ทินพันธุ์ นาคะตะ แจ้งความคืบหน้าการส่งรายงานการปฏิรูปกิจการตำรวจให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ พร้อมทั้งรายงานผลการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเสนอวาระใหม่ในการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนแผนและกฎหมายการปฏิรูปประเทศ โดยหารือแนวทางการเดินหน้าการปฏิรูปภายหลังผลประชามติรับรองรัฐธรรมนูญ เน้นย้ำความสำเร็จที่จับต้องได้ การสานต่องานที่ทำไว้ การร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และการไม่ยึดติดกับผู้เริ่มโครงการ พร้อมชี้แจงความคืบหน้าของ สปท. ที่แบ่งการทำงานเป็นสองช่วง กำหนดให้รองประธานแถลงผลการปฏิรูป และให้คณะกรรมาธิการร่วมกันจัดทำแผนปฏิรูปประเทศและเร่งรัดร่างกฎหมายสำคัญ เพื่อนำเสนอภาพรวมต่อที่ประชุมภายในกรอบเวลาที่กำหนด
ขอบคุณครับ จากนี้ไปผมก็ขอดำเนินการประชุมต่อนะครับ
ระเบียบวาระต่อไป เรื่องที่จะแจ้งต่อที่ประชุมรับทราบ คือเรื่องที่ สปช. ได้มีมติให้ส่งรายงาน เรื่อง การจัดทำแผนปฏิรูปกิจการตำรวจไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการแล้วนั้น
บัดนี้คณะรัฐมนตรีรับทราบผลการดำเนินการเกี่ยวกับข้อเสนอแนะ เพื่อการปฏิรูปดังกล่าวนะครับ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยได้ส่งรายงาน ผลการพิจารณาให้คณะกรรมการประสานงาน ๓ ฝ์ายแล้ว ซึ่งรวมทั้ง สปท. ด้วยนะครับ จึงเรียนที่ประชุมสภา สปท. เพื่อทราบ ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่จัดเอกสารวางไว้ที่นั่งของท่าน สมาชิกทุกท่านแล้วนะครับ
เรื่องต่อไปอีก ๒ เรื่อง เรื่องแรกคือรับทราบผลการประชุมคณะกรรมการ รวม ๓ ฝ์าย รวมทั้งผลการประชุมของกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ ก็ได้แจกเอกสารไว้ ณ ที่นั่งของท่านสมาชิกทุกท่านแล้ว ก็เรียนเพื่อทราบ เรื่องแจ้ง เพื่อทราบก็มีแค่นั้นนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม
รับรองรายงานการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
ครั้งที่ ๒๑/๒๕๕๙ วันอังคารที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙ และ
ครั้งที่ ๒๒/๒๕๕๙ วันอังคารที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๙
ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๙ บริเวณห้องรับรองสมาชิก ชั้น ๑ อาคารรัฐสภา ๑ และหอสมุดรัฐสภา ก่อนที่จะเสนอ ให้ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศรับรองนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
เมื่อไม่มีผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุม ๒ ครั้งดังกล่าว นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องค้างพิจารณา ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ คือเรื่องการประชุมเชิงปฏิบัติการ ขับเคลื่อนแผนและกฎหมายเพื่อการปฏิรูปประเทศ
ตามที่ได้มีการออกเสียงประชามติ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๙ และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศรับรองผลการออกเสียงประชามติเห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับและคำถามพ่วง เมื่อวันพุธที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๙ แล้วนั้น สืบเนื่องจาก ผลการออกเสียงดังกล่าวในคราวประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ครั้งที่ ๓๓ วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๙ ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนแผนและกฎหมาย เพื่อการปฏิรูปประเทศ เพื่อสรุปการทํางาน รวมทั้งปรับแผนการทํางานของสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศในระยะเวลาที่เหลืออยู่ เพื่อระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่สําคัญ ของสมาชิกและคณะกรรมาธิการแต่ละด้านนะครับ ผมเองก็มีข้อคิดเห็นเปึนการส่วนตัว ในการทํางานของ สปท. ในเวลาที่เหลืออยู่ดังนี้ ประมาณ ๕ ข้อด้วยกันสั้น ๆ
