รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพฤหัสบดีที่ ๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖
ณ ตึกรัฐสภา
เชิญคุณนริศหารือครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ท่านประธานหารือเรื่องเดียวว่าขณะนี้ราคายางพาราทั่วประเทศตกต่ํา แต่ว่าพี่น้องเกษตรกร ในภาคอื่นอาจจะมีพืชผลเกษตรอื่นรองรับอยู่บ้าง แต่ภาคใต้นี้ส่วนใหญ่ยางพารา ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ มียางพารา มีนาข้าว ซึ่งนาข้าวก็ตกต่ําแต่มีนาข้าวอยู่ไม่มากนัก ยางพารา จึงเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่สําคัญ เป็นเส้นเลือด เป็นพืชทางสังคม เพราะฉะนั้นที่ยางพารา ตกต่ํานี้ลูกหลานก็กระทบในเรื่องการศึกษา เกิดปัญหาทางสังคมลักเล็กขโมยน้อย เกิดปัญหาอื่นตามมามากมาย และกระผมไม่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยให้ราคายางพารา เท่ากับช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์หรอกครับ ไม่หวังว่าจะได้ ๑๘๐ บาท ไม่หวังว่าจะได้ ๒๐๐ บาท เหมือนยุคของรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ แต่ว่าทุนมัน ท่านประธานก็รู้ดีท่านประธานก็เรียนเกษตรมาเหมือนกับผม ทุนมัน ๖๐ บาท ๗๐ บาท ขณะนี้มันต่ํากว่าทุนท่านประธานครับ แต่ว่าจําเป็นจะต้องทําเพราะเขาไม่มีอะไร ที่จะทําแม้ว่าขาดทุน แต่ว่าโดยกิจวัตร โดยวัฒนธรรม ตื่นขึ้นมาก็ต้องไปสวนยางพารา แล้วก็หิ้วยางพารากลับมาขาย แล้วขาดทุน แต่จําเป็นจะต้องทํา นั่นไม่บวกค่าแรงนะครับ ถ้าบวกค่าแรงยิ่งขาดทุนเข้าไปหนักอีก ผมจึงกราบเรียนท่านประธานครับว่าขอให้รัฐบาล ซึ่งประกอบด้วยหลายกรมที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหา หลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ปัญหาเรื่องยางพาราให้มาทําเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง สงสารคนภาคใต้ถูกทอดทิ้ง ในการพัฒนามายาวนานทีเดียวร่วม ๑๐ ปี แต่ว่าขณะนี้ถูกทอดทิ้งในทางเศรษฐกิจที่สําคัญ และผลที่ถูกทอดทิ้งในการพัฒนาภาคใต้ ถูกทอดทิ้งในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ภาคใต้ บางจังหวัดที่ยังไม่เกิดปัญหาก็จะเกิดปัญหาในทางสังคมขึ้น ผมจึงหวังว่าท่านประธานจะได้ มีหนังสือถึงรัฐบาล ให้ความสําคัญเหมือนกับผลผลิตบางตัวที่รัฐบาลให้ความสําคัญ แต่ว่า ราคายังไม่กระเตื้องแม้แต่ตัวเดียวครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านสหรัฐ กุลศรี ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อครั้งที่แล้วผมก็พูดเรื่องเกี่ยวกับถนนทางหลวงชนบท จังหวัดสุพรรณบุรีไม่ได้เจริญนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งห่างจากถนนสายทางหลวงออกไป ประมาณกิโลเมตรกว่า ๆ ก็จะเป็นถนนลูกรังทั้งนั้น โดยเฉพาะอําเภอด่านช้างกับอําเภอ หนองหญ้าไซ แถมท้ายด้วยอําเภอเดิมบางนางบวช ล้วนแต่เป็นถนนลูกรังเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะทางหลวงชนบท ท่านประธานที่เคารพครับ สายหนองขามต่อเส้นหนองเปราะ ระยะทางไม่ไกลครับ แต่ปรากฏว่าเพิ่งได้ทําการลาดยางประมาณแค่ ๕๐๐ เมตร ประชาชน เดือดร้อนครับ ยิ่งโดยเฉพาะหน้าฝนเดินทางไปไหนมาไหนก็ลําบาก จึงฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยเร่งดําเนินการสร้างถนนคอนกรีตหรือลาดยางให้เขาด้วยครับ แถมด้วยถนนสายทะเลเพาะซึ่งอยู่ในตําบลหนองขาม ก็เช่นเดียวกันท่านประธานครับ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเหลือเกิน ถนนดังกล่าวนั้นสามารถที่จะปลูกข้าวบนถนนได้ พยายามที่จะติดต่อหน่วยงานหลายหน่วยงาน แต่ก็บอกว่าไม่มีงบประมาณ เนื่องจากว่า ได้ใช้สอยกันไปหมดแล้ว จึงฝากท่านประธานว่าอย่างไรก็ตามแต่ฝากดูหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้ช่วยเข้าไปเร่งรัดแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวสุพรรณบุรีด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ เรื่องยุง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ปลูกข้าว ท่านประธานครับ เขามีน้ําหล่อเลี้ยงเวลาปลูกข้าวยุงก็จะเพาะพันธุ์ แล้วช่วงนี้ยุงระบาดเยอะ ยิ่งเป็นยุงก้นปล่อง ไข้มาลาเลีย ไข้เลือดออก เพราะฉะนั้นวันนี้จึงฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยดําเนินการปราบยุงให้หมดสิ้นไปจากอําเภอเดิมบางนางบวช อําเภอด่านช้าง และอําเภอหนองหญ้าไซ เพื่อที่จะให้ประชาชนนั้นปลอดจากการเป็น ไข้เลือดออกให้หมดสิ้นไปนะครับ ฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านสงกรานต์ไม่อยู่ ท่านจุฤทธิ์ก่อนครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องใคร่หารือท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง
เรื่องแรกก็คือเรื่องราคาพืชผลการเกษตรตกต่ํา สัปดาห์ที่แล้วผมได้บันทึกไว้ มีผู้หารือเรื่องราคาพืชผลการเกษตรตกต่ํามีอย่างน้อย ๖ ท่าน ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๕ ท่าน ทั้ง ๕ ท่านพูดเรื่องยางพาราครับ วันนี้ก็มีท่านแรกคือท่านนริศก็พูดเรื่องยางพาราอีก เพราะตอนนี้ประชาชนเดือดร้อนจริง ๆ ครับ ตอนนี้ยางพาราบางที่กิโลกรัมละ ๖๐ บาท แล้วครับ ๖๐ บาทนี่ขาดทุนเราก็แย่นะครับ ผมได้หารือไปเมื่อวานนี้ว่าภาวะตอนนี้ฝนตก ด้วยครับ ผลผลิตออกมาน้อยแต่ยางพารากลับราคาตกต่ําลงไปมาก จึงอยากให้รัฐบาลเร่ง ลงไปแก้ปัญหาตรงนี้
สําคัญอีกเรื่องหนึ่งคือเมื่อวานนี้วันที่ ๗ กลุ่มเครือข่ายเกษตรกรที่เรียกร้อง เรื่องราคายางพาราได้ยื่นให้ท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อวานนี้เป็นการครบกําหนด ๑๕ วันที่เขา เรียกร้องราคายางพารา ยังไม่มีคําตอบจากรัฐบาลเลยครับ ผมเลยต้องมาหารือในสภา อีกครั้งหนึ่ง
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องการแจกถุงยังชีพ ผมอยากเรียนย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าการแจก ถุงยังชีพนะครับ หน่วยงานราชการจะต้องตรวจสอบคุณภาพให้ดีครับ เพราะว่าสมมุติ กรณี จังหวัดพังงา ผมยกตัวอย่างอีกครั้งหนึ่งข้าวเน่าแค่ ๓๐-๔๐ ถุง แต่ที่ไปแจกทั้งหมด ๑,๐๐๐ ถุง ชาวบ้านไม่กล้ารับประทานครับ เพราะเชื้อโรคหรือเชื้อราบางอันมันมองไม่เห็นครับ อันนี้ คือประเด็นปัญหาครับเราอยากให้มีการตรวจสอบคุณภาพให้ดี สําคัญที่สุดอยากให้นําตัวคน ที่ปฏิบัติโดยมิชอบนําตัวมาลงโทษให้ได้ อย่างน้อยจะไม่เป็นเยี่ยงอย่างต่อไปในการทํางาน ตรงนี้
เรื่องสุดท้าย เรื่องที่ ๓ ก็คือว่าตอนนี้มีปัญหาน้ําท่วมอย่างหนักที่จังหวัดพังงา ตอนนี้สภาพน้ําคลี่คลายไปหมดแล้ว เหลือแต่สภาพปัญหา เช่น ถนนขาด อย่างน้อย สะพานขาด ที่เกาะยาวนี่ถนนขาดครับ แล้วอยู่บนเกาะด้วยมีความเดือดร้อนมาก อีก ๒ ที่ ที่ละ ๓ แห่งคือที่ตําบลนบปริง อําเภอเมือง สะพานขาด ๓ สะพานนะครับ ตอนนี้ปัญหา ผ่านมา ๑ เดือนแล้วครับ ไม่มีเจ้าหน้าที่ลงไปดูแลเลยนะครับที่อําเภอกะปง ตําบลรมณีย์ สะพานขาดยังไม่มีเจ้าหน้าที่ลงไปดูแลเลย ได้ข่าวว่ารัฐมนตรีลงไปแล้ว แต่ยังแก้ปัญหาให้เรา ไม่ได้ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วย กราบขอบพระคุณครับ
ยางพาราขาดทุนจริง เชิญท่านสุนทรี
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ เรื่องที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้นะคะ ดิฉันเอง ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้อง อสม. ว่าตอนนี้ไข้เลือดออกก็ระบาดไปค่อนข้างทั่วประเทศไทย นะคะ เขามีปัญหาอย่างนี้ค่ะท่านประธานคือ เมื่อมียุงลายระบาดทําให้จําเป็นจะต้องหา เครื่องมือในการฉีดยาเพื่อทําลายที่ตั้งหรือว่าไข่ของยุงลายค่ะ แต่ว่าเครื่องนี้ค่ะท่านประธาน บาง อบต. หรือว่าบางเทศบาลไม่มี จําเป็นที่จะต้องไปหยิบยืมกันมาซึ่งการที่จะไป หยิบยืมกันนี้ค่ะ ก็ทําให้การป้องกันค่อนข้างจะล่าช้า ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแล แล้วก็หาเครื่องมือในการฉีดยาป้องกันยุงลายให้กับพี่น้อง อสม. ด้วยค่ะ เพื่อเป็นการป้องกันการระบาดของไข้เลือดออกที่กําลังเป็นอยู่ในปัจจุบันค่ะ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือ ดิฉันเองได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องใน ๓ ตําบลของอําเภอจัตุรัส ก็คือ พี่น้องตําบลส้มป่อย ตําบลกุดน้ําใส ตําบลหนองบัวบานค่ะ ว่าเขาเดือดร้อนเกี่ยวกับการที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ในที่ดินทํากิน เนื่องจากพี่น้องเองได้มีการตั้งบ้านเรือนแล้วก็ทํามาหากินในการทําการเกษตร อยู่บริเวณที่สาธารณประโยชน์โคกหินลาดข้าวโจ้นะคะท่านประธาน ซึ่งต้องบอกว่าอยู่มากัน เป็นร้อยปีแล้วค่ะ พ่อแม่ก็อาจจะเสียชีวิตกันไปค่อนข้างเยอะแล้วค่ะ ผ่านมาหลายปี ยังไม่ได้รับการออกเอกสารสิทธิ์ แน่นอนค่ะมีหน่วยงานหลายหน่วยงานลงไปดูแล มีคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรเราหลายคณะลงไปดูแล แต่ว่ายังไม่มีผล ในการที่จะดําเนินการในการแก้ไขปัญหาการไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทํากิน ให้กับพี่น้องประชาชน เขาเดือดร้อนมากค่ะท่านประธานตอนนี้ ไม่ว่าจะเข้าร่วมโครงการ ของรัฐก็ไม่สามารถที่จะทําได้ จะไปกู้เงินก็ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ก็อยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลในการแก้ไขปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิ์ ในที่ดินทํากินให้กับพี่น้องประชาชนในบริเวณที่สาธารณประโยชน์โคกหินลาดข้าวโจ้ด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านสงกรานต์เชิญนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขออนุญาตหารือท่านประธานใน ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก คือพี่น้องที่อยู่ในบริเวณหมู่ที่ ๑๑ ตําบลบ้านมะเกลือ อําเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ แจ้งมาว่าไฟฟ้าบริเวณนั้นจะมีปัญหาเรื่องไฟฟ้าดับ ในช่วงเย็นบ่อย ๆ นะครับ แล้วทราบว่าเนื่องจากขนาดหม้อแปลงของการไฟฟ้าที่ไปถึง ในตําบลนี้เป็นขนาดเล็ก จึงขอกราบเรียนท่านประธานสภาประสานไปยังการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค ช่วยไปแก้ปัญหาให้พี่น้องในหมู่ที่ ๑๑ ด้วยครับ เพราะว่าไฟฟ้าดับบ่อย ๆ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าก็เสียหายนะครับ
เรื่องที่ ๒ ต่อเนื่องนะครับ เป็นเรื่องของระบบไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณถนน จากแยกนวมินทร์ไปยังตําบลบ้านแก่ง ช่วงหนึ่งมีหมู่บ้านอยู่เยอะนะครับ แล้วก็ไฟฟ้าของ กรมทางหลวงนั้นติดบ้างไม่ติดบ้าง ขณะนี้ก็เสียไปหลายนะครับ ในค่ําคืนค่อนข้างจะอันตราย จึงฝากท่านประธานแจ้งไปยังกรมทางหลวงให้ไปซ่อมไฟฟ้าที่เสียให้สว่างด้วยนะครับ
แล้วเรื่องสุดท้ายครับ เป็นเรื่องที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานนะครับ ขณะนี้พี่น้องที่อยู่ในตําบลปากน้ําโพ อําเภอเมืองนครสวรรค์ บริเวณสี่แยกสะพานเดชาติวงศ์ มีความขัดแย้งกันนะครับ เพราะว่าประชาชนบางส่วนนั้นอยากให้ทําอุโมงค์ทางลอดบริเวณนั้น เพื่อไม่ให้รถติด แต่ในขณะเดียวกันประชาชนบางส่วนก็ไม่อยากให้ทํานะครับ เนื่องจาก เห็นว่าถ้าทําแล้วจะทําให้ปริมาณจราจรคนที่จะเข้าเมืองนั้นไม่ได้รับความสะดวก แล้วขณะนี้ ก็มีป้ายติดเต็มเมืองอยู่ จึงอยากให้ประธานแจ้งไปยังกรมทางหลวงนะครับว่า ก่อนที่จะ ทําอะไรนั้น หรือขณะนี้ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปทําประชาพิจารณ์ให้เรียบร้อยก่อนที่จะลงมือ ก่อสร้างต่อไป ขอบคุณครับ
ท่านนิยม วรปัญญา ครับ ๒ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจํานวนมาก ขอให้ช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร ๑. ไข้มาลาเรียแล้วก็ไข้เลือดออก ขณะนี้ยุงระบาดมาก ๒. ขอให้อําเภอชัยบาดาลเปิด ศูนย์ล้างไต ๓. ขอให้กระทรวงคมนาคมฟื้นฟูเยียวยาปรับปรุงถนนที่ชํารุดเกิดจาก ภัยพิบัติน้ําท่วม ๔. ขอให้กระทรวงสาธารณสุขจัดหาเครื่องเอกซเรย์ (X-ray) รักษาโรคมะเร็ง เช่นในต่างประเทศใช้อยู่ทุกวันนี้ เพราะที่จังหวัดลพบุรีมีคนเสียชีวิตโรคไตเป็นจํานวน มากกว่าโรคอื่น ๆ ครับ ๕. ขอให้กระทรวงคมนาคมให้กรมทางหลวงชนบทรับมอบถนน ที่ได้รับจากกรมโยธาธิการและผังเมือง กรป. กลาง แล้วก็ทางหลวงชนบท รพช. เพราะว่า เกินความสามารถที่ทาง อบต. และ อบจ. จะรับดําเนินการซ่อมบํารุงได้ ๖. ขอให้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทย ช่วยดูซ่อมถนน จํานวน ๕๑ แห่ง ที่ชํารุดเมื่อสมัยประสบภัยพิบัติน้ําท่วม ๗. ขอให้ศูนย์ถนน รพช. เก่าที่ยุบไป แล้วก็ไม่มีการซ่อมบํารุง จํานวน ๖๐ แห่ง เวลานี้ยังไม่รู้ว่าเป็นของ อบต. แต่ อบต. ก็ไม่มีความสามารถที่จะซ่อมบํารุงได้ และ ๘. ขอให้มีการขุดลอก
ท่านนิยมครับ เอาเอกสารให้ผมดีกว่าครับ เดี๋ยวผมจะตามให้ทั้งหมดครับ ขอเอกสารให้ผม หน่อยครับ ยื่นให้ผมดูก่อน เชิญท่านแทนคุณครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม แทนคุณ จิตต์อิสระ ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครนะครับ มีเรื่องกราบเรียนหารือท่าน ๒ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก คือสืบเนื่องจากเมื่อการเลือกตั้งซ่อมครั้งที่ผ่านมานั้นนะครับ ได้มีการหาเสียงของทางซีกรัฐบาล เรื่องของโรงพยาบาลราชวิถี ๒ ผมจึงอยากกราบเรียน ท่านประธานฝากไปยังรัฐบาลด้วยนะครับว่า ความคืบหน้าหรือความชัดเจนในการที่จะสร้าง โรงพยาบาลราชวิถี ๒ ในเขตดอนเมืองนั้นอยู่ที่ใด และจะสร้างเมื่อไร เพราะว่าขณะเดียวกัน ทางกรุงเทพมหานครก็มีการที่จะดูแลในเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะว่าในพื้นที่ดอนเมืองนั้น มีประชากรที่อยู่หนาแน่นมาก ประกอบกับในพื้นที่ใกล้เคียงด้วยนะครับ แล้วก็ระบบ สาธารณสุขนั้นก็ยังไม่ดีพอ จึงอยากกราบเรียนว่าขอความชัดเจนเพื่อเราจะได้ร่วมมือกัน ขับเคลื่อนนโยบายนี้ให้สําเร็จนะครับ
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของการปรับการจราจร เนื่องจากว่าในขณะนี้ในพื้นที่ บริเวณเส้นโลคัลโรด (Local Road) หรือว่ากําแพงเพชร ๖ ก็จะมีการรื้อถอนเสาโฮปเวลล์ (Hopewell) แล้วก็อาจจะมีเรื่องของสิ่งกีดขวางการจราจร รวมทั้งเรื่องของผิวถนนที่มี ปัญหาขรุขระ เนื่องจากว่าการเดินรถขนาดใหญ่ แล้วการซ่อมบํารุงก็ยังไม่มีความชัดเจนด้วย จึงอยากกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง คมนาคมหรือการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้มีนโยบายหรือแนวทางในการที่จะปรับปรุง ถนนโลคัลโรด ทั้งเรื่องของการทําทางข้าม ทางแยกต่าง ๆ เพื่อความสะดวกรวดเร็ว แล้วก็เป็นนโยบายที่ชัดเจนในการที่จะช่วยกันแก้ปัญหาการจราจรในขณะที่มีการรื้อถอน แนวเสาโฮปเวลล์ ซึ่งจะสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงนะครับ ซึ่งมีการอนุมัติในสมัยรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไว้เรียบร้อยแล้ว จึงอยากกราบเรียนหารือท่านเป็น ๒ เรื่องใหญ่ ในขณะนี้นะครับ เพราะว่าขณะนี้พี่น้องประชาชนจํานวนมากก็เดือดร้อน จึงอยากกราบเรียน ขอบพระคุณครับ
ท่านสมคิด ตอนนี้เหลืออีก ๗ ท่านนะครับ ผมไม่ให้เพิ่มแล้วนะครับ เชิญท่านสมคิดครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ ขอหารือกับ ท่านประธานดังนี้ครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ได้จัดงบประมาณ ในการสร้างตลิ่งแม่น้ําโขงบริเวณบ้านน้ําเปที่บั้งไฟพญานาคขึ้นครับ ต่อไปอีก ๑ กิโลเมตร ๑๑๐ ล้านบาท ต้องขอขอบคุณกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ให้ความสะดวกพี่น้อง ในเทศกาลบั้งไฟพญานาคนะครับ แล้วก็ที่บ้านหนองกุ้งอีก ๗๐ ล้านบาท ของปีนี้นะครับ สําหรับปี ๒๕๕๘ นั้นของบ้านโนนบก ท่าม่วง-โนนบก ๗๗ ล้านบาท อันนี้ก็ขอขอบคุณ กรมโยธาธิการและผังเมืองอีกครั้งหนึ่งนะครับ สําหรับเรื่องที่ผมเสนอวันนี้ก็ได้รับการ ร้องเรียนจากพี่น้องบ้านผดุงสุข เรื่องตลิ่งแม่น้ําโขงเหมือนกัน ที่อื่นทํามาจบกันไปหมดแล้ว ยังเหลืออยู่ตรงที่บ้านผดุงสุขครับ แค่ ๙๐ เมตรเท่านั้นครับ ก็อยากให้กรมโยธาธิการและ ผังเมืองได้จัดหางบประมาณไปสร้างต่อให้มันเสร็จเรียบร้อยครับ
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องรับการร้องเรียนจากพี่น้องตําบลพระบาทนาสิงห์และตําบล รัตนวาปี เกี่ยวกับเส้นทางบ้านน้ําเป-นายาง ทางลาดยางชํารุดเสียหาย ๓ กิโลเมตร ขอให้ กรมทางหลวงชนบทได้ไปดูแลด้วย อีกเส้นทางหนึ่งที่ชํารุดเสียหายมากมาตั้งแต่ปีที่แล้ว งบประมาณก็ยังไม่ตั้งไปแก้ไขก็คือ ที่เทศบาลเฝ้าไร่ไปถึงบ้านท่าสําราญประมาณ ๖ กิโลเมตรนะครับ ก็ขอให้ทางหลวงชนบทหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องได้ไปดูแลด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านนายแพทย์สุกิจครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องแรกผมขอหารือ ท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม คือเรื่องของท่าอากาศยานตรังครับ เพราะว่าเมื่อ ๒-๓ วันนี้ได้มีเครื่องบินลื่นไถลตกออกจากรันเวย์ (Runway) จนวันนี้ก็ยังไม่สามารถจะกู้ ขึ้นมาได้นะครับ ถึงแม้ว่าจะมีการอ้างเหตุผลว่าเป็นเพราะว่าฝนตกแล้วรันเวย์มันลื่น อย่างไร ก็ตามนะครับ แต่ผมอยากให้ทางกระทรวงคมนาคมได้ลงไปสํารวจแล้วก็วางแผนในอนาคต ที่จะปรับปรุงในด้านความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้นนะครับ เพราะว่าถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ผมเชื่อว่า จะไม่ปลอดภัยต่อชีวิตของพี่น้องประชาชนที่โดยสารเครื่องบินนะครับ แล้วเรื่องของ ท่าอากาศยานตรังนี้เมื่อสัปดาห์ก่อนผมก็ได้หารือไปแล้วครั้งหนึ่ง อยากจะขอทวงอีก สักครั้งหนึ่งก็คือ ทางกระทรวงคมนาคม กรมการบินพลเรือน ได้สัญญาเอาไว้ว่าจะตั้ง งบประมาณปี ๒๕๕๗ นี้นะครับ ที่กําลังพิจารณาอยู่นี้ แล้วก็จะเข้าสภาอาทิตย์หน้านี่ครับว่า จะขยายอาคารผู้โดยสารของสนามบินตรัง โดยจะตั้งงบให้ ๘๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่า พอเอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่ได้ตั้งให้นะครับ ผมก็อยากจะขอทวงสัญญานะครับว่าอย่างไรก็ยังไม่ สายเกินไปที่จะบรรจุงบประมาณปี ๒๕๕๗ สําหรับการขยายอาคารผู้โดยสารของสนามบินตรัง ให้ด้วยนะครับ จะขอบพระคุณยิ่ง ขอบคุณครับ
ท่านพิษณุครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์
ไม่ครับ ท่านพิษณุ ไม่ใช่ท่านเกียรติอุดม ท่านพิษณุครับ ท่านเกียรติอุดมนั่งลงก่อน ท่านพิษณุ ครับ ไม่ใช่ท่านครับ ท่านพิษณุเขาลงชื่อก่อน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่ หารือท่านประธานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีโอกาสได้แก้ไขครับ
เรื่องแรก เป็นเรื่องของฝนทิ้งช่วงครับ แม้นว่าขณะนี้กรุงเทพมหานคร ฝนตกหนัก แต่ทางภาคอีสานโดยเฉพาะตอนบนนะครับ ไม่มีฝน จังหวัดหนองบัวลําภู จังหวัดเลย จังหวัดอุดรธานี ขอฝนหลวงด้วยนะครับท่านประธาน
นอกนั้นอีกเรื่องหนึ่งหารือไปที่กระทรวงเกษตรครับ เรื่องของเงินชดเชย ภัยแล้ง ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ขณะนี้รอจนจะครบปี ๒๕๕๖ แล้ว จะทํานาใหม่แล้วนะครับ ยังไม่ได้ ทางรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เกี่ยวข้องช่วยกรุณาดูให้พี่น้องเกษตรกร ด้วยครับ
เรื่องต่อไปครับ หารือที่กระทรวงมหาดไทย เนื่องจากว่าหอประชุม อําเภอเมืองหนองบัวลําภู จังหวัดหนองบัวลําภู เป็นหอประชุมเก่า ทุกครั้งที่มีการประชุม กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน สามารถจุคนได้เพียง ๓๐๐ คน อีกที่เหลือ ๑๐๐ กว่าคน ต้องกางเต็นท์ อยู่ข้างนอก เวลาฝนตกก็ลําบากในการประชุมนะครับ ขอให้กระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะ กรมการปกครองช่วยดูแลในเรื่องนั้นด้วย
เรื่องต่อไปครับ เรื่องของการสัญจรไปมา ท่านประธานครับ พี่น้องฝากมา เรื่องถนนลาดยางเป็นหลุมเป็นบ่อเสียหาย โดยเฉพาะที่บ้านหนองแวงไปเทศบาลกุดดู่ ตําบลกุดดู่ อําเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลําภู ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น หรือกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท ช่วยเข้าไปดูด้วยครับ
เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ เรื่องของการดูแลน้ําเสียในชุมชน ขอให้ดู โครงการก่อสร้างรางระบายน้ําชุมชนพิทักษ์ประทุมเมือง ชุมชนนาแค และชุมชนดอนขี อยู่ในเขตเทศบาลเมืองหนองบัวลําภู ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมากชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานหารือ ๓ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก เรื่องพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่ หมู่ที่ ๙ ตําบลท่าซัก อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับตําบลปากพูน อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช ถูกน้ําทะเลกัดเซาะรุนแรงมากนะครับ พื้นที่ที่เคยเป็นนากุ้งบริเวณชายฝั่งทะเล ถูกน้ํากลืนหายไปหลายสิบไร่แล้วนะครับ นอกจากนั้นถนนสายนาวงศ์-บ้านปากพญา ซึ่งสุดสายนี่เป็นชายทะเล ก็ถูกน้ําทะเลกัดเซาะเข้ามาเรื่อย ๆ ชาวบ้านต้องซื้อเขื่อน มาเรียงหินเพื่อป้องกันคลื่นกัดเซาะไว้ชั่วคราวนะครับ เพราะเชื่อว่าอีกไม่นานเมื่อเข้าสู่ ฤดูมรสุม ความเสียหายจะเกิดความรุนแรงมากขึ้นนะครับ จึงขอหารือไปยังกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคมเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ แล้วก็จัดทําโครงการสร้างเขื่อนเรียงหินกันคลื่น โดยด่วนนะครับ
เรื่องที่ ๒ ถนนทางหลวงชนบทสายโรงเลื่อยบ้านตาลถึงบ้านเหนือคลอง ในพื้นที่ตําบลกําแพงเซา อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช รถราวิ่งเร็วมากนะครับ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะจุดที่ผ่านโรงเรียน นักเรียน ต้องเดินริมถนนแล้วก็ต้องข้ามถนนบ่อย ๆ ก็เกิดความไม่ปลอดภัย ก็ขอหารือไปยัง กรมทางหลวงชนบทช่วยจัดทําโครงเนินหลังเต่านะครับ เพื่อชะลอความเร็วบริเวณจุดนั้น ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๓ นะครับ เนื่องจากว่าพื้นที่ของบริเวณรัฐสภาเป็นพื้นที่ควบคุม ตาม พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรในขณะนี้นะครับ แล้วก็เกิดกรณีที่มี บุคคลแต่งกายคล้ายตํารวจเข้ามาในพื้นที่ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ก็อ้างว่าแต่งชุดตํารวจ บ้านก็สร้างความสับสนให้กับผู้พบเห็นนะครับ แล้วก็ก่อให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ปลอดภัย กับเพื่อนสมาชิกรัฐสภาและพี่น้องข้าราชการ ก็ขอสอบถามไปยังท่านประธานเพื่อหารือไปยัง ผู้บัญชาการเหตุการณ์ที่ดูแลพื้นที่ตรงนี้นะครับว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจที่เข้ามาปฏิบัติการ ในพื้นที่รัฐสภานั้นเป็นตํารวจจากที่ไหน มีกี่คน เราจะได้ตรวจสอบได้นะครับว่าเป็นตํารวจ จริงหรือเปล่า แล้วที่แต่งชุดนี่เป็นชุดตํารวจจริงหรือไม่ ทุกคน ก็ขอรายละเอียดเรื่องนี้ด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านมาลินีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน มาลินี อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ จากที่เมื่อวานนี้ถกกันเครียดเรื่องการเมือง ก็ต้องขอขอบคุณท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ที่ได้ให้มีรูปของเด็ก ๆ มาร้องเพลงให้ผู้ใหญ่ได้ฉุกคิดว่าพวกเขาต้องการอนาคต นะคะ เรื่องหนึ่งที่ดิฉันอยากจะฝากว่ามีโครงการเรื่องของเด็ก ๒ ภาษาเกิดขึ้นในบ้านเรา โครงการนี้อาจจะมีมาหลายปีแต่ดิฉันเพิ่งทราบ เพิ่งทราบแล้วก็นําแนวความคิดนี้ไปสอนกับ เด็กกําพร้าที่ดิฉันเลี้ยงอยู่ เขาวัยเพียง ๒ ขวบ พูดกับเขาวันแรก ๆ เขาก็พูดตอบเขาเข้าใจ ที่ดิฉันพูดนะคะ โครงการของนายพงษ์ระพี เตชพาหพงษ์ เขาเรียกว่า วัน พาเรนท์ วัน แลงเกจ (One parent One language) คือจะให้ครอบครัวรุ่นใหม่แบ่งกันพูดไปเลยว่า คุณพ่อพูดภาษาอังกฤษหรือแม่พูดไทย แล้วก็จะพูดกับเด็กทั้ง ๒ ภาษาพร้อม ๆ กัน เด็กเข้าใจได้นะคะ เขาทําเป็นหนังสือ ทําเป็นวีซีดี (VCD) ดิฉันว่างานนี้เป็นเรื่องที่อนาคตของ เราสร้างได้จริง ๆ นะคะ เขาสอนตั้งแต่เด็กก่อนจะพูดจนถึงวัย ๓ ขวบ นี่เขาพูดเก่งมากลองดู ในอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้เลยก็ฝากว่าไม่ทราบว่าจะเกี่ยวข้องกับหน่วยงานไหน กระทรวงศึกษาธิการอาจจะไม่ใช่โดยตรง แต่กระทรวง พม. มีกรมที่ดูแลครอบครัว หรือกระทรวงสาธารณสุขที่ดูแลเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนะคะ อยากให้ความรู้ความเข้าใจตรงนี้ ได้เป็นที่แพร่หลาย เราจะได้เด็ก ๒ ภาษาที่แท้จริงค่ะ
เรื่องต่อมา นางสมพร ฉัตรรุ่งมณีชัย ราษฎรอําเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ เลี้ยงหลานอยู่ ๕ คน คนโตสุดอายุ ๑๒ ปี ในเวลานี้เป็นเด็กพิการเพิ่งจะป่วยเมื่อเดือนที่แล้ว ก็อยากให้กระทรวง พม. จ. ศรีสะเกษได้เข้าไปช่วยดูแลนางสมพรด้วย เพราะว่าเขาก็ป่วย เป็นโรคหอบ แล้วก็เลี้ยงหลานเล็ก ๆ ตั้ง ๕ คน
อีกเรื่องหนึ่ง นายคําปัน อินตา ราษฎรบ้านหนองตุ้ม อําเภอฝาง จังหวัด เชียงใหม่ รวมตัวกับราษฎรอีก ๓๐ คนมาขอให้ช่วยพูดในสภาเรื่องขอบ่อบาดาล เพื่อการเกษตร ก็ฝากกราบเรียนท่านประธานด้วย ขอบพระคุณท่านค่ะ
ท่านอนุรักษ์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย กราบเรียน ท่านประธานว่าเรื่องที่ดิฉันได้รับจากท่านผู้ฟังคือ รายการตีระฆัง ฟังปัญหา จากวิทยุรัฐสภา ๘๗.๕๐ เมกะเฮิรตซ์นี้ไม่ได้ละลาบละล้วงท่าน ส.ส. ในพื้นที่แต่อย่างใด ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงอธิบดีกรมที่ดิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สืบเนื่องจากดิฉันไปร่วมจัดรายการตีระฆังฟังปัญหารายการวิทยุรัฐสภา ๘๗.๕๐ เมกะเฮิรตซ์ แล้วมีท่านผู้ฟังท่านหนึ่งที่มีปัญหาจากที่ฟังรายการแล้ว ก็คือนายจอมพล แก้วสระแสน อยู่บ้านเลขที่ ๒๑๘ หมู่ ๖ ตําบลสระยายโสม อําเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้ตามหาดิฉัน จากจังหวัดสุพรรณบุรีแล้วมาที่กรุงเทพมหานคร ต่อรถที่กรุงเทพมหานครไปที่อําเภอ สว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เพื่อจะไปร้องเรียนดิฉันด้วยตัวเอง ท่านประธานคะ น่าสงสาร แค่ไหนชาวนาจน ๆ คนหนึ่งที่มีร่างกายที่แก่แล้วไปตามหา ส.ส. กว่าครึ่งประเทศเพื่อไป ร้องเรียนเกี่ยวกับที่ดินทํากิน เพราะว่าที่ดินทํากินของคุณตาจอมพล แก้วสระแสน ซึ่งอยู่ที่ ตําบลสระยายโสม อําเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรีนั้นเป็น ภบท. ๕ แต่เป็น ภบท. ๕ อยู่ในหมู่ที่ ๔ ตําบลหนองประดู่ อําเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ตอนนี้ถูกฟ้องขับไล่ออก จาก ภบท. ๕ ที่เสียภาษีดอกหญ้านี่ละคะ ซึ่งมีความจําเป็นมากที่จะต้องรักษาผืนแผ่นดินไว้ เพื่อที่จะประกอบอาชีพทําการเกษตรเลี้ยงชีวิตและครอบครัว ซึ่งนายจอมพล แก้วสระแสน ถูกฟ้องขับไล่จากที่ดินทํากินซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้าย ๗๗ ปี สําหรับหยาดเหงื่อแรงงานที่ ใช้ผืนดินทํากินหล่อเลี้ยงชีวิต จึงอยากได้สิทธิจนกว่าแผ่นดินจะกลบหน้า ขอบพระคุณค่ะ
ท่านรังสรรค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคเพื่อไทย มีเรื่องหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ เนื่องจากเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมานะครับได้เกิดฝนตกหนัก ในบริเวณจังหวัดลําพูนทําให้แม่น้ําปิงเพิ่มขึ้นพัดเอาฝายวังปานซึ่งเป็นฝายชั่วคราว ซึ่งทาง กรมชลประทานสร้างไว้ทดแทนฝายเดิมพังทลายลงไปทําให้ตอนนี้ชาวบ้านในอําเภอเวียง หนองล่อง อําเภอบ้านโฮ่ง ได้รับความเดือดร้อนไม่มีน้ําที่จะทํานา ทําสวน เนื่องจากไม่มีฝาย ที่จะมากั้นแล้วนะครับ ผมจึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานว่าช่วงนี้จะมี แนวทางที่จะช่วยเหลือราษฎรทั้ง ๒ อําเภออย่างไร และอีกประเด็นหนึ่งคือจะมีการสร้างฝาย ถาวรเพื่อทดแทนฝายวังปานเดิมเมื่อไร และมีแผนที่จะดําเนินงานอย่างไร
เรื่องที่ ๒ เนื่องจากเมื่อครั้งน้ําท่วมใหญ่ทําให้ลําน้ําลี้พัดพาเอาตลิ่งรวมถึง ที่ดินที่ทํานาของชาวบ้านบริเวณบ้านเกาะทุ่งม่าน อําเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลําพูน เสียหาย ที่ดินชาวบ้านที่ทํานาหายไป ๒-๓ ไร่ ซึ่งตอนนี้กรมทรัพยากรน้ําที่ ๑ ลําปาง ได้ทําแผนที่จะ ทําเรียงหินกั้นตลิ่งเพื่อป้องกันที่น้ําลี้จะกัดเซาะเพิ่มเติมอีก ซึ่งตอนนี้ได้ของบประมาณ ไปแล้วแต่ว่าถึงขณะนี้เข้าฤดูฝนอีกแล้วนะครับ ทางกรมทรัพยากรน้ําที่ ๑ ลําปาง ยังไม่ได้รับ งบประมาณสนับสนุนเพื่อจะทําตลิ่งกั้นน้ําบริเวณนี้เลย จึงขอท่านประธานฝากไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยอนุมัติงบประมาณเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสัมพันธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อวานท่านบอกงดประชุมของวันที่ ๘ ผมก็เข้าใจว่าวันนี้ไม่มีเรื่องของวันที่ ๘ นะครับ แล้วก็ เป็นการต่อของเมื่อวาน ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าวันนี้พวกเรามาประชุมกันจะเห็นว่า ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมต้องขออนุญาตพูดเรื่องในสภาผู้แทนราษฎรนี้สักนิดหนึ่งครับ ที่จอดรถของพวกเรา ส.ส. ไม่มีเลยครับ ท่านลองไปดูครับท่านประธาน รถติดเต็มหมด ด้านหน้าครับเพราะว่ามันไม่มีที่จอด ตํารวจเอารถตํารวจจอดเต็มหมดครับ ลานจอดชั้นบน ชั้นล่าง แล้วนอนกันยาว ท่านลองขึ้นไปตรวจสอบชั้นบนครับมีช่องว่างเยอะแยะ แต่เอากั้นหมดไม่ให้เราเข้า แต่ว่าตํารวจก็ไม่ได้ใช้แล้วพวกเราก็จอดไม่ได้ ผมขวางไว้ครับ ผมบอกตรง ๆ ครับ เพราะผมไม่มีที่จอดผมก็มาไม่ได้ ก็ฝากท่านประธานให้ไปดูครับ จัดที่จอดรถสักนิดหนึ่งครับเพราะว่าเรามีที่แต่ไม่จัดให้เป็นระเบียบครับ ที่จอดรถชั้นบน มีช่องอีกเยอะแยะครับท่านประธาน
เรื่องของความเดือดร้อนชาวบ้านครับท่านประธาน เนื่องจากว่าที่ตําบล บ้านสวน อําเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เป็นแหล่งที่ชําแหละสุกรหรือว่าทําสุกร เพื่อส่งตลาดมากที่สุด วันหนึ่งหลายร้อยตัวแต่ไม่มีโรงชําแหละหรือโรงฆ่าสัตว์ แล้วก็ต้อง ไปไกล ไปทําที่อําเภออื่น ค่าใช้จ่ายเขาก็สูง เขาทําเรื่องของมาที่ปศุสัตว์ ปศุสัตว์ไม่มี งบประมาณให้ครับ มีแต่แบบมีแต่อะไรให้ บอกว่าให้ของบจากกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น ผมก็ฝากไปถึงกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ขอรับการสนับสนุนในเรื่องของ งบเงินอุดหนุนเฉพาะกิจในการทําโรงฆ่าสัตว์หรือว่าโรงชําแหละสุกร ก็ฝากต่อท่านประธาน ด้วยครับ
ท่านชมพูครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๓ ค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ก็เป็นนิมิตหมายที่พวกเราได้หารืออีกครั้งหนึ่ง ดิฉันได้รับ การประสานงานกับพี่น้องประชาชนของบ้านไผ่สีทอง หม่ที่ ๖ ตําบลเวียงคุก อําเภอเมืองหนองคาย มีความประสงค์ก่อสร้างศาลาวังบัวแดงในหมู่บ้านดังกล่าวนี้ หมู่บ้านนี้เขาจะมีทะเลสาบค่ะ น้ําจืดที่มีวังดอกบัวแดงนั้นขึ้นเต็มไปหมดตามธรรมชาติ เป็นที่สวยงามและเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวของพี่น้องประชาชนแถบใกล้เคียงแล้วก็จังหวัดใกล้เคียงด้วยค่ะ แต่ว่าปัญหาของหมู่บ้านนี้เขาเกิดปัญหาประสบด้านไม่มีสถานที่รองรับให้แก่นักท่องเที่ยว ที่จะชมดอกบัวแดงอย่างใกล้ชิดนะคะ เขาจึงของบประมาณในการสร้างศาลายื่นออกไปค่ะ ท่านประธานคะ สถานที่แห่งนี้ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ประชา ประสพดี ซึ่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านไปเยี่ยมราษฎรแล้วก็ รับปากกับพี่น้องประชาชน แล้วก็ว่าจะสร้างศาลาแห่งนี้ให้แก่พี่น้องบ้านไผ่สีทองตรงนี้นะคะ แล้วก็ทางพี่น้องประชาชนนั้นได้ทวงถามมาผ่านไปยังทางท่านนายอําเภอ และท่าน ผู้ว่าราชการจังหวัด และประสานทางท่านประธานเพื่อนําความเดือดร้อนนี้เพื่อให้ ท่านรัฐมนตรี ซึ่งรับปากว่าจะไปช่วยพี่น้องประชาชนแก้ไขปัญหาให้มีแหล่งท่องเที่ยวในการ ชมดอกบัวแดงอย่างใกล้ชิดค่ะ
ประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสัมพันธ์ เมื่อกี้นี้ค่ะดิฉันก็เอารถขึ้นไปจอดที่ชั้น ๒ ของข้างอาคาร ๑ ของเรานี้ค่ะ แต่ก็ได้รับ ความสะดวกดีนะคะ เขาไม่ได้มีการปิดกั้นค่ะ ตรงไหนที่จอดได้เราก็เข้าไปจอดได้ อย่างสะดวกค่ะ ขอกราบเรียนท่านสัมพันธ์ได้รับทราบ แล้วก็ขอฝากขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ ที่ให้ความสะดวกค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านสมบูรณ์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนเข้าเวลานะครับ ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียว บางเรื่องที่ สมาชิกหารือนะครับ ที่ท่านประธานตอบได้ ผมอยากให้ท่านประธานได้ตอบครับ เช่นเรื่อง ในสภาอย่างนี้ครับ เพราะว่าคงจะไม่ต้องรอทําหนังสือถึงประธานสภา เพื่อให้แก้ปัญหาให้กับ พี่น้องสมาชิกในที่นี้นะครับ ท่านประธานครับ เข้าเวลานะครับ ขออนุญาตหารือ เรื่องความเดือดร้อนถึงกระทรวงศึกษาธิการ กรมอาชีวศึกษา วิทยาลัยการอาชีพกันตังครับ เป็นวิทยาลัยที่สมัยท่านชวน หลีกภัย ท่านได้ให้กระทรวงศึกษาธิการได้ขยายโอกาส ทางการศึกษาให้กับเด็กในชนบท วันนี้ครับเด็กนักเรียนก็เข้ามาศึกษาที่นี่เป็นจํานวนมากขึ้น อยากขอให้กรมอาชีวศึกษาได้ให้งบประมาณในการก่อสร้างอาคารวิทยบริการ ๑ หลัง ให้แก่วิทยาลัยการอาชีพกันตัง อําเภอกันตัง จังหวัดตรัง
เรื่องที่ ๒ ครับ ของกรมอาชีวศึกษาเช่นเดียวกัน ก็คือ วิทยาลัยสารพัดช่างตรัง ขอขยายระบบประปาภูมิภาคให้กับวิทยาลัย แล้วก็ขอโรงยิมกีฬา เพื่อให้นักกีฬาได้มีโอกาส ได้ออกกําลังกาย ๑ หลัง
ถึงกระทรวงสาธารณสุขครับท่านประธาน ก็คือวิทยาลัยการสาธารณสุข สิรินธร จังหวัดตรัง ครับ ได้ขออาคารหอพักสําหรับนักศึกษา จํานวน ๑ หลัง ก็ขอให้ทาง กระทรวงสาธารณสุขได้จัดสรรให้ด้วย
กระทรวงคมนาคมครับ ของกรมทางหลวง ถนนสายควนกุน-หนองชุมแสง เป็นถนนของกรมทางหลวง ซึ่งสังกัดแขวงการทางกระบี่ครับ วันนี้ยังไม่ได้ก่อสร้างลาดยาง ให้เป็นที่เรียบร้อย ผมเองได้หารือกับท่านประธานเรื่องนี้นะครับ ผมคิดว่าประมาณเป็นสิบครั้ง แล้วครับ แต่ว่ายังไม่ได้รับการแก้ไขเลย ขอให้ทางกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงได้แก้ไข ให้ด้วย วันนี้พี่น้องประชาชนปลูกต้นกล้วยบนถนนแล้วครับท่านประธานครับ
เรื่องสุดท้ายก็คือ กระทรวงคมนาคม กรมเจ้าท่าครับ ให้สร้างเขื่อนที่บริเวณ เกาะกลางแม่น้ําตรัง ก็คือเกาะเนรมิตนะครับ ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดตรังได้ให้งบประมาณ ในการปรับปรุงภูมิทัศน์จํานวน ๑๘ ล้านบาทแล้ว แต่ขอให้กรมเจ้าท่าได้สร้างเขื่อน กั้นเกาะกลางแม่น้ําตรังที่เกาะเนรมิตให้เป็นที่เรียบร้อยด้วย ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธาน
ท่านเทียบจุฑา ขาวขํา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เทียบจุฑา ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ท่านประธานคะ ดิฉันเอง ก็มีเรื่องหารือกับท่านประธานสัก ๒ เรื่องค่ะ คือ ท่านประธานคะ ระยะนี้เป็นฤดูฝนก็เกิด พายุฝนตกหนัก น้ําท่วมที่เมืองอุดรธานี แล้วก็ทําให้น้ําป่าไหลหลาก แล้วก็ทําให้ถนนเสียหาย หลายสายนะคะ โดยเฉพาะถนน ถนนทางหลวงแผ่นดินสาย ๒๓๔๘ เป็นช่วงระหว่างอําเภอ กับอําเภอ อําเภอบ้านผือไปอําเภอน้ําโสม ถูกน้ํากัดเซาะมากค่ะ แล้วก็ลึกด้วย ดิฉันเองก็เป็น ห่วงค่ะ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกํานัน ผู้ใหญ่บ้านก็มาร้องเรียนว่าเกิดปัญหา ไม่สามารถ จะสัญจรไปมาได้สะดวก แล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อย ก็ขอฝากกับท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมทางหลวงแผ่นดิน กระทรวงคมนาคมค่ะ
