สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๔

ไพจิต ศรีวรขาน อภิปรายเรื่องพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ.... และมีคำถามต่อประธานสภาเกี่ยวกับการใส่ข้อความในพระราชบัญญัตินี้ที่อาจทำให้เกิดปัญหาในการควบคุมและพัฒนาในอนาคต

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... ผมทราบว่าท่านคณะกรรมาธิการได้ตั้งใจและมีความกระตือรือร้น มีส่วนร่วมในการพยายาม ที่จะให้มีพระราชบัญญัตินี้ให้สําเร็จ ท่านประธานนี่เป็นคนเก่าแก่ของสภา เป็นประธาน คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข เมื่อผมเป็น ส.ส. ใหม่ ๆ ผมทราบว่าท่านก็เป็นผู้อาวุโส ผมอภิปราย พ.ร.บ. นี้ด้วยความตั้งใจอยากจะให้ท่านผ่านกฎหมายฉบับนี้ แต่ว่ามันเป็น กฎหมายที่ท่านลงไปเยอะแยะเลยนะครับที่ใส่เข้ามาในวาระชั้นการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการ แล้วทางพรรคเพื่อไทยเองก็มีคณะกรรมาธิการที่ได้ไปพิจารณา จะให้ท่านได้มีศักดิ์ศรี มีสถานะเป็นการประกอบอาชีพที่ได้รับเกียรติอย่างดีที่สุด พอมาดู ในมาตรา ๓ เพียงแต่จะเห็นว่าที่เพิ่มเติมเข้ามามากมายมากนะครับท่านประธาน ว่า พ.ร.บ. นี้ วิชาชีพการแพทย์แผนไทย ถ้าโดยวาระที่หนึ่งนี้ ถ้าเขียนมาก็เหมือนอย่างที่ท่านสมาชิก ได้อภิปราย ท่านก็เพิ่มเติมเข้ามาอยู่เยอะหมด ผมเป็นครูครับท่านประธาน ไม่เคยเป็นหมอ ไม่ว่าจะหมอปัจจุบันหรือหมออย่างไรผมไม่เชี่ยวชาญ แต่ว่าจะถามโดยนัยของนักการเมือง ถ้าใส่เข้ามาทั้งหมดแล้วจะทําให้การพัฒนางานอาชีพของการแพทย์แผนไทย โดยนัย ผมไม่ขัดข้องนะครับ แต่ว่าถ้าใส่เข้ามาแล้วมันจะมีปัญหาในทางการกํากับ ควบคุม การพัฒนา เดี๋ยวท่านจะมีปัญหาภายหลังที่เขียนเยอะ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการฟื้นฟู สุขภาพของมนุษย์ การรักษาโรคด้วยการผลิตยา ก็แปลว่าท่านรวมนัยมาทั้งหมดเลยนะครับ ไม่ใช่นวดอย่างเดียว หมอสมุนไพร ผมนี้เป็นคนบ้านนอก ท่านก็ใส่เข้ามาเรื่อยว่าจะต้อง มีการใช้สมุนไพรในการรักษาโรค ซึ่งขณะนี้เท่าที่ดูก็เป็นวงการแพทย์ที่ ส.