รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๒๘ (สมัยสามัญทั่วไป) เป็นพิเศษ
วันพุธที่ ๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔
ณ ตึกรัฐสภา
ต่อไปคุณขยัน วิพรหมชัย
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์
เรื่องที่ ๑ ขอกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ได้เร่งรัดการเดินสํารวจออก โฉนดที่ดินในเขตพื้นที่จังหวัดลําพูน อําเภอทุ่งหัวช้าง อําเภอลี้ อําเภอบ้านโฮ่ง อําเภอป่าซาง อําเภอเวียงหนองล่อง และอําเภอแม่ทา
เรื่องที่ ๒ ขอติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างฝายน้ําล้นแม่ลี้ ฝายสบ ห้วยอ้อ ฝายน้ําล้นแม่แต๊ะผาแล อําเภอลี้ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม
เรื่องที่ ๓ ขอติดตามโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ําห้วยทรายขาว ตําบลศรีวิชัย ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เรื่องที่ ๔ ขอคณะกรรมการ คชก. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ได้เร่งรัดการแก้ไขปัญหาลําไยอบแห้ง ซึ่งยังคงค้างสต็อก (Stock) ในส่วน ของธนาคาร ธกส. ที่ได้ดําเนินการรับจํานําไว้
เรื่องที่ ๕ ขอคณะกรรมการ คชก. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวง พาณิชย์ วางมาตรการในการแก้ไขปัญหาลําไยสดที่จะออกอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งจังหวัด ลําพูนของกระผมก็มีลําไยและมะม่วง ขอให้รัฐบาลเร่งดําเนินการแก้ไขปัญหาวางมาตรการ ให้ได้ขายลําไยในราคาดีเหมือนปีที่ผ่านมา
เรื่องสุดท้าย ขอท่านประธานได้มีหนังสือไปยังบริษัทการบิน ซึ่ง ส.ส. ได้จองไว้ล่วงหน้า แต่ว่าไม่สามารถเดินทางไปได้เพราะว่าสภาผู้แทนราษฎรจะหมดวาระลง เกรงว่าจะเป็นการเสียงบประมาณโดยใช่เหตุ จึงขอท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ส่ง หนังสือไปยังบริษัทการบินไทยโลว์คอสท์ (Low cost) ที่ ส.ส. ได้จองไว้ล่วงหน้า
ขอให้กระทรวงพาณิชย์เร่งรัดการแก้ไขปัญหาพริกในเขตพื้นที่อําเภอเมือง และอําเภอบ้านธิ ราคาตกต่ํา กราบขอบพระคุณครับ
คุณอํานวย คลังผา
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย
เรื่องแรก สืบเนื่องจากผมได้รับความเดือดร้อนจากนายสมภาส วินาวิน และพี่น้องประชาชน จํานวน ๑,๐๐๐ กว่าหลังคาเรือน ซึ่งได้รับความเดือดร้อนเรื่องการจ่ายเงิน ชดเชยพิเศษเกี่ยวกับโครงการเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตามหนังสือที่ กษ ๐๓๐๓/ตส ๑ ลงวันที่ ๑๘ มกราคม ซึ่งในขณะนี้ตัวแทนของประชาชนในพื้นที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ได้นํา หนังสือมาถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็อยากจะฝากท่านประธานให้ เร่งรัดดําเนินงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะจ่ายเงินชดเชยให้กับพี่น้องประชาชนชาว ตําบลชัยบาดาลและตําบลมะกอกหวานให้กับพี่น้องประชาชนด้วย
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ซึ่งในขณะนี้ถนนช่วงขยาย ๔ เลน ช่วงบ้าน หลุมข้าวและบ้านวังขอนขว้าง ช่วงนี้ยังไม่ได้ก่อสร้าง เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เมื่อ ๒-๓ วัน ก็มีรถชนคนตาย ก็อยากจะฝากท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งขยายถนน ให้เป็น ๔ เลน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุให้กับพี่น้องประชาชนด้วย
เรื่องที่ ๓ เรื่องการจ่ายเงินชดเชยประกันราคาข้าวของตําบลชัยบาดาลและ ตําบลมะกอกหวานเช่นกัน ซึ่งพี่น้องประชาชนได้ร้องมาที่ส่วนกลางเป็นเวลานานแล้วยังไม่ได้รับ งบประมาณในส่วนนี้ ก็อยากจะฝากท่านประธานให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัด ดําเนินการจ่ายเงินชดเชยให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในส่วนนี้ด้วย ขอบคุณครับ
คุณวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน
เรื่องแรก พี่น้องประชาชนชาวหนองแขมต้องการให้มีการปรับปรุง โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ของกรุงเทพมหานคร เนื่องด้วยผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นถึง ๕๐,๐๐๐ คน ในปีที่แล้ว จึงขอแพทย์ พยาบาล และเครื่องมือแพทย์เพิ่มเติม และขอสร้างอาคารผู้ป่วย สูง ๑๕ ชั้น ๑ หลัง ขอให้ขยายถนนหน้าโรงพยาบาลเพราะแคบมาก ขอไฟฟ้าส่องสว่าง ทางเข้าโรงพยาบาลเพราะมืดจริง ๆ ขอให้ ขสมก. เปิดเส้นทางรถเมล์ใหม่จากเขตบางบอน ถนนเอกชัยมาที่โรงพยาบาล ขอให้ลอกคลองหนามแดง เนื่องจากน้ําท่วมโรงพยาบาลทุกปี และเขตนี้ปรากฏว่าเป็นไข้เลือดออกมากที่สุดในกรุงเทพมหานคร
ส่วนพี่น้องประชาชนที่ศูนย์บริการสาธารณสุข ๔๘ นาควัชระอุทิศ เขตหนองแขม ผู้ป่วยก็เพิ่มมากขึ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ต้องการขอแพทย์ พยาบาลเพิ่มเติม ขอให้สร้างอาคาร ศูนย์ฟื้นฟูกายภาพบําบัด จํานวน ๑ หลัง และปรากฏว่ามีข้อมูลว่าเด็กนักเรียนอายุ ๑๓-๑๔ ปี ติดยาไอซ์ (Ice) เพิ่มเป็นจํานวนมาก ขอให้สนับสนุนโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้มีภาวะ บกพร่องการเคลื่อนไหวต่อเนื่องทุกปี ขอให้มีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบําบัด และผู้สูงอายุขอเบี้ยยังชีพเพิ่มเติม
ส่วนที่โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ เขตบางแค ของบสร้างอาคารเอนกประสงค์ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ จํานวน ๑ หลัง มูลค่า ๔๗๘,๔๐๐,๐๐๐ บาท เนื่องด้วยผู้ป่วย เพิ่มมากขึ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ขออัตราแพทย์ พยาบาลเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพยาบาลจาก ๑๒๗ ท่าน ขอเพิ่มเป็น ๓๐๐ ท่าน และขอขยายเป็นโรงพยาบาลขนาด ๒๐๐ เตียง โครงการ ประกันสุขภาพถ้วนหน้า ควรเพิ่มค่ารักษาพยาบาลผู้สูงอายุเป็น ๓,๒๐๐ บาท หรือ ๓,๕๐๐ บาท และรัฐบาลควรจัดหาเครื่องฟอกไตเพิ่มเติมในทุกโรงพยาบาลของโรงพยาบาลของรัฐ เนื่องจากมีผู้ป่วยโรคไตมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน
คุณพรพรรณ จากหมู่บ้านหรรษา เขตหนองแขม ร้องขอให้กระทรวงการคลัง ได้อนุมัติให้มีบําเหน็จข้าราชการมาค้ําประกันธนาคาร เนื่องด้วยเพราะว่าอดีตข้าราชการ ต้องการใช้เงินก่อนตายจะได้หรือไม่
และพี่น้องประชาชนต้องการให้สร้างสวนสาธารณะ ซอยเอกชัย ๑๓๑ ที่ดินทรัพย์สิน ๙๙ ไร่ ซอยเพชรเกษม ๖๙ ที่บ้านขิง ๔๐๐ ไร่ และที่ซอยเพชรเกษม ๗๗ ที่ดินของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ขอบคุณครับ
คุณสุนทรี
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องกล่าวขอบคุณท่านประธานที่ให้ดิฉันได้หารือในวันนี้
เรื่องแรกที่อยากจะหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือดิฉันได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องที่เป็นเกษตรกรอยู่ในอําเภอบ้านเขว้า อําเภอหนองบัวระเหว อําเภอจัตุรัส อําเภอเนินสง่า และอําเภอซับใหญ่ บอกว่าตอนนี้ชาวบ้านมีความเดือดร้อนจากการที่ไม่มี น้ําจะกินจะใช้อยู่แล้วแต่ว่าเมื่อปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะช่วงปลายปีที่แล้วเกิดภาวะน้ําท่วม อย่างหนักที่ชัยภูมิ ตอนนี้พี่น้องเกษตรกรต้องการจะให้รัฐบาลเร่งรัดการจ่ายเงินชดเชย ผู้ประสบอุทกภัยที่ได้รับผลกระทบจากน้ําท่วมในไร่นา ไร่มันสําปะหลังด้วยค่ะ เนื่องจาก ตอนนี้เดือดร้อนเป็นจํานวนมาก เมื่อวานก็เพิ่งอนุมัติงบประมาณไป ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท น่าจะเร่งรัดให้ประชาชนโดยด่วนด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ค่ะท่านประธาน ก็คือดิฉันก็ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ในอําเภอจัตุรัส อําเภอบ้านเขว้า และอําเภอซับใหญ่ ในหลายตําบล อยากเร่งรัด ในเรื่องเกี่ยวกับการออกโฉนดชุมชน เนื่องจากตอนนี้พี่น้องหลายรายอยู่ในที่ดินของตัวเอง ที่ทํากินมาเป็นเวลาตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย ผ่านมาหลายปีแล้วก็ยังไม่ได้รับการออกโฉนด ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลในการออกโฉนดชุมชน ให้กับพี่น้องด้วย
เรื่องสุดท้ายที่อยากจะหารือ ก็คือดิฉันได้รับการร้องเรียนจากผู้นํา ในตําบลหนองบัวโคก ตําบลท่ากูบ ตําบลตะโกทอง ตําบลหนองบัวโคกที่อําเภอจัตุรัส ตําบลท่ากูบ ตําบลตะโกทอง ที่อําเภอซับใหญ่ค่ะ ว่าถนนหนทางในหมู่บ้านเขายังเป็น ดินลูกรัง การสัญจรไปมาค่อนข้างจะลําบาก อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็คือกระทรวงคมนาคม ให้ช่วยดูแลแก้ไขในการจัดสรรงบประมาณมาสร้าง ถนนคอนกรีตให้กับพี่น้องในพื้นที่ดังกล่าวด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ
คุณพิกิฏ ศรีชนะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม พิกิฏ ศรีชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๔ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ คือเรื่องของการให้บริการของสํานักงานที่อําเภอกุดชุม ซึ่งล่าช้ามาก ผมได้รับคําร้องเรียนจากพี่น้องชาวอําเภอกุดชุมและอําเภอไทยเจริญว่า เวลามายืนเรื่องคําร้องขอออกรังวัดจะใช้เวลาในการต่อคิวประมาณ ๒ ปี ถึง ๓ ปี แต่ถ้า อยากได้เร็วฝ่ายรังวัดบอกว่าต้องไปจ่ายรังวัดเอกชน ซึ่งใช้เวลา ๑-๒ เดือน แต่ต้องเสีย ค่าจ่ายแปลงหนึ่ง ๕,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ บาท แต่คนรังวัดจริง ๆ ก็คือเจ้าหน้าที่ รังวัดของส่วนราชการมีส่วนร่วมด้วย ฉะนั้นก็อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้พิจารณา แก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนในส่วนนี้ด้วย
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับร้องเรียนจากผู้อํานวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตําบล ซึ่งรัฐบาลได้มีนโยบายยกระดับสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล ท่านยกระดับขึ้นไปเป็นโรงพยาบาล แต่บุคลากร หมอ พยาบาลวิชาชีพไม่มี ภาระหนักก็คือ ผอ. ที่ท่านให้เขาเป็น แต่ตําแหน่งก็ยังเหมือนเดิม ซี. ก็ซี. ๕ ซี. ๖ ค่าตอบแทนตําแหน่งก็ไม่มี โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้อง อสม. ซึ่งวันนี้ต้องทํางานแทนหมอ เพราะว่าไม่มีหมอที่จะไปดูแลที่ โรงพยาบาลชุมชนระดับตําบล ฉะนั้นผมก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลบุคลากร ในส่วนนี้ด้วย และโดยเฉพาะค่าตอบแทน อสม. ท่านได้มาแล้ว ๒ ปี ปีละ ๖๐๐ บาทต่อ เดือน น่าจะปรับเป็น ๑,๐๐๐ บาท
เรื่องที่ ๓ เรื่องของปัญหาภัยแล้งที่จังหวัดยโสธร ก็อยากสอบถาม กรมชลประทานเกี่ยวกับโครงการอ่างเก็บน้ําลําห้วยโพง (ตอนบน) โครงการอ่างเก็บห้วยทม โครงการอ่างเก็บน้ําลําห้วยเซบาย ๓ แห่งว่าจะดําเนินการเมื่อไร อย่างไรขอกราบขอบคุณ ครับท่านประธาน
คุณนิยม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับการร้องเรียนจาก ราษฎรจํานวนมากของอําเภอชัยบาดาล อําเภอท่าหลวง อําเภอพัฒนานิคม อําเภอสระโบสถ์ อําเภอลําสนธิ ขอให้ช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนเรื่องพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ที่กําลัง ขาดแคลน ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดําเนินการให้
ข้อ ๒ ให้วิทยาลัยการอาชีพ วิทยาลัยเทคนิค กระทรวงศึกษาธิการ ช่วยผลิต พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ แล้วก็ปุ๋ยชีวภาพช่วยเกษตรกร และส่งเสริมให้มีการเลี้ยงโคนม โคเนื้อ
๓. ขอให้จัดการตลาดเป็นศูนย์กลางที่อําเภอชัยบาดาล ตลาดลํานารายณ์ เพราะปัจจุบันนี้มาที่ตลาดกลางรังสิตนี่ไกลมาก ต้องเสียค่าขนส่งจํานวนมาก แล้วก็เกิด อุบัติเหตุบ่อย คนต้องเสียชีวิต ทรัพย์สินต้องเสียหายมาก
๔. ขอให้จัดตลาดสินค้าโอทอป (OTOP) ที่ตลาดลํานารายณ์ ซึ่งเคยจัด มาแล้วเป็นประเพณี แต่ปีนี้ยังไม่ได้จัด
๕. ขอให้การส่งเสริมการท่องเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ น้ําตกวังแสนดี น้ําตกเตาต้น น้ําตกวังก้านเหลือง น้ําตกน้ําโตน ป่าหินงาม ทุ่งกระเจียวงาม จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดลพบุรี
๖. ขอให้กรมอาชีวศึกษาสร้างหลักสูตรการศึกษา
ท่านประธานครับ ทั้งหมดมี ๑๔ เรื่อง ผมขอส่งเป็นหนังสือก็แล้วกัน ขอบคุณท่านประธานครับ
ครับ คุณศุภชัย ศรีหล้า
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่กรุณาให้มีการหารือในที่ประชุม ผลจากการหารือในที่ประชุมปรากฏว่า มีปัญหาหลายอย่างที่ผมเคยหารือต่อที่ประชุมแห่งนี้แล้วได้รับการบําบัดแก้ไข พี่น้องประชาชนฝากกราบขอบพระคุณท่านประธานมา ยกตัวอย่างกรณีเรื่องการหารือต่อที่ ประชุมแห่งนี้ เรื่องของอาคารเรียนในจังหวัดอุบลราชธานีในหลาย ๆ โรงเรียนมีสภาพทรุด โทรม วันนี้กระทรวงศึกษาธิการได้จัดสรรงบประมาณให้ใช้ในการบํารุงรักษา ให้ใช้ในการ ปรับปรุง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารเรียนในพื้นที่อําเภอม่วงสามสิบ อําเภอเหล่าเสือโก้ก อําเภอดอนมดแดง อําเภอตาลสุม กระทรวงศึกษาธิการได้จัดสรรงบประมาณให้โรงเรียนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้แต่ละโรงเรียนได้มีโอกาสปรับปรุงห้องเรียนให้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้ การได้และเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนของชาติต่อไปในอนาคต หรือกรณีของการหารือ ในที่ประชุมในเรื่องของการสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชน วันนี้ถนนหลายสายได้รับ งบประมาณในการบํารุงรักษา ถนนหลายสายได้รับงบประมาณในการปรับปรุงก่อสร้าง เพิ่มเติม ยกตัวอย่างกรณีพี่น้องประชาชนจากตําบลท่าเมือง อําเภอดอนมดแดง จังหวัดอุบลราชธานี พี่น้องตําบลท่าเมืองที่สัญจรไปมาระหว่างบ้านโอดเชื่อมต่อมา บ้านนาขมิ้น ตําบลหนองบก อําเภอเหล่าเสือโก้ก วันนี้งบประมาณก็ได้รับแล้ว และอยู่ใน ระหว่างการก่อสร้าง ถนนจากบ้านบก ตําบลหนองไข่นก อําเภอม่วงสามสิบไปบ้านหนองแต้ ตําบลขี้เหล็ก หรือหลาย ๆ พื้นที่ในตําบลหนองไข่นกก็ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างแล้ว ขณะนี้เครื่องจักรกําลังทํางาน รวมถึงจากบ้านตําแยไปบ้านดอนประทาย ไปบ้านหนองคู เชื่อมต่อไปยังบ้านผือ ซึ่งมีการก่อสร้างหนุมานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถนนสายนี้ก็อยู่ในระหว่าง การดําเนินการ รวมถึงถนนจากบ้านโนนสมบูรณ์ไปบ้านนาดี โนนสมบูรณ์อยู่ที่ตําบลแพงใหญ่ อําเภอเหล่าเสือโก้ก บ้านนาดีอยู่ตําบลยางสักกระโพหลุ่ม ก็อยู่ในระหว่างก่อสร้างเช่นกัน พี่น้องจึงฝากกราบขอบพระคุณท่านประธานมา ณ โอกาสนี้ครับ
คุณอนุรักษ์
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แ0E17นราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องการจัดทําโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ในเทศบาลส่องดาว อําเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ดิฉันได้รับการประสานงานจาก นายเต็ม สมบัติศรี นายกเทศมนตรีตําบลส่องดาว อําเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร เรื่องในเทศบาลส่องดาว ยังไม่มีสวนสาธารณะซึ่งเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจเลย ต้องบอกว่าไม่มีเลย แล้วก็ต้องการ สวนสาธารณะแห่งนี้เป็นที่จัดกิจกรรมวัฒนธรรมประเพณีได้บ้าง ออกกําลังกายได้ พักผ่อน หย่อนใจได้ จึงของบประมาณเพื่อก่อสร้างและปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อเป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชนต่อไป
เรื่องที่ ๒ ค่ะท่านประธาน ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายสังขพงศ์ นพแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตําบลหนองบัวสิม อําเภอคําตากล้า จังหวัดสกลนคร และ นายพัฒนิกร แตนราช นายกองค์การบริหารส่วนตําบลนาแต้ อําเภอคําตากล้า จังหวัดสกลนคร เรื่องความเดือดร้อนของการไม่มีไฟฟ้าใช้ ซึ่งในปัจจุบันนี้ในประเทศไทยการไม่มีไฟฟ้าใช้ น่าจะหมดไปจากประเทศไทยได้แล้ว เพราะว่าประเทศเราก็เป็นประเทศที่พัฒนามาก ประเทศหนึ่งของโลก ซึ่งราษฎรบางหมู่บ้าน ๗๐ ครอบครัว ๑๐ ครอบครัว ๓๐ ครอบครัว บ้านที่ไม่มีไฟฟ้าใช้เลย แล้วไฟฟ้านี้ยังประโยชน์ให้เกิดกับการเกษตรได้มาก และส่งให้มี ผลผลิตเกิดขึ้นมากมายในการเกษตร ท่านประธานเคารพ ก็ร้องขอว่าในรัฐบาลชุดนี้ หรือว่าชุดไหน ๆ นั้นพี่น้องประชาชนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้น่าจะหมดไปจากประเทศไทย ก็คิดดูว่า ๓ ห้างใหญ่ ๆ ในประเทศไทยใช้ไฟฟ้าเท่ากับ ๑๖ จังหวัดเลยทีเดียว ร้องขอรัฐบาลส่งท้ายค่ะ ขอให้ช่วยราษฎรที่ยากไร้และใส่ใจอย่างทั่วถึง ขอบพระคุณค่ะ
คุณวิรัตน์ วิริยะพงษ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย ท่านประธานครับ วันนี้ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง
เรื่องแรก คือโครงการหมู่บ้านวิถีไทยตามรอยจารึกพ่อขุนรามคําแหงมหาราช ซึ่งมีมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๘ ได้รับงบประมาณในกลุ่มยุทธศาสตร์ กลุ่มจังหวัด ประมาณปี ๒๕๔๙ จากศูนย์การท่องเที่ยวและการกีฬาของจังหวัดสุโขทัย ได้ของบประมาณมา ๓๕๐ ล้านบาทครับท่านประธาน แต่ได้มีการก่อสร้างศูนย์แสดง ศิลปวัฒนธรรมและอาคารในพื้นที่ หมู่ที่ ๗ บ้านวังบน ตําบลเมืองเก่า ซึ่งตรงกันข้ามกับ มหาวิทยาลัยรามคําแหง สาขาวิทยบริการสุโขทัย แต่ปัจจุบันนี้โครงการดังกล่าวหรือ มาตรการดังกล่าวนั้นหมู่บ้านวิถีไทยเป็นหมู่บ้านร้าง ตั้งแต่สร้างมาไม่เคยได้กระทําการ ในส่วนของเป็นยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัดเลย กราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้ไปทบทวนและก็ดูในส่วนของหมู่บ้านวิถีไทยเพื่อดําเนินกิจกรรมดังกล่าวด้วย
อีกเรื่องหนึ่ง ขอทราบแผนงานการดําเนินการการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก ตามมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ปี ๒๕๕๓/๒๕๕๔ ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เนื่องจาก มีปัญหาชาวนาได้รับความเดือดร้อนในการขายข้าวในรอบ ๒ หรือข้าวนาปรังราคาตกต่ํามาก อย่างที่ท่านประธานได้รับฟังจากทางท่านสมาชิกหลายจังหวัดแล้ว ผมได้รับการร้องเรียนจาก นายมานิตย์ เฉิดฉาย ชาวนาหมู่ที่ ๗ ตําบลบ้านกล้วย อําเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ได้นําข้าว ไปขายที่ท่าข้าว อําเภอกงไกรลาศ โรงสีโชคชัย ชาวนาท่านนี้ได้ติดต่อที่สายด่วน ๑๕๖๙ กระทรวงพาณิชย์ ให้ไปขายจะได้ราคาตามราคาอ้างอิง แต่ปรากฏว่าไปขายแล้วได้ราคา ที่ตกต่ํามาก คือไม่ถึง ๖,๐๐๐ บาทครับท่านประธาน
และอีกเรื่องหนึ่ง ที่จังหวัดสุโขทัยในพื้นที่อําเภอเมือง อําเภอศรีสําโรง ได้มีข้าวสาร ๕ กิโลกรัม ได้นําไปแจกจ่าย ๑ ครัวเรือน ต่อ ๑ หลังคา ต่อ ๑ ถุงนั้น ไม่ทราบว่า มาตรการนี้กระทรวงพาณิชย์หรือกรมการค้าภายในได้ไปดําเนินการแจกจ่ายได้แค่ไหน เพียงไร ขอบคุณท่านประธานครับ
คุณทศพล เพ็งส้ม
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องที่ผม จะหารือท่านประธานก็คือเนื่องจากปัจจุบันนี้น้ําประปาในพื้นที่ของจังหวัดนนทบุรีนั้นยังมีไม่ ทั่วถึงผมได้มีโอกาสได้ประสานงานกับท่านรัฐมนตรีถาวร แต่เนื่องจากทางผู้ว่าการ การประปานครหลวงก็ได้รับปาก แต่เนื่องจากในพื้นที่ผมได้ติดต่อสอบถามจากการประปา ที่บางบัวทองแล้วก็ที่จังหวัดนนทบุรีแล้ว แต่เนื่องจากในโครงการและแผนงานต่าง ๆ ยังไม่ สามารถสําเร็จเป็นรูปธรรมได้ ในพื้นที่ของจังหวัดนนทบุรีตอนนี้มีการขยายตัว บางพื้นที่ มีหมู่บ้านที่ก่อสร้าง ๒ ปีแล้วยังซื้อน้ําใช้อยู่ ปัจจุบันนี้ก็ยังซื้อน้ําใช้อยู่ ก็ฝากท่านประธาน เร่งรัดไปยังผู้ว่าการการประปานครหลวงด้วยว่าหมู่บ้านไหนที่เขายังเดือดร้อนเรื่องน้ําประปา ในการซื้อน้ําประปาใช้อยู่ช่วยเร่งรัดดําเนินการให้ด้วย เช่นเดียวกันครับ เรื่องไฟฟ้า ก็เหมือนกัน เนื่องจากในพื้นที่ในรอบ ๆ ปริมณฑลบางพื้นที่ไฟฟ้าในชุมชนนั้นยังไม่เข้าถึง เนื่องจากการไฟฟ้าได้บอกว่าเป็นหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตําบลหรือเทศบาลก็ดี ก็เลยไม่ดําเนินการ ก็อยากจะให้ทั้ง ๒ หน่วยงานนะครับ ทั้งการไฟฟ้านครหลวงแล้วก็ ทางท้องถิ่นได้ปรึกษาหารือเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องไฟฟ้า
อีกเรื่องหนึ่งท่านครับประธาน เนื่องจากในพื้นที่ของจังหวัดนนทบุรีนั้น มีพื้นที่เกี่ยวกับการก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรมาก น้ําเสียก็ลงในบริเวณแม่น้ําเจ้าพระยาบ้าง คลองต่าง ๆ บ้าง ก็อยากให้ทางกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นไปตรวจสอบว่า หมู่บ้านใดบ้างที่ได้ปล่อยน้ําเสียก่อนบําบัด ไม่ได้บําบัดลงไปในแม่น้ําลําคลอง
และอีกเรื่องหนึ่งครับ เนื่องจากผมได้รับการร้องเรียนจากผู้สูงอายุ เนื่องจาก ฟันปลอมมีระเบียบอยู่ว่าฟันปลอมถ้าทําไม่ถึง ๕ ปีทําอีกไม่ได้ ท่านผู้สูงอายุก็บอกว่าขอลด ระยะเวลาได้ไหมครับ ให้ ๓ ปีทําครั้งหนึ่ง
เรื่องสุดท้าย เรื่องกระดูกข้อเสื่อมก็อยากให้ทางกรมบัญชีกลางช่วยอนุมัติเงิน ในเรื่องยา ขอบคุณครับ
คุณไมตรี สอยเหลือง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายไมตรี สอยเหลือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอนําปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรมาหารือต่อท่านประธานดังนี้
เรื่องที่ ๑ ลูกจ้างประจํากระทรวงกลาโหมซึ่งเป็นนักโดดร่ม กระทรวงกลาโหม อนุมัติให้ได้รับค่าปีกนักกระโดดร่มแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓ จนบัดนี้ ยังไม่ได้รับเงินค่าปีกนักกระโดดร่มดังกล่าว ขอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้โปรด ตรวจสอบให้ด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ไฟฟ้าส่องสว่างถนนสาธารณะในหมู่บ้านนภาภัณฑ์แลนด์ หมู่ ๖ ตําบลพลูตาหลวง อําเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ส่วนใหญ่แล้วทางราชการหรือ อบต. พลูตาหลวง จะดําเนินการเสียค่าไฟฟ้าเอง แต่มีอยู่ ๒ บ้านที่ติดไฟฟ้าส่องสว่างโดยให้ เจ้าบ้านเป็นผู้เสียเงินค่าไฟฟ้าเอง ขอให้ทางราชการคือกระทรวงมหาดไทยผู้กํากับดูแล อบต. ได้โปรดดําเนินการแก้ไขความเดือดร้อนดังกล่าวให้แก่ราษฎร ๒ บ้านดังกล่าวด้วย
เรื่องที่ ๓ คริสตจักรจากหมู่บ้านหนองกระจง หมู่ ๔ ตําบลแสมสาร อําเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี หลายสิบหลังคาเรือนยังไม่มีน้ําประปาใช้ ขอทางราชการ อบต. แสมสารหรือการประปาช่วยดําเนินการให้ด้วย
เรื่องต่อไป ถนนสุขุมวิท ปากทางเข้าหมู่บ้านบางสะเหร่ อําเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นหลุมบ่อเกิดอุบัติเหตุบ่อย ฝนตกเป็นแอ่งน้ําขัง รถแล่นน้ํากระเด็นเปียกนักเรียน และประชาชนที่ยืนอยู่คอยรถ ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ช่วยซ่อมแซมด่วนด้วย ขอบพระคุณมากครับ
ต่อไปคุณสงกรานต์ จิตสุทธิภากร
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ วันนี้ผมมีเรื่องรบกวนท่านประธานอยู่ ๒-๓ เรื่องดังต่อไปนี้
เรื่องแรก ขอให้ท่านประธานแจ้งทางกระทรวงศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สพฐ. เนื่องจากทราบว่าขณะนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ไปสํารวจเพื่อจะก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ ที่โรงเรียนอนุบาล จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียง แต่เนื่องจาก อาคารที่มีอยู่นั้นแทบจะไม่พอรับเด็กนักเรียนที่เรียนอยู่ จึงอยากขอร้องผ่านท่านประธาน ไปถึงกระทรวงศึกษาช่วยกรุณาอนุมัติงบประมาณในส่วนนี้ด้วย
เรื่องที่ ๒ ทางเลี่ยงเมืองระยะที่ ๒ ของจังหวัดนครสวรรค์ เนื่องจาก เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงเทศกาลนั้นจะมีปัญหาเรื่องรถติดในเขตเทศบาล แล้วก็ทราบว่า ทางเลี่ยงเมืองนั้นได้มีการเวนคืนเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้รับงบประมาณสักครั้งหนึ่ง จึงอยากให้ท่านช่วยประสานงานผ่านกรมทางหลวงด้วย
เรื่องที่ ๓ คือเรื่องบึงบอระเพ็ด อย่างที่หลายท่านทราบว่าบึงบอระเพ็ด เป็นบึงน้ําจืดขนาดใหญ่ของจังหวัดนครสวรรค์ แล้วก็ของประเทศ แต่เนื่องจากขณะนี้ มีสภาพตื้นเขินมาก แล้วในช่วงฤดูน้ํานั้นก็รับน้ําได้ไม่มากนัก ในขณะนี้เป็นช่วงแล้ง อยากให้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน หรือกรมเจ้าท่า หรือหน่วยงานอะไร ก็ตาม ช่วยไปจัดการขุดลอกให้สภาพของบึงบอระเพ็ดนั้นมีสภาพที่พร้อมที่จะรับน้ํา ในช่วงน้ําหลากที่จะถึงนี้
เรื่องสุดท้าย คือเรื่องของปัญหาตลิ่งพังที่หมู่ ๗ ตําบลย่านมัทรี อําเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ เนื่องจากได้รับงบประมาณไปแล้ว แต่ขณะนี้ทราบว่ายังไม่ได้รับผู้รับเหมา และตลิ่งตอนนี้เริ่มที่จะพังเพิ่มมากขึ้นอีก จึงอยากขอให้ทางกรมทางหลวงหรือ กรมชลประทานได้เร่งรัดที่จะก่อสร้างโครงการนี้ด้วย ขอบคุณครับ
คุณอรอนงค์ คล้ายนก
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรอนงค์ คล้ายนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือ ท่านประธานในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่องค่ะ
เรื่องแรก พี่น้องประชาชนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งสัญญาณ ไฟกระพริบและตีเส้นทึบสีเหลืองเพื่อเตือนให้รถชะลอความเร็วบริเวณถนนบางบอน ๓ หน้าปากซอยทางเข้าชุมชนบ้านขิง และบริเวณถนนพุทธมณฑล สาย ๒ หน้าซอย ๑๑ ทางเข้าวัดบุณยประดิษฐ์ เขตบางแค เนื่องจากรถที่วิ่งทางตรงใช้ความเร็วสูงมากทําให้เกิด อุบัติเหตุบ่อยครั้ง
เรื่องที่ ๒ พี่น้องประชาชนในเขตบางแคและเขตใกล้เคียงขอให้ทาง กรุงเทพมหานครเร่งก่อสร้างสวนสาธารณะบริเวณสวนป่า ๒๕ ไร่เพื่อการออกกําลังกาย ซึ่งสวนแห่งนี้นอกจากจะมีแก้มลิงเพื่อรองรับน้ําฝนจากถนนเพชรเกษมในช่วงฝนตก บริเวณ โดยรอบแก้มลิงยังปรับปรุงให้เป็นสวนสาธารณะสําหรับพักผ่อนหย่อนใจและเป็นที่ ออกกําลังกายสําหรับพี่น้องประชาชน ที่สําคัญสถานที่ติดกับถนนเพชรเกษมและถนน กาญจนาภิเษก ใกล้ห้างเดอะมอลล์ (The Mall) บางแค ทําให้สะดวกในการเดินทาง ทาง กทม. เองก็ได้เข้าไปปรับปรุงแล้วบางส่วนนะคะ แต่ก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ จึงขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกรุงเทพมหานครที่จะได้เร่งดําเนินการเพื่อพี่น้องประชาชนจะได้ใช้ ประโยชน์อย่างเต็มที่
เรื่องที่ ๓ ขอให้สํานักการโยธากรุงเทพมหานครเร่งก่อสร้างยกระดับ ถนนคลองหนองใหญ่ เพราะบริเวณพื้นที่ต่ํามาก ฝนตกน้ําท่วมตลอดทั้งเส้น พี่น้องประชาชน เดือดร้อนมาก และรอมา ๖-๗ ปีแล้ว แล้วอีกไม่กี่วันก็จะใกล้เปิดเทอมแล้ว ซึ่งก็พอดีกับ ช่วงหน้าฝนทําให้การเดินทางลําบาก อย่างไรก็ตามช่วงฝนตกหนักในขณะนี้ก็ขอให้สํานัก การระบายน้ําได้ไปขุดลอกคลองลําประโดง รวมไปถึงการที่จะซ่อมแซมทางระบายน้ําเพื่อให้ น้ําระบายเร็วขึ้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ขอบคุณค่ะ
ต่อไป คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง
เรื่องแรก คือเรื่องของการปรับปรุงเกาะกลางถนนของกรมทางหลวง เนื่องจากว่าถนนสาย ๔๐๓ ช่วงหน้ามหาวิทยาลัยรามคําแหง ตําบลท้ายสําเภา อําเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช มีน้ําท่วมสูง ทุกครั้งที่เกิดปัญหาน้ําท่วม น้ําหลาก ชาวบ้านต้อง ขุดเกาะกลางถนนออกเพื่อระบายน้ํา หลายจุดก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ดี แล้วก็ เมื่อเสร็จสิ้นแล้วกรมทางหลวงก็มักที่จะใช้เกาะกลางถนนเหล่านั้นเป็นทางระบายน้ํา โดยการทําแผ่นเหล็กมากั้นรั้วเพื่อเปิดทางน้ําแต่ว่าหลังสุดเมื่อน้ําลดแล้วก็ปรากฏว่า กรมทางหลวงก็มาทําเกาะ ถมเกาะ ทําเกาะกลางถนนอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็จะก่อให้เกิดปัญหา ในอนาคต ก็ควรจะปรับแต่งโดยเอารั้วเหล็กกั้นเหมือนเดิมซึ่งจะทําให้แก้ปัญหาตรงนี้ได้
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของความล่าช้าของกระทรวงสาธารณสุขในงานก่อสร้าง งานแรกก็คือโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ อําเภอเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลชุมชน ขนาด ๓๐ เตียง มูลค่า ๗๒ ล้านบาท อนุมัติมาตั้งแต่สมัยรัฐมนตรีวิทยา แก้วภราดัย จนปัจจุบันนี้ประมูลได้ผู้รับเหมาแล้ว แต่เนื่องจากว่าเกิดติดปัญหาน้ําท่วมมาหลายรอบ ก็เลยทําให้การก่อสร้างล่าช้า ก็ขอให้เร่งรัดในเรื่องนี้ อันที่ ๒ ก็คืออาคารอุบัติเหตุ ๘ ชั้น ของโรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ทําเรื่องมาตั้งแต่สมัยรัฐมนตรีวิทยา แก้วภราดัย เช่นกัน มาอนุมัติเมื่อปี ๒๕๕๓ ด้วยงบไทยเข้มแข็ง สมัยท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ก็มีการเปิดประมูลไปตั้งแต่ปลายปี ๒๕๕๓ แล้ว ได้ผู้รับเหมาเรียบร้อย แต่ว่าจนขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ทําให้ความแออัดของโรงพยาบาลมหาราชก็ยังคงอยู่ ขอให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งรัดในเรื่องนี้ด้วย ขอบคุณครับ
คุณผ่องศรี ธาราภูมิ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานค่ะ
เรื่องแรก สืบเนื่องจากดิฉันได้ติดตามปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ในเรื่องของเอกสารสิทธิที่ดินทํากินมานาน แล้วขณะนี้ก็ได้ผลักดันร่างพระราชบัญญัติ แต่ว่า อยู่ในระหว่างช่วงของการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม อย่างไรก็ดีมีเรื่องที่ดิฉันคิดว่ามีปัญหาของ พี่น้องเรื่องที่ดินในเขตตําบลโคกตูม ตําบลนิคม อําเภอเมือง จังหวัดลพบุรี แล้วก็ตําบลดีลัง อําเภอพัฒนานิคม ซึ่งใช้วิธีการแก้ไขปัญหาโดยวิธีการอื่นซึ่งได้ดําเนินการมาโดยลําดับ ขอกราบเรียนท่านประธานได้โปรดกรุณาเร่งรัดไปที่กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ในการ ตราพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนพื้นที่ในเฉพาะส่วนที่ทับซ้อนระหว่างพระราชกฤษฎีกา ประกาศเขตหวงห้ามที่ดินในเขตเพื่อใช้ในราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๗๙ กับพระราชกฤษฎีกา ประกาศเขตหวงห้ามที่ดินเพื่อใช้ในการประชาสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๘๓ ซึ่งเรื่องนี้ ได้ดําเนินการมานาน ทั้ง ๒ ฝ่าย คือฝ่ายทหารก็พร้อมที่จะเพิกถอนที่ดินประมาณ ๑๐๐,๖๐๐ ไร่ ก็ติดอยู่ที่ว่าทางกรมธนารักษ์จะต้องเป็นผู้ยกร่างกฤษฎีกาเพิกถอนแล้วก็ทําแผนที่แนบท้าย ขณะนี้ได้ทําแนวเขตที่จะทําแผนที่แนบท้ายเรียบร้อยแล้ว แต่ยังติดขัดเรื่องกระบวนการ ประสานงานก็ทําให้การตราพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้า ก็ขอท่านประธาน ได้กรุณาเร่งรัดไปยังกรมธนารักษ์ด้วย ก็จะทําให้พี่น้องที่อยู่ในเขตของอําเภอดังกล่าวนั้น ได้รับผลประโยชน์ในการเพิกถอนโดยไม่ต้องรอกฎหมายที่สภาของเรากําลังผลักดันออกไป
เรื่องสุดท้าย ขณะนี้รัฐบาลได้มีนโยบายเรื่องของประกันรายได้เกษตรกร แล้วก็มีการต่อยอดเรื่องของประกันภัยพืชผลทางการเกษตร ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ทําให้เกษตรกรนั้นลดความเสี่ยง ก็ขอให้ได้มีมาตรการชัดเจนในเรื่องของการจ่ายเบี้ยประกัน หรือว่าการจ่ายเงินสมทบเพื่อให้พี่น้องชาวไร่ชาวนานั้นได้รับประโยชน์ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
คุณเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องที่จะกราบเรียนท่านประธานถึงปัญหาต่าง ๆ ดังนี้
เรื่องที่ ๑ ปัญหาเรื่องของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ให้มารดามีบุตรได้ ไม่เกิน ๒ คนจะได้รับค่ารักษาการคลอดบุตรฟรี แต่ขณะนี้มีหลายหมู่บ้าน โดยเฉพาะหมู่บ้าน ชาวเขาที่มักจะมีลูกหลายคน ทีนี้ปัญหามันเกิดขึ้นก็คือว่าลูกที่เกิดมา เช่น เกิน ๓ คน หรือ ๔ คน คนที่ ๓ คนที่ ๔ จะไม่ได้รับการยกเว้นก็คือต้องเสียเงิน แต่เหตุที่เกิดขึ้นก็คือว่า ส่วนใหญ่ลูกชาวเขาตายครับ พอตายเสร็จก็เลยมีลูกเหลือแค่คนเดียว เขาก็อยากจะมีลูกอีก ทีนี้การบันทึกก็จะกลายเป็นลูกคนที่ ๕ ลูกคนที่ ๖ ซึ่งไม่มีเงินครับ นี่คือปัญหาในเรื่องของ หลักประกันสุขภาพ
เรื่องที่ ๒ พี่น้องบ้านต้นมะม่วง ตําบลแม่ท้อ อําเภอเมือง เป็นแห่งเดียว ที่ยังไม่มีไฟฟ้าไปใช้ เดือดร้อนมาก อยากจะฝากให้ช่วยเดินสายไฟฟ้า ถ้าปักสายไฟฟ้าผ่านป่า ไม่ได้ ราษฎรบอกว่าให้ใช้ฝังดินก็ได้
เรื่องที่ ๓ เรื่องของการปรับปรุงไฟฟ้าบริเวณรอบหนองหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มี ความสําคัญมากเพราะว่าเป็นที่ตั้งใกล้ชุมชนและเป็นที่อยู่ของนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัย หรือวิทยาลัยต่าง ๆ มาก ยามค่ําคืนมืดมาก เสี่ยงต่อการเหตุการณ์ที่ไม่ดีขึ้น
เรื่องที่ ๔ เรื่องของชาวบ้านตําบลทุ่งกระเชาะที่อยากจะได้ถนนที่สะดวกขึ้น เช่น ถนนสายบ้านดงยาง ถนนคอนกรีตเสริมเหล็กที่อยากได้อีกแห่งหนึ่งก็คือถนนเลียบ ลําเหมืองมะกอก อีกสายหนึ่งก็คือที่แยกวัดรังแร้ง รวมทั้งตลิ่งพังด้วยที่หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๗ ตําบลทุ่งกระเชาะ ขอบคุณครับ
คุณสําราญ ศรีแปงวงศ์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสําราญ ศรีแปงวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกําแพงเพชร พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับเรื่องความเดือดร้อนจากพี่น้องตําบลหินดาดและตําบลโพธิ์ทอง อําเภอปางศิลาทอง จังหวัดกําแพงเพชร ถึงถนนทางหลวงชนบทสายแยกจากทางหลวง สายที่ ๑๒๔๒ และทางหลวงชนบทสายที่ ๔๐๔๕ แยกเข้าไปบ้านหนองหิน แล้วก็ ๕-๖ หมู่บ้าน ส่วนที่ยังไม่ได้ลาดยางนะครับ ชาวบ้าน ๕-๖ หมู่บ้านได้รับความเดือดร้อน หน้าแล้ง ฝุ่นละอองเข้าบ้าน หน้าฝนก็เป็นหลุมเป็นบ่อนะครับ อยากจะฝากท่านประธาน ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับช่วยก่อสร้างถนนส่วนที่ยังไม่ได้ลาดยาง ให้ตลอดสายเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนระยะยาวให้กับพี่น้องชาวอําเภอปางศิลาทองด้วยครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับ ได้รับร้องเรียนจากพี่น้องชาวต่างจังหวัด โดยเฉพาะพี่น้อง ภาคอีสานและพี่น้องภาคเหนือได้เข้ามาทํามาหากินในกรุงเทพมหานคร และมาขาย กับข้าวบ้าง โดยส่วนใหญ่จะขายกับข้าวนะครับ โดนตํารวจประตูน้ําบางปะอินขูดรีดขูดไถ ว่าต่อรถตัวถังสูงบ้าง แล้วก็มอเตอร์ไซค์ไปต่อเป็นสามล้อก็ถูกขูดรีดขูดไถ ก็อยากจะฝากถึง ผู้บังคับบัญชาให้ตรวจสอบ ให้ความเป็นธรรมกับคนยากคนจนในชนบทด้วยเพื่อต้องหนีจาก ความยากจน บ้านเมืองก็แห้งแล้ง ก็มาขายกับข้าวแถวกรุงเทพมหานคร แล้วก็อย่างหนึ่ง ก็ต้องหาเงินส่งลูก ๆ เรียนหนังสือแล้วก็ต้องเลี้ยงดูลูกและครอบครัว อยากจะฝาก ท่านประธานถึงตํารวจแถวประตูน้ําบางปะอินด้วยครับ ขอบคุณครับ
คุณชนินทร์ รุ่งแสง
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่อง หารือท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันครับ
เรื่องแรก เป็นเรื่องที่มาจากพ่อแม่ผู้ปกครองของนักเรียนที่กําลังจะมีการ เปิดเทอม ก่อนอื่นฝากมาชื่นชมรัฐบาลที่ได้ดําเนินนโยบายโครงการเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพ ๑๕ ปี ได้แบ่งเบาภาระพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นอย่างมาก แต่ว่าในช่วงเปิดเทอมทางพ่อแม่ ผู้ปกครองฝากมาว่าในกรุงเทพมหานครบริเวณโรงเรียนที่มีการจราจรหนาแน่นติดขัด ก็อยากจะให้มีเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจ อาสาสมัครหรือว่าเทศกิจ ไปดูแลการจราจรนะครับ แล้วก็ดูแลความปลอดภัยเวลาส่งบุตรหลานช่วงเช้าแล้วก็เย็นด้วย นะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องของจุดที่มีการก่ออาชญากรรมมาก ๆ ก็คือบริเวณจุดติดตั้ง ตู้โทรศัพท์นะครับ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังบริษัททีโอที (มหาชน) จํากัด นะครับ มีหลาย ๆ จุดในกรุงเทพมหานครที่เป็นจุดอับ แล้วก็ในเรื่องของรูปแบบการติดตั้งโทรศัพท์ มีปัญหา เพราะฉะนั้นอยากจะให้ไปสํารวจแล้วก็ปรับปรุงรูปแบบให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้เป็น จุดที่ก่ออาชญากรรมได้ง่าย
เรื่องสุดท้าย เรื่องของการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมบริเวณแฟลตของเจ้าหน้าที่ ตํารวจ ได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากเจ้าหน้าที่ตํารวจที่อาศัยอยู่ที่แฟลตบริเวณแฟลตตํารวจ สน. ตลิ่งชัน แล้วก็แฟลตตํารวจ สน. บางกอกน้อยนะครับว่าขณะนี้มีสภาพแวดล้อม ที่ค่อนข้างที่จะทรุดโทรม ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังสํานักงานตํารวจแห่งชาติ หรือว่าผู้ที่รับผิดชอบนะครับในการเข้าไปฟื้นฟูปรับปรุงสภาพแวดล้อมของแฟลตสถานี ตํารวจดังกล่าว ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๑๐ กว่าแฟลต กราบขอบคุณมากครับ
คุณอรรถพร พลบุตร คุณอรรถพร พลบุตร ไม่อยู่นะครับ เชิญคุณวุฒิพงษ์ นามบุตร
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ก็น่าจะเป็นวันสุดท้ายที่จะได้หารือ ท่านประธานในสภาสมัยนี้
เรื่องแรก คือเรื่องของพี่น้องเกษตรกรในเขตพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานี ได้ทวงถาม เพราะว่าเขาได้รับสวัสดิการจากรัฐบาลคือเงินชดเชยประกันรายได้เกษตรกร และเงินชดเชยน้ําท่วม แต่ ณ ตอนนี้ผู้ที่ปลูกพริก หอม กระเทียม รวมทั้งผู้ที่ปลูกข้าวยังไม่ได้ รับเงินชดเชยโรคศัตรูพืชระบาด เช่น โรคไหม้คอดวง โรคหนอนกอ โรคข้าวตายขาว และโรคอื่น ๆ พี่น้องหลายอําเภอในเขตพื้นที่ฝากมาทวงถามว่าเมื่อไรจะได้รับเงินชดเชย ในส่วนนี้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นห่วงเป็นใยมาก คือคุณพ่อใหญ่เสริฐ อําเภอเดชอุดม ฝากถามมา ทุกวัน จึงฝากนําเรียนถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือแม้กระทั่งท่านนายกรัฐมนตรีด้วย
เรื่องต่อมา คือเรื่องที่เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ได้พูดไว้ตอนแถลงนโยบาย คือการขยายไฟฟ้าเพื่อการเกษตร โดยหน้าที่หลักเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคบอกว่าจะขยายไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ณ ตอนนี้อยากให้เพิ่มโควตา (Quota) เพราะว่ามีหลายพื้นที่ หลายตําบล หลาย อบต. ได้ยื่นผ่าน อบต. ยื่นผ่านการไฟฟ้า ยื่นผ่านกระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ อยากให้ไปเช็คดูว่ายังตกหล่นขาดแคลนประการใด ช่วยจัดสรรงบประมาณในส่วนที่ขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตรด้วย
เรื่องที่ ๓ คือเรื่องของการดูแลสุขภาพ คือการก่อสร้างศูนย์อาคาร เอ็กซ์เซลเลนซ์ เซนเตอร์ (Excellence Center) โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ วงเงิน งบประมาณ ๔๑๙ ล้านบาท ซึ่งได้บรรจุในงบประมาณไทยเข้มแข็งไปในปีที่ผ่านมา ในปีนี้ ก็ได้เสนองบประมาณต่อครับ ทราบว่าอยู่ในขั้นตอนที่สํานักงบประมาณจะพิจารณาบรรจุ เข้าไปเป็นร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี ๒๕๕๕ อยากฝากทางท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้เร่งบรรจุแผนในการก่อสร้าง โรงพยาบาลศูนย์เอ็กซ์เซลเลนซ์ เซนเตอร์ เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องชาวอุบลราชธานี และพี่น้องชาวอีสานตอนล่างด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ
คุณบัญญัติ เจตนจันทร์
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ใคร่ขอหารือท่านประธานเพื่อให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาดังนี้
ขอให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งก่อสร้างอาคารส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาล เขาชะเมาเฉลิมพระเกียรติ เนื่องจากขาดแคลนพื้นที่ในการที่จะให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ทางด้านส่งเสริมสุขภาพ
