ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ยืนยันว่าคดีปล้นร้านทองที่สมุทรสาคร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๔

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ยืนยันว่าคดีปล้นร้านทองที่สมุทรสาคร ตำรวจทำงานตรงไปตรงมาและรวดเร็ว โดยชี้แจงรายละเอียดพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเพื่อพิสูจน์ความโปร่งใส และยืนยันว่าไม่เลือกปฏิบัติ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี และกํากับดูแลงานของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เริ่มต้นอยากจะยืนยันกับท่านประธาน และท่านสมาชิก และท่านผู้ชมทางบ้านว่าคดีนี้ตํารวจทํางานตรงไปตรงมา บางครั้งคดีเกิดขึ้น ก็สืบสวนสอบสวนอย่างใกล้ชิด แต่ขาดพยานหลักฐาน รู้โดยพฤตินัย แต่โดยนิตินัยที่จะ นําหลักฐานไปสู่การจับกุมมันยังไม่มี ก็ต้องสืบสวนสอบสวนต่อไป เมื่อไม่นานมานี้มีการปล้น ร้านทองที่ บก.น. ๘ กองบังคับการตั้งอยู่ฝั่งธนบุรี ตอนนี้ตํารวจจับคนร้ายได้แล้ว บางครั้งสื่อ ก็ถากถางว่าพรรคนี้ถูกยิง หัวคะแนนพรรคนี้ถูกยิง ทําไมตํารวจจับไม่ได้ แต่คราวนี้เป็น นายก อบจ. จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และเป็นลูกอดีตรัฐมนตรี และ ส.ส. พรรคเพื่อไทยทั้งตระกูล ตํารวจทําไมทํางานได้รวดเร็ว ผมมีสิ่งสําคัญและสมควร ที่คิดว่าต้องกราบเรียนท่านประธานและบรรดาสมาชิกตลอดจนกระทั่งท่าน ส.ส. ไพจิต ผู้ยื่นกระทู้ถามสด คดีนี้เหตุเกิดวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๕.๓๐ นาฬิกา เป็นเวลา กลางวัน เป็นการกระทําที่อุกอาจ ท้าทาย ไม่เกรงกลัวกฎหมายของผู้ที่กระทํา ได้มีคนร้าย ใช้อาวุธปืนยิงนายอุดรจนถึงแก่ความตายและได้หลบหนีไป ในที่เกิดเหตุตํารวจพบ ปลอกกระสุน ปลอก ตรวจสอบแล้วเป็นอาวุธปืนขนาด .๔๐ ที่เรียกว่าปืนกล็อก (Glock) เพราะปืน ๑๑ ธรรมดา ออโตเมติค (Automatic) บรรจุได้เพียง ๗ นัด ถ้านักยิงปืนทั่วไป ก็จะใส่รังเพลิง ๑ นัด อีก ๗ ใส่ในแม็ก แต่ปืนกล็อก ขนาด .๔๐ มันบรรจุได้เกิน ๙ นัด ถ้ากระผมจําไม่ผิด และที่สําคัญที่สุดเมื่อตํารวจไปตรวจที่เกิดเหตุบริเวณสถานีบริการ น้ํามัน ปตท. รุ่งสาคร ถนนเศรษฐกิจ ตําบลท่าทราย อําเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เอกสารแผ่นชาร์ท (Chart) ที่ผมทําเอาไว้แล้วจะชี้แจงสภาเพื่อให้ทุกคนเห็นว่าตํารวจ ไม่ได้เลือกปฏิบัติ และผมยืนยันว่าผมไม่ได้เอามาจากตํารวจ เอามาอย่างเดียวหมายจับ เพราะเอกสารอย่างนี้ผมหาไม่ได้ และตําหนิรูปพรรณหมายจับ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่ครับแผ่นที่ ๑ ที่ผมหามาได้ เพราะนายก อบจ. เป็นนักเรียนสวนกุหลาบรุ่นพี่ลูกชายผม และเป็นนักเรียนรัฐศาสตร์ รุ่นเดียวกับน้องชายผม และบ้านผมห่างจากจังหวัดสมุทรสาครขับรถ ๑๕ นาทีก็ถึงแล้ว และด้วยความรู้สึกจริง ๆ ผู้ถูกกล่าวหาคดีนี้ก็เป็นนักเรียนสวนกุหลาบรุ่นเดียวกับลูกชาย คนโตผมเช่นเดียวกัน ผมไม่มีอะไรเลยที่จะต้องไปใส่ร้ายหรือเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เป็นแต่เพียงต้องเอาความจริงมาบอกและให้ปรากฏ นี่ครับภาพผู้ตาย เหตุเกิดวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ เวลาประมาณ ๑๕.