บรรพต ต้นธีรวงศ์ ระบุว่าการบังคับให้หมอแพทย์แผนไทยและวิชาชีพอื่นเข้าสู่ระบบการควบคุมของสภาวิชาชีพจะนำไปสู่การสร้างความรุนแรงเชิงโครงสร้าง บรรพต ต้นธีรวงศ์ หารือเรื่องร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหมอและเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไม่มีร่างกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุขที่เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม บรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ครับ กรรมาธิการ ท่านประธานครับ ถึงแม้จะปรับเปลี่ยนถ้อยคําอย่างไรนะครับ ผมก็คิดว่ามันยังมีส่วนที่ผมได้อภิปรายไว้ แล้วผมต้องขออภัยจริง ๆ นะครับว่าผมรับไม่ได้ เนื่องจากว่าอะไรครับ เนื่องจากผมมอง เห็นว่าสภาการแพทย์แผนไทยควรจะค่อย ๆ มีการพัฒนา มีวิวัฒนาการของตัวเอง ขณะนี้นะครับท่านคณะกรรมาธิการท่านหนึ่งก็ได้ชี้แจงไปแล้วว่า มีสถาบันที่เปิดสอนระดับ ปริญญา ระดับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ถามว่ามีกี่สาขาที่ระบุไว้ในมาตรา ๓ นี้ ผมคิดว่า ไม่เกิน ๒ นั่นก็คือ สาขาการแพทย์แผนไทย และสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ และอีก ๔ สาขาละครับ ท่านดึงเข้ามาอยู่ในระบบการควบคุมของท่านด้วย มีหลักประกันอะไรที่จะ ให้เขามาสู่วิชาชีพนี้อยู่ในสภาวิชาชีพนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผดุงครรภ์ไทย เภสัชกรรมไทย ที่ท่านบอกว่าผลิตยาแล้วอุปกรณ์เกี่ยวกับเรื่องการแพทย์แผนไทย หรือการนวดไทย หรือแม้แต่หมอพื้นบ้านทั้งหมด ๖ สาขา ผมเชื่อ ผมมองดูแล้วคือจะมีสถาบันที่ท่านพยายาม อธิบายนี้มีแค่ ๒ สาขาเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าผมรับไม่ได้ ในการที่ท่านจะเอา มาก ๆ เอาสาขาที่เขาทํางานอยู่แล้ว อีกทั้งขณะนี้ก็มีกฎหมายที่ดูแลเขาอยู่ แล้วก็เป็นปกติ สุขดี ท่านประธานครับ ถึงแม้จะไม่มีกฎหมายสภาวิชาชีพนี้ สาขาต่าง ๆ เหล่านี้เขาก็มี กฎหมายดูแลอยู่ นั่นก็คือพระราชบัญญัติประกอบโรคศิลปะ ซึ่งมีคณะกรรมการประกอบ โรคศิลปะสาขาต่าง ๆ ดูแลพิจารณาในเรื่องของการปฏิบัติ จริยธรรม มาตรฐานวิชาชีพเขาอยู่ ราบรื่นดี ครับ ไม่มีปัญหาอะไรเท่าที่ผมฟังข่าว เพราะว่าผมเองก็เคยเป็นตัวแทนในคณะกรรมการ ประกอบโรคศิลปะนี้ ซึ่งอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติประกอบโรคศิลปะ ท่านประธานครับ จึงน่าจะต้องเป็นเรื่องของการที่ค่อย ๆ มีวิวัฒนาการ ไม่ใช่ท่านต้องการที่จะได้ทุก ๆ สาขา เข้าไปอยู่ในอาณัติของท่าน ตั้งแต่เริ่มมีสภาวิชาชีพเลย ผมเรียนถามนะครับ ท่านที่ริเริ่ม ในเรื่องของกฎหมายฉบับนี้ผมคิดว่าท่านนี้มีประสบการณ์จริงครับ มีคุณวุฒิจริง แต่อยู่ใน ๒ สาขาแรกที่ผมได้กล่าว คือการแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนไทยประยุกต์ อย่างอื่น ผมไม่มั่นใจหรอกครับว่าท่านมีประสบการณ์ที่จะดูแลอีก ๔ สาขาตรงนั้นหรือเปล่า ผมย้ํา อีกทีหนึ่งนะครับ ตั้งแต่ผดุงครรภ์ไทย