ชานิ ศักดิเศรษฐ์ แสดงความเห็นคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม โดยชี้ว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่เพื่อสร้างความสามัคคี แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งใหม่ และวิพากษ์วิจารณ์การเสนอโดยบุคคลที่ไม่ใช่รัฐบาล ชานิ ศักดิเศรษฐ์ วิจารณ์หลักการนิรโทษกรรมที่ปิดบังความผิดร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยเห็นว่ามาตรการดังกล่าวทำลายหลักนิติรัฐและคุกคามระบอบประชาธิปไตย พร้อมหารือประเด็นกฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญและยกตัวอย่างเหตุการณ์ในอดีตเพื่อโต้แย้งการอนุมัติ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชํานิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอแสดงความคิดเห็นในการที่จะไม่รับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ด้วยการให้ความเห็นที่ต่อเนื่องจากที่ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รวมทั้งท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ในนามของฝ่ายค้านที่ได้แสดงความคิดเห็นไปแล้ว สิ่งที่ผมจะกราบเรียนกับท่านต่อไปนี้เป็นเรื่องราว เป็นข้อเท็จจริง และเป็นสิ่งที่ห่วงใย ต่อปัญหาของชาติบ้านเมือง ท่านประธานครับ การออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมนั้น มีวัตถุประสงค์เดียวครับ มีเพื่อสร้างความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติ แต่การเดินทางมาของกฎหมายนิรโทษกรรมในวันนี้ ซึ่งเดินมาเป็นเวลายาวนาน ถึงเกือบ ๒ ปี แล้วเพิ่งจะมาถึงสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง แน่ใจได้เลยท่านประธานครับ ว่ากฎหมายที่เรากําลังจะถกเถียงกันต่อไปนี้ ไม่ใช่เป็นการสร้างความสามัคคี และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งครั้งใหม่ของสังคมไทย การคัดค้านของผมในวันนี้ และของเพื่อนสมาชิกไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอน เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรครับ เพราะว่ากฎหมายนิรโทษกรรมที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้ ไม่ใช่เป็นเหมือนกับกฎหมายทุกฉบับ ที่เพื่อนสมาชิกได้อ้างอิงครั้งแล้วครั้งเล่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐสภาแห่งนี้ได้พิจารณา กฎหมายนิรโทษกรรม และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีเหตุการณ์เดียวในประเทศไทย ที่จะต้อง ออกกฎหมายนิรโทษกรรม ประเทศไทยเคยออกกฎหมายนิรโทษกรรมมาแล้วจาก ๒๒ เหตุการณ์ ๒๔ ครั้ง ท่านประธานครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ของต้อง นิรโทษกรรม และผมก็เป็นอีกคนหนึ่งในชีวิตทางการเมืองที่ต้องยืนขึ้น เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย กับการออกกฎหมายนิรโทษกรรมในบางครั้ง บางฉบับ และในบางเวลา ผมกราบเรียนกับ ท่านประธานนี้ได้อย่างไรครับ กฎหมายฉบับนี้ที่ออกมาในวันนี้ ที่ผมบอกว่าจะต้องนําไปสู่ ความขัดแย้ง เพราะมีการเคลื่อนไหวอย่างปิดบังซ่อนเร้นของเจ้าของเรื่อง เพื่อที่จะลด โทนความรู้สึกของการต่อต้านจากประชาชนโดยทั่วไปสภาผู้แทนราษฎรของเราได้รับ กฎหมายนิรโทษกรรมไว้แล้วทั้งสิ้นหลายฉบับ แบ่งเป็น ๓ กลุ่ม ท่านประธานครับ กลุ่มแรก คือกฎหมายปรองดองที่เสนอโดยผู้รับงาน ผมกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ ก็เพราะว่าสภาผู้แทนราษฎรของเรานั้นได้เคยอนุมัติ พ.