ขอให้ขยายโรงพยาบาลเพื่อรองรับนิคมอุตสาหกรรมและเขตพัฒนา อุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นในจังหวัดระยอง ซึ่งปัจจุบันได้ขยายไปที่อําเภอปลวกแดง อําเภอนิคมพัฒนา อําเภอบ้านค่าย แล้วก็โรงพยาบาลปัจจุบันเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก สมควรที่จะขยายโรงพยาบาลบ้านค่าย โรงพยาบาลปลวกแดง โรงพยาบาลนิคมพัฒนา เป็นโรงพยาบาลขนาด ๒๐๐ เตียง
ต่อไปครับ ขอให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งก่อสร้างอาคารเรียนโรงเรียน ชํานาญสามัคคีวิทยา ๓ ชั้น ๒๔ ห้องเรียน เนื่องจากปัจจุบันมีเด็กมัธยมเข้าศึกษาเป็นจํานวนมาก
แล้วก็ขอให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งอนุมัติงบประมาณในการก่อสร้าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง จํานวน ๑,๖๗๐ ล้านบาท เป็นงบผูกพันจํานวน ๕ ปี เพื่อรองรับนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์และสิ่งแวดล้อมสําหรับ เปิดการเรียนการสอนใน ๕ ปีนี้ จํานวน ๕,๐๐๐ คน
ต่อไปขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งปรับปรุงย่านชุมชนถนนสุขุมวิท ช่วงตลาด อําเภอแกลงถึงตลาดเขาดิน เนื่องจากมีน้ําท่วมขังและมีปริมาณการจราจรมากทําให้เกิด การคับคั่งของการจราจร
ขอให้ปรับปรุงย่านชุมชนถนนบ้านบึงแกลงหน้าโรงเรียนวัดหนองกันเกรา แล้วก็บริเวณสี่แยกตลาดชุมแสง ซึ่งมีพื้นที่ของการคมนาคมที่คับคั่งเพื่ออํานวยการจราจร ให้เกิดความปลอดภัย
ในข้อสุดท้ายนะครับ ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดูราคาสับปะรด ซึ่งช่วงนี้มีราคาตกต่ํา ควรจะปรับปรุงราคาให้สูงขึ้นนะครับ ที่จังหวัดระยองครับ
คุณพฤฒิชัย ดํารงรัตน์
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายแพทย์พฤฒิชัย ดํารงรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน วันนี้ก็มี ๔-๕ หัวข้อที่อยากจะหารือผ่านท่านประธาน ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง
เรื่องแรก คือผมได้ร่วมคณะเดินทางไปกับการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของ มูลนิธิหมอ ๑๙ บาทในหลาย ๆ จุดทั่วประเทศ ก็ได้พบกับความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนมากมาย อาทิเช่น ที่โคราช อําเภอเทพารักษ์นั้นเป็นอําเภอที่มีประชากร หลายหมื่นคนแต่ไม่มีโรงพยาบาลอําเภอ ซึ่งเป็น ๑ ใน ๓๒ อําเภอของโคราชหรือ จังหวัดนครราชสีมา ผมได้ไปที่อําเภอประทาย อําเภอโนนแดง แล้วก็อําเภอจักราช อําเภอห้วยแถลง ทั้งหมดนี้ถนนหนทางที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติเมื่อปีที่แล้ว ที่น้ําท่วมนั้นถนนทรุดโทรมมาก เป็นหลุมเป็นบ่อ ผิวจราจรไม่เหลือแล้ว เดินทางยากลําบาก ก็ขอให้กรมทางหลวงชนบท แล้วก็ฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่นนี้ร่วมกันแก้ไขโดยด่วน
ส่วนอีกปัญหาหนึ่งของชาวอีสานเท่าที่ทราบก็คือขาดสนามกีฬาในการ ออกกําลังกายประจําหมู่บ้าน คนเครียดเยอะ ที่โคราชนั้นไม่น่าเชื่อว่าสาเหตุการตาย อันดับ ๒ ของชาวโคราชนั้นคือการฆ่าตัวตาย เป็นโรคเครียด ผมคิดว่าถ้าเรามีสนามกีฬาที่ดี มีการออกกําลังกายที่ดีก็จะทําให้แบ่งเบาภาระความเครียดนี้ลงไปได้ ก็ฝากท่านประธานไว้ด้วย ถ้าเรามีสนามกีฬาที่ดีมีการออกกําลังกายที่ดีก็จะทําให้แบ่งเบาภาระความเครียดนี้ลงไปได้ ก็ฝากท่านประธานไปด้วย
สําหรับอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของสวัสดิการของลูกจ้างประจํา ลูกจ้างชั่วคราว ของกรมบัญชีกลาง ซึ่งก็ทราบว่าในส่วนหนึ่งก็ได้รับไปแล้ว แต่ยังอีกหลายส่วน เช่น บ้านหลังแรก เรื่องของค่าเล่าเรียนบุตร ก็มีลูกจ้างประจํากับลูกจ้างชั่วคราวทั่วประเทศอีกหลายแสนคน ที่กําลังรอคอยสวัสดิการที่ดีจากกรมบัญชีกลางอยู่ ทราบว่ากําลังดําเนินการอยู่
อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของยาผู้สูงอายุของข้าราชการที่กรมบัญชีกลางได้เคย มอบสิทธิให้ ไม่ว่าจะเป็นแคลเซียม (Calcium) เรื่องของการแก้ปัญหาเรื่องกระดูกพรุน ปวดเข่า ปวดข้อต่าง ๆ ณ ปัจจุบันนี้ทางกรมบัญชีกลางได้ตัดสิทธิ คือข้าราชการ ไม่สามารถเบิกได้ ก็อยากจะให้เร่งรัดทบทวนแก้ไขใหม่ ขอบคุณครับ
คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ ขณะนี้ฟุตบอลอาชีพของประเทศไทยของเรากําลังได้รับความนิยม โดยเฉพาะจังหวัดของท่านประธานเอง ตอนนี้ก็เป็นผู้นําในตารางระดับไทย พรีเมียร์ลีก (Thai Premier League) ท่านประธานครับ ก็ถือว่าเป็นสุดยอดในนโยบายกีฬาของรัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องขอบคุณกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แล้วก็พรรคร่วมรัฐบาล ทุกพรรคที่ได้ร่วมกันสรรสร้างกีฬาอาชีพจนกระทั่งเป็นที่นิยมของพี่น้องประชาชน แล้วก็ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่เป็นกิจกรรมที่ถือว่าเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนท์ (Entertainment) ของ ประชาชนในจังหวัด วันเสาร์ วันอาทิตย์ พาลูกพาหลานมาชมกีฬากัน มาเชียร์กีฬากัน ขณะนี้ไม่เพียงแค่รัฐบาลที่อุดหนุนไป องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบจ. อบต. ก็พยายามที่จะสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว มอบประมาณ ให้การสนับสนุน แต่แล้วสํานักงาน ตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ก็มีการชี้แจงว่าขณะนี้การสนับสนุนจากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทําท่าว่าจะผิดกฎหมาย ท่านประธาน แน่นอนครับ นี่คืออุปสรรคของการพัฒนา กีฬาอาชีพทันที องค์การบริหารส่วนปกครองส่วนท้องถิ่นที่สนับสนุนอยู่แล้วก็รู้สึกเป็นทุกข์ ว่าตนเองจะทําผิดหรือไม่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยังไม่สนับสนุนก็รู้สึกกังวล ก็ไม่สนับสนุน แน่นอนครับ กีฬาอาชีพของเราก็จะหยุดชะงัก ผมจึงขอให้ทางรัฐบาล ได้เรียนเชิญโดยเฉพาะกระทรวงการคลังมาให้ระเบียบกับ สตง. หรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นว่าต่อไปนี้จะสนับสนุนกีฬาได้อย่างไรบ้าง ท่านประธานครับ เป็นเรื่องสําคัญ และโดยเฉพาะกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติต้องสนับสนุน โดยเฉพาะสโมสรฟุตบอลหญิง ให้ได้สโมสรละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อพัฒนากีฬาต่อไป ขอบคุณครับ
คุณสมัย เจริญช่าง
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสมัย เจริญช่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้มีเรื่องที่ขออนุญาตได้หารือผ่านท่านประธานเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ซึ่งเมื่อวานนี้หลังจากที่ปิดการประชุมแล้ว คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร ที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการอยู่ พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษา นักวิชาการ และเลขานุการประจําคณะกรรมาธิการ ได้เดินทางไปเยี่ยมพี่น้องประชาชน ที่สหกรณ์คลองโยง อําเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นราษฎรกลุ่มแรกที่ได้รับโฉนดชุมชน ตามนโยบายของรัฐบาล เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ที่ผ่านพ้นมา พี่น้องประชาชนได้ฝาก เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อผ่านไปถึงกระทรวงมหาดไทยว่าเมื่อพี่น้องประชาชนได้รับ โฉนดชุมชนตามนโยบายของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พี่น้องประชาชน ก็ปลาบปลื้มยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสได้ปลูกบ้านสร้างเรือนอยู่ในที่ดินที่ไม่มีผู้ใดสามารถ จะขับไล่ได้ และจะตกทอดเป็นมรดกไปสู่ลูกหลานในวันข้างหน้า แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ก็คือทางหน่วยงานปกครองท้องถิ่นคือเทศบาล โดยปลัดเทศบาลได้มีหนังสือแจ้งถึงราษฎร ทุกครอบครัว ๒๐๐ กว่าครอบครัวให้เสียภาษีโรงเรือน ภาษีบํารุงท้องที่ย้อนหลัง เป็นระยะเวลา ๔ ปี ซึ่งราษฎรเหล่านั้นเห็นว่าน่าจะไม่เป็นความถูกต้องนัก เพราะเขาเพิ่งจะ ได้รับโฉนดชุมชนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ก็จึงใคร่ขอความกรุณาท่านประธานได้กรุณา ประสานงานไปถึงกระทรวงมหาดไทยด้วยว่าในเรื่องของภาษีบํารุงท้องที่นั่นไม่น่าที่จะได้มี การดําเนินการกับราษฎรที่ได้รับโฉนดชุมชนแปลงแรกของประเทศไทย ที่คลองโยง จังหวัด นครปฐม กระผมก็ใคร่ขออนุญาตนําเรื่องนี้กราบเรียนต่อท่านประธานเพื่อจะได้ประสานงาน ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นการต่อไป ขอบพระคุณมากครับ
คุณยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดจันทบุรี ท่านประธานครับ ผมขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้ช่วยรีบเร่งดําเนินการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดจันทบุรี วันนี้ผมขอหารือท่านประธาน เพียง ๒ เรื่องที่สําคัญ
เรื่องที่ ๑ คือทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของจังหวัดจันทบุรีหรือท้องถิ่น ทั่วทั้งประเทศร้องขอมาถามว่าที่โครงการต่าง ๆ ที่นําเสนอมายังรัฐบาลเสนอมายังกระทรวง หรือกรมท้องถิ่น บัดนี้ทางกรมได้อนุมัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถามว่าเมื่อไรที่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องหรือกรมท้องถิ่นที่จะอนุมัติงบประมาณ หรือโอนงบประมาณไปให้ท้องถิ่น ได้ดําเนินการ เพราะทาง อบต. ก็ดี เทศบาลก็ดี หรือพี่น้องประชาชนในพื้นที่รับทราบ โครงการต่าง ๆ ที่ทางท้องถิ่นได้ดําเนินการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นี่คือข้อที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน เรื่องติดตามโครงการขุดลอกคูคลองหรือสระน้ํา ผมได้หารือท่านประธานมาหลายวันที่ผ่านมาหรือทุกครั้งที่ผ่านมา มีโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ ที่ได้หารือท่านประธาน คือเพื่อน ๆ หลาย ๆ ท่านก็หารือท่านประธานว่าเรื่องน้ํา ส่วนที่บ้านผม ก็ได้เสนอโครงการนี้มาทุกครั้ง วันนี้ผมจําเป็นจะต้องติดตามให้ท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือขุดลอกคูคลองหมู่ ๗ หมู่ ๕ หมู่ ๔ ตําบลสองพี่น้อง อําเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ช่วยติดตามด้วยครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
คุณอรรถพร
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจาก จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสหารือครับ
เรื่องแรก พี่น้องประชาชนชาวมุสลิมที่ตําบลท่าแร้ง อําเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ฝากให้ผมได้มากราบเรียนท่านประธาน ประชาชนที่นั่นอยากได้ ศูนย์ประวัติศาสตร์และศูนย์วัฒนธรรมมุสลิมจังหวัดเพชรบุรีครับ ชุมชนท่าแร้งเป็นชุมชน เริ่มต้นของมุสลิมของจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นเชื้อสายอพยพโยกย้ายมาจากจังหวัดปัตตานี มาก่อร่างสร้างชุมชนที่นั่น มีมัสยิดหลายแห่ง แล้วก็กระจายออกไปในอําเภออื่น ๆ ของจังหวัดเพชรบุรี แต่ว่าศูนย์กลางของมุสลิมและมัสยิดกลางมุสลิมเพชรบุรีอยู่ที่ตําบลท่าแร้ง ในบริเวณนั้นจะมีอาคารเก่าหลังหนึ่งอายุเป็นร้อยปี เป็นอาคารไม้ครับ ชํารุดทรุดโทรมมาก อยากได้งบประมาณจากรัฐบาลไปพัฒนาสัก ๓-๔ ล้านบาทเพื่อเป็นศูนย์วัฒนธรรมและ เป็นศูนย์ประวัติศาสตร์เพื่อให้ลูกหลานมุสลิมปัจจุบันนี้ได้รู้ถึงที่มาของบรรพบุรุษของเขา เพื่อสร้างความเข้าใจและความเป็นหนึ่งเดียวกันของจังหวัดเพชรบุรีครับ
ที่ตําบลบางขุนไทร อําเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ชมรมอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งนําโดยผู้ใหญ่หมูแห่งหมู่ ๑๐ ตําบลบางขุนไทร ผู้ใหญ่พฤกษ์ แห่งหมู่ ๒ ของบางขุนไทร และ อบต. และประชาชนได้ทําหน้าที่ต่อสู้กับเรือคราดหอย หรือเรือล่าหอยที่เข้าไปทําลายทรัพยากรธรรมชาติหน้าบ้านของตําบลบางขุนไทร อยากให้ รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือกระทรวงมหาดไทยสนับสนุนเรือเร็วครับ เพราะปัจจุบันนี้ชาวบ้านใช้เรือขนาดเล็ก ๆ เขาเรียกว่าเรืออีป๊าบเอาไปต่อสู้ซึ่งมันไม่ทันครับ อยากได้เรือเร็วที่มีราคาประมาณสัก ๔-๕ แสนบาทเข้าไปต่อสู้เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งนั่นหมายถึงหม้อข้าวของชาวบ้านในตําบลแห่งนั้นนะครับ เพราะอยากให้รัฐบาลให้การ สนับสนุนตรงนี้
และเรื่องสุดท้าย ขณะนี้มีอยู่ ๓-๔ หมู่บ้านที่ยังไม่มีประปาภูมิภาคเลย ก็คือหมู่ ๖ ของตําบลหนองขนาน อําเภอเมืองเพชรบุรี หมู่ ๑๒ ของตําบลบางครก อําเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี และทั้ง ๘ หมู่ของตําบลบางจาก อําเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ยังไม่มีประปาภูมิภาคใช้ ต้องใช้ประปาหมู่บ้าน ลําบากยากแค้นมาก ขอให้ รัฐบาลช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน กราบขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ขณะนี้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเซ็นชื่อเข้าประชุม ๒๖๗ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมเพื่อดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระ
ผมขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัยให้ นายจุมพฏ บุญใหญ่ และ ร้อยตรี ปรพล อดิเรกสาร พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๐๖ (๗) ให้ถือว่า สมาชิกภาพของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคําวินิจฉัย ดังนั้นจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน ๔๗๒ ท่าน องค์ประชุมก็ใช้เพียงแค่ ๒๓๖ ท่านนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
รับทราบเรื่องการเสนอรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นประธาน กรรมการและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ซึ่งไม่ปรากฏ ในระเบียบวาระนะครับ
สํานักงานเลขาวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้ พิจารณาและลงมติให้ความเห็นชอบประธานกรรมการ และกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตภาครัฐ จํานวน ๖ คน ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๔ และได้ส่งเรื่องให้วุฒิสภา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบนั้น นายคัมภีร์ แก้วเจริญ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐได้ขอถอนตัวจากการพิจารณาให้ความเห็นชอบ ของวุฒิสภา จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓ (สมัยสามัญ นิติบัญญัติ) จํานวน ๕ ครั้ง คือ
ครั้งที่ ๒๓ วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๓
ครั้งที่ ๒๔ วันพุธที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓
ครั้งที่ ๒๕ วันพฤหัสบดีที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
ครั้งที่ ๒๖ วันพุธที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
ครั้งที่ ๒๗ วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
ซึ่งได้วางไว้ให้สมาชิกได้ตรวจดูแล้วก่อนเสนอให้สภารับรอง กระผมขอเรียน ที่ประชุมว่าท่านผู้ใดจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการประชุมทั้ง ๕ ครั้ง มีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
เมื่อไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมทั้ง ๕ ครั้ง
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาแล้ว
โดยเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมครั้งที่แล้ว จากการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๒๗ (สมัยสามัญทั่วไป) เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๔ ประธานของที่ประชุมคือผมเองได้ดําเนินการประชุมเพื่อขอมติจาก ที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่สามหรือไม่ เนื่องจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีภารกิจในการลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมเยียนประชาชน และเป็น ร่างพระราชบัญญัติที่มีความสําคัญ ประธานของที่ประชุมจึงได้สั่งให้เลื่อนการลงมติ ไปดําเนินการต่อในวันนี้ ดังนั้น ผมขอดําเนินการต่อเลยนะครับ ฉะนั้นขอเชิญท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมด่วนด้วยครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมนะครับ ท่านที่ติดภาระประชุมในห้องประชุม กรรมาธิการ ได้โปรดพักการประชุม เข้ามาที่ประชุมก่อนนะครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระผมขอความร่วมมือนะครับ ท่านอยู่ในห้องประชุมกรรมาธิการก็หยุดพักการประชุมก่อน มาตรวจสอบองค์ประชุมเพื่อลงมติร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ พ.ศ. .... ซึ่งเราค้างพิจารณามา ๒-๓ ครั้งแล้ว ท่านสมาชิก ช่วยเข้าห้องประชุมด่วนด้วย อยากจะขอความกรุณาครับ ที่เราพิจารณาร่าพระราชบัญญัติ ค้างไว้ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้วก็ควรจะผ่านวันนี้ให้หมดนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมช่วยกรุณาเข้าห้องประชุมด่วนด้วย ท่านสมาชิก ที่เคารพครับ ช่วยเข้าห้องประชุมแล้วก็เสียบบัตรแสดงตนทุกท่านด้วยเพื่อจะตรวจสอบ องค์ประชุม ขอความกรุณาทุกท่านด้วยครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ถ้าท่านอยู่ที่ตึกไหนก็ตาม อยู่ประชุมคณะกรรมาธิการ กรุณาพักประชุมเพื่อมาลงมติก่อน ท่านสมาชิกครับเมื่อท่านเข้าห้องประชุมแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ คุณสมบูรณ์ มีอะไร
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ท่านประธานครับ
มีอะไร เขาก็ปิดอภิปรายไปแล้ว
มีคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจกําลัง เดินทางมาอยู่ครับ
ผมก็กดอยู่นี่ละครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมหรือที่กําลังประชุมอยู่ในห้องคณะกรรมาธิการกรุณางด การประชุม เข้ามาที่ห้องประชุมก่อน เพราะเรามีเวลาน้อยเหลือเกิน ท่านประธาน ส.ส. พรรคเพื่อไทยครับ ท่านช่วยกรุณาตรวจสอบผมให้ผมด้วยว่าพวกท่านได้กรุณาเสียบบัตร แสดงตนหรือยัง ก็จะเป็นความกรุณายิ่งครับ เพื่อเราจะได้ผ่านกฎหมายอีก ๒-๓ ฉบับ ท่านที่มาแล้ว นั่งลงแล้วช่วยเสียบบัตรแสดงตนด้วย ถ้าไม่ครบเราก็ปิดการประชุมเลย เตรียมไปหาเสียงได้ คุณผ่องศรีมีอะไร ผมว่าพอแล้วครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันได้รับ การประสานงานมา ขณะนี้กําลังเดินทางมาอีกหลายท่าน ขอความกรุณาท่านประธานรอ สักนิดเดียวค่ะ
ผมไม่รอแล้วครับ
แล้วก็เมื่อสักครู่ฝ่ายพรรคเพื่อไทย ได้ช่วยกดปุ่มหลายท่าน ขอขอบพระคุณด้วยค่ะ
เป็นพระคุณครับ พรรคเพื่อไทย เขาก็ช่วยมาตลอด และวันนี้เขาก็ตั้งใจจะช่วยให้ผ่านทั้งหมด
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ปิดการเสียบบัตรแสดงตน นะครับ มีเท่าไรก็แค่นั้น ถ้าไม่ถึง ๒๓๖ คนก็ปิดเลย แล้วไม่ต้องประชุมอีก เชิญส่งผล ได้รับความกรุณาปราณีจากทุกฝ่ายนะครับ ครบองค์ประชุม ๒๔๔ คน
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ พ.ศ. .... โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิกันเรียบร้อย แล้วนะครับ ส่งผลมา มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๕๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๑๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๒ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๗ ท่าน
ถือว่าที่ประชุมผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ มีข้อสังเกตไหม ท่านประธาน
ไม่มีค่ะ
ไม่มีนะครับ กระผมก็ขอ ดําเนินการระเบียบวาระต่อไปนะครับ
๔.๒ ร่างพระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
คณะกรรมาธิการ ร่างพระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เชิญประธานชี้แจงแถลงต่อสภาครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ เงินทดแทน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๒๐ (สมัยสามัญ นิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๓ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ เงินทดแทน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ได้มีการแต่งตั้งกรรมาธิการ จํานวน ๓๖ ท่าน กําหนดการแปรญัตติใน ๗ วัน ซึ่งปรากฏว่าไม่มีผู้แปรญัตติ คณะกรรมาธิการได้มีการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จํานวนทั้งหมด ๑๒ ครั้ง
บัดนี้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว และได้เสนอรายงาน การพิจารณาของคณะกรรมาธิการมาเพื่อให้สภาพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป ขอบคุณครับ
ในการพิจารณา ในวาระที่สองนี้จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ แล้วเรียงตามลําดับมาตรา และให้สมาชิก อภิปรายได้เฉพาะถ้อยคําหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติที่มีการสงวน คําแปรญัตติหรือคณะกรรมาธิการที่มีการสงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติ เป็นอย่างอื่น เชิญเลขาธิการดําเนินการ
ร่างพระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ และมาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ มีการแก้ไข
ไม่มีท่านผู้ใดติดใจ ผ่านครับ
มาตรา ๔ มาตรา ๕ และมาตรา ๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๘ มีการแก้ไข มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ แล้วก็มีการแก้ไขมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘
ไม่ติดใจ เชิญต่อเลยครับ
มาตรา ๑๔ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ สงวนความเห็น
ไม่ติดใจกระมังครับ หรือยังติดใจอยู่ ถ้าติดใจมันก็จะช้านะครับ ให้ไปอยู่ที่วุฒิสภาดีกว่า
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน สมบุญ สีคําดอกแค เป็นประธานสภา เครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทํางานและสิ่งแวดล้อม แล้วก็เป็นผู้ป่วยจากการทํางานโดยตรง เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ในมาตรา ๑๔ ดิฉันขอให้ใช้ใน พ.ร.บ. เงินทดแทน ปี ๒๕๓๗ ฉบับเดิม ก็คือว่าถ้าจะมีการประกาศเรื่องชนิดของโรค ดิฉันอยากให้ผ่าน กระทรวงแรงงานเป็นผู้ประกาศ เหตุผลของดิฉันก็คือว่าสํานักงานประกันสังคมหรือกองทุน เงินทดแทนเป็นกองหนึ่งในกระทรวงแรงงาน เพราะฉะนั้นถ้าจะประกาศอะไรดิฉันอยากให้ ผ่านกระทรวงแรงงาน เพราะว่ากระทรวงแรงงานจะมีสํานักความปลอดภัย แล้วก็จะมี สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยในอนาคต ขอบคุณค่ะ
ยังติดใจอยู่ใช่ไหมครับ ท่านประธานแก้ตามหรือว่าจะโหวต ผมจะได้โหวตเลย
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่ท่านกรรมาธิการได้สงวนคําแปรญัตติและยังติดใจอยู่ ผมว่าคงไม่ต้องโหวตหรอกครับท่านประธาน แต่ว่าอย่างไรก็ตามการแก้นี่ก็ไม่ได้ทําให้ เนื้อหาอะไรเปลี่ยนแปลง แต่เจตนาที่จะแก้ให้เป็นจาก กระทรวงแรงงานประกาศกําหนด ให้เป็นสํานักงานประกันสังคมเป็นผู้ประกาศ โดยแท้จริงแล้วก็คือเพื่อความสะดวก เพื่อความรวดเร็ว ถ้ากระทรวงแรงงานช้าเพราะมันหลายหน่วยงาน สํานักงานประกันสังคม รับผิดชอบ พ.ร.บ. นี้โดยตรง คือถ้าแก้แล้วมันสะดวกกว่ามันก็น่าจะเอาที่มันสะดวกกว่า เพราะฉะนั้นกรรมาธิการยังยืนยันเหมือนเดิมครับ
ยืนยันนะครับ กรรมาธิการ เสียงข้างมากยืนยัน กรรมาธิการเสียงข้างน้อยยังติดใจอยู่นะครับ ถ้ายังติดใจอยู่ผมก็จะโหวต ถ้าไม่ครบองค์ประชุมก็ตกไปเลย ตัดสินใจเอา จะเอาอย่างไร จะถอนหรือว่ายังติดใจครับ
ข้อนี้ขอถอนก็ได้ค่ะ
ผู้แปรญัตติขอถอน ก็ผ่านได้ เชิญเลขาธิการดําเนินการต่อ
มาตรา ๑๕ มีการแก้ไข
ไม่มีท่านผู้ใดติดใจ เชิญต่อ
มาตรา ๑๖ มีการแก้ไข
ไม่มีท่านผู้ใดติดใจ ต่อครับ
มาตรา ๑๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๘ มีการแก้ไข
ไม่มีท่านใดติดใจครับ เชิญต่อ
มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙ มีการแก้ไข
ไม่มีท่านผู้ใดติดใจครับ ผ่าน
มาตรา ๑๐ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการสงวนความเห็น
ท่านกรรมาธิการไม่ติดใจ เชิญต่อ
มาตรา ๑๑ ไม่มีการแก้ไข
ท่านประธานคะ มาตรา ๑๐ ขออนุญาตค่ะ
เชิญครับ ท่านสงวนอยู่ ใช่ไหมครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในมาตรา ๑๐ แก้ไขมาตรา ๒๑ นี้ ดิฉันขอสงวนความเห็นไว้ เนื่องจากว่าที่ผ่านมาเงินดอกผลของกองทุนเงินทดแทนได้ปันผล ออกมาร้อยละ ๒๒ แล้วก็มาส่งเสริมในการฟื้นฟูสุขภาพของคนงานอย่างเดียว ก็คือว่า ไปสร้างศูนย์ฟื้นฟู ทีนี้เวลาเป็นกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจะมีการตั้งโครงการ คือป้องกันเรื่องโรค ก็คือส่งเสริมป้องกันสุขภาพความปลอดภัยของผู้ใช้แรงงาน ทางกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก็จะต้องทําโครงการเสนอไปทีละปี ซึ่งเป็นแบบนี้ ตัวเลขของการเจ็บป่วยจากการทํางานไม่ได้ลดน้อยลงไปเท่าไร ก็คือมีตัวเลขไม่ต่างกับ ๒๐๐,๐๐๐ รายต่อปี เพราะฉะนั้นที่ดิฉันเสนอสงวนไว้ก็คือในฐานะเครือข่ายตัวแทน ผู้ใช้แรงงานแล้วก็ผู้ถูกกระทบเห็นว่าในปัจจุบันนี้เรามีการออกกฎหมาย พ.ร.บ. ความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน เพราะฉะนั้นมาตรา ๔๕ (๒) ของ พ.ร.บ. ความปลอดภัยบอกว่าจะต้องจัดสรรเงินกองทุนอีกร้อย ๒๐ ของดอกผลต่อปี มาสนับสนุนในเรื่องของการส่งเสริม ป้องกัน เรื่องของสุขภาพความปลอดภัยในการทํางาน เพื่อไม่ให้เกิดการพิการ เจ็บป่วย เสียชีวิตของคนงานต่อไป แล้วในอนาคตในกฎหมาย พ.ร.บ. ความปลอดภัยนี้ก็ได้มีหมวด ๗ มาตรา ๕๒ ว่าจะต้องตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาไปแล้ว กําลังจะประกาศบังคับใช้วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เพราะฉะนั้นถ้ากฎหมายกองทุนทดแทนไม่ปันดอกผลอีกร้อยละ ๒๐ ต่อปี ทั้งกองทุน ความปลอดภัยและสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยจะไม่มีงบประมาณในการบริหารจัดการ เรื่องของการส่งเสริมป้องกัน ก็เลยกราบขอพิจารณาด้วยค่ะ
ท่านประธานคณะกรรมาธิการ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ผมขอเรียนอย่างนี้ว่าตามที่ท่านกรรมาธิการยังติดใจ เรื่องนี้อยู่ จริงครับที่ว่ามาตรา ๔๕ (๒) ของพระราชบัญญัติความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พุทธศักราช ๒๕๕๔ บัญญัติว่ากองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานต้องได้รับเงินอุดหนุนจากกองทุนเงินทดแทน อันนี้จริง แล้วคณะกรรมาธิการก็ได้พิจารณาเรื่องนี้โดยละเอียดพอสมควร แต่ต้อง ขอกราบเรียนว่าในเรื่องของการพิจารณากฎหมายฉบับนี้เราต้องดูถึงความเป็นไปได้ของ จํานวนเงินในกองทุนด้วยครับท่านประธาน โดยเฉพาะอันนี้เป็นเรื่องของการเอาดอกผล จากการที่กองทุนคณะกรรมการกองทุนนําไปลงทุน ซึ่งท่านจะมาเรียกเอาเป็นจํานวนร้อยละ ๒๐ ที่ท่านสงวนไว้ใช่ไหม ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด ถ้าผมฟังทันเมื่อสักครู่ ก็คิดว่าคงไม่เหมาะสม ไม่ถูกต้องเท่าไร อันแรกก็คือเรื่องของดอกผลมันไม่แน่นอนเพราะเป็นการลงทุน บางปี ดอกผลก็อาจจะได้ดี อาจจะได้เยอะ กองทุนก็อาจจะเอาเงินออกไปแล้วได้จํานวนเยอะ แต่ถ้าปีไหนที่ว่ากองทุนดําเนินงาน เอาไปลงทุนแล้วได้ดอกผลมาน้อย จริง ๆ แล้วผมเป็นห่วงว่า ร้อยละ ๒๐ อาจจะไม่พอที่จะไปช่วยเรื่องของกองทุนที่ท่านว่าคือกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานซึ่งมันอยู่ในกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ฉะนั้นผมว่า เราไม่ควรที่จะไปกําหนดเฉพาะอย่างนั้น ในเรื่องของการดูแลความปลอดภัยหรือว่า การป้องกัน การให้การอบรมกับคนงานหรือว่าทางโรงงานเพื่อให้มีความปลอดภัย ในการทํางานยิ่งขึ้น ผมว่าเขาก็อยู่ในความคํานึงของสํานักงานประกันสังคม โดยเฉพาะ อย่างยิ่งก็มีหน่วยงานหน่วยต่าง ๆ อยู่แล้ว แต่ถ้าเงินมันไม่พอที่จะเอาไปใช้จากกองทุน ก็น่าเป็นห่วง ถ้าไปกําหนดตายตัวอย่างนั้นก็จะไม่สามารถเอาเงินจากที่อื่นไปช่วยเหลือ กองทุนความปลอดภัยในกฎหมายอีกฉบับหนึ่งได้ อย่างที่ท่านขอผมก็คิดว่าเราไม่ควรจะไป กําหนดอย่างนั้น ก็คือว่าให้มันเป็นไปเหมือนเดิม คณะกรรมการกองทุนประกอบด้วย คนที่มีความรู้ความสามารถอยู่แล้ว ก็คงจะสามารถบริหารเงินจากด้านอื่นมาช่วยได้ ผมว่าถ้าเป็นอย่างนี้มันจะคล่องตัวกว่าที่เราจะไปกําหนด ถ้าเกิดปีไหนเงินกองทุนมันได้น้อย ร้อยละ ๒๐ มันน้อยเกินไปมันก็จะไม่พอที่จะไปช่วยกองทุนที่ท่านว่า ผมเกรงว่าจะเป็น อย่างนั้น จึงขอยืนยันตามที่คณะกรรมาธิการพิจารณามาครับ
สภายินดีต้อนรับคนไทย พลัดถิ่นจากจังหวัดระนอง จังหวัดตราด ทั้ง ๔๓ ท่านด้วยความยินดีนะครับ ขณะนี้เรากําลัง พิจารณาร่างพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. .... อยู่ครับ ท่านยังติดใจอยู่ใช่ไหม เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพท่านประธานคณะกรรมาธิการค่ะ แต่ว่าดิฉันก็ทําเพื่อพี่น้องคนงานนะคะ เพราะว่าตลอดระยะเวลา ๑๖ ปี การปันดอกผลของกองทุนเงินทดแทนนี้มาใช้เฉพาะ การฟื้นฟู ก็คือไปสร้างศูนย์ตรงโน้นตรงนี้ ซึ่งการสร้างศูนย์แต่ละแห่งนี้ ๒๐๐ กว่าล้านบาท ใช้เฉพาะคนไม่กี่คน คือ ๕๐ กว่าคน แต่เมื่อมติ ครม. ปี ๒๕๕๐ บอกว่าแรงงานปลอดภัย สุขภาพอนามัยดี แต่ไม่มีงบประมาณลงมา เพราะฉะนั้นหน้าที่ตามกฎหมายของกองทุน เงินทดแทนก็คือต้องทําหน้าที่ส่งเสริมและป้องกันแก้ไขปัญหา เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระบวนการ แรงงานและสภาเครือข่ายผู้ป่วยเรียกร้องในนามสมัชชาคนจน จนดิฉันได้รับการแต่งตั้งเป็น กรรมาธิการก็พยายามที่จะผลักดันให้กฎหมายกองทุนเงินทดแทนนี้มาทําเรื่องของ การส่งเสริม ป้องกัน เพราะว่ากฎหมายเรื่องของสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยเราผลักดันมา ๑๖ ปีแล้ว ออกมาเป็นกฎหมาย แล้วก็ตัวดิฉันเองเป็นอนุกรรมการยกร่าง บ่ายวันนี้ก็จะไป ยกร่างการจัดตั้งสถาบันซึ่งมีท่านอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นประธาน ซึ่งท่านอธิบดีนี้มีมติจากคณะกรรมาธิการชุดนี้ให้ของบจากกองทุนประกันสังคมปันออกมา ร้อยละ ๒๐ ต่อปีเพื่อที่จะให้กองทุนความปลอดภัยและสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย ได้ทํางานส่งเสริม ป้องกัน เพื่อที่จะป้องกันคนงานไม่ให้บาดเจ็บล้มตาย เพราะจากตัวเลข สถิติที่ทางสภาเครือข่ายทําร่วมกับมูลนิธิอารมณ์นี้ จาก ๒๐ ปีที่ผ่านมาคนงานต้องบาดเจ็บ แขนขาด ขาขาดเสียชีวิต ๓๐๐ ล้านราย เพราะฉะนั้นเป็นตัวเลขที่สูง เพราะฉะนั้นถ้าในการ พัฒนาอุตสาหกรรมบ้านเราแล้วไม่มีการส่งเสริม ป้องกันเอาไว้ รอให้ประกันสังคมให้เป็น โครงการ ๆ อย่างเช่น โครงการวันความปลอดภัยจัดทีหนึ่ง โครงการอย่างโน้นอย่างนี้ ดิฉันคิดว่าไม่ได้ทําอย่างจริงจัง การพัฒนาอุตสาหกรรมบ้านเราก็จะทําให้คนงานที่เป็น คนยากคนจนนี้จะต้องสูญเสียพิการแขนขา บาดเจ็บตาย ตัวเลขสถิติตายปีละ ๖๐๐ คนต่อปี เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องใหญ่ อยากให้ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานและสมาชิก ช่วยกรุณาพิจารณาด้วย ขอบพระคุณค่ะ
ก็ยังยืนยันใช่ไหมครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลามันเหลืออีกหลายฉบับ ถ้ายังยืนยันผมก็จะถามมติเลย ทางประธาน ยังยืนยันตามร่างผมขอลงมตินะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมช่วยเข้าห้องประชุม ด่วนด้วยเพื่อจะลงมติในมาตรา ๑๐
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกครับ ช่วยกรุณาอนุเคราะห์อย่าทํางานอย่างอื่นเลย วันนี้ขอความกรุณา เพราะว่าเรามีเรื่องที่ค้าง การพิจารณาอยู่หลายเรื่อง เราก็ช่วยกันโหวตให้เสร็จว่าจะเอาอันไหน ๆ ไม่เอาอันไหน ให้มันเสร็จ ๆ ไป เหมือนกับการประชุมร่วมเมื่อวานนะครับ พอรัฐบาลถอนเราก็หมดภาระไป แต่นี่เราเหลืออยู่ไม่กี่ฉบับให้มันหมดไป เราก็ไม่ได้ค้าง สภายุบไปเราก็ปลอดภัยทุกอย่าง เมื่อท่านสมาชิกนั่งประจําที่แล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตนครับ ผมจะต้องตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนที่จะลงมติในมาตรา ๑๐ นะครับ ท่านที่อยู่นอกห้องประชุม ได้โปรดกรุณา เข้าห้องประชุมด้วยนะครับ ท่านสมาชิกที่เคารพครับ เมื่อท่านเข้าห้องประชุมแล้ว กรุณาเสียบบัตรแสดงตนให้เรียบร้อยนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เมื่อท่านนั่งประจําที่ และเสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผลมา มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๔๗ คน ครบองค์ประชุมครับ
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมในมาตรา ๑๐ ท่านผู้ใดเห็นชอบตามที่ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ คือเห็นตาม คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิท่านได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อย แล้วนะครับ ส่งผลมา มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๕๖ ท่าน เห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๓๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๕ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๗ ท่าน
ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นด้วยตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ เชิญ เลขาธิการต่อครับ
มาตรา ๑๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๒ มีการแก้ไข
มีท่านผู้ใดสงวนความเห็น ไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี ผ่านนะครับ
มาตรา ๑๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๔ มีการแก้ไข
ไม่มีท่านผู้ใดติดใจ ต่อครับ
มาตรา ๑๕ มีการแก้ไข
ไม่มีท่านผู้ใดติดใจครับ
มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๙ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการสงวนความเห็น
ท่านไม่ติดใจ ผ่านนะครับ
มาตรา ๒๐ มีการแก้ไข
ท่านไม่ติดใจ ผ่านครับ
มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๓ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการสงวนความเห็น
ท่านไม่ติดใจ ผ่านครับ
มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ และมาตรา ๒๘ ไม่มีการแก้ไข
ก็จบการพิจารณา เรียงตามลําดับมาตราแล้ว ต่อไปเป็นการพิจารณาทั้งร่างเป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ มีสมาชิกท่านใดจะขอแก้ไขถ้อยคําหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ถ้าไม่มี ก็จบการพิจารณา ในวาระที่สอง ไม่มีการแก้ไขนะครับ ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่ ...) พ.ศ. .... ในวาระที่สามหรือไม่ เชิญท่านสมาชิก เข้าห้องประชุมครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกครับ เมื่อท่าน เข้าห้องประชุมแล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ เราจะตรวจสอบองค์ประชุม ถ้าครบองค์ประชุมเราจะได้พิจารณาลงมติในวาระที่สามต่อไปนะครับ ทุกท่านช่วยแสดงสิทธิ แสดงตนด้วยนะครับ เสียบบัตรแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เสียบบัตรแสดงตน เรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผลมา มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอยู่ในห้องประชุมนี้ ๒๔๕ ท่าน ครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุม ท่านผู้ใดเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ เงินทดแทน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิของท่านนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อย แล้วนะครับ ส่งผลมา มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๕๔ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๗ ท่าน
ถือว่าที่ประชุมแห่งนี้เห็นชอบให้ส่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปให้วุฒิสภา ต่อไป กระผมขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านนะครับ
๔.๓ ร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
เชิญท่านประธาน คณะกรรมาธิการครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ สัญชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติ สัญชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ..... (นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นางผุสดี ตามไท กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายนพคุณ รัฐผไท กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยใช้ร่างของคณะรัฐมนตรีเป็นหลักนั้น
บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว จึงเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเพื่อให้ความเห็นชอบในกฎหมายฉบับนี้ต่อไป
ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่า กฎหมายฉบับนี้นั้นมีที่มาที่ไป ที่เป็นการ ต่อสู้ของพี่น้องที่เรียกว่า คนไทยพลัดถิ่น ในระยะเวลาที่ยาวนานมาก รัฐบาลชุดปัจจุบัน รวมถึง ส.ส. และ ส.ว. อีกหลายท่านก็ได้ติดตามกฎหมายฉบับนี้ จนวันหนึ่งที่พี่น้อง คนไทยพลัดถิ่นได้มีการเดินทางมายังหน้ารัฐสภา ได้มีการพูดคุยกัน ก็เป็นจังหวะเวลา เดียวกันกับประจวบเหมาะที่คณะกรรมการซึ่งรัฐบาลได้จัดตั้งขึ้น ทํางานร่วมกัน ได้มีการศึกษาเรื่องของร่างนี้ครบถ้วนพอดี จึงเสนอเข้าสู่รัฐสภา ผมต้องถือโอกาสนี้ ขอบคุณท่านสมาชิกจากทุกพรรคการเมืองซึ่งอยู่ในกรรมาธิการที่ให้ความร่วมมือและ พิจารณากฎหมายฉบับนี้เสร็จอย่างรวดเร็วยิ่ง เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม คือใช้เวลาเพียง ๒ วันและอีกวันหนึ่งเป็นการทบทวน กฎหมายฉบับนี้จึงแล้วเสร็จ วันนี้ถ้าผ่าน สภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ก็น่าที่จะเป็นหลักประกันที่ดีให้พี่น้องในส่วนนี้จะได้มีโอกาสได้มี สัญชาติไทย ถือเป็นการคืนศักดิ์ศรีของความเป็นคนไทยให้กับเขา การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้นั้น ได้มีการแก้ไขเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเองครับเพื่อให้เกิดความชัดเจนขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ระยะเวลาของการบังคับใช้ จากเดิมซึ่งเขียนไว้ที่ ๑๒๐ วัน ก็แก้ไขเป็น บังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจาก วันประกาศราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ก็ทําให้ชัดเจนขึ้น นอกจากนั้นก็ยังบัญญัติขึ้นใน มาตรา ๙/๓ (๒) เพื่อให้เกิดความชัดเจนขึ้นในเรื่องของการไม่ต้องดําเนินการตามมาตรา ๒๗ คือการได้สัญชาติของบุตรของคนไทยพลัดถิ่นนั้น ก็ได้ตามกฎหมายฉบับนี้ไปเลยโดยไม่ต้องมี การพิสูจน์ซ้ํา ในมาตรา ๙/๗ ก็เช่นเดียวกัน ก็บัญญัติให้เกิดความชัดเจนขึ้นนะครับ นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีการบัญญัติเพิ่มในมาตรา ๕/๑ เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามกฎหมายฉบับนี้ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ก็เพื่อเร่งรัด การปฏิบัติให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ก็ขอให้สภาได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบต่อกฎหมายฉบับนี้ ด้วยครับ
การพิจารณาในวาระที่สองนี้ จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ แล้วเรียงตามลําดับมาตรา และให้สมาชิกอภิปราย ได้เฉพาะถ้อยคําหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือผู้แปรญัตติมีการสงวน คําแปรญัตติ หรือกรรมาธิการที่มีการสงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเป็นอย่างอื่น เชิญเลขาธิการดําเนินการเรียงตามลําดับมาตรา
ร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ มีการแก้ไข
ไม่มีท่านใดติดใจ ผ่านครับ
มาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔ เพิ่มความเป็น มาตรา ๙/๑ มาตรา ๙/๒ มาตรา ๙/๓ มาตรา ๙/๔ มาตรา ๙/๕ มาตรา ๙/๖ และ มาตรา ๙/๗ มีการแก้ไข
ไม่มีท่านผู้ใดติดใจครับ ผ่านครับ
มาตรา ๕
