อลงกรณ์ แจงความคืบหน้าปฏิรูปประเทศ 89 ด้าน เน้นทีมเวิร์กขับเคลื่อนต่อเนื่อง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๑ · ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๙

อลงกรณ์ พลบุตร รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานของ สปท. ในการจัดทำแผนและกฎหมายปฏิรูป 89 เรื่อง พร้อมเสนอแนวทางขับเคลื่อนงานในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยเน้นกลไกการประสานงานร่วมกันระหว่าง สปท. รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทีมเวิร์ก เพื่อให้การปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ ทั้งการเมือง กฎหมาย ยุติธรรม การศึกษา เศรษฐกิจ พลังงาน สื่อสารมวลชน สังคม กีฬา วัฒนธรรม และการป้องกันการทุจริตเกิดผลเป็นรูปธรรมตามกรอบรัฐธรรมนูญ และผลักดันกฎหมายสำคัญเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ท่านสมาชิก การดำเนินงานของ สปท. ในโรดแมป (Road map) ที่เหลืออยู่ ๔ บวก ๔ มีความจำเปึน ที่จะต้องมีการทบทวนแล้วกำหนดก้าวเดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบรรลุซึ่งภารกิจ ๓๗ วาระ ปฏิรูปใน ๑๑ ด้าน ขณะนี้ความคืบหน้าของการดำเนินงานของ สปท. นั้น กล่าวโดยสรุป ดังนี้ครับ

ประการแรก สปท. ได้ดำเนินงานในการจัดทำแผนและกฎหมายปฏิรูป จำนวนทั้งหมด ๘๙ เรื่องด้วยกัน โดยแยกออกเปึนเรื่องที่ผ่านความเห็นชอบโดยมติ ของ สปท. จำนวน ๗๓ เรื่อง เรื่องที่ประธานเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรีเปึนการสานต่อจาก ทาง สปท. เปึ้นเรื่องเร่งด่วนและนายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบแล้ว ๕ เรื่อง เรื่องที่ท่านประธาน ได้เสนอในภารกิจที่สานต่อ สปท. โดยที่ส่วนราชการนั้นได้เห็นชอบเปึ้นส่วนใหญ่ในข้อเสนอ ของแผนปฏิรูปจำนวน ๙ เรื่อง และที่ท่านประธานได้เสนอรายงาน สปท. เปึ้นเรื่องเร่งด่วน ต่อท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งได้เห็นชอบแล้วจำนวน ๒ เรื่อง รวมทั้งหมด ๘๙ เรื่อง ในระยะเวลา ประมาณ ๑๐ เดือนที่ผ่านมา ในจำนวนเรื่องดังกล่าวนั้นเปึ้นเรื่องที่ได้ส่งคณะรัฐมนตรีไปแล้ว กล่าวคือโดยผ่านท่านนายกรัฐมนตรีจำนวน ๘๓ เรื่อง และยังคงเหลืออีก ๖ เรื่องก็คือ เรื่องที่ผ่านความเห็นชอบของ สปท. แล้ว รอจัดทำรายงานเพื่อส่งอย่างเปึ้นทางการ ในขณะเดียวกันในการดําเนินการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้น นอกจากตัวเลขรวม ของเรื่องอันเปึนรายงานและร่างกฎหมายที่จำเปึนต่อการปฏิรูปประเทศภายใต้ภารกิจ ของ สปท. ยังมีภารกิจในเรื่องของการประสานงานซึ่งกรรมาธิการและกลไกของ สปท. ได้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนผลักดัน ขณะนี้เปึ้นช่วงเปลี่ยนผ่านในระยะที่เหลืออยู่ ก็ขอรายงานสั้น ๆ เพื่อให้ท่านสมาชิกได้รับทราบว่าจะมีการเพิ่มเติมปรับปรุงเปลี่ยนแปลง อย่างไรในการทำงานที่เหลืออยู่นะครับ ในเบื้องต้นนั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญ กิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศซึ่งมีท่านประธาน สปท. เปึนประธานนั้นจะเปึน หัวใจสําคัญของการทํางานแทน สปท. นะครับ

ประการที่ ๒ ก็คือในการประสานงานกิจการภายนอก ก็คือคณะกรรมการ ประสานงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕ ซึ่งมีสมาชิก สปท. ๗ ท่านเปึนกรรมการ ในส่วนนี้จะทำหน้าที่ในการประสานการขับเคลื่อนทั้งก่อนและหลัง การผลิตแผนนะครับ หรือความเห็นชอบในแผนทั้งในระดับชั้นของ สปท. หรือในระดับชั้น ของ ครม. ในส่วนนี้จะต้องประสานกับใครบ้าง

