รายงานการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
ครั้งที่ ๔๑/๒๕๕๙
วันอังคารที่ ๑๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙
ณ ตึกรัฐสภา
สวัสดีครับ เรียนท่านสมาชิก ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุมครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเป่ดการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เพื่อดำเนินการประชุมตามระเบียบ วาระนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม แต่ยังไม่บรรจุ ระเบียบวาระ ก่อนอื่นผมมีเรื่องที่จะแจ้งต่อที่ประชุมให้ทราบโดยไม่ได้อยู่ในระเบียบวาระ รวม ๒ เรื่อง ดังต่อไปนี้
เรื่องที่ ๑ จากกรณีเกิดเหตุว่างระเบิดและเพลิงไหม้ใน ๗ จังหวัดภาคใต้ ระหว่างวันที่ ๑๐ ถึงวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๙ เปึ้นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตรวม ๔ คน และผู้บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่งนั้น ไม่ว่าจะเปึนการกระทำของบุคคลกลุ่มใดด้วยสาเหตุใด ต้องถือว่าเปึนการกระทำที่ทำร้ายประเทศไทยและสังคมไทยโดยรวมอย่างรุนแรง ขอให้พวกเราให้ความร่วมมือกับรัฐบาลและคณะ คสช. ในการวางตัวให้เหมาะสมกับ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยร่วมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ์ายและพี่น้องประชาชนชาวไทย ให้ร่วมแรงร่วมใจกันฟันฝ์าอุปสรรค์ขวากหน้ามไปให้ได้อีกครั้งหนึ่งเหมือนเช่นที่เคยกระทำ มาทุกครั้งที่เกิดเหตุวิกฤตขึ้นในสังคมไทย ขอให้พวกเราเชื่อมั่นในพลังแห่งความดีงามและ ความสามัคคีที่เปึนเอกลักษณ์ของชาติไทย และขอให้พวกเราร่วมแสดงความเสียใจอย่าง สุดซึ้งกับทั้งผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบในทุกทาง
เรื่องที่ ๒ จากกรณีที่พี่น้องทหารหาญของชาติจำนวน ๕ นาย ได้เสียชีวิตจาก เฮลิคอปเตอร์ตกขณะปฏิบัติหน้าที่ไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ที่บริเวณป์า เหนือกิ่วแม่ปาน ยอดดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๙ ขอให้พวกเราร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้เสียสละทั้ง ๕ นาย ขอให้พวกเรายืนขึ้นสงบนิ่ง ตั้งจิตอธิฐานให้พี่น้องประชาชนและพี่น้องทหารหาญที่ว่ายชนม์ จากเหตุการณ์ทั้งสองได้ไปอยู่สุขคติภพ และขอให้ประเทศไทยที่รักยิ่งของเราทั้งหลาย เข้มแข็งและก้าวหน้าเดินต่อไป
(สมาชิกและผู้ที่อยู่ในที่ประชุมได้ยืนขึ้นเพื่อแสดงความไว้อาลัยเปึนเวลา ๑ นาที)
ขอบพระคุณครับ ขอเชิญนั่ง ท่านสุรินทร์มีอะไรจะพูดไหม ขอเรียนเชิญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ จากเหตุการณ์ที่ท่านกล่าวสักครู่นี้นะครับ ก็จะประจวบเหมาะที่ผมได้เตรียมการมานะครับ ผมมีสไลด์ (Slide) ที่จะนำเสนอท่านนะครับ แล้วก็จริง ๆ มีแผ่นภาพด้วยนะครับ ขอเจ้าหน้าที่ขอเอาแผ่นภาพมาด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเป่ดพรีเซ็นเทชัน (Presentation))
สไลด์ (Slide) ที่ ๑ ครับ ขอแผ่นภาพด้วยครับ ผมมีสไลด์ (Slide) สั้น ๆ นะครับ ๙ สไลด์ (Slide) ให้ท่านได้รับชมนิดหนึ่งแล้วท่าน ก็จะมีความรู้สึก ผมมั่นใจว่าในที่ประชุมแห่งนี้และที่ได้รับฟังก็จะมีความรู้สึกรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์มากขึ้นนะครับ และผมก็มั่นใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้น ขณะนี้นะครับ สไลด์ (Slide) ที่ ๑ นะครับ สไลด์ (Slide) เขายังไม่ขึ้นนะครับ ขออนุญาต จับมาที่ตรงนี้ นี่คือแผนที่ประเทศไทย แผนที่ประเทศไทยนี่นะครับเราเรียกว่าขวานทอง ผมก็เลยใช้สี่ทองแทนสัญลักษณ์ของความสงบร่มเย็น แล้วก็อุดมสมบูรณ์นะครับ แล้วในมาตรา ๑ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญทุกฉบับตั้งแต่มีประเทศไทยมาเลย ตั้งแต่ มีกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๔๗๕ ก็จะเขียนในมาตรา ๑ เลยนะครับว่า ประเทศไทย เปึ้นราชอาณาจักรอันหนึ่งเดียวกัน จะแบ่งแยกมิได้นะครับ นี่สไลด์ (Slide) ที่ ๑ นะครับ ที่ขึ้นแล้ว
สไลด์ (Slide) ที่ ๒ ครับ นี่คือตั้งแต่ผมเกิดมาผมก็เห็นอันนี้นะครับ คือสัญลักษณ์ คือธงไตรรงค์ มีประวัติว่าได้ใช้มาตั้งแต่ป้ ๒๔๘๒ นะครับ
สไลด์ (Slide) ที่ ๓ ครับ นี่คือประวัติครับ ประพันธ์โดยท่านอ่านดูได้เลย เดี๋ยวผมจะขออนุญาตสักเสี้ยววินาทีเดียวเป่ดเพลงชาติให้ท่านฟัง ท่านคงไม่ได้ฟังมานาน เนื่องจากเราไม่ค่อยได้ไปยื่นหน้าเสาธงตั้งแต่เด็ก ๆ ขออนุญาตเรียนเชิญท่านทั้งหลาย ฟังเพลงชาติของเราสักนิดหนึ่ง แล้วท่านก็จะรักชาติมากยิ่งขึ้นครับ เชิญครับ เขาบอกในที่ร่ม ไม่ต้องยืนครับ ผมได้ไปศึกษามาแล้วว่าในที่ร่มไม่ต้องยืนนะครับ แล้วก็เพลงนี้นะครับ ผู้ประพันธ์ยอดมาก
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเป่ดวีที่อาร์ (VTR))
ขอบคุณท่านมากครับ ผมคิดว่าเพลงชาติไทย จะสถิตในดวงใจของพวกเราและผู้ฟังผู้ชมทั้งหลาย
ภาพต่อไปครับ ในธงไตรรงค์จะมี ๓ สี คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็จะกราบเรียนท่านว่าผมนำภาพตัวแทนของศาสนาพุทธที่เราเคารพก็คือว่ารูปของ พระแก้วมรกตกราบอัญเชิญมาเพื่อให้เปึ้นสิริมงคลของพวกเรา และประชาชนคนไทย เพื่อความสงบร่มเย็น ภาพนี้ทุกคนก็ต้องรู้จักแล้วก็เคยไปกราบคนละหลาย ๆ ครั้ง
ภาพต่อไปครับ ในที่นี้ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธแล้วก็ยังมีนับถือศาสนา อิสลาม อันนี้เปึ้นที่รู้กันของคนที่นับถือศาสนาอิสลามว่านี่คืออะไรและอยู่ที่ไหน อันนี้ก็เปึน ที่เขาเรียกอะไร รู้จักอย่างดีของศาสนาอิสลาม เพราะผมได้คุยกับท่านสุวัฒน์เมื่อสักครู่ว่า ใช่ไหมเพื่อความถูกต้อง
ภาพต่อไปครับ อันนี้คือทางศาสนาคริสต์ก็อาจจะมีพวกเราหรือประชาชน คนไทยส่วนหนึ่งนับถือศาสนาคริสต์ แล้วยังศาสนาอื่น ๆ อีกซึ่งผมต้องกราบเรียนว่าโง่เขลา เบาปัญญาไม่สามารถไปหาสิ่งที่เขาเรียกว่าทดแทน หรือว่าเปึนสิ่งที่รู้กันในหมู่ศาสนา เช่น ศาสนาซิกข์ ศาสนาฮินดูอะไรก็แล้วแต่ว่าเอามาเพื่อเปึนตัวอย่างสัก ๓ ศาสนาก่อนครับ
ภาพต่อไปครับ ภาพนี้ผมคิดว่าสถิตในดวงใจของประชาชนคนไทย ทุกหมู่เหล่ามาช้านาน ท่านจะเห็นไหมว่าหยดเหงื่อใช้ภาษาธรรมดา หรือว่าพระเสโท นี่นะครับ หลั่งไหลมาตั้งแต่พระองค์ทรงครองราชย์ ผมก็เลยเขียนข้างล่างไป ถ้าจำไม่ผิด หมู่อมราช่วงศ์คึกฤทธิ์ท่านเขียนไว้ ผมไม่แน่ใจต้องขออภัยผมก็เลยน้ำมาใส่ไว้ข้างล่างว่า พระเสโทหลั่งไหลเพื่อใครกัน อันนี้ท่านตอบเองในหัวใจท่านก็แล้วกัน
ภาพต่อไปครับ อันนี้เปึนชาวนาในอดีต ถ้ามีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แล้วเราไม่มีชาวนาไทยก็คงไม่ใช่ เพราะบรรพบุรุษเราจนถึงปัจจุบันก็ทำนา แล้วเรามีข้าวกิน อุดมสมบูรณ์ก็เพราะนา นาในอดีตเปึนอย่างนี้จริง ๆ พอถึงหน้าแล้ง หรือแล้งป้นี้ก็เปึ้นเช่นนี้ แต่ท่านดูภาพต่อไปครับ ชาวนาในปัจจุบัน จากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ ทรงมุ่งมั่นดูแลทุกข์สุขของพสกนิกรมาตลอดในชั่วสมัยที่ท่านครองราชย์จนถึงปัจจุบัน ก็จะทำให้เกษตรกรอยู่ดีกินดีขึ้น ซ้ายมือก็เขียว ต่อมาก็ใช้ควายเหล็กรวมทั้งรถ ที่ผมนำภาพ ต่าง ๆ มาให้ท่านรับชมนี่นะครับ ก็อยากจะกราบเรียนท่านว่าเรา พี่ ๆ สปท. ทั้ง ๒๐๐ คน ผมเชื่อมั่นเลยว่าเปึนผู้รู้ ผู้เล่น ในวัยต่าง ๆ กันแล้วก็มาจากอาชีพต่าง ๆ กันทั้งข้าราชการ ตำรวจ ทหาร พลเรือน แล้วก็พ่อค้าวาณิชรวมทั้งภาคเอกชนก็มุ่งมั่นที่จะทำสิ่งดี ๆ ให้เกิด ในชาติของเรา แล้วก็มุ่งมั่นที่จะทำอะไรที่จะเปึนประโยชน์ต่อประชาชน ผมอยากกราบวิงวอนพี่ ๆ ทุกท่านว่าถ้าเรามีความรู้สึกละในสิ่งที่ติดยึดสักประเดี๋ยวเดียว ในวันนี้นะครับ ผมอยู่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ผมก็จะทิ้งคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานไว้ข้างหลัง แล้วก็มุ่งมั่นที่จะร่วมคิดร่วมทําร่วมรับผิดชอบภายใต้การนําของท่านประธานทินพันธุ์ แล้วก็จะทำให้ สปท. เราเปึ้นที่ประจักษ์กับประชาชนว่าเราได้ทำสิ่งดี ๆ ไว้ในแผ่นดินไทย ยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ อันหนึ่งก็แล้วกัน ในอดีตไม่เคยไม่มีใครเคยทำพาสปอร์ต (Passport) จะทำพาสปอร์ต (Passport) ต้องไปกราบกรานกว่าจะได้ ๓ เดือน ๕ เดือนต้องไปพิมพ์ ลายนิ้วมือ ปัจจุบันถือบัตรประชาชนใบเดียวได้วันนี้เลย พรุ่งนี้ก็ได้ วันนี้ก็ได้ สะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องไปสันติบาลไม่ต้องไปตำรวจที่ไหน คำถามที่ผมอยากจะนำเรียนท่านนิดเดียวอีก ๑ นาทีก็คือว่าเราไม่คิดหรือว่าเราจะทำอะไรให้กับชาติบ้านเมือง เช่น ภาษาอังกฤษเรียก วัน สต็อป เซอร์วิส (One Stop Service) หรืออะไรก็ตามไม่ต้องมีเอกสารแล้วมาถือ บัตรประชาชนคนเดียว สมมุติผมเปึนนักลงทุน พอถือมาปุ็บผมมีเงินอยู่ในบัญชี ๕๐ ล้านบาท ยกตัวอย่างนะครับผมไม่มีหรอกครับ แล้วก็บอกว่าผมจะลงทุนดังต่อไปนี้ ไม่ว่าจะไปบีโอไอ (BOI) ไม่ว่าจะไปที่กระทรวงไหนที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนทุกอย่างเรียบร้อย พอเจ้าหน้าที่ รับจะประสานงานให้เสร็จเลยอีก ๓ วันหรือกี่วันมาฟังผลได้เลย ถ้าเปึนคนต่างประเทศ ก็จะจัดการทําวีซ่า (Visa) จัดการทําอะไรให้เรียบร้อยเราคิดอย่างนี้ไหมครับ ถ้าถามผม ผมกําลังคิดว่าเราน่าจะทําเรื่องใหญ่ ๆ อย่างนี้ ยกตัวอย่าง เรื่องนี้เรื่องยากมากแต่ถ้าทํา เรื่องใหญ่ ๆ อย่างนี้ ยกตัวอย่างนะครับอาจจะมีอีกหลายเรื่องที่พี่ ๆ จะคิดน่าจะเปึน ประโยชน์ต่อประเทศของเรา ต่อประชาชนคนไทยโดยทั่วไป ผมมีเรื่องกราบเรียน ท่านประธานรบกวนสภาแห่งนี้เพียงเท่านี้ครับ กราบขอบพระคุณท่านมากครับ