๒๐ นาฬิกา สถานที่เกิดเหตุปั๊ม ปตท. รุ่งสาคร หมู่ที่ ๗ ตําบลท่าทราย อําเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร แผ่นที่ ๒ ผมได้มาจากนักหนังสือพิมพ์ ท้องถิ่น ผมบอกมีภาพผู้ตายในที่เกิดเหตุไหม ก็สภาพศพผู้ตายเอียงซ้ายและหน้าผากกดครึ่ง ไม่ใช่เต็มทั้งหน้าผากหรือทั้งใบหน้า ทีนี้ผมก็ส่งทีมงานไป ไปดูสิว่าภาพถ่ายที่เกิดเหตุ เป็นอย่างไร คือผู้ตายเข้าไปในห้องน้ําของปั๊ม พอเข้าห้องน้ําเสร็จออกมาคนร้ายยิง ระหว่างล้างมือที่อ่างล้างมือนอกห้องน้ําที่เข้าใจว่าผู้ตายไปเข้าห้องน้ําในลักษณะไปถ่ายท้อง ก็ไปถ่ายพื้นที่มาเรียบร้อย ต่อไปก็มาจุดที่ ๔ บริเวณที่เกิดเหตุเป็นปั๊มเขามีจุดที่ตั้งกล้องวงจรปิด มองเห็น ผมไม่ลงลึกในรายละเอียด กล้องที่ ๑ กล้องที่ ๒ กล้องที่ ๓ กล้องที่ ๔ เห็นรถผู้ตาย วิ่งไปก่อนโดยมีคนขับ รถผู้ถูกกล่าวหาตามไปทีหลัง ก็เป็นการเชื่อมโยงเบื้องต้นว่ารถ ๒ คันนี้ วิ่งตามกันมา ทีนี้มาดูกล้องวงจรปิดที่ ๑ เห็นชัดครับ รถ ๒ คันตามกันมาติด ๆ กล้องวงจรปิดที่ ๒ นี่ครับรถที่ผู้ตายนั่งมา และรถผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นรถวีโก้สีบรอนซ์ แต่ในทะเบียนเขาบอกว่า เป็นสีน้ําตาล พอมาภาพวงจรปิดกล้องที่ ๓ หลักฐานมันชัด มันกระชับ นี่เป็นหลักฐาน ที่เราได้ดําเนินการรวบรวม ส่วนตํารวจจะทําอย่างไรเรื่องของเขา ตํารวจส่วนตํารวจ รองนายกรัฐมนตรีส่วนรองนายกรัฐมนตรี เพราะผมมีหน้าที่บอกสภา ผมมีหน้าที่ไปชี้ถูกชี้ผิด ผมไม่มีหน้าที่ไปสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และผมรู้ว่าเรื่องนี้ต้องเป็นประเด็นการเมือง เพราะยิงที่ดอนเมืองจับช้า ตรงนี้ทําไมรวดเร็ว ผมก็จึงต้องนําความรวดเร็วมาบอก กลางวัน คนเยอะเห็นกันหมดครับ พอมาพยานในที่เกิดเหตุ ผมเรียนท่านประธานแต่ว่าผมไม่เอ่ยชื่อ ที่ท่าน ส.ส. ไพจิต ว่ามีหลักฐานแน่ชัดจะไปจับเขาหรือ มีครับ แต่ผมเอ่ยชื่อพยานได้ไหมครับ ไม่ได้ เดี๋ยวเขาเป็นอันตราย พยานคนขับรถผู้ตาย รู้จักกับผู้ที่ถูกกล่าวหา คนขับรถผู้ตายเห็นผู้ตายเข้าไปในห้องน้ํานานก็เลยตามเข้าไปดู ก็ได้ยินเสียงปืน เห็นผู้ที่ถูกกล่าวหายิงปืน ก็จะเข้าไปกอด ผู้ที่ถูกกล่าวหาก็ใช้คําพูดใน ลักษณะว่า เดี๋ยวมึง พยานก็ยกมือขอชีวิต นี่ผมถามด้วยตัวผมเองเพราะบ้านผมอยู่ติดกัน นั่นพยานคนแรก ซึ่งเป็นคนขับรถผู้ตายแล้วรู้จักกับผู้ถูกกล่าวหามานาน ท่านประธานที่เคารพ จังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดไม่ใหญ่นัก สมัยคุณแม่ผมเรียกจังหวัดสมุทรสาครว่ามหาชัย หัวรถไฟวิ่งจากมหาชัยมาคลองสาน นั่นพยานปากที่ ๑ พยานปากที่ ๒ และปากที่ ๓ เป็นสุภาพสตรีคนหนึ่ง เป็นสุภาพบุรุษคนหนึ่งยืนยันว่าเห็นผู้ถูกกล่าวหาในระยะ ๒๐ เมตร อีกคนหนึ่งเห็นในระยะ ๕๐ เมตร นอกจากนี้เขายังมีการตรวจที่เกิดเหตุ ตํารวจเขาบอกว่า ได้หัวกระสุนขนาด .๔๐ และปืนชนิดนี้ในจังหวัดสมุทรสาครมีผู้ได้รับอนุญาตให้มีได้เพียง ๘ คน ผมบอกเพื่อความเป็นธรรม ก็ให้เจ้าหน้าที่อาวุธปืนเรียกปืนทั้ง ๘ กระบอก แล้วมายิง แล้วมาตรวจพิสูจน์ว่าหัวกระสุนเหมือนกับในศพ เหมือนกับที่ตกในที่เกิดเหตุหรือไม่ ก็จะได้ความเป็นจริง ปัญหาว่าตํารวจทําเร็วจริงหรือไม่ ตอบว่าเร็วครับ และบนพื้นฐาน ความถูกต้อง ความชอบธรรม เพราะมีทั้งพยานบุคคล พยานวงจรปิดและหัวกระสุนปืน พฤติกรรมแวดล้อม