ประการแรก อยากให้เน้นความสําเร็จของการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เรื่องสำคัญที่สุดสัก ๑ ถึง ๓ เรื่องในแต่ละด้านที่พวกเราได้กาดาวกันไว้
ประการที่ ๒ ตามมาตรา ๓๙/๒ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) สปท. จะต้องสานต่องานของ สปช. ๓๗ วาระ ๗๖ เรื่อง จนสำเร็จ เปึ้นรูปธรรม
ประการที่ ๓ ความสําเร็จเปึ้นรูปธรรมของการปฏิรูปแต่ละเรื่อง มันก็จะ ออกมาในรูปของการมีพระราชบัญญัติ การมีมาตรา ๔๔ การมีระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี การมีกฎกระทรวง การมีคำสั่งของหน่วยราชการหรือเรื่องอื่น ๆ เกี่ยวกับเรื่องนั้นชัดเจน ความสำเร็จเปึ้นรูปธรรมต้องออกมาในรูปนั้นนะครับ
ประการที่ ๔ ความเห็นชอบร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเปึนสิ่งที่ สำคัญที่สุด ทั้งนี้ โดยการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ทั้งที่เปึ้นทางการและไม่เปึ้นทางการ หรือส่วนตัว อย่างหลังนี้สําคัญมากที่สุดสําหรับคนไทยนะครับ เพราะฉะนั้นยกตัวอย่างเช่น กรณีของการจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบนั้น จะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๙ เปึนต้นไป อันนี้ถือว่าเปึ้นรูปธรรม เปึ้นตัวอย่างนะครับ
ประการที่ ๕ ไม่ควรติดยึดว่าใครริเริ่มก่อนหลัง หากมีเปัาหมายให้มีการปฏิรูป ร่วมกันได้สิ่งนั้นก็คือวัตถุประสงค์ของ สปท.
ผมฝากข้อคิดไว้ ๕ เรื่องเพียงแค่นี้นะครับ ในการนี้เพื่อให้ท่านสมาชิก รับทราบความคืบหน้าของการดำเนินงานของ สปท. ผมจะให้รองประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง ท่านอลงกรณ์ พลบุตร แถลงความคืบหน้าการดำเนินงาน ที่ผ่านมาของคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ์าย จากนั้นผมจะให้รองประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง ท่านวลัยรัตน์ ศรีอรุณ แถลงความคืบหน้า ผลการดำเนินงานของ สปท. ตามลำดับ เมื่อรองประธานทั้ง ๒ ท่านแถลงความคืบหน้า ดังกล่าวจบแล้ว ผมจะขอพักการประชุม เพื่อให้คณะกรรมาธิการแต่ละด้านไปหารือ เพื่อกำหนดแผนปฏิรูปที่สำคัญ โดยการทำงานของ สปท. จะแบ่งเปึน ๒ ช่วง คือช่วงแรก นับจากวันนี้ไปจนถึงวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ซึ่งคาดว่าประมาณเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๙ ช่วงที่ ๒ นับจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๙ ไปอีก ๑๒๐ วัน ที่จะต้องมีแผนการดำเนินการของร่างพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอน การปฏิรูปประเทศ เราก็ยังมีเวลาอยู่ในช่วงนั้นอยู่ที่จะปฏิรูปและขับเคลื่อนการปฏิรูป ให้สำเร็จเปึ้นรูปธรรมได้ จึงขอให้คณะกรรมาธิการแต่ละด้านไปหารือเพื่อที่จะเร่งรัด ขับเคลื่อนการปฏิรูปให้สําเร็จ และขับเคลื่อนร่างกฎหมายที่สําคัญที่จะเร่งดําเนินการ จัดทําออกมาให้ทันตามแผนการทํางานที่ สปท. ได้กําหนดไว้ โดยในการนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ จัดเตรียมสถานที่ไว้ตามเอกสารที่แจกให้ท่านสมาชิก เมื่อคณะกรรมาธิการแต่ละด้านหารือ เรียบร้อยแล้ว ผมจะขอให้ท่านสมาชิกกลับมาที่ห้องประชุมรัฐสภา เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา เพื่อให้คณะกรรมาธิการแต่ละด้านเสนอภาพรวมของแผนงานต่อที่ประชุม โดยใช้เวลา คณะละไม่เกิน ๑๐ นาที และให้สมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็นในแต่ละด้านตามลำดับนะครับ จากนี้ไปก็ขอ เรียนเชิญท่านรองประธาน สปท. คนที่หนึ่ง ท่านอลงกรณ์ พลบุตร แถลงความคืบหน้า การดำเนินงานที่ผ่านมาของคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ์าย ขอเชิญครับ