สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

(เนื่องจาก นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ติดราชการ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน ได้ขึ้นบัลลังก์เวลา ๑๓.๒๐ นาฬิกา)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอหารือก่อนนะครับ เชิญท่านอลงกรณ์

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมใคร่ขอหารือ ท่านประธานในวาระที่เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศขณะนี้ ก็คือปัญหาร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ซึ่งวุฒิสภาจะได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาในเร็ววันนี้ ในขณะที่มีการประท้วงคัดค้าน ร่างกฎหมายดังกล่าวลุกลามไปทั่วทั้งประเทศเป็นปมความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่ทําลายโอกาส ในการที่จะเห็นความสงบเห็นความปรองดองในประเทศของเรา กระผมใคร่ขอให้ความเห็น หารือท่านประธานในฐานะที่เราเป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นส่วนหนึ่งของรัฐสภา ซึ่งเป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยในยามที่เกิดทางตัน เกิดวิกฤติของประเทศ กระผมเห็นว่า รัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๔๗ (๓) น่าจะเป็นทางออกที่ดีและเป็นทางเลือกที่จะแก้ไขวิกฤติ ได้โดยเร็วพลัน นั่นก็คือการที่วุฒิสภาเมื่อนัดประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม สามารถที่จะดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดใน ๓ แนวทาง ๑. ก็คือการเห็นด้วย ๒. ก็คือ การไม่เห็นชอบ ๓. ก็คือมีการแก้ไข เพราะฉะนั้นในมาตรา ๑๔๗ (๓) ถ้าหากว่าวุฒิสภาได้ใช้ รัฐธรรมนูญในช่องทางดังกล่าวในการพิจารณาเห็นชอบและตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา แก้ไขภายในวันเดียว กลับไปสู่ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับเดิมที่มีการช่วยเหลือนิรโทษกรรม เฉพาะประชาชนที่แสดงออกทางการเมืองหรือชุมนุมทางการเมือง หลังจากนั้นก็จะกลับมาสู่ สภาผู้แทนราษฎรซึ่งสามารถเรียกประชุมภายใน ๒-๓ วันหลังจากนั้น แล้วก็สภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบก็จะเข้าสู่มาตรา ๑๕๐ นั่นคือนายกรัฐมนตรีสามารถนําขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อลงพระปรมาภิไธย เป็นกฎหมายต่อไป จะเป็นการหยุดยั้งความขัดแย้งและเป็นการให้รัฐบาล และเสียงข้างมาก ได้ยืนยันถึงจุดยืนที่รับปากไว้ว่าจะแก้ไขวิกฤติของชาติความขัดแย้งของชาติด้วยการกลับไปสู่ ร่างเดิม ไม่ใช่ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่งหรือสุดซอย ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องขอขอบคุณท่านอลงกรณ์ พลบุตร ที่เสนอความเห็นที่เป็นประโยชน์ในเชิงสร้างสรรค์ กฎหมายนิรโทษกรรม หลักก็คือการให้อภัย ถ้าวุฒิสภารับหลักการเพื่อที่จะไปดําเนินการ ตามที่ท่านอลงกรณ์ได้ให้ข้อคิดเห็นเมื่อสักครู่ก็จะทําให้ร่าง พ.ร.บ. นั้นไม่เสียเปล่า การที่จะ แก้ไขเป็นประการใดขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของวุฒิสมาชิกแต่ละท่าน การดําเนินการในสภา ทั้งสภาล่างและสภาบนนั้นเป็นสิ่งที่ชอบ เป็นการดําเนินการในระบบรัฐสภา กระผมอยากจะ เห็นการดําเนินงานในสภามากกว่าการดําเนินงานนอกสภาที่กําลังกดดันอยู่ในขณะนี้ ผมคิดว่าทั้ง ๒ สภา ของเรานั้นจะมีส่วนสร้างความสงบให้กับบ้านเมืองได้นะครับ เห็นชอบ กับข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะของท่านอลงกรณ์ พลบุตร ครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล เชิญครับ ให้ท่านเลขาธิการนําเรื่องข้อหารือทั้ง ๒ ท่าน ส่งไป ประธานวุฒิสภาด้วยนะครับ เชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ ตอนนี้อยู่ในช่วงหารือ เดี๋ยวเข้าวาระก่อนได้ไหมครับ ตอนนี้หารือกันครับ ท่านจุรินทร์ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ความเห็นของกระผมไม่ผูกพันท่านชวลิตเมื่อสักครู่ แล้วก็ไม่เกี่ยวพันกับท่านอลงกรณ์ เมื่อสักครู่ แต่เป็นความเห็นของผม ก็ขออนุญาตที่จะเสนอต่อท่านประธาน ว่ากระผมมีความ กังวลต่อสถานการณ์ความแตกแยกอันอาจนําไปสู่วิกฤติของบ้านเมืองอันเกิดจาก ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับนี้เป็นอย่างยิ่งครับ แม้นายกรัฐมนตรีจะได้แถลง เมื่อวานนี้ แต่เนื้อถ้อยกระทงความทั้งหมดที่นายกรัฐมนตรีพูดนั้น สะท้อนแค่เพียงบอกว่า จะยอมรับการตัดสินใจของวุฒิสภา ซึ่งแน่นอนอยู่แล้ว ท่านจะพูดหรือไม่พูดท่านก็ต้อง ยอมรับการตัดสินใจ เพราะวุฒิสภาเขาจะตัดสินไปทางใดก็ตาม ก็เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ที่วุฒิสภาจะมีอํานาจในการพิจารณาตัดสินใจได้ แต่ทั้งหมดมันไม่มีหลักประกันถ้าสมมุติว่า วุฒิสภาเกิดคว่ําร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับนั้นไปแล้ว มันไม่มีหลักประกันใด ๆ ว่าภารกิจของพวกเราเฉพาะในส่วนสภาผู้แทนราษฎรที่ผมขอจํากัดวงแสดงความเห็น ถัดจากนี้ไป ว่าจะไม่มีการหยิบยกพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมซึ่งค้างอยู่ ในระเบียบวาระการประชุมทั้งสิ้นในขณะนี้ ๖ ฉบับด้วยกันขึ้นมาพิจารณาอีกในโอกาสใด โอกาสหนึ่งหลังจากที่วุฒิสภาได้คว่ําร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่กําลังเป็นปัญหาใหญ่ อยู่ในขณะนี้ไปแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นที่มาที่กระผมขออนุญาตกราบเรียน ต่อท่านประธานสภา ว่าในวันที่ ๓๑ ตุลาคมที่ผ่านมา ต่อเนื่องถึงวันที่ ๑ พฤศจิกายน ท่านประธานสภาได้ใช้ความพยายามในการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนั้นจนกระทั่ง ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปตอนตีสี่ตีห้าได้ เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการชําระบาป ขอความกรุณา ท่านประธานได้โปรดช่วยประสานงานกับเจ้าของร่างทั้ง ๖ ฉบับ ซึ่งเป็นกฎหมายที่เข้า ทํานองของการนิรโทษกรรมที่ค้างอยู่ในระเบียบวาระ มีด้วยกัน ๖ ฉบับนี้ ได้โปรดถอน ร่างทั้งหมดออกไปเพื่อยุติความเคลือบแคลงสงสัยของสังคม และสามารถทําได้ครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๓ นั่นก็คือว่าสามารถขอถอนต่อประธานสภา แล้วก็ที่ประชุมได้ลงมติ ให้ความเห็นชอบในการถอนนั้น ขอความกรุณาท่านประธานได้กรุณาดําเนินการต่อไปด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาเป็นว่าเดี๋ยวหลังจากผมเสร็จภารกิจผมจะนําข้อหารือของท่านนะครับ เชิญเจ้าของร่าง มาปรึกษาหารือกัน ผมเชิญลําดับต่อไป ท่านสหรัฐ กุลศรี เชิญครับ

นายสหรัฐ กุลศรี สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย นี่เป็นความเดือดร้อนครับ ท่านประธานครับ ผมเดินทางจากสภากลับบ้านแถวจังหวัด ปทุมธานีเป็นประจํา ตั้งแต่รังสิตไปจนถึงนวนคร ท่านประธานครับ มีรถจักรยานยนต์ ขี่ย้อนศรเป็นประจํา และกลางค่ํากลางคืนก็ไม่ค่อยเปิดไฟ จึงฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยดําเนินการจับกุมรถที่วิ่งย้อนศรกันเป็นส่วนใหญ่ให้ด้วยครับ นี่คือเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ครับ ตามถนนหนทางต่าง ๆ จะเป็นทางหลวงชนบท ทางหลวง แผ่นดิน ปรากฏว่าขณะนี้มีดินร่วงหล่นเป็นจํานวนมากเนื่องจากมีรถบรรทุก บรรทุกดินและ ไม่มีอะไรคลุมหลังกระบะ เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานครับว่าให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ช่วยกวดขันเรื่องการบรรทุกดินด้วย เพราะว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องสําคัญต่อความสะอาด ของบ้านของเมืองครับ นี่คือเรื่องที่ ๒

เรื่องที่ ๓ ครับท่านประธาน เรื่องนี้สําคัญที่สุดก็คือเรื่องการตรวจอาวุธ เข้าสภา มีครั้งหนึ่งผมเห็นท่านประธานได้มีการตรวจเรื่องเกี่ยวกับอาวุธ เวลารถเข้ามาในสภา มีการตรวจ แต่ปัจจุบันไม่มีการตรวจครับท่านประธาน และผมเชื่อว่าในช่วงระยะเวลานี้ ความปลอดภัยของ ส.ส. สําคัญ เผื่อมีใครพกพาอาวุธเข้ามาในสภา แล้วเกิดมีการทะเลาะ เบาะแว้งกันขึ้นมา มีการยิงกันขึ้นมา ท่านประธานครับ ช่วงนั้นมันจะแก้ไขไม่ทัน จึงฝากท่านประธานด้วยครับ เรื่องอาวุธฝากด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ท่านวัชระ เพชรทอง ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ผมเอาตามรายชื่อนะครับ เชิญท่านนริศ ขํานุรักษ์ ท่านนริศครับ ถ้าท่านไม่พูดผมจะให้อีกฝั่งหนึ่งหารือ ไม่อนุญาตครับ เอาตามรายชื่อ เพราะว่าท่านมาลงรายชื่อไว้ตั้งแต่เช้าก็มี เชิญครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานครับ ผมขอสลับกับท่านหมอสุกิจ โดยไม่ข้ามคนอื่นเลย พอหมอสุกิจแล้วจะเป็นผมครับ ตอนนี้ขอท่านประธานอนุญาต ให้หมอสุกิจ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือไม่มีชื่อนะครับ ถ้าเราจะทําอย่างนี้เดี๋ยวมันเป็นประเพณีที่ไม่ถูกต้องนะครับ เชิญครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตได้เรียน กับท่านประธานว่ากระผมขอหารือท่านประธานเรื่องปัญหายาเสพติด ท่านประธานครับ ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ของบ้านเมือง และขณะนี้ผมคิดว่าทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพลามือในการดูแลปัญหายาเสพติดเป็นอย่างมาก ผมเข้าใจว่าถ้าพูดเฉพาะส่วนที่เป็นตํารวจ วันนี้มาถูกใช้ในภารกิจอื่นเสียเป็นจํานวนมากนะครับ ปล่อยปละละเลยที่เป็นปัญหาสําคัญ ของประเทศ จากที่ผมรับทราบรายงานจากทางหน้าหนังสือพิมพ์ จากสื่อสารมวลชนพบว่า ตํารวจเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานครหลายหมื่นคนมาทําภารกิจอื่น ซึ่งตํารวจที่จริงแล้ว เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดที่สําคัญ และเป็นหน่วยงานหลัก ที่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ผมจึงคิดว่าขอให้รัฐบาลได้ทบทวนการดูแลปัญหายาเสพติด อย่าปล่อยปละละเลย ผมคิดว่าเป็นจํานวนยาเสพติดแล้วก็จํานวนการซื้อขายยาเสพติดขณะนี้ รุนแรงมาก ผมอาจจะพูดว่ามากกว่ายุคใดก็ได้นะครับ จึงขออนุญาตให้ทางรัฐบาลได้พิจารณา ดูแลปัญหายาเสพติดโดยละเอียดอย่างทุ่มเท อย่าปล่อยปละละเลยปัญหานี้ไว้นะครับ

เรื่องที่ ๒ นะครับ โครงการพระราชดําริ ๒ โครงการในจังหวัดพัทลุง คือ โครงการพัฒนาพื้นที่บ้านหัวป่าเขียวอันเนื่องมาจากพระราชดําริกับโครงการฟาร์มตัวอย่าง ในอําเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง เป็นโครงการที่ผมคิดว่ายังต้องการการสนับสนุนจากรัฐบาล เพื่อไปสนับสนุนแนวพระราชดําริ พระราชเสาวนีย์ ทั้ง ๒ โครงการนี้ประชาชนในพื้นที่ ได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก เป็นจํานวนมากนะครับ จึงอยากให้ทางรัฐบาลได้ลงไปดูทั้ง ๒ โครงการอย่างจริงจัง เพราะว่าจังหวัดพัทลุงมีเพียง ๒ โครงการเท่านั้นครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๖ ครับท่านประธาน ขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นอยู่ต่างจังหวัดหรือกรุงเทพมหานคร ความเดือดร้อนของพี่น้องต่างจังหวัดได้รับการร้องเรียนจากเทศบาลตําบลคอนสาย อําเภอ กู่แก้ว จังหวัดอุดรธานี อยากจะให้กระทรวงมหาดไทยได้ไปดําเนินการก่อสร้างศูนย์เด็กเล็ก ให้กับพี่น้องชาวบ้านค้อน้อย ตําบลคอนสาย อําเภอกู่แก้ว จังหวัดอุดรธานี เรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ นะครับ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวบ้านคอนสาย อยากจะให้ กรมทรัพยากรน้ําที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณไปพัฒนาหนองหาน อําเภอกุมภวาปี อยากจะให้เกลี่ยงบประมาณสัก ๒๐ ล้านบาท ไปทําคลองซอยน้ําหรือว่าฝายกั้นน้ําให้กับ พี่น้องชาวบ้านคอนสายด้วยนะครับจะแก้ปัญหาเรื่องน้ําความเดือดร้อนของพี่น้อง ชาวอําเภอกู่แก้วได้ดีมากที่สุดนะครับ

ประเด็นสุดท้ายนะครับท่านประธาน ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องที่สัญจร ไปมาในเขตกรุงเทพมหานคร อยากจะให้หน่วยงานราชการได้ช่วยดูแลความเดือดร้อน การจราจรที่สัญจรไปมา ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา พ่อค้า ประชาชนนะครับ เนื่องจาก มีการชุมนุมหลายจุดนะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ท่านประธานประสานงานไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะตํารวจจราจรที่ว่าเข้ามาอยู่กรุงเทพมหานครเยอะ ๆ ถ้าหากม็อบสลายก็จะไม่มี เจ้าหน้าที่ตํารวจนะครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านฮอชาลี ม่าเหร็ม ครับ

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สตูล

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่หารือในเรื่องของปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนั้นผมมีอยู่ ๒-๓ เรื่อง นะครับ

เรื่องแรกก็เป็นปัญหาความเดือดร้อนของชาวอําเภอท่าแพ จังหวัดสตูล ซึ่งทั้งอําเภอยังไม่มีน้ําประปาของการประปาส่วนภูมิภาคมาใช้นะครับ ปัจจุบันนี้ถามว่า คนอําเภอท่าแพใช้น้ําประปาอย่างไร ก็ดึงน้ําจากทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเขาใช้สําหรับ บริโภคอย่างอื่นเอามาให้พี่น้องได้ใช้กันนะครับ ก็อยากจะให้ทางรัฐบาลได้ให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องลงไปสํารวจ แล้วก็สร้างประปาส่วนภูมิภาคตรงนี้นะครับ

เรื่องที่ ๒ สําหรับความเดือดร้อนของพี่น้องชาวอําเภอละงู ซึ่งอยู่ในบริเวณ ริมตลิ่งคลองละงู หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ ตําบลกําแพง อําเภอละงู จังหวัดสตูลนั้น ตลิ่งพังนะครับ ซึ่งทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้เคยตั้งงบประมาณเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว เพียงแต่ว่าเรายังไม่ได้ผ่านตรงนี้ให้นะครับ ก็อยากจะให้ทางหน่วยงานได้ดูแล แล้วก็ตั้งเรื่องนี้ แล้วก็รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณให้ตามที่ได้เสนอขอมานะครับ เพราะว่าความเดือดร้อนนี้ เป็นความเดือดร้อนที่มีมากมายแล้วก็ซ้ําซากทุกปีนะครับ นั่นคือ ๒ ประเด็นที่อยากจะ ขอหารือท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จะแจ้งลําดับอย่างนี้นะครับ ท่านจะได้เตรียม ต่อไปท่าน ส.ส. สุนทรี ชัยวิรัตนะ แล้วกลับมาที่ท่าน ส.ส. วิรัตน์ วิริยะพงษ์ แล้วมาท่านธนิก มาสีพิทักษ์ แล้วก็มาที่ ท่านวัชระ เพชรทอง แล้วก็ไปคุณหมอชลน่านนะครับ เชิญครับ ส.ส. สุนทรี

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ เรื่องที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้นะคะ

เรื่องแรก ดิฉันเองได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวอําเภอซับใหญ่ที่ต้องใช้ เส้นทางสัญจรไปมาเพื่อมาที่อําเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ว่าเส้นทางที่มานี้ก็มีความคดเคี้ยว ค่อนข้างมากค่ะ โดยเฉพาะช่วงโรงเรียนบ้านตลาดถึงบ้านดอนเกษตรนะคะท่านประธาน เส้นทางคดเคี้ยวมาก แล้วก็ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างทําให้เมื่อต้องสัญจรไปมาในเวลาค่ําคืนทําให้ ได้รับการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือกรมทางหลวงชนบทให้ช่วยดูแลในการจัดสรรเรื่องงบประมาณไปติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่อให้พี่น้องได้รับความปลอดภัยในการใช้เส้นทางสัญจรไปมาในเส้นทางดังกล่าวด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานนะคะ ดิฉันเองได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องชาวบ้านห้วยบง ตําบลส้มป่อย แล้วก็พี่น้องชาวบ้านหลักศิลา ตําบลหนองบัวบาน อําเภอจัตุรัส ว่าเส้นทางที่เขาใช้สัญจรไปมาระหว่างกันก็คือต้องมี การผ่านสะพานค่ะ ซึ่งสะพานแห่งนี้เป็นสะพานไม้ค่ะท่านประธานมีการก่อสร้างมาประมาณ ๑๐ กว่าปีแล้วนะคะ เป็นสะพานไม้เขาเรียกกันว่าสะพานไม้บ้านห้วยบงค่ะท่านประธาน ตรงนี้ผ่านการใช้งานมานาน เป็นสะพานไม้ ความแข็งแรงทนทานก็คงจะไม่ค่อยมีนะคะ ปัจจุบันไม้ก็มีการหลุดร่วง ดูแล้วน่าจะเกิดอันตรายได้ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นหรือว่ากรมทางหลวง ชนบท ให้ช่วยดูแลในการจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างสะพานบ้านห้วยบง เพื่อให้พี่น้อง ได้รับความสะดวกในการเดินทางติดต่อไปมาระหว่าง ๒ ตําบล และได้รับความปลอดภัย ในการสัญจรไปมาด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวิรัตน์ครับ เชิญครับ

นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่อง หารือต่อพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนนะครับ

เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนจากนายมนัส อยู่คอน ท่านนายกองค์การบริหาร ส่วนตําบลวังลึกนะครับว่า ถนนสายบ้านสวน-วังลึก จะต้องผ่านอําเภอศรีสําโรง บริเวณ ตําบลวังลึกนั้นมีทางแยกซึ่งไม่มีไฟเหลืองหรือไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณในเขตชุมชน ทําให้เกิด รถชนกัน เกิดอุบัติเหตุเมื่อสัปดาห์ก่อนนี้ แล้วก่อนหน้านั้นก็หลายรายแล้วจนถึงขั้นเสียชีวิต จึงกราบฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงได้จัดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณสามแยก ดังนี้นะครับ คือ ๑. แยกเข้าบ้านวังยาว หมู่ที่ ๑๒ ซึ่งเกิดอุบัติเหตุเมื่อสัปดาห์ก่อนนี้เอง ๒. ทางแยกเข้าวัดวังลึก ๓. คือสายแยกเข้าบ้านเกาะไม้แดง ตรงป้อมสายตรวจวังลึกนั่นเอง

เรื่องที่ ๒ ขอติดตามงบซ่อมแซมโบสถ์วัดราชธานี ซึ่งผมได้หารือ ไปยังกรมศิลปากรนะครับ ซึ่งโบสถ์ที่วัดราชธานีซึ่งตั้งอยู่ที่ตําบลธานีในเขตเทศบาล เมืองสุโขทัยธานีนั้นได้ชํารุดทรุดโทรม โดยทางกรมศิลปากรนั้นได้ขึ้นทะเบียนเป็น โบราณสถาน ทราบว่าจะได้งบประมาณ ๑๖ ล้านบาท ซึ่งขอไป ๓๐ ล้านบาท ปัจจุบันนี้ ยังไม่ได้ ขอให้ติดตามงบประมาณตัวนี้ด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพ เนื่องจากว่ากฎหมายนิรโทษกรรม ที่พี่น้องประชาชนหลายสาขาวิชาชีพได้ออกมาคัดค้าน ก็อยากฝากท่านประธาน ในสภาผู้แทนราษฎรของเรานั้นเป็นผู้อนุมัติไปแล้ว มีมติไปแล้ว ตรงนี้ก็ฝากท่านประธาน ได้พิจารณาอย่างเร่งด่วน เพื่อที่จะไม่ให้กฎหมายนี้ผ่านครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านธนิก มาสีพิทักษ์ ครับ

นายธนิก มาสีพิทักษ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผม ขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องน้ํา ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ละพื้นที่ที่ทําอาชีพการเกษตรนั้น มีปัญหาเรื่องน้ําต่อเนื่องนะครับ ไม่ว่าจะเป็นฝนแล้งหรือน้ําท่วมในเขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เช่นปีนี้ฝนไม่ได้ตกมากในพื้นที่ แต่ว่าได้รับผลกระทบจากแม่น้ําชี ซึ่งต้นน้ําอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ ฝนตกที่จังหวัดชัยภูมิ แต่น้ําท่วมที่จังหวัดขอนแก่น เหตุผล เพราะว่าน้ําที่ไหลบ่าจากจังหวัดชัยภูมินั้นไปท่วมถึงจังหวัดขอนแก่น แต่มีแนวทางในการ แก้ไขปัญหา นั่นคือการสร้างเขื่อน ซึ่งตามโครงการของรัฐบาล ตามนโยบายกับเงินกู้ ๓.๕ แสนล้านบาท ท่านประธานครับ ก็สามารถที่จะช่วยแก้ไขปัญหาในความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนได้ โดยเฉพาะการสร้างเขื่อนลําชีบนแล้วก็เขื่อนยางนาดี ประเด็นตรงนี้ ก็ฝากไปถึงผู้ที่คัดค้านและผู้ตัดสินคดี โปรดเห็นใจ เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ช่วยเร่งรัดปัญหาตรงนี้ด้วยนะครับ

อีกประเด็นหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องของแหล่งน้ํา ซึ่งปัจจุบันนี้หลาย ๆ แหล่งน้ําตื้นเขิน แก้ปัญหาโดยการขุดลอก นอกจากนี้ก็มีปัญหาเรื่องของวัชพืชน้ําซึ่งมีโดยทั่วไป แล้วก็ปัญหานี้ จะเป็นปัญหาใหญ่ในระยะยาว นั่นคือทําให้แหล่งน้ําตื้นเขินนะครับ ก็เลยขออนุญาตหารือ ไปยังรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาในการกําจัดวัชพืชในน้ําโดยใช้อุปกรณ์ ถ้าผลิตในประเทศได้ก็ยิ่งดี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา เพื่อที่จะให้แหล่งน้ําแต่ละแหล่งน้ํานั้นนอกจากทัศนียภาพที่ดีขึ้นแล้ว ก็แก้ไขปัญหาตื้นเขินในอนาคตด้วย อย่างกรณีของจังหวัดขอนแก่น ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ํา ที่เป็นแก้มลิงของแม่น้ําชี เช่น บึงกุดเค้า แก่งน้ําต้อน แก่งละว้า แล้วก็อ่างเก็บห้วยยาง ก็มีปัญหาเรื่องวัชพืชที่เกิดเต็มไปหมดนะครับ จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ผมเชื่อว่ามีกันทั่วประเทศครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวัชระ เพชรทอง ครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อคืนนี้ผมยืนปราศรัยอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเย็นนี้ พี่น้องประชาชนก็เชิญไปปราศรัยหน้าศาลากลางจังหวัดสงขลา จึงกราบเรียนขออนุญาต ท่านประธานไป

เรื่องแรก ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนโทรศัพท์มาขอให้ช่วยพูด เรื่องเงินเยียวยากรณีพฤษภาทมิฬ ขอได้โปรดจ่ายเท่าเทียมกับพี่น้องเสื้อแดง ๗,๙๕๐,๐๐๐ บาทต่อราย ได้หรือไม่

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ การประมูลคลื่นดิจิตอล (Digital) ของ กสทช. ในปลายปีนี้ กรรมการ กสทช. มาชี้แจงต่อกรรมาธิการในวันนี้ยืนยันว่าสามารถที่จะชะลอ ออกไปได้ จึงขอให้ชะลอออกไปก่อน เพราะพี่น้องประชาชนทั้งประเทศจะเดือดร้อน เนื่องจากอาจจะต้องถึงขั้นเปลี่ยนโทรทัศน์ใหม่ทั้งประเทศ