ขอบคุณครับ มีท่านกลินท์ สารสิน ขออภิปราย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม กลินท์ สารสิน สปท. ลำดับที่ ๔ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาทิตย์ที่แล้วระเบิดหลายจุด แล้วก็ตั้งแต่วันที่ ๑๑ ถึง วันที่ ๑๒ สิงหาคมที่ผ่านมา รวมทั้งพบวัตถุต้องสงสัยตามจุดต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง กระผม ในนามคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจดูแลด้านการท่องเที่ยว และคนไทยคนหนึ่งรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวเปึนอย่างมากและขอแสดงความเสียใจ กับครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ในช่วงบ้านเมือง กำลังดีตอนนี้เดินหน้ามาด้วยดีกลับมีผู้ไม่หวังดีบางกลุ่มพยายามสร้างสถานการณ์ ความรุนแรงเพื่อทำลายบรรยากาศและความน่าเชื่อถือของประเทศ ผมเองได้เข้าร่วมกับ ศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยว หรือว่าซิทูเอชัน มอนิเตอริง เซนเตอร์ (Situation Monitoring Center) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในประเทศไทยในระยะสั้นเฉพาะในพื้นที่เกิดเหตุ ดังนั้นพวกเราอย่าตื่นตระหนกเพราะตอนนี้เศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่งและยังขยาย อย่างต่อเนื่อง อยากให้คนไทยทุกคนมั่นใจ จากรายงานตัวเลขที่ได้รับผลกระทบในวงจำกัด โดยส่วนใหญ่กระทบกับนักท่องเที่ยวชาวไทย ในขณะที่ต่างชาติยังคงเชื่อมั่นในความสามารถ ในการรักษาความปลอดภัยของคนไทยของประเทศไทย โดยเดินทางเข้าประเทศไทย ท่องเที่ยวประเทศไทยอย่างปกติแทบจะไม่มีการแจ้งยกเลิกห้องพักหรือเที่ยวบินเลย จะเห็นได้ว่าทางยูไนเตด เนชัน เวิลด์ ทัวร์ริซึม ออแก้ไนเซชัน (United Nation World Tourism Organization) ยังมีความมั่นใจและยืนยันการจัดงานวันท่องเที่ยวโลกที่ไทย เปึ้นเจ้าภาพวันที่ ๒๗ กันยายนนี้ตามกำหนดเดิมนะครับ การดูแลความปลอดภัยให้กับ นักท่องเที่ยวรวมถึงคนไทยทุกคนเปึนสิ่งที่ภาครัฐให้ความสําคัญเปึนลําดับต้น ๆ ทางภาครัฐ ได้วางมาตรการเข้มเพื่อปัองกันปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ท่องเที่ยว โดยผนึกกำลังกับทุกภาคส่วน ผมอยากขอให้พวกเราทุกคนไม่ประมาท ร่วมกันช่วยกัน สอดส่องดูแลเปึนหูเปึนตา สังเกตการณ์ในฐานะเจ้าบ้านที่เข้มแข็ง ประเทศไทยเปึนของ พวกเราทุกคน เปึนหน้าที่ของเราที่ต้องช่วยกันดูแลปกปัองรักษาให้พ้นภัยจากพวกไม่หวังดี ต่อประเทศชาติ ผมมั่นใจว่าพวกเราผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ไปได้ด้วยดี เพราะพวกเราคนไทย ทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน และเชื่อมั่นว่ารายได้จากการท่องเที่ยวในป้นี้จะเปึ้นได้ตามเปัาหมาย ๒.๕ ล้านล้านบาท ภาคการท่องเที่ยวมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเปึ้นอย่างมาก โดยรายได้จากการท่องเที่ยวคิดเปึนสัดส่วนเกือบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ของประเทศไทยทั้งหมด การท่องเที่ยวเปึนกลไกสำคัญจะช่วยกระจายรายได้ไปยังทุกภาคส่วน รวมถึงเศรษฐกิจฐานราก เพื่อเศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน ขอเปึนกำลังใจให้ ทุกฝ์ายครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ จากนี้ไปผมก็ขอดำเนินการประชุมต่อนะครับ
ระเบียบวาระต่อไป เรื่องที่จะแจ้งต่อที่ประชุมรับทราบ คือเรื่องที่ สปช. ได้มีมติให้ส่งรายงาน เรื่อง การจัดทำแผนปฏิรูปกิจการตำรวจไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการแล้วนั้น
บัดนี้คณะรัฐมนตรีรับทราบผลการดำเนินการเกี่ยวกับข้อเสนอแนะ เพื่อการปฏิรูปดังกล่าวนะครับ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยได้ส่งรายงาน ผลการพิจารณาให้คณะกรรมการประสานงาน ๓ ฝ์ายแล้ว ซึ่งรวมทั้ง สปท. ด้วยนะครับ จึงเรียนที่ประชุมสภา สปท. เพื่อทราบ ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่จัดเอกสารวางไว้ที่นั่งของท่าน สมาชิกทุกท่านแล้วนะครับ
เรื่องต่อไปอีก ๒ เรื่อง เรื่องแรกคือรับทราบผลการประชุมคณะกรรมการ รวม ๓ ฝ์าย รวมทั้งผลการประชุมของกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ ก็ได้แจกเอกสารไว้ ณ ที่นั่งของท่านสมาชิกทุกท่านแล้ว ก็เรียนเพื่อทราบ เรื่องแจ้ง เพื่อทราบก็มีแค่นั้นนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม
รับรองรายงานการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
ครั้งที่ ๒๑/๒๕๕๙ วันอังคารที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙ และ
ครั้งที่ ๒๒/๒๕๕๙ วันอังคารที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๙
ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๙ บริเวณห้องรับรองสมาชิก ชั้น ๑ อาคารรัฐสภา ๑ และหอสมุดรัฐสภา ก่อนที่จะเสนอ ให้ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศรับรองนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
เมื่อไม่มีผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุม ๒ ครั้งดังกล่าว นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องค้างพิจารณา ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ คือเรื่องการประชุมเชิงปฏิบัติการ ขับเคลื่อนแผนและกฎหมายเพื่อการปฏิรูปประเทศ
ตามที่ได้มีการออกเสียงประชามติ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๙ และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศรับรองผลการออกเสียงประชามติเห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับและคำถามพ่วง เมื่อวันพุธที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๙ แล้วนั้น สืบเนื่องจาก ผลการออกเสียงดังกล่าวในคราวประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ครั้งที่ ๓๓ วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๙ ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนแผนและกฎหมาย เพื่อการปฏิรูปประเทศ เพื่อสรุปการทํางาน รวมทั้งปรับแผนการทํางานของสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศในระยะเวลาที่เหลืออยู่ เพื่อระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่สําคัญ ของสมาชิกและคณะกรรมาธิการแต่ละด้านนะครับ ผมเองก็มีข้อคิดเห็นเปึนการส่วนตัว ในการทํางานของ สปท. ในเวลาที่เหลืออยู่ดังนี้ ประมาณ ๕ ข้อด้วยกันสั้น ๆ
ประการแรก อยากให้เน้นความสําเร็จของการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เรื่องสำคัญที่สุดสัก ๑ ถึง ๓ เรื่องในแต่ละด้านที่พวกเราได้กาดาวกันไว้
ประการที่ ๒ ตามมาตรา ๓๙/๒ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) สปท. จะต้องสานต่องานของ สปช. ๓๗ วาระ ๗๖ เรื่อง จนสำเร็จ เปึ้นรูปธรรม
ประการที่ ๓ ความสําเร็จเปึ้นรูปธรรมของการปฏิรูปแต่ละเรื่อง มันก็จะ ออกมาในรูปของการมีพระราชบัญญัติ การมีมาตรา ๔๔ การมีระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี การมีกฎกระทรวง การมีคำสั่งของหน่วยราชการหรือเรื่องอื่น ๆ เกี่ยวกับเรื่องนั้นชัดเจน ความสำเร็จเปึ้นรูปธรรมต้องออกมาในรูปนั้นนะครับ
ประการที่ ๔ ความเห็นชอบร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเปึนสิ่งที่ สำคัญที่สุด ทั้งนี้ โดยการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ทั้งที่เปึ้นทางการและไม่เปึ้นทางการ หรือส่วนตัว อย่างหลังนี้สําคัญมากที่สุดสําหรับคนไทยนะครับ เพราะฉะนั้นยกตัวอย่างเช่น กรณีของการจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบนั้น จะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๙ เปึนต้นไป อันนี้ถือว่าเปึ้นรูปธรรม เปึ้นตัวอย่างนะครับ
ประการที่ ๕ ไม่ควรติดยึดว่าใครริเริ่มก่อนหลัง หากมีเปัาหมายให้มีการปฏิรูป ร่วมกันได้สิ่งนั้นก็คือวัตถุประสงค์ของ สปท.
ผมฝากข้อคิดไว้ ๕ เรื่องเพียงแค่นี้นะครับ ในการนี้เพื่อให้ท่านสมาชิก รับทราบความคืบหน้าของการดำเนินงานของ สปท. ผมจะให้รองประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง ท่านอลงกรณ์ พลบุตร แถลงความคืบหน้าการดำเนินงาน ที่ผ่านมาของคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ์าย จากนั้นผมจะให้รองประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง ท่านวลัยรัตน์ ศรีอรุณ แถลงความคืบหน้า ผลการดำเนินงานของ สปท. ตามลำดับ เมื่อรองประธานทั้ง ๒ ท่านแถลงความคืบหน้า ดังกล่าวจบแล้ว ผมจะขอพักการประชุม เพื่อให้คณะกรรมาธิการแต่ละด้านไปหารือ เพื่อกำหนดแผนปฏิรูปที่สำคัญ โดยการทำงานของ สปท. จะแบ่งเปึน ๒ ช่วง คือช่วงแรก นับจากวันนี้ไปจนถึงวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ซึ่งคาดว่าประมาณเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๙ ช่วงที่ ๒ นับจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๙ ไปอีก ๑๒๐ วัน ที่จะต้องมีแผนการดำเนินการของร่างพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอน การปฏิรูปประเทศ เราก็ยังมีเวลาอยู่ในช่วงนั้นอยู่ที่จะปฏิรูปและขับเคลื่อนการปฏิรูป ให้สำเร็จเปึ้นรูปธรรมได้ จึงขอให้คณะกรรมาธิการแต่ละด้านไปหารือเพื่อที่จะเร่งรัด ขับเคลื่อนการปฏิรูปให้สําเร็จ และขับเคลื่อนร่างกฎหมายที่สําคัญที่จะเร่งดําเนินการ จัดทําออกมาให้ทันตามแผนการทํางานที่ สปท. ได้กําหนดไว้ โดยในการนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ จัดเตรียมสถานที่ไว้ตามเอกสารที่แจกให้ท่านสมาชิก เมื่อคณะกรรมาธิการแต่ละด้านหารือ เรียบร้อยแล้ว ผมจะขอให้ท่านสมาชิกกลับมาที่ห้องประชุมรัฐสภา เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา เพื่อให้คณะกรรมาธิการแต่ละด้านเสนอภาพรวมของแผนงานต่อที่ประชุม โดยใช้เวลา คณะละไม่เกิน ๑๐ นาที และให้สมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็นในแต่ละด้านตามลำดับนะครับ จากนี้ไปก็ขอ เรียนเชิญท่านรองประธาน สปท. คนที่หนึ่ง ท่านอลงกรณ์ พลบุตร แถลงความคืบหน้า การดำเนินงานที่ผ่านมาของคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ์าย ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ท่านสมาชิก การดำเนินงานของ สปท. ในโรดแมป (Road map) ที่เหลืออยู่ ๔ บวก ๔ มีความจำเปึน ที่จะต้องมีการทบทวนแล้วกำหนดก้าวเดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบรรลุซึ่งภารกิจ ๓๗ วาระ ปฏิรูปใน ๑๑ ด้าน ขณะนี้ความคืบหน้าของการดำเนินงานของ สปท. นั้น กล่าวโดยสรุป ดังนี้ครับ
