รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านสมาชิกครับจะให้หารือก่อนนะครับ เชิญท่านสัมพันธ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือต่อท่านประธานในเรื่องของลุ่มแม่น้ํายมซึ่งถูกน้ํากัดเซาะทําให้ตลิ่งพัง ก็ฝากไปถึง ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย และกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม เพราะว่าเป็นหน่วยงานซึ่งรับผิดชอบในเรื่องของแหล่งน้ํา แล้วก็กรมโยธาธิการและผังเมือง ก็ดูในเรื่องของตลิ่งต่าง ๆ ที่หน้าวัดกงไกรลาศ หมู่ที่ ๑๐ ตําบลกง ก็อยากให้กรมโยธาธิการ และผังเมืองนั้นเข้าไปดําเนินการในการสร้างเขื่อน เรียงหินเพื่อกันน้ํากัดเซาะพังนะครับ เพื่อที่กันน้ําเข้าไปรุกล้ําในเขตบริเวณวัด แล้วก็สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ และอีกด้านหนึ่งก็คือตลิ่งบ้านใต้ หมู่ที่ ๙ ตําบลกง เพราะว่าตลิ่งก็มีบ้านพี่น้องอยู่กัน มากพอสมควร เพราะไม่อย่างนั้นน้ําจะกัดเซาะเข้าไปทําให้พังเสียหาย แล้วฝากไปถึง ทางกรมพัฒนาที่ดินนะครับ ให้เข้าไปฟื้นฟูแหล่งน้ํานิคมพัฒนา หมู่ที่ ๘ ตําบลหนองจิก อําเภอคีรีมาศ แหล่งน้ํานาลานทอง หมู่ที่ ๔ ตําบลศรีคีรี อําเภอคีรีมาศ แหล่งน้ําวังครก วังแดง หมู่ที่ ๓ ตําบลบ้านหลุม อําเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย แหล่งน้ําบ้านลานเอื้อม หมู่ที่ ๖ ตําบลน้ําพุ อําเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย และแหล่งน้ําบ้านน้ําพุเหนือ หมู่ที่ ๑ ตําบลบ้านน้ําพุ อําเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ก็ฝากถึงทางกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้าไปดําเนินการในการที่จะไปฟื้นฟูแหล่งน้ํา เพื่อกักเก็บน้ําไปใช้ในการเกษตรต่อไปครับ
ท่านอํานวย อยู่ไหมครับ เชิญท่านอํานวยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้คุยกันกับผมนะครับท่านประธานว่าอาคารหลังใหม่ ของเราในขณะนี้เราได้เริ่มก่อสร้างแล้วหรือยัง เงินก็มีแล้ว หลายคนก็สอบถามมา ผมก็อยาก ให้ท่านประธานได้สอบถามนะครับว่าในขณะนี้โครงการของเราไปถึงไหน อย่างไรแล้ว นี่คือพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะมันเป็นหน้าตาของผู้แทนราษฎรด้วย
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ในขณะนี้น้ําลดแล้วบางส่วน แต่ส่วนหนึ่งผมเห็น ภาครัฐไปใช้ให้กับเกษตรกรใช้นาโยน โยนข้าว ใช้หยอดหลุมแล้วก็ไปโยนข้าว ในส่วนนี้ พี่น้องประชาชนเขาบอกผมมาว่าเขาไม่ต้องการเลยในส่วนนี้ เขาต้องการทําอย่างธรรมชาติของเขา ใช้หว่านพรมหรือหว่านของเขาโดยธรรมชาติ ก็อยากจะให้ท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง อยากจะให้ทบทวนโดยนักวิชาการต่าง ๆ ได้เสนอแนวทางที่ผิดให้กับเกษตรกรใน ขณะนี้ เกษตรกรเขาไม่พอใจ เขาอยากจะทําของเขาโดยธรรมชาติ โดยหว่านปกติของเขา ตามเดิม ก็อยากจะฝากท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดําเนินการในส่วนนี้
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ ซึ่งในขณะนี้ในอําเภอโคกสําโรง พืชผลเกษตร เสียหาย ยังไม่ได้รับเงินชดเชยในส่วนนี้ ก็อยากจะฝากท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งดําเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในส่วนพืชผลเกษตรเสียหายในขณะนี้เช่นกัน ขอบคุณครับ
คุณธีรภัทร พริ้งศุลกะ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีและรัฐบาล ถึงผลกระทบที่ได้รับจากกรณีคลื่นลมแรงและน้ําทะเลหนุนสูงในบริเวณชายฝั่งทะเลภาคใต้ ซึ่งประกอบไปด้วยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร นครศรีธรรมราช สงขลา สุราษฎร์ธานี และจังหวัดสุราษฎร์ธานีของผมซึ่งมีพื้นที่ในอําเภอท่าชนะ อําเภอไชยาและอําเภอท่าฉางบางส่วน ประชาชนที่อยู่บริเวณชายฝั่งได้รับผลกระทบ ร้านค้า บ้านเรือน เส้นทางได้รับความเสียหาย ได้รับความเดือดร้อน แต่ทั้งนี้ผมก็ต้องขอขอบคุณส่วนราชการ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้นําองค์กรชุมชนของท้องถิ่นและภาคเอกชนที่ได้เข้าไป ช่วยเหลืออพยพราษฎรไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยได้อย่างทันท่วงที แต่นั่นละครับภัยธรรมชาติ ปีนี้เราไม่อาจคาดได้ว่ามันจะเกิดขึ้นและปีถัด ๆ ไป แม้รัฐบาลจะมีการบูรณาการหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องโดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระผมจึงขอเสนอ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีให้นําหน่วยงานอีกหน่วยงานหนึ่งซึ่งอยู่ในสังกัด ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นั่นก็คือกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เข้าไปอยู่ในหน่วยงานนี้ด้วย ในการวางแผนจัดการทั้งระยะสั้นและระยะยาว
ส่วนที่ ๒ ก็ขอให้รัฐบาลได้ช่วยดําเนินการชดเชยและเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบเช่นเดียวกับมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ราษฎรในพื้นที่ ของผมเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาตินี้เป็นครั้งที่ ๒ แล้ว กระผมใคร่ขอให้ ท่านประธานได้ช่วยฝากไปทางท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลให้ช่วยดําเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง กระผมขอขอบพระคุณมากครับ
คุณปิยะดา มุ่งเจริญพร
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ปิยะดา มุ่งเจริญพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ก็นําความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจังหวัดสุรินทร์มากราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เรื่องแรกค่ะ ก็เป็นเรื่องของการสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนบริเวณ ถนนเทศบาล ๓ ตําบลในเมือง อําเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งตัดกับทางข้ามทางรถไฟ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมากค่ะ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีรถสัญจรไปมา เป็นจํานวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียน นักศึกษา แล้วเกษตรกรก็นําพืชผลทางการเกษตร ต้องผ่านมาเส้นทางนี้เพื่อไปสู่ตลาดกลาง ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของจังหวัดสุรินทร์ ใกล้บริเวณนั้น ยังมีห้างสรรพสินค้าอีกค่ะ รถยนต์ก็ผ่านไปมามากมาย เกิดอุบัติเหตุกับเด็กนักเรียนบ่อยครั้งมาก ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอสัญญาณไฟจราจร แล้วก็ช่วยขยายถนนบริเวณดังกล่าวให้กว้างขึ้น แล้วก็ถนนที่คร่อมระหว่างทางรถไฟ ก็ขอขยายด้วย เพราะว่าแคบมากค่ะ
เรื่องที่ ๒ ค่ะท่านประธาน ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับภัยหนาวค่ะ ซึ่งจังหวัดสุรินทร์ ยังไม่ได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติหนาว แต่ว่าตอนนี้อุณหภูมิประมาณ ๑๐ กว่าองศาค่ะ และทุก ๆ ปีจะมีข่าวออกทางหน้าหนังสือพิมพ์ว่าจังหวัดสุรินทร์มีประชาชนเสียชีวิต จากภัยหนาว อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกรุณา นํายาที่เกี่ยวกับฤดูหนาวแล้วก็ผ้าห่มเพื่อไปให้ประชาชนนุ่งห่มเพื่อบําบัดความหนาวค่ะ ขอบคุณค่ะ
คุณวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน
เรื่องแรก พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลตําบลคูคต อําเภอลําลูกกา จังหวัดปทุมธานี ร้องเรียนมาว่าขยะเต็มไปหมดหลังจากน้ําท่วม ฝุ่นก็ตลบอบอวลไปทั่ว ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเร่งดําเนินการ
เรื่องที่ ๒ คุณลุงจากหมู่บ้านสินสมบูรณ์ เขตหนองแขม ร้องเรียนขอให้ การเคหะแห่งชาติช่วยเชื่อมท่อระบายน้ําไปยังซอยกํานันวิจิตร เขตหนองแขม เพื่อให้น้ําไหล สะดวกในฤดูน้ําท่วมครั้งหน้า
เรื่องที่ ๓ คุณสุวนันท์ จุฑาธัชชัย ส่งจดหมายทางไปรษณีย์ร้องเรียนว่า กทม. ไม่เก็บขยะบริเวณหลังโรงเรียนอนุบาลเลิศหล้า ซอยเพชรเกษม ๗๗ เขตหนองแขม ขอให้ ผู้ว่าราชการ กทม. ดําเนินการ
เรื่องที่ ๔ คุณกัณฑ์กมล ซอยหมู่บ้านเศรษฐกิจ ๔๕ เขตบางแค ร้องเรียน กระผมผ่านทางเฟซบุ๊ก (Face book) วัชระ เพชรทอง ว่าที่บริเวณซอยดังกล่าวไม่มีการ ลอกท่อระบายน้ํา ขอให้ผู้ว่าราชการ กทม. เร่งดําเนินการ
เรื่องที่ ๕ ท่านประธานครับ ประชาชนผู้เคยใช้ไฟฟ้าฟรีร้องว่าไม่เห็นด้วยกับ มติคณะรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ให้ปรับลดค่าไฟจาก ๙๐ หน่วยเหลือเพียง ๕๐ หน่วย ไหนว่ารัฐบาลนี้จะคืนความสุขให้กับพี่น้องประชาชน แต่ทําไมลดค่าใช้ไฟฟ้าฟรี ประชาชน คนจนเดือดร้อนมาก ทําไมต้องรีดเลือดเอากับปู
เรื่องสุดท้าย แม่บ้านสํานักงานตํารวจแห่งชาติร้องเรียนว่าการประชุม ก.ตร. เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคมที่ผ่านมา มีผู้ดื่มไวน์ (Wine) ไวน์เดอร์ เซียงชุนเข้าประชุม ก.ตร. เมาเอะอะ อาละวาด และย้ายผู้บัญชาการ ผู้การภาค ๑-๙ รองผู้บัญชาการตํารวจนครบาล และจะย้ายผู้การกองปราบ ผู้การเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่สําเร็จ สําเร็จเฉพาะกวาดล้างนโยบาย กวาดล้างตํารวจในเรื่องของนครบาลทั้งสิ้น เห็นว่าไม่เป็นธรรม ลืมพระราชดํารัสของในหลวง ในการให้ปรองดองแล้วหรืออย่างไร
คุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ
เรื่องแรกที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือดิฉันได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องชาวบ้านหนองม่วง หมู่ที่ ๒ ตําบลส้มป่อย อําเภอจัตุรัสว่าตอนนี้ หมู่บ้านมีการขยายตัวออกไปค่อนข้างมาก โดยมีการขยายออกไปเพื่อไปทางพืชสวนไร่นา ของเขา เป็นทางผ่านที่ไปยังวัดของประจําหมู่บ้านด้วย ตอนนี้ขาดแคลนเรื่องน้ําประปาที่จะใช้ เนื่องจากว่าหมู่บ้านขยายออกมา ประปาหมู่บ้านยังมาไม่ถึง ก็ขยายออกมาอยู่ตรงนี้กัน ๒-๓ ปี ผ่านมาแล้วค่ะ แต่ก็ยังไม่ได้รับน้ําประปามาใช้ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงมหาดไทยให้ช่วยดูแลจัดสรรในเรื่องการขยายเขตน้ําประปาเพื่อให้พี่น้องได้มี น้ําประปาใช้กินด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะหารือกับท่านประธานก็คือต้องขอชมเชยก่อนนะคะ ท่านประธานสําหรับเมื่อวานนี้ที่ดิฉันได้ฟังข่าวว่าทางท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คือท่านวรวัจน์ เรื่องการที่จะแจกแท็บเล็ต (Tablet) เด็ก ๆ โทรเข้ามาบอกดิฉันกันเยอะเลยว่าเขากําลังรอ แล้วก็ดีใจที่ทางรัฐบาลดําเนินนโยบาย อย่างที่ได้บอกเอาไว้ที่จะให้เด็กได้มีโอกาสใช้แท็บเล็ต พีซี (Tablet pc) ค่ะ
เรื่องที่ ๓ ค่ะท่านประธานก็คือพี่น้องประชาชนผู้ปลูกมันสําปะหลัง มาร้องเรียนกับดิฉันบอกว่าตอนนี้ราคามันสําปะหลังเริ่มจะตกต่ํา อยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลแก้ไขปัญหาเรื่องราคามันสําปะหลังตกต่ําด้วยค่ะ ถ้าราคามันสําปะหลังขึ้นความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนก็จะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นค่ะ
สําหรับเรื่องสุดท้ายที่อยากจะหารือกับท่านประธานในวันนี้ ดิฉันเองก็ต้อง เรียนว่าผ่านจังหวัดที่เดินทางมาประชุมสภาก็หลายจังหวัดที่ประสบภัยน้ําท่วม ก็เห็นเช่นกัน ว่าปัจจุบันนี้ยังมีขยะที่กองอยู่ค่อนข้างมาก ประกอบกับในปัจจุบันนี้ตอนนี้เป็นฤดูหนาวของ ประเทศไทย ดิฉันก็เกิดความเป็นห่วงเป็นใยสําหรับพี่น้องประชาชนที่ต้องอาศัยอยู่ใกล้กับ กองขยะที่นํามาจากน้ําท่วมค่ะ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ช่วยดูแลเรื่องการจัดการ ขยะที่พี่น้องนํามาทิ้งเพื่อป้องกันโรคร้ายที่จะเกิดขึ้นด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่าน พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องที่จะหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน ๓ เรื่อง ดังนี้
เรื่องที่ ๑ ชาวบ้านที่อยู่ในนิคมเทพา ตําบลท่าม่วง ได้รับความเดือดร้อน ถนนหนทางเป็นหลุมเป็นบ่อ ทางราชการไม่ได้ดูแลเลย ปรากฏว่าสอบถามไปดูงบการลงทุน ไม่มี แล้วชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมาก ที่อยู่ได้ตอนนี้ก็นายกองค์การบริหารส่วนตําบลท่าม่วง นายอดุลย์ คาน ได้ดูแลอยู่ ถ้าไม่มีนายอดุลย์ คาน เป็นนายกองค์การบริหารส่วนตําบลก็คง จะหนักกว่านี้นะครับ
เรื่องที่ ๒ ยาเสพติดระบาดในเขตอําเภอจะนะ แล้วก็อําเภอเทพาเป็นจํานวนมาก การปราบปรามยังไร้ผลอยู่ ขอให้ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องดําเนินการด้วย
เรื่องที่ ๓ เรื่องโต๊ะพนันบอล ซึ่งพูดมาในที่นี้ถึง ๓ ครั้งแล้ว แล้วแถมยังมี บ่อนพนันในหมู่ที่ ๑ ของตําบลสะกอม อําเภอเทพา โต๊ะพนันบอลที่เกิดในอําเภอจะนะก็มี ระบาดเพิ่มมากขึ้นแต่ไม่มีการดูแลแต่อย่างใด ถ้าเป็นอย่างนี้ผมคิดว่าถึงเวลาที่ชาวบ้าน จะต้องออกมาเคลื่อนไหวแล้ว ถ้าว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังวางตัวเฉยอยู่ แล้วก็ทราบว่ามีการ พูดกันว่าเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจด้วย ทั้งโต๊ะพนันบอลแล้วก็บ่อนการพนันครับ ขอบคุณ
ท่านสุรสาล ผาสุข
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเรียน หารือท่านประธาน ๒ เรื่อง ดังนี้
เรื่องที่ ๑ ถนนสายเอเชีย บริเวณจุดกลับรถหลังวัดกําแพง อําเภออินทร์บุรี มีประชาชนมากลับรถเป็นจํานวนมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล เช่น เทศกาลปีใหม่ที่ใกล้จะ มาถึงนี้ สํานักบํารุงทางจะปิดสัญญาณไฟจราจรที่แยกเข้าอําเภออินทร์บุรี ส่งผลให้มี ประชาชนมากลับรถที่จุดกลับรถนี้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งก็มากอยู่แล้ว แต่ที่จุดกลับรถนี้ ไม่มีไฟฟ้าแสงสว่างทําให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็น จํานวนมาก ได้แจ้งไปยังสํานักบํารุงทางแล้วทราบว่าไม่มีงบประมาณครับ จึงขอความอนุเคราะห์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมโปรดพิจารณาสั่งการให้ติดไฟฟ้าแสงสว่างโดยเร่งด่วน ซึ่งถ้าสามารถดําเนินการได้ก่อนปีใหม่จะช่วยลดอุบัติเหตุในเทศกาลนี้ได้
เรื่องที่ ๒ ระบบป้องกันน้ําท่วมพื้นที่ชุมชนอินทร์บุรีและชุมชนเทศบาล เมืองสิงห์บุรี การก่อสร้างแล้วเสร็จทั้ง ๒ โครงการ แต่ไม่สามารถป้องกันน้ําได้ ที่ชุมชนเทศบาล เมืองสิงห์บุรีนั้นน้ําท่วมติดต่อกันมา ๒ ปี ทั้งปี ๒๕๕๓ และปี ๒๕๕๔ ส่วนที่ชุมชนอินทร์บุรี ซึ่งการก่อสร้างสิ้นสุดสัญญาเมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๕๔ ก็ไม่สามารถป้องกันน้ําท่วมได้ เช่นเดียวกัน ระบบป้องกันน้ําดังกล่าวก่อสร้างตามแบบของกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ควบคุมโดยวิศวกรชํานาญการพิเศษของกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่องนี้กระผมได้เคยหารือท่านประธานไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่มีคําชี้แจงใด ๆ จากกรมโยธาธิการ และผังเมือง จึงขออนุญาตนําเรียนหารือท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง และขอให้กรมโยธาธิการ และผังเมืองชี้แจงสาเหตุและวิธีการแก้ไข ตลอดจนความรับผิดชอบ โดยหากยังไม่สามารถ แก้ไขได้ ขอให้ระงับการก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมตามแบบของกรมโยธาธิการและผังเมือง ไว้ก่อนครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญ ท่านสงกรานต์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครสวรรค์ ผมมีเรื่องจะปรึกษาท่านประธานหลายเรื่องนะครับ
เรื่องแรก ก็คือเรื่องของผังเมือง อยากฝากท่านประธานผ่านไปถึง ทางกระทรวงมหาดไทย และทางกรมโยธาธิการและผังเมืองครับ ทราบว่าเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ที่ผ่านมา ผังเมืองที่จังหวัดในเขตเทศบาลนครสวรรค์ได้มีการประกาศ ปรากฏว่ามีข้อบังคับ อยู่ข้อหนึ่งเขียนไว้ว่า ห้ามที่จะก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ ขนาด ๒,๐๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป ในพื้นที่สีแดงและสีส้มแล้วก็สีอื่น ๆ ครับ ซึ่งมีหลายคนในพื้นที่ซึ่งทราบจากอันนี้ก็เป็นห่วง เพราะว่าในผังเมืองเดียวกันที่จังหวัดพิษณุโลกเขาไม่ได้ห้ามอันนี้ไว้ การประกาศผังเมือง โดยมีข้อห้ามแบบนี้จะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาพื้นที่ในจังหวัดนครสวรรค์มากนะครับ เพราะว่าคลุมไปเกือบทั้งจังหวัดเลยนะครับ ฉะนั้นอยากฝากท่านประธานให้แจ้งไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยพิจารณาทบทวนหรือหาทางแก้ไขด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องจากเรื่องของน้ําท่วม ชาวบ้านในตําบลบางม่วง อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ แจ้งว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในบ้านเป็นเวลาเกือบ ๒ เดือน แต่พอเวลาบิล (Bill) ค่าไฟค่าน้ํามา ปรากฏว่าค่าน้ําประปานั้นขึ้นไปถึง ๕๐๐ บาท ซึ่งแทบ จะเป็นไปไม่ได้นะครับ ค่าไฟก็แพงเกินจริง อยากฝากทางท่านประธานแจ้งหน่วยงานให้ไป ตรวจสอบอีกครั้งนะครับ
และเรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องของเงินชดเชยพืชไร่เกษตร ขณะนี้ชาวบ้าน ชาวนา เกษตรกรหลายคนรออยู่นะครับ ทราบว่ารัฐบาลกําลังดําเนินการอยู่แต่ยังไม่สําเร็จเสียทีนะครับ
เรื่องสุดท้ายครับ อยากฝากท่านประธานบอกเจ้าหน้าที่ทางเขื่อนภูมิพล เริ่มปล่อยน้ําได้แล้วเพราะบ้านผมน้ําแล้งแล้วนะครับ ชาวบ้านเริ่มแย่งน้ํากัน ขอเครื่องสูบน้ํา มาสูบน้ํากันแล้ว ฉะนั้นเพื่อป้องกันเหตุอันไม่จําเป็น ผมว่าเริ่มปล่อยน้ําตั้งแต่ตอนนี้เขาจะได้ ใช้น้ําครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านพิเชษฐ์ อยู่ไหม เชิญท่านเกียรติ์อุดม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นชาวไร่อ้อยฝากขอบคุณท่านประธานเจริญ จรรย์โกมล มาด้วยนะครับว่าได้ทําให้พี่น้องชาวเกษตรกรไร่อ้อยได้ขายอ้อยราคาดี ว่าอย่างนี้นะครับ
ประเด็นที่ผมจะหารือกับท่านประธานเรื่องถนนไร้ฝุ่น อันนี้พูดกันมานาน จากอําเภอกู่แก้ว ไปอําเภอไชยวาน อําเภอวังสามหมอ เส้นออกจากบ้านจีต ตําบลบ้านจีต อําเภอกู่แก้ว แล้วก็ผ่านไปยังบ้านป่าก้าว ตําบลโพนสูง อําเภอไชยวาน แล้วก็จะเข้าไปบ้านคําค้อ ออกไปบ้านคําบอน อําเภอศรีธาตุทะลุออกไปวังสามหมอครับท่านประธาน ถนนตรงนี้เป็นถนนเชื่อมระหว่างอําเภอต่ออําเภอ มีฝุ่นมาก ยิ่งขณะนี้พี่น้องชาวไร่อ้อย ไร่มันสําปะหลัง ลําบากมาก เด็กนักเรียนที่จะไปเรียนหนังสือก็ต้องนั่งรถสองแถวนะครับท่านประธาน แล้วก็ฝุ่นเยอะ ฝากไปถึงกระทรวงคมนาคมด้วย
ประเด็นที่ ๒ เรื่องน้ําประปาของบ้านศรีธาตุ ตําบลศรีธาตุ อําเภอศรีธาตุ อันนี้เป็นเขตเทศบาล พี่น้องใช้น้ําประปาไม่เพียงพอ ก็ฝากไปยังกรมทรัพยากรน้ํา ท่านรัฐมนตรีปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ที่ได้เดินทางไปดู ฝากไปถึงท่านด้วยให้ไปช่วยก่อสร้าง
ประเด็นสุดท้าย เรื่องพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน บ้านวังโปง ตําบลตาดทอง อําเภอศรีธาตุ กับพี่น้องชาวตําบลเวียงคํา อําเภอกุมภวาปี ก็ฝากให้กรมทรัพยากรน้ําช่วยเร่ง นํารถแบคโฮ (Backhoc) ไปกั้นน้ําให้พี่น้องได้บริโภคด้วยตามที่กระผมได้เรียนมานะครับ ขอบคุณครับ
คุณพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านนายกองค์การบริหารส่วนตําบลฉลอง อําเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช นายกฯ จิตณรงค์ ดําเพ็ง เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง หมู่ที่ ๒ บ้านคลองไทรกว่า ๑๓๐ ครัวเรือน ท่านประธานคะ ตอนนี้พี่น้องหมู่ที่ ๒ ต้องรับ ความเดือดร้อนจากการที่มีน้ําประปาไม่เพียงพอ แล้วที่สําคัญปัญหาก็คือว่าก่อนหน้า ที่ภาคใต้จะโดนภัยพิบัติทางธรรมชาติเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พี่น้องหมู่ที่ ๒ ได้อาศัย น้ําอุปโภคบริโภคจากระบบน้ําประปาภูเขา แต่พอมาประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติก็ทํา ความเสียหายให้กับระบบประปาทั้งหมด ทําให้ปัจจุบันนี้พ่อแม่พี่น้องต้องอาศัยบ่อที่มีอยู่ในบ้าน อาศัยดื่ม แล้วก็อาศัยในการทําประกอบต่าง ๆ เพราะฉะนั้นดิฉันอยากขอความร่วมมือ ให้ทางกรมทรัพยากรน้ําบาดาลได้เข้าไปสํารวจ ขุดเจาะ แล้วก็ทําเป็นระบบประปาสมบูรณ์ ให้กับพี่น้องหมู่ที่ ๒ บ้านคลองไทร ที่ต้องใช้กว่า ๑๓๐ ครัวเรือน ให้ได้มีน้ําอุปโภคและบริโภค อย่างสมบูรณ์ค่ะ
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับเรื่องจากนายสมปอง ภักดีกิจ ผู้อํานวยการโรงเรียน ฉลองรัฐราษฎร์ประชาอุทิศ ตําบลฉลองเช่นเดียวกัน โรงเรียนดังกล่าวมีนักเรียนอยู่ประมาณ ๕๐๐ คน ประสบปัญหาแบบเดียวกันก็คือขาดแคลนน้ําบริโภคอุปโภค โรงเรียนดังกล่าว ตอนนี้ต้องอาศัยน้ําบ่อปั๊มขึ้นมาแล้วก็อาศัยให้น้อง ๆ นักเรียนได้ดื่ม แต่ดิฉันต้องขอความกรุณา ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมช่วยกรุณาไปติดตั้ง ระบบประปาน้ําสะอาดดื่มได้ให้กับโรงเรียนดังกล่าวด้วยเพื่อช่วยให้น้อง ๆ นักเรียนได้ดื่มน้ํา ที่สะอาด แล้วก็มีผลต่อการพัฒนาการของเด็กด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านชูกัน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชูกัน กุลวงษา จังหวัดนครพนม เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องที่จะปรึกษาท่านประธาน อยู่ ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ก็คือเกี่ยวกับการรับจํานําข้าวของรัฐบาล ซึ่งชาวนานั้นบอกว่าปัญหา ในการรับจํานําข้าวโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ๑๐๕ นั้น รู้สึกว่าปัญหานั้นมากมาย ในเขตพื้นที่ ของกระผมนั้นสรุปปัญหาแล้วก็ ๑. ขั้นตอนกว่าที่จะได้จํานําข้าวนั้นมันมีขั้นตอนมากมาย เหลือเกิน ซึ่งชาวนานั้นลําบากมาก ๒. ชาวนาไม่เข้าใจในการคัดต้นข้าว หรือว่าการวัดความชื้น ของข้าว คัดต้นข้าว ๔๒ เปอร์เซ็นต์ ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้จะได้ตันละ ๒๐,๐๐๐ บาท ชาวนาก็ไม่เข้าใจ แต่นอกจากไม่เข้าใจตรงนี้แล้วชาวนายังไม่เข้าใจตรงที่ข้าวเปลือกหอมมะลิ ทุกเกวียนที่ได้รับจํานํานั้นก็ไปเทรวมกันหมด ไม่ว่าจะได้ต้นข้าวเท่าไร ความชื้นเท่าไร ก็เอาไปเทรวมกันหมด ซึ่งชาวนาไม่เข้าใจมากเลยตรงนี้ และปัญหาข้อที่ ๓ เกี่ยวกับการรับจํานําข้าวก็คือการประชาสัมพันธ์ของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ไม่ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ดี ธ.ก.ส. ก็ดี วันนี้ชาวบ้านไม่เข้าใจในหลักเกณฑ์ หลักการมากมาย สุดท้ายชาวบ้านบอกได้รับแจ้งจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บอกว่า ถ้าได้รับใบประทวนแล้วก็นําใบประทวนไปที่ ธ.ก.ส. ก็ไม่เกิน ๓-๕ วัน จะได้รับเงิน สุดท้าย ก็ได้แต่รอกับรอ รอแล้วรออีกก็ยังไม่ได้รับเงิน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ฝากท่านประธานไปถึง รัฐบาลได้ช่วยดูแลให้ทาง ธ.ก.ส. นั้นได้จ่ายเงินให้กับชาวนาที่ไปจํานําข้าว เพื่อที่ชาวนาจะได้ นําเงินนั้นไปใช้หนี้ให้ถูกต้องนะครับ ชาวนาเดือดร้อนในวันนี้
เรื่องที่ ๒ ที่จะปรึกษาหารือวันนี้ก็คือเรื่องเกี่ยวกับการเยียวยาเกษตรกร
เอาเรื่องเดียวก่อนก็ได้เพราะหมดเวลาแล้วนะครับ เรื่องที่ ๒ เดี๋ยวค่อยไว้รอบต่อไปนะครับ
ครับท่านประธาน ทําไมเวลาหมดเร็ว เหลือเกินครับ
เชิญ ท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ อยู่ไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย เขต ๔ ขอนําเรื่องความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในจังหวัดลพบุรีมาปรึกษาหารือ ท่านประธาน ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยดูแลให้หน่อยครับ เพราะว่าเกษตรกรตอนนี้ น้ํานมดิบที่ขายได้กิโลกรัมละ ๑๗ บาท ต้นทุนตอนนี้สูงขึ้นไปมาก เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ช่วงนี้จะประสบปัญหาคือไม่สามารถที่จะเลี้ยงตัวได้ ที่ทําไปเพราะว่ามันมีวัวอยู่แล้ว ก็ไม่สามารถไปทําอย่างอื่นได้ จําเป็นต้องเลี้ยงอยู่ อยากจะให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องลองพิจารณาดู เรื่องราคาน้ํานมดิบให้มีราคาสูงขึ้นอีกสักนิดหนึ่ง เรื่องอาหารป่นที่เกษตรกรใช้อยู่ตอนนี้ มันมีราคาสูงกว่าเดิมมาก จากเดิม ๓๐๐ บาทต่อ ๑ ถุง ตอนนี้ ๕๐๐ บาทแล้ว และราคาน้ํานม ก็เหมือนเดิม
และเรื่องที่ ๒ คือเกษตรกรผู้ทําไร่อ้อย อยากทราบว่าในจังหวัดลพบุรีที่ทําไร่อ้อย เงินตามขั้นสุดท้ายของการผลิตปี ๒๕๕๓ กับปี ๒๕๕๔ เป็นปริมาณอ้อยที่ส่งโรงงานทั้งหมด ในจังหวัดลพบุรี ๑.๙ ล้านตัน ราคาที่เงินตามขั้นสุดท้ายตันละ ๕๗ บาท เมื่อไรจะได้รวมเป็น เงินทั้งหมดตกประมาณร้อยกว่าล้านบาท อยากจะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตอบคําถามนี้ด้วยครับ
ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ
เรื่องแรกที่ผมจะหารือก็คือว่าที่อําเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงรายนั้น ไม่มีโรงสีรับจํานําข้าว แต่มีจุดรวมข้าว แต่เป็นโรงสีที่อยู่อําเภออื่น พี่น้องอําเภอพญาเม็งราย ขายข้าวแต่ยังไม่ได้ใบประทวนนะครับ ตอนนี้ก็เป็นเวลา ๑ เดือนกว่าแล้วที่พี่น้องเกษตรกร ยังไม่ได้ใบประทวนนะครับ
ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๒ ตอนนี้ปี ๒๕๕๕ นี้ครบรอบ ๗๕๐ ปีจังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงรายมีการท่องเที่ยวทําเงินปีละ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าวันนี้จังหวัดเชียงราย ได้รับงบประมาณเรื่องของการเฉลิมฉลองอันนี้น้อยมาก มีอยู่ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทเอง ๗๕๐ ปี ได้เงิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท สําหรับเฉลิมฉลอง ท่านประธานครับ เรื่องการเปิดพิธีบวงสรวง พ่อขุนเม็งรายมหาราช วันที่ ๒๖ มกราคมที่จะถึงนี้ยังขาดงบประมาณอีกจํานวนมาก อยากจะให้ทางด้านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ช่วยสนับสนุนพิธีบวงสรวงพ่อขุนเม็งรายมหาราช ซึ่งมีอยู่ ๓๐ ชนเผ่าในจังหวัดเชียงราย จะได้ร่วมกันจัดงานที่ยิ่งใหญ่นี้ ขอให้ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาช่วยด้วยนะครับ
และเรื่องของการค้าชายแดน จังหวัดเชียงรายมีมูลค่าถึง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่อปี แต่ว่าถนนหนทางขึ้นแหล่งท่องเที่ยว เช่น ภูชี้ฟ้า แก่งผาได เป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งปีหนึ่งก็มีนักท่องเที่ยวเป็นแสน ๆ คน แต่ถนนหนทางยากลําบากแล้วก็ชํารุดทรุดโทรม ขอให้ทางกระทรวงคมนาคมช่วยบอกท่านรัฐมนตรีได้ออกไปสํารวจ แล้วก็ช่วยเยียวยา เรื่องถนนทางด้านการท่องเที่ยวด้วยนะครับ เพราะว่าขอให้ ๗๕๐ ปีของจังหวัดเชียงราย เป็น ๗๕๐ ปีที่คนเชียงรายมีความสุข ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านสุรเชษฐ์อยู่ไหม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับ การร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชนที่ใช้สัญจรบนท้องถนนที่เป็นเส้นทางหลัก ในหมู่บ้าน ซึ่งมีสะพานไม่ได้ขนาดซึ่งมีความคับแคบ ขนาดกว้างของถนนนั้น ๘-๑๐ เมตร ในขณะเดียวกันนั้นมีสะพานความกว้างแค่เพียง ๔ เมตร ซึ่งบ่อยครั้งที่เกิดอันตรายสําหรับ ผู้ที่ใช้สัญจรบนถนนเส้นทางดังต่อไปนี้
สายแรก คือถนนสายบ้านลาแล-บ้านกูแบอีแก ตําบลปูโยะ อําเภอสุไหงโก-ลก
สายที่ ๒ คือถนนสายละหาน ลูโบ๊ะบาตู ตําบลปะลุรู อําเภอสุไหงปาดี
สายที่ ๓ สายบ้านจะมาแกะ บางขุด ตําบลฆอเลาะ อําเภอแว้ง
สายที่ ๔ ถนนสายตําเซา ตําบลฆอเลาะ ไปบ้านนูโร๊ะ ตําบลโละจูด อําเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ก็ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะทางหลวงท้องถิ่นช่วยดําเนินการ เร่งรัด แก้ไข ผลประการใดโปรดแจ้งให้ทราบด้วยจะขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง
เรื่องที่ ๒ ครับ ผลสืบเนื่องจากที่ผมได้หารือเมื่อการประชุมคราวที่แล้ว เรื่องขอขยายคลื่นความถี่ของสถานีวิทยุรัฐสภาไปที่พื้นที่ชายแดนของจังหวัดนราธิวาส ยังไม่ได้รับคําตอบ ขอให้ท่านประธานช่วยดําเนินการเร่งรัดแล้วก็ให้ทางเลขาธิการดําเนินการ แล้วก็ช่วยให้มีคําตอบชี้แจง เพราะว่าพี่น้องประชาชนที่สนใจได้สอบถามอยู่ตลอด ขอขอบคุณครับ
เรื่องการขยายไป ขณะนี้เขากําลังประชุมบอร์ด (Board) ในเรื่องนี้ของสภาอยู่ จะเร่งรัด ในการจัดซื้อจัดจ้างให้ครับ เชิญท่านสมคิด บาลไธสง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานดังนี้ครับ
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากทางอําเภอเฝ้าไร่ เขาต้องการอยากให้ มีธนาคารของรัฐไปอยู่ที่อําเภอเฝ้าไร่ ตั้งมานานปี ประชากรก็ ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ คน ยังไม่มีธนาคารเลยนะครับ ก็ขอฝากไปยังกระทรวงการคลังด้วย
เรื่องที่ ๒ ของบสนับสนุนพัฒนาลุ่มน้ําสวย ซึ่งผมได้เคยตั้งกระทู้ถามมา หลายปีแล้ว ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรนะครับ ก็ฝากไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ช่วยดูแลโครงการพัฒนาลุ่มน้ําสวย นอกจากนั้นโครงการพัฒนาลุ่มน้ําแป จังหวัดหนองคาย มีอยู่ ๒ ลุ่มน้ํานี้ที่ยังไม่พัฒนาเลย ยังปกติดีอยู่นะครับ
เรื่องที่ ๓ ของบประมาณสนับสนุนในการขยายช่องทางจราจร ๔ เลน หน้าที่ว่าการอําเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย และที่ตลาดไทย-ลาว จุดผ่อนปรนที่อําเภอรัตนวาปี ให้ด้วยนะครับ ๔ ช่องจราจร
เรื่องที่ ๔ ของบประมาณสร้างสะพานข้ามห้วยคํามิด ซึ่งอยู่อําเภอเฝ้าไร่ ห้วยนี้ก็กว้างพอสมควรครับ บริเวณที่สร้างสะพานประมาณ ๘๐ เมตร ถึงฤดูน้ําหลาก ฤดูแล้ง รถวิ่งผ่านไปได้ แต่มันเป็นฝายน้ําล้นนะครับ ถ้าฤดูฝนมาน้ําจะไหลผ่านแรงแล้วรถสัญจรไป ไม่ได้ อันตราย ก็ขอให้ไปสร้างสะพานข้ามบริเวณนี้ด้วยเพื่อให้พี่น้องประชาชน ๒ ตําบล คือตําบลนาดีและตําบลอุดมพรได้สะดวกสบาย
เรื่องต่อไป เรื่องสุดท้ายก็คือผมได้เดินทางไปชายแดนที่จังหวัดยะลา ในอาทิตย์ที่ผ่านมาในฐานะอนุกรรมาธิการกิจการชายแดน (ไทย-มาเลเซีย) พี่น้องทางจังหวัดยะลา ต้องการให้ทําทางลัดเพื่อร่นระยะทางในการเดินทางไปอําเภอเบตง เส้นทางที่ ๔๑๐ อันนี้ก็ขอฝากไปยังกระทรวงคมนาคมด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญ คุณอรอนงค์ คล้ายนก
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรอนงค์ คล้ายนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือ ท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนและความวิตกกังวลของพี่น้องประชาชน เนื่องจาก เหตุการณ์น้ําท่วมที่ผ่านมาสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติและพี่น้องประชาชน อย่างประมาณค่าไม่ได้ และอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ก็จะถึงฤดูฝนซึ่งคาดว่าปีหน้านี้ปริมาณน้ํา อาจจะเท่ากับปีนี้หรือมากกว่า แต่แผนบริหารจัดการน้ําในระยะสั้นยังไม่มีความชัดเจนว่า จะดําเนินการเมื่อใด จึงทําให้พี่น้องประชาชนมีความวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่งและอยากให้ ทางรัฐบาล รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดําเนินแผนบริหารจัดการน้ําให้ทันกับฤดูฝน ซึ่งควรจะเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไปนะคะ ซึ่งมาตรการที่สามารถดําเนินการได้ อย่างเร่งด่วนเพื่อเตรียมรับมือกับน้ําที่จะเกิดขึ้นนี้ เช่น การขุดลอกคู คลอง เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพการระบายน้ํา การสํารวจ ตรวจสอบซ่อมประตูระบายน้ําที่ชํารุดเสียหาย สํารวจตรวจสอบเครื่องมือต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสูบน้ําหรือให้มีความพร้อม มีประสิทธิภาพและมีความเพียงพอกับการระบายน้ําในพื้นที่นะคะ โดยเฉพาะปัญหา น้ําท่วมที่เกิดในเขตบางแคซึ่งก็ไม่ได้มีการขุดลอกคลองมาเป็นเวลานานแล้ว และรวมไปถึง การลอกท่อระบายน้ําด้วย จึงทําให้น้ําระบายค่อนข้างช้า จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่ง ขุดลอกคู คลอง ทั้งคลองหลักและคลองย่อยทั้งหมด รวมไปถึงการลอกท่อระบายน้ําทุกซอย ทุกหมู่บ้าน รายละเอียดดิฉันจะขอส่งผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบและดิฉันเอง ก็ยังได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนเป็นจํานวนมากเกี่ยวกับปัญหาขยะ ที่ยังตกค้างอยู่เป็นจํานวนมากที่เกิดจากปัญหาขยะที่เกิดจากน้ําท่วมขัง และปัญหาขยะ ที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจําวัน ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดําเนินการแก้ไขให้กับ พี่น้องประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๔ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานเนื่องจากว่าขณะนี้พี่น้องประชาชน ในจังหวัดศรีสะเกษนั้นได้รับความเดือดร้อน เป็นเรื่องถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กรมทางหลวงชนบทซึ่งขณะนี้ได้ชํารุดทรุดโทรมมาก ยกตัวอย่างเช่น ถนนทางหลวงชนบท สาย ศก. ๓๐๐๔ ศก. ๓๐๑๕ ศก. ๓๐๑๖ จึงถือโอกาสนี้เรียนผ่านท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในการสัญจร ไปมาเช่นเดียวกัน แต่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย นั่นก็คือถนนขณะนี้ ซึ่งอยู่ในการรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. อบจ. ขณะนี้ ชํารุดทรุดโทรมมาก ยกตัวอย่างเช่น ถนนสายบ้านตูม บ้านไร่เจริญ มีระยะทาง ๓๖ กิโลเมตร ซึ่งเชื่อมระหว่าง ๓ อําเภอ คืออําเภอศรีรัตนะ อําเภอน้ําเกลี้ยง อําเภอเบญจลักษ์ จึงถือโอกาสนี้เรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ดําเนินการ แก้ไขโดยด่วน
เรื่องที่ ๓ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ เกี่ยวกับไฟฟ้าขยายเขตเพื่อการเกษตร เนื่องจากว่าขณะนี้กําลังมีปัญหามาก และมีบางตําบล ที่มีการชําระเงินเรียบร้อยแล้วแต่ผลปรากฏว่ายังไม่มีมิเตอร์ไปติด ยกตัวอย่างตําบลตําแย อําเภอพยุห์ และในโอกาสนี้เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ ท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมคณะได้เดินทางไปจังหวัดศรีสะเกษเพื่อให้ขวัญกําลังใจและแก้ปัญหาให้กับชาว จังหวัดศรีสะเกษ ผมในนามชาวจังหวัดศรีสะเกษต้องกราบขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ ขอบคุณมากครับ
ท่านฉัตรพันธ์ เดี๋ยวท่านฉัตรพันธ์เสร็จแล้ว อาจารย์นิยม นั่งก่อน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือกับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนดังนี้ครับ
เรื่องแรก ส.จ. ปรีชา บัวบาน และผู้ใหญ่สุปรานี มณีเพชร ร้องเรียนว่า ถนนสายหมู่ที่ ๓ บ้านโพธิ์เลี้ยว ตําบลวังศาลา ไปยังตําบลท่าเรือทรุดโทรม ผุพังอย่างมาก ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ นายสมเกียรติ วอนเพียร นายกเทศมนตรีเทศบาลตําบลสํารอง นางอ้อย วอนเพียร นายกองค์การบริหารส่วนตําบลท่าตะคร้อ ร้องเรียนเรื่องถนน จากตําบลท่าตะคร้อไปยังตําบลพังตรุ ไปถึงตําบลแสนตอ ผุพังเป็นหลุมเป็นบ่อ ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยสนับสนุนงบประมาณให้ด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ นายสุวรรณวิทย์ เปรมปรีดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตําบลหนองโรง ร้องเรียนเรื่องตําบลหนองโรงนั้น เป็นพื้นที่ที่มีความแห้งแล้ง ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยสนับสนุนในการสร้างสระเก็บกักน้ําให้ด้วยครับ
เรื่องที่ ๔ นายอภิรักษ์ คชนา นายกองค์การบริหารส่วนตําบลดอนตาเพชร ร้องเรียนเรื่องการรับจํานําข้าวที่ผ่านมา เกษตรกรพี่น้องชาวนาถูกเอารัดเอาเปรียบ จากเครื่องวัดความชื้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนงบประมาณในการทํา ลานตากข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่พี่น้องชาวนาด้วยครับ
เรื่องสุดท้าย จ่าสิบตํารวจ ประเทือง เขียวชอุ่ม อดีตนายกองค์การบริหาร ส่วนตําบลจรเข้เผือก ร้องเรียนเรื่องถนนสายจรเข้เผือก บ้านหนองปลาหมอไปยังบ้านหนองปากดง ตําบลจรเข้เผือก ทรุดโทรมผุพังเป็นอย่างมาก เหลือระยะอีกประมาณ ๑ กิโลเมตร ขอให้ ทางหลวงชนบทช่วยพิจารณาดําเนินการทําถนนลาดยางให้ด้วยครับขอบพระคุณมากครับ
อาจารย์นิยมเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม วรปัญญา ส.ส. ลพบุรี บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจํานวนมากหลายจังหวัด เรื่องผลกระทบจากการเกิดภัยพิบัติ น้ําท่วม จําเป็นจะต้องแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้น้ําท่วมกรุงเทพมหานครแล้วก็ท่วมบริเวณ ใต้จังหวัดลพบุรี ขอให้สร้างแก้มลิง ๑๑ แห่ง อันนี้รายละเอียดผมจะส่งเป็นหนังสือครับ เพราะว่าเขียนรายละเอียดนั้นยาวมาก
ข้อ ๒ ถนนที่เกิดจากภัยพิบัติน้ําท่วมที่ราษฎรร้องเรียนมาได้ ๘๕ สาย ก็ขอให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งไปสํารวจแล้วก็บูรณะให้
ข้อ ๓ การแบ่งกําไร ผลจากการทําอ้อย ๗๐ : ๓๐ ที่ท่านประธานเคยไปช่วยไว้ แต่ได้รับเงินตามหลังเป็นเงินแบ่งกําไร เคยได้ ๑๖๙ ล้านบาท ปีนี้ราษฎรขอให้ช่วยสัก ๒๕๐ ล้านบาท ขอให้ท่านประธานช่วยติดตามเดี๋ยวนี้เลยครับ เพราะใกล้จะแบ่งแล้วครับ
ข้อ ๔ ขอให้ขุดลอกคลองและแม่น้ําป่าสักที่จะเป็นตลาดปลา ตลาดการท่องเที่ยว ตลาดน้ํา ก็มีพื้นที่ประมาณ ๕๐๐-๖๐๐ ไร่ แล้วก็มีจํานวน ๑๑ แห่งนี้ รายละเอียดก็จะส่งให้ท่านประธานเป็นหนังสือนะครับ
ข้อ ๕ เรื่องนม นมเวลานี้ถึงกับต้องขนเอาไปเททิ้งแล้ว ขอให้ท่านประธาน ช่วยดําเนินการให้ผมหน่อย
ข้อ ๔ เอาไว้ปีหน้าได้ไหมครับ
ขอส่งเป็นหนังสือได้ไหมครับ ขอบคุณครับ
เมื่อไร จะส่งครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะเข้าระเบียบวาระการประชุมเรื่องกระทู้ถามสด แล้วก็กระทู้ถามทั่วไป ผมมีเรื่องขอแจ้งและขอความร่วมมือจากท่านสมาชิก ๓ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก ผมได้เร่งรัดให้สํานักงบประมาณได้จัดส่งพิมพ์รายละเอียด ของรายการในเรื่องรายงานการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งคาดว่า จะส่งวันนี้ แต่เนื่องจากว่าระยะเวลาในการพิจารณาเราได้เร่งรัดมากนะครับ ฉะนั้นจะมีการ นําส่งต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันพรุ่งนี้ ขอเชิญท่านสมาชิกไปรับเอกสารได้ตามระบบของสภา ซึ่งจะเป็นเอกสารอย่างนี้จํานวน ๕ เล่ม วันพรุ่งนี้ตอนเช้าเพื่อที่จะให้ท่านได้ดูก่อนนะครับ ซึ่งเราจะพิจารณาวันที่ ๔ วันที่ ๕ และวันที่ ๖
เรื่องที่ ๒ ขอความร่วมมือจากท่านสมาชิก สืบเนื่องจากพวกเราได้มาปรารภ กับท่านประธานและกับผมด้วย เรื่องเกี่ยวกับการดูแลอํานวยความสะดวกในเรื่องของ ความปลอดภัย ทางเราได้กําชับตํารวจสภาให้เข้มงวดในเรื่องของบุคคลที่จะเข้าออกในสภา และมีการตรวจค้นอาวุธต่าง ๆ ที่จะต้องขอความร่วมมือกับท่านก็คือว่าบัตรที่เราจะติดตั้ง ให้กับบุคคลภายนอกนะครับ จะเข้าได้เฉพาะบางชั้น ทีนี้จะมีผู้ติดตามท่านทั้งหลายเข้ามา ซึ่งตํารวจสภาเราเองก็มีความเกรงอกเกรงใจท่าน ฉะนั้นขอความกรุณา ซึ่งผมเคยเชิญ ตัวแทนทุกพรรคการเมืองมาแล้วครั้งหนึ่งว่าขอความร่วมมือในการที่จะเข้มงวดในเรื่องพวกนี้ ถ้าบุคคลใดไม่มีบัตรก็ให้อยู่ในชั้นที่ ๑ หรือชั้นที่ ๓ ตามเงื่อนไขที่สภาได้ออกบัตรให้นะครับ อันนี้ต้องขอความกรุณาด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๓ ที่จะต้องหารือท่าน ขอความร่วมมือก็คือ ในการประชุมสภา ขอความกรุณาให้งดการใช้โทรศัพท์ในที่ประชุมสภาแห่งนี้ เพราะจะเป็นการรบกวนท่านสมาชิก ในการที่จะอภิปราย ท่านต้องใช้สมาธินะครับ
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม คน
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีผู้ลงชื่อแล้ว ๓๐๒ ท่าน ครบองค์ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๘ ก็คือในวาระกระทู้ถาม มีท่านสมาชิกมาลงชื่อครบเรียบร้อยนะครับ เดี๋ยวตอนเข้าในระเบียบวาระเรื่องกฎหมาย ท่านค่อยหารือท่านประธานอีกทีหนึ่งนะครับ อันนี้ที่ผมพูดไปไม่ได้เข้าในระเบียบวาระนะครับ เชิญนั่งก่อน เดี๋ยวท่านต้องคุยในระเบียบวาระ ไม่เป็นไรครับ เชิญนั่งก่อน ไม่ละครับ มันเข้า ระเบียบวาระมาแล้ว ประธานยังไม่ได้ทําอะไรเลย ประท้วงอะไร ไม่ประท้วงครับ เดี๋ยวให้จบ ก่อนครับ นั่งก่อนเดี๋ยวให้จบก่อนนะครับ ท่านสมาชิกได้ลงชื่อครบแล้วนะครับ ผมถือว่า องค์ประชุมครบ จะได้พิจารณาในเรื่องของกระทู้ถามต่อไป ก่อนที่จะกระทู้ถามสดนะครับ ผมขอปรึกษาเนื่องจากการประชุมคราวที่แล้วคุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ท่านได้ตั้งกระทู้ถามสด เรื่องการปรับขึ้นราคาพลังงานและการแจกถุงยังชีพ ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แต่เนื่องจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานติดราชการสําคัญ จึงได้มีหนังสือขอเลื่อน การตอบกระทู้ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๔๗ ซึ่งในวันนี้คุณหมอวรงค์ได้ยื่นกระทู้ถามสดในเรื่อง ดังกล่าวมาอีกครั้งหนึ่ง จึงมีการบรรจุกระทู้ถามสดในวันนี้ จํานวน ๔ กระทู้ แต่เนื่องจาก ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๔๖ กําหนดให้การประชุมในครั้งหนึ่งจะมีการ กระทู้ถามสดได้ไม่เกิน ๓ กระทู้ ผมจึงขอปรึกษาที่ประชุมโดยอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ เพื่อของดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๔๖ เพื่อบรรจุกระทู้ถามสดในวันนี้จํานวน ๔ กระทู้ จะมีท่านสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ มีไหมครับ ๔ กระทู้เชิญท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมไม่เข้าใจครับ ท่านประธานครับ เพราะว่ากระทู้ถามผมมันเป็นกระทู้ถามคราวที่แล้วที่ตกค้างอยู่ แล้วก็ในเงื่อนไขของสภา โอเคเลื่อนนี่เราเห็นใจ แต่หลังจากเลื่อนมา ๑ อาทิตย์แล้วผมคิดว่า รัฐมนตรีไม่ควรจะหนีผมนะครับ
เดี๋ยวนะครับ คือผมกําลังหารือที่ประชุมงดใช้ข้อบังคับอยู่ว่าวันนี้จะบรรจุ ๔ กระทู้ถาม ท่านเห็นเป็นอย่างอื่น ไหมครับ เดี๋ยวประเด็นนี้ค่อยพูดกัน เอาทีละเรื่องก่อน
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นเป็นเอกฉันท์ให้ดําเนินการพิจารณา กระทู้ถามสดต่อไป ในลําดับการกระทู้อย่างนี้นะครับ เพื่อที่จะซักซ้อมเนื่องจากทางท่านรัฐมนตรี ได้แจ้งมานะครับ ผมจะขอเอาเรื่องนี้ก่อนเป็นเรื่องแรกเพราะท่านรัฐมนตรีมาแล้ว ก็คือ เรื่องของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ก่อนเป็นเรื่องอันดับที่ ๑ เรื่องที่ ๒ จะเป็นเรื่องของท่านไพจิต ศรีวรขาน เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของคุณหมอวรงค์ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เรื่องที่ ๔ เรื่องของท่านจุติ ไกรฤกษ์ ถามเป็นเรื่องของ การแก้ปัญหาค่าครองชีพ เชิญคุณหมอวรงค์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก จริง ๆ แล้วกระทู้ถาม ผมเป็นกระทู้ถามค้างเก่าที่ตกค้างเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพราะโดยเงื่อนไขของทุกรัฐบาล ทุกรัฐมนตรีเมื่อเป็นกระทู้ถามสดและค้างเก่าอย่างไรรัฐมนตรีจะต้องมาตอบ เพราะว่า เป็นสิ่งที่รัฐมนตรีรู้ล่วงหน้า และผมก็ทราบว่าแม้แต่ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการงบประมาณ ก็ได้มีการย้ําเลยว่าวันพุธและวันพฤหัสบดีรัฐมนตรีไม่ควรไปต่างประเทศ รัฐมนตรีจะต้องมา ชี้แจงตอบกระทู้ถามเพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และปัญหาคือของผมมันค้างเก่า การที่รัฐมนตรีไม่มาตอบและอ้างว่าไปต่างประเทศ
อย่างนั้น ท่านจะเสนออย่างไรครับ
ผมกําลังจะเรียนกับท่านประธาน เพราะว่าเมื่อสักครู่ท่านประธานวิป (Whip) มากระซิบบอกผมว่ากระทู้ถามผมท่านรัฐมนตรี ไปต่างประเทศ แต่ในลําดับที่เรียงเหมือนกับว่ารัฐมนตรีจะมาตอบ แต่มากระซิบบอกผมว่า จะให้ท่านกิตติรัตน์มาตอบแทนซึ่งมันไม่ได้ แล้วเท่ากับว่าขณะนี้รัฐมนตรีหนีผมนะครับ หนีกระทู้ถามจากสภาครับ
เดี๋ยวนะครับ ผมได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าไม่มี ท่านรัฐมนตรีไม่มาตอบ ไม่มีนะครับวันนี้
มีการประสานกัน ๒ ทางครับ ท่านประธานครับ คือตอนแรกในระเบียบวาระของสภาผมยืนยันเนื่องจากว่ากระทู้ถาม ผมเป็นกระทู้ถามค้างเก่า กระทู้ถามผมจะต้องเป็นกระทู้ถามสดที่ ๑ ตอนแรกผมยืนยัน ตามนั้น แล้วจนกระทั่งเมื่อสักครู่ท่านประธานวิปมากระซิบบอกผม ท่านประธานวิปรัฐบาล บอกท่านรัฐมนตรีไปต่างประเทศ จะให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์มาตอบแทน ซึ่งผมบอกว่าไม่ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างผมกับท่านรัฐมนตรีพิชัย ในกรณีไม่ว่าจะเป็น เรื่องพลังงานและถุงยังชีพ ผมถามว่าท่านกิตติรัตน์จะมาตอบเรื่องถุงยังชีพได้ไหม ก็ตอบไม่ได้ ฉะนั้นผมอยากจะเรียนท่านประธานนะครับว่ามันเป็นศักดิ์ศรีของสภาไทย เพราะว่ามันเป็นของเก่าที่ค้างอยู่ ท่านต้องรู้โปรแกรม (Program) ล่วงหน้าอยู่แล้ว แต่เวลา มาถึงวันเวลาขึ้นมาจริง ๆ ท่านหนีอีกแล้วจะทําอย่างไรดีครับ ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่า ถ้าท่านยังหนีอยู่อย่างนี้ ๒ ครั้ง ผมว่าท่านลาออกดีกว่าครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
เชิญ ประธานวิปรัฐบาล
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อุดมเดช รัตนเสถียร พรรคเพื่อไทย จังหวัดนนทบุรี ผมได้รับการประสานงาน จากทางรัฐบาลว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานติดภารกิจไปต่างประเทศ ในขณะเดียวกันก็เห็นใจในส่วนของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคุณหมอวรงค์เนื่องจากว่า เป็นกระทู้ถามค้างเก่า จริงอย่างที่คุณหมอวรงค์พูดไว้ จริง ๆ แล้วด้วยความชอบธรรมกระทู้ถาม ของคุณหมอวรงค์ก็สมควรที่จะอยู่เป็นกระทู้ถามแรก ทีนี้ปัญหาก็คือว่าได้รับการประสานมา ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานท่านติดภารกิจไปต่างประเทศ ท่านได้มอบหมายให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ณ ระนอง มาเป็นผู้ตอบแทน ครั้นกระทู้ถามสดอื่น ๆ อีก ๓ กระทู้ถามที่ยื่นเข้ามาในวันนี้ก็มีกระทู้ถามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของค่าครองชีพ ของประชาชนเหมือนกัน ซึ่งเดิมท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ที่เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์อยู่ด้วยก็ตั้งใจจะมอบให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ภูมิ สาระผล มาตอบ แต่เมื่อนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีไม่อยากจะให้มีกระทู้ถามค้างอยู่ ก็เลยมอบให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์มาตอบกระทู้ถามของคุณหมอวรงค์ด้วย ผมก็เห็นนะครับว่ากระทู้ถามของคุณหมอวรงค์เป็นกระทู้ถามที่จริง ๆ แล้วท่านรัฐมนตรีพิชัย จะต้องมาตอบเอง เพราะว่าลงรายละเอียดเรื่องของถุงยังชีพด้วย ก็มี ๒ ทางเลือกครับ นั่นหมายความว่าถ้าคุณหมอวรงค์ตั้งใจที่จะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คือท่านพิชัย นริพทะพันธุ์ มาตอบเองนั้น ก็ต้องขอความกรุณาว่าต้องขยับรอท่านรัฐมนตรีพิชัย ท่านมาเอง แต่ในขณะเดียวกันถ้าหากจะถามให้ได้ในวันนี้โดยเฉพาะให้เป็นกระทู้ถามแรกด้วย ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะให้ท่านรัฐมนตรีพิชัยมาตอบ ก็จะต้องรอท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ นี่คือสิ่งที่ได้พยายามประสานกันครับ ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความตั้งใจของคุณหมอวรงค์ด้วย นะครับว่าตั้งใจจะให้ท่านรัฐมนตรีพิชัยมาตอบไหม ถ้าจะให้รัฐมนตรีพิชัยตอบ รอได้ครับ แล้วเราก็มารอให้ท่านรัฐมนตรีพิชัยมาตอบครับ
คุณหมอเชิญครับ ลองปรึกษากันข้างนอกก่อนได้ไหม เดี๋ยวให้รัฐมนตรีตอบไปก่อน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ครับ คือความรู้สึกผม ผมอยากจะเรียน กับท่านประธานครับ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้คือความศักดิ์สิทธิ์ของสภาเรา อย่างนี้นิดเดี๋ยวครับ ผมกําลังจะจบครับ
คืออย่างนี้คุณหมอวรงค์ครับ เดี๋ยวฟังประธานชี้แจงก่อน
คือท่านประธานต้องเข้าใจนะครับว่า ผมเตรียมเป็นอาทิตย์แล้ว
ก็เข้าใจครับ ผมจะเรียนชี้แจงก่อนถึงภารกิจของสภา ผมได้เชิญท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมาพบ บอกว่าขอความกรุณาในวันพุธ วันพฤหัสบดี แล้วก็อย่างที่คุณหมอวรงค์ได้พูดนะถูกครับ บางรายการซึ่งเขาได้แจ้งล่วงหน้าเอาไว้ เช่น กระทู้ถามทั่วไป อะไรต่าง ๆ ต้องมาตอบ ตามกฎหมายและข้อบังคับ ฉะนั้นในบทบาทของสภาเราได้แจ้ง แล้วผมก็เชิญท่านเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีมาพบแล้ว แล้วช่วยกรุณาเอาไปพูดในคณะรัฐมนตรีด้วยเรื่องเหล่านี้นะครับ เพราะว่าจะทําให้การทํางานของสภาสะดุดได้ เชิญคุณหมอวรงค์
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมมีประเด็นอยู่ ๒ ประเด็นครับ ท่านประธาน
ประเด็นที่ ๑ เนื่องจากว่ามันเป็นเรื่องที่รัฐมนตรีรู้ล่วงหน้า ถ้าอย่างครั้งที่แล้ว อ้างว่าเดินทางคืนวันที่ ๒๑ แล้วผมตั้งกระทู้ถามเช้าวันที่ ๒๒ ผมโอเคครับ เราก็แฟร์ (Fair) ต่อกัน แต่ครั้งนี้รัฐมนตรีรู้เรื่องล่วงหน้าว่าเราเลื่อนมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ดังนั้นแผนงาน ทางรัฐมนตรีต้องให้ความสําคัญกับสภาเป็นอันดับหนึ่งครับ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีมีแผนงาน ที่ชัดเจนว่าจะต้องมาตอบในสภาแห่งนี้ แต่รัฐมนตรีไม่มา ผมจึงถามท่านประธานในเรื่องที่ ๒ ว่าปกติแล้วการที่รัฐมนตรีไม่มาต้องมีหนังสือแจ้งเป็นทางการ ผมอยากได้เอกสาร เป็นทางการที่ท่านรัฐมนตรีแจ้งมาด้วยว่าท่านแจ้งมาอย่างไรบ้าง แล้วท่านให้เหตุผลอย่างไร
ประเด็นสุดท้ายครับ ผมยังยืนยันที่จะต้องถามท่านรัฐมนตรีพิชัยนะครับ ถ้าอย่างนั้นกระทู้ถามผม ถ้าท่านรัฐมนตรีพิชัยไม่มาตอบ ผมจะเลื่อนต่อไปในสัปดาห์ถัดไป แล้วผมก็ขอดูเอกสารด้วย ที่ว่าท่านชี้แจงว่าท่านจะต้องไปต่างประเทศ ขอดูเอกสารนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
เจ้าหน้าที่สภาขอหนังสือ แล้วก็ในกระทู้ที่ ๑ ของคุณหมอวรงค์ก็เลื่อนไปก่อนไปจัด ในระเบียบวาระในคราวต่อไป เชิญกระทู้ถามแรกนะครับ ท่านอรรถวิชช์ เชิญครับ ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คุณหมอวรงค์จบแล้วนะครับ อันไหนนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ เพราะว่าการเลื่อน กระทู้ถามจะต้องมีหนังสือแจ้งมายังท่านประธานสภา แล้วประธานสภาก็มักจะมีหนังสือแจ้ง
คืออย่างนี้ รัฐบาลเขาพร้อมตอบ แต่วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไม่ได้ตอบ แต่จะมอบให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตอบ ทีนี้ถ้าท่านยังติดใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก็จะต้องเลื่อนกระทู้ถามนี้ออกไป แต่ถ้าท่านไม่ติดใจ วันนี้รัฐบาลพร้อมตอบ
คือผมถึงเรียนท่านประธานว่า ปกติแล้วจะต้องมีหนังสือแจ้งมาเป็นทางการว่าท่านมีภารกิจไปต่างประเทศ แล้ววันนี้ ผมอยากจะเห็นหนังสือ เพราะทุกครั้งก็จะมีหนังสือให้ผมดู สัปดาห์ที่แล้วผมก็ได้เห็นหนังสือ สัปดาห์นี้ผมก็อยากจะเห็นหนังสือ
ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เอาเอกสารมา เดี๋ยวผมจะขอให้ตอบกระทู้ถามสดที่ ๑ ไปก่อน เพราะจะได้ ไม่เสียเวลานะครับ
ขอเอกสารด้วยนะครับ
ได้ครับ เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
(นายจุติ ไกรฤกษ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านจุติ ประท้วง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก กระผมขอประท้วงท่านประธาน ในข้อบังคับ ข้อ ๘ เพราะว่าในเอกสารที่อยู่ในมือของผมนี่ ระเบียบวาระกระทู้ถามสด การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๔ วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๔ วาระที่ ๒ มาตรการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพของประชาชน ผู้ตั้งกระทู้ถาม นายจุติ ไกรฤกษ์ ถามท่านนายกรัฐมนตรี ทีนี้ท่านประธานจะให้ท่านอรรถวิชช์ถามก่อนผม ผมก็เลยอยากจะ ทราบว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นครับ ท่านประธานครับ
คืออย่างนี้ ผู้ที่จะตอบกระทู้ของท่านยังเดินทางมาไม่ถึงนะครับ เมื่อกี้ผมก็เลยประสานไปที่วิป ๒ ฝ่าย ว่ารัฐมนตรีท่านใดที่มาแล้วสามารถตอบได้ทันที ก็มีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรี เดี๋ยวของท่านเป็นลําดับที่ ๓ นะครับ
ครับ ผมอยากจะฝากท่านประธานนะครับ ถ้าท่านประธานอธิบายอย่างนี้ผมก็พอจะฝืนใจ กล้ํากลืนรับได้นะครับ แต่ว่าอยากจะฝาก ท่านประธานว่าท่านต้องปกป้องศักดิ์ศรีสภานะครับ ไม่ใช่ฝ่ายบริหารสั่งซ้ายหัน ขวาหัน ก็ต้องทําตามนะครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานมากครับ
ไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าผมเชิญเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมาแล้วในเรื่องนี้นะครับ ต่อไปกระทู้ถามสด
๑.๑ กระทู้ถามสด
๑.๑.๑ กระทู้ถามที่ ๐๓๒ ส. เรื่อง ความชัดเจนในการบริหารตลาดนัดจตุจักร ในอนาคต (นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตจตุจักร จากพรรคประชาธิปัตย์ กระทู้ถามสดวันนี้ตั้งใจถามโดยตรงเรื่องตลาดนัดจตุจักรครับ วันนี้ตลาดนัดจตุจักรมีความวุ่นวายเกิดขึ้น มีทั้งตํารวจ ทหารเข้าไปอยู่ในพื้นที่ เพราะว่า เตรียมการจะเปลี่ยนมือจากกรุงเทพมหานคร ภายใต้การบริหารงานจากกรุงเทพมหานคร สู่การรถไฟแห่งประเทศไทย สําคัญครับ เพราะว่าจะเป็นเหตุที่ทําให้เกิดความไม่ชัดเจน เกิดขึ้นในช่วงสุญญากาศนี้ เลยจําเป็นต้องมีการถามกระทู้ถามสดในวันนี้ ตลาดนัดจตุจักร ถ้าพูดกันง่าย ๆ ย้ายมาจากสนามหลวง ปี ๒๕๒๒ มติ ครม. นั้นออกมาเพื่อเตรียมการ จะจัดสมโภชน์กรุงเทพมหานคร ๒๐๐ ปี ก็เลยตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่จตุจักร ๓๐ กว่าปี กรุงเทพมหานครทําเต็มที่ จนวันนี้เวลาใครจะมาเมืองไทย ๒ ที่ต้องไปให้ได้ วัดพระแก้ว และตลาดนัดจตุจักรครับ วันนี้มาพูดไม่ได้บอกว่าอยู่พรรคประชาธิปัตย์ต้องเข้าข้าง กทม. เพราะว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ กทม. หรืออยู่ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย กระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวา ของรัฐทั้งสิ้นครับ มันอยู่ที่ประชาชนได้อะไร และอะไรเป็นประโยชน์สูงสุดที่เขาจะได้รับ มันมีปัญหาอย่างนี้ครับ กทม. เคยเช่าอยู่ ๒๔ ล้านบาท ในขณะที่ปีนี้รัฐบาลของท่านกระชาก ราคาขึ้นครับ ที่ ๔๒๐ ล้านบาทครับ จาก ๒๔ ล้านบาท ขึ้นเป็น ๔๒๐ ล้านบาทในปีหน้าครับ กทม. ต่อรองเหลือ ๗๙ ล้านบาท การรถไฟแห่งประเทศไทยไม่ยอม ๗๙ ล้านบาทมาจากไหน ตัวเลข ๗๙ ล้านบาท มาจากอัตราเดียวกันกับที่การรถไฟแห่งประเทศไทยให้ อตก. อตก. คือตลาดข้าง ๆ ครับ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เขาเช่า กทม. ก็บอกถ้าอย่างนั้น ขอเช่าในอัตราเดียวกัน ๗๙ ล้านบาท ท่านก็ปฏิเสธครับ เพราะท่านเชื่อมั่นว่าท่านจะได้เงิน จากพื้นที่จากตลาดนัดจตุจักรที่ ๔๒๐ ล้านบาท ผมไม่ค่อยเชื่อหรอกครับ วันนี้ท่านไปจัดการ ให้ผู้ค้ามาลงทะเบียนกับการรถไฟแห่งประเทศไทยครับ แล้วก็บอกว่าให้ฟรี ๒ เดือน คนมาลงทะเบียนกับการรถไฟแห่งประเทศไทยเต็มเลยครับ แต่วิธีการแบบรัฐบาลท่าน ผมไม่ค่อยเชื่อครับ โฆษณาไปก่อนแล้วมาไม่เต็มนี่นะครับ พูดไม่หมด ถ้าดูหนังก็เรียกว่า ดูไม่จบม้วน ไม่ได้หรอกครับ นโยบายของท่าน ปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาทครับ ค่าแรง ๓๐๐ บาทครับ ลาก่อนน้ําท่วมครับ ผมไม่เชื่อสักเรื่องเลยครับ วันนี้ก็อยากจะดูหนัง หมดม้วนว่า ๔๒๐ ล้านบาทจะหามาได้อย่างไรอีก ๑๐ เดือนข้างหน้า หมายความว่าถ้าไม่ให้ กทม. เช่า ท่านต้องหาเงินได้ ๔๒๐ ล้านบาทจากที่ดินแปลงนี้ในปี ๒๕๕๕ หรือมากกว่านั้น คําถามครับ อยากจะฟังหนังจนหมดม้วนจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ ท่านฟรีให้ผู้ค้า ๒ เดือนแรก เป็นน้ําจิ้ม อีก ๑๐ เดือนที่เหลือท่านจะทําอย่างไรให้มันได้ ๔๒๐ ล้านบาท ช่วยเล่าครับ ช่วยอธิบายเพิ่มเติมครับว่าท่านจะขึ้นค่าเช่าไหม ในอัตราเท่าไร ท่านจะจัดตั้งองค์กรขึ้นมาดูแลตลาดนัดในรูปแบบไหน อยากจะฟังครับว่าท่านนั้นเห็นบอกว่า ข่าวลงว่าสัปดาห์หน้าจะเอาเข้า ครม. จะจัดตั้งรูปแบบบริษัทที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ถือหุ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อธิบายหน่อยสิครับ บริษัทนี้หน้าตาเป็นแบบไหน เพื่อทําความชัดเจน ให้กับผู้ค้าในตลาดนัดจตุจักรและประชาชนทั่วไป คําถามแรกของผมก็ถามว่าท่านจะ ทําอย่างไรให้ได้มาซึ่งเงินกว่า ๔๒๐ ล้านบาท ในเวลาอีก ๑๐ เดือนที่เหลือ และรูปแบบ องค์กรที่จัดตั้งขึ้นอยู่ในรูปแบบใดครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พลอากาศเอก สุกําพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมครับ ก็ขอบคุณคุณอรรถวิชช์ที่ถามคําถามนี้ครับ เพราะเป็นเรื่องที่ฮอด (Hot) อยู่นะครับ เรื่องจตุจักรนี่ ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณนะครับที่ กทม. ได้ทําตลาดนัดมา ๓๐ ปีที่จตุจักร จนเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ไม่เฉพาะเมืองไทยนะครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางการรถไฟ แห่งประเทศไทยทราบดีว่าจะต้องสานต่อตรงนี้ ไม่ใช่ประเด็นการเมืองที่จะมาคุยกันต่อว่า จะเป็นของใครของมันอย่างไร ต้องทําต่อให้ดีขึ้น
