ทินพันธุ์ นาค่ะตะ เน้นบทบาทของสภาในการขับเคลื่อนแผนปฏิรูปที่ได้รับความเห็นชอบให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเสนอให้ต่อยอดงานจากกรรมาธิการแทนการเริ่มใหม่ เพื่อให้บรรลุผลภายในเวลาที่จำกัด พร้อมเรียกร้องให้พิจารณาการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นระบบ การผลักดันร่างกฎหมายต่อต้านการทุจริตเป็นวาระเร่งด่วน และการเร่งผลักดันนโยบายให้กลายเป็นกฎหมายอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและนโยบายรัฐบาล ก่อนการเปลี่ยนรัฐบาลเพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า
ขอบคุณครับ ก็จะพูดอย่างนี้ก็แล้วกันว่าผมเคารพในความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ของกรรมาธิการแต่ละด้าน นั่นคือหลักของการแบ่งงานกันทำของพวกเรา ๒๐๐ คน ซึ่งก่อนที่กรรมาธิการแต่ละด้านจะไปทําแผนปฏิรูปขึ้นมานั้นก็ได้มาเสนอในที่ประชุมใหญ่ ๒๐๐ คนอยู่แล้ว ซึ่งที่ประชุมใหญ่ก็เห็นชอบสิ่งเหล่านั้นแล้ว เมื่อเปึ้นเช่นนั้นแล้วหน้าที่หลัก ของเราเมื่อที่ประชุมใหญ่เห็นชอบตามนั้นแล้ว หลักของเราก็คือว่าแต่ละด้าน ควรจะขับเคลื่อน ชื่อของเราสภาขับเคลื่อน ที่มันแปลกกว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติเดิม ก็คือขับเคลื่อน เราไม่ควรมาผลิตซ้ํานะครับ เพราะฉะนั้นหน้าที่คือขับเคลื่อนให้มันสําเร็จ ให้สำเร็จที่ท่านกาดาวไว้ ๓ เรื่องท่านก็เลือกเอา หรือเรื่องอะไรที่ง่ายที่มันเปึนประโยชน์ ต่อประชาชนที่มันสามารถบังคับใช้กฎหมายได้ หรือว่าเปึนเรื่องของการคอร์รัปชันอะไร ต่าง ๆ ถ้าอย่างนั้นเข้าล็อกตามนั้นมันก็ประเสริฐ แต่ทีนี้ท่านก็ทำงานไปแล้วนี่ ท่านก็ให้ ความสำคัญแต่ละด้านของท่านไปแล้ว ซึ่งที่ประชุมสภาก็ให้ความเห็นชอบไปแล้ว เพราะฉะนั้นขอร้องว่าให้ขับเคลื่อนให้สำเร็จสัก ๑ ถึง ๓ เรื่องแต่ละด้านก็แล้วกัน มันยิ่งใหญ่ แล้วละ ๑ ถึง ๓ เรื่อง ถ้าท่านจะมาทํางานใหม่มันไม่ทันหรอกครับ เวลาที่เหลืออยู่ เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่ท่าน แล้วก็อยู่ที่ที่ประชุมบ่ายวันนี้นั่นเอง ผมก็ฝากไว้แค่นี้ ขอเรียนเชิญ ท่าน พลตำรวจโท สุวิระ ทรงเมตตา
พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา : กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน กระผม พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา สมาชิกลําดับที่ ๑๗๖ ขออนุญาตกราบเรียนที่ประชุมเพื่อพิจารณาดังนี้นะครับ เรื่องที่จะสัมมนาในวันนี้นะครับ ตามที่ท่านประธานได้กล่าวแล้วนะครับว่าต้องเปึนเรื่องที่สำคัญ แล้วก็ต้องเปึ้นเรื่องที่สามารถทำให้ประสบความสำเร็จเปึนรูปธรรมนะครับ เช่น ออกมาตรา ๔๔ หรือออกเปึนกฎกระทรวง หรือออกเปึนข้อบังคับอะไรนี่นะครับ ผมอยากขอเรียนเพิ่มเติมว่า เรื่องที่สําคัญที่จะต้องทําร่วมกันนั้นควรจะเปึนเรื่องที่ตรงกับแนวนโยบายของรัฐบาลด้วย แล้วก็ตรงกับหลักการของรัฐธรรมนูญฉบับที่เพิ่งผ่านการลงประชามติไปด้วยครับ แล้วก็ที่สําคัญต้องเปึนปัจจัยสําคัญพื้นฐานในการพัฒนาหรือว่าปฏิรูปประเทศของเรานะครับ แล้วก็จะต้องเปึนสิ่งที่ประชาชนทั้งประเทศนั้นต้องการแล้วก็รอคอยที่จะเห็น แล้วก็ตรงกับ แนวนโยบายของท่านประธานที่กล่าวเมื่อสักครู่นี้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นอยากให้เปึน เรื่องที่ไปทําแต่ละด้านก็ทํากันอยู่แล้วนะครับ อยากให้มีเรื่องที่เปึนคอมมอน (Common) ที่เปึนเรื่องร่วมสักเรื่องหนึ่งหรือ ๒ เรื่องนะครับ แล้วเดี๋ยวก็กลับมาประชุมร่วมกัน พอประชุมร่วมกันก็ได้รวบรวมเปึนเรื่องของสภาของเรานี่นะครับ ก็จะได้ออกเปึ้นรูปธรรม ผมขออนุญาตนําเสนอดังนี้นะครับ