ประการแรก สปท. ได้ดำเนินงานในการจัดทำแผนและกฎหมายปฏิรูป จำนวนทั้งหมด ๘๙ เรื่องด้วยกัน โดยแยกออกเปึนเรื่องที่ผ่านความเห็นชอบโดยมติ ของ สปท. จำนวน ๗๓ เรื่อง เรื่องที่ประธานเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรีเปึนการสานต่อจาก ทาง สปท. เปึ้นเรื่องเร่งด่วนและนายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบแล้ว ๕ เรื่อง เรื่องที่ท่านประธาน ได้เสนอในภารกิจที่สานต่อ สปท. โดยที่ส่วนราชการนั้นได้เห็นชอบเปึ้นส่วนใหญ่ในข้อเสนอ ของแผนปฏิรูปจำนวน ๙ เรื่อง และที่ท่านประธานได้เสนอรายงาน สปท. เปึ้นเรื่องเร่งด่วน ต่อท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งได้เห็นชอบแล้วจำนวน ๒ เรื่อง รวมทั้งหมด ๘๙ เรื่อง ในระยะเวลา ประมาณ ๑๐ เดือนที่ผ่านมา ในจำนวนเรื่องดังกล่าวนั้นเปึ้นเรื่องที่ได้ส่งคณะรัฐมนตรีไปแล้ว กล่าวคือโดยผ่านท่านนายกรัฐมนตรีจำนวน ๘๓ เรื่อง และยังคงเหลืออีก ๖ เรื่องก็คือ เรื่องที่ผ่านความเห็นชอบของ สปท. แล้ว รอจัดทำรายงานเพื่อส่งอย่างเปึ้นทางการ ในขณะเดียวกันในการดําเนินการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้น นอกจากตัวเลขรวม ของเรื่องอันเปึนรายงานและร่างกฎหมายที่จำเปึนต่อการปฏิรูปประเทศภายใต้ภารกิจ ของ สปท. ยังมีภารกิจในเรื่องของการประสานงานซึ่งกรรมาธิการและกลไกของ สปท. ได้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนผลักดัน ขณะนี้เปึ้นช่วงเปลี่ยนผ่านในระยะที่เหลืออยู่ ก็ขอรายงานสั้น ๆ เพื่อให้ท่านสมาชิกได้รับทราบว่าจะมีการเพิ่มเติมปรับปรุงเปลี่ยนแปลง อย่างไรในการทำงานที่เหลืออยู่นะครับ ในเบื้องต้นนั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญ กิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศซึ่งมีท่านประธาน สปท. เปึนประธานนั้นจะเปึน หัวใจสําคัญของการทํางานแทน สปท. นะครับ
ประการที่ ๒ ก็คือในการประสานงานกิจการภายนอก ก็คือคณะกรรมการ ประสานงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕ ซึ่งมีสมาชิก สปท. ๗ ท่านเปึนกรรมการ ในส่วนนี้จะทำหน้าที่ในการประสานการขับเคลื่อนทั้งก่อนและหลัง การผลิตแผนนะครับ หรือความเห็นชอบในแผนทั้งในระดับชั้นของ สปท. หรือในระดับชั้น ของ ครม. ในส่วนนี้จะต้องประสานกับใครบ้าง
๑. ก็คือคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ์ายที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง โดยประกอบไปด้วยคณะรัฐมนตรี สนช. และ สปท. นะครับ ประชุมกัน ทุกเช้าวันพุธที่ทำเนียบรัฐบาล
๒. ก็คือคณะกรรมการประสานงานระหว่าง สนช. และ สปท. โดยคำสั่ง แต่งตั้งของประธานรัฐสภานะครับ ซึ่งก็ประชุมกันในบ่ายวันพุธ
๓. ก็คือคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ๖ คณะที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งขึ้นเปึนกลไกขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในด้านของ ฝ์ายบริหารนะครับ ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธานทุกคณะเอง มีรองนายกรัฐมนตรี แต่ละกลุ่มงานเปึ้นรองประธาน และล่าสุดก็คือกรรมการ หรือคณะกรรมการประสานงาน ระดับกระทรวง ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการในคณะรัฐมนตรีให้แต่ละกระทรวงนั้นได้ตั้งผู้ประสานงาน การปฏิรูปที่เรียกกันขณะนี้เราก็ตั้งชื่อกันว่ามิสเตอร์รีฟอร์ม (Mr. Reform) นะครับ ให้ทุกกระทรวงได้มีมิสเตอร์รีฟอร์ม (Mr. Reform) และหรือในรูปคณะกรรมการ เพื่อที่จะรับผิดชอบในเรื่องการปฏิรูปเปึนการเฉพาะ และต้องรายงานตรงต่อท่าน นายกรัฐมนตรีภายใน ๑๕ วัน ซึ่งขณะนี้บางกระทรวงก็ได้เริ่มขับเคลื่อนประสาน กับทาง สปท. แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้น ก็จะเริ่มต้นตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยการประสานงานและทำงานร่วมกันแบบ ที่มเวิร์ก (Teamwork) อย่างที่ท่านประธานได้เรียนก็คือแม่น้ำ ๕ สาย และภาคประชาชน เครือข่ายภาคีทุกส่วนที่จะทําให้การปฏิรูปนั้นเปึ้นรูปธรรมแล้วก็ปรากฏผลเปึ้นจริงภายใต้ ระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามภารกิจของเราในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ สำหรับรายงานและ แผนการปฏิรูปประเทศที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการประสานงานร่วม ๓ ฝ์าย ตัวอย่างที่อยากจะสรุปเบื้องต้น เช่น
ด้านการเมืองจํานวนทั้งหมด ๓ เรื่องด้วยกัน ที่สําคัญก็เช่นการปฏิรูประบบ การเลือกตั้ง การปฏิรูประบบพรรคการเมืองและการปฏิรูปวัฒนธรรมทางการเมือง ซึ่งเปึน วาระปฏิรูปของ สปช. ที่ส่งผ่านมาอยู่ใน ๓๗ วาระนะครับ
ด้านการบริหารราชการแผ่นดินผ่านความเห็นชอบไปแล้ว ๗ เรื่องด้วยกัน ตัวอย่างที่สำคัญเช่น เรื่องกฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ ร่างพระราชบัญญัติ ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. .... เปึนต้น หรือว่าการปฏิรูปในส่วนขององค์การมหาชน และร่างพระราชบัญญัติองค์การมหาชน เปึนต้นนะครับ
นอกจากนั้นก็คือด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมครับ ซึ่งในด้านนี้ จะร่วมการปฏิรูปกิจการตํารวจอยู่ในนี้ด้วยนะครับ ก็มีเรื่องที่สําคัญ ๆ ก็คือเรื่องการปฏิรูป กิจการตำรวจครับ การปฏิรูปในส่วนของต้นน้ำของกระบวนการยุติธรรม
ด้านการปกครองท้องถิ่นได้ผ่านความเห็นชอบจำนวน ๖ เรื่องนะครับ ก็เปึนกฎหมายเกี่ยวข้องกับปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น การมีส่วนร่วมของประชาชน การเอ็มเพาเวอร์ (Empower) ประชาชนในส่วนนี้นะครับ การบริหารงานบุคคล เปึนต้น
ด้านการศึกษาเห็นชอบไปแล้ว ๑๐ เรื่องด้วยกันนะครับ เหลืออีกเพียง แผนเดียวก็คือแผนปฏิรูปอุดมศึกษา ซึ่งท่านประธานก็ให้ความสําคัญมากในเรื่องนี้นะครับ
ต่อไปเปึ้นด้านเศรษฐกิจนะครับ ได้มีการผ่านความเห็นชอบไปคืบหน้ามาก ทีเดียวนะครับ ไม่แพ้ในส่วนของการปฏิรูปด้านการศึกษาก็คือ ๙ เรื่อง ที่สําคัญ ๆ ก็คือ ในเรื่องของโมเดล (Model) เศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่าเศรษฐกิจกระแสใหม่นะครับ ทั้ง ๔ ด้าน คือด้านของโซเชียลอีโคโนมี (Social Economy) ด้านดิจิทัลอีโคโนมี (Digital Economy) ด้านครีเอทีฟอีโคโนมี (Creative Economy) แล้วก็ด้านไบโอเบสอีโคโนมี (Bio based Economy) นะครับ ซึ่งตอนนี้ทางรัฐบาลก็เดินหน้าเปึ้นรูปธรรมไปมากแล้วถึงขั้น ออกมาตรการส่งเสริมการลงทุน มีการลงทุนไตรมาสแรกที่ผ่านมาเริ่มไปสู่ทิศทางใหม่ ของเศรษฐกิจกระแส้ใหม่ก็เปึนผลจากการที่เราทำงานต่อเนื่องจาก สปช. มา สปท. และทำงานเปึ้นที่มเวิร์ก (Teamwork) นะครับไม่ใช่อยู่แค่แผ่นกระดาษ
ด้านพลังงานครับเปึ้นด้านที่ ๗ นั้นก็ผ่านไปแล้ว ๓ เรื่อง เช่น เรื่องของบีอีซี (BEC) อันนี้ก็เปึนการปฏิรูปแบบเชิงปฏิวัติระบบอนุรักษ์พลังงานของประเทศเลยนะครับ เรื่องของระบบเอสโก (ESCO) อันนี้ก็เช่นกันเปึนการปฏิรูปครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งทีเดียวในเรื่อง ของการอนุรักษ์พลังงานในรูปของภาครัฐนะครับ แล้วก็เรื่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมนะครับ ด้านที่ ๘ ของเรานั้นก็ผ่าน ความเห็นชอบไปอย่างน้อย ๑๐ เรื่องครับ ตั้งแต่ระดับการออกกฎหมาย การแก้กฎหมาย ไปถึงการตั้งกลไกระดับชาติที่เรียกว่ากรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติขึ้นมาใหม่และอื่น ๆ ก็ถือว่ามีความคืบหน้ามากและผ่านความเห็นชอบอยู่ในลำดับต้นทีเดียวถึง ๑๐ แผน
ด้านการสื่อสารมวลชนครับ เปึ้นด้านที่ ๙ ก็ได้ผ่านความเห็นชอบไป ๔ เรื่อง ด้วยกันที่สำคัญ ๆ และตอนนี้ก็เปึนร่างกฎหมายอยู่ในชั้นของ สนช. ก็คือตัวร่าง พระราชบัญญัติองค์การจัดสรรคลื่นความถี่ เปึนต้น
ด้านสังคมได้ผ่านความเห็นชอบไป ๖ เรื่องด้วยกัน ก็มีความคืบหน้ามาก ทีเดียวในฝ์ายนี้
ด้านถัดมาก็คือด้านกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม การศาสนา คุณธรรมและ จริยธรรม จำนวน ๔ เรื่องด้วยกัน ที่เดินหน้าไปมากทีเดียวก็คือเรื่องกรรมการนโยบาย การกีฬาแห่งชาติและเรื่องมหาวิทยาลัยการกีฬา
ส่วนด้าน ๑๑ บวก ๑ ของเราคือด้านปัองกันปราบปรามการทุจริตและ ประพฤติมิชอบจำนวน ๓ เรื่องด้วยกันครับ ก็เช่นเรื่องข้อเสนอแนะร่างพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ เพื่อมาทดแทนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ แล้วก็เรื่องพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ซึ่งถือว่าตรงนี้จะทำให้ เปึ้นสังคมเป่ด เกิดการปฏิรูปราชการที่เปึนประโยชน์ต่อประชาชนทั้งในความโปร่งใส ที่เรียกว่าทรานส์พาเรนซี แอนด์ แอกเคาน์ทะบิลิตี (Transparency and Accountability) ต่อไปนะครับ
ทั้งหมดนั้นก็เปึ้นเรื่องความคืบหน้าในส่วนของคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ์าย ซึ่งถือว่าเปึนการออกแบบกลไกที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ปรับปรุงตลอดจากช่วง ของ สปช. มาสู่ช่วงของ สปท. การส่งไม้ต่อ ตรงนี้เปึนการขับเคลื่อนให้เปึ้นรูปธรรม ไม่ใช่เฉพาะผลิตแผนหรือกฎหมายเท่านั้น ดังนั้นท่านนายกรัฐมนตรีจึงได้สร้างกลไก เพิ่มเติมขณะนี้เปึน ๓ กลไกนะครับ ๑. ก็คือคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ์าย ๒. คือคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ๖ คณะ และล่าสุด ก็คือมิสเตอร์รีฟอร์ม (Mr. Reform) ประจำกระทรวง โดยที่ในส่วนนี้ผมเรียนท่านสมาชิก เพิ่มเติมเล็กน้อยก็คือว่า ในกระบวนการทำงานของคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ์ายนั้น ล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วนี้เองครับ ได้มีการปรับปรุงเพื่อให้การส่งต่อแผนปฏิรูป หรือกฎหมายปฏิรูปที่ผ่านความเห็นชอบของ สปท. ไปยังคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ์ายนี้ให้เดินหน้าเปึ้นรูปธรรมเร็วขึ้น แต่เดิมนั้น ๓ ฝ์ายเมื่อมีมติเห็นชอบแล้วก็จะต้อง นำข้อสังเกตความเห็นของทุกส่วนราชการ หรือหน่วยงานหลักกลางของราชการที่ไปให้ ความเห็นในคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ์ายแล้วจะส่งท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็จะส่งไปที่คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการ แผ่นดิน ๖ คณะ แต่ว่าหลังสุดนั้นได้เพิ่มอีกช่องทางหนึ่งเปึ้นฟ้าสต์แทร็ก (Fast Track) ก็คือเมื่อ ๓ ฝ์ายเห็นชอบแล้วก็จะส่งไปที่กระทรวง อะไรที่ทำได้และผ่านความเห็นชอบ ในระดับนโยบายแล้วนี่เดินหน้าเลย โดยที่มีมิสเตอร์รีฟอร์ม (Mr. Reform) หรือกรรมการ รีฟอร์ม (Reform) ในระดับกระทรวงจะต้องรายงานท่านนายกรัฐมนตรีทุก ๑๕ วัน โดยที่ท่านรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงแล้วก็ภายใต้รองนายกรัฐมนตรีที่คุมงานนั้นก็กำกับครับ เพราะฉะนั้นเมื่อมีการปรับกระบวนการตรงนี้ ในส่วนคณะกรรมการประสานงาน การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่ท่านประธานแต่งตั้งผมเปึนประธาน ท่านรองประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง เปึ้นรองประธาน และกรรมการอื่นทั้งหมด ๗ คน ก็ทำหน้าที่เพิ่มเติมก็คือว่า ในการประสานระหว่างคณะกรรมาธิการของเราทุกคณะ รวมทั้งกรรมการชุดพิเศษที่แต่งตั้งขึ้นแบบครอสคัตติง (Cross Cutting) ก็จะเดินสายไปพบ กับท่านรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงนะครับ เพื่อที่จะได้ทำงานร่วมกันปรึกษาร่วมกัน อันนี้ก็เปึน อีกภารกิจเพิ่มเพื่อที่จะได้ทำงานใกล้ชิดเพิ่มขึ้น ทั้งเรื่องที่ต้องการทราบท่าที่จุดยืนนโยบาย ในระหว่างการจัดทำแผน หรือร่างกฎหมายกับ ๒. คือเมื่อผ่านความเห็นชอบของ ๓ ฝ์ายแล้ว ไปถึงเรื่องของการขับเคลื่อนก็จะดำเนินการในการที่จะให้ท่านประธานและกรรมาธิการ แต่ละท่านได้ไปประชุมหารือกับคณะกรรมการรีฟอร์ม (Reform) หรือมิสเตอร์รีฟอร์ม (Mr. Reform) นะครับ ภายใต้การทำงานร่วมกันกับท่านรัฐมนตรีและท่านรองนายกรัฐมนตรี ในกลุ่มงานนั้น ๆ อันนี้เปึนกลไกใหม่นะครับ เปึนกระบวนการใหม่ ๆ ที่อยากจะเรียนเพิ่มเติม ทั้งหมดก็เปึนเรื่องการสรุปความคืบหน้า ส่วนเอกสารอาจมีปรับปรุงเล็กน้อยนะครับ เพราะว่าตัวมันเล็กมาก เขาเอาเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ไปทำ แล้วก็การจัดกลุ่มของ รายงานนี้อาจจะมีคร่อมกันเล็กน้อย เช่น เรื่องบริหารราชการแผ่นดิน หรือกฎหมาย หรือท้องถิ่น บางทีกลุ่มงานทางด้านของทำเนียบโดยสำนักเลขาก็จะจัดอยู่อีกกลุ่มหนึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราจะเอาของเราเปึนพื้นฐาน เพราะฉะนั้นผมจะปรับบางข้อให้มาอยู่ตรงกับ กรรมาธิการนะครับ แต่ยอดรวมทั้งหมดก็อย่างที่ได้เรียนให้ทราบนะครับว่า เราได้มีการ ขับเคลื่อนไปเกินเปัาหมายตามโรดแมป (Road map) ที่วางไว้พอสมควรนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเรียนเชิญท่านวลัยรัตน์สรุปสั้น ๆ นะครับ เพราะว่าท่านกรรมาธิการ จะได้มีเวลาไปประชุมหารือกัน เพื่อจะได้กลับมาประชุมอีกทีหนึ่งบ่ายโมง ขอเรียนเชิญ ท่านวลัยรัตน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่าน ดิฉันขอรบกวนเพื่อให้ ท่านสมาชิกช่วยกรุณาหาเอกสารที่แจก ในป๊กที่แจกจะเปึนหมายเลข ๑ เอกสารหมายเลข ๒ เปึ้นหน้าขวางอย่างนี้นะคะ เขียนชื่อว่า บัญชีสรุปแผนปฏิรูปของคณะกรรมาธิการ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ท่านเจอไหมคะเปึนเอกสารหน้าขวาง รู้สึกจะแจกเปึน ลำดับสุดท้าย ขอเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ขึ้นหน้าแรกเลยนะคะ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเป่ดพรีเซ็นเทชัน (Presentation))
ชื่อเอกสารหมายเลข ๑ จะชื่อว่า บัญชีสรุปแผนปฏิรูปของคณะกรรมาธิการ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เจอแล้วนะคะ แล้วก็เอกสารหมายเลข ๒ เอกสาร ๒ ชุด ประเดี๋ยวท่านจะต้องไปใช้ตอนแยกกลุ่ม เอกสารหมายเลข ๑ จะแสดงให้ท่านเห็นถึง เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) นี่ตัวเล็กเพียงแต่เปึนไกด์ไลน์ (Guideline) ให้ท่านเป่ด เอกสารของท่านดูว่าเอกสารหมายเลข ๑ จะบอกว่าแผนของคณะกรรมาธิการทั้ง ๑๑ บวก ๑ ชุดนั้น แผนทำอะไรจำนวนกี่เรื่อง และผลทำงานไปแล้วกี่เรื่อง แผนโดยสรุปก็คือว่า ทั้ง ๑๒ ชุดนี่นะคะ แผนที่เปึนงานสานต่อ สปช. ๑๓๑ เรื่อง เปึนงาน สปท. ริเริ่มใหม่ ๒๖ เรื่อง แล้วก็รวมแผนทั้งหมด ๑๕๗ เรื่อง ท่านเห็นแล้วใช่ไหมคะ ผลท่านทำกันไปแล้ว ช่วงระยะเวลาที่ท่านรองอลงกรณ์พูดถึง ท่านทำไปแล้ว ถ้าเปึ้นเรื่องของ สปช. ท่านทำไปแล้ว ๗๘ เรื่อง เปึ้นเรื่อง สปท. ริเริ่มใหม่ ๑๑ เรื่อง รวมแล้วผล ๘๙ เรื่อง คงเหลืออีก ๖๗ เรื่อง และพอในเอกสารหมายเลข ๑ ก็จะมีเอกสารหน้าต่อ ๆ ไปที่แสดง ให้เห็นว่าชื่อแผน ชื่อผลของกรรมาธิการแต่ละชุด นั่นคือแผนและผลที่ทำเสร็จไปแล้ว อันนั้นท่านยังไม่ต้องสนใจมาก แต่เอกสารที่ท่านต้องสนใจมากก็คืออยู่ในหน้า ๑๘ ซึ่งเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) จะขึ้นหน้าต่อไป ตั้งแต่หน้า ๑๘ มันจะบอกเลยว่า บัญชีสรุปที่กำลังดำเนินงานอยู่ ในหน้า ๑๘ ตัวเล็ก ๆ ที่เปึนหน้าตั้งที่เขาเย็บขวางให้ท่านนะคะ ในหน้า ๑๘ ถึงหน้า ๒๐ ของชุดแรกคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศ ด้านการเมือง จะเหลืออีก ๒ เรื่อง คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน เหลืออีก ๕ เรื่อง คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเหลืออีก ๘ เรื่อง อะไรอย่างนั้นนะคะ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่เหลือทั้งหมดนี่เปึนสิ่งที่ตอนช่วงที่ท่านออกไปสัมมนากลุ่มท่านจะต้อง เลือกว่าในจํานวนเรื่องที่ท่านเหลืออยู่ แล้วมีดาวบ้าง ไม่มีดาวบ้าง แล้วก็เปึ้นเรื่องวาระปฏิรูป ที่เท่าไรบ้าง เปึนเรื่อง สปท. เสนอใหม่บ้าง ท่านจะเลือกในนั้นมาทํามาขับเคลื่อนให้เร็วที่สุด ภายในช่วงเวลาที่เหลืออยู่โดยจัดลําดับความสําคัญ ส่วนเรื่องที่อยู่นอกวาระปฏิรูป ๓๗ วาระ นั่นท่านไม่ควรจะเลือก เรื่องที่ สปท. ริเริ่มก็ไม่ควรจะเลือก ควรจะเลือกเรื่องที่อยู่ใน ๓๗ วาระ แล้วก็เรื่องที่มีดาว การให้ด้าวนี้ก็คือเรื่องที่คณะกรรมาธิการได้นำเสนอดาวเหล่านี้ ต่อท่านประธาน และท่านประธานก็นำรายชื่อที่มีดาวเหล่านี้เสนอท่านนายกรัฐมนตรี มีบางชุดที่ดาวจะไม่ตรงกันนะคะ และบางชุดไม่มีดาวเลย ท่านต้องไปดูว่าท่านเสนอดาว ครั้งแรกเปึนอย่างไร เพราะว่าเอกสารชุดนี้จะเปึนเอกสารชุดที่ยืนยันกับชุดที่ท่านประธาน เสนอนายกรัฐมนตรีไปว่าดาวจะต้องตรงกัน ถ้าท่านเสนอดาวมาใหม่ที่หลังเราจะไม่ใส่ให้ในนี้ เพราะเราถือชุดท่านประธานเปึนหลัก นี่ก็คือการอธิบายเอกสารหมายเลข ๑ ในเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) นี้ก็จะแสดงไปทุกชุด
ต่อไปนะคะ เอกสารหมายเลข ๒ หมายเลข ๑ คือแผนทำอะไร ผลทำไปแล้ว เท่าไร เอกสารหมายเลข ๒ ใบปะหน้านะคะ ใบปะหน้าตรงกับที่ท่านรองอลงกรณ์พูดว่า ทำแล้วไปไหน ทั้งหมด ๘๙ เรื่องนะคะ ก็ไปที่คณะรัฐมนตรี ๘๓ เรื่อง เหลืออีก ๖ เรื่องอยู่ที่เรา เอกสารตั้งแต่หน้าถัดไปก็จะบอกสถานะ อันนี้ในคอลัมน์ (Column) สุดท้ายของแต่ละเรื่อง บอกเปึนชุด บอกเปึนเรื่องตามวันที่ที่เสนอไปที่ ครม. ช่องคอลัมน์ (Column) สุดท้าย จะบอกว่าสถานะตรงนี้อยู่ที่ไหน จะมีเรื่องแรกเท่านั้นของท่านประธานที่ออกไป สนช. แล้วก็ขับเคลื่อนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตัวเล็กมากเลยนะคะ เรื่องร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งผ่าน สนช. ไปแล้ว ๑๖ มิถุนายน ส่วนเรื่องอื่น ๆ อีก ๓ เรื่อง ๔ เรื่องต่อมาก็อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการ กฤษฎีกา เรื่องอื่น ๆ ยังอยู่ในลูป (Loop) ที่ท่านอลงกรณ์อธิบายเมื่อสักครู่นี้ว่าจากเราส่งไป ครม. ครม. โดยท่านนายกรัฐมนตรีส่ง ๓ ฝ์าย ๓ ฝ์ายเสร็จก็ส่งกลับมาที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็ส่งไป ๖ ท่านรองนายกรัฐมนตรี และส่งตรงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกเรื่องที่เราเสนอไปตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๕๙ เรื่อง ระบบงานบริการประชาชนในการ รับแจ้งความและสอบสวน เราลงมติไป ๑๙ มกราคมนะคะ เราเสนอไป ๒๙ มกราคม ยกตัวอย่างเรื่องเดียวค่ะ นายกรัฐมนตรีเห็นชอบแล้วส่งรองนายกรัฐมนตรีขับเคลื่อนนะคะ แล้วก็ยังส่งให้ สปท. มีความเห็นเพิ่มเติมอีก เพราะฉะนั้นคอลัมน์ (Column) ที่สําคัญที่ท่าน ควรจะอ่านก็คือคอลัมน์ (Column) สุดท้ายของทุกเรื่องว่าขณะนี้เรื่องไปอยู่ที่ไหน
ต่อไปดิฉันขอไปดูที่กราฟแสดงสถานะให้ท่านเห็นหน่อยนะคะ ขอเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ขอขึ้นกราฟหน้าที่ ๘ อันนี้ในมือท่านจะเปึนข่าวดำ และอยู่ที่หน้าที่ ๑๑ ขอให้ท่านคอนเซนเทรต (Concentrate) ไปที่แท่งดำแท่งสุดท้ายของคณะกรรมาธิการแต่ละชุด นั่นคืองานคงเหลือที่ต้องดำเนินการ อย่างเช่น การเมืองเหลือ ๒ เรื่อง แต่เศรษฐกิจเหลือถึง ๑๓ เรื่อง สาธารณสุขเหลือ ๑๒ เรื่อง กราฟนี้จะบอกงานคงเหลือ ซึ่งในจํานวนทั้งหมด คงเหลือที่ท่านจะต้องนํามาเลือกว่าท่านจะทําอะไรในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ กราฟถัดไป ในมือท่านก็จะเปึ้นรูปขาวดำอีกเช่นเคยนะคะ คณะที่ควรจะดูเปึนพิเศษคือคณะที่ได้จุดสีแดง คือด้านกฎหมายกับด้านสื่อสารมวลชนที่ได้จุดสีแดงว่ายังมีงานคงเหลืออีกจำนวนมาก เปอร์เซ็นต์ค่ะ ขอถัดไปเลยนะคะ ถัดไปจะเปึนเรื่องของแสดงให้รู้ว่าแผนและผลอีกว่า เปึ้นจํานวนเปรียบเทียบ อันนี้เฉพาะ ๓๗ วาระปฏิรูปนะคะ ทั้งหมดที่พูดมานี้เปึนวาระปฏิรูป ๓๗ วาระปฏิรูป ปฏิรูปวาระพิเศษ วาระพัฒนา และวาระที่ สปท. เสนอเอง นั่นก็รวมทั้งหมด แต่กราฟื้นี้เริ่มนํามาเฉพาะ ๓๗ วาระปฏิรูปที่เราคิดว่าเราจะต้องทํางานอยู่ใน ๓๗ วาระปฏิรูป
