สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๒๔๐ คน
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เรียนท่าน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อเข้าประชุมแล้ว ๑๘๖ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งไม่ปรากฏ ในระเบียบวาระก็คือ รับทราบการงดถ่ายทอดการประชุมทางสถานีวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ ในการพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตามข้อบังคับ ข้อ ๘๔ วันนี้ ผมขอให้มีการงดถ่ายทอดการประชุมทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์

จึงขอแจ้งที่ประชุมทราบนะครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

รายงานการพิจารณาดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตามข้อบังคับ การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๗ ข้อ ๘๔ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณาเสร็จแล้ว รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญผมได้ให้ เจ้าหน้าที่จัดวางให้ท่านสมาชิกเพื่อประกอบการพิจารณาแล้ว ขอเชิญท่านคณะกรรมาธิการ เข้าประจำที่ด้วยครับ

ขอเรียนเชิญท่านคณะกรรมาธิการได้กรุณาเข้าประจำที่ด้วยครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)

ท่านคณะกรรมาธิการพร้อมแล้วนะครับ ขอเรียนเชิญท่านรองประธานกรรมาธิการได้แถลง แทนท่านประธานด้วยครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ ดิฉัน รองศาสตราจารย์ทัศนา บุญทอง รองประธานกรรมาธิการวิสามัญ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอเสนอรายงานผลการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ดังนี้

ตามที่ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๗/๒๕๕๗ วันอังคารที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗ มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติขึ้น คณะหนึ่งตามข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๗ ข้อ ๘๓ นั้น คณะกรรมาธิการได้มีการประชุม ครั้งที่ ๑ เมื่อวันพุธที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ พิจารณา เรื่อง กรอบและแนวทางการดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๕ คณะ ตามข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๗ ข้อ ๘๔ เพื่อประโยชน์ ในการดำเนินการปฏิรูปด้านต่าง ๆ และการเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีกรอบระยะเวลาอันจำกัดให้สัมฤทธิผล ตามแผนปฏิบัติงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๗ ข้อ ๘๔ วรรคสอง ได้กำหนดให้คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูป แห่งชาติดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ โดยกำหนดองค์ประกอบจำนวน กรรมาธิการและอำนาจหน้าที่เสนอต่อสภาเพื่อให้ความเห็นชอบ ในการนี้คณะกรรมาธิการ วิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติได้ดำเนินการพิจารณาศึกษาและวิเคราะห์องค์ประกอบ จำนวนกรรมาธิการและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๕ คณะ ดังนี้

คณะที่ ๑ คณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่าง รัฐธรรมนูญ อำนาจหน้าที่

๑. รวบรวมและสังเคราะห์ความเห็นหรือข้อเสนอแนะในการยกร่าง รัฐธรรมนูญจากคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๑๘ คณะ และจาก แหล่งอื่น ๆ เสนอสภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณา เพื่อเสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๓๑ (๒) และวรรคสาม

๒. ประสานงานและติดตามความก้าวหน้าในการยกร่างรัฐธรรมนูญ รวบรวม ประเด็นและข้อสังเกตจากการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อนำเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติต่อไป

๓. อำนาจหน้าที่อื่นตามที่สภามอบหมาย และ

ให้องค์ประกอบของคณะกรรมาธิการชุดนี้ประกอบด้วยกรรมาธิการไม่เกิน ๑๒ คน ประกอบด้วยสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จำนวน ๑๑ คน และเลขาธิการสภาปฏิรูป แห่งชาติ ๑ คน

คณะที่ ๒ คณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคต ประเทศไทย ให้มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

๑. ศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อจัดทำวิสัยทัศน์และฉากทัศน์อนาคต ประเทศไทยเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ

๒. พัฒนายุทธศาสตร์และแนวทางปฏิรูปในด้านต่าง ๆ โดยให้ความสำคัญ การปฏิรูปเชิงระบบและโครงสร้างที่สำคัญ เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างเหมาะสม เสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ

๓. ประสานเชื่อมโยงการทำงานกับคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภา ปฏิรูปแห่งชาติ ๑๘ คณะและแหล่งอื่น ๆ เพื่อพัฒนาการดำเนินงานตามข้อ ๑ และข้อ ๒ อย่างต่อเนื่อง

๔. อำนาจอื่นตามที่สภามอบหมาย

ให้มีองค์ประกอบโดยมีจำนวนคณะกรรมาธิการไม่เกิน ๑๒ คน ประกอบด้วย สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จำนวน ๗ คน บุคคลภายนอก จำนวน ๕ คน

คณะที่ ๓ คณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชน ให้มีอำนาจหน้าที่คือ

๑. ออกแบบระบบ กลไก วิธีการรับฟังความเห็นและการมีส่วนร่วมของ ประชาชนต่อการปฏิรูปและการยกร่างรัฐธรรมนูญ

๒. ดำเนินการให้มีการรับฟังความเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ต่อการปฏิรูปและการยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้ครอบคลุมประชาชนทุกภาคส่วน

๓. อำนาจหน้าที่อื่นตามที่สภามอบหมาย

โดยให้คณะกรรมาธิการชุดนี้มีองค์ประกอบมีจำนวนกรรมาธิการไม่เกิน ๓๐ คน ประกอบด้วยผู้แทนจากคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภา ๑๘ คณะ คณะละ ๑ คน และภูมิภาค ๔ ภาค ภาคละ ๑ คน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เกิน ๘ คน

คณะที่ ๔ คณะกรรมาธิการวิสามัญประชาสัมพันธ์เพื่อการปฏิรูป ให้มีอำนาจ หน้าที่คือ

๑. ทำการสื่อสารทั้งภายนอกและภายในผ่านสื่อบูรณาการ เพื่อสร้าง ภาพพจน์บวกและความมั่นใจในผลงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติในการปฏิรูป

๒. กำหนดทิศทางการเสนอข่าวคราวเคลื่อนไหวของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทุกด้าน โดยมีเนื้อหาหลักที่ให้ความมั่นใจในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สู่ประชาชนและสื่อมวลชน ในทิศทางเดียวกัน

๓. อำนาจหน้าที่อื่นตามที่สภามอบหมาย และ

ให้มีองค์ประกอบโดยมีจำนวนกรรมาธิการไม่เกิน ๑๒ คน ประกอบด้วย สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ผู้ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านสื่อสารมวลชน) จำนวน ๘ คน บุคคลภายนอก (ผู้ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารมวลชน) จำนวนไม่เกิน ๔ คน

คณะที่ ๕ คณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำจดหมายเหตุและเจตนารมณ์ ในการปฏิรูปของสภา ให้มีอำนาจหน้าที่โดย

๑. จัดทำจดหมายเหตุเกี่ยวกับความเป็นมาของการปฏิรูปและบันทึก เจตนารมณ์ในการปฏิรูปของสภา และดำเนินการบริหารงานจดหมายเหตุและเจตนารมณ์ ในการปฏิรูปของสภาโดยการออกกฎ ระเบียบ รวบรวม จัดเก็บ วิเคราะห์ ประเมินคุณค่า จัดทำทะเบียน คู่มือช่วยค้น สงวนรักษา บันทึกเหตุการณ์

๒. ดำเนินการประสาน ติดตามข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นประเด็นสำคัญ ผลการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภาและคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อนำมาวิเคราะห์ ประมวลผล รวบรวมจัดทำเป็นจดหมายเหตุและเจตนารมณ์การปฏิรูป ในแต่ละด้าน

๓. อำนาจหน้าที่อื่นตามที่สภามอบหมาย

องค์ประกอบโดยมีจำนวนกรรมาธิการในชุดนี้ไม่เกิน ๑๐ คน ประกอบด้วย สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จำนวน ๓ คน ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน ๕ คน ผู้ชำนาญการ ด้านเทคนิค จำนวน ๒ คน

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้เสนอแนะ แนวทางการสรรหาไว้ด้วย ดังนี้

ข้อ ๑ คณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชน จำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างทั่วถึง จึงควรมีองค์ประกอบ ของกรรมาธิการมาจากผู้แทนคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภา ๑๘ คณะ คณะละ ๑ คน และผู้แทนจากภูมิภาค ๔ ภาค ภาคละ ๑ คน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เกิน ๘ คน โดยให้ คณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภา ๑๘ คณะ และ ๔ ภูมิภาค เป็นผู้สรรหาผู้แทนคณะละ ๑ คน

ข้อ ๒ คณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่าง รัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคตประเทศไทย คณะกรรมาธิการวิสามัญประชาสัมพันธ์เพื่อการปฏิรูป และคณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำ จดหมายเหตุและเจตนารมณ์ในการปฏิรูปของสภา เป็นคณะกรรมาธิการที่มีลักษณะที่มุ่งเน้น การปฏิบัติงานเฉพาะด้านและการประสานงาน จึงเห็นสมควรให้ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ เป็นผู้สรรหารายชื่อบุคคลผู้สมควรเป็นกรรมาธิการทั้งที่มาจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กรรมาธิการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจากบุคคลภายนอกและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามข้อ ๑

จึงกราบเรียนเสนอท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติเพื่อโปรดพิจารณาค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างไรบ้างครับ เชิญครับ

นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมขออนุญาตได้ขอแสดงความคิดเห็นในข้อ ๒.๕ คณะกรรมาธิการ วิสามัญจัดทำจดหมายเหตุและเจตนารมณ์ในการปฏิรูป กระผมมีความเห็นว่าในการจัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญนั้นในอดีตที่ผ่านมามักจะมีข้อโต้แย้งในเรื่องของการตีความในเจตนารมณ์ กระผมมีความเห็นว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้น่าจะเขียนแล้วก็บันทึกเจตนารมณ์ของ การร่างรัฐธรรมนูญในแต่ละมาตราไว้เพื่อที่จะมิให้มีการแปรเจตนารมณ์เป็นอย่างอื่นครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

สำหรับ การยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมีอนุกรรมาธิการชุดเดียวกันนี้ แล้วก็ทำหน้าที่ตั้งแต่วันแรก เพราะฉะนั้นของเราจะทำหน้าที่ในส่วนการปฏิรูป ๑๘ ประเด็น คงจะประสานกับอนุกรรมาธิการของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอีกทีครับ คุณสมเกียรติ ชอบผล ครับ

นายสมเกียรติ ชอบผล

ผมมีคำหนึ่งที่ไม่ค่อยคุ้นเคยครับท่านประธาน คือคำว่า ฉากทัศน์ ที่อยู่ในเรื่องของคณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำวิสัยทัศน์และออกแบบ อนาคตประเทศไทย ความหมายก็คือว่าถ้าเราไม่ทำความเข้าใจให้ตรงกัน เดี๋ยวเวลาคณะไป ปฏิบัติงานเขาก็จะต้องมีการตีความหรืออะไร มันเป็นคำที่ไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไร ต้องการ คำอธิบาย ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

คุณคุรุจิต นาครทรรพ ครับ

นายคุรุจิต นาครทรรพ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ คุรุจิต นาครทรรพ ครับ ผมมีความสงสัยเช่นเดียวกับท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ว่าในชุด ๒.๕ กรรมาธิการจัดทำจดหมายเหตุกำหนดไว้ให้มีกรรมาธิการไม่เกิน ๑๐ คน ซึ่งน้อยกว่าทุกชุด แต่ที่สำคัญก็คือว่ากำหนดให้มีกรรมาธิการที่เป็นสมาชิก สปช. ได้ไม่เกิน ๓ คน ขณะที่มี ผู้เชี่ยวชาญ ๕ คน แล้วก็ผู้ชำนาญการอีก ๒ คน ก็เท่ากับมีคนนอกมากกว่าคนใน ก็อยากจะ ขอทราบเหตุผลนะครับ แล้วก็รวมทั้งชุดที่ ๑ ด้วยจำนวนก็มีน้อย ไม่ทราบว่าทำไมจำกัด จำนวน ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เชิญ คุณอลงกรณ์ครับ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ

นายอลงกรณ์ พลบุตร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ตามข้อซักถามของท่านสมาชิกในประเด็นหลังสุด คณะกรรมาธิการ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้นได้พิจารณาในส่วนขององค์ประกอบของคณะกรรมาธิการวิสามัญ จัดทำจดหมายเหตุและเจตนารมณ์ในการปฏิรูปของสภา โดยที่เห็นว่าการจัดทำจดหมายเหตุ ดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องความชำนาญเฉพาะด้าน ซึ่งจำเป็นที่จะต้องใช้องค์ประกอบ จากผู้เชี่ยวชาญและผู้ชำนาญการ ในขณะเดียวกันเพื่อเชื่อมโยงกับการทำงานของ สภาปฏิรูปแห่งชาติทั้งหมด จึงเห็นควรที่จะต้องมีกรรมาธิการที่มาจากสมาชิกของ สปช. นั่นคือเหตุผลในการที่จะได้ดำเนินการกำหนดองค์ประกอบดังกล่าว ส่วนประเด็นในเรื่องของ คำว่า ฉากทัศน์ นั้นขออนุญาตท่านประธานที่จะเชิญท่านกรรมาธิการคุณหมออำพลได้กรุณา ชี้แจงครับ

นายอำพล จินดาวัฒนะ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ท่านสมาชิก ที่เคารพครับ สำหรับคำว่า ฉากทัศน์ หรือ วิสัยทัศน์ ก็คือที่เราใช้กัน มาจากภาษาอังกฤษ ก็คือ วิชัน (Vision) ซึ่งก็มีใช้กันทั้ง ๒ คำ ขอบพระคุณครับ ขออภัยครับ ผมสับสนนิดหนึ่ง เรื่อง ซีนาริโอ (Scenario) ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

