อรรถพร พลบุตร หารือเรื่องความตั้งใจของรัฐมนตรีช่วยว่าการในเรื่องปัญหาสับปะรด จังหวัดเพชรบุรี และเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการนโยบายสับปะรดแห่งชาติ โดยเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการผลิตสับปะรดให้ง่ายขึ้น และขอความช่วยเหลือจากทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และประธานสภาผู้แทนราษฎร
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็มีความเชื่อเหมือนที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการได้ตอบมาในคําถามแรก ว่ามีความตั้งใจ แต่ความตั้งใจกับความเข้าใจ ความใส่ใจ ความรู้ร้อน รู้หนาว บางครั้งคนละเรื่องครับ ผมต้องกราบเรียนผ่านท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการไปถึงท่านรัฐมนตรีธีระ วงศ์สมุทร หลายเรื่อง หลายราวที่ทําให้พวกเรา ส.ส. จังหวัดเพชรบุรีและกลุ่มเกษตรกรชาวไร่สับปะรดตั้งคําถาม ข้อสงสัยถึงความตั้งใจของท่าน ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการอาจจะไม่ทราบครับว่าวันนี้คณะกรรมการนโยบายสับปะรดแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นแกนกลางในการควบคุมปัญหาสับปะรดทั้งระบบ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ยังไม่มีเลยครับ มีครับ แต่ไม่ยอมตั้งประธานคณะกรรมการนโยบายซึ่งจะทําหน้าที่ขับเคลื่อนปัญหานี้ ทําไมไม่ตั้งล่ะครับ ปัญหามันจ่อความวิกฤติอยู่ในขณะนี้ กุมภาพันธ์หนักไปกว่านี้ วันนี้ประธานคณะกรรมการนโยบายสับปะรดยังไม่มี ผมไม่พูดประเด็นนี้ จะกินเวลาสภามากเกินไป
แต่อีกตัวอย่างหนึ่งซึ่งผมจะตั้งเป็นคําถามที่ ๒ ผมต้องกราบเรียน ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการครับว่าผมทราบครับ ผมทราบเมื่อเช้านี้เองครับ จากการชี้แจง ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเลขานุการของคณะกรรมการ คชก. ในวันที่ ๒๓ คชก. ได้ประชุมและได้อนุมัตินโยบายช่วยเหลือ ซึ่งเรียกว่าการช่วยเหลือดอกเบี้ยสําหรับเงินกู้ ดอกเบี้ยต่ําสําหรับโรงงานสับปะรด ที่เรียกว่า แพคกิ้ง เครดิต (Packing credit) เป็นอย่างไร แพคกิ้ง เครดิต ก็หมายความกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช้กลไกของโรงงานเข้าไปแก้ปัญหา สับปะรดด้วยการช่วยเหลือดอกเบี้ยให้โรงงานสับปะรด ตั้งวงเงินไว้ ๒,๐๐๐ ล้านบาทครับ แต่ไม่ได้ให้ ๒,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ หมายความว่าโรงงานสับปะรดที่มีอยู่ ๑๔ โรง ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์สามารถที่จะไปกู้แหล่งกู้เดิมของเขานั่นล่ะครับ แต่ดอกเบี้ยจ่ายเท่าไร รัฐบาลโดย คชก. ช่วยเหลือ ๓ เปอร์เซ็นต์ ร้อยละ ๓ เช่นถ้ากู้จาก ธ.