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ คือเรื่องของแพง ไข่แพง ซึ่งเป็นภาวะ ทางเศรษฐกิจอยากให้รัฐบาลได้เร่งรีบแก้ไขปัญหาของแพง

เรื่องที่ ๔ ท่านประธานครับ เครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ สภาธรรมาภิบาล สภาปฏิรูปพลังงานไทย ได้มายื่นหนังสือถึงกระผมไปถึงท่านประธานสมศักดิ์ เพื่อขอให้ติดตามความคืบหน้าหนังสือเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษกรณีการปฏิบัติหน้าที่ ขัดต่อหลักนิติธรรม นั่นคือการเสียบบัตรแทนกัน

และจดหมายอีกฉบับหนึ่งท่านประธานครับ มายื่นหนังสือต่อกระผม เช่นเดียวกัน จากเครือข่ายเดียวกัน ในเรื่องของการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ และการออกกฎหมายนิรโทษกรรมและการใช้กฎหมาย พ.ร.บ. ความมั่นคง ภายในราชอาณาจักรไทยขัดประมวลจริยธรรมข้าราชการการเมือง ขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งยื่นถึงประธานสมศักดิ์ผ่านกระผมเช่นเดียวกัน

ท่านประธานครับ เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องการชุมนุมของพี่น้องประชาชน อยากให้ท่านประธานได้ประสานงานไปยังสํานักงานตํารวจแห่งชาติว่าอย่าใช้ความรุนแรง กับพี่น้องประชาชนที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศหรือที่ถนนราชดําเนินหรือที่ใดก็ตามที่พี่น้อง ประชาชนใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ การชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ซึ่งเป็นสิทธิสามารถ กระทําได้ ท่านประธานครับ และใคร่ขอความกรุณาท่านประธานได้โปรดเพื่อที่จะถอน ร่างพ.ร.บ. นิรโทษกรรมออกไปก่อน ท่านประธานที่เคารพ เย็นนี้ผมขออนุญาตท่านประธาน ไปปราศรัยหน้าศาลากลางจังหวัดสงขลา ท่านประธานได้โปรดอนุญาต ขอขอบคุณ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอชลน่านครับ เดี๋ยวนะครับ พอคุณหมอชลน่านเสร็จจะไปที่ท่านธนิตพล ไชยนันทน์ แล้วมาท่านอนุรักษ์ บุญศล นะครับ เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตหารือท่านประธานเป็นการหารือต่อเนื่องจาก ที่ท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านจุรินทร์นะครับ ได้หารือ ท่านประธานโดยขอให้นําเอาร่างพระราชบัญญัติที่บรรจุอยู่ในระเบียบวาระการประชุมของ สภาผู้แทนราษฎรออกจากระเบียบวาระ โดยที่เจ้าของญัตติเป็นผู้เสนอ และขออนุญาต ต่อสภา แล้วท่านประธานเองก็รับที่จะไปหารือกับเจ้าของร่างแล้วนะครับ อันนั้นผมก็คิดว่า คงไม่ได้เป็นประเด็นก็เป็นไปตามที่ท่านประธานได้มีดํารินะครับ แต่ท่านประธานวิปบอกว่า มีทั้งหมด ๖ ร่าง กระผมเองก็เกรงว่าจะมีความเข้าใจผิดว่าร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวเนื่อง เกี่ยวกับการนิรโทษกรรม ท่านหมายถึงร่างว่าด้วยความปรองดองและมีอยู่ ๔ ฉบับ แน่นอนครับ ๔ ฉบับนี้สามารถที่จะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕๓ ได้ทันทีนะครับถ้าสภาอนุญาต เพราะเป็นร่างที่ยังไม่ได้รับหลักการ ยังไม่ได้รับหลักการนี่นะครับ แต่ถ้าร่างใด เช่น ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่รับหลักการแล้วไปสู่วาระของการพิจารณา ของวุฒิสภาแล้ว หรือวุฒิสภายับยั้งแล้วกลับมาที่เราแล้ว เราถือเป็นรับหลักการไปแล้ว เราเองไม่สามารถใช้ข้อ ๕๓ ได้ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๖ และมาตรา ๑๔๗ เท่านั้นเอง นั่นหมายความว่าถ้าถูกยับยั้งถ้าเป็นร่างที่ไม่เกี่ยวกับการเงิน สภาก็จะมาพิจารณาได้อีกครั้งหนึ่งหลังจาก ๑๘๐ วัน ว่าจะเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรือจะยืนยัน ไม่ยืนยันเท่านั้นเอง ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ถ้าเป็นร่างที่รับหลักการไปแล้วก็คงเข้าไปลักษณะเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญนะครับ สิ่งที่เป็นข้อเสนอของท่านชวลิตและท่านอลงกรณ์ ผมค่อนข้างเห็นด้วยท่านประธานครับ เพื่อเป็นทางออกให้กับคนที่เขามีปัญหาอยู่ในการที่จะได้รับประโยชน์ ก็เขียนให้ชัดไปครับ เฉพาะประชาชนที่เกี่ยวเนื่องการชุมนุมจริง ๆ อันนี้ผมคิดว่าเป็นประโยชน์ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านธนิตพล ไชยนันทน์ เดี๋ยวคุณหมอจะถึงแล้ว ไม่เป็นไรเดี๋ยวอีกคน ๒ คนก็ถึงท่านแล้ว เอาท่านธนิตพลก่อน ไม่เป็นไรหรอกครับ ท่านธนิตพลอยู่ไหมครับ คือไม่เป็นไรครับ ท่านนั่งลงเถอะครับ คือหลังจากท่านธนิตพลมาฝั่งนี้ก็ถึงคิวท่านอยู่แล้วท่านใช้เวลานั้น ดีกว่าครับไม่ต้องเสียเวลา ไม่เป็นไร ก็เป็นข้อเสนอไป ส่วนผมจะไปดําเนินการอย่างไร เดี๋ยวเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เชิญท่านธนิตพลก่อนครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก เรื่องหารือของผมมีเรื่องเดียวครับท่านประธาน เป็นเรื่องที่สําคัญที่สุดในขณะนี้เชื่อว่าอย่างนั้นนะครับ เรื่องของร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับเมื่อวานนี้ผมอ่านข่าวเจอว่าทางท่านเลขาธิการพรรค เพื่อไทยบอกว่าจะมีมติของ ส.ส. คว่ําร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม แต่ปัญหาก็คือว่าผมก็ยังมอง ไม่ออกว่าวิธีการคว่ําร่างที่ว่ามันคืออะไร เพราะว่ามันผ่านไปสู่วุฒิสภาแล้ว ผมเรียน ท่านประธานหารือไปถึงท่านประธานด้วยว่ากรณีของความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในสภาก็ดี รวมไปถึงข้างนอกสภาก็ดีถ้าท่านประธานจะช่วยกรุณาผ่านข้อความไปถึงพรรคเพื่อไทยว่า ได้ให้แสดงความจริงใจในการที่จะคว่ําร่างตามที่ได้พูดไว้ พวกเราเองก็จะได้ไม่ต้องมานั่งทะเลาะ เบาะแว้งกัน และในที่สุดความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองก็จะได้หมดไป ผมเรียน ท่านประธานนะครับเพราะว่าผมเห็นว่านี่เป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องหารือ เพราะว่าในช่วงที่เรา อภิปรายกันทางฝ่ายรัฐบาลก็ไม่ค่อยฟังฝ่ายค้าน ปิดการอภิปรายอยู่เรื่อย ๆ สุดท้ายแล้ว เหตุการณ์มันกําลังจะบานปลาย และถ้าจะแสดงความจริงใจในการคว่ําร่างจริง ๆ พวกเรา ต้องช่วยกันยับยั้งไม่ให้ผ่านวุฒิสภา กราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านอนุรักษ์ บุญศล นะครับ หลังจากท่านอนุรักษ์ บุญศล มาท่านคุณหมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ หลังจากคุณหมอสุกิจแล้วท่านปาริชาติ ชาลีเครือ และท่านประกอบ จิรกิติ นะครับ เชิญครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงอธิบดีกรมอาชีวศึกษา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ของบประมาณสนับสนุนวิชาชีพต่อสาธารณชนและท้องถิ่น โครงการอาร์ เรดิโอ (R-radio) หรือสถานีวิทยุวิทยาลัยการอาชีพเพื่อชุมชน ดิฉันได้รับการ ประสานงานจากผู้อํานวยการการุณย์ นาควิชานนท์ ผู้อํานวยการวิทยาลัยการอาชีพ สว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ซึ่งได้สํารวจ เรียนให้ท่านประธานทราบว่าทางวิทยาลัยนั้น ได้สํารวจความต้องการของชุมชนแล้วทําให้ทราบว่าการบริการวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็นทีวี วงจรปิด เครื่องเสียงกลางแจ้งและสถานีอาร์ เรดิโอ เป็นอาชีพที่ประชาชนมีความสนใจ เป็นอย่างมากเลยทีเดียวค่ะ ทางวิทยาลัยการอาชีพสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร จึงได้จัด โครงการบริการวิชาชีพต่อสาธารณชนขึ้น ซึ่งการนําเสนอข้อมูลข่าวสารมีหลายรูปแบบ ท่านประธานคะ ผู้บริโภคส่วนมากนิยมรับข้อมูลที่มีความรวดเร็ว ทันสมัย อย่างเช่น ในเดี๋ยวนี้วิทยุชุมชนต่าง ๆ และรวมถึงวิทยุที่กําลังจะก่อตั้งขึ้นนี้นั้นถ้าเป็นสถานีวิทยุ ที่สมบูรณ์แล้วจะสามารถนําข้อมูลที่ทันสมัย รวดเร็ว พออยู่ที่มีการชุมนุมปั๊บ มีแกนนํา ขึ้นปราศรัยก็จะถึงพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มทุกหมู่เหล่า เพื่อการวิเคราะห์ว่าสิ่งไหนถูกต้อง และมีการแยกแยะให้เป็นที่ประจักษ์เพื่อที่จะนําชาติก้าวหน้าต่อไปได้ ดังนั้นดิฉัน จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่าวิทยาลัย การอาชีพสว่างแดนดินนั้นต้องการงบประมาณสนับสนุนเพียงแค่ ๗๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น สถานีวิทยุเพื่อสร้างอาชีพให้ข้อมูลข่าวสาร เพื่องานท้องถิ่น เป็นทรัพย์สิน เป็นศักดิ์ศรี คือสถานีวิทยุอาร์เรดิโอ ขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ ครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ผมจะหารือ นะครับ อย่าเพิ่งจับเวลาครับ ผมขอชี้แจงเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดนะครับว่า ที่ท่านประธานวิปฝ่ายค้านได้เสนอให้ถอนร่าง พ.ร.บ. ที่เกี่ยวกับเรื่องของการปรองดอง และนิรโทษกรรม แล้วท่านบอกว่ายังค้างอยู่ ๖ ฉบับ แล้วทางฝ่ายคุณหมอชลน่าน ขออภัยที่เอ่ยนาม บอกว่ามีเพียง ๔ ฉบับ จริง ๆ แล้วท่านประธานวิปฝ่ายค้านถูกต้องครับ เพราะว่ายังมีค้างอยู่ ๖ ฉบับจริง ๆ คือ ๑. ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดอง แห่งชาติ เสนอโดยพลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ๒. ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดอง แห่งชาติ เสนอโดยนายนิยม วรปัญญา และ ๓. ชื่อเดียวกันนะครับ เสนอโดยนายสามารถ แก้วมีชัย ๔. ร่างชื่อเดียวกัน เสนอโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แล้วยังมีนะครับ มันอยู่วาระ ห่างออกไป เป็นร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติเหมือนกัน เสนอโดย นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส่วนร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมอีกฉบับหนึ่ง ฉบับที่ ๖ นะครับ ที่ค้างอยู่ ก็คือร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน เสนอโดยนายนิยม วรปัญญา เพราะฉะนั้น มีอยู่ ๖ ฉบับนะครับ ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับท่านประธานวิปว่า ถ้าให้เกิดความปรองดอง ให้เกิด ความมั่นใจจริง ๆ นะครับ ผู้เสนอร่างทั้งหมดเหล่านี้ควรจะถอนร่างนี้ออกไปจากระเบียบ วาระนะครับ

ต่อไปเป็นการหารือของผมนะครับท่านประธาน ที่เมื่อสักครู่นี้ท่านประธาน ท่านบอกว่าท่านจะนําเรื่องการหารือ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาประเด็นของคุณหมอนะครับ เพราะว่ามีท่านสมาชิกอีก ๒๐ ท่านนะครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

นี่เข้าแล้วครับ ผมบอกแล้วว่าต่อไปเป็นเรื่อง หารือครับ ที่ท่านประธานบอกว่าจะนําเรื่องหารือของ ๒ ท่านแรกในวันนี้ส่งไปยังวุฒิสภา ผมก็อยากให้ส่งเรื่องการหารือของผมไปด้วยเพราะว่าเป็นเรื่องเดียวกัน คือ ผมขอให้วุฒิสภา ยังคงมติเดิมตามที่แถลงไว้กับพี่น้องประชาชนว่าจะไม่รับร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม เหตุผลก็คือ เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นฉบับไหนครับ ฉบับที่ผ่านวาระที่หนึ่งก็ดี หรือที่ผ่านวาระที่สามไปก็ตาม ที่ผ่านวาระกรรมาธิการ ก็ล้วนแต่เป็นกฎหมายที่ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม ในประเทศ ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นผมอยากให้วุฒิสภาคงมติที่แถลงไว้กับพี่น้องประชาชนเมื่อวานนี้ ว่าจะ ไม่รับร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม และขอหารือผ่านไปยังรัฐบาลว่า ถ้าต้องการความปรองดอง จริง ๆ เมื่อวุฒิสภาไม่รับแล้ว ตกไปแล้ว รัฐบาลก็อย่านํา พ.ร.บ. อันนี้เข้าสู่การพิจารณาของ สภาอีก ไม่ว่าจะเป็นเมื่อเวลาใด และข้อสุดท้ายก็คือขอให้ทําตามข้อเรียกร้องของ ท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ก็คือขอให้ถอนร่าง พ.ร.บ. ที่ว่าด้วยการปรองดอง ซึ่งจริง ๆ แล้ว ไม่ใช่การปรองดอง เป็นการนิรโทษกรรม เป็นการยกโทษให้ผู้กระทําความผิดเหมือนกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดความแตกแยกเหมือนกัน ทั้ง ๖ ฉบับออกจากสภา โดยผู้ที่เสนอครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอชลน่านสักนิดหนึ่งครับ เมื่อสักครู่นี้ ๖ ฉบับกับ ๔ ฉบับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับที่กรุณา ให้ข้อมูล ตัวผมเองหมายถึงว่าถ้าเป็นร่างที่อยู่ในระเบียบวาระ ถ้าไม่ได้รับหลักการ ถอนได้หมดครับ ผมมาดูที่เราเลื่อนขึ้นมามี ๔ ฉบับ แต่ว่าที่บรรจุอยู่ข้างหลังนี้เป็นลักษณะ ทํานองเดียวกันในเรื่องที่ ๕.๒๔ กับเรื่องที่ ๕.๒๗ ก็เป็นไปตามที่ท่านคุณหมอสุกิจได้นําเรียน ต่อท่านประธาน ตรงนี้ถอนได้ครับถ้าสมมุติสภาแห่งนี้ยินยอม ผมเองก็เห็นด้วยนะครับถ้าคิดว่า เรื่องนี้มันจะทําให้ทุกฝ่ายได้มีความเข้าใจที่ดีต่อกัน ยินดีครับ เสนอญัตติได้เลยครับ แม้ไม่ใช่ เจ้าของร่างก็เสนอญัตติได้ครับ ถ้าสภาอนุมัติก็ถอนทั้ง ๖ ร่างออกไปได้ครับ ที่ผมนําเรียน อีกประเด็นหนึ่งคือถ้าผ่านรับหลักการไปแล้วเท่านั้นเองที่เราไม่สามารถถอนได้ครับ มันต้อง เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็รวม ๖ ฉบับถูกต้องอย่างหมอสุกิจพูดนะครับ ถูกต้องแล้วนะครับ ไม่มีอะไรเสียหายนะครับ ถูกต้องอย่างที่ท่านพูดเหมือนกับท่านประธานวิปฝ่ายค้านพูด ๖ ฉบับ เดี๋ยวผมจะใช้เวลา หารือกัน เชิญท่านปาริชาติ ชาลีเครือ ครับ

นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ดิฉันใคร่ขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันค่ะ เนื่องจากดิฉันได้รับปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้ง ดังนี้

เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนจาก นายยุทธพงษ์ ประดับวงษ์ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านใหม่นาดี ตําบลบ้านขาม อําเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ แจ้งบอกว่าบริเวณถนนทางหลวง แผ่นดินหมายเลข ๒๑๗๙ ตรงสามแยกเข้าบ้านใหม่นาดี ปัจจุบันไม่มีไฟฟ้าแสงสว่างส่องทาง ของกรมทางหลวงเลย ทําให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง พี่น้องประชาชนออกมาถนนใหญ่ก็เจอ ปัญหาอุปสรรคก็คือรถชนกันบ่อยครั้งเวลาเลี้ยวยูเทิร์น (U-turn) นะคะ เพราะฉะนั้น ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อที่ ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างส่องทางให้กับพี่น้องประชาชนบนถนนสายทางแยกเข้าหมู่บ้าน บ้านใหม่นาดี บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗๙ ด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ นะคะ ได้รับการร้องเรียนจาก นายสมัต สถิตย์ชัย ผู้ใหญ่บ้าน บ้านโนนแดง หมู่ที่ ๑ ตําบลโนนแดง อําเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ ว่าได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากถนนบ้านโนนแดงเชื่อมต่อบ้านหลุบโพธิ์ ตําบลโนนแดง อําเภอบ้านเขว้า จังหวัด ชัยภูมิ มีสภาพทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อ หน้าฝนใช้การไม่ได้เลยค่ะ เส้นทางตรงนี้ ประชาชนหลายพันคนใช้สัญจรไปมาขนผลผลิตการเกษตร แล้วก็มีความไม่สะดวกล่าช้า ในการขนของนะคะ เพราะฉะนั้นถนนเส้นนี้อยากจะเรียนท่านประธานฝากไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้จัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างถนนสายนี้เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้าน ชื่อ นายสุพรรณ ศรีพิไล ผู้ใหญ่บ้าน บ้านโนนเสาเล้า หมู่ที่ ๓ ตําบลโนนแดง อําเภอบ้านเขว้า เนื่องจากว่าเส้นทางจาก บ้านโนนเสาเล้าไปยังบ้านหนองแวง และจากถนนสายท่าเกวียนไปยังบ้านวังหิน บ้านโนนเสาเล้า หมู่ที่ ๓ ตําบลโนนแดง เป็นหลุมเป็นบ่อมีสภาพทรุดโทรมใช้การไม่สะดวกทั้งหน้าแล้ง และหน้าฝนนะคะ ตรงนี้ก็ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้กรุณาจัดสรร งบประมาณเพื่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กให้แก่พี่น้องประชาชนดังกล่าวด้วยค่ะ ขอขอบพระคุณมากค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอนิดเดียวนะครับ เพราะท่านประกอบรออยู่

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ที่ท่านประธานบอกว่า จะนําเรื่องหารือของ ๒ ท่านแรกไปสู่วุฒิสภา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาทั้งสาม รายงานของคุณหมอสุกิจไปด้วย ให้ประธานวุฒิสภาวันนี้นะครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านรับปากของผมแล้วนะครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญดอกเตอร์ประกอบ จิรกิติ หลังจากท่านดอกเตอร์ประกอบแล้วมาท่าน ส.ส. เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข มาท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล มาท่านดอกเตอร์ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ นะครับ เชิญครับ

นายประกอบ จิรกิติ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประกอบ จิรกิติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอขอบคุณ ท่านประธานที่ได้ให้โอกาสผมในการนําปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน นํามาเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อดําเนินการแก้ไขต่อไป จากการที่ได้ ลงพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนเพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนั้น กระผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติในการที่จะ ส่งเสริมและอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา กระผมและเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ จึงได้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติอุปถัมภ์และส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พ.ศ ..... ต่อสภา เมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔ และท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ส่ง ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อให้การเห็นชอบ เนื่องจากพิจารณาว่า เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวเนื่องกับการเงิน เนื่องจากมีการจัดตั้งกองทุนอุปถัมภ์ และส่งเสริมพระพุทธศาสนา และสํานักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือตอบมา วันที่ ๒๑ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๔ ชี้แจงว่าได้ดําเนินการส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือ สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติดําเนินการพิจารณาต่อไป ท่านประธานครับ จากการ ติดตามความคืบหน้าโดยได้มีการเชิญผู้แทนสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาชี้แจงติดตามความคืบหน้า ในคณะกรรมาธิการการศาสนาศิลปะและวัฒนธรรมโดยตลอด โดยล่าสุดในการประชุม เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๖ ที่ผ่านมานี้ หน่วยงานทั้งสองก็ยังยืนยันตรงกันว่าไม่มีข้อขัดข้อง หรือข้อขัดแย้งในเรื่องการเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว แต่ว่าอยู่ที่ผู้บังคับบัญชา จะดําเนินการต่อไป ดังนั้นกระผมขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรองนายกรัฐมนตรีนิวัฒน์ธํารงที่กํากับดูแลสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้โปรดเร่งการพิจาณาให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เพื่อที่เราจะสามารถ พิจารณาได้ในสภานี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่าน ส.ส. เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ครับ

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีเรื่องจะมาหารือท่านประธาน เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อย่างแสนสาหัส ๒ เรื่องคะ

เรื่องแรก สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นงานบุญกฐิน ดิฉันได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้อง ประชาชนร่วมงานบุญทางอําเภอด่านซ้ายถึง ๖ ตําบล ไม่ว่าจะตําบลปากหมัน ตําบลนาดี ตําบลนาหอ ตําบลโป่ง ตําบลโพนสูง และตําบลวังยาว พี่น้องทั้ง ๖ ตําบลร้องเรียนเป็นเสียง เดียวกันเกี่ยวกับเรื่องผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หรือข้าวโพดฝัก ราคาตกต่ํามาก เพราะว่าพื้นที่ในอําเภอด่านซ้าย ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนมากจะเป็นพื้นที่ ที่ราบสูง ไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินทํากิน ทําให้ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการแทรกแซงผลผลิต ทางการเกษตรโดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ ดังนั้นเขาจําใจจะต้องขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นี้ ให้กับพ่อค้าคนกลาง ซึ่ง ณ ขณะนี้ก็โดนกดราคาเหลือแค่ ๔ บาทเท่านั้นเอง ทางเกษตรกร ได้ร้องเรียนมาว่า ช่วยเร่งรัดให้ทางรัฐบาลเร่งรัดออกนโยบายแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วย

เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องในอําเภอวังสะพุงปลูกยางพาราเยอะมาก ตอนนี้ราคา ยางพาราตกต่ําเรื่อย ๆ โดยเฉพาะยางถ้วยหรือขี้ยาง ตอนนี้ ณ ขณะนี้เหลือ ๓๐ บาท ต่อกิโลกรัมเท่านั้น ก็ช่วยแก้ไขเรื่องนี้ด้วย สิ่งสําคัญเหนืออื่นใดเกษตรกรฝากมาทางรัฐบาล กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกี่ยวกับเรื่องปุ๋ยแพง ตอนนี้ปุ๋ยของยางพารา ๕๐ กิโลกรัมต่อกระสอบ ๑,๖๐๐ บาท ถ้าจะช่วยเรื่องนี้ก็จะช่วยเกษตรกรได้อีกแนวทางหนึ่ง ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลช่วยเร่งรัดแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วนด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ท่านมัลลิกา จิระพันธุ์วานิช ครับ เชิญครับ

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วานิช ลพบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานคะ ขอรบกวนที่จะแจ้งความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ก็คือได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องในเขตอําเภอท่าวุ้ง และอําเภอ เมืองบางส่วนเกี่ยวกับฤดูกาลทํานาในรอบนี้ ซึ่งเรื่องนี้หลังจากที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า น้ําท่วมเยอะหลายจังหวัด ฝนตกมาก เพราะฉะนั้นในพื้นดินยังมีความชุ่มของน้ําอยู่ก็ถือว่า มีต้นทุนของน้ําในการที่จะทํานา แต่ว่าทางสํานักชลประทานนั้นได้แจ้งให้กับพี่น้องเกษตรกร ให้ทราบว่าในฤดูกาลทํานารอบนี้ทางสํานักชลประทานจะปิดน้ําเพื่อที่จะไม่ให้ชาวนาได้ทํานา เมื่อ ครม. สัญจรที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปที่จังหวัดลพบุรี ท่านรัฐมนตรีวราเทพได้ทราบ เรื่องนี้แล้ว แต่ว่าไม่อยากให้เรื่องนี้นั้นเงียบไป จึงได้รบกวนท่านประธานฝากบอกท่านวราเทพ ว่าขอให้สํานักงานชลประทานนั้นได้เปิดน้ําเพื่อให้พี่น้องประชาชนนั้นได้มีน้ําเพื่อทํานา ในฤดูกาลนี้ ส่วนในรอบหน้าถ้าหากไม่มีน้ําจริง ๆ นั้นเกษตรกรก็ฝากมาบอก บอกว่าเขาก็ ยินดีที่จะหยุด แต่ว่ามันจะกลายเป็นว่าตอนนี้ก็คือใน ๑ ปี เกษตรกรที่จังหวัดลพบุรีจะทํานา ได้เพียงแค่ ๑ ครั้งเท่านั้น