อีกเรื่องหนึ่งก็น้ําท่วมเหมือนกันค่ะ ถนนลาดยางสายบ้านกาลึม ตําบลเมืองพาน ไปตําบลจําปาโมง ดิฉันเองก็ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนใน ตําบลจําปาโมงกับตําบลเมืองพาน ถนนเส้นนี้น้ําท่วมตลอด ฤดูฝนทีไรน้ําท่วมตลอด ใช้การสัญจรไปมาลําบากมาก ก็ขอฝากไปยังกรมทางหลวงชนบทด้วยขอให้ใช้งบประมาณ จากภัยพิบัติมาดูแลบํารุงรักษาถนนทั้ง ๒ เส้นนี้ด้วยนะคะ
เรื่องที่ ๓ ค่ะท่านประธาน เนื่องจากเหตุการณ์ผ่านมาแล้วประมาณ ๑ เดือน เหตุการณ์การปะทะตํารวจกับทหาร เนื่องจากที่อําเภอบ้านผือได้ไปจับผู้ร้ายที่ค้ายาเสพติด ผู้ที่ค้าก็คือเป็นพลทหาร ซึ่งค้ายาเสพติดแล้วก็ใช้อาวุธสงครามไปยิงตํารวจ แต่บังเอิญกระสุน ไปถูกนายตํารวจของอําเภอบ้านผือ ๒ นาย ท่านร้อยตํารวจตรี ไพฑูรย์ ปราบพาน ตอนนี้ ก็รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล และอีกท่านหนึ่งก็เป็น ดาบตํารวจ กมล ฟองสมุทร ขณะนี้ ตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตํารวจ ดิฉันเองก็ได้ไปเยี่ยม ก็ได้ทราบข่าวว่าท่าน ผบ.ตร. แล้วก็ ผู้บัญชาการการภาค ๔ ก็ได้ส่งตัวแทนไปเยี่ยม ขณะเดียวกันดิฉันเองก็มีอีกท่านหนึ่ง ก็เป็นตํารวจอาสาที่เข้ามาช่วยดูแลรักษาการแทนกับตํารวจนี้ คือนายธีรภัทร เอมเกสร ท่านนี้เป็นตํารวจอาสาก็ถูกยิงด้วยค่ะ กระสุนก็ทะลุปอด ก็รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล
ท่านเทียบจุฑาเอาเอกสารมามอบให้ผมดีกว่าครับ ท่านใช้เวลาเกินแล้ว
ดิฉันก็ฝากไปสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเข้ามาช่วยเหลือและดูแลด้วย เพราะเขาไม่มีสิทธิเบิกจ่าย อะไรเลย ขอบคุณค่ะ
ท่านอาจารย์รัชดาครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวบางพลัดนะคะ สืบเนื่องจาก การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินค่ะ ตามที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ได้ดําเนินการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ตลอดเส้นทาง สายถนนจรัญสนิทวงศ์ การก่อสร้างคานรถไฟฟ้าก็ดําเนินการสร้างมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ เส้นถนนจรัญสนิทวงศ์ ซอย ๙๗ จนมาถึงซอย ๖๗ แล้วก็มาเจอพื้นที่ในบริเวณสี่แยกบางพลัด แล้วก็ซอย ๖๕ ไปยังเส้นถนนจรัญสนิทวงศ์ ซอย ๑ การก่อสร้างก็ไม่ได้มีปัญหาใด ๆ เพียงแต่ว่าพอมาถึงช่วงสี่แยกบางพลัด ทาง รฟม. ไม่รู้ว่าจะเอาเสาตอหม้อลงตรงไหนดี ทั้ง ๆ ที่มีการศึกษาออกแบบกันมาแล้ว ดิฉันก็ไม่ทราบว่าศึกษากันมาอย่างไร วางแผน ออกแบบสร้างคานกันมาอย่างไร พอมาถึงสี่แยกบางพลัดไม่รู้จะลงตรงไหน เพราะว่าถ้าเอา ลงตรงสี่แยกก็จะเจออุโมงค์ทางลอดแยกบางพลัด ครั้นที่จะเอาคานสร้างเป็นรูปแบบตัวยูคว่ํา ถ้าจะเอาตอหม้อลงพื้นดินก็จะไปกระทบกับท่อระบายน้ําแล้วก็ท่อประปาก็ดําเนินการไม่ได้ ถ้าจะเบี่ยงไม่ให้เจอแนวท่อประปากับท่อระบายน้ําก็จะต้องเวนคืนบ้านของพี่น้องประชาชน ประมาณ ๘๐ หลังคาเรือน วันนี้พี่น้องบริเวณสี่แยกบางพลัดนี้มีความกังวลใจมาก ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า รฟม. ออกแบบอย่างไรนะคะ กรณีนี้ก็เป็นอุทาหรณ์ให้ทาง รฟม. แล้วก็กระทรวงคมนาคมไปคิด ให้ดีว่าการที่จะสร้างรถไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครอีก ๑๐ สาย ก็ขอให้วางแผนอย่าง ให้รอบคอบ แต่ว่าสิ่งที่ดิฉันอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อผ่านไปยัง รฟม. ก็คือขอให้ เร่งดําเนินการปรับปรุงแบบเพื่อที่จะให้การดําเนินการก่อสร้างเป็นไปได้อย่างลุล่วงโดยที่ กระทบกับพี่น้องประชาชนให้น้อยที่สุด ณ วันนี้ รฟม. ไม่ได้เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชน ไปซักถามหรือแสดงความคิดเห็นแต่อย่างใดเลยนะคะ เป็นการพูดคุยในเชิงลับกับทาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งดิฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องที่กระทบความเป็นอยู่ ก็อยากให้ รฟม. เปิดโอกาสให้ประชาชนไปรับฟังแล้วก็เสนอเรื่องที่เขากังวลใจด้วย ขอบคุณค่ะ
ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ เสร็จแล้วไปท่านเกียรติศักดิ์ ไม่เอาแล้วใช่ไหม เชิญท่าน เกียรติศักดิ์ครับ ท่านเกียรติ์อุดมไม่ต้องถามแล้ว
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๕ อําเภอลําลูกกา จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องผมที่นํามาหารือ กับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้นั้นเป็นเรื่องที่ข้าราชการได้ปล่อยปละละเลย ในพื้นที่ทําให้มีการบุกรุกพื้นที่สาธารณะใช้ในประโยชน์ส่วนตน ขอทางโสตทัศนูปกรณ์ ได้ให้คลิป (Clip) ด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
จุดที่ ๑ ถนนปากทางเข้าเมืองเอก จะมีแม่ค้าได้มาวางขายสินค้าตลอดทางเท้า ตั้งแต่ปากทางเมืองเอกเข้าไปเป็นกิโลเมตร ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ผู้สัญจรไปมา
จุดที่ ๒ นี้ครับถนนลําลูกกาหน้าสถานีตํารวจภูธรคูคต ภาพที่ท่านเห็น ฟ้องชัดเจนนะครับว่ามีการใช้พื้นที่สาธารณะสําหรับประโยชน์ส่วนตน อยู่หน้าสถานี ตํารวจภูธรคูคตนะครับ ภาพที่ท่านเห็นนั้นช่องทางการจราจร ๑ ช่องทางเสียไปนะครับ
จุดที่ ๓ นี้ เป็นการบุกรุกของอพาร์ทเมนท์ บุกรุกในคลอง ๒ ที่อําเภอลําลูกกา สร้างรุกลงไปในคลอง จึงขอหารือมายังท่านประธานสภา ไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนั่นก็คือ ปลัดเทศบาลเมืองคูคต ผู้อํานวยการสํานักการโยธาเมืองคูคต ผู้กํากับการสถานีตํารวจภูธรคูคต ได้กํากับดูแลพื้นที่สาธารณะให้ใช้ประโยชน์ร่วมกันด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เอาตามระเบียบวาระครับ เชิญท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ครับ ท่านอภิปรายต่อได้เลยครับ จากเมื่อวาน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย กระผม ได้รับมอบหมายจากสมาชิกพรรคให้ทําหน้าที่แสดงความเห็นเกี่ยวกับการพิจารณากฎหมาย นิรโทษกรรมให้กับผู้กระทําความผิดอันเนื่องมาจากการชุมนุมทางการเมือง ท่านประธานครับ เมื่อช่วงเช้าผมได้ทําหน้าที่เป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบสภาผู้แทนราษฎร ได้ขออนุญาต ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรขอใช้พาวเวอร์พอยท์ (Power Point) ๓ ชิ้น ซึ่งเป็น พาวเวอร์พอยท์ที่เกี่ยวข้องกับพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งผมถือว่าเหมือนเป็นคําสอนที่สําคัญยิ่ง แต่ไม่ได้รับอนุญาต ผมสงสัยเหลือเกินว่า ผู้เกี่ยวข้องบอกว่าพระบรมราโชวาทไม่เคยมีการอนุญาตให้นําขึ้นพาวเวอร์พอยท์ ในการอภิปรายของสภา ถ้าตอบผมอย่างนี้เป็นการตอบที่ไม่ถูกต้อง เพราะเป็นการทําหน้าที่ อภิปรายกฎหมายเกี่ยวกับการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมได้ขออนุญาตใช้พาวเวอร์พอยท์ เกี่ยวกับพระบรมราโชวาทเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ผมก็ได้รับอนุญาต แต่วันนี้กลับมี คําตอบว่าไม่เคยมีการอนุญาต ท่านประธานครับ เรียนท่านประธานได้กรุณาใช้เวลาสัก ๑๐ วินาที และตอบผมหน่อยว่าใช้ได้ไหม
เรื่องนี้ครับท่านบุญจงครับ ผมไม่ได้ไปบอกว่าใช้ได้ ไม่ได้ เพื่อให้การประชุมไปราบรื่นก็ให้ คนที่เป็นกลางตั้งข้าราชการมา ๙ ท่านที่เป็นนักกฎหมายของสภา ตั้งแต่รองเลขาธิการ เป็นต้นไปหลายท่านก็ให้ไปพิจารณา เมื่อวานนี้ท่านวรชัย ท่านพิชิต มาขอใช้ เขาไม่อนุญาต ผมก็ไม่อนุญาต เพราะฉะนั้นผมไม่ได้ไปเห็นเลยว่าท่านขออย่างไร แต่ว่าเอาคณะกรรมการ ๙ ท่านนี่ ถ้าเสียงส่วนใหญ่อนุญาตผมก็เซ็นตามนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นของท่าน หรือของใคร เมื่อวานท่านวรชัยก็มาต่อว่าผมว่าผมไม่อนุญาต แต่ผมก็บอกว่ามีคณะกรรมการ ๙ ท่านที่เป็นข้าราชการ ผมถือว่าเป็นกลางที่สุดแล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับใคร ท่านไม่อนุญาตมา ผมก็ไม่อนุญาต ท่านพิชิต ชื่นบาน ก็มาต่อว่าผมนะครับว่าผมทําไมไม่อนุญาต ผมก็บอก เหมือนท่านบอกครับว่าข้าราชการใน ๙ ท่าน ท่านไม่อนุญาต ผมก็ไม่อนุญาต เพราะผม ไม่ได้เห็น ผมขออภัยท่านจริง ๆ ครับ ท่านน่าจะทราบดีท่านเป็นนักกฎหมาย ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ คําตอบ ของกรรมการ ท่านประธานต้องรับฟังและได้กรุณากลับไปทบทวนดูนะครับ ตอบว่าสภาแห่งนี้ ไม่เคยอนุญาตให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนใดใช้พระบรมราโชวาทขึ้นพาวเวอร์พอยท์ ซึ่งคําตอบนี้ผิดพลาด ผมเรียนว่าการทําหน้าที่อภิปรายกฎหมาย ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ผมได้ใช้พาวเวอร์พอยท์เกี่ยวกับพระบรมราโชวาทเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและได้รับอนุญาต มาแล้ว และที่สําคัญที่สุดเหตุใดสภาที่เป็นที่ประชุมของตัวแทนประชาชนจึงไม่อนุญาตให้ใช้พร หรือให้ใช้คําสอนที่ดีของพระเจ้าแผ่นดินนําเสนออยู่บนพาวเวอร์พอยท์ คนที่ติดตามทีวี คนที่สนใจการเมือง เขาจะได้รู้ว่าผู้นําเสนอการอภิปรายแต่ละคนนั้นมีวิธีคิดอย่างไร ท่านประธานครับ ไม่เป็นอะไร ไม่อนุญาต ผมเคารพการตัดสินใจ แต่ผมฝากท่านประธาน ในฐานะเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติต้องกลับไปดูครับ มิฉะนั้นแล้วจะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมไม่อยากกล่าวคําที่ไม่เหมาะสม
ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ถือได้ว่าเป็นการพิจารณากฎหมายที่สําคัญ ฉบับหนึ่งของประเทศไทย แล้วก็เป็นฉบับแรกที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรมาร่วม ๑๒ ปี ไม่เคย มีโอกาสทําหน้าที่พิจารณากฎหมายลักษณะอย่างนี้ แต่ผมต้องเรียนท่านประธานว่ารัฐบาล ของคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะที่เป็นผู้นําประเทศที่ได้รับความไว้วางใจ ได้รับการ มอบหมายจากประชาชนคนไทยให้มาเป็นผู้ปกครองประเทศ ขณะนี้ร่วม ๒ ปีแล้วครับ ปัญหาในประเทศมีมากมายเหลือเกินที่รัฐบาลอาสามาแล้วต้องทํา และการทําของ นายกรัฐมนตรีนั้นจะบ่นว่าเหน็ดเหนื่อยไม่ได้ เพราะท่านอาสามาแก้ปัญหาให้ประชาชน ทั้งแผ่นดิน ท่านประธานครับ ขณะนี้คนทั้งประเทศก็รู้ว่าปัญหาเรื่องค่าครองชีพ ที่มีค่าครองชีพที่สูง เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้แล้วมีปัญหา คนที่มีรายได้น้อย บรรดาพี่น้อง เกษตรกรวันนี้เดือดร้อนจากของกินของใช้ที่มีราคาสูง นี่คือปัญหา ปัญหาสําคัญคือรายได้ ของประชาชนส่วนใหญ่คนเรานั้นมีอาชีพเป็นเกษตรกร ทําไร่ ทํานา ปลูกพืชผลทางการเกษตร วันนี้รายได้จากการขายพืชผลเกษตร สินค้าเกษตรตกต่ําทุกตัว นี่คือปัญหา แม้แต่ปัญหา ในการบริหารราชการแผ่นดินของคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร วันนี้ก็ปล่อยปัญหาสะสมไว้ตั้งแต่ เข้ามา ๒ ปี เป็นหน้าที่ที่ต้องทําตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นหน้าที่ที่ต้องทําตามกฎหมาย ผู้สูงอายุ เมื่อเวลาเขาเสียชีวิตเขาต้องได้ค่าทําศพ ๒,๐๐๐ บาทต่อ ๑ ศพ วันนี้ทั้งประเทศไทยตั้งแต่ ปี ๒๕๕๕ ถึงปัจจุบันติดค้างไปแล้ว ๒๕๐,๐๐๐ ศพ งบกลางมีก็ไม่จ่าย นี่คือปัญหาครับ ฉะนั้นคนที่อดทนกับปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่คนเป็นผู้ปกครองประเทศ แต่คือประชาชน ประชาชนที่เขาไว้ใจให้รัฐบาลชุดนี้มาปกครองประเทศ เขาต้องอดทนกับการทํางานของ รัฐบาลนี้ ท่านประธานครับ ปัญหามีเยอะอยู่แล้ว แต่วันนี้รัฐบาลก็เอาปัญหาขึ้นมาอีก การเสนอ พ.ร.บ. นิรโทษกรรมนั้น ชื่อบอกว่าเป็นการปรองดอง แต่ข้อเท็จจริงแล้วมันไม่ใช่ ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าบรรยากาศการประชุมกฎหมายฉบับนี้เป็นบรรยากาศที่ไม่ใช่ บรรยากาศแห่งความเป็นประชาธิปไตยมีการประกาศใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคง กําหนดพื้นที่ ในกรุงเทพฯ บางส่วน ปิดกั้นมีตํารวจเต็มไปหมด ประชาชนจะเดินเข้ามาฟังการพูดของ ส.ส. ส.ส. คือตัวแทนประชาชน ประชาชนคือตัวการ วันนี้เข้าไม่ได้ นี่คือปัญหาว่าวันนี้ กฎหมายฉบับนี้ก็คือปัญหาที่รัฐบาลหยิบยื่นเข้ามาสู่ในประเทศไทย ท่านประธานครับ กระผมเป็นผู้แทนราษฎรผมมีหน้าที่ในการออกกฎหมาย กระผมมีหน้าที่ในการปรับปรุง แก้ไขกฎหมายที่ล้าสมัย ออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยทั้งประเทศ แล้วกระผมก็มีหน้าที่ในการที่จะต้องควบคุมการทํางานของรัฐบาล ถ้ารัฐบาลบริหารไม่ดี ทุจริต โกง ผมก็มีหน้าที่ในการตรวจสอบ ท่านประธานครับ เมืองไทยเรานั้นเรามี พระเจ้าแผ่นดินครับ เรามีพระเจ้าอยู่หัว และที่สําคัญที่สุดคนไทยส่วนใหญ่มีความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมนั้นได้มีโอกาสค้นหาพระบรมราโชวาทที่ผมนั้นติดตาม อยู่ตลอดเวลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นได้มีพระบรมราโชวาทอยู่หลายครั้งหลายหน เกี่ยวกับการออกกฎหมาย เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย ที่บางสถานที่ท่านบอกกับบรรดา ผู้ที่เป็นผู้พิพากษา บอกกับบรรดานักการเมืองทั้ง ส.ส. สว. ที่คนมีหน้าที่ในการออกกฎหมาย วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานครับ อัญเชิญพระบรมราโชวาทขององค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๔๗ ครับท่านประธาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะผู้พิพากษาประจําศาล สํานักงานศาลยุติธรรม ที่ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับตําแหน่งหน้าที่ ณ วังไกลกังวล มีดังนี้ ท่านประธานครับ ความยุติธรรมนั้นหมายความว่าทําอะไร ที่ตรงไปตรงมา ทําอะไรที่ถูกต้องตามกฎหมายที่ได้ตั้งเอาไว้ กฎหมายก็คือกฎเกณฑ์ที่คนเรา จะมีชีวิตอยู่ได้ โดยเฉพาะกฎหมายบ้านเมือง ถ้ากฎหมายบ้านเมืองไม่ได้มีและไม่ได้รักษา ประเทศชาติจะอยู่ไม่ได้ เพราะว่าอย่างที่เขาเรียกว่าไม่มีขื่อ ไม่มีแป ถ้าหมู่คณะหรือ ประเทศชาติไม่มีขื่อมีแป นั่นก็หมายความว่าไม่มีรากฐาน ไม่มีความเรียบร้อยในหมู่คณะ ถ้าไม่มีความเรียบร้อยของหมู่คณะคนต้องตาย ตายจริง ๆ คือไม่มีกฎเกณฑ์อะไรเลย ท่านประธานครับ พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสอนให้ผู้มีอํานาจ ผู้ปกครองประเทศได้รู้ว่าต้องรักษากฎหมายของบ้านเมืองให้มีขื่อมีแป ให้มีความถูกต้อง ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองจะอยู่ไม่ได้ แล้วจะเกิดความไม่เรียบร้อย และจะเกิดการนองเลือด ในที่สุด นี่คือพระบรมราโชวาท เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราโชวาทพระราชทานแก่คณะกรรมการสภาทนายความแห่งประเทศไทย ณ พระที่นั่งจิตรลดารโหฐานครับ มีดังนี้ท่านประธานครับ ผู้มีหน้าที่ในทางกฎหมายจะช่วยประชาชนได้ เพราะกฎหมายนี้มีไว้สําหรับให้บ้านเมือง มีความสงบเรียบร้อย ทุกสิ่งทุกอย่างจึงต้องมีกฎเกณฑ์ ถ้าประชาชนคือผู้ประกอบชาตินี้ มีความรู้พอในกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ได้วางเอาไว้ดี ก็จะทําให้การปกครองเป็นไปด้วยความ เรียบร้อยมีความสงบตามตัวกฎหมาย พระบรมราโชวาทนี้สอนให้รู้ว่ากฎหมายที่ออกมาใช้ ในบ้านเมืองนี้เขามีไว้สําหรับให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย ไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ในบ้านเมือง นี่คือกติกาของกฎหมาย ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๓๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราโชวาทในพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ณ พระที่นั่ง อนันตสมาคม พวกเรา ผม ท่านประธาน เวลาจะทําหน้าที่ในการเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. การเปิดประชุมครั้งแรก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องเสด็จฯ มีพระบรมราชโองการ พระบรมราชโองการนี้มีพระบรมราโชวาทนี้มีดังนี้ครับท่านประธานครับ ขอให้สมาชิก สภาแห่งนี้นึกถึงความสําคัญและความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ให้มาก เพราะ การกระทําทุกอย่างของแต่ละบุคคลจะมีผลโดยตรงถึงความมั่นคงของประเทศ และสุขทุกข์ ของประชาชน จึงจําเป็นที่ทุกคนต้องร่วมมือปรองดองกัน ปฏิบัติภารกิจทั้งปวงโดยเต็มกําลัง สติปัญญาความสามารถด้วยความสุจริตและความคิดพิจารณาอันสุขุมรอบคอบหนักแน่น ด้วยเหตุผลที่ถูกต้องเที่ยงตรงตามหลักนิติธรรม คุณธรรม ให้งานของชาติดําเนินก้าวหน้าไป โดยไม่ติดขัดจนบรรลุผลเลิศ และบังเกิดประโยชน์อันพึงประสงค์สมบูรณ์บริบูรณ์ ในทุก ๆ ด้าน ท่านประธานครับ พระบรมราโชวาททั้ง ๓ นี้ผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่สําคัญอย่างยิ่ง ที่วันนี้เราคนไทยที่มีความจงรักภักดีต้องนํามาใช้ นํามาเป็นแบบอย่าง ท่านประธานที่เคารพ ทุกคนในบ้านเมืองนี้ไม่ว่าหญิงและชาย ไม่ว่าคนจนคนรวย ไม่ว่าคนอยู่กรุงเทพมหานคร อยู่บ้านนอก สถานะอะไรเราต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน รัฐธรรมนูญมาตรา ๓๐ กําหนด ชัดเจนครับ ความเสมอภาคทางกฎหมายนั้นเราต้องเท่าเทียมกัน การพิจารณากฎหมาย ของสภาแห่งนี้ ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมให้กับผู้ชุมนุมทางการเมือง ผมกราบเรียน ท่านประธานไปถึงพี่น้องประชาชนคนไทยที่มีเวลา มีโอกาสได้ติดตามการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมนี้มีเพียง ๗ มาตรา ผู้เสนอก็บอกว่าเพื่อสร้าง ความปรองดองให้กับประเทศ แต่เหตุไฉนเลยวันนี้มันจึงเต็มไปด้วยความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ความขัดแย้งดูได้จากอะไรล่ะ ดูได้จากรัฐบาลของคุณยิ่งลักษณ์ที่ปกครองประเทศ กฎหมาย ฉบับนี้จะพิจารณาวันที่ ๗ ก็เริ่มกันจากใช้เครื่องมือทางกฎหมายคือ พ.ร.บ. ความมั่นคง ออกมากําหนดพื้นที่ในกรุงเทพมหานครในบริเวณใกล้เคียงสถานที่ที่ตัวแทนประชาชน จะประชุมพิจารณากฎหมายกัน ปิดถนน ผู้คนเดินทางสบาย ๆ ไม่สะดวกติดขัด นักเรียน ที่เคยไปโรงเรียนได้ตามสบายวันนี้เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับกฎหมาย โรงเรียนต้องประกาศปิด หยุดเรียน นี่คือบรรยากาศและความจริงว่าการพิจารณากฎหมายที่บอกว่านิรโทษกรรม เหล่านี้ไม่ใช่ปรองดอง แต่มันเริ่มต้นจากความขัดแย้งหรือความแตกแยกของคนในชาติ ท่านประธานครับ ผมต้องอธิบายความเรื่องนี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยที่ส่วนหนึ่ง เลือกผมมาเป็น ส.ส. และอีกจํานวนมากที่เขาเฝ้าดูทีวีกันว่าเหตุไฉนเลยกฎหมายฉบับนี้ มีเพียง ๗ มาตรา จึงเป็นปัญหาของคนในประเทศ มีการชุมนุม มีการต่อต้าน มีการแสดงความคิดเห็น ฝ่ายที่เสนอก็บอกเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็ออกมาคัดค้าน เพราะอะไรล่ะ ท่านประธานครับ ผมเรียนว่าอย่างนี้ครับ กฎหมายฉบับนี้มีเหตุผลอย่างไรจึงออกกฎหมายนี้ ต้องบอกประชาชนให้รู้ก่อนว่าทําไมจึงต้องออกกฎหมายฉบับนี้ เหตุผลของผู้เสนอก็บอกว่า บ้านเมืองมันขัดแย้งกันมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ จนมาถึงปัจจุบันนี้ ฉะนั้นเพื่อแก้ปัญหา ความขัดแย้ง จึงจําเป็นอย่างยิ่งจึงจะต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรม นี่คือเหตุผลของผู้เสนอ ท่านประธานครับ มาดูหน่อยว่าเมื่อบอกว่าจะสร้างความปรองดองกันแล้ว ทําไมเมื่อออก กฎหมายแล้วมันจึงเกิดความแตกแยก ในมาตรา ๓ ของกฎหมายฉบับนี้ครับท่านประธาน ผมต้องใช้เวลาในการอ่านเพื่อให้ประชาชนที่ไม่มีโอกาสมายืนอย่างผมนี่จะได้ยิน จะได้รู้ว่า ทําไม ส.ส. ประชุมกันแล้วมันจึงเกิดความขัดแย้ง ผมต้องเรียนว่านับจากรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ เข้าบริหารประเทศ ถึงเวลานี้ ๒ ปีเศษ ความพยายามหนึ่งของรัฐบาลนี้ก็คือการจะ ออกกฎหมายนิรโทษกรรมหรือกฎหมายปรองดองให้เกิดขึ้นโดยเร็ววัน ครั้งหนึ่งเคยเสนอ เข้าสภาครับ แต่ไปไม่ได้ ถูกแรงต่อต้านในสภา หยุดนิ่งไปนาน วันนี้เข้าปีที่ ๒ ก็ถึงเวลาแล้ว เพราะมันครึ่งเทอมแล้ว เป็นอย่างไรเป็นกันต้องเอาให้ออก ฉะนั้นมาดูที่ว่าสาระในกฎหมาย ฉบับนี้มี ๗ มาตรา ทําไมคนจึงเห็นไม่เหมือนกันล่ะ คนในประเทศส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า อยากให้คนไทยรักกัน อยากให้บ้านเมืองปรองดองกัน เห็นตรงกันหมด แต่ทําไมเมื่อเสนอ กฎหมายฉบับนี้มาแล้วมันจึงไม่ปรองดองล่ะ มันจึงเกิดปัญหา มันจึงเกิดประกาศ พ.ร.บ. ความมั่นคง มันจึงเกิดการปิดถนน เพราะอะไรล่ะครับ มาตรา ๓ ของกฎหมายฉบับนี้กําหนด อย่างนี้ท่านประธาน และพี่น้องประชาชนทั้งหลาย ให้บรรดาการกระทําใด ๆ ของบุคคล ที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง หรือบุคคลซึ่งไม่ได้ เข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง แต่กระทําการนั้นมีมูลเหตุเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวเนื่องกับ ความขัดแย้งทางการเมือง โดยการกล่าวด้วยวาจาหรือการโฆษณาด้วยวิธีใดเพื่อเรียกร้อง หรือให้การต่อต้านรัฐ การป้องกันตน การต่อสู้ขัดขืน การดําเนินการของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือการชุมนุมการประท้วง หรือการแสดงออกด้วยวิธีใด ๆ อันอาจเป็นการกระทบต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดของบุคลอื่น ซึ่งเป็นเหตุการณ์สืบเนื่องจาก การชุมนุมทางการเมืองหรือการแสดงออกทางการเมืองตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ ถึงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ไม่เป็นความผิดต่อไป และให้ผู้กระทํานั้น พ้นจากการเป็นผู้กระทําความผิดและความผิดนั้นโดยสิ้นเชิง ท่านประธานครับ ผมใช้เวลา อ่านมาตรา ๓ ประธานรู้ ส.ส. ในสภารู้ แต่พี่น้องประชาชนคนไทยเขาอยากรู้อย่างผม ผมจึงบอกว่านี่คือหัวใจ ๑ ใน ๗ มาตราของกฎหมายนิรโทษกรรม เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วมันเป็น อย่างไรครับ อะไรบ้างล่ะ ถ้าหากฎหมายฉบับนี้มีผลออกมาแล้ว มีเหตุการณ์อะไรบ้างที่จะ ได้รับการคุ้มครอง มีเหตุการณ์ในช่วงเวลาใดบ้างที่ผู้ชุมนุมแล้วจะได้ประโยชน์จากกฎหมาย ฉบับนี้ ตรงนี้จึงเป็นหัวใจสําคัญครับ ที่จะต้องบอกประชาชนให้รู้ว่ามันมีเหตุอะไรบ้างล่ะ ที่เมื่อเสนอกฎหมายฉบับนี้มาฝ่ายต่อต้าน ฝ่ายไม่เห็นด้วยเขาจึงออกมาคัดค้าน เนื้อหา กฎหมายมาตรา ๓ นั้น เหตุการณ์ชุมนุมนั้นเขากําหนดชัดเจนครับ ต้องเป็นเหตุการณ์ชุมนุม ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ถึงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ในเหตุการณ์เหล่านี้ครับ ช่วงเวลานี้ จึงจะได้รับการยกเว้นโทษ ยกเว้นความผิด ไม่ต้องรับโทษ ไม่ต้องมีความผิด เพราะฉะนั้นในมาตรา ๓ เหตุการณ์ชุมนุม วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ถึงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ นั้น มันมีเหตุการณ์อะไรบ้างล่ะครับท่านประธาน เหตุการณ์ ที่ได้รับการดูแล ได้รับประโยชน์จากกฎหมายมาตรา ๓ นั้น ผมแบ่งได้เป็น ๓ เหตุการณ์ครับ เหตุการณ์ที่ ๑ คือเหตุการณ์การชุมนุมต่อต้านของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า นปช. หรือกลุ่มคน เสื้อแดง ที่ได้ต่อต้านการทํารัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ นี่คือเหตุการณ์แรก เหตุการณ์ที่ ๒ คือเหตุการณ์ที่กลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกตนเองว่ากลุ่มพันธมิตร หรือกลุ่มเสื้อเหลือง ได้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช และนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้รับผล ได้รับการคุ้มครอง ส่วนเหตุการณ์ที่ ๓ คือเหตุการณ์ชุมนุมต่อต้าน ของกลุ่ม นปช. หรือคนเสื้อแดง ที่ต่อต้านรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถ้ากฎหมายนี้ มีผลคนที่อยู่ในเหตุการณ์เหล่านี้ก็ได้รับความคุ้มครองหากกระทําความผิดกฎหมาย นี่คือสิ่งที่ต้องบอกให้ประชาชนรู้ครับว่าเหตุการณ์ที่กฎหมายมาตรา ๓ เขียนไว้นั้น มันคุ้มครอง มันดูแล มันได้รับประโยชน์จากเหตุการณ์อะไรบ้าง ประธานที่เคารพครับ สําคัญที่สุด กฎหมายมาตรา ๓ นี้ เขียนบอกว่า ตั้งแต่การชุมนุม วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ถึงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ที่มีกลุ่มพันธมิตร หรือกลุ่มคนเสื้อเหลืองที่มีการชุมนุมก่อนวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๔ ปิดล้อมทําเนียบ ปิดล้อมสนามบิน เหตุการณ์เหล่านี้ในการชุมนุมเหล่านี้ ไม่ได้รับ ผลประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ เพราะเกิดขึ้นก่อนวันที่ ๑๙ กันยายน ปี ๒๕๔๙
อีกเรื่องหนึ่งครับ รัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เข้าบริหารประเทศ มีกลุ่มพี่น้องประชาชนที่เรียกตนเองว่า องค์กรพิทักษ์สยามต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ บอกว่าเป็นรัฐบาลนอมินี (Nominee) เป็นรัฐบาลหุ่นเชิด กลุ่มคนเหล่านี้ก็ไม่ได้รับประโยชน์ จากกฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้นจึงต้องอธิบายความในสาระ ในเนื้อหาของมาตรา ๓ เพื่อให้ คนที่ติดตามฟังเกี่ยวกับการออกกฎหมายนี้ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีความสําคัญที่สุดฉบับหนึ่ง ของเมืองไทย ท่านประธานครับ เมื่อรู้เหตุการณ์แล้วก็มาดูต่อว่าในมาตรา ๓ นั้นได้มีปรากฏ อยู่วรรคหนึ่ง คือวรรคท้าย วรรคท้ายมาตรา ๓ กําหนดไว้ว่าการกระทําในวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงการกระทําใด ๆ ของบรรดาผู้ซึ่งมีอํานาจในการตัดสินใจหรือสั่งการให้มี การเคลื่อนไหวทางการเมืองในห้วงระยะเวลานั้น ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่แสดงความเห็น ในสังคมกันเยอะ ผู้เสนอกฎหมายก็ออกมาบอกว่าเป็นการช่วยประชาชน ไม่รวมแกนนํา ผู้ที่เห็นต่างก็บอกว่าไม่จริง เพราะไม่มีใครยอมรับว่าเป็นแกนนํา ท่านประธานครับ ถ้าพูดอย่างนี้ผมต้องย้อนถึงบรรยากาศการชุมนุมในช่วงที่ผมมีโอกาสได้เป็นรัฐบาล ได้เป็นรัฐมนตรี ผมเองต้องยอมรับความจริงว่าการทําหน้าที่ทํางานยากมาก ถ้าออกไปพื้นที่ ต่างจังหวัดก็ไม่สามารถทํางานได้ เกิดการชุมนุม การต่อต้าน เราไม่ว่า นั่นเป็นความคิดของ พี่น้องที่เขามีแนวคิดอย่างนั้นแต่วันนี้การชุมนุมก่อนเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ที่มีการชุมนุม ต่อต้านรัฐบาลของคุณอภิสิทธิ์เราจะเห็นบรรยากาศการชุมนุมไปปิดอยู่ที่ใจกลางกรุงเทพฯ มีผู้ที่ถือได้ว่าเป็นผู้นําขึ้นเวทีได้กล่าวหลายสิ่งหลายอย่าง ผมจะไม่พูด เดี๋ยวจะมีการประท้วง รู้กันอยู่ว่ากล่าวอย่างไร เผาเลยครับพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันก็ เป็นประเด็นปัญหาว่าใช่แกนนําไหม หลายคนก็ปฏิเสธผมไม่ใช่แกนนํา ผมไม่ได้เป็นคนสั่งให้นาย ก นาย ข ไปเผาศาลากลาง ไม่ได้เป็นคนสั่งให้นาย ก นาย ข ไปเผาห้างสรรพสินค้า ฉะนั้นปัญหานี้คือเป็นปัญหาใหญ่ ว่ากฎหมายนี้จึงเกิดความไม่ไว้วางใจ จึงเกิดการไม่เชื่อว่าทํากฎหมายเพื่อเอื้อ เพื่อช่วย พวกพ้องของตัวเองใช่หรือไม่ แต่ส่วนตัวผมนั้นยืนยันว่าใช่ นี่คือมาตรา ๓ ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนอย่างนี้ว่าสําคัญที่สุดเมื่อเสนอกฎหมายนี้เข้าสภาเสร็จ แทนที่กลุ่มที่ได้รับ ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้จะออกมาเห็นด้วยสนับสนุนว่าผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นจําเลย ผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการสอบสวนของตํารวจ อยู่ระหว่างการสอบสวน ของอัยการรอส่งฟ้อง น่าจะยอมรับสิ่งดี ๆ กับตัวเองว่าได้ประโยชน์จาก พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ที่ผู้เสนอกฎหมายได้เสนอ แต่วันนี้หลายคนในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ อย่างเช่นกลุ่มพันธมิตร เขาก็ออกมาปฏิเสธชัดเจนว่าเขาไม่ต้องการ เขาไม่เอาเรื่องนี้ เขาพร้อมที่จะเดินสู่ กระบวนการยุติธรรม ผิดคือผิด ไม่ผิดศาลก็ต้องยกฟ้องปล่อยตัวมา หรือแม้นแต่ อดีตนายกรัฐมนตรี คุณอภิสิทธิ์ คุณสุเทพ ก็ประกาศชัดเจนว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการ ยุติธรรม ศาลตัดสินประหารชีวิต จําคุกตลอดชีวิตก็พร้อมเข้าสู่ นี่ละครับ ท่านประธานครับ มันเป็นเครื่องที่บ่งบอกให้เห็นว่าวันนี้ความเห็นในสังคมมันไม่ตรงกัน ผู้รับประโยชน์จํานวนหนึ่ง ไม่เห็นด้วย ท่านประธานครับ คราวนี้เรามาดูกันต่อว่าเมื่อเสนอกฎหมายเข้าไปแล้ว มาตรา ๓ บอกอย่างนี้แล้ว มาตราที่เกี่ยวข้องอีกมาตราหนึ่งคือมาตรา ๔ มาตรา ๔ นี้ เป็นมาตราที่บ่งบอกชัดเจนเลยว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับเมื่อไร ผลที่ได้จากมาตรา ๔ จะต้องแบ่งเป็นดังนี้ครับท่านประธาน
ประการที่ ๑ ถ้าผู้กระทําความผิดในเหตุการณ์ชุมนุมในช่วงวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ถึงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ถ้าผู้กระทําความผิดยังไม่ถูกฟ้อง หรืออยู่ระหว่างการสอบสวน ก็ให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการระงับการสอบสวน หรือระงับการฟ้องร้อง
ประการที่ ๒ ถ้าผู้กระทําความผิดถูกฟ้องต่อศาล ให้อัยการ หรือองค์กร ที่เกี่ยวข้องระงับการฟ้องหรือให้ถอนฟ้อง
ประการที่ ๓ ถ้าผู้กระทําความผิดอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล ไม่ว่าจําเลยจะร้องขอหรือศาลเห็นเอง ให้ศาลพิพากษายกฟ้องหรือจําหน่ายคดี
ประการที่ ๔ ถ้ามีคําพิพากษาตัดสินถึงที่สุดแล้ว ให้ลงโทษก่อนวันที่กฎหมายนี้ มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าบุคคลนั้นไม่เคยต้องคําพิพากษาว่าได้กระทําความผิด
ประการที่ ๕ ถ้าคนที่ถูกตัดสินถึงที่สุดแล้วว่ากระทําผิด และอยู่ในระหว่าง การรับโทษ อยู่ในเรือนจํา ก็ให้โทษนั้นสิ้นสุดและปล่อยตัวมา นี่คือสาระของมาตรา ๔ ครับ ท่านประธาน ฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้มี ๗ มาตรา แต่มันแผลงฤทธิ์มาก แผลงฤทธิ์ในที่นี้ ก็คือว่าเป็นกฎหมายที่ออกมาแล้วทําลายระบบ ทําลายกระบวนการยุติธรรม ท่านประธานครับ ผมต้องบอกอย่างนี้ว่าเมื่อท่านประธาน พี่น้องประชาชนได้ยินผลของมาตรา ๔ แล้วว่า เป็นอย่างที่ผมกราบเรียน ๔-๕ ข้อ คราวนี้เรามาดูต่อว่าจากเหตุการณ์ชุมนุมที่เกิดขึ้น ๑๙ กันยายน ปี ๒๕๔๙ ถึงวันที่ ๑๐ ที่ผมกล่าวถึงนั้นมีคดีลักษณะใดบ้างล่ะ มีคดีแบบไหนบ้าง ที่วันนี้ถูกดําเนินคดีอยู่ ที่มีคดีที่พอจะใช้เวลาสั้น ๆ ตรงนี้กล่าวถึงได้นั้นก็จะเห็นเป็นคดีหนึ่งที่มีการบุกรุก มีการไป ทําลายทรัพย์สินของการประชุมที่พัทยา ประชาชนติดตามก็จะรู้ การประชุมครั้งนั้น ไม่สามารถเดินต่อไปได้ กลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยออกไปทําลายทรัพย์สินโรงแรมแล้วก็ทําให้ การชุมนุมเริ่มขึ้น นี่ก็คือคดีหนึ่ง หรือการชุมนุมที่ผ่านมาไม่กี่เดือนไม่กี่ปีนี้ ก็คือการชุมนุม ที่บอกไปว่า เผาเลยครับพี่น้องผมรับผิดชอบเอง มีคนตกเป็นจําเลยตัดสินถึงที่สุด จําคุกอยู่ อยู่ระหว่างดําเนินคดี อยู่ระหว่างอุทธรณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเผาศาลากลางที่จังหวัดขอนแก่น ที่จังหวัดอุบลราชธานี ที่จังหวัดอุดรธานี หรือแม้แต่มีการลักทรัพย์ในห้างสรรพสินค้า เผาห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ นี่ก็เป็นคดีที่อยู่ในช่วงเวลามีการชุมนุมทางการเมือง หรือกรณีเป็นคดีที่ใช้อาวุธสงครามออกมายิงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนไทยคือวัดพระแก้ว นี่ก็เป็นอีกคดีหนึ่ง หรือคดีที่สําคัญและผมนั้นยอมไม่ได้ คือคดีที่กลุ่มบุคคลที่กระทําความผิด ขึ้นกล่าวปราศรัยดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายต่อองค์พระมหากษัตริย์ วันนี้ศาลตัดสินจําคุก หลายคดี ผมไม่เอ่ยชื่อ คดีเหล่านี้คือคดีอาญาแผ่นดิน มีโทษตั้งแต่ประหารชีวิต จําคุก กักขัง ปรับ ริบทรัพย์ หลายคนอยู่ในคุก อาญาแผ่นดินคือคดีอุกฉกรรจ์ครับ มันเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ท่านประธานครับ ที่สําคัญที่สุดผมต้องเรียนท่านประธานว่า ผมบอกข้างต้นแล้วว่า วันนี้บ้านเมืองนั้นต้องยึดหลักกฎหมาย ถ้าไม่ยึดหลักกฎหมายบ้านเมืองไร้ขื่อไร้แป อยู่กันไม่ได้ สําคัญที่สุดโดยกระบวนการยุติธรรมของบ้านเมืองเรานั้น ใครก็ตามที่ทําผิด กฎหมายก็ต้องเข้าสู่กระบวนการของกฎหมาย วันนี้คนบ้านนอกไปขโมยทรัพย์สินกัน ในหมู่บ้าน ถูกจับได้ก็ต้องถูกตั้งข้อหาลักทรัพย์ ไปยิงคนตายก็ถูกตั้งข้อหาฆ่าคนตาย โดยเจตนา ไม่พอใจใครเอาน้ํามันไปราดบ้านเขาก็ถูกตั้งข้อหาวางเพลิงโดยเจตนา โดยกระบวนการทั้งหมดเมื่อมีความผิด ถูกตั้งข้อหา ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ของเมืองไทย นักศึกษาเรียนกฎหมาย คนทําอาชีพกฎหมายเป็นทนายความ ตํารวจ อัยการ ศาล หรือแม้แต่ครูสอนกฎหมายก็รู้ว่ากระบวนการยุติธรรมในเมืองไทยเป็นอย่างไร เมื่อผิด ถูกจับ คนที่มีหน้าที่ในกระบวนการเบื้องต้นคือตํารวจ มีหน้าที่ในการสืบสวนแสวงหา พยานหลักฐาน ถ้าพยานหลักฐานแน่นหนาสอบสวนต่อไป วันนี้มีข้อมูลแน่นหนาว่าผิดจริง ตํารวจก็ลงโทษเขาไม่ได้ โทษตามกฎหมายอาญามี ๕ อย่าง ประหารชีวิต จําคุก กักขัง ปรับ ริบทรัพย์ ตํารวจไม่มีอํานาจ ถ้าเห็นเขาผิดก็สั่งฟ้องไปที่อัยการ อัยการก็เป็นทนายแผ่นดิน มีหน้าที่กลั่นกรอง ดูการสอบสวนตํารวจว่าสอบสวนถูกไหม สอบสวนกลั่นแกล้งเขาไหม พยานหลักฐานดีไหม ถ้าอัยการเห็นว่าพยานหลักฐานดี ควรฟ้อง อัยการก็ลงโทษไม่ได้ ต้องส่งไปยังศาล ท่านประธานครับ ศาลนั้นคืออํานาจอธิปไตยหนึ่งที่มีอํานาจในการวินิจฉัย พิจารณาในการลงโทษ ถ้าศาลเห็นว่าพยานหลักฐานไม่น่าเชื่อว่าจําเลยผิด หรือมี พยานหลักฐานที่เป็นที่สงสัยศาลก็มีกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีกฎหมายต่าง ๆ ยกฟ้องปล่อยตัวไป หรือจะลงโทษจําคุกก็แล้วแต่ ถ้าจําเลยผิดจริงขึ้นศาล สํานึกต่อความผิด บอก รับสารภาพ ไม่เคยทําความผิดมาก่อน ศาลก็อาจจะลดโทษกึ่งหนึ่งหรือรอลงอาญา ถ้าติดคุกก็เข้าไปเรือนจํา นี่คือสังคมไทยอยู่กันอย่างนี้ ผมเองก็เคยเจอคดีครับ ผมก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะผมทําแล้วผมกล้ารับผิด นี่คือสิ่งที่สังคมไทยอยู่อย่างนี้ และกฎหมายสูงสุดของประเทศ เขาก็บอกอย่างนี้ไว้ว่าเสมอภาคกัน คุณจะเป็นเศรษฐีมีเงิน คุณจะเป็นรัฐมนตรี คุณก็ไม่แตกต่างอะไรกับยายมี ยายมา ป้าแม้น มีอาชีพทําไร่ทํานา ฉะนั้นสภาแห่งนี้ เรามีหน้าที่ออกกฎหมาย เราก็ต้องดูสิครับว่าหน้าที่เราที่ออกกฎหมายนั้นเราควรทํากฎหมาย ให้เป็นกฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมนั้นมีโอกาสได้ พิจารณากฎหมายแบบนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตการเป็น ส.ส. ท่านประธานกับผมไม่ต่างกัน หรอกครับ เป็น ส.ส. รุ่นเดียวกัน วันนี้ท่านประธานก็เพิ่งเคยเจอกฎหมายอย่างนี้ ผมนั้น รับไม่ได้ ผมมีเหตุผลที่ผมรับไม่ได้กฎหมายอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าเพราะผมเป็นฝ่ายค้าน แต่ผม รับไม่ได้เพราะผมเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ผมมีโอกาสสอบถามประชาชนมีความเห็น อย่างไรกับเรื่องนี้ ประชาชนที่ผมพบประชาชนส่วนใหญ่ของผมเขาไม่เห็นด้วยกับวิธีการ ที่ ส.ส. หรือในสภาไปออกกฎหมายลักษณะอย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วย และผมอยากจะตอบเลยว่าที่ไม่เห็นด้วยเพราะกฎหมายแบบนี้ นิรโทษกรรมแบบนี้มันไม่ดี อย่างไร ผมต้องมีเหตุผลสนับสนุนความเห็นของผม