แผ่นสุดท้ายนะคะ จะแสดงให้เห็นว่าเรามีงานใน ๓๗ วาระปฏิรูปอยู่อีก ๔๙ เรื่อง และคำนวณตามเดือนที่จะต้องทำแล้ว ถ้าเราคำนวณเดือนที่เราจะทํางานถึง เดือนกุมภาพันธ์ เราก็จะทำงานไปเพียงเดือนละ ๖ เรื่องเท่านั้นเอง ก็จะครบในเรื่องเฉพาะ ๓๗ วาระปฏิรูปนะคะ ถ้าหากว่าไม่รวมเรื่องอื่น แต่ว่าเรื่องที่เปึนกฎหมาย ร่างกฎหมาย ควรที่จะเสร็จเดือนพฤศจิกายนตามแผนนี้นะคะ ไม่ควรเสร็จหลังเดือนพฤศจิกายน เพราะมีกระบวนการอีกย่าวนานที่กฎหมายจะต้องไปผ่านออกเปึนกฎหมายค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ผมเองมุ่งทำงานสำเร็จ ทำงานสำเร็จคือผลลัพธ์บั้นปลาย ก็คือออกเปึน กฎหมาย ออกเปึน มาตรา ๔๔ ก่อนที่เราจะหมดวาระ สิ่งที่ท่านได้ยินได้ฟังเปึนงานรู้ที่น (Routine) ทั้งนั้น แต่ว่าขอให้เข้าใจขั้นตอนและกระบวนการในการทำงานที่สำคัญยิ่งก็คือว่า อันที่ ๑ ท่านนายกรัฐมนตรีเห็นด้วย อันที่ ๒ กระทรวงเจ้าของเรื่องเห็นด้วย อันที่ ๓ คณะรัฐมนตรีเห็นด้วย ทั้งหมดนี้ยังอยู่ในฝ์ายบริหารอยู่เลย อันที่ ๔ คือคณะกรรมการ กฤษฎีกาช่วยร่างให้มันเปึนภาษากฎหมายที่รัดกุมขึ้น และที่สำคัญสุดยอดก็คือไปอยู่ที่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ไม่ว่าวาระที่ ๑ วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ ถ้าเราหมดวาระแล้วก็ สภานิติบัญญัติแห่งชาติหมดวาระนะครับ กฎหมายทุกฉบับที่อยู่ในวาระที่ ๑ วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ นั้นเปึ้นอันพับไปหมด เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่สําหรับรัฐบาลใหม่ เพราะฉะนั้นที่ทํามา จะสูญเปล่าหมดเลย จะพูดถึงผลลัพธ์บั้นปลายอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าคณะกรรมาธิการแต่ละด้าน ๑๒ ด้านผลักดันให้งานปฏิรูปที่สําคัญ ของท่านสำเร็จ ๑ ชิ้นมาเปึ้นกฎหมายให้เสร็จก่อนที่เราจะพ้นวาระนี่ ๒ ชิ้น ๓ ชิ้นอย่างมาก ที่สุดถือว่าประเสริฐสุดแล้วละครับ ผมอยากให้ข้อคิดอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นก่อนที่ผมจะ ทำอะไรนี่ผมไปขอความเห็นชอบด้วยตัวเองทั้งหมด ไปด้วยตัวเองหมดนะ พบท่านรัฐมนตรี บอกว่าขอความเห็นชอบหน่อย แก้ไขได้ทุกมาตรา เพราะมันจะมีแปรญัตติเยอะ แม้กระทั่ง ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและที่ สนช. ผมไม่เปึนเพอร์เฟกชันนิสต์ (Perfectionist) ขอให้มีตั้งแต่ศาลทุจริตพอ พบประธานศาลฎีกาเห็นชอบ พบเลขาธิการคณะกรรมการ กฤษฎีกาว่าภายใน ๑๕ วัน พบท่านพรเพชร ท่านพรเพชรบอกว่า เข้ามาอยู่ในสภาใช้เวลา ๗ เดือนกว่าจะเข็นกฎหมาย ๑ ฉบับออกสำเร็จ กรณีกฎหมายตั้งศาลทุจริตเปึ้นกฎหมาย ด่วนนะครับใช้เวลา ๔ เดือน แต่ก็จะมีการต่ออายุ ๒ ครั้ง ครั้งละ ๓๐ วัน มันก็ ๖ เดือน มันก็เกือบจะ ๗ เดือนนั่นแหละ อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นมันต้องใช้เวลาอย่างนี้ เพราะฉะนั้นถ้าอะไรก็ตามไม่เสร็จเปึนกฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วนี่ถือว่า งานปฏิรูปที่เราเสนอไปชิ้นนั้น ๆ ไม่บรรลุผล ผมเอาผลลัพธ์บั้นปลายมากกว่า สำหรับโมเดล (Model) ที่มันค่อนข้างจะสําเร็จนะครับ อย่างเช่น คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม การศาสนา คุณธรรมและจริยธรรม เขาตั้ง สปท. กับกระทรวงของเขาเปึนกรรมการร่วมกันเลยตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นเห็นชอบมันก็เห็นชอบ ร่วมกัน กรณีของด้านการศึกษาก็แบบเดียวกัน วิธีทำงานก็คือตั้งกรรมการร่วม อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นมันต้องทําทุกวิถีทางครับ ล็อบบี (Lobby) ใช้กําลังภายในสูงส่ง ทํางาน แบบเปึ้นทางการมันไม่เวิร์ก (Work) ในเมืองไทยนะครับ ขอบพระคุณ
ทีนี้ก่อนที่จะแยกย้ายไปนี่ผมกราบเรียนอย่างนี้ คือเราจะพักการประชุม เพื่อให้คณะกรรมาธิการและท่านกรรมาธิการแต่ละด้านได้แยกย้ายกันไป ก่อนจะพัก การประชุมผมก็จะเรียนว่าเราจะกลับมาประชุมเวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา แล้วจากนั้นเปึนต้นไป เมื่อพักการประชุมแล้วเราจะไม่มีการถ่ายทอดการประชุมนะครับ ผมขอแจ้งอย่างนั้นก่อน เหตุผลที่ไม่มีการถ่ายทอดการประชุมนั้น ก็คืองดการถ่ายทอดการประชุมสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศทางวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา หลังจากพักการประชุมนะครับ เนื่องจากว่า เปึนการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนแผนและกฎหมายเพื่อการปฏิรูปประเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการปฏิบัติงานภายในของสภา สปท. ผมจึงขอให้งดการถ่ายทอด การประชุมนะครับ หลังจากการพักการประชุม ทีนี้ก็มีท่านสมาชิกยกมือขอร่วมอภิปราย ผมจะให้เวลาท่านละ ๑ นาที เพราะว่าผมเห็นคุณค่าของเวลาที่ท่านกรรมาธิการแต่ละด้าน จะไปปรึกษาหารือกันมากที่สุด ผมจะให้เวลา ๓ ท่าน ท่านละ ๑ นาทีนะครับ ท่านนิกร จำนง ท่านจุมพล สุขมั่น และท่านเสรี ท่านวันชัย ท่านสุวิระ คนละ ๑ นาทีนะครับ ขอให้เวลากรรมาธิการแต่ละด้านให้มากที่สุด ขอบพระคุณครับ ตามลำดับท่านนิกร จำนง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิกร จํานง สมาชิกลําดับที่ ๗๙ นะครับ ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูป ระบบความปลอดภัยทางถนนนะครับ ผมก็เห็นเอกสารแล้ว แล้วก็แค่อยากจะขอคำยืนยัน เพราะว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เปึนชุดที่ตั้งขึ้นมาไม่เหมือนใครเลยนะครับ ตั้งขึ้นมา โดยที่ประชุมแห่งนี้เปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดเดียวนะครับ ดังนั้นขณะนี้ งานระบบความปลอดภัยหลังจากมีมติเห็นชอบแล้วผมก็มาเคลียร์ (Clear) หมดแล้ว แล้วก็เอาความเห็นท่านสมาชิกสอดเข้าไปแล้ว แล้วก็เสร็จสิ้นหมดแล้ว ก็แค่อยากจะถาม เกี่ยวกับความชัดเจนว่าเส้นทางจะไปอย่างไร เพราะว่าชุดของผมที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ ไม่อยู่ในลิ้นชัก ๑๒ ลิ้นชักที่ว่า คือเปึนคณะที่แยกออกต่างหาก ทีนี้จะไปอย่างไร ในนี้เห็นว่า ได้ทำงานเสร็จแล้วก็เห็นอยู่นะครับ แต่ว่าในรายละเอียดก็แค่จะสอบถามเพื่อความมั่นใจ ตรงนั้นเท่านั้นเองครับ กราบขอบพระคุณครับ
กรณีท่านนิกร ที่ผมพูดนี่หมายความว่าไปพูดภาพรวม แต่กรณีงานพิเศษของเราสิ่งที่เรากำลัง ทำอยู่กรุณาทำไปให้ตลอดรอดฝัืง ให้จบสิ้น ให้สำเร็จ เปึ้นรูปธรรมอย่างที่ผมกราบเรียนให้ฟัง เพราะงานของเราสำคัญทั้งนั้น ที่ผมพูดนั้นพูดในภาพรวม ทุกกฎมีข้อยกเว้นหมด แม้กระทั่ง ผมเขียนเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม จากมุมมองของปรัชญา ผมศึกษา ๒,๕๐๐ ป้ กฎศีลธรรมก็ยังมีข้อยกเว้นเลย ห้ามฆ่านี่ แล้วทำไมส่งทหารไปรบกับข้าศึกล่ะ ทุกกฎ มีข้อยกเว้นหมดครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำมันมีคุณค่าทั้งสิ้น แต่ว่าโดยภาพรวมแล้ว เราต้องเอาเรื่องที่เปึนภารกิจหลักของเราเปึนสำคัญ ภารกิจรองก็สำคัญถ้ามันมีความสำคัญ เพียงพอ อันนี้ทุกอย่างมีคุณค่าหมด งานเสริมมันมีงานหลายอย่าง เช่นกรณีคลองด่านอย่างนี้ มีคุณค่า ถูกไม่ถูก ซึ่งรัฐบาลเองก็รับไว้ร้อยเปอร์เซ็นต์ มันก็เปึนผลงานของ สปท. อะไรก็ตามที่คนของ สปท. ทำ มันเปึนผลงานของ สปท. ๒๐๐ คน ท่านต่อไปท่านจุมพล สุขมั่น ท่านขอสละสิทธิ์ ท่านเสรี สุวรรณภานนท์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอหารือท่านประธานถึงวิธีการ ที่เราจะไปประชุมเชิงปฏิบัติการในช่วงเวลาต่อไป คือสิ่งที่ผมจะหารือท่านประธานก็คือ การที่จะประชุมเชิงปฏิบัติการในช่วงเวลาต่อไปนี่นะครับ โดยที่ท่านประธานได้แจ้งว่า การประชุมดังกล่าวนั้นให้คณะกรรมาธิการแต่ละคณะไปหารือร่วมกันในแต่ละคณะ เพื่อที่จะหาแนวทางข้อเสนอที่เปึนเรื่องสำคัญในการจะปฏิรูปให้เสร็จในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ซึ่งรายงานที่ท่านรองวลัยรัตน์ได้ให้ข้อมูลกับสภาแห่งนี้ไปแล้วเปึ้นเรื่องที่สภาขับเคลื่อน การปฏิรูปได้จัดทําแผนตั้งแต่ สปช. มา สปท. แล้วก็ทําไปเสร็จแล้วเท่าไร เหลือเท่าไร ตรงนี้ครับคือประเด็นปัญหาสำคัญว่า ถ้าหากคณะกรรมาธิการไปประชุมกันก็จะเอาเรื่องเดิม ไปประชุมอีก เรื่องเดิมที่ประชุมนั้นรายงานไปส่วนหนึ่งแล้ว ซึ่งเปึนส่วนใหญ่แล้วบอกให้เลือก เรื่องที่จะมาปฏิรูปเปึนเรื่องสําคัญ มันก็ยังจะไม่สามารถทําได้ ส่วนเรื่องที่เหลืออยู่นั้น แต่ละคณะก็พยายามเร่งทำให้เสร็จภายในเวลาที่มีอยู่แล้ว สิ่งที่เราหารือกันไปนี้ท่านประธานครับ ผมคิดว่าผมหารือกับสมาชิกหลายท่านก็เดินมานั่งคุยแล้วก็มาเสนอความเห็นในช่วงใกล้ ๆ นี้ ด้วยนี่นะครับ ในการที่จะทำงานในช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี่นะครับ น่าจะเปึ้นเรื่องที่สภาแห่งนี้ น่าจะประชุมร่วมกันว่าเรื่องอะไรที่เราจะประชุมร่วมกัน แล้วมีวัตถุประสงค์เปัาหมาย สปท. ผมอยากให้ที่ประชุมแห่งนี้ประชุมหารือกันว่าเราจะดำเนินการในรูปแบบใดที่มีเปัาหมาย สำคัญเพื่อให้คณะกรรมาธิการมีส่วนร่วมในประเด็นดังกล่าว ยกตัวอย่างเช่น สิ่งที่กระทบ หรือมีผลกับทุกคณะกรรมาธิการที่เปึนปัญหาที่ควรปฏิรูปให้ประชาชนได้ประโยชน์ก็คือ เรื่องการบังคับใช้กฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายดูเสมือนหนึ่งจะเปึนคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม แต่จริง ๆ แล้ว การบังคับใช้กฎหมายมีผลกับทุกคณะกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นแต่ละคณะกรรมาธิการ ต้องไปช่วยกันคิดครับว่าสิ่งที่ท่านปฏิรูปเสนอไปแล้วนะครับ แล้วจะทําต่อให้เสร็จ ตามกำหนดแผนงานดังกล่าวนั้น การจะทำงานร่วมกันในทุกคณะกรรมาธิการให้เปึนหนึ่งเดียว ของสภานั้นจะทําอย่างไรให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังที่มีประสิทธิภาพ อันนี้ทุกคณะกรรมาธิการ ซึ่งท่านประธานอาจให้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ยกตัวอย่างนะครับ เปึ้นเจ้าภาพไปยกร่าง เรื่องนี้มาก่อน อย่างนี้ครับก็จะทำให้ทุกคณะกรรมาธิการมีส่วนร่วม นี่คือตัวอย่างที่ ๑
ตัวอย่างที่ ๒ ท่านประธานครับ เปัาหมายของทุกคณะกรรมาธิการ ที่สามารถร่วมกันได้ก็คือเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน เราจะทําอย่างไรให้แผนการปฏิรูปทุก ๆ คณะกรรมาธิการแก้ปัญหาคอร์รัปชันโดยอาจจะให้เจ้าภาพจากคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เปึ้นเจ้าภาพไปยกร่างมาเพื่อให้สามารถทำงานกับทุกคณะได้ อันนี้คือตัวอย่างที่ ๒
ตัวอย่างที่ ๓ การให้ประชาชนประเมินผลการให้บริการภาครัฐ ทุกหน่วยงาน อย่างนี้ครับเปัาหมายว่าจะทำอย่างไรให้ทุก ๆ หน่วยงานประชาชน ได้ประโยชน์ ซึ่งจะมีผลเกี่ยวกับคณะกรรมาธิการทุกคณะอย่างนี้ให้ไปช่วยกันคิด นี่ผมยกตัวอย่างแค่ ๓ ข้อ ซึ่งอาจจะมีมากกว่านี้ก็ได้ ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นว่าถ้าเราจะไป เวิร์กชอป (Workshop) จะไปประชุมร่วมกันเราต้องมีเปัาหมายและพกเปัาหมายนั้น ไปในที่ประชุม แล้วทำอย่างไรให้มีเปัาหมายในการประชุมดังกล่าวนั้นกลับเปึ้นผลงาน ของสภาที่จะต้องทําร่วมกันให้เสร็จภายในระยะเวลาที่เหลืออยู่นะครับ นอกจากสิ่งที่ ทุกคณะกรรมาธิการได้ทำอยู่แล้ว
ขอบคุณครับท่านเสรี ผมขอเพียงแค่นี้ เพราะว่ากรรมาธิการจะต้องไปประชุมกันแล้วนะครับ