ส่วนเรื่องที่ ๒ ก็ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องเขตตําบลบางงา ตําบลท่าวุ้ง แล้วก็พี่น้องชาวจังหวัดสิงห์บุรีบางส่วนซึ่งได้ใช้สะพานข้ามแม่น้ําที่วัดโพธิ์ศรี ตําบลบางงา ซึ่งขณะนี้สะพานชํารุด รถไม่สามารถที่ข้ามได้แล้วก็เป็นอันตราย ถ้าเกิดคนต่างถิ่นที่มา แล้วไม่ทราบเพราะว่าตอหม้อชํารุดมาก ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรงบประมาณ เพื่อไปซ่อมแซมหรือว่าไปสร้างใหม่ที่สะพานวัดโพธิ์ศรี ตําบลบางงา จังหวัดลพบุรี ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านดอกเตอร์ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์

นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตหารือในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนค่ะ ขออนุญาตท่านประธานประสานไปยัง กทม. ในส่วนของให้จัดสรรงบประมาณ ในการเข้าซ่อมแซมถนนทางเข้าวัดขุมทอง เขตลาดกระบัง เนื่องจากเหตุการณ์น้ําท่วม ที่ผ่านมามีน้ําท่วมขังแล้วก็ทางวัดเองนั้นไม่เคยได้รับงบประมาณในการซ่อมแซมมานาน มากแล้ว สงสารพุทธศาสนิกชนที่อยู่ในบริเวณนั้นที่ต้องการจะเข้าไปทําบุญต้องเดินทางกันด้วย ความยากลําบาก

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งถึง กทม. เช่นเดียวกันค่ะ ให้เข้าไปปรับปรุงถนนแล้วก็ ซ่อมแซมถนนในซอยบัวโรย อยู่ตรงถนนหลวงแพ่ง เขตลาดกระบังเช่นเดียวกัน เนื่องจากว่า ถนนเส้นนี้มีพี่น้องประชาชนใช้กันอย่างมากมายแล้วก็ทางจังหวัดสมุทรปราการ ทาง อบต. ที่นั่นเคยจะเสนอทําให้ แต่ กทม. ไม่ยอม ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด ดิฉันเองเคยประสาน ในเรื่องของการไฟฟ้านครหลวงที่จะเข้าไปให้ส่องสว่างนั้นทางการไฟฟ้านครหลวงได้จัดทําให้แล้ว ดิฉันต้องถือโอกาสนี้ขอบคุณ แต่ก็ยังมีถนนที่เป็นความรับผิดชอบของทาง กทม. ก็ได้โปรด ให้ทาง กทม. นั้นได้จัดสรรงบประมาณเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนในนั้นด้วยค่ะ

แล้วถึง กทม. อีกเรื่องค่ะ ท่านประธานคะ สะพานข้ามคลองตาสอน ซึ่งดิฉัน ก็เคยหารือไปแล้ว แต่ก็ไม่เคยได้รับการตอบกลับมาแต่อย่างใดเลย พี่น้องก็ยังเดินกันด้วย ความลําบาก เดินทางกันด้วยความที่ชีวิตนั้นเป็นไปด้วยความเสี่ยงมากมาย ดิฉันก็ต้องขอ ความเห็นใจจาก กทม. ด้วยนะคะ ได้โปรดดูแลพี่น้องชาวลาดกระบังที่เป็นส่วนหนึ่งของ กทม. ด้วย

ต่อไปท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตประสานไปถึงทางการไฟฟ้านครหลวง เขตบางพลี แล้วก็เขตมีนบุรี ได้โปรดทํางานร่วมกันในการที่จะซ่อมไฟฟ้าเกาะกลางถนน ถนนร่มเกล้า เพราะว่าดิฉันเคยนั่งรถผ่านแล้วก็ได้เห็นถึงความไม่ค่อยสว่างของถนนเท่าไร บางดวงก็ชํารุดทรุดโทรมด้วย อย่างไรก็ขอประสานให้ได้ไปดูแลในเรื่องของความปลอดภัย ในการเดินทางให้พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล ท่านชมภู จันทาทอง ท่านศรีเรศ โกฎคําลือ ๓ ท่าน เชิญครับ ไม่อยู่นะครับ ท่านชมภู จันทาทอง ของท่านจุฤทธิ์ยังไม่มีชื่อมานะครับ ไม่มี เดี๋ยวผมดูให้นะครับ เอาท่านชมภู จันทาทอง ก่อนนะครับ แล้วท่านจุฤทธิ์ถ้าส่งมาแล้ว ท่านจุฤทธิ์ต่อจากนี้เลยนะครับ โอเคครับ เชิญครับ

นางชมภู จันทาทอง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมพู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอนําความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่ นํามาหารือกับท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบ

เรื่องแรกนั้นเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องหมู่ที่ ๓ บ้านแสนสุข ตําบลบ้านว่าน มีน้ําประปาบาดาลใช้มานาน ๑๕-๑๖ ปีแล้วค่ะท่านประธาน แล้วก็อยู่ในเขตพื้นที่ ของเอกชนด้วย พอฤดูแล้งน้ําไม่พอใช้ น้ําก็ไม่สะอาดด้วย พี่น้องร้องเรียนอยากได้ ประปาบาดาลใหม่ แล้วก็จะให้มาอยู่ที่ตลาดที่พื้นที่ของดินสาธารณะด้วยค่ะ แล้วก็ฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยซึ่งดูแลความเดือดร้อนตรงนี้ หรือหน่วยงาน ที่รับผิดชอบได้ช่วยแก้ไขเรื่องน้ําให้แก่พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ นั้นดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องหมู่ที่ ๗ บ้านสมสะอาด ตําบลคอกช้าง อําเภอสระใคร จังหวัดหนองคายค่ะท่านประธาน อยากได้น้ําประปาผิวดิน จนจัดซื้อจัดจ้างเสร็จแล้ว แต่ปรากฏว่างบประมาณปี ๒๕๕๖ นั้น ไม่มาเลย ก็ฝากทาง กระทรวงมหาดไทยเช่นกันนะคะ ว่าให้ดูแลแก้ไขเรื่องเดือดร้อน เพราะว่าพี่น้องประชาชนนั้น ดีใจและมีความหวังว่าจะได้น้ําประปาผิวดินค่ะ

เรื่องที่ ๓ ก็เช่นกันค่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องน้ําประปาบาดาลหมู่ที่ ๑ บ้านคอกช้าง ตําบลคอกช้าง อําเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย ก็ได้จัดซื้อจัดจ้างเสร็จแล้ว ผู้ใหญ่บ้านก็ดีใจ และพี่น้องประชาชนนั้นก็ทราบทั่วกันหมดว่าจะได้น้ําประปาบาดาลนะคะ แต่ปรากฏว่า งบประมาณไม่ไป ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวง มหาดไทย ได้ช่วยแก้ไขในการที่จะ ดูแลแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุฤทธิ์ เชิญครับ

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมใคร่หารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรกก็คือเรื่องการทําหน้าที่ของท่านประธานเอง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในขณะที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมครับ ในวันนั้นเข้าใจว่ามีสมาชิกหลายท่าน ได้เตือนท่านประธาน รวมทั้งตัวกระผมด้วย ว่าการพิจารณากฎหมายดังกล่าวนี้มิชอบ ไม่ว่าด้วยข้อบังคับหรือรัฐธรรมนูญก็ตาม ท่านประธานในฐานะเป็นประธานในที่ประชุม หลายครั้ง ผมคิดว่าวันนั้นท่านไม่เป็นตัวของตัวเองครับ ท่านไม่มีอํานาจแม้แต่จะ พักการประชุมหรือเลื่อนการประชุม ซึ่งผิดปกติวิสัยมาก ผมจึงเรียนถามท่านประธานว่า ท่านจะรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไร และท่านจะให้ความมั่นใจกับพวกกระผมได้อย่างไร ให้ความมั่นใจกับสมาชิกทุกท่านในที่นี่ได้อย่างไร ว่าหลังจากนี้ไปท่านจะทําหน้าที่อย่างเป็นกลาง และจะรับผิดชอบต่อสภาของสภาผู้แทนราษฎรอย่างตรงไปตรงมา เพราะผมคิดว่าเรายังต้อง ร่างพิจารณาพระราชบัญญัติกันอีกหลายฉบับครับ เรายังต้องทํางานร่วมกันอีกเยอะครับ ถ้าท่านประธานไม่วางตัวเป็นกลางพวกกระผมก็ทําหน้าที่กับท่านลําบาก นั่นคือเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ จากกรณีต่อร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมดังกล่าวสร้างปัญหา ให้บ้านเมือง ณ เวลานี้ ปรากฏว่ายังมีอีกอย่างน้อย ๖ ร่างที่จ่ออยู่ในระเบียบวาระการประชุม ผมคิดว่าท่านประธานจะต้องมีความเห็นอย่างใดอย่างหนึ่งให้กับผู้เสนอร่างดังกล่าว ซึ่งเมื่อสักครู่สมาชิกหลายท่านได้บอกว่าอยากให้ถอนร่างดังกล่าวออกไป ๑. ถอนด้วยวาจา เมื่อถึงระเบียบวาระ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ถึง เพราะฉะนั้นใช้วิธีการที่ ๒ ครับท่าน ให้ผู้เสนอร่างทั้ง ๖ ร่าง ทําหนังสือถึงท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อทําหนังสือถึงท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรแล้ว เมื่อถึงเวลานั้นก็จะขอมติจากสภาในการถอนร่างทั้ง ๖ ร่างออกไปได้ โดยไม่ต้องรอให้ถึงระเบียบวาระ นั่นคือทางออกทางเดียวที่ท่านประธานจะช่วยไกล่เกลี่ย กรณีดังกล่าวได้ ผมคิดว่าท่านประธานต้องแสดงความรับผิดชอบและช่วยดําเนินการเรื่องนี้ ให้ได้ตามที่ท่านได้รับปากไว้ ให้เหมือนกับเรื่องที่มีสมาชิกขอให้ส่งเรื่องถึงวุฒิสภา ท่านรับปากจะส่งทันที เรื่องนี้ขอให้ท่านรับปากตรงนี้ด้วยว่าจะทําทันทีด้วย ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณที่สอนนะครับ ท่านไปดูข้อบังคับ ข้อ ๒๕ ก่อนที่จะสอนประธานนะครับ เชิญท่าน ศรีเรศ โกฏคําลือ ครับ

นายศรีเรศ โกฏคําลือ เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายศรีเรศ โกฏคําลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน ผมได้รับหนังสือร้องเรียนจาก อบต. เทศบาล และอําเภอ ของอําเภอฮอด อําเภอดอยเต่า เรื่องถนนชํารุด ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๐๓ อําเภอฮอด ผ่านอําเภอดอยเต่า และตําบลแม่ตืน อําเภอลี้ ชํารุดเสียหายตลอดเส้นทาง ซึ่งเป็นถนนสายหลักของรถประจําทาง เชียงใหม่-กรุงเทพฯ แม่ฮ่องสอน-กรุงเทพฯ เป็นถนนขนส่งผลผลิตทางการเกษตร ไปต่างจังหวัดและการท่องเที่ยว โดยปัจจุบัน ถนนชํารุดเสียหายเกิดจากสภาพใช้งานมานาน ขาดการบํารุงรักษา เช่นระหว่างอําเภอดอยเต่า ไปตําบลแม่ตืน ลาดยางตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ ผ่านมาแล้ว ๓๐ ปีที่แล้วยังไม่ได้รับการซ่อมบํารุง ถนนจึงเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อ ผมขอส่งเอกสารและรูปถ่ายให้ท่านประธาน ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดําเนินการด้วย ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรวีร์พร้อมนะครับ เชิญครับ เชิญท่านกรวีร์ครับ แล้วต่อมาที่อาจารย์นิยม วรปัญญา แล้วก็ท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ นะครับ เดี๋ยวผมจะเข้าระเบียบวาระนะครับ เชิญครับ

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา มีเรื่อง อยากจะหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ เป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่อยู่ริม ๒ ฝั่งแม่น้ําเจ้าพระยา เมื่อเช้านี้ได้รับคําร้องเรียนจากท่านสมาชิกเทศบาล ตําบลเกษไชโยผ่านทางหน้าเฟซบุ๊ก (Facebook) ของกระผม ผมขออนุญาตท่านประธานเพื่อ ที่จะเปิดภาพประกอบ ได้ขออนุญาตท่านประธานไว้เรียบร้อยแล้ว ห้องโสตทัศนูปกรณ์ ขออนุญาต

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญเจ้าหน้าที่ห้องโสตทัศนูปกรณ์ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

จุดแรกนะครับเป็นบริเวณหมู่ที่ ๕ ที่ตําบลไชโย อําเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลตําบลเกษไชโย ถนนที่ ท่านประธานเห็นนี้เป็นถนนดินซึ่งทางเทศบาลเกษไชโยนั้นได้ใช้เงินงบประมาณมาเพื่อที่จะ มาซ่อมแซมในช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา แต่เนื่องจากว่าน้ําในแม่น้ําเจ้าพระยาลดลงไป นะครับทําให้ถนนดินเดิมที่ทางเทศบาลมาซ่อมไว้ให้แล้วมันทรุดโทรมแล้วก็พังลงไปอีก เพราะฉะนั้นเรียนถึงท่านประธานฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับช่วยกรุณาหาเงิน งบประมาณมาเพื่อที่จะมาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องในบริเวณหมู่ที่ ๕ ตําบลไชโย อําเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง ซึ่งอยู่ในเขตของเทศบาลเกษไชโยนะครับ จุดแรก

จุดที่ ๒ ครับก็แทบจะอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกันเลย นั่นก็คือที่หมู่ที่ ๕ ตําบลไชยภูมิ อําเภอไชโย จังหวัดอ่างทองนะครับ ภาพนี้ก็เป็นพี่น้องประชาชนที่อยู่ในบริเวณหมู่ที่ ๕ ได้ส่ง มาให้กระผมนะครับ ก็จะเห็นว่าเป็นถนนคันดินใช้เป็นทั้งถนนริมแม่น้ําเจ้าพระยา แล้วก็ใช้ เป็นคันดินกั้นน้ําด้วยนะครับ ก็ได้รับความทรุดโทรมเสียหายเป็นจํานวนมาก เพราะฉะนั้น กราบเรียนท่านประธานนะครับ ที่หมู่ที่ ๕ ตําบลไชยภูมินี้ผมหารือเป็นครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ แล้วครับ ยังไม่ได้รับความคืบหน้า เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยติดตามแล้วก็เร่งรัดในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนิยม วรปัญญา ครับ

นายนิยม วรปัญญา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ผมขอขอบคุณท่านประธานที่กรุณา ให้โอกาสผมได้หารือเรื่องความเดือดร้อนของราษฎร ผมได้รับการร้องเรียนมามากครับ และตอนที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้กรุณาไปจัดประชุม ครม. สัญจรที่จังหวัดลพบุรี ก็มีคนร้องเรียนมาเยอะ และต่างก็ชื่นชมที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นกันเองครับ แล้วก็ได้ สอบถามเรื่องความเดือดร้อน จังหวัดลพบุรีเป็นจังหวัดที่น้ําท่วมทุกปีครับ ท่วมซ้ําซาก แล้วก็ หน้าแล้งก็แล้งซ้ําซากเหมือนกันครับ

๑. ขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องถนนชํารุดจากภัยพิบัติน้ําท่วม ถนนกรมทางหลวง ๓๙ สาย กรมทางหลวงชนบท ๔๑ สาย อบต. ๓๙ สาย อบจ. ๒๒ สาย

๒. คลองตื้นเขิน คลองบูชา คลองเดื่อ คลองสอง แม่น้ําป่าสักตื้นเขิน บ้านท่าศาลา บ้านสะทินดํา บ้านสันตะลุง เกาะรัง ตลาดปลาชัยบาดาล บ้านน้ําทด แก่งผักกูดครับ

๓. ขอให้ส่งเสริมการท่องเที่ยววัดเขาสมโภชน์ น้ําตกวังก้านเหลือง น้ําตกวังแสนดี ศาลาชมวิวท่าเยี่ยม ศาลาชมวิวเขาพังเหย

๔. ขอให้ปรับปรุงถนนจากสิงห์บุรี-บ้านหมี่ โคกสําโรง-ลํานารายณ์ นครราชสีมา-ชัยภูมิ เป็น ๔ ช่องจราจร

๕. ขอให้ทางกระทรวงพาณิชย์ช่วยจัดสินค้าราคาถูกไปขายที่ตลาด ลํานารายณ์ เพราะเป็นศูนย์กลาง เป็นสี่แยกชุมทางที่นั่น ทุกภาคจะมารวมกันที่ตรงนี้ครับ มีอําเภอต่าง ๆ ใกล้เคียง ๑๒ อําเภอที่จะมาใช้บริการตรงนี้ครับ เรียกได้ว่าสินค้าธงฟ้านะครับ

๖. ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งอนุมัติเส้นทางโรงน้ําตาลที่อําเภอสระโบสถ์ ที่อําเภอวิเชียรบุรี แล้วก็ที่อําเภอลําสนธิ

๗. ขอให้ส่งเสริมให้เอกชนผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์นะครับ แล้วก็พลังงานลม พลังงานน้ํา แล้วก็พลังงานจากมูลสัตว์และซากพืช แล้วก็ขอให้ส่งเสริม การจัดตลาดศูนย์กลางเกษตรที่วัดพุทธเมตตาตําบลลํานารายณ์ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอท่านสุดท้ายนะครับ ท่าน ส.ส. มาลินี อินฉัตร นะครับ เชิญครับ

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

มีรายละเอียดครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ ท่าน ส.ส. มาลินี ครับ

นางสาวมาลินี อินฉัตร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน มาลินี อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เรื่องที่ดิฉัน จะขอหารือฝากท่านประธานไปถึงทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาค่ะ ดิฉันได้รับ การร้องเรียนร้องขอจากทางพี่น้องประชาชนในพื้นที่ว่าอยากได้ทราบถึงแนวนโยบายในการ ผลักดันให้เยาวชนของเราได้เล่นกีฬาเป็นอาชีพนะคะ เพราะอย่างที่ทราบทุกวันนี้การกีฬา สามารถที่จะเป็นอาชีพหลักได้ สร้างครอบครัวได้นะคะ แล้วก็จะเป็นโอกาสให้สร้างชื่อเสียง ให้กับประเทศชาติแล้วก็รายได้ของชาติด้วยค่ะ

อีกเรื่องนะคะ ดิฉันเองได้รับการร้องเรียนจากนักกีฬาทีมชาติค่ะ ว่าเขาก็เป็น นักกีฬาทีมชาติแล้วก็สร้างชื่อเสียงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ว่าอยากจะได้โอกาสเข้ารับราชการบ้าง ไม่รู้จะได้ทําอย่างไร อยากทราบว่าทางกระทรวงมีนโยบายที่จะส่งเสริมตรงนี้ แล้วก็ส่งเสริม ให้นักกีฬาทีมชาติที่สร้างชื่อเสียง ได้เข้ารับราชการหรือไม่ด้วยค่ะ

เรื่องต่อมา สํานักงานตํารวจแห่งชาติ เรื่องของการจราจร จะสังเกตได้ว่า ตรงไหนที่มีตํารวจจราจรซึ่งทํางานอยู่การจราจรก็จะคล่องนะคะ ดิฉันเองสังเกตอย่างหนึ่ง คือว่าบางเส้นทางมี ๒ ช่องใหญ่ ๆ อย่างนี้ แต่เราสามารถเพิ่มช่องทางได้ ทีแรกถ้าไม่แน่ใจ ลองวางกรวยก่อนก็ได้ เพื่อเพิ่มช่องทางเดินทางนะคะ บางทีมันติดขัดเฉพาะตรงช่วงสะพาน หรือว่าทางจะเลี้ยวเข้าแยกนิดหน่อยเท่านั้นเอง ดิฉันต้องขอชื่นชมอย่าง สน. สุทธิสาร เขาจะปรับเปลี่ยนเวลาเดินเส้นทางก็ดีมาก ๆ เลย แล้วก็บางอย่างบนถนนบรมราชชนนี แต่ก่อนเราจะเห็นเป็นเส้นใหญ่ ๆ นะคะ เดี๋ยวนี้เห็นเป็น ๓ ช่องทาง ก็จะทําให้การจราจร คล่องตัวขึ้นนะคะ ดิฉันฝากว่าการจราจรนี้ก็อยู่ในคนในพื้นที่จริง ๆ ตํารวจจราจรทํางานหนัก ดิฉันขอชื่นชมนะคะ ก็ฝากว่าการจราจรเส้นไหนที่พอจะปรับเปลี่ยนได้ขอให้ปรับเปลี่ยนค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๖๔ คน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกได้ลงชื่อ ๓๙๔ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ ผมขอเปิด การประชุมนะครับ

ก่อนที่จะเข้าระเบียบวาระเรื่องที่เลื่อนการพิจารณาขึ้นมาก่อนนะครับ ผมขอหยิบยกเรื่องอื่น ๆ ในระเบียบวาระอื่น ๆ ขึ้นมา ในเรื่องของการตั้งคณะกรรมาธิการ ก่อนนะครับ เพื่อที่จะไม่ให้เสียเวลา แล้วก็จะให้ท่านที่ถูกแต่งตั้งไปปฏิบัติหน้าที่นะครับ มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ผมขอดําเนินการเลยนะครับ เชิญพรรคเพื่อไทยครับที่จะเสนอบุคคลที่จะเข้ามาสู่ คณะกรรมาธิการ เชิญครับ จากคณะอะไรมาสู่คณะอะไรเชิญครับ เชิญพรรคเพื่อไทยครับ พร้อมไหมครับ ถ้าไม่พร้อม ผมขอเข้าตามระเบียบวาระเลยนะครับ เรื่องที่จะเลื่อนขึ้นมา พิจารณาก่อนนะครับ

๑. พิจารณากรณีที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมาย การค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๔ วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ที่ประชุมได้ลงมติให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จึงส่งร่างพระราชบัญญัติ ฉบับดังกล่าวมาเพื่อ ดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) จะให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เป็นผู้พิจารณา นะครับ ถ้าพิจารณาเห็นชอบกับมีการแก้ไขเพิ่มเติม ก็ถือว่าสภาได้เห็นชอบแล้ว แต่ถ้า สภาแห่งนี้มีมติไม่เห็นด้วยนะครับ จะแต่งตั้งคณะกรรมาธิการร่วมตามกฎหมายต่อไป มีท่านสมาชิกท่านใดจะอภิปรายไหมครับ เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานต่อกรณีที่ท่านประธานได้บรรจุ ระเบียบวาระเข้าสู่ที่ประชุมแห่งนี้ เรื่อง พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพ จากรายงานของวุฒิสภา ที่ได้ส่งต่อท่านประธาน วุฒิสภามีการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อยู่ ๒ มาตรานะครับ ในมาตรา ๒ และมาตรา ๒๙ กระผมได้ตรวจสอบการแก้ไขของวุฒิสภาทั้ง ๒ มาตรา ต้องขอ อนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ในมาตรา ๒๙ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม ถ้อยคําในมาตรา ๗๙/๑ ในร่างของสภาผู้แทนราษฎรของเราที่ส่งขึ้นไปนะครับ เป็นการ บัญญัติถ้อยคํา ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านนะครับ มาตรา ๗๙/๑ ในกรณีที่สัญญา อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าที่มิได้กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น สัญญาอนุญาตให้ใช้ เครื่องหมายการค้าย่อมไม่ระงับไปเพราะเหตุการณ์ คําว่า เหตุการณ์ ตัวนี้สภาผู้แทนราษฎร ของเราพิมพ์เป็น เหตุการณ์ ที่มี ณ์ นะครับ ข้อความที่วุฒิสภาแก้ไขคือตัดคําว่า เหตุการณ์ ที่มี ณ์ ออก และเขียนเป็น เหตุ และ การ แต่เขียนติดต่อกันนะครับท่านประธาน อ่านได้ ความว่า ย่อมไม่ระงับไปเพราะเหตุการโอนหรือการรับมรดกในเครื่องหมายการค้าที่มีสัญญา อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น ในประเด็นนี้กระผมเห็นชอบกับการแก้ไขของวุฒิสภา เพื่อให้สอดคล้องกับความหมายของสารบัญญัตินะครับ ไม่ระงับเพราะเหตุการโอน ไม่ใช่ ไม่ระงับเพราะเหตุการณ์ ซึ่งเป็นคํา ๆ เดียวครับ ในประเด็นนี้คงเห็นชอบกับที่วุฒิสภาแก้ไข

ท่านประธานที่เคารพครับ มีอีกมาตราหนึ่งซึ่งเป็นมาตราที่ผมถือว่า เป็นสาระสําคัญที่อยากให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราได้พิจารณาว่า จะเห็นชอบกับการแก้ไขของวุฒิสภาหรือไม่ ในมาตรา ๒ ท่านประธานครับ มาตรา ๒ ข้อความเดิมเป็นการบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัตินะครับ ขออนุญาตท่านประธานอ่านครับ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป วุฒิสภาได้ไปเพิ่มเติมข้อความนะครับ ขออนุญาต ท่านประธานอ่านครับ เว้นแต่บทนิยามคําว่า เครื่องหมาย เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกลิ่น ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดสองปีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เป็นเพิ่มเติมของวุฒิสภา ผมได้ตรวจสอบรายงานของวุฒิสภานะครับ เหตุผลที่เพิ่มเติมมา เครื่องหมายการค้าประเภทกลิ่น วุฒิสภามีเหตุผลว่า ประการที่ ๑ ครับ ความไม่พร้อม ของหน่วยงานที่จะทําหน้าที่ในการที่จะจดทะเบียน หมายถึงกรมทรัพย์สินทางปัญญา ๒. ความไม่พร้อมของผู้ประกอบการที่จะนําเรื่องกลิ่นมาเป็นเครื่องหมายการค้า และ ๓. เป็นความไม่พร้อมของพี่น้องประชาชนผู้บริโภคที่ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจ ทางวุฒิสภาก็เลยทอดระยะเวลาไปว่า เฉพาะกลิ่นถ้าจะไปจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้า ขอให้พ้นจาก ๒ ปี เพื่อให้มีระยะเวลาในการเตรียมความพร้อมของทั้ง ๓ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายผู้รับจดทะเบียน หรือผู้กํากับดูแลนี่นะครับ ฝ่ายของผู้ประกอบการที่จะนํากลิ่นมาเป็น เครื่องหมาย แล้วก็ฝ่ายพี่น้องประชาชนผู้บริโภค ประเด็นกริ่งเกรงอีกเรื่องหนึ่งที่เป็น ข้อถกเถียงในวุฒิสภาก็คือว่า ถ้าอนุญาตให้นํากลิ่นมาเป็นเครื่องหมายกาค้า บรรดา ผู้ประกอบการ เช่น เครื่องสําอางหรือยาก็เกรงว่าจะถูกบริษัทต่างชาติหรือผู้ที่มีความพร้อม ต่างชาติเขาไปจดทะเบียน แล้วไม่สามารถใช่กลิ่นนั้นได้ อันนี้เป็นข้อกริ่งเกรง ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมเห็นว่าในการแก้ไขของวุฒิสภานี้ผมเองไม่เห็นด้วยครับ ต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าไม่เห็นด้วย ร่างของสภาผู้แทนราษฎรเราให้มีผลบังคับใช้ ๙๐ วันหลังถัดจาก วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ๓ เดือนเว้นระยะไว้ให้เพื่อเตรียมความพร้อมทุกด้าน ทุกเรื่องเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสี กลิ่น รสต่าง ๆ เหตุผลที่ผมบอกว่าเห็นด้วยกับร่างของ สภาผู้แทนราษฎร ไม่เห็นด้วยกับวุฒิสภา เห็นควรต้องตั้งกรรมาธิการร่วมนะครับ

