วิเชียร ชวลิต รายงานการพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดรายละเอียดและอำนาจนิติบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎร และการใช้อำนาจในการควบคุมภายใต้หลักการถ่วงดุลอำนาจ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปรับแก้ข้อบังคับของคณะกรรมาธิการ เพื่อให้มีความชัดเจน และรายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้รับมอบหมาย
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวิเชียร ชวลิต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ขอรายงานการพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรว่า สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๐ ในสมัยสามัญประจำปี ครั้งที่หนึ่ง เมื่อวันพุธที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติรับหลักการ และในที่ประชุมได้พิจารณาแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหลังจากนั้น คณะกรรมาธิการก็ได้ดำเนินการพิจารณาในชั้นของกรรมาธิการ ซึ่งขอเรียนว่าในเนื้อหาของ ข้อบังคับที่ที่ประชุมได้อนุมัติร่างข้อบังคับไปนั้น คณะกรรมาธิการได้พิจารณาว่าการกำหนด ข้อบังคับนั้นเป็นการกำหนดรายละเอียด และการใช้อำนาจนิติบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎร และอีกส่วนหนึ่งยังเป็นการใช้อำนาจนิติบัญญัติในการควบคุมภายใต้หลักการถ่วงดุลอำนาจ ฝ่ายบริหารในการบริหารราชการแผ่นดิน และเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า ขออธิบาย เพิ่มเติมว่าในร่างที่อนุมัติหลักการไปนั้น สืบเนื่องจากกรรมาธิการได้นำเรียนว่าปัญหาของ สภาผู้แทนราษฎรในช่วงที่ผ่านมา เรามีปัญหาความคั่งค้างของกฎหมายก็ดี กระทู้หรือญัตติ ต่าง ๆ ก็ดี มีคั่งค้างในสภาเพื่อรอการพิจารณาจำนวนมาก เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการ ซึ่งได้รับอนุมัติหลักการไปนั้นก็ได้พิจารณาใน ๓ เรื่องที่มีความสำคัญ แล้วก็อยู่ในส่วนที่มี การร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็คือ
ประการที่ ๑ เรื่องการมีคณะกรรมการประสานงานร่วมทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน เพื่อช่วยท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรในการดำเนินการ
ประการที่ ๒ มีการกำหนดเรื่องกระทู้ถามแยกเฉพาะ เพื่อเป็นการเพิ่ม กระบวนการในการพิจารณากระทู้ให้มีความคล่องตัว แล้วก็มีแนวทางปฏิบัติที่ทำให้เป็นไปได้ อย่างรวดเร็ว และขจัดปัญหาเรื่องกระทู้คั่งค้างจำนวนมาก และ
ประการที่ ๓ คณะกรรมาธิการได้มีการปรับแก้ถ้อยคำต่าง ๆ เช่น ชื่อของ คณะกรรมาธิการ หน้าที่และอำนาจให้มีความชัดเจน เป็นต้น
ในการทำงานของคณะกรรมาธิการทั้งหมด ๓๙ ท่าน ซึ่งที่ประชุมแห่งนี้ได้อนุมัติ แต่งตั้งไปนั้น ก็มีปรากฏรายชื่อซึ่งคงจะไม่ขออนุญาตเอ่ยถึง เพราะว่าอยู่ในรายงานที่ได้แจ้ง แก่ท่านสมาชิกไว้ ณ ที่นี้แล้ว เมื่อคณะกรรมาธิการได้รับการแต่งตั้งแล้วก็ได้เร่งรัด การดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์แห่งสภาแห่งนี้ ก็มีการประชุมกันทั้งหมด ๓ ครั้ง คือในวันที่ ๑๘ วันที่ ๑๙ และวันที่ ๒๔ กรกฎาคมที่ผ่านมา และคณะกรรมาธิการ ก็ได้ทำร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเสร็จ แล้วก็รายงานต่อท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรเพื่อบรรจุเข้าพิจารณาเป็นระเบียบวาระของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ และเพื่อขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ไม่ได้เป็นสมาชิก สภาแห่งนี้ ก็ต้องขอเรียนว่า เรามีคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งท่านเป็นผู้มีประสบการณ์ แล้วก็อยู่ในสภามาเป็นระยะเวลาพอสมควร ได้ช่วยลงทุนลงแรงในการที่จะพิจารณา ร่างข้อบังคับอย่างเข้มข้น แล้วก็ใช้เวลาต่อเนื่องมาตั้งแต่การพิจารณายกร่าง ซึ่งมีการประชุม ไป ๑๑ ครั้ง แล้วก็มาต่อเนื่องอีก ๓ ครั้ง ก็ทำด้วยความเข้มข้น ขออนุญาตกล่าวขอบคุณ ท่านกรรมาธิการวิสามัญที่ได้ร่วมพิจารณาในครั้งนี้ต่อที่ประชุมแห่งนี้ไว้ด้วยนะครับ ผมขอเรียนประเด็นการพิจารณาที่เป็นสาระอีกส่วนหนึ่งก็คือว่า ที่ประชุมกรรมาธิการได้รับ ฟังข้อคิดเห็น และข้อสังเกตจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่ได้ให้ข้อคิดเห็น ในการอภิปรายในชั้นของการรับหลักการทั้ง ๑๙ ท่าน จำนวน ๑๒ ข้อ แล้วก็มีท่านผู้มีเกียรติที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้กรุณาเป็นผู้เสนอคำแปรญัตติ อีก ๒๓ ท่าน จำนวน ๔๒ ข้อ มาประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ และผล การดำเนินการของคณะกรรมาธิการมีกรรมาธิการวิสามัญสงวนความเห็นทั้งหมด ๘ ท่าน จำนวน ๑๙ ข้อ และมีท่านผู้แปรญัตติได้สงวนความเห็นไว้ทั้งหมด ๑๖ ท่าน จำนวน ๒๙ ข้อ ซึ่งรายละเอียดผลการพิจารณาของกรรมาธิการก็ได้นำเรียนและเสนอเป็นเอกสารเพื่อ ประกอบการพิจารณาของท่านสมาชิกไว้ ณ ที่นี้แล้ว ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนมาเพื่อโปรด นำเสนอที่ประชุมสภาได้พิจารณาต่อไป ขอบพระคุณครับ