ผมว่าท่านประธานด้วยความเคารพ ท่านไม่เข้าใจ สิ่งที่ผมพูดเลยนะครับ ถ้าท่านเร่งในการที่จะให้ไปประชุมแต่ละคณะ ถ้าไม่มีเปัาหมาย นี่นะครับกลับมาก็เหมือนเดิม ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ก็จะพูดอย่างนี้ก็แล้วกันว่าผมเคารพในความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ของกรรมาธิการแต่ละด้าน นั่นคือหลักของการแบ่งงานกันทำของพวกเรา ๒๐๐ คน ซึ่งก่อนที่กรรมาธิการแต่ละด้านจะไปทําแผนปฏิรูปขึ้นมานั้นก็ได้มาเสนอในที่ประชุมใหญ่ ๒๐๐ คนอยู่แล้ว ซึ่งที่ประชุมใหญ่ก็เห็นชอบสิ่งเหล่านั้นแล้ว เมื่อเปึ้นเช่นนั้นแล้วหน้าที่หลัก ของเราเมื่อที่ประชุมใหญ่เห็นชอบตามนั้นแล้ว หลักของเราก็คือว่าแต่ละด้าน ควรจะขับเคลื่อน ชื่อของเราสภาขับเคลื่อน ที่มันแปลกกว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติเดิม ก็คือขับเคลื่อน เราไม่ควรมาผลิตซ้ํานะครับ เพราะฉะนั้นหน้าที่คือขับเคลื่อนให้มันสําเร็จ ให้สำเร็จที่ท่านกาดาวไว้ ๓ เรื่องท่านก็เลือกเอา หรือเรื่องอะไรที่ง่ายที่มันเปึนประโยชน์ ต่อประชาชนที่มันสามารถบังคับใช้กฎหมายได้ หรือว่าเปึนเรื่องของการคอร์รัปชันอะไร ต่าง ๆ ถ้าอย่างนั้นเข้าล็อกตามนั้นมันก็ประเสริฐ แต่ทีนี้ท่านก็ทำงานไปแล้วนี่ ท่านก็ให้ ความสำคัญแต่ละด้านของท่านไปแล้ว ซึ่งที่ประชุมสภาก็ให้ความเห็นชอบไปแล้ว เพราะฉะนั้นขอร้องว่าให้ขับเคลื่อนให้สำเร็จสัก ๑ ถึง ๓ เรื่องแต่ละด้านก็แล้วกัน มันยิ่งใหญ่ แล้วละ ๑ ถึง ๓ เรื่อง ถ้าท่านจะมาทํางานใหม่มันไม่ทันหรอกครับ เวลาที่เหลืออยู่ เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่ท่าน แล้วก็อยู่ที่ที่ประชุมบ่ายวันนี้นั่นเอง ผมก็ฝากไว้แค่นี้ ขอเรียนเชิญ ท่าน พลตำรวจโท สุวิระ ทรงเมตตา
พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา : กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน กระผม พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา สมาชิกลําดับที่ ๑๗๖ ขออนุญาตกราบเรียนที่ประชุมเพื่อพิจารณาดังนี้นะครับ เรื่องที่จะสัมมนาในวันนี้นะครับ ตามที่ท่านประธานได้กล่าวแล้วนะครับว่าต้องเปึนเรื่องที่สำคัญ แล้วก็ต้องเปึ้นเรื่องที่สามารถทำให้ประสบความสำเร็จเปึนรูปธรรมนะครับ เช่น ออกมาตรา ๔๔ หรือออกเปึนกฎกระทรวง หรือออกเปึนข้อบังคับอะไรนี่นะครับ ผมอยากขอเรียนเพิ่มเติมว่า เรื่องที่สําคัญที่จะต้องทําร่วมกันนั้นควรจะเปึนเรื่องที่ตรงกับแนวนโยบายของรัฐบาลด้วย แล้วก็ตรงกับหลักการของรัฐธรรมนูญฉบับที่เพิ่งผ่านการลงประชามติไปด้วยครับ แล้วก็ที่สําคัญต้องเปึนปัจจัยสําคัญพื้นฐานในการพัฒนาหรือว่าปฏิรูปประเทศของเรานะครับ แล้วก็จะต้องเปึนสิ่งที่ประชาชนทั้งประเทศนั้นต้องการแล้วก็รอคอยที่จะเห็น แล้วก็ตรงกับ แนวนโยบายของท่านประธานที่กล่าวเมื่อสักครู่นี้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นอยากให้เปึน เรื่องที่ไปทําแต่ละด้านก็ทํากันอยู่แล้วนะครับ อยากให้มีเรื่องที่เปึนคอมมอน (Common) ที่เปึนเรื่องร่วมสักเรื่องหนึ่งหรือ ๒ เรื่องนะครับ แล้วเดี๋ยวก็กลับมาประชุมร่วมกัน พอประชุมร่วมกันก็ได้รวบรวมเปึนเรื่องของสภาของเรานี่นะครับ ก็จะได้ออกเปึ้นรูปธรรม ผมขออนุญาตนําเสนอดังนี้นะครับ
เรื่องที่จะเกี่ยวข้องกับทุกคณะแล้วก็เรื่องที่เปึ้นรากฐานแห่งการปฏิรูป ประเทศหรือขับเคลื่อนการปฏิรูปของเรา ก็คือด้านการบังคับใช้กฎหมายของการปฏิรูป แต่ละด้านของแต่ละกรรมาธิการ อยากจะให้แต่ละกรรมาธิการช่วยน้ำปัญหาของการบังคับ ใช้กฎหมายของแต่ละด้านของท่านขึ้นมาแล้วก็จะแก้อย่างไรมาเสนอเลยครับ
อันที่ ๒ เรื่องมาตรการในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและคอร์รัปชัน เพื่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในแต่ละด้านของแต่ละกรรมาธิการมาเสนอ เพราะฉะนั้นจะเปึ้นเรื่องคอมมอน (Common) ๒ เรื่อง จะเอาเรื่องเดียวหรือ ๒ เรื่องก็ได้ แล้วแต่ที่ประชุมจะเลือก แต่อยากให้เปึนแนวอย่างนี้นะครับ พอหลังจากที่มาอภิปรายเสร็จแล้ว เราสามารถสรุปเปึ้นในภาพรวมแล้วสามารถขับเคลื่อนได้เลยครับ แล้วก็ทั้ง ๒ เรื่องนี้ เปึ้นปัจจัยแห่งความสําเร็จในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จึงขออนุญาตนําเสนอครับ
ขอบคุณนะครับ ผมก็ยั่งยืนยันในจุดยืนเดิมก็คือว่า หน้าที่ของเราคือขับเคลื่อนแต่ละเรื่อง ให้ออกมาเปึนกฎหมายก่อนที่พวกเราจะหมดวาระ และข้อกราบเรียนว่าในผลลัพธ์บั้นปลาย ดังกล่าวนั้นมาดแม้นว่ามันเปึนร่างกฎหมายอยู่ใน สนช. วาระที่ ๑ วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ ก็ตาม ถ้าตราบใดที่รัฐบาลนี้หมดวาระแล้ว มันไม่เคยออกมาเปึนกฎหมายเลยวาระที่ ๑ วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ นั้นเปึ้นอันพับไป รัฐบาลใหม่มาเริ่มนับ ๑ ใหม่อีก เราต้องมองผลลัพธ์บั้นปลาย ตรงนั้นนะครับ นั่นข้อหนึ่ง
ข้อที่ ๒ มีการพูดกันเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย ในฐานะนักวิชาการ ทั้งด้านรัฐประศาสนศาสตร์และรัฐศาสตร์ก็ตามเรื่องลอว์เอ็นฟอร์ซเมนต์ (Law Enforcement) มันเปึ้นอีกขั้นตอนหนึ่ง ขั้นตอนแรกก็คือเอามาเปึนกฎหมายเสียก่อน เปึ้นเรื่องรูลเมกกิง (Rule making) ในการกำหนดครับ คืองานปฏิรูปมันจะเปึนรูปธรรมได้ มันต้องเปึนรู้ล (Rule) เปึนข้อบัญญัติของสังคม ข้อบัญญัติของสังคมก็คือรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกําหนด พระราชกฤษฎีกา ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีอะไร เยอะแยะไปหมด นี่มันต้องออกมาเปึนแค่นั้นก่อน นี่คือเบื้องต้น ส่วนในเรื่องการบังคับ ใช้กฎหมายมันเปึ้นเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อบังคับให้มันเปึ้นไปตามกฎหมาย ดังกล่าว เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เข้าหลักรัฐประศาสนศาสตร์ขั้นอนุบาลคือ โพลิซีออโทริตี (Policy Authority) แล้วก็อิมพลีเมนเทชัน (Implementation) แล้วก็ติดตามประเมินผล เยอะแยะไปหมด รีพอร์ตติง (Reporting) เยอะแยะไปหมด อันนี้เปึ้นขั้นตอนในการบริหาร ในเรื่องลอว์เอ็นฟอร์ซเมนต์ (Law Enforcement) ในการบังคับใช้กฎหมายในแต่ละเรื่อง ที่มันเปึ้นลอว์ (Law) ขึ้นมาแล้ว เข้าใจไหมครับ ทุกเรื่องมันเกี่ยวข้องนะ เรื่องการบริหาร ราชการแผ่นดินมันเปึ้นเรื่องทั้งกำหนดนโยบาย การตัดสินใจ การใช้อำนาจหน้าที่ การวางแผน การนําไปปฏิบัติ การติดตามประเมินผล การรายงาน การงบประมาณเยอะแยะ ไปหมด อันนั้นเราไม่ต้องเปึนห่วง หน้าที่หลักเอาเปึนกฎหมายออกไปก่อน นั่นแหละถือว่า สําเร็จแล้วละ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศของเรานี่ เราอย่าหลงทิศหลงทางอะไรเลย เอาแค่นี้นะครับ ขอเรียนเชิญท่านวันชัย
ท่านประธานที่เคารพ ผม สปท. วันชัย สอนศิริ ผมเห็นท่านประธานวันนี้แล้วดีใจนะครับท่านประธาน ท่านตื่นตัวแอกทิฟ (Active) เร่งรัด รุกเร้า ผมดีใจกับท่านประธานมาก ๆ ขอกราบคารวะชื่นชมด้วยความจริงใจจริง ๆ ครับ พอดีเราก็จะหมดวาระอีกไม่นาน ก็กราบขอบพระคุณที่ท่านตื่นแล้วก็เร่งเร้าทุกภาคส่วน แต่ ๑ นาทีท่านประธานอย่าเตือนเลยนะครับ เพราะผมกราบเรียนเพื่อการทำงานของเรา ที่จะเดินต่อไป ด้วยความเคารพต่อท่านประธาน ผมว่าสิ่งที่ท่านประธานดำเนินการ และวางแผนในวันนี้ดีมาก แต่ได้ฟังพวกเราสักเล็กน้อยไม่เปึนไรครับ
ประเด็นแรกนั้น ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่า ถ้าท่านประธานลองไป แกะรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านประชามติแม้ไม่ใช่เรื่องของ สปท. แต่เปึ้นเรื่องที่ สปท. น่าทำมากเลยนะครับท่านประธาน เปึนข้อเสนอแล้วจะยิ่งใหญ่ถ้า กรธ. รวมทั้ง สนช. เอาไปใช้ในระยะเวลาที่เหลือ กฎหมายกำหนดไว้ว่า ๒๔๐ วัน ๑๘๐ วัน หลายเรื่อง ในรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านประธานจะลองอ่านมาตรา ๖๓ แห่งรัฐธรรมนูญ ประชาชนมีหน้าที่ ติดตามสอดส่องตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันและต้องไปออกเปึนกฎหมายลูก นี่ท่านประธานเห็นไหมว่า นี่คือเนื้องานยิ่งใหญ่เลยนะครับว่ากฎหมายลูกที่มันควรจะเปึน มันน่าจะเปึนอย่างไร ระดมสรรพความคิดทั้งหมดในที่นี้แล้วเสนอเปึนประเด็นก็ได้ ท่านประธานไม่ต้องร่างกฎหมาย ผมว่านี่ก็เปึ้นผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่น่าจะใช้ได้ และมีหลายเรื่อง นะครับถ้าลองสกัดกันดู ผมจึงกราบเรียนต่อท่านประธานว่า อย่าหลงประเด็นเฉพาะ ๓๗ วาระหรืออีกคนละ ๔ เรื่อง ๕ เรื่องใน ๑๒ คณะกรรมาธิการ เมื่อสักครู่นี้ผมลองนั่งคูณ ตัวเลขที่ท่านรองวลัยรัตน์ท่านได้เสนอมาในแผนที่ ๒ นี่แต่ละด้าน แต่ละด้านนี่ลองคนละ ๔ ๑๒ คูณ ๔ ๔๘ ป่าเข้าไปเกือบ ๕๐ เรื่อง ผมว่าเราลอง เอาละขอให้ยึดแต่ละด้านไม่ได้ว่ากัน แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่า มันมีรัฐธรรมนูญหลายประเด็นที่ลองน่าหยิบกันมานะครับ แล้วลองร่วมทําแล้วร่วมเสนอในนามของ สปท. ดู เพราะเวลาเสนอเรื่องอะไรไปนี่มันมี น้ำหนักนะครับ ท่านประธานก็ทราบ ท่านเปึนประธานที่ประชุม คำถามพ่วง ๑๕ ล้านเสียง มาจากพวกเรานะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นหลายเรื่องถ้าเราลองหยิบออกมาประกอบ กับรัฐธรรมนูญจะทําให้ สนช. ฟังอย่างสําคัญเลยนะครับ อันนี้ก็เปึนประเด็นเสนอข้อที่ ๑
