สามารถ แก้วมีชัย อภิปรายร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความรัก ความสามัคคีภายในประเทศ และการหาทางออกให้กับบ้านเมือง โดยแสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม และหารือเรื่องร่างที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเลือกปฏิบัติ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้สภาเรากําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม คําว่า นิรโทษกรรม แปลว่า การให้อภัย การลืมสิ่งที่ได้กระทําผิดที่ผ่านมา ผมจะอภิปรายโดยไม่ไปพาดพิงถึงสิ่งที่ ได้กระทําผิดกันมาแล้วนะครับ ก็อยากจะให้การอภิปรายร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นการอภิปราย ที่จะหาทางออกให้บ้านเมือง จะหาทางที่จะทําให้พี่น้องประชาชนซึ่งได้ทําผิดไป ไม่ว่าจะ หลงผิดด้วยประการใดก็ตามได้มีโอกาสกลับมาเป็นพลังของบ้านเมืองในการช่วยกันแก้ไข ปัญหาและสร้างความรัก ความสามัคคีภายในประเทศ
ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมผู้ซึ่งกระทําความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชนที่ท่านวรชัย เหมะ และคณะ ได้เสนอนี้ ผมต้องถือว่าเป็นสัญญาณส่งไปยังสังคมไทยและสังคมโลก ว่าเรากําลังจะหาทางออกให้กับประเทศ เรากําลังจะสร้างโอกาสให้กับลูกหลานไทยที่จะต้อง มาช่วยดูแลบ้านเมืองต่อไปในอนาคต เราคงไม่สร้างมรดกที่เสียหายไว้ให้กับลูกกับหลาน ฉะนั้นผมมั่นใจครับว่าถ้าทุกท่านมีใจที่เป็นกลาง ถ้าทุกท่านปรารถนาจะเห็นบ้านเมือง ของเรามีความรัก ความสามัคคี และเห็นว่าเรากําลังก้าวเดินไปสู่โลกที่ต้องแข่งขันกันด้วย ปัญญา แข่งขันกันด้วยความรู้ ความสามารถ จําเป็นครับท่านประธานที่เราต้องมาตั้งสติ แล้วก็หาทางออกร่วมกัน
ผมอยากทําความเข้าใจนะครับว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จริง ๆ แล้ว มีเจตนาสําคัญอยู่ที่หลักการของร่างนะครับ ในหลักการของร่างพูดชัดเจนครับว่า ให้มีกฎหมายนิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง และแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ผมขอขีดเส้นใต้นะครับว่า ของประชาชน ร่างนี้ มีเจตนาที่จะให้อภัยพี่น้องประชาชนซึ่งอาจจะเข้ามาร่วมชุมนุมทางการเมืองหรือแม้ไม่ได้ มาร่วมชุมนุมทางการเมือง แต่ได้กระทําการบางสิ่งบางอย่างที่เป็นการผิดกฎหมาย ซึ่งถ้าท่านประธานได้ดูรายละเอียดในมาตรา ๓ ท่านจะเห็นนะครับว่าเขาหมายถึงการกระทํา ที่เป็นการกล่าวร้าย กล่าวด้วยวาจา หรือโฆษณาด้วยวิธีใดเพื่อเรียกร้องหรือให้มีการต่อต้านรัฐ การป้องกันตน การต่อสู้ขัดขืน การดําเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือการชุมนุมการประท้วง หรือการแสดงออกด้วยวิธีการใด ๆ อันอาจเป็นการกระทบต่อชีวิตร่างกาย อนามัย ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่งของบุคคลอื่น ซึ่งเป็นเหตุการณ์สืบเนื่องมาจากการชุมนุม ทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง ท่านจะเห็นนะครับ หลายท่านพยายาม ที่จะฉายภาพให้เห็นว่าการนิรโทษกรรมครั้งนี้จะไปเกี่ยวข้องกับผู้กระทําความผิดอาญา มาตรา ๑๑๒ ก็คือเรื่องการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งถ้าท่านอ่านนะครับจะไม่มีถ้อยคําใด ที่จะคุ้มครองผู้กระทําผิดดังกล่าวเลย คุ้มครองเฉพาะผู้ที่ต่อต้านรัฐหรือไปกระทําการ ต่อเจ้าหน้าที่ ทําลายทรัพย์สินให้เสียหาย แค่นั้นนะครับ ท่านประธานครับ ฉะนั้นก็อยากจะ ทําความเข้าใจว่าแม้กฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้ไปแล้ว สิ่งที่ท่านทั้งหลายกังวลมันจะ ไม่เกิดขึ้น นอกจากนั้นแล้วหลายท่านก็ยังพยายามที่จะไปพูดบอกว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ใช้บังคับแล้วก็จะทําให้แกนนํา ผู้สั่งการ หรือผู้มีอํานาจตัดสินใจจะได้อานิสงส์ด้วย ก็ชัดเจนครับ วรรคสองของมาตรา ๓ ก็บอกว่าการกระทําในวรรคหนึ่งไม่รวมถึงการกระทํา ของบรรดาผู้ซึ่งมีอํานาจในการตัดสินใจหรือสั่งการให้เคลื่อนไหวทางการเมือง ในห้วงระยะเวลาดังกล่าว ฉะนั้นตรงนี้เป็นเบื้องต้นและเป็นหัวใจสําคัญ เพราะเป็นหลักการ ของกฎหมายและไม่ต้องไปห่วงนะครับ เมื่อเราตั้งกรรมาธิการพิจารณาในรายละเอียดแล้ว ใครจะไปเขียนเพิ่มเติมหรือบิดเบือนจากหลักการนี้ ข้อบังคับเราก็ไม่ยอมอยู่แล้ว ก็อยาก กราบเรียนท่านประธานว่าที่ผ่านมาเราได้เคยมีพระราชบัญญัติ มีพระราชกําหนด นิรโทษกรรมมามากมายหลายฉบับ แต่ที่นิรโทษกรรมให้กับประชาชนเท่าที่ผมเห็นนี้นะครับ ออกเป็นพระราชบัญญัติเพียง ๒ ฉบับ ออกเป็นพระราชกําหนด ๑ ฉบับ ตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมานะครับ นอกจากนั้นเป็นการออกนิรโทษกรรมให้กับผู้ปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งถือว่า เป็นกบฏของแผ่นดิน ผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ มีการออกพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมถึง ๘ ฉบับ ออกพระราชกําหนดอีก ๔ ฉบับ และที่สําคัญที่สุดล่าสุดนี้นะครับ การปฏิวัติรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ไม่มีการออกเป็นพระราชบัญญัติ ไม่มีการออกเป็นพระราชกําหนด แต่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา ๓๗ หลังจากยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวแปรมาเป็นรัฐธรรมนูญฉบับถาวรปี ๒๕๕๐ ที่เราใช้กันอยู่นี่นะครับ ไปเขียนไว้ในมาตรา ๓๐๙ ว่าการกระทําที่ผ่านมาให้ถือว่า ถูกกฎหมายหมด ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือผลที่เกี่ยวเนื่องมาจนถึงปัจจุบันหรืออนาคต ก็ถือว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญผมได้ฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดถึงเรื่องหลักนิติรัฐ พูดถึงบอกว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะทําลายหลักนิติรัฐนะครับ ผมอยากเรียกร้อง วิงวอนครับ ถ้าท่านอยากเห็นหลักนิติรัฐที่ชัดเจน อยากเห็นสังคมไทยเป็นสังคมกฎหมาย ที่ถูกต้องชอบธรรม เรามาช่วยกันแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ นี้ดีไหมครับ อันนี้ละครับ ชัดเจนกว่าเพื่อนฉบับอื่นนี่ใช้เฉพาะนะครับ เฉพาะเหตุการณ์ เฉพาะช่วงเวลา อย่างของวันที่ ๑๔ ตุลาคมเขาก็จะใช้เฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๓ ตุลาคม ใครผิดในช่วงนั้น ก็ยกเว้นความผิดให้ หรือเหตุการณ์วันที่ ๑๙ ตุลาคม ซึ่งมาออกกฎหมายเมื่อปี ๒๕๒๑ เขาก็ยกโทษให้เฉพาะผู้กระทําผิดช่วงระหว่างวันที่ ๔ ถึงวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ หรือเดือนพฤษภาคมที่เกิดเหตุการณ์แล้วมีการออกพระราชกําหนดนิรโทษกรรม เขาก็ยกเว้น ให้เฉพาะผู้ที่กระทําความผิดระหว่างวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ถึงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๓๕ แค่นั้น แต่รัฐธรรมนูญ วันนี้ มาตรา ๓๐๙ เขียนไว้ตลอดกาล ถ้าเมื่อไรไม่ยกเลิกนะครับ ยังมีผลใช้บังคับตลอดฉะนั้นเรียกร้องวิงวอนนะครับ ให้ทุกท่านที่อยากเห็นสังคมไทยเป็น นิติรัฐอย่างที่ท่านพูดกัน อย่าเพียงแต่พูดมาช่วยกันทําให้มันเป็นนิติรัฐจริง ๆ มาช่วยกันแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ พวกเราพยายามละครับ จะจัดทําทั้งฉบับ จะให้มี สสร. มายกร่าง ให้ประชาชนมามีส่วนร่วม แต่ในที่สุดก็ทําไม่ได้ อันนี้เป็นข้อเท็จจริง อยากจะกราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ให้เห็นว่าเจตนารมณ์ในการเสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับนี้ เราต้องการช่วย ประชาชนจริง ๆ มีหลายท่านก็ตั้งข้อสังเกตซึ่งกระผมอยากจะขอเวลาท่านประธาน ได้แลกเปลี่ยนทําความเข้าใจ ผมไม่ถือว่าผมตอบโต้ บางท่านบอกว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ มันแตกต่างกับในอดีต ในอดีตความขัดแย้งทางสังคมเป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชน กับรัฐ แต่วันนี้มันเป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับประชาชน การจะมาออก ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแบบอดีตคงทําไม่ได้ ก็อยากกราบเรียนท่านประธานครับ ถ้าท่านย้อนกลับไปในเหตุการณ์อดีตวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ผมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เราเรียกร้องอะไรครับ นิสิตนักศึกษา ประชาชน เรียกร้องรัฐธรรมนูญ ในที่สุดก็เกิด ความวุ่นวายกลายเป็นวันมหาวิปโยค พี่น้องไทยต้องฆ่ากันเอง ทําลายชีวิตทรัพย์สิน เผากรมประชาสัมพันธ์ เผากองสลาก เผา ก.ต.ป. เผา สน. นางเลิ้ง ทรัพย์สินก็เสียหาย มีผู้คนล้มตาย ท่านจีระ บุญมาก ถูกยิงอยู่หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ แล้วเหตุการณ์ต่าง ๆ มันก็คล้ายคลึงกับที่เกิดมา คล้ายคลึงอย่างไรครับ ถามว่าประชาชนทั้งหลายขัดแย้งกับใคร ก็ขัดแย้งกับรัฐทั้งนั้น เมื่อสักครู่ผู้อภิปรายยังบอกนะครับ ว่ามีเหตุการณ์ผู้ที่ได้รับประโยชน์ จากร่างนี้มีอยู่ ๓ กลุ่ม กลุ่มแรกคือประชาชนที่ต่อต้านรัฐบาลของท่านสมัคร สุนทรเวช ถามว่าท่านสมัครเป็นใคร ก็เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นผู้บริหาร เป็นตัวแทนของรัฐ ก็ขัดแย้ง กับรัฐ ถัดมาก็มีกลุ่มที่พยายามเดินขบวนปิดล้อม เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนรัฐบาล ก็ขัดแย้ง กับใคร ก็ขัดแย้งกับรัฐ และล่าสุดท่านประธานครับ ที่ไปทําการเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา เพื่อเลือกตั้งให้เป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตยภายหลังจากมีการปฏิวัติรัฐประหาร มีรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ก็มีการเรียกร้องว่าน่าจะให้มีการยุบสภาเลือกตั้งและมี การทํารัฐธรรมนูญใหม่ ก็ขัดแย้งกับรัฐเหมือนกัน และจะไปบอกว่าประชาชนขัดแย้งกันเอง ได้อย่างไรครับ ฉะนั้นกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ก็คล้ายกับที่ผ่านมา และที่ผ่านมานี่ มันเขียนมากกว่านี้ครับ ผมจะอ่านเฉพาะวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ให้ฟัง มาตรา ๓ เหมือนกัน เขาบอกว่า บรรดาการกระทําทั้งหลายทั้งสิ้นของนักเรียนนิสิต นักศึกษา และประชาชนที่ เกี่ยวกับการเดินขบวน เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๑๖ และทําการในระหว่างวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๑๖ ถึงวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๑๖ ไม่ว่ากระทําในฐานะเป็นตัวการ เป็นผู้สนับสนุน หรือผู้ใช้ให้กระทํา หรือผู้ถูกใช้ หากการกระทํานั้นผิดกฎหมายก็ให้ผู้กระทําพ้นจากความผิด และความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง ไม่ถือเป็นกฎหมายการเงิน ไม่ถือเป็นอะไรทั้งนั้นนะครับ เมื่อเราจะอภัย เมื่อเราจะลืมสิ่งที่ทํา เราจะนิรโทษกรรม เราก็ดําเนินการ และทํามาแทบจะ ทุกฉบับ
นอกจากนั้นท่านประธานครับ มีหลายท่านบอกว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เลือกปฏิบัติ คําว่าเลือกปฏิบัติที่ท่านอ้างก็คือท่านไปบอกว่าเรากําหนดระยะเวลาไว้เฉพาะ ช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ จนถึงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ฉะนั้น มันมีกลุ่มที่กระทําก่อนหน้านั้นและกลุ่มที่กระทําหลังจากนั้นทําไมไม่นิรโทษกรรมด้วย ก็อยากจะเรียนท่านประธานนะครับว่า ช่วงระยะเวลามันอยู่ในมาตรา ๓ ในมาตรา ๓ เมื่อเรา ตั้งกรรมาธิการขึ้นพิจารณารายละเอียด ท่านก็มีสิทธิที่จะนําเสนอว่าในเมื่อจะนิรโทษกรรม ขอแปรญัตติขยายเวลาจะให้สั้นลง จะให้ยาวขึ้น ก็เป็นเรื่องที่กรรมาธิการสามารถกระทําได้ เพราะโดยหลักในการจัดทํากฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายนิรโทษกรรมเขาจะมีอยู่ ๓ หลักครับ ๑. หลักว่าจะเกี่ยวข้องกับ ตัวผู้กระทําความผิดกลุ่มไหนบ้าง ซึ่งผมได้เรียนแล้วว่าจะเฉพาะพี่น้องประชาชนที่ไปร่วมชุมนุม หรือแม้ไม่ไปชุมนุมแต่ได้กระทําการผิด ๒. เขาก็จะมีหลักช่วงเวลาที่กระทําความผิด คงไม่เปิดกว้างว่าใครทําผิดเมื่อไรก็ได้รับนิรโทษกรรม อย่างนั้นมันจะไม่รู้จบสิ้น ก็จะต้องมี ช่วงเวลา และ ๓. พูดถึงลักษณะความผิด ซึ่งเมื่อสักครู่ผมก็ได้อ่านให้ฟังแล้ว ฉะนั้น ในประเด็นที่ท่านบอกว่าเลือกปฏิบัติ ก็ไม่ได้เลือกครับ ท่านสามารถที่จะไปแปรญัตติ จะขยายเวลาอย่างไรก็แล้วแต่ ทีนี้อีกประเด็นหนึ่ง ก็อยากจะทบทวน ที่ท่านบอกว่า เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ผมอยากจะกราบเรียนและยกตัวอย่าง ร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตก็ทําลายทรัพย์สินเสียหายเหมือนกัน เราก็สามารถที่จะดําเนินการนิรโทษกรรมละลืมสิ่งเหล่านั้นได้ ก็เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้อง ดูแล บูรณะ ซ่อมแซม ปรับปรุง สภาเราเป็นผู้ออกกฎหมายนะครับ และสภาเรา เป็นผู้ควบคุมการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ผมคิดว่าเราสามารถที่จะดูแลสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เพื่อให้อภัยซึ่งกันและกัน เราคงไม่ไปตรวจสอบว่า เอาเงินที่ไหนไปสร้างศาลากลางหลังใหม่ เอาเงินที่ไหนไปสร้างกรมประชาสัมพันธ์ใหม่ เอาเงินที่ไหนไปสร้างกองสลากกินแบ่งรัฐบาลใหม่ ก็ถือว่าเมื่อเราจะเลิกราก็ต้องให้ ประโยชน์นั้นกับผู้กระทําผิด ส่วนที่บอกว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าไปเทียบเคียงกับ ร่างพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติ แต่ทําไมร่างพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติ ถึงถือว่าเอาไปดําเนินการกระบวนการเพื่อวินิจฉัยว่าเป็นการเงินหรือไม่ ผมก็อยากจะ กราบเรียนในฐานะที่เป็นผู้หนึ่งที่เสนอร่างพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติ ถ้าท่านประธาน จําได้ ช่วงนั้นนําร่างพระราชบัญญัติฉบับนั้นเข้ามาสู่สภาก็เกิดปัญหา ปัญหาแบบนี้ครับ บอกว่าน่าจะเป็นร่างพระราชบัญญัติการเงินหรือไม่ ให้เอาไปให้ที่ประชุมร่วมของประธาน คณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะ และประธานสภาผู้แทนราษฎรวินิจฉัย คือรัฐบาลเอง สมาชิกเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งซีกรัฐบาลเราปรารถนาจะปรองดอง ถ้าท่านประสงค์อย่างนั้นเราก็เอาไปเข้า เข้าเสร็จกรรมาธิการประชุมกันทั้ง ๓๕ คณะ ร่วมกับประธานสภาผู้แทนราษฎรวินิจฉัยว่า ไม่เป็นการเงิน พอกลับเข้ามาในสภาก็พิจารณาไม่ได้อยู่ดี เกิดเหตุการณ์วุ่นวาย จนกระทั่ง วันนี้ร่างพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติ ๔-๕ ฉบับก็ยังคาอยู่ในวาระ ก็ไม่เป็นไร ท่านประธาน เมื่อเรามีเจตนาที่จะนิรโทษกรรม มีเจตนาที่จะสร้างความสามัคคีปรองดอง ในชาติก็มาเขียนกันใหม่ เอาเฉพาะที่ให้ทุกท่านสบายใจว่าเราอยากช่วยเหลือเฉพาะ พี่น้องประชาชนก็เขียนฉบับนี้มา พอเขียนมาท่านก็ยังบอกอีกว่ามันน่าจะเป็นการเงิน ท่านก็ยังบอกอีกว่ามันไม่น่าจะไปช่วยประชาชนทั้งหมด ดูสิเอกสารประกอบที่รัฐสภาทํามานี้ มีแค่ ๓๐ คน ๓๐ คนที่อยู่ในนี้คือ ๓๐ คนที่ผ่านกระบวนการส่งฟ้อง ถูกจองถูกจําอยู่ แต่ท่านครับ วันที่ยกขบวนไปสนามบินสุวรรณภูมิผิดพระราชกําหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน ผิดพระราชบัญญัติความมั่นคงที่มายึดทําเนียบรัฐบาล คนมันเรือนหมื่นเรือนแสนนะครับ ท่านไม่ถามเลยครับ คนที่โดนหมายยังจับตัวไม่ได้ คนที่ยังประกันตัวออกไป คนที่เขาได้รับ ผลกระทบเพราะกังวลว่าวันหนึ่งคดีไม่จบไม่สิ้นเขาก็ยังคงตกเป็นผู้ต้องหาอยู่ คนต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่ ๓๐ คนตามเอกสารนี้นะครับ ยังเป็นอีกหลายคนที่ยังหนีหมายอยู่ ฉะนั้น เมื่อเราจะล้างความผิดให้บุคคลเหล่านี้ พี่น้องประชาชนเหล่านี้ก็จําเป็นที่จะต้องออก ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมคิดว่าอีกไม่นานประเทศไทย คงหนีไม่พ้นที่จะต้องเป็นศูนย์กลางของอาเซียนปี จะสมัครใจหรือไม่สมัครใจก็ตาม โดยทําเล ที่ตั้งโดยศักยภาพทั้งหลายเราต้องเป็นศูนย์กลางของอาเซียนแน่นอน ฉะนั้นเราอย่า เสียโอกาสของบ้านเมือง อย่าเสียโอกาสของลูกหลาน เรามาช่วยกันดูแล มาช่วยกันสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในบ้านในเมือง แล้วเราจะทําให้ประเทศเรามีความเข้มแข็ง และทําให้ต่างประเทศเขาได้เห็นสัญญาณ ที่ทําให้เกิดความมั่นใจที่จะเข้ามาลงทุน และคบหาสมาคมกับเรา ประเทศเพื่อนบ้าน หลาย ๆ ประเทศนะครับ ผมก็ไม่อยากจะยกตัวอย่างที่เขาขัดแย้งกันมานาน เขาต่างเชื้อชาติ ต่างเผ่าพันธุ์ อยู่เป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย วันนี้เขาหันหน้าเข้าหากันเจรจากัน และเขากําลังจะ เข้มแข็งนําหน้าเราแล้ว แล้วทําไมคนไทยเราเชื้อชาติไทยเดียวกันแท้ ๆ พูดภาษาเดียวกัน มีวัฒนธรรมเดียวกัน มีสถาบันที่เคารพเชิดชูองค์เดียวกัน เราจะไม่หันหน้าเข้ามาช่วยกัน แก้ไปปัญหา ผมเคารพในความคิดที่แตกต่างของท่านนะครับ ผมเคารพในบทบาท ที่ต้องแสดง แต่วันนี้มันถึงเวลาที่จะต้องถอยกันคนละก้าว หันหน้าเข้ามาหากันช่วยกันดูแล บ้านเมืองเพื่อโอกาสของลูกหลานในอนาคตครับ ท่านประธานครับ ผมขอให้การสนับสนุน หลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