิปไตยก็ดี เราไม่ปรารถนาที่จะเห็นสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นอีก แต่ต้องยอมรับว่า หลังจากว่างเว้นสภาไป ๕ ปี สภานี้เปิดมาสักเดือน ๒ เดือนมานี้ เราไปดูปฏิกิริยา คนภายนอกต่อสภา ผมคิดว่าเขารู้สึกดีขึ้น เขารู้สึกว่าประธานทำหน้าที่ควบคุมการประชุมได้ สมาชิกให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานสภาท่านก็ได้รับการยอมรับ มีเสียงชื่นชมจากหลาย ๆ ฝ่าย ไม่ได้เกิดจากตัวสมาชิกกันเองในสภา แต่เกิดจากคนภายนอก สภาเรามาจากการเลือกของประชาชน ถ้าเราจะฟังเราต้องฟังประชาชนไม่ใช่หรือครับ ถ้าประชาชนเขารู้สึกเช่นนั้น ก็แสดงว่าสภาเราก็เดินไปในแนวทางที่ถูกต้องแล้ว ดังนั้นการเขียนเอาไว้ก็ไม่ควรที่จะมุ่งหมาย กระทบกระเทียบเปรียบเปรยท่านใดท่านหนึ่ง แต่เป็นการวางแนวปฏิบัติเอาไว้ให้ผู้ที่ทำหน้าที่ประธานทุกคนต้องมีความเป็นกลาง ในการปฏิบัติหน้าที่ ถ้าในกรณีใดเกิดความไม่เป็นกลางเกิดขึ้น มันมีกระบวนการที่สามารถ ที่จะดำเนินการในกรณีประธานวางตัวไม่เป็นกลางได้ เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต เมื่อ ๕-๖ ปีที่แล้ว ก็มีการไปร้องศาลรัฐธรรมนูญกัน อะไรต่อมิอะไรกัน ซึ่งนั่นเป็นเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจริง เพราะฉะนั้นผมเรียนกับท่านประธานว่า การเติมข้อบังคับการประชุม ในข้อนี้นั้น ในความเห็นของกระผมนั้น ผมคิดว่าไม่จำเป็น เป็นถ้อยคำที่เขียนไว้ ในรัฐธรรมนูญแล้ว และนอกจากไม่จำเป็นต้องเติมแล้วยังเติมผิดที่ และอาจจะทำให้เกิด การตีความที่ผิดพลาดต่อไปในอนาคตด้วย ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านคารมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม คารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ต้องขออนุญาตที่จะได้แสดงความคิดเห็นในร่างข้อบังคับ ข้อ ๙ ของสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับเรื่องการเติมจากร่างเดิม ในเรื่องของความเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน ซึ่งก็หมายถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ในสภาผู้แทนราษฎรสิ่งหนึ่ง ที่มันประกอบสิ่งที่รวมกันก็คือ มีทั้งพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ต้องยอมรับ อย่างหนึ่งครับว่า ในการขับเคลื่อนงานของสภาผู้แทนราษฎร คนที่ทำหน้าที่ในการที่จะทำให้ งานสภาในการออกกฎหมายไปสู่ความสำเร็จได้คือตัวประธาน ซึ่งในทางการปฏิบัติจริง ๆ ในความคิดของผม ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าคนที่ทำหน้าที่ประธานก็คือกรรมการ ในทางการเมืองมันจะมีประเด็นได้เสีย มันมีประเด็นแพ้ มีประเด็นชนะ แพ้ ชนะ ไม่ใช่ เรื่องทะเลาะ แต่เป็นเรื่องที่ในทางการเมืองต้องทำกัน ศาลที่เคารพกัน เขาเคารพกันที่ ความเป็นกลาง กรรมการตัดสินบอล ตัดสินกีฬา เขาก็เคารพกันที่ความเป็นกลาง เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าแม้ว่ารัฐธรรมนูญจะเขียนไว้ว่า มีความเป็นกลางต้องปฏิบัติหน้าที่ รัฐธรรมนูญเขียนไว้เป็นหลักใหญ่ก็จริงอยู่ แต่การที่จะนำข้อความนี้มาเขียนไว้ในข้อ ๙ มันเป็นสิ่งที่จำเป็นและเป็นสิ่งที่จะตักที่จะเตือนใจคนที่ทำหน้าที่ประธาน ความเป็นกลาง ผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ขออนุญาตเอ่ยนาม คุณธีรัจชัย พันธุมาศ มิได้เพราะว่า อยู่พรรคเดียวกัน เพราะว่าหลักคิดท่านแสดงความคิดเห็นที่เป็นเหตุเป็นผล บางครั้ง ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาใหม่ เราแสดงความคิดเห็นขึ้นไปไม่ใช่จำเพาะประธานคนใด คนหนึ่ง บางทีเราประท้วงไปเรามีเหตุมีผลในใจในการที่แสดงไป ท่านอาจจะคิดว่าประเด็น การนำเสนอของสมาชิกใหม่อาจจะดูเหมือนอาจจะไม่ตรง อาจจะไม่เป็นประโยชน์ บางที ยังไม่ได้บอกในสาระว่าอะไร ท่านปิดไมโครโฟนผมแล้ว หรือท่านปิดไมโครโฟนท่านนั้นแล้ว เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะเรียนว่า ความเป็นกลางเป็นสิ่งที่จะต้องเขียนให้ชัดเจน เขียนแล้ว ไม่ได้จะก่อให้เกิดปัญหา รวมทั้งที่สมาชิกท่านหนึ่งไม่เอ่ยนาม ที่บอกว่า จะใส่ตรงไหนว่า มันเป็นความเหมาะสม อันนี้ก็ไม่ใช่สาระสำคัญ แต่ในความคิดเห็นผมเห็นว่าการใส่ไว้ ไม่ใช่จำเพาะว่าจะต้องเป็นคนใดคนหนึ่ง หรือว่าเป็นประธาน จะเป็นรองประธานมาปฏิบัติ หน้าที่ในครั้งต่อไปหรือเปล่า แต่หลักนี้ใส่ไว้เพื่อให้เป็นกติกาที่มันจะใช้ในการทำงานต่อไป ถ้าไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญใหม่สิ่งนี้มันก็อาจจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นผมจึง สนับสนุนในการที่จะเติมเข้าไปในข้อ ๙ เป็นสิ่งที่จำเป็น แล้วก็สนับสนุนความคิด ของกรรมาธิการที่ได้เติมเข้าไป ขอบคุณครับ
ก็พอสมควรแก่เวลาแล้ว กรรมาธิการเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ เรื่องของประเด็นที่ทุกท่าน กำลังอภิปรายกันอยู่ แล้วก็ได้รับฟังเรื่องของความเป็นกลางในส่วนของประธาน สภาผู้แทนราษฎรในการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อสักครู่นี้ท่านนิกร จำนง ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ก็ได้ชี้แจงว่าแรกเริ่มเดิมทีร่างเดิมนั้นไม่มีในส่วนของความเป็นกลาง ในส่วนของประธาน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์บางเหตุการณ์ที่สภาชั่วคราวที่ทีโอทีทุกท่านคงจำได้ ก็มีกรรมาธิการ บางท่านก็หยิบยกเหตุการณ์นี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะแก้ไขเพิ่มเติมในร่างข้อบังคับ ให้มีการเติมขึ้นไป จริง ๆ แล้วท่านสมาชิกหลายท่านก็อภิปรายกันว่า ถ้าเป็นการปฏิบัติ หน้าที่โดยเป็นกลางของท่านประธานนั้น ผมเองก็อยากจะแสดงความคิดเห็นตรงนี้ในฐานะ ที่เป็นกรรมาธิการว่าทางท่านประธานนั้นในเรื่องของการปฏิบัติด้วยความเป็นกลาง กับการเคร่งครัดในการปฏิบัติตามข้อบังคับ ผมว่าต้องแยกกันครับ เพราะว่าวันนี้พี่น้องที่ได้ ติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของท่านประธาน แล้วก็ได้ติดตามการประชุมพวกเราในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีการประชุมกันนั้นก็จะเห็นว่าภาพพจน์ของสภานั้นดีขึ้น เพราะว่าประธานนั้นได้ปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัดการปฏิบัติตามข้อบังคับ อย่างเคร่งครัดกับการปฏิบัติไม่เป็นกลาง ผมมองว่ามันคนละเรื่องกัน ฉะนั้นการที่สมาชิก บางท่านนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วก็นำไปสู่การประชุมในที่ประชุมกรรมาธิการจนมีการเติม คำที่ให้ประธานปฏิบัติหน้าที่โดยเป็นกลางนั้นเข้าไปในร่างที่นำเข้ามาสู่ในวาระนี้ ในสภาผู้แทนราษฎร ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่าวันนี้การที่ทุกท่านนั้นได้ไปลงพื้นที่ ก็จะได้รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนว่า วันนี้การปฏิบัติหน้าที่ของท่านประธาน ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านชวน หลีกภัย พี่น้องประชาชนก็ชื่นชมครับว่าสภาของเรานั้น เป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น มีบางช่วงที่ท่านประธานชวนไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่สภาก็เกิด ความวุ่นวายเกิดขึ้น เพราะอะไรครับ เพราะว่าการที่ท่านประธานนั้นเคร่งครัดในการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้สภามีภาพไปสู่พี่น้องประชาชนที่ดีขึ้น ทำให้สภาน่าเชื่อถือขึ้น การที่ท่านประธานนั้น ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดข้อบังคับอย่างเคร่งครัด มันเป็นคนละเรื่องกับคำว่าเป็นกลาง เพราะว่า คำว่าเป็นกลางนั้นมันก็ถูกระบุอยู่ในมาตรา ๑๑๕ ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ส่วนการที่จะเอา การว่าประธานต้องปฏิบัติหน้าที่โดยเป็นกลาง ลงไปในข้อบังคับนั้นผมเห็นว่ามันเป็นสิ่งที่ ไม่จำเป็น ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการก็ได้แสดงความคิดเห็นไปบางส่วนแล้วในที่ประชุม ในวันนี้ได้มีโอกาสมาชี้แจงให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านอื่นได้โปรดพิจารณา ในความเห็นตรงนี้นะครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญกรรมาธิการ
ขออนุญาตท่านประธาน ผม ชำนาญ จันทร์เรือง จากพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะกรรมาธิการ ผมสังเกตว่าในขณะนี้ เริ่มมีเสียงแตกออกไปเป็น ๒ เสียงใหญ่ ๆ คือเอาร่างเดิมกับร่างที่กรรมาธิการแก้ไข โดยนอกเหนือจากเหตุผลที่ว่า เป็นไปตามมาตรา ๑๑๙ วรรคสองของรัฐธรรมนูญแล้ว ข้อดีอีกอันหนึ่งที่กรรมาธิการได้บรรจุเพิ่มเข้าไปนั้น นอกเหนือจากเหตุผลที่ว่า ใครจะไม่เป็นกลาง หรือประธานท่านชวนหรือท่านในอดีตที่ ๕-๖ ปีที่ผ่านมาที่อ้างกันนั้น จริง ๆ แล้วมันจะมีประโยชน์อีกอันหนึ่งก็คือว่าเอาไว้ประท้วงอย่างไรครับ ประธานชอบพูด ไม่ว่าท่านชวนหรือท่านอีก ๒ ท่านหรือหลาย ๆ ครั้ง ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ ท่านประธานทำผิดข้อบังคับ ผมทำผิดข้อบังคับข้อไหน ก็ข้อนี้ละครับ ข้อ ๙ (๑) อันนี้ อย่างน้อยที่สุดก็คือประโยชน์ในการที่มี ต้องระบุว่าถ้าเกิดฝ่ายที่เห็นว่าไม่ได้รับ ความเป็นธรรม หรือเป็นว่าประธานเริ่มมีความสงสัยในความเป็นกลางของประธานก็ใช้ ข้อนี้ประท้วงนะครับ อันนี้คือความเห็นของกรรมาธิการครับ
พอสมควรแก่เวลาแล้ว คุณหมอเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ร่างที่เรารับมาจากสภาคือร่างของสภาในข้อ ๙ กรรมาธิการไปแก้ไขเพิ่มเติมร่างของสภา ใน (๑) ท่านสมาชิกด้วยความเคารพครับ ผ่านท่านประธาน ท่านสมาชิกจะเห็นว่า ถ้ามีการแก้ไขในร่างที่พิจารณาจะมีการขีดเส้นใต้ แล้วก็มีตัวหนาทึบ นั่นคือ มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หลายร่างไม่มีการแก้ไขก็คือร่างของสภาเอง เพราะผม ก็เกรงว่าสมาชิกจะมาลงมติสวนกับร่างที่ท่านรับมา ท่านกรรมาธิการไม่ได้แก้ไขเลย ด้วยความเคารพท่านประธานครับ มี ๒ ประเด็นที่ผมเพิ่มเติมจากท่านประธาน ท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงไป ประเด็นที่ ๑ เหตุที่ต้องบัญญัติคำนี้ลงไปใน (๑) กรรมาธิการ ก็พิจารณาค่อนข้างละเอียดว่าเราจะวางไว้ตรงไหน เพราะว่าเรายึดรัฐธรรมนูญเป็นหลัก จริงอยู่ครับท่านสมาชิกพูดว่า ถ้าเขียนคงต้องนำมาเขียนเกือบทั้งหมดที่บัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญ เพราะว่าข้อบังคับต้องออกตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๙ ต้องออกตาม รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะถ้ามีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญใหม่ ด้วยความเคารพท่านสมาชิก ผ่านท่านประธานครับ ประเด็นที่ ๑ ถ้าเราเอามาเขียนอย่างนั้น สมมุติมาวางไว้ตำแหน่ง ที่ท่านแนะนำก็คือข้อ ๙ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานสภาหมายถึงประธาน สภาผู้แทนราษฎร ตามคำนิยาม ในความหมายของกรรมาธิการหมายถึงผู้ที่ทำหน้าที่เป็น ประธานในที่ประชุมด้วย ซึ่งจะไล่เลียงไปเป็นข้อ ๑๐ ด้วย นั่นคือรองประธานสภาที่มาทำ หน้าที่ ถ้าวางอย่างนั้นแล้วมันก็ทำให้กรรมาธิการต้องไปคิดว่าข้ออื่นต้องเอามาเขียนทั้งหมด ในถ้อยคำในรัฐธรรมนูญ เพื่อตัดประเด็นตรงนั้น เราต้องการเน้นเฉพาะขณะที่ท่านทำหน้าที่ เป็นประธานที่ประชุมเท่านั้น ประธานมีหน้าที่เยอะแยะครับ ประธานสภาหมายถึง ประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านใดก็ได้ที่จะขึ้นมาอยู่ตรงนี้ มีทั้งที่ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และหน้าที่ตามข้อบังคับที่เขียนไว้ตรงนี้ ท่านจะสังเกตว่าหน้าที่และอำนาจตามที่กฎหมาย บัญญัติไว้ เราเขียนไว้ให้ อันนี้เราไม่ลงลึกไปเพราะมีกฎหมายบัญญัติอยู่แล้ว เราเน้น ตรงเป็นประธานที่ประชุมต้องเป็นกลาง ก็เลยเอามาเขียนตรงนี้ให้ชัดขึ้นเท่านั้นเอง ส่วนหน้าที่อื่นก็ว่าไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว นี่คือเหตุผลจำเป็นที่ต้องมาเขียนไว้ ต่อท้าย (๑) ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่กรรมาธิการเขียนไว้เพื่อปกป้องท่านประธาน ปกป้องสภา ท่านกรรมาธิการ ท่านรองประธานได้ชี้แจงไปซึ่งตรงกับใจผม ผมก็จะขึ้นมา ชี้แจงในประเด็นนั้นเหมือนกันว่าเวลามีข้อทักท้วงจะได้ชี้ให้ชัดว่าเราทักท้วงประธาน ด้วยข้อบังคับข้อใด บางทีเหมารวมบอกว่าทักท้วงข้อ ๕ ท่องเป็นสูตรมาครับ ท่านประธาน ผมประท้วง ประท้วงข้อ ๕ ข้อ ๕ ในข้อบังคับเดิม ข้อบังคับปี ๒๕๕๑ เดิมของเรา ประท้วง ท่านประธานข้อ ๕ แต่ว่ามันเป็นลักษณะของการอ้างข้อบังคับเพื่ออาศัยโอกาสที่จะประท้วง เท่านั้นเอง ซึ่งมันไม่ชอบ ไม่เป็นธรรมกับท่านประธาน ก็เลยเขียนให้ชัดเจนขึ้นมา ก็ด้วยความเคารพท่านประธานครับ เขียนไว้ผมว่าไม่ได้หมายถึงท่านประธานท่านใดนะครับ เราหมายถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านกรุณาอย่าได้ยกว่าประธานคนนั้นคนนี้ มาเปรียบเทียบ ถ้าเปรียบเทียบมันก็เป็นไปตามที่ทุกท่านยกมาในมุมของแต่ละท่านไป เราเห็นภาพอย่างนั้นมาเราก็เลยมาเขียนอย่างนี้เพื่อปกป้องท่านประธาน ประธานที่ประชุม และประธานสภาผู้แทนราษฎรของเราด้วย ก็ฝากท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกครับ ได้โปรดเห็นชอบกับกรรมาธิการเสียงข้างมากซึ่งเป็นเอกฉันท์ ไม่มีกรรมาธิการ สงวนความเห็นนะครับ เป็นเสียงข้างมากเป็นเอกฉันท์ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญคุณจิรายุครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ นาน ๆ ทีจะเห็นการแปรญัตติของกรรมาธิการชุดใหญ่ จริง ๆ ผมก็ไม่ตั้งใจที่จะขึ้นมาอภิปรายครับจะได้ไม่เสียเวลามาก แต่ว่าที่ต้องอภิปรายก็เพราะว่า มีการพูดถึงอดีตบ่อย จริง ๆ แล้ววันนี้ประเทศมันขับเคลื่อนเดินไปข้างหน้ากันมาเยอะแล้ว เดี๋ยวก็จะมาโทษกันว่าใครขว้างเก้าอี้ ใครไปแย่งเก้าอี้ประธาน ใครขว้างแฟ้ม ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเป็นผู้ประสบภัยจากกรณีดังกล่าวเมื่อสมัยก่อนโน้น นอกจากจะโดน บีบคอแล้วก็ยังโดนความวุ่นวายหลากหลายหน้าบัลลังก์ เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่คณะกรรมาธิการได้กรุณาแก้ไขและเขียนคำว่า และต้องวางตนให้เป็นกลางในการปฏิบัติ หน้าที่ เนื่องจากจะได้ไม่ต้องมีการตีกินกันในสภาอีกถ้าพูดเรื่องเก่าก็พูดกันไม่จบหรอกครับ ท่านประธาน แต่ถ้าพูดเรื่องใหม่อันนี้จะเป็นการประท้วงในเวลาที่มีการอภิปรายพิจารณา กฎหมายแต่ละฉบับ เช่น ผมอาจจะอ้างท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอประท้วง ท่านประธานตามข้อ ๙ (๑) ท่านประธานวางตัวไม่เป็นกลาง ท่านประธานเข้าข้าง แต่ซีกพรรคประชาธิปัตย์อย่างเดียว เพราะท่านประธานมาจากพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่การที่จะวางตัวให้เป็นกลางนั้นเข้าใจว่า