คุณสืบพงศ์ ธรรมชาติ ครับ

นายสืบพงศ์ ธรรมชาติ

ท่านประธานที่เคารพครับ คำว่า ฉากทัศน์ ที่ท่าน สมเกียรติพูดเมื่อครู่นี้ก็เป็นคำหนึ่งนะครับ ทีนี้ในข้อ ๒.๔ เกี่ยวกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ เพื่อการปฏิรูป ๑. ทำการสื่อสาร ความเห็นผมผมว่าถ้าใช้คำว่า ดำเนินการ น่าจะเหมาะกว่าไหม หรือ ปฏิบัติการ และคำว่า สร้างภาพพจน์ น่าจะเปลี่ยนเป็น ภาพลักษณ์ ตรงนี้นะครับ เป็น ภาพลักษณ์ เพราะ พจน์ แปลว่า ถ้อยคำ ถ้า ภาพลักษณ์ ก็คือลักษณะที่แสดงให้เห็น นะครับ ผมขอเสนอใช้คำว่า ภาพลักษณ์ นะครับ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

รับไว้ก่อน นะครับ เชิญคุณวุฒิสาร ตันไชย ครับ เจ้าหน้าที่ช่วยบันทึกที่ยกมือด้วยนะครับ

นายวุฒิสาร ตันไชย

ท่านประธานครับ ผม วุฒิสาร ตันไชย ผมมีความเห็น ข้อสังเกตนิดเดียว เรื่องคณะกรรมาธิการวิสามัญประชาสัมพันธ์เพื่อการปฏิรูป ในเรื่อง อำนาจหน้าที่ผมเห็นว่าน่าจะเติมเรื่องของการประชาสัมพันธ์กับต่างประเทศด้วย เพราะว่า ผมคิดว่าการปฏิรูปประเทศครั้งนี้เป็นที่จับตาของนานาประเทศอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นน่าจะมี คนที่ทำหน้าที่ในการสื่อสารกับต่างประเทศด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เชิญอาจารย์เสรี สุวรรณภานนท์ ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ต้องกราบเรียนท่านประธานส่วนรายงานที่ คณะกรรมาธิการได้ดำเนินการจัดทำรายงานมาให้ ต้องขอบคุณนะครับ เพราะถือว่าเป็นเรื่อง ที่จะต้องเร่งในการดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว แต่ส่วนที่ทำรายงานมานี้อยากกราบเรียนหารือ ในส่วนที่เป็นเนื้องานของการมีส่วนร่วมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งการทำ หน้าที่ของสภาปฏิรูปแห่งชาติเองกับกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเอง ในขณะนี้ มีความจำเป็นที่จะต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมพร้อมเสนอความคิดเห็น รวมทั้งตัวการสำคัญ ก็คือสื่อมวลชน ความชัดเจนในเรื่องของการเสนอความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมดังกล่าวนี้ เข้าใจครับว่าในสถานการณ์ปัจจุบันนั้นก็ยังคงติดขัดในเรื่องเกี่ยวกับการประกาศกฎอัยการศึกอยู่ แนวทางที่จะดำเนินการต่อไปนี้ กราบเรียนท่านประธานเพื่อที่จะหาความชัดเจนในการที่จะ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับการที่จะปฏิรูปประเทศหรือเสนอความคิดเห็น แม้ว่าเรากำลังมี แนวทางในการจะเปิดศูนย์ ที่ท่านจะเปิดศูนย์รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในช่วงบ่ายโมง ที่จะถึงนี้ แต่ความชัดเจนในส่วนอื่น ๆ ที่ยังอาจจะมีเวที อาจจะมีประชาชนต้องการ มีความประสงค์จะมีส่วนร่วม รวมถึงสื่อมวลชนที่จัดรายการ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญ แต่ก็ยังขัดด้วยตัวบทกฎหมาย ขัดกับในเรื่องของประกาศ เรื่องความมั่นคงของประเทศ เพื่อจะไม่ให้เกิดความขัดแย้ง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อยากหารือท่านประธานครับว่าจะหาทางออก หรือจะประสานเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการที่จะทำหน้าที่ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ รวมถึง ประชาชนมีส่วนร่วมในส่วนเหล่านี้ได้มากน้อยแค่ไหน และชัดเจนในระดับใดนะครับ กราบขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เดี๋ยวผมจะให้ ข้อมูลเรื่องนี้ทีหลังนะครับ พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก ครับ

พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก

พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก คือผม ขออนุญาตกลับไป คือผมยกมือได้สักพักแล้วครับ ขออนุญาตกลับไปในเรื่องของฉากทัศน์ คือผมก็สงสัยคำนี้อยู่นะครับ ผมเข้าใจว่าในการจะจัดทำอนาคต ถ้าแนวทางของการประเมิน ยุทธศาสตร์ชาติแล้วนี่ วิสัยทัศน์ก็คือเป้าหมาย คือเอ็น สเตท (End State) ที่เราจะไป แล้วก็เอา ๒๐ ปีข้างหน้าเอามาวิเคราะห์ดูว่าอะไรที่มันบีบเราเพื่อหาปัญหา หาภัยคุกคาม หาประโยชน์ จากมันนะครับ ซึ่งอันนี้มันสถานการณ์ซีนาริโอมันจะบีบให้เราก็ออกมา มันจะออกมาเป็น หนทางปฏิบัติที่เราจะเข้าไปสู่เป้าหมายโดยสิ่งแวดล้อมที่มันบีบเข้ามา ซึ่งอันนี้น่าจะเป็น ฉากทัศน์ นะครับ ข้อเสนอแนะของผมคือ หน้าที่ของกรรมาธิการไม่น่าจะต้องระบุว่าจะต้อง ทำฉากทัศน์ มันต้องทำอยู่แล้ว กำหนดวิสัยทัศน์ กำหนดเป้าหมาย แล้วก็หายุทธศาสตร์ ในการเข้าไปเลย มันเป็นกรรมวิธีนะครับ ถ้ากำหนดว่าฉากทัศน์จัดทำมันจัดไม่ได้นะครับ มันถูกสถานการณ์บีบ ๒๐ ปีข้างหน้าบีบ ไม่ใช่เราจัดทำได้เอง เราต้องทำตามเขา สถานการณ์มันจะบีบเราให้เราต้องแก้ปัญหา ให้เราหาประโยชน์จากสิ่งที่มันจะเป็นนะครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

คุณทิวา การกระสัง ครับ

นายทิวา การกระสัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ทิวา การกระสัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมให้ข้อสังเกตในข้อ ๒.๑ ครับท่านครับ ข้อ ๒.๑ คณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญตามอำนาจหน้าที่ นะครับ

ข้อ ๑ รวบรวมและสังเคราะห์ความเห็นหรือข้อเสนอแนะในการยกร่าง รัฐธรรมนูญจากคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๑๘ คณะ และจาก แหล่งอื่น ๆ เสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาตินะครับ แล้วก็เสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญ

ข้อ ๒ ประสานงานและติดตามความก้าวหน้าในการยกร่างรัฐธรรมนูญ รวบรวมประเด็นและข้อสังเกตจากการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ข้อ ๓ อำนาจหน้าที่อื่นตามที่สภามอบหมาย

ผมยังสงสัยว่าทำไมกำหนดจำนวนไว้ ๑๒ คนนะครับ ประกอบไปด้วยสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ จำนวน ๑๑ คน ถ้าดูอำนาจหน้าที่ตามข้อ ๑ แล้วนะครับ มีอำนาจหน้าที่ ก็คือสังเคราะห์ความเห็นหรือเสนอแนะข้อความเห็นจากคณะกรรมาธิการประจำ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ๑๘ คณะ ถ้าเราตั้งจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจาก ๑๘ คณะ ในการสังเคราะห์ ผมคิดว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติที่อยู่ในแต่ละคณะนั้นน่าจะรู้ข้อมูลมากกว่า นะครับ ถ้ามาตั้งเป็นจำนวน ๑๘ คน จาก ๑๘ คณะ รวมทั้งเลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ จำนวน ๑ คน ผมว่าน่าจะเหมาะสม ขอขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

คุณทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ สักพักเดี๋ยวผมจะขอกรรมาธิการตอบทีเดียวนะครับ

นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์

ท่านประธานที่เคารพ ผม ทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ ครับ กระผมไม่ติดใจแล้วครับ เนื่องจากมีเพื่อนสมาชิกได้สอบถามแล้วครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ขออีก ๒ ท่าน แล้วเดี๋ยวกรรมาธิการประมวลตอบคำถามทีเดียว เราอยากจะให้เร็วก็คือ ประเด็นเรื่องถ้อยคำนั้นเดี๋ยวท่านเขียนข้อสังเกตส่งให้กรรมาธิการได้ไหมครับ โดยเฉพาะ คำว่า ฉากทัศน์ พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ครับ

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมอยากจะเรียนถามนิดเดียว ในหน้า ๔ ของรายงานที่แจกให้เรา ในข้อสุดท้ายคือข้อ ๒ ที่เขียนว่า เห็นสมควรให้ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นผู้สรรหารายชื่อบุคคลผู้สมควรเป็นกรรมาธิการทั้งที่มาจาก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อันนี้หมายความว่าทางคณะกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูปแห่งชาติ ไม่ต้องเสนอชื่อไปเลย ท่านจะพิจารณาเอง ยกเว้นในกรรมาธิการในข้อ ๑ การมีส่วนร่วม ซึ่งท่านขอมาคณะละคน อยากเรียนถามว่าถูกต้องไหมครับ และในส่วนของกรรมาธิการวิสามัญ ติดตามและข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญนี่ท่านจะได้จากทั้ง ๑๘ คณะเลย จะมากไป ใช่ไหมครับ ท่านเลยกำหนดไว้แค่จำนวน ๑๒ คนกระมังครับ รู้สึกท่านกำหนดไว้แค่ ๑๒ คน จากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๑๑ คน และเลขานุการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๑ คน ถ้าได้สัก ๑๘ คนจากทุกคณะจะดีกว่าหรือไม่ครับ ก็ฝากเป็นข้อสังเกตเท่านั้นครับ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขออีกท่านหนึ่ง ก่อนนะครับ คุณทวีกิจ จตุรเจริญคุณ ท่านที่จะอภิปรายกรุณายกมือไว้นิดหนึ่ง ให้เจ้าหน้าที่ เขาบันทึกขึ้นมาให้ผมนะครับ คุณทวีกิจครับ

นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม ทวีกิจ จตุรเจริญคุณ สปช. ครับ ๒.๓ คณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชน ออกแบบระบบ กลไก วิธีรับฟังความคิดเห็นและมีส่วนร่วมของ ประชาชนต่อการปฏิรูป อีกส่วนหนึ่งก็คือ มีส่วนร่วมของประชาชนยกร่างรัฐธรรมนูญและ ควบคุมประชาชนทั่วทุกภาคนะครับ ท่านประธานครับ และท่านสมาชิกครับ ผมจังหวัดตาก นะครับ เราก็รู้สึกว่าบางจังหวัดก็ทำงานไปไกลแล้ว บางจังหวัดก็ยังไม่ได้ทำ บางจังหวัด ก็ออกไปสำรวจความคิดเห็นแล้ว แต่บางจังหวัดก็ยังไม่ได้ทำ ผมอยู่จังหวัดตากนะครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดก็โทรมาหาผมว่าท่านทวีกิจ ท่านไม่รีบทำหรือ ชาวบ้านเขาทำ จังหวัดอื่น เขาทำไปตั้งเยอะแล้ว ผมบอกว่าผมยังไม่มีกรอบเลยว่า ๑๘ ด้านจะให้ทำอย่างไร ต้องทำทั้ง ๑๘ ด้านหรือเปล่า และแบบฟอร์มเป็นอย่างไร หรือว่าทุกจังหวัดต่างคนต่างทำแบบฟอร์ม แล้วก็ว่ากันไปเลย หรือว่ากรอบเวลาต่างคนต่างทำ ๗๗ จังหวัดต่างคนต่างทำ แล้วก็อีก ๑๘ ด้าน ผมเริ่มจะงงนะครับท่านประธานครับ

อีกส่วนหนึ่งก็คือตามแนวความคิดของผม ผมก็เรียนกับผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ผมว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ กกต. จังหวัด ซึ่งเราจะตั้ง กกต. จังหวัดขึ้นมา ผมบอก ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัดเรามี ๙ อำเภอ และผมต้องประชุม ๓ วัน แล้วก็ทั้งคณะอนุ อะไรนี่ ถ้าผมวิ่งตรงนั้นผมว่าผมคงไม่มีเวลา ผมเลยบอกว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตากครับ ท่านมาเป็นผู้ช่วยผมได้ไหมครับ มาเป็นที่ปรึกษาผมได้ไหมครับ เขาบอกว่ายินดีครับ เพราะผมคิดว่าแนวทางที่จะให้ไวผมก็ฝันของผมนะครับ ผมก็บอกว่าถ้าอย่างนี้ถ้ามีแบบฟอร์ม ออกจากส่วนกลางไป แล้วจังหวัดตากมี ๙ อำเภอ เพราะฉะนั้นให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ประสานไปที่ ๙ อำเภอ แล้วก็ให้ประชาชนเสนอความคิดเห็นหรือว่าสำรวจความคิดเห็น เข้ามา อย่างนี้ผมว่ามันน่าจะง่ายกว่า ตอนเช้าเพื่อนสมาชิกเรา ๗๗ จังหวัดเราก็มี การประชุมกัน ก็เห็นด้วยนะครับ บางท่านก็เสนอว่าต้องตั้งคณะอนุจังหวัด ๒๐ ท่าน บางคน บอก ๒๐ ท่านไม่พอ ผมก็ยังสงสัยว่างบประมาณจะมาจากไหน มีอีกหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ กกต. จังหวัดตากก็โทรหาผมอีกตอนเช้านี้ ท่านทวีกิจผมจะตั้งเวทีแล้วนะ ขออนุญาตให้ผมตั้งเวทีก่อน เวทีประชาพิจารณ์หรือเวทีอะไรนี่ ผมบอกจะรีบตั้งไปไหน เขาบอกจังหวัดอื่นเขาตั้งไปแล้ว เดี๋ยวผมถูกส่วนกลางเพ่งเล็ง เอาไปกันใหญ่อีก เรียนท่านประธานครับ ผมอยากได้กรอบนะครับ แล้วก็ทุกจังหวัดจะต้องทำเหมือนกัน นะครับ ไม่อย่างนั้นแล้วข้อมูลกลับมาจะไปทำอย่างไร ผมก็ยังงงอยู่นะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอเรียนประเด็น สุดท้ายนี้ก่อนว่าเรากำลังจะได้คณะกรรมาธิการที่รับผิดชอบไปนี้ทั้งหมด ทั้งการมีส่วนร่วม และรับฟังความเห็นซึ่งอยู่ในวาระที่เรากำลังพิจารณานี่นะครับ เพราะฉะนั้นคำตอบของท่าน ทั้งหมดรอคณะกรรมาธิการชุดนั้น ซึ่งเราก็เดินเรื่องเร็วสุดมาถึงวันนี้แล้วนะครับ ผมคิดว่า ทิ้งว่าคำตอบอยู่ตรงนั้นนะครับ ทีนี้ขอให้ท่านกรรมาธิการได้ตอบประเด็นที่ค้างอยู่ก่อน ดีไหมครับ เชิญท่านรองทัศนา