อันที่ ๒ เรื่องที่ท่านถามมา คือเรื่อง ๔๒๐ ล้านบาทนั้น มันมาอย่างไร เราได้ให้ผู้ที่มีความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ ได้ตีทรัพย์สินของเราตรงตลาดนัดจตุจักรตรงนั้นว่า มันควรจะมีมูลค่าเท่าไร เขาก็บอกว่ามูลค่าไม่ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ฉะนั้นถ้าจะให้ใครเช่า ๓๐ ปีนั้นควรจะให้เช่าใน ๓๐ ปีควรจะมีรายได้ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็มาหารเป็นปี ๆ ก็ประมาณ ๔๒๐ ล้านบาทตรงนี้ ก็คงเท่านี้พอนะครับตรงนี้ อันนี้คือสิ่งที่มา เรามีที่มาที่ไป เพราะฉะนั้นแล้วคือที่มา แต่ประเด็นอยู่ที่ท่านถามว่าเราจะเก็บได้ ๔๒๐ ล้านบาทอย่างไร ผมก็บอกว่าประเด็นนั้นอย่าไปคิดว่าเป็นประเด็นสําคัญเลยครับว่าจะเก็บได้เท่าไร อย่างไร ประเด็นสําคัญคือว่าทําอย่างไรให้ผู้ค้าอยู่กับเราได้อย่างมีความสุขทั้งสองฝ่าย คือทั้งเจ้าของ ที่ดินและผู้ค้าด้วย ซึ่งทางการรถไฟแห่งประเทศไทยก็ได้ดําเนินการ ตอนนี้อย่างที่ท่านทราบ คือตั้งบริษัทลูกขึ้นมาเพื่อดูแลเรื่องนี้ ไม่เฉพาะเรื่องของตลาดนัดอย่างเดียว บริษัทพวกนี้ ต่อไปนี้ผมได้ให้นโยบายกับการรถไฟแห่งประเทศไทย เนื่องจากการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้น มีทรัพย์สินมหาศาล ซึ่งเป็นปณิธานของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ด้วย ที่ได้พระราชทานมาให้ การรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อจะหารายได้เพื่อดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทยเหมือน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันนี้เราถึงอยากทําเองด้วยประการหนึ่ง การรถไฟแห่งประเทศไทย ตั้งกรรมการขึ้นมา ๘ ชุด ที่จะดูแลทุก ๆ ด้านเพื่อจะให้ตลาดนัดจตุจักรนั้นทําต่อจากท่าน มาอย่างมีประสิทธิภาพ และมีชื่อเสียงเหมือนที่ท่านทําไว้ คณะต่าง ๆ มี ๘ คณะ คือคณะทํางาน ด้านสัญญา เจรจาค่าเช่าและทําสัญญา ตั้งขึ้นมานะครับ คณะทํางานด้านเก็บเงินรายได้ ด้านกฎหมาย ด้านจัดระเบียบแผงค้า ด้านความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยและจราจร ด้านประชาสัมพันธ์ ด้านรักษาความสะอาด เก็บขยะและน้ําประปา ด้านไฟฟ้า ในทั้ง ๘ ด้าน เราได้เตรียมการไว้แล้วที่จะรับช่วงต่อจากท่าน ถ้า กทม. ได้ส่งมอบอย่างราบรื่นทุกอย่าง ก็เป็นผลดีแก่ผู้ค้าทั้งหมด และผู้ที่จะใช้ตลาดนี้ด้วย อันนี้คือสิ่งที่เราทํา การเจรจาค่าเช่านั้น เราตั้งทีมขึ้นมา แล้วก็คุยกับผู้ค้าทั้ง ๒๗ คณะที่มีอยู่ในตลาดนัดจตุจักรว่าเราควรจะตั้ง อย่างไรดี ราคาเท่าไรที่ท่านอยู่ได้ เราอยู่ได้ ไม่ใช่เก็บราคาแพงเกินไป ดูจากลักษณะสินค้า ที่ท่านขาย ถ้าท่านขายผักเราคงจะไม่เก็บแพง ท่านขายของแพง ๆ ก็คงต้องเก็บตามลักษณะ สินค้าที่ควรจะเป็นอยู่ เพื่อความยุติธรรมของทั้ง ๒ ฝ่ายซึ่งเราก็คาดว่าคงจะได้อย่างที่เรา ตั้งเป้าหมายไว้ แล้วก็สุดท้ายคือ การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าของพื้นที่ของเราเอง เราทําในพื้นที่ของเรา เราให้ท่านทํามา ๓๐ ปี พูดง่าย ๆ ได้มา ๑๘๐ กว่าล้านบาทเอง ประมาณนั้นนะครับ ซึ่งมันน้อยมากประมาณ ๑๘๐ ล้านบาท ฉะนั้นเราก็จะทําเอง นี่คือสิ่งที่ อยากจะเรียนให้ทราบนะครับว่าด้วยความร่วมมือของ กทม. กับการรถไฟแห่งประเทศไทย ก็คงมีการส่งต่อ ก็คงจะราบรื่นนะครับ เรียนเท่านี้ครับ
เชิญท่านอรรถวิชช์
อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตจตุจักร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านครับ ท่านยังไม่ตอบผมเลย แล้วที่ท่านกําลังอภิปรายที่ผ่านมา ผมถามแบบง่าย ๆ แผนงานจะได้ ๔๒๐ ล้านบาท ในอีก ๑๐ เดือนที่เหลือคืออะไร ผมถามสั้น ๆ ว่าองค์กรที่จะจัดตั้งขึ้นในการดูแลตลาดนัด จตุจักรอยู่ในรูปแบบใด ท่านไปตอบผมเรื่องอื่นหมดเลยครับ นี่คือความอ้ําอึ้งของท่าน อย่างไรครับ แล้วก็ยังเป็นปัญหาอยู่ทุกวันนี้ สรุปแล้วท่านให้น้ําจิ้มไปก่อนฟรี ๒ เดือนแรก ก็ถามว่าอีก ๑๐ เดือนหลังแผนงานท่าน ค่าเช่าคืออะไร ท่านไม่ตอบผมเลย ท่านไปเรื่องอื่น ที่จริงท่านเฉลิมท่านก็นั่งอยู่ใกล้ ๆ น่าจะช่วยบอกท่านรัฐมนตรีหน่อยนะครับ เอาสั้น ๆ ตรงประเด็นครับ เพราะว่าผมเองก็เป็นคนชัดเจนนะครับ ไม่เข้าใจครับ ท่านยังไม่ตอบผมเลย เป็นไปได้อย่างไรว่าการบริหารงานการรถไฟแห่งประเทศไทยจะเอาตลาดนัดจตุจักรที่เป็น แลนด์มาร์ค (Landmark) เป็นที่นักท่องเที่ยวจะต้องมาเที่ยวกันที่นี่ ถามว่าท่านบอกว่า ท่านไปบอก กทม. เขาเช่าท่านอยู่ ๒๔ ล้านบาท ขึ้นเป็น ๔๒๐ ล้านบาท มันกี่เท่าครับ กทม. บอกเอา ๗๙ ล้านบาท เท่า อตก. ได้ไหม ข้างเคียง ท่านบอกไม่ให้ ท่านจะเอา ๔๒๐ ล้านบาท แล้วบอกอีกจะได้อีกเป็น ๑,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าให้คนอื่นทํา ผมก็ถามท่านอย่างไรครับ ๔๒๐ ล้านบาท ท่านก็ไม่ตอบ เพราะสุดท้ายแล้ว ก็หนีไม่ออกที่ท่านนั้นจะต้องเอาไปให้เอกชนเช่า องค์กรถามท่าน ท่านก็นิ่ง ไม่ตอบ ทําไมครับ เพราะมันมีปัญหาแบบนี้ครับ ผมเล่าให้ท่านฟังข้อกฎหมายครับ ท่านจะไปตั้งองค์กร บริษัทขึ้นมาเพื่อดูแลตลาด ผมเตือนนะครับ อํานาจตาม พ.ร.บ. การรถไฟแห่งประเทศไทย ท่านทําไม่ได้หรอกครับ ใน พ.ร.บ. นี้มาตรา ๙ เขาบอกว่าไปทําอะไรได้บ้าง การรถไฟ แห่งประเทศไทยให้เช่าที่ได้ ให้เช่าได้ไม่มีปัญหาครับ แต่ท่านไปทําบริษัทเองไม่ได้ครับ มี (๑๐) เขาแก้ใหม่เขาบอกอย่างนี้ ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยสามารถจัดตั้งบริษัท จํากัด หรือบริษัท มหาชน เพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับกิจการรถไฟและธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับ กิจการรถไฟ กิจการตลาดไม่ได้เกี่ยวเนื่องกิจการรถไฟ ท่านลองตั้งดูสิครับเดี๋ยวผมจะเล่าให้ ท่านฟังว่าจุดจบของท่านมันคืออะไรครับ ทําไมวันนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยทําโรงแรมได้ ไปมีภัตตาคาร มีร้านอาหารได้ มีได้ครับ พ.ร.บ. เขียนไว้เลย (๘) ให้ดําเนินกิจการโรงแรม ภัตตาคาร ผมถามท่าน การรถไฟแห่งประเทศไทยที่เยอะเลยครับ ถ้าสมมุติว่ามีที่แปลงหนึ่ง ของการรถไฟแห่งประเทศไทยเหมาะสมกับการปลูกข้าวหอมมะลิมาก ท่านจะไปตั้งบริษัท ค้าข้าวแล้วปลูกข้าวในที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ไหมครับ ไม่ได้ครับ เพราะไม่ได้เป็น กิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการรถไฟ ท่านครับ เรื่องนี้คิดให้ดีนะครับ สุดท้ายแล้วท่านจะทําไม่ได้ ความล้มเหลวในอดีตมันเคยมีครับ ท่านรู้จักตลาดนัดซันเดย์ไหมครับ ตลาดนัดจตุจักร ที่ขายปลาอยู่ข้าง ๆ มันชื่อตลาดนัดซันเดย์ ตลาดนี้คุ้น ๆ นะครับ เพราะยิงกันเยอะ ทําไม ยิงกันเยอะครับ เมื่อก่อนการรถไฟแห่งประเทศไทยให้สัมปทานกับ นาย ก ไปครับ เอกชน ปรากฏว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยมุขเดียวกันเลยบอกว่าจะกลับมาทําเอง ให้ผู้เช่ามา ขึ้นทะเบียนกับการรถไฟแห่งประเทศไทยเหมือนที่ทํากับตลาดนัดจตุจักรวันนี้ครับ พอสุดท้ายการรถไฟแห่งประเทศไทยก็สัมปทานให้กับ นาย ข ไปครับ แล้วการรถไฟ แห่งประเทศไทยก็ไม่ได้ทําเองในตลาดนัดซันเดย์เกิดอะไรขึ้นครับ ผู้ค้าเดิม คนเช่าใหม่ มันยิงกันครับ แล้วก็เป็นเรื่องที่ดังใหญ่โตเมื่อหลายปีที่ผ่านมาว่าตลาดนัดซันเดย์ เป็นความล้มเหลวอีก ๑ เรื่อง จากการบริหารงานของท่านแบบนี้ แล้วมารูปเดียวกับ ตลาดนัดจตุจักรเป๊ะ ๆ ครับ แล้วผมเรียนท่านครับ สุดท้ายท่านจะไปถึงทางนั้นไม่ได้ครับ
คําถามที่ ๒ จะถามกลับไปเหมือนเดิมว่าแผนการ ๔๒๐ ล้านบาท คืออะไร อีก ๑๐ เดือนที่เหลือจะทําอย่างไร รูปแบบองค์กรเป็นแบบไหน ขอให้ตอบเหมือนเดิมครับ และเพิ่มเติมไปว่าผมเล่าข้อกฎหมายท่านแล้วครับ ถ้าสมมุติว่าถ้าท่านไม่มีอํานาจในการทํา วันนี้ท่านเป็นรัฐบาลท่านเอาไปแล้ว มติ ครม. ออกมาท่านเอาไปแล้ว ถ้าท่านไม่มีอํานาจ ในการทําจนสุดท้ายตอนปลายของเรื่อง ท่านจะคืนกลับมาที่ กทม. ไหมครับ หรือท่านจะให้ สัมปทานกับเอกชนไปบริหารครับ นี่เป็นคําถามที่ ๒ ครับ ขอบคุณครับ
เชิญรัฐบาลครับ
พลอากาศเอก สุกําพล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอตอบคําถามที่ท่านถามมานะครับ
คําถามแรก (๑๐) ตั้งบริษัทลูกได้หรือไม่ ท่านก็อ้าง พ.ร.บ. การรถไฟ แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๙ (๒) ท่านดูอันสุดท้ายสิครับ ทําไมจะตั้งไม่ได้ครับ อ่านให้จบนะครับ อ่านไม่จบแล้วมันก็เป็นปัญหาประเด็นอย่างนี้นะครับ
สุดท้ายให้ทําได้ทุกอย่างและดําเนินงานเกี่ยวกับทรัพย์สินอื่นใดของ รฟท. ได้ เปิดไว้หมดเลยครับ ทําอะไรก็ได้ครับ แต่ข้าวคงไม่ทําหรอกนะครับ เพราะฉะนั้นผมมั่นใจว่า บริษัทลูกผมทําได้นะครับ แล้วตอบไปว่าถ้าทําไม่ได้จริง ๆ แล้วไม่ให้กลับไปให้ กทม. ทําหรอกครับ ถ้าผมยังอยู่
อันที่ ๒ ที่ท่านถามอันแรกคือ ๔๒๐ ล้านบาท ๔๒๐ ล้านบาท ผมตอบไปแล้ว ว่าเราตั้งกรรมการขึ้นมาคุยกันระหว่างผู้ค้าว่าทํากันอย่างไร จะให้ผมตอบวันนี้เลยว่า ต้องทําอย่างนี้ อย่างนี้ เก็บเท่านี้ ตอบไม่ได้หรอกครับ ใครจะตอบได้มันเพิ่งเริ่ม จตุจักรยังอยู่ ในมือของท่านอยู่ วันที่ ๒ เราถึงจะเริ่มดําเนินการนะครับ ตอนนี้เราดําเนินการอยู่ที่ให้ฟรี ๒ เดือน ก็คือเพื่อจะได้มีการเจรจาตรงนั้น เพื่อจะทําให้เป้าหมายของเราตรงนี้ทําได้
อีกอันหนึ่งคือระหว่างที่ท่านมาให้ ๗๐ กว่าล้านบาทของเรานี่นะครับ ท่านก็ส่งคนมาที่คุยกับผมว่า ๔๒๐ ล้านบาท มาคุยกับผมเองเลย ผมคงไม่เอ่ยชื่อว่าใคร ขอต่อรองได้ไหมว่าปีแรกขอสัก ๓๐๐ ล้านบาทก่อน ๒ ปีแรก ปีที่ ๓ ผมให้ ๔๒๐ ล้านบาท และสัญญาเหลือแค่ ๒๐ ปี ไปคุยกับผมข้างหลังได้ คุณรู้จักผมดี ท่านรู้จักผมดีนะครับ ผมก็บอกไปคุยกับการรถไฟแห่งประเทศไทยเขา การรถไฟแห่งประเทศไทยเขาว่าเขามั่นใจ ทําได้ เป้าประสงค์สําคัญคือว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยมีที่ของตัวเองเราก็ขาดทุนอยู่ เราอยากจะทําเงินเพื่อวัตถุประสงค์ในเรื่องของการรถไฟแห่งประเทศไทยเราให้ขาดทุน ให้น้อยที่สุด อันนี้คือสิ่งที่ผมตอบน่าจะเคลียร์ (Clear) ถ้าท่านบอกว่าต้องทําอย่างไรบ้าง ๔๒๐ ล้านบาท ผมตอบไม่ได้หรอกครับทําอย่างไร เพราะมันเร็วเกินไปที่จะตอบตรงนั้น ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ สั้น ๆ หน่อยนะครับ เพราะมันจะเกินเวลาแล้วนะครับ
ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จตุจักรครับ ผมนี่ชัดเจนที่สุดแล้ว ท่านประธาน ไม่ต้องห่วง ท่านก็รู้ว่าผมอยู่ในสภาท่านถามมาผมตอบชัด ๆ ครับ ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีครับ วันนี้ที่ท่านพูดท่านบอกว่าทําไม่ได้ก็ไม่ให้ กทม. แล้วให้ใครล่ะครับ ถ้าท่านทําไม่ได้ท่านไม่ให้ กทม. ท่านให้ใครครับ ท่านประธานครับ กฎหมายอ่านครบครับ แล้วก็ยืนยันว่าทําไม่ได้ครับ ก็ลองดูสิครับ ด้วยความเคารพนะครับ จริง ๆ ท่านรัฐมนตรีก็คุ้นกันนะครับ ผมบอกเลยครับ ลองดูครับ ลองเข้า ครม. ดูครับ ทํานอกเหนืออํานาจนะครับ ผมยกตัวอย่างให้ท่านฟังแล้วว่า ถ้าสมมุติว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยมีที่อยู่แปลงหนึ่งเหมาะสมกับการปลูกข้าวหอมมะลิ ถามว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยไปตั้งบริษัทปลูกข้าวส่งออกได้ไหม ถ้าที่แปลงหนึ่ง เหมาะสมกับเลี้ยงปศุสัตว์เลี้ยงควาย ถามว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยไปเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย ทําโรงเชือดได้ไหม แล้วอ้างว่าที่แปลงนี้มันเหมาะสมกับเรื่องนี้ ไม่ได้หรอกครับ ลองทําสิครับ ยังจําหวยบนดินได้ไหมครับ ศาลฎีกาตัดสินครับ อดีตรัฐมนตรีจําคุก ประธานบอร์ด (Board) ปลัดกระทรวงจําคุก ผอ. กองสลาก จําคุก แล้วแต่ว่าสุดท้ายศาลเหลือรอลงอาญาครับ เพราะอะไร เพราะไปทําหวยบนดินโดยที่ ครม. อนุมัติแล้วไม่มีอํานาจครับ ผมเตือนท่านครับ เรื่องนี้มันจะไปสู่ทางตัน แล้วผมเองต้องบอกว่าที่ถามท่านย้ําแล้วย้ําอีกว่า ๔๒๐ ล้านบาท มีแผนอะไรบ้าง ท่านก็ตอบผมชัดเจนว่ายังตอบไม่ได้วันนี้เพราะมันเร็วเกินไป เหลือเชื่อครับ จะไปคําถามที่ ๓ ไม่รู้จะถามอย่างไรท่านประธาน ประชาชน ผู้ค้า อะไรคือความชัดเจน วันนี้โยนลงไป ๒ เดือนครับ มาลงทะเบียนกับท่านเต็มครับ อีก ๑๐ เดือนคืออะไร ค่าเช่า เป็นเท่าไร ๔๒๐ ล้านบาททําอย่างไร แล้วท่านก็บอกโดยที่ผมตกใจมากครับ ทําไม่ได้ ก็ไม่ให้ กทม. ทํา ให้ใครล่ะครับ ให้สัมปทาน นาย ก อีกไหมครับ แล้วไปยิงกันแบบที่ไหน แบบที่ตลาดนัดซันเดย์ครับ เพราะท่านเคยผิดพลาดที่ตลาดนัดซันเดย์มาแล้วครับ การรถไฟ แห่งประเทศไทยจะเอาคืนจากนาย ก ทําเองไม่ได้ ให้นาย ข ต่อไป ที่เหลือยิงกันนัวเลยครับ ตลาดแห่งนี้คือความภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ ตลาดแห่งนี้คือที่ดังไปทั่วโลกครับ ท่านกําลังทําลายซึ่งวัฒนธรรมตลาดนัดจตุจักร แล้วถ้าหนีไม่พ้นทางสุดท้ายเวลาท่านทําอะไร ไม่ได้เลยก็สัมปทานคนอื่นครับ แล้ววัฒนธรรมนี้จะหายไป ผมเดินตลาดนี้ตั้งแต่ผมยังเด็ก และผมก็เชื่อว่าท่านก็เคยไปครับ หมดครับ คําถามที่ ๓ ผมไม่ถามครับ เพราะในคําถามที่ ๑ และคําถามที่ ๒ ท่านไม่ได้ตอบอะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชนโดยทั่วไป สรุปก็คือ ท่านจะเอาคืน แค่นั้นครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
จบกระทู้ถามที่ ๑ ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๒ นะครับ
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๓๓ ส. เรื่องการฆาตกรรมนายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดสมุทรสาคร (นายไพจิต ศรีวรขาน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านรองนายกรัฐมนตรี ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บํารุง เป็นผู้ตอบ
เชิญท่านไพจิต
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอตั้งกระทู้ถามสด ถามท่านรองนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ซึ่งเป็นผู้กํากับดูแล สํานักงานตํารวจแห่งชาติ และดูแลเรื่องสําคัญที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความสุขของพี่น้อง ประชาชน ท่านประธานครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๔ ที่กระผม ได้เขียนในกระทู้ว่าเป็นการฆาตกรรมนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ขออนุญาตเอ่ยชื่อ คุณอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ ด้วยอาวุธปืน เป็นคดีที่สะเทือนความรู้สึก ของสังคม และกระทบต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างยิ่ง และที่สําคัญที่สุดจะส่งผลกระทบ ต่อศรัทธา ต่อสถาบันสภาผู้แทนราษฎร ผมถามด้วยความรู้สึกว่าผมรักสภา ผมรักสถาบันแห่งนี้ แล้วก็อยากให้สังคมได้รักสถาบันนิติบัญญัติของเราด้วย ท่านประธานครับ ต้องกราบเรียนว่า ทําไมสําคัญ เพราะคนถูกยิงเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับสภา เป็นลูกชายของอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส.ส. สมุทรสาคร ท่านมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ เป็น ส.ส. อาวุโสครับ แม้นผู้ตายจะเป็นเพียงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งเราถือว่าเป็นนักการเมือง ในระดับท้องถิ่นที่สําคัญ เป็นจังหวัดที่เขาเรียกว่าเป็นท้องเป็นไส้ของคน ผลิตอุตสาหกรรม ทางด้านการประมง มีรายได้มหาศาล กระทบต่อความเจริญ การได้มาซึ่งนายกฯ เหล่านี้ มาจากการเลือกของประชาชน ท้ายสุดเขาต้องเสียชีวิตด้วยเหตุแบบนี้ มันสะเทือน ต่อความรู้สึกของกระบวนการประชาธิปไตย นักการเมืองที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตย ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ต้องชมเชยว่าสามารถที่จะกระทําการแก้ไขปัญหา โดยใช้กระบวนการยุติธรรมเบื้องต้น ก็คือกระบวนการจับกุม สืบติดตาม และท้ายสุด ออกหมายจับ ประสานงานจนผู้บังคับการตํารวจสามารถดําเนินการจับกุมผู้ต้องหา กระทําความผิดได้ภายในวันต่อมา ผมต้องชมเชยครับ ความเอาใจใส่ แม้หลายคดีที่เกิดขึ้น ผมก็มีเวลาบ้างก็อยากจะไล่เรียงอยู่เหมือนกัน ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองมาตลอด แต่วันนี้เอาเฉพาะเรื่องนี้ เพราะสังคมเขาถามว่าที่จับโดยรวดเร็วได้ปฏิบัติตามกระบวนการ ให้ความเป็นธรรมในการที่จะมีเหตุมีผลมีพยานหลักฐานประกอบอะไรได้ชัดไหม นัย ๆ ว่า อย่าเป็นการเลือกปฏิบัติหรืออยากจับเร็วก็เร็วถ้าถูกใจ เร็วก็ช้าถ้าไม่ถูกใจทํานองนั้น ผมถาม ท่านรองนายกรัฐมนตรี นะครับ ผมไม่ใช่ตํารวจ ผมเป็นครูประชาบาล แต่สนใจว่ากระบวนการเหล่านี้ได้มีเหตุแห่งการที่จะจับแล้วดําเนินการตามกระบวนกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาในการจับกุมแล้วจะเลยไปถึงเรื่องของการสอบสวนซึ่งจะไปสู่ กระบวนการฟ้องเพื่อนําผู้กระทําผิดมาลงโทษอย่างเป็นธรรม รัฐบาลได้ดําเนินการในเรื่องนี้ ด้วยความรอบคอบแค่ไหน อย่างไรนะครับ ผมขอคํายืนยันจากท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
เชิญรัฐบาล
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี และกํากับดูแลงานของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เริ่มต้นอยากจะยืนยันกับท่านประธาน และท่านสมาชิก และท่านผู้ชมทางบ้านว่าคดีนี้ตํารวจทํางานตรงไปตรงมา บางครั้งคดีเกิดขึ้น ก็สืบสวนสอบสวนอย่างใกล้ชิด แต่ขาดพยานหลักฐาน รู้โดยพฤตินัย แต่โดยนิตินัยที่จะ นําหลักฐานไปสู่การจับกุมมันยังไม่มี ก็ต้องสืบสวนสอบสวนต่อไป เมื่อไม่นานมานี้มีการปล้น ร้านทองที่ บก.น. ๘ กองบังคับการตั้งอยู่ฝั่งธนบุรี ตอนนี้ตํารวจจับคนร้ายได้แล้ว บางครั้งสื่อ ก็ถากถางว่าพรรคนี้ถูกยิง หัวคะแนนพรรคนี้ถูกยิง ทําไมตํารวจจับไม่ได้ แต่คราวนี้เป็น นายก อบจ. จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และเป็นลูกอดีตรัฐมนตรี และ ส.ส. พรรคเพื่อไทยทั้งตระกูล ตํารวจทําไมทํางานได้รวดเร็ว ผมมีสิ่งสําคัญและสมควร ที่คิดว่าต้องกราบเรียนท่านประธานและบรรดาสมาชิกตลอดจนกระทั่งท่าน ส.ส. ไพจิต ผู้ยื่นกระทู้ถามสด คดีนี้เหตุเกิดวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๕.๓๐ นาฬิกา เป็นเวลา กลางวัน เป็นการกระทําที่อุกอาจ ท้าทาย ไม่เกรงกลัวกฎหมายของผู้ที่กระทํา ได้มีคนร้าย ใช้อาวุธปืนยิงนายอุดรจนถึงแก่ความตายและได้หลบหนีไป ในที่เกิดเหตุตํารวจพบ ปลอกกระสุน ปลอก ตรวจสอบแล้วเป็นอาวุธปืนขนาด .๔๐ ที่เรียกว่าปืนกล็อก (Glock) เพราะปืน ๑๑ ธรรมดา ออโตเมติค (Automatic) บรรจุได้เพียง ๗ นัด ถ้านักยิงปืนทั่วไป ก็จะใส่รังเพลิง ๑ นัด อีก ๗ ใส่ในแม็ก แต่ปืนกล็อก ขนาด .๔๐ มันบรรจุได้เกิน ๙ นัด ถ้ากระผมจําไม่ผิด และที่สําคัญที่สุดเมื่อตํารวจไปตรวจที่เกิดเหตุบริเวณสถานีบริการ น้ํามัน ปตท. รุ่งสาคร ถนนเศรษฐกิจ ตําบลท่าทราย อําเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เอกสารแผ่นชาร์ท (Chart) ที่ผมทําเอาไว้แล้วจะชี้แจงสภาเพื่อให้ทุกคนเห็นว่าตํารวจ ไม่ได้เลือกปฏิบัติ และผมยืนยันว่าผมไม่ได้เอามาจากตํารวจ เอามาอย่างเดียวหมายจับ เพราะเอกสารอย่างนี้ผมหาไม่ได้ และตําหนิรูปพรรณหมายจับ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่ครับแผ่นที่ ๑ ที่ผมหามาได้ เพราะนายก อบจ. เป็นนักเรียนสวนกุหลาบรุ่นพี่ลูกชายผม และเป็นนักเรียนรัฐศาสตร์ รุ่นเดียวกับน้องชายผม และบ้านผมห่างจากจังหวัดสมุทรสาครขับรถ ๑๕ นาทีก็ถึงแล้ว และด้วยความรู้สึกจริง ๆ ผู้ถูกกล่าวหาคดีนี้ก็เป็นนักเรียนสวนกุหลาบรุ่นเดียวกับลูกชาย คนโตผมเช่นเดียวกัน ผมไม่มีอะไรเลยที่จะต้องไปใส่ร้ายหรือเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เป็นแต่เพียงต้องเอาความจริงมาบอกและให้ปรากฏ นี่ครับภาพผู้ตาย เหตุเกิดวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ เวลาประมาณ ๑๕.๒๐ นาฬิกา สถานที่เกิดเหตุปั๊ม ปตท. รุ่งสาคร หมู่ที่ ๗ ตําบลท่าทราย อําเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร แผ่นที่ ๒ ผมได้มาจากนักหนังสือพิมพ์ ท้องถิ่น ผมบอกมีภาพผู้ตายในที่เกิดเหตุไหม ก็สภาพศพผู้ตายเอียงซ้ายและหน้าผากกดครึ่ง ไม่ใช่เต็มทั้งหน้าผากหรือทั้งใบหน้า ทีนี้ผมก็ส่งทีมงานไป ไปดูสิว่าภาพถ่ายที่เกิดเหตุ เป็นอย่างไร คือผู้ตายเข้าไปในห้องน้ําของปั๊ม พอเข้าห้องน้ําเสร็จออกมาคนร้ายยิง ระหว่างล้างมือที่อ่างล้างมือนอกห้องน้ําที่เข้าใจว่าผู้ตายไปเข้าห้องน้ําในลักษณะไปถ่ายท้อง ก็ไปถ่ายพื้นที่มาเรียบร้อย ต่อไปก็มาจุดที่ ๔ บริเวณที่เกิดเหตุเป็นปั๊มเขามีจุดที่ตั้งกล้องวงจรปิด มองเห็น ผมไม่ลงลึกในรายละเอียด กล้องที่ ๑ กล้องที่ ๒ กล้องที่ ๓ กล้องที่ ๔ เห็นรถผู้ตาย วิ่งไปก่อนโดยมีคนขับ รถผู้ถูกกล่าวหาตามไปทีหลัง ก็เป็นการเชื่อมโยงเบื้องต้นว่ารถ ๒ คันนี้ วิ่งตามกันมา ทีนี้มาดูกล้องวงจรปิดที่ ๑ เห็นชัดครับ รถ ๒ คันตามกันมาติด ๆ กล้องวงจรปิดที่ ๒ นี่ครับรถที่ผู้ตายนั่งมา และรถผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นรถวีโก้สีบรอนซ์ แต่ในทะเบียนเขาบอกว่า เป็นสีน้ําตาล พอมาภาพวงจรปิดกล้องที่ ๓ หลักฐานมันชัด มันกระชับ นี่เป็นหลักฐาน ที่เราได้ดําเนินการรวบรวม ส่วนตํารวจจะทําอย่างไรเรื่องของเขา ตํารวจส่วนตํารวจ รองนายกรัฐมนตรีส่วนรองนายกรัฐมนตรี เพราะผมมีหน้าที่บอกสภา ผมมีหน้าที่ไปชี้ถูกชี้ผิด ผมไม่มีหน้าที่ไปสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และผมรู้ว่าเรื่องนี้ต้องเป็นประเด็นการเมือง เพราะยิงที่ดอนเมืองจับช้า ตรงนี้ทําไมรวดเร็ว ผมก็จึงต้องนําความรวดเร็วมาบอก กลางวัน คนเยอะเห็นกันหมดครับ พอมาพยานในที่เกิดเหตุ ผมเรียนท่านประธานแต่ว่าผมไม่เอ่ยชื่อ ที่ท่าน ส.ส. ไพจิต ว่ามีหลักฐานแน่ชัดจะไปจับเขาหรือ มีครับ แต่ผมเอ่ยชื่อพยานได้ไหมครับ ไม่ได้ เดี๋ยวเขาเป็นอันตราย พยานคนขับรถผู้ตาย รู้จักกับผู้ที่ถูกกล่าวหา คนขับรถผู้ตายเห็นผู้ตายเข้าไปในห้องน้ํานานก็เลยตามเข้าไปดู ก็ได้ยินเสียงปืน เห็นผู้ที่ถูกกล่าวหายิงปืน ก็จะเข้าไปกอด ผู้ที่ถูกกล่าวหาก็ใช้คําพูดใน ลักษณะว่า เดี๋ยวมึง พยานก็ยกมือขอชีวิต นี่ผมถามด้วยตัวผมเองเพราะบ้านผมอยู่ติดกัน นั่นพยานคนแรก ซึ่งเป็นคนขับรถผู้ตายแล้วรู้จักกับผู้ถูกกล่าวหามานาน ท่านประธานที่เคารพ จังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดไม่ใหญ่นัก สมัยคุณแม่ผมเรียกจังหวัดสมุทรสาครว่ามหาชัย หัวรถไฟวิ่งจากมหาชัยมาคลองสาน นั่นพยานปากที่ ๑ พยานปากที่ ๒ และปากที่ ๓ เป็นสุภาพสตรีคนหนึ่ง เป็นสุภาพบุรุษคนหนึ่งยืนยันว่าเห็นผู้ถูกกล่าวหาในระยะ ๒๐ เมตร อีกคนหนึ่งเห็นในระยะ ๕๐ เมตร นอกจากนี้เขายังมีการตรวจที่เกิดเหตุ ตํารวจเขาบอกว่า ได้หัวกระสุนขนาด .๔๐ และปืนชนิดนี้ในจังหวัดสมุทรสาครมีผู้ได้รับอนุญาตให้มีได้เพียง ๘ คน ผมบอกเพื่อความเป็นธรรม ก็ให้เจ้าหน้าที่อาวุธปืนเรียกปืนทั้ง ๘ กระบอก แล้วมายิง แล้วมาตรวจพิสูจน์ว่าหัวกระสุนเหมือนกับในศพ เหมือนกับที่ตกในที่เกิดเหตุหรือไม่ ก็จะได้ความเป็นจริง ปัญหาว่าตํารวจทําเร็วจริงหรือไม่ ตอบว่าเร็วครับ และบนพื้นฐาน ความถูกต้อง ความชอบธรรม เพราะมีทั้งพยานบุคคล พยานวงจรปิดและหัวกระสุนปืน พฤติกรรมแวดล้อม ตํารวจจึงไปดําเนินการขอหมายจับต่อศาลจังหวัดสมุทรสาคร ผมมาชื่นชม ว่าหลักฐานดี ผมไม่ได้มาชื่นชมว่าตํารวจเก่ง แต่เมื่อตํารวจรวบรวมพยานหลักฐาน แล้วศาลเป็นผู้อนุมัติ ไม่ใช่ตํารวจอนุมัติ ศาลเป็นผู้อนุมัติให้ออกหมายจับ ที่ จ ๔๕๔/๒๕๕๔ หมายจับวันที่ ๒๖ เดือนธันวาคม ๒๕๕๔ หลังเหตุเกิดวันเดียว หลายครั้งครับ ตั้งแต่สมัย ผมเป็นตํารวจ บางคดีศาลก็ไม่ออกหมายจับให้ถ้าเนื้อหาในสํานวนการสอบสวนยังไม่ชัดเจน ตํารวจเขามีหลักฐานมากกว่านี้ ผมบอกไม่ต้องมาบอกผมเดี๋ยวสํานวนการสอบสวนรั่วไหล และตํารวจต้องคํานึงถึงบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๙ ในคดีอาญาให้สันนิษฐานว่า ผู้ต้องหาหรือจําเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ ถ้ายังไม่มีคําพิพากษาถึงที่สุดจะไปกล่าวหาว่าเขาเป็น ผู้กระทําผิดไม่ได้ ผมย้ํากับตํารวจไปว่าคุณต้องตั้งสมมุติฐานว่าบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เขากําหนดไว้ ผู้ต้องหาหรือจําเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ตามมาตรา ๓๙ และเมื่อคดียังไม่ถึงที่สุด ก่อนมีคําพิพากษาอันถึงที่สุด แสดงว่าบุคคลใดได้กระทําผิดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทําความผิดไม่ได้ เลิกเสียทีข่มขู่ผู้ต้องหา เลิกสักทีข่มขู่พยาน มีหลักฐานอย่างใดว่าไปอย่างนั้น และผมยังบอกต่อ ว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๑ พุทธศักราช ๒๕๕๐ ผู้ต้องหาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอยู่ในระหว่างสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติต้องถือปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๑๓๑ และระเบียบสํานักงานตํารวจแห่งชาติว่าด้วยการจับกุม ฉบับที่ ๒ ปี ๒๕๔๕ ลักษณะที่ ๓ บทที่ ๗ เรื่อง การแจ้งข้อกล่าวหาการจับกุมคุมขัง หรือการออก หมายเรียกตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกรัฐสภา เรื่องนี้เมื่อมีการออกหมายจับ ทางผู้ถูกกล่าวหาก็ไปมอบตัวแสดงความบริสุทธิ์ แล้วก็ไม่ได้ให้การโดยยืนยันกับพนักงาน สอบสวนว่าจะให้การชั้นศาล ตํารวจก็สนองตอบปฏิบัติตาม ก็ไม่ได้สอบสวนอะไรเรื่องก็จบ ตรงนี้ ก็ยืนยันกับคุณไพจิต ศรีวรขาน และท่านประธานตลอดจนพี่น้องที่ชมการอภิปราย ของผมว่าไม่มีการกลั่นแกล้ง ไม่มีการสร้างหลักฐานเท็จ และยังไปกล่าวหาว่าผู้ถูกกล่าวหา เป็นผู้กระทําความผิดไม่ได้ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ผู้ถูกกล่าวหาว่าอาจจะไปสู้คดี ชั้นศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา พวกผมแฟร์พอ พวกผมยุติธรรมพอ แต่เอารายละเอียด มาบอกเพื่อให้คุณไพจิตสบายใจว่าทําตามขั้นตอน ถ้าพรรคการเมืองพรรคไหนยังไปคิดว่านี่ พอฝั่งตรงข้ามรัฐบาลทําปั๊บ ๆ พอตายกันแถวดอนเมืองยังไม่ก้าวหน้า กราบเรียนด้วยความเคารพ และยืนยันด้วยความจริง ทั้งหมดนี่ผมก็อาศัยความเป็นพนักงานสอบสวนเก่า และผมก็อาศัย เป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงกับจังหวัดสมุทรสาคร และผมก็ย้ําอีกครั้งว่าทั้ง ๒ ฝ่ายรู้จัก ผมต้องบอกตํารวจให้ทํางานด้วยความเป็นธรรม อย่าไปกลั่นแกล้ง อย่าไปปกป้องและอย่าไป ซ้ําเติม ตลอดจนพยานที่ให้การไว้ก็ต้องดูแลเขาเพื่อให้ความปลอดภัยเขา ผมกราบเรียน ตอบข้อแรกนะครับ ขอบคุณท่านประธาน
