สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ วิพากษ์นโยบายลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการสร้างสมดุลการจัดสรรงบประมาณระหว่างระบบขนส่งในกรุงเทพฯ กับรถโดยสารในต่างจังหวัด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและครอบคลุมทุกพื้นที่ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. ราง ตั๋วร่วม และกระจายอำนาจขนส่ง รวมถึงชี้แจงความชัดเจนด้านงบประมาณและแนวทางแก้ปัญหารถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีเขียวให้สอดคล้องกับพันธะสัญญาทางนโยบาย
หลายคนนะครับ มองแต่เรื่องลดราคาค่ารถไฟฟ้าให้เหลือ ๒๐ บาท แล้วก็อาจจะมีเรื่องของรถเมล์ ให้เหลือ ๑๐ บาท แต่ก็ไม่ได้ขยับอะไร แล้วก็โฆษณาให้กับประชาชนว่ามันดีอย่างนั้น อย่างนี้ โน่น นี่ นั่น แต่เราจะไม่สนใจเรื่องต้นทุนเลยหรือว่าลดเท่าไรจึงเหมาะสม แต่เราจะไม่สนใจเรื่องรถเมล์เลย หรือว่าด้วยเงินที่เท่ากันเอามาช่วยกลุ่มผู้มีรายได้น้อย คือกลุ่มผู้ใช้รถเมล์ได้อีกมาก รวมถึงตามต่างจังหวัดด้วย ไม่ควรคิดแต่จะอุ้มรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครมากมายมหาศาล แต่ละเลยรถเมล์ ละเลยหัวเมือง ละเลยประชาชนในอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศ แล้วปล่อยให้กรุงเทพมหานครคือประเทศไทย ทุ่มเม็ดเงินลงไปอุดหนุนค่าก่อสร้างมากมาย แล้วยังจะต้องตามไปอุดหนุนค่าโดยสารเพิ่มเติมแบบมากเกินควรอีกหรือครับ อยากให้ รัฐบาลนี้คิดใหม่ ต้องสร้างสมดุลให้ดี ระหว่างเม็ดเงินที่จะลงไปกับเส้นเลือดใหญ่เทียบกับ เม็ดเงินที่จะลงไปกับเส้นเลือดฝอย ต้องคิดทำระบบรถเมล์กับระบบรถไฟฟ้าให้ทำงานร่วมกัน เป็นระบบเดียว ขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นลูกคู่ขนานอย่างที่ผ่านมา และกำลังจะหนักหนาขึ้นด้วยนโยบาย ๒๐ บาทตลอดสาย ที่อุดหนุนแต่รถไฟฟ้า แล้วละเลย รถเมล์ที่อุดหนุนแต่คนกรุง แล้วละเลยคนต่างจังหวัด พรรคประชาชนเราไม่ได้คัดค้าน เรื่องการลดภาระค่ารถไฟฟ้าให้คนกรุง แต่เรามีข้อเสนอที่ดีกว่าที่พร้อมมาถกเถียง พร้อมมาแลกเปลี่ยนว่าทำไมเราถึงยืนยันว่าไม่ควรทำ ๒๐ บาทตลอดสาย แต่ควรทำ ๘-๔๕ บาทตลอดทาง
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