ท่านประธานอาจจะทำตัวยาก เพราะว่ามองทางโน้นก็พวกท่าน มองทางนี้ก็พวกผม ครั้นที่จะเข้าทางโน้นเดี๋ยวท่านก็โดนพวกเดียวกันว่า เข้าทางผมพวกผมก็พอใจ ก็เข้าใจครับ ท่านก็เลยวางตัวเป็นกลางยาก เพราะอะไรท่านประธานครับ เพราะว่าการที่แปรญัตติ ที่บอกว่าต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ คืออย่างไรก็แล้วแต่มองขึ้นไป ท่านประธานชวน ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน ก็มาจากพรรคประชาธิปัตย์ มันไม่รู้ จะแปลความเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร แล้วผมก็เชื่อว่าท่านพยายามจะบาลานซ์ (Balance) น้ำหนักอยู่ตลอดเวลา แต่เท่าที่เราเปิดประชุมกันมา ๑๓-๑๔ ครั้ง ท่านประธานที่เคารพ ถามผมซึ่งผมก็พยายามชั่งใจว่าท่านประธานได้วางตัวเป็นกลางหรือไม่ ผมยังให้น้ำหนัก ประมาณ ๗๐ ๓๐ คือเชื่อว่าท่านไม่เป็นกลาง ๗๐ เพราะอะไรรู้ไหมครับ ผมมองในฝ่ายค้าน ท่านประธานต้องเปิดใจ แน่นอนตอนท่านเป็นฝ่ายค้านกัน ท่านก็มองประธานบัลลังก์แบบนั้น เพราะฉะนั้นการแปรญัตติแบบนี้ผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งใส่ไปเถอะครับ เวลาท่านเอียง ท่านประธานที่เคารพครับ เช่นอย่างตอนอภิปรายล่าสุดที่มี ส.ว. ท่านนั่งอยู่ด้วยท่านชี้ฝั่งพวก ผมฝ่ายค้าน ๑ ไปชี้ฝั่ง ส.ว. ๑ ต่อด้วยฝั่งรัฐบาลอีก ๑ คำถามคือท่านเป็นกลางไหมครับ ท่านบอกว่าเป็นกลางก็สลับกันแต่ท่านอย่าลืม ส.ว. โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครบเรียบร้อย ๒๕๐ ท่าน แล้วเป็นกลางไหมครับ ถ้าเป็นกลางมีสัก ๒ คนมาอภิปรายผมก็จะเชื่อได้ว่า ท่านเป็นกลาง อย่างนี้ท่านประธานครับ หมดยุคแล้วที่จะมาตีกินกันในสภาผู้แทนราษฎร ยุคใหม่ คนรุ่นใหม่เข้ามาเยอะไม่ต้องไปพูดเรื่องเก่า ถ้าพูดเรื่องเก่าไม่จบท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วยที่ท่านได้มีการแปรญัตติไว้ใน (๑) ว่าประธานของที่ประชุม และต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่จะเป็นเกราะปกป้องท่านที่คนจะไปแย่งเก้าอี้ท่าน ที่คนจะเอาแฟ้มไปขว้างใส่ท่าน ที่คนจะเอาคนไปบีบคอ ผู้แทนราษฎรในที่ประชุมสภา เป็นเกราะป้องกันตัวของท่านประธานสภา ท่านนายชวน หลีกภัย ขอยืนยันว่าเห็นด้วย กับการแก้ไขในข้อความนี้ ขอบคุณครับ
ก็นึกว่าอภิปราย ไม่ไว้วางใจประธานจะหมดไปแล้ว ก็หยิบยกขึ้นมาใหม่ อธิบายบางเรื่อง เช่น ความไม่เป็นกลาง ในการจัดอภิปรายตอนแถลงนโยบาย ท่านจิรายุไปดูสิครับ จำนวนของพรรคท่านเท่าไร พรรครัฐบาลเท่าไร แล้วเราจะเห็นว่าผมไม่เป็นกลางกับรัฐบาล เพราะคนรัฐบาลได้พูดน้อยกว่า แต่ที่จัดลำดับเรียงนั้นเพราะมาดูว่า เมื่อจำนวนของพรรคฝ่ายค้านมาก ฝ่ายรัฐบาลน้อย ก็ต้องจัดให้รัฐบาลได้พูดน้อยกว่า เช่น ฝ่ายค้านได้พูด ๒ ท่าน ๓ ท่าน แล้วรัฐบาลได้พูด ท่านหนึ่ง แล้ววุฒิสมาชิกได้พูดท่านหนึ่ง ในที่สุดวันนั้นก็จบ คือหมายถึงว่ารายชื่อที่ท่าน เสนอมานี้เขาได้พูดหมดทุกคน อันนี้เรียนให้ทราบว่าถ้าท่านไปคิดอย่างนั้น ผมก็ยังแปลกใจ ว่ามันตรงกันข้าม ผมควรจะถูกรัฐบาลตำหนิว่าทำไมถึงให้ฝ่ายค้านได้พูด แต่ผมถือหลักว่า ฝ่ายรัฐบาลเป็นผู้แถลงนโยบาย ครม. มีหน้าที่อธิบาย สมาชิกก็เป็นส่วนประกอบ แต่ว่า สมาชิกฝ่ายค้านซึ่งไม่ใช่ผู้ร่วมรัฐบาลเขาควรจะมีสิทธิได้พูดมากกว่า อันนี้คือแนวปฏิบัติ ส่วนที่ท่านจิรายุบอกว่าพูดเรื่องเก่า ผมเรียนนะครับว่าถ้าท่านไม่หยิบเรื่องอย่างอื่นมาวิจารณ์ คนอื่น ผมไม่เคยไปว่าใครหรอกครับ แต่ว่าผมก็ไม่อยากให้ท่านว่าใครฟรี ๆ โดยเอา เรื่องไม่จริงมาพูดหรือบิดเบือนความจริง อันนี้ผมไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น อันนี้คือเหตุผล ที่ผมเรียนให้ทราบ แล้วก็ท่านจะให้คะแนนอย่างไรก็ไม่เป็นไร อันนั้นธรรมดาครับ แต่ว่า ผมยึดข้อบังคับ ที่อยู่ได้เพราะยึดข้อบังคับ ไม่อย่างนั้นผมก็ลำบาก แล้วข้อบังคับอันนี้ ก็ข้อบังคับที่ท่านเขียน แล้วผมทราบว่าข้อบังคับฉบับนี้ก็เคร่งครัดในเรื่องข้อบังคับ มากกว่าเดิม ประธานต้องยึดข้อบังคับโดยเคร่งครัด ซึ่งผมก็ดีใจที่ออกมาอย่างนั้น เพราะมันมีเหตุผลที่จะอ้างได้ทำไมอย่างนั้น ทำไมทำอย่างนี้ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ จิรายุ ห่วงทรัพย์ พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร จริง ๆ แล้วผมไม่อยากโต้เถียง ท่านประธานนะครับ เพียงแต่ว่าทนฟังมา ๒ ท่านแล้ว ทั้งท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ท่านรังสิมา รอดรัศมี ก็พยายามพูด พวกผมก็ทนนั่งฟังในฐานะฝ่ายค้านครับท่านประธาน ทำไมท่านประธานไม่ทักท้วงหรือว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์พรรคพวกท่าน ท่านเลยไม่ท้วง พอผมพูดท่านท้วง ผมจึงเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่าที่ผมขึ้นมาทักท้วง เพราะว่า พวกผมนั่งอดทนกันนานแล้ว และพยายามจะให้สภานี้มันก้าวเดินไปข้างหน้าได้ ไม่ต้องไปพูดเรื่องเก่า ประเทศมันต้อง คีปวอล์กกิง (Keep walking) มันต้องก้าวไป ข้างหน้าแล้วท่านประธานครับ จึงบอกท่านประธานครับ ส่วนเรื่องเมื่อสักครู่นี้ ผมแค่ยกตัวอย่างครับท่านประธานว่า กรณีแบบนี้ท่านก็ต้อง บาลานซ์ (Balance) ให้ดีว่า ถ้าเกิดอนาคตขึ้นมานี่มันมีกรณีแบบนี้ท่านจะบริหารกันอย่างไร เพราะมันเป็นรัฐสภา ที่มาจากการเลือกตั้งแบบไม่ปกตินัก ส.ว. ท่านก็ทราบอยู่แล้วว่าเขามาอย่างไร แต่พอ อภิปรายผมก็พยายามอธิบายท่านด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธานชวนครับ
คุณจิรายุครับ เราตกลง แบ่งเวลากันในการอภิปรายนะครับอย่าลืม ในที่สุดก็คือทุกคนคุมเวลา ผมไม่สามารถ ไปทำอย่างอื่นได้นอกจากเวลาของรัฐบาลมีเท่าไร ของวุฒิสภามีเท่าไร อันนี้พวกท่าน ไปตกลงกันเอง ผมยังบอกเลยว่าไปตกลงกัน เดี๋ยวมีปัญหาแล้วจะมาโทษประธาน เพราะฉะนั้นขอให้ไปคุยกันเอง วันนั้นท่านไปตกลงเวลากันเอง เสร็จแล้วท่านก็มากำหนด คนกัน ไม่ใช่ผมเป็นผู้กำหนดเลยครับ เชิญเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ใช้สิทธิตามข้อ ๖๓ ประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธานกำลังทำผิดข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕ และจริง ๆ ก็คือข้อ ๙ ที่กำลังพิจารณา กันนี่ละ ท่านประธานทำตัวเสมือนเป็นผู้อภิปรายเสียเอง อภิปรายคัดค้านเมื่อมี ฟากฝั่งหนึ่งอภิปรายเกี่ยวเนื่องกับการทำหน้าที่ เมื่อมีอีกฝั่งหนึ่งอภิปรายสนับสนุน ท่านก็กระทำตัวเสมือนเป็นผู้อภิปรายสนับสนุนเสียเอง นี่เองคือทำให้ข้อบังคับการประชุม ข้อ ๙ มันยืดเยื้อจนมา ๒ ชั่วโมงกว่าแล้วครับ ขอท่านประธานได้โปรดควบคุมการประชุม ปล่อยให้เพื่อนอภิปรายแล้วก็จะได้ลงมติกันครับ
มีเรื่องเดียวครับท่าน คือเรื่องแปรญัตติเต็มสภา ข้อบังคับที่ผมชี้นำว่า ไม่ควรแปรญัตติเต็มสภา เรื่องอื่น ผมไม่ชี้นำ เพราะปกติผมเห็นว่าข้อบังคับมันมาก จำนวนมาตรานี่มันเยอะ ถ้าหากว่า ข้อบังคับแปรญัตติเต็มสภามันจะมีปัญหา ผมก็เลยชี้นำจากประสบการณ์ว่า ถ้าเราใช้ วิธีนี้จะมีปัญหา นั่นคือเรื่องที่ผมแสดงความเห็นไปในทางที่สนับสนุนว่าไม่ควรจะแปรญัตติ ในห้องนี้ อันนั้นคือเรื่องเดียวผมยอมรับว่าผมเป็นคนชี้นำ แต่เรื่องอื่นผมไม่บังอาจไปชี้นำครับ เชิญคุณรังสิมาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี
เดี๋ยวครับ มีคนประท้วง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ประท้วงท่านประธานครับ กระทำผิดข้อบังคับ การประชุมข้อ ๖๓ เมื่อสักครู่นี้ผมประท้วงเรื่องการที่ท่านประธานใช้สิทธิอภิปราย ท่านไม่วินิจฉัย ท่านอภิปรายต่อ ผมก็เลยยังงง ๆ อยู่ว่ากระบวนการของสภาเราในข้อบังคับ ดำเนินการอย่างไรครับ
คืออย่างนี้ครับ คุณจุลพันธ์ เวลากล่าวหานี่ประธานก็มีสิทธิป้องกันตัวเหมือนกันนะครับ ถ้าท่านไม่ว่าผม ผมไม่ตอบอะไรท่านเลยนะครับ แต่ท่านว่าผมให้ผมยอมรับว่าจริงครับ ถูกต้องนะครับ มันไม่จริงก็ต้องบอกว่ามันไม่จริง ถ้าอะไรที่ผิดพลาด เช่น ผมชี้นำเรื่องแปรญัตติ ผมยอมรับ เพราะผมว่าถ้าเราแปรญัตติวันนั้น เต็มสภาข้อบังคับนี้ ๑๐๐ กว่าข้อ ผมไม่รู้ว่ามันไปอย่างไร แต่ว่าคำชี้นำผมวันนั้นผมยอมรับว่าผมชี้นำ เพราะไม่อยากให้มีปัญหา แต่อยู่ดี ๆ ไปชี้นำ เรื่องอื่นผมไม่ทำหรอกครับ อันนี้คือสิ่งที่อยากจะเรียนให้สมาชิกได้เข้าใจ เพราะว่าเรา ก็เห็นแล้วว่าอะไรเกิดขึ้น ถ้าหากว่ามันเกิดผิดพลาดขึ้นไป เชิญคุณรังสิมาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันถูกพาดพิงนะคะ ที่ดิฉันอภิปรายดิฉันถูกกระทำมากับประธาน คนเก่า ถ้าท่านอยู่ในสภา ที่จริงท่านจิรายุท่านก็ทราบดีว่าเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น เป็นเพราะอะไร ดิฉันถูกกระทำโดยตรง ถูกประธานสภาด่าดิฉัน ดิฉันเป็นผู้แทนราษฎรนะคะ ประธาน ไม่มีสิทธิมาด่าดิฉันแบบนั้น ดิฉันยกมือให้ประธานชี้ดิฉัน ประธานไม่เรียก ดิฉันก็ต้อง ตะโกนสิคะ แล้วพอดิฉันตะโกน บอกว่าดิฉันไม่มีมารยาท ดิฉันจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมสภา ถึงไม่ให้พกปืนเข้าสภา ถ้าวันนั้นพกปืนดิฉันว่ามันต้องยิงกันระเบิดไปเลยในสภานี้ เพราะมันเป็นแบบนี้ดิฉันจึงต้องมาสงวนคำแปรไว้ว่าดิฉันแปรอย่างนี้ ต้องเอาผิดประธาน ท่านเห็นหรือไม่การกดบัตรแทนกัน ประธานก็รู้ ประธานส่งซิก (Sig) พยักหน้า ดิฉันจึงต้อง จับการกดบัตรแทนกัน แล้วมันผิดรัฐธรรมนูญเห็นหรือไม่คะ ดิฉันจับมา ๑๓ ปี กดบัตร แทนกันนี้ เพราะว่ากดบัตรแทนกัน ดิฉันบอกท่านประธาน ท่านประธานก็ไม่ยอมรับผิดด้วย เพราะประธานรู้กัน พอดิฉันพูด ประธานก็บังคับให้ดิฉันเอ่ยชื่อ พอดิฉันเอ่ยชื่อ ประธาน บอกดิฉันโกหก ให้ดิฉันถอนคำพูด ดิฉันไม่ยอมถอน ไล่ดิฉันออกจากสภา ท่านประธาน ยังมารับดิฉันออกไปเลย ใช่หรือไม่ ท่านคงจำได้ เพราะว่าดิฉันเห็นจริง ดิฉันไม่ได้โกหก แต่ดิฉันต้องพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่า ดิฉันไม่ได้โกหกในสภา มีการกดบัตรแทนกันจริง เพราะประธานไม่เป็นกลาง เพราะดิฉันนั่งดูพฤติกรรมประธานตลอด ประธานจะส่งซิก (Sig) ว่ากดเสร็จหรือยัง เพราะทีหนึ่ง ๒๕ บัตร ๑๐ บัตร กดกันเข้าไป ชักออกเสียบเข้าไป พอเสร็จกดกว่าจะครบ พอครบพยักหน้าเสร็จ ประธานถึงจะปิดลงมติ สุดท้ายแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยว่ามันผิดรัฐธรรมนูญ เหตุการณ์นี้มันเกิด ท่านจิรายุน่าจะทราบดี ว่าเกิดในสมัยไหน ท่านก็รู้ แต่ท่านจะมาพูดอย่างนี้ไม่ได้ว่าท่านประธานอยู่พรรค ประชาธิปัตย์ปล่อยให้ท่านสาธิต พรรคประชาธิปัตย์พูด ปล่อยให้รังสิมา พรรคประชาธิปัตย์ พูด พรรคไหนดิฉันก็ต้องพูด เพราะว่าท่านทำพฤติกรรมแบบนี้ มันไม่สมควร การเป็น ประธานสภาต้องเป็นกลาง อย่างที่ดิฉันถึงได้จะต้องมีโทษกับประธานอย่างไรคะ ถ้าประธาน เป็นกลางจริงไม่ต้องกลัวลงโทษ แต่ถ้าไม่เป็นกลางต้องทำโทษ ไม่อย่างนั้นจะไปทำโทษ ประธานอะไรได้บ้าง ประธานถูกทุกอย่าง ก็ไม่ถูก ถูกหรือไม่คะ ถ้าท่านทำผิดท่านก็ต้องโดน เพราะฉะนั้นดิฉันจึงสงวน ถ้าท่านเห็นดีกับดิฉัน ท่านต้องกดตามดิฉันสิคะ จะได้ลงโทษ ประธาน เพราะฉะนั้นดิฉันอยากให้พี่น้องประชาชนที่ฟังการอภิปราย จะได้เข้าใจว่าทำไม ดิฉันจึงขอสงวนคำแปรไว้ตรงนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านประธาน ใช้สิทธิพาดพิง นิดเดียวครับ กับพี่สาวรังสิมาของผมครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เขต ๑๖ คลองสามวา อยากจะบอกท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมไม่อยากเถียงแก เสียงแกฟังแล้ว ไม่ค่อยจะสบายใจ เพราะดูแกคงหงุดหงิดอยู่ ต้องขออภัยถ้าเกิดพี่ไม่หงุดหงิดนะครับ แต่ที่ผมพยายามจะบอก ทวนทุกคำพูดของท่านมายังประธานวันนี้ ที่ผมพยายามจะบอก ท่านประธานก็คือว่า ไม่ต้องพูดเรื่องเก่ากันแล้ว เอาเรื่องใหม่เถิด เมื่อท่านพิจารณาข้อบังคับ ใหม่ ๆ พอไปพูดเรื่องเก่าก็พาดพิงกันไปพาดพิงกันมา แล้วพวกผมจะให้ผมนั่งเป็น พระอิฐพระปูนได้อย่างไรท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ท่านว่าไป เรื่องของท่าน คือบ้านเมืองต้องขับเคลื่อนเดินหน้าแล้ว ผมขอสาบานต่อหน้าท่านประธานเลยว่า ถ้าท่านประธานวางตัวไม่เป็นกลางเมื่อไร เต็มที่ผมก็จะประท้วงด้วยการเดินออก ผมจะไม่ไป ลากเก้าอี้ท่านประธานเด็ดขาด แล้วผมจะไม่ทำนิสัยไม่ดีเอาแฟ้มไปปาบัลลังก์ท่านประธาน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอ ประท้วงครับ
เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ท่านประธานวางตัวจะกลางหรือไม่กลางเป็นหน้าที่ดุลพินิจ เพราะมนุษย์มีอารมณ์ มีความรู้สึก แต่มารยาทที่ถูกบ่มเพาะมาทำให้ผมไม่ไปแย่งเก้าอี้ท่านประธาน ไม่ไปขว้างแฟ้ม เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ดำเนินต่อเลยครับ หมวด ๒ ข้อ ๙ ผมเห็นด้วยที่มีการระบุ ข้อนี้เข้าไป แล้วพร้อมที่จะกดเห็นด้วยทันทีครับ ขอบพระคุณครับ
มันหนีไม่พ้นนะครับ คุณจิรายุ เมื่อไปพาดพิงเขา เขาก็โต้ หนีไม่พ้นครับ เชิญคุณวีระกรครับ
ก่อนอื่นขอประท้วงท่านผู้อภิปราย อภิปรายเสียดสีกัน อภิปรายต่อว่ากันไป ๆ มา ๆ ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ครับ และที่สำคัญ ผมขอให้ท่านประธานกรุณาพิจารณาไปตามระเบียบวาระเถอะครับ วันนี้เราก็จะได้พิจารณา ข้อบังคับการประชุมสภาให้จบ เราก็จะได้มีคณะกรรมาธิการ คณะต่าง ๆ เกิดขึ้นในสภา จนถึงเดี๋ยวนี้การทำงานในสภาก็ยังเหมือนทำได้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ยังไม่มีกรรมาธิการอยู่เลย ในสภา ก็ขอความกรุณาท่านประธาน กรุณาใช้ข้อบังคับพิจารณาไปตามระเบียบวาระครับ ขอบคุณครับ
ท่านชินวรณ์เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมยกมือ เพื่อที่จะอภิปรายท่านประธานครับ เพราะว่าข้อบังคับในหมวด ๒ ข้อ ๙ คณะกรรมาธิการ ได้มีการแก้ไข ผมก็เห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องมีการอภิปราย เหตุผลที่ผมจะต้อง อภิปรายก็คือว่าประเด็นแรกที่ผมเป็นห่วงค่อนข้างมากก็คือว่า การที่กรรมาธิการไปอ้างว่า เอาบทบัญญัติในกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยบททั่วไปให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภาวางตนเป็นกลาง นั่นเป็นเรื่องที่รัฐธรรมนูญซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายสูงสุด ในการปกครองประเทศได้กำหนดบทบาทของท่านประธานสภา ซึ่งถือว่าเป็นประธาน ของ ๓ อำนาจหลักของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งแน่นอนที่สุดผมคิดว่าถ้าหากกรรมาธิการ ได้พิจารณา เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าคนที่จะรับหน้าที่เป็นประธานสภาก็ย่อมต้องมี ความสำนึกและต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ตามที่ท่านประธานสภาในฐานะที่เป็นสมาชิก สภาคนหนึ่งก็ต้องกล่าวคำปฏิญาณตนว่า จะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญโดยเคร่งครัด เพราะฉะนั้นคนที่เราเลือกไปเป็นประธานสภา เราก็ต้องให้ความเชื่อมั่นว่าท่านจะต้องไป วางตนเป็นกลางในทางการเมือง แต่ว่าประเด็นที่ผมค่อนข้างจะข้องใจคณะกรรมาธิการว่า ทำไมมาแก้ไขไปจากร่างเดิม เมื่อไปทบทวนดูข้อบังคับในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก็พบว่า ข้อบังคับที่ได้มีบทบัญญัติในเรื่องหน้าที่และอำนาจของประธานสภานั้น ไม่ได้มีบทบัญญัติ ในเรื่องของการวางตนเป็นกลาง ผมก็ไปทบทวนดูว่าอำนาจหน้าที่ที่ได้มีไว้ในข้อบังคับนั้น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหน้าที่ของประธานที่เกี่ยวข้องกับการประชุม เกี่ยวข้องการกำกับดูแล ดำเนินกิจการของสภา ควบคุมรักษาความสงบเรียบร้อย เป็นผู้แทนสภาในกิจการภายนอก แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินกิจการใด ๆ และหน้าที่อำนาจอื่นตามที่กฎหมายกำหนด พอผมได้มาฟังรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ได้ลุกขึ้นตอบ และได้ฟังเพื่อนสมาชิก ในสภาแห่งนี้ได้มีการอภิปรายก็ยิ่งทำให้ผมเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่งว่าถ้าเราจะปล่อยให้ คณะกรรมาธิการไปเพิ่มเติมในบทที่ว่า ต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่แล้ว ผมเกรงว่า นี่คือหลุมดำที่สำคัญที่สุด ผมกำลังมองไปสู่อนาคต มองไปสู่อนาคตจากภาพปัจจุบันในวันนี้ ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าการที่กรรมาธิการได้ใส่ข้อความนี้ลงไป อาจจะทำให้เกิดปัญหา ในอนาคต ๒ ประการ
ประการแรก ผู้อภิปรายหลายคนได้พูดว่า ต่อไปนี้จะได้ประท้วงท่านประธาน โดยใช้ ข้อ ๙ คณะกรรมาธิการลองนึกภาพดูสิครับว่าเพียงเราใช้ข้อบังคับตามปกติ ในเรื่องของการเสียดสี การพาดพิง การกระทำให้ผู้อื่นเสียหาย แค่นี้ก็ทำให้การประท้วง ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมที่ไม่ให้เกิดความวุ่นวายในสภายากอยู่แล้ว แต่ถ้าหากว่า คณะกรรมาธิการใส่ข้อความนี้ลงไป และในท้ายที่สุดการกล่าวโดยยกว่า ประธานวางตน ไม่เป็นกลาง ขึ้นมาประท้วงยิ่งจะทำให้เกิดความวุ่นวายขนาดไหน อันนี้เป็นเรื่องที่ มีความสำคัญครับ ผมไม่อยากจะให้เอาคำนี้มาเป็นหลุมดำในการปฏิบัติหน้าที่ของสภา และการปฏิบัติหน้าที่ของเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้
ประการที่ ๒ ถ้าหากเราจะส่งเสริมให้ประธานได้วางตนเป็นกลาง เหมือนที่ เพื่อนสมาชิกท่านรังสิมาได้พูดถึง ผมก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งท่านประธานครับ แต่ผมคิดว่า ไม่ใช่เป็นเรื่องของการมาเขียนไว้ในบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับอำนาจและหน้าที่ ของประธานสภา ถ้าเราต้องการที่จะให้มีอย่างนี้ คณะกรรมาธิการต้องไปคิดบทบัญญัติในเรื่องจริยธรรม ของประธานสภาด้วยครับ แต่ที่นอกเหนือไปกว่านั้นผมคิดว่าวันนี้ขอประทานโทษ ที่ต้องเอ่ยนาม ท่านประธานสภาของเราท่านชวน หลีกภัย พยายามที่จะวางบทบาท ในการที่จะสร้างจริยธรรม ในการที่จะสร้างวางตนในความเป็นกลางโดยการปฏิบัติ ตรงนี้ผมว่าเป็นเรื่องของตัวบุคคล เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ พวกเราต่างคนต่างเคารพ ข้อบังคับ ถึงแม้เราจะเขียนว่า ให้วางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด แต่ว่าสั่งได้ สมัยหนึ่ง บอกว่าประธานสั่งได้ อย่างนี้จะวางตนเป็นกลางได้อย่างไรครับ หรือท่านประธาน แสวงหาผลประโยชน์ เหมือนเพื่อนสมาชิกเคยอภิปรายในสภานี้และผมเป็นคนท้วงติงเองว่า ผมไม่อยากพูด เพราะนั่นเป็นการใช้ประสบการณ์เดิมที่ผ่านมา ผมอยากมองไปสู่อนาคตว่า วันนี้เรามาร่างกรรมาธิการ ถ้าท่านประธานกรรมาธิการจำได้ ผมอภิปรายด้วยในวาระ รับหลักการ ผมบอกวันนี้ท่านประธานต้องมาคิดในการที่เราจะต้องวางหลักอย่างไรที่จะให้ สภาของเรานั้นได้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นที่หวังพึ่งของพี่น้องประชาชน ให้อำนาจนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นอำนาจหลักนั้นเป็นที่ไว้วางใจของพี่น้องประชาชน และเป็นที่ขับเคลื่อนในการพัฒนา ประเทศอย่างแท้จริง แต่ท่านประธานกรรมาธิการครับวันนี้ผมอยากเห็นท่าน วันนี้ท่าน ลุกขึ้นถอนเถอะครับที่ท่านแก้ไขเพิ่มเติมมา เพราะวันนี้ก็เห็นภาพอย่างชัดเจนแล้วว่า การที่แก้ไขขึ้นมา โดยท่านประธานกรรมาธิการอาจจะหวังดีว่าไปยอมรับข้อเสนอของ เพื่อนสมาชิกเพื่อว่าจะให้มีการอภิปรายในสภาน้อยลง ซึ่งผมก็อภิปรายเช่นนี้ว่าก็ต้องการ ความเห็นประนีประนอม แต่วันนี้เมื่อเพื่อนสมาชิกขึ้นอภิปรายและกรรมาธิการหลายท่าน ลุกขึ้นตอบ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่มีเจตนาที่ผมอยากกราบเรียนว่า ไม่ตรงไปตรงมา และไม่ตรง ตามบทบัญญัติในหมวด ๒ ที่ต้องการจะให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของประธานสภา และเป็นหลุมดำในอนาคต
ประการสุดท้ายที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ วันนี้ได้มี การพูดถึงกันในสภาแห่งนี้นะครับ ถึงเรื่องในอดีตและมีหลายคนก็บอกว่า ทนฟังไม่ได้ ผมอยากจะกราบเรียนอย่างตรงไปตรงมาว่า พวกผมก็เช่นเดียวกันครับ ไม่อยากเห็น เหตุการณ์ในอดีตเหล่านั้นเกิดขึ้นมาอีกแล้ว แต่ไม่ใช่พวกผมจะใช้ความเคียดแค้นชิงชังมา เพื่อต้องการจะไปแก้ไขข้อบังคับ เพียงแต่เพื่อต้องการที่จะเห็นว่าใช้ประโยชน์ในการที่จะมา กล่าวหาท่านประธาน เพราะฉะนั้นในอนาคตต่อไปนี้ท่านประธานประชุมอะไรก็แล้วแต่ ท่านก็อ้างข้อ ๙ ว่าวางตนไม่เป็นกลาง อย่างนี้ท่านมองอนาคตในการที่เราจะขับเคลื่อน สภาไปในทิศทางใดครับ ผมคิดว่าถ้าท่านมองการขับเคลื่อนในการประชุมสภาโดยเห็น จากกรรมาธิการชุดนี้ได้ถอนข้อที่ท่านเพิ่มเติมนี้ออกไป แต่ถ้าท่านไม่ถอนพวกผมจำเป็น วันนี้ต้องเรียกร้องเพื่อนสมาชิกว่า เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของสภา เพื่อรักษาให้การทำงานของสภา ได้เป็นที่หวังพึ่งของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ผมคิดว่าการวางตนเป็นกลางให้เป็นเรื่องที่ อยู่ในบทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญ และเป็นเรื่องที่เราอยากจะฝากความหวังไว้กับ ท่านประธานชวน หลีกภัย ที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เป็นจริงและเป็นที่ประทับใจ เป็นที่พึง พอใจของเพื่อนสมาชิกในสภานี้ต่อไป ขอบคุณครับ
ยังมีผู้แสดงความจำนง จะอภิปราย ผมจะอนุโลมให้นะครับ ท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา เชิญเลยครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคอนาคตใหม่ ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นในฐานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสมัยแรกนะครับ ผมเข้าใจว่าในอดีตที่ผ่านมาเรามีปัญหามากมายที่เกิดขึ้น แต่ในวันนี้ ผมคิดว่าเราต้องกลับมาในประเด็นที่ว่า เราเพียงแต่ต้องการกติกาที่แน่นอนและเป็นธรรม ในการทำงานของพวกเรา ผมคิดว่าเราจำเป็นที่จะต้องมองถึงว่าความชัดเจนในการทำงาน ของประธานสภา ถ้ามีการเขียนไว้อย่างชัดเจนโดยไม่คำนึงถึงบุคคลว่าใครจะมาทำหน้าที่นี้ ผมคิดว่าในการเขียนกติกาทั้งหมดมันจำเป็นต้องเขียนกติกาที่ว่า ไม่ว่าใครจะถูกมองว่า ดีหรือไม่ดีอย่างไรก็ตามสามารถมาทำหน้าที่นี้ได้อย่างไม่บกพร่อง และถ้าเขาทำผิดก็จะมี ข้อกำกับที่ทำให้เขาทำหน้าที่ได้อย่างถูกต้องตามมานะครับ ฉะนั้นผมคิดว่าในส่วนตัวของผม ผมเห็นด้วยว่าจะมีการบรรจุคำที่บอกว่า ให้ประธานสภานั้น ทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง เพราะนี่เป็นความเชื่อมั่นของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพราะไม่ว่า จะเป็นพ่อแม่พี่น้องหรือว่าผู้แทนราษฎรใหม่อย่างพวกผมก็อยากเห็นการทำงานที่สง่างาม ของท่านประธานสภาเช่นเดียวกัน และที่สำคัญผมคิดว่าในเมื่อเรามีการอภิปราย อย่างเพียงพอแล้ว เราใช้เวลากับเรื่องนี้นาน เราทั้งสูดดมสี สูดดมควัน และคิดว่าเราน่าจะ ถึงเวลาที่จะต้องลงมติแล้วครับ เพราะว่าเหตุผลทั้ง ๒ ด้าน ผมได้รับฟังอย่างเพียงพอแล้ว แล้วก็อยากให้เราก้าวไปสู่การทำงานในอนาคตได้ ขอบคุณครับ