เชิญท่านไพจิต เอากระชับหน่อยนะครับ เพราะเวลาล่วงเลยพอสมควรแล้ว
ท่านประธานที่เคารพครับ ได้ฟังการตอบ ของท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วยเสียงที่ดังแล้วก็ชัดเจน ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมมีความเชื่อว่าท่านจะต้องปฏิบัติตามนั้น แล้วข้าราชการตํารวจก็เคร่งครัดและเข้าใจ กระบวนการยุติธรรม ก็เข้าใจกระบวนการของกฎหมายรัฐธรรมนูญ แล้วก็กฎหมาย พรรคการเมือง ท่านประธานครับ คุณปณวัตร เลี้ยงผ่องพันธุ์ เคยถูกยิง แล้วมีระเบิด รถคุณแม่ ส.ส. จันทบุรี ก่อนเลือกตั้ง ประชา ประสพดี นี่ถูกยิงเกือบปางตายเช่นเดียวกัน แล้วหลังสุดนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี ทั้ง ๔ ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับนักการเมือง ผมฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ติดตามแล้วก็หาผู้กระทําผิดให้ได้ ท่านประธานครับ เรื่องของกระบวนการยุติธรรม ผมอยากเรียนถามท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับว่า ในชั้นของการสอบสวนเป็นเรื่องสําคัญอย่างยิ่ง เพราะศาลก็ต้องตัดสินตามพยานหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งไหนก็ตาม เพราะฉะนั้นในชั้นนี้ หมายเลข ๑ หมายเลข ๒ หมายเลข ๓ ผมก็มองไม่ชัดหรอกครับอยู่นั่น ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ท่านต้องคุ้มครองดูแลพยาน เหล่านี้อย่างจริงจัง ให้เขาปลอดภัย ท่านยืนยันได้ไหมครับว่าต้องปลอดภัย ดูแลเหมือนไข่ ในหินเลยเพื่อที่จะให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา แล้วปืนที่อยู่กับ ที่เคยอภิปรายว่ามีคนเปิดร้านขายปืนอยู่ ๑๐๐ กว่าร้าน วันนี้ยังจะสะสม อาวุธพวกเหล่านี้อยู่อีกไหมในรัฐบาลนี้ ให้ซื้อกันแบบราคาหัวเด็ดอะไรซื้อกัน ยังมีวิธี มาเดินว่อนอยู่นะครับ เพื่อจะหาโปรโมชั่น (Promotion) ผมต้องการคํายืนยันว่า ๒-๓ ส่วน ที่เกี่ยวข้อง ท่านปราบยาเสพติดผมชื่นชมนะครับ แต่ว่าผู้ที่มีอิทธิพล ซุ้มมือปืนต่าง ๆ มีนโยบายบ้างไหม ๒ อย่างมันจะคู่กันนะครับ ถ้าซุ้มมือปืนไว้ฆ่าคน เพราะฉะนั้นต้องมี นโยบายชัดเจน หรือว่าจะทําเป็นเรื่อง ๆ ไป ๒ เรื่องที่อยากถาม ผมถามสั้น ๆ นะครับ ของผมคงหมดเวลาแล้ว ด้วยความเคารพ และด้วยความรักสถาบันแห่งนี้นะครับ อยากจะให้ รัฐบาลต้องป้องปราม ต้องป้องกันการแก้ไขด้วยความกระชับรวดเร็วเป็นเรื่องถูกต้องแล้วละ แต่ว่าต้องป้องกันด้วย ถึงจะเป็นรัฐบาลที่จะสร้างความสุขให้กับประชาชน ให้กับสังคม ได้อย่างยาวนาน ขอคํายืนยันจากท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง เป็นคําถามสุดท้ายครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี ๒ คําถามครับ
ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี และดูแลงานสํานักงานตํารวจแห่งชาติ
สําหรับพยานที่ตํารวจเขาสอบไว้ ตํารวจเขามีมาตรการดูแลและคุ้มครอง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนในทางคดีอาญาผู้ต้องหาหรือจําเลยจะให้การอย่างไรก็ได้ พนักงานสอบสวน ต้องหาพยานหลักฐานมาชี้ให้ชัดว่าเขาผิดหรือไม่ผิดอย่างไร นั่นคือข้อที่ ๒
ข้อที่ ๓ ที่ท่านบอกว่าอาวุธปืนมันเพิ่มขึ้นมาก ท่านประธานคงจําได้ ผมเป็นคนอภิปรายในสภา แต่มีนักการเมืองบางคน บางพรรคมีอํานาจเปิดร้านปืนเกือบ ๒๐๐ ร้านเอาอาวุธปืนนําเข้า ถ้าย้อนกลับไปที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมไม่เคยอนุญาตแม้แต่กระบอกเดียว เพราะมันมีเยอะ ผมไม่เคยเซ็นให้เลย แล้วผมก็ยัง ไม่เห็นด้วย และมีความคิดเห็นเหมือนเดิม เอาอาวุธปืนเข้ามาทําไม แล้วก็ไปใช้ก่อเหตุร้ายกัน อย่างที่แลเห็น ถ้าพูดถึงคดีคุณปณวัตร ขณะนี้คนร้ายก็มีทั้งถูกจับได้และหลบหนี คดีคุณแม่ ส.ส. คมคาย คนร้ายก็ถูกตัดสินประหารชีวิตทั้ง ๓ ศาล ต่อมาประชา ประสพดี พยานหลักฐาน บางส่วนไม่สมบูรณ์ และการยิงนายประชา ประสพดี โยงใยไปใกล้ ๆ กับที่จังหวัดลพบุรี ผมยืนยันกับท่านประธาน เพื่อนสมาชิกและท่านผู้ชมทางบ้านได้รู้ หลังจากปีใหม่นี้ ทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติจะปฏิบัติการเชิงรุก เฉียบขาด เด็ดขาดกับซุ้มมือปืน และจะเอาหมายจับเก่าทั้งหมด แล้วตามจับแต่ละทีม ๆ เพื่อให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ และคนร้ายมีความยําเกรง ก็ยืนยันกับท่านประธานและท่านสมาชิกที่ตั้งกระทู้ถามสด ผมย้ําอีกครั้งหนึ่ง พยานคดีนี้ตํารวจต้องทําหน้าที่ดูแลอย่างดี ผมจะให้ไปประสานกับ กระทรวงยุติธรรม ขั้นตอนและการปฏิบัติเพื่อพยานเกิดความมั่นใจ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
จบกระทู้ถามสดที่ ๒ นะครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดที่ ๓
๑.๑.๓ กระทู้ถามที่ ๐๓๑ ส. เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ ของประชาชน (นายจุติ ไกรฤกษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามท่านนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ตอบ
(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ไม่ได้ เกี่ยวกับท่านเลย ถ้าไม่เกี่ยวนิดเดียวไม่ได้ครับ เพราะว่าไม่ได้เกี่ยว ท่านใช้สิทธิอะไรนะครับ ไม่มีชื่อท่านเลย
ไม่จําเป็นต้องมีชื่อผมครับ เดี๋ยวท่านประธาน ลองฟังหน่อยไหมครับ
เกี่ยวกับ ท่านอย่างไร ท่านลองอธิบายสิไปเกี่ยวกับท่านอย่างไร การใช้สิทธิพาดพิงต้องเกี่ยวกับท่าน
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง เรื่องนี้ท่านไพจิต ขออภัยที่เอ่ยนาม นะครับ ผู้ที่ตั้งกระทู้ถามได้กรุณาถาม มีประโยคหนึ่งที่ผมคิดว่าผมต้องใช้สิทธิในการชี้แจง เล็กน้อยท่านประธานครับ ท่านไพจิตได้อภิปรายอย่างนี้ครับว่าคดีนี้ตํารวจได้จับผู้ต้องหาได้ โดยรวดเร็ว รัฐบาลได้ดําเนินการรอบคอบแค่ไหน เพียงใด ผมคิดว่าถ้าท่านถามอย่างนี้ มันจะทําให้ผู้ที่ถูกกล่าวหานั้นได้รับความเสียหาย บังเอิญต้องยอมรับความจริงประการหนึ่ง ว่าผมเป็นผู้ที่พาผู้ต้องหารายนี้เข้ามอบตัว แล้วผมอยู่ในสถานะที่เป็นทนายความ ท่านประธานเป็นนักกฎหมาย ผู้กล่าวหา คู่ความ ทนายความก็คือคู่ความคนหนึ่ง ผมชี้แจง นิดเดียวเท่านั้นเองครับ
เดี๋ยวครับ ไม่ได้นะครับ ถ้าบุคคลที่ถูกกล่าวหาเขาต้องเป็นผู้ชี้แจง คือท่านก็เป็นนักกฎหมาย ระบบกฎหมายไทย ก็คือขณะนี้ตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญเขาสันนิษฐานไว้ก่อนว่า เป็นผู้บริสุทธิ์ ฉะนั้นอันนี้เป็นประเด็นที่ข้อเท็จจริงที่ผู้ตั้งกระทู้ถามเขากําลังอธิบาย ข้อเท็จจริงแล้วก็ถามทางรัฐบาลมาว่า ถามในทํานองว่าจะมีการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อที่จะดําเนินคดีกับบุคคลผู้ต้องสงสัย ท่านบอกว่าเหมือนกับทําไมจึงเร็วนัก ส่วนคดีอื่น ๆ ทําไมไม่เป็นอย่างนี้ แล้วก็จะมีลักษณะเป็นการจะปรักปรํากันด้วยหรือเปล่าหรือกลั่นแกล้งกัน หรือเปล่าขณะนี้รัฐบาลได้ชี้แจงไป ท่านไม่ได้เกี่ยวข้องเรื่องนี้เลยนะครับ ส่วนท่านจะไปก็เป็น เรื่องของท่านนะ เชิญครับ เดี๋ยวนั่งลงก่อนครับ กําลังชี้แจงอยู่ ผมได้อธิบายแล้วนะครับ เชิญครับ
ผมขอบคุณท่านประธานนะครับ ผมใช้เวลาครึ่งนาทีครับท่านรัฐมนตรี ผมเพียงแต่กล่าวกับท่านประธาน กล่าวกับท่านผู้ฟังว่า คดีนี้ผู้ถูกกล่าวหานั้นไม่ได้ถูกจับกุม คําว่า ถูกจับกุม กับ การมอบตัว มันต่างกันนะครับ เขาแสดงความบริสุทธิ์ใจ เขาเคารพกระบวนการยุติธรรมด้วยการไปมอบตัว เขาไม่หลบหนี เขาเคารพกระบวนการยุติธรรม ไม่หลบหนีและไปมอบตัว มิใช่การจับกุมนะครับ ถึงแม้ว่า เขาจะมีเอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญก็ตามแต่แสดงความบริสุทธิ์ใจนะครับ เท่านั้นเอง
ไม่เป็นอะไรครับ อันนี้เข้าใจครับ ขอบคุณมากครับ คืออย่างนี้ครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี เชิญครับ
เดี๋ยวไม่เสร็จสิ้น กระแสความ ผมไม่ได้บอกเลยนะว่าเป็นการจับกุม และเรื่องนี้ศาลท่านออกหมายจับ โดยฟังพยานหลักฐานจากตํารวจว่ามีเหตุอันควรออกหมายจับ ก็พอออกหมายจับก็คือ ผู้ต้องหา ผู้ต้องหาก็ไปแสดงความบริสุทธิ์โดยไปมอบตัวด้วยตนเอง ไปกับคณะ ไปมอบตัว ที่ศูนย์ฝึกข้าราชการกองบัญชาการตํารวจภูธรภาค ๗ ท่านประธานครับ พรรคประชาธิปัตย์ สบายใจได้ กระผมตรงไปตรงมานะครับ และเมื่อไปแล้วไม่ให้การตํารวจเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ตํารวจยังถามผมอีกว่าถ้าเขาไม่ให้การเราจะสอบเพิ่มได้ไหม บอกไม่มีสิทธิ เขาไม่ให้การ ให้การชั้นศาล คุณก็หาหลักฐานชี้ให้ได้ว่าเขาผิดอย่างไร ท่านสบายใจได้ครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านจุติ ไกรฤกษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก วันนี้ได้ตั้งกระทู้ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพของประชาชน ก็เลยไม่ทราบว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะมาตอบไหมครับ
ท่านภูมิ สาระผล ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการมาแทนครับ
ไม่เป็นครับท่านประธานครับ ผมก็ขอให้ บันทึกไว้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีเคยรับปากกับสภาว่าจะให้ความสําคัญกับรัฐสภา วันพุธ วันพฤหัสบดี ถ้าคนอ่านหนังสือรู้เรื่องก็จะทราบว่าเป็นวันประชุมสภา ผมขอถามเลยครับ ท่านประธาน เรื่องของมาตรการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพของประชาชน ประเด็นก็คือว่า วันนี้ผมก็ได้รับมอบหมายจากพี่น้องประชาชนผู้มีรายได้น้อย พ่อค้าแม่ขายตามตลาดสด วันนี้ป้าต๋อย ยายตุ่น เจ๊น้อย พี่หนู คุณสมชาย พี่ออยเจสซี่ ก็ติดตามฟังอยู่ว่ารัฐบาลนั้น จะแก้ไขปัญหาค่าครองชีพให้เขาอย่างไร วันนี้น้ําท่วมแล้วทุกคนจนลงหมด ไร่นาล่มหมด หาบเร่แผงลอยร้านข้างถนนเจ๊งหมด บางคนมีเครดิตก็กู้เงิน ไม่มีเครดิตก็ใช้เงินออมที่มี ใช้มาชั่วชีวิตซ่อมเครื่องมือหากิน ผมยังจําได้ครับว่าเลิกชั่งไข่ไหมคะ จะกระชากค่าครองชีพ นะคะ ชอบไหมคะ ยังลั่นหูประชาชนทุกคนอยู่นะครับ วันนี้ผมอยากจะขอถามว่ามาตรการ กระชากค่าครองชีพที่รัฐบาลคิดไว้ทําอย่างไร แล้วจะทําได้เมื่อใดครับ
เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายภูมิ สาระผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ประเด็นปัญหาที่ท่านถามในเรื่องค่าครองชีพ กระผมขอกราบเรียนดังนี้ครับว่าปัญหา ค่าครองชีพนั้นรัฐบาลจะพยายามทําให้มันเกิดความสมดุลในทุกส่วนของผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรซึ่งเป็นผลิตสินค้าที่เป็นต้นทางก็ให้มีรายได้ที่เหมาะสมกับการดําเนินชีวิต และใช้ผลิตผลทางการเกษตรนั้นเป็นเครื่องมือในการหารายได้
และกลุ่มต่อมาคือผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นโรงงานหรือผู้ค้าขายก็ต้องให้ มีรายได้เพียงพอคุ้มกับการดําเนินการ สามารถดํารงอยู่ได้
กลุ่มสุดท้ายก็คือประชาชนและผู้บริโภคก็ต้องได้รับการบริโภคที่เป็นธรรม และถูกควบคุมดูแลให้ผู้บริโภคไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ นี่คือวิธีการที่รัฐบาลดําเนินการ และทําให้เกิดขึ้นอยู่ ที่ท่านถามเรื่องการกระชากค่าครองชีพนั้น ผมขอกราบเรียนอย่างนี้ว่า ในภาวะนี้นั้นหลังจากที่เกิดปัญหาอุทกภัยเกิดขึ้น เป็นที่ทราบว่าประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนมาก ในช่วงที่เกิดอุทกภัยนั้น รัฐบาลก็ได้ดําเนินการแก้ไขในส่วนที่สามารถ จัดการแก้ไขในปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาสินค้าเพื่อเข้ามาสู่ท้องตลาด จัดหาสินค้าเข้าไปสู่ห้างซึ่งประสบปัญหาหลายเรื่อง เช่น โรงงานถูกน้ําท่วม ดําเนินกิจการ ไม่ได้ ผลิตสินค้าไม่ได้ หรือบางแห่งการคมนาคมถูกตัดขาด ไม่สามารถระบายสินค้าออกสู่ ท้องตลาดได้ ตอนนั้นประชาชนก็เดือดร้อน ก็ได้มีการตั้งศูนย์กระจายสินค้าเพื่อให้สินค้า มีกระจายทั่วถึงแก่ประชาชนทั่วไป สิ่งที่ติดตามมาก็คือสินค้าบางตัวก็หาได้ยาก ก็ทําให้ มีราคาสูงขึ้นบ้าง รัฐบาลแก้ปัญหาด้วยการนําเข้าสินค้าจากต่างประเทศบางส่วน นําสินค้า จากภูมิภาคที่ไม่มีน้ําท่วมซึ่งสามารถลงมาแก้ไขปัญหาในบริเวณน้ําท่วมได้ ก็ได้คลี่คลายไป ระดับหนึ่งจนเมื่อหลังจากที่เหตุการณ์น้ําท่วมผ่านพ้นไป ประชาชนที่บ้านเรือนได้รับ ความเสียหายจากการที่ถูกน้ําท่วมหรือเครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ต้องจมไปกับน้ําหรือได้รับ ความเสียหายต่าง ๆ นั้น รัฐบาลก็ได้กําหนดแนวทางโดยได้เชิญผู้ประกอบการด้านวัสดุ เครื่องก่อสร้างเพื่อมาหารือช่วยเหลือประชาชน ในการที่จะได้สินค้าเพื่อมาซ่อมแซมบ้านเรือนในราคาที่ถูกและได้รับโอกาสพิเศษ ก็ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างเข้ามาร่วมในโครงการ กับรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ในหลายส่วนของบริษัทห้างร้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องวัสดุก่อสร้างแบบหนัก แบบเบา หรือว่าของใช้ประเภทต่าง ๆ ก็มีการลดราคาตั้งแต่ ๓๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์ไปบ้าง ซึ่งก็จะแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งหลังจากที่ การซ่อมแซมบ้านเรือนได้ผ่านพ้นไปก็คงจะมีเรื่องของเครื่องใช้และเฟอร์นิเจอร์ ที่จะต้องตกแต่งบ้านเรือนตามสมควร ซึ่งก็ได้มีการเรียนเชิญผู้ประกอบการมาปรึกษาหารือ และขอความร่วมมือในชั้นนี้ก็ได้ดําเนินการไปในระดับหนึ่ง ซึ่งหลายผู้ประกอบการ ก็ได้ร่วมมือกับทางหน่วยงานของราชการเพื่อช่วยดูแลประชาชนในด้านนี้ให้ได้รับโอกาส ที่จะซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ แต่มีราคาที่ถูกลงเพื่อให้เหมาะสมกับรายได้และโอกาส ของประชาชนที่เสียไปในระหว่างถูกน้ําท่วม ก็ยังไม่อยากจะเรียนกับท่านว่าเป็นการกระชาก อะไรละครับ เพียงแต่เราทําหน้าที่อย่างเต็มกําลังในช่วงที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าส่วนนี้ให้ได้ ขอกราบเรียนในเบื้องต้นดังนี้ครับ
เชิญท่านจุติ คําถามที่ ๒
ผมได้ ๓ คําถามใช่ไหมครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ผมถามว่า กระชากค่าครองชีพก็เพราะว่า ผมต้องกราบเรียนท่านว่าผมมาทวง ทวงสัญญา ที่ท่านนายกรัฐมนตรีสัญญากับพี่น้องประชาชนไว้ก่อนการเลือกตั้งว่าจะกระชากค่าครองชีพ ของพี่น้องมา วันนี้ ๔ เดือนของการบริหารประเทศ ท่านได้ใช้อํานาจรัฐบริหารประเทศไปแล้ว ญาติพี่น้องท่านได้วีซ่า (VISA) เข้าญี่ปุ่นไปแล้ว ญาติพี่น้องท่านได้พาสปอร์ต (Passport) ประเคนให้ถึงที่ไปแล้ว ญาติพี่น้องท่านได้อุทธรณ์ภาษี คดีอุทธรณ์ไม่ต้องอุทธรณ์แล้ว คดีซุกหุ้นไม่ต้องอุทธรณ์แล้ว แต่ผมถามว่าประชาชนละครับ ๔ เดือนวันนี้ได้อะไร น้ําท่วมแล้ว คนต้องซ่อมบ้าน ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าที่ท่านบอกว่าไปจัดขาย สินค้าราคาถูกนั่นคือของค้างสต็อก (Stock) ที่เขาลดให้ครับ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ คือของค้างสต็อก ของค้างสต็อกมีแค่ไหนก็หมดแค่นั้นครับ แต่ปัญหาผมจะให้ท่านดูครับว่ารัฐบาล ต้องทําให้ดีกว่านี้ มากกว่านี้ จริงจังกว่านี้ แล้วก็จริงใจกว่านี้ อิฐมวลเบาครับ คนต้องซ่อมบ้านครับ อิฐมวลเบาก้อนหนึ่งจาก ๑๘ บาท วันนี้น้ําลดแล้วนะครับ น้ําลดแล้ว วันนี้ราคาก้อนละ ๒๙ บาทครับ ขึ้นราคาไป ๖๑ เปอร์เซ็นต์ครับ ปูนครับ ใครบอกว่าปูนไม่ขึ้น ถุงหนึ่ง ๑๐๕ บาท ขึ้นไป ๑๒๐ บาท ขึ้นไป ๑๔ เปอร์เซ็นต์ครับ หินทรายเคยคิวละ ๔๘๐ บาท วันนี้ขึ้นไป ๕๕๐ บาทครับ ขึ้นไป ๑๔ เปอร์เซ็นต์ครับ ไข่ไก่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ท่าน ส.ส. เพิ่งจะเช็กให้ผมเดี๋ยวนี้ครับ จากฟองละ ๔ บาทขึ้นเป็น ๕ บาทครับ ขึ้นไป ๒๕ เปอร์เซ็นต์ครับ แม้กระทั่งที่หน้าฟาร์มจังหวัดอุบลราชธานีก็ยัง ๕.๓๐ บาทต่อฟอง ที่สําคัญครับ อาหารคนจน ข้าวผัดกระเพราใส่ไข่ดาวครับ เมื่อก่อนไข่ดาวนั้น ๕ บาท พอตอนน้ําท่วมขึ้นเป็น ๑๐ บาท วันนี้ ๑๐ บาทก็ไม่ลงแล้วครับ รัฐบาลจะทําอย่างไร กระทรวงพาณิชย์จะทําอย่างไร นมข้น ๑๗ บาทต่อกระป๋องขึ้นไป ๒๕ บาท ขึ้นไป ๔๗ เปอร์เซ็นต์ครับ ชา กาแฟ ขึ้นไปแก้วละ ๒ บาท คือขึ้นไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ไม่ทิ้งแม้กระทั่งยางรัดของที่พ่อค้าแม่ค้ากําลังเดือดร้อน ยางวงรัดของนั้น ๕๕ บาท ต่อกิโลกรัม ขึ้นเป็น ๙๐ บาทต่อกิโลกรัม ถุงพลาสติกแพ็คหนึ่ง ๒๓ บาทขึ้นเป็น ๓๕ บาท ท่านประธานครับ อาหารคนจนคือส้มตํา ลาบหมู น้ําตกหมู วันนี้มะละกอจาก ๑๒ บาท ขึ้นเป็น ๒๐ บาทครับ ขึ้นไป ๔๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เนื้อหมูก็ขึ้นราคาครับ ผมถามว่าตรงนี้ล่ะครับ นอกจากนั้นแล้วรัฐบาลยังซ้ําเติมประชาชนด้วยมาตรการกระชากค่าครองชีพละครับว่า เดิมทีคนจนให้ใช้ไฟฟ้าฟรี ๙๐ หน่วยต่อครัวเรือน วันนี้มติคณะรัฐมนตรีออกมาแล้วว่าปีหน้าจะเหลือ ๕๐ หน่วยต่อครัวเรือน เมื่อตอนที่เราให้ คนจนผู้มีรายได้น้อยรัฐบาลชุดที่แล้ว ๗,๙๖๙,๐๐๐ ครัวเรือน ๗,๙๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ได้ใช้ไฟฟ้าฟรี ๙๐ หน่วย โดยในชนบทนั้นได้รับประโยชน์นี้ถึง ๗,๖๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน วันนี้มติคณะรัฐมนตรีท่านมาท่านแก้จาก ๙๐ หน่วย เหลือ ๕๐ หน่วย แล้วท่านบอกว่า ผู้รับประโยชน์คือประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ คน ท่านทิ้งคนอีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือนไป ๓,๙๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนหายไปเลยครึ่งหนึ่ง ผมก็เลยไม่ทราบว่านี่กระชากค่าครองชีพ หรือว่ากระซวกคนจนกันแน่ มันกระชากขึ้นนะครับ ไม่ใช่กระชากลงนะครับ นอกจากนั้น แล้วอยากจะถามว่าท่านจะสามารถทบทวนมาตรการใช้ไฟฟ้าฟรีกลับไปอุดหนุนอยู่ที่ ๙๐ หน่วยต่อครัวเรือนได้ไหมเพราะคนจนเขาเดือดร้อน ถ้าได้จะทําได้เมื่อใด นอกจากนั้น แล้วมาตรการกระชากค่าครองชีพของท่านต่อมาก็บอกบอกว่าค่าขนส่งครับ เอ็นจีวี (NGV) แอลพีจี (LPG) ปีหน้าขึ้นราคาแน่นอนแล้วจะค่อย ๆ ขึ้น พูดดีนะครับ ค่อย ๆ ขึ้นจากต้นปี ถึงปลายปี แต่ในที่สุดก็คือจาก ๘.๕๐ บาทต่อกิโลกรัม ก็จะขึ้นเป็น ๑๔.๕๐ บาทต่อกิโลกรัม ถึงแม้จะค่อย ๆ ขึ้นก็ตาม ซึ่งเป็นอัตราขึ้นถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แอลพีจีจาก ๑๑.๕๐ บาท ขึ้นเป็น ๑๖.๕๐ บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นไป ๔๒ เปอร์เซ็นต์ แท็กซี่ สามล้อเล็ก สี่ล้อเล็ก รถร่วมบริการ ขสมก. ต้นทุนเพิ่มหมด ท่านจะยืนยันได้ไหมว่ามาตรการนี้ท่านจะยืนยันราคาว่า ก๊าซหุงต้มแอลพีจี ก๊าซแอลพีจีมาใช้ในการขนส่ง เอ็นจีวีใช้ในการขนส่งนั้นจะไม่ขึ้น เพื่อช่วยคนจนต่อไปอีก ๑ ปี ผมขอถามคําถามครั้งที่ ๒ แค่นี้ครับ ๒ คําถามครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมขอตอบคําถามของท่านสมาชิกที่ถามนะครับ ประเด็นเรื่อง ที่ท่านบอกว่าสินค้าหลายตัวขึ้นราคา ก็มีหลายตัวที่ขึ้นราคาจริง ซึ่งมาตรการดูแลของ ทางรัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ตอนนี้กําลังมีการทบทวนสินค้าควบคุมและมาตรการ ควบคุมเพื่อจะประกาศใช้ในปี ๒๕๕๕ ซึ่งประกาศทุกปีนะครับ ได้มีการนําสินค้าหลายตัว กลับมาเพื่อกําหนดเป็นมาตรการว่าจะควบคุมแค่ไหน เพียงไร ในส่วนของสินค้าหลายตัว ที่ท่านสมาชิกได้ถามว่าแพงขึ้น เช่น นมข้นหวานเช่นนี้ ก็กราบเรียนว่าเนื่องจากว่า โรงงานผลิตนมข้นหวานขนาดใหญ่ ๒ โรงงาน ซึ่งเรามีอยู่ ๔ โรงงาน ๔ ยี่ห้อ ๔ บริษัท ๒ โรงงานถูกน้ําท่วมในช่วงที่ผ่านมาก็หยุดการผลิตทําให้ปริมาณนมข้นที่เรามีอยู่ไม่เพียงพอ ขาดตลาด ก็เกิดการขาดแคลน แล้วก็พ่อค้าก็ฉวยโอกาสขึ้นราคาไปก็มี ซึ่งเราก็ได้หามาตรการ ในการควบคุมกํากับดูแลแล้วก็ได้มีการขออนุญาตเพื่อนําเข้านมข้นหวานจากต่างประเทศ เพื่อมาแก้ปัญหาไปได้ระดับหนึ่ง และในช่วงนี้โรงงานที่ถูกน้ําท่วมก็ได้เริ่มดําเนินการแล้ว ก็เข้าใจว่าภายในสัปดาห์หรือสองสัปดาห์จากนี้ไม่นานราคานมข้นหวานก็คงจะกลับสู่ระบบ ทีนี้สินค้าที่ขึ้นราคาไปแล้วบางตัวโดยขึ้นอ้างจากว่าต้นทุนขึ้น เช่น นมข้นหวานขึ้นราคา กาแฟขึ้นราคา ก็เป็นหน้าที่ที่กระทรวงพาณิชย์จะต้องออกไปกํากับดูแลและติดตาม อีกชั้นหนึ่ง ฉะนั้นที่ท่านได้ให้ข้อมูลต่าง ๆ มานั้นก็ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง
สําหรับในส่วนอาหารต่าง ๆ ที่มีราคาสูงขึ้นนั้น อันนี้เป็นภาระซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ตระหนักไว้อย่างยิ่งว่าปัจจุบันนี้ราคาอาหารหลายส่วนได้มีขึ้นราคา เช่น ในศูนย์การค้า ในห้างสรรพสินค้า ซึ่งมีต้นทุนอาจจะเป็นค่าเช่า ค่าอะไรต่าง ๆ เราก็ได้ขอความร่วมมือไปกับห้าง หรือแหล่งขายอาหารสําเร็จรูปเหล่านี้ให้มีอาหารราคาพิเศษ อาหารธงฟ้า จานละ ๒๕ บาท หรือ ๓๐ บาท ในแต่ละเมนูที่จะจัดหาได้ซึ่งตอนนี้ก็พยายามกระจายไปให้มากที่สุด แต่ก็อาจจะยังไม่ทั่วถึงทุกจุดนะครับ ก็ถือว่าประเด็นที่ท่านได้สอบถามมา ผมจะได้นําไป เพื่อดําเนินการเป็นเรื่องราวที่สําคัญยิ่งในการดําเนินการเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างที่ ท่านสมาชิกตั้งใจ และต้องการให้เป็นไปนะครับ
ส่วนท่านถามเรื่องแก๊สหุงต้ม แก๊สแอลพีจีนั้น อันนี้ต้องขึ้นอยู่ที่นโยบายพลังงาน ซึ่งในส่วนของตัวกระผมก็อาจจะยังไม่สามารถตอบกับท่านได้ตรงว่าจะขึ้นหรือไม่ขึ้นแค่ไหน เพียงใด ก็จึงกราบเรียนด้วยความเคารพครับ ท่านครับ
สภาขอต้อนรับ ผู้นําชุมชนอําเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ นําโดยท่าน ส.ส. ปาริชาติ ชาลีเครือ ยินดีต้อนรับครับ ตอนนี้เรากําลังประชุมวาระของกระทู้ถามสดที่พี่น้องประชาชนให้ผู้แทนมายื่นถามรัฐบาลนะครับ เชิญถามต่อครับ คําถามสุดท้ายนะครับ
คําถามสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ที่ผมถามไปก็คือว่า ท่านคงทําไม่ได้นะครับ เพราะว่ากระทรวงพาณิชย์อยู่ในคณะรัฐมนตรี เศรษฐกิจร่วมกับกระทรวงพลังงาน ท่านโบ้ยไม่ได้หรอกครับ ท่านจะต้องเป็นคนให้ข้อมูลเขา ว่าภาระค่าครองชีพประชาชนนั้นเพิ่มขึ้น ขึ้นก๊าซหุงต้มไม่ได้ ขึ้นค่าไฟไม่ได้ ขึ้นค่าก๊าซเอ็นจีวี แอลพีจี คนจนใช้ไม่ได้ ท่านจะต้องให้ข้อมูลเขา ไม่ใช่รับไปพิจารณาครับ ด้วยความเคารพครับ แล้วนอกจากนั้นก็อยากจะบอกว่าของขวัญปีใหม่ที่รัฐบาลจะให้คนจนนี่ ค่าไฟขึ้นใช่ไหมครับ บอกมาล่วงหน้าแล้วค่าเอฟที (FT) ผันแปร ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นอีก ๑๐ สตางค์ต่อหน่วย ใช่ไหมครับ นี่คือของขวัญปีใหม่ให้คนจน ใช่ไหมครับ ค่าก๊าซเอ็นจีวี แอลพีจีขึ้นแน่นอน ใช่ไหมครับ ๗๑ เปอร์เซ็นต์กับ ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ใช่ไหมครับ ปีหน้า ของขวัญให้คนจน ใช่ไหมครับ นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่ท่านจะให้อะไรอีก กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาคนจนพึ่ง รัฐบาลนี้ลดลงไป ๙,๐๐๐ ล้านบาทครับ จาก ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท เหลือ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทครับ คนจนตายลูกเดียว ตายลูกเดียว แล้วที่ผมอ่านมาให้ฟังนี้ครับ นมข้นขึ้น อิฐมวลเบาขึ้น ปูนขึ้นราคา แล้วรัฐบาลตอบไม่ได้ครับ แบะ แบะ แล้วไปพูดทําไมครับ จะกระชากค่าครองชีพ กระชากมันมี ๒ แบบครับ ท่านประธานครับ กระชากขึ้นกับกระชากลง แล้ววันนี้ผมบอกได้เลยว่า ค่าไฟที่ลด คนจนเคยได้ใช้ ๙๐ หน่วยต่อครัวเรือน วันนี้เหลือ ๕๐ หน่วยต่อครัวเรือน คนจน ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ตกขอบหายไปนะครับ ไม่มีสิทธินะครับ แล้วอย่างไรครับ บอกว่าเพื่อจะประหยัดเงิน ๑๒ สตางค์ต่อหน่วย ที่รัฐบาลเอามาจากคนรวยมาให้คนจนนี่ วันนี้คนรวยได้คืนใช่ไหม ๑๒ สตางค์ หมายความว่าหลังปีใหม่นี้ภาระค่าครองชีพของคนรวย มีอาคารบ้านช่องใหญ่โต ตึกรามบ้านช่องใหญ่โต อาคารพาณิชย์ใหญ่โตนี่ เสียค่าไฟลดลง หน่วยละ ๑๒ สตางค์ ใช่ไหมครับ คนจนเพิ่มขึ้น ใช่ไหมครับ ฉะนั้นผมเลยถามว่า มาตรการค่าครองชีพนี้ที่ผมบอกว่าเป็นการกระซวกคนจนมากกว่ากระชากค่าครองชีพนี่ ท่านจะสามารถรับปากไปแจ้งใน ครม. เศรษฐกิจได้ไหม ว่าต้องไม่ขึ้นราคาในปีหน้า น้ําท่วมจะตายกันอยู่แล้ว รายได้ไม่มีกันอยู่แล้ว คนตกงานอยู่แล้ว เพิ่มไปทําไมครับ นโยบายเปลี่ยนได้ อย่าให้คนจนตายครับ ตอบหน่อยครับว่าทําได้ไหมครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี ภูมิ สาระผล ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ รัฐบาลดูแลคนจนครับ ด้วยนโยบาย หลายเรื่องที่กําลังดําเนินการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจํานําข้าวที่จะให้เกษตรกรได้รับเงิน เกวียนละ ๑๕,๐๐๐ บาท เกวียนละ ๒๐,๐๐๐ บาท นโยบายค่าแรงที่จะเพิ่มขึ้น แล้วในขณะเดียวกันในหลายส่วนที่รัฐบาลพยายามไปลดค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่ในบางอย่างปัจจัยเกี่ยวกับราคาสินค้ามันไม่ใช่ปัจจัยภายในเพียงอย่างเดียว เป็นปัจจัย ที่เกี่ยวกับภายนอก ภายนอกประเทศซึ่งมีกลไกที่มาก บางอย่างเราอาจจะควบคุมได้ บางอย่างเราอาจจะควบคุมได้ไม่เพียงพอ เช่น พวกน้ํามันหรือสินค้าอื่น ๆ ที่เป็นสิ่งที่จะต้อง นําเข้าจากต่างประเทศ ถ้าหากรัฐบาลไม่ปล่อยให้กลไกในระดับที่รัฐบาลควบคุมได้เป็นไป ตามกลไกตลาด โดยเราจะไปควบคุมเสียทุกอย่างโดยไม่ยอมรับความจริงกันเสียบ้าง ก็เหมือนกับว่าเรากําลังจะทําให้คนจนส่วนหนึ่งหรือประชาชนทั่วไปก็อาจจะได้รับผลกระทบ เช่นนั้น ฉะนั้นข้อมูลที่ท่านได้พูดมาทั้งหลาย ทั้งหมดทั้งปวงนี้กระผมก็จะน้อมรับแล้วก็ จะนําไปปรึกษาหารือเพื่อจะให้เป็นประโยชน์มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทําได้ ขอกราบเรียน ท่านประธานครับ
ท่านจุติครับ หมดแล้วครับ ท่านถามได้ ๓ คําถามครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมทําตามกติกาครับ ผมฝากรัฐมนตรีครับ ขอกราบขอบพระคุณที่ท่านให้เกียรติมาตอบผม แต่ช่วยนําข้อความนี้ ไปบอกรัฐบาลด้วยว่าอย่าฆ่าคนจนในปีใหม่เลยครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปเป็น กระทู้ถามทั่วไปนะครับ
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๑๙ เรื่อง การบริการสาธารณะด้านคมนาคม (โครงการรถเมล์ฟรี) (นายวัชระ เพชรทอง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม
เชิญท่านวัชระ เพชรทอง
(นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านรังสิมา มีอะไรครับ อยู่ในวาระกระทู้ถามอยู่นะครับ
เมื่อกี้วาระกระทู้ถามสด นี่วาระกระทู้ถามแห้งแล้ว
ครับ
เมื่อกี้ท่านประธานบอกว่า ให้จบวาระนี้ก่อนแล้วค่อยให้ดิฉันประท้วง ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม คือดิฉันจะหารือท่านประธานว่าเมื่อวานนี้ ท่านเปิดประชุมสภา ๒ ชั่วโมงแล้วท่านก็ปิดประชุมเร็ว ประชุมแค่ชั่วโมงเดียว คือหารือไป ชั่วโมงหนึ่งแล้วก็ประชุม ๑ ชั่วโมง แล้วท่านก็ปิด ๓ โมงเย็น เสียค่าไฟ เสียค่าอาหาร เสียเวลา สภาผู้แทนราษฎรทํางานไม่เต็มเงินเดือนเลย แล้วคนเขาเดือดร้อนกันทั้งประเทศ ส.ส. ยกมือจะหารือ ท่านก็ปิดสภาเพื่อที่จะไปงานศพ อย่างนี้ดิฉันไม่เห็นด้วย ไม่ใช่ประธานคนนี้ ท่านฟังดิฉันก่อนอย่าเพิ่งเถียงค่ะ ท่านประธานฟังค่ะ คือวันนี้อีกก็เช่นกัน เมื่อวานนี้แทนที่ว่า จะเลิกเร็ว สมาชิกขอหารือ ท่านน่าจะหารือเรื่อยไปก่อนแล้วก็ปิดสัก ๔ โมง ๕ โมงก็ยังพอว่า เพราะว่า ส.ส. ได้หารือ วันนี้ดิฉันก็มาแต่เช้าอีก จะหารือก็ไม่ได้หารืออีกนะคะ ยกมือก็ไม่ได้อีก ก็เลยอยากจะเรียนท่านประธานว่าเมื่อกี้นี้ท่านประธานหารือไว้นะคะ เมื่อเช้านี้ท่านก็มาช้า ทําให้คนอื่นที่เขามายื่นแต่เช้าก็ไม่ได้หารือ เสียเวลา ท่านต้องมาทําหน้าที่ให้ตรงเวลานะคะ แล้วก็อย่าปิดเร็ว ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ แจ้งบอกว่าพรุ่งนี้ให้มารับเอกสารงบประมาณที่จะเข้าสภา วันที่ ๔ วันที่ ๕ วาระ ๒ วาระ ๓ แล้วมันหยุดตั้ง ๓-๔ วัน แล้ววันนี้เขากลับกันไปหมดแล้ว แล้วให้ ส.ส. มารับวันพรุ่งนี้ ใครเขาจะมารับคะ แล้ววันนี้ทําไมไม่แจกไปเลย ไม่ต้องเสียเวลา ช่วยประสานให้เอามาแจกภายในวันนี้นะคะ เพราะว่าถ้าพรุ่งนี้จะไม่มีใครมารับเลย แล้ววันที่ ๔ เปิดมาก็ประชุมแล้ว
อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องอาวุธนะคะ ที่จะตรวจอาวุธ ดิฉันเสนอมาตั้งแต่เริ่ม เป็น ส.ส. สมัยแรกแล้วว่าสภาเรามีเครื่องตรวจ มันมีอภิสิทธิ์ ส.ส. ไทยมันแปลก พอ ส.ส. มา ส่วนใหญ่จะไม่ตรวจ แล้วท่านก็ทราบดีว่า ส.ส. ส่วนใหญ่ก็พกปืนกันทุกคน ดิฉันจึงบอกว่าต่อไปมันจะเหมือนสภาต่างประเทศ พอเวลามีอะไรมันก็ยิง
ท่านรังสิมา มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านเหวงครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต ท่านประธานครับ ขอให้ท่านผู้อภิปรายถอนคําว่า ส.ส. ผู้ชายพกอาวุธทุกคนครับ ขอให้ถอนครับ ไม่จริงครับ พกปืนครับ ขอให้ถอนนะครับ เพราะไม่เป็นความจริงครับ แล้วผมกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่าตรงนี้เสียหายหมดนะครับ ผมเองเท่าที่รู้จัก ส.ส. ไม่พบว่ามี ส.ส. คนใด พกปืนนะครับ ดังนั้นขอให้ท่านรังสิมาโปรดถอนแล้วโปรดพูดใหม่ด้วยครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
อย่างนี้ คุณรังสิมาครับ ต้องขอความกรุณาครับ เพราะว่ามันอยู่ในวาระ เดี๋ยวคนอื่นว่าผมไม่ปฏิบัติตาม จะขอหารือในช่วงคั่นกลาง เรื่องที่ท่านให้ถามเมื่อกี้ เรื่องหนังสืองบประมาณนะครับ ได้สอบถามแล้วว่ายังไม่เสร็จ แต่จะเสร็จพรุ่งนี้ แล้วจะส่งให้ถึงมือผู้แทนราษฎร โดยประสาน กับไปรษณีย์ไม่เกินเที่ยงวันที่ ๓๑ จะส่งให้นะครับ ไม่ให้มารับ ให้ท่านได้เข้าใจส่วนที่ท่านให้ ตรวจอาวุธปืน ผมต้องเรียนท่านว่าตอนนี้ผมก็ได้เรียกเจ้าหน้าที่มากําชับแล้ว ก็คือท่านต้องเข้าใจด้วยว่า ทุกครั้งเราก็ให้เกียรติท่านผู้แทนราษฎร แต่ผมไม่เชื่อว่า ส.ส. พกปืนมาในสภา แต่ว่าถ้าท่านได้พูด ผมก็จะให้เข้มข้นนะครับ จะให้ตรวจทุกคน แล้วก็ขอความร่วมมือจากท่านผู้แทนราษฎร ทุกท่านนะครับ อย่าโกรธเวลาตรวจค้นกระเป๋าอะไรอย่างนี้ เพราะทุกครั้งได้ให้เกียรติ แต่ว่าต่อไปนี้ผมจะให้ตรวจทุกคนอย่างเข้มข้น เอาแบบสนามบินนะครับ จะได้สบายใจทุกท่าน แต่ว่าท่านรังสิมา ผมคงไม่ให้ท่านหารือต่อแล้วครับ เพราะว่าเดี๋ยวจะเป็นเรื่องคนอื่นทําตาม ไม่ได้นะครับ เชิญครับ ท่านเหวงครับ มีผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านรังสิมาท่านได้พูดคําว่า ส.ส. ผู้ชายพกปืนเกือบจะทุกคน หรือทุกคนอะไรแบบนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องสําคัญนะครับ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธานได้ โปรดวินิจฉัยด้วยว่า ให้ท่านรังสิมาได้โปรดถอนคําพูดดังกล่าวแล้วพูดใหม่ครับว่า ส.ส. ในสภา แห่งนี้ไม่มีผู้ใดพกปืนแม้แต่คนเดียวนะครับ ด้วยความเคารพครับ
คืออย่างนี้ ท่านรังสิมาครับ เราอยู่ด้วยกันมานาน ผมยังไม่เคยเห็น ส.ส. คนไหนพกปืนครับ ก็ขอให้ท่านถอน ก็แล้วกันครับ ประโยคนี้ผมขอให้ท่านถอน
ท่านฟังดิฉันก่อนนะคะ ไปถอดเทปได้เลย ดิฉันไม่ได้บอกว่า ส.ส. ผู้ชายพกปืน ดิฉันบอกว่า ส.ส. พกปืนกันทุกคนล่ะ แต่ไม่ได้บอกว่าพกปืนเข้าสภา ดิฉันจะพูดต่อก็ยังไม่ทันได้พูดอย่างไรคะ คืออย่างนี้ดิฉันอธิบาย ให้ท่านฟัง คือ ส.ส. พกปืนกันทุกคนล่ะ แต่ว่าบางวันมันลืม ดิฉันยังเคยลืมเลย เอาเข้ามาในสภา เพราะว่าเครื่องมันเสีย ดิฉันจึงจะบอกว่าเครื่องตรวจมันไม่ทํางาน มีไว้เหมือนเป็นเจดีย์
คืออย่างนี้ ท่านรังสิมาตรงนี้ผมว่าถอนเถอะครับ เพราะว่าบางคนเขาไม่พกปืน ผมก็ไม่มีปืน อย่าพูดถึงเรื่องนี้เลยครับ เพราะว่าไม่ได้พกปืนก็แล้วกันครับ แล้วก็ท่านรังสิมา ผมเข้าใจท่าน ท่านก็เป็น ส.ส. ยอดเยี่ยม ได้รางวัลมาแล้วจากนักข่าว แต่ว่าท่านถามอย่างนี้ไม่ได้ครับ เพราะว่าเดี๋ยวคนอื่นเขาจะเอามาแทรกวาระกระทู้ถามสด กระทู้ถามแห้งอีกนะครับ ผมขอเถอะครับ ท่านได้ถอนก็พอแล้วครับ
อันนี้ดิฉันไม่ได้หารือนะคะ ดิฉันประท้วงไว้ตั้งแต่คราวที่แล้ว แล้วท่านประธานบอกว่ายังไม่ได้เข้าวาระเลย รอเข้าวาระ ให้เสร็จก่อนแล้วคุณค่อยประท้วง ดิฉันก็รอจนกระทู้ถามสดเสร็จ ดิฉันถึงได้ประท้วง ดิฉันไม่ได้ประท้วงระหว่างกระทู้ถามนะคะ นี่ไม่ได้หารือค่ะ หาเรื่องค่ะ
ท่านรังสิมา อย่าหาเรื่องเลย ปีใหม่แล้วครับ พอแล้วครับ ผมว่าพอแล้วครับท่าน บรรยากาศกําลังดี ผมว่าพอแล้วครับ ท่านประท้วงเรื่องอะไร ผมว่าพอสมควรแล้วครับ เชิญท่านวัชระ เพชรทอง คนอื่นผมไม่อนุญาตครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับผมได้ รอท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พลอากาศเอก สุกําพล สุวรรณทัต หรือรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก มาเป็นระยะเวลา ๑ สัปดาห์ ซึ่งต้องการจะถามกระทู้ถามเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเรื่องที่ท่านจะยกเลิก รถเมล์ฟรีของพี่น้องประชาชน จะยกเลิกรถไฟฟรีของพี่น้องประชาชนสรุปว่าปีหน้าตั้งแต่ วันที่ ๑๖ มกราคม เป็นต้นไป พี่น้องคนยากคนจนไม่มีรถเมล์ฟรีนั่งแล้วหรือไม่มีรถไฟฟรี ไปเชียงใหม่ ไม่มีรถไฟฟรีไปอุบลราชธานี ไม่มีรถไฟฟรีไปอุดรธานีหรือไม่มีรถไฟฟรีไปปักษ์ใต้แล้ว หรืออย่างไร ท่านประธานครับ ผมเรียกร้องให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรี พ่อตาให้มาตอบ ไม่ใช่ส่งรัฐมนตรีพ่อเพื่อนผมมาตอบ ซึ่งท่านไม่ได้มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้รับมอบหมายในการแบ่งราชการในการให้กํากับดูแล ขสมก. แต่อย่างใด ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงขออนุญาตหารือไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นพ่อเพื่อนกับผม ที่ท่านจะมาตอบในกระทู้ถามนี้ ขอให้ท่านได้กลับไปบอกรัฐมนตรีว่าการ หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการ ที่ได้รับมอบหมายกํากับดูแล ขสมก. ให้มาตอบในสัปดาห์หน้าได้หรือไม่ เพราะเรื่องนี้เป็น เรื่องใหญ่เป็นเรื่องความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนที่ขึ้นรถเมล์ฟรีวันละล้านคน ในกรุงเทพมหานคร และขึ้นรถไฟฟรีทั่วประเทศ
ท่านวัชระ คงเลื่อนไม่ได้แล้ว แต่ว่าเป็นสิทธิของรัฐมนตรีว่าการที่ให้รัฐมนตรีช่วยว่าการมาตอบท่าน ถามได้เลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ท่านไม่ลองถาม รัฐมนตรีช่วยว่าการก่อนหรือครับว่าท่านจะเห็นด้วยกับข้อเสนอของผมหรือไม่ เพราะท่านก็นั่งอยู่ตรงนั้น ถ้าท่านเห็นด้วยกับข้อเสนอของผม ผมยินดีที่จะเลื่อนกระทู้ถาม ไปสัปดาห์หน้าครับ ขอได้โปรดถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม กิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ตําแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านวัชระอยากจะให้ผมไปหารือกับรัฐมนตรีว่าการหรือรัฐมนตรีที่ควบคุมดูแล ผมก็ยินดี ที่จะไปดําเนินการให้ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี กิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ เป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นในสัปดาห์หน้า ขอได้โปรดบรรจุกระทู้ถามของผมเป็นกระทู้ถามแรกในกระทู้ถามทั่วไป เพราะผมต้องการ ให้รัฐบาลนั้นมอบของขวัญปีใหม่ให้กับคนจน ด้วยการต่ออายุโครงการรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี ให้กับพี่น้องคนจนทั่วประเทศ ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้บอกว่าจะคืนความสุขให้ กับพี่น้องประชาชน รัฐบาลนี้บอกว่าจะ
ท่านวัชระครับ ตกลงท่านจะไปถามอาทิตย์หน้าครับ ผมจะเชิญท่านอื่นแล้วครับ ตอนนี้ท่านไม่ต้องอภิปรายท่านนั่งลงพอแล้วอาทิตย์หน้าครับ เชิญนั่งครับ
ขออนุญาตพูดขอบคุณประธาน ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธานและขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมไว้ในโอกาสนี้ ท่านเป็นตัวอย่างที่ดีครับ ขอให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบตรง ๆ มาตอบคําถามตรงไปตรงมา เป็นนายพลก็ไม่กลัวครับ ท่านประธาน
กระทู้ถามที่ ๒
๑.๒.๔ กระทู้ถาม ที่ ๑๓๔ เรื่อง นโยบายด้านสื่อสารมวลชน (นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพกระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้ตั้งกระทู้ถาม เรื่อง นโยบายด้านสื่อสารมวลชน ไม่ได้ถาม นายกรัฐมนตรี ถามรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีโดยตรง เหตุผลที่ตั้งคําถาม กับรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีโดยตรง ก็เนื่องจากว่าคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีทําหน้าที่กํากับดูแลองค์กรและรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องกับสื่อ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสื่อของรัฐจึงต้องตั้งคําถามกับท่านโดยตรงนะครับ และต้องขอขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูงที่ท่านได้ให้เวลามาตอบกระทู้ถามนี้ให้ความสําคัญ กับกระทู้ถามนี้ ผมตั้งคําถามนี้ขึ้นมาก็เนื่องจากว่า ในคําแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีการระบุนโยบายทางด้านสื่อสารมวลชนไว้ชัดเจนมาก แล้วก็เป็นครั้งแรกที่เขียนนโยบายไว้ค่อนข้างละเอียด หนึ่งในนั้นที่ระบุไว้ก็คือจะส่งเสริม ให้ประชาชนมีโอกาสได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ สื่อสารมวลชนและสื่อสาธารณะ ทุกประเภทได้อย่างกว้างขวางรวดเร็ว ถูกต้อง เป็นธรรม จะมีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ที่เป็นอุปสรรคต่อการทําหน้าที่ของสื่อสารมวลชน แล้วก็จะส่งเสริมให้สื่อสารมวลชน ทุกประเภทมีอิสระและมีเสรีภาพในการเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม และตระหนักต่อจรรยาบรรณของสถาบันสื่อสารมวลชน รวมทั้งส่งเสริมให้มีการสร้างดุลยภาพ ของข่าวสาร แต่ท่านประธานที่เคารพเวลาผ่านไป ๕ เดือนแล้ว ผมยังไม่เห็นรูปธรรม ของนโยบายนี้เลย ไม่เห็นว่าที่เขียนไว้เป็นนโยบายออกมาเป็นโครงการเป็นแนวทาง เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้เลย สําคัญที่สุดก็คือไม่เห็นบทบาทของรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ทําหน้าที่ดูแลกํากับงานด้านสื่อสารมวลชนของรัฐ ท่านประธานที่เคารพ ต้องเรียนท่านประธานว่า รัฐบาลนี้โชคดีที่เข้ามาบริหารประเทศท่ามกลางการบริหารจัดการสื่ออย่างเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง มาโดยตลอด ก็ทําให้แรงปะทะแรงเสียดทานที่สื่อมวลชนจะมีกับรัฐบาลใหม่น้อยมาก ซึ่งก็ต้องถือว่าเป็นความโชคดี ขณะเดียวกันสื่อสารมวลชนทั้งของรัฐ ทั้งของเอกชน ทั้งสื่อกระแสหลัก ทั้งสื่อทางเลือก จํานวนไม่น้อยอยู่ในภาวะที่อ่อนเปลี้ยเพลียแรง ไม่อาจจะที่จะเป็นอุปสรรค ไม่อาจที่จะเข้ามาทําหน้าที่ในการตรวจสอบการทํางาน ของรัฐบาลอย่างเข้มข้นได้ ในช่วง ๔-๕ เดือนที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เกี่ยวข้องกับ ด้านสื่อสารมวลชนหลายเรื่องหลายราวทีเดียว ถ้าจะใช้โอกาสนี้ในการทบทวนในรอบปี ก็น่าจะได้ ก่อนที่รัฐบาลจะเข้ามาบริหารประเทศก็เกิดปัญหาทางด้านจริยธรรม ทางด้านสื่อที่คนของรัฐบาลเข้าไปมีส่วนในการบริหารจัดการจนก่อให้เกิดความคลางแคลงใจ และเป็นแผลร้ายสําหรับวงการสื่อสารมวลชนมาแล้วตั้งแต่ช่วงเลือกตั้ง การบริหารจัดการ ด้วยการใช้เงินแค่ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ไปแลกกับการเลี้ยงตอบแทนคนทํางานสื่อ แลกกับการเสนอข่าวสารทางด้านบวก นั่นก็เป็นภาพที่ไม่สวยงามที่เกิดขึ้น อันเป็นผลมาจาก การกระทําของคนในรัฐบาลของท่าน ก็นึกว่าเรื่องนั้นจะจบลงด้วยความเข้าใจว่า เพราะมีสภาวิชาชีพของสื่อที่เขาได้หยิบยกขึ้นมาแล้วก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ก็นึกว่าเรื่องนี้รัฐบาลจะตระหนักจะเข้าใจ แต่ปรากฏว่าก็กลับไปตั้งคนที่สังคม เคลือบแคลงสงสัย คนในแวดวงวิชาชีพสื่อก็เคลือบแคลงสงสัยเข้ามาทํางานอยู่ข้างตัว รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีที่ดูแลสื่ออีก ซ้ําร้ายไปกว่านั้นก็คือผลจากการที่ท่านทํา ในเรื่องนี้ก่อให้เกิดความแตกแยกในวงการสื่ออย่างรุนแรง ทําให้สภาวิชาชีพซึ่งเกิดขึ้น เพื่อควบคุมกันเองของคนในวงการสื่อสารมวลชนด้านหนึ่งก็คือด้านสิ่งพิมพ์นี่แตกแยก สภาวิชาชีพไม่ได้รับการยอมรับ พูดง่าย ๆ ว่าวันนี้สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติกลายเป็น เป็ดง่อยไป ดูแลควบคุมกันเองไม่ได้ เรื่องยังไม่มีเพียงเท่านั้นนะครับ เหตุการณ์อื่นก็ตามมา ขึ้นมาเป็นรัฐบาล นักข่าวโทรทัศน์ไปตั้งคําถามที่ตอบยาก หรือตอบไม่ได้เข้าก็เลยพาล ก่อให้เกิดเหตุการณ์ขู่คุกคามทางโลกไซเบอร์ (Cyber) แล้วก็นําไปสู่คดีความก็ว่ากันไป การบริหารจัดการสื่อในช่วงที่ท่านขึ้นมาดูแลรับผิดชอบ เข้ามาปุ๊บสื่อมวลชนของรัฐ ในกํากับดูแล อย่างน้อยที่สุดกรมประชาสัมพันธ์ที่ดูแลสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ เข้ามาก็ถอดรายการ โทรทัศน์ที่ไม่เป็นพวกตัวเองออกไป ยกตัวอย่างเช่น รายการของอาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ถูกถอดออกจากช่อง ๑๑ ข้อหาก็เพียงว่า มีคนร้องเรียน ร้องเรียนว่าเสนอข่าว เสนอเนื้อหาที่ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นกลาง ผมก็สงสัยว่า รายการโทรทัศน์ ๔ รายการของอาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ทํารายการมายาวนาน แต่ละรายการก็เป็นไปคนละแนวกัน ถามว่ามีคนร้องเรียนทุกรายการเลยหรือ ใช้มาตรฐานนี้ สําหรับทุกรายการหรือเปล่าถึงถอดออกจากทางผังรายการ รายการทางสถานีวิทยุ กรมประชาสัมพันธ์ เอฟเอ็ม (FM) ๑๐๕ ก็ไปถอดของเขาออกอีก บริหารจัดการกันแบบนี้ละครับ แล้วถามว่าเอารายการที่ความเห็นไม่ตรงกับตัวเองออกแล้วทําอย่างไร ก็พาเหรด (Parade) คนในพรรคพวกของรัฐบาลเองเข้าไปทําแทนเป็นผู้ผลิตรายการร่วม ก็ไปเบียดแทรก คนที่ทํางานอยู่แล้วในช่อง ๑๑ ในกรมประชาสัมพันธ์ เข้าไปทําแทนเขา แล้ววันนี้สถานีโทรทัศน์ที่เป็นของรัฐอย่างช่อง ๑๑ ก็กลายเป็นสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาล ภาคส่วนอื่น ๆ ไม่มีโอกาสหรอกครับที่จะเข้ามาทําหน้าที่ ไม่มีหรอกครับ ไม่มีโอกาสจะได้ใช้ พื้นที่สื่ออย่างช่อง ๑๑ หรอกครับ ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีเอง ท่านก็พูดมาตั้งแต่รับตําแหน่งใหม่ ๆ ว่า เมื่อมีคนไปถามว่าจะเปิดพื้นที่ให้กับฝ่ายค้านได้มี โอกาสใช้สถานีโทรทัศน์หรือสถานีวิทยุของรัฐ เพื่อถ่วงดุลกับรัฐบาลหรือเพื่อเป็นช่องทาง ในการแสดงความคิดความเห็นหรือไม่ ท่านก็บอกว่าไม่มี ไม่มีรัฐบาลไหนเขามี รัฐบาลที่แล้ว ก็ทําให้เห็นแล้วอย่างไรครับ บอกให้ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรไปจัดรายการ แต่พรรคของท่านไม่มีผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็เอา เอาวิปฝ่ายค้านไปแทนก็ได้ ก็เปิดโอกาสเปิดช่อง แต่ช่อง ๑๑ ของท่านเวลานี้ไม่มีเปิดช่องทางเหล่านี้ให้อีกแล้ว ทําไมถึงเป็นอย่างนั้นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผลจากการที่ท่านเข้าไปบริหารจัดการสื่อ อย่างค่อนข้างจะเข้มข้นและต่อเนื่อง ทั้งสื่อของรัฐ ทั้งสื่อของเอกชน ทั้งสื่อกระแสหลัก ทั้งสื่อกระแสรอง ท่านมีอยู่ในกํามือของท่าน ครบถ้วน สิ่งที่ตามมาคืออะไรครับ มีข้อกังขา ในเรื่องจรรยาวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อในประเทศนี้ขึ้นมา หลักจรรยาวิชาชีพพื้นฐาน ก็คือว่า สื่อจะต้องเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องรอบด้าน เป็นกลางและให้ความเป็นธรรมกับ ผู้เกี่ยวข้อง บัดนี้จริยธรรมพื้นฐานเหล่านั้นถูกละเมิดอยู่ตลอดเวลาด้วยความไม่สํานึกในหน้าที่ เมื่อจริยธรรมพื้นฐานถูกละเมิดความรับผิดชอบต่อสังคมก็ไม่มี ทําไมวันนี้เราถึงได้เห็น ข้อความล่วงละเมิดจาบจ้วงสถาบันหลักของชาติไปปรากฏอยู่ในสื่อมวลชนประเภทต่าง ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เพียงแต่ในอินเตอร์เน็ต (Internet) หรอกครับ ในสื่อกระแสหลักนี่นะครับ ถ้าท่านได้อ่านหนังสือพิมพ์ ได้ตรวจโฆษณา ท่านก็จะได้พบเห็นข้อความเหล่านี้ปรากฏอยู่ ถามว่าท่านได้เข้าไปดูแลสิ่งเหล่านี้บ้างหรือไม่ ความที่สื่อสารมวลชนในประเทศนี้ถูกปู้ยี่ปู้ยํา จากการบริหารจัดการบ่อยครั้งต่อเนื่อง มันทําให้การทําหน้าที่ของสื่อซึ่งสังคมคาดหวังว่า จะเป็นที่พึ่งหวังของสังคม ก็ไม่สามารถที่จะเป็นจริงอย่างนั้นได้ สิ่งที่ผมจะต้องสอบถามจากรัฐบาลก็คือว่ารัฐบาลได้มองภาวการณ์แบบนี้ด้วยความรู้สึกอย่างไร มันดีอยู่แล้วใช่ไหม สื่อมวลชนของประเทศนี้ทําหน้าที่ได้ถูกต้องได้ครบถ้วนดีอยู่แล้วใช่ไหม ผมไม่ได้ตั้งคําถามเพื่อให้ท่านไปแทรกแซงหรือไปก้าวก่ายการทําหน้าที่ของสื่อละครับ แต่บทบาทของรัฐบาลสามารถที่จะนําเสนอได้ สามารถที่จะจัดวาระสังคมเพื่อที่จะให้สื่อ ทั้งระบบได้ปรับปรุงการทํางานได้ อย่าลืมว่าผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนปัจจุบันนี้ เพิ่มจํานวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีสื่อทางเลือกอื่น ๆ เกิดขึ้นมากมาย ผู้คนที่เข้ามาสู่วิชาชีพนี้ ก็มีมากขึ้นและอยู่กันอย่างอิสระ ท่านจะดูแลและสนับสนุนให้คนเหล่านี้ได้ทําหน้าที่ที่ถูกต้อง อย่างไร
คําถามแรก ก็คือว่ารัฐบาลมีแผนงานใดบ้างหรือไม่ที่จะส่งเสริมให้สื่อมวลชน ตระหนักต่อจรรยาบรรณ และมีความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นคําถามแรก
เชิญท่านรัฐมนตรีกฤษณา เชิญครับ
กราบเรี ยนท่ำนประธานสภาที่ เคารพ ดิ ฉั น นางสาวกฤษณา สี หลั กษณ์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี จริง ๆ แล้วได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี เนื่องจากในเอกสารปรากฏว่าท่านถามนายกรัฐมนตรี จึงได้มอบหมายให้ดิฉันมา ตอบคําถามของท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งต้องขอบคุณท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ที่ได้ให้ความสนใจในนโยบาย ด้านสื่อสารมวลชนของรัฐบาล ดิฉันขอชี้แจงดังนี้นะคะ ซึ่งดิฉันเองได้รับมอบหมาย และมอบอํานาจให้สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ ได้รับมอบหมายให้กํากับดูแลรัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน คือบริษัท อสมท. จํากัด ต่อคําถามแรกที่ท่านถามว่ารัฐบาลมีแผนงานใดบ้างหรือไม่ที่จะส่งเสริมสื่อมวลชน ให้ตระหนักต่อจรรยาบรรณ แล้วก็มีความรับผิดชอบต่อสังคม การส่งเสริมให้สื่อมวลชน ตระหนักต่อจรรยาบรรณและมีความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นรัฐบาลได้แถลงนโยบายไว้ ต่อสภาแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ แสดงถึงเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นที่รัฐบาล จะส่งเสริมให้สื่อมวลชนทั้งที่เป็นสื่อของรัฐ สื่อภายใต้การกํากับดูแลและสื่อมวลชนอื่นทั่วไป ตระหนักให้ความสําคัญในการทําหน้าที่สื่อมวลชน ซึ่งจะต้องมีเสรีภาพควบคู่ไปกับ ความรับผิดชอบของสังคมที่เรียกว่าเสรีภาพบนความรับผิดชอบที่จะต้องส่งเสริมให้เรื่องนี้ รัฐบาลมีแผนสนับสนุนที่สําคัญ คือ
ประการที่ ๑ รัฐบาลจะสร้างความเข้มแข็งให้กับกลไกควบคุมกันเอง ของวิชาชีพโดยสนับสนุนให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสื่อมวลชนทุกแขนง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรมประชาสัมพันธ์และบริษัท อสมท. จํากัด ให้ร่วมเป็นสมาชิกองค์กรวิชาชีพ ส่งเสริมวิชาชีพของสื่อมวลชนให้มีความเข้มแข็ง มีอิสระและเป็นเอกภาพจนสามารถ กําหนดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพเป็นที่ยอมรับของผู้ประกอบการสื่อมวลชนอย่างกว้างขวาง อันจะเกิดกลไกการควบคุมกันเองของวิชาชีพในที่สุด
ประการที่ ๒ การสร้างแบบอย่างในการนําเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างตระหนัก ในจรรยาบรรณและรับผิดชอบต่อสังคม ดิฉันเองมีนโยบายส่งเสริมให้สื่อของรัฐ สื่อภายใต้ กํากับเป็นแบบอย่างในการนําเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างตระหนักในจรรยาบรรณ และรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งดิฉันเองก็มอบหมายให้หน่วยงานไปดําเนินการอย่างเป็นรูปธรรม
ประการที่ ๓ การสร้างความเข้มแข็งให้กับกลไกทางสังคม ดิฉันได้ให้นโยบาย กับกรมประชาสัมพันธ์และบริษัท อสมท. จํากัด เป็นสื่อแกนนําที่จะรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดกลไกทางสังคมในการที่จะติดตามจรรยาบรรณของสื่อมวลชน กล่าวคือ ให้ผู้บริโภคสื่อทุกแขนงเป็นผู้เฝ้าระวังตรวจสอบแล้วก็สะท้อนอันที่จะเป็นกลไก ในการประเมินจรรยาบรรณต่อการนําเสนอของสื่อมวลชน โดยกรมประชาสัมพันธ์ ก็กําลังเตรียมจัดทําโครงการกระตุ้นเตือนจรรยาบรรณและความรับผิดชอบของสื่อมวลชน โดยประสานงานร่วมกับสถาบันการศึกษาองค์กรภาคเอกชน องค์กรประชาชนที่เกี่ยวข้อง และรณรงค์ให้สื่อสารมวลชนทุกคนในสังคมได้ตระหนักและเฝ้าระวังจรรยาบรรณ ของสื่อมวลชนนะคะ นอกจากนี้ในกรมประชาสัมพันธ์และบริษัท อสมท. จํากัด ก็ต่างมีกลไกภายในเพื่อควบคุมกันเอง โดยมีระเบียบต่าง ๆ ที่จะกําหนดจรรยาบรรณวิชาชีพ แล้วก็ระเบียบต่าง ๆ ที่จะป้องกัน การละเมิดได้ แล้วก็มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม มีการรับข้อร้องเรียนจากประชาชน ทั้งทางกรมประชาสัมพันธ์แล้วก็บริษัท อสมท. จํากัด ส่วนประการอื่น ๆ ที่ท่านได้กล่าวมายืดยาว ดิฉันเรียนว่าขอน้อมรับอื่น ๆ นั้นเป็นคําแนะนํา ที่ท่านมอบให้แล้วกันนะคะ เพื่อที่จะไปพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ
ท่านอภิชาตเชิญครับ ให้ท่านอภิชาตถามก่อนครับ ท่านบุญยอดประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ ในระบบบัญชีรายชื่อ ผมคิดว่าท่านประธาน ต้องควบคุมข้อบังคับนะครับ รัฐมนตรีเอาเอกสารอะไรมาอ่าน ตกลงท่านตอบเองหรือว่า ท่านมีคนเขียนสคริปต์ (Script) ให้เหมือนนายกรัฐมนตรีอย่างนั้นหรือครับ ต้องควบคุมว่า ไม่ให้เอาเอกสารมาอ่านนะครับ
ท่านมีสิทธิที่จะเอามาตอบนะครับ ไม่มีข้อห้ามไม่ให้รัฐมนตรีอ่านเอกสารนะครับท่านบุญยอด ท่านนั่งลงให้ท่านอภิชาตถามดีกว่า เชิญครับ ท่านมีอะไรครับ
เรียนท่านประธานครับ บุญยอดอีกครั้งครับ ผมประท้วงตามข้อบังคับ ข้อบังคับบอกว่าไม่ให้นําเอกสารมาอ่าน ในการอภิปรายนะครับ นอกจากได้รับอนุญาตจากประธาน ท่านรัฐมนตรีก็ไม่เคยขออนุญาต อันนี้ผมว่าตามข้อบังคับนะครับท่านประธาน
ผมอนุญาตให้อ่านได้ เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่กรุณาชี้แจงข้อซักถามตามกระทู้ถาม แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจนก็ขอเอกสารที่ท่านได้กรุณาอ่านเมื่อสักครู่นี้มอบให้ท่านประธาน แล้วก็ผมขอสักชุดด้วยนะครับ เพราะที่ขอก็เนื่องจากว่านี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็น ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีที่กํากับดูแลสื่อแล้วก็พูดถึงเรื่องแนวทาง ในการบริหารจัดการสื่อ เมื่อสักครู่นี้ผมต้องขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งนะครับ ผมตั้งกระทู้ถามนี่ถามรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีจริง ๆ นะครับ ในสําเนาที่ผมได้ส่ง เจ้าหน้าที่สภา แต่ว่าเมื่อมาเป็นเอกสารของสภากลายเป็นว่าเป็นกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี ผมไม่ได้ตั้งใจจะถามนายกรัฐมนตรี ผมตั้งใจจะถามท่านโดยตรงครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๖ ระบุไว้ชัดเจนครับ พนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนที่ประกอบกิจการ หนังสือพิมพ์วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือสื่อมวลชนอื่น ย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าว และแสดงความคิดเห็นภายใต้ข้อจํากัดตามรัฐธรรมนูญ โดยไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติ ของหน่วยราชการหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าของกิจการนั้น แต่ต้องไม่ขัดต่อจริยธรรม แห่งการประกอบวิชาชีพ และมีสิทธิตั้งองค์กรเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรม รวมทั้งมีกลไกควบคุมกันเองของวิชาชีพ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี สนับสนุนให้ผู้ประกอบการทางด้านนี้มีกลไกในการควบคุมกันเอง แล้วก็เป็นเรื่องน่ายินดี ที่ท่านสนับสนุนให้ช่อง ๙ ได้มีโอกาสได้เข้าไปเป็นสมาชิกในสภาวิชาชีพ แต่ท่านประธาน ในวรรคสองของมาตรา ๔๖ เขาบอกว่า ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ในกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือสื่อมวลชนอื่น ย่อมมีเสรีภาพเช่นเดียวกับพนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนของวรรคหนึ่ง และในวรรคสาม การกระทําใด ๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าของกิจการอันเป็นการขัดขวางหรือแทรกแซงการเสนอข่าว หรือแสดงความเห็น ในประเด็นสาธารณะของบุคคลตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง ให้ถือว่าเป็นการจงใจใช้อํานาจหน้าที่ โดยมิชอบและไม่มีผลใช้บังคับ เว้นแต่เป็นการกระทําเพื่อเป็นไปตามกฎหมาย หรือจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพ ผมยกเรื่องรัฐธรรมนูญขึ้นมาอ่านให้ท่านประธานได้ฟังก็เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญมาตรานี้ เป็นหัวใจสําคัญของการพัฒนาวิชาชีพสื่อและเป็นบทบัญญัติที่มีมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ยกมาทั้งเค้าทั้งกระบิมาอยู่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แสดงให้เห็นว่าต้องการที่จะให้ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านนี้ ไม่เฉพาะแต่ภาคเอกชนเท่านั้น แต่สื่อมวลชนของรัฐก็ต้องได้รับ การคุ้มครองอันนี้ด้วย สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือว่าที่ผ่านมาเราไม่เห็นรัฐบาลในช่วง ๔-๕ เดือน ที่ผ่านมาได้พยายามที่จะยกระดับคุณภาพสื่อในการกํากับดูแลของรัฐให้สามารถเติบโตขึ้นมาได้ เพื่อที่จะแข่งขันกับสื่ออื่น ๆ ซึ่งอยู่ในตลาดเสรี เมื่อรัฐบาลพยายามเข้าไปบริหารจัดการสื่อของรัฐ โดยการเอาคนของตัวเองเข้าไปนั่งทํางานแทน มันก็ทําให้การพัฒนาองค์กร พัฒนาคน อย่างน้อยที่สุดในสถานีโทรทัศน์ ๒ ช่อง คือ ช่อง ๑๑ และช่อง ๙ ของ อสมท. ถูกครอบงํา ถูกบริหารจัดการโดยคนข้างนอกเสียเป็นส่วนใหญ่ ปัญหานี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่มีความสําคัญ เมื่อเอาคนข้างนอกเข้าไปทํามาก ๆ คนที่อยู่ในองค์กรเดิมของเขาก็กลายเป็นพลเมืองชั้นสอง ไม่มีโอกาสได้แสดงบทบาท ถามว่าคนในช่อง ๑๑ มีโอกาสได้ออกหน้าจอสักกี่คนครับ แทบจะไม่มี ช่วงที่ประเทศเราเผชิญกับปัญหาวิกฤติรุนแรงที่สุดคือวิกฤติอุทกภัย ตั้ง ศปภ. มา คนของช่อง ๑๑ ได้มีโอกาสออกหน้าจอทีวี มีบทบาทไหมครับ ทั้ง ๆ ที่ใน ศปภ. อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์เข้าไปนั่งบริหารเรื่องข่าวสาร มีนักข่าว มีคนไปทํางานของช่อง ๑๑ มากมาย แต่คนออกหน้าจอกลายเป็นคนในรัฐบาล เป็นพรรคพวกของท่านทั้งนั้น นี่ชี้ให้เห็นว่าการพัฒนายกระดับคุณภาพคนของรัฐที่ทําหน้าที่ในองค์กรสื่อสารมวลชน เหล่านั้นไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร ตัวของท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีเอง ก็ต้องยอมรับว่ามีปัญหานะครับ ตั้งแต่ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีดูแลทางด้านนี้มา คนเขาก็วิจารณ์ คนเขาก็นินทากันทั้งในช่องสื่อของรัฐทั้ง ๒ ช่อง เขาก็บอกว่ารัฐมนตรี ไม่ได้บริหารจัดการเองหรอก มีคนใกล้ชิดเข้าไปบริหารจัดการ มีอดีตรัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรีบางคนเป็นรัฐมนตรีตัวจริงไปดูแลช่อง ๑๑ อยู่ในเวลานี้ สําคัญไปกว่านั้น ท่านไม่ได้มีบทบาทในการบริหารจัดการสื่ออย่างแท้จริงแล้ว ท่านเองก็ยังมีปัญหา ในเรื่องของการใช้อํานาจอีก อํานาจที่ว่านั้นก็คือว่าเกิดกรณีมีความขัดแย้งกันภายใน บริษัท อสมท. จํากัด (มหาชน) ขัดแย้งกันระหว่างกรรมการผู้อํานวยการใหญ่กับบอร์ด อสมท. ชุดที่เพิ่งลาออกไปจนเกิดการร้องเรียนของพนักงานใน อสมท. ทําหนังสือถึงท่าน ท่านเองถ้าจะพูดกันตรง ๆ ก็คือ ฟังความข้างเดียว ไม่ดูข้อกฎหมายให้ละเอียด ท่ำนทํำจดหมายเลยครั บ ทํำหนั งสื อเลย ลงวั นที่ ๓๐ กั นยายน ๒๕๕๔ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังบอกว่าให้กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ของบริษัท อสมท. (มหาชน) จํากัด แจ้งไปยังประธานกรรมการบอร์ดว่า ๑. ให้ระงับการประกาศและดําเนินการปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างของบริษัทตามมติ ที่ประชุมกรรมการบริษัทจนกว่าการสอบสวนที่ท่านได้ร้องเรียนจะแล้วเสร็จ แล้วก็รายงาน ให้กับรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีที่กํากับดูแล บมจ. อสมท. ได้ทราบ เมื่อรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีเห็นชอบแล้วจึงดําเนินการต่อไปได้ ในหนังสือข้อที่ ๒ ท่านบอกอีกว่าให้ระงับการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารและพนักงานตามมติที่ประชุม คณะกรรมการ เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๔ จนกว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จ แล้วรายงาน รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีที่กํากับดูแล เห็นชอบแล้วจึงดําเนินการได้ ดูเผิน ๆ ปกติการทําหนังสือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็เป็นเรื่องที่ปกตินะครับ เพราะกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ในบริษัท อสมท. และก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รับหนังสือแล้วก็แทงเรื่องให้กับสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจให้ผู้อํานวยการ ทําหนังสือถึงประธานบอร์ด อสมท. ว่าให้ทําตามอย่างที่ท่านได้ขอไป ประเด็นปัญหา มันเกิดขึ้นอย่างนี้ครับว่าสิ่งที่ท่านทํามีอํานาจไหม ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ ต้องไม่ลืมเป็นอันขาดว่า บริษัท อสมท. จํากัด (มหาชน) นี่เป็นกิจการด้านสื่อสารมวลชน และเป็นบริษัทที่จดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การกํากับดูแล อสมท. ทําได้ก็ผ่านทางที่ประชุมผู้ถือหุ้น ท่านจะเปลี่ยนแปลง ท่านจะแก้ไข ท่านจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับการกระทําของกรรมการบริษัท เป็นสิทธิของผู้ถือหุ้นที่จะถอดถอน ที่จะดําเนินการ ท่านไม่มีสิทธิที่จะไปทําดังนั้น แล้วก็ที่น่าสนใจก็คือประธานบอร์ด อสมท. ในขณะนั้นคือท่านศาสตราจารย์สุรพล นิติไกรพจน์ ก็ได้ทําหนังสือ ได้แทงหนังสือกลับมาบอกว่ารับทราบสิ่งที่ผู้อํานวยการสํานักงาน คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจได้แทงเรื่องไป แล้วก็ขอให้ทําหนังสือเรื่องนี้ แจ้งกลับไปยังท่านเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี่ละครับเป็นประเด็น
