สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๔

ประเสริฐ ลิ่มประเสริฐ หารือเรื่องการแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้าน โดยชี้แจงถึงความสำคัญของแพทย์แผนไทย และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการสร้างสภาวิชาชีพแพทย์แผนไทยที่มีความเป็นอิสระและงบประมาณที่เพียงพอ นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติและเสนอให้จัดตั้งสภาแพทย์แผนไทยเพื่อส่งเสริมและควบคุมการฝึกอบรมแพทย์แผนไทย

นายประเสริฐ ลิ่มประเสริฐ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพ อย่างสูงและท่าน ส.ส. ผู้มีเกียรติ กระผม ดอกเตอร์ประเสริฐ ลิ่มประเสริฐ กรรมาธิการ ผมขอกราบเรียนชี้แจงที่ถูกพาดพิงถึงด้วยนะครับ

ประการแรก ขอเรียนทางท่านหมอบรรพตนะครับ เรียนว่าการแพทย์ แผนไทยนั้นเราได้มีการวิวัฒนาการมา แล้วก็มีสถาบันได้มีการเปิดสอนทั้งระดับปริญญา และที่บอกว่าทั้งมหาวิทยาลัยหลายแห่งซึ่งมี ๒๐ กว่าแห่งที่ว่านี้ และนอกจากนี้มีการเปิด สอนทั่วประเทศ ผมเรียนว่าตรงนี้สาขาจริง ๆ แล้วท่านอย่าเอาไปปนกันกับหมอปัจจุบัน เพราะว่าในแพทย์แผนไทยนั้นเขามีแยกอยู่แล้วโดยออโตเมติก (Automatic) ซึ่งในแพทย์ แผนไทยนั้นมีสาขาผดุงครรภ์ มีเภสัชกรรม มีเวชกรรม แล้วก็มีนวดซึ่งเพิ่มมาทีหลัง เพราะฉะนั้นตรงนี้เขารวมอยู่ในนี้ ส่วนหมอพื้นบ้านนั้นเขาก็เป็นแพทย์แผนไทยชนิดหนึ่ง ซึ่งอยู่ในแพทย์แผนไทย เพราะฉะนั้นถ้าเราไปแยกว่าอย่างโน้นอย่างนี้มันไม่ได้เพราะมันอยู่ ในอันเดียวกันทั้งหมด ตรงนั้นขอเรียนให้ทราบว่ามันไม่ใช่มี ๒ สาขาที่ท่านเข้าใจ ท่านอาจจะ เข้าใจคลาดเคลื่อนตรงนี้ก็ขอเรียนชี้แจงนะครับ

ที่ท่านถามว่ามีหลักประกันอะไรให้เข้ามาในเรื่องผดุงการเภสัชกรรมแล้วก็ ในเรื่องของนวดแล้วก็หมอพื้นบ้าน เขาอยู่ของเขามาอยู่แล้ว แล้วเขารวมตัวกันมาอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเรียนว่าในสมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทยนั้นมีสาขา ทั่วประเทศ มีทั้งหมอพื้นบ้าน มีทั้งหมอแพทย์แผนไทยประยุกต์ มีทั้งทุกฝ่ายอยู่รวมกันที่มา ยื่นกฎหมายฉบับนี้ต่อรัฐสภานะครับ เขามาจากทุกหน่วยงานทั่วประเทศที่เขารวมกันมา ตรงนี้ เรียนชี้แจงให้ท่านได้ทราบว่าถึงครอบคลุมถึงตรงนั้น

นอกจากนี้สถาบันทั่วไปท่านอาจจะเข้าใจผิด ถ้ามีการเรียนการสอนในเรื่อง ของแพทย์แผนไทยเขาสอนหมดครับ สอนทั้งนวด ๑ นวด ๒ นวด ๓ นวด ๔ สอนทั้ง เวชกรรมไทย สอนทั้งเภสัชกรรมไทย คนที่จบทางด้านแพทย์แผนไทยนั้นเขาจะรู้หมด ทุกสาขารวมถึงการผดุงครรภ์ไทยด้วย รวมทั้งหมอพื้นบ้านเขาก็เรียนด้วย ก็เหมือนกับที่ ท่านเรียนหมอปัจจุบันนั่นเอง

นอกจากนี้ถ้าท่านบอกว่ามาตรฐานกับวิชาชีพผมกราบเรียนว่าให้มีสภา เถอะครับ ท่านจะเห็นว่าสภาทนายความนะครับเมื่อก่อนก็เหมือนอย่างนี้ละครับที่เข้ามา ในสภาแห่งนี้ได้ออกไป เพราะฉะนั้นเมื่อมีสภาแล้ว มีสภาวิชาชีพแล้วให้ประชาชนเขาซึ่งได้มี ส่วนร่วมตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแล้วเขาก็ปกครองตนเองได้ ท่านจะเห็นว่าสภาทนายความ นั้นมีความเจริญจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้รัฐบาลยังให้งบประมาณด้วยซ้ําไปนะครับ เป็น ๑๐๐ ล้านบาท