บนสไลด์ นี่คือข้อเสนอจากพรรคประชาชนนะครับ รายละเอียดมีพร้อมไปศึกษาต่อกันได้เพียง Scan QR Code เข้าไป ทุกตัวเลขมีฐานคิด ไม่ได้มั่วมาลอย ๆ แบบ ๒๐ บาท คิดจากจุดต้นทาง ไปปลายทาง เชื่อมระหว่างรถเมล์กับรถไฟฟ้า ไม่ใช่แค่จากสถานีรถไฟฟ้าไปอีกสถานี จะขึ้นรถเมล์แล้วไปต่อรถไฟฟ้า ๒ สาย ๓ ต่อ สูงสุดก็ไม่เกิน ๔๕ บาท แต่เอาละครับ เราก็เข้าใจว่าอำนาจบริหารอยู่ที่รัฐบาล รัฐบาลมีอำนาจที่จะทำ ๒๐ บาทตลอดสาย แม้อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีกว่า แต่พรรคประชาชนเราก็ยังคงอดที่จะห่วงอนาคตของประเทศ ไม่ได้อยู่ดี บนพื้นฐานของข้อจำกัดในการเป็นนิติบัญญัติเสียงข้างน้อย จึงขอฝากฝัง แต่ไม่ใช่ฝากให้ไปฝัง ๓ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ พ.ร.บ. ที่ ๑ พ.ร.บ. ราง เรื่องนี้ รัฐบาลน่าจะเห็นตรงกับพรรคประชาชนได้ไม่ยากว่าควรจะมี เนื้อหาสาระจากระบบราชการ ก็ผ่านเข้ามาในสภาวาระแรก ในสภาชุดที่แล้วก็มีปัญหาอยู่พอสมควร แต่เราก็ประนีประนอมกัน หาทางออกร่วมกันไปแล้ว ผ่านกรรมาธิการที่มาจากทุกพรรคและข้าราชการไปแล้ว จ่อเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ ๒ แล้ว แต่ก็ตกไปเพราะว่าติดศึกกัญชา และรัฐบาลเศรษฐา ก็นำมาพิจารณาตามกรอบ ๖๐ วัน ไม่ทัน ทำให้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ตกไป ส่งผลให้ต้องเริ่ม นับหนึ่งกันใหม่จากร่างเดิมของระบบราชการ ข้อเสนอที่ดีกว่าและไวกว่าก็คือพรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำรัฐบาลสามารถหยิบร่างที่ผ่านกรรมาธิการมาแล้ว มายื่นได้เลย อาจเปลี่ยน เนื้อหาได้เล็กน้อยตามที่เห็นสมควรนะครับ แต่ก็ดีกว่าไปเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ หรือหากทำไม่เป็น จะฝากให้พรรคประชาชนยื่นให้ก็ได้ แต่ช่วยกันโหวตให้ด้วยนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เราน่าจะเห็นตรงกันได้ไม่ยากว่าควรมีกฎหมายเรื่องนี้ และควรมีไปแล้ว หากพวกท่านไม่ช้า พ.ร.บ. ที่ ๒ พ.ร.บ. ตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วม หรือชื่อเต็มว่า ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม นี่ก็เป็นอีก ๑ เรื่องในตำนานที่เริ่มร่าง กันมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่เสร็จก็รออยู่นะครับ เรื่องนี้ผมบอกไปตั้งแต่ การอภิปรายนโยบายครั้งก่อนว่านโยบาย ๒๐ บาทตลอดสาย ภายใน ๓ เดือน มันเป็นไปไม่ได้ ต้องมี พ.ร.บ. ราง พ.ร.บ. ตั๋วร่วมก่อน พ.ร.บ. ราง ท่านน่าจะเข้าใจแล้ว ส่วน พ.ร.บ. ตั๋วร่วม ท่านเข้าใจหรือยังว่ามันจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้การ Clear เงินหลังบ้านในการข้ามสาย ข้ามเจ้าของ รวมถึงข้ามระบบไปยังรถเมล์ให้มันเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ แล้วก็ได้รับการยอมรับ จากทุกฝ่าย ดังนั้นเรื่องนี้ท่านควรไปเร่งทำเสีย แล้วคิดให้รอบคอบมากขึ้นในส่วนของ ค่าโดยสารร่วม ควรร่วมระหว่างระบบรถเมล์กับระบบรถไฟฟ้าเป็นอย่างน้อย แล้วก็คิด ให้จบด้วยนะครับ อย่ามาอ้างทีหลังว่าช้าเพราะขาดกฎหมายลูกไม่ได้นะ กันยายน ๒๕๖๘ ขีดเส้นตายเอาไว้ทุกสายรวมข้ามสาย ๓. ก็คือ พ.