ตํารวจจึงไปดําเนินการขอหมายจับต่อศาลจังหวัดสมุทรสาคร ผมมาชื่นชม ว่าหลักฐานดี ผมไม่ได้มาชื่นชมว่าตํารวจเก่ง แต่เมื่อตํารวจรวบรวมพยานหลักฐาน แล้วศาลเป็นผู้อนุมัติ ไม่ใช่ตํารวจอนุมัติ ศาลเป็นผู้อนุมัติให้ออกหมายจับ ที่ จ ๔๕๔/๒๕๕๔ หมายจับวันที่ ๒๖ เดือนธันวาคม ๒๕๕๔ หลังเหตุเกิดวันเดียว หลายครั้งครับ ตั้งแต่สมัย ผมเป็นตํารวจ บางคดีศาลก็ไม่ออกหมายจับให้ถ้าเนื้อหาในสํานวนการสอบสวนยังไม่ชัดเจน ตํารวจเขามีหลักฐานมากกว่านี้ ผมบอกไม่ต้องมาบอกผมเดี๋ยวสํานวนการสอบสวนรั่วไหล และตํารวจต้องคํานึงถึงบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๙ ในคดีอาญาให้สันนิษฐานว่า ผู้ต้องหาหรือจําเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ ถ้ายังไม่มีคําพิพากษาถึงที่สุดจะไปกล่าวหาว่าเขาเป็น ผู้กระทําผิดไม่ได้ ผมย้ํากับตํารวจไปว่าคุณต้องตั้งสมมุติฐานว่าบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เขากําหนดไว้ ผู้ต้องหาหรือจําเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ตามมาตรา ๓๙ และเมื่อคดียังไม่ถึงที่สุด ก่อนมีคําพิพากษาอันถึงที่สุด แสดงว่าบุคคลใดได้กระทําผิดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทําความผิดไม่ได้ เลิกเสียทีข่มขู่ผู้ต้องหา เลิกสักทีข่มขู่พยาน มีหลักฐานอย่างใดว่าไปอย่างนั้น และผมยังบอกต่อ ว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๑ พุทธศักราช ๒๕๕๐ ผู้ต้องหาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอยู่ในระหว่างสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติต้องถือปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๑๓๑ และระเบียบสํานักงานตํารวจแห่งชาติว่าด้วยการจับกุม ฉบับที่ ๒ ปี ๒๕๔๕ ลักษณะที่ ๓ บทที่ ๗ เรื่อง การแจ้งข้อกล่าวหาการจับกุมคุมขัง หรือการออก หมายเรียกตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกรัฐสภา เรื่องนี้เมื่อมีการออกหมายจับ ทางผู้ถูกกล่าวหาก็ไปมอบตัวแสดงความบริสุทธิ์ แล้วก็ไม่ได้ให้การโดยยืนยันกับพนักงาน สอบสวนว่าจะให้การชั้นศาล ตํารวจก็สนองตอบปฏิบัติตาม ก็ไม่ได้สอบสวนอะไรเรื่องก็จบ ตรงนี้ ก็ยืนยันกับคุณไพจิต ศรีวรขาน และท่านประธานตลอดจนพี่น้องที่ชมการอภิปราย ของผมว่าไม่มีการกลั่นแกล้ง ไม่มีการสร้างหลักฐานเท็จ และยังไปกล่าวหาว่าผู้ถูกกล่าวหา เป็นผู้กระทําความผิดไม่ได้ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ผู้ถูกกล่าวหาว่าอาจจะไปสู้คดี ชั้นศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา พวกผมแฟร์พอ พวกผมยุติธรรมพอ แต่เอารายละเอียด มาบอกเพื่อให้คุณไพจิตสบายใจว่าทําตามขั้นตอน ถ้าพรรคการเมืองพรรคไหนยังไปคิดว่านี่ พอฝั่งตรงข้ามรัฐบาลทําปั๊บ ๆ พอตายกันแถวดอนเมืองยังไม่ก้าวหน้า กราบเรียนด้วยความเคารพ และยืนยันด้วยความจริง ทั้งหมดนี่ผมก็อาศัยความเป็นพนักงานสอบสวนเก่า และผมก็อาศัย เป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงกับจังหวัดสมุทรสาคร และผมก็ย้ําอีกครั้งว่าทั้ง ๒ ฝ่ายรู้จัก ผมต้องบอกตํารวจให้ทํางานด้วยความเป็นธรรม อย่าไปกลั่นแกล้ง อย่าไปปกป้องและอย่าไป ซ้ําเติม ตลอดจนพยานที่ให้การไว้ก็ต้องดูแลเขาเพื่อให้ความปลอดภัยเขา ผมกราบเรียน ตอบข้อแรกนะครับ ขอบคุณท่านประธาน