นอกจากนี้ผมเรียนว่าที่ท่านบอกว่าท่านเคยเป็นกรรมการวิชาชีพนะครับ ท่านก็ต้องทราบดีว่าการแพทย์แผนไทยนั้นมีทั้งเภสัชศาสตร์ สาขาเภสัชศาสตร์ซึ่งเป็น ตัวแทนเข้ามา สาขาเวชกรรมไทย แล้วก็สาขาผดุงครรภ์ และปัจจุบันนี้มีนวด เพราะฉะนั้น เขาจะมีตัวแทนแต่ละที่เข้ามาเป็นกรรมการวิชาชีพซึ่งมันมีอยู่เดิมตรงนั้น เพราะฉะนั้น ถ้าแยกมาบุคคลเหล่านี้ก็เข้ามาอยู่ในสภาก็สามารถสร้างความเจริญพัฒนาให้สภาแพทย์ แผนไทยเป็นสภาวิชาชีพเจริญได้ เรียนให้ท่านได้คลายความกังวลตรงนี้ นอกจากนี้ผมเรียน ว่าการที่เริ่มกฎหมายฉบับนี้นะครับ ทุกท่านนั้นมาแต่ละท่านนั้นได้มาด้วยความคับข้องใจว่า เข้ามาออกกฎหมายให้เขาแล้ว ถ้าสภาแห่งนี้ออกกฎหมายให้เขาแล้วเขาจะอยู่อย่างมีศักดิ์ มีศรี แล้วก็สามารถที่จะประกอบวิชาชีพ เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าการเป็นสภาแพทย์แผนไทย ตาม พ.ร.บ. วิชาชีพฉบับนี้นั้นกรรมการเวลาเขาจะทํางานต่าง ๆ เหล่านั้นเขาทําเป็นรูป คณะกรรมการไม่ใช่มามีคนใดคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นว่าในร่างนั้นเขาเขียนไว้อย่างดี เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าตรงนี้แหละมันเป็นเรื่องซึ่งมีความจําเป็นและมีความสําคัญแล้วก็ไม่ได้ รีบร้อนนะครับ เพราะทํามาถึง ๓ ปีแล้ว

นอกจากนี้ที่ท่านบอกว่ามีความพร้อมหรือไม่ ผมก็เรียนว่าชี้ให้เห็นว่าสภา ทุกสภาที่เขาออกไปแยกจากวิชาชีพเดิม เดิมก็มีแพทยสภา มีสภาทันตแพทย์ สภาพยาบาล อะไรต่าง ๆ เหล่านั้นนะครับ ถ้าท่านไม่ให้เขาออกไปแล้วเขาจะมีความพร้อมได้อย่างไร เพราะฉะนั้นเขาพร้อมถึงเขาจะออกไป เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อออกกฎหมายให้เขาไปแล้วปฏิบัติ ตามนี้มันก็มีความพร้อมอยู่แล้วนะครับไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่เสนอกฎหมายเข้ามา ผมเรียน ชี้แจงท่าน

นอกจากนี้จะเห็นได้ว่าในเรื่องโครงสร้างนะครับ ในโครงสร้างตรงนี้นะครับ ได้คิดกันอย่างดีแล้วนะครับว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งมี ๕๐ กว่ามาตรา ตรงนี้มัน ครอบคลุมแล้วก็มันเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เราเข้ามาส่งเสริมไม่มีการทําลาย เพราะฉะนั้น ผมเรียนว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้แปลกประหลาดหรอกครับ ท่านอย่าไปรอเลย ถ้าท่านรอ เท่ากับท่านถ่วงความเจริญให้กับประชาชนซึ่งก็ได้ร่างได้เสนอกฎหมายเข้ามา แต่ไม่เป็นไร ผ่านไม่ผ่านมันเป็นเรื่องธรรมดาในการโหวตของท่านนะครับ

ผมเรียนท่านผู้ทรงเกียรติอีกท่านหนึ่งนะครับ ก็คือท่านทศพล เพ็งส้ม เมื่อสักครู่นี้ท่านบอกในเรื่องว่าการที่ผลิตเครื่องอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการช่วยตัวเอง ก็คือ การนวด เช่น ไม้อะไรต่าง ๆ เหล่านั้น ผมเรียนว่าตรงนั้นมันเป็นอิสระเสรีภาพที่เขาทําได้อยู่แล้ว อะไรก็ตามที่เอามาเพื่อใช้กับส่วนตัวอันนั้นเขาทําได้ท่านไม่ต้องไปกังวล นอกจากนี้การปลูก สมุนไพรนะครับก็ทําได้เหมือนเดิมมีอิสระเสรีภาพเราไม่เข้าไปควบคุมตรงนั้นหรอกครับ เพราะว่าผักสวนครัวทุกวันที่ท่านกินอยู่ก็เป็นสมุนไพร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์อยู่แล้วนะครับ ที่ท่านทําอยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่เข้าควบคุมแน่นอนนะครับ เป็นอิสระที่จะทําได้ เพราะฉะนั้นท่านไม่ต้องเป็นกังวลนะครับ

นอกจากนี้ที่เขาห้ามอย่างเดียวที่ท่านถาม ท่านผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งท่านถามว่า ถ้าเพื่อนให้นวดให้เพื่อนซึ่งปวดเมื่อยหรือเครียดก็จะเป็นปัญหาไหม ซึ่งมันมีอยู่แล้ว ในจรรยาของแพทย์แผนไทย ถ้าท่านไม่ทําเพื่อการค้าท่านทําเพื่อตัวเอง นวดเพื่อตัวเอง หรือว่าช่วยเพื่อสงเคราะห์นะครับ ตรงนั้นมันก็ไม่มีปัญหา เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องเล็กน้อย นะครับไม่จําเป็นจะต้องเอามาพูดในรายละเอียดตรงนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าเขาทํา ได้อยู่แล้วเว้นแต่เข้าไปควบคุมคนที่ไปทําการค้าในเรื่องของที่ไม่มีใบอนุญาตไปเปิดนวด อันนี้ มันไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นจะต้องมีความรู้ พวกเราคํานึงถึงความปลอดภัยสุขภาพของ ประชาชนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นตรงนี้ในที่เราร่างกฎหมายฉบับนี้ออกมาก็ควบคุมแล้ว นะครับ

นอกจากนี้ในเรื่องความรู้ความสามารถของชุมชนแต่ละชุมชนนะครับ ผมเรียนว่าแต่ละที่นั้นก็ต่างกันจริง ใช่ ผมเรียนว่าในเรื่องของการสอนนะครับของแพทย์ แผนไทย ท่านอาจจะไม่เข้าใจผมก็ชี้แจงให้ท่านทราบนิดหนึ่งว่าการมอบตัวเป็นศิษย์ เพราะฉะนั้นของแพทย์แผนไทยนั้นมีอิสระที่จะใครก็ได้ทั้งประเทศ ๖๕ ล้านคนที่จะมาเป็น แพทย์แผนไทย เพียงแต่ท่านไปทําตามกฎ ตามระเบียบ เรียนสืบต่อกันมา มอบตัวเป็นศิษย์ กับครู หรือว่าเข้าไปเรียนในสถาบันต่าง ๆ ที่มันมีสอนอยู่ หรือแม้แต่สถานที่ที่สอนคนเดียว ก็ทําได้ เพราะฉะนั้นท่านทราบไหมว่ามันมีสถานที่สอนนี้เป็นหมื่นแห่งทั่วประเทศ ท่านอาจจะไม่ทราบตรงนี้ อาจจะส่วนตัวบุคคล แล้วก็ทุกที่ที่เขาสอนเขามีใบของเขา เพราะมิฉะนั้นทางการก็จะไปจับเขา เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมเรียนว่าให้ท่านไว้วางใจเถอะว่า เขามีความพร้อม เขาสามารถที่จะปกครองตนเองได้ ผมก็ชี้ให้เห็นว่าสภาทนายความ เมื่อก่อนตอนแรกก็เป็นสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยรวมตัวกันกับทนายความ ทั่วประเทศ สุดท้ายก็ออกมาเป็น พ.ร.บ. ทนายความ ท่านก็ดูสิครับ สภาทนายความมี ความเจริญมั่นคง แล้วก็เป็นหลักของประเทศจนถึงปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้นในทางการแพทย์ แผนไทยก็เช่นกัน ถ้าเป็นสภาแพทย์แผนไทยแล้วผมเชื่อว่าตรงนี้จะทําประโยชน์ให้กับ ประชาชนมหาศาล แล้วก็จะช่วยสนับสนุน ส่งเสริม ไม่ใช่เป็นการทําลาย ท่านอย่าไปคิดก่อน เพราะฉะนั้นเขาทําเป็นหมู่เป็นคณะ เป็นคณะกรรมการ ไม่มีใครกล้าไปทําผิดหรอกครับ เพราะฉะนั้นถ้าทําผิดขึ้นมาก็ต้องถูกลงโทษอยู่แล้ว ทางอาญา ทางแพ่งมันมีอยู่แล้ว กฎหมาย มันมีอยู่แล้ว ขอกราบเรียนชี้แจงอย่างนี้ ขอบคุณครับ