ร.ก. นิรโทษกรรม ได้เคยอนุมัติ พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมมาตลอดในระยะประวัติศาสตร์ของประเทศไทยถึง ๒๔ ครั้ง อย่างที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานครับทุกครั้งที่อนุมัติให้ผ่านไปนั้นไม่เคยนิรโทษให้กับ ความผิดที่เกี่ยวกับการเผาทรัพย์สิน เผาทําลายทรัพย์สิน ไม่เคยอนุมัติให้กับการฆ่าคนตาย หรือทําร้ายผู้อื่น ไม่เคยอนุมัติให้กับในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และไม่เคยอนุมัติให้กับ ความผิดเกี่ยวกับการทุจริต ผมกล่าวเรื่องนี้ได้อย่างไรครับ ท่านประธานครับ ผมย้อนกลับไป ที่ผมใช้คําว่า เราพิจารณาเรื่องนี้เพราะเจ้าของปัญหาเคลื่อนไหวอย่างมีการปิดบังซ่อนเร้น ตลอดระยะประวัติศาสตร์ที่มีการเสนอกฎหมายอย่างนี้ ไม่เคยมีครั้งใดที่ผู้เสนอกฎหมาย ไม่ใช่รัฐบาล ถามว่าทําไมต้องเสนอโดยรัฐบาล ท่านประธานครับ ความผิดที่ขอนิรโทษกรรม มีทั้งหมด ๕ เรื่อง รวมทั้งความผิดอันเนื่องมาจากการชุมนุมทางการเมืองด้วย ความผิด เหล่านี้ไม่ใช่ความผิดของผู้เสนอ ไม่ใช่หน้าที่ของผู้ออกกฎหมาย ไม่ใช่หน้าที่ของผู้เสนอร่าง เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีสิทธิเสนอแต่ไม่มีหน้าที่เสนอ ย้ํานะครับ มีสิทธิเสนอแต่ไม่มี หน้าที่เสนอ ใครเป็นคนมีหน้าที่เสนอ รัฐบาลครับ ๒๔ ฉบับที่เสนอมาแล้วทั้งที่เป็น พ.ร.ก. ทั้งที่เป็น พ.ร.บ. เสนอโดยรัฐบาลทั้งสิ้น วันนี้ที่มาคาสภาอยู่แล้วเดินไม่ได้ ถูกประท้วง อย่างรุนแรง ถูกคัดค้านโดยประชาชนอย่างกว้างขวาง นั่นก็เพราะว่า ๓ ฉบับแรกที่ถูกเรียกว่า กฎหมายปรองดอง ถูกเสนอโดยคุณสนธิ บุญยรัตกลิน ถูกเสนอโดยคุณเฉลิม อยู่บํารุง ถูกเสนอโดยคุณสามารถ แก้วมีชัย ๓ ท่านนี้เป็นใครครับ ๓ ท่านนี้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นพรรคร่วมรัฐบาล เป็นพวกฝ่ายค้าน แต่ว่าเป็นคนที่รับงานแทนรัฐบาลมาเสนอ จึงถูกต่อต้าน และเดินหน้าไม่ได้จนมาถึงทุกวันนี้ กฎหมายอีก ๒ ฉบับที่เสนอเข้ามา ที่เสนอโดยบุคคลวันนี้ โดยผู้เสนอเรียกว่าเป็นคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เข้ามาทําหน้าที่ผู้เสนอแทนทั้ง ๆ ที่ หน้าที่นี้เป็นผู้เสนอคือรัฐบาล แต่รัฐบาลหลบเลี่ยงที่จะเสนอ รวมทั้งสิ่งที่เรียกว่ากฎหมาย ปรองดองกับกฎหมายนิรโทษกรรมของคุณนิยม วรปัญญา อ้ายนี่ท่านอาจจะไม่ได้ มีผลกระทบ อาจจะไม่ได้ทําหน้าที่ อาจจะไม่ได้รับงาน แต่ว่าเสนอเข้ามาแบบขอออกทีวีด้วยคน แต่ว่าเป็นการเสนอค้านเข้ามาอย่างนี้ ผมพูดอย่างนี้เพียงแต่บอกกับท่านประธานว่าการที่ผม ต้องคัดค้านกฎหมายฉบับนี้ ผมต้องคัดค้านแม้กระทั่งผู้ที่ทําหน้าที่เสนอกฎหมายในวันนี้ ว่าไม่มีหน้าที่ต้องไปทํา แล้วทําได้อย่างไรครับ เป็นการเคลื่อนไหวร่วมกันกับท่านนายกรัฐมนตรี