ประการที่ ๑ ความพร้อมของหน่วยงานที่จะเป็นเจ้าของเรื่องในการรักษาการ ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ในการจะรับขึ้นทะเบียน จดทะเบียน เขามีความพร้อม เขาเตรียมการพร้อมหมด ในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรของเราเคยมีการแปรญัตติครับ ในชั้นกรรมาธิการก็มีการถกกันเยอะมากในประเด็นนี้ สุดท้ายกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็เห็นว่าคงไว้ร่างเดิม คือ ๙๐ วันพอเพียง เพราะประการที่ ๑ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานไป ก็คือว่าผู้ที่จะรับจดทะเบียนหรือขึ้นทะเบียนมีความพร้อม

ประการที่ ๒ ข้อกริ่งเกรงเกี่ยวกับเรื่องของผู้ประกอบการที่ไม่มีความพร้อม ไม่มีความรู้ ไม่มีความเข้าใจ ประเด็นนี้ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า การใช้คําว่า กลิ่น มาเป็นเครื่องหมายทางการค้าอาจจะมีความสับสนกับเรื่องของสิทธิบัตร อาจจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนกัน เครื่องหมายการค้านะครับ ถ้าท่านประธานไปดูใน มาตรา ๕ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗ นะครับ ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา ๗ ของ พระราชบัญญัติว่าด้วยเครื่องหมายการค้าปี ๒๕๔๓ เขาเพิ่มข้อความว่า เครื่องหมายการค้า ที่มีหรือประกอบด้วยลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นสาระสําคัญดังต่อไปนี้ ให้ถือว่า มีลักษณะบ่งเฉพาะ ความหมายก็คือว่าถ้ามีลักษณะบ่งเฉพาะถึงไปจดทะเบียนได้ ผมมาที่ (๑๑) ท่านประธานครับ ลักษณะบ่งเฉพาะที่สามารถไปจดทะเบียนได้นี้ (๑๑) เขียนเรื่องกลิ่น ครับท่านประธาน กลิ่นอันไม่ได้เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้านั้นโดยตรง ขีดเส้นใต้เลย ท่านประธานครับ กลิ่นอันไม่ได้เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้านั้นโดยตรง หรือกลิ่นที่ไม่เป็นกลิ่นโดยธรรมชาติของสินค้านั้น ความหมายก็คือว่าถ้าคุณจะเอากลิ่น ไปเป็นสัญลักษณ์ของเครื่องหมายการค้า กลิ่นนั้นจะต้องไม่เป็นกลิ่นของตัวสินค้า ถึงจะมา จดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าได้ เพราะฉะนั้นความกริ่งเกรงที่เขาจะจดทะเบียน แล้วไปบังคับว่าไม่ให้เราใช้กลิ่นนั้นอาจจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างว่าแล้วกลิ่นมันจะเป็นเครื่องหมายการค้าได้อย่างไร ขณะนี้ประเทศไทยเรา มีความลําบากครับ เราไม่สามารถจะตามไปดูหรือไปให้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งได้เพราะว่า มันไม่มีกฎหมาย พอไม่มีกฎหมายบัญญัติการที่จะเจาะจงลงไปก็เป็นการยาก ผมยกตัวอย่าง กล้วยกลิ่นช็อกโกแลต (Chocolate) กล้วยนะครับ กล้วยคือตัวสินค้า จะไปจดว่ากล้วย กลิ่นกล้วยนี่จดไม่ได้ครับ ถือว่าเป็นลักษณะของกลิ่นสินค้า กล้วยกลิ่นพงศกร ยกตัวอย่าง นะครับ ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่าน กล้วยกลิ่นพงศกร อันนี้จดทะเบียนได้ครับ กลิ่นนั้น จะต้องไม่เป็นตัวของกลิ่นของตัวสินค้า เพราะฉะนั้นมันจะเป็นลักษณะที่ไม่เหมือนกับเรื่อง ของสิทธิบัตร จะต้องเป็นลักษณะเฉพาะ ตรงนี้เขาถือเป็นลักษณะบ่งเฉพาะ สามารถมา จดทะเบียนได้ เพราะนั้นความกริ่งเกรงว่าผู้ประกอบการไม่พร้อม ไม่เข้าใจ ถ้าให้เนิ่นช้าไป ๒ ปีผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้วัตถุประสงค์เราต้องการออกมาเพื่อคุ้มครองภาคเอกชนที่เขามี ความพร้อมที่จะไปจดทะเบียน ไปจดทะเบียนได้ทันที กลับจะมีประโยชน์ครับท่านประธาน ถ้าเราจดทะเบียนก่อน เครื่องหมายการค้าเป็นสิ่งที่จะสร้างความแตกต่างเรื่องของตัวสินค้า ที่ให้แตกต่างกับสินค้าของคนอื่นเขา มีลักษณะประเภทเดียวกัน สินค้าประเภทเดียวกัน แต่เอาเครื่องหมายสินค้าไปเป็นตัวกําหนดให้มีความแตกต่าง เพราะฉะนั้นเราก็สามารถจะคุ้มครองภาคเอกชนของเราที่มีความพร้อม ที่จะมาจดทะเบียน การเลื่อนช้าไปผมเชื่อว่าจะเป็นโทษมากกว่าที่จะเป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้นประเด็น ข้อกริ่งเกรงข้อที่ ๒ ที่กลัวผู้ประกอบการจะไม่มีความพร้อม ผมเชื่อว่าเราเองก็สามารถ ให้ความรู้ความเข้าใจ สามารถจะให้คนที่เขาพร้อมแล้วไปจดทะเบียน แล้วสามารถใช้ การจดทะเบียนไปเป็นประโยชน์ในการที่จะถ่ายทอดให้ความรู้ความไว้วางใจได้อีก แล้วข้อที่ ๓ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าพี่น้องประชาชนเองส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ ตรงนี้ ก็สามารถใช้กฎหมายฉบับนี้ให้เป็นประโยชน์ได้ ไปทําความเข้าใจได้ เพราะฉะนั้นผมเอง ไม่เห็นด้วยกับการที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรานี้ ให้เครื่องหมายการค้าที่ว่าด้วยกลิ่นนี้ มีผลบังคับใช้ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ๒ ปีไปนะครับ น่าจะเป็นผลเสียกับ ภาคเอกชนของเรา หรือผู้ประกอบการของเราด้วยซ้ําไป ขออนุญาตท่านประธานให้เพื่อน สมาชิกได้ไม่เห็นชอบกับการแก้ไขแล้วตั้งกรรมาธิการร่วมเพื่อหาทางออกที่ดีให้กับกฎหมาย ฉบับนี้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเกียรติ สิทธีอมร ครับ เดี๋ยวผมจะลําดับอย่างนี้นะครับ พอท่านเกียรติเสร็จแล้ว ท่านนิติภูมิ นวรัตน์ มาที่ ท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แล้วผมจะขอมติว่าเห็นชอบ กับไม่เห็นชอบนะครับ เชิญครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าที่ทางวุฒิสภาได้มีการปรับปรุงแก้ไขมา โดยเฉพาะ ในมาตรา ๒ นะครับ ในเรื่องบทนิยามในส่วนที่เกี่ยวกับกลิ่นที่ขอให้มีผลบังคับใช้ภายใน ๒ ปี คือเรื่องนี้ถามว่าเป็นเรื่องใหม่หรือเปล่า จริง ๆ ไม่ใช่เรื่องใหม่ครับท่านประธาน จริง ๆ แล้ว ในคณะกรรมาธิการที่พิจารณาหลังจากที่มีการรับหลักการในวาระที่หนึ่งไปแล้ว ผมก็นั่งอยู่ ในกรรมาธิการด้วย แล้วกรรมาธิการก็ได้มีการหารือกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้องนะครับ เรื่องนี้ถ้าจะบอกว่าเอกชนไม่ต้องเป็นห่วง ก็คงจะพูดไม่ได้เต็มปากครับ เพราะมีหนังสืออย่างเป็นทางการมาครับ จากคณะกรรมการร่วมของภาคเอกชนมายัง กรรมาธิการ แล้วก็มีตัวแทนของภาคเอกชนมาร่วมประชุมกับกรรมาธิการตามคําเชิญ ของกรรมาธิการ แล้วเขาก็ได้มีการชี้แจงชัดเจนนะครับว่า จริง ๆ แล้วเรื่องกลิ่นใหม่ สําหรับประเทศไทยมาก แล้วถามว่าใหม่สําหรับหลาย ๆ ประเทศไหม ก็ใหม่สําหรับ หลาย ๆ ประเทศเช่นกัน แล้วในส่วนบางประเทศที่เคยมีการออกกฎหมายที่ได้ออกกฎหมาย ไปแล้วและมีการบังคับใช้เรื่องกลิ่น ก็พบว่ามีปัญหามากมายในการบังคับใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศในกลุ่มของสหภาพยุโรป สหภาพยุโรปนี้มีการบัญญัติในเรื่องกลิ่นของการ จดทะเบียนเรื่องกลิ่นไว้เป็นเครื่องหมายการค้า แต่ปรากฏว่าเมื่อมีการเข้าไปขอจดทะเบียน ก็มีการร้องเรียน ร้องทุกข์กันไปเป็นคดีความถึงชั้นศาล แล้วในที่สุดพอไปถึงชั้นศาลแล้ว ทางศาลเองก็บอกว่าไม่สามารถจดได้เพราะขาดความชัดเจนในกระบวนการตรวจสอบว่า กลิ่นนั้นมีลักษณะที่เป็นลักษณะเฉพาะอย่างไร และจะเปรียบเทียบกับกลิ่นอื่น ๆ ที่ผู้ประกอบการรายอื่นอาจจะนํามาเพื่อขอจดทะเบียนมันมีความแตกต่างอย่างไร ตรงนี้ ยังเป็นปัญหาอยู่ในหลายประเทศมาก แล้วเราก็พบอีกเหมือนกันครับว่าบางประเทศที่มี การบัญญัติไว้ ถามว่ามีคนไปจดหรือเปล่า พบว่ามีการไปจดน้อยมาก มีการไปจดเฉพาะ ประเทศหรือบริษัทที่มีความได้เปรียบ มีความรู้ มีการเป็นผู้นําตลาดเข้าไปจดไว้ แต่เขาได้ ประโยชน์ในการไปจดเพื่อกันไม่ให้คู่แข่งสามารถเข้ามาใช้สิทธิในเรื่องเครื่องหมายการค้า ที่เป็นกลิ่นได้ เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในกรรมาธิการ แล้วในที่สุดข้อยุติของกรรมาธิการในขณะนั้นเป็นเอกฉันท์นะครับ เป็นเอกฉันท์ว่าให้กลิ่นนี้ มีผลบังคับใช้ ๒ ปี ๒ ปีมาจากไหน จริง ๆ แล้วเมื่อคุยกับภาคเอกชนตอนนั้นเขาบอกว่า ขอ ๕ ปีนะครับ เราถามไปกับทางกรมเองว่ากรมพร้อมไหม กรมมีเจ้าหน้าที่ มีแนวทาง มีความสามารถขีดความสามารถทางเทคนิคที่จะสร้างความแตกต่างหรือไม่ แล้วเราก็พบว่า จริง ๆ แล้วมันคือคําบรรยายเท่านั้นเองครับ การจดลิขสิทธิ์กลิ่นที่ใช้กันอยู่ ณ วันนี้ แล้วที่กรมตั้งใจจะให้ใช้คือการเขียนคําบรรยาย ท่านประธานลองช่วยบรรยายให้ผมฟังนิดหนึ่งได้ไหมครับ ว่ากลิ่นของต้มยํากุ้งมันเป็นอย่างไร ท่านประธานเขียนคําบรรยายได้ไหมครับ ท่านประธานอาจจะเขียนได้ เพราะความรู้ ภาษาไทยท่านดี แล้วคนอื่นที่มาเขียน แล้วมันเทียบเคียง แล้วมันแตกต่างกันอย่างไร ท่านประธานแยกแยะได้ไหมครับ ปัญหามันก็มีอยู่ว่าการที่ให้สิทธิบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ไปจดลิขสิทธิ์ จดทะเบียน จดเครื่องหมายการค้าที่เป็นกลิ่นไว้โดยการเขียนคําบรรยายนั้น ถ้าขาดความชัดเจนในหลักเกณฑ์ของการปฏิบัติ ก็จะเป็นการกีดกันไม่ให้รายอื่นเข้าไปแทรกได้ ฉะนั้นจริง ๆ แล้วทางกรมเองก็ต้องมีการตั้งกฎเกณฑ์กติกาให้มีความชัดเจน ต้องมีการ ให้ความรู้กับภาคเอกชน แล้วต้องให้ภาคเอกชนนี้สร้างความพร้อมให้ตัวเองขึ้นมาก่อน ถ้าไม่เช่นนั้นถ้ามีการบังคับใช้ไปก่อน สมมุติว่าวันนี้ให้จดได้เลย คนที่ได้เปรียบคือใครครับ คือคนที่รู้ดี แล้วส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทข้ามชาติ ที่รู้ดีก่อนนักธุรกิจในประเทศ แล้วก็มา จดทะเบียนล็อกไว้ก่อน จดล็อกไว้ก่อนก็คือทําให้ผู้ประกอบการไทยไม่สามารถเข้าไปจดได้ กลิ่นบางกลิ่นที่เป็นกลิ่นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นกล้วยหอมหรือกลิ่นอะไรก็แล้วแต่ ถามนิดหนึ่งครับ จดอย่างไร แยกแยะอย่างไร จะบอกคล้ายคลึงกัน ทําอย่างไร ท่านประธาน ทราบใช่ไหมครับเครื่องหมายการค้านี้ต้องมีการตีความนะครับ ว่าถ้าคล้ายคลึงก็จะสามารถ ที่จะไม่ให้ผู้ประกอบการรายต่อไปเข้าไปจดทะเบียนได้ ก็เป็นมาตรการกีดกันอย่างหนึ่ง ทางการค้า ตรงนี้ครับเป็นความกังวลอย่างมากของกรรมาธิการนะครับ แล้ววันนั้นผมก็นั่งอยู่ ในฐานะกรรมาธิการ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีมติเป็นเอกฉันท์นะครับ ผมย้ํานะครับ ท่านประธาน เป็นเอกฉันท์ในกรรมาธิการ เราต่อรองกับภาคเอกชน ต่อรองกับกรมว่าเมื่อไร จะพร้อม เราบอกไม่พร้อมไปเลย ๕ ปีนี้ เราก็บอกยาวเกินไป เราก็ลดทอนลงมาเหลือ ๓ ปี ในที่สุดจบที่ ๒ ปี ซึ่งทุกฝ่ายเห็นชอบ ทุกฝ่ายเห็นชอบรวมทั้งภาคเอกชนที่มาร่วม ประชุมด้วย เขาก็มีความมั่นใจระดับหนึ่งว่ากรมเองก็สามารถที่จะทํางานร่วมกับภาคเอกชน ในการสร้างกฎ ระเบียบ กติกา ทําความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการ เพื่อที่จะสามารถ ไปจดเครื่องหมายการค้าได้อย่างถูกต้อง แล้วก็จะไม่ไปมีพฤติกรรมของการกีดกันเกิดขึ้น โดยเฉพาะจากบริษัทรายใหญ่ แต่วันนั้นเกิดอะไรขึ้นท่านประธานก็คงทราบ อยู่ดี ๆ มีผู้เสนอ คนหนึ่งเสนอขึ้นมาในสภาบอกว่าไม่เอานะครับ แล้วก็มีการลงคะแนนเสียง กลายเป็นว่า การลงคะแนนเสียงไม่เอามติที่เป็นเอกฉันท์ของกรรมาธิการมาใช้ แล้วเชื่อไหมครับท่านประธาน ผู้ที่ยกมือแล้วเสนอความเห็นก็ไม่ใช่เป็นคนหนึ่งที่นั่งในกรรมาธิการ แล้วเขามาพบผม มาบอกผมทีหลังครับ บอก พี่หนูขอโทษนะ เขาบอกให้หนูทํา ผมก็ไม่ทราบเกิดอะไรขึ้น ผมไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นจริง ๆ แต่นี่คือความจริง ผมไม่อยากเอ่ยชื่อ เดี๋ยวเขาจะเดือดร้อน แต่เขาบอกผมอย่างนั้นจริง ๆ เพราะฉะนั้นการที่ทางวุฒิสภามีการปรับปรุงแก้ไข ผมเชื่อว่า เป็นผลมาจากที่ภาคเอกชนและหลาย ๆ ฝ่ายที่มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้ คงเข้าไป ให้ความเห็นกับทางกรรมาธิการของวุฒิสภา แล้วก็มีการปรับปรุงไป ผมก็มีความเห็นว่า ในการที่เรามีระยะเวลาเพื่อให้มีการปรับตัว เตรียมตัว เตรียมความพร้อม ๒ ปีนั้นน่าจะ เหมาะสม และก็เป็นสิ่งที่ร้องขอโดยภาคเอกชนเอง และกรรมาธิการสภาร่างของเรานี้ ก็มีความชัดเจนครับ ว่าเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวนะครับ และถ้ากลับกัน สมมุติวันนี้ เราบอกว่าเราไม่เห็นด้วยกับสิ่งนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือผู้ประกอบการไทยที่มีความรู้น้อยกว่า มีความเข้าใจกฎหมายน้อยกว่า มีความพร้อมน้อยกว่าก็จะเสียเปรียบบริษัทข้ามชาติ ซึ่งสามารถวิ่งเข้ามาจดทะเบียนได้เลย จดเครื่องหมายการค้าได้เลยในส่วนที่เป็นกลิ่น แล้วผมย้ํานะครับ กลิ่นที่กําลังพูดถึงกันอยู่นี้ไม่มีเทคโนโลยีอะไรเลยในการที่จะแยกแยะ ความแตกต่างของกลิ่น เป็นเพียงคําบรรยาย และนี่คือที่มาที่ทําไมตอนนี้หลายประเทศ ไม่สามารถบังคับใช้ได้ด้วยซ้ําไป และแม้กระทั่งในสหภาพยุโรป หลังจากมีคดีความครับ ท่านประธาน และผู้ยื่นขอจดทะเบียนแพ้แพ้คดีนะครับ จากนั้นจนถึงวันนี้ไม่มีการ จดทะเบียนเรื่องกลิ่นอีกเลย อันนี้เป็นตัวชี้ให้เห็นว่าความพร้อมของเทคโนโลยี ความพร้อมของการจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้าลักษณะที่เป็นกลิ่นนั้นยังมีน้อยมากครับของทั้งโลก ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย และทั้งโลกร้อยกว่าประเทศเกือบ ๒๐๐ ประเทศ ที่มีกฎหมายเรื่องกลิ่นมีประมาณไม่ถึง ๒๐ ประเทศ ๒๐ ประเทศกว่าบวกลบเท่านั้นเอง แล้วก็ทุกประเทศที่มีอยู่ก็มีปัญหาทั้งนั้น นะครับ เพราะฉะนั้นประเทศไทยก็ต้องออกกฎหมาย สภาแห่งนี้ต้องออกกฎหมาย อย่างระมัดระวังนิดหนึ่งเพื่อไม่ให้การที่เราตั้งใจดีที่จะออกกฎหมายที่เราคิดว่าเป็นประโยชน์ กับเอกชนกับประชาชน ในที่สุดกลับกลายเป็นโทษเพราะความไม่พร้อมของเราเองและความ ไม่ชัดเจนของกระบวนการในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอย่างที่ผมได้อภิปรายไปแล้ว นะครับ เพราะฉะนั้นผมขอสนับสนุนร่างของที่มีการแก้ไขโดยทางวุฒิสภาครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิติภูมิ นวรัตน์ ครับ