ก.ส. มา ๔.๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จ่ายแค่ ๑.๕๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๓ เปอร์เซ็นต์รัฐบาลจ่ายให้ รัฐบาลก็ใช้เงินกับการนี้ ที่วงเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท อาจจะประมาณ ๓๐ ล้านบาทครับ ใช้กลไกโรงงานเข้าไปรับซื้อผลผลิต ดึงราคาขึ้นมาประกันที่ ๔ บาท ฟังดูดีท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ แต่ปัญหาจริง ๆ ไม่ได้อยู่ตรงนั้นเลย เพราะอะไร เพราะในขณะที่สภาพตลาดโลก มันไม่เอื้ออํานวยต่อการเพิ่มผลผลิต ท่านให้การช่วยเหลือในรูปของแพคกิ้ง เครดิต ให้โรงงานผลิตเพื่อจะสต็อก เพื่อให้ขยายกําลังการผลิตเพิ่มขึ้น โรงงานเขาก็ซื้อจากชาวไร่สับปะรด ที่ตั้งโรงงานนั่นล่ะครับ เขาซื้อจากลูกไร่ของเขาที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขาไม่มาซื้อ ที่หนองหญ้าปล้อง ที่แก่งกระจานหรอกครับ เพราะต้นทุนการขนส่งมันสู้กันไม่ได้ นั่นหมายความว่าวงเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งรัฐจ่ายจริง ๆ ประมาณ ๓๐ ล้านบาท ช่วยเหลือดอกเบี้ย ๓ เปอร์เซ็นต์ มันช่วยโรงงานครับ มันช่วยโรงงานให้มีเงินหมุนในช่วงที่ยัง นั่นล่ะครับ มันไม่ถึงแก่งกระจาน มันไม่ถึงหนองหญ้าปล้อง ไม่ถึงชะอํา ไม่ถึง ๕ อําเภอของเพชรบุรี ส่งออกไม่ได้ครับ สต็อกเอาไว้ครับ มีผลถึงชาวไร่บ้างเหมือนกัน ก็ชาวไร่ที่อยู่รอบโรงงานนั่นละครับ มันไม่ถึงแก่งกระจาน มันไม่ถึงหนองหญ้าปล้อง ไม่ถึงชะอํา ไปถึง ๕ อําเภอของเพชรบุรีแล้ว ๒,๐๐๐ ล้านบาทที่ลงไปจังหวัดเพชรบุรีได้อะไร ท่านครับ ผมขอเสนอท่านผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการ ทําไมไม่ลองเปลี่ยนระบบง่าย ๆ ล่ะครับ เช่น วันนี้สับปะรดของจังหวัดเพชรบุรี ผลผลิตเกินกว่าความต้องการอยู่ปริมาณหนึ่ง เพียงแต่ดึงสับปะรดนี่นะครับ อย่างนี้ครับ ออกจากจังหวัดเพชรบุรีแค่วันหนึ่ง ๒๐๐ ตันเท่านั้นละครับ ก็จะทําให้ราคาสับปะรด จังหวัดเพชรบุรีเขยิบสูงขึ้นโดยธรรมชาติ อาจจะเอาออกไปเพื่อไปเป็นอาหารสัตว์ ไปแปรรูป เป็นปุ๋ยน้ํา ปุ๋ยชีวภาพอะไรก็แล้วแต่ ให้มันเอาออกจากตลาดไป ไม่กลับสู่ตลาดนะครับ ใช้เงินวันหนึ่งไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ใช้มาตรการนี้ไม่เกิน ๑ เดือนครึ่ง ๓๐ กว่าล้านบาทครับ ช่วยเหลือพี่น้องชาวไร่ได้โดยตรง นั่นประการที่ ๑ ที่ผมขอฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ซึ่งต้องเร่งด่วน