เชิญครับคุณไพจิต สั้น ๆ หน่อยครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติ สัญชาติ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ในมาตรา ๔ ที่คณะกรรมาธิการได้ไปเพิ่มเติมแล้วก็ตัดถ้อยคํา ในมาตรา ๔ ซึ่งเป็นสาระสําคัญเยอะเลยนะครับ ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนว่า มีความจริงใจที่อยากจะแก้ปัญหาเรื่องของบุคคลที่เกิดในประเทศไทยแล้วไม่สามารถที่จะ ได้สิทธิในการมีสัญชาติที่ถูกต้อง ท่านประธานครับ แต่ประเด็นที่คณะกรรมาธิการได้ไปเพิ่ม ก็ดีนะครับ ใน มาตรา ๔ (๓) ที่แก้ไขข้อความในมาตรา ๙/๑ ท่านประธานครับลองตามดู (๓) นะครับ คณะกรรมการซึ่งจะแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน ๗ คน ซึ่งรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้ง โดยต้องมีนักวิจัยหรือนักวิชาการ คณะกรรมาธิการได้ไปเพิ่มคําว่า ผู้เชี่ยวชาญ คือลําพังก็เป็นนักวิชาการทางด้านกฎหมายสัญชาติหรือสถานะบุคคล ด้านสังคมวิทยา หรือมานุษยวิทยา ด้านประวัติศาสตร์กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน ตามร่างเดิม ที่ผ่านวาระที่หนึ่ง ผมเลยสงสัยว่าทําไมต้องไปเพิ่มคําว่า นักวิชาการ แล้วใส่คําว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายสัญชาติ มีกี่คนครับนักวิชาการที่เชี่ยวชาญ ทําไมไม่เปิดคําว่า นักวิชาการทางด้านสัญชาติ เท่านี้ก็สามารถทําได้แล้ว ผมทราบว่ามันมีไม่กี่คน จะเป็นการล็อก สเปก (Lock Spec) ให้ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้มามีบทบาทในการกําหนด การให้สัญชาติ ซึ่งจะเป็นคณะกรรมการชุดแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านประธานครับ แต่งตั้งโดยรัฐมนตรี ซึ่งก็จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่รักษาการ ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้มีความสงสัย ขอให้เปิดไว้เถอะครับ ก็รัฐบาล โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสามารถที่จะแต่งตั้งนักวิชาการทางด้านกฎหมาย สัญชาติก็ครอบคลุมอยู่แล้ว ไม่ต้องไปล็อกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ ผมมีความเห็นว่าไม่ควรที่ จะต้องเพิ่ม จะได้กว้างขวาง ได้คนที่ทรงคุณวุฒิในด้านนี้ที่กว้างขวางขึ้น
ประเด็นที่ ๒ เรื่องที่ไปเพิ่มข้อความว่า (๒) ในมาตรา ๙/๓ คณะกรรมการ รับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นมีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๒) ที่บอกว่า เสนอแนะ ให้ความเห็นต่อรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง โดยไม่ต้องดําเนินการตามมาตรา ๒๗ แปลว่าอะไรไม่ต้องดําเนินตามมาตรา ๒๗ ทําให้ง่ายขึ้นหรือทําให้ยากขึ้น มาตรา ๒๗ เมื่อใส่คําว่าไม่ต้องปฏิบัติตาม มันเป็นคุณหรือเป็นโทษ แปลว่าถ้าเป็นโทษถึงไม่อยากให้ใส่ มีความจริงใจที่จะให้สภาผู้แทนราษฎรออกกฎหมายให้กับคนไทยพลัดถิ่น ซึ่งถือว่า เป็นเกียรติ เป็นศักดิ์ศรีในการใช้ชีวิต เขามาอยู่ในประเทศไทย แม้จะอพยพอย่างไร เข้ามา วันนี้ก็ภายใต้พระบรมโพธิสมภารในอดีต เขาก็ต้องเป็นพลเมืองของคนไทย เป็นกําลังการผลิต เป็นคนสร้างชาติบ้านเมือง ผมสงสัยว่าถ้าใส่แล้วมันเป็นโทษ อย่าใส่ ที่เพิ่มเติมเข้ามา อธิบายหน่อยนะครับ และประโยคสุดท้ายของผม ท่านประธานครับ ในหน้า ๓ มาตรา ๙/๖ ในวรรคหนึ่งที่กรรมาธิการได้ตัดออก ตัดคําว่า “ซึ่งเกิดใน ราชอาณาจักรไทย และได้สัญชาติไทยตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง ให้ถือว่าเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด” แปลว่าตัดออก ตัดออกนี่ข้อความที่จะถูกตัดไป สิทธิในพระราชบัญญัติได้ครอบคลุมตรงไหนไว้ เมื่อเขาได้สัญชาติโดยการเกิด ในราชอาณาจักรไทยแล้ว ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวงไว้ แปลว่า ตัดตัวนี้ออก วรรคนี้ออกหมดเลย ในวาระที่หนึ่งซึ่งกําหนดไว้แล้ว ได้ให้สิทธิในการที่ต้อง ปฏิบัติ ถ้าตัดแล้วเขาได้ ผมไม่ขัดข้อง แต่ว่าถ้าตัดแล้วมีปัญหา อย่าไปตัดครับ เท่าที่ฟังจาก ในพรรคผมเอง ก็มีความจริงใจที่จะแก้ปัญหานี้ครับท่านประธาน ต้องการให้พี่น้องที่เขา มาเรียก มาร้องเรื่องของสัญชาติการเป็นคนไทย มันมีเกียรติมีศักดิ์ศรี เพราะฉะนั้น ๓ ประเด็นที่ผมบอก ถ้ามันขัดข้อง สองวรรคนี้อย่าได้ตัดนะครับ ถ้ามันเป็นคุณกับเขา อย่าไปตัด เดี๋ยวจะเปิดช่อง เปิดให้คนไปทํามาหากินบนความทุกข์ยาก บนความต้องการสิทธิ พื้นฐานที่ควรได้รับ เหมือนประเทศที่พัฒนาแล้ว ผมขออธิบายเท่านั้นครับ แต่ว่าวรรคหนึ่ง ผมว่าตัดเรื่องผู้เชี่ยวชาญออก ขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญคุณเรวัติ พูดสั้น ๆ หน่อยได้ไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เท่าที่อ่านดูที่แก้ไขเพิ่มเติม ผมก็เห็นด้วยกับท่านไพจิตซึ่งท่านได้มีความเห็นไปแล้ว ความจริงแล้วคนไทยพลัดถิ่นนี้ เป็นผู้ที่น่าเห็นใจ ในสภาแห่งนี้ก็ทําให้เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องคนไทยพลัดถิ่น เมื่อวานนี้ท่านก็มากันเยอะแยะนะครับ พรรคฝ่ายค้านก็พร้อมที่จะสนับสนุนให้ท่านได้รับ สัญชาติเป็นคนไทยโดยสมบูรณ์ ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงที่ต้องการทราบว่าการที่เติมไปนี้ แทนที่จะให้คนไทยพลัดถิ่นได้สัญชาติที่เร็วขึ้น และทําให้คนไทยพลัดถิ่นเป็นผู้ที่ได้รับ การพิจารณาจากนักวิชาการที่กว้างขวาง แต่ไปบอกว่าผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทยมีไม่กี่คน ถ้าอย่างนั้น ถ้ามีเยอะหรือมีอย่างไรก็แล้วแต่ ท่านบอกให้หน่อยว่าผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของ การวิจัยก็ดี หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายสัญชาติก็ดี มีกี่คนครับ แล้วคนเหล่านี้กว่าจะได้ ให้ไปรับรองหรือไปดูแลในเรื่องที่จะพิสูจน์คนไทยพลัดถิ่นเหล่านี้จะล่าช้าแค่ไหน ถ้าเรา เปิดกว้างสามารถที่จะให้นักกฎหมายทั่วไปมาดําเนินการ เขาก็จะได้ดีขึ้น เขาก็จะได้ รวดเร็วขึ้น เขารอมาเป็นเวลาช้านาน ก็มาล็อกสเปกเสียอีก อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น ผมจึงกราบเรียนว่าถ้าอย่างนี้น่าจะไม่ต้องใส่หรอกครับ ถ้าหากว่ารัฐบาลมีความจริงใจ แล้วปากก็บอกว่าจะช่วยพี่น้องคนไทยพลัดถิ่นให้ได้สัญชาติเร็วขึ้นนั้น ไม่ต้องใส่หรอกครับ เพราะถ้าใส่ไปก็เท่ากับว่าพี่น้องคนไทยพลัดถิ่นอีกยาวนาน อีกหลายปีกว่าจะได้สัญชาติ เพราะคนเหล่านี้มีไม่กี่คน แต่คนไทยพลัดถิ่นนี้มีหลายหมื่นคนครับ เพราะฉะนั้นใส่ลงไป ตรงนี้ไม่ได้ประโยชน์ครับท่านประธาน ผมเห็นด้วยว่าต้องตัดออกครับ ให้คงสภาพ ให้คงเดิมไว้ครับ
ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ตัดได้ไหมครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ ผมถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านสมาชิกที่ให้ความสนใจ แล้วก็ติดตามเรื่องนี้ รวมถึงอยากให้กฎหมายนี้จะได้ไปบังคับใช้ แล้วก็เป็นประโยชน์กับ พี่น้องคนไทยพลัดถิ่นนะครับ ท่านถามมา ๓ ประเด็นครับ
ประเด็นที่ ๑ เรื่องของผู้ทรงคุณวุฒิ เหตุผลที่คณะกรรมาธิการไปเติมคําว่า ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ ก็มาจากการปรึกษาหารือกันในคณะกรรมาธิการ รวมถึงตัวพี่น้อง คนไทยพลัดถิ่นเอง ซึ่งเขาก็เข้าใจว่ามีนักวิจัยหรือนักวิชาการด้านนี้ค่อนข้างเยอะ แต่เนื่องจากประเด็นเรื่องของคนไทยพลัดถิ่นเป็นประเด็นที่มีความซับซ้อนและเป็นประเด็น ที่มีความลึกซึ้งในแง่ของข้อมูลอยู่ในตัวเอง ดังนั้นเขาเองก็ประสงค์ที่จะให้มีนักวิชาการ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญ คําว่า เชี่ยวชาญ ในที่นี้ก็คือเป็นผู้ที่ศึกษาในเรื่องนี้แล้วก็มีข้อมูล อย่างลึกซึ้ง เพราะฉะนั้นทางพี่น้องเขาเองเขาก็เชื่อว่าถ้ามีคนซึ่งมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง หรือเชี่ยวชาญอยู่แล้ว จะทําให้เป็นการอํานวยความสะดวกต่อการที่มาอยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งเป็นกรรมการที่บัญญัติขึ้นตามกฎหมายฉบับนี้ เป็นกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นนั้น มีจํานวนทั้งสิ้น ๑๕ คนด้วยกัน อย่างน้อยที่สุดในผู้ทรงคุณวุฒิจํานวน ๗ คน ซึ่งจะต้อง แต่งตั้งโดยรัฐมนตรีเขาก็ประสงค์จะให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสัญชาติและสถานะ บุคคลขึ้น ก็อย่างที่ท่านบอกครับว่าอาจจะมีจํานวนจํากัด แต่ในจํานวนนี้ก็ไม่เป็นอุปสรรค ในการที่จะหาผู้ซึ่งอาสาที่จะเข้ามาทํางานเป็นคณะกรรมการในชุดนี้ เพราะฉะนั้นโดยเหตุผล ที่เราเติมไป ประการที่ ๑ จะไม่ทําให้ยุ่งยากมากขึ้น ประการที่ ๒ ก็คือเป็นข้อเรียกร้องของ พี่น้องที่มีส่วนเกี่ยวข้องเอง ซึ่งประสงค์จะเห็นคนที่ศึกษาเรื่องพวกเขาอย่างลึกซึ้งได้เข้ามา เป็นกรรมการในชุดนี้ แล้วสามารถที่จะเอื้อประโยชน์ได้ ประการที่ ๓ จะเป็นการล็อกสเปก หรือไม่ ก็ต้องกราบเรียนว่าคําว่า ล็อกสเปก อาจจะมีความหมายในทางลบว่าให้คนใดคนหนึ่ง เพื่อไปดําเนินการในเชิงที่จะมีผลประโยชน์ แต่เนื่องจากเรื่องนี้เป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ซึ่งเป็นไทยด้วยกัน เราก็คิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะไปล็อก สเปก แล้วเป็นการที่จะไป เอื้อผลประโยชน์ให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ตรงกันข้ามครับ กลับเป็นการทําให้คน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเข้าใจเรื่องสัญชาติอย่างลึกซึ้งสามารถเข้ามาทํางานนี้ได้ก็จะเป็น ประโยชน์ครับ
ในประเด็นที่ ๒ ที่ท่านยกตัวอย่าง ถามถึงเรื่องว่าทําไมที่จะต้องไปเติมใน (๒) ของมาตรา ๙/๓ ว่า โดยไม่ต้องดําเนินการตามมาตรา ๒๗ คําว่า มาตรา ๒๗ นั้น เป็นมาตรา ๒๗ ตามพระราชบัญญัติสัญชาติฉบับเดิม เขากําหนดให้มีคณะกรรมการขึ้นมา ชุดหนึ่ง เรียกว่าคณะกรรมการกลั่นกรองสัญชาติ ซึ่งคณะกรรมการชุดนั้นจะมีโครงสร้าง องค์ประกอบที่ต่างจากกรรมการซึ่งรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นตามกฎหมายฉบับนี้ ข้อเรียกร้องนี้ของพี่น้องคนไทยพลัดถิ่นและบรรดาผู้ที่ศึกษาอยู่ รวมถึงคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุดของท่านอาจารย์ไกรศักดิ์ซึ่งทําเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น ก็มีความเห็นว่า กรรมการชุดนี้น่าจะรับรองไปได้เลยโดยไม่ต้องไปเข้ากรรมการกลั่นกรองสัญชาติ กฎหมาย อีกฉบับหนึ่ง จะกลายเป็นการซ้ําซ้อนกัน เพราะฉะนั้นเมื่อแก้ไขแล้ว บัญญัติเติมความนี้ไป ก็จะทําให้กระบวนการง่ายขึ้น แล้วก็ไม่ต้องมีการซ้ําซ้อนกันในการพิจารณารับรองสัญชาติ กรรมการตามกฎหมายฉบับนี้รับรอง ทุกอย่างก็จบครับ เพราะฉะนั้นใน ๒ ข้อนี้ก็ยืนยันได้ว่า ทําให้มีความสะดวกขึ้น
ในประเด็นที่ ๓ ที่ท่านถามเรื่องมาตรา ๙/๗ ผมจะขออนุญาตท่านประธาน ให้กรรมาธิการซึ่งเป็นเครือข่ายของพี่น้องคนไทยพลัดถิ่นได้ตอบประเด็นนี้ครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านครับ ผม ภควินท์ แสงคง ในนามกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อกรณีมาตรา ๙/๗ ที่มีการแก้ไขนั้น ในความเป็นจริงพูดถึงเรื่องของคนไทยพลัดถิ่นซึ่งมีความชัดเจน อยู่ในมาตรา ๙/๗ (๒) อยู่แล้ว เมื่อบิดาได้สัญชาติ บุตรที่เกิดจากบิดาที่ได้รับสัญชาติ และผ่านการรับรอง ก็จะได้สัญชาติไทยโดยการเกิด แต่ส่วนที่มีการตัดออกเพราะว่า จริง ๆ แล้วในการได้สัญชาติซึ่งกําหนดไว้ว่าได้สัญชาติโดยหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนด ในกฎกระทรวงนั้น ไม่เคยมีการให้สัญชาติด้วยลักษณะนี้ คณะกรรมาธิการก็ได้พิจารณาแล้ว ก็ตัดในส่วนนี้ออกเพื่อให้เกิดความง่าย แล้วก็มีประโยชน์ต่อพี่น้องคนไทยพลัดถิ่นโดยตรง ขอกราบเรียนชี้แจงเพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ
เมื่อกี้ไม่บอกชื่อบอกเสียง ให้ชัดเจน เขาจะได้บันทึก
กระผม ภควินท์ แสงคง ครับ
อยู่พลัดถิ่นที่ไหนครับ
ผมพลัดถิ่นอยู่ที่จังหวัดระนอง และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ครับ
ตัวแทนเขาชี้แจงชัดแล้ว
พี่น้องก็นั่งอยู่ข้างบน ๔๐ กว่าคนครับ ขอบคุณมากครับ
ก็คงผ่านได้กระมังท่านไพจิต
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย จริง ๆ ประเด็นเรื่องบุตรของคนไทยพลัดถิ่น ซึ่งได้สัญชาติอยู่แล้ว ไม่ต้องมาเข้าสู่คณะกรรมการควบคุมอะไรทั้งหลายนี้ผมไม่ติดใจนะครับ ที่คณะกรรมาธิการได้ตัดออก ถ้าอธิบายตามความนี้ แต่ว่าเรื่องผู้เชี่ยวชาญที่มีอยู่เพียง คนสองคน โดยนัยก็สามารถตั้งนักวิชาการท่านเหล่านี้ได้อยู่แล้ว ผมไม่อยากให้ใส่เข้าไป เกิดท่านสองท่านที่มีชีวิตอยู่วันนี้มีอันเป็นไป มาเป็นกรรมการไม่ได้ ท่านจะตั้งคนอื่นไม่ได้ นะครับ ก็ท่านตัดคําว่า นักวิชาการด้านกฎหมายสัญชาติ เห็นอยู่แล้วว่าเป็นใคร รัฐบาล ก็เห็น ก็ตั้ง แต่ว่าอย่าไปล็อก คนที่ให้ข้อมูลผมมาเป็นนักวิชาการสายนี้เขาบอกมาว่ามีไม่กี่คน เพราะฉะนั้นอย่าเขียนดีกว่า ถ้าจะกรุณาก็คือเอาออกเสีย ผู้เชี่ยวชาญที่เพิ่มเติมเข้าไป ประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านี้ครับ สุดแท้แต่ท่านประธานคณะกรรมาธิการและคณะ จะพิจารณา
ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ถ้าตัดออกได้ก็ดีครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือกรรมาธิการแล้วครับ ความจริงก็ยังยืนยันเจตนารมณ์ แต่ว่าเพื่อที่จะให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านไปได้เร็ว กรรมาธิการก็จะยอมตัดคําว่า ผู้เชี่ยวชาญ ออกครับ
ไม่ติดใจแล้วนะครับ ตัดคําว่า ผู้เชี่ยวชาญ ออก เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อครับ
มาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕/๑ คณะกรรมาธิการ เพิ่มขึ้นใหม่
ไม่มีใครติดใจ ผ่านครับ
มาตรา ๖ มีการแก้ไข
ไม่มีท่านผู้ใดติดใจครับ
มาตรา ๗ ไม่มีการแก้ไข
ก็จบการพิจารณาครับ เมื่อจบการพิจารณาเรียงตามลําดับแล้ว ต่อไปเป็นการพิจารณาทั้งร่างเป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่ง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ มีสมาชิกท่านใดจะขอแก้ไขถ้อยคําหรือไม่
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ถ้าไม่มี จบการพิจารณา ในวาระที่สอง ไม่มีท่านใดขอแก้ไขถ้อยคํานะครับ ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่สามหรือไม่ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อจะลงมติในวาระที่สาม ร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นะครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมหรือที่กําลังประชุมกรรมาธิการ โปรดลงมาด่วนด้วยนะครับ พักการประชุม เข้าห้องประชุมเพื่อลงมติร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระที่สามครับ ขอความร่วมมือด้วยนะครับ เราเหลืออีก ๓-๔ ร่างเท่านั้นเองเอาให้จบ วันนี้สัก ๓ ทุ่ม ก็จบหมดแล้ว ถ้าไม่พูดกัน บ่ายสองโมงก็จบ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม กรุณาเข้าห้องประชุมด่วนด้วยนะครับ เมื่อท่านเข้าห้องประชุมนั่งลงเรียบร้อยแล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตนเพื่อจะตรวจสอบองค์ประชุมว่าจะครบองค์ประชุมหรือไม่ มีอะไร คุณเชน
ท่านประธานครับ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนท่านประธานครับ ท่านประธานกดออดนี่จะได้ยินอยู่เฉพาะในห้องประชุมนี้ ข้างนอกไม่ค่อยได้ยินเลยท่านประธาน
แล้วจะให้ผมทําอย่างไร
ท่านประธานลองดูในห้องอาหาร ก็ได้ครับ มีแต่สัญญาณไฟกระพริบ ยังไม่ค่อยได้ยินเสียง แล้วเดี๋ยวนี้กลายเป็นไม่ได้ยินเสียงในที่อื่น แล้วการเดินมาจากอาคาร ๒ จากห้องประชุมกรรมาธิการมาที่นี่ บางทีถ้าไม่เห็นสัญญาณ ไฟกระพริบและเราไม่ได้ยินเสียงเลย ฉะนั้นผมคิดว่าในวาระต่อไปท่านประธานน่าจะให้ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเรื่องไฟ เรื่องเสียง เรื่องสัญญาณหน่อยนะครับ ท่านประธานเรียกเท่าไร ที่อื่นเขาไม่ได้ยิน ได้ยินเฉพาะในนี้ครับ
ต่อไป ถ้าสภามีเงินก็ให้เอา อะไรใส่ในหู ถ้าพวกเราสนใจก็ไม่จําเป็นหรอกครับ ก็รู้ว่าอภิปรายจบแล้วก็น่าจะมาไม่ใช่ ให้ผมต้องตะโกนโหวก ๆ อยู่อย่างนี้ ไม่สงสารคนแก่บ้างเลยนะ ท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม เรียบร้อยแล้ว
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เสียบบัตรแสดงตน กันเรียบร้อยแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่เช็กเรียบร้อยแล้วนะครับ ถ้าไม่ครบองค์ประชุมเราก็จะ หยุด ถ้าครบองค์ประชุมเราก็จะเดินหน้าต่อ เชิญส่งผลมา ผู้ที่อยู่ในห้องประชุม ๒๕๓ ท่าน ครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ สัญชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อยแล้ว หรือยังครับ ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผลมา มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๖๒ ท่าน เห็นชอบ ๒๕๗ ท่าน ไม่เห็นชอบ ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน
ถือว่าร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผ่านการพิจารณา ในวาระที่สามของสภาผู้แทนราษฎร ก็จะได้ส่งไปให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไปนะครับ กระผม ขอขอบคุณท่านกรรมาธิการทุกท่าน พอแล้วครับ ก็มันจบแล้วครับ เชิญลงได้ครับ เรียบร้อย แล้วนะครับ
๔.๔ ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
เชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
เชิญประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... แถลงได้ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพอย่างสูง กระผม นายอร่าม อามระดิษ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... ขอรายงานการศึกษาและดําเนินงาน ดังต่อไปนี้ครับ
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ และครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ วิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... (นายอสิ มะหะมัดยังกี กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และ ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... (นายบัญญัติ เจตนจันทร์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา โดยให้ถือเอาร่างพระราชบัญญัติ ของนายอร่าม อามระดิษ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๑๐,๒๒๗ คน เป็นหลักในการ พิจารณานั้น บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาต่อไป
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญขอแก้คําผิดเล็กน้อยครับ คือในเอกสาร รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ รายละเอียดขอแก้ไขในหน้าที่ ๒ บรรทัดที่ ๑๕ ความเดิมที่มีการขีดทับมาตรา ๔ ออกไปทั้งหมดนั้น ขอแก้เป็นไม่มีการขีดทับ ให้คงไว้ เหมือนเดิม ส่วนตัวร่างขอแก้ไขหน้าที่ ๙ บรรทัดที่ ๕ ความเดิมมาตรา ๒๒ ขอแก้เป็น มาตรา ๒๑ ครับ ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... เป็นรายมาตราต่อไป กระผมขออนุญาตนําเสนอความเป็นมาแพทย์แผนไทย โดยสังเขปเพียงเล็กน้อยครับ
ปัจจุบันนี้ผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยมีจํานวนมากขึ้น ประกอบกับ มีบุคลากรที่มีคุณวุฒิ วัยวุฒิพอที่จะปกครองตนเองได้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แพทย์แผนตะวันตกซึ่งเป็นผู้กํากับการควบคุมดูแลด้านการแพทย์แผนไทย ก็เกิดความขัดแย้งกันขึ้น ทั้งในด้านการเรียน การสอน โดยเฉพาะการใช้อุปกรณ์เกี่ยวกับทางด้านการแพทย์แผนไทย ซึ่งในแพทย์แผนตะวันตกนั้นจะใช้ตําราเป็นส่วนใหญ่ ส่วนทางด้านการแพทย์แผนไทยนั้น เราใช้พืชสมุนไพรของจริง คือใช้ให้เห็นรูป รส กลิ่น สี ไม่ใช่เฉพาะในตํารา การขัดแย้งกัน ทางด้านการเรียน การสอนนี้ก็เกิดขึ้นมาตลอดจนกระทั่งพิธีกรรมต่าง ๆ ในการที่จะเรียน และในการที่จะสอนทางด้านการแพทย์แผนไทย เป็นต้นว่า ทางด้านการแพทย์แผนไทย ปัจจุบันนี้เรายึดถือครูบาอาจารย์
ท่านประธานครับ แถลงจบแล้ว นั่งลงได้ อันนี้พอเขาถามมาเราค่อยตอบ
ขอขอบพระคุณครับ
ต่อไปการพิจารณาในวาระที่สอง จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ แล้วเรียงตามลําดับมาตรา และให้สมาชิกอภิปราย ได้เฉพาะถ้อยคําหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือผู้แปรญัตติที่มีการสงวน คําแปรญัตติหรือคณะกรรมาธิการที่มีการสงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติ เป็นอย่างอื่น เชิญเลขาธิการดําเนินการครับ
ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ มีการแก้ไข
ไม่มีท่านผู้ใดติดใจ ผ่านครับ
คําปรารภ มีการแก้ไข
ไม่มีท่านผู้ใดติดใจ ผ่านครับ
มาตรา ๑ มีการแก้ไข
ไม่มีท่านผู้ใดติดใจ ผ่านครับ
มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ มีการแก้ไข
เชิญครับ อันไหนที่มัน พอที่จะประนีประนอมกันได้ก็ผ่าน ๆ เพราะมันจะจบแล้ว
คือเนื่องจากในมาตรา ๓ ในร่างพระราชบัญญัตินี้ถึงแม้จะผ่านการประชุมจากคณะกรรมาธิการวิสามัญมาแล้ว แต่ก็มี ข้อที่มีประเด็นสําคัญที่จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ก็อยากให้มีการปรับเปลี่ยน ถ้อยคําในตัวของวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หมายความว่า การประกอบวิชาชีพที่กระทํา หรือมุ่งหมายจะกระทําต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจโรค การวินิจฉัย การบําบัดรักษา หรือป้องกันโรค การส่งเสริมและการฟื้นฟูสุขภาพของมนุษย์ การผดุงครรภ์ การนวดไทย เพื่อการรักษาโรค และให้หมายความรวมถึงการเตรียม การผลิตยาแผนไทย และการ ประดิษฐ์อุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ ทั้งนี้ โดยอาศัยพื้นฐานความรู้หรือตําราเกี่ยวกับ ศาสตร์การแพทย์แผนไทยซึ่งได้พัฒนาสืบต่อกันมา คือให้เติมคําว่า อาศัยพื้นฐานความรู้ ก่อนแล้วก็มาเติมคําว่า ตําราเกี่ยวกับศาสตร์การแพทย์ แผนไทย เพราะว่าเรื่องของการแพทย์แผนไทยนั้นมาจากพื้นฐานความรู้ตรงนี้ และใน ๓ บรรทัดสุดท้ายที่ผ่านการแก้ไขจากคณะกรรมาธิการแล้วอยากให้ตัดออกนะครับ ตัดออก เพราะว่าการแพทย์แผนไทยประยุกต์ได้มีการรวมไว้ ถือว่าเป็นการแพทย์แผนไทย ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ แล้วก็ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้เอง ในบทของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งในบทของพนักงานเจ้าหน้าที่นั้น คือถ้าหากมีพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. นี้ สภา วิชาชีพการแพทย์แผนไทยนั้นเป็นสภาที่เกิดจากองค์กรเอกชน ถ้าจะให้มีพนักงานเจ้าหน้าที่ ไปไล่จับหมอเถื่อนตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็เป็นการไม่เหมาะสม ซึ่งในกฎหมายเดิมคือ พระราชบัญญัติสถานพยาบาล และกฎหมายการประกอบโรคศิลปะ มีพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติหน้าที่ตรงนี้ครบถ้วนอยู่แล้ว การที่จะให้สภาวิชาชีพเสียเวลากับการไปไล่จับ หมอเถื่อน จะไม่เป็นการสมควรที่จะให้มีพนักงานเจ้าหน้าที่ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ เช่นเดียวกับ พ.ร.บ. วิชาชีพเวชกรรมของแพทย์แผนปัจจุบัน ไม่มีพนักงานเจ้าหน้าที่ในบทบัญญัตินี้ เลยครับ ขออนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นครับ แล้วก็ตัวของหมอพื้นบ้าน ที่เพิ่มเติมเข้ามาก็คือเป็นไปตามกฎหมายส่งเสริมและคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เราเขียนขึ้นมาเพื่อให้มันชัดเจนมากยิ่งขึ้นครับ
เชิญคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากชี้แจง เดี๋ยวครับ ให้คุณหมอวรงค์ก่อนก็แล้วกันนะครับ เพราะถือว่ามาตรานี้คณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไข สมาชิกก็มีสิทธิที่จะอภิปราย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก โดยเฉพาะ ในมาตรา ๓ ผมมีประเด็นที่จะต้องซักถามแล้วก็อาจจะมีความเห็นที่ขัดแย้งกับทาง คณะกรรมาธิการที่ทําออกมา โดยเฉพาะคําว่า วิชาชีพการแพทย์แผนไทย ท่านไปใส่คําว่า หรือการส่งเสริมและการฟื้นฟู ผมให้ตามผมช้า ๆ นะครับ ในบรรทัดที่ ๓ คือวิชาชีพ การแพทย์แผนไทย โดยหลักการคําจํากัดความที่หมายความว่า วิชาชีพที่กระทําหรือ มุ่งกระทําต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจ วินิจฉัย บําบัด รักษา หรือป้องกันโรค หรือการส่งเสริม และการฟื้นฟูสุขภาพของมนุษย์ ผมยังไม่สบายใจตรงคําว่า การส่งเสริม ท่านต้องยอมรับว่า คําว่า ส่งเสริม มันกว้างมาก ก็เท่ากับว่าต่อไปนี้ประชาชนทั่วไปจะไม่สามารถส่งเสริมสุขภาพ ที่เกี่ยวข้องกับแพทย์แผนไทยด้วยตัวเองใช่หรือไม่ เพราะเท่ากับว่าประชาชนโดยทั่วไป อาจจะต้องมีใบประกอบวิชาชีพของแพทย์แผนไทยถึงจะส่งเสริมสุขภาพกันเองได้ ผมมี ข้อกังวลนะครับว่า ประโยคนี้มันเป็นการปิดกั้นประชาชนทั่วไปในการส่งเสริมสุขภาพ ด้วยกันเอง ในประเด็นที่ ๑
ประเด็นถัดมาก็คือเกี่ยวกับเรื่องการนวด เพราะว่าผมก็ยังกังวลใจเหมือนกัน คําว่า นวด ท่านบอกว่า นวดไทยเพื่อการรักษาโรค อย่างนี้เกิดถ้าคนทั่วไปนวดกันเอง คนเจ็บ คือผมว่าประโยคนี้มันกว้างมาก คนเจ็บข้อ เจ็บไหล่ เจ็บหลัง เจ็บแขน เจ็บขา ผมว่าพวก ส.ส. บางครั้งนั่งให้ช่วยนวด ให้หน่อยอะไรอย่างนี้ เป็นอะไร ปวดหลังมาก ผมก็ไม่ มั่นใจว่าเวลามี ส.ส. ยืนนวดให้กันเองเวลาปวดหลังมาก มันนวดเพื่อการรักษาโรคหรือไม่ ท่านต้องชี้แจงความชัดเจนตรงนี้ออกมา
แล้วประเด็นถัดมาผมเห็นด้วยกับเพื่อนคณะกรรมาธิการท่านหนึ่ง ท่านสมาชิกท่านหนึ่งที่บอกว่า ควรจะต้องตัดประโยคว่า ให้รวมถึงศาสตร์แห่งการแพทย์ แผนไทยที่ได้รับการถ่ายทอดและการพัฒนาสืบต่อกันมา จนทั้งหมด ผมว่าประโยคนี้ มันเยิ่นเย้อเกินไป ดังนั้นขอฟังคําชี้แจงตรงประเด็น โดยเฉพาะเรื่องการส่งเสริมสุขภาพและ เรื่องการนวดเพื่อการรักษา ขอความชัดเจนตรงนี้ครับ
เชิญท่านบรรพตครับ เดี๋ยวก่อนท่านบรรพตครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับท่านผู้นํา เยาวชนจากจังหวัดสมุทรสาครที่ได้มาเยี่ยมชมการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ขณะนี้ สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... ในวาระที่สองอยู่นะครับ เชิญครับ
ผม บรรพต ต้นธีระวงศ์ แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมคิดว่าในมาตรา ๓ นี้ มีปัญหาอยู่หลายตอน หลายประเด็น ซึ่งสมาชิกขออภัยที่เอ่ยนาม คุณหมอวรงค์ได้พูดไปแล้ว ตั้งแต่คําว่า ส่งเสริม ซึ่งตรงนี้นอกจากว่าจะเป็นการปิดกั้นไม่ให้ประชาชนพึ่งพาตนเองแล้ว อาจจะมีปัญหาการไปคาบเกี่ยวกับวิชาชีพอื่น เช่น สภาพยาบาล หรือสภาวิชาชีพ การสาธารณสุขที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรือแม้แต่ถ้าเป็นเรื่องการส่งเสริมในเรื่องของทางด้าน ทันตกรรมหรือทางด้านอื่น ๆ ซึ่งก็ใช้คําว่า ส่งเสริม เหมือนกัน เพราะฉะนั้นคํานี้ออกจะเป็น คําที่กว้างเกินไป ซึ่งอาจจะทําให้เกิดมีปัญหาในการตีความในอนาคต จริง ๆ แล้วผมคิดว่า ในเรื่องของการแพทย์แผนไทยนี้ออกจะเป็นในเรื่องของการบําบัดรักษาเป็นเรื่องสําคัญ และเป็นเรื่องส่วนใหญ่ ในเรื่องการส่งเสริมป้องกันอะไรต่าง ๆ นี้ผมก็ยังมองไม่ออกว่าวิชาชีพ การแพทย์แผนไทยนี้จะไปส่งเสริมหรือป้องกันโรคภัยไข้เจ็บนี้ได้อย่างไร นี่เป็นประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากจะขอคําชี้แจงจากท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากอีกครั้งหนึ่งนะครับ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องการนวดไทย ท่านประธานครับ ผมคิดว่าตรงนี้ค่อนข้าง จะมีปัญหา เพราะว่าผมเป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เคยไปศึกษาดูงานที่ต่างประเทศ ท่านประธานครับ กรรมาธิการได้มีโอกาสไปคุยกับเจ้าหน้าที่สถานทูตแล้วก็คนไทย ที่ประกอบอาชีพเกี่ยวกับเรื่องของการนวดไทยในต่างแดน เขาค่อนข้างจะมีปัญหาครับ ปัญหาตั้งแต่เรื่องของการที่จะทําอย่างไรที่จะให้สามารถที่จะมีวีซ่า (Visa) เข้าประเทศที่ ๓ เพื่อจะไปประกอบอาชีพได้ อันนี้ก็เป็นความยากลําบากประการหนึ่งแล้ว ความยากลําบาก ประการที่ ๒ ก็คือว่าเมื่อไปประกอบอาชีพ ถ้าไปเป็นผู้ให้บริการ คือพูดง่าย ๆ ว่า เป็นพนักงานนวด ก็ยังต้องผ่านในเรื่องของมาตรฐานต่าง ๆ ซึ่งเขาก็ได้รับการฝึกฝนมา จนได้รับคําชมเชยจากลูกค้าว่าการนวดไทยต้นฉบับคือแบบนี้เอง แต่ท่านประธานครับ เขานั้นไม่สามารถที่จะได้รับการรับรองให้เป็นที่ยอมรับจากสถาบันหรือองค์กรต่าง ๆ ได้ คือกล่าวอย่างนี้เหมือนกับว่าเราสนับสนุนให้การนวดไทยนี้อยู่ในสภาแพทย์แผนไทย แต่ผมคิดว่าจะเป็นปัญหามากขึ้น เพราะว่าจะต้องมีเรื่องของมาตรฐาน มีเรื่องของกฎเกณฑ์ มีขั้นตอนต่าง ๆ นี้ ซึ่งทําให้เขานี้ยิ่งมีปัญหาในเรื่องของการที่จะไปประกอบอาชีพนี้ ในต่างแดนมากขึ้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องของการนวดไทยนี้จะต้องแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือนวดเพื่อการผ่อนคลาย และนวดเพื่อการรักษา แต่ทีนี้กฎหมายฉบับนี้ ได้พูดรวมเลย ไม่รู้ว่าจะเป็นการนวดเพื่อผ่อนคลายหรือว่านวดเพื่อการบําบัดรักษา แต่ถ้านวดเพื่อการบําบัดรักษานี้ผมยอมรับได้ครับ แต่การนวดเพื่อผ่อนคลาย เพื่อทําให้ ร่างกายนั้นสามารถที่จะประกอบอาชีพแรงงานตามปกติในชีวิตประจําวันได้นี้ ผมคิดว่า กฎหมายฉบับนี้อาจจะไปทําให้เขาเกิดปัญหาขึ้นมา เพราะว่าจะต้องมาขออนุญาต ต้องมา เป็นสมาชิก ต้องมาสอบขึ้นทะเบียนอะไรต่าง ๆ นี้มากมายครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าตรงนี้ มีปัญหาแน่นอน
ประเด็นต่อมาครับ ในวรรคสาม หมอพื้นบ้าน อันนี้ยิ่งมีปัญหาครับ ผมได้เคยอภิปรายไว้ในวาระแรกนะครับว่าเรากําลังจะทําความรุนแรงเชิงโครงสร้างให้กับ หมอพื้นบ้านหรือเปล่า ในขณะนี้หมอพื้นบ้านทั่วประเทศมีถึง ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ คนครับ การจะมีสภาวิชาชีพแพทย์แผนไทย หมายความว่าหมอพื้นบ้าน ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ คนนี้ จะต้องตะเกียกตะกายเข้ามาเป็นสมาชิก เข้ามาสอบเพื่อจะให้ได้มาตรฐานตามที่ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้กําหนดไว้ ผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกันนะครับว่า คณะกรรมการ สภาวิชาชีพนี้จะรู้ดีเท่าเขาหรือครับ ในการที่จะไปสอบขึ้นทะเบียนเขา เพราะมันเป็น ภูมิปัญญาที่สะสมกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย แล้วเขาก็ถ่ายทอดกันมา ทําไมครับถึงจะต้อง เอาหมอพื้นบ้านทั้งหมดมาเข้าสู่สภาวิชาชีพนี้ เราต้องการจะมีอํานาจมากที่จะครอบคลุม หมอพื้นบ้านเหล่านี้หรือครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็บอกว่า ในประวัติศาสตร์ ที่ผ่านมา โรงพยาบาลศิริราชเพิ่งจะฉลองครบรอบ ๑๓๐ ปี ถ้าผมจําไม่ผิด เมื่อเร็ว ๆ นี้ บทเรียนประวัติศาสตร์มันมีครับ การแพทย์แผนตะวันตกเข้ามา การแพทย์แผนไทยก็จะถูก ลืมไปเลย จนกระทั่งเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่ตอนนี้เรากําลังจะทําประวัติศาสตร์หน้าใหม่ หรือครับ เรากําลังจะมีสภาแพทย์แผนไทย เพราะว่าแพทย์แผนไทยนั้นได้รับการปลดแอก เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่คุณหมอเพ็ญนภาเข้ามาเป็นอธิบดี ขอโทษนะครับ เข้ามาจับเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าท่านจะมีวาสนาไม่เพียงพอถึงเป็นขั้นอธิบดีก็ตาม แต่ว่าคุณาประโยชน์มากมายมหาศาล ที่ท่านทําไว้ คุณหมอเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ ทําให้แพทย์แผนไทยลืมตาอ้าปากได้ ได้รับการ ปลดแอก แต่ทีนี้เรากําลังจะมีกฎหมายสภาแพทย์แผนไทยที่กําลังจะไปครอบงํา ที่กําลังจะ ทําความรุนแรงเชิงโครงสร้างกับหมอพื้นบ้าน ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ คนเหล่านี้ มีอยู่ครับ มีหลายคนบอกว่าขณะนี้หมอพื้นบ้านสามารถจะมาสอบใบประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย ได้แล้ว จํานวน ๑๐ กว่าคน ๒๐ คน เขาก็สามารถที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกและได้รับ ใบประกอบวิชาชีพเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ในอนาคต แต่ผมถามว่า แล้วที่เหลือละครับ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ คนนี้ ท่านกําลังจะจัดช่องทางให้เขา ซึ่งอาจจะเป็นช่องทางที่ไม่ใช่ ช่องทางที่พึงประสงค์สําหรับในเรื่องของการสะสมภูมิปัญญาของหมอพื้นบ้านที่ได้สะสมกันมา ตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นย่า ผมคิดว่าท่านกําลังทําความรุนแรงกับเขา ทําไมไม่ปล่อยให้เขาสามารถที่จะ พัฒนาวิชาชีพของเขาได้อย่างอิสระ ก็อย่างที่คุณหมอวรงค์ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ หรือหลายท่านได้พูดไปแล้ว เรามีกฎหมายส่งเสริมและคุ้มครองภูมิปัญญาแพทย์พื้นบ้าน อยู่แล้ว ทําไมครับ เราไม่ใช่กฎหมายฉบับนั้นให้เป็นประโยชน์ในการที่จะส่งเสริม หมอพื้นบ้าน ให้เขาสามารถจะพัฒนาตัวเองด้วยตัวของเขาเอง แทนที่จะดึงเขามาสู่การที่ เหมือนกับว่าบังคับเขา ให้เขามาอยู่ในสภาวิชาชีพนี้อีก ผมถึงบอกว่าอันนี้คือการกระทํา รุนแรงเชิงโครงสร้างที่เป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการแพทย์ไทย เพราะฉะนั้นผมจึง ไม่เห็นด้วยที่ว่าในการที่จะเอาแพทย์พื้นบ้านหรือหมอพื้นบ้านเข้ามาอยู่ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ปล่อยให้เขาอิสระเถอะครับ ให้เขาพัฒนาตัวเองไปอย่างนี้ไม่ดีหรือครับ ขอคําชี้แจงตรงนี้ ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
หมอวรงค์มีอะไรเพิ่มเติมหรือครับ ก่อนคณะกรรมาธิการจะชี้แจงเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก บังเอิญผมเข้าใจผิด กับทางท่านเลขานุการ ผมเข้าใจว่าเราจะพิจารณาเป็นวรรค ๆ ไป นึกว่าเราพิจารณา วรรคหนึ่งเสร็จค่อยมาวรรคสอง มาวรรคสาม เพราะมันมีการแก้ไขเยอะ เมื่อสักครู่ ตอนที่ผมมีการซักถามท่านคณะกรรมาธิการ ผมก็ไปโฟกัส (Focus) ที่เฉพาะวรรคหนึ่ง แต่พอดีมีเพื่อนสมาชิกคือท่านคุณหมอบรรพตได้มีการพิจารณาของวรรคสามเข้าไปด้วย
ก็เอาอย่างนี้นะครับ ในมาตรา ๓ กรรมาธิการได้มีการแก้ไข ก็ให้อภิปรายในมาตรา ๓ ในส่วนที่มีการแก้ไขเลยนะครับ เอาเฉพาะประเด็นที่มีการแก้ไข ถ้าประเด็นใดไม่มีการแก้ไข กรรมาธิการคงไว้ตามร่างเดิม ท่านก็ไม่มีสิทธิที่จะไปอภิปรายเพราะว่าท่านไม่ได้ยื่น ขอแปรญัตติหรือขอสงวนความเห็นไว้นะครับ ฉะนั้นก็เอาประเด็นเฉพาะที่กรรมาธิการ เขามีการแก้ไขเพิ่มเติมมา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในเฉพาะ วรรคหนึ่งก่อนนะครับ ผมขอกลับมาที่วรรคหนึ่งใหม่อีกทีหนึ่ง เนื่องจากว่าทาง คณะกรรมาธิการมีการแก้ไขค่อนข้างจะเยอะมากแล้วก็หลาย ๆ ประเด็นดูแล้ว มีความไม่สบายใจที่จะไปละเมิดคนที่ทํามาหากินในอาชีพเรื่องนวด เมื่อสักครู่ผมถามท่าน เรียบร้อยแล้ว ให้ท่านชี้แจงนิดหนึ่งว่าเรื่องนวดที่ไปครอบคลุมเรื่องนวดไทย โดยเฉพาะเรื่อง นวดเพื่อการรักษากับนวดเพื่อผ่อนคลาย ท่านคงจะสังเกตว่ามันมีการนวดของ พี่น้องประชาชนที่ไปตั้งโต๊ะตามชายหาด ตั้งโต๊ะตามสวนสาธารณะบอกคําว่า นวดคลาย เครียด ท่านกับผมเข้าใจตรงกันไหมว่าเครียดเป็นโรคหรือเปล่า ถ้าท่านเขียนไว้ชัดเจนว่า นวดไทยเพื่อการรักษาโรค แล้วนวดคลายเครียด คนที่อยู่ตามเต็นท์ ตามบูธ (Booth) อะไรต่าง ๆ ที่อยู่ตามข้างทางที่ขึ้นป้ายว่านวดคลายเครียด เพราะความรู้สึกของคนไทย เวลาทํางานมาก ๆ ก็เครียด ไปนอนให้เขานวดบีบไปบีบมาก็คลายเครียดได้ ท่านต้องชี้แจง ว่าความหมายของท่าน เครียดเป็นโรคไหม แต่ผมเชื่อว่าทางจิตแพทย์ เครียดเป็นโรคอย่างหนึ่ง ก็แสดงว่าคนที่นวดตามชายหาด นวดตามข้างถนน ตามข้างทางตามสนามบิน ที่บอกว่า นวดคลายเครียด เขาต้องไปจดทะเบียนใบประกอบวิชาชีพใช่หรือไม่ อันนี้ตรงกันหรือเปล่า ขณะเดียวกันในประเด็นตรงนี้ผมอยากจะให้ท่านได้ชี้แจงนิดหนึ่ง สภาวิชาชีพตั้งขึ้นมาเพื่อ กําหนดมาตรฐานของวิชาชีพและควบคุมจริยธรรมของวิชาชีพ ให้ท่านชี้แจงให้เห็นภาพว่า การวินิจฉัยมีมาตรฐานอย่างไรบ้าง หรือแม้แต่การรักษา การป้องกัน มีมาตรฐานอย่างไรบ้าง ให้พวกผมมีความเข้าใจตรงประเด็นนี้ อันนี้คือในวรรคหนึ่งนะครับ แล้วก็ในส่วนที่จะขอ ตัดออกสอดคล้องกับท่านสมาชิกท่านหนึ่งที่เป็นคณะกรรมาธิการ ในวรรคเรื่องหมอพื้นบ้าน ผมมีความเห็นที่ค่อนข้างจะสอดคล้องกับท่านบรรพต แต่อาจจะมีมุมมองที่อาจจะแตกต่าง กันบ้าง ท่านเขียนไว้ว่า หมอพื้นบ้านหมายความว่า บุคคลซึ่งมีความรู้ความสามารถในการ ส่งเสริมและดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่นด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตามวัฒนธรรมของชุมชนที่สืบทอดกันมานานเป็นที่นิยมยกย่องของชุมชน แล้วท่านก็มีต่อว่า โดยมีประชาชนในหมู่บ้านรับรองไม่น้อยกว่า ๑๐ คน หรือเป็นผู้ที่ได้รับการรับรองจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมมีความรู้สึกว่าท่านจะทําให้หมอพื้นบ้านเหมือนกับเป็น ผู้สมัคร อบต. หรือสมัครกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผมไม่มั่นใจว่าท่านได้เข้าไปคลุกคลีจริง ๆ หรือไม่ ถ้าตราบใดที่มีประชาชนมารับรอง ๑๐ คน หรือว่ามีคนมาลงนามรับรองไม่น้อยกว่า ๑๐ คน ผมว่ามันจะกลายเป็น อบต. ไปนะครับ คือต้องยอมรับว่าวิชาชีพทางด้านสุขภาพ มันเป็นองค์ความรู้ครับท่านประธาน แต่การให้คนมารับรองว่าคนคนนี้ได้เป็นหมอพื้นบ้าน ต้องมีคนมารับรองไม่น้อยกว่า ๑๐ คน จะกลับกลายเป็นการหาเสียงไป มันจะทําให้วิชาชีพ ที่มีการศึกษาวิจัยสืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายกลายเป็นว่าจากนี้ไปจะกลายเป็นว่า มาลงคะแนนให้ฉัน ๑ คน ครบ ๑๐ คนเมื่อไรฉันได้เป็นหมอพื้นบ้าน ผมว่าเป็นข้อกังวล เป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นคิดให้ดีนะครับซึ่งผมไม่เห็นด้วยในประเด็นนี้ และประเด็นที่บอกว่า หรือเป็นผู้ที่ได้รับการรับรององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยิ่งไปกันใหญ่เลยครับท่านประธาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาเป็นตัวแทนประชาชน ดูแลทุกข์สุขของประชาชน น้ําไม่ไหล ไฟไม่สว่าง ทางไม่สะดวก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาดูแลตรงนี้ แต่ปรากฏว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมารับรองหมอพื้นบ้าน มันไม่ใช่ ผมคิดว่าจะทําให้การเมือง เข้าไปเกี่ยวข้องกับคําว่าหมอพื้นบ้าน และการเมืองจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับสภาวิชาชีพ ที่ว่าด้วยแพทย์แผนไทย และผมได้ย้ํานะครับว่าสภาวิชาชีพในวิชาชีพสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น พยาบาล เภสัชกรรม ทันตกรรม อะไรก็แล้วแต่มันเป็นองค์ความรู้ครับ สภาวิชาชีพ ต้องดูเรื่องมาตรฐานของวิชาชีพ ไม่ใช่ว่าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมารับรองว่า คนนี้จะเป็นหมอพื้นบ้านแล้วไปจดทะเบียนสภาวิชาชีพ ขึ้นใบประกอบวิชาชีพเป็นผู้ประกอบ วิชาชีพขึ้นมา ผมมีความรู้สึกไปกันใหญ่ครับ ผมกําลังคิดว่าคณะกรรมการชุดนี้เอาคําจํากัดความ พวกนี้ออกมาได้อย่างไรก็ไม่รู้ มันเหมือนกับว่ากําลังลงเล่นการเมืองกันหรือเปล่าครับ ท่านกําลังเล่นการเมืองกับประชาชนหรือเปล่า หมอพื้นบ้าน มีคน ๑๐ คนมารับรอง เป็นหมอพื้นบ้าน ผมว่าท่านเล่นการเมืองครับ ท่านให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมารับรอง ว่าคนนี้เป็นหมอพื้นบ้าน ท่านกําลังเล่นการเมือง แล้วสุดท้ายให้คนเหล่านี้ไปจดทะเบียนใบประกอบวิชาชีพจากสภาวิชาชีพการแพทย์แผนไทย มันไปกันใหญ่ครับ ผมต้องทบทวนความรู้สึกที่เข้าใจตรงกันนะครับว่าสภาวิชาชีพมีเจตนา มาตรฐานของโลกเลยนะครับ มีหลักการอยู่ ๒ ข้อใหญ่ ๆ ๑. ควบคุมมาตรฐานของวิชาชีพ เพื่อมาคุ้มครองประชาชน คําว่า ควบคุมมาตรฐานของวิชาชีพ หมายความว่า คนที่จะไป ประกอบวิชาชีพทางด้านนี้ เวลาดูแลประชาชนแล้วต้องมีมาตรฐาน ถ้าคุณไม่มีมาตรฐาน ไม่ได้ เดี๋ยวประชาชนเขาเดือดร้อน ดังนั้นอะไรก็แล้วแต่ที่จัดตั้งสภาวิชาชีพการแพทย์ แผนไทยขึ้นมาก็เพื่อต้องการให้ควบคุมคนประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย เวลาดูแล ประชาชนต้องดูแลให้ได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ ไม่ใช่เอา ๑๐ คนมายกมือว่าคนนี้เป็น หมอพื้นบ้านแล้วไปจดทะเบียนขอใบประกอบวิชาชีพ ซึ่งมันไม่ใช่ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ ๑ คือการควบคุมมาตรฐานวิชาชีพ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือควบคุมคุณธรรมจริยธรรมของวิชาชีพ ไม่ให้ไปหลอก ประชาชนเขา เพราะฉะนั้นหลักของสภาวิชาชีพเป็นหลักของการคุ้มครองประชาชน เพราะฉะนั้นผมดูคําจํากัดความแล้วผมไม่สบายใจว่า วันนี้คณะกรรมาธิการชุดนี้ผลักดัน กฎหมายตัวนี้ออกมา ได้เข้าใจเจตนารมณ์ของการจัดตั้งสภาวิชาชีพหรือไม่ ผมก็เลยขอรับฟัง คําชี้แจงนะครับ โดยเฉพาะมาตรา ๓ มันมีความสําคัญเป็นอย่างยิ่งครับ
เชิญคุณหมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ก็จะขอแสดงความคิดเห็นเพียงสั้น ๆ เท่านั้นนะครับ เพราะในวันที่ผ่านวาระที่หนึ่ง ผมได้อภิปรายยืดยาวพอสมควรแล้ว แต่ไม่ทราบว่าท่านไม่ได้รับฟังหรือว่าท่านรับฟังแล้ว ท่านไม่ใส่ใจหรือว่าท่านไม่ให้ความสําคัญ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนซ้ําสักนิดหนึ่ง คือประเด็นมาตรา ๓ วรรคแรกนะครับ ถ้ามีการแก้ไข ในจุดที่ผมจะพูดท่านอาจจะไม่ได้แก้ไข แต่มีความสําคัญสําหรับผมในฐานะที่เป็นหมอสูตินารีเวช หมอทําคลอด ก็คือเรื่องของ ผดุงครรภ์ ผมพูดชัดเจนวันนั้นแล้วก็พูดยาวด้วยนะครับว่า เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่คงจะให้กัน ง่าย ๆ ไม่ได้ เรื่องนี้เป็นศาสตร์ที่ลึกล้ํา ท่านเห็นไหมครับว่า หมอสาขาหนึ่งเป็นหมอสูตินารี โดยเฉพาะเลย ถ้าเรียนเอาบอร์ด (Board) หรือเรียนเพิ่มเติมต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๓ ปีครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องยาก เป็นเรื่องที่เอาชีวิตคนมาเสี่ยง ขนาดหมอ ที่เชี่ยวชาญบางครั้งเมื่อการคลอดมันผิดปกติยังช่วยเหลือไม่ทันเลยครับ ยังมีการตาย จากการคลอดในอัตราที่สูงมาก ต้องมีการผ่าตัดในอัตราที่สูงมาก เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมถึง อภิปรายในวาระที่หนึ่งว่า ผมไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้ ถ้าหมายถึงว่าการผดุงครรภ์ คือการทําคลอด ถ้าท่านให้ความหมายเพียงแค่ของการดูแลระหว่างตั้งครรภ์ อย่างนี้ผมก็ พอจะเห็นด้วย ผมก็ไม่ได้แปรญัตติหรอกครับ แต่ว่าอยากจะดูใจท่าน แต่เมื่อท่านไม่ได้ใส่ใจ แล้วก็ท่านไม่ได้แก้ไขถ้อยคําอะไรเลย ยังปล่อยให้เป็นเรื่องของการผดุงครรภ์ล้วน ๆ อย่างนี้ ซึ่งกํากวม แล้วสามารถที่จะตีความหมายไปกว้างไกลถึงการคลอดที่จะทําอันตรายต่อพี่น้อง ประชาชน ผมก็คงไม่สามารถที่จะรับกฎหมายฉบับนี้ที่ท่านกรรมาธิการพิจารณามาได้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านไพจิต ศรีวรขาน ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... ผมทราบว่าท่านคณะกรรมาธิการได้ตั้งใจและมีความกระตือรือร้น มีส่วนร่วมในการพยายาม ที่จะให้มีพระราชบัญญัตินี้ให้สําเร็จ ท่านประธานนี่เป็นคนเก่าแก่ของสภา เป็นประธาน คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข เมื่อผมเป็น ส.ส. ใหม่ ๆ ผมทราบว่าท่านก็เป็นผู้อาวุโส ผมอภิปราย พ.ร.บ. นี้ด้วยความตั้งใจอยากจะให้ท่านผ่านกฎหมายฉบับนี้ แต่ว่ามันเป็น กฎหมายที่ท่านลงไปเยอะแยะเลยนะครับที่ใส่เข้ามาในวาระชั้นการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการ แล้วทางพรรคเพื่อไทยเองก็มีคณะกรรมาธิการที่ได้ไปพิจารณา จะให้ท่านได้มีศักดิ์ศรี มีสถานะเป็นการประกอบอาชีพที่ได้รับเกียรติอย่างดีที่สุด พอมาดู ในมาตรา ๓ เพียงแต่จะเห็นว่าที่เพิ่มเติมเข้ามามากมายมากนะครับท่านประธาน ว่า พ.ร.บ. นี้ วิชาชีพการแพทย์แผนไทย ถ้าโดยวาระที่หนึ่งนี้ ถ้าเขียนมาก็เหมือนอย่างที่ท่านสมาชิก ได้อภิปราย ท่านก็เพิ่มเติมเข้ามาอยู่เยอะหมด ผมเป็นครูครับท่านประธาน ไม่เคยเป็นหมอ ไม่ว่าจะหมอปัจจุบันหรือหมออย่างไรผมไม่เชี่ยวชาญ แต่ว่าจะถามโดยนัยของนักการเมือง ถ้าใส่เข้ามาทั้งหมดแล้วจะทําให้การพัฒนางานอาชีพของการแพทย์แผนไทย โดยนัย ผมไม่ขัดข้องนะครับ แต่ว่าถ้าใส่เข้ามาแล้วมันจะมีปัญหาในทางการกํากับ ควบคุม การพัฒนา เดี๋ยวท่านจะมีปัญหาภายหลังที่เขียนเยอะ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการฟื้นฟู สุขภาพของมนุษย์ การรักษาโรคด้วยการผลิตยา ก็แปลว่าท่านรวมนัยมาทั้งหมดเลยนะครับ ไม่ใช่นวดอย่างเดียว หมอสมุนไพร ผมนี้เป็นคนบ้านนอก ท่านก็ใส่เข้ามาเรื่อยว่าจะต้อง มีการใช้สมุนไพรในการรักษาโรค ซึ่งขณะนี้เท่าที่ดูก็เป็นวงการแพทย์ที่ ส.ส. ที่เป็นหมอ ก็อภิปรายก็มีความเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ควรได้รับการยกย่องเชิดชู ที่จะต้องถามกัน ก็คือเรื่องท่านไปเพิ่มเติมคําว่า หมอพื้นบ้าน โดยนัยก็คงจะหมายถึงเขาเรียกว่าการใช้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่จะต้องคุ้มครอง ส่งเสริม บ้านผมนี้เขาเรียกหมอยาที่มีรากไม้ที่เป็นหยูก เป็นยาต่าง ๆ มากนะครับท่านประธาน ตอนที่เขามีขายมีจําหน่าย แล้วคนที่มีความเข้าใจใน การใช้สมุนไพรเหล่านี้ก็จะอยู่ในกลุ่มหมอพื้นบ้าน แต่ว่าผมไม่เข้าใจว่าท่านไปเขียนว่า คนจะเป็นหมอพื้นบ้านนี้จะต้องมีบุคคลในหมู่บ้านรับรองไม่น้อยกว่า ๑๐ คน ผมไม่เข้าใจว่า ไปเขียนทําไม ท่านเขียนมาโดยตลอดว่าสืบทอดมานานปีเป็นที่ยกย่องนิยมของชุมชน โดยนัย พวกนี้ก็น่าที่จะพอให้พิจารณาได้แล้ว สภาการแพทย์ของท่านได้รับการจดทะเบียนควบคุม เป็นสมาชิก ยกย่องใน พ.ร.บ. นี้ ไม่ต้องไปเขียนเลยว่าจะต้องมีประชาชน เขียนไปแล้ว ใครจะไปหาคนเซ็น ๑๐ คน มันไม่ได้เป็นนัยทางการจะมารับรองนะครับ ไม่ต้องเขียนเลย แล้วก็ไม่ต้องให้นายก อบต. นายกเทศบาลมารับรองอีก นี่ก็ไม่จําเป็นอีก โดยนัยไม่เห็นว่า มันมีประโยชน์อะไร งานของท่านนี่คืองานศรัทธา งานที่เป็นผลจากประชาชน คณะกรรมการที่จะพิจารณาว่าเป็นที่นิยมยกย่องหรือไม่อย่างไร นัยพวกเหล่านี้เป็นเรื่องสําคัญ ไม่ต้องให้ใครลงชื่อ ชื่อนี้ใครเซ็นก็น่าจะได้ แต่ว่าไม่ทราบเหตุผลเหมือนกัน กรณีป้าเช็ง ที่มีคนดูทีวีป้าเช็งแล้วก็เอาไปปฏิบัติเยอะแยะมากนะครับท่านประธาน บําบัดโรค รักษาโรค กระทรวงก็ไปบุกจับป้าเช็ง ท้ายสุดป้าเช็งออกมา แล้วป้าเช็งก็บอกต่อ ว่าพวกหมอปัจจุบันเยอะแยะหมด หลาย ๆ เรื่องที่ผมเห็นว่ามันจะเข้าข่ายของ ท่านประธานอร่ามนี่ละ หมอพื้นบ้านแล้ว ถ้าไปแบบนี้ กรณีป้าเช็งที่เขาหมักน้ําหมัก เพื่อมารักษาโรคต่าง ๆ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่ควรได้รับการยกย่อง เข้าไปถึงตรงไหน อย่างไร ป้าเช็งที่เขาทําภาระพวกเหล่านี้ในการฟื้นฟูบําบัดสุขภาพในทางการที่จะเป็นภูมิปัญญา ของประชาชนอยู่ในกลุ่มนี้บ้างไหม ถามเท่านี้ครับ เพื่อให้กําลังใจท่าน อะไรที่เขียนยาว บางทีท่านไม่ใช่นักกฎหมาย ผมทราบว่า ที่นั่งอยู่นี่เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มาสายของประชาชนที่แต่งตั้งกันมา เผอิญคนที่คิด เรื่องนี้แทนผม คือคุณขจิตร ชัยนิคม เขาก็ฝากประเด็นต่าง ๆ บอกไว้ว่าที่ควรที่จะต้อง สงวนความเห็นอะไรไว้ ผมก็ทําหน้าที่เท่าที่มีความรู้นะครับ อยากจะขอรายละเอียด อะไรที่ ควรตัด ตัดเสีย อย่างเรื่องให้ประชาชนเซ็นชื่อก็เอาออก นายก อบต. ไม่ต้องรับรอง ไม่มีนัย ทางด้านการแพทย์นะครับ ท่านตอบอะไร ท่านคิดสอดคล้องกับอะไรที่ทําให้เยิ่นเย้อ ก็อยากให้เอาออก ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดสกลนคร หลังจากฟัง ทั้งนายแพทย์ ๒-๓ ท่าน ขอประทานอภัยไม่เอ่ยนาม แล้วก็สมาชิกที่เป็นครูบาอาจารย์ ก็ขอประทานอภัยไม่เอ่ยนามอีกเหมือนกัน ได้อภิปรายมาแล้ว ๓-๔ ท่านผมก็เห็นด้วยว่า ในมาตรา ๓ นี้ก็มีปัญหาเสียแล้ว คณะกรรมาธิการควรจะกลับไปพิจารณาใหม่เสียด้วยซ้ําไป ผมว่าวันนี้คงพิจารณาไม่จบหรอกครับ ยกตัวอย่างให้เห็นว่าที่แก้ไขเพิ่มเติมเข้ามานี้ ในความหมายวิชาชีพการแพทย์แผนไทย มีทั้งการตรวจ การวินิจฉัย การบําบัดโรค การป้องกันโรค การฟื้นฟูสุขภาพ อะไรต่าง ๆ นี่มันครอบจักรวาลทั้งหมด มันยิ่งกว่า แพทย์แผนปัจจุบันอีกครับ ในนิยามในมาตรา ๓ นี้ ผมจึงคิดว่าคงจะมีคําอภิปราย อีกเยอะแยะ กระผมอยากจะรบกวนเวลาให้มากไปกว่านี้ กระผมคิดว่าถ้าในส่วนตัวผมนี่ ผมไม่เห็นด้วย และก็ถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้กลับไปพิจารณาใหม่ ขอบคุณครับ
เชิญคุณหมออสิครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสตูล ผมขออภิปรายในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในหลาย ๆ ประเด็นเกี่ยวกับ คํานิยามในมาตรา ๓ ผมมีความเห็นว่าการตั้งสภาการแพทย์แผนไทยนี้จะมีประโยชน์ต่อ ผู้ที่มีวิชาชีพ เพื่อมีตัวตน มีที่ยืนในสังคม มีเกียรติในวิชาชีพ แต่ในขณะเดียวกันในเมื่อ มีตัวตนแล้วก็ต้องรับผิดชอบ สิ่งใดทําเสียหาย พลาด ก็ต้องถูกฟ้องร้อง ก็เหมือนกับพวกผม ที่เป็นแพทย์ อันนี้เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันอะไรที่มันเกินอํานาจ เกินความสามารถของตัวเองก็จะเป็นอันตรายต่อผู้อื่นก็ถูกฟ้องร้องได้เหมือนกัน ผมยกตัวอย่างแพทย์แผนปัจจุบัน ตอนนี้ก็มีกฎหมายมากมายที่จะมาลงโทษ อย่างเช่น พ.ร.บ. ผู้เสียหายทางด้านวิชาชีพสาธารณสุข ซึ่งก็กําลังรออยู่ในสภา ตอนนี้ที่จะเข้าวาระ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทําให้เกิดความไม่สบายใจทั้งทางแพทย์และผู้ที่เกี่ยวข้องทางด้าน สาธารณสุขหลาย ๆ วิชาชีพ ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ท่านต้องตระหนักทั้งกรรมาธิการ ทั้งหมด หลาย ๆ อย่างเราก็ใช้เวลาพิจารณาน้อยเกินไป ผมคิดว่าเวลาที่ใช้ต้องคํานึงถึงผลดี ผลเสีย รายละเอียดมากกว่านี้ มีผู้สงสัยแม้กระทั่งว่านวดไทย ถ้าคลายเครียดเป็นการรักษา โรคหรือไม่ ก็ยังต้องตีความ ถ้าเรามีการพิจารณากันอย่างรอบคอบมันก็สามารถที่จะ อธิบายได้ แต่ถ้าใช้เวลาที่จะพิจารณาน้อยเกินไป ไม่มีการพูดคุยในประเด็นนี้มันก็ทําให้เกิด ข้อสงสัย ข้อกังขาอย่างมากมาย แม้กระทั่งการผดุงครรภ์ อย่างที่ท่านนายแพทย์สุกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ได้พูดถึง ก็เป็นที่น่าสุ่มเสี่ยงเป็นอย่างยิ่งว่าจะทําให้เกิดการฟ้องร้องขึ้นมา เข้าข่ายเดียวกับที่ ผมได้พูดถึงเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ผู้เสียหายจากการใช้บริการสาธารณสุขหรือไม่ เพราะฉะนั้นจะ เห็นว่าการมีตัวตน มีเกียรติในวิชาชีพในทางด้านหนึ่ง แต่ในอีกทางด้านหนึ่งก็คือ ความรับผิดชอบที่จะต้องรับผิดชอบมาอย่างมหาศาล เพราะฉะนั้นผมก็มีความเห็นตรงนี้ ผมจะใช้เวลาไม่มากหรอกครับท่านประธานว่าตรงมาตรานี้ คํานิยามสําคัญเป็นอย่างยิ่ง ที่จะพิจารณาอย่างรอบคอบ รัดกุม ต้องใช้เวลาที่ดูแลเรื่องรายละเอียดมากกว่าที่จะเป็นอยู่ ในตอนนี้ แล้วที่สําคัญอย่างยิ่งก็คือทั้งหมดกฎหมายทุกฉบับที่จะผ่านสภาผู้แทนราษฎร ผ่านสมาชิกวุฒิสภา ต้องเป็นผลประโยชน์แก่ประเทศชาติโดยรวม เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมคิดว่าจะต้องมีการทบทวน ผมมีความเห็นว่าตรงนี้เป็นเรื่องสําคัญและอยากให้เกิดจริง ๆ แต่ว่าก็อยากให้รอบคอบ ละเอียด และชัดเจนมากกว่านี้ในหลาย ๆ ประเด็น ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธเนตร บัวแย้ม กรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงในประเด็นมาตรา ๓ วรรคหนึ่ง บทนิยามของคําว่า วิชาชีพการแพทย์แผนไทย ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้มีการให้ ความเห็นไว้ในหลายประเด็นนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงในเรื่องของคําว่า การส่งเสริมและฟื้นฟูการนข้อความหรือเป็นถ้อยคําที่ปรากฏในกฎหมายวิชาชีพอื่น ๆ เช่นเดียวกัน แต่ในความหมายตรงนี้หมายถึงเป็นเรื่องของวิชาชีพการแพทย์แผนไทย เป็นไปตามกรรมวิธีหรือกระบวนการของการแพทย์แผนไทย ส่วนเรื่องการนวด ที่ปรากฏ อยู่ในนิยามเช่นเดียวกัน ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าการนวดในขณะนี้จะเป็นเรื่องของการนวด ในความหมายนี้คือนวดในทางวิชาชีพเป็นการนวดบําบัดรักษาโรค ถ้าเป็นการนวดสุขภาพทั่วไป จะมีกฎหมายอื่นดูแลกํากับอยู่ เพราะฉะนั้นในความหมายตรงนี้จึงให้ความหมายเฉพาะ ในเรื่องของการนวดบําบัดรักษาโรค แต่ถ้าเป็นการนวดทั่ว ๆ ไป นวดธรรมดา นวดกันเอง อย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณากล่าว อันนั้นไม่อยู่ในความหมายนี้ครับ ขออนุญาต กราบเรียนครับ และในข้อความตอนท้ายของคํานิยาม วิชาชีพแพทย์แผนไทย ข้อความวรรคหนึ่ง ที่มีการเพิ่มเข้ามานั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าอันนี้เป็นการเขียนให้ครอบคลุมถึง สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ซึ่งวิชาชีพนี้ปรากฏอยู่ในพระราชบัญญัติการประกอบ โรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ เมื่อเรามากําหนดให้มีพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขออนุญาตกล่าวถึง ในมาตรา ๔ ให้ตัด แพทย์แผนไทยประยุกต์ ออก เพราะฉะนั้นจําเป็นต้องมีการเขียนเข้าไว้ ในนิยามของร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทยเพื่อจะได้รองรับวิชาชีพซึ่งเขามี ใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะเดิมอยู่ด้วย ขออนุญาตกราบเรียนครับ
เชิญครับ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยใช่ไหมครับ
คณะกรรมาธิการเสียข้างน้อยครับ กระผม นายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ เป็นคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ขอชี้แจงเพิ่มเติม ในมาตรา ๓ ที่ขอปรับแก้และที่ขอตัดประเด็นออกไป ที่ว่า และให้รวมถึงศาสตร์การแพทย์ แผนไทย ซึ่งได้รับการถ่ายทอดและพัฒนาสืบต่อกันมาจากสถานศึกษาหรือความรู้ที่เป็น ศาสตร์การแพทย์แผนไทยประยุกต์ ซึ่งได้รับการศึกษาจากสถานศึกษา ในประเด็นตรงนี้ สาเหตุที่ตัด แพทย์แผนไทยประยุกต์ ผมเป็นคนหนึ่งในกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก เป็นผู้อํานวยการสํานักการแพทย์ทางเลือก มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องของการแพทย์แผนไทย แล้วก็รู้เรื่องของหลักสูตรของแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนไทย ประยุกต์ โดยแพทย์แผนไทยมีที่มาของผู้ที่ได้เป็นแพทย์แผนไทยอยู่ ๓ ที่ ก็คือระบบฝากตัว เป็นศิษย์ อันที่ ๒ ร่ําเรียนจากสถานศึกษา และอันที่ ๓ ผ่านการรับรอง ส่วนแพทย์แผนไทย ประยุกต์ที่มีจากสถานศึกษาอย่างเดียวในระดับปริญญา ทีนี้มันก็ไปตรงกับแพทย์แผนไทย คือในสถานศึกษาเช่นเดียวกัน แล้วเนื้อหาหลักสูตรทั้ง ๒ ส่วนคล้ายกัน และในอนาคต ใน ๒ สาขานี้ก็เริ่มจะมีการปรับหลักสูตรให้เป็นเรื่องเดียวกัน ถ้าเราไปใส่คําว่า แพทย์แผนไทยประยุกต์ แยกไว้ตั้งแต่ต้นก็จะมีประเด็นปัญหาในทางปฏิบัติ ตามมาในภายหลัง ซึ่งในอดีตก็มีประเด็นปัญหาพอสมควร คือมีแพทย์แผนไทยประยุกต์ ซึ่งแยกจากแพทย์แผนไทยมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ตั้งแต่มี พ.ร.บ. ฉบับนั้น ก็เลยเกิดการ แบ่งคลาส (Class) นะครับ คนที่จบแพทย์แผนไทยประยุกต์ก็อ้างตัวว่ารู้เรื่องมากกว่า แพทย์แผนไทยในสาขาวิทยาศาสตร์ แต่ในส่วนของแพทย์แผนไทยเอง ในสายของ สถานศึกษาก็ได้เรียนวิชาเนื้อหาก็ไม่ได้ต่างกันในวิชาหลัก ปรากฏว่าเขารู้สึกว่าเขาต่ําต้อย แต่ในวิชาชีพแล้ว ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประเภทเวชกรรมไทย มีศักดิ์และ สิทธิเทียบเท่ากับแพทย์แผนไทยประยุกต์นะครับ ทางกรมเองก็เลยมองประเด็นว่าต่อไป ในอนาคตถ้ายังมีแพทย์แผนไทยประยุกต์ ก็น่าจะหมายถึงแพทย์แผนไทยด้วยกัน ไม่ควรจะ แบ่งแยกครับ ก็เลยให้เสนอตัดตรงนี้ออกครับ
เชิญคุณหมอวรงค์ และเดี๋ยวต่อด้วยท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมฟังคําชี้แจง จากท่านคณะกรรมาธิการ เรียนตรง ๆ ว่ายังไม่เคลียร์ (Clear) ยังไม่ค่อยมีความชัดเจนเท่าไร เพราะคําชี้แจงของท่านก็เป็นคําชี้แจงในเชิงหลักการเฉย ๆ แต่ทําให้ผมไม่สามารถแยกแยะ ได้ว่าผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยกับหมอนวดทั่วไป ก็คือประชาชนทั่วไปที่อุตส่าห์ ไปฝึกอาชีพเพื่อนวดตามชายหาด นวดตามที่สาธารณะ นวดตามสวน นวดตามสถานีรถไฟ ซึ่งหลาย ๆ คนเขาก็ขึ้นป้าย นวดคลายเครียด และท่านประธานก็คงจะได้เห็นครับ คือบางคนก็เครียดจริง ๆ ครับท่านประธาน เวลานวดแล้วมันก็สบายใจขึ้น ผมมีข้อกังวลว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้จะไปต้อนพี่น้องประชาชนที่เขาไม่มีอาชีพ อุตส่าห์ไปฝึกการนวดแผนไทยมา แล้วก็ไปนวด ทํามาหากินด้วยอาชีพที่สุจริต แต่สุดท้ายต้องพยายามเอาคนเหล่านี้ มาจดทะเบียนในการประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย นอกจากมาเสียเงินค่าใบประกอบวิชาชีพ ปีหนึ่งจะกี่พันบาทแล้วแต่ท่านกําหนดขึ้นมา คนกลุ่มนี้อาจจะต้องถูกไปบังคับว่าจะต้อง ไปฝึกอบรมในสถาบันที่สภาการแพทย์แผนไทยรับรอง มันจะยิ่งทําให้สังคมสับสนไปกันใหญ่ ดังนั้นท่านจะต้องชี้แจงให้ผมเกิดความชัดเจนว่านวดไทยเพื่อการรักษาโรค ที่ผมบอกว่า หลาย ๆ พื้นที่ขึ้นป้ายว่านวดคลายเครียด ผมเชื่อว่าโรคความเครียดมันก็เป็นโรคอีกอย่างหนึ่ง หรือว่าความเครียดท่านถือว่าอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งผมว่าตรงนี้ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้ อันนี้คือประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ผมเห็นสอดคล้องกับท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยในการตัด ประโยคที่ว่า รวมถึงศาสตร์การแพทย์แผนไทย ซึ่งผมคิดว่าท่านมีความจําเป็นต้องตัดออกไป
ประเด็นที่ ๓ คําว่า หมอพื้นบ้าน ซึ่งเมื่อสักครู่เองทางคณะกรรมาธิการก็ยัง ไม่ได้ชี้แจงให้เกิดความชัดเจน ผมยืนยันนะครับว่าองค์ความรู้ในการดูแลสุขภาพประชาชน มันเป็นศาสตร์ทางความรู้ มันเป็นศาสตร์ที่ต้องสั่งสมแล้วทํางานวิจัย แล้วทําเป็นสแตนดาร์ด (Standard) หรือเป็นมาตรฐานออกมา แล้วก็เวลาถ่ายทอดสู่คนรุ่นใหม่ ซึ่งขณะนี้ สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ก็มีการเปิดสอนวิชาการแพทย์แผนไทยขึ้นมา อันนั้นมันเป็น องค์ความรู้ อย่าไปเอาคําว่าประชาชนไม่น้อยกว่า ๑๐ คนมารับรอง ผมว่ามันไม่ได้ มันเสีย มาตรฐานองค์ความรู้ทางด้านสุขภาพหมด หรือแม้แต่บอกว่า หรือผู้ที่ได้รับการรับรองจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้นผมอยากฟังความคิดว่า คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก มีหลักคิดอย่างไรบ้าง ที่จะต้องบอกว่าหมอพื้นบ้านจะต้องมีประชาชนในหมู่บ้านรับรอง ไม่น้อยกว่า ๑๐ คน หรือเป็นผู้ที่ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถ้าท่าน สามารถชี้แจงให้พวกเรามีความกระจ่างชัด ผมอาจจะเห็นด้วยกับท่านครับ แต่ ณ ขณะนี้ ผมยังไม่เชื่อนะครับ เพราะผมยังเชื่อว่าการจัดตั้งสภาวิชาชีพนั้นหลักการคุ้มครองประชาชน ผมต้องย้ําอย่างนี้ หลักการของสภาวิชาชีพต้องคุ้มครองประชาชนใน ๒ เรื่อง อันที่ ๑ คือ คุ้มครองในเรื่องของมาตรฐานของการประกอบวิชาชีพ และอันที่ ๒ คือคุ้มครองในเชิง คุณธรรม จริยธรรมของวิชาชีพ ดังนั้นต้องย้ํานะครับว่าท่านต้องชี้ให้ผมได้เห็นภาพให้ได้ว่า วันนี้มาตรฐานวิชาชีพแพทย์แผนไทยได้กําหนดเป็นมาตรฐานดังนี้ คนที่ต่ํากว่านี้จึงไม่มีสิทธิ ได้รับใบประกอบวิชาชีพ แต่วันนี้ผมฟังคําชี้แจงในคําจํากัดความมันยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจน ได้โปรดกรุณาชี้แจงให้เห็นภาพมากกว่านี้ครับ
ก็ให้กรรมาธิการรวบรวมประเด็นไว้นะครับ เดี๋ยวได้ชี้แจงเสียทีเดียว เชิญดอกเตอร์สุรพงษ์ แล้วเดี๋ยวต่อด้วยท่านอรรถวิชช์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธานครับ หลาย ๆ ครั้งที่ผมได้ลุกขึ้นท้วงติงกรณีผู้มาชี้แจงแต่งตัวไม่สุภาพ สภาแห่งนี้ เป็นสภาที่ทรงเกียรติ พวกเรามาประชุม ใส่เสื้อนอก ผูกเนคไท (Necktie) มีหลายครั้งครับ ที่ผู้มาชี้แจงแต่งตัวไม่เหมาะสม ซึ่งผมได้เสนอต่อท่านประธานสภาทุกครั้งว่าเวลาผู้ที่จะมา ชี้แจงเดินทางเข้ามาในห้องประชุม ต้องมีการกําชับครับ ไม่ได้ผูกเนคไท แถมยังลุกขึ้นชี้แจง กิริยามารยาท ท่านประธาน วันนี้สภาจะครบกําหนดแล้วนะครับ จะมีการยุบสภา ผมอยากจะ ฝากไว้ว่าเจ้าหน้าที่สภาชุดต่อไปต้องกําชับให้ผู้มาชี้แจงแต่งตัวให้เรียบร้อย ให้เกียรติต่อ สภาแห่งนี้ วันนี้สังคมไทย ข้าราชการต่าง ๆ เราเชิญมาชี้แจงในคณะกรรมาธิการไม่ได้ ให้เกียรติต่อกรรมาธิการ ไม่ได้ให้เกียรติต่อสภาผู้แทนราษฎร ดูถูกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมอยากจะให้ท่านประธานกําชับไปยังกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ขอร้องท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้ครับ ให้สภาแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ ให้คณะกรรมาธิการมีความศักดิ์สิทธิ์ ไม่อย่างนั้น พวกเราในฐานะที่เป็น ส.ส. จะถูกดูถูก ดูหมิ่น ดูแคลน โดยบุคคลที่ไม่ให้ความเคารพต่อ การทําหน้าที่ของพวกเรา ขอบพระคุณครับ
มันจะมีประเด็นเรื่องแก้ไขเพิ่มเติมนะครับ เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติที่พี่น้องประชาชน เข้าชื่อเสนอด้วย ก็มีกรรมาธิการสัดส่วนของประชาชน ท่านอาจจะไม่คุ้นเคยกับข้อบังคับ ก็ต้องให้อภัยกัน อนุโลมกันไปนะครับ เพียงแต่ว่าอยากเรียนว่าข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรก็บัญญัติไว้นะครับ การเข้ามาอยู่ในห้องประชุมก็ต้องแต่งตัวให้เรียบร้อย อย่างที่ท่านสุรพงษ์ได้พูด ก็เป็นข้อสังเกตไว้ครับ เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องบอกว่าผมเองก็สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ แต่ว่ามีความกังวลใจมาก ในวาระที่สองที่เรากําลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้เรียงตามมาตรา ในวิป (Whip) รัฐบาลก็มีการ พูดคุยกันในกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเราก็ยังมองดูว่าในรายละเอียดสาระสําคัญนั้นอาจจะต้องมี การปรับปรุงเพิ่มเติมนะครับ แต่ว่าแน่นอนครับท่านประธานชัย ชิดชอบ ท่านก็เสนอที่จะให้ มาบรรจุระเบียบวาระแล้วมาพูดคุยกันในห้องประชุมใหญ่ห้องนี้ ทีนี้มีปัญหาอย่างนี้ครับ ต้องเรียนท่านประธาน เดี๋ยวผมจะอภิปรายในมาตรา ๓ คือถ้าท่านประธานจะให้ทําการ พิจารณาเรียงตามรายมาตราไปเรื่อย ๆ ในร่างกฎหมายฉบับนี้ก็จะมีปัญหาเรื่องของ ระยะเวลานะครับ เพราะว่าไม่เรียบร้อยนะครับ ผมยกตัวอย่างอย่างมาตรา ๓ ที่ได้มีการร่าง อยู่ในขณะนี้ ขออนุญาตนะครับ มันมีข้อความที่ใช้แล้วดับเบิ้ล (Double) แล้วก็เป็นความที่ ยากต่อความเข้าใจอย่างมาก ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าผู้แทนคณะกรรมการกฤษฎีกานั่งอยู่ในชุดนี้ ด้วยหรือไม่ อย่างเช่น วิชาชีพการแพทย์แผนไทย หมายความว่า วิชาชีพที่กระทํา หรือมุ่งหมายจะกระทําต่อมนุษย์เกี่ยวกับ ก็ว่าไปนะครับ เกี่ยวกับการตรวจ วินิจฉัย บําบัด รักษา หรือป้องกันโรค หรือการส่งเสริมและการฟื้นฟูสุขภาพของมนุษย์ นี่ท่านเติมคําว่า ของมนุษย์ เข้ามา ซึ่งความจริงก็ไม่ต้องเติมครับ เพราะตอนต้นก็เขียนไว้แล้วว่า กระทํา หรือมุ่งหมายจะกระทําต่อมนุษย์ เกี่ยวกับเรื่องอะไรก็ว่าไป ๑ ๒ ๓ ๔ นะครับ การที่ท่านเติม คําว่า ของมนุษย์ เข้ามาอีก มันก็เป็นการใช้ถ้อยคําที่มันฟุ่มเฟือยนะครับ
ประการต่อมา ท่านเติมต่อหน้านี้นะครับ พอบอกว่า วิชาชีพแผนไทย กระทํา หรือมุ่งหมายที่กระทําต่ออะไรบ้าง ตรวจโรค วินิจฉัย บําบัด รักษา ป้องกัน ส่งเสริม ฟื้นฟูสุขภาพ ผดุงครรภ์ นวดแผนไทยเพื่อการรักษาโรค ก็มีปัญหาอีกว่า แล้วนวดแผนไทย เพื่อการรักษาโรค นวดเฉย ๆ นวดแผนไทย แล้วเขาบอกว่าไม่รักษาโรค คือเราก็ไม่รู้ว่า นวดแผนไทยเพื่อรักษาโรค มันมากน้อยแค่ไหน อย่างไร แล้วมันจําเป็นต้องมีนิยามคํานี้ แยกออกมาอีกต่างหากหรือไม่ เพราะว่าปัจจุบันการนวดมันก็แพร่หลายหลายเรื่องนะครับ ซึ่งก็ยากที่จะทําความเข้าใจ
ประการสุดท้ายครับ ท่านเขียนว่า ทั้งนี้โดยอาศัยความรู้หรือตําราที่ได้ ถ่ายทอดและพัฒนาสืบต่อกันมาและให้รวมถึงศาสตร์การแพทย์แผนไทยซึ่งได้รับการ ถ่ายทอดและพัฒนาสืบต่อกันมา หรือการศึกษาจากสถานศึกษา หรือความรู้ที่เป็นศาสตร์ การแพทย์แผนไทยประยุกต์ ซึ่งได้รับการศึกษาจากสถานศึกษา ผมเรียนท่านเลยครับ ฟุ่มเฟือยครับ ไม่มีความหมายครับ นี่ครับคือผมก็เรียนปรึกษาท่านประธานผ่านไปยัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ คือถ้าท่านจะให้ผมช่วยร่างในห้องประชุมใหญ่ห้องนี้ ทําได้นะครับ แต่กฎหมายฉบับอื่นท่านอย่าคิดเลยครับว่าวันนี้จะเสร็จนะครับ แล้วก็ถ้าเดิน แบบนี้ไปเรื่อย ๆ ก็จะมีปัญหาในเรื่ององค์ประชุมหลายเรื่อง นี่เราพูดตามความเป็นจริง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการจะให้ความกรุณา นํากลับไปปรับปรุงให้มีความเรียบร้อยชัดเจนกว่านี้ การที่สภาแห่งนี้จะให้การสนับสนุน ในอนาคต ก็มีโอกาสครับ โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์เองแน่นอนครับ ก็คงจะได้กลับมาใน จํานวนใดจํานวนหนึ่งละครับ ก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้อยู่แล้ว แต่ว่าถ้า จะให้ดําเนินการแบบนี้ไปจนจบวันนี้ละก็ไม่จบแน่ครับท่านประธาน แต่ถ้าจะเดินไปนะครับ มาตรา ๓ เมื่อสักครู่นี้ก็ฝากเอาไว้ครับ หลายถ้อยคําที่ต้องมีการปรับปรุงครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านคณะกรรมาธิการได้ชี้แจง เชิญครับ
ผม ชุมสันต์ ฉายภักดี กรรมาธิการ อยากจะขอกราบเรียนชี้แจงเรื่องของการนวดนะครับ โดยศาสตร์และศิลป์ของการนวดนี้ มันมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลนะครับ โดยพ่อหมอชีวกโกมารภัจจ์ ทีนี้เราดูโครงสร้างในปัจจุบัน เรื่องของการนวดนะครับ จะชี้ให้เห็นว่าเราจะแบ่งออกเป็น ๓ ส่วนด้วยกัน
ในส่วนแรกก็คือการนวดทั่ว ๆ ไป อันประกอบด้วยการนวดของหมอพื้นบ้าน ซึ่งตรงนี้ พ.ร.บ. การประกอบโรคศิลปะในปัจจุบัน ปี ๒๕๔๒ ไม่ได้เข้าไปควบคุมดูแลนะครับ ก็ปล่อยให้เป็นการนวดแบบทั่ว ๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นการนวดหมอพื้นบ้าน การนวดชายหาด ซึ่งตรงนี้ก็ยังประกอบวิชาชีพหรือประกอบอาชีพกับประชาชนโดยทั่ว ๆ ไปได้ ซึ่งกฎหมาย ไม่ได้ลงไปควบคุม
ในส่วนที่ ๒ ก็คือการนวดที่เราเรียกว่าการนวดแบบสถานประกอบการ ซึ่งตรงนี้ที่จะหมอนวดจะต้องได้รับการอบรมในหลักสูตร ๖๐ ชั่วโมง ๑๕๐ ชั่วโมง ๘๐๐ ชั่วโมง ๑,๓๐๐ ชั่วโมง ถามว่าตรงนี้นวดไปเพื่ออะไร อบรมเพื่ออะไร เพื่อที่ประกอบ วิชาชีพในกรณีที่สถานประกอบการ มีการเปิดร้าน จะต้องมีการอบรม ๑๕๐ ชั่วโมง ในการเป็นผู้ช่วยของสถานพยาบาลหรือของรัฐ ต้องมีหลักสูตร ๓๓๐ ชั่วโมง แล้วก็การนวด ในเรื่องของมีใบวุฒิบัตรก็เพื่อที่จะให้ไปประกอบวิชาชีพในต่างประเทศ เพราะว่า ในต่างประเทศ เรามีการส่งหมอนวด หรือว่าหมอนวดไปทํางานแล้วนําเงินตราต่างประเทศ เข้ามาภายในในประเทศเป็นจํานวนมาก ทีนี้ในบางประเทศถ้าเราไม่อบรม เราจะไปเอง แต่ไม่ได้รับการอบรมเขาก็ไม่ยอมรับ เมื่อเขาไม่ยอมรับ พนักงานนวดก็ไม่สามารถเดินทาง ไปได้ ในกรณีตรงนี้นะครับ จึงมีการอบรมเพื่อให้เข้าระบบ เพราะว่าการที่จะไปเมืองนอก มันต้องใช้องค์ประกอบหลาย ๆ ส่วนด้วยกันนะครับ เรื่องที่ ๑ คุณต้องมีความรู้เรื่องของการ นวดก่อน ไม่ว่าจะเป็นในแต่ละประเทศ จะกําหนดว่าจบ ๑๕๐ ชั่วโมง หรือ ๓๓๐ ชั่วโมง อย่างถ้าไปประเทศมาเลเซีย คุณต้องได้ ๓๗๒ ชั่วโมง คุณถึงจะไปนวดที่ประเทศมาเลเซียได้ ถ้าไปสาธารณรัฐเชค ๑๕๐ ชั่วโมง แล้วประเด็นก็คือว่า บางหน่วยงานของรัฐก็มิได้ที่จะไปทํา สัญญากับประเทศนั้น ๆ เช่น ประเทศเยอรมัน เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่สามารถที่จะไปเปิด การนวดได้ เพราะกฎหมายประเทศเยอรมันเขาไม่ให้นวด แต่บางทีนวดได้ ประเด็นก็คือว่า ถ้ามีสภาเราก็พยายามที่จะไปหาช่องทางในการเปิดการนวด เพราะเพื่อให้คนได้ไปทํางาน และนําเงินตราเข้ามาในประเทศนะครับ
ในส่วนที่ ๓ ก็คือการนวดรักษา ในการนวดรักษามันมีแบบแผน เราต้อง สามารถที่จะวิเคราะห์โรคได้ มันต้องมี โดยทั่ว ๆ ไปต้องมีการซักประวัติใช่ไหมครับ ต้องมีอาการสัมพันธ์ของโรค ต้องมีการเจ็บป่วยในปัจจุบันว่าคุณเป็นอะไรมา ต้องมีการ ซักประวัติการเจ็บป่วยในอดีต แล้วก็ประวัติส่วนตัวของครอบครัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันเป็น หลักสูตร มันเป็นเรื่องของการนวด แล้วการนวดรักษามันจะมีเฉพาะโรค เช่น โรคปวดหลัง โรคปวดศีรษะ โรคปวดเข่า ตรงนี้มันอยู่ในหลักสูตร แต่การนวดที่คุณหมอวรงค์บอกว่า เพื่อนนวดให้เพื่อน ตรงนี้เป็นการบําบัดระหว่างภาวะทางจิต ตรงนี้ไม่ได้ถือว่าเป็นการ ประกอบโรคศิลปะ จึงเรียนชี้แจงข้อมูลเท่านี้ครับ ขอขอบคุณครับ
เอาอย่างนี้นะครับ อยากให้คณะกรรมาธิการตอบชี้แจงให้ตรงประเด็นที่ท่านสมาชิกท่านได้ ซักถามและเสนอตั้งข้อสังเกต เช่น การเพิ่มถ้อยคําบางถ้อยคําซึ่งไม่น่าจะเพิ่ม ท่านเพิ่ม เพราะเหตุผลอะไร แล้วบางถ้อยคําที่มันซ้ําซ้อนกันอยู่นี้ ที่ต้องซ้ําซ้อนเพราะอะไร จะขยายความตรงไหนจะได้ให้เข้าใจ ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นประเด็นว่าหาข้อสรุปไม่ได้ สมมุติ ท่านเห็นด้วยกับทางสมาชิก แต่ต้องเรียบเรียงถ้อยคําใหม่ ก็จะได้หารือกัน จะได้จบได้ ไม่อย่างนั้นก็ไม่จบประเด็น จะบานประเด็นกันไปใหญ่ ท่านอรรถวิชช์ก่อนครับ แล้วเดี๋ยว หมอชลน่าน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ผมเรียนอีกครั้งนะครับ ผมเชื่อว่าร่างกฎหมายของท่านฉบับนี้ผมให้การสนับสนุนในหลักการ แต่ว่าในสาระสําคัญ ในแต่ละมาตรานี้ผมคิดว่ามีปัญหามาก มาตรา ๓ ผมถามท่าน ๓ ประเด็นครับ
ประเด็นที่ ๑ คําว่า ของมนุษย์ การฟื้นฟูสุขภาพของมนุษย์ คําว่า ของมนุษย์ นั้นซ้ําซ้อนกับตอนต้นนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ผมถามคําว่า นวดแผนไทยเพื่อการรักษาโรค เมื่อกี้ท่านตอบ แล้วนะครับ เรื่องเกี่ยวกับนวดแผนไทย ท่านครับ กฎหมายประเทศไทยเป็นระบบซีวิล ลอว์ (Civil law) แล้วก็ระบบซีวิล ลอว์ นี้ก็คือหมายถึงว่ายึดถือตัวบทเป็นตัวสําคัญ เพราะฉะนั้น ท่านต้องชี้แจงชัดเจนครับ ท่านต้องระบุในกฎหมายให้ชัดเจนครับ นวดแผนไทย เพื่อการรักษาโรคคืออะไร นิยามคืออะไรครับ การที่ท่านชี้แจงในสภาผู้แทนราษฎรนี้ แล้วแม้กระทั่งข้อสังเกตก็ไม่ได้ใส่ลงมา มันก่อให้เกิดการตีความต่อผู้ปฏิบัติการต่อไป ในอนาคตจํานวนมาก กฎหมายจําเป็นต้องทําด้วยความเรียบร้อย กฎหมายไทยเป็นระบบ กฎหมายซีวิล ลอว์ ยึดตัวบทเป็นหลักครับ ไม่ใช่ระบบคอมมอน ลอว์ (Common law) ที่มีการตีความได้ต่างหาก การปฏิบัติการในอนาคตของคนบังคับใช้ รุ่นลูกรุ่นหลานจะลําบากครับ
ประเด็นที่ ๓ ตั้งแต่คําว่า ทั้งนี้ ลงมานั้น ผมใช้คําว่า ฟุ่มเฟือยสําหรับ กฎหมายฉบับนี้ ท่านต้องตอบ ๓ ประเด็น ผมไม่ชัดเจนครับ ไม่อย่างนั้นผมเรียนท่านอย่างนี้ มันเสียเวลามาก คือถ้าท่านมีความพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงถ้อยคําบนบัลลังก์ให้มีความ ชัดเจนได้เราก็ไปต่อกันได้ครับ แต่ถ้าเกิดว่าการเปลี่ยนแปลงถ้อยคําออกไปก่อนเพื่อความ ชัดเจน เพื่อความแน่นอนในการบังคับใช้ในอนาคตนี้น่าจะเป็นผลดีมากกว่าครับ
เชิญคุณหมอชลน่าน
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ตามที่ทางกรรมาธิการ ได้เสนอรายงานซึ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... ตามที่ท่าน เขียนมาใหม่เข้าสู่สภาให้พิจารณาในวาระที่สองซึ่งเป็นการพิจารณารายมาตรา ผมเองต้อง กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ในการเสนอร่างของกรรมาธิการนี้ กรรมาธิการ ได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขในมาตรา ๓ ผมเอามาตรา ๓ เป็นต้นเรื่องที่จะอภิปราย เนื่องจากว่าต้องใช้สิทธิสมาชิกตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ ครับท่านประธาน กรณีถ้า กรรมาธิการแก้ไข สมาชิกในสภาแห่งนี้ก็สามารถที่จะอภิปรายซักถามในความเห็นได้ แต่ประเด็นที่ผมกราบเรียนนี้เท่าที่ฟังเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นผู้เสนอร่างด้วยตนเอง และเป็นกรรมาธิการหลาย ๆ ท่าน ได้อภิปรายแสดงความเห็นแล้วนี้ผมค่อนข้างไม่สบายใจ เข้าใจว่าพิจารณาไปกฎหมายฉบับนี้ไม่น่าผ่าน ผมคาดการณ์นะครับ ไม่น่าจะผ่าน ความไม่น่าจะผ่าน นั่นหมายความว่าถ้ามีการลงคะแนนแล้ว ท่านสมาชิกในสภาแห่งนี้ ไม่เห็นชอบกับกรรมาธิการ ไม่รับหรือไม่เห็นชอบในรายมาตรา นั่นคงเป็นประเด็นที่ ไม่ค่อยสําคัญนัก อาจจะต้องกลับร่างเดิมหรือเอาตามที่แก้ไข แต่ถ้าไม่เห็นชอบในวาระที่สาม กฎหมายฉบับนี้ก็ตกไป ผมเองไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น เพราะฉะนั้นช่องทาง ที่ผมดูแล้วในการแก้ไขกรรมาธิการ เช่น ในมาตรา ๓ หรือมาตราอื่น ๆ ก็แล้วกัน ท่านประธาน ผมขออนุญาตนิดเดียวนะครับ อาจจะไม่ค่อยชอบด้วยข้อบังคับสักนิดหนึ่ง แต่ว่าเพื่อที่จะหาช่องทางในการที่จะให้กฎหมายฉบับนี้ออกมาเป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนโดยภาพรวม โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการนําเอาวิชาชีพ การแพทย์แผนไทยเข้ามาดูแลเรื่องของสุขภาพของเขาเหล่านั้น ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ ว่าเขาเหล่านั้นย่อมจะต้องผูกพัน ยังใช้วิชาชีพการแพทย์แผนไทยอยู่ และสมควรอย่างยิ่ง ที่จะต้องส่งเสริม สมควรอย่างยิ่ง ผมใช้คําพูดของเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่เป็นถ้อยคําที่ดีมาก ให้มีที่ยืนในฐานะที่เขาเป็นเจ้าของในประเทศนี้ด้วย ให้มีที่ยืน ให้มีสภาวิชาชีพขึ้นมารองรับ ให้มีระบบการตรวจสอบควบคุมเรื่องมาตรฐานวิชาชีพ สามารถตรวจสอบได้ เป็นหลักประกันที่จะต้องไปทํากับบุคคลอื่น เพราะว่าการที่เราจะไปทํา ต่อร่างกายมนุษย์ ถ้ากระทําโดยไม่มีการควบคุม ไม่มีกฎหมายรองรับก็ถือว่าผิดทั้งนั้น ไม่ว่า คุณจะกระทําอะไร ในฐานะที่จะเป็นการกระทําต่อร่างกายมนุษย์ อย่างในมาตรา ๓ คํานิยามต่าง ๆ มีเพื่อนสงสัยเยอะนะครับ ผมเองเท่าที่ตรวจสอบดู อยากเข้าไปช่วย คณะกรรมาธิการ แต่ว่าติดขัดปัญหาค่อนข้างมาก ผมเป็นคณะกรรมาธิการอยู่หลายคณะ แต่ทราบข่าวว่าท่านก็พิจารณาค่อนข้างใช้เวลารวดเร็วมาก รับไปเมื่อวันที่ ๒๔ เดือนมีนาคม ใช้เวลา ๒-๓ ครั้งในการที่จะพิจารณา แล้วก็รีบสรุปกลับมา มุ่งหวังว่าจะให้ผ่านสภา ผมด้วย ความเคารพท่านประธานครับ ฟังดูแนวโน้มถ้าจะให้กฎหมายตกผมไม่เห็นด้วย เสียดายครับ ถ้าตกไป ถ้าสมมุติรัฐบาลที่จะเข้ามาใหม่ในช่วงหน้ามีเจตจํานงที่จะส่งเสริมการแพทย์ แผนไทยโดยการยกร่างกฎหมายก็ต้องมายกร่างใหม่ เข้ามาวาระที่หนึ่งใหม่ แต่ถ้ากฎหมาย ฉบับนี้ยังค้างอยู่ในสภา ไม่ว่าค้างอยู่ในวาระใด ผมเชื่อครับว่ารัฐบาลยุคหน้าเขากลับมา ยืนยันกฎหมายฉบับนี้แน่นอนก็สามารถดําเนินการต่อได้ การยืนยันโดยรัฐบาลที่เข้ามาใหม่ เป็นไปตามเงื่อนไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญครับว่ากฎหมายใดที่รัฐบาลที่เข้ามาใหม่ยืนยันที่จะ พิจารณา ยืนยันที่จะให้กฎหมายฉบับนั้นยังคงอยู่พิจารณาต่อได้ ก็พิจารณาต่อไปได้ เรากระทํากันมาอย่างนั้น แต่ถ้าตกตกเลยครับ ต้องไปเริ่มต้นใหม่ นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ การเร่งรีบในวันนี้ ผมดูแล้วไม่มีข้อต่างครับ บนพื้นฐานของสิ่งที่ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าท่านจะทูลเกล้าฯ ให้มีการยุบสภา ถวายพระราชกฤษฎีกา ให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ยุบสภา เข้าใจว่าน่าจะหลังวันที่ ๕ ท่านจะเสนอ ถ้านําเสนออย่างนั้น แน่นอนครับ ถ้าโปรดเกล้าฯ วันที่ ๗ วันที่ ๘ หรือวันที่ ๙ กฎหมาย ฉบับนี้แม้จะผ่านวาระที่สามของสภาผู้แทนราษฎรไป เมื่อยุบสภาแล้วก็ค้างอยู่ในวาระที่สาม เท่านั้น ความหมายผมคืออะไรครับ วุฒิสภาไม่มีความสามารถในการที่จะประชุม เรื่องกฎหมายได้ครับ เพราะเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๒ ท่านอ่านดูให้ดี นะครับ ขณะที่มีการยุบสภา เขาให้วุฒิสภาทําหน้าที่เป็นรัฐสภา กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๒ ห้ามวุฒิสภาประชุมด้วยนะครับ ในเรื่องต่าง ๆ เว้นอยู่ ๓ เรื่องเองครับ เรื่องที่ เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ ที่ว่าด้วยเรื่องของการสืบสันตติวงศ์ ว่าด้วยองค์รัชทายาท ที่ต้อง ผ่านรัฐสภา กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๙ ว่าด้วยการประกาศสงครามที่ต้องมาผ่าน รัฐสภา อันนี้ประชุมได้ อีก ๒ เรื่องครับที่วุฒิสภาจะประชุมได้ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ คือเรื่องแต่งตั้งบุคคลกับถอดถอนบุคคลเท่านั้น นั่นหมายความว่าถ้าเราจบวันนี้ ผ่านวาระที่ สามกฎหมายก็ส่งไปวุฒิสภา ก็พิจารณาไม่ได้ ก็ค้างอยู่ ค้างอยู่ในวาระที่ส่งให้วุฒิสภา ถามว่า เมื่อสภาเปิดรัฐบาลใหม่ ไม่ยืนยัน ตกครับ ก็จบแค่นั้น ถึงจะค้างอยู่ที่วุฒิสภาก็ตก ถ้ารัฐบาล ใหม่ไม่ยืนยัน แต่ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ แนวโน้มผมเชื่อว่าทุกพรรครับเรื่องนี้อยู่ แล้ว ส่งเสริมเรื่องนี้อยู่แล้ว โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ผมชัดเจนในประเด็นนี้เลยครับ อยากจะส่งเสริม อยากจะทําเรื่องนี้ แล้วก็ร่วมทํากับท่านคุณหมออสิ ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนะครับ เพราะท่านเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาเรื่องนี้ แล้วก็ทํา ร่างกฎหมายฉบับนี้มา ฟังท่านเองก็ไม่ค่อยสบายใจในการที่จะไปปรับเปลี่ยนปรับแก้ ค่อนข้างเยอะ ถ้าเป็นไปได้ ท่านประธานครับ ผมก็อยากผ่านท่านประธานไปกราบเรียนผ่าน ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านคณะกรรมาธิการที่เคารพทุกท่าน ยินดีสนับสนุนครับ แต่สนับสนุนขณะที่บนข้อความสงสัย บนข้อกังขาว่าผลการนําสู่การปฏิบัติไม่แตกต่างกัน ผมคิดว่าน่าจะเลือกทางที่ดีที่สุดให้กฎหมายค้างอยู่น่าจะดีที่สุดครับ ไม่อยากให้ตก ถ้าท่าน พิจารณาไปแล้วเกิดตกในวาระนี้ เพราะผมไปฟัง ๆ เสียงสมาชิกข้างมากนะครับ ถ้าคณะกรรมาธิการ พูดง่าย ๆ คือไม่ถอน สุดท้ายก็อาจจะไม่โหวตให้ ก็คือตก อย่าถึงขั้นนั้นเลยนะครับ ก็กราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านกรรมาธิการด้วยความเคารพโปรดพิจารณาว่าจะดําเนินการอย่างไรต่อ ความเห็นผมนะครับ อยากให้กฎหมายฉบับนี้สมบูรณ์บนพื้นฐานการผดุงวิชาชีพ ผู้ประกอบวิชาชีพ พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลประโยชน์จากตรงนั้นและเป็นประโยชน์ ภาพรวมต่อสังคมไทย ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญ ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ครับและต่อด้วย ท่านทศพล เพ็งส้ม ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทยนะครับ ก่อนอื่นก็จะต้องนําเรียนท่านสมาชิกนะครับว่าการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับก็มีระยะเวลา ในการพิจารณาค่อนข้างจะจํากัดสักนิดหนึ่ง ก็เลยทําให้การมีเวลาในการที่จะดูในเรื่อง รายละเอียดค่อนข้างจะจํากัด แต่อย่างไรก็ตามก็ให้เกียรติสมาชิกทุกท่านได้มีโอกาสได้ อภิปรายแล้วก็แสดงความคิดเห็นเพื่อที่กฎหมายฉบับนี้จะได้มีความสมบูรณ์มากที่สุด ในส่วน ของหลักการกฎหมายฉบับนี้ไม่มีท่านใดไม่เห็นด้วยนะครับ ทุก ๆ พรรคการเมือง รวมทั้งของ พรรคประชาธิปัตย์ที่ผมอยู่ด้วย แต่ในเรื่องของถ้อยคํานี้นะครับ ถ้าในชั้นนี้ผมเห็นว่าร่างที่ ท่านนายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ ได้นําเสนอเรื่องการปรับความสมบูรณ์ของถ้อยคําในย่อหน้าแรก ตัดคําฟุ่มเฟือยออกนี่นะครับ แล้วก็ในส่วนของหมอพื้นบ้านนั้น ในย่อหน้าที่ ๓ ก็เป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองส่งเสริมการแพทย์แผนไทย อันนั้นก็เป็นไปตามเนื้อความของ ร่างพระราชบัญญัติที่ใช้บังคับอยู่แล้วในส่วนนั้นคิดว่าในย่อหน้าที่ ๓ มีที่มาที่ไปที่ถูกต้อง นะครับก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร ในส่วนของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่คุณหมอเทวัญ ตัวแทนของ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยไม่อยากจะให้มีพนักงานเจ้าหน้าที่อยู่ด้วย ผมมาคิดดู โดยรอบคอบแล้วผมก็คิดว่าก็เป็นผลดี เพราะว่าแพทย์แผนไทยหรือแพทย์พื้นบ้านจํานวน มากมาย แล้วก็มีความหลากหลายเสี่ยงต่อการที่จะปฏิบัตินอกกฎหมายเยอะ ถ้าหากว่า สภาวิชาชีพนี้จะต้องไปไล่จับหมอเถื่อนจํานวนมากคงไม่มีเวลามาพัฒนาวิชาชีพของตัวเอง นะครับ เพราะฉะนั้นหากในส่วนของพนักงานเจ้าหน้าที่นี้ให้คงไว้ที่กองประกอบโรคศิลป์ กระทรวงสาธารณสุขไว้เหมือนเดิมเหมือนกับสภาวิชาชีพแพทย์ ผมก็คิดว่าก็เป็นสิ่งที่ ถ้ายอมรับได้ก็เห็นควรนะครับก็ฝากท่านประธานกรรมาธิการได้พิจารณานะครับ ถ้าเป็นไป ตามร่างของหมอเทวัญผมก็ยอมรับได้ครับ