ท่านอภิชาต แป๊บหนึ่งครับ ท่านกรุณาถามได้แล้วครับ เพราะว่าคําถามที่ ๒ ๑๘ นาทีไปแล้ว เชิญท่านถามครับ
กําลังเข้าสู่คําถามที่ ๒ ครับ เกี่ยวโยงกัน สําคัญที่สุดก็คือว่า อสมท. ซึ่งประกอบกิจการทางด้านสื่อสารมวลชนนี่ครับ มันได้รับการคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญที่ห้ามผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเข้าแทรกแซง การบริหารกิจการ มีมาตราที่เกี่ยวข้องอยู่อย่างน้อยที่สุด มาตรา ๔๘ นี้ครับ รัฐธรรมนูญมาตรา ๔๘ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองจะเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้น ในกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ หรือโทรคมนาคมมิได้ ไม่ว่าในนามของตนเอง หรือผู้อื่นเป็นเจ้าของกิจการหรือผู้ถือหุ้นแทน หรือดําเนินการโดยวิธีการอื่นไม่ว่าโดยทางตรง หรือทางอ้อมที่สามารถบริหารกิจการดังกล่าวได้ในทํานองเดียวกันกับการเป็นเจ้าของกิจการ การทําหนังสือไปใน ๒ ประเด็น ๒ ข้อที่ว่านั้นชัดเจนว่าท่านได้เข้าไปมีบทบาทด้วยวิธีการอื่น มาตรา ๒๖๖ ก็บอกอีก ส.ส. ส.ว. นี้จะเข้าไปใช้ตําแหน่งก้าวก่าย แทรกแซง เพื่อผลประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่นของพรรคการเมืองไม่ได้ มาตรา ๒๖๘ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีจะกระทําการตามที่บัญญัติในมาตรา ๒๖๖ มิได้ เว้นแต่เป็นการกระทํา ตามอํานาจหน้าที่ในการบริหารราชการตามนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภาหรือตามที่กฎหมาย กําหนด ในคําสั่งในหนังสือที่ท่านยื่นไปก็คือให้ระงับการแต่งตั้งโยกย้ายพนักงานนะครับ การแต่งตั้งโยกย้ายพนักงานอํานาจรัฐมนตรีนี่ท่านทําได้หรือครับในระดับกองบรรณาธิการ ระดับผู้บริหารใน อสมท. ท่านทําได้หรือครับ ท่านทําไม่ได้ครับ ผมหยิบเรื่องนี้มาก็เพื่อที่จะบอกกับท่านประธานว่าเรื่องนี้จะเป็นหนังเรื่องยาว การกระทําที่ท่านอาจจะไม่ได้คาดคิดมันมีข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจน และจะนําไปสู่ การยื่นถอดถอนท่านในอนาคตต่อไป ต้องขอแสดงความเสียใจกับท่านในโอกาสนี้ด้วย ท่านประธานครับ ในมาตรา ๔๖ ที่ผมได้ยกมาในตอนต้นยังมีความจําเป็น ยังมีความต้องการ ที่จะให้รัฐบาลได้เข้ามาเอาจริงเอาจัง เพื่อให้บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๖ เป็นจริงในทางปฏิบัติรัฐบาลที่แล้วต้องการที่จะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของพี่น้อง สื่อสารมวลชนโดยการยกร่างกฎหมายขึ้นมาฉบับหนึ่ง มีคณะทํางานยกร่างที่มาจาก เพื่อนผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชน ภายใต้ชื่อว่าร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และส่งเสริมมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน หลังจากยกร่างกันเสร็จแล้วก็ส่งให้ คณะกรรมการกฤษฎีกาไปปรับแต่งก็ยุบสภาไปเสียก่อน ไม่รู้ว่ารัฐบาลชุดนี้ภายใต้การกํากับ ดูแลของรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีจะให้ความสําคัญกับเรื่องนี้หรือไม่ อย่างไร รัฐบาลจะส่งเสริมให้ผู้ประกอบวิชาชีพนี้มีมาตรฐานทางวิชาชีพ มีกฎหมายที่จะสามารถ คุ้มครองการทําหน้าที่ได้โดยปราศจากการแทรกแซง การครอบงําอย่างเด็ดขาดหรือไม่ อย่างไร นี่เป็นคําถามที่ ๒ ครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีกฤษณาครับ
ต่อประเด็นคําถามที่ ๒ นะคะ ดิฉันก็นั่งรอคําถามอยู่เป็นนาน ที่ท่านถามว่าเพื่อให้บทบัญญัติ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๖ มีผลอย่างแท้จริง รัฐบาลนี้มีแนวทางอย่างไร ดิฉันขอเรียนชี้แจง ว่าเรื่องนี้รัฐบาลได้แสดงความจริงใจโดยแถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ โดยระบุไว้อย่างชัดเจนในข้อที่ ๘.๓.๓ ว่ารัฐบาลจะส่งเสริมให้สื่อมวลชนทุกประเภท มีอิสระเสรีภาพในการนําเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและตระหนัก ต่อจรรยาบรรณต่อสถาบันสื่อสารมวลชน รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดมีการสร้างดุลยภาพ ของข่าวสารตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ก็อย่างที่ท่านเรียนว่ามีกฎหมายอยู่ฉบับหนึ่ง แล้วก็เมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๔ ดิฉันก็ได้ให้ความเห็นชอบที่จะนําร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และส่งเสริม มาตรฐานประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. .... ที่ค้างการพิจารณาอยู่ จากรัฐบาลสมัยที่แล้ว ที่อยู่ที่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดําเนินการพิจารณาต่อไป ซึ่งโดยที่ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว รายละเอียดสําคัญ ก็คือเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชน จริยธรรม ของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน การมีคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และส่งเสริม มาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน การมีสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และส่งเสริมมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน การวินิจฉัยเรื่องร้องเรียน แล้วก็มาตรการการส่งเสริมมาตรฐานของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน และบทกําหนดโทษ ทางปกครอง ซึ่งพระราชบัญญัตินี้ก็จะสอดคล้องกับบทบัญญัติของมาตรา ๔๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตรงนี้เป็นคําตอบให้กับท่าน แล้วก็ส่วนอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน ที่ดิฉันจะต้องรับคําแนะนําไปพิจารณาดําเนินการ ส่วนเรื่องการถอดถอน ดิฉันเองขอเรียนว่าดิฉันเองก็รออยู่นะคะ ขอขอบคุณค่ะ
ท่านเชิดชัยครับ
ขอบคุณท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ที่ผมยกมือประท้วง ก็คือกระทู้ถามผมอ่านด้วยความเคารพท่านผู้ถามกระทู้นะครับ ข้อ ๑๔๓ คือกระทู้ถาม ไม่ควรจะเป็นปัญหาข้อกฎหมายนะครับ ข้อ ๖ นะครับ แล้วข้อ ๕ เป็นการให้ออกความเห็น อันนี้มันไม่เข้ากับลักษณะกระทู้ถามนะครับ แล้วด้วยความเคารพนะครับท่านที่ประท้วงว่า อ่านไม่ได้ อันนี้เป็นกระทู้ถามนะครับไม่ใช่อภิปรายตามข้อ ๖๑ ห้ามเอกสาร ยกเว้นได้รับ การอนุญาตก่อน อันนี้เป็นกระทู้ถามซึ่งไม่มีข้อห้ามนะครับ ผมเลยอยากจะปรึกษา ท่านประธานว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะทําให้ถูกข้อบังคับด้วยครับ ขอบคุณครับ
คืออย่างนี้ครับ คุณเชิดชัยครับ คือการกระทู้ถามทั่วไปไม่ได้กําหนดเวลาเพียงแต่เขามีลักษณะไม่ให้มีการอภิปราย แต่ผมก็ฟังท่านอภิชาตได้พูดได้ถามอยู่ แต่ว่าในเนื้อหาสาระก็ไม่ไปว่าให้ใคร ไม่เสียดสีใส่ร้ายใคร ผมก็อะลุ่มอล่วยนะให้เกิดความเหมาะสม เพื่อให้เกิดความสงบในสภา บางอย่างก็มีการปรับ ให้เกิดความเหมาะสม ท่านก็ไม่ได้ว่าใครฟังดูก็มีสาระพอสมควร เชิญท่านเรวัตครับ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพครับ
ขอโทษนะครับท่านเรวัต ท่านสุนทรี ประท้วงผมเรื่องอะไร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยค่ะ จริง ๆ ดิฉันไม่เคยประท้วงค่ะ แต่วันนี้ต้องขออนุญาตประท้วงนิดหนึ่งค่ะท่านประธาน เนื่องจากว่าเมื่อสักครู่ดิฉันขออนุญาตย้อนกลับไปที่กระทู้ถามแรกของท่านวัชระ เพชรทอง ดิฉันดูระเบียบข้อบังคับการประชุมของเราค่ะ ดิฉันเองก็ไม่มีข้อไหนในนี้ที่จะให้ผู้ถามกระทู้ถาม ซึ่งอยู่ในที่ประชุมแล้วสามารถขอเลื่อนกระทู้ถามออกไปได้ ในขณะที่ท่านรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายก็มาพร้อมที่จะตอบ อยากจะถามท่านประธานว่าตรงนี้ไม่ทราบว่า กระทู้ถามจะต้องตกไปด้วยหรือเปล่าคะในเมื่อผู้ถามก็อยู่ในห้องประชุมแล้ว และที่สําคัญ รัฐมนตรีที่ท่านถามพอดีท่านติดภารกิจไม่สามารถมาตอบได้ ท่านก็มอบหมายรัฐมนตรีให้มา ตอบแทนแล้ว แต่ท่านไม่ยอมถาม ดิฉันคิดว่ากระทู้ถามนี่น่าจะตกไปตามระเบียบข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ แล้วก็ดิฉันไม่อยากให้ท่านประธานสร้างบรรทัดฐานใหม่ เราไม่เคยมีที่ผู้ถามกระทู้ถาม จะสามารถเลือกได้ว่าไม่ให้ผู้ที่ได้รับมอบหมายมาตอบกระทู้ถามแล้วไม่ถามค่ะ ก็ฝากท่านประธานค่ะ
ผมวินิจฉัยนะครับ เป็นสิทธิของรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีเขาขอเลื่อน เป็นสิทธิของรัฐมนตรี ที่ขอเลื่อนได้ ท่านรัฐมนตรีท่านบอกว่าได้รับอํานาจให้มาตอบไม่เลื่อนก็ได้ แต่ในเมื่อท่านรัฐมนตรี ท่านบอกว่าท่านอนุญาตให้เลื่อนอันนี้คือเป็นสิทธิของท่านนะครับ
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๒๖ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการจราจรภายใน จังหวัดภูเก็ต (นายเรรัต อารีรอบ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี
เชิญท่านเรวัตครับ ท่านวัชระไม่เอาแล้วครับผมชี้แจงได้ไม่เป็นอะไรไม่พาดพิง ท่านเสียหาย เชิญนะครับ ถูกต้องแล้วครับ เชื่อผมเถอะครับ นั่งลงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาครับ
ท่านบุญยอด ให้ท่านเรวัตครับ ไม่ต้องประท้วงครับไม่มีอะไรเสียหายไปถึงท่านเลยครับ
กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ท่านเรวัตครับท่านบุญยอดประท้วง ประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานด้วย เหมือนกันในการบรรจุวาระของเรื่องสมุทรสาครเข้ามาในกระทู้ถาม เพราะว่าในข้อบังคับเขา บอกว่าต้องไม่นําเอาเรื่องที่เป็นส่วนตัวของบุคคลใด เว้นแต่ที่เกี่ยวกับการงานในหน้าที่ราชการ จึงจะเป็นกระทู้ถามได้ ผมขอให้ท่านกลับไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่งด้วยครับว่าถ้ามีกระทู้ถาม ทํานองนี้เข้ามาต้องพิจารณาข้อบังคับให้ถูกต้องด้วยนะครับ
ผมผ่านไปแล้วนะครับท่านบุญยอดครับ เชิญท่านเรวัตครับ ผ่านเรื่องนี้ไปนานแล้วนะครับ เชิญท่านเรวัตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมทราบข่าวมาจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่าจะให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บํารุง มาตอบผม ผมเองไม่ติดใจครับ แต่ว่าผมจะขอถาม ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีเฉลิมว่ากระทู้ถามผมเป็นกระทู้ถามที่ถามตรง เพราะว่ายังมีอะไรอีกมากมายในเรื่องของจราจรในจังหวัดภูเก็ต การทําอุโมงค์ก็ดี การแก้ไขเรื่องปัญหาถนนอย่างนี้ ผมขออนุญาตถามท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีเฉลิมว่า ผมขออนุญาตเลื่อน ไม่ใช่ไม่ให้เกียรติท่าน เพราะว่ามันเป็นงานที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมดูแลโดยตรงว่าจะขออนุญาตถามว่าเป็นอาทิตย์หน้าได้หรือไม่ครับถ้าไม่ได้ ผมจะถามเลยครับ
ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมครับ
ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ทางที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจํา ด้านประสานกิจการภายในประเทศ ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือลงวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๔ ว่าท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ผมมาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านเรวัต อารีรอบ แทนท่าน ไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมอบหมายให้ผม เพราะในหนังสือที่บอกว่าท่านเรวัต อารีรอบ ส.ส. ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ ถามนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีก็เลยมอบหมายผม ไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมอบหมายผม ผมดูรายละเอียดตรงนี้ ผมก็เห็นกับท่านตรงกันว่าการก่อสร้างอุโมงค์ลอดทางแยกบริเวณ สี่แยกดาราสมุทร มันน่าจะเป็นของกระทรวงคมนาคม กรมโยธาธิการและผังเมืองหรือ อบจ. ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับผมและหรือการจราจรภายในจังหวัดภูเก็ต นั่นน่าจะเกี่ยวกับผมการก่อสร้าง ทางคู่ขนานก็น่าจะเป็นของกระทรวงคมนาคม ถ้าท่านอยากจะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมตอบก็จะเป็นพระคุณ ผมก็ตอบได้ในสายตํารวจ แต่ว่าไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมมอบผมนะ ท่านผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านนายกรัฐมนตรีมอบผม ผมถึงต้องมา ประเดี๋ยวใครฟังวิทยุจะบอกว่า เอ๊ะ รองนายกรัฐมนตรีให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบมาได้อย่างไร เขาก็เห็นว่าโรงพัก ๘ สถานี ตํารวจมี ๑,๐๐๐ กว่าคนตํารวจไปใหม่ จะแก้ไขการจราจรอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีก็นึกว่าท่านจะรู้ประเด็นนี้ และผมขอบคุณ แทนพี่น้องชาวจังหวัดภูเก็ต ท่านเป็นผู้แทนราษฎรที่ขยัน หนก่อนท่านถามทีหนึ่งแล้ว เรื่องความสงบเรียบร้อยถ้าผมจําไม่ผิด ก็สุดแต่ท่านครับ ถ้าเรื่องกระทรวงคมนาคม ผมก็ไม่ทราบ แต่ถ้าเรื่องการจราจร พันธกิจ ภารกิจของตํารวจ ผมพอตอบท่านได้ครับ
เชิญท่านเรวัตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมขออนุญาตถอนคําพูดว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ท่านเฉลิมมาตอบ ผมขอถอนคําพูด แต่ว่าผมขออนุญาตท่านให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาตอบผมในอาทิตย์หน้าเพื่อจะเป็นข้อมูลที่ชัดเจนในเรื่องของทางลอดอุโมงค์ การจราจรในจังหวัดภูเก็ต ในฐานะที่ท่านมาแล้วผมขออนุญาตฝากท่านนิดหนึ่งครับ เพื่อเป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชนจังหวัดภูเก็ต ผมทราบข่าวว่าวันนี้ทางผู้บังคับการ คนใหม่จังหวัดภูเก็ตมาปฏิบัติหน้าที่ดีครับ ไม่ติดใจครับ แต่ว่าผมจะฝากท่านอยู่ ๓ เรื่อง แต่ก่อนจะฝากผมขอขอบพระคุณท่านอยู่เรื่องหนึ่งครับ ผมได้มีโอกาสตั้งกระทู้ถามท่าน ในเรื่องของเจ้าหน้าที่ตํารวจไม่พอ ท่านก็ได้ส่งให้ ตชด. ไปช่วยดูแลชั่วคราว แต่ว่าในใจ ของคนภูเก็ตทั้งหมดอยากจะได้ตําแหน่งที่ขาดอยู่ ๖๐๗ นาย อันนี้เป็นตําแหน่งที่เดิมอยู่ ผมอยากให้ท่านในปีงบประมาณปี ๒๕๕๕ ท่านบรรจุคนไปใส่หน่อยครับ เพราะผมบอกแล้ว ว่ามันมีประชากรแฝงอีกเยอะที่จังหวัดภูเก็ต
ส่วนที่ ๒ เรื่องยาเสพติด เวลาเจ้าหน้าที่ภายในจังหวัดภูเก็ตหรือปกครองก็ดี ผมบอกได้เลยว่าสมมุติพรุ่งนี้เขาจะไปปฏิบัติหน้าที่ จะไปซอยนี้ซอยโน้นแต่วันนี้ข่าวรั่วเสียแล้ว ผมเองไม่ได้โทษเจ้าหน้าที่แต่ว่าด้วยความที่จังหวัดภูเก็ตมันเป็นเมืองเล็ก ๆ ท่านครับ เขาบอกว่าสําลีหล่นยังได้ยินเลย ผมขออนุญาตท่านครับเอาหน่วยนอกเหนือจากที่อยู่ ที่จังหวัดภูเก็ตเอาหน่วยอื่นมาท่านรีบเข้าดําเนินการหน่อย ผมจะเล่าให้ท่านฟังว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
ท่านเรวัต ขออนุญาตแป๊บหนึ่งนะครับ ผมไม่ได้ขัดคอท่าน ผมก็เห็นว่าเป็นประโยชน์ แต่ว่าจะเป็น ประโยชน์ยิ่งขึ้น เดี๋ยวท่านมาพบกับท่านเฉลิมโดยตรงเลยนะครับ เรื่องที่เป็นปัญหาภายใน ของจังหวัดภูเก็ตน่าจะเกิดกับประโยชน์ของประชาชนคนภูเก็ตเป็นอย่างยิ่ง เอาหลังเวที ได้ไหมครับจะได้คุยฝากอะไรกันเป็นการส่วนตัว เพราะฉะนั้นเดี๋ยวคนอื่นจะขอใช้เวลานี้ นะครับท่าน ขอบคุณครับ
ผมเองเป็นคนไม่ดื้อท่านครับ เป็นคนที่ไม่เคย ประท้วงสะเปะสะปะ เชื่อฟังครับ ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณครับท่าน ต่อไปเป็นกระทู้ถาม
๑.๒.๔ กระทู้ถาม ที่ ๑๓๐ เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาสับปะรดตกต่ํา (นายอรรถพร พลบุตร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ
ท่านอรรถพร พลบุตร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่กระผมจะอภิปรายเพื่อตั้งคําถาม ผมอาจจะต้องถามท่านประธานเป็นเรื่องแรกก่อนว่า ผมได้ยื่นกระทู้ถามทั่วไปกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯพณฯ ธีระ วงศ์สมุทร กระผมก็ยังไม่เห็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ในห้องประชุม ไม่ทราบว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงหรือการมอบหมายอย่างไรหรือไม่ ขอทราบในเบื้องต้นก่อนครับ
เชิญครับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สืบเนื่องจากท่านรัฐมนตรีว่าการวันนี้ติดภารกิจทางภาคเหนือ เมื่อวานนี้รับเสด็จแล้วก็มีราชการต่อ ได้มอบหมายให้ผมรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์มาตอบแทน เรียนให้ทราบด้วยครับ
ท่านอรรถพรเดี๋ยวนะครับ มีสมาชิกกลุ่มผู้ปลูกสับปะรดจังหวัดเพชรบุรีมานั่งฟังด้วยนะครับ ทางสภายินดีต้อนครับครับ เชิญท่านอรรถพรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมยื่นกระทู้ถามปัญหาราคาสับปะรดตกต่ําในนามของคณะ ส.ส. เพชรบุรี ทั้ง ๔ คน ซึ่งประกอบไปด้วย ส.ส. อลงกรณ์ พลบุตร ส.ส. อภิชาติ สุภาแพ่ง ส.ส. กําพล สุภาแพ่ง และผม อรรถพร พลบุตร ครับ ผมต้องขอประทานโทษท่านประธานเป็นพิเศษ ที่วันนี้ผมได้ นําลูกสับปะรดมาประกอบการอภิปรายโดยไม่ได้ขออนุญาตล่วงหน้า แต่ผมเชื่อว่า ท่านประธานคงจะให้การอนุญาต เนื่องจากลูกสับปะรดที่ผมนํามาแสดงในที่ประชุมแห่งนี้ เป็นชีวิต เป็นอนาคต เป็นลมหายใจ เป็นข้าวมื้อต่อไปของลูกหลานจังหวัดเพชรบุรี อย่างน้อยพื้นที่ ๕ อําเภอ สับปะรดลูกนี้ท่านเชื่อไหมครับว่าวันนี้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เป็นต้นมาจนถึงเดือนธันวาคมถึงวันนี้ ถ้าท่านไปซื้อในพื้นที่เพาะปลูกที่จังหวัดเพชรบุรี ท่านซื้อได้ลูกหนึ่งไม่ถึง ๓ บาทนะครับ นั่นหมายความว่าอนาคตของชาวไร่สับปะรด จังหวัดเพชรบุรีเรามองวันพรุ่งนี้เราไม่เห็นความหวังอะไร ผมกราบเรียนท่านประธาน เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในช่วงเวลาสั้น ๆ ว่า ในปี ๒๕๕๔ จังหวัดเพชรบุรีมีพื้นที่ปลูกสับปะรด ทั้งสิ้น ๙๘,๖๔๙ ไร่ เป็นพื้นที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ ๕๖,๗๔๕ ไร่ มีผลผลิตรวมตลอดทั้งปี ๑๙๑,๘๙๑ ตัน รวมทั้งหมด ๕ อําเภอครับ ในขณะที่จังหวัดเพชรบุรีมีอําเภอทั้งสิ้น ๘ อําเภอ ปลูกสับปะรด ๕ อําเภอ นั่นหมายความว่าอะไร หมายความว่าสับปะรดเหล่านี้เป็นพืชไร่ ที่ทํารายได้มากที่สุดเข้าจังหวัด ไม่ใช่มะนาว ไม่ใช่ต้นตาลอย่างที่หลายคนเข้าใจครับ แล้วนั่นก็หมายความว่าราคาของสับปะรดลูกนี้จึงมีผลเกี่ยวข้องกับคนเป็นหมื่นชีวิต ใน ๕ อําเภอของจังหวัดเพชรบุรีวันนี้กระทู้ถามจึงเกิดขึ้น ท่านรัฐมนตรี ธีระ โชคดี ครับ ที่วันนี้ท่านติดภารกิจสําคัญไม่ได้มาชี้แจงตอบกระทู้ในสภา เพราะไม่อย่างนั้น ผมกับท่านรัฐมนตรีว่าการซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ดี และเริ่มจะมีทํางานหลายเรื่องในปัญหา ของชาวบ้าน วันนี้ความสัมพันธ์ก็อาจจะลด ความสัมพันธ์ที่ดีนั้นน้อยลง เมื่อพิจารณา จากบทบาทของท่านตลอดเวลา ๒ เดือนที่ผ่านมา ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนครับ พี่น้องชาวไร่สับปะรดของจังหวัดเพชรบุรี แก่งกระจาน หนองหญ้าปล้อง ซึ่งวันนี้ส่วนหนึ่งอยู่ข้างบนนี้นะครับ เพราะวันนี้เมื่อเช้านําเรื่องนี้เข้าสู่ คณะอนุกรรมาธิการการส่งเสริมและพัฒนาพืชผลด้านการเกษตรของท่านธวัชชัย อนามพงษ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ พี่น้องเหล่านี้ประสบปัญหาราคาสับปะรดตกต่ํา เพราะสับปะรดแต่ละลูก แต่ละกิโลกรัม ต้นทุนอยู่ที่ ๔ บาทกว่า วันนี้เขาขายได้กิโลกรัมละ ๓ บาทกว่า ๓.๓๐ บาท เขาขาดทุนทุกลูกที่ขายออกไป และไม่มีใครรับซื้อ สาเหตุของปัญหา เกิดจากตลาดส่งออกมีปัญหาครับ โรงงานสับปะรดกระป๋องซึ่งมีอยู่ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ๑๔ โรงงาน ก็ลดกําลังการผลิต เมื่อลดกําลังการผลิตในการที่ปริมาณการเพาะปลูกเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้น ความต้องการน้อยกว่าปริมาณผลผลิต ราคาก็ตกต่ําลง ตรงนี้เป็นปัญหาทางธรรมชาติซึ่งต้อง เข้าใจกันครับ ไม่มีใครว่าอะไร ไม่มีใครว่ากล่าวในส่วนเหล่านั้น แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า เมื่อราคามันลดต่ําลงถึงจุดที่อยู่กันไม่ได้ พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาไม่รู้จะเอาข้าวไหนใส่หม้อ เขาก็มาที่ สภาแห่งนี้เพราะเขาพึ่งใครไม่ได้ เขาหวังพึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ชื่อ ฯพณฯ ธีระ วงศ์สมุทร มายื่นหนังสือร้องเรียนตั้งแต่ประมาณต้นเดือนพฤศจิกายนจนกระทั่ง ถึงวันนี้ อีก ๒ วันสิ้นปีแล้วครับ วันนี้ความช่วยเหลือแม้แต่สตางค์แดงเดียว แม้แต่ความหวังเดียว แม้แต่ประโยคเดียวที่จะทําให้เขามีความหวังในอนาคตยังไม่ตกถึงหัวใจของพี่น้องชาวไร่ สับปะรดจังหวัดเพชรบุรีเลยแม้แต่ประโยคเดียว แม้แต่สตางค์แดงเดียว หลังจากยื่นหนังสือ ร้องเรียนไปแล้วมีความเคลื่อนไหวที่สําคัญ ๒ เรื่องครับ คือวันที่ ๑๔ พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีการประชุมที่จังหวัดเพชรบุรีในปัญหาเรื่องนี้ครับ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นการสั่งการไปจาก ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มีการพูดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ และเป็นข้อเรียกร้องของทุกฝ่าย เช่น การให้โรงงานสับปะรดซึ่ง ๑๔ โรงงานอยู่ในจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ทั้งหมด จังหวัดเพชรบุรีไม่มีโรงงานเลยนะครับ รับซื้อ ให้โควตาจังหวัดเพชรบุรี สักวันละ ๓๐๐ ตัน ราคามันจะได้ขยับเพิ่มขึ้นตามกลไกอุปสงค์อุปทาน ขอให้มีการประกันราคา สับปะรดขั้นต่ําที่ ๕ บาทต่อ ๑ กิโลกรัม ขอให้ยืดระยะเวลาการชําระเงินต้นของ ธ.ก.ส. เพราะเขาไม่มีเงินจะใช้หนี้หรอกครับ แล้วก็มาตรการแก้ไขในระยะยาว พอมาวันที่ ๒๒ พฤศจิกายนปีเดียวกันคือที่ผ่านมานี้ก็มีการประชุมอย่างนี้ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ครับ ก็มีมาตรการต่าง ๆ ในที่ประชุมที่พูดกันออกมาหลายมาตรการด้วยกัน เช่น การประกันราคารับซื้อ ไม่ต่ํากว่า ๔ บาทต่อ ๑ กิโลกรัม หรือการทําเอ็มโอยู (MOU) ระหว่างชาวไร่กับโรงงาน มีแค่ ๒ เรื่องนี้ครับ แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีเรื่องใดเรื่องหนึ่งเลยที่เป็นประโยชน์เป็นการช่วยเหลือ เป็นมือที่ยื่นเข้าไปในไร่สับปะรดให้พี่น้องจังหวัดเพชรบุรี ๕ อําเภอได้พบกับความหวัง
ฉะนั้นในคําถามแรกผมต้องเรียนถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ใช้เวลาทําอะไรอยู่ครับ ใช้เวลาการตกเป็นแพะรับบาปเรื่องน้ําท่วมจนไม่มีเวลา ดูแลพี่น้องสับปะรดที่จังหวัดเพชรบุรีหรือไม่ มาตรการที่จะช่วยเหลือพี่น้องชาวไร่สับปะรด ที่จังหวัดเพชรบุรีที่ทําให้เขาขายสับปะรดลูกนี้ได้เกินกว่า ๓ บาท ๔ บาท กิโลกรัมละ ๕ บาท มีหรือไม่ อย่างไร คําถามแรกครับ
เชิญท่าน รัฐมนตรีพรศักดิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องขอขอบคุณท่านอรรถพร พลบุตร พร้อมกับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพชรบุรีทั้ง ๓ ท่าน ที่ได้ตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้ ผมถึงบอกว่าวันนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่อยู่ติดภาระ มีภารกิจจําเป็นจริง ๆ ท่านพี่ แต่ผมเองก็รับภาระมาตอบแทน ก็จะพยายามตอบให้ดีที่สุดอาจจะไม่ถูกใจท่านก็ได้ หรืออาจจะพอใจก็ได้ สืบเนื่องจากว่าสับปะรดเป็นพืชที่พี่น้องชาวจังหวัดเพชรบุรีได้ปลูกกันมา หลายปี แต่เมื่อก่อนนี้เมื่อ ๒ ปีนี้ผลผลิตไม่มากเท่าไร ผลผลิตก็ขายได้กิโลกรัมหนึ่ง ๖ บาท ถึง ๗ บาท รัฐบาลเราก็สบายใจไป แต่เนื่องจากปีนี้ฝนฟ้าดีเป็นพิเศษผลผลิตเพิ่มขึ้นจากไร่ละ ๓.๓ ตัน ขึ้นมาเป็น ๔,๐๐๐ กิโลกรัม ทําให้ผลผลิตมากขึ้นตามลําดับและประกอบกับวิกฤติ เศรษฐกิจทางยุโรปไม่มีการสั่งซื้อสับปะรดล่วงหน้ามาเลย ก็เป็นเหตุให้ที่ท่านพูดมานั้นถูก หมดแล้วล่ะ โรงงานชะลอการผลิตลดน้อยลง ชะลอการซื้อหรือลดการซื้อน้อยลง ๒ เด้งเข้าไปก็ คือผลผลิตเพิ่มขึ้นซื้อของน้อยลง สิ่งนี้รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจครับท่านอรรถพร ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรียกผมประชุมหารือตลอดเวลา ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายนสับปะรดราคาตกมาตลอด ผมจําได้ว่าเมื่อสักกลางเดือนพฤศจิกายน สับปะรดลดลงมาเหลือ ๒ บาทกว่าต่อกิโลกรัม ทางรัฐมนตรีว่าการได้ประชุมหารือกับผู้เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนผู้ปลูกสับปะรด และตัวแทนโรงงานผู้ผลิตหรือแปรรูปสับปะรดได้มาหารือกัน แล้วก็สั่งการไปยัง ทางผู้ว่าราชการจังหวัด มีเขตปลูกสับปะรดทางจังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลายจังหวัดให้ช่วยซื้อสับปะรดของผู้ที่ไม่ได้ทําคอนแทรค ฟาร์มมิ่ง (Contract farming) กับโรงงานสับปะรด พี่น้องชาวจังหวัดเพชรบุรี ผมต้องขอขอบคุณ และต้องขอขอบคุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของท่านว่ามีความเป็นห่วงเกษตรกรอย่างยิ่ง ผมถึงบอกวันนี้ว่า ในเมื่อจังหวัดเพชรบุรีไม่มีโรงงานสับปะรดก็ต้องอาศัยจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ๑๐ กว่าโรง วันนี้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เขาทําคอนแทรค ฟาร์มมิ่งไว้ เขาก็ขายได้ ๔.๕๐ บาท ท่านอรรถพร แต่พี่น้องชาวเพชรบุรีไม่ได้ทําคอนแทรค ฟาร์มมิ่งไว้ ก็เลยต้องขายตามราคาท้องตลาด ราคาก็ตกลงมา ๒ บาทกว่าตลอด แล้วเมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน มีการประชุม วันนั้นผมจําได้ว่า ราคาสับปะรดตกลงมาเหลือ ๓.๘๐ บาท ท่านรัฐมนตรีว่าการก็เรียกผมเข้าไปพบ แล้วก็หารือกัน ก็เลยหาวิธีการออกว่า ๑. ประชุมวันนี้จะเอาผลประชุมเสนอไปสู่ คณะกรรมการช่วยเหลือนโยบายเกษตรกร ซึ่งเรียกว่า คชก. ให้ดูแลและหารือกันต่อไป วันนั้นก็ได้ฝากถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยเหลือซื้อสับปะรดของพี่น้องเรา ชาวจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดใกล้เคียง วันนั้นราคาก็กระเตื้องขึ้นมา ๓ บาทกว่า สิ่งนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้นิ่งนอนใจครับท่าน แต่พยายามที่สุด ในเมื่อดีมานด์ (Demand) กับซัพพลาย (Supply) นี่ ดีมานด์มันมากจนเกินไป ดีมานด์มากถ้าซัพพลายน้อย อย่าง ๒ ปีที่ผ่านมา ไม่มีปัญหาท่านอรรถพร แต่ปีนี้ฝนฟ้าดี ดีมานด์เท่าเดิม แต่ซัพพลายของ เรามากขึ้นทุกวัน วันนี้โรงงานผลิตสับปะรดใช้สับปะรดผลิตไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ ตัน แต่วันนี้ ผลผลิตออกมา ๑๒,๐๐๐ ตัน ผลผลิตก็ตกค้างมาตลอด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตรทํารายงานตลอดเวลาครับท่าน เราไม่ได้นิ่งนอนใจเลย ท่านรัฐมนตรีว่าการอยากจะมาตอบเองเสียด้วยวันนี้ จึงกราบเรียนท่านอรรถพรด้วยว่า เรามันพรรคพวกกัน อย่าเพิ่งไปโกรธแกเลย เพราะท่านเป็นคนดีจริง ๆ ผมถึงบอกว่า วันนี้รัฐบาลหาวิธีช่วยแล้ว ได้เสนอไปทุกอย่างให้โรงงานกับผู้ปลูกสับปะรดมาเจรจา เป็นเอ็มโอยูกันว่าให้ทางโรงงานช่วยซื้อสับปะรดผู้ที่ไม่ได้ทําคอนแทรค ฟาร์มมิ่ง กิโลกรัมหนึ่ง ๔ บาท แต่ตอนนั้น คชก. ยังไม่ได้ตอบรับมา สับปะรดก็ขึ้นราคาขึ้นมา ๓ บาทกว่า และเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคมที่ผ่านมา คชก. ก็ได้ประชุม แล้วก็เสนอที่ ครม. อนุมัติเรียบร้อยแล้วว่าวันนี้เกษตรกรที่ไม่ได้ทําคอนแทรค ฟาร์มมิ่งกับโรงงาน ให้โรงงาน ๑๐ กว่าโรง หรือ ๒๐ โรงที่อยู่ตรงนั้น ช่วยซื้อกับเกษตรกร ถ้าโรงไหนเข้าโครงการของเรา คชก. ก็จะสนับสนุน คือช่วยค่าดอกเบี้ยธนาคาร ๓ เปอร์เซ็นต์ จาก ธกส. สิ่งนี้คือรัฐบาล พยายามช่วยเหลือเกษตรกร แต่ต้องกราบเรียนตรง ๆ ว่ารัฐบาลเราเจอวิกฤติหลายอย่าง พร้อมกับวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลกกําลังเกิด ต้องกราบเรียนท่านผู้แทนราษฎรว่า ช่วยบอกเกษตรกรของท่านด้วยว่ารัฐบาลจะพยายามช่วยเหลือโดยเต็มที่ และกําลังจะหา วิธีการช่วยเหลืออย่างยั่งยืนต่อไป ขอขอบคุณมากครับ