ประเด็นข้อที่ ๒ ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่า ทั้งหมด ๑๒ คณะ ถ้าท่านประธานบอกว่าปล่อยให้กลับไป แล้วก็ไปคุยกันในที่สุดผมกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านการเมืองบอกมี ๓ เรื่องแล้วให้เสนอ ๑๐ นาที ท่านประธานเชื่อไหมครับ จะมีใครในที่ประชุมที่บอกว่าผมเอาด้วย ไม่เอาด้วย เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย เกรงใจประธานเสรี แล้วในที่สุด ๓ เรื่องเมื่อคุณเสนอมา เออก็เออไป ผมว่าเราจะลองเปลี่ยนได้ไหมครับ ว่าท่านจะเสนอมา ๓ เรื่องแล้วปล่อยให้อภิปรายกันเต็มที่ในวันจันทร์หรือวันอังคารหน้า ต่อไป แล้วถกแถลงกันว่า เอาหรือไม่เอา มันดี มันไม่ดีอย่างไร เพราะไม่อย่างนั้น ๑๒ คน ก็ยึดมั่น ถือมั่นอยู่ใน ๓ เรื่องของตัวเอง ผมถึงบอกว่ามันน่าจะเปึนผลงานโดยรวมขององค์รวมของที่ประชุม ๑๒ เรื่อง ผมเกรงใจ มาก ๆ ๑๒ คณะเอาสักคนละคณะก็ได้ แล้วมันมีอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญผมเห็นว่า น่าทำมาก ช่วยกันคิด หรือจะให้ใครเปึนคนก่อการก็ได้ แล้วมาร่วมกันหารือ ผมว่าเหล่านี้ จะเปึนผลงานที่เปึนประจักษ์เลยทีเดียวท่านประธานครับ ดีกว่าที่เราไปบอกเอา ๓ เรื่อง ๓ เรื่อง แล้วเดี๋ยวบ่ายผมมาเสนอ ถามว่าคนละ ๑๐ นาที ๑๒ คณะ ท่านประธานคิดดู กี่ชั่วโมง แล้วได้อภิปรายกันหรือเปล่า เพราะฉะนั้นท่านจัดเวลาไว้เลยว่า ๒ วัน การเมือง มาเสนอเลยว่าการเลือกตั้งสุจริตที่คุณว่านี่เปึนอย่างไรบ้าง เช่น ขณะนี้มีประเด็น ของกรรมาธิการด้านการเมือง บอกว่า ส.ส. ไม่ควรจะบริจาคเงิน ไม่ควรจะให้เงินระหว่าง เลือกตั้งระหว่างดำรงตำแหน่ง เปึนข้อเสนอข้อหนึ่งสมมุติ ที่ประชุมช่วยกันหน่อยครับ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร เพราะมีข้อเสนอสําคัญในกฎหมายลูกที่จะจ่อ ๆ อยู่ ๔ เดือน ๖ เดือน ท่านประธาน เพราะฉะนั้นถ้าแต่ละท่านมีส่วนอย่างสำคัญในการช่วยกันสนับสนุน การเลือกตั้งสุจริต แล้วถกแถลงกันเปึ้นเรื่องใหญ่เลยครับ ท่านประธานว่า กรธ. เขาก็ฟัง เพราะ สปท. สนช. เขาก็ฟังครับ ผมรู้ว่าท่านประธานกําลังจะเบรกผม แต่ผมก็จะจบตรงนี้ละ อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่า
ผมไม่เบรก
อย่างนั้นขออภัยครับผมเดาใจท่านผิด ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้ให้แต่ละคณะไปสกัดมาอย่างเต็มที่ แล้วให้เขา มาเสนอให้ที่ประชุมกัน ผมอยากจะขอความกรุณาเลยครับ ช่วยกันถกแถลงเลยว่า เรื่องอย่างนี้น่าทำ ไม่น่าทำในระยะเวลาที่เหลือ ๔ เดือน ๖ เดือนต่อไปหรือไม่ ตรงนี้ผมว่า น่าจะดีกว่าครับ ดีกว่าที่วันนี้ปล่อยให้ ๑๒ คณะ คณะละ ๑๐ นาที ๑๒๐ นาทีแล้วจบ กลับบ้าน นี่เปึนข้อเสนอนะครับท่านประธานครับ
ก็ขอบคุณนะครับ ที่ผมพูดว่า ๓๗ วาระ ๗๖ เรื่องของ สปช. นั้น เปึ้นสิ่งที่รัฐบาลได้ผูกพันไว้ แล้วเราก็มาสานต่อเพื่อขับเคลื่อนให้ประสบความสำเร็จในความหมายที่ผมพูดว่า เปึ้นรูปธรรมเปึนกฎหมายขึ้นมา เอาอย่างนี้เสียก่อน มีกฎหมายแล้วเราจะไปบังคับ ใช้กฎหมายนั้นแต่ละเรื่องอย่างไรก็ว่ากันไปอีก อันนี้เปึนเรื่องกระบวนการบริหาร อีกหลายขั้นตอนมาก เช่นเดียวกันที่ท่านวันชัยกรุณาพูดก็ถูกต้องว่า มีหลายเรื่องเหลือเกิน ในโลกความเปึนจริงคนเราไม่ได้ทํางานอย่างเดียวหรอกนะ มันทํางานหลายอย่าง พร้อม ๆ กันไปได้อยู่แล้ว มันก็มีงานหลัก งานรองของตัวอยู่ แต่บางทีงานรองมันก็ยิ่งใหญ่ ที่ท่านวันชัยพูด เช่น กฎหมายพ่วง อย่างนี้เปึนต้น ใช่ไหมครับ คือมันไม่มีข่าวดำ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรอกในโลกจริง ๆ และชีวิตจริงมันไม่มีข่าวดำ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทุกอย่าง มันเสริมกันได้ แต่งานหลักมันพลาดไม่ได้ เพราะงานหลักแต่ละด้าน ๑๒ ด้าน ขับเคลื่อนงาน ที่สำคัญของตัวเองมาสำเร็จ ๑ เรื่องเปึนกฎหมาย เปึนมาตรา ๔๔ ผมคิดว่าประสบผลสำเร็จแล้ว ผมมุ่งความสำเร็จเปึ้นที่ตั้ง เพราะฉะนั้นคำว่า กฎหมายลูก แน่นอนด้านการเมืองก็มีภารกิจ สำคัญที่จะต้องร่วมในการร่างกฎหมายลูกขึ้นมา ไม่ว่ากฎหมายเรื่องการเลือกตั้งสุจริต ยุติธรรมก็ตาม กฎหมายพรรคการเมืองก็ตาม กฎหมายอื่น ๆ ใดก็ตามซึ่งเราก็รู้กันอยู่ อันนี้ก็เปึนภารกิจสำคัญของด้านการเมืองอยู่ เรื่องกฎหมายลูก เช่นเดียวกันเรื่องของ ร่างกฎหมายกําหนดแผนและขั้นตอนการปฏิรูป ซึ่งขณะนี้รัฐบาลขอเปึ้นเจ้าภาพเอง แต่ว่าเราในฐานะด้วยจิตสำนึกในฐานะที่เรารับผิดชอบเรื่องงานปฏิรูปแบบสภาพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรับผิดชอบเรื่องแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อย่างนี้ ด้วยจิตสำนึกเราจึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาและยกร่างกฎหมายนั้น ควบคู่กันไปด้วย มันก็อาจจะมีหลาย ๆ ฉบับร่วมกันไป แต่ขณะเดียวกัน ณ ขณะนี้รัฐบาล ตัดสินใจจะขอเปึ้นเจ้าภาพในเรื่องนั้น ก็ขอเพียงแค่กำหนดประเด็นแผนและขั้นตอน การปฏิรูปเท่านั้นในส่วนที่ สปท. รับผิดชอบ ไม่ต้องยกร่างกฎหมายไปให้เขา เขาจะขอร่างเอง อย่างนี้ มันคนละไม้คนละมือมันไม่เสียหายอะไร ผมเห็นด้วยที่ฝ์ายการเมืองมีภาระหน้าที่ เฉพาะหน้านอกเหนือจากงานปฏิรูปที่ท่านตั้งใจจะทํา ๓ ดาวไว้แล้ว ท่านต้องทําควบคู่กันไป นะครับร่างกฎหมายลูกที่ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวนี้ท่านเปึนความรับผิดชอบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ท่านจะวางเฉย เฉยเมยต่อสิ่งนั้นไม่ได้ คนเรามันทำงาน หลายอย่างพร้อม ๆ กันไปในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ขัดแย้งอะไรนะครับ อย่างเช่นสมมุติ มีศาลทุจริตขึ้นมาแล้วมันก็ยังมีภาระหน้าที่อีกเยอะไปเลย อย่างเช่นรัฐบาลก็พยายาม ออกกฎหมายเรื่องกระบวนการวิธีการพิจารณา อย่างนี้เปึนต้น เราจะต้องปลูกฝังจิตสำนึก ของประชาชน เปึนต้น แต่มันจะต้องมีวุ้นมีการทำคลอดออกมาเสียก่อน และจากนั้นจะดูแล เขาอย่างไรก็เปึนอีกเรื่องหนึ่ง คือพูดง่าย ๆ ว่าผมอยากจะฝากความไว้วางใจให้กรรมาธิการ แต่ละด้านที่เราทำงานร่วมกันมานี้ตามความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้ท่านรับผิดชอบในการ ขับเคลื่อนผลักดันให้งานปฏิรูปของท่านประสบผลสำเร็จตามวิธีทางที่ผมกราบเรียนให้ทำ แล้วก็ทำตัวอย่างให้เห็นว่าทำทุกทางให้มันออกเปึนกฎหมายให้ได้ ส่วนที่ว่าระหว่างทางเรา จะร่วมกันอย่างไร เปึนงาน สปท. โดยรวมอย่างไรก็เปึนอีกเรื่องหนึ่ง เราปรึกษาหารือกันได้ แต่ว่าภารกิจหลักของท่าน ท่านจะต้องขับเคลื่อนงานปฏิรูปของท่านให้สำเร็จขึ้นมา ๑ ชิ้น ๒ ชิ้น ๓ ชิ้นขึ้นมาให้ได้ ตั้งใจไว้อย่างนั้นนะครับ ทีนี้เรามีวิธีการ ผมก็ฟังข้อคิดเห็นดี ๆ หลาย ๆ ท่านว่าเราก็ปรึกษาหารือร่วมกัน ตอนนี้เราแยกกันไปพิจารณาก่อนว่าแต่ละด้าน เราจะตั้งหลักอย่างไรเพื่อจะทำงานของเราให้สำเร็จ มุ่งความสำเร็จอย่ามุ่งปริมาณ ผมเปึนทั้งนักวิจัยเชิงปริมาณแต่ตอนหลังผมเปึนนักวิจัยเชิงคุณภาพ เพราะมุ่งงานสำเร็จ สักชิ้นหนึ่งตั้งเปั้าไว้ถือว่าสําเร็จแล้วนะ ถ้า ๒ ชิ้นถือว่าประเสริฐ ๓ ชิ้นยิ่งประเสริฐใหญ่ ขอให้ท่านเอาอย่างนั้น ส่วนที่ว่าเราเสร็จแล้วก็ลับมารายงานว่าท่านจะเอาอย่างนี้ ผมเคารพ กรรมาธิการแต่ละด้านท่านจะเอาอย่างนี้ผมเคารพ รายงานคนละ ๑๐ นาทีด้วยกัน แล้วผมก็ตั้งใจว่าจะมีการอภิปรายภาพรวมทั้งหมดมากกว่าที่จะไปวิจารณ์การทำงาน ของแต่ละด้าน ๆ ซึ่งเราต้องเคารพ มันต้องมีการแบ่งงานกันทำนะครับ สภา ๒๐๐ คน ทั่วโลกไม่สามารถเอาดีทุกเรื่อง ทั้งเรื่อง ก ไก่ ถึง ฮ นก็ฮูกได้ ประเด็นนั้นมันจึงมีกรรมาธิการ ขึ้นมา ไปศึกษาเสนอแนะมา เราต้องเชื่อมั่นในกรรมาธิการของเราแต่ละด้าน อย่างไรก็ตาม หลังจากพักการประชุมแล้ว นี่ยังไม่พักนะครับ ผมบอกล่วงหน้า เราก็จะกลับมาตอนบ่ายโมง แล้วก็ให้แต่ละด้านมาสรุปว่าแต่ละด้านจะเอาอย่างไร ซึ่งเราต้องเคารพ แล้วก็เสร็จทุกด้าน แล้วก็อภิปรายโดยรวม ไม่เสร็จวันนี้นัดวันจันทร์ วันอังคารได้อีก เราจะไม่ป่ด เราจะเป่ดนะครับ เมื่อครู่นี้ยังมีอีกท่านหนึ่งท่านวิทยา แก้วภราดัย เรียนเชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย ครับ ผมเห็นด้วยกับท่านประธานในเรื่องของภารกิจของเราก็คือการผลักดัน ให้เกิดกฎหมายนะครับ แล้วก็เปึนเรื่องสำคัญ แต่ขณะเดียวกันผมก็เห็นด้วยกับข้อเสนอ ท่านวันชัยครับ ท่านประธานครับ เราหารือกันนะครับเพื่อคุณภาพของงานที่จะออกมา ท่านลองดูนาฬิกานะครับ ขณะนี้เวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา ท่านจะให้เวลาคณะกรรมาธิการทั้งหมดไปประชุมหารือกัน เพื่อกำหนดประเด็นขึ้นมา นำเสนอต่อที่ประชุมสภาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อผลักดันให้ออกกฎหมาย คราวนี้เรามีเวลา ๒ ชั่วโมงตามนาฬิกานะครับ กลับมาอีกรอบหนึ่ง ท่านไปประชุม ๑ ชั่วโมง ท่านแวะกินข้าว อีก ๑ ชั่วโมง ท่านเหลือเวลาประชุม ๑ ชั่วโมง คราวนี้ผมคิดว่าเราอย่าสร้างลักษณะ ของการผลิตออกไปโดยไม่ดูว่าเปัาหมายจริง ๆ คืออะไร ท่านประธานครับ ยกตัวอย่าง ง่าย ๆ ครับ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองของผม มีเรื่องที่ต้องนำเสนอต่อสภา เพราะว่าช่องทางในการออกกฎหมายจากความคิด ของสภา สปท. เรานะครับ มี ๓ ช่องทาง ๑. ส่งไปรัฐบาล ถ้ารัฐบาลเห็นด้วย รัฐบาล ก็ส่งกลับมา สนช. ๒. ส่งไป สนช. ถ้า สนช. เห็นด้วยก็ออกกฎหมายตามที่เราเสนอ ๓. ส่งไปที่ กรธ. คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง วันนี้มีช่องทาง ที่จะปฏิรูปทางการเมืองผ่าน กรธ. อย่างเดียวครับ ด้วยกฎหมาย ๔ ฉบับครับ ๑. กฎหมาย การเลือกตั้ง ส.ส. กฎหมายการเลือกตั้ง ส.ว. กฎหมายพรรคการเมือง และกฎหมาย คณะกรรมการการเลือกตั้ง เฉพาะประเด็นที่คุณวันชัยเสนอเปึนประเด็นหนึ่งครับ คุณวันชัยเสนอว่า ต่อไปคนที่เปึนนักการเมืองห้ามไปทำบุญใส่ซองในงานบุญงานบวชนาค งานกฐินทั้งหมด เพื่อเปึนการสร้างระบบที่จะต้องไม่สร้างระบบอุปถัมภ์ในทางการเมือง ปัญหาว่าถ้าคุณวันชัยสรุปมาบ่ายนี้ นำเสนอต่อสภา สปท. เรา ผมอยู่ในสภามาเยอะครับ ท่านประธาน ต้องยอมรับว่า สปท. เราเปึนสภาของความเกรงใจจริง ๆ เราเปึ้นผู้ใหญ่เกรงใจ เราเกือบจะไม่มีฝ์ายค้านเลยครับ เพราะฉะนั้นคุณวันชัยนำเสนอบ่ายนี้ทุกอย่างก็จะผ่านไป ด้วยความราบรื่น แทนที่จะเกิดถกเถียงว่าที่คุณวันชัยบอกห้ามใส่ซองมันทำลาย ขนบธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติ ผมนักการเมืองเก่าเคยใส่ คุณอลงกรณ์เคยใส่กันมา ถ้าทำอย่างนี้วันข้างหน้าคนก็จะไม่คบนักการเมือง เพราะว่าสันด้านขี้เหนียว ก็จะไม่เกิด การถกเถียง คราวนี้ท่านสรุปเอาเวลา ๑ ชั่วโมง เพื่อรายงานตอนบ่ายโมงแล้วก็จบ ผมเชื่อว่าสภาเราประชุมไม่เกินสี่โมงครึ่ง ผมถึงไม่เห็นด้วยกับท่านประธานในประเด็น ที่ว่าเอากลับมาตอนบ่ายโมง เห็นด้วยกับท่านวันชัยครับ แต่ละคณะกลับไปทำมาเสีย แล้วก็ วันจันทร์มาเริ่มต้นรายงาน คณะไหนพร้อมรายงานก่อนรายงาน แล้วก็ระดมความคิด ของเราทั้งหมด เพราะว่าเราคิดได้วันนี้มันออกเปึนกฎหมายไม่ได้ครับ พวกผมนี่เตรียม เรื่องไว้ทั้งหมดแล้วใน กรธ. นี่ผมเข้าใจว่าประมาณ ๑๒ ประเด็น เพื่อส่ง กรธ. ผมออกเปึน กฎหมายเองไม่ได้ สปท. ทำอะไรไม่ได้ครับ ผมก็เชื่อว่าถ้าสภาของเราทั้งหมด ช่วยกัน ระดมความคิดใน ๑๒ ประเด็นผม แล้วการันตี ๑๒ ประเด็นนี้กันอย่างกว้างขวางจริง ๆ ท่านอาจารย์มีชัยก็ฟัง พวกผมก็จะได้เดินหน้าปฏิรูปทางการเมืองอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้น ผมขอเสนอครับ ที่ไม่เห็นด้วยกับท่านประธานในประเด็นสุดท้ายครับ ประเด็นแรก เห็นด้วยครับ เรามีหน้าที่ผลิตกฎหมายก่อนบังคับใช้ ประเด็นที่ ๒ ครับ เรื่องเวลาครับ ท่านประธานครับ ผมทราบว่าท่านประธานเพิ่งหารือกันเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว และมากำหนดวันนี้เปึนวันเวิร์กชอป (Workshop) และจะเอาบ่ายนี้ ผมคิดว่าเวิร์กชอป (Workshop) วันนี้กันทั้งวันก็ได้ครับ แล้ววันจันทร์ วันอังคาร ๒ วันครับ เรามีเวลา สปท. อีกตั้งแต่วันนี้กว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญจะออกอีกประมาณ ๓ เดือน กฎหมายรัฐธรรมนูญ ออกเสร็จอยู่กันอีก ๔ เดือน เรามีเวลาอย่างน้อย ๖ เดือนครับ เพราะฉะนั้นทำงาน ที่มีคุณภาพ อย่าทำงานเพื่อหวังรูปแบบแล้วก็บอกว่าทำเสร็จแล้วโดยไม่ได้อะไรเลย ผมเสนอให้มีการรายงานของแต่ละคณะในวันจันทร์และวันอังคารหน้าครับ เพื่อเป่ด การอภิปรายอย่างกว้างขวางครับ