เหตุผลประการที่ ๑ ผมบอกประธานเลยว่ากฎหมายอย่างนี้ ถ้าปล่อยให้ ออกมาได้นั้นเป็นการทําลายอํานาจอธิปไตยของประเทศและทําลายกฎหมายของ ประเทศไทย คืออะไรครับ วันนี้เรามีฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายสภาใช่ไหมครับ ท่านประธานนั่งข้างบนด้วยความสง่างามท่านคือประมุข คือประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ หนึ่งอํานาจในอํานาจอธิปไตยของประเทศ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้อํานาจมาจากประชาชน ๑๕ ล้านเสียง ท่านคือประมุขของฝ่ายบริหาร อีกหนึ่งประมุข ก็คือประมุขที่ให้ความยุติธรรม ให้ความเป็นธรรมกับผู้คนในแผ่นดินนี้โดยยึดหลักกฎหมาย โดยมีกติกาของกฎหมาย ถึงท่านไม่ใช่เป็นคนออกกฎหมาย สภานี้ออกกฎหมาย เมื่อออกไปแล้วท่านต้องใช้ หลักกฎหมายที่มีอยู่โดยเฉพาะกฎหมายรัฐธรรมนูญ นั่นก็คือตุลาการ ท่านประธานครับ โดยระบบของศาลกระบวนการยุติธรรมนั้นเมื่อคดีใด ๆ ก็ตาม ศาลตัดสินลงโทษจําคุก ศาลตัดสินจําคุกตลอดชีวิต ประหารชีวิต หรือจะตัดสินจําคุก ๑๐ ปี ๑๕ ปีก็ตาม เมื่อจําเลยคนนั้นไม่อุทธรณ์คดีถึงที่สุดหรืออุทธรณ์ต่อสู้ฎีกาแล้วคดีถึงที่สุดว่าผิด ถ้ายังมี โทษจําคุกอยู่จําเลยคนนั้นก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมสุดท้ายคือราชทัณฑ์ครับ เข้าคุก เข้าเรือนจําครับ โดยกระบวนการของเมืองไทยนั้นถ้าจําเลยคนนั้นเป็นคนประพฤติดี จําเลยคนนั้นก็มีโอกาสได้รับพระราชทานอภัยโทษต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กฎหมายระเบียบวิธีปฏิบัติของคนไทยเป็นอย่างนี้มาตลอด แต่วันนี้เรากําลังออกกฎหมาย นิรโทษกรรมกําหนดในมาตรา ๔ นั้นบอกชัดเจนครับ บอกชัดเจนว่าถ้าคนทําผิดอย่างที่ผม กราบเรียนข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นคนที่เผาศาลากลาง ไม่ว่าจะเป็นคนที่เผาห้างสรรพสินค้า ไปลักทรัพย์ในห้างสรรพสินค้า ไปยิงสิ่งศักดิ์สิทธิ์วัดพระแก้ว หรือแม้แต่ดูหมิ่นอาฆาต มาดร้ายองค์สถาบันพระมหากษัตริย์ คนเหล่านี้ก็ได้รับประโยชน์จากกระบวนการยุติธรรม ของเมืองไทยทั้งสิ้น เช่น ถ้าอยู่ระหว่างการสอบสวนของตํารวจคุณตกเป็นผู้กระทําความผิด ข้อหาลักทรัพย์ ตํารวจหาตัวคุณเจอคุณถูกสอบสวนอยู่ กฎหมายนี้ออกมาเสร็จ ตํารวจต้อง ปล่อยตัวทันที เพราะผลของกฎหมายฉบับนี้ปล่อยได้กลับบ้านได้ ถ้าอยู่ระหว่างอัยการรอการสั่งฟ้องอยู่ เมื่อกฎหมายนี้ออกมาอัยการต้องปล่อยตัวทันที เห็นไหมครับ ถ้าอยู่ระหว่างการพิจาณา ของศาล ขณะนี้มีอีกหลายคดีครับกําลังพิจารณาของศาล บางคดีก็มีบรรดาสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเป็นจําเลย แต่ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองก็ขอเลื่อนไปก่อน อยู่ระหว่างการ สืบโจทก์อาจจะสืบอีก ๑ ปียังไม่จบ ถ้ากฎหมายนี้มีผลออกมา ศาลถูกสั่งโดยกฎหมายฉบับนี้ ว่าศาลต้องยกฟ้องอย่างเดียว และจําหน่ายคดีออกไปไม่ต้องพิจารณาหรือแม้แต่คดีถึงที่สุด แล้ว ลงโทษจําคุกแล้วต้องรับผิดแล้ว อยู่ในเรือนจําแล้วพอกฎหมายนี้ออกมาคนเหล่านั้น ไม่มีความผิดถือว่าการกระทําไม่มีความผิดออกจากเรือนจําทันที เช่น คนที่เผาศาลากลาง ครับท่านประธาน วันนี้ติดคุก ๒๐ ปี ๓๐ ปี ออกจากคุกได้ทันที ท่านประธานครับ ถามว่า เหตุการณ์เหล่านี้ทําไมไม่นิรโทษกรรมละ ผมเห็นว่าการกระทําเหล่านี้เป็นการจงใจเจตนา ที่ชัดเจน ไม่ได้ทําเพราะสําคัญผิด เป็นการเจตนาวางแผนการดําเนินการอย่างชัดเจน และทําผิดกฎหมายบ้านเมือง โดยเฉพาะที่เผาศาลากลาง ท่านประธานครับ ท่านประธาน รู้ไหมครับศาลากลางหลังหนึ่งเวลาเผาแล้วสร้างเสร็จต้องใช้เงินเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ค่าอาคาร ค่าครุภัณฑ์ที่ถูกเผา คอมพิวเตอร์เยอะแยะ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมรับไม่ได้ เพราะถ้ากฎหมายนี้ออกมานี่ครับ ผลของกฎหมายมันก็จะไปสั่งตุลาการเขาว่าต้องจําหน่าย คดีออกไป ซึ่งโดยผลของกระบวนการยุติธรรมของศาล มีคําพิพากษาของศาลเคยตัดสิน มาแล้ว ถ้าตัดสินอย่างนี้ผิด ศาลฎีกาบอกผิดในอนาคตศาลฎีกาอาจบอกไม่ผิดก็ได้แล้วแต่ ข้อเท็จจริง แต่วันนี้นิติบัญญัติออกกฎหมาย บอกว่าต้องจําหน่ายคดีเหล่านี้ไป นี่คืออํานาจ อธิปไตยของเรา ระบบกฎหมายของเราที่จะพังเพราะกฎหมายฉบับนี้ผมจึงไม่เห็นด้วย ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ถ้าปล่อยกฎหมายที่มีผลเหมือนกฎหมาย ฉบับนี้ออกมามันจะเป็นการทําให้สังคมนั้นยึดการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงครับ จะเป็น แบบอย่างที่ไม่ดีให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เรียนรู้สังคมที่ผิดและจะเป็นการทําลายอนาคตของชาติ ตรงนี้ผมห่วงมาก ท่านประธานครับ วันนี้ชุมนุมเสร็จไม่พอใจเสร็จกดดันรัฐบาลเสร็จ ทําทุกอย่างให้ชนะ มีอํานาจทางการเมืองแล้วก็มาแก้กฎหมาย ออกกฎหมายบอกว่าทุกอย่าง ไม่ผิด ท่านประธานครับ แล้วสังคมจะอยู่ได้หรือครับ วันนี้สิ่งที่ผมไม่พอใจอันหนึ่งแต่ผมไม่ได้พูด ตั้งแต่การเอางบกลางของรัฐบาลเป็นเงินภาษีอากรของประชาชน เป็นเงินแผ่นดินไปจ่าย ศพละ ๗,๗๙๐,๐๐๐ บาท ผมก็ไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว เพราะมันเป็นเงินภาษีอากรของประชาชนครับ หมดไปตั้ง ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทในการจ่าย แต่วันนี้คนสูงอายุตายศพละ ๒,๐๐๐ บาท มีหน้าที่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มีหน้าที่ตามกฎหมายผู้สูงอายุ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน รัฐบาล ไม่ยอมจ่ายงบกลางแม้แต่สลึงเดียว ท่านประธานครับ สังคมจะบูดเบี้ยว สังคมจะมีปัญหา เพราะสังคมจะนิยมความรุนแรง ถ้าไม่พอใจอะไรออกมาเรียกร้องขับไล่รัฐบาล ราคา มันสําปะหลังราคาถูก ไม่ต้องกลัวปิดถนนเลย พวกเราเป็นรัฐบาลเดี๋ยวช่วยกัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันจะเกิดขึ้นเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด ถ้ากฎหมายไม่เป็นกฎหมายไม่มีขื่อมีแป สังคมจะอยู่ได้อย่างไร เยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งพวกเราไม่กี่ปีก็ตายแล้ว เราต้องยอมรับความจริง ว่าพวกเราไม่กี่ปีก็ตายแล้ว เราต้องสร้างบรรทัดฐานของกฎหมาย พระบรมราโชวาท สอนชัดเจนว่า ถ้าบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแปสุดท้ายก็จะเกิดการทะเลาะการนองเลือดกัน นี่คือสาเหตุที่ ๒ ถ้ากฎหมายนี้ออกมาจะสร้างสังคมมีปัญหาเกิดความรุนแรงและเป็น แบบอย่างที่ไม่ดี
ประการที่ ๓ ที่ผมไม่เห็นด้วยเพราะผมว่าไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะผู้เสนอกฎหมายนี้ ผมเชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าท่านมีส่วนได้เสียกับกฎหมายฉบับนี้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผู้เสนอ กฎหมายนั้นเป็นคนหนึ่งที่ร่วมชุมนุมทางการเมือง เป็นคนหนึ่งที่มีบทบาทการแสดงออก ทางการเมือง ฉะนั้นท่านเสนอกฎหมายฉบับนี้คนที่ได้รับประโยชน์ กลุ่ม เพื่อนพ้องของท่าน อีกเยอะแยะ วันนี้มีคดีอยู่บนศาลอีกมากมาย ผมนี่ไม่อยากเอ่ยชื่อ แต่ไม่เอ่ยชื่อเดี๋ยวชาวบ้าน จะมองภาพไม่ออก เช่น คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ วันนี้ก็เป็นคนหนึ่งซึ่งอยู่ในเหตุการณ์เหล่านี้ ฉะนั้นคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็อยู่ในพรรคเพื่อไทย เราต้องยอมรับความจริงว่ากฎหมายฉบับนี้ เสนอโดยกฎหมายที่มีผลส่วนได้ส่วนเสียกันโดยตรง เราไม่ได้ไปคุ้มครองประชาชนที่เป็น ชาวไร่ชาวนาเหมือนการออกกฎหมายทั่วไปนี่ครับ นี่คือที่ผมไม่เห็นด้วยในการมีส่วนได้เสีย โดยตรง
ท่านประธานครับ ประการสุดท้ายในเหตุผล ประการที่ ๔ นะครับ ที่ผมเห็นว่า คนที่ทําความผิดในห้วงเวลาทั้งหมดนั้นต้องกล้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมครับ ในเวลาที่ ท่านชุมนุมกันนั้นกฎหมายบ้านเมืองเขียนชัดเจนนะครับ ถ้าเอาไฟ เอาน้ํามันไปเผาตรงไหน ไฟไหม้บ้านเขา ไฟไหม้ส่วนราชการ นั่นคือความผิดข้อหาวางเพลิงโดยเจตนา ถ้าเอาปืนไปยิง หัวคนตาย นั่นคือฆ่าคนตายโดยเจตนา กฎหมายเขียนหมดครับ รู้อยู่แล้วมีกฎหมาย บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ ฉะนั้นเมื่อทําความผิด สิ่งที่ดีที่สุดวันนี้ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม การทําให้บ้านเมืองปรองดองที่สุดก็คือทุกคนต้องเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วก็ มีคนจํานวนมากที่เขาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว บางคนก็ได้รับการรอลงอาญา ถ้าเดิน อย่างนี้ได้ครับ บ้านเมืองผมเชื่อว่าไม่มีความขัดแย้ง เพราะทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย ตัวเดียวกัน แต่วันนี้ที่มันมีความขัดแย้งเพราะคนที่มีอํานาจกําลังใช้กฎหมายที่ตัวเองมีหน้าที่ ในการออกกฎหมาย ออกกฎหมายเพื่อช่วยเหลือกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือพวกตัวเองนี่อย่างไรครับ อย่างนั้นมันไม่มีการชุมนุมหรอกครับ มันไม่มีเงื่อนไข เขาไม่ประสงค์จะขับไล่นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรอกครับ ท่านเป็นคนสวย ท่านเป็นคนตั้งใจทํางาน ทําต่อไป ๔ ปีเลย ปัญหาคาเยอะแยะ ปัญหาทุจริตการโกงข้าวก็ยังคาอยู่ ก็ยังมีอยู่อีกหลายปัญหา ฉะนั้น ไม่ประสงค์เลย นี่คือสิ่งสําคัญว่าวันนี้มันเป็นเรื่องของการเจตนากระทําความผิด เมื่อเจตนา กระทําความผิดกฎหมายอาญาแผ่นดินก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ใครเป็นคนตอบ ล่ะครับ ใครเป็นคนเฉลยว่าเมื่อท่านเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วท่านจะผิดหรือไม่ผิด ก็คือศาลอย่างไรครับ อย่าไปกลัวสิครับถ้าท่านบริสุทธิ์ใจ เดินอย่างสง่างามเข้าไปเลยว่าสิ่งที่ ผมทํานี่ผมมั่นใจว่าผมไม่ผิด สิ่งที่มีการเผาศาลากลางเกิดขึ้นผมมั่นใจว่าผมไม่ใช่คนสั่งการ สิ่งที่มีการยิงวัดพระแก้วผมมั่นใจว่าไม่เกี่ยวกับผม ศาลก็ต้องไต่สวนสืบพยานโจทก์ สืบพยาน จําเลยมาสู้กันสิครับ ถ้าไม่ผิดศาลก็ต้องปล่อยตัวไป ยกฟ้อง ถ้าผิดแล้วแต่ศาลจะลงโทษ มันมีระดับของโทษของกฎหมายที่ศาลจะใช้ หรือถ้ารู้ว่าผิดก็เดินเข้ากระบวนการยุติธรรมเลย บอกว่าผมผิด ผมสํานึกครับ ผมยอมรับความผิด อย่างนี้ทางกฎหมายเขาเรียกว่า ให้การที่ เป็นประโยชน์ ไม่ยุ่งยากต่อการสืบพยาน ไม่ยุ่งยากต่อการไต่สวน ไม่ยุ่งยากต่อการพิจารณา ศาลก็อาจจะรอลงอาญา ถ้าเข้าสู่กระบวนการอย่างนี้บ้านเมืองไม่มีเหตุแห่งการชุมนุมเลย ถึงแม้ของจะแพงหน่อยชาวบ้านก็อดทนครับ ถึงแม้ตายแล้วไม่ได้สตางค์ชาวบ้าน ยังไม่เดินขบวนเลย ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน เห็นไหม ทนได้ เพียงแต่ว่าอย่าเอาเงื่อนไขเอาอะไร ขึ้นมาเลยครับ บ้านเมืองมันจะไม่สงบ นี่คือเหตุผล ๔-๕ ข้อที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ไปถึงคนไทยทั้งประเทศที่มีเวลาติดตามการพิจารณากฎหมายนิรโทษกรรม ท่านประธานครับ คราวนี้มาดูต่อ ที่บ้านเมืองมันวุ่นวายอย่างนี้ ที่ออก พ.ร.บ. ความมั่นคง ที่ปิดถนน ที่นักเรียนไม่ต้องไป โรงเรียนนี่ ที่ผู้คนจะมาฟังการอภิปรายบนนี้มาไม่ได้สักคนมันเพราะอะไร ออกกฎหมาย ฉบับนี้มันไปดูแลคนกี่ชีวิต ไปช่วยเหลือคนกี่คน เมื่อวานนี้ผมฟังการอภิปรายบอกว่ามีคน ได้ประโยชน์ ๔๐,๐๐๐ คน ๕๐,๐๐๐ คนได้ประโยชน์ โกหก พูดปด ท่านประธานครับ เอกสารสภาครับ เอกสารประกอบการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับนิรโทษกรรม ผู้กระทําความผิดทางการเมือง ออกโดยฝ่ายวิชาการของสภาผู้แทนราษฎร ปรากฏชัดเจน ในหน้า ๒๗ บอกว่า ขณะนี้มีจํานวนนักโทษทางการเมืองของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ หรือ นปช. หรือคนเสื้อแดง ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในขณะนี้มีแค่ ๓๐ คน ๑. อยู่เรือนจําหลักสี่ ๒๒ คน ๒. อยู่เรือนจําพิเศษกรุงเทพมหานคร ๔ คน ๓. อยู่เรือนจํา เชียงใหม่ ๑ คน ๔. อยู่ทหารบก ๑๑ จังหวัดนครปฐม ๑ คน ๕. อยู่ทัณฑสถานหญิง ๑ คน และ ๖. อยู่เรือนจําขอนแก่นอีก ๑ คน รวมเป็น ๓๐ คน และผมยังมีข้อมูลครับ ยังมีจําเลย ยังมีผู้ต้องหาอีกอยู่ประมาณไม่เกิน ๑๐๐ คน ที่อยู่ในกระบวนการต่อสู้คดีอยู่ รวมทั้ง ผู้มีบทบาททางการเมืองที่ขึ้นบนเวทีในการชุมนุม ถ้าภาษาการชุมนุมเขาเรียกว่า แกนนํา ปลุกระดม มีอีกจํานวนหนึ่ง คือข้อหาผู้ก่อการร้ายประมาณ ๒๐ กว่าคน ท่านก็ต่อสู้คดีไป ฉะนั้นการที่นําเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมนี้ขึ้นมา มันเป็นเพียงกฎหมายช่วยคนเพียง กลุ่มเดียว ไม่กี่ร้อยคน ไม่ใช่ ๓๐,๐๐๐ คน ๔๐,๐๐๐ คน ท่านประธานครับ บ้านเมืองอยู่ดี ๆ มีความสงบเรียบร้อยก่อนเสนอกฎหมายฉบับนี้ อย่างที่ผมบอกละครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์อยากจะไปเยือนประเทศไหนก็ไปได้สบาย รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ อยากจะไปจังหวัดไหน ภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคเหนือ ไปอย่างสบาย ฉะนั้นการบริหาร ราชการแผ่นดินรัฐบาลชุดนี้บริหารแบบสบาย ๆ ไม่เหมือนรัฐบาลที่แล้ว สําคัญที่สุด คนในชาติที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ปกครองอยู่ ๖๗ ล้านคน ๖๘ ล้านคนนี้ เขาก็อยู่กัน ปกติสุขดี ๆ ครับ แม้จะลําบากมากต่อค่าครองชีพ แม้จะลําบากมากต่อสินค้าทางการเกษตร เขาก็อยู่กันเป็นปกติ คนเป็นชาวนาชาวไร่ตื่นมาก็ไปทํานาทําไร่ คนทํางานโรงงานตื่นมา ไปทํางานโรงงาน ข้าราชการก็ไปเป็นข้าราชการคนอยู่ในกรุงเทพมหานครก็ไปทํามาหากิน ตัวเอง เขาอยู่เป็นปกติ นั่นแสดงว่าเหตุการณ์บ้านเมืองก่อนเสนอกฎหมายนี้มันปกติ มันไม่มี อะไรที่จะต้องไปปรองดอง ไปนิรโทษกรรมเลย ส่วนคนที่กําลังมีคดีความอยู่ขณะนี้ก็เข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมตามปกติ หลายคนเป็น ส.ส. ก็ไปขึ้นศาลกัน นั่งตั้งแต่ เก้าโมงยันสี่โมงเย็น ไต่สวนสืบต่อเนื่อง แต่เวลาเปิดสมัยประชุมก็ใช้เอกสิทธิ์ ส.ส. กลับเข้าสภา ศาลก็เลื่อนยาวไป มันก็เป็นเหตุการณ์ปกติ ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่วันนี้ที่มันผิดปกติ เพราะคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เอา พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้ามา เพราะเอา พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้ามาครับ มันจึงเกิดปัญหาความวุ่นวาย ความขัดแย้ง และเป็นประเด็นของความแตกแยก ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะเป็นผู้ปกครองประชาชนทั้งแผ่นดิน ๖๐ กว่าล้านคน อาสามาทํางานหนัก อาสามาแก้ปัญหาของชาติ แก้ปัญหาของประชาชน ท่านย่อมรู้อยู่ว่า กฎหมายฉบับนี้เมื่อเข้ามาแล้วมันจะเกิดความแตกแยก เกิดความวุ่นวาย เกิดการชุมนุม ต่อต้าน เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๖ เวลาประมาณ ๒ ทุ่มครึ่ง ท่านออกรายการทีวี รวมการเฉพาะกิจทุกช่อง และบอกว่าพร้อมจะหาทางออกให้ประเทศ ท่านประธานครับ มีข้อความอยู่ตอนหนึ่งท่านได้กล่าวว่า เป็นที่น่าเสียใจคือการเคลื่อนไหวบนท้องถนนของกลุ่ม ที่ไม่เห็นด้วย โดยอ้างสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย แต่การกระทําไม่ยอมรับความ เป็นกติกาที่แท้จริง แต่การกระทําไม่ยอมรับความเป็นกติกาที่แท้จริง ที่มีการยั่วยุเรียกร้องให้ปฏิวัติรัฐประหาร รัฐบาลจึงจําเป็นต้องออก พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวาย นี่คือการหาทางออกให้ประเทศ ผมเข้าใจในความรู้สึกของ คุณยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี เพราะรู้ว่าพอประกาศ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ แล้ว จะมีเสียงผู้คนออกมาต่อว่าต่อขานว่าทําไมจึงก่อให้เกิด ความวุ่นวายในบ้านเมืองนี้ ทําไมฉันเดินทางสะดวก ๆ ฉันต้องไปเส้นทางอื่นไม่สะดวก ทําไม ลูกฉันอยู่โรงเรียนดี ๆ โรงเรียนลูกฉันต้องปิดเพราะพวกเรามาประชุมสภากัน ทําไม นายกรัฐมนตรีก็จึงออกแถลงการณ์อย่างนี้ว่าพร้อมจะหาทางออกของประเทศ เห็นด้วย และสนับสนุนอย่างยิ่งให้นายกรัฐมนตรีทําอย่างนี้ เพราะนายกรัฐมนตรีคือคนเดียว ในแผ่นดินไทยที่จะทําให้บ้านเมืองไม่แตกแยก ท่านประธานครับ ทางออกให้กับประเทศไทย ไม่ต้องไปเชิญใครมาหรอกครับ คนเดียวเท่านั้นที่ทําได้คือคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพราะท่านคือผู้นําประเทศ หัวใจของท่านอยากทําจริงไหม หัวใจท่านอยากเห็นไหมผู้คนใน บ้านเมืองนี้ไม่ต้องมาเดินขบวน ต่างคนต่างอยู่ต่างคนต่างทํามาหากินกัน นายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ปกครองประเทศก็ดูแลประชาชน บําบัดทุกข์บํารุงสุข ทหารมีหน้าที่อะไรก็ทํา ของทหารไป ตํารวจก็ทําไป ตํารวจไม่ต้องมา พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคง เต็มบ้านเต็มเมือง อย่างนี้ นายกรัฐมนตรีคนเดียวแก้ทางออกให้ประเทศ ไม่ต้องเชิญ ๒ เทพ ไปหาคนโน้นคนนี้ ไม่ต้อง และวิธีทําไม่ยากเลย เพราะคํากล่าวของนายกรัฐมนตรีบอกชัดเจนว่า แต่การกระทํา ไม่ยอมรับเป็นกติกาที่แท้จริง นายกรัฐมนตรีรู้กติกาแสดงว่านายกรัฐมนตรีเข้าใจคําว่ากติกา กติกาคือสิ่งที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน เปรียบได้เหมือนกับกฎหมาย ครับท่านประธาน นายกรัฐมนตรีแก้ได้ง่ายที่สุดครับ ผมเสนอทางออกให้นายกรัฐมนตรีครับ ถอนกฎหมายนี้ออกเสีย ถอนออกมาเลยครับนายกรัฐมนตรี หัวใจ นายกรัฐมนตรีถอน กฎหมายออกมา แล้วก็ให้กระบวนการทุกกระบวนการเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ชั้นตํารวจ ชั้นอัยการ ชั้นศาล เดินอย่างนี้ ศาลจะตัดสินอย่างไรอยู่ที่กระบวนการยุติธรรมครับ
ท่านบุญจงสักครู่ครับ ท่านประสิทธิ์มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ วกวน ซ้ําซาก และไม่ตรงตามข้อเท็จจริง ร่าง พ.ร.บ. นี้เสนอโดยคุณวรชัย เหมะ
เอาละครับ ผมวินิจฉัย นั่งลงครับ คือท่านบุญจงท่านก็ใช้สิทธิของซีกฝ่ายค้าน ต้องอดทนฟัง นะครับ บรรยากาศวันนี้ดีอยู่แล้ว ไม่อยากให้ทะเลาะเบาะแว้งกัน เชิญท่านบุญจงต่อครับ
ท่านประธานครับ ผมขอเสนอ ทางออกให้ประเทศ กับท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะเป็นผู้อาสามาปกครองชาติบ้านเมืองนี้
ประการที่ ๑ ถอนกฎหมายนี้ไปเถอะครับ และปล่อยให้ทุกเหตุการณ์ ทุกคดี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ท่านจะทําไปทําไมละครับ คนเผาบ้านเผาเมืองจะต้องได้รับพ้น ท่านจะทําหรือครับ คนที่หมิ่นพระเจ้าอยู่หัว อาฆาตมาดร้ายพระเจ้าแผ่นดิน ที่วันนี้ศาล ตัดสินจําคุกแล้ว อยู่ในคุกแล้ว หลายคนหนีอยู่นอกประเทศ ผลกฎหมายนี้ออกมาเขาได้รับ ผลประโยชน์ทันที ผมคนหนึ่งละที่เป็นคนไทยผมไม่ยอมครับ ผมไม่ยอมที่จะทําให้สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้น ผมรับไม่ได้และผมเชื่อว่าคนไทยหลายคนที่ไม่ยอมในข้อหาที่กล่าวอาฆาตมาดร้าย พระเจ้าแผ่นดิน พระมหากษัตริย์ และวันนี้ติดคุกอยู่ กฎหมายออกมาได้รับผลประโยชน์ทันที ออกจากคุก ฉะนั้นท่านต้องถอน นี่คือเหตุที่ ๑ ครับที่จะให้บ้านเมืองมีทางออกได้
ประการที่ ๒ ผมขอร้องท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เรื่องหนึ่ง ผมรู้ว่าวันนี้ เมื่อผ่านเสียงในสภาแล้ว เข้าสู่กรรมาธิการวาระ ๒ วาระ ๓ กระบวนการอันนี้ก็ว่ากันไปตาม กฎหมาย แต่ขอร้อง เพราะท่านถนัดการตั้งเวทีทางการเมืองต่างจังหวัด แล้วก็ไปบิดเบือนว่า กฎหมายอย่างนี้เป็นอย่างโน้นเป็นอย่างนี้ดี โน้นนี้ เหมือนกับผมเคยเสนอเรื่องหนึ่งโครงการ เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมบอกว่าโครงการนี้มันเป็นโครงการสร้างหนี้ให้ประเทศ ดอกเบี้ยอีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็น ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และเอามาลงทุนสร้างรถไฟ ความเร็วสูง ผมบอกว่าผมเห็นด้วยสร้างความเจริญ
ท่านประสิทธิ์ว่าอย่างไรครับ ท่านบุญจงสักครู่ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ความจริงผมเคารพท่านประธานและผมเชื่อฟัง แต่ว่าผู้อภิปรายทําผิด ข้อบังคับบ่อยครั้ง โดยเฉพาะข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วกวนซ้ําซากและให้ร้าย ท่านประธานต้อง วินิจฉัยครับ ขอบคุณครับ
คืออย่างนี้ท่านบุญจงครับ เขาประท้วงตั้ง ๒ ครั้งแล้ว ท่านใช้เวลามาประมาณ ๑ ชั่วโมง ผมให้โอกาสท่านด้วยความเคารพ ท่านช่วยสรุปหน่อยก็แล้วกัน เพราะว่าตอนนี้มีชื่อส่งขึ้นมา ให้ผม ๑๐ กว่าท่าน แต่ละท่านใช้เวลา ๑ ชั่วโมง ก็อีก ๑๐ กว่าชั่วโมง ก็ขอท่านเป็นผู้ใหญ่แล้ว กรุณาได้บริหารเวลาให้ผมด้วยนะครับ ขอบคุณ เชิญต่อครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ พอดีพรรคผมมี ๒๐ กว่าคน อภิปรายไม่กี่คนครับ ก็ต้องขอกราบเรียนท่านประธานครับ ท่านประธานครับ สําคัญที่สุดถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านเข้าสู่กระบวนการกฎหมายแล้ว ท่านอย่าไปสร้างความบิดเบือนให้กับพี่น้องประชาชน แต่ท่านจะดึงประชาชนมา มีส่วนร่วมด้วยให้เห็นด้วยกับกฎหมายของท่านนี้ ท่านต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ว่าผลกฎหมายฉบับนี้เป็นอย่างไร ผมเสนอทางออกให้ ถ้าท่านมั่นใจจะเดินต่อกฎหมาย ฉบับนี้ ท่านต้องทําประชามติเลยนะครับ นี่คือผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชน นะครับ กระทบต่อระบบกฎหมายของประเทศ ท่านให้ประชาชนที่เขามีสิทธิเลือกตั้งสิครับ ที่เขาอยู่บ้านนอก อยู่ต่างจังหวัด อยู่จังหวัดสุรินทร์ อยู่โคราชอย่างผม ทําประชามติ ถามเลยว่าต้องการกฎหมายแบบนี้ไหม ใช้เงินแค่ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น แต่ท่านเดินต่อไปวันนี้มันจะสูญเสียมากกว่านี้ จะเกิดการชุมนุม เกิดการต่อต้านหรืออาจจะ เกิดความรุนแรงในอนาคตได้ คําถามถามไม่ยากหรอกครับ ๒ คําถามพอ ประชาชน เห็นด้วยไหมกับการออกกฎหมายยกโทษให้คนที่ทําความผิดในการเผาสถานที่ราชการ หรือทําร้ายร่างกายฆ่าคนตาย หรือยกเว้นโทษให้กับคนที่หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ เห็นด้วยไหม อีกคําถามหนึ่ง ถ้าไม่เห็นด้วยก็ถามตรงข้ามกับอันนี้เท่านั้นเองครับ ผลออกมา ถ้าประชาชนเขาเห็นด้วย นายกรัฐมนตรีก็รับได้เลย เพราะนายกรัฐมนตรีอ้างเสียง ๑๕ ล้านเสียงตลอดอยู่แล้ว ผมเสนอทางออกอย่างนี้ครับ นายกรัฐมนตรีไม่ต้องไปตั้ง หรอกครับ สภาประชาชน สภาปฏิรูป ไม่มีประโยชน์ วันนี้นายกรัฐมนตรีเป็นคนก่อปัญหา ในประเทศ นายกรัฐมนตรีต้องแก้เอง
ท่านบุญจงมีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายชินวัฒน์ หาบุญพาด ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงผู้ที่อภิปราย ตามข้อ ๖๑ ที่บอกว่าฆ่าคนตาย เมื่อวันก่อนนี้ศาลก็ได้วินิจฉัยออกมาแล้วคนที่ตายด้วยน้ํามือ เจ้าหน้าที่ ผู้ที่อภิปรายในขณะนี้กําลังโกหกในสภาครับ และผมก็ไม่แน่ใจว่า
ท่านประท้วง บอกข้อประท้วงพอครับ ท่านอภิปรายนิดหนึ่ง แต่ไม่ต้องประกอบทั้งหมด เดี๋ยวเป็นการอภิปราย เดี๋ยวผมวินิจฉัยนะครับ ท่านนั่งลงก่อนครับ อาจารยฺเชิญนั่งครับ คือเช้านี้ทั้งเช้าก็ดีอยู่แล้วนะครับ ท่านบุญจงครับอะไรที่มันจะพาดพิงไปให้เกิดการประท้วง เสียเวลา ท่านก็ช่วยหน่อยก็แล้วกัน ท่านก็เป็นผู้ใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย กรุณาอยู่ในเวลา พอสมควรด้วยนะครับ เชิญต่อ
ท่านประธานครับ เวลาผม ในพรรค ๒๔ คน ผมพูด ๒ คนครับ และที่ผมพูดที่บอกผมพูดโกหกต้องถอนเสีย ต้องถอนเสีย ผมไม่ได้ว่าใครฆ่าใครตายครับ ผมต้องการให้เห็นกระบวนการยุติธรรม ท่านจะไปเดือดร้อน อะไรละครับ ผมไม่ได้ว่าท่านเป็นคนฆ่าใคร ผมกําลังพูดหลักการ วันนี้กฎหมายฉบับนี้ เป็นอย่างนี้ ไม่ถอนไม่โทษกัน ปล่อยไปครับไม่มีปัญหา ไม่ไปต่อล้อต่อกลอน ท่านประธานครับ ทั้งนี้ละครับ ผมจึงบอกว่าผมขอหาทางออกให้ประเทศ แล้วให้นายกรัฐมนตรีเห็นแก่ประเทศ ของเราครับ สังคมไทยจะได้เดินต่อไป ฉะนั้นทั้งหมดที่ผมใช้เวลาครั้งนี้ผมมีเหตุมีผลที่ผม ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับนี้ครับ
ท่านสามารถ แก้วมีชัย ช่วยบริหารเวลาด้วยนะครับ เดี๋ยวสักครู่นะครับท่านสามารถ เชิญท่านสุทธิครับ
ขออนุญาตหารือ ท่านประธานนิดเดียวครับ คือเผอิญผมมีพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครมีความหนักใจ ไม่สบายใจ มีความเดือดร้อนเรื่อง พ.ร.บ. ความมั่นคงครับ ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรแล้ว ถ้าเผื่อเป็นไปได้ก็อยาก ให้ยกเลิก พ.ร.บ. ความมั่นคงด้วยครับ
อันที่ ๒ ครับ คือเมื่อเช้านี้เข้ามาประชุมที่สภานี้ ที่บริเวณที่จอดรถทั้งหมด ถูกตํารวจก็ยึดไปหมดแล้วครับ จะหาที่จอดรถก็ไม่มี บริเวณจอดรถทั้งหมดตํารวจก็ได้ใช้เป็น ที่นั่งเล่นบ้าง ใช้เป็นที่นอนเล่นบ้างนะครับ แล้วก็เอารถจากภายนอกรถตํารวจเข้ามา เต็มไปหมด และจอดรถไม่ได้ และเมื่อวานผมเข้ามา
ท่านสุทธิครับ ผมนึกว่าท่านประท้วง พอดีมันอยู่ในวาระ ด้วยความเคารพท่านครับ เดี๋ยวผม จะดูแลให้ครับ หารือในช่วงนี้ไม่ได้หรอกครับ ขอโทษด้วยครับ ด้วยความเคารพอย่างสูง ท่านสามารถ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้สภาเรากําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม คําว่า นิรโทษกรรม แปลว่า การให้อภัย การลืมสิ่งที่ได้กระทําผิดที่ผ่านมา ผมจะอภิปรายโดยไม่ไปพาดพิงถึงสิ่งที่ ได้กระทําผิดกันมาแล้วนะครับ ก็อยากจะให้การอภิปรายร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นการอภิปราย ที่จะหาทางออกให้บ้านเมือง จะหาทางที่จะทําให้พี่น้องประชาชนซึ่งได้ทําผิดไป ไม่ว่าจะ หลงผิดด้วยประการใดก็ตามได้มีโอกาสกลับมาเป็นพลังของบ้านเมืองในการช่วยกันแก้ไข ปัญหาและสร้างความรัก ความสามัคคีภายในประเทศ
ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมผู้ซึ่งกระทําความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชนที่ท่านวรชัย เหมะ และคณะ ได้เสนอนี้ ผมต้องถือว่าเป็นสัญญาณส่งไปยังสังคมไทยและสังคมโลก ว่าเรากําลังจะหาทางออกให้กับประเทศ เรากําลังจะสร้างโอกาสให้กับลูกหลานไทยที่จะต้อง มาช่วยดูแลบ้านเมืองต่อไปในอนาคต เราคงไม่สร้างมรดกที่เสียหายไว้ให้กับลูกกับหลาน ฉะนั้นผมมั่นใจครับว่าถ้าทุกท่านมีใจที่เป็นกลาง ถ้าทุกท่านปรารถนาจะเห็นบ้านเมือง ของเรามีความรัก ความสามัคคี และเห็นว่าเรากําลังก้าวเดินไปสู่โลกที่ต้องแข่งขันกันด้วย ปัญญา แข่งขันกันด้วยความรู้ ความสามารถ จําเป็นครับท่านประธานที่เราต้องมาตั้งสติ แล้วก็หาทางออกร่วมกัน
ผมอยากทําความเข้าใจนะครับว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จริง ๆ แล้ว มีเจตนาสําคัญอยู่ที่หลักการของร่างนะครับ ในหลักการของร่างพูดชัดเจนครับว่า ให้มีกฎหมายนิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง และแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ผมขอขีดเส้นใต้นะครับว่า ของประชาชน ร่างนี้ มีเจตนาที่จะให้อภัยพี่น้องประชาชนซึ่งอาจจะเข้ามาร่วมชุมนุมทางการเมืองหรือแม้ไม่ได้ มาร่วมชุมนุมทางการเมือง แต่ได้กระทําการบางสิ่งบางอย่างที่เป็นการผิดกฎหมาย ซึ่งถ้าท่านประธานได้ดูรายละเอียดในมาตรา ๓ ท่านจะเห็นนะครับว่าเขาหมายถึงการกระทํา ที่เป็นการกล่าวร้าย กล่าวด้วยวาจา หรือโฆษณาด้วยวิธีใดเพื่อเรียกร้องหรือให้มีการต่อต้านรัฐ การป้องกันตน การต่อสู้ขัดขืน การดําเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือการชุมนุมการประท้วง หรือการแสดงออกด้วยวิธีการใด ๆ อันอาจเป็นการกระทบต่อชีวิตร่างกาย อนามัย ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่งของบุคคลอื่น ซึ่งเป็นเหตุการณ์สืบเนื่องมาจากการชุมนุม ทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง ท่านจะเห็นนะครับ หลายท่านพยายาม ที่จะฉายภาพให้เห็นว่าการนิรโทษกรรมครั้งนี้จะไปเกี่ยวข้องกับผู้กระทําความผิดอาญา มาตรา ๑๑๒ ก็คือเรื่องการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งถ้าท่านอ่านนะครับจะไม่มีถ้อยคําใด ที่จะคุ้มครองผู้กระทําผิดดังกล่าวเลย คุ้มครองเฉพาะผู้ที่ต่อต้านรัฐหรือไปกระทําการ ต่อเจ้าหน้าที่ ทําลายทรัพย์สินให้เสียหาย แค่นั้นนะครับ ท่านประธานครับ ฉะนั้นก็อยากจะ ทําความเข้าใจว่าแม้กฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้ไปแล้ว สิ่งที่ท่านทั้งหลายกังวลมันจะ ไม่เกิดขึ้น นอกจากนั้นแล้วหลายท่านก็ยังพยายามที่จะไปพูดบอกว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ใช้บังคับแล้วก็จะทําให้แกนนํา ผู้สั่งการ หรือผู้มีอํานาจตัดสินใจจะได้อานิสงส์ด้วย ก็ชัดเจนครับ วรรคสองของมาตรา ๓ ก็บอกว่าการกระทําในวรรคหนึ่งไม่รวมถึงการกระทํา ของบรรดาผู้ซึ่งมีอํานาจในการตัดสินใจหรือสั่งการให้เคลื่อนไหวทางการเมือง ในห้วงระยะเวลาดังกล่าว ฉะนั้นตรงนี้เป็นเบื้องต้นและเป็นหัวใจสําคัญ เพราะเป็นหลักการ ของกฎหมายและไม่ต้องไปห่วงนะครับ เมื่อเราตั้งกรรมาธิการพิจารณาในรายละเอียดแล้ว ใครจะไปเขียนเพิ่มเติมหรือบิดเบือนจากหลักการนี้ ข้อบังคับเราก็ไม่ยอมอยู่แล้ว ก็อยาก กราบเรียนท่านประธานว่าที่ผ่านมาเราได้เคยมีพระราชบัญญัติ มีพระราชกําหนด นิรโทษกรรมมามากมายหลายฉบับ แต่ที่นิรโทษกรรมให้กับประชาชนเท่าที่ผมเห็นนี้นะครับ ออกเป็นพระราชบัญญัติเพียง ๒ ฉบับ ออกเป็นพระราชกําหนด ๑ ฉบับ ตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมานะครับ นอกจากนั้นเป็นการออกนิรโทษกรรมให้กับผู้ปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งถือว่า เป็นกบฏของแผ่นดิน ผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ มีการออกพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมถึง ๘ ฉบับ ออกพระราชกําหนดอีก ๔ ฉบับ และที่สําคัญที่สุดล่าสุดนี้นะครับ การปฏิวัติรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ไม่มีการออกเป็นพระราชบัญญัติ ไม่มีการออกเป็นพระราชกําหนด แต่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา ๓๗ หลังจากยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวแปรมาเป็นรัฐธรรมนูญฉบับถาวรปี ๒๕๕๐ ที่เราใช้กันอยู่นี่นะครับ ไปเขียนไว้ในมาตรา ๓๐๙ ว่าการกระทําที่ผ่านมาให้ถือว่า ถูกกฎหมายหมด ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือผลที่เกี่ยวเนื่องมาจนถึงปัจจุบันหรืออนาคต ก็ถือว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญผมได้ฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดถึงเรื่องหลักนิติรัฐ พูดถึงบอกว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะทําลายหลักนิติรัฐนะครับ ผมอยากเรียกร้อง วิงวอนครับ ถ้าท่านอยากเห็นหลักนิติรัฐที่ชัดเจน อยากเห็นสังคมไทยเป็นสังคมกฎหมาย ที่ถูกต้องชอบธรรม เรามาช่วยกันแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ นี้ดีไหมครับ อันนี้ละครับ ชัดเจนกว่าเพื่อนฉบับอื่นนี่ใช้เฉพาะนะครับ เฉพาะเหตุการณ์ เฉพาะช่วงเวลา อย่างของวันที่ ๑๔ ตุลาคมเขาก็จะใช้เฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๓ ตุลาคม ใครผิดในช่วงนั้น ก็ยกเว้นความผิดให้ หรือเหตุการณ์วันที่ ๑๙ ตุลาคม ซึ่งมาออกกฎหมายเมื่อปี ๒๕๒๑ เขาก็ยกโทษให้เฉพาะผู้กระทําผิดช่วงระหว่างวันที่ ๔ ถึงวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ หรือเดือนพฤษภาคมที่เกิดเหตุการณ์แล้วมีการออกพระราชกําหนดนิรโทษกรรม เขาก็ยกเว้น ให้เฉพาะผู้ที่กระทําความผิดระหว่างวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ถึงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๓๕ แค่นั้น แต่รัฐธรรมนูญ วันนี้ มาตรา ๓๐๙ เขียนไว้ตลอดกาล ถ้าเมื่อไรไม่ยกเลิกนะครับ ยังมีผลใช้บังคับตลอดฉะนั้นเรียกร้องวิงวอนนะครับ ให้ทุกท่านที่อยากเห็นสังคมไทยเป็น นิติรัฐอย่างที่ท่านพูดกัน อย่าเพียงแต่พูดมาช่วยกันทําให้มันเป็นนิติรัฐจริง ๆ มาช่วยกันแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ พวกเราพยายามละครับ จะจัดทําทั้งฉบับ จะให้มี สสร. มายกร่าง ให้ประชาชนมามีส่วนร่วม แต่ในที่สุดก็ทําไม่ได้ อันนี้เป็นข้อเท็จจริง อยากจะกราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ให้เห็นว่าเจตนารมณ์ในการเสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับนี้ เราต้องการช่วย ประชาชนจริง ๆ มีหลายท่านก็ตั้งข้อสังเกตซึ่งกระผมอยากจะขอเวลาท่านประธาน ได้แลกเปลี่ยนทําความเข้าใจ ผมไม่ถือว่าผมตอบโต้ บางท่านบอกว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ มันแตกต่างกับในอดีต ในอดีตความขัดแย้งทางสังคมเป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชน กับรัฐ แต่วันนี้มันเป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับประชาชน การจะมาออก ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแบบอดีตคงทําไม่ได้ ก็อยากกราบเรียนท่านประธานครับ ถ้าท่านย้อนกลับไปในเหตุการณ์อดีตวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ผมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เราเรียกร้องอะไรครับ นิสิตนักศึกษา ประชาชน เรียกร้องรัฐธรรมนูญ ในที่สุดก็เกิด ความวุ่นวายกลายเป็นวันมหาวิปโยค พี่น้องไทยต้องฆ่ากันเอง ทําลายชีวิตทรัพย์สิน เผากรมประชาสัมพันธ์ เผากองสลาก เผา ก.ต.ป. เผา สน. นางเลิ้ง ทรัพย์สินก็เสียหาย มีผู้คนล้มตาย ท่านจีระ บุญมาก ถูกยิงอยู่หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ แล้วเหตุการณ์ต่าง ๆ มันก็คล้ายคลึงกับที่เกิดมา คล้ายคลึงอย่างไรครับ ถามว่าประชาชนทั้งหลายขัดแย้งกับใคร ก็ขัดแย้งกับรัฐทั้งนั้น เมื่อสักครู่ผู้อภิปรายยังบอกนะครับ ว่ามีเหตุการณ์ผู้ที่ได้รับประโยชน์ จากร่างนี้มีอยู่ ๓ กลุ่ม กลุ่มแรกคือประชาชนที่ต่อต้านรัฐบาลของท่านสมัคร สุนทรเวช ถามว่าท่านสมัครเป็นใคร ก็เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นผู้บริหาร เป็นตัวแทนของรัฐ ก็ขัดแย้ง กับรัฐ ถัดมาก็มีกลุ่มที่พยายามเดินขบวนปิดล้อม เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนรัฐบาล ก็ขัดแย้ง กับใคร ก็ขัดแย้งกับรัฐ และล่าสุดท่านประธานครับ ที่ไปทําการเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา เพื่อเลือกตั้งให้เป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตยภายหลังจากมีการปฏิวัติรัฐประหาร มีรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ก็มีการเรียกร้องว่าน่าจะให้มีการยุบสภาเลือกตั้งและมี การทํารัฐธรรมนูญใหม่ ก็ขัดแย้งกับรัฐเหมือนกัน และจะไปบอกว่าประชาชนขัดแย้งกันเอง ได้อย่างไรครับ ฉะนั้นกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ก็คล้ายกับที่ผ่านมา และที่ผ่านมานี่ มันเขียนมากกว่านี้ครับ ผมจะอ่านเฉพาะวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ให้ฟัง มาตรา ๓ เหมือนกัน เขาบอกว่า บรรดาการกระทําทั้งหลายทั้งสิ้นของนักเรียนนิสิต นักศึกษา และประชาชนที่ เกี่ยวกับการเดินขบวน เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๑๖ และทําการในระหว่างวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๑๖ ถึงวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๑๖ ไม่ว่ากระทําในฐานะเป็นตัวการ เป็นผู้สนับสนุน หรือผู้ใช้ให้กระทํา หรือผู้ถูกใช้ หากการกระทํานั้นผิดกฎหมายก็ให้ผู้กระทําพ้นจากความผิด และความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง ไม่ถือเป็นกฎหมายการเงิน ไม่ถือเป็นอะไรทั้งนั้นนะครับ เมื่อเราจะอภัย เมื่อเราจะลืมสิ่งที่ทํา เราจะนิรโทษกรรม เราก็ดําเนินการ และทํามาแทบจะ ทุกฉบับ