เป็นการเคลื่อนไหวร่วมกันกับผู้ที่ได้รับผลกระทบและเป็นการเคลื่อนไหวร่วมกันของคนที่ ได้รับโทษแต่กําลังหนีคดีอยู่ ความเคลื่อนไหวเหล่านี้จึงนํามาซึ่งความขัดแย้งในสังคมไทย ท่านประธานครับ การที่ท่านประธานเคยได้ยินเรื่องเขามีคลิปออกมา การสนทนาระหว่าง พันตํารวจโท ไวอากร้า กับ พลเอก ถั่งเฉ้า ครับ นั่นไม่ใช่เรื่องสมมุติ นั่นไม่ใช่เรื่องตลก นั่นเป็นข้อเท็จจริงของการเคลื่อนไหวในการที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรม สิ่งนี้จึงนํามาที่ ผมกล่าวว่าเป็นความขัดแย้งในทางการเมืองอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็จะต้องเดินไปสู่ความขัดแย้ง ต่อไปเรื่อย ๆ ผมเรียนท่านประธานต่อไปอีกครับว่าพระราชบัญญัติที่รัฐบาลจะต้องเป็น ผู้นําเสนอ และข้อเสนอที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดถึงเรื่องการสร้างสภาปรองดองขึ้น นั่นเป็นสิ่งที่ฟังดูน่าจะหาทางออกร่วมกันได้ แต่ท่านประธานครับ รูปการเคลื่อนไหวที่ ท่านนายกรัฐมนตรีเคลื่อนไหวนั้น แท้จริงแล้วมันเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น เพราะสภาปรองดองไปทําเพื่ออะไรครับ เพื่อในที่สุดกลับมาทําเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรม วันนี้กฎหมายของเพื่อนสมาชิกที่เสนอเข้ามา ของคุณวรชัยที่เสนอเข้ามาในวันนี้ได้แก้ ได้เสนอให้มีการนิรโทษกรรมในความผิดถึง ๔ อย่าง แต่ว่าสิ่งที่ค้างอยู่ก็คือเรื่องเกี่ยวกับ การทุจริต รอคอยว่าถ้าฉบับนี้ผ่านรัฐบาลก็เดินหน้าต่อไปทําไปอีก ท่านประธานครับ รู้กันตั้งแต่ต้นอย่างนี้ ผมต้องยืนยันกับท่านอีกครั้งหนึ่งว่าข้อเรียกร้องของหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ที่ให้รัฐบาลร่วมกันตัดสินใจถอนกฎหมายฉบับนี้ออกไปก่อน แล้วไปคุย เจรจากันในสภาปรองดอง ซึ่งประชาธิปัตย์ยินดีเข้าร่วม และผมเรียนกับท่านประธานครับว่า นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะเดินหน้าเรื่องนี้ได้ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีนิ่งเฉย จะมาสภาหรือไม่มา ทําเป็นรู้หรือไม่รู้เราเดินหน้าเรื่องนี้ไม่ได้แน่นอน ท่านประธานครับ ที่ผมต้องกราบเรียนกับ ท่านประธานว่าผมเป็นคนส่วนหนึ่งที่มีโอกาสอยู่ในเงื่อนไขของการนิรโทษกรรมและบางเวลา ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่อยู่ในเงื่อนไขของการอนุมัติให้มีกฎหมายนิรโทษกรรม นั่นก็เพราะว่ามี ท่านสมาชิกได้พยายามอธิบายข้อความแห่งหลักการ แห่งเนื้อหาและเหตุผลที่ได้เสนอต่อ สภานี้ด้วยความรู้สึกและคิดเอาเองว่านี่เป็นหลักการทั่วไป นี่เป็นสิ่งที่ประเทศไทยเคยทํา นี่คือสิ่งที่ประเทศไทยเคยให้ แล้วทําไมถึงไม่มีเหตุผลจะให้คนในปัจจุบัน ท่านประธานครับ ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงโดยสิ้นเชิง
