สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

สุกิจ อัถโถปกรณ์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติความรับผิดทางแพ่งเพื่อความเสียหายจากมลพิษน้ำมัน และเรียกร้องให้รัฐบาลลดการขนส่งน้ำมันลง เพื่อลดมลพิษและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และหารือเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่มีปั้มน้ํามัน แต่ก็เป็นคนที่บริโภคน้ํามันนะครับ ไม่ได้กินนะครับ ผมใช้กับรถยนต์ของผมเท่านั้นเอง ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติความรับผิดทางแพ่งเพื่อความเสียหาย จากมลพิษน้ํามัน พ.ศ. .... ผมอ่านหลักการทั้งหมดแล้วนะครับ ประกอบกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจริงแล้ว ก็คิดว่าในเรื่องของหลักการนี้คงไม่มีปัญหาอะไรนะครับ ก็คงจะเห็นด้วย แต่ก็คงจะมีปัญหาบางประการที่ถ้าไม่ได้รับคําตอบให้ชัดเจนแล้ว ก็คงคิดว่าจะผ่านร่าง ฉบับนี้ไปค่อนข้างจะลําบากเหมือนกัน ในฐานะที่เราต้องรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจของประเทศ และต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนนะครับ ท่านประธานครับ มันมีความสําคัญสําหรับเรื่อง นี้อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวแล้วนะครับว่าการขนส่งน้ํามันมันต้องมีนะครับ ในเมื่อเราผลิต น้ํามันเองยังไม่เพียงพอใช้ในประเทศนะครับ ต้องนําเข้าปีหนึ่งเป็นจํานวนเกินกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีแล้วครับ ซึ่งเป็นเงินจํานวนมหาศาลทีเดียวนะครับ ซึ่งคิดว่า อันนี้ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่ทางรัฐบาลจะต้องแก้ไขนะครับ คือต้องทําให้การใช้น้ํามันในประเทศลดลง ไม่ใช่เป็นการไปส่งเสริมไปเพิ่มการบริโภคน้ํามัน อย่างเช่นกรณีโครงการรถคันแรกของท่าน ทําให้มีการเพิ่มจํานวนรถขึ้น เพิ่มจํานวนรถทําให้ ถนนไม่เพียงพอ รถติดนะครับ แล้วก็ต้องมีการบริโภคน้ํามันเพิ่มขึ้น ก็คือทําให้เงินตราของ ประเทศไหลออกไปนอกประเทศ จึงเป็นโครงการที่ค่อนข้างที่จะล้าสมัย ขัดกับเทรนด์ (Trend) ของโลกในขณะนี้ก็คือเรื่องของมลพิษ เรื่องของการใช้เชื้อเพลิงที่มาจากฟอสซิล ให้น้อยลง แต่เรากลับไปทําสิ่งที่ตรงกันข้ามกับที่คนทั้งโลกเขาทํากันอยู่ครับ แล้วเมื่อมี การขนส่งน้ํามันมาก ๆ มีการลําเลียง มีท่อส่งน้ํามัน อันนี้อันที่กฎหมายที่กล่าวถึงนี้ ไม่ได้หมายเฉพาะเรื่องของเรือบรรทุกน้ํามันแล้วมาเรือล่ม เรือรั่วอะไรอย่างนั้นอย่างเดียวนะครับ ท่อส่งน้ํามันที่เกิดเหตุเมื่อไม่กี่วันนี้ก็เป็นเรื่องที่สําคัญ เพราะว่าส่วนใหญ่ท่อส่งน้ํามันนี้ ก็จะลําเลียงผ่านทางทะเล ถ้าผ่านทางบกก็เกิดการต่อต้านอีกนะครับ มีการต่อต้านจากกลุ่ม อนุรักษ์โน้น อนุรักษ์นี้ แล้วไหนจะผ่านไปในที่ส่วนบุคคลอะไรต่าง ๆ มีการเวนคืนอะไรกัน มากมาย แล้วก็แหล่งน้ํามันส่วนใหญ่ก็มักจะอยู่ในทะเลที่ค้นพบในขณะนี้ ท่านประธานครับ ประเทศไทยมีเหตุการณ์น้ํามันรั่วลงสู่ทะเลทั้งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันมาแล้วประมาณ เกินกว่า ๒๐๐ ครั้งในระยะเวลาที่ไม่นานนี้ ล่าสุดที่เป็นข่าวที่สะเทือนขวัญพวกเราก็คือ ที่จังหวัดระยองเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่มีการรั่วไหลของน้ํามันประมาณ ๕๐,๐๐๐ ลิตรนะครับ ปรากฏว่าส่งผลเสียหายมากมายทีเดียว ทั้งทําลายบรรยากาศของการ ท่องเที่ยว ทําให้สัตว์น้ําเสียชีวิตจํานวนมากมายเลยครับ ทําให้แพลงก์ตอนซึ่งเป็นอาหาร ของสัตว์น้ําก็เสียชีวิต แล้วแถมสัตว์น้ําที่เอามากินก็คือสินค้าอาหารทะเลนี้ขายไม่ออกครับ ในพื้นที่ขายไม่ออก พื้นที่ห่างไกลไปที่เขาคิดว่าจะเป็นสัตว์น้ําที่มาจากบริเวณนั้น ก็ขายไม่ออกไปด้วยครับ แล้วก็มีผลต่อปะการัง ซึ่งเขาบอกว่าต้องใช้เวลานานเหลือเกิน กว่าที่ปะการังจะทําให้มีความสวยงามใต้ท้องทะเลขนาดนั้น ทําให้มีการตายของปะการัง แล้วก็มีการทําลายสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของประเทศ อย่างเช่นเวลาเป็นข่าวออกไป อย่างเช่นทํานองอย่างนี้ครับว่า คราบน้ํามันเต็มอ่าวพร้าว เวลาพาดหัว เขาเล่นอย่างนี้ละครับ เต็มอ่าวพร้อม อ่าวขาม รอบเกาะเสม็ด อย่างนี้มันจะไม่ทําลายการท่องเที่ยวได้อย่างไรครับ ใครจะกล้าไปครับ คาดว่าใช้เวลาขจัดกว่า ๑๐ วัน ก็กว่า ๑๐ วันจริง ๆ ครับ ผมถามจาก เพื่อนสมาชิก เห็นว่าเป็นเดือนก็ยังไม่หมดเรียบร้อยดีนะครับ แล้วอยากจะเรียนถาม ท่านรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานไปนะครับว่า ตอนนี้มันเรียบร้อยดีหรือยัง มันเรียบร้อย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรือยัง แล้วท่านได้สํารวจหรือยังว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นตรงอ่าวต่าง ๆ ที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้ รวมทั้งใต้ทะเลปะการังมีความเสียหายแค่ไหนท่านพอจะตอบได้ไหมครับ สัตว์ทะเล ปู ปลา ปะการัง กระทบหนัก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมลั่น ใครทําให้เกิดมลพิษต้องรับผิดชอบ ก็อยากจะเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่า ตอนนี้เรื่องนี้ได้มีการรับผิดชอบอย่างไร มีการชดใช้เงิน จ่ายเงิน หรือว่าผู้ที่ทําให้เกิดน้ํามันรั่วในทะเลนี้ได้รับโทษอย่างไรบ้าง อยากจะขอเรียนถาม ให้ท่านตอบนะครับ ในฐานะที่เป็นหมอนะครับ เรื่องของสุขภาพของประชาชน เมื่อเกิดน้ํามันรั่วในทะเลนี้มีผลเสียหายมากทีเดียวน้ํามันจะมีสารพวกไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon) ที่เป็นพิษต่อทางเดินอาหาร ทําให้กระเพาะเป็นแผล เป็นแผลในกระเพาะ ส่งผลให้อาจจะมีถึงกับเลือดออกในกระเพาะอาหาร นอกจากนั้นก็มีพิษต่อตับ ตับอ่อน ไต ปอด ระบบประสาท ระบบหายใจ เรียกว่าทุกระบบ ในร่างกายเลยก็ว่าได้ครับ ทีนี้ที่ผ่านมาเราไม่มีกฎหมายเฉพาะในความผิดทางแพ่ง ที่ผ่านมา เรามีกฎหมายที่นํามาใช้เกี่ยวกับการจัดการมลพิษทางน้ําอันเกิดจากน้ํามัน ก็คือ