เชิญท่านทศพลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนท่านประธานครับ ในมาตรา ๓ ที่เรากําลังอภิปรายกันอยู่นี้ ผมขออนุญาตเสนอ ข้อสังเกตแล้วก็จะสอบถามทางคณะกรรมาธิการนะครับ ในประเด็นที่สําคัญ ในมาตรา ๓ ท่านมีโดยเฉพาะมีการขยายความว่า ให้หมายความรวมถึงการเตรียมผลิตยาแผนไทยและ ประดิษฐ์อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ ท่านประธานครับ ผมเชื่อครับว่าหลายคนที่ เป็นคณะกรรมาธิการหรือเพื่อนสมาชิกนั่งอยู่ในห้องนี้ก็คงอาจจะเคยนวดแผนโบราณ หรือแม้กระทั่งนวดจับเส้น ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ ปัจจุบันนี้ก็มีเครื่องมือที่อํานวยการช่วย กระตุ้นเส้นบริเวณเท้าก็คือไม้ ไม้ในการกดจุดนิ้วหัวแม่โป้งก็ดี ที่เท้าก็ดี มันก็จะเข้าในเงื่อนไข ในมาตรา ๓ ทันทีเลย ก็คือถือว่าเป็นการประดิษฐ์อุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ เพราะ คนที่ทําหน้าที่ในการนวดจะต้องไปขึ้นใบอนุญาต แต่ปรากฏว่ามันก็จะมีปัญหาครับ เพราะเนื่องจากว่าในอุปกรณ์ทางการแพทย์ถือว่าอยู่ในนิยามตามมาตรา ๓ นั้น เป็นวิชา การแพทย์แผนไทย มันก็เกี่ยวข้องในมาตรา ๒๗ ว่าห้ามมิให้ผู้ใดนั้นมิได้เป็นผู้ประกอบอาชีพ การแพทย์ทําการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย นั่นก็หมายความว่าผู้ที่มิได้เป็นผู้ประกอบวิชาการแพทย์แผนไทยนั้น ประกอบวิชาการแพทย์ แผนไทยไม่ได้ก็คือไม่สามารถประดิษฐ์อุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ได้ แน่นอนครับ เมื่อประกอบเครื่องมือแพทย์ไม่ได้ตามมาตรา ๒๗ มันก็ไปเข้ามาตรา ๔๙ ก็คือ จําคุกไม่เกิน ๓ ปีหรือปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท ท่านครับ หลายท่านที่เป็นคณะกรรมาธิการคงไปเที่ยว ทางภาคเหนือ หรือแม้กระทั่งงานกาชาดก็จะเห็นเครื่องมือแพทย์นะครับ ขายอยู่ตามร้านที่ ขายอุปกรณ์ประเภทไม้ทั้งหลาย ท่านไปดูเถอะครับบริเวณไนซ์บาซ่าที่เชียงใหม่ ร้านที่ขายไม้ เขาก็จะมีเครื่องมืออุปกรณ์ที่คล้าย ๆ สามารถนําไปใช้กับการนวดแผนไทยได้ นวดเท้าได้ ผมถามครับว่า อย่างนี้เขาต้องขึ้นทะเบียนด้วยใช่ไหมครับ ถ้าเขาไม่ขึ้นทะเบียนก็โดนจับ สิครับ โดนปรับด้วย ตรงนี้แหละครับท่านผมถึงบอกว่าในกรณีที่ท่านกําหนดอย่างนี้ ท่านไม่มี ระเบียบเลยครับ และโดยเฉพาะถ้าเมื่ออ่านตามมาตรา ๓ จะเห็นได้ชัดครับ ท่านบอกเลย นะครับว่า แพทย์แผนไทยประยุกต์ซึ่งได้รับการศึกษาจากสถานศึกษามีปัญหาแล้วครับ สถานศึกษาที่อยู่ในบทนิยามนี้ท่านยังไม่ได้ให้คํานิยามของสถานศึกษาเลยแม้แต่นิดเดียว ผมถามว่าถ้าบุคคลที่เขามีการดําเนินการถ่ายทอดสืบ โดยเฉพาะตําราที่ถ่ายทอดกันมา อย่างแถวบ้านผมแถวบางบัวทองสมัยก่อนเวลาแขนหักก็อาจจะต่อโดยวิธีใช้นวดน้ํามันบ้าง พันผ้าบ้างมันก็จะมีปัญหาครับว่า อย่างนี้เขาสอนด้วย ก็มีลูกศิษย์ลูกหาที่มาเรียนหรือ หมอดินแถวตําบลระหาน แถวบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรีเขาก็มีกรรมวิธีในการสอน ผมถาม ว่าแล้วอย่างนี้เขาไม่ใช่สถานศึกษาได้ไหมครับ เพราะท่านบอกว่าต้องมีสถานศึกษา ท่านบอก ว่าบ้านเขาสถานศึกษา ผมถึงบอกครับว่าบทนิยามอย่างเพื่อนสมาชิกหลายท่านนี่นะครับ ได้อภิปรายมันเป็นหลายขั้นหลายตอนหลายวิธีการ เวลาท่านเพิ่มเข้ามาแล้วท่านต้องเขียนให้ ชัด ผมถึงบอกว่านี่เฉพาะมาตรา ๓ ผมก็เสนอท่านนะครับ กลับไปเขียนให้มันชัดเจนมากกว่า นี้ เนื่องจากสถานศึกษาก็ดี การประดิษฐ์อุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ก็ดี การผลิตยา ท่านรวมถึงแม้กระทั่งเตรียมการ ผมถามว่าอีกหน่อยนะครับบ้านผมปลูกสมุนไพร เพราะถ้าปลูกผมก็ต้องขึ้นทะเบียนแพทย์แผนไทยด้วยนะครับ ผมถึงบอกว่าทําอะไรก็แล้วแต่ ครับอย่าให้มันยุ่งยากมันก็จะมีปัญหา อีกหน่อยทุกคนนะครับที่สามารถปลูกสมุนไพรไว้ใช้ เองนะครับมันก็จะมีปัญหาว่าท่านก็ต้องจับไปขึ้นทะเบียนวิชาชีพเหมือนกัน ผมถึงบอกว่า กระบวนการอย่างนี้จําเป็นครับที่ท่านจําเป็นต้องไปร่างใหม่ นี่เฉพาะมาตรา ๓ นะครับ ที่อาจจะโยงไปมาตราอื่นบ้าง ซึ่งผมบอกว่าเดี๋ยวถึงในมาตราอื่น ๆ ก็จะอภิปรายแต่ตอนนี้ เสนอท่านครับเพื่อไม่ให้เสียเวลากับสภา ท่านถอนไปทําใหม่ก่อนครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสุทัศน์ครับ แล้วเดี๋ยวต่อด้วยคุณหมอวรงค์
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ โดยหลักการกระผม สนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานอร่ามถ้าท่านจําได้ท่านเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อปี ๒๕๓๑ ท่านวัชรินทร์ เกตะวันดี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการก็ได้มีการสนับสนุนการแพทย์แผนไทยอย่างจริงจัง ต่อมาท่านชวน หลีกภัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมได้มีโอกาสเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุขขณะนั้น ก็มีการสนับสนุนการแพทย์แผนไทย โดยเฉพาะสมุนไพร อย่างจริงจัง ทางพรรคผมได้มีการสนับสนุนในโครงการนี้และหลักการนี้มาตลอด ซึ่งก็เป็น ความพยายามของกระทรวงสาธารณสุขก็ได้มีการพยายามสนับสนุนในเรื่องนี้มาตลอด จนก้าวมาถึงการเสนอกฎหมายในวันนี้โดยรัฐบาลและภาคประชาชน ท่านประธานครับ แต่เมื่อมาพิจารณาดูการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ผมจับเวลาดู เฉพาะมาตรา ๓ ใช้เวลา ๑ ชั่วโมงเศษ ๆ ในฐานะที่ผมก็มีประสบการณ์ในการพิจารณา กฎหมายมาเป็นเวลานาน ผมเป็น ส.ส. ตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ ท่านอร่ามก็ทราบดี ผมดูทิศทาง การพิจารณากฎหมายฉบับนี้ไม่เสร็จวันนี้ครับ ไม่จบแน่นอน เพราะได้มีข้อเท็จจริงและ ข้อกฎหมายตลอดจนรายละเอียดต่าง ๆ ที่จะต้องพิจารณากันยาวนานมาก ไม่แน่ใจว่า จะครบองค์ประชุมหรือไม่ และเชื่อว่าวันนี้ก็จะเป็นวันสุดท้ายของการพิจารณา ผมคิดว่า ท่านประธานอร่ามลองปรึกษากับคณะกรรมาธิการดู ทางที่ดีที่สุดเพื่อที่จะให้กฎหมายฉบับนี้ ยังคงค้างอยู่ที่สภาเมื่อมีการยุบสภา ให้ท่านถอนออกไปก่อน ถอนออกไปแล้วเสียหายไหม ไม่เสียหายครับ เพราะเมื่อยุบสภาแล้วกฎหมายฉบับนี้ก็ค้างอยู่ วุฒิสภาพิจารณาไม่ได้ เหมือนท่านคุณหมอ ส.ส. จังหวัดแพร่ ได้บอกมาเมื่อสักครู่นี้ วุฒิสภาสามารถพิจารณา ได้เฉพาะบางเรื่องเกี่ยวกับการประกาศสงคราม เกี่ยวกับเรื่องเกี่ยวกับผู้สืบราชการแผ่นดิน แต่ไม่สามารถพิจารณากฎหมายอื่น ๆ ได้เลย แต่เมื่อมีการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรเข้ามา สมัยหน้า ไม่ว่าพรรคใดเป็นรัฐบาล ผมเชื่อว่าพรรคนั้น ๆ ก็คงจะต้องยืนยัน สําหรับพรรคผม ยืนยันแน่นอนครับ เพราะเป็นกฎหมายที่เราติดตามมาตลอด เมื่อสักครู่นี้สมาชิกพรรคเพื่อไทย ก็ได้เรียนแล้วว่าก็สนับสนุนในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้และยืนยัน ประมาณไม่เกิน ๓ เดือน กฎหมายฉบับนี้ก็เข้ามาพิจารณาอีกครั้งหนึ่งในสภา เราก็จะได้ปรับปรุงแก้ไขข้อความ ให้มันชัดเจน แต่นอนที่สุดครับถ้าเดินหน้าต่อไปแล้วผมเชื่อว่าสมาชิกยังติดค้างคาใจอยู่ หลายเรื่อง หลายมาตรา คงไม่ยอมให้ผ่าน ผมเองก็อาจจะยกมือค้านในบางเรื่อง เพราะผม เห็นว่าบางเรื่องนั้นมันเป็นการไปควบคุม แทนที่จะเป็นการส่งเสริมหรือสนับสนุน และบางเรื่องก็ไม่ชัดเจนในปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งยากแก่การตีความและยากแก่การปฏิบัติ ของผู้ปฏิบัติ ผมจึงขอความกรุณาว่าท่านอร่าม ท่านประธานกรุณาคิดอีกครั้งหนึ่ง ถอนออกไปไม่เสียหายเลยครับ จะสมบูรณ์ที่สุดพวกเราก็จะได้เดินหน้าต่อในภาพรวมของ กฎหมายฉบับนี้ ขอกราบเรียนครับ ผมจะไม่มารบกวนเวลาเลยถ้าผมไม่ดูทิศทาง ของกฎหมายฉบับนี้แล้วว่ามันจะยุ่งมากจึงต้องเดินเข้ามาขอความกรุณาท่านครับ
เชิญคุณหมอวรงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเมื่อสักครู่ ได้มีโอกาสฟังคําชี้แจงของท่านคณะกรรมาธิการ ผมก็เกิดความรู้สึกว่าการร่างกฎหมายฉบับนี้ ครั้งนี้เจตนามันไม่สอดคล้องกับการมีสภาวิชาชีพจริง ๆ ครับ อย่างที่ผมกราบเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่าสภาวิชาชีพเรามีหลักการก็คือการคุ้มครองประชาชน ท่านต้องเอา ประชาชนเป็นตัวตั้งไว้ก่อน แล้วก็เอาคนมาประกอบวิชาชีพนี้ต้องคุ้มครองประชาชน บนพื้นฐานของมาตรฐานวิชาชีพและบนพื้นฐานของการควบคุมคุณธรรม จริยธรรม เมื่อสักครู่คณะกรรมาธิการได้ชี้แจงตอนหนึ่งว่า เจตนาอันหนึ่งก็คือเพื่อให้มีคนที่ไปทํางาน ต่างประเทศผ่านการอบรมอย่างโน้นอย่างนี้ขึ้นมา ซึ่งผมดูแล้วมันไม่ใช่ แล้วยิ่งขณะนี้เรามา ถกกันเฉพาะแค่มาตรา ๓ คําตอบของท่านก็ยังไม่สามารถอธิบายคําถามของผมได้ ผมมีข้อกังวลใจมาก โดยเฉพาะเรื่องประเด็นเรื่องการส่งเสริมและการฟื้นฟูสภาพของมนุษย์ เพราะเท่ากับว่าในสังคมทางด้านสุขภาพความเป็นจริงแล้วเรารณรงค์เรื่องการส่งเสริม สุขภาพ การฟื้นฟูสภาพของร่างกายมนุษย์ที่ประชาชนทุกคนมีสิทธิในการรณรงค์ส่งเสริม สุขภาพและฟื้นฟูสภาพ แต่ถ้าสมมุติว่าท่านกําหนดออกมาในรูปแบบนี้แล้ว เท่ากับว่าต่อไปนี้ ใครจะมาส่งเสริมสุขภาพหรือมาฟื้นฟูสภาพจะต้องมีใบประกอบวิชาชีพของผู้ประกอบ วิชาชีพทางด้านแพทย์แผนไทย ซึ่งมันขัดหลักการกัน นี่คือเป็นประเด็นที่ผมต้องย้ํานะครับ เพราะคําตอบยังไม่ชัดเจน นอกจากนั้นแล้วมีการชี้แจงเรื่องการนวดแผนไทย นวดเพื่อผ่อนคลาย กับนวดเพื่อการรักษา ถ้าผมถามท่านตรง ๆ นวดเพื่อการรักษากับนวดเพื่อผ่อนคลาย วิธีการนวดมันต่างกันอย่างไร ท่านมีมาตรฐานที่ชัดเจนไหม ลําพังที่บอกว่าผ่านการอบรม ๖ ชั่วโมง ๘ ชั่วโมง หรือ ๑๐ ชั่วโมง มันไม่ใช่ครับ แต่การปฏิบัติกับตัวประชาชน มันมีหลักการแตกต่างกันอย่างไรหรือไม่ แล้วผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้ออกมาจะสร้างความปั่นป่วนให้กับพี่น้องประชาชนที่ประกอบ อาชีพนวด โดยเฉพาะนวดเพื่อการผ่อนคลาย ผมยกตัวอย่างเช่นง่าย ๆ ถ้าผมต้องการจะ แบลคเมล (Blackmail) ประชาชน สมมุติว่าผมอยู่ในสภาวิชาชีพ ผมไปบอกที่ข้างทางเวลา ไปเดินเล่นตามสวนสาธารณะ ผมบอกผมปวดหลังมากเขาก็นวดให้ นวดเสร็จปุ๊บผมก็เอาอีก คนมาจับเพราะว่าคุณกําลังมานวดรักษาให้ผม เพราะเขาไม่มีใบประกอบวิชาชีพ แต่ในความ เป็นจริงมันนวดเหมือนกันครับ เพราะว่าท่านต้องไม่ปฏิเสธความจริง เวลาเราไปเที่ยวตาม ชายหาด เที่ยวตามสวนสาธารณะ บางครั้งเมื่อยล้าปวดโน่นปวดนี้ แล้วบอกผมปวดโน่น ปวดนี่เขาก็นวดให้ นวดแล้วก็ผ่อนคลายขึ้น ก็สบายขึ้น แต่มันก็เท่ากับเป็นการนวด เพื่อการรักษาเหมือนกัน แล้วอย่างนี้เวลานวดเสร็จปุ๊บเราก็บอก อ้าว เพื่อนมาจับกันหน่อยสิ เพราะเขาไม่มีใบประกอบวิชาชีพ เขาเท่ากับผิด พ.ร.บ. วิชาชีพแพทย์แผนไทย เนื่องจากว่า ผมปวดหลัง เขานวดให้ผม แต่เขาไม่มีใบประกอบวิชาชีพ ผมว่ามันวุ่นวายไปกันใหญ่เลย แล้วผมก็เชื่อว่ามันจะมีกระบวนการต่าง ๆ ที่ทําให้คนที่อุตส่าห์ไปฝึกอบรมการนวดมาแล้ว ประกอบอาชีพที่สุจริต ไม่ว่าจะนวดที่ไหนก็แล้วแต่ สุดท้ายต้องถูกต้อนเข้าสู่ระบบนี้หมด แล้วมีปัญหาสร้างความปั่นป่วนในระบบครับ ก็เลยอยากจะกราบเรียนนะครับว่าท่านยังมี ข้อกังขาที่พวกเราในฐานะสมาชิกต้องซักถามอีกเยอะ เฉพาะมาตราเดียวก็ยังมีปัญหาเยอะ ดังนั้นอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ท่านใจเย็น ๆ นิดหนึ่งครับ โดยหลักการเราเห็นพ้องต้องกันทั้ง ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคอะไรก็แล้วแต่ เราเห็นพ้องต้องกันว่า พ.ร.บ. ประกอบวิชาชีพแพทย์ แผนไทยควรจะต้องมี แต่ต้องรัดกุมแล้วก็คํานึงถึงคนที่เขาประกอบอาชีพด้วยความสุจริต ก็คือห่วงใยคนที่ประกอบอาชีพนวด แล้วก็จะถูกเข้ามาเกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ เอาไป ปรับปรุง พิเคราะห์ให้รอบคอบ แล้วผมเชื่อว่าสุดท้ายกฎหมายฉบับนี้ต้องผ่านแน่นอนครับ ได้โปรดถอนเถอะครับ ขอบคุณครับ
ฟังทางฝ่ายค้านอีกนะครับ ท่านเรวัต แล้วเดี๋ยวผมให้ประธานคณะกรรมาธิการได้ชี้แจง เชิญครับ ฟังอีกท่านหนึ่ง
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ การแก้ไข ในมาตรา ๓ นี้ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการได้แก้ไขไว้เยอะนะครับ และเท่าที่ผมฟัง ท่านผู้อภิปรายไปในร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทย ท่านประธานครับ ความจริง ในวาระแรกเราก็รับหลักการไป ให้ความเห็นชอบ แต่ผมเห็นคณะกรรมาธิการนี่ โอ้โฮ คณะนี้ มาด้วยกันเยอะครับ มาด้วยความตั้งใจที่อยากเห็นกฎหมายฉบับนี้ผ่าน ทีนี้ก็มีการพูดกันมาก ในความคิดเห็นต่าง ๆ ทีนี้ผมก็เลยอยากจะให้ท่านทางคณะกรรมาธิการว่าที่เพิ่มเติมมานี้ มันดีอย่างไร มันไม่ดีอย่างไร ที่เขาพูดว่าให้ถอนไปก่อน คณะกรรมาธิการนี้ต้องชี้แจง เมื่อสักครู่ท่านประธานวิป ท่านวิทยาท่านก็เป็นห่วงเรื่องนี้และอยากให้สนับสนุนให้กฎหมาย ฉบับนี้ผ่าน แต่ว่าฝ่ายค้านนั้นคงจะไม่มีเสียงพอ เมื่อฟังรัฐบาล ดูท่าดูทางเขาไม่อยากจะรับ อยากจะให้ถอนไปก่อน ฝ่ายค้านก็ไม่อยากจะให้กฎหมายฉบับนี้ตก จะเป็นไปได้ไหมครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ว่าท่านคงสภาพคงเดิมไว้ อยากจะให้กฎหมายฉบับนี้ ผ่านก่อนที่จะมีการยุบสภา ท่านแก้ไขมาทั้งหมดนี่ไม่เอาเลย ยกให้หมด ยกเลิกหมด แล้วก็ คงร่างเดิมไว้ที่สภาแห่งนี้รับรองไปในวาระแรก ท่านคงไว้อย่างนี้ แล้วดูสิฝ่ายรัฐบาล จะเอาไหม เพราะเวลาผมฟังดูมีแต่ตําหนิ แต่ไม่บอกว่าแก้ไขอย่างไร ให้ถูกต้องอย่างไร ถ้าท่านต้องการให้กฎหมายฉบับนี้ผ่าน คุณก็บอกมาสิ แก้ไขอย่างไร แล้วคณะกรรมาธิการ แก้ไขไหม อย่างนี้ผมว่ามันก็จะผ่านได้ ถ้าบอกว่าไม่ดี ไม่อย่างโน้นอย่างนี้ แล้วก็จะไม่รับ ไม่อะไร ผมก็ไม่เข้าใจ ผมมีความเห็นอย่างนี้ครับท่านประธานครับว่า จริง ๆ แล้วผมเอง ก็อยากเห็น ผมเองก็ให้ความเห็นชอบไปแล้วในวาระแรก แล้วพรรคฝ่ายค้านทั้งหมด ก็เห็นด้วย ท่านประธานวิปผมก็เป็นห่วงเรื่องนี้มาก ๆ เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าเป็นไปได้ไหมครับ ท่านคงร่างเดิมแล้ว แล้วดูสิว่ารัฐบาลจะเอาไหม ถ้าอย่างนี้ผมว่าถ้าเอาร่างเดิมไว้มันก็ไม่เสียหายอะไร แล้วมัน ก็เป็นประโยชน์ แล้วเอาร่างเดิมไปใช้ก่อน แล้วค่อยมาแก้ไขกันทีหลัง ให้ทันสมัยนี้เลย นะครับ ขอเสนออย่างนี้ครับท่านประธานครับ
เชิญคณะกรรมาธิการครับ กรุณายืนขึ้นครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ดอกเตอร์ประเสริฐ ลิ่มประเสริฐ กรรมาธิการ ขอกราบเรียนท่านผู้มีเกียรติทุกท่านว่า ร่างพระราชบัญญัติแพทย์แผนไทยฉบับนี้นั้น ก่อนอื่นท่านก็คงบอกแต่แรกบอกว่า จะสนับสนุน ซึ่งจริง ๆ ร่างนี้เป็นร่างของประชาชน ๑๐,๐๐๐ กว่าคนที่เสนอเข้ามา แล้วก็มี ร่างของพรรครัฐบาลก็คือท่านนายแพทย์อสิและนายแพทย์บัญญัติ ผมชี้ให้เห็นนิดหนึ่งว่า ก่อนที่จะพูดในเรื่องของการแก้ไขหรือไม่แก้ไข ผมเรียนว่าการร่างกฎหมายนั้นมันเป็น เรื่องธรรมดา คุณจะไปร่างรายละเอียดครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ แต่ว่าเมื่อร่างมาแล้วให้มันสมบูรณ์แบบเท่าที่จะทําได้ แล้วก็มีข้อยกเว้นที่จะให้มันปฏิบัติได้ แล้วก็ถูกต้อง เพราะฉะนั้นก่อนอื่นก็ขอฝากว่าในเรื่องนี้นั้นถ้าท่านจะไปเอารายละเอียด บอกว่าให้ร่างครบทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นไปไม่ได้ ประการแรก
ประการที่ ๒ ขอชี้ให้เห็นได้ว่าในร่างของประชาชนนั้นถึง ๑๐,๒๒๗ คนนั้น ได้ผ่านคณะกฤษฎีกามาหมดแล้ว แล้วท่านดูให้ดีว่าในมาตรา ๓ นั้นซึ่งสมบูรณ์แบบ แต่ผมเรียนความจริงว่าได้มีฝ่ายรัฐบาลซึ่งเข้ามาเป็นคณะกรรมาธิการได้แก้ไขของร่างเดิม แล้วก็ได้พูดกันในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการว่าให้เพิ่มตรงนี้มา ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประการแรกในเรื่องของคําว่า เพื่อนมนุษย์ ถ้ามองในแง่ของกฎหมายผมคิดว่ามันคง ไม่เสียหายเท่าไร ก็เรียนชี้แจงท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติที่ท่านได้กล่าวขึ้นมาในเรื่องนี้ ที่บอกว่า ตอนแรกว่ามุ่งหมายจะทําต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจ การวินิจฉัย การบําบัด การรักษา หรือป้องกันโรค หรือการส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพของมนุษย์ คําว่า ของมนุษย์ ตรงนี้ เพราะของแพทย์แผนไทยนั้นเป็นลักษณะพิเศษ ลักษณะเฉพาะที่เราไม่มีสัตวแพทย์เหมือน ของแพทย์ปัจจุบัน เพราะฉะนั้นอย่าเอาแพทย์ปัจจุบันมาปนกับแพทย์แผนไทย เพราะฉะนั้น เขาถึงร่างตรงนี้ใส่คํานี้เข้ามา ในเรื่องของแพทย์แผนไทยนั้นในเรื่องนวด นวดเพื่อการรักษา ผมเรียนว่ามันเป็นศาสตร์และศิลป์ของแพทย์แผนไทยซึ่งท่านอาจจะไม่ได้เข้ามาเรียนในตรงนี้ก็คง ไม่ทราบ ผมเรียนว่า คําว่า นวดรักษา ของแพทย์แผนไทยนั้นมีกรรมวิธีที่คนที่จะต้องเรียน อาจจะเรียนที่ไหนก็แล้วแต่ซึ่งเป็นสถาบันซึ่งเขาได้สอนกันมาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน เป็นที่รับทราบรับรู้แล้วก็เผยแพร่ชื่อเสียงไปต่างประเทศตลอดจนปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านคงทราบว่ามีที่วัดโพธิ์แล้วก็สถาบันต่าง ๆ แล้วปัจจุบันนี้มีมหาวิทยาลัยทั้งหมด ๒๐ กว่า มหาวิทยาลัยที่สอนในเรื่องของการแพทย์แผนไทย เพราะฉะนั้นมันก็มีเรื่องการนวด แต่ว่า ไม่ใช่นวดอย่างเดียว นวดรักษานั้นเพราะเขามีกรรมวิธีของเขาถูกต้อง แต่ว่าถ้าท่านเอามา ปนกันในเรื่องของแพทย์ปัจจุบัน ในเรื่องของการเครียด เครียดนั้นเป็นโรคแพทย์แผน ปัจจุบัน เพราะฉะนั้นในแพทย์แผนโบราณนั้นเขานวดที่ท่านเห็นอยู่ตามร้านที่บอกว่า นวดเพื่อสุขภาพ อันนั้นก็เป็นเรื่องซึ่งไม่ใช่นวดรักษาตามแพทย์แผนไทยต้องเข้าใจตามนี้ด้วย เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนชี้แจง ขอกราบเรียนชี้แจงต่อ ท่านทศพล เพ็งส้ม ท่าน ส.ส. ซึ่งท่านได้พูดไว้เมื่อสักครู่นี้ กราบเรียนว่าในเรื่องของ พ.ร.บ. ฉบับนี้เราไม่ได้เร่งทํานะครับ เราได้เสนอมาเมื่อปี ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นเวลา ๓ ปีแล้ว กว่าจะมาถึงตรงนี้ เพราะฉะนั้นได้มีการตรวจแก้แล้วก็ดูในเรื่องของความหมายของกฎหมาย ต่าง ๆ ตลอดมา เพราะฉะนั้นหลักการที่ผมบอกไปแล้วว่า เราได้นําในเรื่องของหลายเรื่องเข้ามาใส่กันไว้ เช่น ในเรื่องของ พ.ร.บ. ประกอบโรคศิลปะ เพราะฉะนั้นในความหมายข้างล่างที่บอกไว้ในเรื่องของการพัฒนาให้รวมถึงศาสตร์การแพทย์ แผนไทย ซึ่งได้รับการถ่ายทอดและพัฒนาสืบต่อกันมาหรือการศึกษาจากสถานศึกษา หรือความรู้ที่เป็นศาสตร์แพทย์แผนไทยประยุกต์ อันนั้นท่านจะเห็นได้ว่าปัจจุบันนั้น ในแพทย์แผนไทยประยุกต์ได้มีสอนอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชเพียงที่เดียวเท่านั้นเองนะครับ ซึ่งเขามีหลักสูตร แต่ถ้ารวมที่อื่นแล้ว อันนั้นที่โรงพยาบาลศิริราชในครั้งแรกที่สอนมา และตอนนี้ได้มีมหาวิทยาลัยที่อื่น สถาบันอื่น ประมาณ ๙ แห่งนะครับ รวมแล้ว ๙ แห่ง เพราะฉะนั้นตรงนี้เขามีหลักสูตรที่แน่นอน ชัดเจน อันนั้นก็เคลื่อนเป็นสถานศึกษาที่เขาระบุ มาไว้ ส่วนในเรื่องของร่างนี้ ผมเรียนว่าไม่มีปัญหานะครับ เพราะเราไม่ได้มีการรีบร้อน ไม่ได้ มีเจตนาที่จะรีบร้อน เพราะว่าเป็นร่างของประชาชน เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าที่มีการแก้ไข ในร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว ตรงนี้ เราคงไม่บอกว่าคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย แต่ว่าอันนี้มันมีหมอหลายท่านซึ่งได้มา แก้ไข เช่น คุณหมอเทวัญ ซึ่งเมื่อกี้ท่านยังไม่ได้พูดในเรื่องนี้ มาตรา ๓ นะครับ แต่ท่านก็ได้ เสนอขึ้นมาใหม่ ตรงนั้นท่านคงชี้แจงได้นะครับ นอกจากนี้เรามีคุณหมอบัญญัติด้วย ซึ่งท่าน เป็น ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องมาเรียนให้ท่านได้ทราบว่าตรงนี้ไม่ใช่ร่างของ ประชาชนที่ได้มาแก้ไขตรงนี้ แต่ผมก็เห็นด้วยว่าถ้าจะเอาเป็นไปตามของท่านเรวัต สิรินุกูล ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรตินั้น จะไปเอาร่างเดิมของประชาชนก็เห็นด้วยนะครับ ถ้าไม่เอาดังนี้ ไม่เอาตามร่างของนายแพทย์อสิหรือนายแพทย์บัญญัติ ซึ่งเป็น ส.ส. ของฝ่ายรัฐบาลที่ได้ เสนอตรงนี้ออกมา และท่านบอกว่าจะไม่รับรองก็ไม่เป็นไรนะครับ ตรงนั้นก็ถือว่าเราก็ทําตาม หน้าที่กันแล้ว นอกจากนี้ผมเรียนว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ถ้าออกไปแล้วมันเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง กับประชาชน แล้วก็ที่ท่านสงสัยในเนื้อหาต่าง ๆ เหล่านั้น ในคณะกรรมาธิการนั้นได้พิจารณา กันอย่างละเอียดนะครับ บางครั้งถึงสองทุ่ม สามทุ่ม เพราะฉะนั้นเวลาไม่ได้ต่างกับ ที่พิจารณากฎหมายฉบับอื่นเลย ซึ่งผมก็เคยเป็นอดีตคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างข้อบังคับ ของสภาแห่งนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมเรียนให้ที่ประชุมได้ทราบว่าเราได้ร่างอย่างดี แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าจะให้ผ่านไปจะแก้ไขที่สภานี้ ผมเชื่อว่าเป็นไปได้นะครับ ก็ทําได้ ทั้งนั้น เพราะว่าเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติต่อไป ขอขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ อย่างนี้นะครับ ดูทางคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ยังยืนยันตามร่าง ของท่าน แล้วก็ไม่ได้มีทีท่าว่าท่านจะขอถอน ดังนั้นประธานก็จะดําเนินการไปตามข้อบังคับ ก็คือถ้าเราออมชอมกันได้ระหว่างคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากกับเพื่อนสมาชิกหรือผู้สงวน ความเห็นก็ปรับเปลี่ยนถ้อยคําที่คิดว่ามันดีที่สุดที่ทุกฝ่ายพอรับได้ก็จะได้ไม่ต้องโหวตนะครับ แต่ถ้ายังคงยืนยัน คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ยืนยันตามถ้อยคําที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมมา ซึ่งผู้สงวนและสมาชิกไม่เห็นด้วย ก็ต้องโหวตครับ ฉะนั้นก็อยากฟังว่าท่านคณะกรรมาธิการ ที่สมาชิกตั้งข้อสังเกตหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องถ้อยคํา ท่านพอจะมีการ ปรับปรุงโดยใช้คณะกรรมาธิการที่นั่งกันอยู่ ซึ่งก็ส่วนใหญ่แล้วอยู่ที่นี่ เอาให้มันพอรับกันได้ มันจะเป็นไปได้ไหม จะได้ไม่ต้องมาโหวตกันนะครับ ทางฝ่ายเสียงข้างน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คณะกรรมาธิการผู้สงวนนะครับ ท่านพอจะปรับได้ไหม ให้ท่านปรับกันก่อน เพราะว่า ๒ ฝ่ายคือคู่กรณีโดยตรง ถ้าท่านปรับได้แล้วเดี๋ยวมาถามที่ประชุมใหญ่ว่าร่างนี้คือร่างที่ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากกับผู้สงวนเขาปรับปรุงมา ก็ถือว่าเป็นความเห็นชอบของ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากแล้วก็นําเสนอให้ที่ประชุมใหญ่ได้ดู ถ้าท่านพอไปได้ เราก็ผ่านนะครับ แต่ถ้าท่านยังเห็นว่ายังไม่ได้จะเพิ่มเติมอะไรก็ว่ากันจะได้ไม่ต้องโหวต นะครับ เชิญครับท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอเวลา ท่านประธานคุยกับคณะกรรมาธิการสักเล็กน้อยนะครับเพื่อทําความเข้าใจชี้แจงนะครับว่า ผมได้รับมอบหมายจากท่านประธานวิปรัฐบาล ท่านวิทยานะครับ ให้ทําหน้าที่กลั่นกรอง กฎหมาย กฎหมายนี้เป็นกฎหมายหนึ่งที่เรียกได้ ซึ่งท่านอร่ามท่านประธานคณะกรรมาธิการ แล้วหลายท่านที่เข้ามาชี้แจงจะทราบดีครับว่า วิปรัฐบาลให้ความสนใจแล้วก็พยายามชี้แนะ เพื่อที่จะให้กฎหมายนี้เข้ามาสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรให้ได้ แล้ววันที่อยู่ในมือผม กับวันนี้แป๊บเดียวนะครับ ต้องใช้คําว่า เวลาที่ไม่นานเลยนะครับ แต่ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญไม่อยู่ภายใต้อาณัติใดทั้งสิ้น พรรคสั่งใครไม่ได้ เพราะฉะนั้นทางที่ดีที่สุดก็มีทางเลือกครับท่านประธาน จะเอาอย่างที่ ท่านประธานได้กรุณาแนะนํา ซึ่งต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานสามารถ ขอเอ่ยนาม นะครับที่ท่านเปิดช่องว่าพักการประชุมสัก ๕ นาที ๑๐ นาที ๑๕ นาที พบปะพูดคุยกัน กับผู้สงวน ๑ ทาง หรือทางอื่น แต่ว่าถ้าจะดึงดันอย่างที่บางท่านชี้แจงนะครับ ผมไม่อยากจะ พูดว่าถึงที่สุดคืออะไร แต่ว่าทุกคนก็น่าจะคาดการณ์ได้ว่าผมเสียดายความตั้งใจดี ของท่านอร่าม เสียดายความตั้งใจดีของหลายท่านที่ตั้งใจที่อยากให้กฎหมายมันเดินได้ เพราะฉะนั้นถ้าท่านคณะกรรมาธิการเห็นด้วยกับข้อเสนอชี้แนะของท่านประธานที่กําลัง นั่งเป็นประธานอยู่ในขณะนี้ ผมเชื่อว่าจะเป็นช่องทางที่ดีที่สุด แล้วจะทําให้สภาก็ไม่เสียเวลา กฎหมายก็สามารถเดินได้ด้วย ด้วยความเคารพ ผมขอนําเสนออย่างที่ท่านประธานชี้แนะ อีกครั้งหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากท่านมีความเห็นอย่างไรครับ ถ้าท่านคิดว่าจะไป ปรึกษาหารือกันระหว่างผู้สงวนกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากเพื่อปรับเปลี่ยนถ้อยคํา จะเชิญท่านสมาชิกท่านที่ติดใจไปพูดจากัน ผมจะได้พักประชุมให้ท่านมีเวลาได้หารือกัน จากนั้นก็เสนอถ้อยคําใหม่ในนามของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากอีกครั้งหนึ่ง ถ้าไม่มีผู้ใด ติดใจ เราก็จะได้ผ่านมาตรา ๓ นี้ครับ เชิญท่านประธาน
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม อร่าม อามระดิษ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... กระผมได้รับการติดต่อจาก ฝ่ายนายแพทย์ ขออนุญาตเอ่ยชื่อเลยนะครับ ท่านนายแพทย์เทวัญ เราก็ได้ปรึกษากัน นอกรอบแล้วครับ ซึ่งท่านก็มีความคิดเห็นในการที่ว่าเราจะมาปรองดองกัน สําหรับร่างที่ ท่านเสนอเข้ามานี้เป็นร่างของแพทย์ โดยเฉพาะกระผมขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนายแพทย์ บัญญัติกับนายแพทย์อสิ เป็นผู้เสนอเข้ามา แล้วก็ท่านนายแพทย์เทวัญนี่ครับ ได้นําเรื่องนี้ เข้ามาเสนอในที่ประชุมต่อ กระผมอยากจะให้ท่านนายแพทย์เทวัญได้ลองชี้แจงดูก่อนครับ ก่อนที่เราจะพักการประชุม หรือว่าจะดําเนินการต่อไป ผมอยากให้ท่านนายแพทย์เทวัญ ซึ่งได้มาปรึกษากันไว้ก่อนแล้วครับ
เชิญท่านคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผู้สงวนความเห็น เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ เป็นคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย คือทางคณะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยเราก็เป็นห่วงนะครับว่ากฎหมายฉบับนี้ถ้าออกมาแล้วความสมบูรณ์ ถ้ามันไม่มี ความสมบูรณ์จะเกิดผลกระทบที่มากมาย ก็เลยได้ทําปรับแก้ถ้อยความ แล้วก็เสนอให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการพิจารณา ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็บอกว่า ถ้าพิจารณาแล้วเห็นชอบกับทางคณะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็จะมอบหมายให้ผมชี้แจง ซึ่งตอนนี้เท่ากับว่า จะเป็นร่างที่ท่านเห็นชอบกับเสียงข้างน้อยแล้ว ผมก็ขออนุญาตชี้แจงในประเด็นที่ถูกถาม นะครับ
เดี๋ยวครับ หมายความว่าคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้หารือกับคณะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยผู้สงวนความเห็นแล้วไม่ต้องพักประชุมท่านปรับเปลี่ยนถ้อยคํากันได้เลยใช่ไหม
ใช่ครับ
อย่างนั้นท่านก็เสนอถ้อยคําใหม่ต่อที่ประชุมเลย ถือว่าเป็นถ้อยคําของคณะกรรมาธิการเสียง ข้างมากที่ได้แก้ไข เชิญครับ
ถ้อยคํามีดังนี้นะครับ
วิชาชีพการแพทย์แผนไทย หมายความว่า วิชาชีพที่กระทําหรือมุ่งหมาย จะกระทําต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจ วินิจฉัย บําบัด รักษา หรือป้องกันโรค การส่งเสริม และการฟื้นฟูสุขภาพ การผดุงครรภ์ การนวดไทยเพื่อการรักษาโรค และให้หมายความ รวมถึงการเตรียม การผลิตยาแผนไทยและการประดิษฐ์อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ ทั้งนี้โดยอาศัยพื้นฐานความรู้หรือตําราเกี่ยวกับศาสตร์การแพทย์แผนไทยที่ได้พัฒนา สืบต่อกันมา
ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หมายความว่า บุคคลซึ่งได้ขึ้นทะเบียน และรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยจากสภาการแพทย์แผนไทย
หมอพื้นบ้าน หมายความว่า บุคคลซึ่งมีความรู้ ความสามารถในการส่งเสริม และดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่นด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตามวัฒนธรรม ของชุมชนที่สืบทอดกันมานานเป็นที่นิยมยกย่องจากชุมชน โดยมีประชาชนในหมู่บ้านรับรอง ไม่น้อยกว่า ๑๐ คน หรือเป็นผู้ที่ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ใบอนุญาต หมายความว่า ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์ แผนไทยของสภาการแพทย์แผนไทย
สมาชิก หมายความว่า สมาชิกสภาการแพทย์แผนไทย
กรรมการ หมายความว่า กรรมการสภาการแพทย์แผนไทย
คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการสภาการแพทย์แผนไทย
เลขาธิการ หมายความว่า เลขาธิการสภาการแพทย์แผนไทย
รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ครับ
คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากตามนี้นะครับ ก็หมายความว่า คําว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ ก็ตัดทิ้งนะครับ ถูกต้องตามนี้นะครับ คณะกรรมาธิการไม่มีใดผู้ทักท้วงแล้ว ท่านสมาชิกครับ ถ้อยคําใหม่ที่มีการปรับแก้ซึ่งถือเป็นถ้อยคําที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นชอบ ท่านสมาชิกรับได้นะครับ ไม่มีท่านใดติดใจนะครับ เชิญหมอบรรพตครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม บรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ครับ กรรมาธิการ ท่านประธานครับ ถึงแม้จะปรับเปลี่ยนถ้อยคําอย่างไรนะครับ ผมก็คิดว่ามันยังมีส่วนที่ผมได้อภิปรายไว้ แล้วผมต้องขออภัยจริง ๆ นะครับว่าผมรับไม่ได้ เนื่องจากว่าอะไรครับ เนื่องจากผมมอง เห็นว่าสภาการแพทย์แผนไทยควรจะค่อย ๆ มีการพัฒนา มีวิวัฒนาการของตัวเอง ขณะนี้นะครับท่านคณะกรรมาธิการท่านหนึ่งก็ได้ชี้แจงไปแล้วว่า มีสถาบันที่เปิดสอนระดับ ปริญญา ระดับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ถามว่ามีกี่สาขาที่ระบุไว้ในมาตรา ๓ นี้ ผมคิดว่า ไม่เกิน ๒ นั่นก็คือ สาขาการแพทย์แผนไทย และสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ และอีก ๔ สาขาละครับ ท่านดึงเข้ามาอยู่ในระบบการควบคุมของท่านด้วย มีหลักประกันอะไรที่จะ ให้เขามาสู่วิชาชีพนี้อยู่ในสภาวิชาชีพนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผดุงครรภ์ไทย เภสัชกรรมไทย ที่ท่านบอกว่าผลิตยาแล้วอุปกรณ์เกี่ยวกับเรื่องการแพทย์แผนไทย หรือการนวดไทย หรือแม้แต่หมอพื้นบ้านทั้งหมด ๖ สาขา ผมเชื่อ ผมมองดูแล้วคือจะมีสถาบันที่ท่านพยายาม อธิบายนี้มีแค่ ๒ สาขาเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าผมรับไม่ได้ ในการที่ท่านจะเอา มาก ๆ เอาสาขาที่เขาทํางานอยู่แล้ว อีกทั้งขณะนี้ก็มีกฎหมายที่ดูแลเขาอยู่ แล้วก็เป็นปกติ สุขดี ท่านประธานครับ ถึงแม้จะไม่มีกฎหมายสภาวิชาชีพนี้ สาขาต่าง ๆ เหล่านี้เขาก็มี กฎหมายดูแลอยู่ นั่นก็คือพระราชบัญญัติประกอบโรคศิลปะ ซึ่งมีคณะกรรมการประกอบ โรคศิลปะสาขาต่าง ๆ ดูแลพิจารณาในเรื่องของการปฏิบัติ จริยธรรม มาตรฐานวิชาชีพเขาอยู่ ราบรื่นดี ครับ ไม่มีปัญหาอะไรเท่าที่ผมฟังข่าว เพราะว่าผมเองก็เคยเป็นตัวแทนในคณะกรรมการ ประกอบโรคศิลปะนี้ ซึ่งอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติประกอบโรคศิลปะ ท่านประธานครับ จึงน่าจะต้องเป็นเรื่องของการที่ค่อย ๆ มีวิวัฒนาการ ไม่ใช่ท่านต้องการที่จะได้ทุก ๆ สาขา เข้าไปอยู่ในอาณัติของท่าน ตั้งแต่เริ่มมีสภาวิชาชีพเลย ผมเรียนถามนะครับ ท่านที่ริเริ่ม ในเรื่องของกฎหมายฉบับนี้ผมคิดว่าท่านนี้มีประสบการณ์จริงครับ มีคุณวุฒิจริง แต่อยู่ใน ๒ สาขาแรกที่ผมได้กล่าว คือการแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนไทยประยุกต์ อย่างอื่น ผมไม่มั่นใจหรอกครับว่าท่านมีประสบการณ์ที่จะดูแลอีก ๔ สาขาตรงนั้นหรือเปล่า ผมย้ํา อีกทีหนึ่งนะครับ ตั้งแต่ผดุงครรภ์ไทย เภสัชกรรมไทย นวดไทย หมอพื้นบ้านอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านมีความสามารถที่จะดูแลเขาหรือครับ การมีสภาวิชาชีพนั้นหมายถึงว่าเรากําลัง จะมอบอํานาจของสังคมไทยให้อยู่ในมือของสภาวิชาชีพไปดูแลกันเอง แต่ในเมื่อท่านยังไม่มี ความพร้อมในจุดนี้ และเริ่มต้นท่านก็จะรวบทั้งหมดเข้ามาอยู่ในอาณัติของท่านเสียแล้ว ผมถึงบอกย้ําเหลือเกินนะครับว่า มันเป็นการสร้างความรุนแรงเชิงโครงสร้างโดยแท้จริง
อีกประการหนึ่ง ท่านบอกว่าร่างของประชาชน ๑๐,๐๐๐ รายชื่อ ร่างของ คุณหมอทั้ง ๒ ท่านที่เสนอเข้ามานี้ ก็เป็นร่างที่ได้มีการเอามาพูดกันในคณะกรรมาธิการ แม้แต่ในเรื่องของการผ่านสภาในวาระรับหลักการวาระแรกไปแล้วก็ตาม แต่ท่านครับ ยังไม่เห็นมีใครพูดเลยครับ ผมคิดว่าเป็นกฎหมายที่ค่อนข้างจะแปลกประหลาดมาก ๆ ที่ไม่มี ร่างของ ครม.เข้ามาตรงนี้ แล้วที่ผมทราบนะครับทางกระทรวงสาธารณสุขเองก็บอกให้รอก่อน รอคุยกันก่อน รอให้ตกผลึกก่อนแล้วค่อยเสนอร่างกฎหมายดีไหม แต่ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน นะครับว่าทําไมรีบร้อนกันมากนัก เพราะฉะนั้นมีมาตราถัด ๆ ไปที่กฎหมายที่เจ้ากระทรวง ที่จะต้องรับผิดชอบนี้จะต้องมาเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ เขาไม่ได้มีส่วนร่วมเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ต้องยอมรับนะครับว่าไม่ได้มีส่วนร่วมเกี่ยวกับเรื่องนี้ เลยครับ จริงอยู่ครับ เราเคารพครับความคิดเห็นของประชาชน แต่อย่างไรก็ตาม การที่จะทํา ให้ขับเคลื่อนอะไรสักอย่างหนึ่งมันต้องมีพลังหลาย ๆ พลังมาขับเคลื่อนกัน ลําพังพลังของ ประชาชนเราก็เคารพครับ เราก็เห็นด้วยครับ แต่เพื่อที่จะให้นําไปสู่การปฏิบัติได้จริง ผมคิด ว่ามันมีความจําเป็นนะครับที่จะต้องให้ภาครัฐเข้ามามีส่วนร่วมตรงนี้ด้วย ขณะนี้ภาครัฐไม่ได้ เข้ามามีส่วนร่วมในกฎหมายฉบับนี้เลยครับ เพราะฉะนั้นผมถึงคิดว่าตามที่ ส.ส. หลายท่านมี ความหวังดี ผมก็ยืนยันนะครับว่า เรามีความหวังดี เราไม่ได้มองว่าใครเป็นอย่างไร เร่งร้อน หรืออย่างไร หรือไม่ มีอะไรผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่เบื้องหลังหรือไม่ แต่เรามองดูเนื้อหา สาระแล้วผมคิดว่ามันก็มีทางเลือกอยู่ ๒ ทาง ทางหนึ่งก็คือท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ เสนอ แล้วก็ ภายใต้การแนะนําของท่านประธาน ทางที่ ๒ ผมก็คิดว่า อยากจะให้ถอนไปเถอะครับ มันก็ ไม่ได้เสียหายอะไร อย่างที่ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ คุณหมอวรงค์ได้แนะนําไป ผมไม่มี เรื่องที่จะอคติหรือขัดแย้งอย่างไร แต่ผมเป็นห่วงครับ อยากให้กฎหมายมันค่อย ๆ วิวัฒนาการครับ แต่ถ้าเกิดว่าท่านต้องการทั้ง ๖ สาขาเข้ามาอยู่ในอาณัติ ทั้ง ๆ ที่ท่านยังไม่มี ความพร้อม อย่างนี้สังคมจะมอบอํานาจให้ท่านไปดูแลกันเองได้อย่างไร มันไม่ปลอดภัย ทั้งสําหรับผู้ที่จะประกอบวิชาชีพนี้ และไม่ปลอดภัยสําหรับประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านทศพล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ก็อย่างที่กราบเรียนเมื่อสักครู่ที่ผมอธิบาย ผมคิดว่าท่านประเสริฐคงเข้าใจ เพราะคุ้นเคยกันดี แต่สิ่งที่สําคัญที่ผมบอกว่า ท่านเพิ่มเติมเข้ามาใหม่นะครับ เดิมทีเดียวร่างประชาชนไม่มี ในส่วนที่ท่านเพิ่มเติมเข้ามา ท่านให้หมายความรวมถึงท่านไปขยายความ ผมถึงบอก เมื่อสักครู่นี้ ที่ผมกราบเรียนนะครับว่าไม้ที่กดจุด มีเฉพาะที่ขายที่เชียงใหม่ มันจะรวมถึง แหล่งผลิตด้วย โดยเฉพาะนะครับ การเตรียมที่ผมกราบเรียนท่านเมื่อสักครู่นี้ เตรียมยา แผนไทยครับ ผมบอกอีกหน่อยชาวบ้านแถวพื้นที่ปริมณฑล ปลูกสมุนไพร ทุกที่จะต้องมี ใบอนุญาตหมดทุกบ้านนะครับ ปลูกไม่ได้เลยครับ เขาปรุงยาเองครับ ผมถามว่าแล้วจะแก้ไข อย่างไรครับ เมื่อสักครู่นี้อย่างที่คุณหมอวรงค์พูดเรื่องนวด เดี๋ยวนี้หลายพื้นที่เดินไปเดินมา เขาถามว่าเมื่อยไหม เขาช่วยนวดให้ ๑๐๐ บาท อย่างนี้ถ้าเกิดว่าใช้กฎหมายฉบับนี้ไปรีดไถ คนยากคนจน ทําอย่างไรครับ ต้องมีใบอนุญาตตลอด ผมถึงบอกว่าใบอนุญาตมันมีกฎหมาย ที่บังคับเกี่ยวกับเรื่องโทษไว้ด้วย ในทางตรงข้าม ผมไม่ได้ขัดข้องในการออกกฎหมายฉบับนี้ แต่สิ่งที่สําคัญในการออกกฎหมาย แพทย์แผนไทยมันเป็นเรื่องการใช้ ๑. ความรู้ ความสามารถของท้องถิ่น ๒. สิ่งที่ตามมาก็คือ ชุมชนเขา ชุมชนแต่ละชุมชนไม่เหมือนกัน ครับ ชุมชนแต่ละชุมชนนั้นมีจิตวิญญาณในการรักษา แผนไทยไม่เหมือนกันครับ แต่เวลา ออกกฎหมายฉบับนี้มา ผมถึงบอกนะครับมันมีเงื่อนไขอื่นอีก นอกจากมาตรา ๓ ที่จะต้องขึ้นทะเบียนมันก็จะมีปัญหาทันที ผมไม่อยากออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อไปบังคับ จิตวิญญาณของคนที่เป็นแพทย์แผนไทยปัจจุบันนี้ เพื่ออะไรครับ เพื่อไปทําลายครับ เขาบอกว่าเขาอยากจะสอนลูกหลานเขาให้มีความรู้ ความสามารถเรื่องแพทย์แผนไทย เขาบอกมีปัญหาครับ เนื่องจากจะต้องมีการขึ้นทะเบียน สถานศึกษา เขาบอกเขาสอนคนเดียวครับ ตรงนี้ผมถึงบอกว่านี่เฉพาะประชาชนนะครับ ยังมีหมอนะครับหรือแพทย์แผนไทยที่จากพระอีกครับ ผมถึงบอกว่าเราต้องดูให้ลึกซึ้งนะครับ ว่าขนบธรรมเนียมประเพณีไทยในการที่จะดูแลแพทย์แผนไทยผมไม่ขัดข้องในการเขียน กรอบ แต่ขัดข้องอย่างเดียวในการขยายกรอบครับ มันก็ยังมีปัญหาในทางปฏิบัติ เมื่อมี ปัญหาทางปฏิบัติมันเป็นทําลายแพทย์แผนไทยโดยอัตโนมัติครับ ถึงเวลาไม่มีการขยายตัว ไม่มีการสอนครับก็ตายตามตัวคุณหมอไปเพราะบอกไม่อยากสอน เพราะเนื่องจากจะมี ปัญหาในการสอนทันที เพราะว่าไม่อยากไปขึ้นวิชาชีพ แต่อยากจะสอนลูกหลานว่าในการ ดูแลสุขภาพแบบไทย ๆ นั้นทําอย่างไร ก็ฝากท่านคณะกรรมาธิการด้วยนะครับว่าช่วยกลับ ไปปรับปรุงดีกว่าเพราะไม่อย่างนั้นแล้วกฎหมายฉบับนี้ออกมาผมว่ามันเหมือนกับไปดึง แพทย์แผนไทยให้ถอยหลังมากกว่า ขอบคุณท่านประธาน
ประธานจะให้โอกาสคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกอีกครั้ง หนึ่งครับ ถ้าเพื่อนสมาชิกฟังแล้วยังติดใจคณะกรรมาธิการก็ยืนยัน ประธานก็จําเป็นต้อง ขอมติ เชิญท่านคณะกรรมาธิการ
เรียนท่านประธานที่เคารพ อย่างสูงและท่าน ส.ส. ผู้มีเกียรติ กระผม ดอกเตอร์ประเสริฐ ลิ่มประเสริฐ กรรมาธิการ ผมขอกราบเรียนชี้แจงที่ถูกพาดพิงถึงด้วยนะครับ
ประการแรก ขอเรียนทางท่านหมอบรรพตนะครับ เรียนว่าการแพทย์ แผนไทยนั้นเราได้มีการวิวัฒนาการมา แล้วก็มีสถาบันได้มีการเปิดสอนทั้งระดับปริญญา และที่บอกว่าทั้งมหาวิทยาลัยหลายแห่งซึ่งมี ๒๐ กว่าแห่งที่ว่านี้ และนอกจากนี้มีการเปิด สอนทั่วประเทศ ผมเรียนว่าตรงนี้สาขาจริง ๆ แล้วท่านอย่าเอาไปปนกันกับหมอปัจจุบัน เพราะว่าในแพทย์แผนไทยนั้นเขามีแยกอยู่แล้วโดยออโตเมติก (Automatic) ซึ่งในแพทย์ แผนไทยนั้นมีสาขาผดุงครรภ์ มีเภสัชกรรม มีเวชกรรม แล้วก็มีนวดซึ่งเพิ่มมาทีหลัง เพราะฉะนั้นตรงนี้เขารวมอยู่ในนี้ ส่วนหมอพื้นบ้านนั้นเขาก็เป็นแพทย์แผนไทยชนิดหนึ่ง ซึ่งอยู่ในแพทย์แผนไทย เพราะฉะนั้นถ้าเราไปแยกว่าอย่างโน้นอย่างนี้มันไม่ได้เพราะมันอยู่ ในอันเดียวกันทั้งหมด ตรงนั้นขอเรียนให้ทราบว่ามันไม่ใช่มี ๒ สาขาที่ท่านเข้าใจ ท่านอาจจะ เข้าใจคลาดเคลื่อนตรงนี้ก็ขอเรียนชี้แจงนะครับ
