ชวน ยันวางตัวเป็นกลาง ชี้แจกบัตรแดงเกินไม่ใช่ความผิดแต่เป็นอาชญากรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๘ สิงหาคม ๒๕๖๒

ชวน หลีกภัย ชี้แจงถึงความเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ประธานสภา ยืนยันไม่เลือกปฏิบัติ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมที่อาจขัดต่อจรรยาลักษณ์และกฎหมาย เช่น การแจกบัตรสีแดงเกินปกติหรือการเรียกรับผลประโยชน์ พร้อมย้ำความสำคัญของการเคารพกติกาและรักษาศรัทธาของประชาชนต่อสถาบันรัฐสภา

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

โดยที่พาดพิงนะครับ เลยขอเท้าความสักนิดหนึ่งนะครับ ผมพูดจริงครับวันนั้น เพราะผมคิดว่ามันเป็นไปได้อย่างไร เจ้าหน้าที่ไปแจกบัตรสีแดงให้กับอีกฝ่ายหนึ่งมากกว่าปกติ คนคิดได้อย่างนี้มันต้องมี ประสบการณ์ ผมพูดจริงครับ และการพูดอย่างนี้ก็ไม่ได้วางตัวไม่เป็นกลาง แต่ยืนยันว่าถ้ามันจริงคือไปแจกบัตรแดงมากกว่าบัตรอื่น ผมว่าไม่ใช่วางตัวไม่เป็นกลางหรอก เป็นอาชญากรรมเลยครับ ทำผิดกฎหมายเลยอย่างนั้น เพราะฉะนั้นมันเป็นไปไม่ได้ และวันนั้นก็เป็นไปไม่ได้จริง ๆ ที่จะไปแจกบัตรแดงมากกว่า ส่วนนับคะแนนผิดนั้นผมเรียก เจ้าหน้าที่มาตำหนิแล้วว่าข้อผิดพลาดอย่างนี้ความน่าเชื่อถือสภาจะลดน้อยลง ฉะนั้น การวางตัวเป็นกลางต้องหมายถึงว่าเลือกปฏิบัติ เช่น ให้ฝ่ายหนึ่งพูดอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้พูด หรือผมได้เคยเจอมาแล้วท่านครับ ผมเจอมาแล้วผมถึงระมัดระวังมาก แล้วผมถึงไม่อยากให้สภา และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมต้องมาอยู่ที่นี่ เพราะผมเจอมาแล้วในยุคสมัยพวกท่านเป็นประธานกัน ผมอภิปรายก็ไม่ได้ แปรญัตติก็ไม่รับ อ้างว่าเลยเวลา จนศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยว่า สิ่งที่เราทำนั้นถูกต้องแล้ว ผมไม่อยากให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น และผมเชื่อประธานทุกคนนะครับ ยกเว้นบางคนเท่านั้นเองที่เหมือนได้รับคำสั่งมา จนกระทั่งไม่สนใจว่ามีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แล้วหรือยัง มันมีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง จนต้องแก้ระเบียบกฎหมายของสภา ผมไม่ต้องการให้สภาของเราเป็นอย่างนั้น แล้วเท่าที่ผมอยู่มาผมคิดว่าประธานส่วนใหญ่ เกือบทุกคนมีความเป็นกลาง ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ประธานสภาเป็นอีกพรรคหนึ่งครับ ผมก็ได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม อันนี้คือสิ่งที่เป็นประสบการณ์ที่ผมเห็นมา แต่คนที่ ไม่เป็นกลางก็มี แล้วคนเหล่านั้นก็จะทำสิ่งที่ไม่สุจริต แม้กระทั่งแต่งตั้งข้าราชการ ก็เรียกผลประโยชน์ อันนี้ไม่ใช่พูดลอย ๆ นะครับ รองประธานสภา เลขาธิการสภาที่อาวุโส เล่าให้ผมฟังเองเลย เรียกไปพบ เรียกผลประโยชน์จนต้องไปปรึกษาตระกูล แล้วตระกูล ก็เห็นว่าอย่าเป็นเลยถ้าอย่างนั้น เพราะว่ามันเสียระบบของตระกูลของเขา อันนี้ก็ของจริง ที่เกิดขึ้น แล้วท่านพูดผมก็เรียนให้ท่านทราบว่าผมไม่มีอะไรที่ไปเลือกปฏิบัติหรือไม่เป็นกลาง เพียงแต่ว่าเมื่อท่านบอกหาว่าเผื่อเอาไปแจกบัตรอีกข้างหนึ่งมากกว่า อันนี้ไม่ใช่ไม่เป็นกลาง หรือเป็นกลาง