ประการแรกที่ผมต้องกราบเรียนซ้ํา ที่พูดกันไปมานั้นก็คือว่า วันนี้นายกรัฐมนตรี เลิกปิดบังซ่อนเร้นในความเป็นเจ้าของปัญหาเสียที เพราะความผิดทั้ง ๕ ประเภท ที่ผมได้ กราบเรียนไปนั้นเป็นความผิดต่อรัฐและเป็นหน้าที่ของรัฐจะต้องเป็นผู้เสนอกฎหมายนิรโทษ กรรมให้หรือไม่ให้ ความผิดใดประเทศไทยมีแบบแผน ประเทศไทยเป็นนิติรัฐ ประเทศไทย อยู่ในเงื่อนไขของความเมตตาให้กับผู้ที่ได้กระทําความผิดเสมอ ความผิดบางครั้ง นิรโทษกรรมได้ ความผิดบางเรื่องอภัยโทษได้ นี่เป็นสิ่งที่สังคมไทยให้แล้วก็ต้องให้ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจึงจําเป็นหยุดกฎหมายเหล่านี้ไว้เพื่อให้นายกรัฐมนตรีได้กลับไป ทําหน้าที่ของรัฐบาลในการเสนอ ผมจึงไม่เห็นด้วยกับการเสนอโดยสมาชิก เพราะความผิด เหล่านี้เป็นความผิดต่อรัฐและเป็นหน้าที่ของรัฐ
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ หลักการของกฎหมายฉบับนี้บอกว่า กฎหมายว่าด้วยนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออก ทางการเมืองของประชาชน หลักการนี้เป็นหลักการที่ปิดบังซ่อนเร้น พฤติกรรมของการกระทําความผิดที่ขออภัยโทษเช่นเดียวกัน ความผิดที่เขียนมาแล้วทั้งหมด ไม่เป็นเพียงความผิดทางการเมือง ของการชุมนุมทางการเมือง ของการขัดคําสั่งเจ้าพนักงาน อันเป็นความผิดโดยทั่วไปที่ให้มาแล้วทั้งสิ้น แต่ว่ามันยังต้องประกอบไปด้วยความผิดต่อ การางเพลิงเผาทรัพย์ในสถานที่ราชการและเอกชน มันยังคลุมไปถึงความผิดต่อร่างกายและชีวิต รวมทั้งความปลอดภัยของสาธารณะด้วย เป็นความผิดต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และเป็นความผิดต่อทุจริตซึ่งจะเดินหน้าแก้ปัญหานี้ต่อไป นี่คือสิ่งที่เรียกว่าหลักการก็ขัด และผมก็ไม่อาจเห็นด้วยกับหลักการและผมจะให้รายละเอียดต่อไป เหตุผลประกอบที่เสนอเข้ามาวันนี้พูดถึงเรื่องการสืบเนื่องของสถานการณ์ที่ไม่เคารพ ความเป็นประชาธิปไตยพูดถึงการดําเนินการของผู้เข้าร่วมชุมนุม พูดถึงเรื่องความคิด ความเห็นของประชาชนที่ไม่ตรงกับรัฐบาล พูดถึงเป็นรากฐานของความขัดแย้งของ ความปรองดองในประเทศ ซึ่งไม่ได้เป็นเหตุผลที่อยู่ในข้อเท็จจริงที่จะนิรโทษกรรมหรือไม่ให้ มีนิรโทษกรรม ข้อเท็จจริงอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าตัวร่างพระราชบัญญัติที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อที่จะ นิรโทษกรรมหรือไม่นิรโทษกรรม เพื่อให้ผลตามกฎหมายมันเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่ง สุดท้ายของคดีต้องหมดสิ้นไป ความทั้งหมดเหล่านี้ท่านประธานครับ จึงเป็นเรื่องที่ไม่ได้ เป็นข้อเท็จจริงที่มีอยู่จริงแล้วก็เป็นสิ่งที่จะต้องนําเสนอ การเสนอกฎหมายฉบับนี้สิ่งที่ ผมจะต้องพูดเป็นประการที่ ๒ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดก็คือว่าทําไมเราจําเป็นต้องคัดค้าน รูปการเคลื่อนไหวเพื่อขอนิรโทษกรรมก็ดี ความผิดที่ขอนิรโทษกรรมก็ดี ผมบอกกับ ท่านประธานแล้วว่าเราไม่เคยให้มาก่อน นั่นก็เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ละครับจึงเป็นการยืนยันว่า เป็นการทําลายหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรมของประเทศ และแน่นอนครับความผิดอย่างนี้ เกิดขึ้นถ้าหลักนี้ของประเทศไทยสูญเสียไป ความเป็นระบบของสังคมไทยที่มีความเชื่อมั่น ในคุณธรรมและเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น ต้องผ่านพ้นไปด้วย