นอกจากนั้นท่านประธานครับ มีหลายท่านบอกว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เลือกปฏิบัติ คําว่าเลือกปฏิบัติที่ท่านอ้างก็คือท่านไปบอกว่าเรากําหนดระยะเวลาไว้เฉพาะ ช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ จนถึงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ฉะนั้น มันมีกลุ่มที่กระทําก่อนหน้านั้นและกลุ่มที่กระทําหลังจากนั้นทําไมไม่นิรโทษกรรมด้วย ก็อยากจะเรียนท่านประธานนะครับว่า ช่วงระยะเวลามันอยู่ในมาตรา ๓ ในมาตรา ๓ เมื่อเรา ตั้งกรรมาธิการขึ้นพิจารณารายละเอียด ท่านก็มีสิทธิที่จะนําเสนอว่าในเมื่อจะนิรโทษกรรม ขอแปรญัตติขยายเวลาจะให้สั้นลง จะให้ยาวขึ้น ก็เป็นเรื่องที่กรรมาธิการสามารถกระทําได้ เพราะโดยหลักในการจัดทํากฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายนิรโทษกรรมเขาจะมีอยู่ ๓ หลักครับ ๑. หลักว่าจะเกี่ยวข้องกับ ตัวผู้กระทําความผิดกลุ่มไหนบ้าง ซึ่งผมได้เรียนแล้วว่าจะเฉพาะพี่น้องประชาชนที่ไปร่วมชุมนุม หรือแม้ไม่ไปชุมนุมแต่ได้กระทําการผิด ๒. เขาก็จะมีหลักช่วงเวลาที่กระทําความผิด คงไม่เปิดกว้างว่าใครทําผิดเมื่อไรก็ได้รับนิรโทษกรรม อย่างนั้นมันจะไม่รู้จบสิ้น ก็จะต้องมี ช่วงเวลา และ ๓. พูดถึงลักษณะความผิด ซึ่งเมื่อสักครู่ผมก็ได้อ่านให้ฟังแล้ว ฉะนั้น ในประเด็นที่ท่านบอกว่าเลือกปฏิบัติ ก็ไม่ได้เลือกครับ ท่านสามารถที่จะไปแปรญัตติ จะขยายเวลาอย่างไรก็แล้วแต่ ทีนี้อีกประเด็นหนึ่ง ก็อยากจะทบทวน ที่ท่านบอกว่า เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ผมอยากจะกราบเรียนและยกตัวอย่าง ร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตก็ทําลายทรัพย์สินเสียหายเหมือนกัน เราก็สามารถที่จะดําเนินการนิรโทษกรรมละลืมสิ่งเหล่านั้นได้ ก็เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้อง ดูแล บูรณะ ซ่อมแซม ปรับปรุง สภาเราเป็นผู้ออกกฎหมายนะครับ และสภาเรา เป็นผู้ควบคุมการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ผมคิดว่าเราสามารถที่จะดูแลสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เพื่อให้อภัยซึ่งกันและกัน เราคงไม่ไปตรวจสอบว่า เอาเงินที่ไหนไปสร้างศาลากลางหลังใหม่ เอาเงินที่ไหนไปสร้างกรมประชาสัมพันธ์ใหม่ เอาเงินที่ไหนไปสร้างกองสลากกินแบ่งรัฐบาลใหม่ ก็ถือว่าเมื่อเราจะเลิกราก็ต้องให้ ประโยชน์นั้นกับผู้กระทําผิด ส่วนที่บอกว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าไปเทียบเคียงกับ ร่างพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติ แต่ทําไมร่างพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติ ถึงถือว่าเอาไปดําเนินการกระบวนการเพื่อวินิจฉัยว่าเป็นการเงินหรือไม่ ผมก็อยากจะ กราบเรียนในฐานะที่เป็นผู้หนึ่งที่เสนอร่างพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติ ถ้าท่านประธาน จําได้ ช่วงนั้นนําร่างพระราชบัญญัติฉบับนั้นเข้ามาสู่สภาก็เกิดปัญหา ปัญหาแบบนี้ครับ บอกว่าน่าจะเป็นร่างพระราชบัญญัติการเงินหรือไม่ ให้เอาไปให้ที่ประชุมร่วมของประธาน คณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะ และประธานสภาผู้แทนราษฎรวินิจฉัย คือรัฐบาลเอง สมาชิกเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งซีกรัฐบาลเราปรารถนาจะปรองดอง ถ้าท่านประสงค์อย่างนั้นเราก็เอาไปเข้า เข้าเสร็จกรรมาธิการประชุมกันทั้ง ๓๕ คณะ ร่วมกับประธานสภาผู้แทนราษฎรวินิจฉัยว่า ไม่เป็นการเงิน พอกลับเข้ามาในสภาก็พิจารณาไม่ได้อยู่ดี เกิดเหตุการณ์วุ่นวาย จนกระทั่ง วันนี้ร่างพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติ ๔-๕ ฉบับก็ยังคาอยู่ในวาระ ก็ไม่เป็นไร ท่านประธาน เมื่อเรามีเจตนาที่จะนิรโทษกรรม มีเจตนาที่จะสร้างความสามัคคีปรองดอง ในชาติก็มาเขียนกันใหม่ เอาเฉพาะที่ให้ทุกท่านสบายใจว่าเราอยากช่วยเหลือเฉพาะ พี่น้องประชาชนก็เขียนฉบับนี้มา พอเขียนมาท่านก็ยังบอกอีกว่ามันน่าจะเป็นการเงิน ท่านก็ยังบอกอีกว่ามันไม่น่าจะไปช่วยประชาชนทั้งหมด ดูสิเอกสารประกอบที่รัฐสภาทํามานี้ มีแค่ ๓๐ คน ๓๐ คนที่อยู่ในนี้คือ ๓๐ คนที่ผ่านกระบวนการส่งฟ้อง ถูกจองถูกจําอยู่ แต่ท่านครับ วันที่ยกขบวนไปสนามบินสุวรรณภูมิผิดพระราชกําหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน ผิดพระราชบัญญัติความมั่นคงที่มายึดทําเนียบรัฐบาล คนมันเรือนหมื่นเรือนแสนนะครับ ท่านไม่ถามเลยครับ คนที่โดนหมายยังจับตัวไม่ได้ คนที่ยังประกันตัวออกไป คนที่เขาได้รับ ผลกระทบเพราะกังวลว่าวันหนึ่งคดีไม่จบไม่สิ้นเขาก็ยังคงตกเป็นผู้ต้องหาอยู่ คนต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่ ๓๐ คนตามเอกสารนี้นะครับ ยังเป็นอีกหลายคนที่ยังหนีหมายอยู่ ฉะนั้น เมื่อเราจะล้างความผิดให้บุคคลเหล่านี้ พี่น้องประชาชนเหล่านี้ก็จําเป็นที่จะต้องออก ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมคิดว่าอีกไม่นานประเทศไทย คงหนีไม่พ้นที่จะต้องเป็นศูนย์กลางของอาเซียนปี จะสมัครใจหรือไม่สมัครใจก็ตาม โดยทําเล ที่ตั้งโดยศักยภาพทั้งหลายเราต้องเป็นศูนย์กลางของอาเซียนแน่นอน ฉะนั้นเราอย่า เสียโอกาสของบ้านเมือง อย่าเสียโอกาสของลูกหลาน เรามาช่วยกันดูแล มาช่วยกันสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในบ้านในเมือง แล้วเราจะทําให้ประเทศเรามีความเข้มแข็ง และทําให้ต่างประเทศเขาได้เห็นสัญญาณ ที่ทําให้เกิดความมั่นใจที่จะเข้ามาลงทุน และคบหาสมาคมกับเรา ประเทศเพื่อนบ้าน หลาย ๆ ประเทศนะครับ ผมก็ไม่อยากจะยกตัวอย่างที่เขาขัดแย้งกันมานาน เขาต่างเชื้อชาติ ต่างเผ่าพันธุ์ อยู่เป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย วันนี้เขาหันหน้าเข้าหากันเจรจากัน และเขากําลังจะ เข้มแข็งนําหน้าเราแล้ว แล้วทําไมคนไทยเราเชื้อชาติไทยเดียวกันแท้ ๆ พูดภาษาเดียวกัน มีวัฒนธรรมเดียวกัน มีสถาบันที่เคารพเชิดชูองค์เดียวกัน เราจะไม่หันหน้าเข้ามาช่วยกัน แก้ไปปัญหา ผมเคารพในความคิดที่แตกต่างของท่านนะครับ ผมเคารพในบทบาท ที่ต้องแสดง แต่วันนี้มันถึงเวลาที่จะต้องถอยกันคนละก้าว หันหน้าเข้ามาหากันช่วยกันดูแล บ้านเมืองเพื่อโอกาสของลูกหลานในอนาคตครับ ท่านประธานครับ ผมขอให้การสนับสนุน หลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชํานิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอแสดงความคิดเห็นในการที่จะไม่รับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ด้วยการให้ความเห็นที่ต่อเนื่องจากที่ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รวมทั้งท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ในนามของฝ่ายค้านที่ได้แสดงความคิดเห็นไปแล้ว สิ่งที่ผมจะกราบเรียนกับท่านต่อไปนี้เป็นเรื่องราว เป็นข้อเท็จจริง และเป็นสิ่งที่ห่วงใย ต่อปัญหาของชาติบ้านเมือง ท่านประธานครับ การออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมนั้น มีวัตถุประสงค์เดียวครับ มีเพื่อสร้างความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติ แต่การเดินทางมาของกฎหมายนิรโทษกรรมในวันนี้ ซึ่งเดินมาเป็นเวลายาวนาน ถึงเกือบ ๒ ปี แล้วเพิ่งจะมาถึงสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง แน่ใจได้เลยท่านประธานครับ ว่ากฎหมายที่เรากําลังจะถกเถียงกันต่อไปนี้ ไม่ใช่เป็นการสร้างความสามัคคี และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งครั้งใหม่ของสังคมไทย การคัดค้านของผมในวันนี้ และของเพื่อนสมาชิกไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอน เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรครับ เพราะว่ากฎหมายนิรโทษกรรมที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้ ไม่ใช่เป็นเหมือนกับกฎหมายทุกฉบับ ที่เพื่อนสมาชิกได้อ้างอิงครั้งแล้วครั้งเล่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐสภาแห่งนี้ได้พิจารณา กฎหมายนิรโทษกรรม และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีเหตุการณ์เดียวในประเทศไทย ที่จะต้อง ออกกฎหมายนิรโทษกรรม ประเทศไทยเคยออกกฎหมายนิรโทษกรรมมาแล้วจาก ๒๒ เหตุการณ์ ๒๔ ครั้ง ท่านประธานครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ของต้อง นิรโทษกรรม และผมก็เป็นอีกคนหนึ่งในชีวิตทางการเมืองที่ต้องยืนขึ้น เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย กับการออกกฎหมายนิรโทษกรรมในบางครั้ง บางฉบับ และในบางเวลา ผมกราบเรียนกับ ท่านประธานนี้ได้อย่างไรครับ กฎหมายฉบับนี้ที่ออกมาในวันนี้ ที่ผมบอกว่าจะต้องนําไปสู่ ความขัดแย้ง เพราะมีการเคลื่อนไหวอย่างปิดบังซ่อนเร้นของเจ้าของเรื่อง เพื่อที่จะลด โทนความรู้สึกของการต่อต้านจากประชาชนโดยทั่วไปสภาผู้แทนราษฎรของเราได้รับ กฎหมายนิรโทษกรรมไว้แล้วทั้งสิ้นหลายฉบับ แบ่งเป็น ๓ กลุ่ม ท่านประธานครับ กลุ่มแรก คือกฎหมายปรองดองที่เสนอโดยผู้รับงาน ผมกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ ก็เพราะว่าสภาผู้แทนราษฎรของเรานั้นได้เคยอนุมัติ พ.ร.ก. นิรโทษกรรม ได้เคยอนุมัติ พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมมาตลอดในระยะประวัติศาสตร์ของประเทศไทยถึง ๒๔ ครั้ง อย่างที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานครับทุกครั้งที่อนุมัติให้ผ่านไปนั้นไม่เคยนิรโทษให้กับ ความผิดที่เกี่ยวกับการเผาทรัพย์สิน เผาทําลายทรัพย์สิน ไม่เคยอนุมัติให้กับการฆ่าคนตาย หรือทําร้ายผู้อื่น ไม่เคยอนุมัติให้กับในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และไม่เคยอนุมัติให้กับ ความผิดเกี่ยวกับการทุจริต ผมกล่าวเรื่องนี้ได้อย่างไรครับ ท่านประธานครับ ผมย้อนกลับไป ที่ผมใช้คําว่า เราพิจารณาเรื่องนี้เพราะเจ้าของปัญหาเคลื่อนไหวอย่างมีการปิดบังซ่อนเร้น ตลอดระยะประวัติศาสตร์ที่มีการเสนอกฎหมายอย่างนี้ ไม่เคยมีครั้งใดที่ผู้เสนอกฎหมาย ไม่ใช่รัฐบาล ถามว่าทําไมต้องเสนอโดยรัฐบาล ท่านประธานครับ ความผิดที่ขอนิรโทษกรรม มีทั้งหมด ๕ เรื่อง รวมทั้งความผิดอันเนื่องมาจากการชุมนุมทางการเมืองด้วย ความผิด เหล่านี้ไม่ใช่ความผิดของผู้เสนอ ไม่ใช่หน้าที่ของผู้ออกกฎหมาย ไม่ใช่หน้าที่ของผู้เสนอร่าง เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีสิทธิเสนอแต่ไม่มีหน้าที่เสนอ ย้ํานะครับ มีสิทธิเสนอแต่ไม่มี หน้าที่เสนอ ใครเป็นคนมีหน้าที่เสนอ รัฐบาลครับ ๒๔ ฉบับที่เสนอมาแล้วทั้งที่เป็น พ.ร.ก. ทั้งที่เป็น พ.ร.บ. เสนอโดยรัฐบาลทั้งสิ้น วันนี้ที่มาคาสภาอยู่แล้วเดินไม่ได้ ถูกประท้วง อย่างรุนแรง ถูกคัดค้านโดยประชาชนอย่างกว้างขวาง นั่นก็เพราะว่า ๓ ฉบับแรกที่ถูกเรียกว่า กฎหมายปรองดอง ถูกเสนอโดยคุณสนธิ บุญยรัตกลิน ถูกเสนอโดยคุณเฉลิม อยู่บํารุง ถูกเสนอโดยคุณสามารถ แก้วมีชัย ๓ ท่านนี้เป็นใครครับ ๓ ท่านนี้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นพรรคร่วมรัฐบาล เป็นพวกฝ่ายค้าน แต่ว่าเป็นคนที่รับงานแทนรัฐบาลมาเสนอ จึงถูกต่อต้าน และเดินหน้าไม่ได้จนมาถึงทุกวันนี้ กฎหมายอีก ๒ ฉบับที่เสนอเข้ามา ที่เสนอโดยบุคคลวันนี้ โดยผู้เสนอเรียกว่าเป็นคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เข้ามาทําหน้าที่ผู้เสนอแทนทั้ง ๆ ที่ หน้าที่นี้เป็นผู้เสนอคือรัฐบาล แต่รัฐบาลหลบเลี่ยงที่จะเสนอ รวมทั้งสิ่งที่เรียกว่ากฎหมาย ปรองดองกับกฎหมายนิรโทษกรรมของคุณนิยม วรปัญญา อ้ายนี่ท่านอาจจะไม่ได้ มีผลกระทบ อาจจะไม่ได้ทําหน้าที่ อาจจะไม่ได้รับงาน แต่ว่าเสนอเข้ามาแบบขอออกทีวีด้วยคน แต่ว่าเป็นการเสนอค้านเข้ามาอย่างนี้ ผมพูดอย่างนี้เพียงแต่บอกกับท่านประธานว่าการที่ผม ต้องคัดค้านกฎหมายฉบับนี้ ผมต้องคัดค้านแม้กระทั่งผู้ที่ทําหน้าที่เสนอกฎหมายในวันนี้ ว่าไม่มีหน้าที่ต้องไปทํา แล้วทําได้อย่างไรครับ เป็นการเคลื่อนไหวร่วมกันกับท่านนายกรัฐมนตรี เป็นการเคลื่อนไหวร่วมกันกับผู้ที่ได้รับผลกระทบและเป็นการเคลื่อนไหวร่วมกันของคนที่ ได้รับโทษแต่กําลังหนีคดีอยู่ ความเคลื่อนไหวเหล่านี้จึงนํามาซึ่งความขัดแย้งในสังคมไทย ท่านประธานครับ การที่ท่านประธานเคยได้ยินเรื่องเขามีคลิปออกมา การสนทนาระหว่าง พันตํารวจโท ไวอากร้า กับ พลเอก ถั่งเฉ้า ครับ นั่นไม่ใช่เรื่องสมมุติ นั่นไม่ใช่เรื่องตลก นั่นเป็นข้อเท็จจริงของการเคลื่อนไหวในการที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรม สิ่งนี้จึงนํามาที่ ผมกล่าวว่าเป็นความขัดแย้งในทางการเมืองอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็จะต้องเดินไปสู่ความขัดแย้ง ต่อไปเรื่อย ๆ ผมเรียนท่านประธานต่อไปอีกครับว่าพระราชบัญญัติที่รัฐบาลจะต้องเป็น ผู้นําเสนอ และข้อเสนอที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดถึงเรื่องการสร้างสภาปรองดองขึ้น นั่นเป็นสิ่งที่ฟังดูน่าจะหาทางออกร่วมกันได้ แต่ท่านประธานครับ รูปการเคลื่อนไหวที่ ท่านนายกรัฐมนตรีเคลื่อนไหวนั้น แท้จริงแล้วมันเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น เพราะสภาปรองดองไปทําเพื่ออะไรครับ เพื่อในที่สุดกลับมาทําเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรม วันนี้กฎหมายของเพื่อนสมาชิกที่เสนอเข้ามา ของคุณวรชัยที่เสนอเข้ามาในวันนี้ได้แก้ ได้เสนอให้มีการนิรโทษกรรมในความผิดถึง ๔ อย่าง แต่ว่าสิ่งที่ค้างอยู่ก็คือเรื่องเกี่ยวกับ การทุจริต รอคอยว่าถ้าฉบับนี้ผ่านรัฐบาลก็เดินหน้าต่อไปทําไปอีก ท่านประธานครับ รู้กันตั้งแต่ต้นอย่างนี้ ผมต้องยืนยันกับท่านอีกครั้งหนึ่งว่าข้อเรียกร้องของหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ที่ให้รัฐบาลร่วมกันตัดสินใจถอนกฎหมายฉบับนี้ออกไปก่อน แล้วไปคุย เจรจากันในสภาปรองดอง ซึ่งประชาธิปัตย์ยินดีเข้าร่วม และผมเรียนกับท่านประธานครับว่า นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะเดินหน้าเรื่องนี้ได้ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีนิ่งเฉย จะมาสภาหรือไม่มา ทําเป็นรู้หรือไม่รู้เราเดินหน้าเรื่องนี้ไม่ได้แน่นอน ท่านประธานครับ ที่ผมต้องกราบเรียนกับ ท่านประธานว่าผมเป็นคนส่วนหนึ่งที่มีโอกาสอยู่ในเงื่อนไขของการนิรโทษกรรมและบางเวลา ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่อยู่ในเงื่อนไขของการอนุมัติให้มีกฎหมายนิรโทษกรรม นั่นก็เพราะว่ามี ท่านสมาชิกได้พยายามอธิบายข้อความแห่งหลักการ แห่งเนื้อหาและเหตุผลที่ได้เสนอต่อ สภานี้ด้วยความรู้สึกและคิดเอาเองว่านี่เป็นหลักการทั่วไป นี่เป็นสิ่งที่ประเทศไทยเคยทํา นี่คือสิ่งที่ประเทศไทยเคยให้ แล้วทําไมถึงไม่มีเหตุผลจะให้คนในปัจจุบัน ท่านประธานครับ ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงโดยสิ้นเชิง
ประการแรกที่ผมต้องกราบเรียนซ้ํา ที่พูดกันไปมานั้นก็คือว่า วันนี้นายกรัฐมนตรี เลิกปิดบังซ่อนเร้นในความเป็นเจ้าของปัญหาเสียที เพราะความผิดทั้ง ๕ ประเภท ที่ผมได้ กราบเรียนไปนั้นเป็นความผิดต่อรัฐและเป็นหน้าที่ของรัฐจะต้องเป็นผู้เสนอกฎหมายนิรโทษ กรรมให้หรือไม่ให้ ความผิดใดประเทศไทยมีแบบแผน ประเทศไทยเป็นนิติรัฐ ประเทศไทย อยู่ในเงื่อนไขของความเมตตาให้กับผู้ที่ได้กระทําความผิดเสมอ ความผิดบางครั้ง นิรโทษกรรมได้ ความผิดบางเรื่องอภัยโทษได้ นี่เป็นสิ่งที่สังคมไทยให้แล้วก็ต้องให้ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจึงจําเป็นหยุดกฎหมายเหล่านี้ไว้เพื่อให้นายกรัฐมนตรีได้กลับไป ทําหน้าที่ของรัฐบาลในการเสนอ ผมจึงไม่เห็นด้วยกับการเสนอโดยสมาชิก เพราะความผิด เหล่านี้เป็นความผิดต่อรัฐและเป็นหน้าที่ของรัฐ
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ หลักการของกฎหมายฉบับนี้บอกว่า กฎหมายว่าด้วยนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออก ทางการเมืองของประชาชน หลักการนี้เป็นหลักการที่ปิดบังซ่อนเร้น พฤติกรรมของการกระทําความผิดที่ขออภัยโทษเช่นเดียวกัน ความผิดที่เขียนมาแล้วทั้งหมด ไม่เป็นเพียงความผิดทางการเมือง ของการชุมนุมทางการเมือง ของการขัดคําสั่งเจ้าพนักงาน อันเป็นความผิดโดยทั่วไปที่ให้มาแล้วทั้งสิ้น แต่ว่ามันยังต้องประกอบไปด้วยความผิดต่อ การางเพลิงเผาทรัพย์ในสถานที่ราชการและเอกชน มันยังคลุมไปถึงความผิดต่อร่างกายและชีวิต รวมทั้งความปลอดภัยของสาธารณะด้วย เป็นความผิดต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และเป็นความผิดต่อทุจริตซึ่งจะเดินหน้าแก้ปัญหานี้ต่อไป นี่คือสิ่งที่เรียกว่าหลักการก็ขัด และผมก็ไม่อาจเห็นด้วยกับหลักการและผมจะให้รายละเอียดต่อไป เหตุผลประกอบที่เสนอเข้ามาวันนี้พูดถึงเรื่องการสืบเนื่องของสถานการณ์ที่ไม่เคารพ ความเป็นประชาธิปไตยพูดถึงการดําเนินการของผู้เข้าร่วมชุมนุม พูดถึงเรื่องความคิด ความเห็นของประชาชนที่ไม่ตรงกับรัฐบาล พูดถึงเป็นรากฐานของความขัดแย้งของ ความปรองดองในประเทศ ซึ่งไม่ได้เป็นเหตุผลที่อยู่ในข้อเท็จจริงที่จะนิรโทษกรรมหรือไม่ให้ มีนิรโทษกรรม ข้อเท็จจริงอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าตัวร่างพระราชบัญญัติที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อที่จะ นิรโทษกรรมหรือไม่นิรโทษกรรม เพื่อให้ผลตามกฎหมายมันเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่ง สุดท้ายของคดีต้องหมดสิ้นไป ความทั้งหมดเหล่านี้ท่านประธานครับ จึงเป็นเรื่องที่ไม่ได้ เป็นข้อเท็จจริงที่มีอยู่จริงแล้วก็เป็นสิ่งที่จะต้องนําเสนอ การเสนอกฎหมายฉบับนี้สิ่งที่ ผมจะต้องพูดเป็นประการที่ ๒ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดก็คือว่าทําไมเราจําเป็นต้องคัดค้าน รูปการเคลื่อนไหวเพื่อขอนิรโทษกรรมก็ดี ความผิดที่ขอนิรโทษกรรมก็ดี ผมบอกกับ ท่านประธานแล้วว่าเราไม่เคยให้มาก่อน นั่นก็เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ละครับจึงเป็นการยืนยันว่า เป็นการทําลายหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรมของประเทศ และแน่นอนครับความผิดอย่างนี้ เกิดขึ้นถ้าหลักนี้ของประเทศไทยสูญเสียไป ความเป็นระบบของสังคมไทยที่มีความเชื่อมั่น ในคุณธรรมและเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น ต้องผ่านพ้นไปด้วย
ประการที่ ๓ กฎหมายฉบับนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญแน่นอน เพราะเป็นการ ให้เกียรติกับความผิดบางคน บางพวก และบางเหล่าให้กับความผิดแบบเดียวกัน แต่อยู่ใน เหตุการณ์ชุมนุมกับความผิดแบบเดียวกันที่ไม่อยู่ในการชุมนุมเขาก็ไม่ได้นิรโทษกรรม อันนี้ครับ เพราะฉะนั้นมาตรการที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐ บุคคลย่อมเสมอภาคกัน ด้วยกฎหมายและได้รับการคุ้มครองกฎหมายด้วยความเท่าเทียมกันนั้น จึงเป็นหลักการ ที่จะต้องใช้ในการพิจารณาว่าจะให้หรือไม่ให้มีการนิรโทษกรรมในกรณีนี้ด้วย และยืนยัน กับท่านประธานว่าการอนุมัติวันนี้จะเริ่มต้นของความขัดแย้งในสังคมไทยอย่างรุนแรง เพราะความผิดเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของระหว่าง ก กับ ข ระหว่างคุณกับผม แต่ว่าเป็นเรื่อง ของโครงสร้างของระบบสังคมไทยทั้งระบบ และแน่นอนท่านประธานครับ ถ้าท่านประธาน จะบอกว่าวันนี้ประชาชนเลือกพรรคไหนมา ประชาชนยังยืนข้างอยู่พรรคนั้น ท่านครับ โหวตเตอร์ (Voter) มีต่างกันไม่ต้องมากจํานวนผู้แทนก็ต่างกันครับ แต่ความเข้าใจของ ประชาชนที่จะต้องมีจุดร่วมกันว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย มันไม่ใช่เรื่องของเสียงข้างมาก หรือไม่ใช่เรื่องของเสียงข้างน้อย ความสมัครสมานสามัคคีเป็นเรื่องของความเห็นพ้อง ความเมตตาธรรม ความบริสุทธิ์ยุติธรรม และความเป็นเรื่องเดียวกันของคนไทยนั้นเป็น จุดใหญ่และเป็นเรื่องที่เราจะต้องดูแลกันอย่างใกล้ชิด นี่เป็นหลักการที่ผมต้องกราบเรียนครับ ท่านประธาน ท่านประธานครับ มีเพื่อนสมาชิกพยายามอธิบายกันมาหลายรอบแล้วละครับ ว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ในอดีตที่เราเคยนิรโทษกรรมแล้ว บางครั้งก็นิรโทษกรรมให้เหมือนกับ อันนี้ เมื่อวานนี้สมาชิกท่านหนึ่งพยายามที่จะพูดว่านิรโทษกรรมให้กับวันที่ ๑๔ ตุลาคม เหตุการณ์วันนั้นก็มีการเผาทําลายทรัพย์สินเหมือนกัน มีการชุมนุมทางการเมืองเหมือนกัน แต่ทําไมถึงมีการนิรโทษกรรมได้ ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงก็ดีเงื่อนไขในขณะนั้นก็ดี ล้วนไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่กําลังขอนิรโทษกรรมอยู่ในปัจจุบันเลยครับ เหตุการณ์วันที่ ๑๔ ตุลาคม เป็นการชุมนุมทางการเมือง มีคนเขาบอกวันนั้นมีการวางเพลิงเผาทรัพย์เหมือนกัน มีไฟไหม้เหมือนกัน แล้วทําไมถึงนิรโทษ ท่านครับ การชุมนุมที่มีผลต่อเนื่องจนเหตุการณ์ลุกลามและไม่มีผู้ที่ถูก ยืนยันว่าได้รับการจับกุมไปดําเนินคดี ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าใครเป็นคนทํา เขานิรโทษกรรม ให้กับเหตุการณ์โดยรวมทั้งหมด ท่านประธานครับ เหตุการณ์วันที่ ๑๔ ตุลาคม เขานิรโทษกรรม ให้กับใครครับ นิรโทษให้กับวีรชน ๑๔ ตุลาคม ถามว่าทําไมผมเอาคํานี้มาจากไหน ประเทศไทยมีการเคลื่อนไหวชุมนุมมาเยอะท่านประธานครับ ในทางการเมืองต่อสู้กับ เผด็จการมาหลายรูปแบบ แต่ว่าเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม เป็นครั้งเดียวที่คนเสียชีวิตได้มี พิธีพระราชทานเพลิงศพที่สนามหลวง และเป็นครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ประเทศ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จในพิธีพระราชทานเพลิงศพวีรชน ๑๔ ตุลาคม ใช้คําว่า พิธีพระราชทานเพลิงศพวีรชน ๑๔ ตุลาคม ผมรู้มาจากไหนครับ ผมเป็นประธาน อํานวยการฝ่ายนักศึกษาในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ๑๔ ตุลาคม ไม่ใช่เรื่องเผาโจร ไม่ใช่ ไปเผาศาลากลาง ไม่ใช่ไปเผาเซ็นทรัลเวิลด์แบบที่ทํากันอยู่ นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีความต่อเนื่อง และไม่ปรากฏผู้กระทําความผิด นี่ผมอธิบายตรงนี้ก็คือว่าเหตุการณ์ ที่มีการนิรโทษกรรมนี้ท่านครับ ไม่เคยอนุมัติให้กับความผิดบางประเภทอย่างไรอีก ผมยกตัวอย่างอีกกรณีหนึ่ง กรณีที่ทําร้ายต่อชีวิตและร่างกาย ประเทศไทยไม่เคย นิรโทษกรรม ผมยกตัวอย่างเมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ปี ๒๕๒๐ประเทศไทยมีการรัฐประหาร วันนั้นมีคนถูกจับกุมก็คือ พลเอก ฉลาด หิรัญศิริ พันโท สนั่น ขจรประศาสน์ ร้อยเอก บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ นายวีระ มุสิกพงศ์ ที่จริงมีถูกจับมากกว่านี้ครับ แต่ผมกําลังอธิบายให้ ท่านประธานเห็นว่ามีการนิรโทษกรรมให้คนที่ถูกจับกุมนี้ในกรณีนี้เช่นเดียวกัน แต่ว่ามี คนหนึ่งที่ไม่ได้รับนิรโทษกรรมเพราะถูกกล่าวหาว่ายิงผู้บัญชาการกองพลที่ ๑ คือ พลเอก ฉลาด หิรัญศิริ ท่านประธานครับ พลเอก ฉลาด หิรัญศิริ ถูกข้อหานี้และถูกยิงเป้า ในคุกที่บางขวาง แต่ว่าในขณะเดียวกัน พันโท สนั่น ขจรประศาสน์ ร้อยเอก บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ นายวีระ มุสิกพงศ์ ร่วมในการรัฐประหารด้วยความผิดทางการเมืองแน่นอน แต่ไม่ได้ไปยิงใคร ๓ ท่านเหล่านี้ได้รับนิรโทษกรรมออกมา ท่านประธานเห็นไหมครับว่า การนิรโทษกรรมทุกครั้งเขามีการจําแนกที่ชัดเจน มีความจริงที่แน่นอนในการที่จะให้ นิรโทษกรรมหรือไม่นิรโทษกรรม นี่คือสิ่งที่ได้ดําเนินการมาแล้ว ยกตัวอย่างอีกท่านประธานครับ เขาไม่นิรโทษกรรมให้กับการวางเพลิงเผาทรัพย์ เมื่อปี ๒๕๒๓ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้ออกคําสั่งที่ ๖๖/๒๓ เพื่อยุติสงครามระหว่างรัฐบาลไทยกับพรรค คอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เงื่อนไขของการยุติสงครามวันนั้นคือประเทศไทยจะเดินหน้า ไปสู่ประชาธิปไตย ให้คนที่ต่อสู้กับรัฐทั้งหลายมาร่วมกันต่อสู้ในวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย ในวิถีทางของรัฐสภา วันนั้นเป็นอย่างไรท่านประธานครับ มีคนที่เข้าป่าหลังวันที่ ๖ ตุลาคม แล้วก็คนที่เข้าป่าไปก่อนแล้วตั้งแต่ที่มีพระราชบัญญัติป้องกันการกระทําอันเป็นคอมมิวนิสต์ คนเหล่านี้ได้กลับออกจากป่ามาสู่ประเทศไทย คําสั่ง ๖๖/๒๓ เป็นประตูเปิดทางให้เกิด ความร่วมมือระหว่างรัฐกับผู้ที่ต่อต้านรัฐ ไม่ใช่กฎหมายนิรโทษกรรม คนเหล่านี้เมื่อกลับ มาแล้วยังมีความผิดอยู่ เพราะประเทศไทยยังมีพระราชบัญญัติป้องกันการกระทําอันเป็น คอมมิวนิสต์ แล้วอย่างไรครับ คนที่ออกมาทั้งหมดไม่มีใครไม่ได้นิรโทษกรรมในความผิดด้วย การกระทําอันเป็นคอมมิวนิสต์ ความผิดการกระทําอันเป็นคอมมิวนิสต์ถือว่าเป็นความผิด ทางการเมืองเป็นความผิดที่ขัดแย้งกับรัฐ เป็นความผิดที่แตกต่างกับรัฐ ส่วนที่บอกว่ามีคอมมิวนิสต์ยิงและฆ่ากันตายทําไมถึงไม่ติดคุก มันไม่พบการกระทําความผิด ของบุคคลที่ออกมาตามคําสั่งที่ ๖๖/๒๓ ประเทศไทยทําอย่างไรครับ ใช้เวลา ๙ ปีครับ ท่านประธาน ที่ผมบอกว่าผมเป็นคนหนึ่งได้มีโอกาสอนุมัติกฎหมายฉบับนี้ก็คือว่าเมื่อคนออก จากป่ามาในปี ๒๕๒๓ และในที่สุดคนเหล่านี้อย่างไรก็ใช้ชีวิตตามปกติ เข้าสู่วิถีทางการเมือง ของระบอบประชาธิปไตย ไม่มีความผิด แต่ว่าในที่สุดรัฐบาลต้องออกพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมให้กับการกระทําความผิดทางการเมืองเหล่านั้น ๙ ปี มาออกในปี ๒๕๓๒ คือ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ผมยืนอยู่ข้างหน้านี้ครับลุกขึ้นอภิปราย ในการออกกฎหมายในครั้งนั้น ออกกฎหมายในครั้งนั้นไม่ได้มีนิรโทษให้กับความผิดที่ฆ่าผู้อื่น ไม่นิรโทษให้กับการวางเพลิงเผาทรัพย์ ไม่นิรโทษให้กับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และบังเอิญสมัยนั้นมันยังไม่มีคดีทุจริต มันยังไม่มีระบอบที่กําลังแข่งขันกันอยู่ในปัจจุบัน แต่ว่ามีคนคนหนึ่งท่านประธานครับ ออกจากป่ามาพร้อมเพื่อน คนอื่นไม่มีใครติดคุกครับ มีถูกฟ้องแล้วไปติดคุก ๖ ปีอยู่คนหนึ่งชื่อนายสุรชัย แซ่ด่าน ซึ่งปัจจุบันถูกข้อหาที่กําลังรอ นิรโทษนี้ กําลังมีข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ติดคุกอยู่ ๒ คดี ผมเรียนท่านประธาน อย่างนี้ไม่ได้ประสงค์ร้ายต่อบุคคลจะกล่าวถึง แต่ผมชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าความขัดแย้ง ในทางการเมือง การเคลื่อนไหวในทางการเมือง ความผิดที่เกิดขึ้นเขาไม่ได้นิรโทษกรรม ทุกคดี เขาไม่ได้นิรโทษกรรมทุกอย่าง เขานิรโทษกรรมให้กับความผิดบางอย่างเท่านั้น ที่นิรโทษกรรมได้ และแน่นอนหลักนี้เป็นหลักนิติรัฐ ถามว่าถ้ามีคนหนึ่งหมิ่น พระบรมเดชานุภาพแล้วติดคุกอยู่โดยไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยได้นิรโทษกรรมไหมละครับ หลักนิติรัฐอยู่ตรงไหนครับ คนที่วางเพลิงเผาทรัพย์ที่ติดมาแล้วได้รับนิรโทษกรรมไหมละครับ นี่คือปัจจัยสําคัญที่เรากําลังจะบอกท่านประธานว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้คัดค้านกฎหมาย นิรโทษกรรม พรรคประชาธิปัตย์คัดค้านความผิดบางประการที่จะต้องไม่ได้รับนิรโทษกรรม นี่เป็นปัจจัย นี่เป็นเงื่อนไข ท่านประธานครับ ความผิดเหล่านี้เป็นความผิดที่มีการปิดบัง ซ่อนเร้นไว้ในกฎหมายฉบับนี้ และมันมีคนจํานวนมากกว่า ๓๐ คนจริง ๆ ครับ ๓๐ คนนี้ อยู่ในคุกแต่เวลานี้มีคนที่กําลังถูกดําเนินคดี และคนที่กําลังถูกดําเนินคดีนี้ไม่ใช่ว่าจะจบ ลงไปเสียทีเดียว ยังมีเงื่อนไขอีกครับท่านประธาน ยังมีเงื่อนไขของคนที่กําลังถูกจับ คนที่กําลังถูกดําเนินคดีให้ยกเลิกในการดําเนินคดี คนที่กําลังถูกฟ้องให้ยกฟ้อง ให้ถอนฟ้อง คนที่กําลังพิจารณาอยู่ในศาลให้ยุติการพิจารณา คนที่ศาลพิพากษาแล้วติดคุกแล้วให้ออกมา จากคุกความผิดเหล่านี้มีจํานวนมากมาย ท่านประธานครับ ผมยินดีต่อการปรองดอง เป็นอย่างยิ่ง สังคมไทยต้องมีแน่นอน แต่ท่านประธานครับ หลักนิติรัฐและหลักนิติธรรม มีความผิดต้องยอมรับผิด การยอมรับผิดเป็นจุดที่สําคัญของการได้รับอภัยโทษ คนที่ไม่ผิด ก็จะต้องได้รับนิรโทษกรรม วันนี้สร้างวาทกรรมสวยหรูขึ้นมาอีกคําหนึ่งว่ากฎหมายฉบับนี้ จะไม่ให้กับคนที่เป็นผู้นํา จะไม่ให้กับคนที่สั่งการ ท่านครับ อันนี้ขัดต่อหลักนิติธรรมเลยครับ ไม่เท่ห์เลย ทําไมผมถึงบอกอย่างนั้น หลักก็คือว่าความผิดใดที่นิรโทษได้ จะเป็นหัวหน้า หรือไม่เป็นหัวหน้า จะเป็นลูกน้องหรือคนรับงานก็หลุดหมด แต่ถ้ามันไม่ผิด ถ้าไม่ผิดก็หลุดหมด แต่ถ้าเป็นความผิด นายก็ผิด ลูกน้องก็ผิด สั่งการก็ผิด รับงานเขาไปทําก็ผิด นี่คือหลักของการนิรโทษกรรม แต่เวลานี้เราบิดเบี้ยวเรื่องนี้ และหลบซ่อน เรื่องนี้กันตลอดมา ผมอยากจะทวงท่านประธานมาตั้งแต่ไหนแต่ไร การแสดงออกของ ท่านนายกรัฐมนตรี ทําเป็นไม่รู้ไม่เห็น แต่รู้ว่าคนอื่นทํา ท่านประธานครับ สภานี้เราอยู่กัน อย่างนี้ไม่ได้แล้วครับ ถ้าเราจะยืนยันเรื่องการปรองดอง เราจะต้องพูดความจริง ถ้าเราจะ ยืนยันเรื่องปรองดอง รัฐบาลต้องยืนออกมาเป็นเจ้าภาพ วันนี้รัฐบาลกลัว หลบเลี่ยงว่าจะทํา เพื่อพี่ชาย ไม่ต้องกลัวหรอกครับ วันนี้คนที่เขาหนีคดีอยู่เขามีอํานาจเหนือรัฐไทย เขามีอํานาจเหนือสังคมไทย ก็แต่งตั้งรัฐมนตรีคนไหนก็ได้ ก็แต่งตั้งนายทหาร นายตํารวจ ที่ไหนก็ได้ รวมทั้งเขาจะติดยศให้ใครตรงไหนก็ได้ นี่คือข้อเท็จจริงของสังคมไทย นี่คือข้อเท็จจริงที่นํามาสู่ความไม่ปรองดอง นํามาสู่ความขัดแย้ง ท่านประธานครับ เราตั้งหลัก ด้วยความเมตตาธรรมอย่างนี้กันไหมครับ ๑. โทษที่ควรนิรโทษกรรมได้ ต้องนิรโทษกรรมได้ โทษประเภทใดที่นิรโทษกรรมไม่ได้เพราะมันขัดต่อหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรมต้องไม่ได้ และคนที่เคยรับ คนที่ต้องถูกลงโทษและต้องรับผิด แล้วมายอมรับผิดเพื่อที่จะดําเนินการ ขอความเป็นธรรมต่อไปในเรื่องอะไรอย่างไรอีกเราก็สามารถเดินตรงนี้ได้ ผมกราบเรียน กับท่านประธานอย่างนี้บนหลักการทั่วไป และเป็นหลักการพื้นฐาน ผมเรียนกับท่านประธานว่า ผมพูดกับท่านนายกรัฐมนตรีอย่างตรงไปตรงมาที่สุดในวันนี้ก็เพราะว่าท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรและพรรคฝ่ายค้านยืนยันกับท่านว่าเรายินดีให้กับการนิรโทษกรรม ในความผิดที่นิรโทษกรรมได้ พรรคฝ่ายค้านยินดีที่จะร่วมอยู่ในสภาปรองดองที่ ท่านนายกรัฐมนตรีคิด แม้รู้ดีว่าสภานี้บทสุดท้ายออกไปเพื่อที่จะลบล้างความผิดให้กับใคร แต่ด้วยเงื่อนไขที่เราจะได้มีการนั่งลงพูดจากันอย่างตรงไปตรงมาและเป็นจริงเกิดขึ้นได้ นั่นก็คือว่าเวลานี้เรายังอยู่ในเวลาที่ยังอยู่ในเงื่อนไขที่สามารถถอนกฎหมายฉบับนี้ออกไปสู่ การพิจารณาปรึกษาหารือได้ใหม่อีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะลงมติรับหลักการ แต่ถ้าท่านประธาน พาเราเดินไปสู่จุดนั้นไม่ได้ ถ้าเราอยู่ในเงื่อนไขนั้นได้ ท่านประธานครับ นี่คือเหตุผล เพียงบางประการที่ผมไม่อาจรับหลักการกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ได้ครับ
ท่านณัฐวุฒิครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ถือเป็นกฎหมายสําคัญอย่างยิ่ง ฉบับหนึ่งกับประวัติศาสตร์ความขัดแย้งทางการเมืองของสังคมไทยที่ก่อตัว แล้วก็ยาวนาน ต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อนรัฐประหาร ๒๕๔๙ จนปัจจุบัน แล้วก็มีแนวโน้มที่น่ากังวลครับ ว่าถ้าหากฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคนในกลไกบริหารนิติบัญญัติและตุลาการ ซึ่งใช้อํานาจอธิปไตยของประชาชน ไม่เกิดสํานึกร่วมกันในการพยายามที่จะแก้ไขถอนฟืน ออกจากกองไฟแล้วนําพาประเทศไทยออกจากวิกฤตนี้ไปให้ได้ ก็สุ่มเสี่ยงว่าเหตุการณ์ ที่รออยู่ข้างหน้าอาจจะเกิดวิกฤตอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ขยายใหญ่ แล้วเกิดความสูญเสีย เกิดความเสียหายมากยิ่ง ๆ ขึ้นไป วันนี้สภานี้พูดจาหารือพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมว่าถูกที่ แม้อาจจะไม่ถูกเวลา เพราะโดยข้อเท็จจริงเราควรพูดคุยกันเรื่องนี้ ควรเดินหน้า ผลักดันเรื่องนี้กันมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะมีประเด็นต่าง ๆ ซึ่งกราบเรียนท่านประธานว่าผมจะใช้เวลาโดยกระชับสําหรับการอภิปรายวันนี้ ผมขออนุญาต ปูพื้นความเข้าใจเกี่ยวกับคําว่า กฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อให้ปรากฏชัดต่อที่ประชุม แล้วก็ หวังใจว่าการอภิปรายนับเนื่องไปจากนี้ก็น่าจะเกิดภาพความเข้าใจพื้นฐานอย่างเดียวกัน การออกกฎหมายนิรโทษกรรมสําหรับสังคมไทย ท่านประธานครับ ไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ใช่เรื่อง ที่เพิ่งเกิดขึ้นในสภาชุดนี้ รัฐบาลชุดนี้ ประเทศนี้มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรม นับรวมทั้ง พระราชบัญญัติ พระราชกําหนดเบ็ดเสร็จแล้ว ๒๔ ฉบับ เริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงเวลาของ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี ๒๔๗๕ เหตุเกิดต่างกรรมต่างวาระ ต่างเงื่อนไข ต่างปัจจัย แต่สุดท้ายที่สุดก็ใช้กฎหมายนิรโทษกรรมในการแก้ปัญหา