ที่ท่านถามว่ามีหลักประกันอะไรให้เข้ามาในเรื่องผดุงการเภสัชกรรมแล้วก็ ในเรื่องของนวดแล้วก็หมอพื้นบ้าน เขาอยู่ของเขามาอยู่แล้ว แล้วเขารวมตัวกันมาอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเรียนว่าในสมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทยนั้นมีสาขา ทั่วประเทศ มีทั้งหมอพื้นบ้าน มีทั้งหมอแพทย์แผนไทยประยุกต์ มีทั้งทุกฝ่ายอยู่รวมกันที่มา ยื่นกฎหมายฉบับนี้ต่อรัฐสภานะครับ เขามาจากทุกหน่วยงานทั่วประเทศที่เขารวมกันมา ตรงนี้ เรียนชี้แจงให้ท่านได้ทราบว่าถึงครอบคลุมถึงตรงนั้น
นอกจากนี้สถาบันทั่วไปท่านอาจจะเข้าใจผิด ถ้ามีการเรียนการสอนในเรื่อง ของแพทย์แผนไทยเขาสอนหมดครับ สอนทั้งนวด ๑ นวด ๒ นวด ๓ นวด ๔ สอนทั้ง เวชกรรมไทย สอนทั้งเภสัชกรรมไทย คนที่จบทางด้านแพทย์แผนไทยนั้นเขาจะรู้หมด ทุกสาขารวมถึงการผดุงครรภ์ไทยด้วย รวมทั้งหมอพื้นบ้านเขาก็เรียนด้วย ก็เหมือนกับที่ ท่านเรียนหมอปัจจุบันนั่นเอง
นอกจากนี้ถ้าท่านบอกว่ามาตรฐานกับวิชาชีพผมกราบเรียนว่าให้มีสภา เถอะครับ ท่านจะเห็นว่าสภาทนายความนะครับเมื่อก่อนก็เหมือนอย่างนี้ละครับที่เข้ามา ในสภาแห่งนี้ได้ออกไป เพราะฉะนั้นเมื่อมีสภาแล้ว มีสภาวิชาชีพแล้วให้ประชาชนเขาซึ่งได้มี ส่วนร่วมตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแล้วเขาก็ปกครองตนเองได้ ท่านจะเห็นว่าสภาทนายความ นั้นมีความเจริญจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้รัฐบาลยังให้งบประมาณด้วยซ้ําไปนะครับ เป็น ๑๐๐ ล้านบาท
นอกจากนี้ผมเรียนว่าที่ท่านบอกว่าท่านเคยเป็นกรรมการวิชาชีพนะครับ ท่านก็ต้องทราบดีว่าการแพทย์แผนไทยนั้นมีทั้งเภสัชศาสตร์ สาขาเภสัชศาสตร์ซึ่งเป็น ตัวแทนเข้ามา สาขาเวชกรรมไทย แล้วก็สาขาผดุงครรภ์ และปัจจุบันนี้มีนวด เพราะฉะนั้น เขาจะมีตัวแทนแต่ละที่เข้ามาเป็นกรรมการวิชาชีพซึ่งมันมีอยู่เดิมตรงนั้น เพราะฉะนั้น ถ้าแยกมาบุคคลเหล่านี้ก็เข้ามาอยู่ในสภาก็สามารถสร้างความเจริญพัฒนาให้สภาแพทย์ แผนไทยเป็นสภาวิชาชีพเจริญได้ เรียนให้ท่านได้คลายความกังวลตรงนี้ นอกจากนี้ผมเรียน ว่าการที่เริ่มกฎหมายฉบับนี้นะครับ ทุกท่านนั้นมาแต่ละท่านนั้นได้มาด้วยความคับข้องใจว่า เข้ามาออกกฎหมายให้เขาแล้ว ถ้าสภาแห่งนี้ออกกฎหมายให้เขาแล้วเขาจะอยู่อย่างมีศักดิ์ มีศรี แล้วก็สามารถที่จะประกอบวิชาชีพ เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าการเป็นสภาแพทย์แผนไทย ตาม พ.ร.บ. วิชาชีพฉบับนี้นั้นกรรมการเวลาเขาจะทํางานต่าง ๆ เหล่านั้นเขาทําเป็นรูป คณะกรรมการไม่ใช่มามีคนใดคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นว่าในร่างนั้นเขาเขียนไว้อย่างดี เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าตรงนี้แหละมันเป็นเรื่องซึ่งมีความจําเป็นและมีความสําคัญแล้วก็ไม่ได้ รีบร้อนนะครับ เพราะทํามาถึง ๓ ปีแล้ว
นอกจากนี้ที่ท่านบอกว่ามีความพร้อมหรือไม่ ผมก็เรียนว่าชี้ให้เห็นว่าสภา ทุกสภาที่เขาออกไปแยกจากวิชาชีพเดิม เดิมก็มีแพทยสภา มีสภาทันตแพทย์ สภาพยาบาล อะไรต่าง ๆ เหล่านั้นนะครับ ถ้าท่านไม่ให้เขาออกไปแล้วเขาจะมีความพร้อมได้อย่างไร เพราะฉะนั้นเขาพร้อมถึงเขาจะออกไป เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อออกกฎหมายให้เขาไปแล้วปฏิบัติ ตามนี้มันก็มีความพร้อมอยู่แล้วนะครับไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่เสนอกฎหมายเข้ามา ผมเรียน ชี้แจงท่าน
นอกจากนี้จะเห็นได้ว่าในเรื่องโครงสร้างนะครับ ในโครงสร้างตรงนี้นะครับ ได้คิดกันอย่างดีแล้วนะครับว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งมี ๕๐ กว่ามาตรา ตรงนี้มัน ครอบคลุมแล้วก็มันเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เราเข้ามาส่งเสริมไม่มีการทําลาย เพราะฉะนั้น ผมเรียนว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้แปลกประหลาดหรอกครับ ท่านอย่าไปรอเลย ถ้าท่านรอ เท่ากับท่านถ่วงความเจริญให้กับประชาชนซึ่งก็ได้ร่างได้เสนอกฎหมายเข้ามา แต่ไม่เป็นไร ผ่านไม่ผ่านมันเป็นเรื่องธรรมดาในการโหวตของท่านนะครับ
ผมเรียนท่านผู้ทรงเกียรติอีกท่านหนึ่งนะครับ ก็คือท่านทศพล เพ็งส้ม เมื่อสักครู่นี้ท่านบอกในเรื่องว่าการที่ผลิตเครื่องอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการช่วยตัวเอง ก็คือ การนวด เช่น ไม้อะไรต่าง ๆ เหล่านั้น ผมเรียนว่าตรงนั้นมันเป็นอิสระเสรีภาพที่เขาทําได้อยู่แล้ว อะไรก็ตามที่เอามาเพื่อใช้กับส่วนตัวอันนั้นเขาทําได้ท่านไม่ต้องไปกังวล นอกจากนี้การปลูก สมุนไพรนะครับก็ทําได้เหมือนเดิมมีอิสระเสรีภาพเราไม่เข้าไปควบคุมตรงนั้นหรอกครับ เพราะว่าผักสวนครัวทุกวันที่ท่านกินอยู่ก็เป็นสมุนไพร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์อยู่แล้วนะครับ ที่ท่านทําอยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่เข้าควบคุมแน่นอนนะครับ เป็นอิสระที่จะทําได้ เพราะฉะนั้นท่านไม่ต้องเป็นกังวลนะครับ
นอกจากนี้ที่เขาห้ามอย่างเดียวที่ท่านถาม ท่านผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งท่านถามว่า ถ้าเพื่อนให้นวดให้เพื่อนซึ่งปวดเมื่อยหรือเครียดก็จะเป็นปัญหาไหม ซึ่งมันมีอยู่แล้ว ในจรรยาของแพทย์แผนไทย ถ้าท่านไม่ทําเพื่อการค้าท่านทําเพื่อตัวเอง นวดเพื่อตัวเอง หรือว่าช่วยเพื่อสงเคราะห์นะครับ ตรงนั้นมันก็ไม่มีปัญหา เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องเล็กน้อย นะครับไม่จําเป็นจะต้องเอามาพูดในรายละเอียดตรงนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าเขาทํา ได้อยู่แล้วเว้นแต่เข้าไปควบคุมคนที่ไปทําการค้าในเรื่องของที่ไม่มีใบอนุญาตไปเปิดนวด อันนี้ มันไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นจะต้องมีความรู้ พวกเราคํานึงถึงความปลอดภัยสุขภาพของ ประชาชนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นตรงนี้ในที่เราร่างกฎหมายฉบับนี้ออกมาก็ควบคุมแล้ว นะครับ
นอกจากนี้ในเรื่องความรู้ความสามารถของชุมชนแต่ละชุมชนนะครับ ผมเรียนว่าแต่ละที่นั้นก็ต่างกันจริง ใช่ ผมเรียนว่าในเรื่องของการสอนนะครับของแพทย์ แผนไทย ท่านอาจจะไม่เข้าใจผมก็ชี้แจงให้ท่านทราบนิดหนึ่งว่าการมอบตัวเป็นศิษย์ เพราะฉะนั้นของแพทย์แผนไทยนั้นมีอิสระที่จะใครก็ได้ทั้งประเทศ ๖๕ ล้านคนที่จะมาเป็น แพทย์แผนไทย เพียงแต่ท่านไปทําตามกฎ ตามระเบียบ เรียนสืบต่อกันมา มอบตัวเป็นศิษย์ กับครู หรือว่าเข้าไปเรียนในสถาบันต่าง ๆ ที่มันมีสอนอยู่ หรือแม้แต่สถานที่ที่สอนคนเดียว ก็ทําได้ เพราะฉะนั้นท่านทราบไหมว่ามันมีสถานที่สอนนี้เป็นหมื่นแห่งทั่วประเทศ ท่านอาจจะไม่ทราบตรงนี้ อาจจะส่วนตัวบุคคล แล้วก็ทุกที่ที่เขาสอนเขามีใบของเขา เพราะมิฉะนั้นทางการก็จะไปจับเขา เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมเรียนว่าให้ท่านไว้วางใจเถอะว่า เขามีความพร้อม เขาสามารถที่จะปกครองตนเองได้ ผมก็ชี้ให้เห็นว่าสภาทนายความ เมื่อก่อนตอนแรกก็เป็นสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยรวมตัวกันกับทนายความ ทั่วประเทศ สุดท้ายก็ออกมาเป็น พ.ร.บ. ทนายความ ท่านก็ดูสิครับ สภาทนายความมี ความเจริญมั่นคง แล้วก็เป็นหลักของประเทศจนถึงปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้นในทางการแพทย์ แผนไทยก็เช่นกัน ถ้าเป็นสภาแพทย์แผนไทยแล้วผมเชื่อว่าตรงนี้จะทําประโยชน์ให้กับ ประชาชนมหาศาล แล้วก็จะช่วยสนับสนุน ส่งเสริม ไม่ใช่เป็นการทําลาย ท่านอย่าไปคิดก่อน เพราะฉะนั้นเขาทําเป็นหมู่เป็นคณะ เป็นคณะกรรมการ ไม่มีใครกล้าไปทําผิดหรอกครับ เพราะฉะนั้นถ้าทําผิดขึ้นมาก็ต้องถูกลงโทษอยู่แล้ว ทางอาญา ทางแพ่งมันมีอยู่แล้ว กฎหมาย มันมีอยู่แล้ว ขอกราบเรียนชี้แจงอย่างนี้ ขอบคุณครับ
เดี๋ยวก่อนที่คณะกรรมาธิการจะชี้แจงเพิ่มเติมนะครับ ผมขอต้อนรับผู้เข้าชมการประชุม สภาผู้แทนราษฎรนะครับ ยินดีต้อนรับพี่น้องประชาชนจากชุมชนลําสาลี เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร และพี่น้องจากจังหวัดพิษณุโลก อําเภอนครไทย ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎร กําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระที่สองอยู่นะครับ เชิญท่านคณะกรรมาธิการชี้แจงเพิ่มเติมครับ
ท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธีรัจชัย พันธุมาศ ในฐานะคณะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ ตัวผมเองได้ฟังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายเกี่ยวกับ ร่างสภาวิชาชีพการแพทย์แผนไทยกับท่านคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ซึ่งค่อนข้างจะมี ความเห็นที่แตกต่างกัน ตัวผมเองนั้นได้เข้ามาเป็นคณะกรรมาธิการในคณะนี้ เราได้มีการ พิจารณากันค่อนข้างจะเร่งรีบ เนื่องจากว่ามันเป็นนิมิตหมายอันดีที่ภาคประชาชนได้เสนอ กฎหมายนี้เข้ามา สิ่งนี้เป็นนิมิตหมายซึ่งไม่ค่อยมีเกิดขึ้นเท่าไรในสภาแห่งนี้ และตัวผมเอง และคณะกรรมาธิการทั้งหมด และสมาชิกทุกท่านที่เคยอภิปรายไม่ว่าทุกพรรคการเมืองก็มี ความเห็นสอดคล้องในหลักการที่อยากจะให้สภาวิชาชีพแห่งนี้เกิดขึ้น แต่ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในระหว่างที่เราพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากว่าเข้ามาในกรณีของ ช่วงที่ใกล้จะมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศมา จึงทําให้มีการ เร่งรีบในการพิจารณาค่อนข้างมาก ตรงนี้กฎหมายวิชาชีพแพทย์แผนไทย สภาวิชาชีพ แพทย์แผนไทยมันอาจจะแตกต่างกับวิชาชีพแพทย์ด้านอื่น เนื่องจากว่าเราเกิดจากปรัชญา ตะวันออก มีการพิจารณาองค์รวม ไม่เหมือนปรัชญาตะวันตก มันเป๊ะ ๆ ไปหมดในส่วนนี้ เรามีรายละเอียดจะต้องพิจารณา มันมีวิถีชีวิตชุมชนของแพทย์พื้นบ้าน มันมีวิถีการรักษา แบบสมุนไพร ซึ่งแตกต่างจากแพทย์แผนปัจจุบัน ดังนั้นถ้าเกิดว่าเราใช้วิธีการรีบอย่างเร่งรีบ เพื่อให้กฎหมายผ่าน ซึ่งผมก็อยากจะให้ผ่านนะครับ คณะกรรมาธิการทุกท่านก็อยากจะให้ ผ่าน ถ้าเราอยากให้ผ่าน แต่ว่าเมื่อผ่านไปแล้วกฎหมายมีปัญหา การควบคุมผู้ประกอบ วิชาชีพให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอาจจะไม่บรรลุผลได้ หรือว่าการพัฒนาวิชาชีพของ แพทย์แผนไทยจะเจริญก้าวหน้าก็อาจจะไม่เกิดขึ้นได้ ขนาดในคณะกรรมาธิการยังมี ความคิดเห็นแตกต่างในส่วนเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย ในสภาแห่งนี้ท่านสมาชิกแต่ละ ท่านก็มีความเห็นแตกต่างกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากและเสียงส่วนใหญ่ ซึ่งถ้าเกิดเราเดินกฎหมายนี้ต่อไป อนาคตที่เห็นอันใกล้ก็คือว่ากฎหมายนี้จะไม่ผ่านสภาแห่งนี้ ผมเป็นห่วงครับ ผมเป็นห่วงความตั้งใจของท่านประธานคณะกรรมาธิการและ คณะกรรมาธิการหลายท่านที่ร่วมกันผลักดันมาหลายปี และผมก็เห็นพ้องด้วยกับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ คือท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ขออนุญาต เอ่ยนาม ที่เสนอว่าควรที่จะมีการถอนออกไปก่อน เพื่อจะเป็นการทบทวนให้ดี ถึงแม้ว่าถอน ออกไปแล้วกฎหมายนี้ก็ยังคาอยู่ในสภาแห่งนี้ เมื่อมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป สมมุติว่ามีการยุบ สภาตามที่มีการออกข่าวขึ้นมาในขณะนี้ ยุบสภาขึ้นมาใหม่กฎหมายก็สามารถยืนยันขึ้นมาต่อ ได้ เราไม่ต้องไปนับ ๑ ใหม่ครับ เพราะถ้าปล่อยไปแล้วกลับมานับ ๑ ใหม่ กว่าจะผ่าน กระบวนการเข้ามา มันเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญ ดังนั้นผมขอกราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพนะครับผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการได้โปรดพิจารณาอีกครั้งหนึ่งนะครับ ได้กรุณาถอนร่างนี้กลับไปทบทวนอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ร่างนี้ได้คาอยู่ในสภา และจะได้เดินหน้า ไปครั้งต่อไป เพราะถ้าผ่านไปมันจะตกไปเลย ผมคิดว่าน่าจะตกไปเลยนะครับในส่วนนี้ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกคืออย่างนี้นะครับ จริง ๆ เราก็เดินหน้ามาแล้วก็มีการเสนอถ้อยคําใหม่ ในคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็ออมชอมกับเสียงข้างมาก เสียงข้างมากก็รับของเสียงข้าง น้อยมาปรับปรุง แล้วเสนอร่างใหม่ต่อที่ประชุมสภาแล้ว ก็พียงแต่มีท่านสมาชิกท่านติดใจ ตั้งข้อสังเกตอยู่ ๒ ท่าน ผมก็ให้คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากทานได้ชี้แจงแล้ว เรื่องการ ถอนร่างมันคงจะลําบากในเมื่อคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากท่านยังยืนยัน คือแม้จะถอนร่าง ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๓ ก็ต้องโหวตอยู่ดีว่าสภาจะอนุญาตให้ถอนไหม อย่างไรก็ต้องโหวต ทีนี้ เมื่อคณะกรรมาธิการชี้แจงแล้ว ท่านสมาชิกได้ฟังแล้วท่านพอไปได้ไหมครับ เราจะได้ผ่าน มาตรา ๓ หรือท่านจะยืนยันยังจะให้โหวต คือถอนกับโหวตจะเดินต่อ สมมุติท่านติดใจก็ต้อง โหวตอยู่ดีนะครับ เชิญท่านบรรพตครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม บรรพต ต้นธีรวงศ์ สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอเรียนท่านคณะกรรมาธิการ เสียก่อนนะครับว่า ในฐานะที่เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะคว่ํา กฎหมายนี้แต่ประการใดเลย ถ้าเกิดว่าเราสามารถที่จะปรับปรุงหลักการ แนวคิด เหตุผล ซึ่งออกมาเป็นสารบัญญัติที่อยู่ในกฎหมายแต่ละมาตรานี้ได้ ทีนี้ประเด็นปัญหามีอยู่ว่า มันค่อนข้างจะห่างกันในเรื่องของหลักการและแนวคิด อย่างที่ผมได้พยายามอภิปรายว่า ขอให้ค่อย ๆ เป็นการพัฒนาการในเรื่องของการมีสภาแพทย์แผนไทย ค่อย ๆ เอาสาขาที่เป็น รูปเป็นร่าง มีหลักสูตร มีสถาบันที่สอนพร้อมแล้วเข้ามา คําชี้แจงของท่านผมก็คิดว่ามันเป็น คําที่ไม่ใช่ชี้แจง เป็นการต่อว่าต่อขานมากกว่า ซึ่งผมคิดว่าไม่น่าที่จะทําในลักษณะเช่นนี้
แล้วประเด็นเรื่องหมอพื้นบ้าน ผมฟังแล้วผมก็คิดว่าท่านก็ยอมรับละครับว่า มันยังไม่เป็นชิ้นเป็นอันที่จะเอาเข้ามาสู่วิชาชีพในลักษณะของหลักสูตรหรือว่าสถาบันที่มีการ เปิดการเรียนการสอนที่แน่ชัดแล้ว เพราะมันเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่สั่งสมกันมา ผมถึงได้ ยืนยันนะครับว่าหลักการไม่ควรเลยที่จะเอาหมอพื้นบ้านเข้ามาอยู่ในสภาแพทย์แผนไทยนี้ ต่อไปมันจะมีพัฒนาการอย่างไรแล้วค่อยว่ากันทีหลัง แต่เอาเข้ามา ซึ่งก็ได้ท้วงติง ก็ยกตัวอย่างไปแล้ว ผมจะไม่พูดซ้ํานะครับ ผมถึงอยากจะสรุปอย่างนี้นะครับว่า ในความ คิดเห็นของกระผมต่อมาตรา ๓ ถึงแม้ว่าท่านจะเสนอแก้ไขอะไรมาบ้างแล้ว ผมคิดว่าผมก็ยัง รับไม่ได้ แล้วก็อยากจะให้ความเห็นอย่างนี้นะครับว่า สิ่งที่ควรค่าแห่งการเรียนรู้มันสอนกัน ไม่ได้หรอกครับ ขอให้มันเกิดแล้วเราจะมานั่งดีใจหรือเสียใจทีหลัง แต่เนื่องจากกฎหมายนี่ครับเรามาปล่อยให้ เสียใจภายหลังไม่ได้ครับ เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรามีหน้าที่ที่จะต้องท้วงติง เมื่อท้วงติงแล้วท่านมีหน้าที่จะต้องอธิบายชี้แจง ถ้าเรารับฟังความเห็นของท่านแล้วว่ารับได้ เราก็สนับสนุนครับ แต่ถ้าเรารับไม่ได้เราก็จําเป็นจะต้องยืนยันตามความคิดเห็นของเรา อันนี้ คือหน้าที่ของเราครับ เราต่างคนต่างปฏิบัติหน้าที่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นเราปล่อยให้สิ่งที่ควรค่า กับการเรียนรู้มันมีปัญหาขึ้นมาหรือออกกฎหมายไปก็คงไม่ใช่วิสัยของสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรที่จะปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้ เพราะฉะนั้นคําท้วงติงหรือคําถามที่ต้องการให้ ท่านอธิบายมันถึงจําเป็นจะต้องชัดเจนครับ ทุก ๆ มาตรานี้เราผ่านมาแค่ ๓ มาตรานะครับ ผมก็ยืนยันว่าผมไม่เห็นด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านนิยม เวชกามา ท่านเห็นถ้อยคําใหม่แล้วนะ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเป็นคนหนึ่งซึ่งอยู่ในคณะกรรมาธิการ ผมเองขอกราบเรียน ท่านประธานว่าผมเสียดายกฎหมายฉบับนี้จริง ๆ ผมเห็นด้วยกับท่านประธาน คณะกรรมาธิการชี้แจง แต่กฎหมายฉบับนี้ผมคิดว่าเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน จริง ๆ เพราะเขาเสนอมาถึงกับ ๑๐,๒๒๗ คน แต่ผมนั่งฟังในซีกของรัฐบาลผมว่ากฎหมาย ฉบับนี้ผ่านไม่ได้ครับท่านประธาน ผมนั่งฟังตั้งหลายคนหลายท่านพูดแล้วในวันนี้ ผมนั่งฟัง อยู่ข้างนอกก็นั่งฟังอยู่ครับท่านประธาน ผมอ่านดูในมาตรา ๓ แก้ไขอย่างไรก็ไม่ผ่านครับ เพราะท่านรัฐบาลท่านไม่ต้องการจะเอากฎหมายฉบับนี้ ผมถึงกับนั่งฟัง นั่งคิดอยู่เหมือนกัน ผมเสียดายครับท่านประธาน เสียดายกฎหมายฉบับนี้จริง ๆ หลายครั้งที่คณะกรรมาธิการ ช่วยกันแก้ไข ช่วยกันร่างขึ้นมา แต่ไม่ผ่านหรอกครับ ผมจึงมีความเห็นที่ไม่เหมือนท่านอื่น ก็ได้ว่าอย่างไรก็ต้องถอนออกไปครับ จะวิธีใดก็แล้วแต่ถ้าถอนอย่างไรรัฐบาลก็ให้ถอน จะโหวตจะอะไรแล้วแต่เพื่อไม่ให้กฎหมายฉบับนี้มันเสียหาย ถ้าเกิดโหวตแล้วตกเสียดาย จริง ๆ ผมเสียดาย นี่พูดในฐานะ ส.ส. ฝ่ายค้าน แต่ก็อยากเห็นกฎหมายฉบับนี้ผ่านในคณะ คนหนึ่งที่นั่งอยู่ในคณะกรรมาธิการ วิธีอื่นไม่มีหรอกครับ ไม่ผ่านครับ ผมฟังแล้ว หลายคน พูดบอกไม่ผ่านครับ ผมขอขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมก็ได้เรียนไปแล้วรอบหนึ่งว่ากฎหมายฉบับนี้นั้น มีข้อความหลายข้อความที่ยังไม่มีความชัดเจนแล้วก็ต้องรอการตกผลึกร่วมกันระยะเวลา พอสมควร ผมเรียนอย่างนี้นะครับก่อนที่จะลงในมาตราที่เกี่ยวข้อง ถ้ามีการถอน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกไปท่านคณะกรรมาธิการผู้ทรงคุณวุฒิทุก ๆ ท่านที่อยู่ที่นี้ที่ให้ ความรู้ต่อสภาก็มีโอกาสที่ทํางานได้ต่อเนื่อง แต่แน่นอนครับถ้าเกิดกฎหมายฉบับนี้ไม่นําไปสู่ การตกผลึกร่วมกันและนําไปสู่การโหวตในวาระที่สาม ไม่รับก็จะทําให้งานที่ท่านทํามา ทั้งหมด ระยะเวลาที่ท่านสูญเสียมาทั้งหมดมันหายไปทั้งหมดเลยครับ นั่นคือสิ่งที่ผมไม่อยาก ให้เป็น เพราะกฎหมายฉบับนี้หลักการแล้วเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แต่หลายเรื่องครับที่อยากให้ มีการตกผลึกร่วมกัน อย่างวันนี้ยกตัวอย่างเช่น กรณีผมจะดูร่างที่ท่านแก้ไขมาแล้ว ซึ่งท่านก็ พยายามแก้ไขมาในปรับข้อความที่มีการเหมาะสมนะครับ แต่ก็มีผิดพลาดนิดหน่อย เช่น ในบรรทัดที่ ๕ การประดิษฐ์ ท่านขาดตัวการันต์ไปนะครับ เพราะฉะนั้นท่านผู้ร่างอยู่ ข้างบนก็ช่วยดูนะครับ ตัวการันต์ท่านหายไป แล้วก็เรื่องที่เป็นสาระสําคัญคือในกรณีของ หมอพื้นบ้าน เรื่องของหมอพื้นบ้านมันก็ไปโยงกับในส่วนของหมวด ๕ ในมาตรา ๒๗ ห้ามมิ ให้ผู้ใดเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย เว้นแต่กรณีอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้ แล้วกรณีหนึ่งที่เว้นก็คือการเป็นหมอพื้นบ้านตามหลักเกณฑ์วิธีการที่คณะกรรมการกําหนด นั่นก็แปลว่าวันนี้ท่านกําลังจะสร้างให้คนที่เป็นหมอพื้นบ้านได้รับข้อยกเว้นให้ปฏิบัติการ ดําเนินใช้วิธีการรักษาแบบของเขาได้ มันก็เกิดปัญหาเกิดขึ้นว่า พอมาดูบทนิยามของท่าน ในมาตรา ๓ ท่านบอกว่าหมอพื้นบ้านก็คือพูดง่าย ๆ คือคนที่มีความรู้ ความสามารถในการ ส่งเสริมดูแลสุขภาพชุมชนอย่างนี้นะครับ แล้วก็ตบท้ายว่า ที่มีประชาชนในหมู่บ้านรับรอง ไม่น้อยกว่า ๑๐ คน หรือเป็นผู้ที่รับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจ ว่าคนบางคน ผมยกตัวอย่างนะครับ แต่ก็ไม่ได้พาดพิงเสียหายนะครับ อย่างกรณีป้าเช็งอย่างนี้ครับ หรือแม้กระทั่งนาย ก แล้วกันครับ มีการผลิตยาบางชนิดที่เป็นการแพร่หลายโดยความเชื่อ ของบุคคล แล้วก็คนเชื่อหลายกันเป็นหลักร้อย หลักพัน มีการเซ็นรับรองกันมาอย่างถูกต้อง แต่ว่าพอมาดูแล้วก็อาจจะขัดกับหลักการแพทย์สมัยใหม่ที่จะมีเรื่องรับรอง แต่คนเหล่านี้ ก็อาจจะเข้าภายใต้นิยามของหมอพื้นบ้านของท่าน ซึ่งจะเป็นข้อยกเว้นให้ไม่ต้องอยู่ในการ บังคับตามมาตรา ๒๗ ซึ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมจะเล่าให้ฟังว่าหลังจากมาตรา ๓ เป็นต้นไป ถึงผ่านไปแล้วก็จะติดอีกหลายมาตราที่จะต้องทําการพูดคุยในสภาแห่งนี้ และผมค่อนข้าง มั่นใจครับ เพราะว่าในวิปรัฐบาลเองก็คุยกันมาเยอะพอสมควร เราอยากเห็นกฎหมายฉบับนี้ มีสภาพใช้บังคับจริง เราอยากเห็นมันเดินต่อได้ แต่ถ้าเกิดว่าท่านคณะกรรมาธิการเอง ยังอยากจะใช้วิธีการตกผลึกในห้องใหญ่นี้ให้จบให้ได้ ซึ่งมันอาจจะเป็นวันอภิปรายวันสุดท้าย ในกฎหมายฉบับแบบนี้ ผมก็เกรงว่าผลงานที่ท่านทํามาในอดีตมันจะเสียไป แล้วก็ต้อง เริ่มต้นใหม่กันอีกครั้งหนึ่ง ผมคิดว่าในส่วนนี้ขออนุญาตผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านลองชั่งน้ําหนักดูอีกครั้งหนึ่งครับ ถ้าเกิดว่าท่านยังยืนยันอยู่ ผมก็คิดว่าผมจะไม่อภิปราย อีกแล้วครับ แล้วก็ไปว่ากันในวาระที่สามเลย ซึ่งตรงนี้จะเป็นผลที่เราไม่อยากให้มันเกิด ขอบคุณครับท่านประธาน
หมอวรงค์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมมีเรื่องที่จะ กราบเรียนท่านประธานเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนตรงกัน เจตนาของพวกเราต้องการให้ พ.ร.บ. นี้ออกมามีผลบังคับใช้บนพื้นฐานของความเห็นพ้องต้องกันทั้งหมด ท่านประธาน ก็รับทราบนะครับว่าแม้แต่คณะกรรมาธิการเองก็มีความเห็นที่ไม่ตรงกัน มีคณะกรรมาธิการ บางท่านก็ยังมีการเสนอเลยว่าให้ท่านประธานถอนไปเถอะ แล้วอยากจะกราบเรียนว่า ผมในฐานะวิปรัฐบาล ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังประธานคณะกรรมาธิการว่า ท่านจําได้ไหมครับว่าตอนประชุมวิปรัฐบาลเอากฎหมายของท่านเข้าสู่การพิจารณา คณะของท่านได้มาชี้แจงในที่ประชุมวิปรัฐบาล วิปรัฐบาลก็มีการซักไซ้ ซักถามในหลาย ๆ ประเด็น ซึ่งคําตอบก็ไม่มีความชัดเจน และตัวท่านประธานคณะกรรมาธิการเองก็รับปาก ในที่ประชุมวิปรัฐบาลว่าเห็นชอบว่าจะถอนเรื่องนี้ออกไปพิจารณาร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ตกผลึกทางความคิดและเป็นการเห็นพ้องร่วมกันทั้งหมด แต่ผมไม่ทราบว่าท่านได้ยาดี อะไรมา ท่านรับปากพวกผมในที่ประชุมวิปรัฐบาลท่านบอกว่าท่านจะถอน แต่เวลาถึงวัน ขึ้นมาจริง ๆ ท่านได้รับแรงโด๊ป (Dope) หรือยาดีมา ปรากฏท่านบอกท่านขอเดินหน้า ผมก็เลยบอกท่านเดินหน้าก็ไม่เป็นไรครับ เวลาเข้าสู่ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเราก็ต้อง เอาเหตุและเอาผลมาถกกัน พวกผมเองแม้แต่ในมาตรา ๓ มันก็มีประเด็นอยู่หลาย ๆ ประเด็นที่เป็นข้อซักถาม ที่เป็นข้อกังขา คําตอบของท่านก็ยังไม่ชัดเจน บางครั้งอาจจะมี คณะกรรมาธิการบางท่านมากล่าวหาสภาผู้แทนราษฎรว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่าน เหมือนกับว่าพวกเราถ่วงความเจริญ ไม่ใช่นะครับท่านประธาน พวกผมก็มีวามเป็นจิต วิญญาณของความเป็นผู้แทนประชาชน ท่านประธานครับ เราก็ต้องดูแลประชาชนเหมือนกัน ทั้งหมด เพียงแต่ว่าอะไรก็แล้วแต่ที่จะออกมาเป็นกฎหมายและบังคับใช้กับประชาชนทั้งหมด จะต้องมีประโยชน์เต็มที่และมีประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่ว่าออกกฎหมายออกมาแล้วมันมีจุดโหว่ หรือจุดที่เป็นปัญหาอยู่เยอะและสร้างปัญหากับสังคมไทยในอนาคตต่อไป ดังนั้นจึงอยากจะ กราบเรียนนะครับว่าเรามีเจตนาตรงกันที่ต้องการให้มีกฎหมายดี ๆ อีก ๑ ฉบับที่ชื่อว่า กฎหมายการแพทย์แผนไทย มาดูแลประชาชน สร้างหลักประกันให้กับพี่น้องประชาชนและ ผู้ประกอบวิชาชีพ แต่ก็แปลกใจว่ายาโด๊ป ยาดี ที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้รับถึงท่าน สั่งเดินหน้าลูกเดียว ก็ขอให้ท่านพิจารณานะครับ ผมไม่ต้องการให้กฎหมายมันคว่ําในสภา แต่ต้องการให้ท่านพิจารณาให้รอบคอบครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านอสิ ทางท่านอสิหน่อยนะครับ ท่านยกมือหลายครั้งแล้ว เดี๋ยวท่านประธาน คณะกรรมาธิการจะได้ชี้แจงทีเดียว เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ไม่สบายใจนะครับ ในฐานะเป็นคณะกรรมาธิการด้วย อยากให้ผ่าน ครับ แต่ก็มีหลายเรื่องที่คิดว่ามันเป็นประเด็นที่เราไม่สามารถจะตอบคําถามในสังคมได้ และมันไม่ใช่เรื่องของฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลนะครับ ผมไม่สบายใจถ้าคิดว่าอันนี้เป็นเรื่อง ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล แต่ทุกคนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องรับผิดชอบร่วมกัน ในการออกกฎหมาย กฎหมายฉบับใดก็ตามที่ออกไปข้างนอกต้องรับผิดชอบร่วมกัน ผมดีใจครับ ขออภัยที่ต้องกล่าวชื่อถึงนายแพทย์ชลน่าน ซึ่งท่านก็ได้เข้าใจครับว่าประเด็นมัน อยู่ตรงไหน เราอยู่คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขด้วยกัน มีความเข้าใจกันมาตลอดครับว่า เราทําเพื่อประเทศชาติ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล การออกกฎหมายนี้จะต้องคํานึงถึง ความถูกต้อง ซึ่งก็ต้องอาศัยหลักข้อเท็จจริงครับ ถ้ากฎหมายออกไปแล้วโดยใช้เวลาที่รวบรัด จริง ๆ ผมก็ไม่ได้ไปกล่าวโทษถึงท่านประธานหรือว่าคณะกรรมาธิการฝ่ายเสียงข้างมากหรือ เสียงข้างน้อย แต่เนื่องจากเวลาสภามันเหลือน้อยจริง ๆ เราต้องยอมรับกัน ไม่ได้เป็น ความผิดของใครครับตรงประเด็นนี้ มันก็ทําให้การพิจารณาบางครั้งอาจจะไม่สมบูรณ์ ผมก็ พยายามพลิกดูมันมีอีกหลายประเด็นที่มีปัญหาครับ อย่างเช่น ข้อ ๑๔ ที่ว่าคณะกรรมการ ใครจะเป็นโดยตําแหน่ง หลายคนก็สงวนคําแปรญัตติอยู่ไม่เห็นด้วย ผู้ที่ บทเฉพาะกาลที่ว่า ใครจะเป็นผู้ดําเนินการเลือกตั้งหลังจากที่กฎหมายฉบับนี้ผ่านไปแล้ว ก็ยังมีหลายท่านที่ ผมเองก็สงวนคําแปรญัตติที่ว่าเราตอบปัญหาในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนไม่ได้ ผลประโยชน์ ของคนเฉพาะกลุ่มไม่ได้ เราออกกฎหมายไปให้ประโยชน์ต่อ ๑ คน แต่อีก ๙๙ คนไม่ได้ ประโยชน์ แต่เสียประโยชน์มันไม่ได้ครับ ตรงนี้มันเป็นเรื่องของความรับผิดชอบในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กฎหมายออกไปแล้วไม่สามารถชี้แจงต่อสังคมได้ มันก็ออกไม่ได้ เพราะฉะนั้นกฎหมายถ้าออกไปแล้วเป็นผลเสียโดยรวมแล้วออกไม่ได้ครับ ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ตามนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็มีความเห็นว่าถ้ามันไปไม่ได้เราก็ต้องยอมรับ ทั้ง ๆ ที่ผมเอง ชื่นชมคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่พยายามที่จะหาถ้อยคําที่มันถูกต้อง แต่ผมว่า ใช้เวลานานมากครับ มีอีกหลายมาตราซึ่งจะต้องแก้ไขกันบนเวทีนี้ละครับ มันเสียเวลาครับ แล้วก็ทําไม่ได้ ผมเชื่อว่าทําไม่ได้ ผมก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ผมไม่เคยเห็นการที่จะต้องแก้ไขบนบัลลังก์มากมายถึงขนาดนี้ นี่จะเป็นฉบับแรก เพราะฉะนั้นผมก็ขอให้ท่านถอนไปก่อน แล้วก็ตามที่ โทษนะครับ ท่านนายแพทย์ชลน่านได้ กรุณาชี้แนะไว้ ผมเห็นว่าถูกต้องครับ เป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้ครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ
ท่านประธานที่เคารพ ความจริงผมก็พยายามที่จะรับฟังแนวคิดของท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ โดยเฉพาะ ท่านนายแพทย์วรงค์ครับ ผมเคารพท่านมากเลย เพราะผมถือว่าผมนั้นเติบโตมาจาก การแพทย์แผนโบราณ ผมเรียนด้วยความสัตย์จริงเลยครับ ๘๕ ปีนี่ ผมอยู่ด้วยยาสมุนไพร แล้วผมขอย้ําในที่ประชุมนี้อีกครั้งหนึ่งครับว่า ผมไม่เคยไปแอดมิท (Admit) โรงพยาบาล แล้วเคยสั่งเสียที่บ้านไว้ว่า ถ้าจะตายก็ขอให้มันตายที่บ้าน อย่าเอาอะไรมาใส่ผม อันนี้คือ แนวคิด มันเป็นอุดมการณ์ของทางด้านการแพทย์แผนไทย ซึ่งมันฝังอยู่มาตั้งแต่บรรพบุรุษ ปู่ย่า ตายายผม ทีนี้ท่านบอกว่าผมไปกินยาผิดอะไรมา ในที่ประชุมผมรับปากกับท่านวิรัตน์ กับท่านวิทยาจริงครับ ในที่ประชุม ลูกผู้ชายอย่างผม ๘๕ ปี ไม่เคยกลับคําครับ ถือสัตย์ ปฏิญาณว่า รับจริง แต่ผมถามท่านนะครับ ท่านไปถอดเทปดู ผมถามว่า ผมถอนในที่ประชุม อย่างนี้ได้ไหม เพราะว่าผมเป็น ส.ส. มา ๔ สมัยครับ เป็นประธานคณะกรรมาธิการ การสาธารณสุข ๒ สมัย ผมคิดว่าผมไม่โง่หรอกครับ ผมยังถามท่านว่า เอ๊ะ ถอนได้หรือ ถ้าถอนได้ผมไม่ขัดข้อง ท่านรับปากผม ท่านถามท่านวิรัตน์กับท่านวิทยาเถอะครับ ท่านบอก ถอนได้ ผมบอก เอ๊ะ ถ้าถอนได้ ผมจะไปถอน แล้วผมก็กลับมาทําหนังสือถอนจริง ๆ ครับ แต่พอผมนําเรียนที่ประชุม นําดูหลายท่านท่านบอกไม่ได้ ต้องถอนกลางสภา ผมกลับสัตย์ หรือครับ ผมผิดยาหรือครับ กินยาผิดหรือครับ อันนี้ผมต้องแก้ครับ ไม่อย่างนั้นผมเสียหาย ผมไม่ใช่เด็กนะครับ ๘๕ ปีครับ อยู่มาจนบัดนี้ แล้วไม่เคยกลับสัตย์ครับ แล้ววันนี้ผมเลย ท่านอย่าเสียเวลาเลยครับ ท่านอย่าเสียเวลาครับ ผมรับปากกับประชาชนมา ๑๐,๒๒๗ คน ครับ ไม่มีทางถอนครับ ผมยอมตายกลางสภา เพื่อศักดิ์ศรีของอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๔ สมัยครับ ผมกราบเรียนแค่นี้ครับ
ท่านประธานคณะกรรมาธิการยืนยันชัดเจนว่าไม่ถอน ก็มาถึงมาตรา ๓ ประธานก็จะ เดินหน้าต่อไปนะครับ เพราะว่าให้แสดงความคิดเห็นกันมาหลายชั่วโมงแล้ว คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ปรับแก้ถ้อยคําตามที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผู้สงวนความเห็นได้เสนอถ้อยคําไปแล้ว แล้วก็ได้พิมพ์แจกท่านแล้วนะครับ แต่ยังมี ท่านสมาชิกท่านติดใจ ถามอีกทีท่านบรรพตยังติดใจไหมครับ ท่านบรรพตครับ ถ้าติดใจ ผมจะได้โหวต ถ้าไม่ติดใจ ผมจะผ่านมาตรา ๓ นะครับ เชิญครับ หมอชลน่านก่อนก็ได้ เดี๋ยวท่านบรรพตช่วยยืนยันหน่อย เชิญหมอชลน่าน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ผมขออภัย ท่านประธานครับ ผมคิดว่าไมค์โครโฟน (Microphone) ตัวนี้น่าจะถูกใช้เยอะ ท่านประธาน ครับ ผมในฐานะสมาชิกฟังเจตนารมณ์ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านคณะกรรมาธิการ แล้วด้วยความสัตย์จริงผมเองก็อยากให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านนะครับ ก็พยายามหาทางเลือกให้ ว่าถ้ามันไม่ผ่าน แล้วถ้าจะถูกไม่เห็นชอบในวาระสาม กฎหมายก็ตกไปก็จบแค่นั้น ถ้าสมมุติ รัฐบาลชุดใหม่เข้ามา สมาชิกชุดใหม่เข้ามามีแนวคิด แนวทางที่จะส่งเสริมเรื่อง การแพทย์แผนไทยจะต้องไปยกร่างก็ไปดําเนินการมาใหม่ซึ่งก็ใช้เวลาค่อนข้างมาก ผมก็เลยมี ความเห็นไปตั้งแต่ประการแรกสุดว่าฝากท่านว่าลองพิจารณาดูถ้ามันจะตกไป สู้เราคงค้าง กฎหมายไว้ในวาระที่สองในชั้นคณะกรรมาธิการจะดีกว่า ความหมายของผมก็คือว่า เมื่อยืนยันปุ๊บเราก็ต่อเนื่องได้ ท่านจะทบทวนตั้งแต่มาตรา ๑ ใหม่ไปถึงมาตราสุดท้ายก็ได้ ในชั้นคณะกรรมาธิการ เพราะอย่างไรสภาก็ตั้งคณะกรรมาธิการไปทดแทนคณะกรรมาธิการ ที่หมดวาระไปในส่วนของซีกของสมาชิกนะครับ ซีกของท่านเองถึงแม้คณะกรรมาธิการ จะยืนอยู่ แต่อย่างไรก็ต้องรับการแต่งตั้งใหม่ เพราะมีสภาชุดใหม่เข้ามา ชื่อท่านอาจจะเป็น ชื่อเดิมอยู่ นั่นคือวิธีการปฏิบัติที่เราทํากันมา ก็เริ่มกระบวนการการพิจารณาต่อเนื่องได้ ในวาระที่สองที่มีการทบทวน มีการเปลี่ยนแปลง มีการแก้ไขให้สอดคล้องเหมาะสม ตามความเห็นของสมาชิกหรือความเห็นของบุคคลอื่นก็สามารถกระทําได้ อันนี้คือ ความปรารถนาดีของผม แต่ถ้าท่านไม่เห็นเป็นการคิดว่าจะเดินหน้าต่อไปเท่าที่ผมฟัง ผมทํานายนะครับกฎหมายฉบับนี้ตก ก็น่าเสียดาย แต่ถ้าทางออกอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ถ้าสภาแห่งนี้จะยอมเสียเวลา ใช้เวลาในการที่จะแก้ไขไปตามคําร้องขอของสมาชิก หรือคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็อาจจะพอไปได้ ก็ไปฝากไว้ตอนที่วุฒิสภาเขามีการ ประชุมหลังจากที่สภาเปิดอีกครั้งหนึ่งในสภาผู้แทนราษฎร ผมกราบเรียนท่านประธานในแง่ ที่ว่าวุฒิสภาประชุมไม่ได้ครับ ยกเว้นว่ามีพระราชกฤษฎีกาประกาศยุบสภาหลังวันที่ ๙ ก็ประชุมได้วันที่ ๙ วันเดียว สําหรับจะเอากฎหมายเข้านะครับ นอกนั้นประชุมได้ครับ แต่ประชุมได้ ๒ เรื่อง ๓ เรื่องเหมือนที่ผมกราบเรียนไปแล้ว เรื่องแต่งตั้งบุคคล เรื่องถอดถอน บุคคล เรื่องให้ความเห็นตามหมวด ๒ ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ หมวดที่ว่าด้วยการประกาศ สงครามเท่านั้น กฎหมายทั้งหลายทั้งปวงความหวังว่าเราจะให้เร็วในชั้นวุฒิสภา เมื่อวุฒิสภา รับหลักการไม่ได้ก็ส่งให้คณะกรรมาธิการไม่ได้ เว้นแต่ว่าจะตั้งไปศึกษาโดยไม่มีอํานาจหน้าที่ เตรียมรอไว้ก่อน เพราะเปิดเข้ามาเสนออีกทีทําคู่ขนานอย่างนั้นก็เป็นวิธีการอย่างหนึ่ง
ผมกลับมาความเห็นประการที่ ๓ ครับ ถ้าจะแก้นี่นะครับคณะกรรมาธิการ จะต้องฟังสมาชิก อย่างคํานิยามที่ท่านเขียนไปมาตรา ๓ ถ้าเป็นผมเขียนนะครับผมจะ ไม่เขียนอย่างนี้ เพราะท่านเขียนเองถ้อยคําซับซ้อน ใช้ถ้อยคําฟุ่มเฟือย จังหวะการเขียน อะไรต่าง ๆ ผมก็คิดว่าไม่น่าจะเป็นวิธีการเขียนกฎหมายที่น่าจะถูกต้องนะครับ เช่น
คุณหมอครับได้มีการปรับเปลี่ยนถ้อยคําแล้วครับ ที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยสงวน ความเห็น
ผมขอเอกสารที่ท่านบอกท่านพิมพ์แจกผม ผมพยายามหาแล้วไม่มี
เจ้าหน้าที่มอบให้คุณหมอชลน่านหน่อย
อย่างนั้นผมเพิ่มเติมนิดเดียวครับ อย่างถ้อยคําในวรรคหนึ่ง ทั้งนี้โดยอาศัย จําเป็นต้องเขียนในคํานิยามด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ โดยอาศัยความรู้อะไรต่าง ๆ ท่านจะนิยามวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหมายถึง เป็นแพทย์ แผนประยุกต์ด้วย ก็เขียนให้ชัดว่า หมายความรวมถึงแพทย์แผนไทยรวมถึงแพทย์แผนไทย สาขา แพทย์แผนไทยประยุกต์ด้วย ก็คืออันเดียวกัน ถึงแม้ท่านจะไปเขียนในมาตรา ๔ นะครับ ผมก้าวล่วงไปนิดเดียว ท่านเขียนในมาตรา ๔ นั่นหมายถึงอ้างถึงในกฎหมายเดิมที่มี อยู่แล้ว ท่านอนุโลมให้รวมถึงคําว่า วิชาชีพกับการแพทย์แผนไทย เพราะถ้าเราไปเขียนใน มาตา ๕ มาตรา ๖ ที่รองรับการเป็นสมาชิกหรืออํานาจหน้าที่อะไรต่าง ๆ ก็โดยความเคารพ ท่านประธานครับ วรรคหนึ่ง ถ้าจะเขียนก็ควรจะเขียนอย่างนั้น ที่ท่านแก้มานี้ผมเองก็ไม่เห็น พ้องด้วย ถ้าจะเขียนตัดคําว่าทั้งนี้ ผมเห็นด้วย วรรคสาม หมอพื้นบ้านนี้จําเป็นด้วยหรือครับ ที่ท่านจะต้องเขียนโดยมีประชาชนในหมู่บ้านรับรอง เขียนแล้วเปิดช่อง ท่านต้องตัดออกครับ ไม่มีใครเขียนคํานิยามในกฎหมายเป็นอย่างนี้หรอกครับ ผมไม่ทราบว่ามีตัวแทนทางกฤษฎีกา อยู่ในคณะกรรมาธิการไหม รู้จักท่านดี ท่านกฤษฎีกาช่วยดูสักนิดนะครับ จําเป็นไหมต้อง เขียนอย่างนี้ คํานิยามไม่ใช่คําอธิบายความนะครับ คํานิยามคือถ้อยคําที่ใช้ในตัวบทสาระ บัญญัติอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ เพียงแต่เขียนอธิบายในตัวบทมันจะเยิ่นเย้อ ก็ดึงมาเขียน คํานิยามให้เห็น คํานิยามหมอพื้นบ้านท่านเขียนนะครับ ถ้าเขียนอย่างนี้เสมือนกับไป ขัดกันเองในการที่ท่านบัญญัติไว้ ผมยกตัวอย่างครับ ผมยกตัวอย่างในมาตรา ๑๑ ท่านเขียน ไว้ใน (๒) ใน (ค) นะครับ ท่านเขียนหมอพื้นบ้านไว้ แล้วท่านก็บัญญัติว่าหมอพื้นบ้านตาม กฎหมายคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย โดยผ่านการประเมินตาม หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไข และคณะกรรมการสอบความรู้ ท่านเขียนไว้ ขัดกันไหมครับ ระหว่างประชาชน ๑๐ คนรับรอง นายก อบต. รับรองมา แล้วท่านก็เข้าสู่กระบวนการนี้ อย่างนั้นหรือ ถ้าเป็นผมนั้นผมอ้างว่าผมเป็นหมอพื้นบ้านเพราะ อบต. รับรอง ผมไม่สอบ ท่านเขียนกฎหมาย ๒ มาตราแย้งกันอยู่ในตัวเอง แล้วจะให้ปฏิบัติอย่างไรครับ ถ้าท่าน จะเอาผ่าน ผมต้องขออนุญาตให้แก้ครับ ไล่แก้เลย สมาชิกจะยอมหรือไม่ผมไม่แน่ใจ วาระ ๓ จะเป็นอย่างไรผมไม่รู้ แต่ท่านต้องแก้ถ้าจะยอมรับ ผมอยากให้ผ่านอยู่แล้วครับ อันนี้คือ ตัวอย่างง่าย ๆ ในมาตรา ๓ ถ้าไล่ต่อไปนี้ผมจะชี้ประเด็นให้ท่านเห็นว่าท่านเขียนกฎหมาย ขัดกันอย่างไรด้วยความเคารพท่านประธาน เอาเฉพาะมาตรา ๓ ก่อนก็ได้ครับ ถ้าจะให้ ผมอนุญาตสักนิดหนึ่งเพื่อประกอบกับการพิจารณาเป็นภาพรวมสักนิดในการแก้ของ คณะกรรมาธิการ ผมยกตัวอย่างอีกมาตราหนึ่ง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตก้าวล่วงไป เพื่อให้มันเป็นเหตุผลสอดรับกันในการอภิปรายมาตรา ๓ ไม่ได้ถือไปทบรายมาตรา ท่านประธานครับ
เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ คุณหมอชลน่าน เราก็ไปรายมาตรา ถ้าสมมุติจะต้องปรับถ้อยคํา มาตรานี้มันก็เหมือนมาตราหลัก คือต่อไปเราก็ปรับมาตราอื่นให้มันสอดคล้องกับมาตราหลัก ตรงนี้
ถ้าจะเอาอย่างนั้น ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเสนอถ้อยคําได้ไหมครับ ให้คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก พิจารณา
เชิญเสนอมาเลยครับ
ประเด็นคํานิยาม วิชาชีพการแพทย์แผนไทย ถ้าเป็นผม ผมขออนุญาตเสนอถ้อยคํา ตัดคําว่า ทั้งนี้ เป็นต้นไปนี้ ออกให้หมดครับ ถ้อยคํา ข้างบนนี้ท่านควรจะเขียนอย่างนี้ครับ วิชาชีพการแพทย์แผนไทย หมายความว่า วิชาชีพ ที่กระทําหรือมุ่งหมายจะกระทําต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจ การวินิจฉัย บําบัดรักษา ป้องกันโรค การส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพ การผดุงครรภ์ ท่านเขียนเป็นการนวดแผนไทยเพื่อการรักษาโรค ท่านเขียนเป็นถ้อยคําเดียวกัน ท่านใส่ และ/หรือข้างบน แล้วก็มาเติมพวกนี้เข้าไปข้างหลังอีก ผมคิดว่าไม่น่าจะถูกต้องกับวิธีการ เขียนภาษาให้สละสลวยนะครับ เพื่อการรักษา และให้หมายความรวมถึงการเตรียมการผลิต ยา การประดิษฐ์อุปกรณ์เครื่องมือการแพทย์ และท่านต้องการเน้นการแพทย์แผนไทย สาขา การแพทย์แผนไทยประยุกต์ ท่านก็เขียนว่าให้หมายความรวมถึงการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ด้วยถ้าท่านต้องการเอาเขาเข้ามา เวลาเราพูดว่าแพทย์แผนไทยเราจะนึกภาพออกเลยว่า เป็นแพทย์แผนไทยประยุกต์ด้วยในวรรคหนึ่ง วรรคสามผมเสนอตัดถ้อยคํา คําว่า โดยมี ประชาชน ออกให้หมดเลย จนถึงองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะอย่างไรท่านอธิบาย ความในตัวบทอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นท่านต้องเขียนว่า หมอพื้นบ้าน หมายความว่าหมอพื้นบ้าน ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ซึ่งมันมีคํานิยามอยู่แล้ว ส่งเสริม คุ้มครอง กฎหมายฉบับนี้มีคํานิยามคําว่า หมอพื้นบ้าน อยู่แล้วใช่ไหมครับ ท่านก็ยกตรงนั้น มาใส่ก็แค่นั้นก็จบไป ทําไมไม่เอาตามนั้น ท่านจะให้หมอพื้นบ้านในกฎหมายฉบับนี้กับหมอ พื้นบ้านในกฎหมายฉบับนั้นเขามีความต่างกันอย่างนั้นหรือครับ แต่ว่าพอเขียนคํานิยาม ท่านเขียนอีกอย่างหนึ่ง พอเขียนตัวบทท่านเขียนอีกอย่างหนึ่ง ท่านต้องเลือกเอาอย่างใด อย่างหนึ่ง อันนี้ผมยกตัวอย่างถ้าจะแก้นะครับ ฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านคณะกรรมาธิการ ท่านกฤษฎีกาช่วยหน่อยนะครับ ผมคิดว่าถ้ามันพอที่จะรับได้ ให้มัน ค้างอยู่ในชั้นวุฒิสภา รอให้มีการเปิดสภาใหม่ก็พิจารณาต่อก็คงไม่เสียหายอะไร ขอบคุณครับ
เชิญครับท่านคณะกรรมาธิการ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายวราสิทธิ์ กาญจนสูตร เป็นคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของรัฐบาลนะ ครับ ต้องกราบเรียนท่านสมาชิกแล้วก็ผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านนะครับว่ากฎหมายฉบับนี้ ทุกท่านก็ได้กล่าวถึงความเร่งรัดหรือความเร่งรีบมากันหลายคนแล้ว ซึ่งเหตุปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้กระผมจะไม่กล่าวถึงอีก ต้องขอกราบเรียนนะครับว่ากฎหมายฉบับนี้ถึงแม้จะไม่ เกิดขึ้นในสมัยการประชุมนี้ก็สามารถที่จะมีผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยตาม กฎหมายการประกอบโรคศิลปะอยู่แล้ว ประการสําคัญที่อาจจะเป็นข้อขัดแย้งแล้วก็มี ความลักลั่นกันพอสมควรในกฎหมายฉบับนี้ก็เนื่องจากเราได้นําสาขาการแพทย์แผนไทย ประยุกต์มารวมไว้กับสาขาการแพทย์แผนไทยตามที่ภาคประชาชนได้เสนอ จึงเกิดความ ขัดข้องแล้วก็มีหลักการใหม่ ๆ ตามที่ท่านชลน่านได้กล่าวเมื่อสักครู่ก็คือ เรื่องหมอพื้นบ้าน หมอพื้นบ้านก็เป็นศาสตร์หนึ่งซึ่งอยู่ในกฎหมายว่าด้วยคุ้มครองภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย แต่อาจจะไม่เป็นสาขาโดยตรงอยู่ในกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ ประการที่สําคัญ ที่สุดก็คือ กฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะได้มีสาขาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์แผนไทยประยุกต์บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน หากกฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้ จะต้องมีการแก้ไของค์ประกอบ แก้ไขพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ เช่นเดียวกับ การนําผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบําบัดออกไปจาก กฎหมายการประกอบโรคศิลปะ เนื่องจากไม่ได้มีการเสนอกฎหมายเข้ามาในลักษณะเป็น กฎหมายพวง จึงมีปัญหาในทางปฏิบัติในข้อกฎหมายด้วยเช่นกัน ทางออกของร่างฉบับนี้ ถ้าหากท่านคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ด้วยความเคารพนะครับ แล้วก็เป็นความเห็นของ สภาแห่งนี้ด้วย ถ้าหากว่าจะย้อนกลับไปเป็นร่างของภาคประชาชนโดยไม่นําร่างของ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทั้ง ๒ ฉบับเข้ามารวมอยู่ด้วยจะเป็นร่างฉบับเดิมซึ่งมีวิชาชีพ การแพทย์แผนไทยทั้งหมดอยู่ในร่างฉบับนี้ก็อาจจะพอผ่านไปได้โดยไม่มีการแก้ไข ในรายละเอียด คือย้อนกลับไปร่างเดิมทั้งหมด แต่สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ก็ไม่สามารถออกมาด้วยได้ อย่างไรก็ตามรัฐบาลเองก็ต้องรีบเสนอกฎหมายการประกอบ โรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อที่จะดึงสาขาการแพทย์แผนไทย หรือการแพทย์แผนไทย ประยุกต์ออกมา มิฉะนั้นแล้วกฎหมายการประกอบโรคศิลปะจะบังคับใช้ไม่ได้หรือซ้ําซ้อนกัน ด้วยความเคารพครับ