นางสาวทัศนา บุญทอง กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉันขออนุญาตที่จะตอบคำถามในส่วนของคณะกรรมาธิการชุดที่ ๔ และคำถาม ต้น ๆ ก่อนนะคะ ชุดที่ ๔ ที่ขอให้แก้เป็น ดำเนินการสื่อสารทั้งภายนอกและภายใน ผ่านการบูรณาการเพื่อสร้างภาพลักษณ์ ดิฉันขอรับไว้ค่ะ กรรมาธิการไม่ขัดข้องค่ะ

คณะกรรมาธิการชุดที่ ๒ ที่จะขอแก้ ฉากทัศน์ ที่หลายท่านกำลังสงสัย ก็แก้เป็น จัดทำวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคตประเทศไทย ตรงไปตรงมาตามนั้นเลย กรรมาธิการไม่ขัดข้องค่ะ

สำหรับคณะกรรมาธิการชุดที่ ๓ การมีส่วนร่วม อันนี้ดิฉันจะขออนุญาต ขอเชิญท่านพลเอก เอกชัย ได้ช่วยกรุณาอธิบาย ขอเชิญค่ะ

พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน เพื่อนสมาชิกนะครับ ในส่วนของคณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในส่วนตรงนี้ผมมีข้อแนะนำและข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้นะครับ สำหรับท่านสมาชิกที่อยู่ จังหวัดแล้วก็เป็นห่วงว่าขณะนี้มีการประกาศกฎอัยการศึกจะเปิดได้หรือไม่ ผมขอเรียนว่า สามารถเปิดได้โดยมีขั้นตอนดำเนินการดังต่อไปนี้

ประการแรก เนื่องจากว่าท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติท่านได้ทำหนังสือ ถึง มท. ๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไว้แล้วว่าขออำนวยความสะดวกในการที่ สมาชิกจะต้องไปรับฟังเสียงประชาชน หนังสือนี้ออกมาเมื่อประมาณสักน่าจะ ๓ สัปดาห์ ได้แล้ว อันนี้ประการแรก วิธีการก็คือว่าเนื่องจากว่าทางกระทรวงมหาดไทยโดย ผู้ว่าราชการจังหวัดท่านเป็นผู้อำนวยการ กอ.รมน. จังหวัด เพราะฉะนั้นจะต้องนำเอาหนังสือ อันนี้ไปประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดในส่วนตรงนี้ ถ้าเผื่อวิธีการจะเปิดนะครับ แล้วก็ ในขณะเดียวกันทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดฝ่ายทหารก็จะอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย เพราะฉะนั้นก็สามารถประสานกับทางทหารได้โดยตรง แล้วก็ถ้าเผื่อจะทำให้ดีขึ้นในแต่ละ จังหวัดจะมีจังหวัดทหารบกหรือมณฑลทหารบกประจำอยู่ในจังหวัดนั้นก็สามารถติดต่อ ประสานงานได้ด้วย ในส่วนตรงนี้ในขั้นตอนการเปิด ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าเมื่อดำเนินการเปิด ในการรับฟังแล้วที่จะต้องระวังก็คือผู้ดำเนินการหรือผู้อำนวยการในการรับฟังจะต้องไม่ให้ ในเวทีต่าง ๆ พูดในลักษณะเป็นการโจมตีซึ่งกันและกัน หรือโจมตีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องไม่ให้ เกิดตรงนี้นะครับ อันนี้ข้อสำคัญ

ประการต่อไป ก็คือว่าที่กำหนดเอาไว้ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติได้กำหนดว่า ในแต่ละจังหวัดสามารถไปตั้งอนุกรรมาธิการได้ ไม่จำกัดจำนวน ซึ่งได้คุยกันในที่ประชุมว่า เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ตำรวจในจังหวัด แล้วก็บางท่านเสนอ กกต. จังหวัด ซึ่ง กกต. ขณะนี้ก็ทำงานล่วงหน้าไปแล้วในแต่ละจังหวัด ไปเปิดเวทีเองแล้วด้วยซ้ำไปเท่าที่ทราบนะครับ แล้วก็มี สปช. บางท่านก็ไปเปิดแล้วด้วย เพราะฉะนั้นก็สามารถที่ดำเนินการโดยที่เอาหน่วยงานต่าง ๆ ถ้าเผื่อผมแนะนำก็คือว่า ๑. ก็ต้องมีทาง กอ.รมน. จังหวัดนะครับ ทางผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็มีหน่วยทหาร หน่วยตำรวจ จะมี กกต. ด้วยก็ยิ่งเป็นการดี หรือมีหน่วยงานที่เป็นมหาวิทยาลัย หรือเครือข่ายของท่านทั้งหมด สามารถตั้งเป็นอนุกรรมาธิการได้ แล้วก็เปิดเวทีรับฟัง แล้วท่านไม่มีเวลาก็สามารถให้เขาดำเนินการได้ แต่ว่าจะต้องระมัดระวังที่ไม่ให้มี การกล่าวโจมตีซึ่งกันและกันตรงนี้ก็สามารถจะทำได้ ผมก็ขอเสนอแนะตรงนี้ในส่วนแรก นะครับ

อีกประการหนึ่ง ที่มีข้อกังวลว่าแล้วจะเสนออะไรให้กับสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมก็มีความคิดเห็นอย่างนี้ในฐานะที่ก็เปิดเวทีตรงนี้มาแล้ว ๗-๘ เวทีนะครับ ก็แนะนำว่า ถ้าเผื่อเรื่องอะไรที่ตรงกับคณะกรรมาธิการในเรื่องต่าง ๆ ๑๘ คณะกรรมาธิการนี้ก็สามารถส่ง เรื่องนั้นให้คณะกรรมาธิการดำเนินการได้เลยนะครับ หรืออาจจะเป็นช่องทางที่กำลังจะเปิด ใหม่ตอนบ่ายนี้ มีศูนย์รับฟังอะไรนี่ก็สามารถที่จะนำเอาข้อมูลมาให้ที่ศูนย์ที่จะรับฟังได้ ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ผมอยากว่า เอาประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายงานของคณะกรรมาธิการนี้ให้จบก่อน เรื่องของกระบวนการ มีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นนั้นเรากำลังจัดระบบตามหลัง เพราะเหตุผลว่ากระบวนการ ทั้งหมดมันเร็วสุดได้แค่นี้ เพราะยังไม่มีกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นที่ท่านเอกชัยพูดถึงนั้น เป็นเพียงข้อเสนอ เพราะอย่างน้อย ๆ ผมก็มีข้อสังเกตว่าจำนวนอนุกรรมาธิการมันเกิน ๑๕ ไม่ได้ ข้อบังคับเรากำหนด อย่างไรก็ตามรายละเอียดเรื่องนี้ขอให้เราจัดระบบ เราจะรีบที่สุดนะครับ แล้วก็พยายามประสานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ให้เรามีปัญหา เพราะฉะนั้นท่านที่ เดินหน้าไปแล้วก็คงต้องทำด้วยความระมัดระวังพอสมควร ท่านกรรมาธิการตอบยังไม่หมด เชิญท่านอลงกรณ์ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ วิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ใคร่ขออนุญาตท่านประธานได้ตอบข้อซักถามของ ท่านสมาชิกนะครับ โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบของคณะกรรมาธิการ วิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ตั้งคำถามว่าทำไมจึงมี ๑๒ ท่าน เป็นสมาชิก ๑๑ บวกด้วยเลขาธิการ สปช. นะครับ ใคร่ขอชี้แจงว่าคณะกรรมาธิการได้ พิจารณาในประเด็นดังกล่าวนั้นว่าการติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น ถือได้ว่าเป็นกิจการภายในของ สปช. จึงมีองค์ประกอบคล้ายคลึงกับคณะกรรมาธิการ วิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ นั่นก็คือมีสมาชิก ๑๑ ท่าน บวกด้วยเลขาธิการ สปช. ก็คือท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ประการที่ ๒ ก็คือว่าเนื่องจากคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๕ คณะดังกล่าวนั้น ถือเป็นคณะกรรมาธิการกระบวนการ จึงจำเป็นที่จะต้องออกแบบให้มีความกะทัดรัด มีประสิทธิภาพและวางคนให้ถูกกับความเชี่ยวชาญชำนาญการเฉพาะใน ๕ คณะดังกล่าว จึงเป็นที่มาของคำตอบในประเด็นที่สมาชิกได้ตั้งคำถามว่าทางคณะกรรมาธิการวิสามัญ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติได้มอบอำนาจในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องการสรรหาและเสนอชื่อบุคคล ทั้งภายในและภายนอกใน ๕ คณะดังกล่าวนั้นให้กับท่านประธานสภานะครับ ยกเว้นในกรณีของกรรมาธิการการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งจำเป็น ที่จะต้องมีกลไกเชื่อมโยงกับภูมิภาคและ ๑๑ สาขาเดิมหรือ ๑๘ คณะกรรมาธิการ จึงได้มี จำนวน ๓๐ ท่าน ทั้งนี้ก็เป็นเหตุผลที่เน้นการทำงานให้เกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพครับ จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านสมาชิกครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ท่านรองทัศนา ต่อครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉันขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติมในเรื่องของคณะกรรมาธิการ ชุดที่ ๓ คณะกรรมาธิการวิสามัญ การมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งในคณะกรรมาธิการชุดนี้ เป็นคณะกรรมาธิการชุดที่สภาปฏิรูปแห่งชาติกำหนดไว้ให้ แล้วในชุดนี้จะต้องทำหน้าที่ใน การออกแบบระบบ กลไก แล้วก็วิธีการรับฟังความคิดเห็น จึงยังไม่ครอบคลุมไปถึงเรื่องของ การตั้งอนุกรรมาธิการต่าง ๆ ในระดับจังหวัดนะคะ ซึ่งเรื่องนั้นก็คงจะต้องมาคิดกัน อีกครั้งหนึ่งโดยที่คณะกรรมาธิการชุดนี้จะต้องมาออกแบบระบบเสียก่อน เพราะฉะนั้น ขออนุญาตที่จะกราบเรียนในส่วนนี้ไว้ก่อนว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่เกิน ๘ คนนั้นก็คือผู้เกี่ยวข้อง ตามที่ท่านพลเอก เอกชัยได้กราบเรียนค่ะ เช่นว่า จากกระทรวงมหาดไทยก็ควรเป็นผู้แทน จากระดับบนเลยคือระดับตัดสินใจนะคะ แล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้องจาก กอ.รมน. ก็ควรเป็น ระดับบนที่จะมาร่วมกันในคณะกรรมาธิการชุดนี้ในการออกแบบระบบอีกครั้งหนึ่งค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

อาจารย์ดุสิต คอยนิดหนึ่งนะครับ อาจารย์อยู่ลำดับที่ ๖ ผู้อภิปรายที่รอคิวนะครับ อาจารย์เตือนใจ อาจารย์สุกัญญา อาจารย์ณรงค์ คุณอรพินท์ อาจารย์เจิมศักดิ์ และอาจารย์ดุสิต ตามลำดับ เชิญคุณเตือนใจก่อนครับ