เรื่องที่จะเกี่ยวข้องกับทุกคณะแล้วก็เรื่องที่เปึ้นรากฐานแห่งการปฏิรูป ประเทศหรือขับเคลื่อนการปฏิรูปของเรา ก็คือด้านการบังคับใช้กฎหมายของการปฏิรูป แต่ละด้านของแต่ละกรรมาธิการ อยากจะให้แต่ละกรรมาธิการช่วยน้ำปัญหาของการบังคับ ใช้กฎหมายของแต่ละด้านของท่านขึ้นมาแล้วก็จะแก้อย่างไรมาเสนอเลยครับ
อันที่ ๒ เรื่องมาตรการในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและคอร์รัปชัน เพื่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในแต่ละด้านของแต่ละกรรมาธิการมาเสนอ เพราะฉะนั้นจะเปึ้นเรื่องคอมมอน (Common) ๒ เรื่อง จะเอาเรื่องเดียวหรือ ๒ เรื่องก็ได้ แล้วแต่ที่ประชุมจะเลือก แต่อยากให้เปึนแนวอย่างนี้นะครับ พอหลังจากที่มาอภิปรายเสร็จแล้ว เราสามารถสรุปเปึ้นในภาพรวมแล้วสามารถขับเคลื่อนได้เลยครับ แล้วก็ทั้ง ๒ เรื่องนี้ เปึ้นปัจจัยแห่งความสําเร็จในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จึงขออนุญาตนําเสนอครับ
ขอบคุณนะครับ ผมก็ยั่งยืนยันในจุดยืนเดิมก็คือว่า หน้าที่ของเราคือขับเคลื่อนแต่ละเรื่อง ให้ออกมาเปึนกฎหมายก่อนที่พวกเราจะหมดวาระ และข้อกราบเรียนว่าในผลลัพธ์บั้นปลาย ดังกล่าวนั้นมาดแม้นว่ามันเปึนร่างกฎหมายอยู่ใน สนช. วาระที่ ๑ วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ ก็ตาม ถ้าตราบใดที่รัฐบาลนี้หมดวาระแล้ว มันไม่เคยออกมาเปึนกฎหมายเลยวาระที่ ๑ วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ นั้นเปึ้นอันพับไป รัฐบาลใหม่มาเริ่มนับ ๑ ใหม่อีก เราต้องมองผลลัพธ์บั้นปลาย ตรงนั้นนะครับ นั่นข้อหนึ่ง
ข้อที่ ๒ มีการพูดกันเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย ในฐานะนักวิชาการ ทั้งด้านรัฐประศาสนศาสตร์และรัฐศาสตร์ก็ตามเรื่องลอว์เอ็นฟอร์ซเมนต์ (Law Enforcement) มันเปึ้นอีกขั้นตอนหนึ่ง ขั้นตอนแรกก็คือเอามาเปึนกฎหมายเสียก่อน เปึ้นเรื่องรูลเมกกิง (Rule making) ในการกำหนดครับ คืองานปฏิรูปมันจะเปึนรูปธรรมได้ มันต้องเปึนรู้ล (Rule) เปึนข้อบัญญัติของสังคม ข้อบัญญัติของสังคมก็คือรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกําหนด พระราชกฤษฎีกา ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีอะไร เยอะแยะไปหมด นี่มันต้องออกมาเปึนแค่นั้นก่อน นี่คือเบื้องต้น ส่วนในเรื่องการบังคับ ใช้กฎหมายมันเปึ้นเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อบังคับให้มันเปึ้นไปตามกฎหมาย ดังกล่าว เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เข้าหลักรัฐประศาสนศาสตร์ขั้นอนุบาลคือ โพลิซีออโทริตี (Policy Authority) แล้วก็อิมพลีเมนเทชัน (Implementation) แล้วก็ติดตามประเมินผล เยอะแยะไปหมด รีพอร์ตติง (Reporting) เยอะแยะไปหมด อันนี้เปึ้นขั้นตอนในการบริหาร ในเรื่องลอว์เอ็นฟอร์ซเมนต์ (Law Enforcement) ในการบังคับใช้กฎหมายในแต่ละเรื่อง ที่มันเปึ้นลอว์ (Law) ขึ้นมาแล้ว เข้าใจไหมครับ ทุกเรื่องมันเกี่ยวข้องนะ เรื่องการบริหาร ราชการแผ่นดินมันเปึ้นเรื่องทั้งกำหนดนโยบาย การตัดสินใจ การใช้อำนาจหน้าที่ การวางแผน การนําไปปฏิบัติ การติดตามประเมินผล การรายงาน การงบประมาณเยอะแยะ ไปหมด อันนั้นเราไม่ต้องเปึนห่วง หน้าที่หลักเอาเปึนกฎหมายออกไปก่อน นั่นแหละถือว่า สําเร็จแล้วละ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศของเรานี่ เราอย่าหลงทิศหลงทางอะไรเลย เอาแค่นี้นะครับ ขอเรียนเชิญท่านวันชัย