ท่านอรรถพรครับ คําถามสุดท้ายครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็มีความเชื่อเหมือนที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการได้ตอบมาในคําถามแรก ว่ามีความตั้งใจ แต่ความตั้งใจกับความเข้าใจ ความใส่ใจ ความรู้ร้อน รู้หนาว บางครั้งคนละเรื่องครับ ผมต้องกราบเรียนผ่านท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการไปถึงท่านรัฐมนตรีธีระ วงศ์สมุทร หลายเรื่อง หลายราวที่ทําให้พวกเรา ส.ส. จังหวัดเพชรบุรีและกลุ่มเกษตรกรชาวไร่สับปะรดตั้งคําถาม ข้อสงสัยถึงความตั้งใจของท่าน ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการอาจจะไม่ทราบครับว่าวันนี้คณะกรรมการนโยบายสับปะรดแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นแกนกลางในการควบคุมปัญหาสับปะรดทั้งระบบ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ยังไม่มีเลยครับ มีครับ แต่ไม่ยอมตั้งประธานคณะกรรมการนโยบายซึ่งจะทําหน้าที่ขับเคลื่อนปัญหานี้ ทําไมไม่ตั้งล่ะครับ ปัญหามันจ่อความวิกฤติอยู่ในขณะนี้ กุมภาพันธ์หนักไปกว่านี้ วันนี้ประธานคณะกรรมการนโยบายสับปะรดยังไม่มี ผมไม่พูดประเด็นนี้ จะกินเวลาสภามากเกินไป
แต่อีกตัวอย่างหนึ่งซึ่งผมจะตั้งเป็นคําถามที่ ๒ ผมต้องกราบเรียน ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการครับว่าผมทราบครับ ผมทราบเมื่อเช้านี้เองครับ จากการชี้แจง ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเลขานุการของคณะกรรมการ คชก. ในวันที่ ๒๓ คชก. ได้ประชุมและได้อนุมัตินโยบายช่วยเหลือ ซึ่งเรียกว่าการช่วยเหลือดอกเบี้ยสําหรับเงินกู้ ดอกเบี้ยต่ําสําหรับโรงงานสับปะรด ที่เรียกว่า แพคกิ้ง เครดิต (Packing credit) เป็นอย่างไร แพคกิ้ง เครดิต ก็หมายความกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช้กลไกของโรงงานเข้าไปแก้ปัญหา สับปะรดด้วยการช่วยเหลือดอกเบี้ยให้โรงงานสับปะรด ตั้งวงเงินไว้ ๒,๐๐๐ ล้านบาทครับ แต่ไม่ได้ให้ ๒,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ หมายความว่าโรงงานสับปะรดที่มีอยู่ ๑๔ โรง ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์สามารถที่จะไปกู้แหล่งกู้เดิมของเขานั่นล่ะครับ แต่ดอกเบี้ยจ่ายเท่าไร รัฐบาลโดย คชก. ช่วยเหลือ ๓ เปอร์เซ็นต์ ร้อยละ ๓ เช่นถ้ากู้จาก ธ.ก.ส. มา ๔.๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จ่ายแค่ ๑.๕๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๓ เปอร์เซ็นต์รัฐบาลจ่ายให้ รัฐบาลก็ใช้เงินกับการนี้ ที่วงเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท อาจจะประมาณ ๓๐ ล้านบาทครับ ใช้กลไกโรงงานเข้าไปรับซื้อผลผลิต ดึงราคาขึ้นมาประกันที่ ๔ บาท ฟังดูดีท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ แต่ปัญหาจริง ๆ ไม่ได้อยู่ตรงนั้นเลย เพราะอะไร เพราะในขณะที่สภาพตลาดโลก มันไม่เอื้ออํานวยต่อการเพิ่มผลผลิต ท่านให้การช่วยเหลือในรูปของแพคกิ้ง เครดิต ให้โรงงานผลิตเพื่อจะสต็อก เพื่อให้ขยายกําลังการผลิตเพิ่มขึ้น โรงงานเขาก็ซื้อจากชาวไร่สับปะรด ที่ตั้งโรงงานนั่นล่ะครับ เขาซื้อจากลูกไร่ของเขาที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขาไม่มาซื้อ ที่หนองหญ้าปล้อง ที่แก่งกระจานหรอกครับ เพราะต้นทุนการขนส่งมันสู้กันไม่ได้ นั่นหมายความว่าวงเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งรัฐจ่ายจริง ๆ ประมาณ ๓๐ ล้านบาท ช่วยเหลือดอกเบี้ย ๓ เปอร์เซ็นต์ มันช่วยโรงงานครับ มันช่วยโรงงานให้มีเงินหมุนในช่วงที่ยัง นั่นล่ะครับ มันไม่ถึงแก่งกระจาน มันไม่ถึงหนองหญ้าปล้อง ไม่ถึงชะอํา ไม่ถึง ๕ อําเภอของเพชรบุรี ส่งออกไม่ได้ครับ สต็อกเอาไว้ครับ มีผลถึงชาวไร่บ้างเหมือนกัน ก็ชาวไร่ที่อยู่รอบโรงงานนั่นละครับ มันไม่ถึงแก่งกระจาน มันไม่ถึงหนองหญ้าปล้อง ไม่ถึงชะอํา ไปถึง ๕ อําเภอของเพชรบุรีแล้ว ๒,๐๐๐ ล้านบาทที่ลงไปจังหวัดเพชรบุรีได้อะไร ท่านครับ ผมขอเสนอท่านผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการ ทําไมไม่ลองเปลี่ยนระบบง่าย ๆ ล่ะครับ เช่น วันนี้สับปะรดของจังหวัดเพชรบุรี ผลผลิตเกินกว่าความต้องการอยู่ปริมาณหนึ่ง เพียงแต่ดึงสับปะรดนี่นะครับ อย่างนี้ครับ ออกจากจังหวัดเพชรบุรีแค่วันหนึ่ง ๒๐๐ ตันเท่านั้นละครับ ก็จะทําให้ราคาสับปะรด จังหวัดเพชรบุรีเขยิบสูงขึ้นโดยธรรมชาติ อาจจะเอาออกไปเพื่อไปเป็นอาหารสัตว์ ไปแปรรูป เป็นปุ๋ยน้ํา ปุ๋ยชีวภาพอะไรก็แล้วแต่ ให้มันเอาออกจากตลาดไป ไม่กลับสู่ตลาดนะครับ ใช้เงินวันหนึ่งไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ใช้มาตรการนี้ไม่เกิน ๑ เดือนครึ่ง ๓๐ กว่าล้านบาทครับ ช่วยเหลือพี่น้องชาวไร่ได้โดยตรง นั่นประการที่ ๑ ที่ผมขอฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ซึ่งต้องเร่งด่วน
ประการที่ ๒ ซึ่งเป็นข้อเสนอจากที่ประชุมคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส.ส. อลงกรณ์ พลบุตร ก็คือว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องเสนอให้ คชก. ครับ อาจจะเพิ่มวงเงินแพคกิ้ง เครดิตจาก ๒,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่มีเงื่อนไข มีเงื่อนไขกํากับไปที่โรงงานว่าเมื่อได้รับการช่วยเหลือแพคกิ้ง เครดิตไปแล้ว เขาให้เอาการช่วยเหลือสินเชื่อเหล่านี้ส่วนหนึ่งไปผลิตน้ําสับปะรดเข้มข้นครับ วันนี้เราไม่ได้กําหนด เขาไปผลิตสับปะรดกระป๋อง เขาผลิตอย่างไร ในที่สุดมันก็ตันครับ เพราะปลายทางมันระบายไม่ออก มันก็ตันอยู่ในโกดังอยู่นั่นครับ แต่ถ้ากําหนดเป็นเงื่อนไข บังคับให้เขาต้องผลิตน้ําสับปะรดเข้มข้น นั่นหมายความว่าเราจะมีตลาดใหม่ในต่างประเทศ ซึ่งวันนี้ผู้ส่งออกก็มีแค่ไทยกับอินโดนีเซียเท่านั้นครับ มันก็จะมีตลาดใหม่เพิ่มขึ้น เป็นน้ําสับปะรดเข้มข้น ซึ่งโรงงานสับปะรดกระป๋อง ๑๔ โรงผลิตได้อยู่แล้ว เขาจะได้เพิ่มกําลัง การผลิตจากวันละ ๑๐ ชั่วโมงเป็น ๑๕ ชั่วโมง นั่นหมายความว่าต้องการสับปะรด อย่างนี้มากขึ้น มันก็จะมีผลให้ต้องการใช้สับปะรดนอกพื้นที่เข้าสู่โรงงานมากขึ้น แล้วรัฐบาล ก็ช่วยเหลือด้วยการใช้มาตรการช่วยเหลือค่าขนส่งครับ สักกิโลกรัมละ ๑ บาทเท่านั้นล่ะครับ ท่านประธานครับ ๓ มาตรการนี้ล่ะครับ
๑. ดึงผลผลิตออกไปจากตลาดสักวันละ ๒๐๐ ตันเท่านั้นครับ วันละไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นครับ ไปเป็นอาหารสัตว์ ไปเป็นปุ๋ยน้ํา ปุ๋ยชีวภาพ
๒. ปรับเงื่อนไขของแพคกิ้ง เครดิต เพิ่มเงื่อนไขให้เขาไปผลิตน้ําสับปะรดเข้มข้น เปิดตลาดอีกตลาดหนึ่ง ซึ่งมันจะทําให้เขาเพิ่มกําลังการผลิตและสามารถซื้อสับปะรด จากชาวไร่ได้มากยิ่งขึ้น และการช่วยเหลือถึงมือคนจังหวัดเพชรบุรีครับ และ
๓. ช่วยเหลือค่าขนส่ง ขอกิโลกรัมละ ๑ บาท
เท่านี้ก็อยู่รอดได้ แล้วก็อยู่รอดได้ไปช่วงระยะหนึ่ง ในที่สุดก็เข้าสู่วงจรธรรมชาติ ที่เขาเริ่มได้ราคาสูงขึ้นโดยธรรมชาติ ปัญหาก็หมดไป ปัญหาระยะยาวเรามาวางแผนแก้ไข และสิ่งที่ท่านต้องทําอย่างเร่งด่วนคือการตั้งประธานคณะกรรมการนโยบายสับปะรดแห่งชาติ ซึ่งในวันนี้เรายังไม่มี
ผมขอฝากเป็นคําถามแล้วแต่ท่านจะตอบครับ และขอให้ทั้งหมดนี้นําเสนอสู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ชาวไร่สับปะรดจังหวัดเพชรบุรี วันนี้อยู่ข้างบน ผมหวังว่าคําตอบที่จะได้วันนี้จะทําให้ พี่น้องเกษตรกรซึ่งจะไปกระจายข่าวต่อได้นอนตาหลับในคืนนี้ พรุ่งนี้ตื่นขึ้นอย่างมีความหวัง
และสุดท้ายผมก็ขออนุญาตมอบสับปะรดนี้ให้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฝากผ่านท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อจะได้นึกถึงพี่น้องชาวไร่ในนี้มีแต่น้ําตาครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีพรศักดิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ต้องขอขอบคุณท่านอรรถพรเป็นอย่างยิ่งที่ได้ฝาก ข้อเสนอแนะมา ๓-๔ ข้อ ผมก็จะขอรับไปรายงานท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สืบเนื่องจากว่ากรรมการนโยบายสับปะรดแห่งชาติ วันนี้ท่านพูดขึ้นมา ผมก็รู้ว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านได้เสนอเข้าไปสู่ ครม. แล้ว แต่ตอนนี้ ยังไม่ได้แต่งตั้งมา เพราะอะไร ปัญหาเศรษฐกิจมันรุมเร้ามา กรรมการยางธรรมชาติก็เช่นกัน กรรมการยางธรรมชาติอาทิตย์ที่ผ่านมาก็เพิ่งตั้งท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ มาเป็นประธานกรรมการยางธรรมชาติ และคิดว่าหลังปีใหม่นี้ทาง ครม. ทางท่านนายกรัฐมนตรีก็คงจะแต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่ง ขึ้นมาเป็นประธาน สับปะรดแห่งชาติต่อไป เพราะไม่ได้นิ่งนอนใจจริง ๆ เห็นความเดือดร้อน เพราะต้นทุนการผลิต สับปะรดหรือการปลูกสับปะรดตกไปกิโลกรัมละ ๓ บาทกว่า ผมรู้ ๓.๖๐ กว่าบาท วันนี้ถ้าต่ํากว่า ๔ บาทพี่น้องขาดทุน ผมถึงบอกว่าตอนนี้อยากจะทําเอ็มโอยูไว้ให้ช่วยเหลือ ซื้อ ๔ บาทกับเกษตรกร วันนี้เราอนุมัติไปแล้วพันล้านบาท ในการชดเชยดอกเบี้ย แล้วก็ มาแทรกแซงด้วยอีกส่วนหนึ่ง ท่านอรรถพรครับ วันนี้ผมถึงบอกว่าเราหัวอกนักการเมือง เข้าใจเกษตรกรดีด้วยกัน ผมเองเจอทั้งข้าว วันนี้มานั่งตรงนี้ก็มาเจอยางพารา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เจอทั้งนม เจอทั้งสับปะรด ผมว่าผมเห็นใจ ท่านจริง ๆ แล้วก็ต้องขอบคุณพี่น้องเราชาวจังหวัดเพชรบุรีที่มานั่งฟังผู้แทนราษฎรของท่าน ได้ตั้งกระทู้ถามในวันนี้เป็นประโยชน์กับท่านที่สุด เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าทางรัฐบาลเรา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กําลังหาวิธีการโดยรวบรวมเกษตรกร ๒๐ จังหวัดที่ปลูกสัปปะรดนี้ มีจํานวนเท่าไร แล้วจะพยายามโยงเข้าไปสู่คอนแทรค ฟาร์มมิ่งในปี ๒๕๕๕ ต่อไป ซึ่งถ้าเอาเข้าคอนแทรค ฟาร์มมิ่ง เขาจะซื้อราคา ๔.๕๐ บาทต่อกิโลกรัม โดยมีจํานวนที่เรา ปลูกเอาไว้ ที่เราทําสัญญาไว้ ท่านอรรถพร เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าวันนี้ต้องขอขอบคุณ ท่านอรรถพรและผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดใกล้เคียงที่ปลูกสับปะรดว่า วันนี้พี่น้องเราชาวปลูกสับปะรดเข้าใจพวกเราแล้วว่าเรามีหน้าที่รับเรื่องร้องทุกข์ จากเกษตรกรมาสู่ที่สภาแห่งนี้ ผมเองก็เป็นตัวแทนของทางรัฐบาลก็จะนําคําร้องทุกข์ของ ท่านไปสู่คณะรัฐบาลต่อไป สิ่งใดที่ท่านเสนอแนะมาผมยินดีรับฟัง และวันนี้ก็ตอบกระทู้ไป ถ้าฟังได้ก็ขอขอบคุณ แต่ผมคิดว่าวันนี้รัฐบาลเราเตรียมตัวแล้ว เราพยายามที่จะให้เกษตรกร ขายสับปะรดให้ไม่ได้รับการขาดทุน จะต้องได้ ๔ บาทขึ้นไป ก็ต้องขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่งครับ สวัสดีครับ
จบระเบียบวาระกระทู้ถามแล้วนะครับ
เรียนท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อการประชุม ๓๓๓ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขอดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มีนะครับ
ต่อไปจะพิจารณาเรื่องที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนคือ
เรื่องด่วนที่ ๑๗ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในนามของคณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หลักการและเหตุผลประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังต่อไปนี้
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะดังต่อไปนี้
(๑) ยกเลิกบทนิยามคําว่า “การแพทย์แผนไทย” “เวชกรรมไทย” “เภสัชกรรมไทย” “การผดุงครรภ์ไทย” และ “การแพทย์แผนไทยประยุกต์” (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๔)
(๒) ยกเลิกสาขาการแพทย์แผนไทย และสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ (ยกเลิกมาตรา ๕ (๑) และ (๒) และมาตรา ๓๓ (๑) และ (๒))
(๓) กําหนดให้อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเป็นรองประธาน ผู้แทนจากสภาการแพทย์แผนไทยเป็นกรรมการ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นกรรมการและเลขานุการ ผู้อํานวยการสํานักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ เป็นกรรมการ และผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะ (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๘ และยกเลิกมาตรา ๙)
(๔) เพิ่มเติมคุณสมบัติของกรรมการการประกอบโรคศิลปะในส่วนที่เกี่ยวกับ กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนจากสภาการแพทย์แผนไทย (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๐ (๑) และ (๒))
(๕) ยกเลิกคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยและคณะกรรมการ การวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ (ยกเลิกมาตรา ๑๔ (๑) และ (๒)และมาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๖)
(๖) กําหนดให้กรรมการวิชาชีพผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งและกรรมการวิชาชีพ ที่มาจากการเลือกตั้ง มีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับเลือกหรือแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดํารงตําแหน่งเกินกว่าสองวาระติดต่อกันไม่ได้ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒)
เหตุผล โดยที่ได้มีการแยกการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย และการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ไปบัญญัติไว้ในกฎหมายเฉพาะ สมควรปรับปรุงองค์ประกอบและคุณสมบัติของคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะ รวมทั้งปรับปรุงบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับสาขาแห่งการประกอบโรคศิลปะ และคณะกรรมการวิชาชีพให้สอดคล้องกันด้วย จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน
มีท่านใด จะอภิปรายหรือไม่ครับ เชิญครับ ท่านเลขานุการวิป
ท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ว่าด้วยเรื่องของร่างพระราชบัญญัติประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งทางรัฐบาลได้นําเสนอมาเพื่อให้สภาแห่งนี้ได้มีการพิจารณา ซึ่งกระผม ได้พิจารณาในหลักการและเหตุผลของร่างฉบับนี้แล้ว เป็นกฎหมายที่ควรสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าเมื่อวานนี้เราได้มีการพิจารณากฎหมายฉบับหนึ่ง ซึ่งจะยกวิทยฐานะ ของการแพทย์แผนไทย และการแพทย์แผนไทยประยุกต์ของประเทศไทยเอง ให้มีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น การปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ก็เพื่อที่จะให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. การประกอบวิชาชีพ การแพทย์แผนไทย ซึ่งท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงแล้วว่าเป็นการแยกการกํากับดูแล และการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทย ท่านประธานครับ หลายปีที่ประเทศไทยตั้งแต่ตั้งประเทศไทยมา การแพทย์แผนไทยเองก็ไม่ได้น้อยหน้ากว่า แผนทางด้านยุโรปเขา เพียงแต่ว่าเรายังไม่ได้รับการส่งเสริมให้มีความเจริญก้าวหน้า อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเภสัชกรรมไทย หรือเฉพาะเรื่องของงานสมุนไพรไทย ต่างประเทศเองก็ได้มาเอาสมุนไพรไทยหลายชนิดไป แล้วก็ไปปรุงยา มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก แต่ในขณะเดียวกันถ้าหากว่าทางรัฐบาลจะให้ความสําคัญกับการแพทย์แผนไทยอย่างจริงจัง ซึ่งผมเห็นว่าทางรัฐบาลโดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านก็ให้ความสําคัญในด้านนี้ จะเป็นการลดค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน ในขณะเดียวกัน ก็จะเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนที่ต้องการที่จะเข้ามาเป็นหมอ แต่ไม่สามารถที่จะไป สอบเอนทรานซ์ (Entrance) ได้ หรือว่าไม่สามารถที่จะสู้ในการแข่งขันได้ แต่เกิดว่าเขาโชคดี ที่อาจจะเกิดขึ้นมาในครอบครัวเขาเป็นแพทย์แผนไทย ก็ได้รับการต่อยอด ถ่ายทอดวิทยายุทธ์ ลงมาจากรุ่นปู่มาสู่รุ่นพ่อแล้วก็มาถึงรุ่นลูกแล้วก็ไปรุ่นหลานต่อไป ถ้าหากว่าทางรัฐบาล ได้ดูตรงนี้แล้วก็ยกวิชาชีพตรงนี้ให้เป็นที่ยอมรับ เราก็จะสามารถที่จะส่งออกแพทย์แผนไทย หรือยาของไทยไปสู่สากลโลกได้ ก็ขออนุญาตสนับสนุนร่างพระราชบัญญัตินี้ สมควรที่จะตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาต่อไป ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ
ไม่มีท่านใดอภิปรายต่อนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการประกอบ วิชาชีพการแพทย์แผนไทย ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เสนอเข้ามานะครับ สืบเนื่องจากว่า ในประเทศไทยนี้ในปัจจุบันแพทย์แผนไทยมีเป็นจํานวนมาก แล้วก็ปัจจุบันแพทย์เหล่านี้ ก็ประกอบวิชาชีพภายใต้การดูแลของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งอยู่ในกองประกอบโรคศิลปะ แต่เนื่องจากเวลาได้ผ่านไปแล้วก็มีการพัฒนาการในเรื่องขององค์ความรู้ แล้วก็ในเรื่องของ บุคลากรทางการแพทย์แผนไทยต่อเนื่องกันมายาวนาน แล้วก็วิทยาการความรู้ต่าง ๆ นั้น ก็ค่อนข้างที่จะมีรูปแบบแล้วก็แบบแผน การแพทย์แผนไทยปัจจุบันก็มีการแพทย์แผนไทย มีการแพทย์แผนไทยประยุกต์ มีการแพทย์พื้นบ้าน ซึ่งทางผู้ประกอบวิชาชีพทางด้านแพทย์ แผนไทยเหล่านี้นี่ถ้าหากว่าได้ให้โอกาสเขาในการที่จะดูแลองค์กรของเขาเองเช่นเดียวกับ องค์กรแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร แล้วก็พยาบาลเทคนิคการแพทย์และกายภาพบําบัด หรือ ๖ สภาวิชาชีพที่ได้แยกออกไปดูแลตนเอง มีรูปแบบของการปกครองในรูปของสภาวิชาชีพ ผมคิดว่าก็เป็นสิ่งที่ดี ที่จะทําให้การแพทย์แผนไทยนั้นมีอิสระแล้วก็สามารถที่จะดูแลตนเองได้ แต่สิ่งที่จะเป็นห่วงก็คือว่าการแพทย์แผนไทยนั้น การแพทย์แผนไทยประยุกต์ การแพทย์พื้นบ้านนี้ ยังมีความหลากหลายในเรื่องขององค์ความรู้อยู่ แล้วก็มีความหลากหลายในที่มาของการเป็น แพทย์แผนไทย เพราะว่าต้องยอมรับว่าธรรมชาติของการเกิดมีแพทย์แผนไทย หรือสมัยก่อนอาจจะเรียกว่า แพทย์แผนโบราณ ก็เกิดจากการเรียนรู้ เกิดจากการสะสมภูมิปัญญา เพราะฉะนั้นการที่จะตั้งสภาวิชาชีพขึ้นมาเพื่อให้ทุก ๆ คน ทุก ๆ ภาคส่วนที่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพ เหล่านี้ได้มีส่วนร่วมในการที่จะเลือกตั้งก็ดี หรือตั้งเป็นคณะกรรมการต่าง ๆ ก็ดี จําเป็นอย่างยิ่งที่คณะกรรมาธิการที่จะต้องมีการตั้งขึ้นหรือกรรมาธิการวิสามัญที่จะมา พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะต้องมีความรอบคอบในการที่จะคิดคํานึงถึงความมีส่วนร่วม และที่สําคัญก็คือมาตรฐานวิชาชีพที่จะมีขึ้นมาในอนาคตนะครับ สิ่งที่กังวลอีกอันหนึ่ง ที่จะฝากไว้ก็คือว่า การนวดไทยซึ่งปัจจุบันได้นํามาใช้เป็นวิถีชีวิตพื้นบ้าน อย่างเช่น ในครอบครัวก็จะมีการนวด มีการใช้การนวดไทยเข้ามาเกี่ยวข้อง หากว่าการออกกฎหมาย สภาวิชาชีพนี้มีความเข้มงวดจนเกินไป การนวดเพื่อการผ่อนคลายก็ดี ซึ่งปัจจุบันเราจะเห็นว่า มีธุรกิจก็ดี หรือการนวดผ่อนคลายตามแหล่งท่องเที่ยวก็ดี สถานที่พักผ่อนหย่อนใจก็ดีครับ ซึ่งต้องยอมรับว่ามีอยู่จริง ถ้าออกกฎหมายที่แรงเกินไปบุคคลเหล่านั้นก็จะเป็นผู้ที่ได้รับ ผลกระทบจากการจัดตั้งสภาวิชาชีพนี้ขึ้นมาทันที ก็ฝากข้อกังวลนี้ด้วย และอีกอย่างหนึ่ง ก็ไม่อยากจะให้สภาวิชาชีพนี้เป็นแหล่งในการที่จะประกอบธุรกิจของผู้หวังที่จะเข้ามา เป็นกรรมการที่จะจัดการฝึกอบรมก็ดี คิดค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในการออกใบอนุญาตต่าง ๆ ก็ดี ในส่วนนี้ต้องไม่ให้เกิดขึ้น ต้องให้มีมาตรฐานไม่น้อยกว่า ๖ สภาวิชาชีพทางด้านสุขภาพ ที่เกิดขึ้นมาแล้ว อันนี้ก็ต้องฝากข้อคิดคํานึงตรงนี้เข้าไปในการยกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ด้วยเช่นเดียวกันนะครับ แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่ามันมีทางออกครับ วิธีที่จะให้มีทางออกนั้น ก็คือว่าต้องเชิญผู้มีส่วนได้เสียในส่วนของการประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนไทยประยุกต์ การแพทย์พื้นบ้านต่าง ๆ เข้ามาพูดคุยกัน ระดมความคิด ในวงกว้างแล้วก็ไม่ต้องรีบเร่งในการยกร่างพระราชบัญญัตินี้จนเกินไป ถ้าหากว่าเป็นไปได้ ก็อยากจะให้ไปรับฟังความคิดเห็นทั้ง ๔ ภาค หรือหลาย ๆ ภาคส่วน แล้วก็เชิญสภาวิชาชีพ ใน ๖ สภาวิชาชีพที่มีอยู่แล้วเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะยกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย เพื่อให้เกิดความรอบคอบแล้วก็มีผลในการบังคับใช้ใน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้อย่างจริงจังนะครับ ในส่วนที่ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยทราบมาว่าก็อยากจะปกครองตนเองให้มาก ๆ บางครั้งก็อาจจะละเลยในส่วนของภาคราชการ ก็คือปลัดกระทรวงสาธารณสุขก็ดี อธิบดีการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกก็ดี หรืออธิบดีในกรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องก็ดี ที่จะมาเป็นกรรมการ ผมคิดว่าถ้าจะไปคิดรังเกียจว่าข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุข จะมาทําให้สภาวิชาชีพนี้ไม่มีอิสระในการบริหารจัดการ ผมคิดว่าตรงนี้อาจจะต้องคิดทบทวนใหม่ เพราะอย่าลืมว่ากระทรวงสาธารณสุขนั้นอํานวยความสะดวกในการที่จะให้ผู้ประกอบวิชาชีพ ทางด้านสุขภาพ มีอิสระในเรื่องของความคิดและการปกครองตนเองอยู่แล้วนะครับ ผมคิดว่ากระทรวงสาธารณสุข ต้องเป็นผู้อํานวยความสะดวกในการที่จะให้ผู้ประกอบวิชาชีพต่าง ๆ ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีคุณภาพ แล้วก็ลดความเสี่ยงของพี่น้องประชาชนที่จะมาใช้บริการทางสุขภาพเสียมากกว่านะครับ ใน พ.ร.บ. ประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทย์นั้น ในอธิบดีต่าง ๆ ในคณบดีคณะแพทย์ต่าง ๆ จํานวนมากนะครับก็เข้ามาเป็นคณะกรรมการ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าใน พ.ร.บ. ประกอบวิชาชีพ เวชกรรมนั้นปัจจุบันนี้ก็ทําให้วงการแพทย์นั้นมีความเจริญก้าวหน้าไปเป็นอันมากนะครับ ก็ขอฝากข้อสังเกตหลาย ๆ ประการเหล่านี้ถึงท่านประธานเพื่อที่จะให้ทางกรรมาธิการวิสามัญ ที่จะตั้งขึ้นนี้ได้นําไปประกอบในการพิจารณาครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ ในระบบบัญชีรายชื่อครับ สิ่งที่ผมมีประเด็นสงสัย ในเอกสารนะครับที่ต้องเรียนถามผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีก็คือมาตรา ๒๒ มีเรื่องของ การพ้นจากตําแหน่งตามวาระ ตามวรรคหนึ่ง มีทั้งหมด ๔ วงเล็บ (๔) นี้คือขาดคุณสมบัติตามวรรคสองสําหรับกรรมการวิชาชีพที่มาจากการเลือกตั้ง คืออ่านแล้วก็ไม่เข้าใจว่าวรรคสองอยู่ตรงไหนน่าจะเขียนให้ชัดไหมว่ามาจากข้อได้ แล้วถ้าดู ตารางซ้ายที่ท่านประกอบพระราชบัญญัติมาปรากฏว่า ผมตรวจสอบพบแล้วว่ามันขาด มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ ไปครับ คือถ้าดูจากมาตราที่ท่านให้มากรรมการที่มาจาก การเลือกตั้งไม่มีครับ ผมไม่เข้าใจว่าอาจจะเป็นมาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ ซึ่งตกหล่นไป พอมาตรา ๑๐ แล้วท่านกระโดดไปมาตรา ๑๔ เลย มันอยู่ที่มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ หรือไม่ ถ้าอย่างไรขออนุญาตฝ่ายเลขาช่วยส่งเอกสารประกอบมาด้วย เพราะมันอ่านแล้วมันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่ากรรมการที่มาจากการเลือกตั้งมันมาอย่างไรอ่านแล้ว ไม่พบนะครับ นั่นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ก็คือในข้อนี้ มาตรา ๒๒ เนื่องจากว่ากรรมการเป็นกรรมการ เรื่องของการประกอบโรคศิลปะซึ่งเกี่ยวข้องกับการแพทย์ ผมคิดว่ากรรมการนี้น่าจะสําคัญ แล้วก็หลายท่านเป็นข้าราชการด้วยน่าจะต้องมีคุณสมบัติที่ชัดเจนลงไปด้วยหรือไม่ว่าจะต้อง พ้นจากตําแหน่งถ้าหากว่าถูกกล่าวหา อย่างเช่น เรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) หรือว่าการที่จะต้องพ้นออกจากในตําแหน่งต่าง ๆ เกี่ยวกับราชการ หรือคุณธรรม จริยธรรม ทํานองนี้นะครับน่าจะต้องใส่เพิ่มเติมขึ้นด้วยหรือไม่ แต่อย่างไรกราบเรียนท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าฝากให้ท่านได้พิจารณาเพิ่มเติมครับ เพราะผมเชื่อว่ากรรมการเกี่ยวกับ วิชาชีพนี้การประกอบโรคศิลปะนั้นต้องเป็นกรรมการที่น่าเชื่อถือมีความศรัทธาในวิชาชีพ แล้วก็แน่นอนในที่สุด ก็คือความเชื่อถือศรัทธาของสังคมและพี่น้องประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านเชิดชัยครับ ท่านเชิดชัยแล้วไปท่านสุกิจนะครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมไม่แน่ใจนะครับ ก็คือ พ.ร.บ. การประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่สาเหตุการแก้ไขก็คือเพื่อรองรับ พ.ร.บ. ที่กําลังจะเกิดขึ้นในอนาคตคือ พ.ร.บ. การประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... คล้าย ๆ เป็นการแก้ พ.ร.บ. การประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อรองรับ ทีนี้ผมเกรงว่ากฎหมาย ๒ ฉบับมันอาจจะออกไม่ทันกันนะครับ เพราะฉะนั้นเป็นข้อกังวลว่า ท่านกรรมาธิการวิสามัญที่จะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็ขอให้ดูให้ดีนะครับ