ร้อยตํารวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม นิติภูมิ แบบนวรัตน์ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยนะครับ คือผมขออนุญาต ที่จะสนับสนุนความเห็นของท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ก็คือว่าผมไม่เห็นด้วยกับ การแก้ไขของสมาชิกวุฒิสภาที่จะยกเว้นการใช้บังคับเครื่องหมายการค้าเฉพาะในส่วน ที่เกี่ยวกับกลิ่นที่ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนด ๒ ปีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป คือผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าในเรื่องของนิยามเครื่องหมายตามมาตรา ๓ นี้ ที่ว่ารวมทั้งภาพวาด ภาพถ่าย ภาพประดิษฐ์ ตรา ชื่อคํา ข้อความ ตัวหนังสือ ตัวเลข ลายมือชื่อ กลุ่มของสี รูปร่างหรือรูปทรงของวัตถุ กลิ่น เสียง หรือสิ่งเหล่านี้อย่างหนึ่งหรือว่าหลายอย่าง รวมกันนี่นะครับ คือสิ่งพวกนี้เป็นเครื่องหมายการค้าที่จะใช้จดทะเบียนแล้วก็มีผลบังคับใช้ ควรจะมีผลบังคับใช้พร้อม ๆ กันไปนะครับ คือผมอยากจะเรียนว่าโลกเราทุกวันนี้มันเป็นโลก ที่ค่อนข้างจะไวและเราจะบอกว่าเราช้า เราไม่พร้อม คือผมว่าทุกวันนี้มันเป็นเรื่องของ ปลาไวกินปลาช้า ถ้าเราคิดว่าเราช้า เราไม่พร้อม เราก็ต้องรีบเร่งพัฒนาอาจจะให้หน่วยงาน ทางราชการหรือว่ามีการอบรมสัมมนาสนับสนุนบรรดาผู้คนของเราให้มีความพร้อม แล้วก็ เรื่องอย่างนี้ถ้าผู้ประกอบการใดมีความพร้อมก็ให้มาจดทะเบียนได้ ดังนั้นเพื่อให้มันสมบูรณ์ ผมอยากจะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาอีกครั้งหนึ่งเพื่อความรอบคอบ แล้วก็ความสมบูรณ์ของกฎหมายต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ ขออนุญาตสั้น ๆ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอรรถวิชช์ครับ เชิญครับ ท่านอรรถวิชช์เชิญครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ประเด็นที่ผมอยากจะอภิปราย คือเรื่องของกลิ่น ที่วุฒิสมาชิกนั้นมีการเพิ่มเติมกลับเข้ามาว่าวุฒิสมาชิกไม่อยากจะให้ร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลใช้บังคับในกรณีของกลิ่น ในเรื่องของการจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้า โดยจะขอขยายระยะเวลาไปอีก ๒ ปี โดยข้อความในมาตรา ๒ ของพระราชบัญญัตินี้ ให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนด ๙๐ วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป วุฒิสมาชิกนี้ไปเติมครับว่า เว้นแต่บทนิยามคําว่า เครื่องหมาย เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกลิ่น ที่ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดสองปีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ผมว่ามันอยู่ ผิดที่ผิดทางครับท่านประธาน คือต้องยอมรับกัน ๑ เรื่องว่าเรื่องกลิ่น บทการทดสอบที่เราจะ เอากลิ่นไปจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าด้วย เทคโนโลยีความพร้อมของหน่วยงาน ราชการ เอกชนนั้นยังไม่มีความพร้อม ก็เข้าใจได้ แต่อย่างไรก็ต้องจดอย่างไรก็ต้องจด ทะเบียนกลิ่นเป็นเครื่องหมายการค้าอยู่ดี มันอยู่ผิดที่ผิดทางครับ ข้อความนี้มันอยู่ผิดที่ ผิดทาง ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งครับ มันควรจะบอกว่า เอาสาระก่อน สาระคือเราจะจดเครื่องหมายการค้าเรื่องกลิ่นไหม เอาจด ตรวจสอบประเมินผลกันอย่างไรตอนนี้ ทําได้ยาก วิธีการเขียนกฎหมายมันต้องไปอยู่ใน บทเฉพาะกาลครับ ว่าเรื่องกลิ่นจะจดกันอย่างไร ดําเนินการจะเป็นอย่างไร ถ้าเทคโนโลยีของ ภาครัฐหรือของเอกชนมันยังไปไม่ถึง มันก็ต้องไปพูดกันในบทเฉพาะกาล แต่ไม่ใช่ว่ามาใส่ แบบที่วุฒิสมาชิกแก้ แล้วใส่อยู่ในมาตรา ๒ ว่าเฉพาะบทนิยามคําว่า เครื่องหมายการค้า ในส่วนที่เกี่ยวกับกลิ่น จะมีผลต่อเมื่อพ้น ๒ ปีไป ถ้าเขียนแบบนี้มันแปลว่าการจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าจากนี้เมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับ ไม่นับรวมถึงเรื่องกลิ่น เรื่องนี้ ผิดธรรมชาติครับ อ่านกฎหมายแล้วถ้าเป็นอย่างที่วุฒิสมาชิกเขียนเรื่องนี้ผิดธรรมชาติ อันนี้ผมพูดแบบตรงไปตรงมานะครับ ควรจะให้มีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า โดยหมายความรวมถึงกลิ่นได้ และมีผลภายใน ๙๐ วันเลย แต่ร่างฉบับนี้ทั้งร่างของ ส.ส. และ ส.ว. ก็ยังไม่มีความครบถ้วนกระบวนความ เพราะเรื่องกลิ่นยังมีปัญหา ท่านต้อง ตั้งกรรมาธิการร่วมก่อน คือสภาแห่งนี้ไม่ควรเห็นด้วย ในความเห็นของผมนะครับ ยังไม่ควร เห็นด้วยกับร่างที่หน้าตาออกมาเป็นอย่างนี้ ตั้งกรรมาธิการร่วมก่อน ไปคุยกันให้เรียบร้อยว่า ในรูปของกลิ่นจะให้จดทะเบียนไปก่อน แต่การตรวจสอบจะดําเนินการอย่างไรเป็นไปตาม บทเฉพาะกาล มันออกได้ตั้งหลายทางนี่ครับ ถ้าเกิดออกกฎกระทรวงมาก่อนระเบียบ ความพร้อม ที่ไหนก็ตรวจสอบได้ องค์กรใดทั่วโลกเปรียบเทียบกัน ถ้าทําได้จดในสูตรนี้ ก็จดไปก่อน ถ้าองค์กรไหนของภาครัฐมีความพร้อมก็บอกไปเลยให้กําหนดการจะเป็นปีหรือ ๒ ปีก็ว่ากันไปแบบนี้แฟร์ (Fair) ครับ แต่การแก้ไขแบบที่วุฒิสมาชิกนั้นได้ทําการแก้ไข มาแล้วในส่วนของกระผม ผมว่ามันแปลกประหลาดเกินไปที่จะนําให้เว้นเรื่องของกลิ่น ในมาตรา ๒ แล้วมาใส่ไว้ตรงนี้ใส่บทเฉพาะกาลให้เรียบร้อยครับ ตั้งกรรมาธิการร่วม แล้วก็ ไปเขียนบทเฉพาะกาลใหม่ว่าเฉพาะในเรื่องของกลิ่นที่จะนับรวมกันเป็นการจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าจะทํากันอย่างไร แต่อย่าเขียนแบบนี้เพราะว่ามันเป็นการเขียนกฎหมาย ที่ไม่ถูกต้อง แล้วก็ผิดรูปแบบ แล้วการบังคับใช้ก็มีความยากลําบาก ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ผมเห็นว่าการอภิปรายก็ไปอยู่ในแนวทางเดียวกัน สมควรจะลงมติได้ไหม เชิญคุณหมอสุกิจครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าท่านประธาน ฟังให้ดีนะครับก็จะเห็นว่าไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันครับ มีอยู่ ๓ ท่านที่ผ่านไปแล้ว ได้อภิปรายไม่เห็นด้วยกับการแก้ของวุฒิสภา ในขณะที่ท่านเกียรติ สิทธีอมร ได้อภิปราย เห็นชอบนะครับ ผมขอแสดงความคิดเห็นของผมสักเล็กน้อย คือไม่ได้เป็นกรรมาธิการอะไร นะครับ เพียงแต่ว่าตอนที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นวิปฝ่ายค้านก็ได้เรียนเชิญผู้มาชี้แจง พอจะได้ ความเห็นมาเล็ก ๆ น้อย ๆ นะครับ ซึ่งทําให้ผมมีความรู้สึกว่าผมเห็นด้วยกับการแก้ไขของ วุฒิสภาครับ เพราะว่าอย่างที่หลายท่านก็ได้พูดมาแล้วนะครับ วุฒิสภาได้แก้ตรงมาตรา ๒ นะครับ เรื่องของการบังคับใช้ ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้โดยภาพรวมให้บังคับใช้เมื่อพ้นกําหนด ๙๐ วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา อันนี้ผมก็เห็นด้วยละครับ เพราะว่าเรื่องนี้ ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยากนะครับ ผู้อ่านกฎหมายเองยังอ่านยากเลยครับ การตีความ ก็ตียาก ตีความหมายยาก เพราะฉะนั้นการปฏิบัติยิ่งยากใหญ่ครับ เพราะว่าต้องมี ความละเอียดรอบคอบ เพราะมันเกี่ยวข้องเป็นเรื่องของสิทธิบัตรอะไรอย่างนี้ ซึ่งไม่ได้ เกี่ยวเฉพาะในประเทศไทยมันจะเกี่ยวพันไปถึงต่างประเทศด้วย ทั้งโลกก็ว่าได้ แต่ในส่วนนั้น ทุกฝ่ายก็เห็นพ้องต้องกันว่า ๙๐ วันก็ ๙๐ วันนะครับ วุฒิสภากลับไม่เห็นด้วยในส่วนเพียง ประเด็นเดียวเท่านั้นครับก็คือได้เพิ่มความในมาตรา ๒ เป็นว่า เว้นแต่บทนิยามคําว่า เครื่องหมาย เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกลิ่น กลิ่นนะครับ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนด ๒ ปี นับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ทีนี้มาดูภาพรวมสักนิดหนึ่งนะครับ ผมไม่ใช้เวลามากครับท่านประธาน มาตรา ๓ ไปที่มาตรา ๓ นิดหนึ่งเพราะว่าเกี่ยวพันกับเรื่องของการแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรา ๓ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคํานิยามนะครับ คําว่า เครื่องหมาย เครื่องหมาย หมายความว่า ภาพถ่าย ภาพวาด ภาพประดิษฐ์ ตรา ชื่อ คํา ข้อความ ตัวหนังสือ ตัวเลข ลายมือชื่อ กลุ่มของสี รูปร่างหรือรูปทรงของวัตถุ กลิ่น เสียง หรือสิ่งเหล่านี้อย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน โดยสามัญสํานึกนะครับ โดยความรู้สึก ท่านประธานจะเห็นนะครับ ว่าส่วนอื่น อย่างอื่น สามารถสัมผัสได้ บางเรื่องก็มีมาตราวัดได้ อันนั้นมันเห็นชัดเจนนะครับ อย่างเช่นภาพถ่าย ตาเราก็เห็นชัดเจน วัดด้วยสายตาได้ ภาพวาด ภาพประดิษฐ์ ตรา ตัวเลข หนังสือ ลายมือชื่อ กลุ่มของสี อะไรนี่ มันมองเห็นชัดทั้งนั้นละครับ รูปร่าง รูปทรง ชัดเจน ทั้งนั้นเลย แต่พอถึงคําว่า กลิ่น ผมเองผมยังไม่เข้าใจว่าเขามีวิธีวัด มีวิธีดูอย่างไร ผมยังเคย ซักถามเจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจงในวิปนะครับว่ามีวิธีอย่างไร ผมเรียนท่านประธานตรง ๆ ว่า แม้ผมจะตั้งใจฟังสักอย่างไรก็ตาม ผมก็ยังไม่เข้าใจชัดเจนในประเด็นเรื่องของกลิ่นนะครับ แล้วผมก็คิดว่าจากการที่ผมฟังพอจะจับประเด็นว่าเขายังไม่พร้อมจริง ๆ อย่างที่ท่านสมาชิก ได้พูดไว้ว่า ทางวุฒิเขาอ้างเหตุผลว่า หน่วยงานราชการที่รับผิดชอบเรื่องนี้ก็ยังไม่มี ความพร้อม หน่วยงานของเอกชน ผู้ประกอบการก็ไม่มีความพร้อม ไม่มีความพร้อมที่จะ ไปจดสิทธิบัตรนะครับว่าของตัวเองเป็นอย่างไร อันนั้นยังไม่น่ากลัวเท่ากับว่าถ้าประกาศออก ใช้แล้ว สิ่งที่เขาทําอยู่ตอนนี้ เขาผลิตอยู่ตอนนี้เกิดไปละเมิดสิทธิของคนอื่นโดยที่เขาไม่รู้ครับ เพราะว่าเรื่องกลิ่นอย่างที่ผมว่าแล้วว่ามันวัดยาก ท่านเกียรติท่านก็บอกแล้วว่ามันกําหนด ยากเหลือเกินว่ามันเป็นอย่างไรนะครับ อันนี้จะเป็นโทษต่อผู้ประกอบการ ก็คือเขาอาจจะ โดนฟ้องร้องได้ ในเมื่อเรายังไม่มีความพร้อมกับเรื่องนี้ ผมจึงเห็นด้วยกับการแก้ไขของ วุฒิสภาที่ให้เพิ่มเติมความในมาตรา ๒ ดังที่กล่าวมาแล้วครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมเห็นว่าท่านสมาชิกได้แสดงความคิดเห็นและอภิปรายพอสมควรนะครับ ท่านอรรถวิชช์ มีอะไรไหมครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เดี๋ยวจะเข้าใจคนละเรื่องนะครับ ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับ ว่าการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า การจดทะเบียนกลิ่นด้วย เป็นเรื่องจําเป็นที่ต้องดําเนินการ แต่ถ้าเกิดขณะนี้การที่ไม่มี ความพร้อมในการทดสอบกลิ่นนั้นเป็นเรื่องสําคัญ เพราะยังตรวจสอบกันไม่ได้ชัดเจน ถ้าเป็นอย่านั้นผมก็ยังยืนยันความเห็นว่า มันควรจะเขียนกฎหมายรูปแบบของบทเฉพาะกาล ไปใส่กันชัดเจนครับว่ามาตราที่เกี่ยวข้องกับเครื่องหมายการค้าก็เขียนเหมือนเดิม รวมถึง กลิ่นด้วย แต่ว่าเวลาใส่ต้องใส่ในบทเฉพาะกาลครับว่าเรื่องกลิ่นนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งจะมีการ แก้ไขก็ต้องแก้ไขในกรรมาธิการร่วม แต่ถ้ามาใส่แบบวุฒิสมาชิกแล้วใส่ลงไปเลย ผมเพิ่งเคย เห็นกฎหมายรูปแบบแบบนี้ ซึ่งผมคิดว่าเป็นรูปแบบกฎหมายที่พิสดารที่เอามาใส่อยู่ใน มาตรา ๒ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับบทใช้บังคับ ก็ย้ํากันอีกครั้งหนึ่งนะครับ ว่าเห็นว่ากลิ่นนั้น ยังตรวจสอบไม่ได้ ไปใช้บทเฉพาะกาล ถ้าเกิดว่ามีการตั้งกรรมาธิการร่วมในอนาคต ไปคุย กันเสียแล้วร่างบทเฉพาะกาลให้มีความชัดเจน แบบนี้เดินได้ แต่อย่าใส่รูปแบบกฎหมาย ที่ไม่ถูกต้องครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเกียรติครับ เชิญครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ เกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อยากจะเล่าให้ฟังนิดเดียวครับ ตอนนั้น ที่มีการทบทวนเรื่องกลิ่นนี่นะครับ ก็มีตัวแทนของคณะกรรมการกฤษฎีกานั่งอยู่ใน กรรมาธิการด้วย ก็ศึกษาอยู่หลายรูปแบบว่าจะเขียนอย่างไรดี โดยที่หลักตรงกันนะครับว่า ถ้าไม่พร้อม ขอเวลาสัก ๒ ปี ทีนี้ก็จะเป็นบทเฉพาะกาลก็ได้หรือจะไปเขียนอย่างไรก็ได้ นะครับ หรือจะเขียนในตัวมาตรา ตอนนั้นมีการพิจารณากันเขาก็บอกว่าเขียนในตัวมาตรา ก็พอไปได้ ก็คิดว่าได้ไม่ผิดหลักกฎหมายนะครับ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วก็คงตรงกันกับที่ ท่านอรรถวิชช์เพิ่งได้อภิปรายไปนะครับ ผมไม่ติดใจในประเด็นโครงสร้างว่าจะเขียนอย่างไร นะครับ แต่หลักก็คือว่ามันยังไม่มีความพร้อมก็ขอระยะเวลาในการเตรียมความพร้อม ๒ ปี ซึ่งตรงกับที่ได้มีการหารือกับผู้มีส่วนได้เสียตามหลักการออกกฎหมายนะครับก็คือภาคเอกชน แล้วก็ทางภาคเอกชนเองก็มีหนังสือมายังกรรมาธิการเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจนนะครับว่า ขอระยะเวลาในการปรับตัวนิดหนึ่ง ก็ไม่สายครับ จริง ๆ ทั้งโลกตอนนี้เนื่องจากปัญหา มันเยอะมากในหลายประเทศก็เริ่มชะลอกันพอสมควรในการจดทะเบียนในเรื่องกลิ่น ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิยมครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีความเห็นในการที่วุฒิสภามาแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ผมเห็นด้วยครับ เพราะว่ากฎหมาย ฉบับนี้ตั้งแต่แรกแล้วครับผมเป็นคนหนึ่งที่ให้ความสนใจเครื่องหมายที่ซึ่งเกี่ยวกับรูป กลิ่น เสียง ทั้งหลายนี่ละ เพราะมันเขียนไว้ในมาตรา ๓ อยู่ เพียงแต่ว่าการเขียนกฎหมายแบบนี้ ผมดูตั้งแต่ถามท่านอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาวันนั้นซึ่งมาเป็นกรรมาธิการด้วยแล้วว่า ผมเห็นว่าไม่มีหรอกครับ ไปเขียนใส่ในเนื้อหาสาระสําคัญด้วยว่า เว้นแต่บทนิยามคําว่า เครื่องหมายเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกลิ่นให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนด ๒ ปีนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ท่านประธานครับ ลักษณะข้อกฎหมายในตอนวรรคต้น ๆ ๙๐ วัน ก็เป็นเนื้อหาที่ฟังได้ ผมรับได้ครับท่านประธาน แต่ถ้ามาเขียน บอกเว้นแต่ตอนหลัง ผมรับไม่ได้ เพราะฉะนั้น ส.ว. เขียนแก้กฎหมายเนื้อหาสาระสําคัญแบบนี้ต้องกลับมาเป็น กรรมาธิการร่วมเสียก่อน ทบทวนใหม่ท่านประธาน เป็นเนื้อหาสาระที่ไม่มีใครเขียนกันครับ แล้วก็ความพร้อมจริง ๆ ผมก็ยอมรับว่ามันยังไม่พร้อม การพิสูจน์กลิ่นว่านี่ล่ะคือเครื่องหมาย ยังไม่เป็นที่ยอมรับกันในประเทศไทยเรา เพราะฉะนั้นในลักษณะแบบนี้ท่านประธาน ต้องทบทวนในการเขียนกฎหมายแบบมีเงื่อนไขที่ประชาชนซึ่งเมื่อประกาศใช้แล้ว ไม่ว่าภาคราชการ ภาคเอกชน ต้องยอมรับ กฎหมายไม่ใช่เขียนให้เพื่อคนใดคนหนึ่งนะครับ เขียนให้ใช้ทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นผู้ที่ในลักษณะแบบนี้ต้องทบทวนใหม่จริง ๆ ผมไม่เห็นด้วย กับทาง ส.ว. สั้น ๆ ครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอมติจากที่ประชุมครับ เชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมนะครับ เพื่อตรวจสอบ องค์ประชุมนะครับ ที่มาแล้วเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเสียบบัตร แสดงตนด้วยครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ นั่งประจําที่เสียบบัตรแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่ดูบัตรท่านละอองหน่อยครับ บัตรหมดอายุหรือเปล่า ขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ส่งผลคะแนนด้วยครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๙๓ ท่านครับ ครบองค์ประชุม

ต่อไปผมจะขอมตินะครับ เชิญท่านใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับการเพิ่มเติมของวุฒิสภาโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบกับการแก้ไข ของวุฒิสภาโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ท่านใดยังไม่ได้ลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่ดูของท่านละอองนะครับ บัตรเสีย เพิ่มอีก ๑ คะแนนนะครับ

นางสาวละออง ติยะไพรัช เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานคะ ดิฉันไม่เห็นด้วยนะคะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

บวกอีก ๑ คะแนนนะครับ เรียบร้อยแล้วส่งผลด้วยนะครับ ผู้เข้าประชุม ๓๗๓ ท่าน เห็นด้วย ๘๓ ท่าน ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภา ๒๘๙ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๑ ท่าน เป็นอันว่า ที่ประชุมไม่เห็นชอบตามที่วุฒิสมาชิกแก้ไขนะครับ

ต้องตั้งกรรมาธิการนะครับ ขอเชิญสมาชิกกําหนดจํานวนกรรมาธิการ เพื่อประกอบเป็นกรรมาธิการร่วมครับ เชิญครับ

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น เสนอตั้งกรรมาธิการร่วม ๒๒ ท่าน ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคเพื่อไทยครับ

นางสาวมาลินี อินฉัตร บัญชีรายชื่อ

ดิฉัน มาลินี อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอเสนอในส่วนของ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่วมร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังนี้ค่ะ ๑. ร้อยตํารวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ ๒. นายโกศล ปัทมะ ๓. นายกมล บันไดเพชร ๔. นายสมศักดิ์ พณิชยกุล ๕. นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ๖. นายเรวัต สิรินุกุล ขอผู้รับรองค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคประชาธิปัตย์ครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการร่วม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๔ ท่าน ๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดอกเตอร์รัชดา ธนาดิเรก ๒. นายณรงค์ ดูดิง ๓. นายเกียรติ สิทธีอมร และ ๔. นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคภูมิใจไทยครับ

นายมนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ บุรีรัมย์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม มนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอ กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย คือ นายบุญดํารง ประเสริฐโสภา ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อครับ

นางบุษกร วรรธนะภูติ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จํานวน ๑๑ คน ๑. ร้อยตํารวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ ๒. นายโกศล ปัทมะ ๓. นายกมล บันไดเพชร ๔. นายสมศักดิ์ พณิชยกุล ๕. นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ๖. นายเรวัต สิรินุกุล ๗. ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก ๘. นายณรงค์ ดูดิง ๙. นายเกียรติ สิทธีอมร ๑๐. นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ ๑๑. นายบุญดํารง ประเสริฐโสภา

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเป็นการพิจารณาในเรื่องที่ ๒ วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ก่อนท่านประธานเข้าสู่วาระต่อไปนะครับ ท่านประธานยังไม่ได้เข้านะครับ ก่อนท่านประธาน เข้าสู่วาระต่อไป เมื่อสัปดาห์ที่แล้วกระผมได้มีการขอเลื่อนร่างพระราชบัญญัติการประกอบ ธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. ..... ขึ้นมาพิจารณาก่อน จากนั้นได้มีการอภิปรายกันว่ากฎหมายฉบับนี้ วิปรัฐบาลกําลังเร่งให้ ซึ่งผมก็บอกว่ามันเสร็จตั้งนานแล้ว คุยกันตกผลึกทั้ง ๒ พรรคแล้ว ว่าจะดําเนินการ เพราะกฎหมายธุรกิจบัตรเครดิตนั้นมีความสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าจะกระทบต่อเรื่องของการจ่ายเงินของบัตรเครดิตลดลง ท่านประธานในขณะนั้น ผู้เป็นประธานก็บอกว่าจะรีบประสานไปเพื่อให้เข้าได้ทันในสัปดาห์นี้ ประเด็นคือตอนนี้ ผมก็ยังไม่เห็นว่าร่าง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... ที่จะช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนให้ลดภาระลงยังไม่ได้มีการถูกขยับขึ้นมา เลยจะถามท่านประธานก่อน ก่อนที่กระผมจะเสนอให้มีการหยิบยกพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณา อยากจะถามว่า ที่ได้มีการประสานกับเราในคราวที่แล้วว่าจะเอาร่างพระราชบัญญัติการประกอบบัตรเครดิต พ.ศ. .... ขึ้นมาพิจารณาในวันนี้ ไปถึงไหนแล้วครับ สิ่งที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ทําถึงไหนแล้วครับท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญวิปรัฐบาลครับ

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ต่อข้อหารือของเพื่อนสมาชิก เมื่อสักครู่นี้ ซึ่งก็เป็นความจริงที่ท่านได้ทวงถามในที่ประชุมสภาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางวิปรัฐบาลเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ เพราะว่ากฎหมายนี้ก็เป็นกฎหมายซึ่งจะเป็น ประโยชน์ หากได้พิจารณาแล้วผ่านออกเป็นกฎหมายทั่วไป แต่กระบวนการนั้นก็ยังมีอย่างที่ นําเรียนท่านประธานในที่ประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนะครับว่า วิปได้มีการพิจารณาเรื่องนี้ และได้ส่งความเห็นถามไปยังคณะรัฐมนตรี เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งมีการพิจารณาในชั้น กรรมาธิการนั้นมีการแก้ไขเป็นจํานวนพอสมควรในประเด็นหลัก ๆ หลายประการด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกฎหมาย อํานาจหน้าที่ ที่เปลี่ยนจากธนาคารแห่งประเทศไทยไปสู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งก็ได้ส่งไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อรับฟังความเห็นจาก ครม. และคณะรัฐมนตรีเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ ในฐานะที่เป็นหน่วยกํากับดูแลกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีก็ได้มีมติส่งเรื่องไปยังกระทรวง การคลังเพื่อขอความเห็นต่อเรื่องดังกล่าว เพื่อที่จะได้นําเสนอกลับมายังวิปและยัง ครม. อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ก็สอบถามไปครับ เพราะผมเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ สอบถามไปตั้งแต่ วันจันทร์ อาทิตย์ที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน ขณะนี้ก็ยังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาของ กระทรวงการคลังอยู่ ฉะนั้นท่านประธานครับ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการพิจารณาในชั้น สภาผู้แทนราษฎรในวาระที่สอง จึงมีความจําเป็นครับที่จะต้องรอความเห็นจากหน่วยปฏิบัติ ก็คือกระทรวงการคลัง เพื่อให้นํามาประกอบการพิจารณาในชั้นสภาผู้แทนราษฎร ในวาระที่สอง จึงขออนุญาตชี้แจงและให้ข้อมูลไปยังเพื่อนสมาชิกรัฐสภาอันทรงเกียรติครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ สัปดาห์ที่แล้วท่านบอกกับผมว่าจะไปสอบถามทางกระทรวงการคลัง สัปดาห์นี้ท่านบอกผมว่าจะส่งไปที่ ครม. ก่อน และให้ ครม. ส่งไปกระทรวงการคลัง จะต้อง อ้อมไปกี่ทีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยืนยันอีกครั้งนะครับ กฎหมายฉบับนี้ หลักการ ของกฎหมายเขียนเพียงแต่ว่าให้มีพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตเท่านั้น หลักการเขียนแค่นี้จริง ๆ และการบังคับใช้ธุรกิจบัตรเครดิตในปัจจุบันที่ใช้กันอยู่ ก็คือ ท่านรัฐมนตรีกระทรวงการคลังอํานาจอยู่ที่เขา และรัฐมนตรีกระทรวงการคลังมอบหมายให้ แบงก์ (Bank) ชาติดูแล แต่หลักการกฎหมายฉบับนี้แค่ให้มีการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต เท่านั้น และที่เรากรรมาธิการได้ดําเนินการแก้ไขไป ก็แก้ไขอยู่ในกรอบเดิม ก็คือเป็นอํานาจ ของรัฐมนตรี และให้อํานาจรัฐมนตรีในการมอบหมายแบงก์ชาติได้ ผมคิดว่าเรื่องนี้เราได้ มีการเติมจากทั้ง ๒ ฝั่ง ทั้งฝั่งรัฐบาลและฝ่ายค้าน เราได้มีการเติมในเนื้อหาที่เป็นสาระสําคัญ ของพี่น้องประชาชนเพื่อเป็นการลดภาระการใช้จ่ายเรื่องการคํานวณดอกเบี้ยลง ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จะถูกลง ซึ่งเรื่องนี้ผมยืนยันอีกครั้งว่าในห้องกรรมาธิการ ทั้งท่านปาริชาตจากพรรคเพื่อไทย ทั้งท่านไชยาจากพรรคเพื่อไทย หลายคนจากพรรคเพื่อไทย ก็ร่วมกันกับพวกเราในส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ และตกผลึกคิดแล้ว ท่านประธานผมไม่อยากให้มัน เขาเรียกอะไร รําวงครับ สัปดาห์ที่แล้วบอกผมว่าจะส่งกระทรวงการคลัง สัปดาห์นี้บอกไป ครม. แล้วไป กระทรวงการคลัง เอาแบบไหนให้จบครับ ยืนยันชัด ๆ สิครับว่าจะให้ท่านรัฐมนตรีมีจดหมาย กลับมาเมื่อไรอย่างไร ถ้าท่านส่งจดหมายไปเรื่อยท่านประธานต้องเข้าใจว่าพวกกระผมเอง เคยเป็นรัฐบาลครับ เคยเป็นวิปรัฐบาลครับ เรารู้ครับว่าทํากันแบบไหนขั้นตอนวิป เพราะฉะนั้นยิ่งมากหน่วยงานกฎหมายก็มาช้า ของเป็นประโยชน์ทําให้เร็ว อย่าช้าครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านปรีชาพลครับ