ประการที่ ๒ ซึ่งเป็นข้อเสนอจากที่ประชุมคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส.ส. อลงกรณ์ พลบุตร ก็คือว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องเสนอให้ คชก. ครับ อาจจะเพิ่มวงเงินแพคกิ้ง เครดิตจาก ๒,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่มีเงื่อนไข มีเงื่อนไขกํากับไปที่โรงงานว่าเมื่อได้รับการช่วยเหลือแพคกิ้ง เครดิตไปแล้ว เขาให้เอาการช่วยเหลือสินเชื่อเหล่านี้ส่วนหนึ่งไปผลิตน้ําสับปะรดเข้มข้นครับ วันนี้เราไม่ได้กําหนด เขาไปผลิตสับปะรดกระป๋อง เขาผลิตอย่างไร ในที่สุดมันก็ตันครับ เพราะปลายทางมันระบายไม่ออก มันก็ตันอยู่ในโกดังอยู่นั่นครับ แต่ถ้ากําหนดเป็นเงื่อนไข บังคับให้เขาต้องผลิตน้ําสับปะรดเข้มข้น นั่นหมายความว่าเราจะมีตลาดใหม่ในต่างประเทศ ซึ่งวันนี้ผู้ส่งออกก็มีแค่ไทยกับอินโดนีเซียเท่านั้นครับ มันก็จะมีตลาดใหม่เพิ่มขึ้น เป็นน้ําสับปะรดเข้มข้น ซึ่งโรงงานสับปะรดกระป๋อง ๑๔ โรงผลิตได้อยู่แล้ว เขาจะได้เพิ่มกําลัง การผลิตจากวันละ ๑๐ ชั่วโมงเป็น ๑๕ ชั่วโมง นั่นหมายความว่าต้องการสับปะรด อย่างนี้มากขึ้น มันก็จะมีผลให้ต้องการใช้สับปะรดนอกพื้นที่เข้าสู่โรงงานมากขึ้น แล้วรัฐบาล ก็ช่วยเหลือด้วยการใช้มาตรการช่วยเหลือค่าขนส่งครับ สักกิโลกรัมละ ๑ บาทเท่านั้นล่ะครับ ท่านประธานครับ ๓ มาตรการนี้ล่ะครับ
๑. ดึงผลผลิตออกไปจากตลาดสักวันละ ๒๐๐ ตันเท่านั้นครับ วันละไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นครับ ไปเป็นอาหารสัตว์ ไปเป็นปุ๋ยน้ํา ปุ๋ยชีวภาพ
๒. ปรับเงื่อนไขของแพคกิ้ง เครดิต เพิ่มเงื่อนไขให้เขาไปผลิตน้ําสับปะรดเข้มข้น เปิดตลาดอีกตลาดหนึ่ง ซึ่งมันจะทําให้เขาเพิ่มกําลังการผลิตและสามารถซื้อสับปะรด จากชาวไร่ได้มากยิ่งขึ้น และการช่วยเหลือถึงมือคนจังหวัดเพชรบุรีครับ และ
๓. ช่วยเหลือค่าขนส่ง ขอกิโลกรัมละ ๑ บาท
เท่านี้ก็อยู่รอดได้ แล้วก็อยู่รอดได้ไปช่วงระยะหนึ่ง ในที่สุดก็เข้าสู่วงจรธรรมชาติ ที่เขาเริ่มได้ราคาสูงขึ้นโดยธรรมชาติ ปัญหาก็หมดไป ปัญหาระยะยาวเรามาวางแผนแก้ไข และสิ่งที่ท่านต้องทําอย่างเร่งด่วนคือการตั้งประธานคณะกรรมการนโยบายสับปะรดแห่งชาติ ซึ่งในวันนี้เรายังไม่มี
ผมขอฝากเป็นคําถามแล้วแต่ท่านจะตอบครับ และขอให้ทั้งหมดนี้นําเสนอสู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ชาวไร่สับปะรดจังหวัดเพชรบุรี วันนี้อยู่ข้างบน ผมหวังว่าคําตอบที่จะได้วันนี้จะทําให้ พี่น้องเกษตรกรซึ่งจะไปกระจายข่าวต่อได้นอนตาหลับในคืนนี้ พรุ่งนี้ตื่นขึ้นอย่างมีความหวัง
และสุดท้ายผมก็ขออนุญาตมอบสับปะรดนี้ให้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฝากผ่านท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อจะได้นึกถึงพี่น้องชาวไร่ในนี้มีแต่น้ําตาครับ ขอบคุณครับ