๑. ก็คือคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ์ายที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง โดยประกอบไปด้วยคณะรัฐมนตรี สนช. และ สปท. นะครับ ประชุมกัน ทุกเช้าวันพุธที่ทำเนียบรัฐบาล

๒. ก็คือคณะกรรมการประสานงานระหว่าง สนช. และ สปท. โดยคำสั่ง แต่งตั้งของประธานรัฐสภานะครับ ซึ่งก็ประชุมกันในบ่ายวันพุธ

๓. ก็คือคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ๖ คณะที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งขึ้นเปึนกลไกขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในด้านของ ฝ์ายบริหารนะครับ ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธานทุกคณะเอง มีรองนายกรัฐมนตรี แต่ละกลุ่มงานเปึ้นรองประธาน และล่าสุดก็คือกรรมการ หรือคณะกรรมการประสานงาน ระดับกระทรวง ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการในคณะรัฐมนตรีให้แต่ละกระทรวงนั้นได้ตั้งผู้ประสานงาน การปฏิรูปที่เรียกกันขณะนี้เราก็ตั้งชื่อกันว่ามิสเตอร์รีฟอร์ม (Mr. Reform) นะครับ ให้ทุกกระทรวงได้มีมิสเตอร์รีฟอร์ม (Mr. Reform) และหรือในรูปคณะกรรมการ เพื่อที่จะรับผิดชอบในเรื่องการปฏิรูปเปึนการเฉพาะ และต้องรายงานตรงต่อท่าน นายกรัฐมนตรีภายใน ๑๕ วัน ซึ่งขณะนี้บางกระทรวงก็ได้เริ่มขับเคลื่อนประสาน กับทาง สปท. แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้น ก็จะเริ่มต้นตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยการประสานงานและทำงานร่วมกันแบบ ที่มเวิร์ก (Teamwork) อย่างที่ท่านประธานได้เรียนก็คือแม่น้ำ ๕ สาย และภาคประชาชน เครือข่ายภาคีทุกส่วนที่จะทําให้การปฏิรูปนั้นเปึ้นรูปธรรมแล้วก็ปรากฏผลเปึ้นจริงภายใต้ ระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามภารกิจของเราในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ สำหรับรายงานและ แผนการปฏิรูปประเทศที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการประสานงานร่วม ๓ ฝ์าย ตัวอย่างที่อยากจะสรุปเบื้องต้น เช่น

ด้านการเมืองจํานวนทั้งหมด ๓ เรื่องด้วยกัน ที่สําคัญก็เช่นการปฏิรูประบบ การเลือกตั้ง การปฏิรูประบบพรรคการเมืองและการปฏิรูปวัฒนธรรมทางการเมือง ซึ่งเปึน วาระปฏิรูปของ สปช. ที่ส่งผ่านมาอยู่ใน ๓๗ วาระนะครับ

ด้านการบริหารราชการแผ่นดินผ่านความเห็นชอบไปแล้ว ๗ เรื่องด้วยกัน ตัวอย่างที่สำคัญเช่น เรื่องกฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ ร่างพระราชบัญญัติ ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. .... เปึนต้น หรือว่าการปฏิรูปในส่วนขององค์การมหาชน และร่างพระราชบัญญัติองค์การมหาชน เปึนต้นนะครับ

นอกจากนั้นก็คือด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมครับ ซึ่งในด้านนี้ จะร่วมการปฏิรูปกิจการตํารวจอยู่ในนี้ด้วยนะครับ ก็มีเรื่องที่สําคัญ ๆ ก็คือเรื่องการปฏิรูป กิจการตำรวจครับ การปฏิรูปในส่วนของต้นน้ำของกระบวนการยุติธรรม

ด้านการปกครองท้องถิ่นได้ผ่านความเห็นชอบจำนวน ๖ เรื่องนะครับ ก็เปึนกฎหมายเกี่ยวข้องกับปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น การมีส่วนร่วมของประชาชน การเอ็มเพาเวอร์ (Empower) ประชาชนในส่วนนี้นะครับ การบริหารงานบุคคล เปึนต้น

ด้านการศึกษาเห็นชอบไปแล้ว ๑๐ เรื่องด้วยกันนะครับ เหลืออีกเพียง แผนเดียวก็คือแผนปฏิรูปอุดมศึกษา ซึ่งท่านประธานก็ให้ความสําคัญมากในเรื่องนี้นะครับ