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น จริง ๆ สิ่งที่ท่านพูดมาเมื่อสักครู่นี้ก็เป็นเรื่องเดียวกันนะครับ จากการที่ผมได้ชี้แจงและท่านรัฐมนตรีชลน่านได้ชี้แจงในสภาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วกับที่อาทิตย์นี้ ที่พูดเป็นเรื่องเดียวกันเลยครับท่านประธานครับ ไม่ได้รําวงอะไรครับท่านประธาน เรื่องของเรื่อง ถ้าท่านเคยเป็นวิปท่านจะทราบครับว่าการพิจารณาหลังจากที่พิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ผ่านวาระที่หนึ่งไปแล้ว มีการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ก่อนที่จะมีการเลื่อนเข้าสู่ การพิจารณาในสภาก็จะมีการพิจารณาของวิป ซึ่งมีคณะกรรมการกลั่นกรอง ก็เห็นว่า มีการแก้ไขในหลายประเด็น หลายมาตรา จึงมีความเห็นครับส่งไปถามยังคณะ รัฐมนตรีว่าการแก้ไขในชั้นกรรมาธิการมีการแก้ไขดังนี้ มีความเห็นเป็นอย่างไร ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติ ครม. ครับ สอบถามไปยังกระทรวงการคลังซึ่งเป็นเจ้าของที่จะต้อง บังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ ฉะนั้นที่ผมเรียนเมื่อสักครู่ก็คือว่าได้สอบถามไปยังกระทรวงการคลัง อาทิตย์ที่แล้วนะครับ มาอาทิตย์นี้ก็ทราบว่าทางกระทรวงการคลังเองก็มีการทําความเห็น เพื่อนําเสนอท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งก็จะต้องทําหนังสือแจ้งทางวิป อย่างเป็นทางการว่ามีข้อขัดข้องประการใด ไม่ได้มีเจตนาที่จะดึงดันหรือว่าจะถ่วงแต่อย่างใด ครับ เพราะว่าเราเองก็เห็นว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่มีความสําคัญ ทางฝั่งพวกกระผมเอง ท่านไชยา พรหมา ประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบัน การเงิน ท่านก็ทวงถาม ผมเองก็บอกว่าฉะนั้นเราช่วยกัน ทางวิปก็พยายามประสาน ท่านรัฐมนตรี ท่านไชยาก็ช่วยกันประสาน ช่วยกันเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้สามารถเข้าสู่ การพิจารณาของสภาได้ในวาระที่สองฉะนั้นขออนุญาตยืนยันครับว่าที่พูดนั้น เป็นเรื่องเดียวกันครับ ไม่ได้รําวงครับท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมว่าพอสมควรแล้วท่านอรรถวิชช์

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ สัปดาห์ที่แล้วผมถอนตัว ท่านประนีประนอม ผมถอน ไม่ขอเลื่อน เพราะว่าท่านบอกจะส่ง จดหมายไปที่กระทรวงการคลัง พอมาสัปดาห์นี้ท่านบอกต้องส่งไป ครม. ก่อน แล้วไป กระทรวงการคลัง ผมเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... มีความจําเป็น เพราะเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน ผมขอท่านประธานครับ ขอให้เลื่อนระเบียบวาระที่ ๔.๑๙ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว เสนอขึ้นมาต่อในเรื่องที่ ๓ คือร่างพระราชบัญญัติ ความรับผิดทางแพ่งเพื่อความเสียหายจากมลพิษน้ํามัน พ.ศ. .... ผมขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้อง ฝ่ายรัฐบาล เชิญหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธานกราบเรียนไปยังเพื่อนสมาชิกที่ได้ เสนอญัตตินะครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ การเสนอเลื่อนขึ้นมาเราไม่ได้ขัดข้องจริง ๆ นะครับ เราก็เห็นว่าเป็นประโยชน์ ท่านประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน ท่านไชยา พรหมา ก็มาชี้แจงว่าเป็นประโยชน์ เนื้อหาสาระนี่วิปไม่ได้ ติดใจครับ และเราก็ไม่มีอํานาจที่จะไปติดใจตรงนั้นด้วย แต่สิ่งที่วิปต้องทําเมื่อกรรมาธิการ ได้ไปเปลี่ยนโครงสร้างกฎหมายซึ่งเป็นการแก้ไขสาระสําคัญ เปลี่ยนผู้กํากับจากธนาคาร แห่งประเทศไทยไปเป็นรัฐมนตรี สิ่งที่วิปต้องถามก็คือว่าหน่วยปฏิบัติที่จะรักษาการ ตามกฎหมายเขารับได้อย่างไร ไม่รับได้อย่างไร ขั้นตอนเราถามไปตั้งแต่ก่อนวันที่ ๑๕ ตุลาคม วันที่ ๑๕ ตุลาคม เราส่งหนังสือไปที่ ครม. ครม. ประชุมเมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม จากหนังสือหารือเรานี่นะครับ ครม. มีมติเมื่อ ๑๕ ตุลาคม มอบให้กระทรวงการคลัง ไปพิจารณาในเรื่องที่วิปได้หารือไป ขั้นตอนขณะนี้เรารอกระทรวงการคลังตอบเรามา เท่านั้นเองครับ การตอบโดยเจ้าหน้าที่ เมื่อวันจันทร์วิปก็เชิญมาอีกครั้งหนึ่งครับ เจ้าหน้าที่ ก็มาตอบในเรื่องของสาระ แต่เรื่องการตัดสินใจว่าจะตัดสินใจอย่างไร รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังตามมติ ครม. ยังไม่ส่งให้เราเท่านั้นเอง ก็เป็นขั้นตอนทางธุรการเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ถ้าคิดว่าเลื่อนมาแล้วมันยังติดขั้นตอนธุรการ การพิจารณาก็มีปัญหา อยู่พอสมควร ผมก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่าถ้าเลื่อนมาค้างไว้ แต่มี ข้อแม้ว่าเกิดว่า ครม. หรือกระทรวงการคลังเขาตอบมาว่าเขาไม่พร้อมที่จะตอบ ผมเอง ก็จําเป็นต้องเลื่อนอย่างอื่นขึ้นมาพิจารณาก่อน ก็ต้องเป็นไปตามนั้น เลื่อนได้ครับ เลื่อนขึ้นมาค้างไว้ได้ แต่ถ้ามันไม่พร้อมจริง ๆ ก็ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าเราอาจจะ ต้องเอาเรื่องอื่นขึ้นมาพิจารณาก่อนก็ได้ ไม่ติดใจครับที่จะเลื่อนขึ้นมาก่อนนะครับ แต่มี ข้อแม้ว่าถ้าด้านโน้นไม่พร้อม ผมก็ต้องเลื่อนเรื่องอื่นขึ้นมา กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

น่าจะสรุปได้แล้ว เชิญครับท่านอรรถวิชช์

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าอย่างนั้นครับท่านประธาน ถ้าคุณหมอชลน่านพูดอย่างนี้นะครับ ผมก็คิดว่าเป็นแนวทาง ที่ดี เพราะฉะนั้นผมขออย่างนี้ได้ไหมครับ ถ้าผมขอเลื่อนเรื่องที่ผมได้กล่าวไปแล้ว คือเรื่อง ร่างพ.ร.บ. การประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... นี้นะครับ ขึ้นมาต่อในเรื่องที่ ๖ เมื่อสักครู่ ผมเสนอเป็นร่างที่ ๔ ครับถ้าผมถอนแล้วผมเสนอขอเป็นเรื่องที่ ๖ คือมาต่อในเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. .... ซึ่งแน่นอนในการ อภิปรายนั้นใช้เวลาพอสมควร ถ้าได้มีการเลื่อนต่อในหัวข้อที่ ๖ ก็สามารถทําให้การประชุม สภาแห่งนี้นั้นเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ฝั่งพวกกระผมเองก็จะได้มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... ต่อจากการคุ้มครองผู้บริโภคก็สบเหมาะกับ ในกรณีที่กระทรวงการคลังส่งเรื่องกลับมาพอดี ถ้าแบบนี้สภาเราเดินต่อได้ แล้วเดินไป เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ถ้าเป็นอย่างนี้ได้ไหมครับท่านประธานครับ ขออนุญาต ถามผ่านท่านประธานไปยังคุณหมอชลน่านนะครับ ทางวิปรัฐบาลครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านปรีชาพล เชิญครับ

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ถ้าเป็นดังที่ท่านอรรถวิชช์แสดงเจตจํานงมานะครับ แล้วก็คุณหมอชลน่านก็ได้พูดถึงเงื่อนไขไว้แล้วนะครับว่าหากไม่มีปัญหาใด ๆ เราเห็นตรงกันครับ ว่าเป็นกฎหมายที่มีประโยชน์ แล้วก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ๆ อย่างนี้ได้ไหมครับผมเสนอให้ เลื่อนมาต่อเรื่องที่ ๔ เลยครับท่านอรรถวิชช์ หารือท่านประธานครับไปยังเพื่อนสมาชิกครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าทางวิปรัฐบาลมีความกรุณาจะเลื่อนต่อมาในส่วนของเรื่องที่ ๔ ก็ยินดีครับ อย่างนี้ ต้องโหวต (Vote) ไหมครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

แล้วเมื่อสักครู่จะถอนไหมครับ เรื่องที่

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ถ้าอย่างนั้นผมถอนนะครับ แล้วก็ท่านประธานช่วยขานทีครับว่าระเบียบวาระอย่างไรครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ไม่ต้องโหวตหรอก เพราะทุกคนเห็นด้วยไม่มีใครคัดค้าน

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ถ้าอย่างนั้นเลื่อนมาต่อ เรื่องที่ ๔ นะครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ แล้วขอบพระคุณทางวิปรัฐบาลด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต่อเรื่องเดิมนะครับ

๒. พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

ด้วยประธานวุฒิสภาได้แจ้งในคราวประชุม เมื่อวันอังคารที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ที่ประชุมได้มีมติแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ได้ส่งเรื่องดังกล่าวกลับมา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) นะครับ ถ้าเห็นชอบแก้ไขเพิ่มเติมก็ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบจากสภาแล้ว แต่ถ้าไม่เห็นชอบก็มีการแก้ไขเพิ่มเติม ก็ให้สภาทั้งสองได้ตั้งบุคคลที่เป็นหรือไม่ได้เป็น สมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจํานวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกําหนด ประกอบเป็น คณะกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ เชิญท่านรัฐมนตรี ชี้แจงครับ เชิญครับ

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ขอนแก่น

ท่านประธานครับ กฎหมายที่ดินนะครับ ท่านรัฐมนตรีเข้าใจว่าเตรียมมาสําหรับเรื่องที่ ๓ ครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยัง เรื่องที่ ๒ ก็คงไม่มีใครอภิปรายนะครับเรื่องนี้ เห็นชอบตามกับวุฒิสมาชิก มีท่านอื่น ขออภิปรายไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)

ไม่มีท่านใดขัดข้องนะครับ ถ้าไม่มีท่านใดขัดข้องก็ถือว่าเห็นชอบนะครับ ตามวุฒิสมาชิก หรือไม่ ถ้าไม่มีใครอภิปรายถือว่าเห็นชอบใช่ไหมครับ ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามวุฒิสมาชิกนะครับ ฉะนั้นก็ผ่านเรื่องนี้ไปนะครับ ต้องโหวตนะครับ เชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้องครับ เชิญครับ ท่านที่อยู่นอกห้องประชุม เชิญครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องครับ เข้าห้องประชุมนะครับ เพื่อจะขอมติ เชิญครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องครับ กรุณาเข้าห้องประชุมและเสียบบัตรแสดงตนครับ ท่านที่มานั่ง ประจําที่ก็เสียบบัตรแสดงตนเลยนะครับ ท่านที่อยู่นอกห้องเชิญเข้าห้องประชุมครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ยังมีท่านใดไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนครับ เสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วขอผลคะแนนครับ ท่านละอองเสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ มีผู้เข้าประชุม ๒๘๙ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ

ผมจะถามมตินะครับ เชิญใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบด้วยกับ การแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา โปรดกดปุ่ม เห็นด้วยนะครับ ผู้ใดไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไข ของวุฒิสภา โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียงครับ เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ส่งผลคะแนนครับ ผู้เข้าประชุม ๓๗๒ ท่านครับ เห็นด้วย ๓๗๒ ท่านนะครับ ถือว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๗ (๓) แล้วนะครับ

ต่อไปเป็นร่างพระราชบัญญัติความรับผิดทางแพ่งเพื่อความเสียหายจาก มลพิษน้ํามัน พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)

ด้วยศาสตราจารย์คณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ได้เสนอความเห็นและข้อเสนอแนะกับร่างพระราชบัญญัติความรับผิดทางแพ่งเพื่อความ เสียหายจากมลพิษน้ํามัน พ.ศ. .... เพื่อประกอบการพิจารณาของที่ประชุม ผมได้พิจารณาแล้ว เจ้าหน้าที่ได้แจกเอกสารได้ครับ เชิญแจกเอกสารครับ

(เจ้าหน้าที่ได้แจกเอกสารให้แก่สมาชิกในที่ประชุมโดยทั่วกัน)

เชิญท่านรัฐมนตรีแถลงหลักการและเหตุผลครับ

นายพ้อง ชีวานันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายพ้อง ชีวานันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติ ความรับผิดทางแพ่งเพื่อความเสียหายจากมลพิษน้ํามัน พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้ครับ

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการความรับผิดทางแพ่งเพื่อความเสียหาย จากมลพิษน้ํามัน

เหตุผล โดยที่การขนส่งน้ํามันส่วนใหญ่จะขนส่งทางเรือเดินทะเลเป็นหลัก เรือบรรทุกน้ํามันเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดมลภาวะแล้วก็สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยทิ้งน้ํามันลงในทะเล หรือการรั่วไหลของน้ํามัน หรือการ ประสบอุบัติภัยของเรือบรรทุกน้ํามันแล้วก็ก่อให้เกิดความเสียหาย มลพิษน้ํามันเหล่านี้ ไม่เพียงก่อความเสียหายในบริเวณที่เกิดเหตุเท่านั้น แต่ยังจะขยายไปสู่รัฐอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงด้วย องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization) จึงได้จัดทํา อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความรับผิดทางแพ่งสําหรับความเสียหายจากมลพิษของ น้ํามัน ค.ศ. ๑๙๙๒ (International Convention on Civil Liability for Oil Pollution Damage, 1992) เพื่อให้มีการชดใช้ความเสียหายจากมลพิษน้ํามัน โดยกําหนดให้เจ้าของเรือ ต้องรับผิดชอบอย่างเคร่งครัดและต้องเอาประกันภัยหรือจัดหาหลักประกันทางการเงินอื่นใด เพื่อชดใช้ความเสียหายดังกล่าว จึงสมควรมีกฎหมายที่มีมาตรการเกี่ยวกับความรับผิดทาง แพ่งเพื่อความเสียหายจากมลพิษน้ํามันให้สอดคล้องกับอนุสัญญานั้นด้วย จึงจําเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ ผมจึงเสนอที่ประชุมเพื่อให้โปรดพิจารณาครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอนุรักษ์ บุญศล เจ้าของปั้ม เชิญครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกล พรรคเพื่อไทย วันนี้ต้องขออนุญาต ท่านประธานในการอภิปรายแสดงความคิดเห็นเรื่องร่างพระราชบัญญัติความรับผิด ทางแพ่งเพื่อความเสียหายจากมลพิษน้ํามัน พ.ศ. .... เมื่อ ๓ เดือนกับ ๑๐ วัน ท่านประธานคะ ที่จังหวัดระยอง เกาะเสม็ด อ่าวพร้าว เป็นข่าวใหญ่โตไปทั่วโลก คนที่ไม่เคยรู้จัก เกาะเสม็ดก็รู้จักเกาะเสม็ด คนที่ไม่รู้จักอ่าวพร้าวก็รู้จักอ่าวพร้าว คนที่ไม่รู้จักว่าอ่าวเพ เป็นอย่างไรนั้น ก็ทําให้จังหวัดระยองนั้นดังขึ้นมามากเลยทีเดียว แต่ว่าเรื่องของ ความเสียหาย เรื่องของน้ํามันดิบรั่วกลางทะเลนั้นจึงเป็นที่มาของร่างพระราชบัญญัติ ความรับผิดทางแพ่งเพื่อความเสียหายจากมลพิษน้ํามัน พ.ศ. .... เพราะว่า ในปัจจุบันนี้ประเทศไทยเป็นประเทศกําลังพัฒนาประเทศหนึ่งซึ่งการดําเนินกิจการในด้าน ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านอุตสาหกรรม การขนส่ง การคมนาคม การเกษตร การประมง ตลอดจนกิจกรรมด้านสาธารณูปโภค จําเป็นต้องใช้พลังงานจากน้ํามันนี่ละค่ะ ทีนี้น้ํามัน จึงเป็นปัจจัยที่มีความสําคัญต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ เป็นอย่างมากเลยทีเดียว แต่เนื่องจากการผลิตน้ํามันในประเทศไม่เพียงพอต่อการบริโภค ของประชากร ประเทศไทยจึงต้องพึ่งพาน้ํามันนําเข้าจากต่างประเทศถึงร้อยละ ๙๐ เลยทีเดียว ๙๐ เปอร์เซ็นต์พึ่งน้ํามันจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประเทศโอมาน ประเทศซาอุดีอาระเบีย ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่มีการที่สามารถที่จะขุดเจาะ แหล่งพลังงานเป็นของตัวเองได้ ทีนี้การขนถ่ายน้ํามันค่ะท่านประธาน โดยทางเรือที่มาจาก ต่างประเทศ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ถ้ามีปัญหาแล้วจะทําอย่างไรถึงจะสามารถที่จะ รับผิดชอบทางแพ่งเรื่องความเสียหายที่แผ่เป็นบริเวณกว้างได้ น้ํามันกับน้ํานี่นะคะมันจะ แผ่ไปอย่างรวดเร็ว ดิฉันกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าเวลาที่น่านน้ําซ้ําซ้อนกัน เช่น เรือไทย สมมุติว่าเรือไทย เป็นการสมมุตินะคะ เรือไทยขนน้ํามันมาจากต่างประเทศ แล้วบังเอิญว่าน้ํามันดิบรั่วกลางทะเล แต่ว่าน่านน้ํานั้นมันอยู่ระหว่างประเทศไทย ประเทศพม่า ประเทศกัมพูชานี้ ความเสียหายนี่จะเรียกแต่ละประเทศไม่เหมือนกันนั้น ในกฎหมายฉบับนี้ เพื่อที่จะเข้าสู่ภาคีซีแอลซี (CLC) ของโลก ของสากลนี้นะคะ กฎหมายฉบับนี้นั้นจะเป็น สากลขึ้น และจะจํากัดความรับผิดชอบได้ด้วย ดิฉันสนับสนุนเต็มที่เลยค่ะท่านประธาน นอกจากนั้นแล้วการขนส่งน้ํามันโดยทางเรือนี้ก็จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งหาก เกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้งจะมีการรั่วไหลของน้ํามันลงสู่ทะเล แม่น้ํา หรือแหล่งน้ําต่าง ๆ ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายและผลกระทบอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นความเสียหาย ต่อสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว การประมง และสุขอนามัยของประชาชน กฎหมายฉบับนี้นั้น ถ้าเป็นกฎหมายแล้ว พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้น ท่านประธานคะ มันจะสามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้ ซึ่งจะทําให้เราเข้าสู่ระบบสากลได้ ๓ เดือนกับ ๑๐ วันนี้ นั่นคือตัวอย่างของที่จังหวัดระยอง ว่าสมควรที่จะมีกฎหมายเฉพาะฉบับนี้ขึ้น เพราะว่าสัตว์ทะเลบางชนิดตายสนิทเลยค่ะ ท่านประธานคะ เมื่อน้ํามันดิบรั่วลงสู่ทะเล กุ้งตาบอดนะคะ ตัวไหนที่ไม่ตายคลําทางไม่ถูก เลยค่ะ หอยหายไปหมดเลย อย่างนี้ค่ะ แล้วยังมีผลกระทบต่อการค้า การขาย การท่องเที่ยว มากมายมหาศาล ดังนั้นแล้วการเกิดปัญหาจะแผ่รัศมีเป็นบริเวณกว้าง เหมือนกับตัวอย่าง ๓ เดือนกับ ๑๐ วันที่จังหวัดระยอง ไม่ว่าจะเป็นอ่าวพร้าว กระทบไปถึงหาดแม่รําพึง หาดบ้านเพ หาดแม่พิมพ์ อ่าวไข่ จนถึงอ่าวมะขามป้อม พอคราบน้ํามันรั่วไหล ตลอดแนวชายฝั่ง นักวิชาการด้านน้ํามันรั่วทางทะเล ว่ามันมีผลกระทบ ตอนนี้นั้นมีโฆษณา บอกว่าตอนนี้ดีหมดแล้ว เชิญชวนให้คนทั้งโลกไปเที่ยว แต่นักวิชาการทางทะเลเกี่ยวกับ น้ํามันรั่วบอกว่า น้ํามันนั้นจะซึมอยู่ประมาณ ๕ ปีเลยทีเดียว จะมีผลกระทบอย่างมากเลย ทีเดียว ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่เห็นบอกว่าสวย ๆ เท่านั้นค่ะ ท่านประธานคะ ดังนั้น แล้วดิฉันจึงสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้เป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว แต่ก็ยังมีคําถามว่า ถ้าอยู่หลาย ๆ น่านน้ํานั้น ความเสียหายทางแพ่งนี้จะกระทําเช่นไร ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นายแพทย์สุกิจครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่มีปั้มน้ํามัน แต่ก็เป็นคนที่บริโภคน้ํามันนะครับ ไม่ได้กินนะครับ ผมใช้กับรถยนต์ของผมเท่านั้นเอง ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติความรับผิดทางแพ่งเพื่อความเสียหาย จากมลพิษน้ํามัน พ.ศ. .... ผมอ่านหลักการทั้งหมดแล้วนะครับ ประกอบกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจริงแล้ว ก็คิดว่าในเรื่องของหลักการนี้คงไม่มีปัญหาอะไรนะครับ ก็คงจะเห็นด้วย แต่ก็คงจะมีปัญหาบางประการที่ถ้าไม่ได้รับคําตอบให้ชัดเจนแล้ว ก็คงคิดว่าจะผ่านร่าง ฉบับนี้ไปค่อนข้างจะลําบากเหมือนกัน ในฐานะที่เราต้องรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจของประเทศ และต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนนะครับ ท่านประธานครับ มันมีความสําคัญสําหรับเรื่อง นี้อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวแล้วนะครับว่าการขนส่งน้ํามันมันต้องมีนะครับ ในเมื่อเราผลิต น้ํามันเองยังไม่เพียงพอใช้ในประเทศนะครับ ต้องนําเข้าปีหนึ่งเป็นจํานวนเกินกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีแล้วครับ ซึ่งเป็นเงินจํานวนมหาศาลทีเดียวนะครับ ซึ่งคิดว่า อันนี้ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่ทางรัฐบาลจะต้องแก้ไขนะครับ คือต้องทําให้การใช้น้ํามันในประเทศลดลง ไม่ใช่เป็นการไปส่งเสริมไปเพิ่มการบริโภคน้ํามัน อย่างเช่นกรณีโครงการรถคันแรกของท่าน ทําให้มีการเพิ่มจํานวนรถขึ้น เพิ่มจํานวนรถทําให้ ถนนไม่เพียงพอ รถติดนะครับ แล้วก็ต้องมีการบริโภคน้ํามันเพิ่มขึ้น ก็คือทําให้เงินตราของ ประเทศไหลออกไปนอกประเทศ จึงเป็นโครงการที่ค่อนข้างที่จะล้าสมัย ขัดกับเทรนด์ (Trend) ของโลกในขณะนี้ก็คือเรื่องของมลพิษ เรื่องของการใช้เชื้อเพลิงที่มาจากฟอสซิล ให้น้อยลง แต่เรากลับไปทําสิ่งที่ตรงกันข้ามกับที่คนทั้งโลกเขาทํากันอยู่ครับ แล้วเมื่อมี การขนส่งน้ํามันมาก ๆ มีการลําเลียง มีท่อส่งน้ํามัน อันนี้อันที่กฎหมายที่กล่าวถึงนี้ ไม่ได้หมายเฉพาะเรื่องของเรือบรรทุกน้ํามันแล้วมาเรือล่ม เรือรั่วอะไรอย่างนั้นอย่างเดียวนะครับ ท่อส่งน้ํามันที่เกิดเหตุเมื่อไม่กี่วันนี้ก็เป็นเรื่องที่สําคัญ เพราะว่าส่วนใหญ่ท่อส่งน้ํามันนี้ ก็จะลําเลียงผ่านทางทะเล ถ้าผ่านทางบกก็เกิดการต่อต้านอีกนะครับ มีการต่อต้านจากกลุ่ม อนุรักษ์โน้น อนุรักษ์นี้ แล้วไหนจะผ่านไปในที่ส่วนบุคคลอะไรต่าง ๆ มีการเวนคืนอะไรกัน มากมาย แล้วก็แหล่งน้ํามันส่วนใหญ่ก็มักจะอยู่ในทะเลที่ค้นพบในขณะนี้ ท่านประธานครับ ประเทศไทยมีเหตุการณ์น้ํามันรั่วลงสู่ทะเลทั้งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันมาแล้วประมาณ เกินกว่า ๒๐๐ ครั้งในระยะเวลาที่ไม่นานนี้ ล่าสุดที่เป็นข่าวที่สะเทือนขวัญพวกเราก็คือ ที่จังหวัดระยองเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่มีการรั่วไหลของน้ํามันประมาณ ๕๐,๐๐๐ ลิตรนะครับ ปรากฏว่าส่งผลเสียหายมากมายทีเดียว ทั้งทําลายบรรยากาศของการ ท่องเที่ยว ทําให้สัตว์น้ําเสียชีวิตจํานวนมากมายเลยครับ ทําให้แพลงก์ตอนซึ่งเป็นอาหาร ของสัตว์น้ําก็เสียชีวิต แล้วแถมสัตว์น้ําที่เอามากินก็คือสินค้าอาหารทะเลนี้ขายไม่ออกครับ ในพื้นที่ขายไม่ออก พื้นที่ห่างไกลไปที่เขาคิดว่าจะเป็นสัตว์น้ําที่มาจากบริเวณนั้น ก็ขายไม่ออกไปด้วยครับ แล้วก็มีผลต่อปะการัง ซึ่งเขาบอกว่าต้องใช้เวลานานเหลือเกิน กว่าที่ปะการังจะทําให้มีความสวยงามใต้ท้องทะเลขนาดนั้น ทําให้มีการตายของปะการัง แล้วก็มีการทําลายสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของประเทศ อย่างเช่นเวลาเป็นข่าวออกไป อย่างเช่นทํานองอย่างนี้ครับว่า คราบน้ํามันเต็มอ่าวพร้าว เวลาพาดหัว เขาเล่นอย่างนี้ละครับ เต็มอ่าวพร้อม อ่าวขาม รอบเกาะเสม็ด อย่างนี้มันจะไม่ทําลายการท่องเที่ยวได้อย่างไรครับ ใครจะกล้าไปครับ คาดว่าใช้เวลาขจัดกว่า ๑๐ วัน ก็กว่า ๑๐ วันจริง ๆ ครับ ผมถามจาก เพื่อนสมาชิก เห็นว่าเป็นเดือนก็ยังไม่หมดเรียบร้อยดีนะครับ แล้วอยากจะเรียนถาม ท่านรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานไปนะครับว่า ตอนนี้มันเรียบร้อยดีหรือยัง มันเรียบร้อย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรือยัง แล้วท่านได้สํารวจหรือยังว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นตรงอ่าวต่าง ๆ ที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้ รวมทั้งใต้ทะเลปะการังมีความเสียหายแค่ไหนท่านพอจะตอบได้ไหมครับ สัตว์ทะเล ปู ปลา ปะการัง กระทบหนัก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมลั่น ใครทําให้เกิดมลพิษต้องรับผิดชอบ ก็อยากจะเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่า ตอนนี้เรื่องนี้ได้มีการรับผิดชอบอย่างไร มีการชดใช้เงิน จ่ายเงิน หรือว่าผู้ที่ทําให้เกิดน้ํามันรั่วในทะเลนี้ได้รับโทษอย่างไรบ้าง อยากจะขอเรียนถาม ให้ท่านตอบนะครับ ในฐานะที่เป็นหมอนะครับ เรื่องของสุขภาพของประชาชน เมื่อเกิดน้ํามันรั่วในทะเลนี้มีผลเสียหายมากทีเดียวน้ํามันจะมีสารพวกไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon) ที่เป็นพิษต่อทางเดินอาหาร ทําให้กระเพาะเป็นแผล เป็นแผลในกระเพาะ ส่งผลให้อาจจะมีถึงกับเลือดออกในกระเพาะอาหาร นอกจากนั้นก็มีพิษต่อตับ ตับอ่อน ไต ปอด ระบบประสาท ระบบหายใจ เรียกว่าทุกระบบ ในร่างกายเลยก็ว่าได้ครับ ทีนี้ที่ผ่านมาเราไม่มีกฎหมายเฉพาะในความผิดทางแพ่ง ที่ผ่านมา เรามีกฎหมายที่นํามาใช้เกี่ยวกับการจัดการมลพิษทางน้ําอันเกิดจากน้ํามัน ก็คือ