นางเตือนใจ สินธุวณิก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สปช. สายการสื่อสารมวลชนนะคะ ขออนุญาตกราบเรียนในประเด็น เรื่องของ ๒.๔ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสื่อสารมวลชนโดยตรงนะคะ ก่อนอื่นดิฉันขอเรียนว่าดิฉัน เห็นด้วยกับการที่จะมีความเห็นที่จะทำการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อต่างประเทศค่ะ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ดิฉันรับราชการที่กรมประชาสัมพันธ์มา ๓๗ ปีกว่านะคะ ก็อยากจะ ขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่าในการดำเนินการประชาสัมพันธ์นั้นน่าจะใช้สื่อของภาครัฐค่ะ ซึ่งก็คือสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นสถานีเดียวที่มีสถานีตั้งอยู่ในส่วน ต่างจังหวัดในทุกภูมิภาคของประเทศ รวมทั้งหมด ๑๒ สถานีนะคะ ในการที่จะให้ คณะกรรมาธิการหรือว่าคณะทำงานของเราต่าง ๆ นั้นลงไปจัดรายการรับฟังความคิดเห็น การมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยในส่วนต่างจังหวัด ของเรา อย่างทางเหนือก็จะมีที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพิษณุโลก ภาคอีสานมีที่ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดขอนแก่น ภาคใต้ก็จะมีตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดภูเก็ต จังหวัดยะลา แล้วก็ที่อำเภอหาดใหญ่ด้วยค่ะ ซึ่งอันนี้จะเป็นผลอย่างมาก ในการที่เราจะจัดรายการนะคะ และเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง หลายท่านก็พูด เกี่ยวกับเรื่องของกฎอัยการศึก ซึ่งก็จะพูดว่าเหมือนกับเป็นสิ่งที่ปิดกั้นไม่สามารถทำให้มา รับฟังความคิดเห็นได้ ดิฉันก็ขออนุญาตเรียนเสนออย่างนี้ค่ะว่า ในการจัดรายการสดแต่ละรายการนั้น ขอให้เรานอกจากจะใช้สื่อของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีสถานีโทรทัศน์ทั้งในส่วนกลางและ ส่วนภูมิภาคจัดรายการเป็นประจำค่ะ และมีการถ่ายทอดสดการรับฟังความคิดเห็นทุกครั้ง ให้มีส่วนร่วมของประชาชนด้วยการเปิดโทรศัพท์โฟนอิน (Phone-in) ค่ะ ให้มีโฟนอินเข้ามา ในรายการ แล้วจัดเจ้าหน้าที่เลยค่ะ ซึ่งอาจจะเป็นจากคณะอนุกรรมาธิการของเราหรือว่า พี่น้องประชาชนในพื้นที่ รับข้อมูลความเห็นของเขา โดยเรามีการตั้งประเด็นไปก่อนนะคะ ในการที่จะรับฟังความคิดเห็นในแต่ละประเด็น ในแต่ละครั้งที่ออกรายการ แล้วก็ให้ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ซึ่งมีทั้งหมด ๑๔๗ สถานี เอเอ็ม (AM) เอฟเอ็ม (FM) ทั่วประเทศได้ทำการถ่ายทอดสดด้วยค่ะ แล้วก็เปิดโทรศัพท์ให้เขาโทรเข้ามาด้วย อันนี้ดิฉัน ก็คิดว่าเป็นหนทางที่จะทำให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างดียิ่งนะคะ นอกจากสถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทยของกรมประชาสัมพันธ์ซึ่งอยู่ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนว่าสถานีวิทยุและโทรทัศน์ของรัฐสภาก็เป็นอีกสถานีหนึ่งซึ่งเป็น เครื่องมือสำคัญแล้วก็มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่การทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ของเรานะคะ และสถานีวิทยุโทรทัศน์ อสมท. ก็เช่นเดียวกันค่ะ ก็สามารถทำได้แม้ว่าเขาจะมี เรื่องของการโฆษณาต่าง ๆ นะคะ แต่ถ้าหากความจำเป็นของชาติอย่างนี้เราอาจจะนัดเลือก ให้เขาได้ถ่ายทอดได้บ้างบางครั้งนะคะ

ประการต่อไปค่ะ ขออนุญาตเรียนว่าสำหรับ ข้อที่ ๑ ที่เป็นอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมาธิการวิสามัญประชาสัมพันธ์เพื่อการปฏิรูปนั้น ดิฉันเข้าใจว่าข้อแรกที่เขียนว่า ทำการสื่อสารทั้งภายนอกและภายในผ่านสื่อบูรณาการหรือมัลติมีเดีย (Multimedia) เพื่อสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกนั้น ดิฉันคิดว่าทางคณะกรรมาธิการคงหมายถึงภายในประเทศ ของเราแล้วก็ภายในสภาปฏิรูปแห่งชาติของเราเองนะคะ ซึ่งหลายท่านบอกว่าพวกเรา ทั้งหมด ๒๕๐ คนนั้นบางทียังไม่ค่อยรู้จักกันเท่าไร ดังนั้นก็ต้องมีการประชาสัมพันธ์ทั้งภายใน และภายนอกเพื่อให้คณะต่าง ๆ ทั้ง ๑๘ คณะนั้นเกิดความใกล้ชิด แล้วก็การทำงานร่วมกัน ดียิ่งขึ้นนะคะ ดังนั้นขออนุญาตเสนอค่ะว่าเราต้องเพิ่มเติมในข้อนี้ว่า ทำการสื่อสาร ทั้งภายนอกและภายในสภาปฏิรูปแห่งชาติผ่านสื่อสารบูรณาการหรือมัลติมีเดีย เพื่อสร้าง ภาพลักษณ์เชิงบวกและความมั่นใจในผลงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติในการปฏิรูป และเพิ่มเติมนะคะว่า ดำเนินการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผลงานความคืบหน้าของ การดำเนินงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติทั้งภายในและภายนอกประเทศด้วย ซึ่งขอเรียนว่า สำหรับสื่อนั้นก็จะมีสื่อต่างประเทศในประเทศไทยที่เขามีสำนักงานอยู่ที่ตรงแถวราชประสงค์ ซึ่งกรมประชาสัมพันธ์ก็เป็นคนดูแลแล้วก็ออกบัตรสื่อให้เขา อันนี้ก็ใช้กรมประชาสัมพันธ์ได้ นะคะ แล้วก็สื่อต่างประเทศซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องจำเป็นเพราะตอนนี้เรากำลังจะเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน ดังนั้นทางคณะกรรมาธิการวิสามัญนี้คงจะต้องใช้สื่อต่างประเทศ โดยตรง และอาจจะต้องใช้ซีเอ็นเอ็นหรือรอยเตอร์ ซึ่งครอบคลุมไปทั่วโลกเสนอข่าว ของเราบ้างเป็นระยะจากท่านประธานหรือท่านรองประธานแล้วก็คณะกรรมการต่าง ๆ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอความกรุณา ช่างภาพงดใช้แฟลช (Flash) นะครับ เชิญอาจารย์สุกัญญาครับ

นางสุกัญญา สุดบรรทัด

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ศาสตราจารย์กิตติคุณ สุกัญญา สุดบรรทัด ค่ะ ของดิฉันยังเป็นประเด็นเกี่ยวกับฉากทัศน์นะคะ ซึ่งทาง คณะกรรมาธิการได้กรุณาเอาออกไปแล้วนะคะ แต่ก็ขอตั้งเป็นข้อสังเกตตรงนี้นิดหนึ่งว่า จากการค้นจากอินเทอร์เน็ตเมื่อสักครู่นี้นะคะ คำว่า ฉากทัศน์ มาจากภาษาอังกฤษว่า ซีนาริโอ ค่ะ ส่วน วิชัน นั่นมาจากคำว่า วิสัยทัศน์ ค่ะ ก็ตั้งเป็นข้อสังเกตไว้เฉย ๆ แต่ทางท่านกรรมาธิการ ได้เอาคำนี้ออกไปแล้ว ซึ่งก็น่าเสียดายนะคะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ อาจารย์ณรงค์ พุทธิชีวิน

นายณรงค์ พุทธิชีวิน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ณรงค์ พุทธิชีวิน สปช. ครับ ท่านประธานครับ ขอเรียนถามผ่านไปยังกรรมาธิการ มีประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้ครับ ไม่ว่าเราจะทำงานสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ตาม ตามมาตรา ๓๘ ของรัฐธรรมนูญ ถ้าเผื่อว่าเราไม่รับกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือเราทำไม่เสร็จตามเวลาเราก็ถูกยุบ คำถามหลัก ๆ ก็คือเราเรียนรู้อะไรบ้างจากการทำงานตรงนี้ และเราจะเตรียมการสำหรับส่งมอบงานตรงนี้ ให้กับกระบวนการการปฏิรูปต่อไปอย่างไร ผมมีคำถามที่คิดว่าพวกเราจะต้องช่วยกันตอบ แล้วก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการที่จะต้องหาคำตอบจากกรรมาธิการที่ตั้งขึ้น หรือถ้า ไม่มีก็ควรจะตั้งเพิ่มขึ้น

คำถามแรกครับ ถามว่าผลของการปฏิรูปประเทศที่พวกเรามาทำงานกันนั้น มันเป็นอย่างไรบ้าง

คำถามที่ ๒ ก็คือ สภาปฏิรูปแห่งชาติทำอะไรกันบ้างแล้ว และผลเป็นอย่างไร

คำถามที่ ๓ ผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพของสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ทำงานกัน มานั้นเป็นอย่างไร

คำถามที่ ๔ ก็คือที่เราทำงานมาทั้งหมดนั้นมีปัญหา มีอุปสรรคอย่างไร แล้วเราคลี่คลายหรือแก้ปัญหานั้นอย่างไร และ

คำถามที่ ๕ ก็คือเรามานั่งอยู่ที่นี่นะครับ เราใช้งบประมาณเยอะนะ เราใช้ เวลาเยอะนะ เราใช้คนก็ไม่น้อย คุ้มค่าไหม ถามคณะกรรมาธิการว่าคำถามที่เซ็ต (Set) ไว้ทั้ง ๕ ข้อนี้ได้มีกำหนดบทบาทหน้าที่อยู่ในคณะกรรมาธิการชุดไหนแล้ว ถ้าไม่มีก็เสนอให้ ควรตั้งให้มีคนทำหน้าที่ประเมินและติดตามผลเป็นกรรมาธิการวิสามัญเพิ่มขึ้น ด้วยความขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ประเด็นของ อาจารย์ณรงค์เดี๋ยวจะเข้าไปการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูป แห่งชาติ ๕ ชุดวันนี้เป็นไปตามข้อบังคับ เรากำลังเดินตามข้อบังคับครับ ส่วนจะเพิ่มเติมนั้น ขอส่งเข้าไปที่คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ เชิญท่านต่อไปครับ อาจารย์ อรพินท์ สพโชคชัย ครับ

นางสาวอรพินท์ สพโชคชัย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะคะ ดิฉัน อรพินท์ สพโชคชัย ดิฉันมี ๒ ประเด็น ที่จะขออนุญาตกราบเรียนนะคะ

ประเด็นที่ ๑ คือเรื่องเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมนะคะ คณะกรรมาธิการ การมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในตัวที่เป็นอำนาจหน้าที่ดิฉันคิดว่า อยากจะขอเพิ่มเติมในข้อ ๒ นะคะ ข้อ ๒ พูดถึงเรื่องการดำเนินการให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปฏิรูป ในส่วนสำคัญของกระบวนการ รับฟังความคิดเห็นหรือกระบวนการที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นกระบวนการ ที่มีความละเอียดอ่อน อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ดิฉันมีความไม่ค่อยสบายใจในเรื่องที่เราได้มี การจัดเวทีไปแล้วหลายครั้งนะคะ กระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนอันนี้เป็นศาสตร์ ที่ค่อนข้างที่จะละเอียดอ่อนนะคะ แล้วถ้าสมมุติว่าเราดำเนินการโดยที่ไม่ถูกต้องตามขั้นตอน หรือว่าไม่เข้าใจกระบวนการที่แท้จริงมันจะนำไปสู่ผลในทางลบมากกว่าที่เราจะได้ประโยชน์ จากการรับฟังหรือกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ ที่ประเทศไทยเราอยู่ในภาวะของความขัดแย้งค่อนข้างมาก ถ้าเราดำเนินการโดยที่ ไม่ระมัดระวังอาจจะมีผลที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งที่มีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระบวนการการที่จะเลือกในเวทีต่าง ๆ ของทุกระดับนะคะ ส่วนสำคัญคือการเลือกผู้ที่ เข้ามามีส่วนได้ส่วนเสียว่าสเท็กโฮลเดอร์ กรุ๊ป (Stakeholder group) ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมนั้น คืออะไรนะคะ

ส่วนที่ดิฉันอยากจะขอเพิ่มเติมในบทบาทหน้าที่ของกรรมาธิการในข้อ ๒ ก็คือว่านอกจากการรับฟังความคิดเห็นแล้วผู้ที่ไปดำเนินการในการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนมีงานสำคัญอีกด้านหนึ่งที่เราไม่เคยทำเลยในประเทศไทยก็คือว่าการสื่อสารกลับ คือหลังจากไปรับฟังความคิดเห็นแล้วก็เก็บข้อมูลใส่กระดาษมาแล้วก็ไม่มีการสรุปหรือว่า ดำเนินการในการสื่อสารกลับกับผู้ที่เราได้เชิญมาในการให้ระดมความคิดเห็น ส่วนนี้ มีบทเรียนทั้งในประเทศและต่างประเทศว่ามันเป็นตัวชนวนในการสร้างความขัดแย้ง ในอนาคต เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะขอเพิ่มบทบาทหน้าที่ของการจัดทำรายงานสรุปและ ดำเนินการสื่อสารกลับในส่วนที่ได้รับฟังความคิดเห็นหรือในส่วนที่เราได้จัดเวที โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในการเลือกสเท็กโฮลเดอร์ในแต่ละส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการให้ข้อคิดเห็น หรือว่าในการที่จะมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับในเรื่องต่าง ๆ ทั้งเรื่องรัฐธรรมนูญ แล้วก็เรื่อง ของการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ นะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน พวกท่านสมาชิกทั้งหลายคงจะพอทราบว่าก็มีกระบวนการที่เรียกว่าต่อต้านและไม่เห็นด้วย อยู่หลายกลุ่ม เพราะฉะนั้นในการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นหรือกระบวนการมีส่วนร่วมนั้น ดิฉันอยากจะขอตั้งข้อสังเกต แล้วก็อยากจะให้ท่านใช้ความระมัดระวังในการดำเนินการนะคะ

สำหรับประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตอภิปราย ดิฉันเห็นด้วยกับ ท่านสมาชิกหลายท่าน คำว่า ฉากทัศน์ กับ ออกแบบอนาคต นั้นอาจจะมีความหมาย ไม่เหมือนกันนะคะ สำหรับเทคนิคในเรื่องของฟิวเจอร์ เสิร์ช (Future search) ซึ่งเป็น อำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการในชุดที่เรียกว่ากำหนดอนาคต ในส่วนที่มีความสำคัญคือ การกำหนดวิสัยทัศน์หรือวิชัน แล้วหลังจากที่มีวิชันแล้วในเทคนิคของฟิวเจอร์ เสิร์ช มีอีกอันหนึ่งก็คือว่าการดูในเรื่องที่เรียกว่า ซีนาริโอ หรือ ฉาก ดิฉันเข้าใจว่าอันนี้คือคำว่า ฉากทัศน์ ฉากทัศน์ จะเป็นตัวสำคัญในการที่จะกำหนดบทบาทอำนาจหน้าที่ที่ ๒ คือ การพัฒนายุทธศาสตร์ เพราะฉะนั้นตรงนี้ดิฉันอยากจะขอกราบเรียนท่านกรรมาธิการว่า อาจจะต้องกลับไปพิจารณาว่าตกลงท่านจะให้กรรมาธิการชุดนี้ทำในด้านใดบ้าง ก็ขอกราบเรียนนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ผมคิดว่ารายชื่อ ผู้อภิปรายมากขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ คงต้องขอความกระชับ แล้วก็เอาเป็นเท่าที่รายชื่ออยู่ ในมือผมนี้เสียก่อน แล้วก็ขอความกรุณาที่จะให้อยู่ในประเด็นที่คณะกรรมาธิการเขาไป ศึกษาเสนอ ถัดไปนะครับ อาจารย์เจิมศักดิ์ อาจารย์ดุสิต คุณเสรี รอบ ๒ คุณบุญเลิศ อาจารย์อมรวิชช์ และคุณเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง เชิญอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ

นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง 🔗

เรียนท่านประธานครับ ผม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ท่านประธานครับ ผมมี ๒ ประเด็นใหญ่ ประเด็นหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องการจัดทำจดหมายเหตุ และเจตนารมณ์ อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องการมีส่วนร่วม

ผมขออนุญาตหยิบเรื่องการมีส่วนร่วมเสียก่อน เพราะว่าอาจารย์อรพินท์ เพิ่งพูดเมื่อสักครู่นี้ซึ่งมันตรงกัน ท่านประธานครับ มีผู้สงสัยว่าจะทำงานกันอย่างไรระหว่าง กรรมาธิการการมีส่วนร่วมกับผู้ที่ออกไปรับฟัง ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า ประสบการณ์ที่เคยร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ผมเองเคยเป็นประธานกรรมาธิการการมีส่วนร่วม แล้วก็เรียนสั้น ๆ นิดเดียวว่ากรรมาธิการการมีส่วนร่วมนั้นมีหน้าที่ในการวางแผน ในการออกแบบกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน และเมื่อมีกรรมาธิการที่ดูแลพื้นที่เขาก็ไป ดำเนินการ แต่ก่อนที่จะไปดำเนินการเรามาซักซ้อมกันทั้งประเทศ พร้อมกับมีคู่มือให้ มีการจดบันทึกข้อมูล และเมื่อเสร็จแล้วจะต้องส่งทางอีเมล (e-mail) กลับมาทันทีในวันนั้น อย่างไร กรรมาธิการก็จะมีคนคอยรับ แล้วก็ถอดสิ่งที่ประชาชนเขามีความเห็นเป็น โคด (Code) เพื่อที่จะรัน (Run) คอมพิวเตอร์แล้วสามารถจะสรุปให้ได้ว่าในเรื่องนั้น ๆ มีคน ที่เห็นอย่างไรกี่เปอร์เซ็นต์ เห็นอย่างไรกี่คน แล้วก็มีโดยเป็นเนื้อหาว่ามีคำพูดว่าอย่างไร จะได้ ตีความคำพูดได้ถูกต้องด้วย เพราะฉะนั้นงานมันต้องรอให้กรรมาธิการเขาไปออกแบบก่อน อันนี้ผมเล่าให้ฟังว่าใจเย็น ๆ ครับในพื้นที่

ทีนี้เรียนประการที่ ๒ ในพื้นที่ที่เคยทำ เราเคยทำ ๗๗ ทีม คือสมัยนั้นมี ๗๖ ทีมก็ ๗๖ จังหวัดแล้วก็ทำกันไป บางจังหวัดมาดีมาก แต่บางจังหวัดมาทำโคดไม่ได้เลย ลงคอมพิวเตอร์ไม่ได้ตีความไม่ออก มันก็มีปัญหาหนักมาก และเราก็เคยตั้งงบประมาณ แต่ละจังหวัด ตอนนั้นจังหวัดละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็ปรากฏว่าบางจังหวัดดีมาก ๆ แต่บางจังหวัดก็ใช้เงินมีปัญหามาก ๆ เอาไปตัดเสื้อทีม เลือกสภาร่างรัฐธรรมนูญ อย่างนี้ เป็นต้น ก็สร้างความปวดหัวกันพอสมควร เพราะฉะนั้นต้องคิดนะครับว่าจะทำอย่างไร ให้จังหวัดที่อยู่ด้วยกันทำงานร่วมกันเป็นทีมจะดีขึ้นไหม อันนี้ก็เป็นข้อสมมุติฐานของผม ผมพูดสั้น ๆ แค่นั้นนะครับ เพราะฉะนั้นที่อาจารย์อรพินท์บอกว่าต้องสื่อสารกลับ ผมคิดว่า ต้องดูความแตกต่างระหว่างปี ๒๕๕๐ กับตอนนี้ ตอนนั้นพวกเราร่างรัฐธรรมนูญเป็น สภาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อเป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญแปลว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า อย่างไร เราสามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ แต่ครั้งนี้พวกเราแก้ไขเพิ่มเติม ได้แต่เสนอแนะการแก้ไข เพิ่มเติม แต่จะมาพิจารณาในสภานี้ไม่ได้ สภานี้ไม่มีสิทธิในการที่จะโหวตว่าจะให้ข้อความ ในรัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นอันนี้มีความแตกต่าง เมื่อมีความแตกต่างผมเห็นด้วย กับอาจารย์อรพินท์ว่าต้องสื่อสารกลับ เมื่อสื่อสารกลับจะทำอย่างไรให้เขารู้ว่านี่คือบทบาท หน้าที่ของสภาปฏิรูปแห่งชาติไม่ใช่ร่างรัฐธรรมนูญ ต้องแยกให้ชัดเจน เขาจะไม่เข้าใจ เพราะว่า ๒ ครั้งนี้มันต่างกัน

ประการถัดไป ถ้าท่านดูนะครับที่ปรากฏในเอกสาร ถ้าจะใส่เสียให้ชัดในเรื่อง กรรมาธิการการมีส่วนร่วม ใส่เสียให้ชัดว่า ให้มีอำนาจหน้าที่ในการรวบรวม สังเคราะห์ข้อมูล ที่ได้จากพื้นที่ ในนี้ไม่มี ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วใครจะเป็นคนทำ ทำแล้วส่งไปที่ไหน อย่างไร ช่วยกรุณาเติมตรงนี้ พร้อมทั้งบอกว่าให้สื่อสารกลับด้วย จะกลับอย่างไร จะกลับแค่ไหน ผมว่าอันนั้นยุ่งพอสมควร แต่ว่าต้องทำนะครับ ผมก็เห็นด้วย คราวนี้ประเด็นนี้นะครับ ท่านประธาน จากประสบการณ์นะครับ ประสบการณ์มันทำให้ลองถูกลองผิดมาแล้วก็ ไม่อยากจะเก็บไว้ คณะกรรมาธิการวิสามัญประชาสัมพันธ์เพื่อการปฏิรูปกับ คณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต้องทำงาน ร่วมกัน ประธานกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ในยุคปี ๒๕๕๐ ก็นั่งอยู่ใน สปช. นี่แหละครับ ต้องทำงานร่วมกัน เพราะเวลาที่ออกไปฟังความเห็น นั่นแหละครับ คือการประชาสัมพันธ์ที่ดีที่สุด ประชาสัมพันธ์ที่ดีคือเนื้อ ไม่ใช่โฆษณาเป็นสปอต (Spot) โฆษณา เพราะฉะนั้นทำอย่างไรที่จะร่วมกันกำหนด ร่วมกันทำประชาสัมพันธ์ให้เขารู้ และคิดถึงเรื่องของการตอบกลับด้วยอย่างที่อาจารย์อรพินท์พูด ผมว่าอันนั้นก็จะเป็น ประโยชน์นะครับ รายการประจำสมัยนั้นก็ได้ทำร่วมกันที่ทำรายการเป็นประจำทางช่อง ๑๑ และช่อง ๙ ซึ่งก็เป็นประโยชน์ มันเป็นเรื่องของกึ่งประชาสัมพันธ์แล้วก็กึ่งในการฟังความเห็น ไปด้วย ผมก็เห็นด้วยนะครับที่เมื่อกี้มีผู้เสนอตรงนี้

ทีนี้มาถึงเรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๒ คือ ๒.๕ หน้า ๔ คณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำจดหมายเหตุและเจตนารมณ์ในการปฏิรูปของสภา ผมอยากจะเล่าให้ฟังอย่างนี้สักนิดเดียว ว่าเมื่อปี ๒๕๕๐ ในการร่างรัฐธรรมนูญ ผมเอง เป็นคนเสนอให้มีคณะกรรมาธิการบันทึกเจตนารมณ์ในการร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเหตุว่า ชอบเถียงกันว่าถ้อยคำนี้มันตีความอย่างไร มันมีเจตนารมณ์อย่างไร สภาก็เห็นด้วย ก็ตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้นมา เพื่อที่จะจดบันทึกและหาเจตนารมณ์ในการร่างรัฐธรรมนูญ แต่ครั้งนี้ มันเป็นการจดบันทึกและลงเจตนารมณ์ในการปฏิรูปซึ่งต่างกันนะครับ ของคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญเขาก็มีคณะอนุกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในการไปดูเรื่องเจตนารมณ์ ในการปฏิรูปอยู่แล้ว คำถามคือ อำนาจหน้าที่เราควรจะทำแค่ไหน อย่างไร ถ้าคิดว่ายังเป็น ประโยชน์ ผมก็คิดว่าก็ทำได้ แต่ของเรามันเป็นเรื่องของการปฏิรูป มันเป็นเรื่องที่เราจะต้อง ส่งรายงานอยู่แล้ว ส่งรายงานให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ส่งรายงานให้กับ คสช. ส่งรายงานให้กับคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไปดำเนินการ เราไม่มีอำนาจอะไร เพราะฉะนั้นเรื่องของเจตนารมณ์ที่เราบันทึก จะใช้ประโยชน์มากเท่ากับเรื่องของกฎหมาย คงไม่ใช่ อย่าไปคาดหมายสูงอย่างนั้น เพราะตอนรัฐธรรมนูญมันมีการอ้างอิงกันว่า เจตนารมณ์คืออะไรของกฎหมายจึงกลับมาดู แต่ของเรามันเป็นเรื่องของหลักการ วิธีการ ในการปฏิรูป เพราะฉะนั้นกรรมาธิการชุดนี้ต้องวางตรงนี้ให้ดีว่าถ้าอยากจะทำต่อจะทำกัน อย่างไร เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับท่านประธานครับ ครั้งนี้งานของเราก็เยอะ เพราะเราไปแถมเรื่องการปฏิรูปทั้งประเทศ มันเรื่องใหญ่โตมโหฬาร อันนี้ไม่สำคัญเท่ากับ เมื่อปี ๒๕๕๐ เพราะว่ามันเป็นการร่างรัฐธรรมนูญ คำถามก็คือว่าเมื่อปี ๒๕๕๐ มีจุดอ่อน ผมต้องขออนุญาตพูดความจริง ผมเป็นคนเสนอเองแต่ผมก็ผิดหวัง เพราะเมื่อมีกรรมาธิการ บันทึกและดูเจตนารมณ์ทั้งหมด แต่พอสภาร่างรัฐธรรมนูญเสร็จก็จวนเจียนหมดเวลาที่สภา จะต้องไปแล้ว ไปลงประชามติรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เสร็จแล้วเราก็ลาโรงเลิกไปหมดเลย ตกลงเจตนารมณ์ที่ปรากฏอยู่ในบันทึกไม่ได้มีการรับรองจากสภาร่างรัฐธรรมนูญ เป็นจุดอ่อน ที่พอเวลาขึ้นศาลรัฐธรรมนูญไปทำอะไรก็ตาม เพราะเขาอ้างอิงว่าเจตนารมณ์เขาว่าอย่างนี้ เขาถามว่านั่นมันเจตนารมณ์ของใครร่าง จบ ท่านประธานครับ นี่คืออย่าหาว่าผมเอา ของเก่ามา แต่ของเก่ามันต้องพูดความจริงครับ เพราะฉะนั้นครั้งนี้จะทำไปด้วยวัตถุประสงค์ อะไร ขอบเขตแค่ไหน งานเราก็เยอะ ถ้าอยากจะทำต้องทำให้เสร็จก่อน แล้วเรามารับรองกัน ในที่นี้มันถึงจะเป็นประโยชน์ ผมก็ขอกราบเรียนแค่นี้ละครับ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เชิญอาจารย์ดุสิตครับ คงต้องขอให้กระชับขึ้นนะครับ ขอประทานโทษด้วย