ประการที่ ๓ กฎหมายฉบับนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญแน่นอน เพราะเป็นการ ให้เกียรติกับความผิดบางคน บางพวก และบางเหล่าให้กับความผิดแบบเดียวกัน แต่อยู่ใน เหตุการณ์ชุมนุมกับความผิดแบบเดียวกันที่ไม่อยู่ในการชุมนุมเขาก็ไม่ได้นิรโทษกรรม อันนี้ครับ เพราะฉะนั้นมาตรการที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐ บุคคลย่อมเสมอภาคกัน ด้วยกฎหมายและได้รับการคุ้มครองกฎหมายด้วยความเท่าเทียมกันนั้น จึงเป็นหลักการ ที่จะต้องใช้ในการพิจารณาว่าจะให้หรือไม่ให้มีการนิรโทษกรรมในกรณีนี้ด้วย และยืนยัน กับท่านประธานว่าการอนุมัติวันนี้จะเริ่มต้นของความขัดแย้งในสังคมไทยอย่างรุนแรง เพราะความผิดเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของระหว่าง ก กับ ข ระหว่างคุณกับผม แต่ว่าเป็นเรื่อง ของโครงสร้างของระบบสังคมไทยทั้งระบบ และแน่นอนท่านประธานครับ ถ้าท่านประธาน จะบอกว่าวันนี้ประชาชนเลือกพรรคไหนมา ประชาชนยังยืนข้างอยู่พรรคนั้น ท่านครับ โหวตเตอร์ (Voter) มีต่างกันไม่ต้องมากจํานวนผู้แทนก็ต่างกันครับ แต่ความเข้าใจของ ประชาชนที่จะต้องมีจุดร่วมกันว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย มันไม่ใช่เรื่องของเสียงข้างมาก หรือไม่ใช่เรื่องของเสียงข้างน้อย ความสมัครสมานสามัคคีเป็นเรื่องของความเห็นพ้อง ความเมตตาธรรม ความบริสุทธิ์ยุติธรรม และความเป็นเรื่องเดียวกันของคนไทยนั้นเป็น จุดใหญ่และเป็นเรื่องที่เราจะต้องดูแลกันอย่างใกล้ชิด นี่เป็นหลักการที่ผมต้องกราบเรียนครับ ท่านประธาน ท่านประธานครับ มีเพื่อนสมาชิกพยายามอธิบายกันมาหลายรอบแล้วละครับ ว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ในอดีตที่เราเคยนิรโทษกรรมแล้ว บางครั้งก็นิรโทษกรรมให้เหมือนกับ อันนี้ เมื่อวานนี้สมาชิกท่านหนึ่งพยายามที่จะพูดว่านิรโทษกรรมให้กับวันที่ ๑๔ ตุลาคม เหตุการณ์วันนั้นก็มีการเผาทําลายทรัพย์สินเหมือนกัน มีการชุมนุมทางการเมืองเหมือนกัน แต่ทําไมถึงมีการนิรโทษกรรมได้ ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงก็ดีเงื่อนไขในขณะนั้นก็ดี ล้วนไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่กําลังขอนิรโทษกรรมอยู่ในปัจจุบันเลยครับ เหตุการณ์วันที่ ๑๔ ตุลาคม เป็นการชุมนุมทางการเมือง มีคนเขาบอกวันนั้นมีการวางเพลิงเผาทรัพย์เหมือนกัน มีไฟไหม้เหมือนกัน แล้วทําไมถึงนิรโทษ ท่านครับ การชุมนุมที่มีผลต่อเนื่องจนเหตุการณ์ลุกลามและไม่มีผู้ที่ถูก ยืนยันว่าได้รับการจับกุมไปดําเนินคดี ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าใครเป็นคนทํา เขานิรโทษกรรม ให้กับเหตุการณ์โดยรวมทั้งหมด ท่านประธานครับ เหตุการณ์วันที่ ๑๔ ตุลาคม เขานิรโทษกรรม ให้กับใครครับ นิรโทษให้กับวีรชน ๑๔ ตุลาคม ถามว่าทําไมผมเอาคํานี้มาจากไหน ประเทศไทยมีการเคลื่อนไหวชุมนุมมาเยอะท่านประธานครับ ในทางการเมืองต่อสู้กับ เผด็จการมาหลายรูปแบบ แต่ว่าเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม เป็นครั้งเดียวที่คนเสียชีวิตได้มี พิธีพระราชทานเพลิงศพที่สนามหลวง