ต่อไปเปึ้นด้านเศรษฐกิจนะครับ ได้มีการผ่านความเห็นชอบไปคืบหน้ามาก ทีเดียวนะครับ ไม่แพ้ในส่วนของการปฏิรูปด้านการศึกษาก็คือ ๙ เรื่อง ที่สําคัญ ๆ ก็คือ ในเรื่องของโมเดล (Model) เศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่าเศรษฐกิจกระแสใหม่นะครับ ทั้ง ๔ ด้าน คือด้านของโซเชียลอีโคโนมี (Social Economy) ด้านดิจิทัลอีโคโนมี (Digital Economy) ด้านครีเอทีฟอีโคโนมี (Creative Economy) แล้วก็ด้านไบโอเบสอีโคโนมี (Bio based Economy) นะครับ ซึ่งตอนนี้ทางรัฐบาลก็เดินหน้าเปึ้นรูปธรรมไปมากแล้วถึงขั้น ออกมาตรการส่งเสริมการลงทุน มีการลงทุนไตรมาสแรกที่ผ่านมาเริ่มไปสู่ทิศทางใหม่ ของเศรษฐกิจกระแส้ใหม่ก็เปึนผลจากการที่เราทำงานต่อเนื่องจาก สปช. มา สปท. และทำงานเปึ้นที่มเวิร์ก (Teamwork) นะครับไม่ใช่อยู่แค่แผ่นกระดาษ

ด้านพลังงานครับเปึ้นด้านที่ ๗ นั้นก็ผ่านไปแล้ว ๓ เรื่อง เช่น เรื่องของบีอีซี (BEC) อันนี้ก็เปึนการปฏิรูปแบบเชิงปฏิวัติระบบอนุรักษ์พลังงานของประเทศเลยนะครับ เรื่องของระบบเอสโก (ESCO) อันนี้ก็เช่นกันเปึนการปฏิรูปครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งทีเดียวในเรื่อง ของการอนุรักษ์พลังงานในรูปของภาครัฐนะครับ แล้วก็เรื่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมนะครับ ด้านที่ ๘ ของเรานั้นก็ผ่าน ความเห็นชอบไปอย่างน้อย ๑๐ เรื่องครับ ตั้งแต่ระดับการออกกฎหมาย การแก้กฎหมาย ไปถึงการตั้งกลไกระดับชาติที่เรียกว่ากรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติขึ้นมาใหม่และอื่น ๆ ก็ถือว่ามีความคืบหน้ามากและผ่านความเห็นชอบอยู่ในลำดับต้นทีเดียวถึง ๑๐ แผน

ด้านการสื่อสารมวลชนครับ เปึ้นด้านที่ ๙ ก็ได้ผ่านความเห็นชอบไป ๔ เรื่อง ด้วยกันที่สำคัญ ๆ และตอนนี้ก็เปึนร่างกฎหมายอยู่ในชั้นของ สนช. ก็คือตัวร่าง พระราชบัญญัติองค์การจัดสรรคลื่นความถี่ เปึนต้น

ด้านสังคมได้ผ่านความเห็นชอบไป ๖ เรื่องด้วยกัน ก็มีความคืบหน้ามาก ทีเดียวในฝ์ายนี้

ด้านถัดมาก็คือด้านกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม การศาสนา คุณธรรมและ จริยธรรม จำนวน ๔ เรื่องด้วยกัน ที่เดินหน้าไปมากทีเดียวก็คือเรื่องกรรมการนโยบาย การกีฬาแห่งชาติและเรื่องมหาวิทยาลัยการกีฬา

ส่วนด้าน ๑๑ บวก ๑ ของเราคือด้านปัองกันปราบปรามการทุจริตและ ประพฤติมิชอบจำนวน ๓ เรื่องด้วยกันครับ ก็เช่นเรื่องข้อเสนอแนะร่างพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ เพื่อมาทดแทนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ แล้วก็เรื่องพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ซึ่งถือว่าตรงนี้จะทำให้ เปึ้นสังคมเป่ด เกิดการปฏิรูปราชการที่เปึนประโยชน์ต่อประชาชนทั้งในความโปร่งใส ที่เรียกว่าทรานส์พาเรนซี แอนด์ แอกเคาน์ทะบิลิตี (Transparency and Accountability) ต่อไปนะครับ