ท่านประธานครับ การออกกฎหมายนิรโทษกรรมโดยหลักการเป็นอํานาจ ของฝ่ายนิติบัญญัติที่จะต้องใช้กระบวนการรัฐสภาในการออกกฎหมายฉบับนี้ มีบ้างครับ ที่รัฐบาลใช้อํานาจ ใช้ดุลยพินิจออกกฎหมายนิรโทษกรรมออกมาก็เป็นพระราชกําหนด แต่ก็ต้องนํามาให้สภาเห็นชอบอยู่ดี แล้วการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ท่านประธานครับ ทําได้ทั้งก่อนแล้วก็หลังการมีคําพิพากษา เมื่อออกมาแล้วก็เท่ากับว่าคนที่ถูกดําเนินคดี คนที่ถูกตัดสินลงโทษก็เท่ากับไม่เคยกระทําความผิด ไม่เคยถูกดําเนินคดี ไม่เคยถูกตัดสิน ลงโทษ ผลที่เกิดขึ้นต่อมาก็คือสิทธิต่าง ๆ ตามกฎหมายก็จะคืนกลับโดยสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น สิทธิทางการเมือง สิทธิในการเข้ารับราชการ หรือสิทธิอื่นใดก็ตาม ท่านประธานที่เคารพ วันนี้สิ่งที่เรากําลังพูดกันนี่ แน่นอนที่สุดครับว่าการร่าง การตรากฎหมายทุกฉบับ ผมก็เห็น เหมือนที่เพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านอภิปรายว่าสิ่งที่ต้องยึดไว้ให้มั่นก็คือ หลักนิติธรรม ซึ่งเป็นหัวใจสําคัญของตัวบทกฎหมาย เป็นแต่เพียงว่ากฎหมายนิรโทษกรรม หาใช่หมายความเหมือนกับกฎหมายทั่ว ๆ ไปไม่ แต่กฎหมายนิรโทษกรรมเป็นกฎหมายที่มี ลักษณะพิเศษ คือเป็นเครื่องมือให้กับฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายผู้มีอํานาจใช้ในการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งทางการเมือง แล้วเขาใช้เครื่องมือชิ้นนี้กันมาทั่วโลก รวมกระทั่งประเทศไทย หลายต่อหลายครั้ง ผมไม่ได้บอกว่า เวลาประเทศไหนมีความขัดแย้งก็ต้องออกกฎหมาย นิรโทษกรรมอยู่ร่ําไป ไม่ใช่ ท่านประธานครับ การแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองมันมี หลายวิธีการ หลายรูปแบบในการปฏิบัติ แต่หนึ่งในนั้นคือการออกกฎหมายนิรโทษกรรม อย่างแน่นอน เมื่อกฎหมายนิรโทษกรรมเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้แก้ไขความขัดแย้ง ทางการเมือง การกําหนดมุมมองต่อกฎหมายลักษณะนี้จึงใช้แต่มุมมองเพียงมิติทางกฎหมาย อย่างเดียวไม่ได้ ท่านประธานครับ ต้องใช้มุมมองในมิติทางสังคมเข้าไปประกอบด้วย พูดอีกอย่างหนึ่งให้ชัดขึ้นก็คือการออกกฎหมายนิรโทษกรรมจะยึดเพียงหลักนิติธรรม เพียงลําพังไม่ได้ จําเป็นที่จะต้องยึดหลักมนุษยธรรมควบคู่กํากับเข้าไปด้วย แล้วหลายต่อหลาย ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยก็ปรากฏพบว่าหลังจากมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมแล้ว สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง บรรยากาศที่เป็นความตึงเครียดของสังคมก็มักจะคลี่คลายหรือยุติลงไป ท่านประธานที่เคารพ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าพูดถึงหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม ซึ่งแน่นอนครับ ก่อนที่ ผมจะลุกขึ้นอภิปรายก็ได้ยินคํานี้มาก หลังจากที่ผมอภิปรายแล้วผมก็เชื่อว่าคํานี้ก็ยัง เป็นคําหลักในการอภิปรายของทุก ๆ ท่าน ทีนี้เราก็ต้องมามองกันให้ชัดนะครับว่า ถ้ากฎหมายฉบับนี้ถูกกล่าวอ้างว่ากําลังละเมิดต่อหลักนิติธรรม ทั้ง ๆ ที่ผมเสนอแนวคิดว่า ต้องใช้หลักมนุษยธรรมหรือมิติทางสังคมกํากับด้วย ถ้าอย่างนั้นมันน่าจะมองอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งมีการละเมิดหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรมอย่างร้ายแรงชัดแจ้งมาโดยตลอด แล้วยังคงปรากฏ อยู่จนถึงขณะนี้ การละเมิดหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรมที่ร้ายแรงที่สุดในระบอบประชาธิปไตย คือการก่อรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ ยึดเอา อํานาจอธิปไตยของประชาชนมาไว้ภายใต้บุคคลเพียงคนเดียวในฐานะรัฏฐาธิปัตย์ นั่นคือ การละเมิดหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรมอย่างร้ายแรง นั่นคือการก่ออาชญากรรมอย่างร้ายกาจ ที่สุดในระบอบประชาธิปไตย แต่ทุกครั้งที่ประเทศไทยมีการรัฐประหารท่านประธานครับ ก็จะมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมตามมา ตัวอย่างล่าสุด หลังการรัฐประหารวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ ก็มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับคณะรัฐประหาร ใครล่ะครับ จะมาออกในตอนนั้น ก็คณะรัฐประหารเองนั่นละ ใช้อํานาจที่ยึดปล้นไปจากประชาชน เท่านั้นยังไม่พอท่านประธานครับ หลังจากมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ได้มีการบัญญัติ การนิรโทษกรรม ซึ่งไม่เคยปรากฏมีมาก่อนก็เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญนี้ มาตรา ๓๐๙ นิรโทษกรรม ซ้ําเข้าไปอีก บอกว่าสิ่งใดก็ตามที่คณะรัฐประหารกระทําการตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน ยันอนาคต ไม่ถือเป็นความผิด ท่านประธานครับ นี่ละครับ คือการละเมิดหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม อย่างชัดแจ้ง แล้วมันแสดงชัดเจนอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยหลักการ ถ้ากฎหมายสูงสุด ในการปกครองประเทศ มีมาตราใดมาตราหนึ่งขัดต่อหลักนิติธรรมจะเรียกว่ารัฐธรรมนูญ ไม่ได้อยู่แล้ว แล้วพวกผมและพรรคเพื่อไทยก็ต่อต้านคัดค้านเรื่องนี้มาโดยตลอด เราพยายามที่จะ ยื่นให้มีการแก้ไขมาตรานี้ตั้งแต่คราวการรณรงค์รับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญ น่าประหลาดใจครับ มีพรรคการเมืองบางพรรคกลับแสดงออกถึงการปกป้อง กลับแสดงออกถึงการสนับสนุน ให้คงมาตรานี้ต่อไป แล้วแสดงอาการต่อต้านชัดเจนเมื่อมีการพูดคุยว่าจะมีการแก้ไข มาตรา ๓๐๙ นี้ ทั้ง ๆ ที่อธิบายให้เป็นหลักนิติธรรม นิติรัฐอย่างไรก็อธิบายไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมก็พยายามจะหาเหตุผลว่าทําไมมีคนบางคน คนบางกลุ่ม กลุ้มรุมกัน คัดค้านต่อต้านการจะแก้ไขมาตรา ๓๐๙ ซึ่งขัดหลักนิติธรรมที่กล่าวอ้างกันพบว่า น่าจะมี เหตุผลสําคัญประการเดียวครับ คือไปคิดกันเอาเอง วิเคราะห์กันเอาเองว่าการแก้ไข มาตรา ๓๐๙ ให้ถูกต้องตามครรลองครองธรรม ให้เป็นกฎหมายที่บังคับใช้อย่างเท่าเทียม แท้จริง อาจจะไปเกิดผลดีกับพันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เข้า นี่หมายความว่า ต่อให้กฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศมันขัดหลักนิติธรรม แต่ถ้าเป็นโทษกับ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ก็เอาไว้หรือครับ นี่หมายความว่า ถ้าหากมีกฎหมายใดก็ตามที่ มันขัดหลักนิติธรรม แต่มันจัดการ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้ก็ให้อยู่ อย่างนั้นหรือครับ แล้วถ้าเรามีวิธีคิดสําหรับกฎหมายสูงสุดของประเทศแบบนี้ เรามีวิธีคิดต่อหลักนิติธรรมเช่นนี้ แล้วเราจะกล่าวอ้างถึงหลักนิติธรรมอื่นใดได้อย่างไร เราจะ วิพากษ์วิจารณ์พระราชบัญญัติ เราจะวิพากษ์วิจารณ์พระราชกําหนด เราจะวิพากษ์วิจารณ์ กฎเกณฑ์ข้อบังคับใด ๆ ของสังคมว่าขัดหลักนิติธรรมได้อย่างไรในเมื่อเราก้มหัวให้กับ กฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศที่ขัดต่อหลักนิติธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนท่านประธานว่าวันนี้สิ่งที่ผมจะต้องพูดคุยกันต่อก็คือกฎหมายฉบับนี้ออกแล้ว หมายถึงใคร อย่างไรบ้าง พูดกันเยอะครับ รวมกระทั่งคดีอันเกี่ยวเนื่องกับสถาบันเบื้องสูง เป็นคดีความ เป็นฐานความผิดที่รวมอยู่ในร่างกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ อย่างไร ผมก็ต้องเรียน อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้บอกละครับว่ากฎหมายฉบับนี้มุ่งนิรโทษกรรม ให้กับประชาชนทุกคน ทุกฝ่าย ทุกสีเสื้อที่ได้รับผลกระทบต้องคดีความทางการเมือง จากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองต่อเนื่องกันมานับตั้งแต่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ถึงในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ แน่นอนในกฎหมายบัญญัติอย่างนี้ เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งอภิปรายเมื่อคืนผมเห็นด้วยว่าจะต้องมีการขยายกรอบระยะเวลา อย่างไร เดี๋ยวจะขอแสดงความเห็นในประเด็นนั้น ทีนี้พอมีกรอบเวลาค่อนข้างเห็นชัด จะมีการปรับแก้บ้างว่ากัน มีกลุ่มประชาชนทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกสีเสื้อก็ชัด คําถามต่อมา ก็คือว่าแล้วคนเหล่านั้นที่จะได้รับการนิรโทษกรรมจะต้องเป็นคนที่กระทําความผิด ทางการเมืองใช่หรือไม่ ตอบว่าใช่ครับ เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งได้กรุณาหยิบยกนาม ศาสตราจารย์ จิตติ ติงศภัทิย์ ปูชนียบุคคลด้านกฎหมายของสังคมไทย บอกว่าท่านอาจารย์ ผู้อาวุโสได้อธิบายลักษณะความผิดทางการเมืองไว้ชัดเจนว่าคือการกระทําต่อองค์การแห่งรัฐ ใช่ครับ เป็นเช่นนั้น แต่ท่านไม่ได้อธิบายให้ครบถ้วน ถ้อยคําของท่านศาสตราจารย์จิตติ ยังอธิบายขยายความต่อไป และบรรดานักเรียนกฎหมายทั้งหลายเขาศึกษาเรียนรู้ ก็เป็นตามนี้ หลักฐานตามข้อมูลวิชาการต่าง ๆ ไม่ว่าจะในตํารับตํารา ในเว็บไซต์ (Web site) ก็ปรากฏเช่นนี้ ว่านอกเหนือจากเป็นการกระทําความผิดต่อองค์การแห่งรัฐแล้ว ยังเป็นการกระทําความผิด ต่อรูปแบบการปกครองหรือต่อสิทธิทางการเมืองของประชาชน ซึ่งอาจพิจารณาได้จากสภาพ ความผิดหรือมูลเหตุจูงใจ หรือจุดประสงค์ในการทําความผิด หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าเมื่อเกิดการกระทําแล้วก็ไม่ใช่จะชี้ชัดลงไปทันทีได้ ยังต้องมีองค์ประกอบ ในการพิจารณาถึงมูลเหตุจูงใจ ถึงจุดประสงค์ในการกระทําด้วย ผมกําลังจะกราบเรียน ท่านประธานว่าคนที่เรากําลังพูดถึงอยู่ในกฎหมายฉบับนี้หมายถึงประชาชนทั้งหลายนั่น ถ้าหากไม่มีสถานการณ์ทางการเมือง ไม่มีความขัดแย้งแบ่งแยกฝักฝ่ายหลายสี คนพวกนี้ ก็อาจจะเป็นสุจริตชนทํามาหากิน ร่ําเรียนหนังสือ ใช้ชีวิตตามปกติทั่วไป แต่เมื่อเขาออกมา ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง แล้วก่อเหตุอันเป็นที่ต้องคดีความแล้ว ก็เป็น เรื่องที่เราจะต้องมาพิจารณากันวันนี้ครับท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานว่าการออก กฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อนสมาชิกก็ยกตัวอย่างกันมาก ฝ่ายรัฐบาลก็ยกตัวอย่างเหตุการณ์ เดือนตุลาคม เดือนพฤษภาคม เหตุการณ์รัฐประหาร กบฏนั่นนี่ ฝ่ายค้านก็ยกตัวอย่าง เหตุการณ์หลายเหตุการณ์ขึ้นมาเหมือนกันวันนี้ ผมเรียนอย่างนี้ครับ การออกกฎหมาย นิรโทษกรรมที่ใช้กันอยู่ในประเทศไทย แต่ละครั้งเหตุผล เงื่อนไขและข้อเท็จจริงของ สถานการณ์มันแตกต่างกัน แล้วถ้าจะหยิบยกมาอธิบายนี่มันหยิบยกได้ทุกมุมครับ ถ้าเราจะบอกว่าการกระทําความผิด แล้วทรัพย์สินของรัฐเสียหาย เกิดเหตุไฟไหม้อาคาร ตึกรามบ้านช่อง ที่ทําการหน่วยงานของรัฐก็มีการนิรโทษกรรมกันมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น เหตุการณ์เดือนตุลาคม เหตุการณ์เดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕ กรมประชาสัมพันธ์กองสลาก เกิดเหตุเพลิงไหม้ สุดท้ายมีการนิรโทษกรรมผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ถ้าเราจะบอกว่าความผิด ทางการเมืองมันต้องไม่เกี่ยวกับความผิดที่ก่อเหตุร้ายทําลายชีวิต หลายเหตุการณ์ ท่านประธานครับ ก็มีการนิรโทษกรรมต่อความสูญเสียเหล่านั้น แน่นอนเป็นเรื่องเศร้า เป็นเรื่องเจ็บปวด แต่นี่ประวัติศาสตร์มันปรากฏ กบฏแมนฮัตตันเขาไล่ยิงกันอย่างกับ ในหนัง ท่านประธานครับ ทรัพย์สินเสียหายมากมาย ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์ กบฏบวรเดช มีการยกกําลังห้ามหั่นกันเสียชีวิตหลายสิบ มีการตั้งศาลพิเศษแล้วถูกจับกุมคุมขัง จากการตัดสินเป็นร้อยชีวิต หลังจากนั้นก็มีการนิรโทษกรรม เพื่อนสมาชิกบางท่านบอกว่า ที่ผ่าน ๆ มา เวลาเกิดเหตุเพลิงไหม้ เกิดเหตุถึงแก่ความตาย ที่นิรโทษกรรม เพราะว่าเวลานั้น ไม่พบการกระทําความผิดของบุคคลใด ท่านยืนยันได้เลยครับ ไม่พบหรือไม่หาครับ ไม่พบ หรือว่าแท้จริงแล้วผู้ที่ดูแลบ้านเมืองกันอยู่ในเวลานั้นเห็นว่าน่าจะใช้กฎหมายนิรโทษกรรม น่าจะใช้มิติทางสังคม แล้วก็เปิดโอกาสให้ประเทศเดินหน้ากันไปใหม่ ความขัดแย้งที่มีอยู่ ไม่ใช่ให้ลืม แต่จดจําเอาไว้เรียนรู้ต่อไป เป็นอย่างนี้หรือไม่ครับท่านประธาน ก็เหตุการณ์ เดือนตุลาคม เหตุการณ์เดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕ หรือเหตุการณ์อื่นในภายหลังมีการจดจํา บันทึก ในภายหลังมีการทําหนังสือพ็อกเก็ต บุ๊ค (Pocket Books) ในภายหลังมีการทําสื่อ ต่าง ๆ ตามกันจริง ๆ เจอครับว่าใครเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ตรงไหนบ้าง อายุความ อายุคดี ๒๐ ปีครับ ทุก ๆ เหตุการณ์นี้ก่อน ๒๐ ปีทั้งนั้นละครับ ท่านประธาน ก็จะมีข้อมูลข้อเท็จจริง เหล่านี้ปรากฏออกมา แต่แน่นอนที่สุดหลังการนิรโทษกรรมไปแล้ว แล้วผมก็เชื่อว่าในเวลา ที่เกิดเหตุดูกันจริง ๆ หากันจริง ๆ เจอครับว่าใครเกี่ยวข้อง แต่ขึ้นอยู่กับมอง ขึ้นอยู่กับวิธีคิด ของคนที่มีหน้าที่ดูแลบ้านเมืองอยู่ ณ ขณะเวลานั้น ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียน ท่านประธานว่าถ้าความผิดทางการเมือง หมายถึงการกระทําของประชาชนต่อองค์การรัฐ การกระทําของประชาชนต่อรัฐที่เป็นความผิดแล้ว ผมว่าเป็นหน้าที่นะครับ ที่รัฐจะต้อง มาพิจารณากันว่าประชาชนที่กระทําการดังกล่าวโดยมีเหตุจูงใจทางการเมืองเขาควร ได้รับโอกาส เขาควรได้รับการให้อภัยจากสังคมโดยรัฐนั้นหรือไม่ อย่างไร เหมือนที่เรากําลัง พูดคุยกันนี้ภายใต้วัตถุประสงค์ว่าเพื่อนําพาประเทศเดินหน้าต่อไป เพื่อลดทอนเงื่อนไขของ ความขัดแย้ง ท่านประธานครับ จริง ๆ ความผิดที่เป็นเรื่องร้ายแรงมากกว่าสิ่งที่ประชาชน กระทําการต่อรัฐ จากเหตุการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา คือความผิดอันหน่วยงานรัฐกระทําต่อ ประชาชนต่างหาก ความผิดที่ประชาชนกระทําต่อรัฐเกิดขึ้นมามากมายท่านประธานครับ แต่ความผิดที่หน่วยงานรัฐกระทําต่อประชาชนผมยืนยันว่าเหตุการณ์ ๗ ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี ๒๕๕๓ เป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรง แล้วอํามหิตที่สุดที่เคยเกิดขึ้น ความจริงก็คือประเทศนี้มีรัฐบาลแรกของโลกที่ให้มีการเอาปืนสไนเปอร์ (Sniper) มาจัดการ กับการชุมนุมของประชาชน ความจริงก็คือประเทศนี้ปรากฏภาพออกไปทั่วโลกว่ามีเจ้าหน้าที่ ภายใต้คําสั่งของผู้มีอํานาจถือปืนติดลํากล้องยืนส่องตามจุดสูง ข่มตึกสูงต่าง ๆ ในการชุมนุม ทางการเมืองของประชาชน นี่คือการกระทําของรัฐที่มีต่อประชาชน แล้วนี่คือเรื่องร้ายแรงที่สุดที่เกิดขึ้นในสังคม ประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนท่านประธานว่าผู้มีอํานาจในรัฐบาลชุดก่อน ท่านก็พูดหลายครั้งต่างกรรมต่างวาระว่ากฎหมายนี้ไม่ต้องออกมา ท่านไม่สนใจ ท่านไม่ต้องการ ถ้าหากเห็นว่าท่านกระทําความผิดก็เอาผิดท่านได้เลยสุด ๆ ไม่ต้องมา นิรโทษกรรมให้ อันนี้ผมชื่นชมครับ แล้วท่านต้องยืดอกพูดเช่นนั้น แต่ผมเรียนท่าน ให้เข้าใจว่าท่านไม่ต้องเรียกร้องหรอกครับ เพราะพวกผมไม่คิดให้อยู่แล้ว ถึงขอก็ไม่ให้ เพราะการกระทําของรัฐที่มีต่อชีวิตของประชาชนต้องมีคนรับผิดชอบครับท่านประธาน ที่เคารพ ในขณะเดียวกันคนที่เป็นแกนนําการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของขบวนการประชาชน ก็จะต้องอยู่นอกเหนือสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังการบังคับใช้ของกฎหมายฉบับนี้ ทุกคดีความ ต้องเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเฉกเช่นเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียน ท่านประธานว่าความเจ็บปวดของแผ่นดินมันมี ความสูญเสียของประชาชนนี้มันลบไม่ได้ มันไม่มีใครหักใจลืมหรอกครับ รัฐใดก็ตามที่กระทําต่อชีวิตประชาชน รัฐนั้นจะต้อง รับผิดชอบต่อชีวิตของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สํานวนไทยโบราณเขามีครับ เกิดเป็นลูกถ้าฆ่าพ่อฆ่าแม่เขาเรียกไอ้ทรพี เกิดเป็นนายกรัฐมนตรีถ้าฆ่าประชาชน เขาเรียกไอ้ทรราชย์ มันก็จะต้องมีการดําเนินการ ต้องมีการรับผิดชอบกันตามกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ แล้วตกลงมันหมายถึงใคร ผู้มีอํานาจในรัฐบาลในช่วงเวลาของ ความขัดแย้งก็ไม่ใช่ เจ้าตัวท่านก็ยืนยันตรงนี้อย่างที่เรียนผมชื่นชม แกนนําในการชุมนุม ก็เห็นฝ่ายพันธมิตรเขายืนยันว่าเขาไม่ประสงค์สิ่งนี้ พวกผมนี่ล่ะครับแกนนําคนเสื้อแดง ก็ยืนยันตลอดถ้าท่านประธานจําได้ ในการชุมนุมเวทีที่ราชประสงค์ พวกผมขึ้นเวที ปฏิเสธการนิรโทษกรรมตั้งแต่คราวนั้น มีคลิปวิดีโอ มีภาพ มีเสียงเป็นหลักฐานแล้วยืนยัน จนถึงวันนี้ จะอย่างไรกันก็ได้ครับท่านประธาน ถ้าพวกผมผิดจริงจะเอาไปตัดหัวคั่วแห้ง ตามโทษานุโทษด้วยความยินดี แล้วจะระบุชื่อกันอย่างไร ให้พวกผมไม่ได้อยู่ในสิ่งที่กฎหมาย ฉบับนี้บังคับใช้ด้วยความยินดี ใส่ชื่อได้ครับ ใส่นามสกุลได้ แล้วผมจะเอารายชื่อพรรคพวก ที่ถือว่าเป็นแกนนําของคนเสื้อแดงเอาไปมอบให้ท่านที่ไหน อย่างไรด้วยความเต็มใจครับ ท่านประธาน เพราะเราพูดชัดว่าการนิรโทษกรรมคราวนี้เป็นการนิรโทษกรรมให้กับประชาชน ทุกคน ทุกฝ่าย ทุกสีเสื้อ มีผู้พูดในสภาครับท่านประธาน และผมมีความรู้สึกว่าแม้ไม่ได้ เอ่ยนามแต่กระทบเอาเข้ากับผมโดยตรง แต่ผมก็ไม่ได้ยกมือใช้สิทธิพาดพิงใด ๆ เหตุผล ก็เพราะว่าผมคิดว่าการพิจารณากฎหมายฉบับนี้บรรยากาศที่ผ่านมาแม้ตอนต้นจะมี ความวุ่นวายอยู่บ้าง แต่หลังจากจับหลักพูดคุยกันแล้วทุกอย่างก็เดินหน้าไปด้วยดี ฝ่ายค้าน พูดก็ไม่ได้มีใครยกมือประท้วงอะไรมากมายนัก ฝ่ายรัฐบาลพูด ฝ่ายค้านก็กรุณาให้เกียรติ รับฟัง แล้วก็ว่ากันไปตามเหตุตามผลตามหลักการ แต่มีคนพูดในสภานี้หลายคนว่ากฎหมาย ฉบับนี้ถ้ามีผลบังคับใช้จะทําให้คนในสภานี้ที่เป็นคนผิดรอดจากความผิด ไม่ต้องถูกดําเนินคดี ตามกฎหมาย ผมอยากให้ท่านระวังคําพูดหน่อย คนในสภานี้ที่ต้องคดีความเกี่ยวกับความขัดแย้ง ทางการเมืองใครเป็นคนผิดท่านชี้เองได้ ศาลยังไม่ตัดสินสักคดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนี้ตัดสินได้หรือครับว่าใครคนนั้นผิดแล้ว คนนี้ผิดแล้ว คนนั้นต้องรับโทษเท่าไร อย่างไร ถ้าท่านตัดสินได้ก็ดีครับ คดีมันจะได้ไวขึ้น ผมก็จะได้โอนคดีมาขึ้นอยู่กับสภานี้ ดังนั้นต้องระมัดระวังครับ ไม่ใช่นึกจะพูดอะไรก็พูด แล้วมันขัดกับหลักการ มันขัดกับบทบาทอํานาจหน้าที่ ผมมีตัวอย่างครับ ผมจําได้ สภาชุดก่อนมีรองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งตอบคําอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน บอกว่า รู้แล้วว่าใครเผาเซ็นทรัลเวิลด์ ขึ้นชาร์ท (Chart) เสร็จสรรพครับ เอ่ยชื่อผู้ต้องคดีด้วย แล้วชี้ว่าคนพวกนั้นละเผาเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นเยาวชน ๒ คน ผมขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อ แล้วก็ เป็นชายไทยอีก ๒ คน ชื่อนายสายชล แพบัว กับนายพินิจ จันทร์ณรงค์ รองนายกรัฐมนตรี คนหนึ่งเอ่ยชื่อซ้ําแล้วซ้ําเล่า ซ้ําเล่าซ้ําแล้ว ไม่กี่เดือนที่ผ่านมาศาลยกฟ้องคนพวกนี้ครับ ศาลบอกว่าไม่มีพยานหลักฐานใด ๆ จะไปชี้ชัดยืนยันว่าเยาวชน ๒ คน และนายสายชล แพบัว นายพินิจ จันทร์ณรงค์ เป็นคนเผาห้างสรรพสินค้าที่เซ็นทรัลเวิลด์หรือที่ แยกราชประสงค์ เอาเขาไปขัง ๓ ปีครับท่านประธาน ตลอดเวลา ๓ ปีมีโอกาสพูดทุกเวที ในสภาก็พูด ที่ไหนก็พูดว่าชื่อพินิจ ชื่อสายชล อ้ายนี่ละครับเผาเซ็นทรัลเวิลด์ เขาไม่มีโอกาส ได้รับการประกันตัว จนศาลยกฟ้องได้รับอิสรภาพออกมา ไหนล่ะครับความรับผิดชอบของ ผู้มีอํานาจ ไหนล่ะครับสิ่งที่ท่านยืนยันประกาศชื่อ ประกาศนามเขามาโดยตลอด เขาติดคุก ไม่มีโอกาสได้รับการประกันตัว พ่อ แม่ ญาติพี่น้องอยู่ด้วยความเจ็บปวด ไปไหนมาไหน สังคมก็กระซิบกระซาบว่าลูกอ้ายนี่ละเผาห้าง ว่าหลานอ้ายนี่ละเผาเซ็นทรัลเวิลด์ ถามว่ารู้ ได้อย่างไร ก็ทําไมจะไม่รู้ละ ก็ฝ่ายบ้านเมืองเขาพูดซ้ําแล้วซ้ําอีกทุกวี่ทุกวัน ดังนั้นใคร จะพูดอะไร จะกล่าวหาอะไรขอให้รับผิดชอบด้วยนะครับ แล้วขอให้คํานึงถึงหลักการ ถึงข้อเท็จจริงด้วย ถ้าผมจะพูดเอาบ้างละครับว่าใครคนนั้นคนนี้บงการสังหารประชาชน ผมก็พูดได้แต่ผมไม่พูดเพราะผมตัดสินเองไม่ได้ แต่ผมจะอธิบายว่าท่านกําลังถูกกล่าวหา แล้วมีหน้าที่ไปเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล ขณะนี้ท่านยังไม่ใช่คนผิด แต่แน่นอนท่านต้อง เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วต้องรับผิดชอบกับสิ่งนี้ตามที่กระบวนการยุติธรรมตัดสินชี้ชัด ท่านประธานครับ ยังมีเพื่อนสมาชิกบางท่านหยิบยกคลิปวิดีโอ (Clip Video) ที่มีคนตัดต่อ เพียง ๒๐ กว่าวินาที คําพูดที่ผมพูดบอกเผาเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง แล้วก็ชี้ว่านั่นละครับ คือการสั่งการให้มีการเผาห้างสรรพสินค้า เผาสถานที่ต่าง ๆ ในการชุมนุมเดือนมีนาคม ถึงเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๓ ผมยืนยันไม่ทราบว่าจะกี่ครั้ง แล้วได้แสดงหลักฐานนี้ต่อศาลครับ ว่าเหตุการณ์นั้นไม่ได้เกี่ยวข้องใด ๆ กับการชุมนุมที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ ยุติวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เหตุการณ์นั้นเกิดเมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ที่เขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี คลิปวิดีโอนั้นถ้าเปิดเดินหน้าไปอีก ๒ นาที ชัดหมดครับว่าวันที่เท่าไร สถานที่ไหน และถ้าเปิดฟังทั้งหมดก็จะชัดอีกว่าไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมไม่ว่ากรณีใด ๆ เพราะวันที่ ๒๓ มกราคม ยังไม่มีการนัดหมายวัน เวลา และสถานที่ชุมนุมใหญ่ ยังไม่มีใครรู้ว่าเป็นสะพาน ผ่านฟ้าลีลาศ เป็นราชประสงค์ หรือเป็นที่ไหน แต่เวลากล่าวหามันง่าย แต่โชคยังดีหน่อยครับ ผมมันคนพอมีปากมีเสียงบ้าง พอมีที่ยืน พอมีเวทีให้อธิบาย แต่เวลาท่านกล่าวหา กับประชาชนเขาจะอธิบายตรงไหนครับ เกาะลูกกรงทีก็เจ็บปวดที เพราะเขาชี้ก่อน ศาลตัดสินว่าคุณนั่นละผิด ว่าคุณนั่นละทํา แล้วก็ไม่มีความรับผิดชอบใด ๆ ไม่มีคําว่า เสียใจ ไม่มีคําว่า ขอโทษ จากผู้มีอํานาจเหล่านั้น ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องกรอบเวลา ประเด็นนี้ครับที่ผมบอกว่าผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้าน ว่ามีการเคลื่อนไหวชุมนุม ทางการเมืองก่อนการรัฐประหารวันที่ ๑๙ กันยายนแล้ว เมื่อครั้งประชาชนออกมาเผชิญหน้ากับรัฐบาล พันตํารวจโท ดอกเตอร์ ทักษิณ ชินวัตร ดังนั้นถ้าหากในชั้นกรรมาธิการจะแปรญัตติปรับกรอบเวลาอย่างไร ผมขอประกาศไว้ตรงนี้ ว่าผมเห็นด้วย และผมขอเรียกร้องคณะกรรมาธิการพรรคเพื่อไทยเห็นด้วยเถอะครับ ขยายกรอบเวลา เอาให้รอบ เอาให้ครอบ เอาให้คลุม เพราะเราตั้งใจจะให้ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่มีปัญหาครับ
ประการต่อมา รู้สึกว่าจะเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายจงใจจะขยายความ กันมากเหลือเกิน ท่านประธานครับ ว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้จะเป็นการ นิรโทษกรรมให้กับผู้ที่ต้องคดีความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ จริง ๆ เพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลทุกคนที่ลุกขึ้นอภิปรายก็พูด ผมก็จะพูด ให้ชัดมากขึ้น ว่าเนื้อหาสาระในกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้หมายรวมถึงผู้กระทําความผิด หรือต้องคดีความจากประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ อันเกี่ยวเนื่องกับสถาบัน พระมหากษัตริย์แต่อย่างใด ไม่สบายใจจะเขียนอย่างไรให้ชัดก็ได้ แต่ไม่ควรเจตนาอธิบาย บิดเบือนให้ประชาชนสับสนอีกต่อไป และผมหวังในใจนะครับว่าพูดกันชัดแบบนี้ ยืนยัน กันตรงนี้ หลังจากนี้ใครลุกขึ้นมาอภิปรายก็ไม่ควรจะใช้ข้ออ้างว่ากฎหมายฉบับนี้จะไม่มีผล ถึงผู้กระทําความผิด หรือผู้ถูกดําเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ อีกต่อไป ผมให้ข้อมูลเพิ่มเติมครับ เพื่อให้มันชัดมากขึ้น ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ท่านประธานที่เคารพครับ มีผู้ถูกดําเนินคดีจําขัง อยู่เวลานี้ทั้งสิ้น ๕ คน
มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านศิริโชค โสภา
ท่านประธานครับ ผม ศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ท่านณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ขออนุญาตเอ่ยนาม กล่าวเท็จในสภาผู้แทนราษฎร แล้วอาจจะทําให้พี่น้องเข้าใจผิด นะครับ เพราะว่าผมมีคลิป เดี๋ยวผมจะนําให้ประธานให้เห็นว่า
ท่านจะประท้วงประเด็นอะไรครับ
ประเด็นที่คุณณัฐวุฒิบิดเบือนข้อเท็จจริง ในเรื่องที่กล่าวหา
คือในข้อบังคับมันไม่มีนะครับ เพียงแต่ว่าท่านกําลังอธิบายขอบเขตของร่างฉบับนี้ ส่วนจริง ไม่จริง
มีสิครับ ข้อ ๖๓ ครับ คือคุณณัฐวุฒิใส่ร้าย พรรคประชาธิปัตย์ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปตัดต่อเอาคลิปวิดีโอแค่ ๒๐ วินาทีที่บอกว่า ผมเผา ผมรับผิดชอบเอง ซึ่งทําให้เกิดความเสียหาย เพราะในข้อเท็จจริงคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้พูดในที่ราชประสงค์ พูดอย่างนี้เลยครับ อย่างที่ผมบอกคนเสื้อแดง
เดี๋ยวนะครับ เอาประเด็นประท้วงก่อนนะครับ ท่านประท้วงอะไร
ก็ใส่ร้ายสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาธิปัตย์ ทําให้เกิดความเสียหายครับ
เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยนะครับ
โดยอ้างว่าสมาชิกของพรรคลุกขึ้นมาพูด แล้วก็ใช้คลิปตัดต่อแค่ ๒๐ วินาที แล้วก็ไปพูดในทํานองว่าพี่น้องเผา ผมรับผิดชอบเอง โดยกล่าวว่าคลิปนี้เกิดขึ้นที่เขาสอยดาวนะครับ แล้วคุณณัฐวุฒิไม่ได้พูดที่ราชประสงค์ ผมกําลังจะบอกว่านี่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เพราะคุณณัฐวุฒิพูดที่ราชประสงค์ให้เผาเหมือนกันครับ
เดี๋ยวผมวินิจฉัยครับ เชิญนั่งลงก่อนครับ
เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตให้ชี้แจงตรงนี้ นะครับ
คือท่านใช้สิทธิประท้วง ผมก็กําลังวินิจฉัยประเด็นประท้วงของท่านก่อนนะครับ เดี๋ยวให้เขาอภิปรายเสร็จก่อน แล้วค่อยว่ากันเรื่องพาดพิงนะครับ เอาประท้วงท่านก่อน ให้จบเป็นเรื่อง ๆ ก่อน ผมจะได้วินิจฉัยอย่างไรครับว่าเป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ หรือเปล่า ที่มีการอภิปรายใส่ร้าย เดี๋ยวท่านนั่งลงก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยประเด็นนี้ก่อน ทีละประเด็นก่อน คือท่านได้อธิบายข้อเท็จจริงที่ท่านได้ถูกกล่าวหา และพาดพิงไป ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของกรอบเวลาในการพูดกันนี้นะครับ ท่านบอกว่าถ้าหากว่า เปิดคลิปทั้งหมดในส่วนของท่านมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับบริเวณและสถานที่ที่ท่านไปพูดมันเป็น อีกที่หนึ่ง อันนั้นเป็นเรื่องของข้อเท็จจริง ซึ่งเราไม่ทราบหรอกว่ามันจะเป็นจริงอย่างที่ ท่านพูดหรือเปล่า ฉะนั้นจึงเป็นการอธิบายของท่าน ผมจึงวินิจฉัยว่ายังอยู่ในประเด็นที่เรา กําลังอภิปรายกันอยู่นะครับ ก็เดี๋ยวค่อยให้มันจบก่อน ท่านจะใช้สิทธิพาดพิงเดี๋ยวค่อยว่ากัน นะครับ แต่เอาประเด็นที่ท่านประท้วงก่อนคือประธานก็ไม่ทราบหรอกครับว่าใครจะไปพูด ที่ไหน แต่ผมจะวินิจฉัยตามประเด็นเท่านั้นเองนะครับ เชิญนั่งลงครับ เดี๋ยวจะได้ต่อ เชิญต่อครับ เดี๋ยวให้ท่านอภิปรายให้จบก่อนนะครับ เดี๋ยวค่อยว่ากันครับ เชิญต่อครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมจะขออนุญาตขยายความเป็นข้อมูลประกอบความเข้าใจนะครับ เรื่องกรณี ผู้ถูกดําเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ว่านอกจากไม่เกี่ยวข้องตามสาระ ในกฎหมายฉบับนี้แล้วนั้น
เดี๋ยวนะครับ ท่านจะประท้วงหรืออะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านณัฐวุฒิที่กําลัง อภิปรายนะครับ คือท่านไม่ติดบัตรประจําตัว ส.ส. ในการทําหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ความจริงไม่ได้อยากประท้วงเรื่องนี้ แต่บังเอิญเมื่อวานนี้สมาชิกฝั่งฝ่ายท่านมีการประท้วง ท่านจุรินทร์ในกรณีไม่เซ็นชื่อ เพราะฉะนั้นผมเรียนประท้วงว่าให้เพื่อนสมาชิกได้ทําหน้าที่ ได้ติดบัตรการเป็นผู้แทนอย่างถูกต้องครับ
ท่านประท้วงประเด็นอะไรครับ ยังไม่เข้าใจเลยครับ เอาใหม่สิครับ
ท่านประธานไม่เห็นหรือครับ ท่านเพื่อนสมาชิก อภิปรายมาประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ท่านไม่ติดบัตรประจําตัว ส.ส.
เอาเถอะครับ ขอบคุณมาก
มันไม่ใช่เรื่องตลกนะครับท่านประธาน
เดี๋ยวผมจะกําชับครับ เชิญนั่งลงครับ ต้องขอความร่วมมือทุกท่านนะครับ เชิญต่อครับ
ท่านประธานครับ ผมกราบขออภัยเรื่องที่เพื่อนสมาชิกกรุณาทักท้วงนะครับ เพียงแต่ว่าผมเสร็จภารกิจแล้ว ผมรีบวิ่งเข้ามานะครับ คราวหน้าจะไม่ให้เป็นเช่นนี้ครับ ผมต่อเนื่องนะครับท่านประธานว่า กรณีความผิดมาตรา ๑๑๒ นั้น ขณะนี้มีผู้ถูกดําเนินคดีและถูกจําขังอยู่ทั้งสิ้น ๕ คน ในจํานวน ๕ คน ๑ คนอยู่ในขั้นตอนการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ อีก ๑ คนอยู่ในขั้นตอน ของการต่อสู้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ถึงขั้นศาลฎีกา ๒ คนกําลังอยู่ในระหว่างพิจารณาเรื่องจะยื่น ขอพระราชทานอภัยโทษหรือไม่ อย่างไร อีก ๑ คน ศาลยังไม่ได้พิพากษาคดี เหตุที่ต้องให้ ข้อมูลตรงนี้ให้ชัด ก็เพื่อว่าประเด็นนี้จะได้เป็นที่ยุติในห้องประชุมนี้ เพราะไม่เป็นข้อเท็จจริง ไม่เป็นเป้าประสงค์ทั้งเปิดเผยและเคลือบแฝงใด ๆ ทั้งสิ้นในการตราพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ส่วนผู้ที่เข้าข่ายว่าถ้าหากพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีผลบังคับใช้จะประกอบด้วยใครอย่างไรบ้างนั้น ผมเรียนท่านประธานว่าจะเอาตัวเลขนิ่ง ร้อยเปอร์เซ็นต์ตายตัว ลําบากสําหรับผมในการแสวงหาเหมือนกันครับ เพราะข้อมูลเคลื่อนตัว อยู่ตลอดเวลา แต่ผมยืนยันว่าไม่น้อยกว่าที่ผมจะพูดถึงนี้แน่นอน ข้อมูลที่เพื่อนสมาชิก บางท่านพูดว่ามีผู้ถูกจําขังอยู่ขณะนี้ที่เรือนจําผู้ต้องขังทางการเมืองหลักสี่ แล้วก็ที่อื่น ๆ รวมประมาณ ๓๐ คนนั้นถูกต้องครับ แต่ไม่ใช่ถูกทั้งหมด เพราะว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ หมายถึงกลุ่มผู้ชุมนุมทุกสีเสื้อ ทั้งแดง ทั้งเหลือง ทั้งหลากสี หรืออื่นใดก็ตามที่ถูกดําเนินคดี ข้อมูลของศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมหรือ ศปช. ข้อมูลของศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมหรือ ศปช. ซึ่งเป็นกลุ่มที่ นักวิชาการจากหลายมหาวิทยาลัยเขารวมตัวกัน แล้วเขาลงพื้นที่ เขาติดตามประสานงาน กับหน่วยงานภาครัฐเพื่อตรวจสอบเอาเฉพาะว่าจากเหตุการณ์ชุมนุมปี ๒๕๕๓ มีผู้คน ถูกดําเนินคดีไปแล้วทุกข้อกล่าวหาทั้งสิ้นกี่คน ตัวเลขนี้สรุป ณ วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๖ ครับท่านประธาน ปรากฏว่ามีจํานวนผู้ถูกดําเนินคดีทั้งสิ้น ๑,๘๓๓ คน ในจํานวน ๑,๘๓๓ คน เป็นคดีฝ่าฝืนพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ๑,๐๙๓ คน ในจํานวนทั้งหมดนี้เป็นเด็ก เป็นเยาวชนซึ่งต้องขึ้นศาลเยาวชน ๑๖๗ คน ใน ๑๖๗ คน ที่ขึ้นศาลเด็กและเยาวชน ต้องคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพียงอย่างเดียว ๑๔๐ คน ท่านประธานครับ การนิรโทษกรรม ผมเรียนตั้งแต่ต้นครับว่า ออกได้ทั้งก่อนที่จะมีการตัดสินหรือหลังมีการตัดสิน ดังนั้นถ้ากฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จึงไม่ได้มีผลแต่คนในเรือนจํา มันจะมีผลกับคนข้างนอกด้วย ท่านประธานครับ ชีวิตคนเรา เกิดมาครั้งหนึ่งสุจริตมาโดยตลอด ไม่เคยทําผิดตัวบทกฎหมาย ขับมอเตอร์ไซด์ ใส่หมวกกันน็อค (Knock) ไม่เคยซ้อนสาม ชีวิตอยู่ในเส้นทางแห่งครรลองครองธรรม แต่วันหนึ่งเกิดความคิดทางการเมือง จะคิดเอง เข้าใจเอง เพื่อนชวน เพื่อเชียร์ (Cheer) หรืออย่างไรก็ตาม เขาออกมาชุมนุมโดยสงบสันติปราศจากอาวุธ รัฐบาลผู้มีอํานาจเวลานั้น ประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เขายังอยู่ในที่ชุมนุม สุดท้ายถูกจับ ดําเนินคดี หลายคดีท่านประธานไปดูสิครับ ถูกทั้งเกลี้ยกล่อม ทั้งบีบบังคับ บางคดีถูกลงไม้ลงมือ บอกว่าให้รับสารภาพแล้วน่าจะมีการรอลงอาญา คนไม่เคยทําความผิด ชีวิตไม่ได้กร้านโลก เจนเวที ถูกตํารวจจับไปขนาดนั้นจําชื่อ จําบ้านเลขที่ได้ก็เก่งแล้ว พอเขาทั้งขู่ ทั้งปลอบ ทั้งบีบ ทั้งคั้น หลายคนรับสารภาพ แล้วก็ถูกตัดสินจําคุก ๘ เดือน ๖ เดือน ๓ เดือน ๑ ปีก็มี ครับท่านประธาน แน่นอนที่สุดเหตุการณ์ผ่านมา ๓ ปีกว่า ๆ คนเหล่านั้นพ้นโทษออกมา มีอิสรภาพ แต่มีตราบาปในประวัติชีวิตว่าเคยถูกจําขังในเรือนจํา เคยต้องโทษ เป็นผู้ต้องคดี ความ ท่านประธานครับ ในจํานวนทั้งหมดนั้นมีเด็ก มีเยาวชน ๑๔๐ คน ถูกดําเนินคดี พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน บันทึกประวัติชีวิตครับ ถามว่าถ้าเด็กพวกนี้ ชีวิตเติบโตขึ้นไปสําเร็จการศึกษา ไปยื่นสมัครงานสอบเข้ารับราชการหรือเอกชนใด ๆ เขาตรวจสอบ เขามีประวัติเช็ก (Ckeck) ว่าเคยติดคุกมา เหตุการณ์ผ่านไป ๑๐ ปี ๒๐ ปีหลังจากนี้ใครจะไปทราบว่าคนยุคนั้น เวลานั้นจะเข้าใจเหตุการณ์ตรงนี้อย่างไร จะคิดถึงหรือจะมองภาพนี้แบบไหน เป็นตราบาปให้กับพวกเขาไปตลอดชีวิต ถ้าเขาเรียน ทางกฎหมายสําเร็จปริญญาตรีเขาไปต่อเนติบัณฑิต จะไปสอบเป็นอัยการ สอบเป็น ผู้พิพากษา เปิดประวัติมาปรากฏว่าเคยถูกจําขังติดคุกในคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เขาก็หมดโอกาสของชีวิต คนกลุ่มพวกนี้ครับที่รัฐนี้จําเป็นต้องทํา หน้าที่ในการดูแลและให้โอกาสเขาด้วยครับท่านประธาน ชีวิตหนึ่งเกิดมาเพียงแค่มา นั่งชุมนุมใส่เสื้อสีแดง แล้วบังเอิญเขาประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน แล้วก็ถูกจับ มือเปล่า ๆ ไม่มีอาวุธอะไรใด ๆ ทั้งสิ้นครับ แต่กลายเป็นว่ามีตราบาป ไปตลอดชีวิต ปิดโอกาสของตัวเองไปตลอดชีวิต เราไม่คิดที่จะเอาเขาออกมาจากตราบาป เหล่านั้นหรือครับ ไม่ใช่ความรับผิดชอบของรัฐนี้หรือครับที่จะต้องดูแลคนเหล่านั้น แล้วถูก บันทึกประวัติว่าติดคุกนี่มันแก้ไขยากครับท่านประธานที่เคารพ ถ้าเขาเกิดว่าไปหนีทหาร เขาอาจจะใช้เส้นสายความสามารถไปเอาเอกสารหลักฐานปลอมแล้วชีวิตก็เดินต่อ เป็นใหญ่เป็นโตได้ แต่นี่เขาถูกติดคุกครับ จะไปลบประวัติที่ไหนครับท่านประธาน คนกลุ่มนี้ครับ คือกลุ่มที่ กฎหมายฉบับนี้กําลังพูดถึง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตพูดเลยไปถึงพี่น้องกลุ่มผู้ชุมนุม ในนามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อนสมาชิกบางคนบอกว่า ไม่มีแล้วพันธมิตร ที่ถูกดําเนินคดี หรือถ้ามีพันธมิตรเขาบอกว่าไม่ต้องการ อย่าพูดเลยครับ ผมยืนยันว่า ในสภานี้ ๕๐๐ คน ไม่มีใครมีความชอบธรรมหรือมีสถานะจะพูดแทนพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยได้ เพราะกับพรรคเพื่อไทย พันธมิตรเขาก็มองเป็นฝ่ายตรงข้ามกับ พรรคฝ่ายค้านบางพรรคตอนเป็นรัฐบาลก็เห็นเขาไล่กันหัวซุกหัวซุนนี่ครับ วันนี้ก็แทบจะผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ แล้วเราจะเอาความชอบธรรมที่ไหนมาพูดแทนผู้ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรละครับ เราจะมายืนยันตรงนี้ได้อย่างไรว่าเขาไม่เอา เขาปฏิเสธ ถ้าแกนนําน่ะใช่ แล้วผมขอพูด ให้ปรากฏในสภานี้ ผมดูเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมดจนถึงวันนี้ ผมว่าหัวใจของแกนนํา พันธมิตรหลายคนเป็นลูกผู้ชายครับท่านประธาน นี่พูดจากหัวใจผมเช่นเดียวกัน แต่ว่า ผู้ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรนี่ครับ ท่านประธานครับ ท่านจําได้ไหมครับ ตอนที่เขาไล่รัฐบาล นายกรัฐมนตรีสมัคร นายกรัฐมนตรีสมชาย เขาก็ก่อเหตุน่าตกใจหลายเรื่อง ในปลายเดือนสิงหาคม มีชายฉกรรจ์ทั้งหมด ๘๕ คน เป็นผู้ใหญ่ ๘๒ เป็นเยาวชน ๓ บุกเข้ายึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที (NBT) สถานีโทรทัศน์ของรัฐที่ถนนวิภาวดีครับ แน่นอนท่านประธานครับ คน ๘๕ คนนั้น เขาคงไม่ได้แค่อยากออกทีวีเลยไปยึดสถานีครับ แต่เขามีเหตุจูงใจทางการเมือง ที่เวที เขาประกาศว่าจะล้มจะกดดันรัฐบาลต้องไปยึดสถานีเขาบุกเข้าไปครับ ปรากฏว่าตํารวจ ไปจับได้ตอนเช้ามืด ดําเนินคดีครับท่านประธานที่เคารพ จากปลายเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๑
เดี๋ยวนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตถามท่านประธานว่าที่ผู้อภิปรายได้อภิปรายอยู่นี้ เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๒ หรือไม่ เพราะมาตรา ๑๒๒ ได้บัญญัติว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย โดยไม่อยู่ในความผูกมัด แห่งอาณัติมอบหมายหรือความครอบงําใด ๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ท่านประธานครับ ผู้อภิปรายได้ยอมรับในที่ประชุมแห่งนี้ว่าเป็นแกนนําคนเสื้อแดง และนอกจากนี้ในขณะนี้ผู้อภิปรายยังเป็นจําเลยในคดีก่อการร้ายทราบว่าเป็นจําเลยท่านที่ ๔ จําเลยท่านแรกคือ พันตํารวจโท ดั๊กเตอร์ ประทานโทษ
เอาอย่างนี้ครับ ท่านวัชระ ท่านไม่ได้ประท้วงใช่ไหมครับ ประท้วงว่าท่านใดฝ่าฝืนเรื่องอะไร เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วงสิครับ เพราะว่าผู้อภิปรายกําลังอภิปรายขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการขัดกันต่อผลประโยชน์ เพราะผู้อภิปรายนั้นถูกกล่าวหา
เอาอย่างนี้เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยครับ เชิญนั่งลงครับ เข้าใจประเด็นแล้วครับ เชิญนั่งลงครับ เดี๋ยวจะได้วินิจฉัยครับ นั่งลงเถอะนะ เดี๋ยวมันมีคิวหลายท่านอภิปรายอยู่ เชิญครับ
อีกนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ผมให้ความร่วมมือกับท่านประธานอย่างเต็มที่ ผมกําลังจะบอกว่าผู้อภิปรายท่านนี้ทําผิด รัฐธรรมนูญและท่านประธานก็ควรที่จะวินิจฉัย และนอกจากนี้ยังได้กล่าวหาว่า ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ไม่มีใครที่จะพูดแทนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ แล้วผู้อภิปราย
ผมจะวินิจฉัยก่อนนะครับ เชิญนั่งลงครับ ประธานไม่มีอํานาจที่จะวินิจฉัยว่าท่านใดผิด รัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่จะวินิจฉัยว่าผิดข้อบังคับได้นะครับ ที่ท่านหยิบยกรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๒ ขึ้นมานั้น อันนั้นเป็นเรื่องที่ท่านจะต้องไปว่ากันตามกระบวนการ แต่ถ้าเป็น ข้อบังคับนะครับขณะนี้ท่านกําลังอภิปรายอยู่ในกรอบอยู่ในข้อเสนอของท่านว่าร่างฉบับนี้ ท่านกําลังสนับสนุนว่ากรอบร่างนี้ตามมาตรา ๔ ที่ผมนั่งฟังอยู่ท่านกําลังนําเสนอว่าใครบ้าง จะได้ ใครบ้างไม่ได้ ส่วนพวกเราในที่ประชุมจะเชื่อ ไม่เชื่อเป็นเรื่องของพวกเรา เชิญต่อครับ
ท่านประธานครับ เมื่อปลายเดือนสิงหาคม ๒๕๕๑ ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานว่าที่สถานีโทรทัศน์
เดี๋ยวนะครับ คือผมวินิจฉัยไปแล้วจบแล้วครับ มันจะได้เดินหน้าต่อไปได้ ขอความร่วมมือ เถอะครับ เพราะว่าเดี๋ยวยังมีผู้หลักผู้ใหญ่ของเราท่านจะต้องอภิปรายอีกนะครับ ก็อดทนฟัง แล้วก็จะถูกใจไม่ถูกใจ ชอบไม่ชอบ ก็ฟังแต่ละฝ่ายกันดูครับ ท่านประท้วงแล้วผมวินิจฉัยแล้ว ท่านจะพูดอะไรครับ ประท้วงใช่ไหมครับ ก็ประท้วงแล้วครับผมก็วินิจฉัยไปแล้ว
อีกประเด็นหนึ่งครับ
พอแล้ว ไม่เอาแล้ว ไม่อนุญาตแล้วครับ ท่านจะประท้วงอีกประเด็นหนึ่งอะไร เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ การที่ผู้อภิปรายได้กล่าวอ้างว่าในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ไม่มีใครที่จะพูดแทนพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ แล้วผู้อภิปรายก็ได้ฉวยโอกาสอภิปรายไป ไม่จริงครับ ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้หนึ่งที่ขึ้นเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉะนั้น การที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้กล่าวนั้นจึงเป็นความเท็จ