๑. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บทบัญญัติในหมวดของละเมิด

๒. ก็คือพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ําไทย พุทธศักราช ๒๔๕๖

๓. ก็คือพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๓๕

๔. เป็นระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ํา เนื่องจากน้ํามัน พ.ศ. ๒๕๔๗

เพราะฉะนั้นยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่เป็นเรื่องของความรับผิดทางแพ่ง เพื่อความเสียหายจากมลพิษน้ํามัน ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ดูเหตุผลแล้วก็คงจะเป็นกฎหมาย ที่น่าจะสนับสนุนนะครับ ทีนี้หัวใจสําคัญที่ผมเห็นก็คือมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ คือเรือ เรื่องของเรือที่ขนน้ํามัน ได้มีกําหนดว่าจะผ่านได้ จะขนกันได้ก็ต้องให้กรมเจ้าท่าออก ใบรับรองให้ อย่างนั้นใช่ไหมครับท่านรัฐมนตรี คงจะเป็นอย่างนั้นนะครับ และในเรื่องของ การออกใบรับรองนี้ก็กําหนดว่าต้องมีการจัดหาประกันภัยหรือหลักประกัน แล้วหลังจากนั้น ก็คือเรื่องของการชดใช้ค่าเสียหายซึ่งเรื่องนี้มันอยู่ในมาตรา ๑๒ นะครับ ผมขอเรียนท่าน ประธานตรง ๆ เลยครับว่าอ่านอย่างไรก็ไม่เข้าใจครับ อ่านอย่างไรก็ไม่เข้าใจว่าจํานวนมัน เท่าไร ปริมาณค่าชดใช้เสียหายเท่าไร ท่านประธานลองอ่านดูสิครับ (๑) ๔.๕๑ ล้านหน่วย สิทธิพิเศษถอนเงินสําหรับเรือที่มีขนาดไม่เกิน ๕,๐๐๐ ตันกรอส (Gross) ความรู้ผมไม่ถึง หรอกครับ ไม่พอที่จะมาแปลมาตีความหมายอันนี้ได้ ก็อยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรี ว่าท่านช่วยอธิบายให้มันง่าย ๆ ได้ไหมครับว่าเวลาเรือน้ํามันมันไปล่มหรือว่ามีการรั่วของ น้ํามันเกิดขึ้น แต่อันนี้กําหนดเรื่องเรือนะครับ เอาเรื่องเรือก่อนก็แล้วกันว่าท่านอธิบายง่าย ๆ ให้ผมฟังหน่อยว่าเรือพวกนี้ขนาดเท่าไรบ้าง มันมีขนาดเท่าไรบ้าง แล้วเวลาเรือมันไปล่ม ต้องเสียเงินเท่าไร เอาแค่นั้นพอครับ มาเขียนอย่างนี้พวกผมไม่รู้เรื่องหรอกครับไม่สามารถ ที่จะเข้าใจได้ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนถามครับ ส่วนอย่างอื่นนี้ก็คงเห็นด้วย แต่ก็มีข้อท้วงติง อยู่นิดหนึ่งที่เพิ่งได้รับ ก็คือความเห็นของประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย อ่านไม่ทัน หรอกครับ เพิ่งแจกนะครับ แต่มีส่วนหน้า ๑๓ หน้า ๑๔ หน้าท้าย ๆ อยากกราบเรียนถามว่า คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเห็นว่านอกจากให้มีการเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว ยังมีความจําเป็นที่จะต้องมีกฎหมายว่าด้วยกองทุนความรับผิดในเรื่องดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์สากลที่มีอนุสัญญาว่าด้วยการก่อตั้งกองทุนระหว่างประเทศ เขาบอกว่า เหตุผลก็คือเพื่อให้มีกองทุนในการชดใช้ค่าเสียหายในส่วนที่เกินจากความรับผิดชอบของ เจ้าของเรือ มันมีด้วยหรือครับส่วนที่เกิน สมมุติว่าเจ้าของเรือทําเรือรั่วแล้วน้ํามันมันรั่ว เจ้าของเรือไม่ได้ชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดหรือครับ ยังมีส่วนเกินอะไรอีกละครับที่ว่าจะต้องใช้ กองทุนอันนี้ จึงจําเป็นต้องมีกองทุนอันนี้ ก็อยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีด้วยว่าทําไมผู้ที่ ทําให้เกิดความเสียหาย หรือว่าบริษัทประกัน ถ้าเกิดว่ากฎหมายผ่านก็มีบริษัทประกันมาร่วม รับผิดชอบ ทําไมไม่คิดเขาให้เต็มที่ ต้องมีส่วนเกินด้วยหรือครับ ก็ขอเรียนถามอย่างนี้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจุฤทธิ์ครับ

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมใคร่มีเรื่องเรียนถามท่านรัฐมนตรีอยู่ ๓-๔ ประเด็นนะครับ

เรื่องแรกครับ ประเทศไทยมีบริษัทประกันภัยกี่บริษัทที่พร้อมจะรองรับ ถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านสภานะครับ

เรื่องที่ ๒ ทุนประกันสําหรับเรือที่จะสามารถสร้างผลกระทบความเสียหาย ทางมลพิษด้านน้ํามันได้ ทุนประกันเท่าไร แบ่งเป็นกี่ประเภท เช่น เรือประมงขนาดเล็ก ทุนประกันเท่าไร หรือไม่เก็บ เรือสปีดโบท (Speed boat) เรือท่องเที่ยว เรือทัวร์ เช่น เมื่อไม่กี่วันนี้ที่มีเรือจมที่จังหวัดชลบุรี ถ้ามีน้ํามันรั่วต้องทําประกันเพิ่มเท่าไร มีบริษัทไหน รับบ้างนะครับ รวมถึงเรือขนส่งน้ํามันขนาดใหญ่หรือเรือท่องเที่ยวไม่ต้องมีทุนประกัน ไม่ต้องเสียประกันคุ้มครองไว้กรณีจะมีน้ํามันรั่ว อันนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบหน่อยนะครับ เพราะอย่างน้อย ๆ ผมคิดว่าในส่วนนี้จะมีผลกระทบกับประชาชนเป็นจํานวนมาก เช่น นอกจากภาคตะวันออกแล้ว มีภาคใต้ที่มีเรือท่องเที่ยวจํานวนมากรวมถึงเรือประมง ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีต้องตอบให้ชัดครับ ก่อนที่เราจะรับหลักการเรื่องนี้ อย่างน้อย ๆ ผู้ประกอบการจะได้เตรียมความพร้อมไว้ก่อนนะครับ นั่นคือเรื่องที่ ๒ คือเรื่องทุนประกัน

เรื่องที่ ๓ กรณีเรือบรรทุกน้ํามันนี้ครับ เข้าใจว่าปัญหาตอนนี้ที่เกิดขึ้นก็คือว่า ประเทศไทยขาดเรือขนส่งน้ํามัน ๒ ชั้น ท่านรัฐมนตรีเข้าใจนะครับ เรือ ๒ ชั้นก็คือว่า เดิมเราเป็นเรือชั้นเดียว คือเป็นเรือเฉย ๆ แล้วเอาน้ํามันใส่ในเรือเลยครับ เมื่อเหล็กทะลุ น้ํามันออกทะเลเลย เพราะฉะนั้นตอนนี้เขาเลยบังคับว่าเรือ ๑ ชั้น แล้วก็ต้องมีเหล็กอหุ้ม อีก ๑ ชั้น เป็นเรือ ๒ ชั้น แล้วเอาน้ํามันไว้ข้างใน เมื่อเหล็กด้านในรั่วยังมาติดเหล็ก ด้านนอกอยู่ก็ยังไม่รั่วออกสู่ทะเล คราวนี้ปัญหาก็คือว่าประเทศไทย เรือ ๒ ชั้นมีจํานวน น้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลย และตอนนี้เป็นปัญหากับผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่มีกําลังทรัพย์ในการไปหาเรือ ๒ ชั้นเพื่อมาขนถ่ายน้ํามัน คราวนี้ปัญหาก็คือว่า เมื่อไม่มีเรือ ๒ ชั้น ท่านมีนโยบายอย่างไร จะจัดการอย่างไรเรื่องนี้ จะอะลุ่มอล่วยให้ทําไป ก่อนหรือว่าจะบังคับว่าต้องเป็นเรือ ๒ ชั้นก่อนถึงจะมาทําตรงนี้ได้ ขนส่งน้ํามันได้ และมีทุนประกันเท่าไร เพราะผมเปิดดูในหน้าที่ ๘ เฉพาะค่าปรับ ถ้าไม่มีทุนประกัน ไม่ทําประกันไว้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทแล้ว ๒,๐๐๐,๐๐๐บาทนี่คือต่อลํา หรือต่อราย หรือต่อครั้ง หรือต่องวด หรืออย่างไร หรือต่อเที่ยว รบกวนท่านรัฐมนตรีตอบด้วยครับ

อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือหลังจากมีการทําทุนประกันแล้ว สมมุติถ้าร่าง พ.ร.บ. นี้ผ่าน ท่านจะมีการกําหนดเส้นทางเดินเรือใหม่หรือไม่ เช่น เส้นทางเดินเรือบางเส้นทาง ที่มีผลกระทบต่อแหล่งท่องเที่ยว เช่น กรณีน้ํามันรั่วที่เกาะเสม็ด ทําให้เกาะเสม็ดเสียหาย ทั้งหมด ท่านมีแนวนโยบายในการกําหนดเส้นทางหรือไม่อย่างไร เช่น ต้องห่างจากฝั่ง กี่ไมล์ทะเลจะไม่มีผลกระทบ แม้ว่าจะมีทุนประกันแล้วเพราะแม้ว่าจะมีทุนประกันแล้ว แต่กว่าจะเรียกทุนประกันได้ จะเรียกร้องความเสียหายทางแพ่งได้ ผมคิดว่าใช้เวลานาน อย่างกรณีเกาะเสม็ดผ่านมา ๓ เดือนกว่าแล้วก็ยังไม่เรียบร้อยครับ หลาย ๆ แห่ง ยังไม่เรียบร้อยนะครับ อันนี้ก็เลยขอคําตอบจากท่านรัฐมนตรีว่าอย่างน้อย ๆ ในการที่ พวกผมจะรับร่างพระราชบัญญัติความรับผิดทางแพ่งเพื่อความเสียหายจากมลพิษน้ํามัน พ.ศ. .... นี้ครับ จะได้มั่นใจว่าแนวทางในการร่างกฎหมายต่อไปจะช่วยดูแลผู้ที่ได้รับ ผลกระทบอย่างแท้จริงแล้วก็อย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่เป็นการหาทุนประกันมาอุ้มบริษัท น้ํามันบางบริษัท หรือเรือขนส่งน้ํามันต่างชาติบางบริษัทนะครับ ก็ฝากรัฐมนตรีไว้ แล้วขอ คําตอบทั้ง ๔ ประเด็นด้วย ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอลงกรณ์ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีหลายคําถามนะครับ ที่จะถามทั้งในประเด็นเชิงนโยบายของการนําเสนอกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาของ สภาผู้แทนราษฎร รวมไปถึงประเด็นในตัวบทกฎหมาย ถึงช่องโหว่ ช่องว่าง ข้อได้เปรียบ เสียเปรียบ รวมไปถึงความผูกพันของรัฐสภาไทยและรัฐบาลไทย จากการตรากฎหมายฉบับนี้ ที่พึงมีต่อความเป็นภาคี หรือการที่ยังไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยความรับผิดทางแพ่งเพื่อความเสียหายจากมลพิษ ตามที่คณะรัฐมนตรีได้นําเสนอร่าง กฎหมายฉบับนี้ซึ่งมีชื่อเต็มว่าร่างพระราชบัญญัติความรับผิดทางแพ่งเพื่อความเสียหายจาก มลพิษน้ํามัน พ.ศ. .... ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เราจะต้องมีกฎหมายเฉพาะในการดูแล ผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากกรณี โดยเฉพาะน้ํามันรั่วไหลทางทะเล อย่างไรก็ตามผมเป็น คนที่เกิดในจังหวัดที่ติดชายทะเล มีชายทะเล ๘๒ กิโลเมตร จากทั้งหมด ๒,๔๐๐ กิโลเมตร ที่เป็นชายทะเลของประเทศไทย เรามีความกังวลตลอดเวลาเกี่ยวกับมลพิษที่เกิดขึ้น ที่มีผลกระทบต่อชายฝั่งทะเลทั้งที่เป็นป่าชายเลนก็ดี เป็นทะเลโคลน เป็นทะเลทราย เพราะว่าเป็นแหล่งทํามาหากิน เป็นแหล่งกําเนิดของพันธุ์สัตว์น้ํา รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งสันทนาการที่สําคัญ อย่างไรก็ดีกระผมมีคําถามเบื้องต้นถึงท่านรัฐมนตรีก็คือว่า ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้น เราจะมีนิยามในเรื่องของเรือที่เป็นผู้ก่อให้เกิดการรั่วไหลของน้ํามัน ความจริงในปัจจุบันนั้นมันมีแท่นเจาะน้ํามันก็ดี ท่อส่งน้ํามัน ซึ่งในส่วนนี้จะคาบเกี่ยว ครอบคลุมไปถึงกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ วันนี้กําลังมีแท่นน้ํามันเกิดขึ้นในอ่าวไทยอยู่ หลายแท่นด้วยกันและกําลังขุดเจาะสํารวจตามสัมปทานใหม่แล้วก็ปรากฏพบน้ํามันและแก๊ส ซึ่งแน่นอนจะต้องมีทั้งในส่วนของแท่นน้ํามัน แล้วก็ในส่วนของเรือขนส่งที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งท่อขนส่งน้ํามันในประเด็นนี้ก็เป็นคําถามง่าย ๆ นะครับ ที่ถามถึงประเด็นของ ความครอบคลุมของขอบเขตอํานาจบังคับใช้ของกฎหมายฉบับนี้

คําถามประการที่ ๒ ก็คือว่าทําไมรัฐบาลจึงนําเสนอกฎหมายฉบับนี้เข้ามา ในวันเวลาที่เรากําลังพิจารณานี้ และดูประหนึ่งว่าเสนอเข้ามาก็เขียนประหนึ่งว่าเราเป็นภาคี ของอนุสัญญาสหประชาชาติเรียบร้อยแล้ว ซึ่งไม่ใช่ ดูเหมือนกลับหัวกลับหาง เพราะ ส่วนใหญ่แล้วเราก็จะมีการนําเสนอการเข้าเป็นภาคีของอนุสัญญาสหประชาชาติ ก็คือตามมาตรา ๑๙๐ หลังจากนั้นเมื่อให้สัตยาบันเรียบร้อยเราจึงมีการมาตรากฎหมาย ภายในประเทศเพื่อให้อนุวัติเป็นไปตามความตกลงของอนุสัญญาระหว่างประเทศ แต่นี่รัฐบาลกลับหัวกลับหางครับ เสนอกฎหมายเข้ามาก่อนภายใต้กรอบอนุสัญญาที่เรา ยังไม่ได้เป็นภาคี ก็เลยถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านได้ดูรอบคอบหรือยัง เพราะจาก การดําเนินการเช่นนี้ที่กลับหัวกลับหางนั้น ถามบอกถ้าไม่มีกฎหมายฉบับนี้เรามีกฎหมาย ที่ดูแลหรือไม่ เรามีอยู่ครับ แล้วกฎหมายที่ปกป้องคุ้มครองผู้เสียหายมากกว่ากฎหมายฉบับนี้ ด้วยซ้ําไปซึ่งจะเป็นประเด็นคําถามที่ ๓ แต่ประเด็นที่สําคัญก็คือว่าปัจจุบันเรามีประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิด ซึ่งเป็นกฎหมายพื้นฐานครับ ผู้ใดที่กระทําความผิด ละเมิดในการก่อให้เกิดความเสียหาย เช่น กรณีของเรือน้ํามันก็ดี ท่อส่งน้ํามันก็ดี และทําให้มี น้ํามันรั่วไหลกระทบต่อแหล่งท่องเที่ยว ต่อประชาชนโดยทั่วไป ผู้ที่กระทําผิดจะต้องชดใช้สินไหมทดแทนในกรณีของการละเมิด กฎหมายเรามีอยู่แล้ว นอกจากนั้นเรายังมีกฎหมายพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ําไทยอีกฉบับหนึ่ง เรายังมีพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม แล้วก็ยังมีระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีในการกํากับว่าด้วยการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ําเนื่องจากน้ํามัน ถามบอกว่าถ้าเกิดกรณีอย่างที่เกิดขึ้นหลังสุดที่เกาะเสม็ดก็ดีหรือก่อนหน้านี้อีก ๙ เหตุการณ์ ในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมาก็ดี เฉพาะที่มีการรั่วไหลเกิน ๒๐ ตัน หรือว่า ๒๐,๐๐๐ ลิตร โดยประมาณก็ดี ยังไม่รวมอีกหลายสิบครั้งที่มีปริมาณน้อยกว่านั้น หรือที่ไม่รู้ ไม่ทราบ หรือมีการไปลักลอบปล่อยทิ้งในทะเลอย่างที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน โดยเฉพาะก้นอ่าวไทย บริเวณจังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดเพชรบุรี มีการลักลอบนํามลพิษ ไปทิ้ง เพราะเป็นการลดภาระโดยประหยัดที่สุด ถูกที่สุด แต่ว่าได้ทิ้งมลพิษเสียหายให้เกิด ขึ้นกับท้องทะเลและชายฝั่งของเรา และกระทบพี่น้องชาวประมงของเรา รวมทั้งแหล่ง ท่องเที่ยวของเรา เพราะฉะนั้นประเด็นตรงนี้จึงเป็นประเด็นที่ต้องเรียนว่า โดยขอบเขต อํานาจของกฎหมายที่ ครม. ได้เสนอเข้ามานั้น กลับเป็นการไปจํากัดความเสียหายทาง ละเมิดให้กับผู้ก่อให้เกิดความเสียหาย แต่กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของเราว่าด้วยละเมิดนั้น ไม่ได้จํากัดความเสียหายที่ผู้ก่อให้เกิดความเสียหายจะต้องจ่ายให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ถ้ามองโดยประมาณก็เสมือนหนึ่งว่ากฎหมายที่รัฐบาลเสนอเข้ามานั้นเป็นการไปช่วยบริษัท เดินเรือน้ํามัน ไปช่วยผู้ที่ก่อให้เกิดผลกระทบและไปจํากัดสิทธิสําหรับผู้ที่จะได้รับการชดเชย ชดใช้ หลักกฎหมายเดิมของเราไม่ใช่อย่างนี้ และผมได้เรียนถามท่านประธานผ่านถึงท่านรัฐมนตรี ว่าตัวกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ปฏิบัติตามอนุสัญญาสหประชาชาติ แต่ว่าเรายังไม่ได้ เป็นภาคีของอนุสัญญาซีแอลซี แล้วเร่งรัดเร่งรีบไปทําไม กลับหัวกลับหาง ซึ่งท่าน จําเป็นต้องตอบนะครับ

ประเด็นถัดมาก็คือในกรณีที่ถือว่าสําคัญพอสมควร ก็คือเป็นประเด็น ในข้อของตัวหลักกฎหมายอีกข้อหนึ่ง นอกเหนือจากการจํากัดสิทธิความเสียหายของผู้ที่ ทําน้ํามันรั่วในการที่จะต้องมาชดใช้ให้กับผู้ที่ได้รับความเสียหาย อันนี้ก็เป็นหลักกฎหมาย อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยความรับผิดทางแพ่งจากการก่อให้เกิดมลพิษทางทะเล แต่ว่ามันยังมีผลผูกพันไปมากกว่านั้นก็คือว่า เมื่อหลักกฎหมายที่ ครม. เสนอเข้ามาอย่างนี้ ไปจํากัดสิทธิ ไปจํากัดวงเงินการชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้ที่ก่อให้เกิดการรั่วไหลของน้ํามัน ซึ่งเป็นมลพิษนั้น โดยอนุสัญญามันจะต้องมีกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง เราก็จะต้องมีกฎหมาย อีกฉบับหนึ่ง เพราะเราจะต้องเข้าไปเป็นภาคีของกองทุนเพื่อการชดใช้ทางแพ่งของการ เกิดปัญหาน้ํามันรั่วที่ก่อให้เกิดมลพิษ เพราะเมื่อไปจํากัดสิทธิ ไปจํากัดวงเงินการชดใช้ ค่าเสียหายของผู้ที่ทําให้เกิดน้ํามันรั่ว แต่ไม่เพียงพอต่อการชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น มีอยู่ ๒ ประเด็นเท่านั้นเอง ๑. รัฐบาลไทยต้องจ่ายแทน กับ ๒. คือใช้กองทุนระหว่าง ประเทศที่จัดขึ้นเป็นการเฉพาะต่อเนื่องจากอนุสัญญาซีแอลซี วันนี้เราก็ยังไม่ได้ เข้าเป็นภาคี ถ้าเราเข้าเป็นภาคีอะไรเกิดขึ้น ต้องมีการจ่ายเงินสมทบ รวมทั้งเรือน้ํามัน ก็จะต้องจ่ายสมทบเข้าไป แน่นอนเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่เมื่อเรายังไม่ได้เข้าเป็นภาคี ยังไม่ได้ตรากฎหมายจัดตั้งกองทุน หรือขออนุญาตรัฐสภาในการเข้าเป็นภาคี ก็เท่ากับว่า รัฐบาลกําลังให้เอาภาษีคนไทยจ่ายแทนบริษัทเรือกรณีเกิดน้ํามันรั่ว นี่คือประเด็นของ ความก่อนและหลังว่าทําไมจึงเอากฎหมายอย่างนี้เข้ามาก่อนที่เราจะเข้าเป็นภาคี ผมไม่รู้ว่า ท่านรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีดูประเด็นนี้รอบคอบหรือไม่