อีกข้อหนึ่ง ใน พ.ร.บ. ที่จะแก้ไข พ.ร.บ. ประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีการไปเพิ่มตําแหน่งรองประธานซึ่งอันเดิมให้มีการเลือกตั้งรองประธาน ใส่เป็น อธิบดีกรมบริการสุขภาพ ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอธิบดีที่ว่านี้เพราะว่าอธิบดีกรมที่ว่านี่ เกิดจากการมีการปรับปรุงกระทรวงสาธารณสุขสมัยเก่า แล้วก็เพิ่มกรมนี้ขึ้นมาใหม่ กรมบริการสุขภาพก็เป็นกรม ขอโทษนะครับ คล้าย ๆ ทํางานทั่ว ๆ ไปจับฉ่ายว่าอย่างนั้นนะครับ ก็เลยไม่แน่ใจว่าอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ แล้วก็เอาตําแหน่งรองอธิบดีมาเป็น เลขานุการด้วย ผมอยากให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะดูเรื่อง พ.ร.บ. นี้ต้องให้แน่ใจว่า ยังจะเหมาะหรือเปล่าว่าจะเอาอันนี้เข้าไป
อีกอันหนึ่งก็คือแพทย์แผนไทยนี้นะครับ เดฟินิชั่น (Definition) ต่าง ๆ ต้องให้มันชัดเจนเหมือนกันเพราะว่ามีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายไปแล้วว่า พ.ร.บ. แพทย์แผนไทยมันต้องร่างให้ดีซึ่งก็กําลังจะมีการเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ไปศึกษาอยู่ไปดูว่า พ.ร.บ. ลักษณะที่ว่านี้เป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นด้วยความเป็นห่วงว่า ลําดับขั้นตอน เวลาของ ๒ พ.ร.บ. นี้ มันควรจะสอดคล้องกัน กลัวว่าอันหนึ่งออกมาไม่ทันกัน อันนี้ออกไปรับล่วงหน้าแล้วจะมีปัญหา ขอบพระคุณครับท่าน
คุณหมอสุกิจครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานนี้มีปัญหาเกี่ยวกับการเรียกชื่อผมจริง ๆ ผมก็เรียนท่านทั้งเป็นการส่วนตัวแล้ว ท่านก็ยังเรียกเหมือนเดิม ผม สุกิจ ครับ ก ไก่ สระอิ จ จาน นะครับท่านประธานครับ เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ การประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ท่านรัฐมนตรีนําเสนอเข้ามาสู่สภาในวันนี้ ผมยังสงสัยอยู่ว่ามันถูกต้องหรือเปล่าครับ เพราะว่านี่เป็นการร่างกฎหมายมาเพื่อจะรองรับ สภาวิชาชีพการแพทย์แผนไทยนะครับ ซึ่งท่านเขียนไว้ในมาตรา ๘ (๑) เป็นการเพิ่มจากสภาอื่น ซึ่งกราบเรียนนะครับว่าสภาอื่นเขามีตัวตนหมดแล้วครับ แต่สภาวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ที่ท่านเพิ่มเข้ามาเหมือนอย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ก็คือมันยังไม่มี ตัวตนนะครับ เพราะฉะนั้นการใส่เข้ามามันถูกต้องหรือครับ แล้วจะให้พวกผมมารับรอง กฎหมายฉบับนี้ได้อย่างไร ในเมื่อ พ.ร.บ. สภาวิชาชีพการแพทย์แผนไทยก็ยังอยู่ ในขั้นกรรมาธิการ แล้วอันนี้ก็เดี๋ยวถ้าผ่านวาระแรกไปก็ไปอยู่กับกรรมาธิการอีก แล้วเห็นว่า บางพรรคเสนอชุดเดียวกันเลยครับ การพิจารณา ๒ ฉบับนี้ ถ้าให้ผมดูนะครับ ฉบับร่างพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เสร็จก่อนแน่ ๆ เลย เพราะว่ามีอยู่ไม่กี่มาตรานะครับ ในขณะที่สภาวิชาชีพการแพทย์แผนไทยท่านเห็นไหมครับ ว่ายาวมากเลย ปึกเบ้อเริ่มเทิ่มเลยครับ กฎหมายกว่าจะเสร็จผมว่าอีกหลายวันทีเดียว เพราะฉะนั้นอย่างอื่นถ้าดูตามเนื้อหา สมมุติว่าสภาวิชาชีพการแพทย์แผนไทย มันจบเรียบร้อย กฎหมายอันนี้ใช้ได้เลยครับ ถูกต้องครับ แก้ไขอะไรถูกต้องทุกอย่าง หลายสิ่งหลายอย่างที่อยู่ใน พ.ร.บ. การประกอบโรคศิลปะ ฉบับปี ๒๕๔๒ ก็ถูกโอนไปที่ กฎหมายสภาวิชาชีพการแพทย์แผนไทย อันนั้นถูกต้องเรียบร้อยครับ แต่วันนี้สภาวิชาชีพ การแพทย์แผนไทยมันยังไม่มีเกิดขึ้น แล้วจะรับรองกฎหมายฉบับนี้ได้อย่างไรครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมว่าท่านรัฐมนตรีท่านอาจจะต้องถอนคืนไปก่อนนะครับ ถอนฉบับนี้คืนไปก่อน ถ้าพวกผมรับรองไปพวกผมทําผิดหรือเปล่าละครับ ท่านประธานต้องช่วยค้ําประกันให้ด้วย นะครับว่าพวกผมไม่ทําผิดกฎหมาย ไม่อย่างนั้นพวกเราก็แย่กันทั้งสภา เพราะฉะนั้น ขอให้สภาช่วยกันพิจารณาข้อนี้นะครับว่าการเสนอเข้ามาวันนี้ในเมื่อสภาวิชาชีพการแพทย์ แผนไทยยังไม่เกิดขึ้นแล้วเอามาใส่ในกฎหมายฉบับนี้ก่อนล่วงหน้าเป็นการถูกต้องหรือเปล่า ผมฝากประเด็นนี้ไว้เพียงแค่นี้ครับ
เชิญรัฐบาลครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขชี้แจง
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต่อข้อห่วงใยของท่านสมาชิกนะครับ ผมก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าข้อเท็จจริงก็เสมือนเป็นกฎหมายพวงนะครับว่า เมื่อมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแล้ว ถ้าไม่มีพระราชบัญญัติขึ้นมารองรับหรือสอดรับนั้น ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านได้กล่าวต่อความห่วงใยนั้นมันก็ไม่สามารถที่จะเดินไปได้ แต่บัดนี้ เมื่อร่างพระราชบัญญัติการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... ได้ถูกรับไปพิจารณา ทางกระทรวงก็เห็นสมควรที่จะต้องเสนอกฎหมายเพื่อให้สภาได้มีโอกาสตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อไปดําเนินการตรวจสอบนะครับ แล้วก็ดําเนินการตราพระราชบัญญัติขึ้นมารองรับ ก็ต่างเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมขออนุญาตนําเรียนท่านนายแพทย์สุกิจเพื่อโปรดพิจารณานะครับ ถือโอกาสนี้กราบเรียนต่อความห่วงใยของท่านกรรมาธิการไม่ว่าจะเป็นของท่านเชิดชัย ของท่านบุญยอด ก็ขออนุญาตนําเรียนว่ารายละเอียดของสาระของกฎหมายที่ได้ตราขึ้นไว้ ก็อยู่ที่ดุลยพินิจของท่านกรรมาธิการด้วยนะครับว่ามาตราใดที่อาจจะบกพร่อง หรือมีการเขียนอาจจะไม่ครอบคลุม สมาชิกก็สามารถที่จะดําเนินการแก้ไขในชั้น ของการพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการ ต่อกรณีของมาตรา ๑๐ ขอเรียนว่ามาตรา ๑๐ นั้น ก็แก้ไขมาตรา ๒๒ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แก้ไขเฉพาะ ๓ ปี เป็น ๔ ปี และการดํารงตําแหน่งไม่เกิน ๒ วาระ นอกจากที่แก้ไข เป็นไปตามกฎหมายเดิมนะครับ ก็ขออนุญาตนําเรียนว่าเพื่อให้สอดรับแล้วมีการปรับปรุงนะครับ สําหรับคุณหมอสุกิจว่าต้องมีร่างพระราชบัญญัติประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เนื่องจากกฎหมายพวงตามที่ผมได้นําเรียนว่าเป็นรายละเอียดที่เจ้าหน้าที่ก็ให้บันทึกขึ้นมา เพราะว่าหลักการเสนอกฎหมายก็เสนอทีละฉบับ เมื่อฉบับแรกรับไปแล้วก็ต้องมีฉบับอื่น ตามมา ทั้งนี้ท่านอาจจะพิจารณาโดยตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเป็นชุดเดียวกับที่พิจารณา ในชุดที่แล้ว ก็คือพระราชบัญญัติการแพทย์แผนไทยก็น่าที่จะเป็นได้ ผมก็ขออนุญาตนําเรียน ชี้แจงว่าท่านสามารถที่จะดําเนินการพิจารณาโดยชั้นคณะกรรมาธิการ แล้วถ้าสามารถให้สอดรับ หรือปรับปรุงตามที่ท่านสมาชิกเห็นสมควรว่ากฎหมายจะต้องบัญญัติไว้เพื่อให้สอดรับกับ พระราชบัญญัติการแพทย์แผนไทย จึงได้เสนอกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาพร้อมกับอีกกฎหมายหนึ่ง ก็คือเรื่องของสถานพยาบาล ขออนุญาตนําเรียนท่านประธานเพื่อโปรดทราบ
ท่านสมาชิกครับ ผมคิดว่าได้มีการอภิปรายพอสมควร ผมเห็นว่าจะขอปิดการอภิปราย
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นผมถือว่าที่ประชุมมีมติให้ปิดการอภิปรายนะครับ ก่อนจะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม เข้าห้องประชุมนะครับ จะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ก่อนที่จะลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ นะครับ เชิญท่านสมาชิกกรุณาใช้สิทธิแสดงตนโดยการเสียบบัตร และกดปุ่มแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เชิญเจ้าหน้าที่ส่งผล เดี๋ยวท่านมิ่งขวัญเสียบหรือยัง เรียบร้อยนะครับ เชิญเจ้าหน้าที่ส่งผลนะครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๗๐ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ จะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการ หรือไม่รับหลักการของร่างพระราชบัญญัติกฎหมายฉบับนี้นะครับ ท่านผู้ใดเห็นควรรับ หลักการช่วยกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นควรรับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ ขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผลคะแนน เห็นด้วย ๒๙๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๓ ท่าน ถือว่าที่ประชุม มีมติเห็นด้วยในการรับหลักการร่างพระราชบัญญัติกฎหมายฉบับนี้
เชิญท่านพิษณุ กรรมาธิการกี่ท่าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ขอเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญ จํานวน ๓๒ ท่าน ขอผู้รับรองครับ
๓๒ ท่าน สัดส่วนเป็นอย่างนี้นะครับ คณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒๗ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๙ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินและพรรคพลังชลรวมกัน ๑ ท่าน เชิญคณะรัฐมนตรี เสนอกรรมาธิการ ๕ ท่าน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นะครับ ใคร่เสนอรายชื่อกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของรัฐบาลดังนี้ ๑. นายสุพจน์ ฤชุพันธุ์ ๒. นายสุวัช เซียศิริวัฒนา ๓. นายปภัสสร เจียมบุญศรี ๔. นายธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ ๕. นายวราสิทธิ์ กาญจนสูตร ขอบคุณครับท่าน
เชิญพรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน เชิญคุณหมอพรเพ็ญ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน ๑. นายขจิตร ชัยนิคม ๒. นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ๓. นายนิยม เวชกามา ๔. นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ ๕. นางสมหญิง บัวบุตร ๖. นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ๗. นายดิสทัต คําประกอบ ๘. นายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี ๙. นายสหรัฐ กุลศรี ๑๐. นายพิชัย เกียรติวินัยสกุล ๑๑. ดอกเตอร์สมพรต สาระโกเศศ ๑๒. รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๑๓. นายเหวง โตจิราการ ๑๔. นายพินิจ จันทร์สมบูรณ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองถูกต้อง เชิญพรรคประชาธิปัตย์ ๙ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุชีน เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ดังต่อไปนี้ ๑. นายสุรันต์ จันทร์พิทักษ์ ๒. นางนิภา พริ้งศุลกะ ๓. นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธ์ ๔. นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ๕. นายแพทย์ปรีชา มุสิกุล ๖. พันตํารวจเอก นายแพทย์สามารถ ม่วงศิริ ๗. นายประสงค์ ชุ่มเชย ๘. นาวาเอก (พิเศษ) นายแพทย์อิทธพร คณะเจริญ ๙. นางเนตรดาว ยวงศรี ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคภูมิใจ ๒ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางนาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๒ ท่านดังนี้ค่ะ ๑. นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ๒. นางสาวชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้องครับ เชิญพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พัชรี โพธสุธน จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน คือนายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินหรือพรรคพลังชล ๑ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินและพรรคพลังชล คือนายอุกฤษณ์ ตั๊นสวัสดิ์ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องเชิญท่านเลขาธิการ อ่านชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จํานวน ๓๒ ท่าน ๑. นายสุพจน์ ฤชุพันธุ์ ๒. นายสุวัช เซียศิริวัฒนา ๓. นายปภัสสร เจียมบุญศรี ๔. นายธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ ๕. นายวราสิทธิ์ กาญจนสูตร ๖. นายขจิตร ชัยนิคม ๗. นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ๘. นายนิยม เวชกามา ๙. นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ ๑๐. นางสมหญิง บัวบุตร ๑๑. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๑๒. นายดิสทัต คําประกอบ ๑๓. นายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี ๑๔. นายสหรัฐ กุลศรี ๑๕. นายพิชัย เกียรติวินัยสกุล ๑๖. นายสมพรต สาระโกเศศ ๑๗. นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๑๘. นายเหวง โตจิราการ ๑๙. นายพินิจ จันทร์สมบูรณ์ ๒๐. นายสุรันต์ จันทร์พิทักษ์ ๒๑. นางนิภา พริ้งศุลกะ ๒๒. นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ ๒๓. นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ๒๔. นายปรีชา มุสิกุล ๒๕. พันตํารวจเอก สามารถ ม่วงศิริ ๒๖. นายประสงค์ ชุ่มเชย ๒๗. นาวาอากาศเอก (พิเศษ) อิทธพร คณะเจริญ ๒๘. นางเนตรดาว ยวงศรี ๒๙. นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ๓๐. นางสาวชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร ๓๑. นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ๓๒. นายอุกฤษณ์ ตั๊นสวัสดิ์
เชิญท่านพิษณุ แปรญัตติกี่วัน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองบัวลําภู เสนอแปรญัตติ ๗ วัน
มีท่านใดเสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมแปรญัตติ ๗ วันนะครับ จบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ
ต่อไปจะเป็นร่างพระราชบัญญัติสถานพยาบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เชิญรัฐบาลเสนอหลักการ เหตุผลครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็เช่นกันเพื่อให้สอดรับกับร่างพระราชบัญญัติการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จึงจําเป็นต้อง ตราร่างพระราชบัญญัติสถานพยาบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอเรียนเรื่องของหลักการนะครับ
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล ดังต่อไปนี้
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคําว่า สถานพยาบาล ให้ครอบคลุมถึงสถานที่ หรือยานพาหนะซึ่งจัดไว้เพื่อการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยด้วย (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๔)
(๒) แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคําว่า ผู้ประกอบวิชาชีพ ให้รวมถึงผู้ประกอบการ วิชาชีพแพทย์แผนไทยด้วย (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔)
(๓) แก้ไขเพิ่มเติมคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตให้รวมถึงผู้ประกอบวิชาชีพ การแพทย์แผนไทยด้วย (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕ (๑))
(๔) กําหนดให้ผู้รับอนุญาตต้องแสดงรายการเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพ การแพทย์แผนไทย ซึ่งประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลนั้น (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๒ (๒))
(๕) แก้ไขเพิ่มเติมให้ดําเนินการมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการควบคุม กํากับและดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลปฏิบัติตามหน้าที่ ตามกฎหมายว่าด้วย การประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยด้วย (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๔ (๒))
เหตุผล โดยที่ให้มีการแยกการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย และการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ไปบัญญัติไว้ในกฎหมายเฉพาะ สมควรปรับปรุงบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับบทนิยามในคําว่า สถานพยาบาลและประกอบวิชาชีพ รวมทั้งบทบัญญัติอื่นที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกันด้วย จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับ นี้ ขอบคุณครับท่านประธาน
ถ้าไม่มี ท่านใดอภิปราย มีไหมครับ เชิญคุณหมอเหวงครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าผมดีใจมากที่เห็นอนาคตของแพทย์แผนไทย จากนี้เป็นต้นไปจะสดใสกาววาวนะครับ แต่ทีนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า เรื่องการแพทย์เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์มีทั้ง ๒ ส่วนนะครับ ในเมื่อเรามีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ ในการที่จะยกระดับการแพทย์แผนไทยของเราให้เป็นที่เชิดชูสง่างามของคนไทยและทั่วโลก จึงต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าผมเองสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ พร้อมกันนั้นก็อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับ การแพทย์แผนไทยทุกท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้ผมดีใจที่มีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขมานั่งฟังการอภิปรายในสภาของเรานะครับ อยากจะกราบฝากท่านรัฐมนตรี ว่าเราต้องเอาใจใส่ในการพัฒนาการแพทย์แผนไทยให้แข็งแรงเช่นเดียวกับการแพทย์ แผนตะวันตกนะครับ เพราะฉะนั้นการวิจัยคงจะต้องทําอย่างจริงจังและยกระดับการแพทย์แผนไทย ขึ้นไปในระดับสากลให้ได้ ดังนั้นผมกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขนะครับ ในเมื่อเราตั้งใจในการที่จะยกระดับแพทย์แผนไทยให้มีคุณภาพ ให้แข็งแรง ให้สง่างามต่อชาวโลกแล้ว ผมอยากจะเห็นท่านรัฐมนตรีครับไม่ทราบจะมีอยู่แล้ว ถ้าหากมีอยู่แล้วผมขอกราบประทานอภัย แต่หากยังไม่มีน่าจะมีสถาบันพัฒนาและวิจัย แพทย์แผนไทยให้ขึ้นสู่ระดับสากลให้ได้ ก็คือต้องมีผลงานในด้านวิชาการ ผลงานในด้านวิจัย ผลงานด้านการค้นคว้าและสนับสนุนทางด้านศาสตร์ของการแพทย์แผนไทยให้ได้ แล้วก็ศิลป์ ของการประกอบแพทย์แผนไทยให้ได้ ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า จริง ๆ สมุนไพรในไทยมีมหาศาล แล้วในวันนี้แนวโน้มของโลกก็คือว่ายาทางตะวันตก จะมีราคาแพงขึ้นไปทุกที ๆ จนในที่สุดในอนาคตคนยาก คนจนก็ยากที่จะซื้อยาได้ด้วยตนเอง ซึ่งต้องอาศัยรัฐบาลในการสนับสนุน แล้วผมก็เป็นห่วงว่าถ้าหากว่าเรามัวแต่พึ่งยาตะวันตก เราอาจจะต้องสูญเสียงบประมาณหรือสูญเสียรายได้ให้กับทางตะวันตกจํานวนมหาศาล ซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องทําถ้าหากว่าเราไม่สามารถค้นคว้าทางด้านยาและสมุนไพรของเราเอง ดังนั้นกราบเรียนท่านประธานนะครับในเมื่อเราตั้งใจที่จะสนับสนุนแพทย์แผนไทยนี้ ให้แข็งแรงแล้วผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าไม่เพียงแต่ออกกฎหมายนะครับท่านรัฐมนตรีครับ เราสนับสนุนท่านในการออกกฎหมาย แต่ทางเป็นจริงทางกระทรวงสาธารณสุขอาจจะต้อง ทุ่มเทในการตั้งสถาบันในการพัฒนาแพทย์แผนไทย รวมทั้งสมุนไพรไทย ผมเห็นสมุนไพรไทยหลายตัว ท่านประธานครับผมเสียดายจังเลยเพราะต่างประเทศเขามาเอาไป แล้วถามชาวบ้าน แล้วเขาไปวิจัยเสร็จแล้วเขาไปจดทะเบียนระดับโลก สุดท้ายกลายเป็นว่ากรรมสิทธิ์ในลิขสิทธิ์ เป็นของต่างประเทศไป ทั้ง ๆ ที่สมุนไพรดังกล่าวมีรากเหง้ามาจากเรา แล้วภูมิปัญญา ชาวบ้านมันมาจากเรา แต่ว่าต่างประเทศเขามาศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจังในเวลาไม่กี่ปี ๕ ปีเท่านั้นเองนะครับ เขาก็สามารถที่จะยกระดับกลายเป็นยาแบบมาตรฐานสากล แล้วเขาก็ไปจดลิขสิทธิ์ กลายเป็นว่าเราจะต้องซื้อสมุนไพรที่ผลิตโดยเราเอง ภูมิปัญญาของเราเอง ในราคาต่างประเทศที่แพงมาก ดังนั้นก็กราบเรียนท่านประธานว่าในขณะที่ผม แล้วผมก็เชื่อว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ส่วนใหญ่น่าจะสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้ อย่าเพียงแต่ สนับสนุนเรื่องกฎหมายนะครับ ช่วยกรุณาสนับสนุนในทางเป็นจริงด้วยครับว่าทําอย่างไร ถึงจะมีสถาบันพัฒนาแพทย์แผนไทยให้มีคุณภาพในระดับสากลและเป็นที่เชิดหน้าชูตาของคนไทย และทางสากลด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดระยองครับ ผมเห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติสถานพยาบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สืบเนื่องจากจะมีการยกร่าง พ.ร.บ. การแพทย์แผนไทย แล้วก็จะมีการปรับปรุงพัฒนาต่าง ๆ เพื่อให้นิยามของคําว่า สถานพยาบาลนั้นได้ครอบคลุม ไปจนถึงยานพาหนะและสถานที่อื่น ๆ ที่ในยุคปัจจุบันมีการใช้เครื่องมือ ใช้ยานยนต์ต่าง ๆ ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยต่าง ๆ อย่างไรก็ตามผมก็ฝากข้อกังวลไว้ว่าการร่างกฎหมายนี้ ก็อย่าให้เป็นการจํากัดการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ยกตัวอย่าง หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ หลาย ๆ หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ซึ่งในภาคราชการก็ดี มูลนิธิก็ดีหรือภาคเอกชนก็ดี ได้ดําเนินการเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในถิ่นทุรกันดารหรือในเขตพื้นที่ภัยพิบัติต่าง ๆ การเยียวยารักษาพี่น้องผู้เจ็บป่วย มันมีมิติที่กว้างขวางแล้วก็มีมิติที่มากน้อยแตกต่างกัน การหยิบยื่นยาให้ผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วยโดยที่ไม่ได้มีการคิดค่ารักษาพยาบาลหรือค่าตอบแทนนะครับ ในการแก้ไขนี้ได้หมายรวมจนถึงว่าการเยียวยารักษา ทั้งนี้เป็นการกระทําในมาตรา ๓ ว่าเป็นการกระทําโดยปกติธุระไม่ว่าจะได้รับประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ผมก็ฝาก คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะมีการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ให้ดูแลตรงนี้ด้วย ไม่เช่นนั้น อาจจะไม่มีแพทย์ พยาบาล หรือผู้ประกอบวิชาชีพเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่มีความทุกข์ความเดือดร้อน เพราะเนื่องจากกฎหมายนั้นถ้ามีความแรงเกินไปก็จะทําให้ ในส่วนนี้กระทบต่อวิถีชีวิต แล้วก็เรื่องของคุณธรรม จริยธรรม และการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้ รวมถึงในโอกาสที่มีเขตภัยพิบัติหรือในภาวะสงครามต่าง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นก็ฝากใน ส่วนนี้ด้วยก็แล้วกัน
และอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของค่าธรรมเนียมในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือในการประกอบวิชาชีพต่าง ๆ อย่าให้ค่าธรรมเนียมนั้นสูงจนเกินไปเพราะต้องไม่ลืมว่า การดูแลรักษาผู้เจ็บไข้ได้ป่วยนั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้ป่วยที่มีฐานะยากจน เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า นําค่าธรรมเนียมที่แพงจนเกินไปก็อาจจะกระทบถึงเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลไปด้วย ในส่วนของผู้ที่มีฐานะดีนั้นในโรงพยาบาล สถานพยาบาลเอกชนนั้นก็คงจะไม่มีปัญหา อุปสรรคมากนัก ขอฝากท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้น ในข้อห่วงใยเหล่านี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพนะครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ผมเองก็ต้องขอขอบคุณ ต่อความห่วงใยและข้อสังเกตโดยเฉพาะของนายแพทย์เหวง โตจิราการ ที่ท่านได้ให้ข้อคิด ผมก็กราบเรียนตรง ๆ กับท่านสมาชิกว่าปัจจุบันนี้โดยเฉพาะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ รัฐบาลชุดนี้ก็พยายามมุ่งเน้น โดยเฉพาะพัฒนาการที่จะต้องเกิดขึ้นกับเรื่องวงการแพทย์แผนไทย ให้เทียบเคียงกับการแพทย์แผนปัจจุบัน เนื่องจากว่าเราทราบกันดีว่าในสังคมเดี๋ยวนี้ มีการแพทย์แผนจีน มีแพทย์แผนหลายรูปแบบ เพราะฉะนั้นการแพทย์แผนไทยเองก็มีตัวยา แล้วก็มีสมุนไพรหลายชนิด และครั้งนี้ผมก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่สมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติแห่งนี้ ได้มีโอกาสพิจารณาทั้งร่างพระราชบัญญัติประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติ สถานพยาบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๓ ร่างนี้ที่จะต้องพัฒนาไปสู่วงการการแพทย์แผนไทย ให้เป็นที่ยอมรับ แล้วผมขอรับข้อสังเกตไม่ว่าจะเป็นของท่านนายแพทย์บัญญัติที่ได้เสนอ ก็ถือว่าเป็นเรื่องสําคัญ ท่านได้เสนอไว้หลายเรื่องในฐานะท่านก็มีองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องของการดูแลรักษาผู้เจ็บป่วยมาก่อน ขอถือโอกาสนี้ว่าวงการแพทย์แผนไทย คงจะได้รับการพัฒนา ถ้ากฎหมายได้บัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนี้จะทําให้เราสามารถที่จะควบคุม และคัดกรอง ดูแลและเพิ่มขีดความสามารถ และสามารถทําให้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสมุนไพรไทย หรือพัฒนาการที่จะเกิดขึ้นกับแพทย์แผนไทยให้เป็น แพทย์ทางเลือกเคียงคู่กับแพทย์แผนปัจจุบันนะครับ แล้วก็ทัดเทียมกับเรื่องของแพทย์แผนจีน ซึ่งเขามีมาเก่าแก่ แต่ว่าวงการของแพทย์แผนไทยเราไม่ได้มีกฎหมายนะครับ ครั้งนี้จะเป็น ครั้งแรกที่สภาแห่งนี้จะได้บัญญัติในกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับ ทั้งที่ผ่านมาก็คือตามที่ผมได้นําเรียน จนถึงกระทั่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่ว่าเรื่องของพระราชบัญญัติสถานพยาบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็จะทําให้ทุกอย่างได้สมบูรณ์นะครับ ผมก็ฝากท่านกรรมาธิการและสภาแห่งนี้ไว้ว่า ท่านจะมีส่วนในการพิจารณา และหลังจากนั้นเสร็จสิ้นแล้วผมก็พร้อมที่จะบริหาร เรื่องของแพทย์แผนไทยให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามที่ทุกท่านได้ห่วงใยนะครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ผมว่าอภิปรายพอสมควรนะครับ ขอปิดการอภิปราย
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมปิดการอภิปรายนะครับ ก่อนจะลงมติรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกช่วยกรุณาแสดงตนโดยเสียบบัตรแล้วก็กดปุ่มแสดงตน เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยนะครับ ท่านใดยังไม่แสดงตนมีไหมครับ เชิญเจ้าหน้าที่ส่งผล มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๗๙ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ผมจะขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ หรือไม่นะครับ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการให้กดปุ่มคําว่า เห็นด้วย ผู้ใดไม่รับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ เชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ออกเสียงลงคะแนนมีไหมครับ ถ้าไม่มีปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผลลงคะแนน เห็นด้วย ๓๐๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๔ ท่านนะครับ ที่ประชุมมีมติเห็นด้วย รับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ
เชิญท่านกรรมาธิการพิษณุครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย เสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จํานวน ๓๒ คน ขอผู้รับรองครับ
๓๒ ท่านนะครับ สัดส่วนอย่างนี้นะครับ คณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒๗ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๙ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคพลังชล ๑ ท่าน เชิญรัฐบาลเสนอ ๕ ท่าน
ขออนุญาต ท่านประธานครับ ผมขอใช้คณะกรรมาธิการชุดเดียวกับร่างพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ครับ
ท่านสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างไรครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่ขัดข้องนะครับ ถือว่าที่ประชุมแห่งนี้ใช้คณะกรรมาธิการชุดเดิมที่รับร่างกฎหมาย ฉบับที่ผ่านมาเป็นคณะกรรมาธิการ ๓๒ ท่าน เชิญท่านพิษณุแปรญัตติกี่วัน
ท่านประธานครับ แปรญัตติ ๗ วันครับ
มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมแห่งนี้แปรญัตติ ๗ วัน ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากวาระการประชุมเราก็มีเท่านี้ ผมขอแจ้งท่านสมาชิกทั้งหลายว่าเราจะประชุมในครั้งต่อไปเป็นวันที่ ๔ วันที่ ๕ และวันที่ ๖ เรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ๓ วันติดต่อกันนะครับ มีการถ่ายทอดทางทีวี (TV) และวิทยุนะครับ แล้วก็ท้ายที่สุดนี้ ทางประธานสภาได้มอบหมายบอกว่าในปีใหม่นี้ขอให้ท่านเดินทางกลับภูมิลําเนา ด้วยความสวัสดิภาพและดูแลพี่น้องประชาชนนะครับ ผมขอปิดประชุมครับ