เภสัชกรรมไทย นวดไทย หมอพื้นบ้านอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านมีความสามารถที่จะดูแลเขาหรือครับ การมีสภาวิชาชีพนั้นหมายถึงว่าเรากําลัง จะมอบอํานาจของสังคมไทยให้อยู่ในมือของสภาวิชาชีพไปดูแลกันเอง แต่ในเมื่อท่านยังไม่มี ความพร้อมในจุดนี้ และเริ่มต้นท่านก็จะรวบทั้งหมดเข้ามาอยู่ในอาณัติของท่านเสียแล้ว ผมถึงบอกย้ําเหลือเกินนะครับว่า มันเป็นการสร้างความรุนแรงเชิงโครงสร้างโดยแท้จริง
อีกประการหนึ่ง ท่านบอกว่าร่างของประชาชน ๑๐,๐๐๐ รายชื่อ ร่างของ คุณหมอทั้ง ๒ ท่านที่เสนอเข้ามานี้ ก็เป็นร่างที่ได้มีการเอามาพูดกันในคณะกรรมาธิการ แม้แต่ในเรื่องของการผ่านสภาในวาระรับหลักการวาระแรกไปแล้วก็ตาม แต่ท่านครับ ยังไม่เห็นมีใครพูดเลยครับ ผมคิดว่าเป็นกฎหมายที่ค่อนข้างจะแปลกประหลาดมาก ๆ ที่ไม่มี ร่างของ ครม.เข้ามาตรงนี้ แล้วที่ผมทราบนะครับทางกระทรวงสาธารณสุขเองก็บอกให้รอก่อน รอคุยกันก่อน รอให้ตกผลึกก่อนแล้วค่อยเสนอร่างกฎหมายดีไหม แต่ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน นะครับว่าทําไมรีบร้อนกันมากนัก เพราะฉะนั้นมีมาตราถัด ๆ ไปที่กฎหมายที่เจ้ากระทรวง ที่จะต้องรับผิดชอบนี้จะต้องมาเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ เขาไม่ได้มีส่วนร่วมเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ต้องยอมรับนะครับว่าไม่ได้มีส่วนร่วมเกี่ยวกับเรื่องนี้ เลยครับ จริงอยู่ครับ เราเคารพครับความคิดเห็นของประชาชน แต่อย่างไรก็ตาม การที่จะทํา ให้ขับเคลื่อนอะไรสักอย่างหนึ่งมันต้องมีพลังหลาย ๆ พลังมาขับเคลื่อนกัน ลําพังพลังของ ประชาชนเราก็เคารพครับ เราก็เห็นด้วยครับ แต่เพื่อที่จะให้นําไปสู่การปฏิบัติได้จริง ผมคิด ว่ามันมีความจําเป็นนะครับที่จะต้องให้ภาครัฐเข้ามามีส่วนร่วมตรงนี้ด้วย ขณะนี้ภาครัฐไม่ได้ เข้ามามีส่วนร่วมในกฎหมายฉบับนี้เลยครับ เพราะฉะนั้นผมถึงคิดว่าตามที่ ส.ส. หลายท่านมี ความหวังดี ผมก็ยืนยันนะครับว่า เรามีความหวังดี เราไม่ได้มองว่าใครเป็นอย่างไร เร่งร้อน หรืออย่างไร หรือไม่ มีอะไรผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่เบื้องหลังหรือไม่ แต่เรามองดูเนื้อหา สาระแล้วผมคิดว่ามันก็มีทางเลือกอยู่ ๒ ทาง ทางหนึ่งก็คือท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ เสนอ แล้วก็ ภายใต้การแนะนําของท่านประธาน ทางที่ ๒ ผมก็คิดว่า อยากจะให้ถอนไปเถอะครับ มันก็ ไม่ได้เสียหายอะไร อย่างที่ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ คุณหมอวรงค์ได้แนะนําไป ผมไม่มี เรื่องที่จะอคติหรือขัดแย้งอย่างไร แต่ผมเป็นห่วงครับ อยากให้กฎหมายมันค่อย ๆ วิวัฒนาการครับ แต่ถ้าเกิดว่าท่านต้องการทั้ง ๖ สาขาเข้ามาอยู่ในอาณัติ ทั้ง ๆ ที่ท่านยังไม่มี ความพร้อม อย่างนี้สังคมจะมอบอํานาจให้ท่านไปดูแลกันเองได้อย่างไร มันไม่ปลอดภัย ทั้งสําหรับผู้ที่จะประกอบวิชาชีพนี้ และไม่ปลอดภัยสําหรับประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