ก็จะปฏิบัตินะครับ คือขอมติที่ประชุม อภิปรายพอหรือยังครับ ถ้าพอแล้วผมจะขอแยกอย่างนี้นะครับ
โดยที่มาตรา ๙ กรรมาธิการได้เพิ่มเติมข้อความ เพราะฉะนั้นก็จะต่างไปจาก ร่างเดิม พร้อมกันนั้นก็มีสมาชิกแปรญัตติตามที่แต่ละท่านได้อภิปรายมาแล้ว จึงขออนุญาต ที่ประชุมว่าจะแยกประเด็นเป็นอย่างนี้เพื่อให้การลงมตินั้นไม่สับสน ก็จะขอว่าสิ่งแรก ก็คือขอลงมติเสียก่อนว่าจะคงไว้ตามร่างเดิมหรือแก้ไขตามที่กรรมาธิการแก้ไข เมื่อผลออกมาอย่างไรแล้วก็จะพิจารณาต่อไปว่า คำแปรญัตติของท่านสมาชิกแต่ละกลุ่มนั้น เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร แต่สิ่งแรกขอเอาตัวร่างของพวกเราก่อนที่กรรมาธิการ เข้าไปแก้ไขว่าจะเห็นควรคงไว้ตามร่างเดิม หรือจะควรให้เป็นไปตามที่กรรมาธิการแก้ไข อันนี้คือคำถามแรก หลังจากนั้นก็จะมาถามของกรรมาธิการแต่ละท่านที่แปรญัตติ อย่างที่ได้ทำมาแล้วในมาตราก่อน ผมขออนุญาตใช้วิธีนี้ ก็จะมีคำถาม ๒ ครั้งครับ ยังมี สมาชิกต้องการจะอภิปรายหรือครับ ขอมตินะครับพอสมควรแก่เวลาแล้วครับ ขออภัยด้วย ถ้าไม่ได้ทุกคนก็ถือว่าเกือบทุกคนแล้วนะครับ ขอลงมตินะครับ ท่านอมรัตน์ ขอลงมติ ได้ไหมครับ เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพนะคะ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ดิฉัน เป็น ส.ส. หน้าใหม่เพิ่งเข้ามาในสภาเป็นครั้งแรก แล้วก็ภาพพจน์ของสภา แล้วก็ของ นักการเมืองในสายตาประชาชนทั่วไปก็ตกต่ำลงมาก พวกเราก็คิดว่าเราจะมากอบกู้ เกียรติภูมิของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ในสายตาประชาชนให้ดีขึ้น แต่เมื่อสักครู่นี้ มีเพื่อนสมาชิกได้พูดถึงเรื่องปืนผาหน้าไม้เข้ามาในสภา ดิฉันรู้สึกหวาดกลัวค่ะ เพราะว่า แค่ขึ้นไปลากเก้าอี้ ไปขว้างแฟ้ม ดิฉันก็กลัวแล้วนะคะ ถ้าจะมีการพูดถึงปืนผาหน้าไม้ ดิฉันก็ขอความเห็นท่านประธานว่ามันเหมาะสมหรือไม่ แล้วท่านประธานสมควรจะตักเตือน หรือไม่ เพราะว่าดิฉันเป็น ส.ส. ครั้งแรกก็ไม่ทราบว่าการพูดถึงความรุนแรงประมาณนี้ มันสมควรจะถูกตักเตือนหรือเปล่า ดิฉันรู้สึกหวาดกลัวที่จะอยู่ในสภาแห่งนี้ค่ะ ถ้ามีการพูด แบบนี้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ
ไม่มีใครพูดว่าจะเอา ปืนผาหน้าไม้มานะครับ เป็นการเล่าเรื่องอดีต คุณอมรัตน์เขาพูดถึงเรื่องอดีต เชิญคุณรังสิมาครับ เมื่อเริ่มต้นก็จะมีที่ตามมาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันก็อยากจะกราบเรียนน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามา ท่านคงไม่ทราบว่า พฤติกรรมของสภาที่ผ่านมามันเลวร้ายขนาดไหน ดิฉันจึงได้พูดอย่างไรคะว่า ดิฉันเข้าใจ แล้วว่าทำไมเขาถึงไม่ให้เอาปืนเข้ามา ไม่ได้บอกว่าดิฉันเอาปืนเข้ามา แต่ดิฉันเข้าใจว่า ทำไมไม่ให้เอาปืนเข้าสภา เพราะว่าขณะนั้นทุกคนมันฟิวส์ (Fuse) ขาด อะดรีนาลีน (Adrenaline) มันหลั่งที่ดิฉันอธิบายอย่างไร ว่าทำไมดิฉันจึงต้องไปทำแบบนั้น ดิฉันอธิบาย เพราะฉะนั้นท่านที่ลุกขึ้นอภิปรายเมื่อสักครู่นี้ ท่านไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ ท่านจะเจออะไร มากกว่านี้อีกเยอะ เพราะท่านเพิ่งเข้ามา ขอบคุณค่ะ
ท่านประธานผมขอประท้วงครับ
เชิญเลยครับ
ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานครับ อยากจะให้บรรยากาศของ การประชุมสภาวันนี้ ซึ่งจริง ๆ เป็นญัตติที่ไม่ได้เป็นเรื่องอะไรที่จะต้องมาทะเลาะเบาะแว้ง กันเลย มันเป็นเรื่องของข้อบังคับการประชุมสภา ซึ่งพวกเราก็ต้องใช้ร่วมกัน ดังนั้นขอให้ ท่านประธานได้กรุณาใช้ข้อบังคับการประชุมสภาให้เป็นไปตามระเบียบวาระ และถ้า ออกนอกประเด็นก็ขอให้ตัดไมโครโฟน ตัดอะไรไปเลย เพราะว่าผมอยากมีกรรมาธิการสามัญ ไว ๆ จังเลยท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ก็เป็น อย่างนี้ครับ
ท่านประธานครับ ผมขอใช้สิทธิ พาดพิงครับ
เมื่อมีพาดพิงก็จะมี คนโต้ตอบ เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จริง ๆ ผมก็ไม่อยากจะให้เสียเวลาของสภา แต่ว่าผม ก็ทนฟังคุณรังสิมา รอดรัศมี ผมขออนุญาตที่เอ่ยนาม เพราะเขาพาดพิงผมเรื่องที่ว่า เสียบบัตรแทนกัน
ไม่ได้เอ่ยชื่อนะครับ
แต่ว่าผมถูกเขาไปร้องที่ ป.ป.ช. แล้วก็ปรากฏข่าวต่อสื่อมวลชนว่าผมได้ไปเสียบบัตรแทนกัน ถ้าผมไม่ชี้แจงมันก็เหมือนว่า คุณรังสิมาได้พูดเรื่องจริง ผมขออนุญาตได้ชี้แจงต่อท่านประธานครับ ท่านประธานครับ
คุณยุทธพงศ์ครับ ผมยินดี แต่เขาไม่ได้เอ่ยชื่อนะครับ
แต่ว่าท่านประธานครับ ผมโดน คุณรังสิมาไปร้องผมที่ ป.ป.ช. ว่าผมไปเสียบบัตรแทนกัน
แต่เขาไม่ได้พูดเรื่องนี้ครับ
เขาพูดครับท่านประธานครับ พูดเรื่องเสียบบัตรแทนกัน
ใช่ครับ แต่ว่าเขาไม่ได้ เอ่ยว่า
เขาพูดเรื่องเสียบบัตรแทนกันว่า ในสภาชุดที่แล้วมีการเสียบบัตรแทนกัน ผมขออนุญาตได้ชี้แจงครับท่านประธานครับ
อนุญาตให้พูดเดี๋ยว คุณรังสิมาก็พูดต่ออีก
เรียนท่านประธานครับ ในการ ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสมัยที่ท่านสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เป็นประธานสภา แล้วก็ มีการกล่าวหาผมว่าไปเสียบบัตรแทนกัน แล้วคุณรังสิมา รอดรัศมี ก็ได้ไปร้องต่อ ป.ป.ช. และผมก็ได้ต่อสู้แสดงความบริสุทธิ์ และ ป.ป.ช. ก็ได้มีมติ ๙ ต่อ ๐ ว่า ผมไม่ได้ไปเสียบบัตร แทนใคร แล้วก็ไม่ได้กระทำความผิด เหตุผลที่ผมหลุดคดีนี้ เพราะคุณรังสิมาเอาคลิป (Clip) ตัดต่อไปร้องต่อ ป.ป.ช. ไปวันที่กล่าวหาว่าผมกระทำความผิด กับวันที่คุณรังสิมาเอาเทป ไปตัดต่อมันคนละวันกัน แล้วคุณรังสิมาไม่ได้ไปร้องคนเดียวด้วย เอาอดีตหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ไปเป็นพยาน แต่ไม่ใช่ท่านประธานครับ ขอเรื่องนี้ให้สภาได้รับรู้ด้วยว่า ไม่อย่างนั้นผมจะหลุดมาได้อย่างไรครับ และผมได้มาเป็น ส.