ประเด็นที่ ๓ ก็คือว่า โดยหลักของกฎหมาย ภายใต้หลักกฎหมาย พ.ร.บ. ฉบับนี้มันมีหลักกฎหมายว่าด้วยการยกเว้นความรับผิด นอกจากหลักว่าด้วยจํากัดความรับผิด ทางแพ่งแล้ว ที่กระผมได้พูดเมื่อสักครู่ ก็มาสู่เรื่องการที่เจ้าของเรืออาจได้รับการยกเว้น ความรับผิด ยกเว้นความรับผิดคือไม่ต้องรับผิดเลย กรณีใดบ้าง ง่าย ๆ ยกตัวอย่าง ท่านรัฐมนตรีอาจจะเป็นคนอยุธยา รู้จักแต่คุ้นเคยกับโพงพางแล้วก็เรือลากจูง ที่แม่น้ําเจ้าพระยาหรือว่าแม่น้ําป่าสัก แต่ผมอยู่ชายทะเล เพราะฉะนั้นผมจะรู้จักทะเล มากกว่าท่าน เรามีประภาคาร ซึ่งแน่นอนโดยกรมเจ้าท่าและหน่วยงานอื่นของรัฐ จะต้องทํา สัญญาณสําหรับร่องน้ําที่เรือจะเข้าท่า กรณีที่เกิดเรือบรรทุกน้ํามันเข้ามาในอ่าวไทย แล้วเกิดอับปางหรือเกิดการชนผิดร่องน้ําหินโสโครกแล้วก็เกิดการรั่วไหลของทะเล ๕๐,๐๐๐ บาร์เรล ๑๐๐,๐๐๐ บาร์เรล เขาอ้างได้เลยว่าไม่ต้องรับผิด โดยอ้างบอกว่า ประภาคารนําร่องของเรานั้นไฟไม่ติด ท่านรัฐมนตรีมั่นใจอย่างไรครับว่าวัสดุอุปกรณ์ และการปฏิบัติหน้าที่ของเรานั้นจะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ตลอดเวลา แต่ถ้าเป็นกฎหมายเดิม ไม่มีการละเว้นความผิดทางแพ่งภายใต้กฎหมายอย่างน้อย ๓-๔ ฉบับที่เรามีอยู่ ผมเกรงครับว่า ด้วยการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ตั้งใจก็ดี หรือบางครั้งก็ขาดงบประมาณในการบํารุงรักษาไฟ ที่ปากน้ําจังหวัดสมุทรปราการ ไฟที่ร่องน้ําแถวแหลมฉบัง มาบตาพุด หรือชะอํา จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีท่าเรือยังไม่รวมไปถึงที่ท่าเรือที่อยู่ฝั่งอันดามันและอ่าวไทยอื่น ๆ นั้น เขาสามารถอ้าง ได้ว่าเกิดจากความบกพร่องเลินเล่อของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และถ้าเรือน้ํามันรั่ว ขนาด ๑๐๐,๐๐๐ บาร์เรล ต้องใช้เงินกี่ร้อยล้านบาทครับ จากภาษีคนไทยที่จะต้องไปกําจัด และความเสียหาย เฉพาะที่เกาะเสม็ดประเมินกันว่านั่นแค่ ๕๐ ตันหรือ ๕๐,๐๐๐ ลิตร ความเสียหาย ๕,๐๐๐ ล้านบาทในเบื้องต้น แต่ที่สําคัญคือเวลาที่จะตรากฎหมายนี้ มันต้องรอบคอบ อย่าเอาความรับผิดของเอกชนมาให้คนไทยต้องรับผิดชอบ แน่นอน เป็นแนวคิดที่ดีเป็นหลักการที่ดี แต่ว่าเราต้องเข้าไปเป็นอนุสัญญาซีแอลซีเสียก่อน ต้องเข้าไป ในกองทุนซีแอลซีเสียก่อน แต่นี่ยังไม่ได้เข้าเป็นภาคีเรากลับเสนอกฎหมายเข้ามา ผมก็เกรงว่ามันจะเป็นกฎหมายไปอุ้มเจ้าของเรือ แล้วก็ไม่ดูแลประเทศของเราดีพอ หรือว่า คนของเราดีพอที่จะได้รับการชดเชยชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น ประเด็นเหล่านี้ครับ เป็นเรื่องซึ่งความจริงก็ยังมีอีกหลายประเด็นนะครับ แต่ว่าอยากเรียนถามเพียงแค่ ๓-๔ ข้อ ขอให้ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงนะครับ เพราะว่ามันเป็นประเด็นสําคัญที่การจะตรากฎหมาย แต่ละฉบับนั้นจะต้องมีความรอบคอบเหมาะสมกับจังหวะเวลา และยิ่งเป็นกฎหมาย ในลักษณะที่ผูกพันกับความตกลงระหว่างประเทศกับการเดินเรือ การขนส่ง การท่องเที่ยว และอื่น ๆ ทางน้ําระหว่างประเทศนั้น ผมคิดว่าจะต้องมีความรอบคอบแล้วก็ดูให้ถี่ถ้วน นะครับ จึงตั้งประเด็นคําถามผ่านท่านประธานไปถึงทางท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิชิต

นายพิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ

ผม พิชิต ชื่นบาน แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมเห็นด้วยกับหลักการ แต่ว่ามันมีข้อสงสัยจริง ๆ และข้อสังเกตที่อยากจะตั้ง ข้อสังเกตไว้ว่ากฎหมายฉบับนี้ผู้รักษาการกลายเป็นประธานศาลฎีกาและรัฐมนตรี ร่วมกัน รักษาการ เอาละครับพอจะฟังได้ว่าประธานศาลฎีกาอาจจะมาเป็นผู้ออกข้อกําหนด ทีนี้ผมดู มาตรา ๓๑ ท่านประธาน ให้พนักงานอัยการมีอํานาจดําเนินการทั้งปวงเพื่อเรียกร้อง ไม่ใช่ เพื่อฟ้องนะครับ เพื่อเรียกร้องแทนรัฐ เรียกร้องแทนเอกชนที่เสียหาย พอมาหมวด ๖ เรื่องเขตอํานาจศาล กฎหมายฉบับนี้พิเศษจริง ๆ ผมพยายามนั่งทําความเข้าใจเร็ว ๆ คือศาล กลับเป็นผู้ฟ้องคดีเองครับ เป็นผู้ฟ้องเอง ทีนี้ผมก็เลยว่าศาลเป็นผู้อํานวยความยุติธรรม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๐ สิทธิในการอํานวยความยุติธรรม ประเด็นศาลมาเป็นผู้ฟ้องคดี เสียเอง มันกําลังนั่งทําความเข้าใจว่าเราไปลอกเขามา อนุสัญญา และมันจะมีปัญหาขัดแย้ง กับกฎหมายไทยหรือไม่ อันนี้อยากฝากเป็นข้อคิดจริง ๆ ซึ่งผมก็เห็นว่าทางกฤษฎีกาก็คง จะตรวจมา แต่ก็นั่งทําความสงสัยว่ากฎหมายนี้มันพิเศษ ศาลมาเป็นผู้ฟ้องคดีเองนะครับ ผมฝากเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ

ประการต่อมา ก็เห็นมีสมาชิกบางท่านอภิปรายถึงประเด็นเรื่องความเสียหาย ความเสียหายกว่าจะพิสูจน์ว่ามันเกิดจากใคร อย่างไร กระบวนการพิสูจน์มันจะช้านะครับ แต่ปรากฏกําหนดเรื่องอายุความไว้ ๓ ปี หรือ ๖ ปี ๓ ปี กับ ๖ ปี มันมีเกณฑ์เอามาจากไหน ทําไมถึงกําหนดอายุความแค่ ๓ ปี ทําไมกําหนดอายุความแค่ ๖ ปี

ประเด็นสุดท้ายของผมคือว่ากฎหมายฉบับนี้ทําไมต้องรอให้พ้น ๑ ปี ถึงมาบังคับใช้ ทั้งที่เราเห็นตรงกันว่าเวลานี้มันอาจจะเกิดปัญหาครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ หลังจาก ที่เกิดมาเมื่อ ๓ เดือนนี้มันบังคับใช้เลยได้ไหม ๓ ข้อครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ

นายพ้อง ชีวานันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 🔗

ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมขออนุญาตตอบรวม ๆ นะครับ เพราะว่าแต่ละเรื่อง ที่คําถามมันเกี่ยวพันกันนะครับ

เรื่องแรกที่ผมอยากจะเรียนท่านสมาชิกทั้งหลายว่าเจตนารมณ์ ของการนําเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะว่าในปัจจุบันนี้เขตอํานาจน่านน้ําที่เรา สามารถที่จะเรียกชดใช้ทางแพ่งโดยใช้เขตอํานาจของศาลไทยนะครับ ก็อยู่แค่เขต ๑๒ ไมล์ หรือ ๒๔ ไมล์ แต่ว่าถ้าเป็นเขตเศรษฐกิจจําเพาะออกไป ในกรณีนี้ถ้ากรณีเกิดเหตุตรงนี้ เนื่องจากเรายังไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาซีแอลซี การจะบังคับหรือการจะให้ผู้ที่ก่อความเสียหาย มาชดใช้ตรงนี้ มันจะมีความยากลําบาก ทีนี้ก็มาดูสิว่าทําไมถึงจะต้องเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ ก่อนที่จะเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาของซีแอลซีนะครับ เพราะเนื่องจากว่าในข้อกําหนดไว้ การจะเข้าเป็นภาคีของอนุสัญญาซีแอลซีนี้ ประเทศที่จะเข้าเป็นภาคีจะต้องมีกฎหมาย อันนี้อยู่ ถ้าไม่เช่นนั้นก็เข้าเป็นภาคีไม่ได้ ทีนี้ประเด็นที่ท่านสมาชิกได้พูดไว้นะครับว่า ทําไมจะต้องมีเวลาถึง ๑ ปี ตรงนี้ก็คงจะเป็นช่วงเวลาก่อนที่จะบังคับใช้ เพื่อให้มีผล อย่างสมบูรณ์ในการเป็นภาคีอนุสัญญา เมื่อมีกฎหมายแล้ว มีพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วถึงจะเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาอันนี้ได้ ก็จะทําให้การเว้นระยะไป ๑ ปี ก็เพื่อกรณีเช่นนี้นะครับ

ในส่วนของภาระความรับผิดชอบ ในความรับผิดชอบ ทําไมเราถึงบังคับ หรือว่าจํากัดการรับผิดทางแพ่งตามวงเงินที่กําหนดไว้ ก็เสมือนหนึ่งว่าความรับผิด ถ้าเป็น กรณีใหญ่ ๆ แล้วมันจะไม่สามารถครอบคลุมได้ ก็อยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ว่า ในการรับผิดหรือเรียกชดใช้ค่าเสียหายอย่างนี้กับผู้ที่ก่อมลพิษ มันมีหลายระดับด้วยกัน แล้วมันมีทั้งอนุสัญญาซีแอลซีซึ่งเป็นระดับต้นนะครับ แล้วต่อไปมันก็จะมีอนุสัญญาอีก อันหนึ่ง อนุสัญญาเอฟยูเอ็นดี (FUND) ฟันด์ ซึ่งก็จะมีความครอบคลุมมากขึ้นไปอีก แล้วยังมีอีกขั้นหนึ่งขั้นสุดท้ายคอมพลิเมนทารี (Complementary) ซึ่งตรงนี้ทั้งหมดนี้ เรายังไม่ได้เป็นภาคีอะไรเลยนะครับ เพราะฉะนั้นร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเป็นร่าง พ.ร.บ. เริ่มต้นเพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ภาคีอนุสัญญาซีแอลซีในเบื้องต้น เพราะว่าในแต่ละขั้น ของการเข้าไปสู่ภาคีนี้ ความรับผิดชอบความเสียหายมันจะเพิ่มมากขึ้น มากขึ้น แต่ถ้าหากว่า เราไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาซีแอลซีแล้ว เราจะเสียประโยชน์ไหม เสียครับ เพราะว่า ภายในเขตอํานาจศาลในน่านน้ําทะเล ๑๒ ไมล์ ๒๔ ไมล์ มันอยู่ในอํานาจศาล แต่ว่า ถ้าหากว่าถ้ามีเหตุเกินจากน่านน้ําตรงนี้แล้ว ถ้าเราไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาซีแอลซีแล้ว การเรียกร้อง การขอให้ชดใช้ความเสียหายต่าง ๆ เหล่านี้มันจะมีความยุ่งยากมากขึ้น เพราะฉะนั้นเป็นเหตุที่ให้มีประกันตรงนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นปริมาณจํานวนที่ครอบคลุม อาจจะดู ว่าไม่มากนะครับ แต่อย่างไรก็ตามถ้าเข้าอยู่ในภาคีอนุสัญญาซีแอลซีแล้ว การเรียกร้อง ค่าเสียหายมันจะมีความง่ายขึ้น ในเงื่อนไขในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็ได้ระบุไว้ ๓ ระดับด้วยกัน เราแบ่งเป็นเรือบรรทุกน้ํามันขนาด ๕,๐๐๐ ตันลงมา ไม่เกิน ๕,๐๐๐ ตัน ก็จะมี ความรับผิดชอบระดับหนึ่งนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเรือที่มีขนาดบรรทุก ๕,๐๐๐ ตัน แต่จะต้องมีการบรรทุกน้ํามัน ๒,๐๐๐ ตันขึ้นไปนะครับ ถึงจะครอบคลุมเงื่อนไขนี้ ซึ่งในหน่วยของการชดใช้ค่าเสียหายนี่ ที่เมื่อสักครู่ท่าน ขอประทานโทษที่เอ่ยนามนะครับ คุณหมอสุกิจได้ถามไว้นะครับ เป็นหน่วยของทางเรือ เอสดีอาร์ (SDR) ก็แปลง่าย ๆ ก็แล้วกัน นะครับ แปลง่าย ๆ อัตรา ๑.๕ เอสดีอาร์ ๑ เอสดีอาร์เท่ากับประมาณ ๑.๕ ยูเอสดอลลาร์ ถ้าคํานวณไปถึงความครอบคลุมเป็นจํานวน เป็นเงินบาท คิดง่าย ๆ ก็ประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท ในเรือขนาด ๕,๐๐๐ ตันลงมาที่บรรทุกน้ํามัน ๒,๐๐๐ ตันขึ้นไป และสําหรับ อีกขั้นหนึ่งนี่ครับ ตั้งแต่ ๕,๐๐๐ ตัน ถึง ๑๔๐,๐๐๐ ตัน ก็จะมีความครอบคลุมความเสียหาย สูงขึ้นไปจนถึง ๔,๓๐๐ ล้านบาท แล้วถ้าหากเป็น ๑๔๐,๐๐๐ ตันขึ้นไป ก็จะสามารถเคลม (Claim) ได้ หรือมีความรับผิดได้สูงสุดก็แค่ ๔,๓๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ทีนี้ท่านสมาชิก อาจจะสงสัยว่าแล้วทําไม แล้วถ้ามันเกินจากนั้นจะทําอย่างไร ถ้าเกินจากนั้นก็คงจะเป็น เรื่องการที่จะต้องเรียกร้องพิสูจน์เพื่อเคลมความเสียหายต่อไปนะครับ แต่อย่างน้อยที่สุดนี่ นะครับ ในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาซีแอลซีก็จะก่อให้เกิดการเรียกร้องทางแพ่งอันเกิดจาก เหตุน้ํามันนี่ก็สามารถทําได้ง่ายขึ้นนะครับ การที่จะเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาซีแอลซีจําเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องมี พ.ร.บ. ฉบับนี้ก่อน ในส่วนของข้อสังเกตอื่น ๆ ที่ท่านสมาชิกได้ถามไว้นี่ นะครับ ผมขออนุญาตอย่างนี้นะครับว่ากรณีคําถามของท่านทั้งหลายนี้ถ้ามีข้อมูล ผมจะให้ ทางส่วนงานทั้งหลายที่กรมเจ้าท่าได้กรุณาตอบให้ท่านนะครับ ก็ขอตอบเบื้องต้นเท่านี้ แต่ขอเรียนอย่างนี้นะครับว่าถ้ามีประเด็นไหนที่ผมยังไม่ได้ตอบแล้วก็ยังอยากจะให้ผมตอบ ก็เชิญนะครับ เพราะว่าผมยังคิดว่าประเด็นต่าง ๆ นี้มันครอบคลุมและมันเกี่ยวโยงกัน พอสมควรนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นายแพทย์สุกิจครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีที่พยายามตอบนะครับ อย่างน้อยท่านก็มีความตั้งใจที่จะตอบนะครับ แต่ก็ยังมี บางประเด็นนะครับ คืออย่างผมนี่มีความอยากรู้จริง ๆ ครับ ไม่ได้คิดอย่างอื่น ก็คืออย่าง กรณีที่น้ํามันรั่วที่ระยองนี้ คือเราไม่เห็นภาพนะครับว่าเวลาเกิดเหตุการณ์อย่างนี้แล้ว เขามีการจ่ายเงินจ่ายทองกันเท่าไร ความเสียหายเท่าไร เพราะว่าอย่างที่ผมบอกครับ ความเสียหายมันเกิดขึ้นโดยที่มองเห็น แล้วก็มองไม่เห็น อย่างเช่นรายได้จากการท่องเที่ยว ที่มันเสียไปอะไรอย่างนี้ครับ หรือว่าสัตว์ทะเล หรือว่าปะการังที่อยู่ในทะเล ที่เวลา มันตายแล้วมันตายเลยนะครับ อย่างนี้ ผมก็เลยเรียนถามท่านเป็นประเด็นคําถามแรก ก็คือว่ากรณีที่จังหวัดระยอง ที่เกาะเสม็ด ที่เป็นน้ํามันรั่วจากท่อนะครับ ตอนนี้ได้มีการ ประเมินค่าเสียหายหรือยังว่าประมาณเท่าไรนะครับ ถ้าท่านตอบไม่ได้ท่านส่งเป็นเอกสารให้ ผมก็ได้ครับ

อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือที่ทางคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายติงมานะครับ ที่บอกว่า ถ้ากรณีที่มีส่วนเกินแล้วควรจะมีกองทุนมารองรับ ผมเรียนถามท่านเมื่อกี้ว่า ทําไมเวลาเราเรียกค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัย เราไม่ได้เรียกเขาเต็มที่หรือครับ ตามความเสียหายจริงหรือครับ ถึงต้องมีส่วนเกินอะไรเกิดขึ้นอีกครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายพ้อง ชีวานันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม พ้อง ชีวานันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ตอบกรณี คําถามของคุณหมอสุกิจนะครับ ก็อยากจะเรียนอย่างนี้นะครับ ว่ามันจะมีความแตกต่างกัน กับการที่ไม่ได้เข้าสู่ภาคีอนุสัญญา เพราะเรา ๑. นอกจากเขตพื้นที่ที่เราจะใช้อํานาจศาลไทย ได้แล้วนี้นะครับ ถ้าเกินออกไปนี้นะครับ มันไม่สามารถที่จะเรียกร้อง มันเรียกร้องได้ แต่ว่ามันไม่สามารถเรียกร้องได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่ถ้าหลังจากเข้าภาคีแล้วนี้นะครับ มี พ.ร.บ. ฉบับนี้แล้ว แล้วเข้าสู่ภาคีอนุสัญญา ทางผู้เสียหายจะต้องชดใช้ตามปริมาณจํานวนเงิน ที่เกิดความเสียหายในวงเงินที่กําหนดไว้อย่างที่ผมได้เรียนไว้นะครับ ตรงนี้เป็นข้อแตกต่าง แล้วส่วนที่เกินจากนั้นซึ่งเป็นส่วนที่จะต้องเรียกร้องเพื่อพิสูจน์ต่อไปในภายภาคหน้านี้นะครับ มันจะต้องใช้เวลา แต่สิ่งหนึ่งที่จะได้มาในช่วงต้นก็คือกรอบความเสียหายที่สามารถ ที่จะเรียกร้องโดยใช้อนุสัญญาซีแอลซีมาบังคับให้ผู้ที่ก่อให้เกิดความเสียหายโต้แย้งไม่ได้ ในส่วนที่เกินไปก็เป็นเรื่องที่จะต้องพิสูจน์ต่อไปในอนาคตซึ่งใช้เวลานาน อย่างน้อยที่สุด มันก็จะมีวงเงินที่มาคุ้มครองมาชดเชยชดใช้ให้กับผู้ได้รับผลกระทบตรงนี้นะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ส่วนที่เหลือให้ท่านส่งเอกสารให้ท่านนายแพทย์สุกิจก็แล้วกันนะครับ เชิญสมาชิกที่อยู่ นอกห้องครับ ต้องขอมติครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องครับ ขอเชิญเข้าห้องประชุมครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องนะครับ เชิญเข้าห้องประชุม เพื่อจะขอมตินะครับ ท่านที่เข้าห้องแล้วกรุณาได้นั่ง เสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ เชิญท่านสมาชิกครับ นั่งประจําที่เสียบบัตรแสดงตนนะครับ ท่านที่อยู่นอกห้องกรุณาเข้าห้องประชุมนะครับ เพื่อขอมติจากที่ประชุมนะครับ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เชิญเสียบบัตรแสดงตน นะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เรียบร้อยแล้วส่งผลคะแนน ผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๘๗ ท่านนะครับ

ต่อไปเชิญใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ จะขอมติว่าจะรับร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควร ไม่รับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนเสียงได้แล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ยังมีท่านใดไม่ได้ใช้สิทธิครับ เรียบร้อยนะครับ เรียบร้อยส่งผลคะแนนด้วยนะครับ จํานวน ผู้เข้าประชุม ๓๔๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๔๖ ท่านนะครับ เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ

ต่อไปต้องตั้งกรรมาธิการนะครับ ขอเชิญเสนอคณะกรรมาธิการครับ เชิญวิป (Whip) ครับ

นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจํานวนกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติความรับผิด ทางแพ่งเพื่อความเสียหายจากมลพิษน้ํามัน พ.ศ. .... เป็นจํานวน ๓๑ ท่านค่ะ ขอผู้รับรอง ด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญเสนอในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีครับ

นายพ้อง ชีวานันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายพ้อง ชีวานันท์ ขอเสนอสัดส่วนของรัฐบาล จํานวน ๕ ท่านด้วยกันครับ ๑.นางจิราภรณ์ จันทรศิริ ๒. นายสมพร ไพสิน ๓. ศาสตราจารย์ไผทชิต เอกจริยกร ๔. ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ประมวล จันทร์ชีวะ ๕. นายวรรณชัย บุญบํารุง ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พรรคเพื่อไทย เชิญครับ

นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ที่จะเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดทางแพ่งเพื่อความเสียหายจากมลพิษน้ํามัน พ.ศ. .... มีจํานวน ๑๔ ท่าน ดังนี้นะคะ ๑. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ๒. นายไพโรจน์ ตันบรรจง ๓. นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันท์ ๔. นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ๕. นางชมภู จันทาทอง ๖. นางนันทนา ทิมสุวรรณ ๗. นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ ๘. นางรังสิมา เจริญศิริ ๙. นางดวงแข อรรณนพพร ๑๐. นายธวัชชัย สุทธิบงกช ๑๑. พลเรือเอก สุรพล จันทน์แดง ๑๒. นางอนุสรา ยังตรง ๑๓. นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล ๑๔. นายณรงค์ บุณยสงวน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญพรรคประชาธิปัตย์ครับ

นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อําเภอลําลูกกา จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอกรรมาธิการสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๘ ท่าน ๑. นายนริศ ขํานุรักษ์ ๒. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ๓. นายวิชัย ล้ําสุทธิ ๔. นายสาธิต ปิตุเตชะ ๕. พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ๖. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ๗. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๘. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคภูมิใจไทยครับ

นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ชัยภูมิ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน ๑. นางสาวเรวดี รัศมิทัต ๒. นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคชาติไทยพัฒนาครับ จํานวน ๑ ท่านครับ

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ผม นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา จํานวน ๑ ท่าน คือท่านธานินทร์ ใจสมุทร ขอผู้รับรอง ด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคพลังชล ๑ ท่านครับ

นายประสาท ตันประเสริฐ นครสวรรค์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติพัฒนา เพื่อแผ่นดิน ในสัดส่วนของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคพลังชน ขอเสนอ นายอรัญ พันธุมจินดา ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อครับ

นางบุษกร วรรธนะภูติ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติ ความรับผิดทางแพ่งเพื่อความเสียหายจากมลพิษน้ํามัน พ.ศ. .... จํานวน ๓๑ คน ๑. นางจิราภรณ์ จันทรศิริ ๒. นายสมพร ไพสิน ๓. ศาสตราจารย์ไผทชิต เอกจริยกร ๔. ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ประมวล จันทร์ชีวะ ๕. นายวรรณชัย บุญบํารุง ๖. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ๗. นายไพโรจน์ ตันบรรจง ๘. นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ ๙. นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ๑๐. นางชมภู จันทาทอง ๑๑. นางนันทนา ทิมสุวรรณ ๑๒. นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ ๑๓. นางรังสิมา เจริญศิริ ๑๔. นางดวงแข อรรณพพร ๑๕. นายธวัชชัย สุทธิบงกช ๑๖. พลเรือเอก สุรพล จันทน์แดง ๑๗. นางอนุสรา ยังตรง ๑๘. นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล ๑๙. นายณรงค์ บุณยสงวน ๒๐. นายนริศ ขํานุรักษ์ ๒๑. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ๒๒. นายวิชัย ล้ําสุทธิ ๒๓. นายสาธิต ปิตุเตชะ ๒๔. พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเล่ ๒๕. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ๒๖. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๒๗. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๒๘. นางสาวเรวดี รัศมิทัต ๒๙. นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ๓๐. นายธานินทร์ ใจสมุทร ๓๑. นายอรัญ พันธุมจินดา

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ระยะเวลาการแปรญัตติครับ

นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ดิฉัน นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ขอเสนอระยะเวลาในการแปรญัตติเป็นเวลา ๗ วัน ตามข้อบังคับ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ขอตั้งกรรมาธิการสามัญหรือครับ เชิญครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ เนื่องจากมีสมาชิกได้ขอลาออกจากคณะกรรมาธิการการศึกษา โดยนายครู มานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส. จังหวัดสุรินทร์ เขต ๖ ขวัญใจมหาชนชาวสุรินทร์ครับ ขอลาออกจาก คณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร แล้วเป็นกรรมาธิการกิจการ เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุและผู้พิการ สภาผู้แทนราษฎรครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ส่วนคนที่ ๒ นางเอมอร สินธุไพร ส.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด ขวัญใจพี่น้องประชาชนคนร้อยเอ็ด ขอลาออกจาก คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุและผู้พิการ มาเป็นกรรมาธิการ การศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอบคุณครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้องครับ วันนี้ผมว่าพอสมควรแล้วครับ ปิดการประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๖.๕๐ นาฬิกา