และเป็นครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ประเทศ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จในพิธีพระราชทานเพลิงศพวีรชน ๑๔ ตุลาคม ใช้คําว่า พิธีพระราชทานเพลิงศพวีรชน ๑๔ ตุลาคม ผมรู้มาจากไหนครับ ผมเป็นประธาน อํานวยการฝ่ายนักศึกษาในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ๑๔ ตุลาคม ไม่ใช่เรื่องเผาโจร ไม่ใช่ ไปเผาศาลากลาง ไม่ใช่ไปเผาเซ็นทรัลเวิลด์แบบที่ทํากันอยู่ นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีความต่อเนื่อง และไม่ปรากฏผู้กระทําความผิด นี่ผมอธิบายตรงนี้ก็คือว่าเหตุการณ์ ที่มีการนิรโทษกรรมนี้ท่านครับ ไม่เคยอนุมัติให้กับความผิดบางประเภทอย่างไรอีก ผมยกตัวอย่างอีกกรณีหนึ่ง กรณีที่ทําร้ายต่อชีวิตและร่างกาย ประเทศไทยไม่เคย นิรโทษกรรม ผมยกตัวอย่างเมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ปี ๒๕๒๐ประเทศไทยมีการรัฐประหาร วันนั้นมีคนถูกจับกุมก็คือ พลเอก ฉลาด หิรัญศิริ พันโท สนั่น ขจรประศาสน์ ร้อยเอก บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ นายวีระ มุสิกพงศ์ ที่จริงมีถูกจับมากกว่านี้ครับ แต่ผมกําลังอธิบายให้ ท่านประธานเห็นว่ามีการนิรโทษกรรมให้คนที่ถูกจับกุมนี้ในกรณีนี้เช่นเดียวกัน แต่ว่ามี คนหนึ่งที่ไม่ได้รับนิรโทษกรรมเพราะถูกกล่าวหาว่ายิงผู้บัญชาการกองพลที่ ๑ คือ พลเอก ฉลาด หิรัญศิริ ท่านประธานครับ พลเอก ฉลาด หิรัญศิริ ถูกข้อหานี้และถูกยิงเป้า ในคุกที่บางขวาง แต่ว่าในขณะเดียวกัน พันโท สนั่น ขจรประศาสน์ ร้อยเอก บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ นายวีระ มุสิกพงศ์ ร่วมในการรัฐประหารด้วยความผิดทางการเมืองแน่นอน แต่ไม่ได้ไปยิงใคร ๓ ท่านเหล่านี้ได้รับนิรโทษกรรมออกมา ท่านประธานเห็นไหมครับว่า การนิรโทษกรรมทุกครั้งเขามีการจําแนกที่ชัดเจน มีความจริงที่แน่นอนในการที่จะให้ นิรโทษกรรมหรือไม่นิรโทษกรรม นี่คือสิ่งที่ได้ดําเนินการมาแล้ว ยกตัวอย่างอีกท่านประธานครับ เขาไม่นิรโทษกรรมให้กับการวางเพลิงเผาทรัพย์ เมื่อปี ๒๕๒๓ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้ออกคําสั่งที่ ๖๖/๒๓ เพื่อยุติสงครามระหว่างรัฐบาลไทยกับพรรค คอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เงื่อนไขของการยุติสงครามวันนั้นคือประเทศไทยจะเดินหน้า ไปสู่ประชาธิปไตย ให้คนที่ต่อสู้กับรัฐทั้งหลายมาร่วมกันต่อสู้ในวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย ในวิถีทางของรัฐสภา วันนั้นเป็นอย่างไรท่านประธานครับ มีคนที่เข้าป่าหลังวันที่ ๖ ตุลาคม แล้วก็คนที่เข้าป่าไปก่อนแล้วตั้งแต่ที่มีพระราชบัญญัติป้องกันการกระทําอันเป็นคอมมิวนิสต์ คนเหล่านี้ได้กลับออกจากป่ามาสู่ประเทศไทย คําสั่ง ๖๖/๒๓ เป็นประตูเปิดทางให้เกิด ความร่วมมือระหว่างรัฐกับผู้ที่ต่อต้านรัฐ ไม่ใช่กฎหมายนิรโทษกรรม คนเหล่านี้เมื่อกลับ มาแล้วยังมีความผิดอยู่ เพราะประเทศไทยยังมีพระราชบัญญัติป้องกันการกระทําอันเป็น คอมมิวนิสต์ แล้วอย่างไรครับ คนที่ออกมาทั้งหมดไม่มีใครไม่ได้นิรโทษกรรมในความผิดด้วย