๑. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บทบัญญัติในหมวดของละเมิด

๒. ก็คือพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ําไทย พุทธศักราช ๒๔๕๖

๓. ก็คือพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๓๕

๔. เป็นระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ํา เนื่องจากน้ํามัน พ.ศ. ๒๕๔๗

เพราะฉะนั้นยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่เป็นเรื่องของความรับผิดทางแพ่ง เพื่อความเสียหายจากมลพิษน้ํามัน ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ดูเหตุผลแล้วก็คงจะเป็นกฎหมาย ที่น่าจะสนับสนุนนะครับ ทีนี้หัวใจสําคัญที่ผมเห็นก็คือมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ คือเรือ เรื่องของเรือที่ขนน้ํามัน ได้มีกําหนดว่าจะผ่านได้ จะขนกันได้ก็ต้องให้กรมเจ้าท่าออก ใบรับรองให้ อย่างนั้นใช่ไหมครับท่านรัฐมนตรี คงจะเป็นอย่างนั้นนะครับ และในเรื่องของ การออกใบรับรองนี้ก็กําหนดว่าต้องมีการจัดหาประกันภัยหรือหลักประกัน แล้วหลังจากนั้น ก็คือเรื่องของการชดใช้ค่าเสียหายซึ่งเรื่องนี้มันอยู่ในมาตรา ๑๒ นะครับ ผมขอเรียนท่าน ประธานตรง ๆ เลยครับว่าอ่านอย่างไรก็ไม่เข้าใจครับ อ่านอย่างไรก็ไม่เข้าใจว่าจํานวนมัน เท่าไร ปริมาณค่าชดใช้เสียหายเท่าไร ท่านประธานลองอ่านดูสิครับ (๑) ๔.๕๑ ล้านหน่วย สิทธิพิเศษถอนเงินสําหรับเรือที่มีขนาดไม่เกิน ๕,๐๐๐ ตันกรอส (Gross) ความรู้ผมไม่ถึง หรอกครับ ไม่พอที่จะมาแปลมาตีความหมายอันนี้ได้ ก็อยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรี ว่าท่านช่วยอธิบายให้มันง่าย ๆ ได้ไหมครับว่าเวลาเรือน้ํามันมันไปล่มหรือว่ามีการรั่วของ น้ํามันเกิดขึ้น แต่อันนี้กําหนดเรื่องเรือนะครับ เอาเรื่องเรือก่อนก็แล้วกันว่าท่านอธิบายง่าย ๆ ให้ผมฟังหน่อยว่าเรือพวกนี้ขนาดเท่าไรบ้าง มันมีขนาดเท่าไรบ้าง แล้วเวลาเรือมันไปล่ม ต้องเสียเงินเท่าไร เอาแค่นั้นพอครับ มาเขียนอย่างนี้พวกผมไม่รู้เรื่องหรอกครับไม่สามารถ ที่จะเข้าใจได้ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนถามครับ ส่วนอย่างอื่นนี้ก็คงเห็นด้วย แต่ก็มีข้อท้วงติง อยู่นิดหนึ่งที่เพิ่งได้รับ ก็คือความเห็นของประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย อ่านไม่ทัน หรอกครับ เพิ่งแจกนะครับ แต่มีส่วนหน้า ๑๓ หน้า ๑๔ หน้าท้าย ๆ อยากกราบเรียนถามว่า คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเห็นว่านอกจากให้มีการเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว ยังมีความจําเป็นที่จะต้องมีกฎหมายว่าด้วยกองทุนความรับผิดในเรื่องดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์สากลที่มีอนุสัญญาว่าด้วยการก่อตั้งกองทุนระหว่างประเทศ เขาบอกว่า เหตุผลก็คือเพื่อให้มีกองทุนในการชดใช้ค่าเสียหายในส่วนที่เกินจากความรับผิดชอบของ เจ้าของเรือ มันมีด้วยหรือครับส่วนที่เกิน สมมุติว่าเจ้าของเรือทําเรือรั่วแล้วน้ํามันมันรั่ว เจ้าของเรือไม่ได้ชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดหรือครับ ยังมีส่วนเกินอะไรอีกละครับที่ว่าจะต้องใช้ กองทุนอันนี้ จึงจําเป็นต้องมีกองทุนอันนี้ ก็อยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีด้วยว่าทําไมผู้ที่ ทําให้เกิดความเสียหาย หรือว่าบริษัทประกัน ถ้าเกิดว่ากฎหมายผ่านก็มีบริษัทประกันมาร่วม รับผิดชอบ ทําไมไม่คิดเขาให้เต็มที่ ต้องมีส่วนเกินด้วยหรือครับ ก็ขอเรียนถามอย่างนี้ครับ