ส. วันนี้ได้อย่างไร ถ้าเรื่องที่ คุณรังสิมาพูดเป็นเรื่องจริง ผมจะมานั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ได้อย่างไรครับ ไม่อย่างนั้นติดคุก ไปนานแล้วครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณรังสิมาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ทุกท่านที่ฟังอยู่ในที่นี้ท่านคงจะเข้าใจดีว่าที่ดิฉันพูดดิฉันไม่ได้เอ่ยเลย ว่าเป็นคุณยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ดิฉันได้ต่อสู้เรื่องนี้มา ๑๓ ปี เพราะดิฉันโดนท่านประธาน หาว่าดิฉันโกหกในสภา ดิฉันจึงต้องพิสูจน์ให้เห็นอย่างไรว่าการกดบัตรแทนกันมันมีจริง และดิฉันก็ได้พิสูจน์แล้วว่ามันมีจริงว่ามันเป็นตั้ง ๘ บัตร บางคนตั้ง ๒๕ บัตร และมันมีจริง ๆ ไม่อย่างนั้นศาลรัฐธรรมนูญจะโมฆะหรือคะกฎหมายที่กดบัตรแทนกัน ท่านอาจจะไม่ได้กด แต่ท่านอาจจะฝากคนอื่นกด ถูกไหมคะ เพราะว่าดิฉันไม่ได้ไปร้องเลยว่าท่านยุทธพงศ์ เป็นคนกดบัตรแทนคนอื่น แต่ดิฉันร้องว่าท่านนริศร ทองธิราช ท่านเอาคลิป (Clip) มาขึ้นดูสิว่า ดิฉันพูดตรงไหม จะเอาคลิป (Clip) มาอีกรอบไหมคะ ดิฉันจะได้เอาขึ้นมา เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงบอกว่าดิฉันเป็นคนพูดตรงไปตรงมา แต่ถ้ามาใส่ร้ายดิฉัน ดิฉันก็ต้องแก้สิคะ ไม่อย่างนั้นดิฉันก็กลายเป็นคนโกหกกลางสภา ดิฉันไม่ได้โกหก เพราะมันเป็นเรื่องจริงว่า มันมีการกดบัตรแทนกัน แล้วนี่ที่อยู่ทุกคนนี้ก็เช่นกันดิฉันพูดอยู่ตลอด จะมาฝากดิฉันกดล่ะ โดนแน่ ใครกดดิฉันเห็นดิฉันก็เอา ในพรรคประชาธิปัตย์ดิฉันก็พูดตลอดเวลา เขาเลือกให้คุณ มาทำหน้าที่ เขาเลือกให้คุณมาเป็นปากเป็นเสียง ไม่ได้เลือกให้คุณมากินเงินเดือน แล้วเอาบัตรฝากคนอื่นกด ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ดิฉันไม่ได้พาดพิงเขา แต่เขาขึ้นมาแก้ตัวมันไม่เกี่ยวเลยนะคะ สังคมจะได้รู้ว่าการกดบัตร แทนกันมันมีจริงค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านประธานพาดพิงเลยครับ เอ่ยชื่อผมชัดเลยครับ
ท่านยุทธพงศ์เอาอีกรอบ
ผมขออนุญาตสั้น ๆ ครับ เรียนท่านประธานครับ กระผม ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมก็ยังยืนยันว่าคุณรังสิมาเป็นคนไป ร้องต่อ ป.ป.ช. นะครับ แล้วผมก็เรียนท่านครับว่า
คุณหมอประท้วงนะครับ เชิญครับ ท่านยุทธพงศ์ครับ สมาชิกประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจังหวัดน่าน ขออนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ประท้วงเพื่อนสมาชิกทำผิด ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามจริง ๆ ก็ไม่ได้ติดใจอะไรครับ แต่ว่าถ้อยคำที่พูด มันเป็นลักษณะทำให้สภาเสียหาย แล้วทำให้สมาชิกที่เข้ามาเสมือนถูกเสียดสีนะครับ อยากให้ถอนคำพูด เคารพคุณรังสิมานะครับ ท่านพยายามปกป้องเต็มที่เลย อยากให้ถอน คำพูดเท่านั้นเองครับ ๑. สภาชุดที่แล้วเสียหายเสื่อมเสียนะครับ สภาชุดที่แล้วนะครับ เสื่อมเสีย เสียหาย คำว่า สภา ไม่ได้เป็นเรื่องที่สภาเสียหายครับ แต่สมาชิกบางคน ปฏิบัติเสียหาย เพราะฉะนั้นคำพูดคำนี้ไม่ควรบันทึกในสภา คำพูดคำที่ ๒ ที่พูดแล้ว ไม่สบายใจครับ ฟังแล้วไม่สบายใจคือ สมาชิกใหม่ คนเข้ามาใหม่ ผมอยากให้ถอนคำพูด คำนี้ครับ จะได้ไม่บันทึกในสภา เพราะเป็นลักษณะการเสียดสี จะใหม่จะเก่า สมาชิก มีศักดิ์ศรีเท่ากัน ขอบพระคุณครับ
เชิญครับ ท่านยุทธพงศ์ พอแล้วนะครับ
นิดเดียวครับท่านประธานครับ ผมขอสรุปนะครับว่า คุณรังสิมาได้ไปร้องต่อ ป.ป.ช. แล้วผมก็ได้แสดงความบริสุทธิ์แล้ว ว่าไม่ได้มีการกดบัตรแทนกัน แล้ว ป.ป.ช. ก็มีมติเป็นเอกฉันท์ ขอบคุณครับ
ท่านรังสิมาเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันก็เป็นคนพูดตรงนะคะ แล้วมันก็เป็นเรื่องจริงว่าสภาชุดที่แล้ว มันมีคนทำ จะให้บอกพรรคเลยไหมคะ จะได้ตรงตัวไปเลย
อย่าไปไกลครับ อย่าไป ไกลกว่านั้น
นี่อย่างไร ดิฉันก็พยายาม หลีกเลี่ยง พยายามไม่เอ่ยพรรค แต่บอกว่าสภาชุดที่แล้วมันมีพฤติกรรมแบบนี้ มันมีคนทำ ดิฉันก็เอ่ยชื่อแล้วอย่างไรว่า คุณนริศร ทองธิราช ดิฉันก็พูดไปแล้ว แล้วดิฉันก็ได้ไปร้อง ศาลรัฐธรรมนูญ
ต้องขออภัยด้วยเขาไม่ได้ อยู่ในห้องนี้ คุณรังสิมาถอนชื่อเขาออกไปครับ
ถอนชื่อได้ค่ะ ถอนชื่อท่านนริศร ทองธิราช ค่ะ
ส่วนที่คุณหมอบอกว่า สภาชุดที่แล้ว ขอเป็นว่า สภาบางคนชุดที่แล้ว ก็แล้วกันนะครับ
ได้ค่ะ สภาบางคนชุดที่แล้วค่ะ
ส่วนน้องใหม่นั้น คุณหมอครับเขาไม่ได้พูดจาอะไรในลักษณะที่ผมฟังอยู่ครับ เขาไม่ได้พูดในลักษณะประชด เพียงเขาบอกว่าน้องใหม่เข้ามาอาจจะได้เห็นอะไรวันข้างหน้าอันนี้ไม่ต้องถอนครับ ขออนุญาตว่าเราเข้าสู่ที่ผมทิ้งเอาไว้ คำถามแรกก็คือ สมาชิกจะเห็นด้วยกับที่กรรมาธิการ แก้ไข หรือจะเห็นด้วยที่ให้คงไว้ตามร่างเดิมนะครับ จะแบ่งเป็นคำถาม ๒ จังหวะ ๑. ก็คือ ยึดร่างเดิมของเรา แต่กรรมาธิการไปแก้ไข เราจะเอาร่างเดิมหรือเห็นชอบตามที่กรรมาธิการ แก้ไข วิธีลงคะแนนก็คือถ้าเห็นว่าควรไว้ตามร่างเดิมก็ให้ลงมติว่าเห็นชอบ เห็นด้วยถ้าเห็นว่า ควรแก้ไขตามที่กรรมาธิการแก้ไขก็ลงมติว่าไม่เห็นด้วย เข้าใจนะครับ เดี๋ยวจะสับสนนะครับ ขอทำความเข้าใจ ถ้าเห็นว่าคงไว้ตามร่างเดิมของสภานี้ก็ลงมติว่า เห็นด้วยถ้าเห็นว่าควรจะ แก้ไขตามกรรมาธิการก็ลงว่า ไม่เห็นด้วย เอาประเด็นนี้ก่อน แล้วหลังจากนั้นจะถาม คำแปรญัตติของแต่ละคน สมาชิกกรุณาเราอยู่ในห้องกันพร้อมแล้ว กรุณาแสดงตนครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ท่านประธาน ผมขอสอบถามนิดเดียวครับ ผม รังสิมันต์ โรม จากพรรคอนาคตใหม่ พอดี ผมขอสอบถามให้ทวนอีกครั้งหนึ่งครับว่า ถ้าเห็นด้วยคือเห็นด้วยกับร่างเดิม
ใช่ครับ
ถ้าไม่เห็นด้วยก็คือเห็นตาม ที่กรรมาธิการแก้ไข ถูกต้องไหมครับ สรุปแบบนี้นะครับ
ใช่ครับ ขอบคุณครับ สมาชิกแสดงตนนะครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต แสดงตนครับ
สมาชิก ๒ ท่านที่มีปัญหา เรื่องบัตร
ใช่ครับท่านประธาน ผม วิรัตน์ วรศสิริน ขออนุญาตแสดงตนครับ
ครับ
ท่านประธานคะ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ขออนุญาตแสดงตนค่ะ
ครับ เจ้าหน้าที่ส่งตัวเลข ของสมาชิกที่แสดงตน จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๑๑ ท่านนะครับ
ต่อไปนี้ขอที่ประชุมลงมติ อีกครั้งหนึ่งขอทำความเข้าใจกับมติที่จะลง เนื่องจากมาตรา ๙ นี้ กรรมาธิการเพิ่มเติม ข้อความคือแก้ไข ไม่ใช่ผู้แปรญัตตินะครับ กรรมาธิการเองไปเพิ่มเติมโดยแก้ไข ดังนั้น จึงต้องถามว่าสมาชิกเห็นควรไว้คงตามร่างเดิมก่อนที่กรรมาธิการไปแก้ไขหรือไม่ ถ้าเห็นว่า ควรคงไว้ตามร่างเดิมให้กดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าเห็นว่าควรจะแก้ตามที่กรรมาธิการแก้ไข ให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย เมื่อจบคำถามนี้แล้วผลออกมาอย่างไรเดี๋ยวจะดูของกรรมาธิการ ของสมาชิกที่แปรญัตติอีกทีครับ ขอเชิญลงมติได้เลยครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ยังไม่ได้ปิดลงมตินะครับ ขออนุญาตให้สมาชิกที่บัตรลงคะแนนมีปัญหา เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน ไม่เห็นด้วยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นวัธ เตาะเจริญสุข หมายเลข ๑๗๕ ไม่เห็นด้วยครับ
บันทึกด้วยครับ
ท่านประธานคะ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ หมายเลข ๒๒๐ เห็นด้วยค่ะ
สมาชิกยังมีเวลานะครับ ลงมติครับ ถ้าไม่มีเพิ่มเติมแล้วขออนุญาตปิดการลงมติครับ เจ้าหน้าที่กรุณารวมตัวเลข รายงานผลออกมาที่เห็นนะครับ ผู้เข้าประชุม ๔๑๑ ท่าน เห็นด้วย ๒๐๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๐๕ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ
วีระกรเชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ โดยที่คะแนนเสียงก้ำกึ่งอาจจะมี ข้อผิดพลาดเกิดขึ้นครับ ขอให้มีการลงคะแนนใหม่ครับ