การกระทําอันเป็นคอมมิวนิสต์ ความผิดการกระทําอันเป็นคอมมิวนิสต์ถือว่าเป็นความผิด ทางการเมืองเป็นความผิดที่ขัดแย้งกับรัฐ เป็นความผิดที่แตกต่างกับรัฐ ส่วนที่บอกว่ามีคอมมิวนิสต์ยิงและฆ่ากันตายทําไมถึงไม่ติดคุก มันไม่พบการกระทําความผิด ของบุคคลที่ออกมาตามคําสั่งที่ ๖๖/๒๓ ประเทศไทยทําอย่างไรครับ ใช้เวลา ๙ ปีครับ ท่านประธาน ที่ผมบอกว่าผมเป็นคนหนึ่งได้มีโอกาสอนุมัติกฎหมายฉบับนี้ก็คือว่าเมื่อคนออก จากป่ามาในปี ๒๕๒๓ และในที่สุดคนเหล่านี้อย่างไรก็ใช้ชีวิตตามปกติ เข้าสู่วิถีทางการเมือง ของระบอบประชาธิปไตย ไม่มีความผิด แต่ว่าในที่สุดรัฐบาลต้องออกพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมให้กับการกระทําความผิดทางการเมืองเหล่านั้น ๙ ปี มาออกในปี ๒๕๓๒ คือ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ผมยืนอยู่ข้างหน้านี้ครับลุกขึ้นอภิปราย ในการออกกฎหมายในครั้งนั้น ออกกฎหมายในครั้งนั้นไม่ได้มีนิรโทษให้กับความผิดที่ฆ่าผู้อื่น ไม่นิรโทษให้กับการวางเพลิงเผาทรัพย์ ไม่นิรโทษให้กับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และบังเอิญสมัยนั้นมันยังไม่มีคดีทุจริต มันยังไม่มีระบอบที่กําลังแข่งขันกันอยู่ในปัจจุบัน แต่ว่ามีคนคนหนึ่งท่านประธานครับ ออกจากป่ามาพร้อมเพื่อน คนอื่นไม่มีใครติดคุกครับ มีถูกฟ้องแล้วไปติดคุก ๖ ปีอยู่คนหนึ่งชื่อนายสุรชัย แซ่ด่าน ซึ่งปัจจุบันถูกข้อหาที่กําลังรอ นิรโทษนี้ กําลังมีข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ติดคุกอยู่ ๒ คดี ผมเรียนท่านประธาน อย่างนี้ไม่ได้ประสงค์ร้ายต่อบุคคลจะกล่าวถึง แต่ผมชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าความขัดแย้ง ในทางการเมือง การเคลื่อนไหวในทางการเมือง ความผิดที่เกิดขึ้นเขาไม่ได้นิรโทษกรรม ทุกคดี เขาไม่ได้นิรโทษกรรมทุกอย่าง เขานิรโทษกรรมให้กับความผิดบางอย่างเท่านั้น ที่นิรโทษกรรมได้ และแน่นอนหลักนี้เป็นหลักนิติรัฐ ถามว่าถ้ามีคนหนึ่งหมิ่น พระบรมเดชานุภาพแล้วติดคุกอยู่โดยไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยได้นิรโทษกรรมไหมละครับ หลักนิติรัฐอยู่ตรงไหนครับ คนที่วางเพลิงเผาทรัพย์ที่ติดมาแล้วได้รับนิรโทษกรรมไหมละครับ นี่คือปัจจัยสําคัญที่เรากําลังจะบอกท่านประธานว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้คัดค้านกฎหมาย นิรโทษกรรม พรรคประชาธิปัตย์คัดค้านความผิดบางประการที่จะต้องไม่ได้รับนิรโทษกรรม นี่เป็นปัจจัย นี่เป็นเงื่อนไข ท่านประธานครับ ความผิดเหล่านี้เป็นความผิดที่มีการปิดบัง ซ่อนเร้นไว้ในกฎหมายฉบับนี้ และมันมีคนจํานวนมากกว่า ๓๐ คนจริง ๆ ครับ ๓๐ คนนี้ อยู่ในคุกแต่เวลานี้มีคนที่กําลังถูกดําเนินคดี และคนที่กําลังถูกดําเนินคดีนี้ไม่ใช่ว่าจะจบ ลงไปเสียทีเดียว ยังมีเงื่อนไขอีกครับท่านประธาน ยังมีเงื่อนไขของคนที่กําลังถูกจับ คนที่กําลังถูกดําเนินคดีให้ยกเลิกในการดําเนินคดี คนที่กําลังถูกฟ้องให้ยกฟ้อง ให้ถอนฟ้อง คนที่กําลังพิจารณาอยู่ในศาลให้ยุติการพิจารณา คนที่ศาลพิพากษาแล้วติดคุกแล้วให้ออกมา จากคุกความผิดเหล่านี้มีจํานวนมากมาย