เดี๋ยวผมวินิจฉัยนะครับ คือประธานเองก็ไม่รู้หรอกครับว่าใครจะเป็นตัวแทนใครนะครับ ขณะนี้ท่านกําลังโน้มน้าวท่านสมาชิกอยู่ว่าเขากําลังเห็นด้วยกับร่างนี้เท่านั้นเอง เชิญต่อครับ อย่างนั้นเดี๋ยวผมให้ครูมานิตย์ก่อนครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย จริง ๆ ผมไม่ได้ตั้งใจ จะประท้วงท่านประธาน แต่ต้องประท้วงครับ ข้อ ๘ ครับ แล้วก็ไม่ได้มีเจตนาจะประท้วง น้องรักของผม วัชระ เพชรทอง แต่ว่ายังมีท่านผู้หลักผู้ใหญ่ของฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ อีกหลายท่านจะลุกขึ้นมาอภิปราย ผมเชื่อแน่ผมอยากเห็นบรรยากาศอย่างนี้ละครับ เอาความจริงมาแสดงกันบนเวทีตรงนี้สังคมจะได้ตัดสิน แล้วผมจะไม่กลัวครับ
เชิญนั่งครับ
ผมจะไม่กวนเรื่องเวลาครับท่านประธาน จะให้เกียรติอย่างสูงสุด และจะพยายามบอกพรรคพวกด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ ปล่อยให้อภิปรายเสร็จน้องวัชระจะได้ฟังข้อพิสูจน์ข้อเท็จจริงกัน
เอาแล้วครับ พอแล้วครับ เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมต้องประท้วง ต่อผู้อภิปรายว่าท่านกําลังอภิปรายคนนอก ซึ่งท่านเองก็พูดเมื่อสักครู่ว่าไม่มีใครมาอธิบาย แทนได้กับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ข้อบังคับของเราก็ไม่ให้กล่าวถึงคนนอก โดยไม่จําเป็นและทําให้เขาเสียหาย สิ่งที่ท่านพูดผมฟังเมื่อสักครู่นี้ก็เริ่มทําให้เขาเสียหายแล้ว เช่น ไปบุกสถานีโทรทัศน์ ไปทําอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องดําเนินการตาม ข้อบังคับการประชุมนะครับ ต้องควบคุมการอภิปรายไม่ให้นอกประเด็นซ้ําซากฟุ่มเฟือย และขอให้ลดใช้เสียงลงบ้างนะครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวท่านจะหัวใจวายก่อน ขอบคุณครับ
คือน้ําเสียงลีลาแต่ละคนไม่เหมือนกันนะครับ เชิญต่อครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขออนุญาตปฏิบัติหน้าที่ต่อนะครับ ส่วนน้ําเสียงผมก็ขออนุญาตใช้น้ําเสียง ตามธรรมชาติของผมนะครับ เวลาพูดความจริงแล้วเสียงดังครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีปลายเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๑ หมายความว่าหลังจากนั้น ๓ เดือนเศษ ๆ ก็มีการตั้งรัฐบาลชุดใหม่ต่อจากนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ใครได้เป็นรัฐบาล ประการใดอย่างไรเป็นที่ทราบครับ ชายฉกรรจ์ ๘๕ คน เป็นเยาวชน ๓ คนบุกเข้าไปยึดเอ็นบีที ตํารวจไปจับได้ตอนเช้ามืดครับท่านประธานที่เคารพ มีครบครับ บ้างก็มีอาวุธปืน บ้างก็มี สิ่งเทียมอาวุธต่าง ๆ บ้างก็มีใบกระท่อม สุดท้ายมีการดําเนินคดี ศาลก็พิพากษาเมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ปี ๒๕๕๓ ศาลอาญาตัดสินครับว่ามีความผิดฐานซ่องโจร
ท่านณัฐวุฒิครับเดี๋ยวนะครับ คืออย่าตะโกนครับ รักษามารยาท เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย เมื่อสักครู่นี้ผมก็ประท้วงไปแล้วนะครับว่า ท่านเองก็บอกว่าไม่มีใครพูดแทนพันธมิตรได้ในที่นี้ เพราะฉะนั้นท่านประธาน
ท่านบุญยอดท่านประท้วงประเด็นไหนครับ
ประท้วงประเด็นไหน ประเด็นเดิม นะครับ ที่ท่านก็คงฟังไปแล้วเมื่อสักครู่ว่าไปกล่าวหาคนนอก เขาไม่มีโอกาสมาอธิบายในที่นี้ ในสิ่งที่ท่านกําลังกล่าวหาเขา ซ่องโจรนะครับ
คืออย่างนี้ครับเดี๋ยวผมจะวินิจฉัยประเด็นที่ท่านประท้วงก่อนนะครับ เมื่อกี้ท่านผู้อภิปราย ท่านอภิปรายถึงประเด็นที่มีบุคคลจํานวน ๘๕ คน เข้าไปบุกยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที แล้วก็ ในวันรุ่งขึ้นตํารวจก็มาจับได้ ๘๕ คน มีเยาวชน ๓ คน พร้อมกับอาวุธนะครับเท่านี้เอง ข้อเท็จจริงที่ท่านนําเสนอเท่านี้ ทีนี้ประเด็นที่ท่านประท้วง เขากําลังนําเสนอถึงประเด็น ที่บุคคลที่ถูกจับกุมครับ
ก็ไม่ควรกล่าวถึงคนนอก เพราะท่านกําลังทําให้เกิดภาพพจน์ที่เสียหายต่อคนข้างนอกครับ
คืออันนี้เป็นข้อเท็จจริงครับ ก็สามารถพิสูจน์ได้ว่าถูกจับจริงหรือเปล่า ก็ขณะนี้ถูกดําเนินคดี อันนี้เขากําลังจะอธิบายถึงเรื่องที่กฎหมายฉบับนี้จะไปคุ้มครองเขาหรือไม่ ผมนั่งฟังอยู่ นะครับ เชิญนั่งลงครับผมวินิจฉัยแล้วครับ เชิญท่านวัชระครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วง ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง เป็นการใส่ร้ายต่อพี่น้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ท่านประธานครับ นายณัฐวุฒิกล่าวว่าถูกจับพร้อมอาวุธปืน ไม่เป็นความจริงครับ เป็นการใส่ร้าย ต่อพี่น้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่มีอาวุธปืนแต่ประการใด และกลุ่มผู้ชุมนุม เข้าไปในสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวเพราะประตูได้เปิด ประชาชน
เอาละครับเดี๋ยวผมจะวินิจฉัยประเด็นนี้ก่อนนะครับ ท่านนั่งลงครับ นั่งลงก่อนครับ ผมจะ วินิจฉัยประเด็นประท้วงก่อนครับ เชิญนั่งลงครับ ผมฟังเข้าใจประเด็นแล้วครับ ท่านนั่งลง สิครับ นั่งลงครับ ท่านจะนั่งลงไหมครับ ผมบอกให้นั่งลงแล้วผมก็จะได้วินิจฉัยทีละเรื่อง ๆ เพื่อความเรียบร้อย เดี๋ยวท่านสมาชิกก็ประท้วงผม ข้อ ๘ เชิญท่านนั่งลงก่อนครับ ผมเข้าใจแล้ว แล้วผมก็ยังไม่ได้วินิจฉัยเลยท่านก็จะดันที่จะมาต่อล้อต่อเถียงกับผมทําไมละครับ ถ้าไม่ฟังประธาน เราก็ไม่เคารพกติกา ผมได้วินิจฉัยไปแล้วว่าข้อเท็จจริงที่เขาพูดมามีการจับ อยู่ ๘๕ คน ในนี้ผมก็ไม่ทราบหรอกว่าจริงหรือเปล่า ก็เป็นข้อเท็จจริงที่ผู้อภิปรายกําลัง นําเสนอถึงประเด็นของเขาในการสนับสนุนในมาตรา ๓ ของเขา ก็เท่านั้นเองนะครับ ส่วนท่านจะบอกว่าข้อเท็จจริงจะเป็นประการใด ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ฉะนั้นประเด็นนี้ ผมก็ได้วินิจฉัยไปแล้ว ผมขอความร่วมมือเถอะครับมันจะได้เดินหน้ากันต่อไปได้
(นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญฝั่งนี้ประท้วงก่อนครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา ครับท่านประธานครับ ขอประท้วงท่านประธานแล้วก็ท่านผู้ประท้วง ท่านประธาน ข้อบังคับ ข้อ ๘ ผู้ประท้วง ข้อ ๖๑ นะครับ เหตุผลก็เพราะว่าผมเป็นผู้ถูกบุกรุกวันที่อยู่ในเอ็นบีที ช่อง ๑๑ วันนั้น และตํารวจจับกุม เหตุผลที่ผมต้องพูดก็เพราะว่าผมถูกอ้างเป็นพยาน ไปให้การมาแล้วหลายครั้งท่านประธานครับ ส่วนคดีความจะชี้เป็นเช่นไรอยู่ที่ดุลยพินิจ ของศาล
คืออย่างนี้ ส่วนข้อเท็จจริงนะครับ
ใช่ครับ ถูกต้องครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น
เดี๋ยวนะครับ ท่านประท้วงผมข้อ ๘ ผมก็ควบคุมการประชุมอยู่นะครับ ส่วนข้อเท็จจริง ประธานไม่ทราบด้วยหรอกครับ แล้วก็ท่านนั่งอยู่นี้ท่านก็ไม่ทราบกันทุกคนว่าข้อเท็จจริง มันเป็นอย่างไรนะครับ ผมจึงวินิจฉัยว่าไม่ได้ขัด ผมจึงอธิบายให้ผู้ประท้วงท่านได้ทราบ ส่วนท่านจะถูกเป็นพยานอย่างไรก็เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมที่จะต้องไปสืบสวน สอบสวน ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันไป เราไม่ทราบนะครับ เชิญท่านอรรถพร พลบุตร ครับ
ที่จริงผมไม่อยากประท้วงคุณณัฐวุฒิ นะครับ ผมกลัวเขาชวนคนมาเผาสภา แต่ว่าพฤติกรรมที่เกิดขึ้นนี่คงต้องประท้วงและขอ ประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ คุณณัฐวุฒิได้กระทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ก็คือการใส่ร้าย บุคคลภายนอกโดยไม่จําเป็น และข้อเท็จจริงปรากฏชัดครับ ตรวจสอบแล้วว่าการจับกุม ที่เกิดขึ้นที่เอ็นบีทีไม่มีอาวุธ ฉะนั้นเป็นการกล่าวเท็จต่อสภาและไม่เป็นธรรมต่อพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถ้าเป็นลูกผู้ชายจริงต้องถอน
คุณหมอครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ผมจะอ่านให้ท่านฟังนะครับ สมาชิกผู้ใดต้องการประท้วง ว่ามีการฝ่าฝืนข้อบังคับ ให้ยืนและยกมือขึ้นพ้นศีรษะ ประธานต้องให้โอกาสผู้นั้นชี้แจง สิ่งที่ท่านประธานทําก็คือเขาพูดยังไม่ทันจบท่านก็ปิดไมค์ ปกติประธานจะปิดไมค์ก็ต่อเมื่อ ผู้ประท้วงหรือผู้พูดพูดนอกประเด็น หรือว่าพูดจาหยาบคาย แต่นี่คุณวัชระไม่ได้ทําอย่างนั้น เขาจะพูดต่อว่าให้ทางโน้นถอนคําพูดเท่านั้น ท่านประธานไปปิดไมค์เขาได้อย่างไรครับ ท่านทําผิดข้อ ๖๓ ผมขอประท้วงท่านครับ
เรียบร้อยนะครับ ขอบคุณมากครับที่แนะนํา เชิญนั่งลงครับ เชิญต่อครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ
เดี๋ยวนะครับ เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร บุญยอด สุขถิ่นไทย ประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อครับ เมื่อสักครู่มีสมาชิก ท่านหนึ่งทักท้วงท่านผู้อภิปรายว่าไม่ได้ติดบัตรเข้ามานะครับ ผมดูระเบียบรัฐสภา ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ครับ ในหมวดของการอนุญาต ข้อ ๘ ห้ามผู้ไม่มี บัตรอนุญาตสําหรับบุคคลเข้ามาในสถานที่ประชุมของรัฐสภาและบริเวณรัฐสภา ข้อ ๑๒ ให้สมาชิกรัฐสภา รัฐมนตรี ข้าราชการ และตําแหน่งอื่น ๆ นี้นะครับ ใช้บัตรแสดงตน แทนบัตรอนุญาตสําหรับบุคคลได้ ถ้าท่านไม่มีบัตรท่านเข้ามาได้อย่างไรครับ
ไม่เป็นไรครับ เชิญนั่งลงครับ ข้อ ๘ ข้อ ๑๗๓ ข้อ ๑๗๔ ท่านไม่นั่งใช่ไหมครับ ก็ถือว่า ผมเตือนท่านนะครับ เราร่วมมือกันด้วยดีนะครับ ไม่เป็นไรครับ เชิญท่านวัชระครับ เดี๋ยวท่านก็ติดบัตรแล้ว ผมอนุญาตให้ท่านเข้ามาแล้วละครับ เชิญครับ ท่านพูดมาตั้งนานแล้ว เชิญท่านวัชระ ท่านวัชระจะประท้วงไหมครับ เชิญครับ ทีนี้ให้ท่านประท้วงแล้วครับ
ท่านประธานที่เคารพ ขอขอบคุณ ท่านประธานที่ได้กรุณารับฟังข้อประท้วงของกระผม ซึ่งผมขอประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง ซึ่งเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ห้ามผู้อภิปรายใช้วาจาใส่ร้ายบุคคลใด และห้ามกล่าวถึงบุคคลใดโดยไม่จําเป็น ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมจําเป็นต้องให้ นายณัฐวุฒิได้ถอนคําพูดที่กล่าวหาพี่น้องกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ไป ที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีในวันดังกล่าวว่าถูกจับกุมพร้อมอาวุธปืน ตรงนี้ผิดข้อเท็จจริง เพราะเป็นความเท็จอย่างสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นนายณัฐวุฒิต้องถอนคําพูดที่บอกว่าถูกจับกุม พร้อมอาวุธปืน ซึ่งจะมากล่าวหากันกลางสภาอย่างนี้ไม่ได้เพราะผิดข้อเท็จจริง ขอให้ ท่านประธานได้โปรดให้นายณัฐวุฒิได้ถอนคําเท็จดังกล่าว ขอขอบคุณ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ ขอประท้วงท่านผู้ประท้วงคุณบุญยอด เรื่องบัตรอะไรนี้นะครับ ท่านรัฐมนตรีบัตรร่วงวางอยู่ข้างหน้านั่นนะครับ ไม่ใช่เรื่องตื่นเต้น เรื่องที่ ๑ ไม่ใช่สาระสําคัญ
เอาเรื่องที่มันเป็นสาระหน่อยได้ไหมครับ
ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๒ ท่านวัชระ เพชรทอง พูดเช่นนี้นะครับเดี๋ยวให้เอาสําเนาที่เป็นคําพิพากษาไปให้
ที่ท่านประท้วงท่านประท้วงอะไรครับ ไม่ใช่ว่าไปกล่าวหากันไป
ผมประท้วงท่านประธานครับ ประท้วงท่านประธานว่า ท่านประธานปล่อยให้ประท้วงเรื่องเก่า ๆ ให้ถอน ให้ถอน ทั้ง ๆ ที่ มันเป็นเรื่องจริง ตํารวจเขาก็บันทึกจับกุมว่าพบปืน พบกระท่อม พบสารพัด
เอาละครับ เอาละครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟัง
ก็ปล่อยให้เขาประท้วง
คืออย่างนี้ ท่านต้องเข้าใจนะครับ ท่านวัชระท่านก็ใช้สิทธิของท่าน ท่านก็ใช้สิทธิของ ประธานนั่งอยู่นี่ไม่รู้เลยนะครับว่ามีการจับกันจริงหรือเปล่า และจะให้ผมวินิจฉัยว่าอันไหน ใส่ร้าย ไม่ใส่ร้าย มันไม่ใช่ ฉะนั้นผมจึงวินิจฉัยไม่ได้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ถ้าหากผม วินิจฉัยและบอกว่าใส่ร้าย และเกิดของจริงมันไม่ใช่ใส่ร้าย เกิดเป็นความจริงละครับ ท่านไม่เข้าใจ ไม่ฟังผม แล้วก็ท่านก็เถียงกันไปเถียงกันมาแล้วมันได้อะไรในสภา ประชาชน เขาก็ดูแลอยู่ อดทนไม่ได้หรือครับ ฟังท่านณัฐวุฒิให้จบ แล้วก็ฟังท่านสุเทพให้จบ และแต่ละ ท่านก็ได้พูดกันด้วยเหตุด้วยผล ก็ใหญ่กันหมดทุกคนแล้ว อดทนหน่อย พวกผมนั่งคนละ ๓ ชั่วโมง ต้องมานั่งฟังท่าน ต้องอดทน แล้วก็ท่านมาเรื่องแค่นี้กัน ต้องอดทนหน่อยสิครับ ขอความกรุณาท่านณัฐวุฒิ เอาเฉพาะในประเด็นที่ท่านจะอภิปรายในร่างนี้นะครับ ถ้าไม่จําเป็นอย่าไปกระทบกระทั่งคนอื่น อย่างนั้นดําเนินการไปด้วยความยากลําบากนะครับ เราก็ดําเนินการตั้งแต่เช้ามาด้วยความราบรื่นแล้ว ขอความร่วมมือเถอะครับท่านบุญยอด พวกเราก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว ได้ไหมครับ เชิญครับ ท่านวัชระ ก็พอแล้วครับ พอแล้วครับ เชิญท่านบุญยอด
ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ เรามีข้อบังคับ เรามีระเบียบรัฐสภา ท่านไม่วินิจฉัยให้ผมนะครับ ผมขอใช้เอกสิทธิ์นับองค์ประชุมครับ ขอบคุณครับ
อันนี้ไม่มีปัญหาหรอกครับ ท่านวัชระพอแล้วครับ นั่งลงครับ ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะ ผมวินิจฉัยไปแล้วนะครับ ก็ให้นั่งลง ทีละอย่างก่อนได้ไหมครับ ท่านบุญยอดอย่าตะโกนครับ
ถ้าไม่เปิดไมโครโฟนผมจะสื่อสาร กับท่านอย่างไรครับ
ผมเข้าใจแล้วข้อเสนอของท่าน ใจเย็น ๆ สิครับ อีกฝั่งหนึ่งก็ประท้วงผม อีกฝั่งหนึ่งท่านก็มา อย่างนี้ แล้วจะเอาตามใจท่านใดท่านหนึ่งได้อย่างไรครับ อย่างนี้ก็ยังไม่ยุติเห็นไหมครับ เชิญท่านจะประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ท่านบุญยอด เสนอให้นับองค์ประชุม ขอให้ท่านพูดด้วยว่าขอผู้รับรองด้วย จะได้เริ่มนับองค์ประชุมครับ
อะไรนะครับ
ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตเสนอ ขอผู้รับรองให้นับองค์ประชุมด้วยครับ
เดี๋ยวนะครับ คืออย่างนี้การนับองค์ประชุมไม่จําเป็นต้องมีผู้รับรองนะครับ จะได้เข้าใจ ท่านบุญยอดยังติดใจอยู่ใช่ไหมครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมเพื่อจะตรวจสอบองค์ประชุมก่อน นะครับ เชิญเข้าห้องประชุมครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้ามาแล้วช่วยกรุณา แสดงตนนะครับ ท่านสมาชิกครับ ขอความกรุณาแสดงตนนะครับเพื่อที่จะตรวจสอบ องค์ประชุม เมื่อท่านใดเข้ามาแล้วช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
เรียบร้อยทุกท่านนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๒๙๖ นะครับ ครบองค์ประชุมครับ ๒๙๖
เชิญต่อครับ เชิญท่านพายัพมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เนื่องจากว่าที่ประชุมสภาที่ทรงเกียรติแห่งนี้ได้ประชุมหารือเรื่อง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ได้ข้อมูลครบรอบด้าน และเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านเองก็ดูเหมือนว่า
ท่านจะทําอะไรครับเสนอมาเลยครับ อย่าไปพูดยาวครับ
ขอเสนอให้ปิดการอภิปรายครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญท่านสุเทพครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี กระผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้แสดงความจํานงต่อท่านประธานว่า กระผมต้องการที่จะอภิปราย คัดค้านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ และกระผมเห็นว่าเป็นสิทธิที่กระผมควรจะได้รับในฐานะ ที่เป็นผู้แทนราษฎร เพราะว่ากฎหมายนี้จะมีผลสําคัญต่อประเทศชาติ ต่อบ้านเมืองของเราในอนาคต เพราะฉะนั้นผมขอเสนอให้เปิดอภิปรายต่อ และผมขอความกรุณาจากท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกว่าไม่ควรจะรวบรัดปิดอภิปราย เพราะว่าเป็นการปิดโอกาสที่ผมจะได้ ทําหน้าที่ผู้แทนราษฎรของผม ให้สมกับที่ประชาชนมอบหมายมาครับ ผมขอเสนอ ขอเปิดอภิปรายต่อครับ
ขอผู้รับรองก่อนครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ วิปรัฐบาลเชิญครับ ท่านอํานวยคือทางท่านสุเทพเอง ท่านขอ ความร่วมมือเพื่อที่จะขอใช้สิทธิการอภิปรายต่อนะครับ แต่อย่างไรก็ตามถ้าทุกฝ่ายนะครับ เราอะลุ่มอล่วยกันแล้วก็ไม่มีการต่อล้อต่อเถียงโต้แย้งกันมากนี้ ผมว่าบรรยากาศก็เดินด้วย ความเรียบร้อยผมก็อยากจะฟังท่านอยู่เหมือนกัน เพราะว่าคิวต่อไปจะเป็นของท่านสุเทพ แต่เมื่อท่านสมาชิกเสนอมาอย่างนี้ผมก็จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ เชิญท่านอํานวย คลังผา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ก็ตามที่ ท่านพายัพได้เสนอให้มีการปิดอภิปราย แล้วก็มีท่านผู้รับรองครบถ้วนนะครับ แล้วมี ท่านสุเทพขึ้นมาขอเปิดอภิปราย ดังนั้นผมก็อยากจะทราบความเห็นว่าที่ประชุมนี้ ได้มีมติไปแล้ว เสนอให้มีการปิดอภิปราย ดังนั้นก็อยากจะสอบถามทางท่านยังเหลือกี่ท่าน นะครับ
คืออย่างนี้เดี๋ยวผมจะสรุปอย่างนี้ถูกต้องไหม
อยากจะให้ท่านประธานได้สอบถาม
เชิญทางวิปฝ่ายค้าน
ฝ่ายค้านเหลืออีกท่านนะครับ
เชิญท่านจุรินทร์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ความจริงกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ต้องถือว่ามีความสําคัญเหมือนที่ ผมอภิปรายไปเมื่อวาน แล้วก็เป็นกฎหมายที่อยู่ในความสนใจของคนทั้งประเทศและเป็น กฎหมายที่ผมคิดว่าควรจะได้เปิดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นตัวแทนของ คนไทยทั้งประเทศ ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นทั้ง ๒ ฝ่าย อย่างกว้างขวางและเต็มที่อย่างที่ ผมกราบเรียนกับท่านประธาน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ในการเปิดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ใช้สิทธิในการทําหน้าที่และเพื่อให้ การดําเนินการเป็นการรับรองสิทธิของคนที่เป็นตัวแทนของประชาชนคนไทย เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าอย่างน้อยที่สุดในฐานะสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน พวกกระผมควรจะได้รับสิทธิ และโอกาสในการแสดงความคิดเห็น ความจริงขณะนี้ฝ่ายค้านมีผู้แจ้งความจํานงที่เราประชุมกัน ตอนสิบเอ็ดโมงเช้า ที่จะอภิปราย จํานวน ๖๐ ท่าน แต่ว่าพวกผมเพิ่งใช้สิทธิไปได้แค่ ๔ ท่าน มีผมเป็นคนแรก ท่านนิพิฏฐ์ ท่านบุญจง แล้วก็ท่านชํานิเท่านี้ละครับ ที่เหลือยังไม่ได้ใช้สิทธิ ในการอภิปรายแน่นอนพวกกระผมเข้าใจได้ว่าถ้าทั้ง ๖๐ ท่าน ไม่อยู่ในฐานะที่จะใช้สิทธิ อภิปรายได้ครบถ้วน แต่อย่างน้อยที่สุดหลายท่านก็ควรที่จะได้ใช้สิทธิในการแสดง ความคิดเห็น พวกกระผมคิดว่าพวกผมควรได้รับโอกาสในการทําหน้าที่ ความจริงแน่นอนครับ ท่านสามารถที่จะเสนอให้ปิดการอภิปรายได้ แต่ว่าความชอบธรรมในทางการเมืองเป็นเรื่องที่ มีความสําคัญยิ่งกว่าการใช้เสียงข้างมากในการตัดสินในหลายกรณี เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากให้ท่านประธานได้กรุณาปรึกษาแล้วก็ไตร่ตรอง ให้เกิดความรอบคอบ ความจริงผมไม่อยากใช้คําที่มันไม่อยากจะให้บรรยากาศของการที่ พวกกระผมจะใช้สิทธิมันเสียไปในช่วงระยะเวลานี้ แล้วอยากจะกราบเรียนกับท่านประธาน นิดหนึ่งครับว่า ผมไม่อยากเห็นการใช้เหตุในการที่สมาชิกเขาใช้สิทธิในการนับองค์ประชุม มาทําลายสิทธิในการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเป็นประธานวิปฝ่ายค้าน ผมกราบเรียนกับท่านประธานครับ ผมไม่ได้มอบหมายให้ท่านบุญยอดนับองค์ประชุม หรอกครับ แต่ผมเคารพสิทธิและการปฏิบัติหน้าที่ของท่านบุญยอด ท่านบุญยอดท่านใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญในการตรวจสอบองค์ประชุม และท่านใช้สิทธิตามข้อบังคับ เป็นเอกสิทธิ์ ที่ผู้ใดจะไปล่วงละเมิดท่านไม่ได้ แต่การเปิดโอกาสให้สมาชิกได้ทําหน้าที่ตนเองอย่างเต็มที่ เป็นสิทธิของสภาทั้งสภา เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนให้ท่านประธาน ได้ไตร่ตรองครับว่าสมควรที่จะมีการปิดการอภิปรายหรือยัง ในขณะที่ฝ่ายค้านเพิ่งอภิปราย ไปได้แค่ ๔ ท่านครับ ขอบคุณครับ
เชิญผู้แทนพรรคภูมิใจไทยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย อย่างที่ท่านประธาน วิปฝ่ายค้านได้อภิปรายพูดถึงเหตุผลในการที่จะต้องมีการอภิปรายต่อ ผมในนามของ พรรคภูมิใจไทยก็ต้องขอกราบเรียนว่าจริง ๆ พรรคภูมิใจไทยเรามีกําหนดว่าจะมีการอภิปรายกัน ๑๐ ท่าน แต่ด้วยความเห็นอกเห็นใจสภาแห่งนี้ว่าเราอาจจะต้องใช้เวลากันมากเกินไป ก็เลยตัดเหลือ ๒ ท่าน ก็คือท่านบุญจงแล้วก็ลําดับต่อมาก็คือจะเป็นผม ผมคิดว่า ร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นร่างพระราชบัญญัติอันสําคัญที่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศกําลัง เฝ้าจับตามอง เพราะฉะนั้นวันนี้ก็อยากจะขอความกรุณากับพี่น้องเพื่อนสมาชิก ทางฝ่ายรัฐบาลว่าขอให้อดใจรอให้เวลาอันตามสมควร ท่านอย่าได้โปรดเสนอให้ปิดอภิปราย เลยครับ มันจะทําให้มวลชนข้างนอกเขามีอะไรกันได้ทํากันอีก เพราะฉะนั้นผมอยากจะบอกว่า ถ้าท่านจะไปปิด เสนอปิด ผมว่ามันไม่เป็นประโยชน์อะไรเลยละครับ ใจเย็น ๆ ผมว่าไม่เกิน ๒ ทุ่ม ๓ ทุ่มวันนี้ ๖๐ ท่านอาจจะเหลือประมาณ ๑๕ ท่านก็พอสมควร ก็ขอให้โปรดได้คํานึงถึง เรื่องนี้ และผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าที่ท่านจะได้ฟังในสิ่งที่พวกเราจะได้เสนอ อันเป็นประโยชน์ในการที่กรรมาธิการจะได้พิจารณาในวาระที่สองต่อไป ขอบพระคุณครับ
เชิญครับ ท่านจากจังหวัดศรีสะเกษใช่ไหมครับ ที่ยืนด้านหลัง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายปวีณ แซ่จึง พรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๘ การประชุมในเรื่องร่างพระราชบัญญัติ ที่เราประชุมมา ๒ วัน ถ้าหากว่าทุกฝ่ายได้ตั้งใจที่จะอภิปรายชี้แจงแสดงเหตุผลในที่ประชุม ตามกําหนดระเบียบวาระที่ได้ให้มีการประชุม เมื่อวานมีอะไรเกิดขึ้น ได้มีการประชุมกัน กี่ชั่วโมงจริง ๆ ในสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ และวันนี้ก็เช่นกันเมื่อสักครู่นี้ พรรคฝ่ายค้านผมไม่เอ่ยชื่อ เสนอให้นับองค์ประชุม ต้องการตีรวนใช่ไหม พวกผมพยายาม ให้โอกาสกับทุกฝ่าย ผมจะไม่พูด ผมพยายามจะไม่พูด เป็นผู้หนึ่งที่มีชื่อในการอภิปราย ผมไม่ประสงค์อภิปรายเพราะให้โอกาสทุกคนได้พูด แต่การให้โอกาส ท่านได้ใช้โอกาส ที่มีเวลาที่ให้โอกาสท่านไหม ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลอภิปรายผมก็ฟังอยู่ เขาไม่ได้กล่าวหาท่าน เมื่อวานนี้มีผู้อภิปรายท่านหนึ่งกล่าวหาว่าพวกผมว่าโง่ ผมยอมเป็น ส.ส. โง่ ให้เขาประณาม ว่าโง่ เพราะเขาก็โง่เหมือนกัน
ใจเย็น ๆ ครับ
เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ผมถือว่าได้เปิด โอกาสให้ทั้ง ๒ ฝ่ายได้อภิปรายแล้ว การเสนอปิดการประชุมวันนี้ชอบแล้ว ถ้าเมื่อสักครู่ นับองค์ประชุมไม่ครบ ก็ต้องปิดการประชุมโดยปริยาย ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นผมเป็น คนหนึ่งที่รับรองญัตตินี้ ผู้ถอนถ้าจะถอนต้องถามผู้รับรองว่าจะให้ถอนหรือไม่ครับ ขอบคุณมากครับ
เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวท่านบุญยอดนั่งลงก่อนได้ไหมครับ เชิญครับ ผมกําลังจะหารือว่าหาทาง อะลุ่มอล่วยกันบ้าง ท่านนั่งลง และเดี๋ยวผมจะหาวิธีการ
ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ ท่านประธาน ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ สมาชิกอาวุโส ท่านลุกขึ้นมาบอกว่าผมตีรวน ผมต้องขออธิบายนะครับ เหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้ ปัญหาก็คือว่า ท่านณัฐวุฒิกล่าวถึงบุคคลภายนอก กล่าวเป็นความเท็จ สมาชิกลุกขึ้นประท้วงว่าขอให้มี การถอนคําพูดนะครับ ท่านประธานไม่วินิจฉัย เรื่องติดบัตรเป็นเรื่องของระเบียบรัฐสภา ท่านประธานไม่วินิจฉัย ขณะที่ผมขอนับองค์ประชุมนั้นมีคนจํานวนน้อยครับ ไม่ถึง ๒๕๐ คน แน่ ๆ ที่นั่งอยู่ในที่ประชุม ผมจึงได้ใช้เอกสิทธิ์ในการขอนับองค์ประชุมเพื่อให้ทุกคนเข้ามา เมื่อท่านเข้ามาแล้วก็ดําเนินการต่อได้ครับ แล้วก็ไม่เป็นข้อเท็จจริงนะครับ ที่ผู้ที่จะขอปิด การประชุมแล้วบอกว่าได้พูดกันมาพอสมควรแล้ว ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ยังพูดไม่จบด้วยซ้ํา ดังนั้นจึงไม่ใช่การอภิปรายอย่างพอสมควรแล้วครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ เชิญทางวิปรัฐบาล มีโอกาสที่จะพูดคุยกันได้ไหม ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชิญครับ หรือท่านอํานวย เชิญท่านอํานวยครับ สักกี่ท่านก็ลองคุยกันดู เพราะว่าบรรยากาศ เราก็ดี เพียงแต่มีการโต้เถียงกัน ซึ่งตั้งแต่เช้ามาบรรยากาศก็ดี เชิญครับท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา ส.ส. ลพบุรี ตามที่ท่านผู้อาวุโสได้ขอพูดเมื่อสักครู่นี้ คือขอเปิดอภิปราย ดังนั้นเพื่อความออมชอมผมเสนอนะครับ ขอให้สักหกโมงได้ไหมครับ มีการปิดอภิปราย ให้ท่านกําหนดเวลานะครับ ขอให้หกโมงตรงแล้วเราก็จะมีการปิดอภิปราย ผมก็จะขอร้องผู้ที่รับรองการสนับสนุนในครั้งนี้เพื่อให้งานในสภาเดินไปได้นะครับ
ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเอาอย่างไรครับ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เชิญครับ เชิญครับท่าน พวกเราอยู่ห้องใกล้กันคุยปรึกษากันหน่อย ห่างกัน ๒๐ เมตร เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร คือโดยข้อเท็จจริงนี่ ทางประธานประสานงาน คือท่านประธานวิปฝ่ายค้านจะเป็นผู้ทราบข้อมูลทั้งหมดว่า มีผู้ประสงค์จะอภิปรายจํานวนกี่ท่าน แล้วท่านก็ได้แจ้งท่านประธานไปแล้ว แล้วเราก็ ไม่ทราบว่าทางฝ่ายรัฐบาลจะมีผู้อภิปรายกี่ท่านนะครับ
คือขณะนี้ที่แจ้งมานะครับ ลําดับหลังจากท่านณัฐวุฒิยังอภิปรายค้างอยู่จะเป็นท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ แล้วมาที่ฝ่ายรัฐบาลจะเป็นท่านขจิตร ชัยนิคม แล้วกลับไปที่พรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นท่านกษิต ภิรมย์ แล้วก็ท่านสาธิต ปิตุเตชะ มีเท่านี้ที่แจ้งมานะครับ ที่ขึ้นจออยู่ เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเอาอย่างไรครับ
ผมสอบถาม นิดหนึ่ง ข้องใจนิดหนึ่งครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานบอกว่าท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิยังอภิปรายอยู่ ใช่ไหมครับ
ยังอภิปรายค้างอยู่
ถ้าอภิปราย ค้างอยู่แล้วเสนอญัตติปิดอภิปรายได้อย่างไรครับ
ก็เขาเสนอมาแล้วครับ แล้วจะทําอย่างไร แล้วก็ขณะนี้มีผู้เสนอปิดแล้ว เปิดแล้วครับ
ท่านประธาน ก็ต้องวินิจฉัยก่อนสิครับ
มันไปแล้วครับ มีผู้รับรองแล้ว เชิญผู้ประท้วงครับ ใจเย็น ๆ ครับ
กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ แห่งสภาผู้แทนราษฎร ในเมื่อมีการเสนอญัตติทั้ง ๒ ฝ่าย กระผมขอให้ ท่านประธานได้ดําเนินการตามที่มีผู้เสนอญัตติอย่างเคร่งครัดครับ วินิจฉัยด้วยครับ ท่านประธาน
ใจเย็น ๆ ครับ ผมก็พยายามที่จะหาทางที่จะปรองดองเหมือนกับกฎหมายนิรโทษนี้ละครับ แต่ถ้ายังพูดคุยกันไม่ได้ ผมก็ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับอยู่แล้ว ผมก็เห็นว่าก็ยังมีผู้ประสงค์ อยากจะอภิปรายอยู่ แล้วก็เป็นกฎหมายที่สําคัญ แล้วก็หลายคนให้ความสนใจ ก็ให้โอกาส วิปทั้งสองฝ่ายเขาหารือกันบ้าง เชิญท่านประเสริฐครับ เดี๋ยวนะครับท่านชาดาทีละท่านก่อน ท่านชาดานั่งลงก่อนครับ ท่านประเสริฐจะพูดไหมครับ ไม่พูดนะครับ เชิญท่านชาดาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ ครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนและเสนอความคิดเห็นนะครับ ผมก็ต้องขอชื่นชมความเป็นสุภาพบุรุษของท่านอํานวยนะครับ ในฐานะประธานวิปที่ให้มี การเปิดอภิปราย ซึ่งผมก็เห็นด้วยที่จะเปิดอภิปราย แต่เวลาก็ตกลงกันเอา ผมว่าหกโมง ก็เหมาะสมนะครับ คือค่อยอะลุ่มอล่วยค่อย ๆ คุยกันนะครับ คือจริง ๆ แล้วท่านบุญยอด ก็เพื่อนผม ๒ ครั้งแล้ว ท่านบุญยอดอย่างนี้ทุกที แถวบ้านผมเขาเรียกเข้าทางโจรครับ ผมพูดตรง ๆ คือคุณบุญยอดก็อย่างทุกทีนะครับเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ นะครับ ทีนี้ในเมื่อมันเกิดเหตุอย่างนี้แล้ว ผมว่าทางฝ่ายแกนนําก็มีน้ําใจ มีสปิริท (Spirit) แล้ว ผมก็ว่าเอากันพอสมควรนะครับ แล้วเวลาก็ตกลงกันหกโมงเย็นก็สวยครับ แล้วเรียนด้วย ความเคารพ นี่เป็นความเห็นของคนกลางนะครับ ด้วยความเคารพครับท่านประธาน แล้วต้องขอชื่นชมท่านอํานวยในฐานะประธานวิป ก็คือพรรคแกนนํารัฐบาล ขอบคุณครับ
เดี๋ยวท่านนิพนธ์ก่อนนะครับ ท่านก่อนครับ ท่านนิพนธ์เดี๋ยวรอแป๊บหนึ่ง เชิญพรรคภูมิใจไทย ก่อนครับ
ท่านประธานครับ ศุภชัย ใจสมุทร พรรคภูมิใจไทย ผมว่าบรรยากาศมันทําท่าจะไปกันได้อยู่ เราก็ดําเนินการมาพอสมควร สิ่งที่ผมได้เรียนไปเมื่อสักครู่ ก็คือว่าขอให้ท่านใจเย็น ๆ สักนิดหนึ่ง ให้เวลาอันพอสมควร สิ่งที่ผมจะเสนอก็คือเนื่องจากที่ผ่านมาแต่ละท่านอภิปรายโดยไม่มีการกําหนดเวลากัน เพราะฉะนั้นถ้าจะเริ่มกันในส่วนเวลาที่เหลืออาจจะใช้เวลากระชับสักนิด โดยการกําหนด เวลาในการอภิปรายกัน แทนที่จะยาวกันคนละ ๒ ชั่วโมง ๑ ชั่วโมงอาจจะนานไป ผมว่าเราก็ เอาเวลาให้เหมาะสม เดี๋ยวฝ่ายค้านเองก็จะเสนอว่าควรจะต้องตัดใครไปบ้าง ฝ่ายรัฐบาล ถ้าท่านจะกรุณาไม่ต้องอภิปรายเลยก็จะเป็นการดี แล้วในที่สุดมันก็จะสามารถทําให้เวลา มันลงตัวพอเหมาะพอสมควรผมคิดว่าถ้าตรงนั้นเป็นไปได้ ผมว่าท่านประธานวิปรัฐบาลก็น่าจะ มาสนทนาแลกเปลี่ยนความเห็นกันและผมว่าหาข้อยุติได้ครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านนิพนธ์
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณท่านประธานที่เจตนาดี และรู้ว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้น บรรยากาศควรจะแก้ไข แล้วก็ทําความเข้าใจเพื่อการทํางานร่วมต่อไปอย่างไรบ้างนะครับ แล้วก็ขอบคุณท่านประธานวิปรัฐบาล ผมนี่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรมา ๒๗ ปีนะครับ ผมไม่เคยมีปัญหากับใครทั้งสิ้น ผมนี่เคารพให้เกียรติคนทุก ๆ คน แต่วันนี้ถ้าจะทํากัน อย่างนี้ก็ไม่มีปัญหา ผมก็ไม่ปรองดองกับคุณทั้งชาติเลย พวกคุณก็ได้ไม่มีปัญหา
ใจเย็นครับท่านนิพนธ์อยู่ด้วยกันมานานแล้วนะครับ ใจเย็น ๆ ท่านสาทิตย์เห็นท่านประธานวิป ส่งสัญญาณมาแล้วเชิญ ท่านนิพนธ์ใจเย็น ๆ ครับ พวกเราอยู่กันมานานแล้วอดทนหน่อยครับ อยู่ตั้งแต่พรรคชาติไทยตั้งครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริง ท่านประธานคงจะเห็นบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วนะครับ และท่านประธานเองก็คงจะเห็นบรรยากาศภายนอกสภาผู้แทนราษฎรว่าหลังจากที่มี การเสนอกฎหมาย นับตั้งแต่กฎหมายที่เรียกว่าปรองดอง จนถึงกฎหมายนิรโทษกรรมนี้ มันสร้างความขัดแย้ง แล้วก็เติมเชื้อแห่งความรุนแรงเพิ่มขึ้นมากเพียงใด แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พวกผมเองในฐานะฝ่ายค้าน แม้ว่าเราจะไปทํากิจกรรมนอกสภา แต่ก็อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย นายกรัฐมนตรีเองเป็นคนบอกว่ามีอะไรก็ไปพูดกันในสภา เมื่อวานนี้ที่พวกกระผมเข้ามาทําหน้าที่ ประชาชนก็เข้ามาส่งเข้ามาทํางานเป็นเรือนหมื่น ก็หวังว่าจะมาใช้สิทธิในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ ชี้ให้เห็นข้อดี ข้อเสีย เมื่อพวกกระผมทําหน้าที่ไปความจริงแล้วก็เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ที่สมาชิกควรจะได้รับสิทธิในการที่จะอภิปราย โดยเฉพาะกฎหมายฉบับนี้ซึ่งเป็นกฎหมาย ที่ส่งผลต่อนัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนิติรัฐ นิติธรรม หรือความสงบสุขของชาติบ้านเมือง เพราะกฎหมายฉบับนี้ใช่ไหมครับที่นายกรัฐมนตรีถึงขั้นต้องออกโทรทัศน์ชี้แจงพยายาม จะหาทางออก แล้วก็ชี้ให้เห็นบอกว่ามีอะไรก็ให้มาพูดกันในสภาผู้แทนราษฎร พวกกระผม ก็เตรียมการกันมา ก็คิดว่าจะมีการเคารพสิทธิสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาทําหน้าที่กัน ในสภา นอกสภามีคนพยายามครับ จะใช้เงื่อนไขนี้ในการลุกขึ้นต่อสู้บนท้องถนน แต่พวกกระผมก็เห็นว่ารัฐสภายังเป็นทางออก การทํางานหน้าที่ในสภามันไม่ใช่เรื่องของ ความใจกว้างมีน้ําใจ แต่มันเป็นเรื่องสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้ง ของประชาชนเช่นเดียวกัน แต่พอเอะอะขึ้นมาท่านใช้อารมณ์เสียงข้างมากบอกว่าไม่พอใจ แล้วก็จะปิด การปิดปาก ปิดหู ปิดตาประชาชนอย่างนี้ นี่เป็นการทําลายระบบรัฐสภา ด้วยตัวท่านเอง เป็นการสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งในบ้านเมือง และถ้าปิดปากกันวันนี้ ต่อไปโทษใครไม่ได้ ถ้านอกสภา
กรุณาอย่าส่งเสียงนะครับ เอาอย่างนี้ครับท่านสาทิตย์ เดี๋ยวผมขอถามประธานวิปหน่อย จะได้หารือกัน
เดี๋ยวครับ ท่านประธานครับ ผมขอ พูดต่อนะครับ
คือเอาเฉพาะในสาระ
สิ่งที่ผมกําลังกังวลก็คือว่าทํากันอย่างนี้ ถ้านอกสภาเดือดขึ้นมา โทษใคร
คือท่านสาทิตย์ครับ มีผู้ประท้วงอยู่นะครับ ใจเย็นครับ ๆ
(นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญท่านวิชาญประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธาน ข้อบังคับการประชุม ข้อ ๘ คือท่านประธานไม่ใช้อํานาจ ท่านประธานในการดูแลที่ประชุมแห่งนี้ ปล่อยให้เพื่อนสมาชิก ท่านประธานฟังก่อนสิครับ มาเที่ยวต่อว่าพวกเราในที่ประชุมสภา แล้วอ้างความดีความชอบต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ ที่ปรากฏชัดนี้ ฝ่ายใครเป็นคนทําครับ ใครเป็นคนเริ่ม
มันจะไม่จบครับ กรุณานะครับ เอาอย่างนี้ท่านวิชาญนั่งลงก่อนครับ ใจเย็น ๆ ครับ ท่านวิชาญครับ เอาเถอะครับท่านประท้วงผม ก็ประธานถูกต่อว่าทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ เอาอย่างนี้ครับ เพื่อที่จะให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความราบรื่น ผมขอพักการประชุมสัก ๕ นาทีครับ
พักประชุมเวลา ๑๔.๔๐ นาฬิกา
ท่านประธานวิปรัฐบาลว่าอย่างไรครับ ที่ให้ไปปรึกษาหารือกันทั้งสองฝ่าย พอมีช่องทางที่จะ พูดคุยกันและก็ดําเนินการได้หรือไม่ เชิญท่านครับ
ท่านประธานเปิดประชุมแล้ว ใช่ไหมครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ พวกเราก็เข้าใจว่ากฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่สําคัญ ก่อนที่ท่านประธานจะพักการประชุม ทางซีกฝ่ายค้านเองก็คิดว่า อยากจะให้ทางรัฐบาลนี้ได้ให้โอกาสในการอภิปราย ผมได้พยายามหารือกับทางวิปฝ่ายค้าน เพื่อให้งานสามารถสําเร็จลุล่วงไปได้ ก็ได้เจรจากันที่จะเพิ่มเวลาเป็นเบ็ดเสร็จ เสร็จที่ประมาณหกโมงเย็น แต่ทางซีกของพรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตเอ่ยนามท่านศุภชัย ก็คิดว่าหกโมงเย็นจะน้อยไป ท่านก็เสนอเวลาเป็น ๒ ทุ่ม ซึ่งผมเองในฐานะตัวแทนของ วิปรัฐบาลและปรึกษากับท่านประธานอํานวยก็คิดว่าเราอภิปรายกฎหมายฉบับนี้เป็นเวลา ๒ วันเต็ม ๆ ถ้าจะเปิดโอกาสให้อภิปรายจนถึง ๒ ทุ่มก็น่าจะเป็นเหตุเป็นผลพอสมควร และท่านประธานครับยิ่งเนิ่นนานเข้าไป กฎหมายฉบับนี้ยิ่งช้าเท่าไร พี่น้องประชาชน ที่เดือดร้อนรอประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ก็ยังจะทุกข์ร้อนรอต่อไป เพราะฉะนั้นจึงได้ ประสานไปยังซีกฝ่ายค้านว่าวันนี้ถ้าหากว่าท่านเห็นว่าท่านยังมีผู้อภิปรายอยู่พอสมควร ทางรัฐบาล วิปรัฐบาลเองก็พร้อมที่จะเปิดโอกาสให้ท่านอภิปราย แต่หนังทุกอย่างก็ต้อง มีจบครับท่านประธาน จะบอกว่าอภิปรายทั้งพรรคทั้งร้อยกว่าคนเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น เวลาที่ทางฝ่ายรัฐบาลเสนอไปสุดท้ายก็คือ ๒ ทุ่ม แต่ผมได้เจรจากับทางวิปฝ่ายค้านแล้ว ท่านไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นผมก็จึงขอยืนยันให้ท่านประธานได้ลงมติตามที่ฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะท่านพายัพได้เสนอไว้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านศุภชัยครับ เดี๋ยวนะครับ ท่านศุภชัยก่อน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร ท่านประธานครับ อย่างที่ท่านพิษณุได้กราบเรียนต่อท่านประธานนี่ ส่วนหนึ่งก็คือเป็นความจริงครับ ก็คือผมได้เสนอว่าเวลาอันเหมาะสมก็น่าจะเป็น ๒ ทุ่ม แต่ผมเป็นการเสนอในนามของส่วนตัวนะครับ ไม่ใช่เป็นการพูดในฐานะวิป ผมเป็น วิปฝ่ายค้าน แต่เรื่องทั้งหมดทั้งปวง เรื่องของการที่จะมีความเห็นอย่างไรของวิปนี่ก็คงเป็น เรื่องที่ท่านประธานวิป ท่านจุรินทร์จะต้องเป็นผู้ที่ตัดสินใจ เมื่อกี้ยังไม่ถึงขั้นตอนที่ วิปฝ่ายค้านจะต้องพูดคุยหรอกครับว่าจะเป็นอย่างไร เมื่อท่านพิษณุได้เสนอต่อวิปฝ่ายค้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประชาธิปัตย์ เมื่อท่านเสนอไปแล้วประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยว่า ๒ ทุ่มก็หยุด อยู่ตรงนั้นนะครับ ก็เป็นเพียงแต่เอาข้อเท็จจริงเข้าสู่สภาให้ได้ทราบว่าเป็นความมุ่งมาด ปรารถนาของผมว่าถ้า ๒ ทุ่มแล้วทําให้บ้านเมืองมันเดินหน้าต่อไปได้ก็น่าจะเป็นสิ่งที่น่ายินดี แต่เมื่อที่ประชุมแห่งนี้มีความเห็นว่า โดยเฉพาะฝ่ายรัฐบาลเห็นว่าจําเป็นที่จะต้องเป็นไปตาม ข้อเสนอคือการปิดอภิปราย ก็ดําเนินการไปตามนั้นก็ได้ครับ ขอบพระคุณครับ