ก็เป็นข้อเสนอของคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยว่าเพื่อแก้ปัญหาเรื่องถ้อยคําก็ดี เรื่องประเด็นที่ยังเป็นสาระที่พวกเราติดใจ ก็มีการเสนอว่าเอาถ้อยคําในร่างที่ฉบับประชาชน ได้เสนอมา โดยไม่ได้แก้ไขเพิ่มเติมเลย ต้องถามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากก่อนว่า ท่านเห็นควรอย่างไร ถ้าท่านเห็นควรด้วย ผมก็จะได้ถามที่ประชุมสภาว่าเขาจะเอาด้วยไหม ท่านคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากมีความคิดเห็นอย่างไรครับ ท่านก็ปรึกษาหารือกันแล้วก็ ตอบมาเลยว่าตามข้อเสนอที่จะให้เอาร่างฉบับประชาชนมาทั้งหมดโดยไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติม อะไรเลยในบทนิยามในมาตรา ๓ นะครับ ท่านจะเห็นด้วยไหมแล้วเดี๋ยวพอคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากมีความเห็นอย่างไรเสร็จแล้วเดี๋ยวท่านคุณหมอบรรพตได้อภิปรายนะครับ เชิญครับท่านประธาน
ท่านประธานที่เคารพ ก่อนอื่นผมต้องขอบพระคุณกฤษฎีกา ที่ไม่ใช่เข้าข้างประชาชน ๑๐,๒๒๗ ท่านนะครับ เรามี เหตุผลครับ หลายท่านอาจจะเข้าใจว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้เร่งรัดเร่งรีบประชุมกันจนตีหนึ่ง
เอาอย่างนี้ครับ เราพูดกันมามากแล้วผมเรียนถามท่านว่าท่านเห็นด้วยไหม คณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากจะเห็นด้วยไหมจะเอาร่างของประชาชนมาใช้ทั้งหมด ถ้าท่านเห็นด้วยเดี๋ยวผม จะให้อ่านถ้อยคําให้สมาชิกท่านได้ฟังนะครับ ส่วนประเด็นอื่นเราเห็นพ้องต้องกันหมดแล้วล่ะ เอาเฉพาะประเด็นนี้คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นด้วยไหม
ผมขอนิดเดียวครับว่า ผมเสนอมา ๑๗ เดือนมิถุนายน ๒๕๕๑ คอยมา ๓ ปีครับ ไม่ใช่เร่งรีบเลยนะครับ แล้วกับที่ ท่านประธานถามผมนั้นผมเห็นด้วยครับ ผมฟังมติที่ประชุมครับถ้าที่ประชุมเห็นด้วยผมก็เห็น ด้วยไม่คัดค้านครับ เห็นด้วยเลยครับ
ถ้าคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนั่งอยู่ข้างบนนี้ส่วนใหญ่ไม่มีใครเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่า คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นชอบด้วยที่จะนําเอาร่างฉบับประชาชนมาใช้ในมาตรา ๓ ฉะนั้นท่านจะอ่านถ้อยคําหรือท่านมีประเด็นอะไรขัดแย้งอีกครับ เชิญแสดงความคิดเห็น
ผม นายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ ครับ ท่านประธานที่เคารพ กรรมาธิการ ถ้าหากเสนอว่าเอาร่างประชาชนร่างเดิมที่ทํามาสิ่งที่จะ เป็นปัญหานะครับคือแพทย์แผนไทยครับ สาขาเภสัชกรรมไทยตกครับ จะหายไปเลยครับ จะไม่มีใครที่จะไปเปิดร้านขายยาได้ครับ เพราะฉะนั้นร่างตรงนี้มันจะหายไปอันนี้เป็น ความปรารถนาดีของคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่เห็นว่าจะต้องมีการปรับปรุงครับ แค่ในส่วนนี้ที่เราเสนอไปตรงนั้นถ้ายังไปยืนยันบอกว่าเอากลับร่างประชาชนเหมือนเดิมจะมี ปัญหาอีกหลายมาตราครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ยอมรับครับว่าที่ทําออกมาใช้เวลาค่อนข้างเร่งรีบ ๓ วัน แต่ว่าประชุมกันดึกดื่นแต่พวกเราทําด้วยความตั้งใจ แต่ว่าบางอันมันอาจจะมีประเด็น ปัญหาว่าพอทําเสร็จมันต้องมาทบทวนกันอีกสักรอบหนึ่งพอทบทวนกันแล้วมันถึงจะเข้ามาสู่ สภา แต่ว่าการประชุมมันก็เป็นไปด้วยความลําบาก แล้วในการประชุมคณะกรรมาธิการเรา ตกลงกันว่าจะประชุมสัปดาห์ละ ๑ วันคือวันพุธ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ
เอาล่ะไม่เป็นไร ประชุมไปแล้วขณะนี้ร่างมาถึงสภาวาระที่สองแล้ว ผมให้คณะกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ได้อ่านร่างมาตรา ๓ ที่ท่านเห็นชอบที่จะนําเสนอใหม่ เสร็จแล้วหลังจากนั้นจะให้ท่านชลน่าน ได้อภิปรายว่าท่านจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างไรนะครับ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก อ่านนะครับจะถือว่าเป็นร่างใหม่ของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ท่านนําเสนอต่อสภา จากนั้นจะให้ท่านสมาชิกได้แสดงความคิดเห็น ถ้าท่านเห็นด้วยก็ผ่าน ท่านไม่เห็นด้วยก็ลงมติ ว่าจะเอาอย่างไร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพครับ ในร่างของประชาชน มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
วิชาชีพแพทย์แผนไทย หมายความว่า การประกอบวิชาชีพที่กระทําหรือ มุ่งหมายจะกระทําต่อมนุษย์เกี่ยวกับการแนะนํา การตรวจโรค การวินิจฉัยโรค การบําบัดโรค การรักษาโรค การป้องกันโรค การส่งเสริมและการฟื้นฟูสุขภาพ การผดุงครรภ์ ด้วยกรรมวิธี ใด ๆ เกี่ยวกับการแพทย์แผนไทย
ผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย หมายความว่า บุคคลซึ่งได้ขึ้นทะเบียน และรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยจากสภาแพทย์แผนไทย
ใบอนุญาต หมายความว่า ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย ของสภาแพทย์แผนไทย
สมาชิก หมายความว่า สมาชิกสภาแพทย์แผนไทย
กรรมการ หมายความว่า กรรมการสภาแพทย์แผนไทย
คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการสภาแพทย์แผนไทย
เลขาธิการ หมายความว่า เลขาธิการสภาแพทย์แผนไทย
พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้
รัฐมนตรี หมายความว่ารัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
กราบเรียนครับ
ก็นั่นเป็นถ้อยคําในมาตรา ๓ ที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนําเสนอใหม่ ท่านชลน่านครับ แล้วท่านบรรพตต่อนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมอีกครั้งหนึ่งนะครับ ด้วยความเคารพ ถ้าสมมุติ ไม่สมมุตินะครับ แนวโน้มขณะนี้ท่านประธานพยายามที่จะให้ทางคณะกรรมาธิการซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากได้กลับสู่ร่างเดิมของภาคประชาชน ก็เหมือนที่นําเสนอต่อสภาในการแถลง หรืออ่านกันครั้งสุดท้ายของคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นอยู่ ด้วยความเคารพท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะกรรมาธิการครับ จริง ๆ ร่างภาคประชาชน ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เรารับหลักการไป ในเบื้องต้นเราถือว่าเรารับหลักการเราก็เห็นชอบ แต่บนพื้นฐานของความไม่สมบูรณ์ของร่างของภาคประชาชนก็มีอยู่ ผมยกตัวอย่างเช่น ท่านคณะกรรมาธิการท่านยืนยันเองนะครับว่า ถ้าใช้ร่างของคณะกรรมาธิการ ความครอบคลุมของสาขาการแพทย์แผนไทยบางสาขาก็จะหายไป ความประสงค์ของ คณะกรรมาธิการ เช่น จะเห็นหมอพื้นบ้านนะครับ ผมใช้คําว่า ความประสงค์ของ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากที่เขียนมานะครับ อยากจะเห็นหมอพื้นบ้านมีที่ยืนให้เป็น สมาชิกหรือเป็นส่วนหนึ่งของสภาวิชาชีพนี้ ท่านก็ไปเขียนเข้ามา ถ้าใช้ร่างเดิม ไม่มีครับ หมอ พื้นบ้านก็หลุดไป เภสัชกรรมไทยก็หลุดไป มันมีหลายประการที่ไม่ครอบคลุม แต่ผมก็มี ความเห็นว่าถ้าจะใช้ร่างของภาคประชาชนคือกลับสู่ร่างเดิมที่เรารับหลักการ ก็คือเป็นร่าง ที่สภาผู้แทนราษฎรต้องใช้คําว่า ร่างสภาผู้แทนราษฎรในชั้นรับหลักการ เพราะท่านใช้ร่างนี้ เป็นร่างหลักอยู่แล้ว แต่เป็นการร่างยกร่างมาของภาคประชาชน ถ้าเรากลับไปร่างตรงนั้นปุ๊บ เราจะมีการชดเชยความขาดหายไปในสิ่งที่ไม่ครอบคลุมได้อย่างไร ผมฝากเป็นประเด็น คําถามนะครับ ถ้าจะให้ผมโหวตให้ผมก็ต้องการคําตอบนี้ด้วยท่านจะทําอย่างไร ท่านจะได้ แก้ไขในตัวบทที่มีตัวบทต่อไปทําได้หรือไม่ ความเกี่ยวเนื่องกับกฎหมายอื่นนะครับ ฟังจาก กฤษฎีกาท่านยืนยัน ถ้าท่านต้องการเอาแผนไทยประยุกต์เข้ามาอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ หรือแม้ตัวแพทย์แผนไทยเองท่านก็ไม่แก้กฎหมายที่เกี่ยวเนื่องท่านทําหรือยัง ก็ยังไม่ได้ทํา ปกติกฎหมายฉบับนี้นะครับเสนอมาก็ต้องเสนอควบคู่กับการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ประกอบโรคศิลปะยื่นเข้ามาพร้อมด้วยกันเพราะจะได้มีมาตราที่เกี่ยวเนื่องจะได้ถือใช้บังคับได้ เพราะฉะนั้นถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกไป ไม่แก้ไขกฎหมายฉบับนั้น สภาพการบังคับลักลั่น จะถือตามกฎหมายไหน ถ้าจะถือตามกฎหมายโน้นเขาก็บอกเขามีอํานาจอยู่ จะถือ ตามกฎหมายนี้ก็จะไปแย้งกับกฎหมายโน้น สภาพบังคับดูเหมือนจะมีปัญหาอีก ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมเองเท่าที่ดูแล้วคงจะไม่แสดงความเห็นมากมายต่อไป แต่ผมคิดว่าการถอนญัตติในสภานี้เป็นเรื่องทําได้ ข้อบังคับ ข้อ ๕๓ ถ้าผมจําไม่ผิดนะครับ ของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรปี ๒๕๕๑ นี้ ขออนุญาตท่านประธานครับ
ข้อ ๕๓ ถูกแล้ว
ข้อ ๕๓ เขียนไว้ชัดครับ ญัตติใดที่เสนอ ต่อสภาแล้ว กรณีผู้เสนอญัตติจะถอนญัตติหรือจะแก้ไขเพิ่มเติม หรือจะถอนชื่อจากการเป็น ผู้ร่วมเสนอ หรือการจะถอนการรับรองญัตติจะต้องได้รับความยินยอมของที่ประชุม เท่านั้นเอง ผมก็คิดว่าเราก็ทํากันบ่อยครับ กฎหมายหลายฉบับที่มีข้อความที่ไม่สมบูรณ์ เราอยากให้อยู่ในชั้นนั้น แล้วชั้นคณะกรรมาธิการก็สามารถใช้อํานาจคณะกรรมาธิการ ไปพิจารณาปรับปรุงแก้ไขได้ถอนกลับไปก็เยอะ ผมก็คิดว่าวิธีการนี้น่าจะเหมาะที่สุด ในขณะนี้นะครับ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ ผมเคารพ ท่านครับ ความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของท่านผมเองก็เคารพ แต่ว่าประโยชน์สูงสุด ที่จะเกิดขึ้นกับความตั้งใจท่าน เจตนารมณ์ท่าน ต้องขออนุญาตนะครับ ถ้าสมมุติท่านใช้ คําพูดว่า ผมขอตายกลางสภา นี้ ประเด็นที่ ๑ เป็นความเห็นของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากหรือไม่ที่จะไม่ถอน หรือจะเป็นเฉพาะความเห็นของท่านประธานเอง ถ้าเป็น ความเห็นเสียงข้างมากท่านก็ต้องแสดงมติออกมาว่าเป็นมติเสียงข้างมากที่จะไม่ถอน เพราะว่าท่านทําในนามของคณะกรรมาธิการเป็นองค์คณะครับ ท่านอาจจะใช้ความเห็น ตัวเองไม่ได้ ก็ต้องเป็นความเห็นเสียงข้างมากที่จะถอนหรือไม่ถอน ก็ฝากประเด็นนี้ เพราะมันถอนได้ครับ แล้วข้อดีผมคิดว่าอย่างนี้ครับ ผมกล้ารับปากกับท่านเลย แล้วผมเชื่อว่า ผมกลับมาสภานี้แน่ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ยืนยันเลยครับว่าเราส่งเสริม เราเห็น เราอยากเห็น แต่อยากเห็นความสมบูรณ์ที่สุด ความดีที่สุดที่จะลงไปสู่พี่น้องประชาชนผู้ประกอบวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ได้รับปริญญาบัตร วุฒิบัตร หรือแม้กระทั่งภูมิปัญญาไทยที่มีกฎหมายอื่น ส่งเสริมอยู่ เช่น หมอพื้นบ้านนี้เขาก็ควรจะมีที่ยืน ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมว่า ถ้ากลับไปร่างเดิมนี้โหวตแต่ละรายมาตราไปก็จะมีความลักลั่นซับซ้อนมาอีก เกิดองค์ประชุม ไม่ครบขึ้นมาท่านประธานครับ วันนี้เราก็จบแค่นี้ กฎหมายนี้ก็ค้างอยู่ เสมือนถอนเลยครับ ท่านประธานก็ต้องเลื่อนไปลงมติอยู่ดี การลงมตินั้นก็หมายถึงการประชุมครั้งต่อไป พรุ่งนี้ เราไม่มีการประชุมแน่ครับ พรุ่งนี้วันฉัตรมงคล ถ้าเกิดมีการยุบสภาวันที่ ๖ วันที่ ๗ ไป เราก็ ไม่มีโอกาสประชุม ก็โน้นครับ สมัยหน้า นั่นหมายความว่าการยืนยันกฎหมายฉบับนี้ ผมเชื่อ ทุกพรรคยืนยันแน่นอนครับ มันเหมือนเป็นสัญญาประชาคม แล้วผมเชื่อว่าหลายพรรค ใช้นโยบายแพทย์แผนไทยนี้เข้าไปบอกกล่าวกับพี่น้องประชาชนในการที่จะรณรงค์ หาคะแนนเลือกตั้ง ภาพลักษณ์ตรงนั้นก็น่าจะดี ภาพพจน์ตรงนั้นก็น่าจะดีขึ้น ด้วยความ ขอบคุณ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ ถ้าคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ว่าอย่างไรผมก็คิดว่าเป็นทางออกให้กับสภาแห่งนี้ พวกเราเองฐานะเป็นสมาชิกก็อยากช่วย ท่านนะครับ แต่ฟังปัญหาอุปสรรคแล้ว ความคาบเกี่ยวของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ความไม่ ครอบคลุมเนื้อหาสาระที่อาจจะมีขาดตกบกพร่อง ทั้ง ๓ ประการนี้ผมก็คิดว่ามีเหตุผล พอครับ ไม่ใช่เป็นความผิดของคณะกรรมาธิการหรอกครับ แต่เราช่วยกันทํา กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ
เชิญคุณหมอบรรพตก่อนครับ เดี๋ยวคณะกรรมาธิการต่อจากนี้ครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม บรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ คือผมคิดว่ามาถึงจุดนี้แล้วการที่มีข้อเสนอว่าจะเอาร่างของประชาชน ผมเข้าใจว่าเฉพาะมาตรา ๓ ไม่เกี่ยวกับมาตราอื่นนะครับ มาให้สภาแห่งนี้พิจารณาเพื่อจะผ่านหรือไม่ผ่านนะครับ ความจริงมันก็ตรงกับที่ผมอภิปราย ไว้ส่วนหนึ่งก็คือว่าไม่เอาหมอพื้นบ้านมาอยู่ในสภาวิชาชีพนี้เลย แต่ก็ยังมีเรื่องของ เภสัชกรรมโบราณอยู่ดี ขอโทษนะครับ แต่ก็ยังขาดเภสัชกรรมโบราณ ซึ่งผมก็ประสงค์จะให้ เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ว่าคณะกรรมาธิการก็บอกว่าถ้าเป็นอย่างนั้นมันจะมีปัญหา เยอะแยะ เพราะฉะนั้นถึงแม้ผมจะชอบก็ตาม จะเห็นด้วยก็ตามในการที่จะเอาร่างของฉบับ ประชาชนในมาตรา ๓ มาพิจารณา แต่ผมคิดว่ามันจะนําไปสู่เรื่องของปัญหาโครงสร้างของ กฎหมายในมาตราอื่น ๆ ตามมาอีกเยอะแยะเลย เพราะฉะนั้นผมถึงคิดว่ามันจะเป็นไปได้ ยากครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็อยู่ในช่วงระหว่างเปลี่ยนผ่านมายังท่านประธานคนใหม่นะครับ ผมอยากจะเสนอแนะเพื่อความเห็นชอบร่วมกันอย่างนี้นะครับว่า คืออยากจะให้ไม่ต้องมีการ โหวตในมาตรานี้ ถึงแม้ว่าผมจะไม่เห็นด้วยในสิ่งที่คณะกรรมาธิการได้แก้ไขแล้วในมาตรา ๓ นี้ แต่ว่าผมเองก็ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะให้มีการโหวตแต่ประการใด อยากจะให้กฎหมายนี้ เคลื่อนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงมาตราสุดท้าย แล้วตรงนั้นก็เป็นเรื่องที่ว่าสภาแห่งนี้ก็จะได้ให้ ความเห็นว่าจะรับหรือไม่รับ เพราะว่ายังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่สําคัญ ๆ ที่รอพิจารณา อยู่ ดังนั้นผมจึงคิดว่าอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการทุกท่านที่เป็นเสียงข้างมาก มันก็มีอยู่ ๒ วิธี ๑. ก็คือว่าถ้าท่านประธาน จะกรุณาถอนไป หมายถึงประธานคณะกรรมาธิการกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก แล้ว กฎหมายก็ไม่ได้เสียหายอย่างที่หลายท่านได้พูดไปแล้ว ที่เป็นนักกฎหมาย
เรื่องที่ ๒ คืออยากจะขอความกรุณาท่านประธาน ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรได้กรุณานอกรอบกับทางท่านประธานคณะกรรมาธิการสักหน่อยเถอะครับ อาจจะมีการพักการประชุมสักนิดหนึ่ง แล้วก็ว่าจะทําอย่างไรดี ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมืองอยากจะให้ผ่านครับ แต่เมื่อผ่านไปแล้วมันปฏิบัติ ไม่ได้ มันมีปัญหาในการปฏิบัติ มันจะสร้างปัญหาอื่น ๆ ตามมา ผมก็คิดว่ากฎหมายอย่างนั้น ก็ไม่ควรจะให้ผ่าน แต่ถ้าเกิดว่าเราสามารถที่จะใช้เวลานอกหารือร่วมกันได้ตรงนี้ ผมก็คิดว่า ก็น่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดี อยากจะให้กลับคืนสู่ในเรื่องของการที่เราใช้วิธีการพูดจากันให้ สามารถรอมชอมกันได้ ขอบพระคุณครับ
เชิญคณะกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพอย่างสูงและท่าน ส.ส. ผู้มีเกียรติทุกท่าน กระผม ดอกเตอร์ประเสริฐ ลิ่มประเสริฐ กรรมาธิการ ก่อนอื่นก็ขอกราบเรียนท่านผู้ทรงเกียรติ ส.ส. จังหวัดน่าน ท่านนายแพทย์ ชลน่านก่อนว่า คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ลงมติกัน ไม่ใช่ท่านประธานคนเดียวที่พูด เพราะเราได้สอบถามก่อนแล้ว ให้ท่านประธานเป็นคนพูดไปเมื่อสักครู่นะครับ เพราะฉะนั้น คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากจริง ๆ ได้ลงโหวตกันแล้วว่าเดินหน้าต่อไป ไม่ถอนนะครับ
ส่วนท่านนายแพทย์ ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนว่าในเรื่องของร่างตรงนี้ ผมเรียนว่าร่างของประชาชนนั้น ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ชี้แจงให้ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติทั้งหลายได้ทราบแล้วว่า ตรงนี้มันพอผ่านไปได้ เพราะฉะนั้นมาตรา ๓ ที่ท่านว่านั้นมันครอบคลุมหมดแล้วพอสมควร แล้วก็ผ่านกฤษฎีกามาแล้วตรงนั้น เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าคงพิจารณามาอย่างดีแล้วที่สามารถ ที่จะอะลุ้มอล่วยไปได้ ขอโทษนะครับที่กล่าวถึงท่าน ท่านอาจจะอย่างไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้คณะกรรมาธิการทั้งหมดก็เลยได้ลงมติกันอย่างนั้น ในส่วนของเฉพาะเสียงข้างมาก ท่านอาจจะอ้างว่าเสียงข้างน้อยหรือไม่น้อยผมก็คงไม่ทราบ แต่ว่าเราพิจารณากันเราทํางานเป็นทีม เป็นคณะ เราไม่คิดว่าใครคนใดคนหนึ่ง ไม่คิดว่า เสียงข้างน้อยหรือข้างมาก เวลาลงมติกันก็ใช้มติที่ประชุมเป็นเสียงใหญ่ เวลาแก้ก็แก้มา โดยเสียงส่วนใหญ่ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนให้ทราบ ขอบคุณครับ
เชิญคณะกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วราสิทธิ์ กาญจนสูตร เป็นคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของรัฐบาล พอดีอาจจะมี คําชี้แจงของท่านคณะกรรมาธิการซึ่งมาจากภาคประชาชน อาจจะมีความไม่ชัดเจนนะครับ ต้องกราบเรียนที่ประชุมอย่างนี้นะครับว่ากระผมได้มาเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการเพียง ๓ ครั้ง ไม่ทันได้เป็นคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อย ส่วนตัวเองก็ทําหน้าที่ ในฐานะเป็นคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของรัฐบาล มีความประสงค์จะสงวนความเห็น ตั้งหลายมาตรา แต่ไม่ทันได้สงวนความเห็น จนมีเหตุปัจจัยใดก็แล้วแต่นะครับ ด้วยความ เคารพท่านประธานคณะกรรมาธิการนะครับว่ากระผมเสนอไปเมื่อสักครู่ก็เพราะว่า เนื่องจากมาตรา ๓ มีการแก้ไขแล้วก็มีการเพิ่มหลักการเข้ามาให้สาขาการแพทย์แผนไทย เข้ามา ให้หมอพื้นบ้านเข้ามา ก็เลยมีประเด็นข้อขัดแย้งซึ่งอาจจะทําให้การพิจารณา ไม่สามารถจบลงได้ ถ้าหากว่าจะกลับคืนไปร่างของภาคประชาชน ก็อาจจะมีความเป็นไปได้ ที่อาจจะพิจารณาได้ง่ายขึ้น แต่ว่าหลักการก็เป็นหลักการเฉพาะของประชาชนเท่านั้นเอง ซึ่งก็ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่สภารับหลักการไว้ในวาระที่หนึ่ง กระผมในฐานะเป็นบุคคล ซึ่งกลาง ๆ ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อยากจะขออนุญาตท่านประธานคณะกรรมาธิการว่า ถ้าหากว่าจะถอนไปตามข้อเสนอแนะของท่านสมาชิก กระผมก็จะได้เข้าไปร่วมในการ พิจารณา ก่อนที่จะมีการเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาในสมัยต่อไป น่าจะมีความชัดเจน แล้วก็มีความเหมาะสมไม่ขัดแย้งกับหลาย ๆ ฝ่าย ต้องขออนุญาตกราบเรียนขอท่าน กลางสภาด้วยความเคารพครับ
ท่านประธานคณะกรรมาธิการมีอะไรไหมครับ มีคณะกรรมาธิการเสนอว่าสมควรถอนครับ ท่านยืนยันไม่ถอนนะครับ เชิญครับ
ขออนุญาตครับ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพอย่างสูงและท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน มติได้ผ่านไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอความกรุณาท่านประธานดําเนินการต่อไป พิจารณาต่อครับ
ในมาตรา ๓ ยังมีสมาชิกท่านใดติดใจไหมครับ ท่านนายแพทย์บรรพตไม่ติดใจแล้วนะครับ มีท่านใดติดใจไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิง วิลาวัณย์ จึงประเสริฐ คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย กรณีของ มาตรา ๓ นี้ที่เราถกกัน จริง ๆ มีข้อกังวลอยู่มาก ในความเป็นจริงเมื่อสักครู่นี้ก็ฟังมายาวนาน มากที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้พูดถึงหลักการและเหตุผล ความเชื่อมโยงทั้งแพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ หมอพื้นบ้าน แล้วก็ยังมีบางท่านที่กล่าวถึงกรณีที่ไม่มีร่างของรัฐบาล เสนอเข้ามา จริง ๆ ในส่วนนี้รัฐบาลเองก็ได้พิจารณาร่างที่ท่านอร่ามแล้วก็ผู้ที่ร่วมลงนาม ๑๐,๐๐๐ คนเศษได้เสนอเข้ามาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๕๑ แต่กระทรวงได้รับร่างนี้ เมื่อ ๒๕๕๒ แล้วก็ได้พิจารณากัน แล้วครั้งนั้นกระทรวงเองก็ได้มีหนังสือให้ความเห็นว่า ยังไม่ควรรับรองร่าง นัยจริง ๆ เพราะว่าเราทราบว่ามันยังมีจุดอ่อนที่ควรจะต้องมีการ ปรับปรุงและแก้ไขอยู่มากพอสมควร แล้วก็ครั้งนั้นเองเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เราได้มีการเสนอให้มีการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อตั้งสภาวิชาชีพการแพทย์แผนไทย แล้วก็ผ่านหน่วยงาน กลุ่มคนต่าง ๆ จนออกมาเป็นข้อสรุปเบื้องต้นให้ทราบถึงจุดอ่อนอีก มากมาย ถ้าเราจะเร่งรีบในการที่จะตั้งสภาวิชาชีพนี้ สภาวิชาชีพนี้จึงเป็นศักดิ์ศรีที่ดีมากของ แพทย์แผนไทย แล้วโดยส่วนตัวแม้ว่าตัวดิฉันเองจะเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน แต่ดิฉันยืนยัน ในทุกที่ ทุกสถานว่าแพทย์แผนไทยคือภูมิปัญญาที่มหัศจรรย์ทรงคุณค่าอย่างยิ่งของแผ่นดิน ดิฉันยืนอย่างนี้มาตลอด การแพทย์พื้นบ้านจริง ๆ ก็ไม่ต้องการให้แยกออกไป เพราะนั่นคือ รากฐานสําคัญของการแพทย์แผนไทย แล้วก็ในช่วงที่คณะกรรมาธิการเราพิจารณากัน กลุ่มหมอพื้นบ้านกลุ่มใหญ่ก็ยื่นหนังสือเข้ามาที่ว่าอย่ามาแบ่งแยกกันอย่างนั้น เพราะว่า เดี๋ยวเราจะกลายเป็นเสี่ยง ๆ อีก เฉพาะแค่แพทย์แผนไทยกับแพทย์แผนไทยประยุกต์ ที่มีสถาบันการศึกษาพยายามแบ่งแยกใบประกอบโรคศิลป์ ตรงนั้นดิฉันในอีกฐานะหนึ่งก็คือ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เราเชิญประชุมผู้เกี่ยวข้อง ในทุกสถาบันการศึกษาที่มีหลักสูตรเหล่านี้หารือ จนสุดท้ายเรากําลังพยายามจะหาทาง ที่จะรวมให้เป็นปึกแผ่นว่านี่คือการแพทย์แผนไทยในระดับของสถาบันการศึกษา ในการศึกษาภาคอุดมศึกษา แต่ละขั้นแต่ละตอนนั้นมันมีความหลากหลายลักลั่น ไม่เหมือนกับสภาวิชาชีพอื่น สภาวิชาชีพ สภาทนายความนั้นทุกคนต้องจบปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต แต่หมอพื้นบ้านนั้นท่านเรียนมาตั้งแต่ท่านยังเป็นเด็กหญิง เด็กชาย แต่ท่านทรงภูมิปัญญาลึกซึ้งมาก ดิฉันกล้าพูดอย่างนี้ เพราะว่าดิฉันเจอและได้หารือมาเยอะ เพราะฉะนั้นยืนยันนะคะ มาตรา ๓ นี้ต้องขอความกรุณาว่าอย่าเร่งรัดและรวบรัดในการ ตัดสิน แล้วก็ด้วยนิยามศัพท์นั้น การแพทย์แผนไทยจริง ๆ ต้องครอบคลุมทั้งเวชกรรมไทย เภสัชกรรมไทย การนวดไทย อันนี้เราก็ถกกันอีกว่าการแพทย์พื้นบ้านไทยนี้จะอยู่ในสาขาใด เพราะฉะนั้นหลังจากที่ได้มีการขึ้นทะเบียนหมอพื้นบ้านทั่วประเทศที่อยู่ในบัญชีขณะนี้ ๕๐,๐๐๐ กว่าคน หมอพื้นบ้านส่วนใหญ่บอกไม่รู้เรื่องเลยว่ามีการร่าง พ.ร.บ. นี้เข้ามา ไม่เคยมีการฟังความรอบข้างอย่างใดเลย แล้วเขาจะมีส่วนร่วมว่าอย่างไร แล้วดูแลเขา อย่างไร เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะลงมติเพียงแค่จะบอกว่าขอกลับไปที่ร่างเดิมนั้น ดิฉันคิดว่า ยังไม่รอบคอบ แล้วก็จะกลายเป็นการตัดหมอพื้นบ้านออกไปน่าจะไม่ถูกต้อง และทราบว่า เมื่อสักครู่คุณหมอเทวัญเองก็ได้เสนอเรื่องของคําว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งมันก็จะไปซ้ําซ้อน กับ พ.ร.บ. สถานพยาบาล แล้วก็ พ.ร.บ. การประกอบโรคศิลป์อื่น ถ้ายังคงปล่อยไว้อย่างนี้ จะกลายเป็นอันตรายอย่างยิ่งในการบังคับใช้หรือในการดําเนินการของสภาวิชาชีพแห่งนี้ ถ้ายังจะเดินหน้าต่อนะคะ เพราะฉะนั้นหลากหลายที่จะต้องทบทวน ขณะเดียวกัน ในกระบวนการที่คณะกรรมาธิการได้มีการประชุมกันนั้น แม้แต่ร่างของที่เรารับหลักการ กันมา บอกว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ แต่ถ้าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลายอ่านอย่างรอบคอบ ท่านก็ จะพบว่ามันมีการอ้างมาตราผิดพลาด อ้างถ้อยความและการเชื่อมโยงผิดพลาดอยู่ มันยังมี ความไม่ละเอียดรอบคอบอยู่พอสมควร เพราะฉะนั้นที่บอกว่าคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ลงมติทุกครั้งก็คือ ๑๖ เสียงต่อ ๑๔ เสียง ในขณะที่คณะกรรมาธิการมี ๔๘ คน เพราะฉะนั้น ก็คิดว่าอยากจะขอให้มีความละเอียดรอบคอบ แล้วมองให้รอบด้าน การแพทย์แผนไทย ต้องเป็นปึกแผ่นและจะต้องเป็นแผนหลักของชาติ ภูมิปัญญาเหล่านี้อย่าให้เพียงเพื่อความ รีบร้อนในการตั้งสภาวิชาชีพ แล้วสุดท้ายเกิดการบังคับใช้ที่ไม่เหมาะสม แล้วทําลาย ภูมิปัญญาเหล่านี้ไป น่าเป็นห่วงค่ะ ขอบคุณค่ะ
สรุปแล้วคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยวิลาวัลย์ยังติดใจนะครับ คณะกรรมาธิการท่านอื่น มีอะไรไหมครับ เชิญคณะกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานและ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม ชัยรัตน์ นนทชัย กรรมาธิการ ที่ผ่านมาเราก็ใช้ เวลาแก้กันมาหลาย ๆ วัน ไม่ใช่วัน ๒ วันนะครับ แล้วเสียงส่วนใหญ่ก็ลงความเห็น คณะกรรมาธิการว่าจะเอาตามร่างของประชาชนเป็นหลัก ทีนี้ก็พูดถึงภูมิปัญญาหมอพื้นบ้าน ก็มีประโยชน์อยู่ แต่ว่าที่ผ่านมาทางกฎระเบียบเดิม ๆ หมอพื้นบ้านก็ไม่ได้รับการสนับสนุน และส่งเสริมจากทางภาครัฐ เราจําเป็นต้องรวมตัวกันมาแก้กฎหมายในวันนี้เพราะว่าใน หลังจากกฎหมายตัวนี้ผ่าน ก็จะมีภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านที่รักษาโรคร้าย ๆ ปรากฏเป็น รูปธรรมขึ้นมา แล้วก็จะเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติไปทั่วโลก แล้วก็สมุนไพรไทยจะถูก การพัฒนาโดยอย่างแท้จริงจากกฎหมายของประชาชนฉบับนี้ ผมอยากกราบเรียนท่านที่ เคารพในที่ประชุมนี้ ขอฝากให้ท่านพิจารณา เพราะว่าการแก้กฎหมายฉบับนี้เราใช้เวลามา ๓ ปีแล้ว ไม่ใช่เร่งรีบ แล้วก็ใช้เวลายาวนาน แล้วก็ของดี ๆ ในบ้านในเมืองเรา ปัจจุบันนี้ ต่างชาติไปจดสิทธิบัตรหลายตัวแล้ว ถ้าปล่อยไปอย่างนี้กฎหมายใหม่ ๆ ระบบใหม่ ๆ ระบบ ที่มาตรฐานที่เรากําลังจะพัฒนา เรามีภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย หมอพื้นบ้านที่มีความรู้ อย่างชัดเจน มีผลตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ได้ชัดเจน เป็นเรื่องระดับโลกไม่ใช่ระดับชาติ ถ้ากฎหมายตัวนี้ผ่าน สิ่งดี ๆ แปลก ๆ ใหม่ ๆ ในการแพทย์แผนไทย ในการสมุนไพรไทย ภูมิปัญญาไทยจะเกิดเป็นรูปธรรม แล้วก็จะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้เจ็บป่วยโดยแท้จริงต่อ มวลมนุษยชาติ ขอฝากไว้แค่นี้ครับ สวัสดีครับ
สรุปแล้วคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากต้องกากลับคืนสู่ร่างประชาชน มีคณะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย หรือสมาชิกท่านใดยังติดใจไหมครับ คณะกรรมาธิการวิลาวัลย์ครับ
คือบังเอิญว่าท่านคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากไปพูดถึงเรื่องของสิทธิบัตร จริง ๆ แล้วกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง ของสิทธิบัตร หรือการคุ้มครองภูมิปัญญานั้นสภาแห่งนี้ได้กรุณาผ่าน พ.ร.บ. ไปตั้งแต่ ปี ๒๕๔๒ แล้ว เราเป็นพระราชบัญญศัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พุทธศักราช ๒๕๔๒ ในนั้นคือการคุ้มครองภูมิปัญญาทั้งระบบ ซึ่งขณะนี้ในเวทีโลกจะมี เรื่องของไวโป (WIPO) เป็น เวิลร์ด อินเทอเรคชวล พร็อพเพอร์ตี้ ออร์แกไนเซชั่น (World Inter-rectual Property Organization) ที่ดูแลเรื่องนี้ แล้วกรมนั้นได้ติดตามแล้วก็ ตรวจสอบ มีเจ้าหน้าที่ติดตาม แล้วต้องพยายามปกป้องทุกรูปแบบ เพราะฉะนั้นจะต้อง คุ้มครองอย่างไรการจดทะเบียน การจดแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นตํารับตํารา ภูมิปัญญา วัสดุ วัตถุ ธาตุ สมุนไพร อยู่ใน พ.ร.บ. นั้นอยู่แล้ว ไม่ใช่ พ.ร.บ. นี้ค่ะ พ.ร.บ. นี้เป็น พ.ร.บ. ที่ดูแล เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ เรื่องของมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ เป็นหลัก อันนั้นจะเป็น พ.ร.บ. ที่มีอยู่แล้วค่ะ เพราะฉะนั้นตรงนั้นเราเดินหน้ามานาน ขณะเดียวกันการแพทย์พื้นบ้านไทยนั้นเรามีสํานักการแพทย์พื้นบ้านไทยที่ให้การดูแลที่พูด ถึงว่ามีการขึ้นทะเบียนหมอพื้นบ้านมาโดยลําดับ จนขณะนี้มี ๕๐,๐๐๐ กว่ารายชื่อ ทั่วประเทศ แล้วยังพยายามติดตามอยู่ตลอดเวลาที่จะได้ดูแลนั้นก็คือเป็นความพยายาม ที่จะเอาใจใส่ แล้วต้องบอกว่าอย่าให้ภูมิปัญญาแผ่นดินหายไปไหน สิ่งดี ๆ ต้องคงอยู่ คู่แผ่นดินไทยค่ะ
ครับ คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและสมาชิกบางท่านยังไม่เห็นด้วยที่จะเอากลับคืนไปสู่ ร่างเดิมของภาคประชาชนนะครับ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากไม่เปลี่ยนใจนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ครับ ถ้าไม่เปลี่ยนใจ ผมต้องขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติได้แล้วครับ ขอเชิญ สมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ ขอเชิญสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม แล้วกรุณากดบัตรแสดงตนด้วยครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมและกดบัตรแสดงตน ด้วยครับ ขอเชิญท่านสมาชิกกดบัตรแสดงตนด้วยครับ เมื่อสมาชิกเข้ามาแล้วกดบัตร แสดงตนด้วยนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ส่งผลการแสดงตนครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๓๖ คน ครบองค์ประชุมนะครับ พอดีนะครับ
ในมาตรา ๓ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากต้องการแก้ไขกลับคืนสู่ร่างเดิม ของภาคประชาชน คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยไม่เห็นด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะถาม สมาชิกครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก คือกลับคืนสู่ร่างของ ภาคประชาชนนะครับกดปุ่ม เห็นชอบ ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ครับ งดออกเสียงลงมติ งดออกเสียง ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ลงมติเสร็จเรียบร้อยนะครับ ส่งผลการลงมติครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๔๘ ท่าน เห็นด้วย ๖๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๗๙ ท่าน งดออกเสียง ๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน
เป็นอันว่าสภาแห่งนี้ไม่เห็นด้วยกับการสู่ร่างเดิมของภาคประชาชนนะครับ ขอเชิญเลขาธิการดําเนินการต่อครับ ในมาตรา ๔ ครับ
มาตรา ๔ มีการแก้ไข
นายแพทย์บัญญัติครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ กรรมาธิการครับ เนื่องจากในร่างของคณะกรรมาธิการ ในเมื่อไม่เห็นด้วยกับการกลับไปสู่ในร่างเดิมของภาคประชาชน แล้วก็ในร่างที่เสนอเข้ามา ในตอนนี้มันมีหลายร่างที่สมาชิกได้อภิปรายไว้ ไม่ทราบเราจะเอาร่างไหนครับ
ผมต้องถามคณะกรรมาธิการครับ เมื่อกลับคืนสู่ร่างเดิมไม่ได้ ท่านต้องเสนอว่าควรจะเอา ร่างใดเป็นร่างหลัก เชิญคณะกรรมาธิการครับ ท่านอย่าเพิ่งออกไปนะครับ เดี๋ยวจะต้องโหวต อีกครั้งหนึ่งครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เนื่องจากก่อนที่จะกลับสู่ร่างเดิมนะครับ ทางคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยกับทาง คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้เห็นด้วยกับในประเด็นร่างก่อนหน้านั้น ก็คือในเรื่องของ มาตรา ๓ ที่ปรับแก้ ที่ได้พิมพ์แจกนะครับ คือ
วิชาชีพการแพทย์แผนไทย หมายความว่า วิชาชีพที่กระทําหรือมุ่งหมายที่จะ กระทําต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจวินิจฉัย บําบัด รักษา หรือป้องกันโรค การส่งเสริมและ การฟื้นฟูสุขภาพ การผดุงครรภ์ การนวดไทยเพื่อการรักษาโรค และให้หมายความรวมถึง การเตรียม การผลิตยาแผนไทย และการประดิษฐ์อุปกรณ์ และเครื่องมือทางการแพทย์ ทั้งนี้ โดยอาศัยพื้นฐานความรู้หรือตําราเกี่ยวกับศาสตร์การแพทย์แผนไทยที่ได้พัฒนาสืบต่อกันมา
ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หมายความว่า บุคคลซึ่งได้ขึ้นทะเบียน และรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย จากสภาการแพทย์แผนไทย
หมอพื้นบ้าน หมายความว่า บุคคลซึ่งมีความรู้ความสามารถในการส่งเสริม และดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่น ด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยตามวัฒนธรรม ของชุมชนที่สืบทอดกันมานาน เป็นที่นิยมยกย่องจากชุมชน โดยมีประชาชนในหมู่บ้าน รับรองไม่น้อยกว่า ๑๐ คน หรือเป็นผู้ที่ได้รับการรับรองจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น
ใบอนุญาต หมายความว่า ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์ แผนไทยของสภาการแพทย์แผนไทย
สมาชิก หมายความว่า สมาชิกสภาการแพทย์แผนไทย
กรรมการ หมายความว่า กรรมการสภาการแพทย์แผนไทย
คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการสภาการแพทย์แผนไทย
เลขาธิการ หมายความว่า เลขาธิการสภาการแพทย์แผนไทย
รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ครับ
ร่างนี้เป็นร่างของใครนะครับ ผมจะได้ถามง่าย ๆ ครับ
เป็นร่างของนายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ กรรมาธิการครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมจะต้องถามนะครับ ในเมื่อเราไม่เห็นด้วยกับการกลับไปสู่ร่างของ ภาคประชาชน ผมจะต้องถามว่าท่านเห็นด้วยกับร่างของท่านนายแพทย์เทวัญ ซึ่งเมื่อสักครู่ คณะกรรมาธิการได้อ่านให้หรือไม่ คุณนิพนธ์ บุญญามณี ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ครับ ก่อนที่จะรับว่าใช้ร่างใครนี้ผมเข้าใจว่าในชั้นตอนที่รับหลักการไปนี้ในวันนั้นสภาแห่งนี้ ใช้ร่างใดเป็นร่างหลัก เราจะได้ดูว่าในร่างหลักที่รับหลักการไปนั้น เราต้องถือว่าร่างนั้น เป็นร่างหลักไว้ก่อน ปัญหาก็คือว่าวันนั้นใช้ร่างใดเป็นร่างหลัก ทีนี้เมื่อเราไม่เห็นด้วยกับ การแก้ไขแล้ว มันมีหลายฉบับ ฉบับไหนเป็นร่างหลักครับ
ต้องถามท่านประธานคณะกรรมาธิการ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อร่าม อามระดิษ ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพ แพทย์แผนไทย กระผมขอเรียนย้ําเลยครับว่าร่างที่เสนอเข้ามานี้ถึงจะไม่ใช่เป็นร่างหลัก ของผม แต่ผมไม่ขัดข้อง เห็นด้วยกับร่างที่คุณหมอเทวัญเสนอมา ขอยืนยันให้ผ่านไปเลยครับ
คุณนิพนธ์ครับ
ท่านประธานครับ ผม นิพนธ์ บุญญามณี ครับ ปัญหาคือวันที่เรารับหลักการไปสภาเวลาจะพิจารณานี้จะต้องมีร่างหลัก เสียก่อน ปัญหาว่าวันนั้นสภาแห่งนี้รับหลักการไปใช้ร่างใดเป็นร่างหลัก คณะกรรมาธิการ จะพิจารณาร่างนั้นเป็นร่างหลัก แล้วถ้าสมมุติว่าคณะกรรมาธิการไปแก้ไขจากร่างหลักนี้ เราจะต้องดูว่าถ้าท่านแก้ไขไปแล้วกลับร่างเดิม ก็คือร่างที่เดิมก็คือร่างหลักที่รับไปถ้ามันมี หลายร่าง ปัญหาก็คือวันนี้ร่างฉบับไหนเป็นร่างหลักก่อน ถ้าท่านแก้แล้วว่าเป็นร่างของ ประชาชน มีการแก้ไขไปแล้ว แก้อย่างไรถ้าไม่เอาร่างของประชาชน สมมุติว่าเป็นร่างหลัก ถ้าสภาแห่งนี้ไม่เอา จะเอาร่างไหน ทีนี้ต้องถามอีกทีหนึ่ง แต่ปัญหาต้องถามเสียก่อนว่าร่าง ไหนคือร่างหลักที่รับหลักการไปจากสภาแห่งนี้
ครับ ตอนที่คณะกรรมาธิการพิจารณาครั้งแรกใช้ร่างของคณะใดเป็นร่างหลักครับ เชิญท่านประธานครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อร่าม อามระดิษ ประธานคณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... ร่างของประชาชน ๑๐,๒๒๗ คน เป็นร่างหลักครับ ซึ่งผมอธิบายแล้ว ผมคิดว่า ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คงเข้าใจ กระผมยืนยันเลยครับ เพราะว่าการแก้ไขต้องแก้ ที่สภา ผมก็ให้เกียรติสภาครับ และไม่ได้มีข้อความผิดแตกต่างอะไรกันมาก ถ้าข้อความ เล็กน้อยไม่ได้ทําความเสียหายแต่จะเอื้อประโยชน์ให้กับประชาชนนั้นผมถึงยอมรับครับ แล้วผมยินดีที่จะแก้ไขตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ ขอยืนยันครับ
ผมเรียนอย่างนี้นะครับ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากก่อนที่จะขอกลับคืนไปสู่ร่างของ ภาคประชาชน คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้ร่างแก้ไขจากฉบับของภาคประชาชน ไว้เรียบร้อยแล้วตามร่างของนายแพทย์เทวัญที่เมื่อสักครู่คณะกรรมาธิการท่านได้อ่านให้ฟัง คือเป็นการแก้ไขจากร่างของภาคประชาชนเรียบร้อยแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็จะต้อง ถามว่าสมาชิกจะเห็นด้วยกับร่างที่แก้ไขของภาคประชาชนเรียบร้อยแล้ว ที่นายแพทย์เทวัญ เสนอเห็นด้วยหรือเปล่า อย่างนี้นะครับผมก็จะต้องมา ถ้าเห็นชอบก็เป็นอันว่าผ่านเลย นายแพทย์บรรพตอีกท่านหนึ่งครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม บรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเราจะมีความสับสน พอสมควรนะครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานให้ลงมติว่าจะเอาร่างในมาตรา ๓ ของ ภาคประชาชนหรือไม่ ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ก็คือไม่รับมาตรา ๓ ฉบับประชาชนนะครับ ตอนนี้ ก็คือต้องมาสู่ในเรื่องว่าแล้วจะรับมาตรา ๓ ในฉบับใด หรือร่างของใคร ตอนนี้ก็คือว่า คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ปรับปรุงมาตรา ๓ ตามที่เอกสารที่แจกไว้ตรงนี้ ตรงนี้ก็เป็น ทางเลือกหนึ่ง ทางเลือกที่ ๒ ก็คือว่า เมื่อมีการอภิปรายไประดับหนึ่งแล้ว ระยะเวลาหนึ่ง แล้วก็ปรากฏว่าคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากก็บอกว่า จะปรับปรุงแก้ไข แล้วก็ได้อ่าน ข้อความที่ปรับปรุงแก้ไขไปแล้ว อันนั้นก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แล้วคุณหมอเทวัญก็บอกว่ามา อ่านเมื่อสักครู่นี้ก็บอกว่าคืออย่างนี้ก็เป็นร่างของท่านเอง ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ตอนนี้ กลายเป็นมี ๓ ทางเลือกแล้วครับ ผมก็เลยไม่ทราบว่าจะให้ลงมติในทางเลือกไหนครับ คือมัน เกิดความสับสนตรงนี้แล้วนะครับ ซึ่งผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นหนทางที่ถูก ก็คือว่าเราคงจะมาดู ว่าคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากซึ่งได้แก้ไขปรับปรุง ซึ่งปรากฏในเอกสารฉบับนี้ก็คือยืนยัน ว่าตามนี้ก่อนแก้ไขปรับปรุง อันที่ ๒ ก็คือว่าคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ยอมที่จะ ปรับเปลี่ยนในสภานี้ ข้อความอย่างไรก็คือยังไม่มีความชัดเจนว่าจะปรับเปลี่ยนอย่างไร และ อันที่ ๓ ก็คือว่า คุณหมอเทวัญก็บอกว่ามีข้อเสนอของท่านอีก ก็เป็น ๓ ร่างด้วยกัน ผมเลย คิดว่าตรงนี้ละครับที่เป็นความที่จะต้องการความชัดเจนก่อนที่จะลงมติตรงนี้ครับว่าจะใช้ ร่างอะไรเป็นร่างในการตั้งคําถามครับ ขอบพระคุณครับ