เป็นเรื่องความผิดครับ ทำผิดกฎหมายเลยอย่างนี้ ฉ้อโกง ทุจริตในสภา ซึ่งเราทำไม่ได้อย่างนั้น ก็ทำความเข้าใจเมื่อท่านพูดเรื่องนี้ก็ทำความเข้าใจให้เข้าใจว่า ผมวางตัวเป็นกลางท่านครับ ผมไม่อยากมาอยู่ที่นี่แล้วก็ถูกประณามตามหลัง แล้วถูกคิด บัญชีทีหลัง แล้วต้องมาติดคุกตอนปลายเพราะทุจริต ผมไม่เอาครับ ผมไม่ทำอย่างนั้น ก็ขอให้ท่านมั่นใจในสิ่งที่ผมทำหน้าที่ไป แล้วผมก็ให้เกียรติกับทุกคน ผมมานั่งข้างบนนี้ก็ด้วย ความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเห็นสภาดีขึ้น น้อง ๆ ทั้ง ๒ คน รองประธานก็รุ่นน้องผม ให้เขาเลือก เมื่อเช้าผมไม่ได้ขึ้นเพราะว่าท่านศุภชัยขอเลือกว่าท่านขอขึ้นตอนเช้าได้ไหม บอกว่าได้ เดี๋ยวท่านสุชาติจะต่อจากผม แล้วก็จบด้วยท่านสุชาติวันนี้หรือเพื่อต่อในสัปดาห์หน้า ต่อไป ฉะนั้นเมื่อมีการพูดเรื่องนี้มาในวาระที่ไม่ควรจะพูดนะครับ มาเจาะจงตัวบุคคลผม ก็ขออนุญาตที่จะต้องทำความเข้าใจกับเพื่อน ๆ ทุกคนว่าผมอยู่ในสภามา ๕๐ ปี ผมอยู่มา ๕๐ ปี ๑๖ สมัย ผมได้ผ่านเห็นคนดีและคนร้ายเข้ามาเยอะ และผมไม่พยายามที่จะไป ทำเลียนแบบคนร้ายครับ แต่ว่าดูตัวอย่างคนดีว่าเขามีความเป็นกลางก็เอาแนวเขา หรือไม่ ก็คิดว่าเราทำอย่างไรให้สภาของเราดีขึ้น นี่คือความปรารถนา ทำได้หรือไม่ได้อีกเรื่องหนึ่ง แต่ใช้เวลาที่อยู่นี้เราจะอยู่นานเท่าไรไม่รู้ แต่ว่าจะใช้เวลาที่อยู่ในครั้งนี้ทำให้สภา เป็นที่ยอมรับของประชาชนให้ได้ ผมถึงเรียนพวกเราหลายคนว่าอย่าโกรธผมนะ ผมเคร่งครัด ข้อบังคับ เพราะว่าถ้าผมไม่เคารพข้อบังคับก็จะมีคนวิจารณ์ผมว่าเลือกปฏิบัติ อันนี้คือ สิ่งที่บางทีเราก็อาจจะไม่ค่อยพอใจที่บางทีผมไปตัดไม่ให้ท่านพูด หรือไปทำให้ท่านรู้สึกว่า ทำไมไม่ให้โอกาส แต่ผมก็ต้องเลือกระหว่างความเกรงใจกับยึดกติกา ก็ต้องยึดกติกาเป็นหลัก อันนี้ก็อยากเรียนทำความเข้าใจครับเพื่อให้เราได้สบายใจเพราะมีผู้กล่าวหา เดี๋ยวเราจะ คิดว่าผมไปเลือกปฏิบัติอย่างนั้น ก็เรียนพวกเราเพื่อได้ทำความเข้าใจ ผมไม่มีอะไรที่เป็นอคติ กับพวกเรา แล้วประธานก็ไม่มีสิทธิไปโกรธผู้ใดครับ นอกจากขอความคิดความเห็นอะไร ที่ควรแก้ไข ก็ขอบคุณพวกน้อง ๆ หลายคน จริงอยู่สภานี้เราไม่เลือกรุ่นพี่รุ่นน้องหรอกครับ อาวุโสเท่าไรก็เท่ากัน ผมก็ถือหลักอย่างนั้นครับ อาวุโสเท่าไรก็เท่ากัน คือไม่ใช่ว่าอยู่มานานกว่า แล้วจะเก่งกว่าก็ไม่จริงเสมอไป แต่ว่าอะไรที่คิดว่าความเห็นพวกเราจะเป็นประโยชน์ ก็ดึงมาทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ดึงมาช่วยกันคิด ข้อบังคับนี้ออกไป ผมเห็นแล้วครับ หลายเรื่องที่จะต้องเข้าไปทำ แม้กระทั่ง ทำอย่างไรงานพวกเราไม่ค้างวาระ ตอนนี้ญัตติเข้ามาเริ่มล้นแล้วครับ ทำอย่างไรไม่ล้น ก็หารือกันอยู่ขณะนี้ กระทู้เชื่อว่าข้อบังคับที่แก้ใหม่ กระทู้ต่อไปนี้ก็คงจะไม่ค้าง แต่ว่า มีกรรมการชุดหนึ่งที่ตั้งขึ้นมาตามข้อบังคับนี้ ผมก็ตั้งใจจะเป็นเอง เพื่อว่าจะได้ประสาน กับพวกเราได้ทุกฝ่ายว่า เราจะวางมาตรฐานไว้วันข้างหน้า เพื่อสภาเป็นที่ยอมรับประชาชน ได้อย่างไร ก็ถือโอกาสเรียนให้พวกเราได้มีโอกาสได้รับทราบถึงความรู้สึกในใจ เมื่อมีคน พูดเรื่องนี้ ว่าอันนี้คือความจริงใจที่มีต่อพวกเราทุกคน ทุกฝ่ายครับ อย่าไปกังวลว่าผมจะ เลือกปฏิบัติกับผู้ใด เชิญเลยครับ