นายดุสิต เครืองาม

เรียนท่านประธานครับ กระผม ดุสิต เครืองาม ขออนุญาตอภิปรายประเด็นหัวข้อที่ ๒.๑ ครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและ ให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญครับ เป็นประเด็นเรื่องอำนาจหน้าที่ ผมเข้าใจว่า กระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญครั้งนี้ประกอบด้วย กระบวนการยกร่าง กระบวนการ แก้ไขเพิ่มเติม กระบวนการเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ และสุดท้ายก็ยังมีส่วนเพิ่มเติมอีกคือ กระบวนการจัดทำพระราชบัญญัติหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามที่รัฐธรรมนูญจะได้กำหนด แต่ถ้าอ่านดูตามอำนาจหน้าที่ในรายงานการประชุมนี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อ ๑ หรือข้อ ๒ ทำให้ ตีความได้ว่าเป็นการกำหนดอำนาจหน้าที่เฉพาะประเด็นที่ ๑ ก็คืออำนาจหน้าที่ในการจัดทำ ในขั้นตอนการยกร่างเท่านั้น ผมจึงเห็นว่าอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มข้อความที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีมาตรา ๓๖ เป็นเรื่อง เกี่ยวกับวรรคสองนะครับ มาตรา ๓๖ คำขอแก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งมาตรา ๓๙ ยังบอกเลยว่า สภาปฏิรูปแห่งชาตินี้มีหน้าที่ในการที่จะต้องดูต่อไปด้วยว่าจะต้องมีการจัดทำกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะฉะนั้นผมจึงขอฝากท่านกรรมาธิการว่าอำนาจหน้าที่ ข้อ ๑ หรือข้อ ๒ นี่กรุณาดูแล้วกันว่าจะใช้ข้อความอย่างไรจึงจะเหมาะสม ประเด็นของผม ก็คือว่าอยากจะให้มีการเพิ่มเติมถ้อยคำว่า เสนอแนะ ประสานงานในการจัดทำหรือว่าคำขอ แก้ไขเพิ่มเติมในร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๓๖ วรรคสอง และเสนอแนะในการให้มี การประสานงานพิจารณาจัดทำร่างกฎหมายประกอบตามมาตรา ๓๙ ครับ ขอบพระคุณครับ

และมีคำถามสุดท้ายครับ องค์ประกอบของชุดนี้มีคำว่า เลขาธิการสภาปฏิรูป แห่งชาติ ผมไม่เข้าใจแล้วก็ไม่มั่นใจว่าเรามีตำแหน่งเลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้วหรือไร ถ้าท่านอลงกรณ์นี่ท่านน่าจะหมายถึงเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูป แห่งชาติ น่าจะเป็นทำนองนั้นครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เรียนสุดท้ายเพื่อ ความเข้าใจ ขณะนี้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่เลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ คุณเสรีครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เสรี สมาชิกนะครับ คงกราบเรียนท่านประธานสั้น ๆ นะครับ ก็ถือว่าเป็นหน้าที่และ ความรับผิดชอบ ในเมื่อมาทำหน้าที่แล้วก็คงที่จะต้องหารือกับที่ประชุมครับ หลังจากที่ กรรมาธิการได้ให้ความกรุณาชี้แจงแล้ว มันก็มีคำถามอีกเยอะ ที่ผมเรียนตรงนี้ก็คือ มันต่อเนื่องกัน มันต่อเนื่องกันเนื่องจากว่าในส่วนของการมีส่วนร่วมและการรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนนะครับ ทางท่านกรรมาธิการ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านพลเอก เอกชัย ท่านก็ให้ข้อมูลว่าท่านประธานได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จริง ๆ แล้ว เข้าใจว่าแนวทางดำเนินการดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องขอความร่วมมือกับผู้ปฏิบัติงาน แต่สิ่งที่เป็น ปัญหาสำคัญในทางนโยบายก็คือเรื่องของประกาศ คสช. กับผู้รับผิดชอบคือรัฐบาล ถ้าหาก ว่าไม่มีความชัดเจนนี่นะครับ มันก็ยากแก่การทำงานว่าการจัดเวทีดังกล่าว ถ้าเป็นสื่อมวลชน ออกทางสถานีวิทยุโทรทัศน์อะไรต่าง ๆ ก็คงไม่เป็นไร เพราะมันตรวจสอบได้ แต่สิ่งที่ เป็นปัญหาคือเวที การจัดเวทีให้ประชาชนมีส่วนร่วมและเสนอความคิดเห็นนี่นะครับ ถ้าหากเราไปขอความร่วมมือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอะไรก็ตามเข้าใจว่าน่าจะทำได้อย่างที่บอก แต่ถ้าเกิดเป็นเวทีที่เราไปจัดเอง ประชาชนจัดเอง แล้วรวบรวมมาให้ สปช. อย่างนี้ทำอะไรได้ มากน้อยแค่ไหน สิ่งที่จะแก้ปัญหานั้น ผมเข้าใจว่าอยู่ที่นโยบายสำคัญก็คือประกาศ คสช. ผมไม่แน่ใจว่า ท่านประธานได้มีการประสานไปยัง คสช. หรือยัง จริง ๆ แล้ว คสช. กับ สปช. มันก็มาจาก ที่เดียวกัน พวกเราต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงว่าทุกท่านที่มานั่งในห้องประชุมนี้ได้นะครับ คสช. เขาตั้งขึ้นมาทั้งนั้น อย่าไปรังเกียจ หรือจะมาบอกทำงานร่วมกันไม่ได้ หรือคนละส่วนกัน อะไรนี่ครับ ผมว่าไม่ใช่ แต่สิ่งสำคัญก็คือเป็นเรื่องของการทำงานร่วมกันและเราขอ ความชัดเจน ถ้าท่านประธานยังตอบตอนนี้ไม่ได้ไม่เป็นไร หรือจะไปคุยกันข้างหลังเพื่อให้ ชัดเจนอีกรอบหนึ่งก็ยังไม่เป็นไรนะครับ เพียงแต่อยากจะแก้ปัญหา ไม่อยากให้สังคม ให้ประชาชน เขาจะเสนอความคิดเห็นแล้วเกิดเป็นปัญหา รวมถึงสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่ด้วย นะครับ ก็กราบเรียนถ้าไม่ชัดเจนอย่างที่เรียนนะครับ ไม่ใช่ว่าต้องตอบได้ตอนนี้นะครับ แต่ถ้ามันมีความชัดเจนในเรื่องของการทำงานมันก็จะสะดวกกับทุก ๆ ฝ่าย ทุก ๆ ด้าน แล้วก็จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ตอบเลยก็แล้วกัน ขออนุญาตท่านสมาชิก ท่านกรรมาธิการ เพราะว่ามีสมาชิกอภิปรายเรื่องนี้ แล้วก็เป็นกังวล ท่านไม่อยู่เสียแล้วด้วย เรากำลังประสานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้การทำงานของสภาปฏิรูป แห่งชาติ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่กำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญนี้บรรลุเป้าหมายตามเจตนารมณ์ ขณะเดียวกันสภาปฏิรูปแห่งชาติก็มีกลไกของตัวเอง โดยเฉพาะขณะนี้ข้อบังคับการประชุม ของสภาปฏิรูปแห่งชาติได้กำหนดให้เราต้องเดินตามขั้นตอนอย่างนี้ เพราะฉะนั้นด้วยเหตุ ดังนี้ ความเห็นของประชาชนก็ดี สื่อก็ดี ตัวสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นรายบุคคลก็ดี มันเร็วกว่าระบบงานที่เรามีนี่รองรับ วันนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟัง ความคิดเห็น ขณะนี้ยังไม่เกิด เกิดแล้วเขาก็ต้องวางแผนออกแบบ ก็เราเขียนให้เขาออกแบบ แล้วนั่นละครับก็คือตัวที่ต้องประสานว่าจะไปฟังความเห็นอย่างไร จะให้ผู้คนมีส่วนร่วม อย่างไร คำถามก็เกิดขึ้นว่าความร้อนเมื่อแต่ละคนเดินหน้าออกไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น เราก็บอกได้อย่างเดียวว่าด้วยปะทะปะทังว่าฟังไว้เถอะ ถ้าเวทีเขาจัดไปฟังกับเขาไม่กระไร แต่ถ้าท่านสมาชิกไปเป็นผู้จัดก็โปรดระวัง เพราะระบบงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติเร็วสุดแล้ว เดินมาวันนี้เพิ่งจะเริ่มมีกรรมาธิการ เราทำได้ไหม ได้ ด้วยระบบการประสานงาน ผมยังประสานไม่เสร็จ ด้วยเหตุดังนี้จึงยังไม่สามารถจะบอกได้ว่าเป็นอย่างไร แต่กระบวนการ อันหนึ่งที่จะชัดเจน เดี๋ยวถ้ากรรมาธิการชุดทั้งหมดนี่ผ่านจะมีการเสนอชื่อบุคคล แล้วท่านจะเข้าใจ โอเคนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่อภิปรายเรื่องนี้ค้างอยู่ ท่านบุญเลิศ ครับ บุญเลิศ คชายุทธเดช อาจารย์อมรวิชช์ แล้วคุณเกรียงไกร คงพอเท่านี้กระมังครับ เชิญครับ คุณบุญเลิศ

นายบุญเลิศ คชายุทธเดช

ท่านประธานครับ ผม บุญเลิศ คชายุทธเดช ผมจะนำเสนอสั้น ๆ นะครับ

ประเด็นแรก ผมขอที่จะเรียนสนับสนุนคำอภิปรายของอาจารย์ดุสิต เครืองาม ว่าภารกิจของ สปช. นอกจากจะเสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อ การร่างรัฐธรรมนูญซึ่งต้องกระทำภายใน ๖๐ วันนับจากวันประชุมครั้งแรก เรายังมีภารกิจ ที่เราจะต้องเสนอข้อแก้ไข และมาพิจารณาว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญอีกด้วย ดังนั้นในข้อ ๒.๑ ที่นำเสนอมาก็ขอความกรุณาที่น่าจะเพิ่มเติม เข้าไปอีกเล็กน้อยนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ขอสนับสนุนอาจารย์เจิมศักดิ์ว่าการทำงานของกรรมาธิการ การมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนนั้นต้องเขียนรายละเอียดอะไร อย่างไร ต่าง ๆ และผมอยากจะเรียนว่าเอกสารทั้งหลายทั้งปวงจะต้องถูกเก็บรวบรวมและบันทึก เอาไว้สำหรับการศึกษาของผู้สนใจและคนรุ่นหลัง ผมมองไปไกลถึงขั้นที่ว่าเมื่อรัฐสภา แห่งใหม่สร้างเสร็จจะมีความโอ่อ่า สวยงาม เชิดหน้าชูตาสำหรับประเทศของเราที่มี การปกครองระบอบประชาธิปไตยตามความเหมาะสมกับสังคม เอกสารทั้งหลายทั้งปวงจะถูกเก็บเอาไว้ที่รัฐสภาแห่งใหม่ ที่เขาเรียกกันว่า สัปปายะสภาสถาน จะมีห้องเป็นสัดเป็นส่วน เป็นห้องว่าด้วยเรื่องของการปฏิรูปประเทศ ดังนั้นก็ขอสนับสนุน ที่อาจารย์เจิมศักดิ์บอกว่าผู้ที่ไปเก็บรวบรวมไปรับฟังอะไรต่าง ๆ เขาเก็บรวบรวมแล้วก็ส่งเข้ามา

ประเด็นที่ ๓ ประเด็นสุดท้าย ในหน้าที่ ๓ ข้อ ๒.๔ ว่าด้วยคณะกรรมาธิการ วิสามัญประชาสัมพันธ์เพื่อการปฏิรูปอำนาจหน้าที่

ข้อ ๑ ผมขออนุญาตที่จะเสนอว่าปรับแก้ไขเล็กน้อยนะครับ ทำการสื่อสาร ทั้งภายในและภายนอกผ่านสื่อบูรณาการเพื่อสร้างภาพลักษณ์และความมั่นใจในผลงานของ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมขอเรียนเสนอว่าน่าจะตัดคำว่า ในการปฏิรูป ออกไป

ข้อ ๒ ขอปรับแก้ไขเพิ่มเติมดังนี้ครับ ยังคงข้อความดังต่อไปนี้ไว้นะครับ กำหนดทิศทางการเสนอข่าวความเคลื่อนไหวของสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกด้านโดยมีเนื้อหาหลัก เมน คอนเทนท์ (Main content) ที่ให้ความมั่นใจในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมขอเพิ่มเติม คำว่า และการปฏิรูปประเทศ เพิ่มเติมเข้าไป แล้วก็เดินตามข้อความที่ทางฝ่ายกิจการ ได้เสนอมา สู่ประชาชนและสื่อมวลชนในทิศทางเดียวกัน

สรุปอีกครั้งหนึ่งนะครับ ข้อ ๑ ตัดคำว่า ในการปฏิรูป ออก ความมั่นใจใน ผลงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในการปฏิรูป นี่ฟังดูแล้วมันยังออกจะเยิ่นเย้ออยู่นะครับ เอามาใส่ในข้อที่ ๒ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

อาจารย์อมรวิชช์ ครับ

นายอมรวิชช์ นาครทรรพ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม อมรวิชช์ สปช. ด้านการศึกษา ผมอยากเสนอข้อคิดเห็นฝากท่านกรรมาธิการพิจารณาทบทวนดู นะครับว่าจะสมควรแก้ไขหรือไม่ ในข้อ ๒.๒ ๒.๔ และ ๒.๕

อันแรกข้อ ๒.๒ ที่มีเพื่อนสมาชิกเสียดายคำว่า ซีนาริโอ หรือ ฉากทัศน์ ซึ่งอาจจะเป็นคำที่เข้าใจยากจริงนะครับ แล้วท่านกรรมาธิการได้เสนอว่าจะใช้คำว่า และออกแบบอนาคตประเทศไทย ผมขออนุญาตเสนอคำทางเลือกนะครับว่าเป็น จัดทำวิสัยทัศน์และภาพอนาคตประเทศไทย และภาพอนาคตประเทศไทยน่าจะเข้าใจง่ายกับ สาธารณชนมากกว่า อันนี้ขอเสนอพิจารณานะครับ