ขอขอบพระคุณข้อเสนอที่มีคุณค่ามหาศาลต่อผม ที่ท่านวิทยากรุณาพูดมาว่าทุก ๆ ด้าน ก็ไม่ใช่เฉพาะผูกขาดด้านการเมืองนะครับ ก็มีภารกิจอื่น ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนการปฏิรูป ให้มันเปึ้นรูปธรรมขึ้นมาได้ โดยเฉพาะฝ์ายการเมืองเวลามีรายงานผ่านสภา สปท. ไปแล้วนี่ มิได้ส่งนายกรัฐมนตรีแต่ผู้เดียวนะครับ ส่งหลายด้าน ท่านเสรีคงจำได้ ๔ ด้าน ๕ ด้านด้วยกัน แม้กระทั่งให้พรรคการเมืองด้วย คือเรามีหน้าที่ส่งรายงานไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องถ้าจำเปึน เช่นเดียวกันเรามีหน้าที่ล็อบบี (Lobby) ผมใช้คำว่า ล็อบบี (Lobby) เลยทีเดียว ประกบติดหน่วยงานที่เราส่งรายงานไปให้ ให้ทําตามที่เราเสนอไปนะ เจรจาต่อรองโน้มน้าวจิตใจ ทําทุกวิถีทาง ใช้กําลังภายในที่มีอยู่ ใช้ฝ้มือของท่านที่มีมาทั้งชีวิตให้มันเปึนไปตามที่ท่านเสนอไป ส่วนถ้ามันไม่ออกมาตามนั้น หลังจากที่เราใช้ความพยายามสูงสุดแล้วก็ไม่เปึนไร แต่ถ้ามันสำเร็จเราก็จะต้องดีใจ อันนั้นผมเห็นด้วย เพราะฉะนั้นที่ฝ์ายการเมืองเสนอมา ท่านเห็นไหมสภา สปท. เราเห็นด้วยหมด เพราะฉะนั้นท่านไม่จําเปึนต้องพูดอีก ถูกไหม ท่านเสนอไปแล้ว หลาย ๆ เรื่อง ท่านเสนอผ่านไปแล้ว ท่านไปจัดการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ออกมา ตามที่ท่านเสนอไปนี่ละประเสริฐสุดแล้ว นั่นละตรงเปัาหมายแล้ว ทําให้เต็มที่เลย ถูกต้อง ไม่ต้องมาอภิปรายกันอีกว่าอย่างนั้นอย่างนี้อีกต่อไป เพราะฉะนั้นก็ยังเหลือ อีกท่านเดียว ท่านจุมพล สุขมั่น เมื่อสักครู่ถอนไปขอพูด ทีนี้ก่อนที่ท่านจุมพลจะพูด ผมขออนุญาตขอฉันท่านุมัติจากที่ประชุมเลย ผมจะทำตามข้อเสนอแนะของท่านวิทยา แก้วภราดัย กล่าวคือ ให้ที่ประชุมแยกย้ายไปปรึกษาหารือกันในคณะกรรมาธิการแต่ละด้าน แล้วก็จบเพียงแค่นั้น แล้วก็วันจันทร์กลับมารายงานพวกเรา แล้วก็ตามที่ท่านวิทยาเสนอ คือส่วนใหญ่มันก็จะเปึ้นรายงานเพื่อทราบมากกว่า เพราะว่าแต่ละด้านผมต้องเคารพ การแบ่งงานกันทำ เคารพสเปเชียลไลเซชัน ออฟ ฟังก์ชัน (Specialization of Function) ของแต่ละด้าน ไม่อย่างนั้นเราจะมอบหมายเข้าไปทําไมนะครับ ผมขอฉันท่านุมัติอย่างนั้นว่า หลังจากท่านจุมพล สุขมั่น อภิปรายแล้วผมจะขอให้ที่ประชุมแยกย้ายไปหารือกันแล้วก็วันนี้ ก็ยุติกันเพียงแค่นั้น เรามาประชุมกันใหม่วันจันทร์ในเรื่องนี้ ขอฉันท่านุมัติอย่างนั้นนะครับ ขอเรียนเชิญท่านจุมพล สุขมั่น
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม จุมพล สุขมั่น สมาชิก ลำดับที่ ๒๙ ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน ผมขออนุญาตรบกวนเวลาสักเล็กน้อยนะครับ ในเอกสารรายงานและแผนการปฏิรูปประเทศที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศฉบับนี้นะครับ ผมเห็นว่าเปึ้นรายงานที่ดี มีสรุปได้ทั้งภาพรายงานที่ได้ทำ ไปแล้ว แล้วก็ยังได้เห็นรายงานที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่เพื่อความสมบูรณ์นะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนนิดหนึ่งครับ ในฐานะของเลขานุการคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมครับ จากรายงานฉบับนี้นะครับ ในข้อ ๒.๓ ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม มีรายงานที่ผ่านความเห็นชอบจากสภา ไปแล้ว จำนวน ๔ เรื่อง ผมขออนุญาตกราบเรียนครับว่า เท่าที่ผมจำได้นะครับ จะมีรายงาน ฉบับแรก ๆ ที่เปึ้นผลงานของคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนด้านกิจการตำรวจที่ได้ทำไว้ เปึ้นฉบับแรก ๆ เลย และเปึนผลงานแรกและปัจจุบันนี้ใน สตช. ก็ได้มีการขับเคลื่อน กันไปแล้ว นั่นก็คือรายงานเรื่องระบบงานบริการประชาชนในการรับแจ้งความและสอบสวน ซึ่งรายงานฉบับนี้ได้ผ่านการลงมติจากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไปแล้ว เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๙ นะครับ เพื่อความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่า ถ้าอย่างนี้แล้วจำนวนเรื่องของด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ควรจะมีการปรับปรุงเปึนจำนวน ๕ เรื่อง ได้โปรดพิจารณาด้วยครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
๕ เรื่องถูกต้องนะครับ ก็มีอีก ๒ ท่านนะครับ คือท่านชูชัย ศุภวงศ์ และต่อมาท่าน พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครื่องาม ตามลำดับนะครับ เรียนเชิญท่านชูชัย
กราบเรียนท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ ผม ชูชัย ศุภวงศ์ จริง ๆ แล้วไม่ได้ตั้งใจจะลุกขึ้นพูดครับ เพราะเกรงว่าจะเสียเวลาที่สภา แต่ว่าอยากจะสนับสนุนท่านวิทยานะครับ ซึ่งได้เสนอเปึนระบบแล้วก็มีความชัดเจน แต่ว่าท่านประธานได้สรุปไปแล้วว่าให้ดำเนินตามนั้น ก็ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ขอเรียนเชิญ พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม
ขอบคุณท่านประธานครับ เฉลิมชัย เครื่องาม หมายเลขที่ ๓๑ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับทุกท่านที่เสนอความเห็น และท่านประธานได้ขอฉันท่านุมัติไป แต่ว่าผมยกมือในขณะที่ท่านประธานกำลัง ขอฉันท่านุมัติ เพราะเกรงว่าถ้าผ่านไปแล้วมาขอปรับแก้ภายหลังแล้วอาจจะมีปัญหา ผมเรียนเสนอว่าอย่างนี้ครับ คือการที่จะให้แยกย้ายกันไปสัมมนาแล้วก็กลับเข้ามาในห้องนี้ บ่ายโมง ผมดูแล้วในทางความเปึนจริงมันเปึนไปได้ค่อนข้างยาก มันตึงเกินไป ในขณะเดียวกันการที่จะให้ไปหารือกันและนำมาพูดกันใหม่อีกรอบหนึ่งในวันจันทร์ มันก็หลวมเกินไป คือ ๒ อย่างมันตึงไปและมันหลวมไป ที่ผมเรียนอย่างนี้ก็เพราะว่า เรื่องที่กรรมาธิการแต่ละคณะจะไปหารือกันนั้น ผมคิดว่าใช้เวลา ๑ ชั่วโมง ๒ ชั่วโมง หรือ ๒ ชั่วโมงเศษ ๆ ประมาณนั้นน่าจะลงตัว มันมี ๒ แนวทางที่เราจะสามารถหารือกันได้คือ เรื่องที่กรรมาธิการทุกคณะจะทำงานร่วมกันเพื่อตอบสนองต่องานของแม่น้ำ ๕ สาย ในอนาคตเมื่อรัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับแล้ว เพราะฉะนั้นงานที่จะทำร่วมกันเราสามารถ ที่จะมาหารือกันได้ไม่จำเปึนต้องเปึนวันจันทร์ เราแยก ๒ เรื่องนี้ออกจากกัน คือเรื่องที่จะ ทำงานร่วมกันขอให้เปึนวันนี้ ซึ่งไม่ใช่บ่ายโมง ก็อาจจะเปึนประมาณบ่ายสองครึ่งหรือ บ่ายสามโดยประมาณ หารือกันประมาณ ๒ ชั่วโมงเศษ ผมว่าน่าจะลงตัว ส่วนวันจันทร์นั้น คือการรายงานของกรรมาธิการแต่ละคณะใน ๑ ถึง ๓ เรื่องที่ท่านประธานมอบหมาย ให้ไปหารือกันว่ามีเรื่องไหนที่เปึนไฮไลต์ (Highlight) เปึน ๑ ดาว ๒ ดาว ๓ ดาว อย่างนั้น ผมว่าน่าจะเหมาะสมกว่า คือไม่ตึงเกินไปแล้วก็ไม่หย่อนเกินไป เพื่อเปึนการแยกออกจากกัน ว่าวันนี้เดี๋ยวเราจะกลับมาหารือกันเรื่องที่เราจะทํางานร่วมกัน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องปราบทุจริต คอร์รัปชันหรือเรื่องอะไรก็แล้ว แต่อาจจะเปึนประมาณบ่ายสองครึ่งหรือบ่ายสาม โดยประมาณ แล้ววันจันทร์ก็มาเริ่มนับหนึ่งเลยว่างานของแต่ละกรรมาธิการที่จะพรีเซ็นต์ (Present) ที่จะนำเสนอให้เปึนงานขับเคลื่อนของแต่ละคณะ ๑ เรื่อง ๒ เรื่อง ๓ เรื่อง ผมว่า แบบนั้นมันจะเปึนกลาง ๆ แล้วก็เปึ้นทางออกที่น่าจะดี ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณสำหรับข้อเสนอแนะดังกล่าว ผมเรียนให้ทราบแล้วว่า ทุกเรื่องของกรรมาธิการ แต่ละด้านก็ผ่านความเห็นชอบของที่ประชุมสภา สปท. ไปหมดแล้ว อย่างเช่นกรณี ของการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรรมาธิการวิสามัญ ด้านนี้ ๑. คือการจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ๒. เรื่องคอนฟิลิกต์ ออฟ อินเทอเรสต์ (Conflict of Interest) ๓. เรื่องการติดตามทรัพย์สินของแผ่นดินคืน จากถูกโกง ๔ ๕ อะไรก็ว่าไป อันนี้มันก็ผ่าน มันไม่มีอํานาจ มันไม่มีเรื่องที่จะต้องมา อภิปรายอีก ผมอยากจะขอให้กรรมาธิการไปตัดสินใจกันเสียว่า จากนี้ไปตัวเองจะขับเคลื่อน ให้งานที่ตัวเสนอไปสำเร็จอย่างไร เปึนรูปธรรมให้เปึนกฎหมายออกมา ขอให้เปึ้นกฎหมาย ออกมาก่อน นี่หน้าที่ของ สปท. เรามีแค่นี้ เรื่องการบังคับใช้ไม่ต้องพูด นั่นอีกขั้นตอนหนึ่ง นั่นงานยักษ์มาก คือการบริหารราชการแผ่นดินตามขั้นตอนต่าง ๆ เลยทีเดียวแหละ เพียงแค่นี้ถ้าหากว่างานที่ท่านเสนอไปไม่เข้าสู่การพิจารณาของ สนช. วาระที่ ๑ ๒ ๓ โดยเฉพาะวาระที่ ๓ ถ้าไม่จบก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะหมดวาระแล้วก็ทุกอย่างพับหมดแค่นี้ เพราะฉะนั้นท่านขอให้นึกถึงความสําเร็จของงานเปึ้นที่ตั้ง เพราะฉะนั้นเราไม่อภิปราย กันอีกแล้วนะครับ เพียงแต่ว่ามาบอกให้ที่ประชุมทราบเท่านั้นว่าจะทำอย่างไร ให้ที่ประชุมใหญ่ รับทราบแค่นั้น ส่วนที่ว่าเราจะทํางานร่วมต่อไปอย่างไรในฐานะเปึนงานร่วมของ ๒๐๐ คน จริง ๆ มันก็สามารถจะพูดต่อได้อีก แต่ว่าหลักจริง ๆ นั้นขอให้แต่ละด้านไปตั้งหลักได้แล้ว เวลาที่เหลืออยู่เราจะทํางานให้สําเร็จอย่างไร สักเรื่องหนึ่งก็ยังดี ๒ เรื่องก็ดีมาก ๓ เรื่อง ดีที่สุด เอาแค่นี้ก็แล้วกัน ผมขอยืนยันว่าวาระการประชุมท่านแยกย้ายไปวันนี้ ท่านอภิปรายไปปรึกษาหารือกัน ก็หมดภาระของท่าน ขอนัดประชุมวันจันทร์นะครับ ตามวาระที่ท่านวิทยาได้กรุณาเสนอ นะครับ ขอบพระคุณ ก็ขอป่ดการประชุม ขอให้แยกย้ายไปได้ตามที่กำหนด