ส. ที่เป็นหมอ ก็อภิปรายก็มีความเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ควรได้รับการยกย่องเชิดชู ที่จะต้องถามกัน ก็คือเรื่องท่านไปเพิ่มเติมคําว่า หมอพื้นบ้าน โดยนัยก็คงจะหมายถึงเขาเรียกว่าการใช้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่จะต้องคุ้มครอง ส่งเสริม บ้านผมนี้เขาเรียกหมอยาที่มีรากไม้ที่เป็นหยูก เป็นยาต่าง ๆ มากนะครับท่านประธาน ตอนที่เขามีขายมีจําหน่าย แล้วคนที่มีความเข้าใจใน การใช้สมุนไพรเหล่านี้ก็จะอยู่ในกลุ่มหมอพื้นบ้าน แต่ว่าผมไม่เข้าใจว่าท่านไปเขียนว่า คนจะเป็นหมอพื้นบ้านนี้จะต้องมีบุคคลในหมู่บ้านรับรองไม่น้อยกว่า ๑๐ คน ผมไม่เข้าใจว่า ไปเขียนทําไม ท่านเขียนมาโดยตลอดว่าสืบทอดมานานปีเป็นที่ยกย่องนิยมของชุมชน โดยนัย พวกนี้ก็น่าที่จะพอให้พิจารณาได้แล้ว สภาการแพทย์ของท่านได้รับการจดทะเบียนควบคุม เป็นสมาชิก ยกย่องใน พ.ร.บ. นี้ ไม่ต้องไปเขียนเลยว่าจะต้องมีประชาชน เขียนไปแล้ว ใครจะไปหาคนเซ็น ๑๐ คน มันไม่ได้เป็นนัยทางการจะมารับรองนะครับ ไม่ต้องเขียนเลย แล้วก็ไม่ต้องให้นายก อบต. นายกเทศบาลมารับรองอีก นี่ก็ไม่จําเป็นอีก โดยนัยไม่เห็นว่า มันมีประโยชน์อะไร งานของท่านนี่คืองานศรัทธา งานที่เป็นผลจากประชาชน คณะกรรมการที่จะพิจารณาว่าเป็นที่นิยมยกย่องหรือไม่อย่างไร นัยพวกเหล่านี้เป็นเรื่องสําคัญ ไม่ต้องให้ใครลงชื่อ ชื่อนี้ใครเซ็นก็น่าจะได้ แต่ว่าไม่ทราบเหตุผลเหมือนกัน กรณีป้าเช็ง ที่มีคนดูทีวีป้าเช็งแล้วก็เอาไปปฏิบัติเยอะแยะมากนะครับท่านประธาน บําบัดโรค รักษาโรค กระทรวงก็ไปบุกจับป้าเช็ง ท้ายสุดป้าเช็งออกมา แล้วป้าเช็งก็บอกต่อ ว่าพวกหมอปัจจุบันเยอะแยะหมด หลาย ๆ เรื่องที่ผมเห็นว่ามันจะเข้าข่ายของ ท่านประธานอร่ามนี่ละ หมอพื้นบ้านแล้ว ถ้าไปแบบนี้ กรณีป้าเช็งที่เขาหมักน้ําหมัก เพื่อมารักษาโรคต่าง ๆ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่ควรได้รับการยกย่อง เข้าไปถึงตรงไหน อย่างไร ป้าเช็งที่เขาทําภาระพวกเหล่านี้ในการฟื้นฟูบําบัดสุขภาพในทางการที่จะเป็นภูมิปัญญา ของประชาชนอยู่ในกลุ่มนี้บ้างไหม ถามเท่านี้ครับ เพื่อให้กําลังใจท่าน อะไรที่เขียนยาว บางทีท่านไม่ใช่นักกฎหมาย ผมทราบว่า ที่นั่งอยู่นี่เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มาสายของประชาชนที่แต่งตั้งกันมา เผอิญคนที่คิด เรื่องนี้แทนผม คือคุณขจิตร ชัยนิคม เขาก็ฝากประเด็นต่าง ๆ บอกไว้ว่าที่ควรที่จะต้อง สงวนความเห็นอะไรไว้ ผมก็ทําหน้าที่เท่าที่มีความรู้นะครับ อยากจะขอรายละเอียด อะไรที่ ควรตัด ตัดเสีย อย่างเรื่องให้ประชาชนเซ็นชื่อก็เอาออก นายก อบต. ไม่ต้องรับรอง ไม่มีนัย ทางด้านการแพทย์นะครับ ท่านตอบอะไร ท่านคิดสอดคล้องกับอะไรที่ทําให้เยิ่นเย้อ ก็อยากให้เอาออก ขอบพระคุณครับท่านประธาน