ร.บ. กระจายอำนาจขนส่ง ซึ่งเป็น ร่าง พ.ร.บ. ของพรรคก้าวไกลที่ถูกคว่ำไปในสมัยรัฐบาลเศรษฐา คือไม่ยอมให้อำนาจกับเทศบาล อบต. กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยาในการจัดทำและจัดการรถเมล์ในพื้นที่ของตนเอง และเรากำลังพูดถึงเรื่องรถเมล์คันละ ๑-๓ ล้านบาท ในการให้บริการกับประชาชนในท้องถิ่น ไม่ใช่รถไฟฟ้าสายละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในกรุงเทพมหานคร ก็ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีอุ๊งอิ๊ง กลับไป Think Again นะครับ อย่าหวงอำนาจไว้ แล้วหากินกับการอ้างว่าเข้ามาแก้ไขปัญหา หากอยากจะแก้ปัญหาจริง ต้องจริงใจกับการกระจายอำนาจ กระจายงบประมาณออกไป และหากมีทุจริตก็ไปจัดการเสีย ปลดล็อกให้ท้องถิ่น ให้คนต่างจังหวัดได้แสดงศักยภาพ ของคนในท้องที่ออกมา ร่วมกันสร้างประเทศไทยที่ไม่ใช่แค่กรุงเทพมหานคร กล่าวโดยสรุป จากที่ผมได้อภิปรายไปประเด็นที่ ๑ นโยบาย ๒๐ บาทตลอดสายทำไม่ได้แล้ว ตามเงื่อนไข ๔ ข้อ ที่พรรคเพื่อไทยได้โฆษณาเอาไว้ก่อนเลือกตั้ง
ประเด็นที่ ๒ สิ่งที่พยายามจะทำใหม่คืออะไร จะใช้วิธีเวนคืนแน่นะ แล้วก็ บอกให้ชัดด้วยนะครับว่าสายไหน เท่าไร เมื่อไร
ประเด็นที่ ๓ ควรทำไหม อยากให้คิดกันนะครับ ในเรื่องของการจัดสรร ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ไม่ใช่ว่าลด แลก แจก แถมไปเรื่อย
ประเด็นที่ ๔ ข้อเสนอจากพรรคประชาชน เราก็พร้อมที่จะถกเถียง เพื่อนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าสำหรับประชาชนทุกคน ไม่ควรทำนโยบาย ๒๐ บาทตลอดสาย แต่ควรทำ ๘-๔๕ บาทตลอดทาง อย่างไรก็ตามผมทราบดีว่าอำนาจงบประมาณ และข้าราชการอยู่ในมือของพวกท่าน ด้วยนโยบาย ๒๐ บาทตลอดสาย อย่างน้อย ก็ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ๑. คิดมาดีหรือยัง กันยายน ๒๕๖๘ ขีดเส้นตายเอาไว้เลยนะ ๒. จะทำอย่างไร รถไฟฟ้าสายสีส้มที่พวกท่านเพิ่งเซ็นกันไปแบบย้อนแย้งกับนโยบาย ท่านจะแก้ปัญหาอย่างไร สายสีเขียวที่ใกล้หมดสัมปทานอยู่แล้ว เหลืออีกแค่ ๕ ปี ท่านจะเอาอย่างไร
คำถามสุดท้ายที่อยากจะฝากไว้ก็คือก่อนจะทำท่านเข้าใจหรือยังครับว่า เนื้อหาสาระที่พรรคท่านหาเสียงไว้คือค่าโดยสารร่วม ๒๐ บาทตลอดทาง ไม่ใช่ตั๋วร่วม ๒๐ บาทตลอดสาย ขอบคุณครับ