อันที่ ๒ ข้อ ๒.๔ อำนาจหน้าที่ ข้อ ๒ กำหนดทิศทางการเสนอข่าว ความเคลื่อนไหวของ สปช. ทุกด้านโดยมีเนื้อหาหลัก (Main content) ผมคิดว่า คำภาษาอังกฤษไม่น่าจะจำเป็นนะครับ อยากเสนอพิจารณาว่าน่าจะตัดออก ถัดไป ที่ให้ ความมั่นใจในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีความเห็นคล้าย ๆ กับคุณบุญเลิศนะครับ ผมขออนุญาต จะเติมคำว่า และทิศทางการปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ นะครับ และทิศทางการปฏิรูป ประเทศด้านต่าง ๆ ก็สื่อความคล้าย ๆ กับที่คุณบุญเลิศได้เสนอนะครับ สู่ประชาชนและ สื่อมวลชนในทิศทางเดียวกัน วงเล็บ วัน ไดเรคชัน (One direction) ตรงนี้ขออนุญาตน่าจะ ตัดออก ผมคิดว่าทิศทางเดียวกันกับคำว่า วัน ไดเรคชัน ความหมายคนละความหมายกัน ถ้าไม่จำเป็นคิดว่าตัดคำภาษาอังกฤษออกทั้งหมดก็น่าจะดีกว่านะครับ

ประการสุดท้าย ขอเสนอกรรมาธิการได้กรุณาพิจารณานะครับ ข้อ ๒.๕ ยังเห็นด้วยกับที่เพื่อนสมาชิกพูดถึงองค์ประกอบนะครับ ผมมองว่าเรื่องนี้มันเป็นการเรียนรู้ ของสังคมด้วยนะครับ การพิจารณาของกรรมาธิการผมเชื่อว่าจะมีความคิดที่ดีอยู่มากมาย หลายเรื่องอาจจะได้รับการผลักดัน หลายเรื่องอาจจะไม่ได้ถูกรับการผลักดัน ประชาชน อาจจะไม่ทราบ แต่ควรจะเป็นแหล่งค้นคว้าในอนาคตเป็นการเรียนรู้ของสังคมได้ ผมอยากเสนอ ๒ ประเด็นนะครับ ในอำนาจหน้าที่ ข้อ ๒ ตรงบรรทัดสุดท้ายนะครับ เป็นจดหมายเหตุ และเจตนารมณ์การปฏิรูปในแต่ละด้าน ขออนุญาตเติมคำว่า เพื่อการศึกษาค้นคว้าของ สาธารณชนในอนาคต แล้วก็ในส่วนขององค์ประกอบนะครับ ยังเห็นด้วยว่าองค์ประกอบ ที่เป็นของ สปช. เองอาจจะน้อยไปหรือเปล่า ขอเสนออาจจะทบทวนว่าถ้าเป็นทาง สปช. สัก ๕ คน แล้วก็เป็นผู้เชี่ยวชาญและผู้ชำนาญการด้านเทคนิคอีก ๕ คน ไม่ทราบทาง กรรมาธิการจะกรุณาพิจารณาหรือไม่นะครับ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

คุณเกรียงไกรครับ คุณเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ไม่อยู่เสียแล้ว ผมหารือท่านสมาชิก เชิญครับ

นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง

อยู่ครับท่านประธานครับ ขอโทษครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมตั้งข้อสังเกต เป็นเรื่องที่น่าสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า บางคณะจะมีกรรมาธิการน้อยเกินไปนะครับ น้อยเกินไป ซึ่งจริง ๆ แล้วความรู้สึก จริง ๆ แล้วมันน่าจะมีครบทั้ง ๑๘ ด้าน อย่างเช่น การออกแบบประเทศ วิสัยทัศน์ อะไรพวกนี้นะครับ เพราะว่าผมดูแล้วมันมีแค่ ๑๒ คน ผมอยากให้กรรมาธิการลองพิจารณา ดูใหม่ว่าความสำคัญของส่วนนี้มันน่าจะปรับเปลี่ยนได้หรือไม่นะครับ และอีกสิ่งหนึ่ง ที่หลายท่านสนใจนะครับ ผมว่าท่านประธานได้ตอบเคลียร์ (Clear) หลายเรื่องที่กำลัง ประสานนะครับ ที่ฟังท่านประธานพูด ผมมีความรู้สึกว่าการทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ณ ปัจจุบันนี้เริ่มเข้าที่เข้าทางครับท่านประธานครับ มองดูว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ ซึ่งผมเองอยากฝากเรื่องนี้เป็นประเด็นหลักว่าทุกคณะอีก ๕ คณะ ที่เหลืออยากให้ครอบคลุม ครอบคลุมทุกภาค ทุกด้าน ถ้าเป็นไปได้ แล้วมีคนนอกที่มีความรู้ ความสามารถหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วม ผมว่ามันจะทำให้การปฏิรูปนั้นมีความสำคัญ ได้รูปแบบที่เหมาะสมและยั่งยืนครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ผมอยากจะ ขอให้คณะกรรมาธิการได้ขมวดประเด็นในชั้นนี้เสียก่อน อยากจะหารือท่านสมาชิกด้วยว่า มีผู้ที่เข้าชื่ออภิปรายต่อไปอีกเรื่อย ๆ ผมคิดว่าถ้าได้เวลาสมควรแล้วเราคงต้องมีมติทำอะไรกัน สักอย่าง เชิญท่านกรรมาธิการก่อนครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง กรรมาธิการ

คณะกรรมาธิการจะขอรับไว้ สำหรับคณะกรรมาธิการชุดที่ ๒ เรื่องของการจัดทำวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคต ประเทศไทย ซึ่งหลายท่านก็เสียดายคำว่า ซีนาริโอ ความจริงแล้วคณะกรรมาธิการได้แก้ไข ในตอนแรกจาก ฉากทัศน์ เป็น ออกแบบอนาคตประเทศไทย แต่ว่ายังมีสมาชิกที่อยากจะให้ปรับเป็น ภาพอนาคตประเทศไทย คณะกรรมาธิการขอรับไว้แล้วจะนำไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่งนะคะ ในส่วนอื่น ๆ ข้อเสนอแนะก็ดี ข้อความเห็นก็ดี ที่ท่านได้ให้ไว้คณะกรรมาธิการจะขอรับไว้ค่ะ ที่จะนำไปพิจารณา แล้วก็อยากจะกราบเรียนว่าหากว่าได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการแล้วใน วันนี้ ข้อความเห็นข้อเสนอแนะของท่านทุกความเห็นที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการชุดใด เราจะส่งไปให้กับคณะกรรมาธิการชุดนั้นเพื่อพิจารณา ทุกท่านคงจะเห็นแล้วว่าในข้อสุดท้าย ของอำนาจหน้าที่ เราได้เปิดไว้แล้วว่า อำนาจหน้าที่อื่นตามที่สภามอบหมาย ยังมีอำนาจ หน้าที่อื่น ๆ ที่ในแต่ละกรรมาธิการอาจจะพิจารณาแล้วว่าน่าจะต้องทำด้วยในวันหลังนะคะ แต่ว่าในครั้งนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติได้พิจารณาแต่เรื่องหลัก เรื่องจำเป็นที่จะต้องเร่งทำด่วนตามกรอบเวลาเท่านั้นเองค่ะ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนท่าน ประธานเพื่อจะชี้แจงในส่วนนี้เพียงเท่านี้ก่อนค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ส่วนถ้อยคำนี่ รับไปเลยได้ไหมมันจะได้จบ ถ้าเอาไปพิจารณาอีกต้องเปิดประชุมสภานี้อีกครั้งหนึ่ง รับไปเถอะครับ ฉายภาพอนาคต ผมพยายามจะอย่างนี้ ยังมีท่านที่อยากอภิปรายอีกเยอะ มากเลย ขอประทานโทษจริง ๆ เราจะต้องดำเนินการถ้าเห็นชอบก็ต้องขอพักเพื่อออกไป เตรียมหา ๑๘ คนตัวแทน แล้วก็อีก ๔ ภูมิภาค เพื่อเอากลับมาแล้วตั้งให้ได้วันนี้ มิฉะนั้น กรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นก็ไม่เกิดอีก ผมคิดว่าถ้าเป็นสาระ เล็กน้อย เอาเป็นอย่างนี้ได้ไหมครับ ดำเนินการตามนี้ไปก่อน แล้วจะปรับแก้อย่างไรว่ากันอีก รอบหนึ่ง ผมอยากจะเรียนหารือว่าท่านมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ความเห็นอย่างอื่น นะครับ เชิญครับ กรุณาสั้นครับ

นายโกวิท ศรีไพโรจน์

กราบเรียนท่านประธานครับ คือที่ความเห็น เป็นอย่างอื่นกับเรื่องนี้ในประเด็นที่ท่านประธานกำลังหารืออยู่ก็คือการตั้งคณะกรรมาธิการ ตามข้อ ๘๔ (๓)

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

มิได้ครับ ผมหารือว่าเห็นชอบตามที่กรรมาธิการที่เขาไปทำหน้าที่เสนอมานี้แล้วก็มีการปรับแก้ตามข้อ ที่ท่านสมาชิกได้ยกเมื่อสักครู่นี้หลายประเด็นนี่แล้วใช่ไหมครับ ยังไม่ใช่เรื่องการเลือก นะครับ

นายโกวิท ศรีไพโรจน์

ขออนุญาตครับ ไม่ได้เกี่ยวครับ คืออย่างนี้ครับ คือเมื่อผมอ่านตามหน้า ๓ ๒.๓ ข้อ ๒ คือกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชน ตรงนี้ตอนนี้เกิดความสับสนกันระหว่างในหมู่สมาชิกพวกเรา การจัดทำรัฐธรรมนูญที่ผมเองผมพูดในความรู้สึกของผมที่ผมคิดมาโดยตลอดว่าทั้งกฎหมาย ทั้งรัฐธรรมนูญต้องเกี่ยวยึดโยงกับประชาชนนั้นถูกต้องนะครับ คราวนี้พอมีการตั้ง คณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมาแล้ว คำถามคือว่าหน้าที่ในการปฏิบัติจะอยู่ที่ตัวสมาชิกคือ ๒๕๐ ท่าน หรือ ๗๗ ที่มาจากจังหวัด หรือเป็นเพียงคณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นผู้ดำเนินการ ตอนนี้พวกเราหลายคนได้เดินไปบางส่วนเนื่องจากต้องการจะยึดโยงรัฐธรรมนูญที่จะ เกิดขึ้นกับประชาชนแล้วก็นำตรงนี้ขึ้นมา แต่ว่าหน้าที่เสร็จปุ๊บก็มีการบอกว่าคนโน้นทำอย่าง คนนี้ทำอย่าง แต่พอมาดูสิ่งที่คณะกรรมาธิการที่สรุปออกมาก็คือว่าหน้าที่ในการดำเนินการ ให้มีการรับฟังความเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการปฏิรูปและการยกร่าง รัฐธรรมนูญ เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ถ้าเป็นคณะกรรมาธิการชุดนี้ โทษนะครับ ที่ผมคิดว่าจะต้องไปรับฟังแต่ละจังหวัดนั้นก็คงจะไม่ใช่หน้าที่ของผม ตรงนี้ ต้องขอเรียนตรงนี้ครับ เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะสับสนกัน แต่อย่างไรก็ตามผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่าถ้าหากว่าการมีส่วนร่วมไม่ครบทุกภาคส่วนอาจจะขัดกับ รัฐธรรมนูญชั่วคราว แล้วถ้าหากว่าไม่ครบทุกภาคส่วนคนที่ไม่ได้รับโอกาสการมีส่วนร่วม อาจจะไม่ยอมรับ ก็คงจะฝากแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขออนุญาต ท่านโกวิท กรณีของยกร่างรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการรับฟัง ทั้งการมีส่วนร่วมและ การรับฟังความเห็น คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมีอนุกรรมาธิการรับผิดชอบเฉพาะ แล้วเดินหน้าไปไกลแล้ว แล้วเข้าใจว่าตัวกรรมาธิการและประธานก็เป็นสมาชิก สปช. ด้วย ที่มีการแถลงข่าวอยู่ชัดเจน

เรื่องที่ ๒ คนที่เกี่ยวข้องก็คือ ๒๕๐ คนของเราทั้งหมดมากหรือน้อยก็แล้วแต่ บังเอิญอาจจะมากหน่อยสำหรับ ๗๗ ท่านที่มาจากจังหวัด นั่นก็เป็นประเด็นนะครับ กรรมาธิการชุดนี้ก็จะประสาน เพราะฉะนั้นท่านไม่ได้มีความเห็นที่แยกไปจากนี้ ผมทานอีกครั้งหนึ่งว่าท่านสมาชิกครับหลังจากอภิปรายพอสมควรแล้วมีท่านใดที่มีความเห็น ต่างไปจากที่คณะกรรมาธิการได้ไปศึกษาแล้วก็นำมาเสนอ รวมทั้งที่ท่านสมาชิกได้เสนอแก้ไข ปรับปรุงไปบางส่วนแล้วเมื่อสักครู่นี้หรือไม่ครับ พลเอก เลิศรัตน์ครับ