คือรัฐบาลเขาพูดบอกว่า ผมฟังดูนะครับ ถ้าขอไปถึงหกโมงเย็นจะได้ไหม ที่ผมฟังดูนะครับ ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็นผู้เสนอที่จะขอให้เปิดอภิปรายทั่วไป เพราะผมต้องการที่จะทําหน้าที่ของผม แทนประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนิรโทษกรรมหรือที่เราเรียกกันว่า กฎหมายล้างผิดให้คนชั่ว คนโกง ให้โจร เพราะฉะนั้นผมต้องการจะทําหน้าที่ของผมใช้สิทธิของผมไม่มีคําวิงวอน ไม่มี การร้องขอ ไม่มีการประนีประนอม เพราะว่าการใช้สิทธิของผม ผมก็ต้องทําของผมให้เต็มที่ ผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านทุกคนที่เตรียมตัวมาอภิปรายก็ต้องทําหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ จะมาจํากัดสิทธิด้วยเวลาด้วยอะไรก็แล้วแต่ไม่ได้ทั้งนั้นครับ เราต้องการทําหน้าที่ของเราครับ
อย่างนั้นผมก็จะขอมติจากที่ประชุมเลยนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
เดี๋ยวนะครับ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรมีอะไร เดี๋ยวท่านศิริโชคนั่งก่อน ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ก่อนที่จะมีเรื่องของญัตติการปิดอภิปรายหรือไม่นี้ คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นคนอภิปรายอยู่แล้วก็ผมก็ฟังอยู่ครับ แล้วก็พาดพิงถึงกระผมซึ่งผมก็ต้องการจะใช้สิทธิ ในการพาดพิง แต่ว่าในขณะนั้นยังไม่ได้โอกาสที่จะเข้ามา แล้วก็เห็นว่าจะรอให้อภิปราย เสร็จก่อน ท่านประธานก็พูดเองว่าคุณณัฐวุฒิยังอภิปรายไม่เสร็จนะครับ แต่ถ้าขณะนี้ยืนยันว่า คุณณัฐวุฒิอภิปรายเสร็จแล้ว ผมก็มีสิทธิที่จะใช้สิทธิในการพาดพิงไม่ว่าจะมีการปิดอภิปราย หรือไม่ ขอบพระคุณครับ
ท่านอํานวยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย จากการที่ ผมได้มอบหมายให้ท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ไปพูดคุยกับทางซีกฝ่ายค้านนะครับ โดยกําหนดเวลาหกโมงตรง แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ แต่ถึงอย่างไรผมยังยืนยันว่าในฐานะที่เรา ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมและปรองดอง ผมต้องการให้มีการอภิปรายถึง หกโมงเย็นนะครับ หากว่าทางซีกฝ่ายค้านจะยินดีที่จะอภิปรายต่อผมจะขอร้องให้ท่านพายัพ ปั้นเกตุ ได้ถอนญัตติดังกล่าว เพื่อประนีประนอมนะครับ ผมยืนยันให้พูดถึงหกโมงตรง หลังจากนั้น ก็จะมีการปิดตั้งกรรมาธิการครับ ท่านประธานครับ
ก็น่าจะไปคุยกันข้างนอกก่อนและมาบอกข้างใน ผมจะไปทําอย่างอื่นได้อย่างไร นะท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรใช่ไหม แล้วก็ท่านสุเทพเองท่านก็ปฏิเสธ ออกมาแล้วเมื่อสักครู่นะครับ อาจารย์ไตรรงค์ครับ หาตั้งนานครับ หาอาจารย์ไตรรงค์อยู่
ประธานที่เคารพครับ ผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ผมคิดว่าเมื่อประธานวิปฝ่ายค้านยืนยันว่าจะให้อภิปรายได้ถึงหกโมงเย็น ผมว่าทําไมท่านประธานไม่ดําเนินการประชุมอย่างนั้นไปก่อนนะครับ ก็หมายความว่า ท่านก็ยินดีที่จะให้ฝ่ายค้านและก็ฝ่ายรัฐบาลขึ้นมาพูดได้กี่คนผมไม่ทราบ ถึงหกโมงเย็น ก็มาพูดกันอีกทีหนึ่ง เพราะผมคิดว่ายังดีกว่าที่จะลงมติปิดอภิปรายไปเลยนะครับ เพราะว่า อย่างนั้นมันก็ตัดสิทธิไปเลยใช่ไหม อย่างน้อยก็ให้ได้ฟังทางฝ่ายค้านได้พูดบ้าง ผมคิดว่า ดีกว่านะครับ คือผมรอมชอมที่สุดแล้วครับ หกโมงเย็นค่อยมาคุยกันอีกดีไหมท่านประธานวิป
เดี๋ยวท่านชูวิทย์ก่อนครับ อาจารย์ไตรรงค์เวลาพูดดูข้างหลังให้ดีด้วยนะครับ มองอยู่แต่ ข้างหน้าเราไม่เห็นข้างหลัง เชิญคุณชูวิทย์ครับ
ประธานครับ ผม ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครักประเทศไทย ประธานครับ ปิดประชุมไปเลย โหวตไปเลย มันไม่มีประโยชน์ครับที่เรามาคุยในสิ่งที่ไม่มีใครรับฟัง พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ ทางนั้นเขาก็พูด อย่างหนึ่ง ทางเราก็พูดอย่างหนึ่ง พูดไปพูดมาประชาชนก็สับสน ผมว่าดีแล้วละครับ เพราะหกโมงเย็น ถ้าจะพูดถึงหกโมงเย็นผมว่าพูดถึงหกโมงเช้าเลยดีกว่า พูดถึงหกโมงเช้าเลย เพราะมันเยอะ แต่ถ้าไม่พูดเลยผมก็ไม่พูด เสนอปิดประชุมครับ แล้วโหวตมาเลย ท่านประธานเอาเลย สบายกว่า ห้าโมง หกโมงเย็น ไฟลท์ (Flight) หมดแล้ว ขอบคุณครับ
มีผู้เสนอปิด แล้วก็ขอเสนอเปิดนะครับ ผมก็จะขอมตินะครับ ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ นะครับ เดี๋ยวผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรมีอะไรไหมครับ
เรื่องสิทธิ ในการพาดพิงครับ
มันเสนอปิดไปแล้วครับ เดี๋ยวผมขอโหวตเลยครับท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ เขาเสนอปิดไปแล้วครับ
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมสอบถามท่านประธานเองว่าคุณณัฐวุฒิอภิปรายจบหรือยัง ท่านประธานวินิจฉัย แล้วตอบผมว่ายังไม่จบ ผมก็บอกว่าผมก็ต้องรอเพราะผมจะใช้สิทธิพาดพิงหลังจากที่เขา อภิปรายจบ ดังนั้นสิทธิของผมยังมีอยู่ท่านประธานครับ ผมไม่มีอภิปรายแต่ผมมีสิทธิพาดพิง ตามข้อบังคับครับ
คืออย่างนี้ครับเมื่อสักครู่ท่านณัฐวุฒิกําลังอภิปรายเสนอเหตุผลอยู่แล้วก็มีผู้ประท้วง พอมี ผู้ประท้วง ผมวินิจฉัยเสร็จ ก็มีท่านสมาชิกขอนับองค์ประชุมนะครับ ผมก็ตรวจสอบ องค์ประชุม หลังจากนั้นมีท่านสมาชิกขอปิด ฉะนั้นมันก็ได้สิ้นสุดกันแล้วนะครับ แล้วก็พอ ขอปิด อีกฝั่งหนึ่งก็ขอเปิด ฉะนั้นกระบวนการนี้ได้สิ้นสุดไปแล้ว ผมจะขอมติจากที่ประชุม แล้วครับ เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ
ผมขอประท้วง ท่านประธานนะครับ ผมขอทราบว่าสิทธิในการชี้แจงในการพาดพิงของผมไม่มีตามข้อบังคับ เพราะอะไรครับ ถึงแม้จะมีการปิดอภิปรายไปผมไม่ได้ใช้สิทธิอภิปรายครับ ผมใช้สิทธิ ในการพาดพิงครับ คนละเรื่องกับการอภิปราย ท่านประธานครับ
เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ท่านณัฐวุฒิผมนั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ไม่ได้พาดพิงใคร ท่านประธานครับ เดินทาง มาถึงตรงนี้แล้วไม่มีประเพณีใดนะครับ ไม่เคยมีประเพณีในสภาทรงเกียรติแห่งนี้ว่า เมื่อปิดอภิปรายแล้วจะมีการขอพาดพิง เดี๋ยวก็ขอพาดพิงอีกเยอะแยะครับ ท่านต้องอยู่ ในข้อบังคับ ข้อ ๘ ให้ได้นะครับท่านประธาน ขอให้ท่านปฏิบัติตามข้อบังคับด้วยครับ
เดี๋ยวนะครับ ท่านสุนัยเมื่อสักครู่มีอะไรครับ เดี๋ยวท่านศิริโชค ทีละท่านครับ
ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ ผมเห็นว่าสิ่งที่ท่านหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านพูดอาจจะมีเหตุผล แต่ว่าเสียงที่ประชุมแห่งนี้ ระหว่างปิดกับเปิดซึ่งท่านประธานจะต้องทําหน้าที่ตรงนี้ตามข้อบังคับจะรู้ได้อย่างไรละครับ ว่าปิดจะชนะ ดังนั้นต้องโหวตก่อนครับ เมื่อที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นเปิด ท่านก็จะได้พูดต่อ ก็เป็นไปตามเงื่อนไข นี่แสดงว่าเรารู้ว่าปิดชนะเลยหรือครับ ดังนั้นขั้นตอนอย่างนี้ผมว่า ทําตามขั้นตอนเสียก่อนแล้วหลังจากนั้นจึงเป็นสิทธิว่ากันต่อหลังจากนั้น ขอบคุณครับ
เชิญท่านอภิสิทธิ์ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมไม่ได้ติดใจเรื่องท่านจะขอมติก่อนหรือหลังนะครับ ผมเพียงแต่บอกว่าสิทธิ ของกระผมยังอยู่ ปิดอภิปรายไปแล้วก็ยังอนุญาตให้ผู้เสนอญัตติสรุปเลยครับ เพราะฉะนั้น เขาก็ย่อมอนุญาตให้ผู้ที่มีสิทธิได้รับความเสียหายจากการอภิปรายก่อนหน้าในการพาดพิง เพราะมันเป็นคนละเรื่องกับการใช้สิทธิในการอภิปราย แล้วถ้าจะอ้างประเพณีกัน ท่านประธานอยู่มานานเท่ากับผมไหมครับ เคยมีการเสนอปิดอภิปรายระหว่างที่สมาชิก อีกคนอภิปรายอยู่ไหมละครับ
คืออย่างนี้ท่านสมาชิกอดทนนิดหนึ่ง ท่านณัฐวุฒิก็อภิปรายแล้วก็ขอเสนอปิดนะครับ คราวนี้ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรจะขอใช้สิทธิพาดพิงใช่ไหมครับ กับท่านศิริโชค ๒ ท่าน ท่านสมาชิกครับ
(นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านสุเทพมีอะไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมก็ ถูกพาดพิงครับ
เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ เอาอย่างท่านประธานวิปท่านได้พูด วิปรัฐบาลนี่ เอาไปสักหกโมง แล้วก็ค่อยผ่อนคลายกันดีไหม
ไม่เกี่ยวครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าคนละประเด็นครับ เรื่องจะปิดจะเปิดนั่นก็เรื่องหนึ่ง แต่ว่าเรื่องสิทธิพาดพิง ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผมเพียงแต่แสดงสิทธิของผมว่านายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้อภิปรายพาดพิง ทําให้ทหารเสียหาย ทําให้ผมเสียหาย และระบุผมเป็นผู้บังคับบัญชา ผมก็มีสิทธิที่จะชี้แจง เรื่องที่พาดพิงให้ผมเสียหาย ส่วนท่านประธานจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตเรื่องของ ท่านประธาน แต่ผมแสดงสิทธิของผมว่าผมมีสิทธิที่จะอภิปรายกรณีที่พาดพิงให้ผม เสียหายครับ
เชิญท่านไพจิต ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ตามที่บรรยากาศที่เสนอ มาถึงขณะนี้ ผมทราบว่าท่านผู้นําฝ่ายค้านก็ต้องการจะใช้สิทธิพาดพิงก็คือการอภิปราย รูปแบบหนึ่งนั่นเอง ท่านสุเทพก็จะใช้สิทธิพาดพิง ก็เป็นการอภิปรายอยู่เช่นเดียวกัน ท่านประธานวิปรัฐบาลใช้ความจริงใจที่ต้องการให้เวทีแห่งนี้ได้ทําหน้าที่ในการเป็นตัวแทน ของประชาชนด้วยความจริงใจถึงหกโมง ท่านบอกแล้วนะครับแล้วพวกผมก็มีความเห็น เช่นเดียวกัน ก็ควรที่จะอนุมานให้ทั้งสองฝ่ายได้สมประสงค์ครับท่านประธานครับ แต่ว่าจะต้องขอให้ฝ่ายที่ขอยื่นนับองค์ประชุมถอนไปก่อนพอถึงเวลาหกโมงก็ค่อยเสนอ ความเห็น เว้นแต่ว่าไม่มีผู้อภิปรายก็ถือว่ายุตินะครับ
อย่างนี้ได้ไหมครับหาทางออกเพื่อสองฝ่าย เพื่อที่จะไปกันได้นะครับอันนี้เพียงแต่ผมเสนอ ความเห็นนะครับคือผมฟังดูทั้งสองฝ่ายแล้วก็ไม่รับข้อเสนอซึ่งกันและกันอยู่แล้วก็เพื่อที่จะให้ ทั้งสองฝ่ายได้เข้าใจกัน ถ้าผมขอความร่วมมือทั้งสองฝ่ายจะให้สิทธิของท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านศิริโชคและท่านสุเทพ แล้วก็จะได้ลงมติไปเลย เชิญท่านสุนัยครับ
ท่านประธานครับ ผมเองคิดว่า ท่านประธานจะตัดสินอย่างไรก็ตามที จะต้องอยู่ในข้อบังคับ ส่วนความเอื้ออาทร ที่ท่านประธานอยากจะให้นั้นจริง ๆ ประธานวิป ท่านอํานวยนี่เอื้ออาทรเลยครับ อยากจะให้ เปิดไปถึงหกโมง แต่ทีนี้เกิดปัญหาก็คือหลายท่านในฝ่ายของฝ่ายค้านไม่ยอมรับ ขอประทานโทษ พี่ไตรรงค์ก็อยากจะให้ทํา แต่ก็ไม่เอาอีก ดังนั้นถ้าท่านประธานไม่ยึด ข้อบังคับให้มีการโต้แย้งมันไม่มีทางจบเลยครับ เพราะผมทํานายทายทักได้เลยว่าขึ้นมาแล้ว รับรองว่าเละตุ้มเป๊ะหมดละครับ เพราะท่านเองก็มีวุฒิภาวะที่แสดงความสามารถในการที่ ทําให้อีกฝ่ายหนึ่งเสียหายอย่างรุนแรงได้เหมือนกัน ดังนั้นท่านประธานครับ ต้องดําเนินการ ตามขั้นตอนครับ แต่ถ้าท่านจะรับข้อเสนอถ้าท่านเปิดให้ ๓ ท่านชี้แจงก็ต้องมีคนพาดพิง ถูกชี้แจงอีกเหมือนกัน ก็ไม่มีจบอีก ผมคิดว่าบรรยากาศในสภาได้พิสูจน์ความจริงแล้ว ตั้งแต่เมื่อวานนี้ครับว่าจริง ๆ เราจะจบตั้งแต่เมื่อวานตามที่ตกลงกันก็เลื่อนมาเป็นวันนี้ แต่ท่านเห็นนะครับ ตลอดเวลานั้นหลายคนพูดอภิปรายมีเนื้อหาครบถ้วนแล้วครับ ส่วนบางท่านจะอภิปรายโดยไม่มีเจตนาจะให้เนื้อหา เป็นการโจมตีอย่างเดียว นั่นก็เป็น ส่วนหนึ่งเป็นสีสันของสภาครับ แต่ผมคิดว่าโดยเนื้อหามันได้ครบถ้วนแล้วขอให้ท่านประธาน ดําเนินการเถอะครับ เพราะว่าการเอื้ออาทรที่เสนอไปนั้นไม่มีประโยชน์อะไรแล้วครับ ขณะนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ
เดี๋ยวให้ท่านผู้นําก่อนได้ไหมท่านสุเทพครับ ตามลําดับ เชิญท่านผู้นําครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ประเด็นแรกท่านประธานยังไม่ได้กรุณาวินิจฉัย ผมจะอ่านข้อบังคับ ให้ท่านฟังนะครับ การใช้สิทธิพาดพิงเป็นไปตามข้อ ๖๓ วรรคสอง ก็คือให้นําความ ในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่ผู้ถูกอภิปรายพาดพิง วรรคแรกพูดถึงการประท้วงครับ ว่ามีการฝ่าฝืนข้อบังคับ ประธานต้องให้โอกาสแก่ผู้ถูกอภิปรายพาดพิง วรรคแรกนี่พูดถึง การประท้วงครับ ว่ามีการฝ่าฝืนข้อบังคับประธานต้องให้โอกาสผู้นั้นชี้แจง มันเป็นคนละเรื่อง กับการใช้สิทธิในการอภิปราย ดังนั้นการใช้สิทธิพาดพิง ท่านจะลงมติก่อนหรือหลัง ผมไม่ติดใจครับ แต่ผมมีสิทธิในการที่จะใช้สิทธิในการถูกพาดพิงและได้รับความเสียหาย ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ท่านยังไม่ได้วินิจฉัยนะครับ
ประการที่ ๒ เมื่อสักครู่นี้ ผมไม่ทราบพาดพิงถึงใครนะครับ แต่ว่าผู้ที่ขอใช้ สิทธิพาดพิงมีอยู่ ๓ คน คือผม มีคุณสุเทพ แล้วก็คุณศิริโชค ก็มาพาดพิงอีก บอกว่าพวกผม มีศักยภาพไปทําให้คนนั้นคนนี้เสียหาย พวกผมไม่มีหรอกครับ ถ้าคน ๆ นั้นไม่เสียหายอยู่เอง นะครับ ผมก็พูดตามความเป็นจริงเท่านั้นเองครับ
ท่านสุเทพครับ เดี๋ยวท่านลุกขึ้น เชิญท่านก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงคุณสุนัย จุลพงศธร ที่อภิปรายเมื่อสักครู่ ว่าผู้ที่จะอภิปรายต่อไปนั้น มีศักยภาพ มีวุฒิที่จะโจมตีให้เสียหาย ท่านประธานก็ได้ยินแล้วนะครับ ตรงนี้ทําให้ผม เสียหาย เพราะว่าคนที่จะอภิปรายต่อไปคือผม ท่านสุนัยรู้ได้อย่างไรว่าผมจะพูด ให้เสียหาย ผมตั้งใจจะพูดความเป็นจริงว่าผมมีเหตุผลอย่างไรที่จะคัดค้านกฎหมาย ที่จะล้างผิดให้โจรปล้นทรัพย์ ให้ศัตรูพระศาสนา ให้ผู้ก่อการร้าย ให้กับคนวางเพลิงเผาทรัพย์ ให้กับฆาตกรที่ฆ่าเจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร ซึ่งมันเป็นความจริงที่ผมมีสิทธิที่จะพูดในสภานี้ เพราะฉะนั้นผมก็มีสิทธิ จะมากล่าวหาผมล่วงหน้าได้อย่างไร ผมยังไม่ได้อภิปรายเลย เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะเรียนกับท่านประธานว่าที่มากล่าวหาว่าผมจะอภิปรายโจมตี ให้เสียหายนั้น เป็นการกล่าวหาที่ท่านประธานจะต้องวินิจฉัย
ก็ท่านได้ใช้สิทธิพาดพิงไปแล้ว แล้วก็ได้ชี้แจงไปแล้ว ขอบคุณมากครับ เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมได้ประท้วงท่านประธาน ๓ รอบแล้วนะครับ ท่านต้องยึดข้อบังคับของ สภาผู้แทนราษฎร ถ้าท่านไม่ยึดข้อบังคับแล้วสภาจะอยู่ได้ไหมครับ ในเมื่อมีเหตุการณ์ดําเนินมา เป็นขั้นตอนแล้ว จนถึงขณะนี้ผมว่ามันเป็นข้อสรุปแล้วที่จะต้องโหวตแล้วครับท่านประธาน ขอให้ท่านประธานทําตามขั้นตอนครับ ขอบคุณครับ
เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ เดี๋ยวผมขอปรึกษาหารือสัก ๕ นาทีนะครับ ผมขอพักการประชุมก่อน พักการประชุม ๕ นาทีนะครับ
พักประชุมเวลา ๑๕.๒๔ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๕.๓๒ นาฬิกา
ที่ท่านขอใช้สิทธิมีประเด็นอะไรบ้างครับ ประเด็นที่บอกว่าพาดพิงท่าน ผมจะได้วินิจฉัย เป็นประเด็น ๆ ไป
ประเด็นแรก นะครับ ผู้อภิปรายได้กล่าวว่าในช่วงเหตุการณ์ปี ๒๕๕๓ มีรัฐบาลซึ่งอํามหิตและมีความผิด ในเรื่องที่รุนแรงที่สุดก็คือการที่รัฐทําร้ายประชาชน ประเด็นที่ ๑ นะครับ
ประเด็นที่ ๒ ผู้อภิปรายได้บอกว่าการที่พวกกระผมพูดว่า ไม่ประสงค์ จะได้รับการนิรโทษกรรม ท่านพูดว่าถึงจะขอก็ไม่ให้ ซึ่งเป็นความเท็จและทําให้คนเข้าใจผิด นะครับว่าการที่ผมประกาศเช่นนั้นมีเจตนาอย่างไร
ประการที่ ๓ มีการอภิปรายพาดพิงว่ามีพี่น้องประชาชนคนธรรมดาที่เขา ไม่มีเส้นมีสายมากระทําความผิดเพียงแค่การฝ่าฝืน พ.ร.ก. เหตุผลกลใดจึงจะไม่อนุญาตให้ เขาได้รับการนิรโทษกรรมเพื่อกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องประวัติของเขา ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่เป็นข้อเท็จจริงครับ ผมก็ขอชี้แจงเฉพาะใน ๓ ประเด็นนี้ครับ ไม่ออก นอกนี้ครับ
เอาอย่างนี้ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ผมวินิจฉัยนะครับ ถ้าเป็นประเด็นที่ ๒ ท่านก็ชี้แจงได้ เอาเฉพาะที่ท่านชี้แจงนะครับว่าที่เขาพาดพิงถึงท่านว่าที่ท่านไม่ต้องการ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เอาเฉพาะประเด็นนี้นะครับ ส่วนในเรื่องของรัฐบาลท่าน ก็ขอให้ ชี้แจงเฉพาะประเด็นนะครับ
ถูกต้องครับ
๒ ประเด็นครับ ผมให้ ๒ ข้อนะครับ
ประเด็นที่ ๓ ครับท่าน
ประเด็นที่ ๓ ไม่ได้เสียหายครับ
เสียหายครับ เขาพูดว่า ไปคัดค้าน ที่จริงแล้วผมไม่อยากจะลงลึกไปในรายละเอียดคําพูดของผู้อภิปราย นะครับ แต่ว่าพยายามจะพูดให้เกิดความเข้าใจว่าบางคนมีอภิสิทธิ์พิเศษ มีตําแหน่งแห่งหน เคยกระทําความผิด แต่พอเวลาที่คนธรรมดาเขาไปกระทําความผิดเล็กน้อยกลับจะไม่มี โอกาสได้รับการนิรโทษกรรม ผมไม่อยากจะย้อนไปเรื่องของการพยายามพาดพิงถึงผมครับ แต่ว่ามันเป็นการบิดเบือนสิ่งที่ผมได้เคยกล่าวเอาไว้นะครับ และความจริงยังมีประเด็นอื่น ด้วยนะครับ ซึ่งอาจจะไม่ได้เอ่ยชื่อผมโดยตรงนะครับ แต่ว่าความจริงทุกคนที่เคยปราศรัย ในประเด็นนี้ก็มีสิทธิจะชี้แจง ก็คือการบอกว่ามีการไปสุมไฟว่ากฎหมายฉบับนี้จะไป นิรโทษกรรมให้กับผู้กระทําความผิดตามมาตรา ๑๑๒ ซึ่งถ้าท่านประธานอ่านมาตรา ๓ ก็จะพบว่ามันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ส่วนกรณีข้อเท็จจริงที่เขาชี้แจงว่าใครทําผิดมาตรา ๑๑๒ อยู่ในระหว่างจะดําเนินการอะไรก็ไม่เกี่ยวกับประเด็นนี้เลยครับ เพราะฉะนั้นก็ไม่ใช่เป็น การไปสุมไฟด้วย จริง ๆ มี ๔ ประเด็นครับ ผมขอแค่ ๓ ประเด็นครับ
เอาอย่างนี้ท่านอภิสิทธิ์ครับ ผมวินิจฉัยแล้วนะครับ ก็เชิญท่านเอาเฉพาะประเด็นที่ ๑ ที่ ๒ ชี้แจงเลยครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนนะครับว่าในประเด็นที่ ๓ ผมไม่เคยคัดค้านการนิรโทษกรรม คนที่กระทํา ความผิดฝ่าฝืน พ.ร.ก. ดังนั้นถ้าผู้อภิปรายพยายามให้เกิดความเข้าใจเช่นนั้น ผมไม่เคยมี จุดยืนเช่นนั้น ผมเคยแต่ต่อว่าพวกที่จับคนเหล่านี้เป็นตัวประกัน ไม่ยอมนิรโทษกรรม ให้เขาก่อน ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าฝ่ายค้านเห็นด้วย แต่จะต้องพ่วงคนอื่นเข้าไป
คืออย่างนี้ท่านครับ ท่านก็พูดเสมอเรื่องนิรโทษนี่นะครับ ที่ผมได้ดูแล้ว ท่านก็พูดว่า ท่านไม่ได้คัดค้าน เพียงแต่ท่านตั้งเงื่อนไขเท่านั้นเองนะครับ อันนี้ไม่ได้เสียหาย ฉะนั้น เชิญเอาข้อ ๑ กับข้อ ๒ ก่อนนะครับ เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ สําหรับในประเด็นแรกผมจะพยายามใช้เวลาให้กระชับที่สุด แต่การที่ผู้อภิปราย กล่าวหาว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว ในช่วงเหตุการณ์ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ เป็นรัฐบาลผู้ที่มีจิตใจอํามหิต ทําผิด ทําร้ายประชาชน สั่งฆ่าประชาชน กระผมก็กราบเรียนว่าในขณะที่ผู้อภิปรายเอง บอกว่าการดําเนินการใด ๆ ก็ตามต้องรอให้มีการพิสูจน์ในชั้นศาล ขณะนี้ถ้าเป็นเพียง ผู้ถูกกล่าวหา ก็ไม่สมควรที่จะไปพูดว่าเป็นกรณีเช่นนั้น แต่คําพูดที่พาดพิงมาถึงรัฐบาลที่แล้ว ท่านกลับทําเสียเอง แล้วก็ไม่ได้ทําเฉพาะในเวทีนี้ละครับ ทําโดยการปลุกระดมเป็นการทั่วไป ทั้ง ๆ ที่ที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยมีการสอบสวนที่ไหนที่ระบุเลยว่าตัวกระผมในฐานะ หัวหน้ารัฐบาลมีคําสั่งให้เจ้าหน้าที่ไปทําร้ายประชาชน กรณีที่ท่านพูดเรื่องคําสั่งเกี่ยวกับ การใช้กําลังต่าง ๆ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพในขณะนั้นก็คงจะเป็นผู้ใช้สิทธิในการ ถูกพาดพิง แต่กระผมก็รับทราบว่า การมอบนโยบายในการเข้าไปคลี่คลายสถานการณ์ การชุมนุม ซึ่งศาลแพ่งได้มีคําวินิจฉัยถึง ๓ ครั้ง ว่าเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย อยู่นอกเหนือ รัฐธรรมนูญ รัฐบาลมีสิทธิในการที่จะเข้าไปสลายการชุมนุมได้ นโยบายที่เรามอบให้ ในขณะนั้นก็ชัดเจนครับท่านประธานครับ ว่าไม่ประสงค์ที่จะเข้าไปสลายการชุมนุม แต่ต้องการที่จะหาทางอํานวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนทั่วไปมากที่สุด เท่าที่จะทําได้ โดยไม่มีการไปยุติการดําเนินการชุมนุมบนเวที และสําหรับคนที่ฟัง การปราศรัยบนเวที แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ ๑๐ เมษายน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปพยายามทํา เช่นนั้น โดยไม่ได้มีการติดอาวุธไปนะครับ แล้วก็รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนก็ดี คณะอนุกรรมาธิการของวุฒิสภาก็ดี คอป. ก็ดี ก็ยอมรับว่าในเบื้องต้นเข้าไปในลักษณะนั้น กลับปรากฏว่ามีการใช้อาวุธสงคราม มีการยิงระเบิด มีการประทุษร้าย ทําให้เกิดการสูญเสีย ต่อเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงได้รับอนุมัติให้สามารถที่จะป้องกันตนเองได้ครับ ซึ่งเป็นคนละเรื่อง กับการที่มีคําสั่งที่จะทําร้ายประชาชน นั่นคือช่วงแรก ช่วงที่ ๒ ในช่วงระหว่างวันที่ ๑๔-๑๙ พฤษภาคม รัฐบาลก็ไม่มีนโยบายอีกในการที่จะเข้าไปสลายการชุมนุม แต่เพื่อดําเนินการ ตามคําวินิจฉัยของศาลแพ่ง จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ใช้วิธีการปิดล้อมพื้นที่การชุมนุม ตัดน้ําตัดไฟ ไม่อนุญาตให้คนเข้า แต่อนุญาตให้คนออก แกนนําก็ยังไปร้องศาลเลยครับว่าทําได้หรือไม่ ศาลก็บอกว่าทําได้ แต่ปรากฏว่าเมื่อมีการปิดล้อม ก็ปรากฏว่ามีการใช้อาวุธเข้ามาโจมตี เจ้าหน้าที่ที่ทําการปิดล้อมอยู่ ก็จึงเกิดการปะทะกัน เพราะมีการป้องกันตัว มีการเฝ้าระวัง เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ ส่วนในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ซึ่งก็มีการกล่าวถึงเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ ก็เช่นเดียวกันครับ เป็นการเข้าไปเพื่อที่จะไป ถึงแหล่งที่มีการซ่องสุมอาวุธอยู่ที่บริเวณสวนลุมพินี แล้วก็มีการสั่งให้หยุดดําเนินการ หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องที่จะต้องมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงกันว่าเป็นอย่างไร บังเอิญมีการ กล่าวถึงกรณีของวัดปทุมวนาราม ผมก็กราบเรียนครับ ผมเคารพที่ศาลได้มีคําสั่งหลังจากการไต่สวน ซึ่งถือว่าเป็นคําสั่งในเบื้องต้นที่พิจารณาจาก พยานหลักฐานต่าง ๆ ซึ่งมีการนําเสนอโดยพนักงานอัยการ และประจักษ์พยานที่ถูกอ้างอิง โดยญาติผู้เสียชีวิต แต่กระบวนการต่อไปคือการพิสูจน์ข้อเท็จจริงทั้งหมดซึ่งมีหลาย ข้อเท็จจริงครับ เช่น การตรวจเรื่องของวิถีกระสุน การตรวจสอบอาวุธต่าง ๆ ซึ่งผมทราบว่า ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษไม่ได้นําเข้าไปอยู่ในสํานวนเพื่อส่งให้อัยการดําเนินการในการ ไต่สวนของศาลในครั้งนี้ ซึ่งเมื่อมีการดําเนินคดีต่อไปก็ต้องไปพิสูจน์กันครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ครับท่านประธานครับ ถ้าเรามีกฎหมายที่นิรโทษกรรมนี้เราตัดตอนความจริงครับ เพราะ ถ้าหากว่ามีการพิสูจน์ต่อไปว่าการเสียชีวิตไม่ได้เกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่ ท่านประธานครับ
ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ
จะไม่สามารถ มีการดําเนินคดี ทําให้ญาติของผู้เสียชีวิตไม่ได้รับความเป็นธรรมครับ และอันนี้ก็ครอบคลุม ถึงเรื่องของญาติของฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งสูญเสียชีวิตไป เพราะกฎหมายฉบับนี้ จะนิรโทษกรรมให้กับคนที่ไปใช้อาวุธ แล้วก็ฆ่าผู้อื่นครับ
ท่านได้ชี้แจงแล้ว
ท่านประธานครับ สําหรับในประเด็นที่ ๒ นะครับที่จําเป็นจะต้องชี้แจงนะครับ ท่านประธานจะกรุณานะครับ ผมกราบเรียนว่าในส่วนของ จะให้ชี้แจงเรื่องมาตรา ๑๑๒ ด้วยไหมครับ
คือประเด็นเรื่องที่ ๒ ที่ท่านณัฐวุฒิได้อภิปรายไปว่าเรื่องเกี่ยวกับตัวการที่ท่านได้อธิบายไป บอกว่าร่างฉบับนี้ไม่ได้เกี่ยวข้อง และรวมถึงพวกท่านด้วยแล้วนะครับ ที่เกี่ยวกับท่าน เชิญครับประเด็นนี้ คือให้จบเถอะครับ เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ประเด็นที่ท่านบอกว่า ถึงพวกผมจะขอนิรโทษกรรม ท่านใช้คําว่า พวกผมก็ ไม่ให้
ที่เขากล่าวหานี้นะครับ เชิญครับ
ใช่เลยครับ เขาพูดประโยคนี้ครับ ผมก็กราบเรียนนะครับ ผมไม่ทราบว่าคําว่า พวกผม ของเขาคือใคร แต่ผมแสดงจุดยืนนี้ในวันที่มีกฎหมายที่พรรคเพื่อไทยเสนอครับ แล้วนิรโทษกรรมการกระทํา ของฝ่ายเจ้าหน้าที่ และรวมทั้งผู้บังคับบัญชาด้วยครับ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วผมแสดง จุดยืนนี้ในวันที่ท่านยื่นกฎหมายเข้ามาบอกล้างผิดทุกคน และผมบอกว่าผมไม่รับ และผม เห็นว่าไม่สมควรที่จะรับ ในทางกลับกันผมบอกว่าข้อเท็จจริงนี่มันจะต้องพิสูจน์กันครับ เพราะถ้าหากว่าท่านใช้วิธีการนิรโทษกรรมอย่างที่ท่านทําอยู่ ข้อเท็จจริงหลายอย่างจะไม่ได้ รับการพิสูจน์เพราะการสอบสวนจะเดินต่อไม่ได้ครับ ยกเว้นกรณีที่กล่าวหาว่าฝ่ายเจ้าหน้าที่ เป็นฝ่ายทํา แต่อย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าหลายเหตุการณ์ ดูต่อไปสิครับ ถ้ามีพยานหลักฐานปรากฏออกมาว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทํา และคนเสียชีวิต ครอบครัวของเขา จะได้รับความเป็นธรรมไหมครับ ส่วนที่มาอ้างว่าฝ่ายผู้ชุมนุมถ้ามีผู้สั่งการไม่ได้รับ การนิรโทษกรรม อันนี้หลอกกันไม่ได้ครับ เพราะเมื่อการสอบสวนไม่สามารถดําเนินการ ต่อได้ หรือการกระทําความผิดไม่ว่าจะเป็นการเผา การระเบิด หรือการฆ่า ไม่เป็นความผิด เสียแล้ว การจะไปดําเนินคดีกับผู้ใช้ ผู้จ้างวาน ซึ่งก็ไม่ได้เขียนอย่างนั้นด้วยนะครับ ใช้คําว่า ผู้สั่งการ มันทําไม่ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องของเรื่องถ้าจะมาบอกว่าขอพวกท่านก็ไม่ให้ พวกผม ไม่ขอ สิ่งที่พวกผมขอคือพวกคุณกล้าหาญสิครับ อย่าตัดตอนความจริง ใครทําผิดรับผิด เราจะนิรโทษกรรมให้ก็ควรเฉพาะแต่คนที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก. ส่วนคนที่มีเจตนามาประทุษร้าย คนอื่น มาเผา มาระเบิด ซึ่งในอดีตเขาก็ไม่นิรโทษกรรมให้ และไม่สมควรนิรโทษกรรมให้ และร่างกฎหมายของบรรดาญาติผู้เสียชีวิตก็ไม่นิรโทษกรรมให้ ทําไมท่านไม่มาหารือกับ พวกผมตรงนั้น ถอนไปเถอะครับ อย่ามากล่าวหากันอย่างนี้ เพราะข้อเท็จจริงก็คือ ท่านต่างหากกําลังตัดตอนความจริงและใช้เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองครับ
โอเคครับ ท่านศิริโชคเชิญประเด็นครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง นะครับ ซึ่งผมก็ได้เคยบอกท่านประธานไปแล้วในช่วงที่คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้อภิปราย ในสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวาทกรรม คําว่า เผาเลยพี่น้องผมรับผิดชอบเอง ซึ่งเป็น วาทกรรม ผมเรียกว่าเป็นบาปกรรมนะครับที่ตกทอดมาโดยตลอด แล้ววันนี้ก็มี ความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง แล้วก็โยนความผิดให้พวกผม โดยกล่าวหาว่าพวกผม ไปตัดต่อคลิป (Clip) เพียง ๒๐ วินาที แล้วกล่าวอ้างว่าที่พูดบอกว่า เผาเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเองนั้น เป็นการพูดที่เขาสอยดาวนะครับ ไม่เกี่ยวกับราชประสงค์ และยังย้ํา วันนี้ในสภาครับว่าไม่เคยพูดว่าให้เผาที่ราชประสงค์ ซึ่งทั้งหมดเป็นการกล่าวเท็จ คุณณัฐวุฒิ มีความพยายามที่จะเอาบาปตัวนี้ออกจากตัวมาโดยตลอดครับ แก้ตัวทุกที่ทุกเวที แม้กระทั่ง สาบานบนเวทีหาเสียง
คือประเด็นอย่างนี้ท่านศิริโชค ท่านเสียหายอย่างไร
เสียหายสิครับ ผมเป็นคนที่เอาคลิปนี้มาเปิด ตลอดครับ
เชิญครับ
เพราะฉะนั้นการกล่าวนี้ก็เท่ากับพาดพิงว่า ผมเอาคลิปตัดต่อมา เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านประธานครับ ว่าวันนี้ผมจะพิสูจน์ตัวตน ที่แท้จริงของนายณัฐวุฒิ ผมได้เอาคลิปนี้มาครับท่านประธาน และขออนุญาตท่านประธานแล้ว แล้วจะเปิดให้ท่านประธานได้เห็นว่านายณัฐวุฒิโกหกกลางสภา เพราะสิ่งที่นายณัฐวุฒิพูด ที่ราชประสงค์ครับ มีความชัดเจนยิ่งกว่าที่เขาสอยดาว เพราะนายณัฐวุฒิครับยุยงปลุกปั่น ให้คนเสื้อแดงขโมยและเผาห้างครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตเปิดคลิปนี้ครับ
คืออย่างนี้นะครับ เรื่องคลิป เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวให้วินิจฉัยเป็นประเด็นก่อนเดี๋ยวท่านค่อยใช้ สิทธิตอนหลัง นั่งก่อนครับ คือการจะเปิดคลิปหรืออะไรเขาจะมีคณะกรรมการนะครับ
ขออนุญาตแล้วครับ
ผมยังไม่เห็นหนังสืออะไรเลยนะครับ
ผมได้เอาเอกสารไปที่ประธานนะครับ
ต้องให้ท่านรองประธาน คนที่สอง
ได้ครับ แล้วท่านประธานกรรมการก็ได้เซ็น อนุญาตแล้วนะครับ
เดี๋ยวนะครับ ผมถามท่านวิสุทธิ์ และทางฝ่ายเลขาก่อน
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตแล้วครับ จะได้จับคนโกหก
เดี๋ยวครับ เดี๋ยวถ้าไม่ตรงเดี๋ยวท่านใช้สิทธิเองครับ เดี๋ยวจะให้ท่านใช้สิทธิครับ
ไม่ต้องกลัวหรอกครับความจริงอยู่กลางสภานี้ ละครับ พูดเก่งกันนักครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเปิดคลิปนะครับ
เดี๋ยวนะครับ ผมขอดูเอกสารนิดหนึ่ง
คือเก่งจริงอย่ากลัวสิครับ พูดแล้วรับผิดชอบ สิครับ อย่าเก่งแต่ปากสิครับ รับผิดชอบกลางสภา อย่าโกหกสิครับ
อย่าตะโกนสิครับ ก็เดี๋ยวให้ผมฟังเสร็จเรียบร้อยท่านจะใช้สิทธิอะไรท่านก็ใช้สิทธิของท่านครับ ขณะนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าอะไรจริงอะไรเท็จ เขาก็บอกว่าเขาเสียหายจากการที่มีการพูดว่า เขาไปตัดต่อคลิป ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ เขาก็บอกว่าเขากําลังพิสูจน์ เขากําลังอธิบายว่า เขาไม่ได้ตัดต่อ ก็เท่านั้นเองครับ เดี๋ยวถ้าเสียหายผมจะให้ท่านใช้สิทธิพาดพิงอย่างไรครับ เชิญท่านจะว่าอย่างไร เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผมนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ ผมไม่ขัดข้องที่จะมีการเปิดคลิป แล้วถ้าหากท่านประธานกรุณา ให้ผมพูดก่อนเมื่อสักครู่นี้ ความวุ่นวายเล็ก ๆ น้อย ๆ เมื่อกี้ก็จะไม่เกิด เปิดได้ครับ ผมยินดี เป็นแต่เพียงว่าสิ่งที่ผมอภิปรายสักครู่กับคลิปที่กําลังจะเปิดนี้ ผมเข้าใจว่าคนละเหตุการณ์ คนละเรื่องกัน มันมี ๒ คลิป ๒ กรณี คลิปที่มีการตัดต่อ ๒๐ กว่าวินาที แล้วได้เพียงประโยคว่า เผาเลยพี่น้องผมรับผิดชอบเองนั้น เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านท่านหนึ่งพูด แล้วผมก็ยืนยันว่า เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นที่เขาสอยดาว ผมพูดถึงคลิปนี้อย่างนี้ครับ ส่วนที่เพื่อนสมาชิกกําลัง จะเปิดเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่อยู่ที่เวทีราชประสงค์ก็เท่านั้นเอง แล้วก็ยินดีที่จะเปิด ไม่มีปัญหา ก็ผมพูดหรือแสดงออกอะไรผมก็รับผิดชอบ เป็นแต่เพียงว่าอยากให้เข้าใจ เพราะว่าเมื่อกี้นี้จงใจอธิบายปนกัน ๒ เหตุการณ์เป็นเรื่องเดียว ไม่ใช่คนละเรื่อง
ท่านประธานครับ
เชิญครับ
ผมขออนุญาตครับ นายณัฐวุฒิยืนยันว่าไม่เคย
คือเขาเปิดเพื่อประกอบการชี้แจงเท่านั้นเองนะครับ ส่วนข้อเท็จจริงประการใดผมนั่งอยู่นี้ ผมไม่รู้หรอก เขาบอกเขาเสียหายก็ให้เขาว่ากันไป
คลิปที่ผมกําลังจะเปิดนี่นะครับ
เปิดเลยได้ไหม
เป็นการยืนยันว่านายณัฐวุฒิยุยงปลุกปั่น แนะนําให้คนเสื้อแดงขโมยและเผาห้างครับ เชิญดูคลิปนี้ครับ
ขอความกรุณานะครับ ชอบไม่ชอบก็ต้องอดทนครับ พอแล้วครับ ผมวินิจฉัยพอสมควรแล้ว ท่านใช้สิทธิพาดพิงแล้วนะครับ เชิญครับ
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านสุนัยผมขอความกรุณาท่านหน่อยได้ไหมวันนี้ เชิญท่านประท้วงก่อน เชิญครับ
ท่านประธานครับ จริง ๆ ด้วยความเคารพ ท่านประธานจริง ๆ แต่ผมต้องประท้วงท่านประธานเพื่อให้ประเด็นของสภากลับมาที่เดิมก่อน
ก็ผมกําลังจะบอกเขาบอกเพียงพอแล้ว ผมก็ให้สิทธิเท่านั้น ท่านก็อดทนไม่ได้หรือครับ
ผมอดทนได้ครับท่านครับ
อดทนมา ๒ วันแล้วทําไมอดทนวันนี้ไม่ได้ละครับ
อดทนได้ครับท่านประธาน
เชิญนั่งลงครับ
แต่ผมขอใช้สิทธิประท้วงว่า ความอดทนนี้จะสนับสนุนท่านประธานเพื่อให้จับประเด็นให้ได้ว่าการพาดพิงใช้สิทธิพาดพิง กับอภิปรายมันคนละเรื่องกัน ถ้าท่านประธานจับความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เรื่องจะยาว และจะยิ่งแตกกันใหญ่ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณที่ให้คําแนะนําผม ผมก็กําลังฟังว่าเป็นการใช้สิทธิพาดพิงจากการอภิปรายหรืออะไร ผมก็นั่งฟังอยู่นะครับ เดี๋ยวก็สวนกันไปสวนกันมา อดทนกันสักหน่อยไม่ได้หรือครับ บอกแล้ว วันนี้อะไรกันนักกันหนาผมก็ไม่เข้าใจ ผมกําลังอธิบายว่านี่ท่านเปิดคลิปนี้สรุปถึงการอภิปราย มันจะไม่ใช้สิทธิผมก็ลองฟังดู ให้ผมฟังบางสิครับ ท่านอาจจะไม่ถูกใจเรื่องของท่าน แต่ผมเป็นประธานในที่ประชุม หรือจะเอาตามที่ท่านพูดทุกอย่าง แล้วฝั่งนี้ท่านก็ไม่ยอม ผมก็ต้องใช้ดุลยพินิจของผม เชิญชี้แจง ผมว่าเพียงพอแล้วครับข้อชี้แจงของท่าน เชิญครับ
ท่านประธาน ก่อนที่ท่านประธานจะตัด มันเหลืออีก ๕ วินาทีนี่มันเป็นประโยคเด็ด ประโยคทองครับ คุณณัฐวุฒิสั่ง
คืออย่างนี้ที่ท่านขอใช้สิทธิท่านบอกว่าเรื่องการตัดต่อเท่านั้นเองนะครับ มันก็พิสูจน์ว่า ไม่มีการตัดต่อ ก็จบเท่านั้นเอง
ไม่ใช่ครับ คุณณัฐวุฒิยืนยันในสภาว่าไม่เคยพูด ให้ใครเผาที่ราชประสงค์ แต่ว่าประโยคที่ท่านตัดไปแค่ ๕ วินาทีตอนสุดท้ายแล้วครับ
ก็อธิบายแล้ว เข้าใจแล้ว
ขอเปิดนิดเดียว ๕ วินาทีสุดท้ายครับ
ไม่อนุญาตแล้วครับ ผมเห็นว่าท่านได้ชี้แจงพอสมควรแล้ว
ท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้มันอยู่ที่ประโยค สุดท้ายที่ท่านตัดไปเหลือแค่ ๕ วินาทีเท่านั้นเองครับ
มันไม่ใช่เรื่องประโยคครับ การที่เอาเรื่องคลิปมาสนับสนุนการอภิปรายมันไม่ใช่เป็นข้อชี้แจง นะครับ ที่ท่านประท้วงนั้นถูกต้อง
เพราะนายณัฐวุฒิบอกว่าเวลาพี่น้องเสื้อแดง ตกใจอยู่ดี ๆ จุดไฟขึ้นมาดื้อ ๆ
คืออันนั้นท่านต้องการที่จะสื่อให้เข้าใจในเรื่องของการไปดําเนินการ มันคนละเรื่องกัน ประเด็นของท่านไม่ใช่ประเด็นนั้น ที่ผมให้ท่านมันคนละประเด็น ท่านต้องการจะสื่อให้ ท่านณัฐวุฒิพูดอะไรเป็นเรื่องของท่าน ไม่เกี่ยวกัน ผมให้พอสมควรแล้วครับ เดี๋ยวต่อไป ท่านที่ ๓ เชิญท่านนั่งลงครับ ประเด็นคนละประเด็น ที่ท่านประท้วงผมถูกแล้ว ผมให้พอแล้ว ท่านศิริโชครับ นั่งลงเถอะ ขอความร่วมมือเถอะ พอสมควรแล้วล่ะครับ คือผมเข้าใจแล้ว ประเด็นมันคนละประเด็นกัน เชิญท่านนั่งลงครับ คืออันนั้นเป็นเรื่องของข้อเท็จจริงที่จะพูด พาดพิงกันไปพาดพิงกันมาไม่เกี่ยว แต่ท่านขอเกี่ยวกับเรื่องคลิปเท่านั้นเอง ท่านได้ชี้แจง ไปแล้ว ผมวินิจฉัยแล้ว ผมบอกพอสมควรแล้ว เดี๋ยวเขาก็ประท้วงผมอีก เชิญท่านนั่งลงครับ ผมจะได้ถามประเด็นท่านสุเทพ พอแล้วครับ ขอความร่วมมือเถอะ เหลือท่านสุเทพครับ ท่านสุเทพนั่งก่อน เชิญท่านสมบูรณ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าในสภาขณะนี้คงอยากจะรู้ว่าระหว่างนายศิริโชค โสภา กับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ใครเป็นคนพูดจริง พูดเท็จ เมื่อสักครู่นายณัฐวุฒิบอกว่าไม่ได้พูดที่ ราชประสงค์
เห็นไหมครับ คืออย่างนี้ท่านประท้วงก็ประท้วงผมนะครับ
๕ วินาทีท่านประธาน จะได้ให้เห็นว่า ใครเป็นคนพูดจริง พูดเท็จแค่นั้นครับท่านประธาน
เชิญนั่งลงครับ ท่านสุเทพเชิญครับ ขอประเด็นก่อนนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอใช้สิทธิพาดพิงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ ซึ่งได้พาดพิงผม ทั้งหมด ๕ ประเด็นด้วยกัน ประเด็นที่ ๑ ได้พาดพิงว่าเป็นผู้มีอํานาจ เป็นรัฐบาลที่อํามหิต ที่สุด สั่งทหารฆ่าประชาชน ประเด็นที่ ๒ ได้พาดพิงว่าเป็นรัฐบาลแรกของโลกที่เอาสไนเปอร์ (Sniper) มาจัดการกับประชาชน เอาปืนส่องประชาชนตามหัวมุมตึก ประเด็นที่ ๓ บอกว่า ผมหรือรองนายกรัฐมนตรีพูดโดยไม่รับผิดชอบเรื่องไปกล่าวถึงชื่อของคนเผาเซ็นทรัลเวิลด์ ประเด็นที่ ๔ ได้บอกว่าประชาชนมาชุมนุมมือเปล่าปราศจากอาวุธแล้วผมสั่งเจ้าหน้าที่ ไปปราบทําให้ประชาชนถูกฆ่า ประเด็นที่ ๕ ได้กล่าวหาว่าผมไม่ยอมรับผิด ไม่เคยแสดง ความเสียใจ ไม่เคยขอโทษประชาชน มี ๕ ประเด็นครับ