เดี๋ยวก่อนนะครับ ผมขออนุญาตว่าขอยืนตามมติที่ออกมาครับ ไม่ต้องลงคะแนนใหม่ครับ ต่อไปนะครับ หมายความว่าแก้ไขตามกรรมาธิการหมายความไปอย่างนั้น ดังนั้นต่อไปนี้ก็จะถามว่า เนื่องจากมีผู้แปรญัตติหลายกลุ่ม บัดนี้เรามีตัวหลักแล้วว่า สภาเห็นชอบตามที่กรรมาธิการ แก้ไขในมาตรา ๙ ผมจะเรียนถามในมติต่อไปก็คือ จะเห็นชอบตามที่กรรมาธิการแก้ไข หรือเห็นชอบกับผู้แปรญัตติ ถ้าเห็นชอบตามที่กรรมาธิการแก้ไขแล้ว ที่ลงมติไปแล้วก็ เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นชอบ คือเห็นชอบกับผู้แปรญัตติก็ลงมติ ไม่เห็นด้วย เข้าใจนะครับ ฐานหลักก็คือที่เราลงมติไปแล้วเมื่อสักครู่นี้จบไปแล้ว ก็คือไปตามที่กรรมาธิการแก้ไข บัดนี้ จะแก้ไขอีกตามที่มีผู้แปรญัตติหรือไม่ ก็ถามคำถามที่ ๒ ถ้าลงเอยว่าไม่แก้ไขก็จบ ถ้าลงเอยว่าแก้ไขต้องไปถามทีละรายว่าให้แก้ไขตามรายไหน ท่านสมาชิกอยู่ในห้องอยู่แล้ว กรุณาแสดงตนครับ
ท่านประธานคะ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ๒๒๐ แสดงตนค่ะ
ครับ สมาชิกแสดงตน ถ้าเรียบร้อยเจ้าหน้าที่รายงานตัวเลขหน่อยครับ
เรียนท่านประธาน วิรัตน์ วรศสิริน แสดงตนครับ
เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยครับ ขณะนี้มีจำนวนผู้เข้าประชุม ๓๘๕ ท่านครับ ผมขออนุญาต
ท่านประธานครับ ผม ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ จังหวัดตาก หมายเลข ๑๕๕ มาแสดงตนครับ กดบัตรไม่ได้ครับ ขอบคุณครับ
๑๕๕ แสดงตนไม่ได้ เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยครับ เชิญนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นวัธ เตาะเจริญสุข จังหวัดขอนแก่น แสดงตนครับ
เจ้าหน้าที่บันทึกครับ
สัญญา นิลสุพรรณ แสดงตนครับ
ครับ เชิญครับ
ผม ชัยชนะ เดชเดโช ลำดับที่ ๘๙ แสดงตนครับ
ครับ
ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง ๐๕๐ แสดงตนครับ
เจ้าหน้าที่บันทึกด้วย
ท่านประธานที่เคารพครับ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ๓๖๐ แสดงตนครับ
บันทึกด้วยครับ
ท่านประธานครับ พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี ๓๓๖ แสดงตนครับ
ครับ
ท่านประธานคะ แนน บุณย์ธิดา สมชัย ๑๘๙ แสดงตนค่ะ
เชิญเลยครับ
ท่านประธานครับ โชติพิพัฒน์ พรรคอนาคตใหม่ ๑๐๔ แสดงตนครับ
ท่านประธานครับ อิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ๔๙๑ แสดงตนครับ
เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยครับ
บุญลือ ประเสริฐโสภา แสดงตนครับ
ครับ
ท่านประธานครับ อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ๔๘๘ แสดงตนครับ
ท่านสมาชิกเชิญนะครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ๐๔๐ แสดงตนครับ
ครับ เชิญเลยครับ
ปารีณา ไกรคุปต์ ๒๒๐ แสดงตนค่ะ
ครับ เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม พิษณุ พลธี ๒๔๙ แสดงตนครับ
ครับ
เรียนท่านประธานครับ ภูมิศิษฏ์ คงมี ๒๗๒ แสดงตนครับ
ครับ
ท่านประธานครับ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ๒๙๑ แสดงตนครับ
๒๙๑ เจ้าหน้าที่บันทึก ด้วยนะครับ
ท่านประธานครับ ผม ฉลอง เทอดวีระพงศ์ ๐๗๙ แสดงตนครับ
ครับ
ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ แสดงตนครับ
เชิญเลยครับ สมาชิก ยังไม่แสดงตนมีหรือไม่ครับ เชิญนะครับ
ผม ภานุ ศรีบุศยกาญจน์ ๒๖๘ แสดงตนครับ
มีสมาชิกแสดงตน รวมตัวเลขขณะนี้ส่งมาใหม่นะครับ ตัวเลขหลังสุดครับ นี่ตัวเลขเดิมครับ
ท่านประธานคะ กราบเรียนถามว่าเราจะทราบได้อย่างไรว่าเครื่องที่เราโหวตไปมันใช้ได้หรือไม่ได้ค่ะ
หมายถึงตอนลงมติ หรือครับ
ใช่ค่ะ
มันจะมีบันทึกครับ
เมื่อก่อนหน้านี้เครื่องนี้ ดิฉันโหวตไป และมันมีชื่อว่าไม่ได้โหวตค่ะ
สมาชิกสามารถตรวจสอบ ได้ครับ เพราะว่าตามข้อบังคับตามรัฐธรรมนูญที่เรามีปัญหาที่ทีโอทีก็อันนี้ครับ คือเรา ไม่สามารถที่จะลงมติแล้วจดชื่อไว้ได้ว่าใครลงว่าอย่างไร ต้องเรียกชื่อทีละคน แต่กรณีนี้ เครื่องมือนี้บันทึกไว้เลยว่าเราลงมติว่าอย่างไรครับ เราสามารถตรวจสอบได้ครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตนะครับ ท่านประธานครับ ฐิตินันท์ แสงนาค พรรคอนาคตใหม่ เขต ๑ จังหวัดขอนแก่น ท่านครับ ขอตั้งข้อสังเกตนิดหนึ่งว่าเราเพิ่งลงมติกันไป เครื่องใช้ได้หมด มีเพียง ๒ ท่านเท่านั้น ที่ไม่มีบัตร แต่ทำไมในการลงมติครั้งถัดมา ซึ่งเรียงกันเลยนะครับ ทำไมบัตรลงมติไม่ได้เป็น ๑๐ ท่าน เครื่องนี้ใหม่เพิ่งใช้วันนี้ครั้งแรกนะครับ ผมอยากให้แสดงตัวตนว่าบัตรใช้ได้ จริงหรือเปล่าพิสูจน์ครับท่านประธาน
เข้าใจว่าตอนแรกเขายัง ไม่ได้แสดงตนครับ ถึงมาแสดงตรงนี้ครับ เพราะว่าที่กดบัตรไม่พอครับ อันนี้คือความจริง ที่เราเห็นอยู่นะครับ ผมขออนุญาตที่ประชุมนะครับ
ท่านประธานคะ ขออนุญาตค่ะ กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ พรรคพลังประชารัฐ เบอร์ ๑๗ แสดงตนค่ะ
แสดงตนนะครับ เชิญนะครับ
ขออนุญาตค่ะ อนุสรี ทับสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย ดิฉัน ขออนุญาตยืนยันว่าเมื่อเช้านี้ในการที่จะผ่านเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ เหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. .... ดิฉันเพิ่งได้รับทราบหลังจากที่ดิฉันออกไปจากห้องประชุมแล้วว่า ผลปรากฏว่าดิฉันงดออกเสียง ซึ่งไม่ใช่ ดิฉันมีความเห็นด้วยต่อร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ดิฉันจึงเกรงว่าในกรณีนี้เกิดขึ้นได้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ขอบันทึกไว้ด้วยค่ะ
ขอบพระคุณมากครับ เลขาธิการช่วยตรวจสอบให้หน่อยนะครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ๐๐๕ ค่ะ ขอแสดงตนค่ะ
เดี๋ยวสำคัญก็คือตอน ลงมตินะครับ ตอนลงมติจะบันทึกครับ
ท่านประธานคะ คือเมื่อสักครู่นี้ค่ะ ที่มีการลงมติ แล้วก็ทางฝั่งรัฐบาลก็โหวตแพ้ไป ๑ เสียง คืออยากจะให้มีการตรวจสอบด้วย เพราะว่าบางครั้งการลงคะแนนอาจจะมีข้อผิดพลาดจากเครื่องลงคะแนนได้นะคะ
ครับ ก็ขอรับไว้นะครับ ผมขออนุญาตที่ประชุมนะครับ
ท่านประธานครับ ผม ซูการ์โน มะทา ครับ พรรคประชาชาติ จังหวัดยะลา ขอแสดงตนครับ
ท่านสมาชิกก็ถือว่า ได้แสดงตนกัน ความจริงสำคัญตอนลงมติ ต่อไปนี้ขออนุญาตท่านสมาชิกได้ลงมตินะครับว่า จะเห็นชอบกับที่กรรมาธิการได้แก้ไขแล้วตามที่ลงมติไปแล้ว หรือเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติ ถ้าสมมติผู้แปรญัตติชนะ ก็จะมาถามทีละท่านว่าแปรญัตติตามของผู้ใด เพราะฉะนั้น คำถามที่ ๒ ก็จะถามว่า ท่านเห็นชอบกับร่างที่กรรมาธิการแก้ไข หรือเห็นชอบกับผู้แปรญัตติ ถ้าเห็นชอบกับร่างที่กรรมาธิการแก้ไข กรุณาลงมติเห็นชอบ เห็นด้วยนะครับ ถ้าเห็นชอบ ด้วยกับผู้แปรญัตติ กรุณาลง ไม่เห็นด้วย กรุณาลงมติได้ครับ
ท่านประธานคะ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ๒๒๐ เห็นด้วยค่ะ
ยังอยู่ในช่วงเวลาลงมติ อนุญาตสมาชิกครับ
ท่านประธานครับ วิรัตน์ วรศสิริน เห็นด้วยครับ
เจ้าหน้าที่อย่าลืมบันทึกไว้ อย่าให้ผิดพลาดนะครับ ขอปิดการลงมติครับ รายงานผลนะครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๑๔ ท่าน เห็นด้วย ๔๐๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน ดังนั้นที่ประชุมก็มีมติเห็นด้วย คือให้ถือตามร่างที่กรรมาธิการแก้ไขในมาตรา ๙ ขอขอบคุณครับ
ท่านเลขาธิการกรุณา ต่อเลยครับ ข้อที่ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๐ ครับ
ข้อ ๑๐ ไม่มี การแก้ไข
เชิญต่อครับ
ข้อ ๑๑ ไม่มี การแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ขออนุญาตที่ประชุมครับ เชื่อว่าจะมีการอภิปรายกันพอสมควร ขอยุติวันนี้ไว้เพียงเท่านี้ก่อน แล้วก็ประชุมต่อ สัปดาห์หน้า ขอปิดประชุมครับ ขอบพระคุณครับ