ผมเรียนอย่างนี้ครับ ร่างขณะนี้เหลือร่างเดียว คือร่างที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก และคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยเห็นชอบด้วยแล้ว คือร่างของนายแพทย์เทวัญ ซึ่งเมื่อสักครู่อ่านให้พวกเราได้ฟังไป ซึ่งเมื่อสักครู่อ่านให้ฟังครั้งหนึ่งแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น ผมก็จะโหวตว่าคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ตอนนี้คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยเห็นพ้องต้องกันแล้วครับ เอาร่างของนายแพทย์เทวัญ ผมก็จะต้องถามสมาชิกว่าท่านผู้ใดเห็นด้วยกับร่างที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก และคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยเห็นด้วยของนายแพทย์เทวัญ ขอให้อ่านอีกครั้ง ได้ไหมครับเพราะว่าสมาชิกบางท่านยังไม่ได้ฟังนะครับ ขออ่านอีกครั้งหนึ่งก็แล้วกันครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
วิชาชีพการแพทย์แผนไทย หมายความว่า วิชาชีพที่กระทําหรือมุ่งหมาย จะกระทําต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจ วินิจฉัย บําบัด รักษา หรือป้องกันโรค การส่งเสริมและ การฟื้นฟูสุขภาพ การผดุงครรภ์ การนวดไทยเพื่อการรักษาโรค และให้หมายความรวมถึง การเตรียม การผลิตยาแผนไทยและการประดิษฐ์อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ ทั้งนี้ โดยอาศัยพื้นฐานความรู้หรือตําราเกี่ยวกับศาสตร์การแพทย์แผนไทยที่ได้พัฒนาสืบต่อกันมา
ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หมายความว่า บุคคลซึ่งได้ขึ้นทะเบียน และรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยจากสภาการแพทย์แผนไทย
หมอพื้นบ้าน หมายความว่า บุคคลซึ่งมีความรู้ความสามารถในการส่งเสริม และดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่นด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยตามวัฒนธรรม ของชุมชนที่สืบทอดกันมานาน เป็นที่นิยมยกย่องจากชุมชน โดยมีประชาชนในหมู่บ้าน รับรองไม่น้อยกว่า ๑๐ คนหรือเป็นผู้ที่ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ใบอนุญาต หมายความว่า ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์ แผนไทยของสภาการแพทย์แผนไทย
สมาชิก หมายความว่า สมาชิกสภาการแพทย์แผนไทย
กรรมการ หมายความว่า กรรมการสภาการแพทย์แผนไทย
คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการสภาการแพทย์แผนไทย
เลขาธิการ หมายความว่า เลขาธิการสภาการแพทย์แผนไทย
รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ครับ
ผมก็จะถามสมาชิกนะครับว่าท่านผู้ใดเห็นชอบกับร่างแก้ไข ซึ่งคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก และเสียงข้างน้อยเห็นชอบด้วยแล้วตามร่างของนายแพทย์เทวัญ กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ ขอให้ท่านกดบัตรแสดงตน ด้วยครับ เพราะว่าหลายท่านออกนอกห้องประชุมผมขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่ง ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ ท่านสมาชิกที่ออกไปข้างนอก เมื่อกี้นี้กลับเข้าห้องประชุมด้วยนะครับ แล้วเดี๋ยวผมถามใหม่ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุม เพื่อเตรียมลงมติครับ ขอให้เจ้าหน้าที่ล้างคอมพิวเตอร์ใหม่นะครับ คณะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยครับ ท่านคณะกรรมาธิการวิลาวัณย์ครับ
ต้องขออภัยที่รบกวนในจังหวะนี้ นะคะ ท่านประธานสภาและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เพราะว่าเรื่องนิยามศัพท์นั้นจริง ๆ ก็เป็นนิยามที่พยายามที่จะเชื่อมโยงกับ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ทั้งเรื่องของการประกอบ โรคศิลปะ ทั้งด้านของ พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พุทธศักราช ๒๕๔๒ เพราะฉะนั้นนิยามศัพท์คําว่า วิชาชีพการแพทย์แผนไทย ก็เป็นการ พยายามเขียนขยายยกมาจากความหมายของการแพทย์แผนไทยใน พ.ร.บ. คุ้มครอง และส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พุทธศักราช ๒๕๔๒ แต่หลังจากที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้พูดกัน ก็เกิดข้อที่ต้องเอะใจนิดหนึ่งในนิยามศัพท์ตรงนี้ เรื่องของที่วิชาชีพการแพทย์แผนไทย หมายความว่า วิชาชีพที่กระทําหรือมุ่งหมายจะกระทํา ต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจ วินิจฉัย บําบัด รักษา หรือป้องกันโรค การส่งเสริมและฟื้นฟู สุขภาพของมนุษย์ การผดุงครรภ์ การนวดไทยเพื่อการรักษาโรค และให้หมายความรวมถึง การเตรียมการผลิตยาแผนไทย ต่อไปนี้คือและการประดิษฐ์อุปกรณ์และเครื่องมือทางการ แพทย์ ความจริงตอนที่เราพูดกันเราก็คิดถึงเปลือกไม้หรืออุปกรณ์ที่หมอแผนไทย หมอ พื้นบ้านใช้กัน แต่พอที่ประชุมแห่งนี้พูดถึงไม้กดจุกที่วางขายกันตามท้องตลาดอะไร ต่าง ๆ ก็เอะใจว่าถ้านิยามศัพท์ตรงนี้ยังไม่สมบูรณ์อย่างนี้มันจะเดินหน้าต่ออย่างไร ถ้าเกิดว่า และ นะคะ ว่าและการประดิษฐ์อุปกรณ์ และเครื่องมือทางการแพทย์ ทั้งนี้โดยอาศัย พื้นฐานความรู้หรือตําราเกี่ยวกับศาสตร์การแพทย์แผนไทยที่ได้ถ่ายทอดและพัฒนาสืบต่อ กันมา ก็เลยไม่แน่ใจว่าวรรคนี้ยังควรจะคงอยู่หรือควรจะมีการแก้ไข นั่นเป็นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ นิยามศัพท์เกี่ยวกับหมอพื้นบ้าน ตรงนี้ก็เป็นนิยามศัพท์ ที่มาจากกฎกระทรวงที่เชื่อมโยงไปถึง พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์ แผนไทย พุทธศักราช ๒๕๔๒ ซึ่งตรงนั้นเองก็เขียนไว้เป็นนิยามศัพท์ที่ยกมาทั้งหมด แต่ว่า ถ้าหากว่าไปเขียนอยู่ตรงนี้เต็ม ๆ อยู่ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้กับจะกลายเป็นจะต้องมีปัญหาในการ ดําเนินการตอบ แต่ถ้าใช้คําว่า หมอพื้นบ้าน ตามนิยามของกฎหมาย พ.ร.บ. คุ้มครอง และส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พุทธศักราช ๒๕๔๒ อาจจะทําให้มีความยืดหยุ่น ในกรณีที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการวิธีการดูแล แต่หมอพื้นบ้านจะยังคงปรากฏอยู่ใน พ.ร.บ. วิชาชีพ ฉบับนี้ค่ะ
ท่านสุทัศน์ เงินหมื่นครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้เรียนเบื้องต้นอยู่ว่า การพิจารณา ค่อนข้างที่จะมีปัญหาพอสมควร มาตรานี้ตั้งแต่เวลาเที่ยงตรงครับจนถึงเวลานี้ก็ยังจบลงไม่ได้ ท่านประธานถามครั้งแรกบอกว่า สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ซึ่งเห็นควรกลับไปร่างเดิมของภาคประชาชน ผลปรากฏว่าสมาชิกเสียงข้างมากไม่เห็นด้วย ในการกลับไปร่างเดิมของภาคประชาชน ต่อมาท่านคุณหมอบัญญัติถามว่า จะแก้อย่างไร จึงได้มีการอ่านว่าแก้อย่างนี้ โดยท่านประธานบอกว่า คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากและ เสียงข้างน้อยเห็นตรงกันว่าแก้อย่างนี้ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นมันก็เลยเกิดคําถาม ท่านวิลาวัณย์ก็คือคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เพราะฉะนั้นคําถามที่ท่านประธานบอกว่า คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากและข้างน้อยเห็นตรงกันว่าแก้อย่างนี้ไม่ใช่เสียแล้วครับ ท่านประธานโปรดวินิจฉัยว่าจะถามอย่างไรและจะทําอย่างไรครับ
ตอนแรกท่านเลขาธิการบอกผมว่าคณะกรรมาธิการทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย เห็นพ้องต้องกันแล้วเสนอเป็นร่างของนายแพทย์เทวัญ ผมถึงถามมตินะครับ ถ้าเป็นอย่างนี้ เมื่อคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยคือคณะกรรมาธิการวิลาวัณย์ไม่เห็นด้วยและขอแก้ไขผมก็ ต้องถามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากด้วยครับ ท่านยินดีแก้ไขตามที่คณะกรรมาธิการ วิลาวัณย์แล้วนําเสนอต่อสภาแห่งนี้นะครับมันจะได้เป็นร่างเดียว ท่านสุทัศน์ เงินหมื่นครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เดิมคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากก็แก้ไขตามขีดตามฆ่านี้แล้วนะครับ แต่ต่อมา คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากกลับใจไปเอาตามร่างเดิมของภาคประชาชน เพราะฉะนั้น คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากจะไปเห็นอย่างอื่นไม่ได้อีกแล้ว เพราะท่านกลับใจไปเอา ตามภาคประชาชน คือไม่มีการแก้ไขเลย เท่าที่ผมดูคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนี้ชักรวนเร แล้วครับ
คือถ้าเป็นอย่างนี้นะครับผมจะต้องกลับสู่ร่างเดิมที่มีการแก้ไขไว้เดิมนะครับ ก่อนที่ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากจะเปลี่ยนใจไปสู่ร่างของภาคประชาชน ต้องเป็นตามนั้น นะครับ เพราะว่ามติของสภาคือไม่เห็นด้วยจะกลับไปสู่ร่างเดิมของภาคประชาชน เพราะฉะนั้นร่างเดิมที่แก้ไขไว้เป็นอย่างไรก็จะต้องเป็นอย่างนั้น แล้วไม่ต้องโหวตต่อนะครับ ก็เป็นอันจบ แต่ไม่ใช่เป็นร่างที่ท่านนายแพทย์เทวัญเสนอขึ้นมาอีก ถ้าเป็นร่างที่นายแพทย์ เทวัญเสนอขึ้นมาอีกต้องมาโหวตกันในที่ประชุมนะครับ เชิญนายแพทย์เทวัญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ ร่างที่ผมเสนอขึ้นมาไม่ได้เสนอขึ้นมาใหม่ครับ แต่เป็น ร่างสุดท้ายก่อนที่จะมีการกลับมาเป็นร่างของภาคประชาชนครับท่านประธาน
ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ต้องลงมตินะครับ เพราะว่าเป็นร่างสุดท้ายที่ได้แก้ไขไว้เดิมก่อนที่ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากจะกลับมติของตัวเองกลับไปสู่ร่างของภาคประชาชน เมื่อสภา ไม่เห็นด้วยกับร่างของภาคประชาชนก็ต้องกลับไปสู่ร่างเดิม เพราะฉะนั้นดําเนินการต่อได้เลย นะครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการครับ ผมดําเนินการต่ออยู่แล้วครับ พอดีหมอบรรพตทักท้วง ท่านกรรมาธิการวิลาวัณย์ครับ เชิญ
ท่านประธานครับ ก็เป็นเสียงข้างน้อย ที่เสนอเหมือนกัน คุณหมอเทวัญก็เป็นเสียงข้างน้อยที่เสนอเหมือนกัน เพราะฉะนั้นท่านจะ โหวตเอาของใครครับ ระหว่างคุณหมอวิลาวัณย์กับคุณหมอเทวัญ พวกผมสับสนจริง ๆ ครับ ไม่เคยพิจารณากฎหมายที่สับสนเท่ากับกฎหมายฉบับนี้ครับ
คือมันต้องอย่างนี้ครับ เพราะว่าเดิมมติของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากเอาร่างของ นายแพทย์เทวัญ เสร็จเรียบร้อยแล้วพิมพ์จนเสนอเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว อยู่ในร่างเรียบร้อย แต่บังเอิญคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากเพิ่งจะมาเปลี่ยนใจเมื่อ เข้าห้องประชุมขอกลับคืนสู่ร่างเดิม เพราะฉะนั้นเมื่อสภาไม่เห็นด้วยกับร่างเดิมก็จะต้องกลับ ไปสู่ผลของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ประชุมกันแล้ว ก็เป็นร่างที่เสนอเข้ามา ในสภาผู้แทนราษฎร คือมาตรานี้น่าจะจบได้แล้ว เชิญคุณบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมคิดว่าข้อสรุป สุดท้ายของท่านประธานเป็นที่ชอบแล้วนะครับ เมื่อสักครู่เราลงมติไปแล้วว่าเราไม่ได้รับ ตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ดังนั้นตัวเลือกจึงไปอยู่ที่ร่างของท่านคุณหมอเทวัญ ไปแล้วผมคิดว่าท่านวิลาวัณย์ไม่มีสิทธิเสนอเพิ่มครับ เพราะมันจบไปตั้งแต่ตรงนั้นแล้ว ตรงนั้นพิจารณากันจบแล้วจึงมีการลงมติ ถูกไหมครับ จึงมีร่างของท่านคุณหมอเทวัญกับร่าง ของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก คําวินิจฉัยของท่านสุดท้ายเมื่อสักครู่นี้ถูกแล้ว เดินหน้า ต่อได้เลยครับ
ก็ต้องเดินหน้าต่อครับ เป็นร่างที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ลงมติกันเอาไว้แล้ว ซึ่งตอนนั้นคุณหมอวิลาวัณย์อาจจะไม่ได้ลงมตินะครับ เชิญต่อครับ นายแพทย์ชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมค่อนข้างจะกังวล เรื่องของกระบวนการของการพิจารณาของเรา ผมไม่ได้ติดใจนะครับ หมายความว่าถ้าโหวต เสร็จแล้วคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากขอกลับสู่ร่างเดิม นั่นหมายถึงเสียงข้างมากคือร่าง เดิม เมื่อไม่เห็นกับเสียงข้างมาก ก็ขึ้นกับว่าสภาแห่งนี้จะเห็นชอบกับร่างไหน ซึ่งเสนอมาก็ เป็นร่างของคุณหมอเทวัญ เสนอควบคู่ขณะที่โหวตเสียงข้างมากก็เป็นไปตามเสียงข้างน้อยไป ตรงนั้นผมไม่ได้ติดใจ แต่ประเด็นหนึ่งที่ผมค่อนข้างจะกังวลถ้าเกิดมีผู้ที่ไม่เห็นชอบกับ กระบวนการการพิจารณาของเราในครั้งนี้ ผมเกรงว่ากฎหมายฉบับนี้จะมีปัญหา เพราะอะไร ครับ เพราะว่าท่านอ้างคําว่า คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ท่านดูองค์ประชุมสิครับ ท่านดูองค์ประชุมครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมก็เกรงนะครับ บางทีกฎหมาย ได้ถูกตีความ ความไม่ชอบด้วยวิธีการ ถ้ามีผู้ไม่หวังดียื่นศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายฉบับนี้ ไม่ผ่านครับ เพราะองค์ประชุมของคณะกรรมาธิการไม่ครบตามเสียงข้างมากแน่นอน เพราะคณะกรรมาธิการชุดนี้ ๔๘ ท่าน เพราะเราให้โอกาสภาคประชาชนเข้ามา ๑ ใน ๓ ขณะนี้มีคณะกรรมาธิการประมาณ ๒๐ ท่าน ถ้านับนะครับ ท่านต้องมีเสียงเกิน ๒๔ ท่าน ถึง จะเป็นเสียงข้างมาก ด้วยความเคารพจริง ๆ ผมท้วงแค่นี้ไม่ได้หมายความว่าผมจะต้อง ขัดขวางกฎหมายท่าน แต่ผมเกรงว่าจะมีผู้ที่ไม่ปรารถนาดีที่ได้นําเรื่องนี้เข้าไปขยายความ ผม เพียงแต่ทักท้วงไว้ก่อนเพื่อท่านประธานจะมีวิธีการแก้ไข ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ผมมีวิธีการครับ เพื่อความรอบคอบตามที่นายแพทย์ชลน่านประท้วงหรือทักท้วงนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะต้องมีการลงมติระหว่างร่างของนายแพทย์เทวัญกับร่างของกรรมาธิการ คุณหมอวิลาวัณย์ ก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุมครับ คุณบุญยอดครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมขออนุญาตต้องทักท้วง ต่อคําวินิจฉัยของท่านเมื่อสักครู่นะครับ เพราะว่าในขณะที่เราได้ลงมติไปเมื่อครั้งที่แล้ว การลงมติครั้งนั้นมีตัวเลือกเพียงแค่ ๒ ตัวเท่านั้น คือของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก กับของคุณหมอเทวัญ เราไม่รับของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากไปแล้ว เท่ากับเรารับของคุณหมอเทวัญแล้ว ของท่านวิลาวัณย์ไม่มีนะครับในขณะนั้น มันจบแล้วครับ เพราะฉะนั้นเมื่อจบแล้ว จะมาเพิ่มเติมอีกผมคิดว่าไม่ถูกต้องนะครับ ถ้าอย่างนั้นแล้วท่านวิลาวัณย์ไม่ได้เสนออะไรเพิ่ม ในขณะนั้นถูกไหมครับ แต่มาเสนอภายหลังนี่ต้องตกไปครับ
ครับ ก็ต้องขอบคุณคุณบุญยอดครับ ผมต้องวินิจฉัยตามที่คุณบุญยอดเสนอนะครับ เพราะว่า จริง ๆ แล้วก็ต้องเป็นไปตามนั้น ทีนี้เผอิญเมื่อสักครู่นายแพทย์ชลน่านบอกว่าองค์ประชุม ของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากอาจจะไม่ครบ ผมก็เลยกังวล แต่จริง ๆ แล้วเป็นการ เสนอมาตั้งแต่ประชุมคณะกรรมาธิการนะครับ เพราะฉะนั้นดําเนินการต่อครับ เอาร่าง ของนายแพทย์เทวัญนะครับ เชิญมาตรา ๔ ครับ เชิญครับ ขอบคุณคุณบุญยอดครับ
มาตรา ๔ มีการแก้ไข มีคณะกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
มีท่านใดติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ผ่านครับ
มาตรา ๕ มีการแก้ไข
มีคณะกรรมาธิการติดใจนะครับ เชิญครับ นายแพทย์เทวัญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ในมาตรา ๕ เนื่องจากในมาตรา ๓ มีการตัดเรื่องของพนักงานเจ้าหน้าที่ออก ก็เลยเสนอ ให้มีการปรับปรุงถ้อยคําให้สมบูรณ์ขึ้น โดยเป็นข้อความดังนี้ครับ
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ และมีอํานาจออกกฎกระทรวงกําหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตรา ท้ายพระราชบัญญัตินี้ และออกระเบียบ ประกาศใด ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการประกอบ วิชาชีพการแพทย์แผนไทยเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวง ระเบียบและประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แล้วให้ใช้บังคับได้
ครับ มีคณะกรรมาธิการและสมาชิกท่านใดติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ ผ่านครับ นายแพทย์ชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดน่าน ในมาตรา ๕ ทางคณะกรรมาธิการเสนอปรับเปลี่ยนถ้อยคํา โดยตัดคําว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ ออกใช่ไหมครับ โดยไปอ้างมาตรา ๓ ซึ่งผมเองกราบเรียน ท่านประธานว่า ถ้าท่านจะตัดมาตรา ๕ หมวด ๖ พนักงานเจ้าหน้าที่ ท่านต้องยกออก ทั้งหมด นี่ครับคือการทํากฎหมายไม่สมบูรณ์ หมวด ๖ ท่านไปยกออกทั้งหมด แล้วผมถาม เหตุผลว่า ถ้าท่านไม่เขียนหมวด ๖ รองรับ โดยอ้างว่าสภาวิชาชีพการแพทย์แผนไทย เป็นองค์กรวิชาชีพไม่มีหน้าที่ไปตรวจจับ หรือผู้ที่กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมถามหน่อย ถ้าเกิดมีการกระทําความผิดท่านจะให้ใครทํา ท่านเขียนกฎหมายแล้วมาตัดมือ ตัดเท้าตัวเองนะครับ ขออภัยที่ใช้คําว่า เท้า ท่านเขียนกฎหมายแล้วมันตัดมือตัดเท้าตัวเอง ไม่มีสภาพบังคับ เขียนไปทําไม ผมไม่เข้าใจครับ ท่านกฤษฎีกาช่วยด้วยนะครับ ต้องด้วย ความเคารพเลยครับ ตัดออกทําไม แล้วถ้าท่านตัดแล้วสภาพบังคับการปฏิบัติ หน้าที่ของ พนักงานเจ้าหน้าที่ ในหมวดที่ ๖ ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติกรณีกระทําผิดต่อพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีอํานาจเข้าไปในสถานที่ของผู้ประกอบการอะไรต่าง ๆ ซึ่งการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ของรัฐมนตรีนี้เขาไม่ได้แต่งตั้งจากพวกท่านหรอกครับที่เป็นกรรมการสภาแพทย์แผนไทย เขาก็แต่งตั้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ประจํา ที่มีหน้าที่ดําเนินการตามกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง นี่อํานาจรัฐมนตรีครับ ถ้าท่านไม่เขียนไว้ตัดมือตัดเท้าตัวเองครับ ผมยังงงครับ เพราะอะไรครับ กลับไปมาตรา ๓ ผมไม่กลับแล้วนะครับ ไม่มีคํานิยามในมาตรา ๓ เพราะผ่านมาแล้ว เมื่อสักครู่ผมจะทักท้วงครับ แต่ว่าเผอิญไม่ทันครับ ท่านประธานครับ ก็ฝากให้ท่านกฤษฎีกาช่วยว่าการเขียนอย่างนี้ กับการไม่เขียนอะไรเกิดประโยชน์มากกว่ากัน ถ้าท่านตอบผมได้ว่าการไม่เขียนเกิดประโยชน์มากกว่า สภาวิชาชีพการแพทย์แผนไทย กฎหมายฉบับนี้ออกมารองรับก็ให้แค่ส่งเสริม ผดุงเกียรติ ออกใบรับรอง อนุญาต อนุมัติ ถ้าจะมีการทําผิดก็ไปฟ้องร้องกันตามกฎหมายอื่นไป มีสภาพบังคับอย่างนั้นหรือครับ ท่านจะไปแก้กฎหมาย ประกอบโรคศิลปะเองนะครับ ท่านต้องไปแก้กฎหมายฉบับนั้นด้วย ถ้าท่านทิ้งกฎหมายฉบับนี้ไป กฎหมายฉบับนั้นจะเอาอย่างไร อยากฟังคําชี้แจงท่านประธาน ขอบคุณครับ
เชิญคณะกรรมาธิการครับ เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วราสิทธิ์ กาญจนสูตร เป็นคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของรัฐบาลครับ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ กระผมเองก็มีความสับสนเช่นเดียวกัน เพราะว่าทีแรกกระผม เสนอว่าในร่างมาตรา ๓ ขออนุญาตพิจารณาต่อเนื่องร่างมาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๕ ในร่างมาตรา ๓ นั้นกระผมเสนอว่า ถ้าหากว่ามีประเด็นมากก็กลับไปร่างฉบับประชาชน ปรากฏว่า ร่างฉบับประชาชนแพ้โหวต ก็ต้องกลับมาที่ร่างเดิม ต้องกราบเรียนด้วยความ เคารพนะครับว่าคณะกรรมาธิการ ๔๘ ท่านนั้นแม้แต่ตัวกระผมเองก็ไม่ทันได้สงวนความเห็น ไว้แม้แต่มาตราเดียวนะครับ ต้องกราบเรียนว่าสิ่งที่ท่านชลน่านได้ทักท้วงนั้นเป็นความ ถูกต้องว่าในร่างมาตรา ๓ เองก็ต้องมีนิยามคําว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ เพราะมีหมวดว่าด้วย พนักงานเจ้าหน้าที่ ต้องกราบเรียนอีกครั้งหนึ่งว่าสิ่งที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วก็ เสนอต่อสภาแห่งนี้นั้นไม่ได้มีการแก้ไขตามที่ท่านนายแพทย์เทวัญได้เสนอ แต่สิ่งที่ท่าน นายแพทย์เทวัญเสนอและผมไม่แน่ใจว่าเป็นมติของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ซึ่งท่าน นายแพทย์เทวัญมาเสนอในที่ประชุม แล้วท่านประธานคณะกรรมาธิการเองก็เหมือนกับรับ สมอ้างว่า คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อย หรือว่าเห็นด้วยอะไรทํานองนี้ กระผมไม่แน่ใจว่าด้วยข้อบังคับการประชุมของสภานั้นท่านคณะกรรมาธิการท่านใดท่านหนึ่ง มาเสนอในที่ประชุมโดยที่ไม่มีสาระของร่างตามที่ได้เสนอให้สมาชิกนั้น มันจะต้องผ่าน ความเห็นชอบหรืออะไรอย่างไร ซึ่งจริง ๆ แล้วแม้แต่มาตรา ๓ เองกระผมเองก็มีความไม่เห็น ด้วยหลายประการ มาตรา ๔ คงไม่มีประเด็น มาตรา ๕ จะไปตัดคําว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ ออกให้สอดคล้องกับร่างมาตรา ๓ ก็ไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมาย เพราะว่าตอนท้ายก็ต้องไป ตัดหมวดว่าด้วยพนักงานเจ้าหน้าที่ออกทั้งหมด ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่ามีความ ลักลั่นพอสมควรทีเดียวในร่างฉบับนี้ แล้วก็ได้ขออนุญาตท่านประธานคณะกรรมาธิการว่า จะถอนไปก่อนได้หรือไม่ ซึ่งท่านก็ยืนยันว่าไม่ถอน ขอบคุณครับ
ความจริงคณะกรรมาธิการเสนอในที่ประชุมได้ครับ แต่ต้องเป็นมติของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากเห็นชอบด้วย แต่เผอิญอย่างที่เมื่อสักครู่นี้นายแพทย์ชลน่านหรือท่านใดเสนอว่า ขณะนี้รู้สึกว่ายังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของคณะกรรมาธิการเสียงทั้งหมดที่อยู่ในห้องประชุมก็เลย ทําไม่ได้นะครับ เชิญนายแพทย์เทวัญครับ
ที่เสนอนี้ยังไม่ทันให้คณะกรรมาธิการ รับร่างโหวตนะครับ แต่ประเด็นที่เสนอที่ตัดพนักงานเจ้าหน้าที่ออก คือไม่ใช่ว่าเป็นแขน ขา ของสภาวิชาชีพนะครับ สาเหตุในการเสนอตัดคําว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ออก เนื่องจาก ในพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะเดิมมีบทบาทของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ที่จะเข้าไปทําในการจัดการกับหมอเถื่อน และนอกจาก พ.ร.บ. ประกอบโรคศิลปะแล้ว ยังมีพระราชบัญญัติสถานพยาบาล ซึ่งมีบทบาทเรื่องของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่จะสามารถ เข้าไปทําการหรือกระทําการใด ๆ เกี่ยวกับสถานพยาบาลเถื่อนที่เกิดขึ้น พอไปศึกษา ใน พ.ร.บ. ประกอบวิชาชีพเวชกรรมซึ่งเป็นของแพทย์แผนปัจจุบัน ก็ไม่มีบทบาท ของพนักงานวิชาชีพเหล่านี้ จากนั้นผมก็ไปตามดูในพระราชบัญญัติกายภาพบําบัด มีบท พูดด้วยเรื่องพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่พอไปศึกษาเข้าจริง ๆ ยังไม่มีการประกาศแต่งตั้ง เจ้าหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ถึงมีบทพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ทําให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้จะส่งผลในการไปตรวจจับหรือเป็นแขน ขานะครับ แล้วอีกอย่างหนึ่งในส่วนของ บทของพนักงานเจ้าหน้าที่เอง ถ้าหากมีบทบาทตรงนี้เกิดขึ้นสภาวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ก็จะต้องถูกร้องเรียนมาให้ไปจับหมอเถื่อนเยอะแยะไปหมด ก็จะสามารถที่จะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ตามกฎหมาย คือถ้ามีบทบาทนี้ตรงนี้ขึ้นมา สภาก็ต้องกลับไปจับหมอเถื่อน แทนที่จะหันมาควบคุมจรรยาบรรณวิชาชีพแพทย์แผนไทย ด้วยกันเอง แล้วก็บทบาทในเรื่องของการพัฒนาวิชาชีพการแพทย์แผนไทยก็จะหายไป เพราะมัวแต่เสียเวลาเรื่องเหล่านี้ครับ จึงให้ตัดออกเช่นเดียวกันกับสภาวิชาชีพเวชกรรม ของแพทยสภาครับ
ผมต้องเรียนนายแพทย์เทวัญอย่างนี้นะครับ ท่านนายแพทย์เทวัญเสนอก็เป็นข้อเสนอ ในที่ประชุมแห่งนี้ แต่เป็นคนละร่างกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ซึ่งถ้านายแพทย์เทวัญ ยังต้องการจะให้ตัด ผมก็จะต้องถามมติที่ประชุมนะครับว่าสมาชิกท่านใดเห็นชอบกับร่างเดิม ของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือเห็นด้วยกับข้อเสนอของนายแพทย์เทวัญ อย่างนั้นนะครับ ท่านคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากมีอะไรไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม วราสิทธิ์ กาญจนสูตร ขออนุญาตอธิบายนิดเดียวครับ คือในกรอบของสภาวิชาชีพแห่งนี้ถ้าหากว่ามีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายแล้วก็ต้องเป็น นิติบุคคล เป็นสภาเฉพาะ ซึ่งตัวฝ่ายปกครองก็คือตัวรัฐมนตรีก็สามารถที่จะแต่งตั้งพนักงาน เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลได้ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพนะครับว่าระยะเวลามันเป็นปัจจัย ทําให้สาระของร่างมันไม่ตกผลึกเท่าที่ควร ความสับสนในเรื่องต่าง ๆ มันเกิดขึ้นทั้งร่าง ด้วยความเคารพครับ
ก็ต้องเรียนสมาชิกอย่างนี้ ผมในฐานะเป็นประธานด้วย ก็มีความรู้สึกว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้พิจารณาค่อนข้างยาก มันมีหลายจุดที่ลักลั่นและมีการแก้ไขกันซ้ําซ้อน อย่างไรก็ตาม นายแพทย์เทวัญยังยืนยันนะครับที่จะเสนอ เพราะฉะนั้นผมก็จะต้องถามมติสมาชิกนะครับ ว่าจะเอาตามร่างเดิมที่มีการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือจะเอาตามข้อเสนอ ของนายแพทย์เทวัญนะครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ นายแพทย์ชลน่านมีอะไร เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ช่วงที่รอสมาชิกเข้ามา ผมมีข้อหารือในประเด็นที่ท่านจะลงมติครับ เกี่ยวข้องกับมาตรา ๕ ท่านประธานครับ ท่านประธานบอกว่าจะให้สมาชิกให้ความเห็นว่าจะเป็นไปตามเสียงข้างมากของคณะกรรมาธิการ หรือเป็นไปตามเสียงที่คณะกรรมาธิการท่านหนึ่ง คือท่านนายแพทย์เทวัญ ขออนุญาต เอ่ยนามท่าน นําเสนอขึ้นมาให้สมาชิกได้ให้ความเห็น ผมคิดว่าไม่ชอบด้วยข้อบังคับ ท่านประธานครับ
ผมจะมีวิธีอย่างนี้ครับ ผมจะต้องถามสมาชิกว่าเห็นชอบตามร่างแก้ไขของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากหรือไม่ ถ้าเห็นชอบ จบเลยนะครับ แต่ผมก็จะต้องบอกก่อนว่ามีคณะกรรมาธิการ เทวัญเสนอข้อคิดอย่างนี้ เพราะฉะนั้นถ้าสมาชิกเห็นว่าไม่เห็นชอบกับร่างแก้ไขเดิมของ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ผมจึงจะถามต่อไปว่ารับข้อเสนอของคณะกรรมาธิการเทวัญ หรือไม่
ท่านประธานครับ นี่อย่างไรครับที่ผมจะต้อง กราบเรียนท่านประธาน คือข้อเสนอท่านทําให้สมาชิกจะสับสนครับ โดยข้อบังคับแล้ว การพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการ ถ้าคณะกรรมาธิการจะมีสิทธิมาขอความเห็นต่อสภาได้ คือสงวนความเห็นไว้ครับ สงวนความเห็นไว้เป็นความเห็นของสมาชิกเสียงข้างน้อย แล้วมา บอกกับสภาว่าท่านมีเหตุผลดีอย่างไร ต่างกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากอย่างไร ตรงนั้น นะครับเราถึงจะโหวตให้ท่านได้ แต่ท่านมาขอแก้ในที่ประชุม แล้วบอกว่าเป็นเสียงข้างน้อย ตรงนี้ ข้อบังคับไม่เปิดโอกาสให้ทํา ท่านประธานครับ ทําไม่ได้ครับ ถ้าไม่เห็นกัน คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาที่มีการแก้ไขก็คือกลับไปสู่ร่างของภาคประชาชนเท่านั้นเองครับ มี ๒ อย่างใช่ไหมครับ มาตรา ๕ มีการแก้ไข คณะกรรมาธิการไปตัดคําว่า ที่เป็นประโยชน์ต่อ การประกอบวิชาชีพ ออกไป แก้ไขแค่นี้นะครับ นี่คือร่างคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ท่านประธานโหวตได้แค่นี้นะครับ ถ้าพวกผมเห็นชอบกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากก็จบ ไป ก็เหมือนที่คณะกรรมาธิการส่งมาเป็นร่างคณะกรรมาธิการ ถ้าพวกผมไม่เห็นชอบก็ กลับคืนร่างเดิมคือร่างของภาคประชาชนที่สภาผู้แทนราษฎรรับเป็นหลักการเท่านั้นเอง ไม่มีร่างนี้ครับ ท่านต้องสงวนความเห็นไว้ถึงจะเป็นสิ่งที่มาขอความเห็นในสภาได้ หรือมีอีก กรณีเดียวครับ คือร่างของภาคประชาชนที่สภาผู้แทนราษฎรรับเป็นหลักการเท่านั้นเอง ไม่มีร่างนี้ครับ ไม่มีครับ ท่านต้องสงวนความเห็นไว้ ถึงจะเป็นสิ่งที่มาขอความเห็นในสภาได้ หรือมีอีก กรณีเดียวครับ ความเห็นท่านที่แก้ตรงนี้เป็นความเห็นของเสียงข้างมากที่จะขอกับเราใหม่ได้ แต่ผมดูขณะนี้ท่านไม่มีสิทธิครับ
มันทําไม่ได้แล้วครับ
มีคณะกรรมาธิการอยู่ ๒๐ ท่าน ไม่ใช่ เสียงข้างมากครับ
เพราะว่าคณะกรรมาธิการทั้งหมดรู้สึกจะ ๔๐ กว่าท่านใช่ไหมครับ เสียงข้างมากจะต้อง ๒๘ ท่าน คณะกรรมาธิการที่นั่งอยู่ในที่นี้ไม่ถึง ๒๘ ท่านอยู่แล้วครับ เพราะฉะนั้นเป็น เสียงข้างมากแก้ไขไม่ได้แล้วครับ ผมก็ทําได้อย่างเดียวก็คือถามว่า เพราะว่าเผอิญคุณหมอ เทวัญไม่ได้สงวนความเห็นไว้ด้วย เพราะฉะนั้นผมทําได้อย่างเดียวก็คือถามว่า สมาชิก เห็นด้วยกับร่างแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยก็จบ ก็พิจารณา ต่อ ถ้าไม่เห็นด้วยก็กลับไปสู่ร่างเดิมของภาคประชาชนเลย คุณบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย อีกครั้งนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธาน ไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการนะครับ ด้วยความเคารพท่าน เพราะท่านเป็นอดีต รัฐมนตรีนะครับ ผมคิดว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตลอด ๒-๓ ชั่วโมงที่ผ่านมานี้ เราทุกคน ตระหนักดีว่าเราเห็นด้วยกับเรื่องของการออกกฎหมายในเรื่องนี้ซึ่งเราก็ผ่านวาระแรกไปแล้ว กราบเรียนท่านด้วยความจริงใจนะครับท่านครับ ผมคิดว่าภาพพจน์ของสภาเป็นเรื่องที่ สําคัญเช่นเดียวกัน ท่านคงเห็นว่าวิธีการในการพิจารณาในวันนี้มันสะดุดอย่างมากจริง ๆ ผมกราบเรียนท่านนะครับ ถ้าท่านจะกรุณาเมตตาพวกเราบ้างครับ ถ้าท่านจะถอนไป มันน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดครับ ถ้าจะให้โหวตกันทุกมาตราไปจะเอาเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย จะแก้กันเล็ก ๆ น้อย ๆ อะไรต่าง ๆ มันไม่จบจริง ๆ นะครับท่านครับ ผมขอ อนุญาตท่านประธานสภานะครับว่า กลับไปเรียนท่านประธานอร่ามนะครับว่า ถ้าท่านจะ พิจารณาอีกสักครั้งหนึ่ง ขออนุญาตท่านเถอะครับ ผมขอให้ท่านได้กรุณาถอนเรื่องนี้ก่อน แล้วเรื่องนี้ยังอยู่ในสภา เมื่อมีรัฐบาลหน้าหรือมีสภาหน้า ผมเชื่อว่าสมาชิกทุกคนจะหยิบ เรื่องนี้กลับมา แล้วมาพิจารณากันต่ออย่างรอบคอบต่อไปครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ผมเรียนสมาชิกอย่างนี้นะครับว่า ผมนั่งทําหน้าที่ประธานก็รู้สึกจะปฏิบัติหน้าที่ค่อนข้างยาก เหมือนกันครับ เพราะว่ามีการกลับมติของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหลายครั้ง แล้ว เหมือนกับการประชุมคณะกรรมาธิการยังไม่ตกผลึกดีครับ อย่างเช่น นายแพทย์เทวัญเสนอ ไว้ แต่โดยไม่ได้สงวนความเห็นไว้ก็ไม่สามารถจะนํามาพิจารณาในสภาได้ อย่างนี้เป็นต้น นะครับ ขอท่านประธานคณะกรรมาธิการอีกสักครั้งได้ไหมครับ ขอท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น ครับ ความจริงผมอยากสนับสนุนให้กฎหมายฉบับนี้ออกมาเร็วที่สุด แต่ผมสังเกตดู กระบวนการพิจารณาแล้วตะกุกตะกักเหลือเกิน รวมทั้งน่าเชื่อว่าจะมีปัญหามาก เพราะว่า กรณีคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากกลับความเห็น แต่ไม่มีการประชุมกัน ไม่มีการลงคะแนน กัน ไม่มีการถามกันเลยครับ อยู่ ๆ ก็กลับกันอยู่ ๒-๓ คน แล้วองค์ประชุมมันจะครบ หรือครับ ถ้าท่านจะกลับมันต้องกลับเป็นองค์ประชุมมีมติอย่างนั้นนะครับ ท่านประธานครับ ผมก็เคยพูดตั้งแต่ตอนบ่ายโมงแล้วว่าเพื่อให้มันเรียบร้อย เพราะทุกคนก็อยากให้กฎหมาย ฉบับนี้ผ่าน แต่ถึงแม้จะผ่านพวกเราไปวันนี้ มันก็ไม่ผ่านแล้วละครับ เพราะว่าวุฒิสภาเขาทํา อะไรไม่ได้ แต่ถ้ามันตกไปวันนี้นะครับ มันเป็นเรื่องใหญ่เลย แต่ถ้าถอนออกไปมันก็ยังค้างอยู่ ในสภา เปิดสภาเข้ามาใหม่ก็คงจะมีการหยิบยกขึ้นมาใหม่ครับท่านประธาน ด้วยความเคารพ ครับ ท่านอร่ามเอง ประทานโทษเอ่ยนาม ท่านก็รู้กระบวนการพิจารณาของในสภา มันตะกุกตะกักอย่างนี้จะมีปัญหาที่สุดครับ
ผมต้องเรียนถามท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ท่านอร่ามครับ ขอยืนยันอีกสักครั้งครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อร่าม อามระดิษ ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพ แพทย์แผนไทย กระผมเองก็สับสนครับ ท่านสุทัศน์ครับ ผมเคารพท่านครับ แล้วก็ท่านวิรัตน์ ก็เหมือนกันครับ ผมก็เคารพ ท่านก็แนะนําผม แต่ทีนี้มันพิจารณาขึ้นมา ผมก็มานั่งพิจารณา ดูว่ามันมีเหตุผลอะไรที่ผมจะต้องถอน คือผมถามก่อน เมื่อครู่คุณหมอเทวัญก็มาถามผม ผมบอกในเมื่อพิจารณาไปมาตรา ๓ ท่านก็มาชี้แจงผม ผมก็บอก ผมได้ฟังคําชี้แจงแล้วผมเห็นด้วยกับท่าน ผมก็ปรึกษาพวกผมทั้งหมด ๑๖ คนมาครบครับ ทุกคนก็บอก เห็นด้วย เพราะมีเหตุมีผลดี ถ้ามีเหตุมีผลดีอย่างนี้ไม่ดื้อหรอกครับเราก็ให้ผ่าน พิจารณามาตรา ๓ ผ่านไปนะครับ ทีนี้พอพิจารณาต่อมาก็พิจารณามาตรา ๕ ใช่ไหมครับ พวกผมก็มีเหตุมีผลครับก็เห็นด้วย เห็นด้วยว่า เอ๊ะ คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยมีเหตุผล ดีจังเลยที่ผ่านมานี้ เราก็ควรให้ผ่าน แต่ท่านอธิบดีท่านก็ไปขัดกันเองอีก ท่านไม่เห็นด้วยว่า ที่คุณหมอเทวัญเสนอมายังไม่สมบูรณ์ก็ขอให้ทบทวน ผมก็งงครับว่ามันผ่านมาแล้วกลับมา ย้อนมาทบทวนใหม่ได้ไหมครับ อันนี้ผมก็ความรู้น้อย เพราะว่าห่างสภาไปนานไม่ได้เป็น ส.ส. มานานแล้วครับก็เลยสงสัยครับท่านสุทัศน์ครับ ว่า ผมนี่จะถอนได้ไหม เพราะว่าอันนี้ ผ่านไปแล้วมาตรา ๕ ผ่านไปแล้ว ผมก็เห็นด้วยเลยท่านกฤษฎีกาก็นั่งอยู่ในที่นี้ก็บอกว่า เห็นด้วยนะ เห็นด้วยก็ผ่าน ก็ผ่านก็ผ่านไปก็ควรที่จะให้ท่านเลขาธิการดําเนินการต่อไป แล้ว ถ้าเผื่อมันไปสะดุดตรงไหนถ้ามันมีปัญหาที่เราไม่สามารถเดินไปได้จะให้ผมถอนถ้ามันมี เหตุผลดีผมก็ถอนครับ ผมก็ฟังเสียงพวกเราเหมือนกัน แล้วประชาชนอีก ๑๐,๐๐๐ กว่าคน ที่ลงชื่อมานี้นั่งฟังนะครับ ตอนนี้ฟังครับ ได้โทรศัพท์เข้ามา ได้มีหนังสือมีโน้ตมาหาผมบอก ฟังอยู่นะ แล้วได้ยินผมว่า ผมยอมตายในสภา ผมบอก จริงครับ ถ้าไม่มีเหตุผลสมควร ผมยอมครับ ตกก็ตก อันนี้ก็ขอเรียนกราบเรียนท่านประธานให้ทราบด้วยครับผมก็งงครับ ตอนนี้ครับ เพราะพวกผมยอมแล้วท่านไปขัดกันเองเสียงข้างน้อย ผมก็ไม่รู้ว่าท่านจะใช้มติ หรือว่าจะใช้แนวคิดของท่านเป็นหลักในการพิจารณาครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสุทัศน์ เงินหมื่นครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยเจตนาดีที่ผมอยากจะเห็นกฎหมายฉบับนี้ ออกมาโดยเร็วที่สุด นั่นก็คือเจตนาของทุกคนในสภาก็คงจะเจตนาตรงกัน แต่เมื่อ กระบวนการพิจารณาถึงขณะนี้แล้วคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากเสียอีกครับยังสับสน ท่านเป็นเสียงข้างมากท่านก็ว่าของท่านไป แต่พอไป ๆ มา ๆ ถูกท้วงติงก็กลับมาเอาให้ เสียงข้างน้อยมาเป็นเสียงข้างมากในคณะกรรมาธิการ ทีนี้ปัญหาใหญ่ก็คือการกลับมติ ของคณะกรรมาธิการนั้นกระทําชอบหรือไม่ ท่านคุยกันไปกันมาแล้วบอก เอาอย่างนี้นะ เสียงข้างมากก็เลยถอนออก ไม่เอา กลับมาฟังเสียงข้างน้อย ซึ่งปกติวิธีการพิจารณา ท่านจะต้องกลับไปประชุมกันก่อน ประชุมแล้วมีมติอย่างไรก็เอากลับมา นั่นจึงจะถูกต้อง แต่ไม่เป็นไรครับผมก็พร้อมที่จะสนับสนุนแล้วก็เดินหน้าต่อ เป็นแต่เพียงผมท้วงไปเฉย ๆ ว่า มันจะเกิดปัญหาในการพิจารณาพอสมควร เจตนาทุกคนครับตรงกันว่าอยากจะให้กฎหมาย ฉบับนี้ผ่านนะครับ เจตนารมณ์กันจริง ๆ ผมก็เคยรับผิดชอบกระทรวงสาธารณสุข แล้วผมสนับสนุนแพทย์แผนไทยมาตลอดครับ คุณหมอทั้งหลาย บุคลากรสาธารณสุข ทั้งหลายก็ย่อมจะรู้ ท่านชวน หลีกภัย นี่เป็นหลักเลยครับในการพิจารณา เป็นแต่เพียงว่า อยากจะให้มันเดินไปด้วยความเรียบร้อย ถ้าสภายังอีกหลายวันนะครับลุยต่อกันเลย ๔ วัน ๓ คืนติดต่อกัน แต่บังเอิญถ้าสมมุติว่าผ่านไปวันนี้แล้วมันก็ยังไม่จบมันยังไม่เสร็จครับท่าน มันยังค้างอยู่ที่วุฒิสภา เพราะวุฒิสภาจะไม่มีอํานาจพิจารณาเลย แต่ถ้าท่านเดินหน้าผมก็ ไม่เป็นไรผมก็จะอยู่กับท่านแล้วก็พิจารณาไปด้วยกัน แต่ไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไรครับ แล้วไม่รู้ จะเสร็จหรือไม่ด้วย
ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ก่อนที่จะให้ท่านพูด เรียนอย่างนี้ครับ ปัญหาก็คือโดยปกติ คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยมาเสนอในห้องประชุมได้ แต่จํานวนคณะกรรมาธิการต้องเกิน กึ่งหนึ่งเพื่อกลับมติเป็นคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ทีนี้เผอิญคณะกรรมาธิการชุดนี้ มีจํานวนมากครับ กึ่งหนึ่งก็ต้อง ๒๘ ท่าน แล้วเผอิญที่นั่งอยู่ในห้องนี้มันไม่ถึงกึ่งหนึ่งครับ นับดูแล้วก็ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง เพราะฉะนั้นการกลับมติทําไม่ได้เลย ๒๕ นะครับ ซึ่งเมื่อกี้ผมนับแล้วก็ยังไม่ครบนะครับ มันก็เลยยังกลับมติไม่ได้ มันจึงทําให้การพิจารณาในสภานี้ค่อนข้างยากมาก เพราะว่าหลาย มาตรานั้นมันพันกันไปพันกันมานะครับ ก็ขอฟังท่านอีกครั้งหนึ่ง ท่านคณะกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพอย่างสูง เรียนท่าน ส.ส. ผู้มีเกียรติทุกท่านที่เคารพอย่างสูงเช่นกันครับ กระผม ดอกเตอร์ประเสริฐ ลิ่มประเสริฐ กรรมาธิการครับ ก่อนอื่นก็กราบเรียนท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ก่อนนะครับ เรียนว่าจริง ๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ได้สับสน จริง ๆ แล้วคณะกรรมาธิการทั้งหมดนี้ต้องการคอมพรอไมส์ (compromise) ก็คือ การประนีประนอมที่ให้ผ่านกฎหมายไปด้วยดี เพื่อเป็นประโยชน์กับประเทศชาติกับ ประชาชนอย่างยิ่ง ทีนี้มีปัญหากันนิดเดียวเท่านั้นเอง เพราะว่าถ้าจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนมัน ขึ้นอยู่กับมติเสียง ส.ส. ส่วนใหญ่ทุกท่านครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมเรียนว่าในเรื่องของการ คุยกันของคณะกรรมาธิการคุยกัน คุยกันจริง ๆ นะครับ แล้วก็ที่ตกลงกันนั้นก็ตกลงกันจริง ๆ ว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้น แต่อาจจะมีเหตุการณ์นิดหน่อยขึ้นว่า ๒ ท่านเสียงข้างน้อยซึ่ง อาจจะไม่เห็นด้วยกัน แล้วก็มาพูดกันในสภาก็เป็นสิ่งที่ดี ที่จะได้ชี้แจงให้ท่านผู้มีเกียรติ ทุกท่านได้ทราบว่าตรงนี้ปัญหามันมีอะไรบ้าง ซึ่งการที่ท่านชี้ปัญหามันก็ถือว่าเป็นประโยชน์ ในการแนะนําในการออกกฎหมาย เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าไม่ได้ยากเลยนะครับ มันง่าย เพราะฉะนั้นถ้ามติไม่ผ่านตรงไหนก็เอาอันไหนที่มันผ่านมา ก็จบเท่านั้นเอง โหวตกันง่าย ๆ แต่ละมาตรา ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย ถ้าท่านทําไปแล้วมันเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง กับประชาชนท่านก็ทําไปเถอะ ขอบคุณครับ
แล้วสรุปแล้วคณะกรรมาธิการให้ถอนร่างนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะต้องเชิญสมาชิกมาลงมติ มีการแก้ไขและมีผู้ติดใจนะครับ ยกเว้นแต่ว่านายแพทย์เทวัญ ไม่ติดใจ ก็ไม่ต้องลงมตินะครับ สมาชิกท่านอื่นมีท่านใดติดใจไหมครับ นายแพทย์เทวัญยังติดใจไหมครับ เชิญครับ
ผม นายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมก็ยังติดใจครับ
มีสมาชิกหรือคณะกรรมาธิการยังติดใจ ผมก็จะต้องลงมตินะครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้อง ประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ
ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติด้วยครับ แล้วต้องเรียนที่ประชุมอย่างนี้ นะครับ เนื่องจากว่าคุณหมอเทวัญไม่ได้สงวนความเห็นไว้ เพราะฉะนั้นก็เพียงแต่ว่าผมจะ สอบถามว่าสมาชิกเห็นด้วยกับร่างเดิมที่แก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ ถ้าสภาเห็นด้วยก็เอาร่างของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก แต่ถ้าสภาไม่เห็นด้วย ไปเอาร่าง ของหมอเทวัญไม่ได้เพราะว่าไม่ได้สงวนความเห็นไว้ ก็ต้องกลับไปเอาร่างเดิมเลยนะครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม แล้ว กรุณากดบัตรแสดงตนด้วยครับ ขอเชิญสมาชิกทุกท่านกดบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มลงคะแนน)
ส่งผลการแสดงตนครับ ไม่ครบองค์ประชุมนะครับ
ผมขอเลื่อนการลงมติในมาตรา ๕ ไปไว้ในการประชุมครั้งต่อไปครับ ขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านครับ ขอให้ทุกท่านกลับมาเป็นสมาชิกอีกนะครับ ขอปิดประชุมครับ