ทั้งหมดนั้นก็เปึ้นเรื่องความคืบหน้าในส่วนของคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ์าย ซึ่งถือว่าเปึนการออกแบบกลไกที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ปรับปรุงตลอดจากช่วง ของ สปช. มาสู่ช่วงของ สปท. การส่งไม้ต่อ ตรงนี้เปึนการขับเคลื่อนให้เปึ้นรูปธรรม ไม่ใช่เฉพาะผลิตแผนหรือกฎหมายเท่านั้น ดังนั้นท่านนายกรัฐมนตรีจึงได้สร้างกลไก เพิ่มเติมขณะนี้เปึน ๓ กลไกนะครับ ๑. ก็คือคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ์าย ๒. คือคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ๖ คณะ และล่าสุด ก็คือมิสเตอร์รีฟอร์ม (Mr. Reform) ประจำกระทรวง โดยที่ในส่วนนี้ผมเรียนท่านสมาชิก เพิ่มเติมเล็กน้อยก็คือว่า ในกระบวนการทำงานของคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ์ายนั้น ล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วนี้เองครับ ได้มีการปรับปรุงเพื่อให้การส่งต่อแผนปฏิรูป หรือกฎหมายปฏิรูปที่ผ่านความเห็นชอบของ สปท. ไปยังคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ์ายนี้ให้เดินหน้าเปึ้นรูปธรรมเร็วขึ้น แต่เดิมนั้น ๓ ฝ์ายเมื่อมีมติเห็นชอบแล้วก็จะต้อง นำข้อสังเกตความเห็นของทุกส่วนราชการ หรือหน่วยงานหลักกลางของราชการที่ไปให้ ความเห็นในคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ์ายแล้วจะส่งท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็จะส่งไปที่คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการ แผ่นดิน ๖ คณะ แต่ว่าหลังสุดนั้นได้เพิ่มอีกช่องทางหนึ่งเปึ้นฟ้าสต์แทร็ก (Fast Track) ก็คือเมื่อ ๓ ฝ์ายเห็นชอบแล้วก็จะส่งไปที่กระทรวง อะไรที่ทำได้และผ่านความเห็นชอบ ในระดับนโยบายแล้วนี่เดินหน้าเลย โดยที่มีมิสเตอร์รีฟอร์ม (Mr. Reform) หรือกรรมการ รีฟอร์ม (Reform) ในระดับกระทรวงจะต้องรายงานท่านนายกรัฐมนตรีทุก ๑๕ วัน โดยที่ท่านรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงแล้วก็ภายใต้รองนายกรัฐมนตรีที่คุมงานนั้นก็กำกับครับ เพราะฉะนั้นเมื่อมีการปรับกระบวนการตรงนี้ ในส่วนคณะกรรมการประสานงาน การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่ท่านประธานแต่งตั้งผมเปึนประธาน ท่านรองประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง เปึ้นรองประธาน และกรรมการอื่นทั้งหมด ๗ คน ก็ทำหน้าที่เพิ่มเติมก็คือว่า ในการประสานระหว่างคณะกรรมาธิการของเราทุกคณะ รวมทั้งกรรมการชุดพิเศษที่แต่งตั้งขึ้นแบบครอสคัตติง (Cross Cutting) ก็จะเดินสายไปพบ กับท่านรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงนะครับ เพื่อที่จะได้ทำงานร่วมกันปรึกษาร่วมกัน อันนี้ก็เปึน อีกภารกิจเพิ่มเพื่อที่จะได้ทำงานใกล้ชิดเพิ่มขึ้น ทั้งเรื่องที่ต้องการทราบท่าที่จุดยืนนโยบาย ในระหว่างการจัดทำแผน หรือร่างกฎหมายกับ ๒. คือเมื่อผ่านความเห็นชอบของ ๓ ฝ์ายแล้ว ไปถึงเรื่องของการขับเคลื่อนก็จะดำเนินการในการที่จะให้ท่านประธานและกรรมาธิการ แต่ละท่านได้ไปประชุมหารือกับคณะกรรมการรีฟอร์ม (Reform) หรือมิสเตอร์รีฟอร์ม (Mr. Reform) นะครับ ภายใต้การทำงานร่วมกันกับท่านรัฐมนตรีและท่านรองนายกรัฐมนตรี ในกลุ่มงานนั้น ๆ อันนี้เปึนกลไกใหม่นะครับ เปึนกระบวนการใหม่ ๆ ที่อยากจะเรียนเพิ่มเติม ทั้งหมดก็เปึนเรื่องการสรุปความคืบหน้า ส่วนเอกสารอาจมีปรับปรุงเล็กน้อยนะครับ เพราะว่าตัวมันเล็กมาก เขาเอาเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ไปทำ แล้วก็การจัดกลุ่มของ รายงานนี้อาจจะมีคร่อมกันเล็กน้อย เช่น เรื่องบริหารราชการแผ่นดิน หรือกฎหมาย หรือท้องถิ่น บางทีกลุ่มงานทางด้านของทำเนียบโดยสำนักเลขาก็จะจัดอยู่อีกกลุ่มหนึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราจะเอาของเราเปึนพื้นฐาน เพราะฉะนั้นผมจะปรับบางข้อให้มาอยู่ตรงกับ กรรมาธิการนะครับ แต่ยอดรวมทั้งหมดก็อย่างที่ได้เรียนให้ทราบนะครับว่า เราได้มีการ ขับเคลื่อนไปเกินเปัาหมายตามโรดแมป (Road map) ที่วางไว้พอสมควรนะครับ ขอบคุณครับ