ในประเด็นที่ ๑ กับประเด็นที่ ๒ เรื่องของท่านในฐานะขณะนั้นท่านเป็นผู้มีอํานาจ ในการบริหารกับประเด็นที่ ๒ ผมขอให้ควบกันเลยนะครับ มันเป็นประเด็นเดียวกัน แล้วก็ประเด็นที่ ๓ ประเด็นที่ ๔ ประเด็นที่ ๕ ท่านก็ชี้แจงเป็นประเด็น ๆ ไป เชิญครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ในประเด็นที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้กล่าวหาพาดพิงมาที่กระผมว่าเป็นผู้ที่มีความอํามหิต สั่งทหารฆ่าประชาชน แล้วก็ใช้สไนเปอร์มาฆ่าประชาชนเป็นรัฐบาลแรกของโลก ผมขอ กราบเรียนชี้แจงต่อท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่าผมไม่เคยสั่งให้ทหารไปฆ่าประชาชน และทหารทุกคนที่มาปฏิบัติหน้าที่นั้น สํานึกและตระหนักดีว่าเป็นทหารของชาติ เป็นทหาร ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ออกมาปฏิบัติหน้าที่ เพราะได้รับคําสั่ง ของผม ซึ่งเป็นผู้ที่มีอํานาจตามกฎหมายในขณะนั้น ในฐานะที่เป็นรัฐบาล เมื่อมีคนก่อจลาจล ก่อการร้าย ฆ่าคน เผาบ้านเผาเมือง รัฐบาลก็มีหน้าที่ที่จะต้องระงับเหตุ ผมจึงได้ออกคําสั่งให้ เจ้าหน้าที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่เพื่อระงับเหตุร้าย เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ให้ความปลอดภัยกับประชาชน ไม่เคยสั่งให้ทหารไปฆ่าประชาชน กรณีที่เกิดการฆ่ากันตาย เพราะว่ามีผู้ก่อการร้ายเอาอาวุธสงครามทั้งปืนเอ็ม ๑๖ (M16) ปืนอาก้า (AK) ปืนคาร์บิน (Carbine) เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม ๗๙ (M79) อาร์พีจี (RPG) ซึ่งไม่มีสิทธิไม่มีอํานาจที่จะ ถืออาวุธเหล่านั้นมาเดินอยู่กลางถนนราชดําเนิน นอกจากถืออาวุธมาแล้ว ก็ยังใช้อาวุธนั้น ฆ่าเจ้าหน้าที่ และเป็นการฆ่าที่วางแผนเอาไว้ก่อน ยกตัวอย่างเช่นกรณีการฆ่า พลเอก ร่มเกล้า
ท่านสุเทพครับ ในประเด็นข้อชี้แจงที่ ๑ ที่ ๒ ท่านก็ได้ชี้แจงแล้ว ข้อที่ ๑ ท่านก็บอกว่า ไม่มีคําสั่งนะครับ ข้อที่ ๒ การปฏิบัติหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบอํานาจหน้าที่อยู่แล้ว ส่วนข้อเท็จจริงที่ใครจะทําอะไร ผมว่าท่านชี้แจงได้เพียงพอแล้วในประเด็นที่ ๑ ประเด็นที่ ๒ ที่ผมให้รวมประเด็นนะครับ ขอความกรุณาไปประเด็นที่ ๓ เรื่องที่ท่านณัฐวุฒิ บอกว่าท่านได้พูดถึงคนเรื่องเผา
ยังไม่ได้พูดเรื่องสไนเปอร์เลยครับ
ก็เอาเรื่องสไนเปอร์เลยนะครับ เพราะว่าประเด็นนี้ท่านได้ชี้แจงแล้วว่าท่านได้ดําเนินการ ตามกฎหมาย
ที่จริงท่านประธานก็พยายาม ที่จะให้ผมได้ใช้สิทธิของผม ถ้าประธานจะกรุณาให้ผมพูดให้จบ
คืออย่างนี้ท่านสุเทพครับ ผมก็เคยปรึกษาวิปทั้งสองฝ่ายนะครับ เรื่องการใช้สิทธิพาดพิง วิปทั้งสองฝ่ายก็กําชับผมบอกว่าเอาเท่าที่เสียหาย แล้วก็ไม่ใช่ว่าจะต้องใช้เวลามากมาย หลายท่านก็บอกว่าเอาสักนาทีสองนาที แต่ละเรื่อง ๆ นะครับ ก็เคยเป็นข้อหารือกันมา อย่างนี้ ผมก็ให้สิทธิท่านตั้ง ๕ ข้อ ผมก็ฟังดูแล้ว ผมก็จดเป็นประเด็น ๆ อยู่ ซึ่งข้อที่ ๑ ท่านก็ได้ชี้แจงไปแล้ว ส่วนข้อที่ ๒ เชิญครับ เอาเฉพาะประเด็นที่เสียหาย
ท่านประธานครับ ผมไม่ประสงค์ ที่จะต่อล้อต่อเถียงท่านประธานนะครับ แต่ว่าขออนุญาตพูดให้จบถ้อยกระทงความว่า การที่เจ้าหน้าที่มีความจําเป็นที่จะปกป้องตัวเอง ปกป้องชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยใช้อาวุธยับยั้งผู้ก่อการร้ายที่ใช้อาวุธสงครามมาฆ่าเจ้าหน้าที่นั้น เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ โดยชอบด้วยกฎหมาย ในประการที่คุณณัฐวุฒิได้กล่าวว่าเป็นรัฐบาลแรกของโลก ที่เอาปืนสไนเปอร์มาจัดการกับประชาชน เอาปืนส่องประชาชนตามหัวมุมตึก ก็ไม่เป็นความจริงครับ ไม่ได้เอาปืนสไนเปอร์ไปส่องดักยิงประชาชนด้วยความเมามัน ในอํานาจแต่อย่างใด แต่ว่าที่จําเป็นต้องให้มีพลแม่นปืนขึ้นไปประจําอยู่ในพื้นที่สูงข่ม เป็นการดําเนินการเพื่อคุ้มครองชีวิตเจ้าหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่ ที่ไปตั้งด่าน ไปตั้งจุดสกัด อยู่ตามจุดต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ผู้ก่อการร้ายออกไปก่อกรรมทําเข็ญกับประชาชน ชาวกรุงเทพมหานคร พลแม่นปืนที่ว่านั้นไม่ใช่ปืนสไนเปอร์ ปืนสไนเปอร์นั้นเป็นปืนพิเศษ มีความยาวเป็นพิเศษ มีลักษณะปืนเป็นพิเศษ แต่ปืนที่ใช้นั้นเป็นอาวุธประจํากาย ของทหารตามปกติ แต่ว่าได้มีการดัดแปลงติดกล้อง ไม่ใช่ปืนสไนเปอร์ และไม่ได้ตั้งใจ ที่จะเอาไปเข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ มีคําสั่งของผมชัดเจนว่าให้ใช้พลแม่นปืนนี้ยิงระงับ ผู้ก่อการร้ายที่มุ่งทําร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ คนที่ถูกยิงนั้นคือบรรดา ผู้ก่อการร้ายที่แฝงตัวมาครับ ท่านประธานครับ
ในประเด็นที่ ๓ กรณีที่คุณณัฐวุฒิกล่าวหาว่าผมพูดจาโดยไม่รับผิดชอบ อยากจะพูดอะไรก็พูด เรื่องไปเอ่ยชื่อบุคคลที่เผาเซ็นทรัลเวิลด์
เดี๋ยวนะครับ ท่านกําลังใช้สิทธิพาดพิงอยู่ เชิญท่านประท้วงอะไร เดี๋ยวท่านสุเทพรอสักครู่ครับ
ครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันคิดว่าผู้ที่กําลังกล่าวว่าตัวเองโดนถูกพาดพิงอยู่นั้นกําลังกล่าวความเท็จค่ะ ท่านกล่าวว่า ไม่มีสไนเปอร์ในเหตุการณ์ในพื้นที่ดังกล่าว แล้วนี่คืออะไรคะ บุพการีของดิฉัน โดนยิงในวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ฝีมือใครคะ ฝีมือฆาตกรคนไหนคะ กรุณากล่าวความจริง ในสภาค่ะ ท่านโกหกคนทั้งประเทศ
ครับ เอาละครับ ใจเย็น ๆ ครับ คืออย่างนี้ครับ ท่านที่ใช้สิทธิพาดพิงนี่ท่านก็อธิบาย ของท่านไปนะครับ ส่วนท่านจะมีความรู้สึกเชื่อ ไม่เชื่อ เป็นเรื่องของท่าน ท่านก็บอกว่า อาวุธที่ใช้นี้มาควบคุมอะไร ท่านก็อธิบายไปแล้วละครับ ขอเชิญประเด็นที่ ๓ เลยครับ เรื่องของที่มีการกล่าวถึงบุคคล ที่ท่านเกริ่นมาเมื่อสักครู่นี้ เชิญต่อครับ
ท่านประธานครับ ท่านสุภาพสตรี ที่ลุกขึ้นอภิปรายเมื่อสักครู่
ท่านสุเทพครับ ผมว่าเอาประเด็นที่ ๓ เลย นั่นเป็นความเห็นครับ
บังเอิญท่านพาดพิงว่าผมโกหก ท่านประธานครับ บังเอิญมีผู้พาดพิงใหม่
เอาข้อที่ ๓ ก่อน
แล้วเป็นการพาดพิงซึ่งหน้าเลย ซึ่งถ้าผมไม่พูดนี่ เสียหายมาก
ผมว่าท่านก็อธิบายไปเรียบร้อยแล้วละ
ผมต้องขอชี้แจงตรงนี้ก่อน ก่อนที่จะไปประเด็นของคุณณัฐวุฒิ
เชิญครับ สั้น ๆ ครับ
ท่านประธานครับ กรณีของ คุณพ่อท่านที่เสียชีวิต จนเดี๋ยวนี้เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ทราบว่าฝ่ายไหนทําให้เสียชีวิต ยังไม่เคย มีผลของการสอบสวน เพราะฉะนั้นจะมากล่าวหานี่ไม่ได้
ผมว่าเอาเท่านี้ก็พอครับ เดี๋ยวมันจะเรื่องยาวครับ
จะมากล่าวหาผมนี่ไม่ได้ ผมไม่ทราบจริง ๆ ว่าฝ่ายไหน อาจจะเป็นพวกคุณยิงกันเองก็ได้ เพราะว่า
เดี๋ยวครับ ท่านสุเทพครับผมว่าประเด็นนี้พอแล้วล่ะ เชิญประเด็นที่ ๓ ครับ เชิญครับ
ถ้าไม่พูดพาดพิงผมก็ไม่ชี้แจง แต่ผมต้องชี้แจงให้จบ เพราะว่าก่อนหน้าที่จะเสียชีวิต ท่านได้ออกมา
เดี๋ยวนะครับ เชิญ
ท่านประธานค่ะ ดิฉัน ขัตติยา สวัสดิผล ค่ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย บุตรสาวของ พลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล หรือว่า เสธ. แดง ที่พวกท่านพรรคฝ่ายค้านคงจะรู้จักดี โดยเฉพาะ ท่านค่ะ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะเป็นหนึ่งในคณะ ศอฉ. ดิฉันลุกขึ้นประท้วง เพราะว่าท่านกล่าวเท็จ บอกว่าไม่มีสไนเปอร์ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และดิฉันก็ลุกขึ้นพูดว่า ที่พ่อดิฉันถูกยิงเสียชีวิตก็จากปืนสไนเปอร์ ส่วนใครจะเป็นคนทํา จะเป็นจากเจ้าหน้าที่หรือไม่ อันนั้นอยู่ในกระบวนการยุติธรรมค่ะ แต่ดิฉันเชื่อว่าประชาชนทั้งประเทศมีคําตอบ อยู่ในใจแล้วว่าใครคือฆาตกรค่ะ ขอบคุณค่ะ
ครับท่านได้ชี้แจงครับ เชิญครับ ขอประเด็นที่ ๓ เลยนะครับ
ครับ
เชิญครับ
ผมยืนยันกับท่านประธานว่า เจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้ใช้สไนเปอร์ ส่วนจะเป็นใครนั้นก็เป็นรัฐบาลอยู่แล้วก็ไปสอบสวนกัน เถอะครับ
คือเมื่อสักครู่ท่านได้ชี้แจงแล้ว ทั้งสองฝ่ายเข้าใจแล้วละครับว่า ยังไม่รู้หรอกว่าเป็นฝ่ายใด นะครับ เชิญประเด็นที่ ๓ เชิญครับ
ในประเด็นที่ ๓ คุณณัฐวุฒิ ได้กล่าวหาว่าผมพูดจาโดยไม่ระมัดระวัง กรณีที่มีผู้เผาเซ็นทรัลเวิลด์ ว่าผมไประบุชื่อคนเผา ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมถูกอภิปรายในสภาแห่งนี้ละครับ ผมก็ลุกขึ้นมาชี้แจง ข้อเท็จจริง ที่จําเป็นต้องชี้แจงข้อเท็จจริงเพราะว่าฝ่ายค้านในขณะนั้น ซึ่งมานั่งเป็นรัฐบาลอยู่ ในขณะนี้ได้ลุกขึ้นกล่าวหาว่าคนเผานี่เป็นฝ่ายเจ้าหน้าที่ ผมก็ได้เอารูป เอาภาพ เอาข้อเท็จจริงตามที่พนักงานสอบสวนได้ทําให้ผมมาชี้แจงในสภา แล้วระบุชื่อคนเผาได้เสร็จ นะครับ เพราะชื่อ ภาพเหล่านั้นเป็นผลจากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ เห็นว่ามีหลักฐานเพียงพอจึงได้มีคําสั่ง สั่งฟ้อง เมื่อไปถึงอัยการ อัยการก็เห็นด้วยกับเจ้าหน้าที่ พนักงานสอบสวน แล้วก็สั่งฟ้อง ส่วนการไปสู้คดีในขั้นการพิจารณาของศาลนั้นก็ว่าไปตาม กระบวนการยุติธรรม ศาลชั้นต้นได้พิพากษายกฟ้องจริงครับ แต่คดียังไม่ถึงที่สิ้นสุด เพราะอัยการกําลังทําเรื่องอุทธรณ์ นี่เป็นข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นผมก็ได้ใช้ความระมัดระวัง ตามสมควรแก่กรณี ไม่ได้พูดจาโดยไม่ได้ระมัดระวังอย่างที่คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวหา แต่ประการใด เพราะนี่เป็นข้อเท็จจริงตามสํานวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่
ต่อไปข้อที่ ๔ ครับ
ในประเด็นข้อที่ ๔ คุณณัฐวุฒิ บอกว่าประชาชนมาชุมนุมด้วยมือเปล่า ปราศจากอาวุธ แล้วผมสั่งให้เจ้าหน้าที่ไปปราบปราม จนในที่สุดมีการฆ่าประชาชน ข้อเท็จจริงตรงนี้ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานโดยอ้างเอาสํานวนการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ คดีพิเศษที่ ๑๘/๒๕๕๓ กรมสอบสวนคดีพิเศษได้สอบสวนคดีก่อการร้าย ได้สรุปสํานวนการสอบสวน มีความเห็น สั่งฟ้อง คดีไปถึงอัยการ อัยการเห็นด้วยกับพนักงานสอบสวน แล้วได้ดําเนินการสั่งฟ้อง คดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด ๒๖ คน เสียชีวิตไปแล้ว ๑ คน หนีไปอยู่ต่างประเทศ ๑ คน และกําลังถูกดําเนินคดีอยู่ในศาล ๒๔ คน มีคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นจําเลยที่ ๔ ท่านประธาน ที่เคารพในสํานวนการสอบสวนคดีก่อการร้ายดังกล่าว เจ้าพนักงานสอบสวนได้ระบุไว้ ในสํานวนชัดเจนครับว่าคนที่มาเดินขบวนนั้น ที่มาชุมนุมนั้นกับพรรคการเมืองคือพรรคเพื่อไทย และกองกําลังติดอาวุธเป็นพวกเดียวกัน เป็นขบวนการเดียวกัน แบ่งแยกหน้าที่กันทํา แบ่งงานกันทําเป็นระบบ เป็นขั้นตอน จึงไม่ใช่การมาชุมนุมโดยบริสุทธิ์ โดยสันติ โดยปราศจาก อาวุธ ซึ่งเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่นี่เป็นการมาชุมนุมโดยเอาอาวุธมาด้วย เอากองกําลังมาด้วย ซึ่งในสํานวนการสอบสวนระบุเลยครับว่ามีทั้งนักรบพระเจ้าตาก นักรบโรนิน นักรบพระองค์ดํา และการ์ดที่พร้อมที่จะเปลี่ยนตัวเองเป็นกองกําลังติดอาวุธ ทําร้ายเจ้าหน้าที่ โดยใช้ถุงคลุมศีรษะเป็นโม่งปิดบังใบหน้าเอาไว้ เพราะฉะนั้นที่กล่าวหาว่า มาโดยบริสุทธิ์ มือเปล่า ไม่ใช่ครับ
ท่านชี้แจงมาแล้วครับ
ผมให้เจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติหน้าที่ เพื่อระงับเหตุของผู้ก่อการร้ายเหล่านี้ ถ้าจะมามือเปล่าแบบปราศจากอาวุธ แบบที่ใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญต้องทําอย่างอารยชน อย่างที่พวกผมพามาเมื่อวานนี้ ไม่ได้ผิดกฎหมาย นี่เป็นม็อบผู้ดี เป็นม็อบคนดี ไม่ใช่คนไพร่ นี่ผมต้องโชว์อย่างนี้ครับ
เข้าใจ ท่านชี้แจงแล้ว เชิญข้อที่ ๕ เรื่องขอโทษครับ
ในข้อที่ ๕ คุณณัฐวุฒิกล่าวว่า ผมไม่เคยแสดงความรับผิดชอบ ไม่เคยแสดงความเสียใจ ไม่เคยขอโทษ ผมกราบเรียน กับท่านประธานครับเพื่อบันทึกเป็นหลักฐานไว้ที่นี่ ผมได้อภิปรายในสภาแห่งนี้หลายครั้ง ยืนยันความรับผิดชอบในฐานะที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงอยู่ในขณะนั้น ผมได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยเพื่อที่จะระงับเหตุที่มีผู้ก่อการร้าย มาก่อเหตุกลางกรุงเทพมหานคร และผมได้ประกาศทั้งในสภาแห่งนี้และต่อสาธารณชน รวมทั้งการทําบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อเจ้าพนักงานสอบสวนทุกครั้งทุกคดีที่เรียก ผมไปสอบ ว่าผมรับผิดชอบในคําสั่งทุกคําสั่งที่ได้สั่งการต่อเจ้าหน้าที่ และคําสั่งทุกคําสั่ง ที่ ศอฉ. หรือศูนย์อํานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในขณะนั้นได้ออกคําสั่งไปนั้น เป็นคําสั่งที่ผมลงนามทุกคําสั่ง ผมรับผิดชอบทุกคําสั่ง ผมได้บอกไปว่าไม่ต้องไปกล่าวหา คนอื่น ไม่ต้องไปโยงถึงคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมเป็นคนสั่ง ผมเป็นคนรับผิดชอบ และผมพร้อมที่จะเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ข้อเท็จจริงในศาล ผมได้แสดง ความรับผิดชอบตามที่แกนนําคนเสื้อแดงเรียกร้อง โดยผมได้ไปมอบตัวกับกรมสอบสวน คดีพิเศษตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ตอนที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เสนอ แผนปรองดอง แล้วเขาตั้งเงื่อนไขว่าจะรับแผนปรองดองของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ถ้าผมจะ ไปมอบตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่เมื่อผมไปมอบตัวแล้วปรากฏว่านายใหญ่สั่งมา ไม่ยอม เพราะว่านายใหญ่ยังไม่ได้อย่างที่ต้องการ ในที่สุดก็ไม่ยอมเข้าแผนปรองดองของ ท่านอภิสิทธิ์ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าผมได้แสดงความรับผิดชอบแล้ว เรื่องที่บอกว่าไม่เคยพูดคําว่า เสียใจ ผมได้พูดหลายครั้ง ผมเสียใจจริง ๆ ท่านประธาน เสียใจที่เจ้าหน้าที่ของรัฐถูกฆ่าตาย เสียใจที่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องเป็นเหยื่อของ ความมักใหญ่ใฝ่สูงอยากได้อํานาจรัฐ ของผู้ก่อการร้ายเลวทรามต่ําช้าพวกนั้น ผมเสียใจ จริง ๆ วันนี้ก็ยังเสียใจอยู่ และได้ข่าวหลายครั้ง แต่ว่าเรื่องที่จะขอโทษบรรดาผู้ร้ายเหล่านี้ ชาติหน้าผมก็ไม่ขอโทษครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ขอความกรุณาอยู่ในความสงบครับ เดี๋ยวนะครับ ท่านณัฐวุฒิครับ ขอประเด็นนะครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีความจําเป็นต้องใช้สิทธิพาดพิง เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านผู้เพิ่งชี้แจง จบไปนั้นเจตนาที่จะกล่าวอ้างถึงการมีผู้ก่อการร้ายจากเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อปี ๒๕๕๓ แน่นอนครับ ไม่มีการเอ่ยชื่อ แต่ท่านก็ระบุในการชี้แจงก่อนหน้านั้นว่าผมเป็นจําเลยที่ ๔ ในคดีก่อการร้าย ผมเรียนชี้แจงอย่างนี้ว่าตลอดการอภิปรายของผมแม้จะไม่จบครบถ้วน ตามเนื้อหา แต่ผมระมัดระวังในการที่จะเอ่ยถึงชื่อบุคคล ชื่อองค์กรใด ๆ พอสมควรตามเท่าที่ จะกระทําได้ ที่ผมติดใจก็คือผู้มีอํานาจรัฐที่สั่งการเท่านั้น แต่เมื่อท่านชี้แจงว่าไม่ได้มี การสั่งเอาสไนเปอร์ออกมา ผมก็ยินดีรับฟัง เป็นแต่เพียงปืนติดลํากล้องเท่านั้นที่ออกมา ท่านประธานที่เคารพครับ
เดี๋ยวนะครับท่านณัฐวุฒิ ท่านบุญยอดมีอะไร
ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานต้องไม่เปิดโอกาสให้มี การอภิปรายซ้อนไปซ้อนมานะครับ
คืออย่างนี้
พาดพิงอะไรไปเรื่องสไนเปอร์ อะไรอีกละครับ
เดี๋ยวท่านฟังผมก่อนนะครับ คือท่านณัฐวุฒิขอใช้สิทธิพาดพิง ผมนั่งฟังอยู่ว่าท่านนี่เป็น จําเลยที่ ๔ ในเรื่องของผู้ก่อการร้าย
ก็ถูกนี่ครับ
เดี๋ยวท่านฟังก่อนสิครับ ท่านจะเถียงผมอย่างไร ผมเป็นผู้วินิจฉัยว่าท่านจะใช้สิทธิพาดพิง ผมกําลังนั่งฟังอยู่ว่าท่านกําลังจะเกริ่นไปว่าท่านนี่ขณะนี้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ตามที่มีการพูดกันเป็นจําเลยที่ ๔ ให้ฟังก่อนได้ไหมครับ ขณะที่ผมนั่งฟังผมก็อดทน เหมือนกัน
ประเด็นนั้นจบไปแล้วครับ เขาก็ ยอมรับแล้วว่าเพียงแต่ว่า
ไม่ใช่เขาถูกฟ้องเขาต้องชี้แจงสิ เขาเสียหาย
ไม่มีประเด็นใดพาดพิงเขา ให้เสียหายเลยครับ เพราะฉะนั้นลุกขึ้นมาอีกไม่ได้ครับ
เดี๋ยวนั่งลงครับ ก็เขาใช้สิทธิเหมือนกับเมื่อสักครู่ เชิญต่อครับ
ท่านประธานครับ ผมยืนยันว่ามี เพราะว่าท่านผู้ชี้แจงเพิ่งจบไปนั้น ท่านได้กล่าวหลายรอบว่าประชาชนผู้เสียชีวิต
เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านณัฐวุฒิครับ
เจ้าหน้าที่ ทหารเสียชีวิต เพราะการกระทําของผู้ก่อการร้าย แล้วระบุว่าผมนี่ถูกดําเนินคดีในข้อหา ก่อการร้าย อย่างนี้ชัดว่าผมอยู่ในฐานะเสียหาย
เชิญครับท่านสมบูรณ์
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ การปฏิบัติหน้าที่ของท่านประธานฝ่ายค้านเวลาถูกพาดพิงครับ ท่านจะถามว่ามีประเด็น อะไรบ้างไหนบอกมาสิ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ผมจะให้ท่านชี้แจงอะไรบ้าง เวลาฝ่ายโน้นท่านช่วย แก้ตัวให้ด้วย ท่านประธานครับ ให้ความเป็นกลางท่านนิดครับ
คืออย่างนี้ท่านสมบูรณ์ครับ
ผมมีประเด็นเดียวครับท่านประธาน
เดี๋ยวนะผมก็นั่งจดอยู่ว่าท่านถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อร้ายว่าเป็นจําเลยที่ ๔ นะครับ ก็ท่าน สุเทพท่านอ่านคําฟ้องมา ท่านฟังให้จบกระบวนความ ท่านณัฐวุฒิก็ขอใช้สิทธิว่า เรื่องผู้ก่อการร้ายผมก็นั่งฟังอยู่ เพื่อที่ผมจะได้วินิจฉัยว่าจะให้ท่านใช้สิทธิหรือไม่ใช้สิทธิ อย่างไร แล้วท่านก็ลุกขึ้นมาประท้วงผม นี่คือประเด็นที่ผมกําลังนั่งวิเคราะห์อยู่ แล้วก็ ท่านอธิบายความจบ ผมกําลังจะวินิจฉัยว่าจะให้ท่านใช้สิทธิหรือไม่ก็เท่านั้นเองครับ นั่งลงครับ ผมกําลังจะวินิจฉัยอยู่นะครับ นั่งลงก่อนท่านดอกเตอร์ครับ
(นายศุภชัย ศรีหล้า ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญท่านประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับการประชุม ข้อที่ ๘ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความเคารพ ท่านประธาน ท่านปฏิบัติหน้าที่ของท่านไม่ได้ทําให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ท่านผู้นําฝ่ายค้านลุกขึ้นใช้สิทธิพาดพิง ท่านซักไซ้ไล่เลียงว่ามีกี่ประเด็น ประเด็นไหนบ้าง ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ลุกขึ้น ท่านก็ซักไซ้ไล่เลียงเช่นเดียวกันว่ามีประเด็นไหนบ้าง แต่พอท่านณัฐวุฒิขึ้นมาใช้สิทธิพาดพิง ซึ่งเป็นการใช้สิทธิพาดพิงกลับ ผมถึงอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าถ้าข้อบังคับการประชุม ข้อที่ ๘ ท่านณัฐวุฒิใช้สิทธินี้ ท่านสุเทพ มีสิทธิ ใช้สิทธิพาดพิงกลับไปอีกหรือไม่ ท่านอภิสิทธิ์มีสิทธิที่จะใช้สิทธิพาดพิงกลับไปหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ท่านต้องอธิบายว่าการควบคุมการประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านทําต้องให้ เสมอภาคสง่างามจึงจะเป็นกลางในที่ประชุม แต่ถ้าท่านทําเหมือนที่ท่านทําเมื่อครึ่งชั่วโมง ที่ผ่านมา ท่านประธานไม่สง่างามในที่ประชุมแห่งนี้เลย ผมถึงอยากจะเรียกร้องท่านประธาน ว่าให้ควบคุมการประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ให้เป็นไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์สิครับท่านประธาน ที่ประชุมแห่งนี้จึงจะนําพามาซึ่งความสงบเรียบร้อยได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เรียกร้อง ท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง ทําหน้าที่ให้งดงามครับ
ขอบคุณที่แนะนําวันนี้ก็ทั้งสองฝ่ายพูดกันไป ประธานโดนคนเดียวนะครับวันนี้ไม่เป็นไร
ผมมี ประเด็นเดียว
เอาประเด็นเดียวนะครับ ที่กล่าวหาว่าท่านเป็นผู้ก่อการร้ายนะครับ
ใช่ครับ
เชิญครับผมอนุญาต
แล้วท่าน ผู้ชี้แจงพูดชัดว่าเจ้าหน้าที่รัฐก็ดี ประชาชนที่เสียชีวิตก็ดีนั้นเป็นการกระทําของ กลุ่มผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้ซึ่งมีผมเป็นจําเลยที่ ๔ ท่านประธานครับ ท่านไม่ต้องกังวลนะครับ เพื่อนสมาชิกว่าผมจะไปพาดพิงกลับไปกลับมาผมระมัดระวังโดยตลอด แต่ผมมีข้อเท็จจริง ที่จะชี้แจงให้ชัดอยู่ ๒-๓ ประเด็น ๑. การกล่าวหาพวกผม ขณะนี้มี ๒๕ คน ถูกดําเนินคดีอยู่ ๒๔ คน ที่ท่านพูดจริงครับ แต่เป็นคดีความที่อยู่ในการพิจารณาของชั้นศาล
ท่านฟังครับ ผมวินิจฉัยไปแล้วผมให้อนุญาตให้ท่าน ท่านไม่ฟังหรือครับ ท่านนั่งลงครับ ท่านนั่งลงก่อนผมจะอธิบายความ คือท่านบุญยอดครับ เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราเป็นผู้ออกกฎหมายแห่งรัฐนี้ประเทศนี้นะครับ กฎหมายเขาสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็น ผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะได้ตัดสินนะครับ ท่านไปอ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญดู ขณะนี้เขาก็ ถูกฟ้องตามกฎหมายก็ต้องสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ก่อน ฉะนั้นท่านก็กําลังอธิบาย ท่านจะอธิบายของท่านเองก็อดทนหน่อย นิดเดียวนะครับ แล้วเอาเฉพาะประเด็นที่ท่าน บอกว่าท่านเป็นผู้มาประชุมอย่างไร ท่านก็ว่าไปประเด็นที่เขากล่าวหาก็จบแล้วครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะไม่จบ เชิญครับ นั่งลงครับ
๑. คดีนี้ ยังเป็นคดีความอยู่ในชั้นศาลระหว่างกระบวนการพิจารณา ๒. ประชาชนผู้เสียชีวิตทุกชีวิต เสียชีวิตมือเปล่าไม่ปรากฏอาวุธหรือเครื่องหมายแสดงออกถึงการเป็นผู้ก่อการร้ายใด ๆ ๓. คําวินิจฉัยของศาลที่ไต่สวนกรณี ๖ ศพ วัดปทุมวนารามเมื่อ ๒ วันที่ผ่านมาระบุชัดว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง ๖ ราย ถูกยิงจากกระสุนที่มาจากฝั่งเจ้าหน้าที่ ไม่มีเขม่าดินปืน ไม่มีอาวุธ ไม่มีการตรวจพบอาวุธใด ๆ ส่วนที่เรียกร้องให้แสดงความเสียใจเพราะท่านกล่าวหา
เอาละครับ ท่านจะเสียใจไม่เสียใจเป็นสิทธิของท่าน พอแล้วครับ เชิญนั่งลงครับ ต่อไปผมจะ ขอมติว่าจะปิดการอภิปรายหรือไม่นะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องเชิญเข้าห้องประชุมเพื่อที่จะลงมติว่าจะปิดการอภิปรายหรือไม่ นะครับ ก่อนที่จะลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมตามระเบียบ เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้ว ช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ท่านที่อยู่ตึก ๓ ที่ประชุมอยู่ ลงมาลงมติก่อนนะครับ เรียบร้อยนะครับ ขอให้ท่านกดปุ่มแสดงตนก่อนนะครับ ไม่อนุญาต นะครับ กดปุ่มแสดงตนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๓๒๓ นะครับ
ผมจะถามมติที่ประชุมว่าท่านใดเห็นควรปิดการอภิปรายให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรให้เปิดการอภิปรายต่อให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย หมายเลข ๓ นะครับ ท่านใด งดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ
ท่านประธานครับ ผม วิชัย ล้ําสุทธิ ๓๑๕ บัตรเสียครับ ไม่เห็นด้วยครับ
เดี๋ยวผมจะบันทึกไว้ครับ เห็นควรปิดอภิปราย ๒๙๘ นะครับ เห็นควรเปิดอภิปราย ๑๒๕ นะครับ แล้วก็บันทึกไว้ของท่านสมาชิกที่บัตรเสียนะครับ เห็นควรเปิดอภิปรายอีก ๑ เป็น ๑๒๖ ท่าน
ท่านประธานคะ บัตรกดไม่ได้ค่ะ เห็นด้วยค่ะท่าน
เป็น ๒๙๙ ท่านนะครับ
ท่านประธานครับ วิทยา ทรงคํา ครับ ใช้บัตรไม่ได้เลยครับ เห็นด้วยครับ
เป็น ๓๐๐ ท่านนะครับ บันทึกไว้นะครับ ที่ประชุมเห็นควรปิดอภิปรายนะครับ
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้หรือไม่ จะขอมติว่าท่านผู้ใดเห็นควรรับหลักการให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่รับ หลักการให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียง ลงคะแนนได้ครับ ท่านสมาชิกครับขอเชิญออกเสียงลงคะแนนครับ กรุณาอยู่ด้วยความสงบ นะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ลงคะแนนเรียบร้อยนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ รับหลักการนะครับ ๒๙๙ ท่าน ไม่รับหลักการ ๑๒๑ ท่าน แล้วก็งดออกเสียง ๑๔ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๓ ท่าน ถือว่าที่ประชุม มีมติรับหลักการนะครับต่อไปจะตั้งกรรมาธิการนะครับ เชิญตั้งกรรมาธิการกี่ท่านครับ
(นายเชน เทือกสุบรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านเชนมีอะไรครับ
ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๗ นี่นะครับ ท่านมีสิทธิอภิปราย ปิดการอภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๗ ท่านประธานต้องอนุญาตให้
เจ้าของญัตติคือท่านวรชัยแจ้งมาว่าบอกว่าไม่ติดใจสรุปครับ
ฝ่ายละ ๑ คนนะครับ
เจ้าของร่างเขาไม่ติดใจแล้วจะให้ผมทําอย่างไรครับ ท่านยืนยันอีกทีสิครับ ท่านบันทึกมาถึง ประธาน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ผมไม่ติดใจที่จะอภิปรายสรุปครับท่านประธาน
ต่อไปผมขอคณะกรรมาธิการ กี่ท่านครับ เชิญครับ ก็ลงมติไปแล้วครับ ไม่เป็นไร เชิญตั้งกรรมาธิการ กี่ท่านครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่น ขอเสนอจํานวน ๓๕ คนครับ
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ท่านประธานใจเย็นสิครับ ฟังผมนิดเดียว
เดี๋ยวนะครับ ๆ คุณหมอมีอะไรครับ
ผมต้องการจะแก้คะแนนเฉย ๆ บัตรของผมมีปัญหา ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก หมายเลข ๒๙๙
เดี๋ยวเอาใหม่สิครับ ท่านพูดช้า ๆ หน่อยไม่ได้ยิน ฟังคุณหมอก่อนนะครับ
ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมต้องย้ําว่าผมยกมือขอแก้คะแนนในระหว่างที่ท่านประธานยังไม่สรุปเลย ผมจึงต้องมีสิทธิ เพราะว่าในระหว่างนั้นเนื่องจากว่าบัตรผมมันกดไม่ค่อยติด เลยกดไปกดมา ไปติดหมายเลข ๔ ก็คืองดออกเสียง ผมต้องการจะขอเปลี่ยนเป็น ไม่เห็นด้วยครับ หมายเลข ๒๙๙ ขอบคุณครับ ไม่รับหลักการครับ โทษทีครับ ร่างของคุณกรณ์ครับท่านประธาน
เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ผมขอปรึกษานะครับ อย่างไรก็อยู่กันครบแล้ว ผมกําลังจะขอปรึกษา ที่ประชุมว่าเมื่อกี้ได้ลงมติไปแล้วถ้าหากจะขอให้ลงใหม่นี่ ให้ท่านกดไปทุกคนจะดีไหมครับ เอาให้มันแฟร์ ๆ เลยได้ไหมครับ ทุกฝ่ายนะครับ อย่างไรก็อยู่แล้ว เชิญนั่งลง ใจเย็น ๆ ครับ ท่านอรรถพรนั่งลงก่อนครับ วันนี้ท่านอลงกรณ์มาบอกผมว่าให้ใจเย็น ๆ ท่านนั่งลงก่อนครับ
ผมจะขอมติที่ประชุมว่าที่ลงไปแล้วนี่ขอยกเลิกนะครับ จะขอลงใหม่ ผมจะถามมติอย่างนี้ท่านใดเห็นควรรับหลักการให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่รับหลักการ ให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ ขอเชิญออกเสียง ลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยทุกท่านนะครับ เชิญครับ ท่านใดยังไม่เรียบร้อยครับ เชิญครับท่าน
ท่านประธานครับ ผม วิชัย ล้ําสุทธิ ๓๑๕ ครับ บัตรเสียครับ ไม่เห็นด้วยครับ
ไม่เห็นด้วยนะครับ ไม่รับหลักการนะครับ
ไม่รับหลักการครับ
เจ้าหน้าที่บันทึกไว้ ท่านอรรถพรครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากกฎหมายนิรโทษกรรมเป็นกฎหมายที่มีความสําคัญและเป็นกุญแจสู่ความปรองดอง บัตรผมมีปัญหาในการลงคะแนนครับ และผมต้องการตั้งคําถามว่า นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่ไหน ทําไมไม่มาลงคะแนน
เชิญอีกท่านหนึ่งครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ๐๗๓ ครับ บัตรเสียครับ ไม่เห็นด้วยครับ
เจ้าหน้าที่บันทึกนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เดี๋ยวผม ขอขานคะแนนก่อนนะครับ ไม่เป็นไรครับ ท่านนั่งก่อนครับ ของท่านเฉลิม อยู่บํารุง อีก ๑ นะครับ เป็นรับหลักการ ๒๙๙ บวกท่านเฉลิมอีก ๑ เป็น ๓๐๐ นะครับ ไม่รับหลักการ ๑๒๔ งดออกเสียง ๑๔ ไม่ลงคะแนน ๒ ที่ประชุมมีมติรับหลักการนะครับ
ต่อไปตั้งกรรมาธิการครับ เชิญกี่ท่านครับ ตั้งกรรมาธิการกี่ท่านครับ
ขอเสนอตั้งกรรมาธิการ ๓๕ ท่าน ขอผู้รับรองครับ
เดี๋ยวนะครับ ขอสัดส่วนหน่อย เดี๋ยวนะครับคุณหมอ เดี๋ยวให้เสร็จก่อนครับ สัดส่วนอย่างนี้ นะครับ ๓๕ ท่าน คณะรัฐมนตรี ๓ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๗ พรรคประชาธิปัตย์ ๑๐ พรรคภูมิใจไทย ๒ นะครับ ท่านต้องฟังประธานนะครับ มันก็ยุติไปแล้ว
(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณหมอเสนออะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ พิษณุโลก ผมประท้วงประธานครับ ท่านประธาน
เชิญ ประท้วงอะไรครับ
เรื่องการนับคะแนนรวมครับ เพราะ ผมสังเกตดูตอนที่ท่านประกาศว่าท่านปิดการลงคะแนนแล้ว ท่านเฉลิมเพิ่งเดินเข้ามา ฉะนั้นประโยคที่ท่านพูดว่าท่านปิดการลงคะแนนแล้วนั้นท่านจึงต้องไม่มีสิทธิในการ รวมคะแนนของท่านเฉลิม แต่อยู่ ๆ เวลาท่านขานคะแนนเสร็จแล้วท่านบอกว่าขอรวม ท่านเฉลิมอีก ๑ คะแนน ซึ่งมันไม่ถูกต้องครับท่านประธาน
ไม่เป็นไรครับ ผมรับผิดชอบเองครับ
ท่านประธานครับ มันต้องเป็น ข้อบังคับสิครับท่านประธาน
สัดส่วนคณะกรรมาธิการ ประกอบไปด้วยคณะรัฐมนตรี ๓ พรรคเพื่อไทย ๑๗ พรรคประชาธิปัตย์ ๑๐ พรรคภูมิใจไทย ๒ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ พรรคพลังชน ๑ เชิญคณะรัฐมนตรีเสนอกรรมาธิการ ๓ ท่านครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๓ คน คือ ๑. นายนิพนธ์ ฮะกีมี ๒. นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ และ ๓. พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ครับ
พรรคเพื่อไทย ๑๗ ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมนะครับ ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จํานวน ๑๗ ท่าน ดังต่อไปนี้ครับ ๑. ท่านสามารถ แก้วมีชัย ๒. ท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๓. ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ๔. ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๕. ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๖. ท่านสงวน พงษ์มณี ๗. ท่านวรชัย เหมะ ๘. ท่านสุนัย จุลพงศธร ๙. ท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน ๑๐. ท่านเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๑๑. ท่านขจิตร ชัยนิคม ๑๒. ท่านสุทิน คลังแสง ๑๓. ท่านประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ๑๔. ท่านพิชิต ชื่นบาน ๑๕. ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๑๖. ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ และ ๑๗. พันตํารวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้อง เชิญพรรคประชาธิปัตย์ ๑๐ ท่าน เชิญท่านเลขานุการวิปครับ
ท่านประธานที่เคารพ
ท่านสุทัศน์ เดี๋ยวให้อ่านชื่อให้จบก่อนนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ดังต่อไปนี้ ๑. ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ๒. นายแก้วสรร อติโพธิ ๓. นายวัชระ เพชรทอง ๔. นายถาวร เสนเนียม ๕. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๖. นายนายวิรัช ร่มเย็น ๗. นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ๘. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๙. นายธนา ชีรวินิจ และ ๑๐ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ขอให้อยู่ในความสงบครับ พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่ง กระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจ ๒ ท่าน ท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ และท่านศุภชัย ใจสมุทร ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ พันโท สินธพ แก้วพิจิตร พรรคชาติไทยพัฒนา จังหวัดนครปฐม ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการในสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาจํานวน ๑ ท่านคือ ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้อง เชิญพรรคชาติพัฒนา ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคชาติพัฒนา จํานวน ๑ ท่าน คือ นายประสาท ตันประเสริฐ ขอผู้รับรองด้วยครับ
พรรคพลังชน ๑ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ขอเสนอ คณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคพลังชน คือ นายรณเทพ อนุวัฒน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการครับ
คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทาง การเมืองของประชาชน พ.ศ. .... จํานวน ๓๕ ท่าน ๑. นายนิพนธ์ ฮะกีมี ๒. นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ๓. พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ๔. นายสามารถ แก้วมีชัย ๕. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๖. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๗. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๘. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๙. นายสงวน พงษ์มณี ๑๐. พันตํารวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ ๑๑. นายวรชัย เหมะ ๑๒. นายสุนัย จุลพงศธร ๑๓. นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ๑๔. นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๑๕. นายขจิตร ชัยนิคม ๑๖. นายสุทิน คลังแสง ๑๗. นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ๑๘. นายพิชิต ชื่นบาน ๑๙. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๒๐. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๒๑. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ๒๒. นายแก้วสรร อติโพธิ ๒๓. นายวัชระ เพชรทอง ๒๔. นายถาวร เสนเนียม ๒๕. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๒๖. นายนายวิรัช ร่มเย็น ๒๗. นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ๒๘. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๒๙. นายธนา ชีรวินิจ ๓๐. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ๓๑. นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ๓๒.นายศุภชัย ใจสมุทร ๓๓. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ๓๔. นายประสาท ตันประเสริฐ และ ๓๕. นายรณเทพ อนุวัฒน์
แปรญัตติกี่วันครับ
ท่านประธานครับ ผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ขอเสนอ ๗ วัน ตามข้อบังคับ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ท่านอรรถพรครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจาก กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่มีความสําคัญจึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ลุกลี้ลุกลน ขอเสนอแปรญัตติ ๓๐ วันครับ ขอผู้รับรองครับ
๓๐ วันได้ไหมวิปรัฐบาล
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ฉบับนี้จริง ๆ ก็มี ๗ มาตราครับ ก็ขออนุญาตยืนครับ ๗ วันครับ ขอบคุณครับ
ถ้าอย่างนั้นผมขอมติจากที่ประชุมนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมนะครับ ผมจะถามมติจากที่ประชุมว่า จะกําหนดการแปรญัตติ ๗ วันตามที่ท่านสมาชิกเสนอหรือ ๓๐ วัน เดี๋ยวจะขอมติจาก ที่ประชุมครับ ท่านใดเห็นควรจะแปรญัตติ ๗ วันให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดจะแปรญัตติ ๓๐ วันให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ ขอเชิญ ออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เรียบร้อย เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เห็นควร แปรญัตติ ๗ วัน ๒๘๖ เสียง แล้วก็เห็นควรแปรญัตติ ๓๐ วัน ๙๒ เสียงนะครับ ถือว่า ที่ประชุมมีมติให้แปรญัตติภายใน ๗ วันนะครับ
จบการพิจารณาครับ ผมต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายนะครับ วันนี้ขอปิดประชุมครับ