ท่านประธานครับ ผมยินดีต่อการปรองดอง เป็นอย่างยิ่ง สังคมไทยต้องมีแน่นอน แต่ท่านประธานครับ หลักนิติรัฐและหลักนิติธรรม มีความผิดต้องยอมรับผิด การยอมรับผิดเป็นจุดที่สําคัญของการได้รับอภัยโทษ คนที่ไม่ผิด ก็จะต้องได้รับนิรโทษกรรม วันนี้สร้างวาทกรรมสวยหรูขึ้นมาอีกคําหนึ่งว่ากฎหมายฉบับนี้ จะไม่ให้กับคนที่เป็นผู้นํา จะไม่ให้กับคนที่สั่งการ ท่านครับ อันนี้ขัดต่อหลักนิติธรรมเลยครับ ไม่เท่ห์เลย ทําไมผมถึงบอกอย่างนั้น หลักก็คือว่าความผิดใดที่นิรโทษได้ จะเป็นหัวหน้า หรือไม่เป็นหัวหน้า จะเป็นลูกน้องหรือคนรับงานก็หลุดหมด แต่ถ้ามันไม่ผิด ถ้าไม่ผิดก็หลุดหมด แต่ถ้าเป็นความผิด นายก็ผิด ลูกน้องก็ผิด สั่งการก็ผิด รับงานเขาไปทําก็ผิด นี่คือหลักของการนิรโทษกรรม แต่เวลานี้เราบิดเบี้ยวเรื่องนี้ และหลบซ่อน เรื่องนี้กันตลอดมา ผมอยากจะทวงท่านประธานมาตั้งแต่ไหนแต่ไร การแสดงออกของ ท่านนายกรัฐมนตรี ทําเป็นไม่รู้ไม่เห็น แต่รู้ว่าคนอื่นทํา ท่านประธานครับ สภานี้เราอยู่กัน อย่างนี้ไม่ได้แล้วครับ ถ้าเราจะยืนยันเรื่องการปรองดอง เราจะต้องพูดความจริง ถ้าเราจะ ยืนยันเรื่องปรองดอง รัฐบาลต้องยืนออกมาเป็นเจ้าภาพ วันนี้รัฐบาลกลัว หลบเลี่ยงว่าจะทํา เพื่อพี่ชาย ไม่ต้องกลัวหรอกครับ วันนี้คนที่เขาหนีคดีอยู่เขามีอํานาจเหนือรัฐไทย เขามีอํานาจเหนือสังคมไทย ก็แต่งตั้งรัฐมนตรีคนไหนก็ได้ ก็แต่งตั้งนายทหาร นายตํารวจ ที่ไหนก็ได้ รวมทั้งเขาจะติดยศให้ใครตรงไหนก็ได้ นี่คือข้อเท็จจริงของสังคมไทย นี่คือข้อเท็จจริงที่นํามาสู่ความไม่ปรองดอง นํามาสู่ความขัดแย้ง ท่านประธานครับ เราตั้งหลัก ด้วยความเมตตาธรรมอย่างนี้กันไหมครับ ๑. โทษที่ควรนิรโทษกรรมได้ ต้องนิรโทษกรรมได้ โทษประเภทใดที่นิรโทษกรรมไม่ได้เพราะมันขัดต่อหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรมต้องไม่ได้ และคนที่เคยรับ คนที่ต้องถูกลงโทษและต้องรับผิด แล้วมายอมรับผิดเพื่อที่จะดําเนินการ ขอความเป็นธรรมต่อไปในเรื่องอะไรอย่างไรอีกเราก็สามารถเดินตรงนี้ได้ ผมกราบเรียน กับท่านประธานอย่างนี้บนหลักการทั่วไป และเป็นหลักการพื้นฐาน ผมเรียนกับท่านประธานว่า ผมพูดกับท่านนายกรัฐมนตรีอย่างตรงไปตรงมาที่สุดในวันนี้ก็เพราะว่าท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรและพรรคฝ่ายค้านยืนยันกับท่านว่าเรายินดีให้กับการนิรโทษกรรม ในความผิดที่นิรโทษกรรมได้ พรรคฝ่ายค้านยินดีที่จะร่วมอยู่ในสภาปรองดองที่ ท่านนายกรัฐมนตรีคิด แม้รู้ดีว่าสภานี้บทสุดท้ายออกไปเพื่อที่จะลบล้างความผิดให้กับใคร แต่ด้วยเงื่อนไขที่เราจะได้มีการนั่งลงพูดจากันอย่างตรงไปตรงมาและเป็นจริงเกิดขึ้นได้ นั่นก็คือว่าเวลานี้เรายังอยู่ในเวลาที่ยังอยู่ในเงื่อนไขที่สามารถถอนกฎหมายฉบับนี้ออกไปสู่ การพิจารณาปรึกษาหารือได้ใหม่อีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะลงมติรับหลักการ แต่ถ้าท่านประธาน พาเราเดินไปสู่จุดนั้นไม่ได้ ถ้าเราอยู่ในเงื่อนไขนั้นได้ ท่านประธานครับ นี่คือเหตุผล เพียงบางประการที่ผมไม่อาจรับหลักการกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ได้ครับ