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอใช้เวลานิดเดียวครับเพื่อทำ ความชัดเจนในข้อ ๒.๑ และข้อ ๒.๓ เท่านั้นเอง ในข้อ ๒.๑ คณะกรรมาธิการวิสามัญติดตาม และให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็ชัดเจนว่าเข้าไปรวบรวมข้อเสนอแนะจาก ๑๘ คณะ และแหล่งอื่น ๆ แล้วก็เสนอมาให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเข้าทำหน้าที่ รวบรวมและสังเคราะห์ด้วย ส่วนในข้อ ๒.๓ มีท่านสมาชิกได้ให้ข้อสังเกตไว้แล้ว ซึ่งผมเห็นด้วย เพื่อความชัดเจนในหน้าที่อันนี้ ในข้อ ๒.๓ คณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชน เขียนข้อ ๑ ว่าออกแบบ ข้อ ๒ ดำเนินการให้มีการรับฟังต่อ การปฏิรูปและยกร่างรัฐธรรมนูญ ผมเห็นด้วยว่าควรจะเพิ่มหน้าที่ที่ ๓ ให้ชัดเจนขึ้นว่า ให้รวบรวมและสังเคราะห์ความเห็นและข้อเสนอแนะตามข้อ ๒ เสนอต่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญประจำสภาปฏิรูปแห่งชาติทั้ง ๑๘ คณะ และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คือถ้าเขียนอย่างนี้เสียข้อ ๒.๓ กับข้อ ๒.๑ ก็ต่างคน ก็ต่างทำ แล้วก็เสนอตรงมาที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านประธานกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญได้แต่งตั้งให้ผมเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการประสานเพื่อรับข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมก็จะขออนุญาตตั้ง ๑ ในกรรมาธิการ ในข้อ ๒.๑ และข้อ ๒.๓ มาอยู่ในอนุกรรมาธิการของผม และการทำงานก็จะรวดเร็วขึ้น แล้วก็ทำงาน ได้ตรงเลย ทั้ง ๒ คณะก็ยิงตรงมาที่คณะอนุกรรมาธิการผม แล้วก็จะไปสู่กรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างรวดเร็วครับ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

กรรมาธิการรับ นะครับ ช่วยกรุณาพูดว่ารับด้วยครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง กรรมาธิการ

รับได้ค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ 🔗

ขอบคุณครับ เดี๋ยวครับ ผมชี้นำไปหรือเปล่านี่ ผมคิดว่าถ้าเราอภิปรายพอสมควรแล้วไม่มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นรับหลักการตามที่กรรมาธิการเสนอ และได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ผมคิดว่าขณะนี้ ๑๑.๐๐ นาฬิกา กับ ๖ นาที กำลังจะ ๗ เรามีเงื่อนไขที่เราพยายามเร่ง อยากจะทำให้ขั้นตอนแต่ละขั้นตอนเสร็จ เพราะฉะนั้นก็เหลือการสรรหาคณะกรรมาธิการ ทั้ง ๕ คณะ วันนี้ที่สำคัญก็คือคณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟังความเห็น ของประชาชนซึ่งจะต้องมีสมาชิกที่มาจากกรรมาธิการ ๑๘ คณะ เป็นตัวแทนคณะละ ๑ คน และจากกลุ่มภาคต่าง ๆ ๔ ภาค ภาคละ ๑ คน ก็ขออนุญาตว่าท่านสมาชิกในกรรมาธิการ ๑๘ คณะ และ ๔ ภาคนี้ คงขอเวลาสักพักหนึ่ง ผมจะขออนุญาตพักการประชุมเพื่อให้ท่าน เหล่านั้นได้ดำเนินการไปแจกแจงแล้วก็สรรหาผู้แทนของแต่ละกลุ่ม ในเอกสารที่เจ้าหน้าที่ได้ จัดไว้แล้วแจกให้ท่านกำหนดไว้เป็น ๑๐.๓๐ นาฬิกา ก็ขอเริ่มเป็น ๑๑.๐๗ นาฬิกา เอาเป็นว่า ๑๑.๑๐ นาฬิกา ก็แล้วกัน ช้าไป ๔๐ นาที ดังนั้น ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว จะขอความกรุณาท่าน เรากลับมาเจอกันอีกครั้งหนึ่ง ๑๓.๐๐ นาฬิกา ได้ไหมครับ รับประทานอาหารให้เสร็จ เพราะว่าเราจะได้รับรองคณะกรรมาธิการทั้ง ๕ คณะ นะครับ ขณะเดียวกันก่อนที่ท่านจะออกไปกำหนดการช่วงบ่ายที่จะมีเปิดศูนย์รับฟัง ความเห็นของประชาชนนั้นก็กำหนดไว้ ๑๔.๐๐ นาฬิกานะครับ เพราะฉะนั้นก็คงเป็นเวลาเดิม แต่ว่าถ้าหากเสร็จทัน ๑๓.๐๐ นาฬิกา เมื่อเราเข้ามาประชุมแล้วมีเวลาพอหลังจากประชุม แล้วก่อนเปิดศูนย์ผมอยากจะขออนุญาตได้พบกับประธานกรรมาธิการ ๑๘ คณะ รวมทั้ง เลขานุการและผู้ช่วยกับโฆษกและรองโฆษกของคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูป แห่งชาติ แล้วก็รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง เพื่อหารือ โดยเฉพาะเรื่องที่ท่านสมาชิกหลายท่านกังวลก็คือเรื่องการไปรับฟัง ความเห็นและการมีส่วนร่วมประชาชนนั่นแหละ ก่อนที่จะออกไปขอให้ดำเนินการเป็น ทางการสักนิดหนึ่ง ผมจะขอมติรับรองข้อเสนอของคณะกรรมาธิการที่เราพิจารณาเมื่อสักครู่ ประกอบด้วยคำขอแก้ไขซึ่งได้แก้ไขไปแล้ว ขอมติด้วยการยกมือนะครับ ท่านที่เห็นด้วยกับ ร่างที่มาแล้วก็มีการปรับปรุงแก้ไขดังที่เรียนแล้ว กรุณายกมือขึ้นครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นเป็นส่วนมาก)

ท่านที่ ไม่เห็นด้วยกรุณายกมือนะครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ไม่มี ฉะนั้น ขอบันทึกมติ ขอพักการประชุมครับ

พักการประชุมเวลา ๑๑.๑๕ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๓.๐๓ นาฬิกา

ท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติครับ ต่อไปจะเป็นการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ นะครับ เพราะระเบียบวาระที่ ๔ ที่ ๕ ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ ก็คือเลือกตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ตามข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๗ ข้อ ๘๔

ตามที่สภาปฏิรูปแห่งชาติมีมติเห็นชอบรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งได้เสนอกรอบและแนวทางการดำเนินการจัดตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญตามข้อบังคับ ข้อ ๘๔ จำนวน ๕ คณะ คือ

๑. คณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่าง รัฐธรรมนูญ จำนวนไม่เกิน ๑๒ คน ประกอบด้วยสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๑๑ คน และเลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๑ คน

๒. คณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคตประเทศไทย จำนวนไม่เกิน ๑๒ คน ประกอบด้วยสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๗ คน และบุคคลภายนอก ๕ คน

๓. คณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็น ของประชาชน จำนวนไม่เกิน ๓๐ คน ประกอบด้วยผู้แทนจากคณะกรรมาธิการวิสามัญ ประจำสภา ๑๘ คณะ คณะละ ๑ คน และภูมิภาค ๔ ภาค ภาคละ ๑ คน กับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไม่เกิน ๘ คน

๔. คณะกรรมาธิการวิสามัญประชาสัมพันธ์เพื่อการปฏิรูป จำนวนไม่เกิน ๑๒ คน ประกอบด้วยสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารมวลชน ๘ คน บุคคลภายนอกซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารมวลชนไม่เกิน ๔ คน และ

๕. คณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำจดหมายเหตุและเจตนารมณ์ในการปฏิรูป ของสภา จำนวนไม่เกิน ๑๐ คน ประกอบด้วยสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๓ คน ผู้เชี่ยวชาญ ๕ คน ผู้ชำนาญการด้านเทคนิค ๒ คน

เพราะฉะนั้นต่อไปจะเป็นการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญทั้ง ๕ คณะ ตามรายงานที่ได้เห็นชอบไปแล้วนั้น ได้ให้ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นผู้สรรหารายชื่อ บุคคลผู้สมควรเป็นกรรมาธิการ ทั้งที่มาจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กรรมาธิการที่เป็น ผู้เชี่ยวชาญจากบุคคลภายนอกและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นผมจึงขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญทั้ง ๕ คณะก่อนนะครับในเบื้องต้น

คณะที่ ๑ คณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่าง รัฐธรรมนูญ มีสมาชิกหมายเลข ๘๓ อาจารย์ตรึงใจ บูรณสมภพ หมายเลข ๔๙ อาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง หมายเลข ๒๒๗ นายเสรี สุวรรณภานนท์ หมายเลข ๑๕๙ นายไพโรจน์ พรหมสาส์น หมายเลข ๑๔๕ นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช หมายเลข ๑๐๑ นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ หมายเลข ๒๓๔ นางอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ หมายเลข ๒๐๐ นายศุภชัย ยาวะประภาษ หมายเลข ๖๔ นายชิงชัย หาญเจนลักษณ์ หมายเลข ๑๘๓ พลเอก วิชิต ยาทิพย์ หมายเลข ๓๘ ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ เลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ นายจเร พันธุ์เปรื่อง นะครับ

คณะที่ ๒ คณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคต ประเทศไทย มีรายชื่อที่ผมรับมอบไปสรรหา ดังนี้ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๗ คน ประกอบด้วย สมาชิกลำดับที่ ๔๑ นางจุรี วิจิตรวาทการ ลำดับที่ ๑๖๘ นายมนูญ ศิริวรรณ ลำดับที่ ๒๑๕ นางสีลาภรณ์ บัวสาย ลำดับที่ ๒๑๙ นายสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง ลำดับที่ ๙ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ลำดับที่ ๒๒๖ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ลำดับที่ ๒๕ นายเขมทัต สุคนธสิงห์ บุคคลภายนอก ๕ ท่านด้วยกัน ท่านแรก นางพรรณสิรี อมาตยกุล ท่านผู้นี้ เป็นผู้บริหารของไอบีเอ็ม ลำดับที่ ๒ นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัย เพื่อการพัฒนาประเทศไทย ท่านที่ ๓ นางอรทัย ก๊กผล จากสถาบันพระปกเกล้า ลำดับที่ ๔ นายกอบศักดิ์ ชุติกุล อดีตเอกอัครราชทูต และลำดับที่ ๕ นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม

คณะที่ ๓ คณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็น ของประชาชน เฉพาะในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๘ คน ส่วน ๑๘ บวก ๔ นั้น เดี๋ยวขอที่ประชุมเสนออีกครั้งนะครับ ๘ หน่วยงาน มีดังนี้ ๑. เลขาธิการกองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ๒. ปลัดกระทรวงกลาโหม ๓. ปลัดกระทรวง มหาดไทย ๔. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ๕. เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ๖. ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ๗. อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และ ๘. เลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้า เพราะฉะนั้นเพื่อให้ครบสำหรับคณะที่ ๓ ผมขออนุญาตได้ให้ท่านผู้แทน ได้เสนอรายชื่อผู้แทนจากคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภา ๑๘ คณะ คณะละ ๑ คน และภูมิภาค ๔ ภาค ภาคละ ๑ คน จะขออนุญาตขอผู้แทนจากคณะกรรมาธิการปฏิรูป การเมือง เชิญครับ

พลโท ฐิติวัจน์ กำลังเอก

ผู้แทนจากคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง ดอกเตอร์จุไรรัตน์ จุลจักรวัฒน์ ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน

นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ขอเสนอ นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ คณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

นายเสรี สุวรรณภานนท์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ ในส่วนคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ขอเสนอ ท่านพลเอก จิระ โกมุทพงศ์

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นครับ

นายพงศ์โพยม วาศภูติ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพงศ์โพยม วาศภูติ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น เสนอ นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ สปช. ลำดับที่ ๑๐๔ ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา

กระผม พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ครับ ขอเสนอ คุณณรงค์ พุทธิชีวิน ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบพระคุณครับ ลำดับที่ ๖ คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง

นายสมชัย ฤชุพันธุ์

ผม สมชัย ฤชุพันธุ์ ครับ คณะกรรมาธิการปฏิรูป เศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ขอเสนอ คุณนิมิต สิทธิไตรย์ ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ลำดับที่ ๗ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพบูลย์ นลินทรางกูร คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ขอเสนอ ท่านจรัส สุทธิกุลบุตร

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ลำดับที่ ๘ คณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ คณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน ขอเสนอ นางสาวรสนา โตสิตระกูล ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ลำดับที่ ๙ คณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุข

นายสุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ

กราบเรียนท่านประธาน ผม นายสุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ คณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุข ขอเสนอ นางประภาศรี สุฉันทบุตร

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ลำดับที่ ๑๐ คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นายปราโมทย์ ไม้กลัด

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ปราโมทย์ ไม้กลัด คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอเสนอ นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ลำดับที่ ๑๑ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ

นายจุมพล รอดคำดี

ท่านประธานครับ ผม จุมพล รอดคำดี นะครับ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ ขอเสนอ ดอกเตอร์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ลำดับ ๑๒ คณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสครับ

นายอำพล จินดาวัฒนะ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อำพล จินดาวัฒนะ คณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านสังคมครับ ขอเสนอ นายพลเดช ปิ่นประทีป ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ลำดับ ๑๓ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานครับ

นายเอกราช ช่างเหลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายเอกราช ช่างเหลา คณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน ขอเสนอ นายสิระ เจนจาคะ ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ลำดับ ๑๔ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ

นายประมนต์ สุธีวงศ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ขอเสนอ นางสาวอรพินท์ สพโชคชัย ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ลำดับ ๑๕ คณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนาครับ

นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรม และการศาสนา ขอเสนอ นายจำลอง โพธิ์สุข ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ลำดับ ๑๖ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา

นายสิระ เจนจาคะ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสิระ เจนจาคะ ครับ ในฐานะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา เสนอชื่อ นายทิวา การกระสัง ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ลำดับ ๑๗ คณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สิน ทางปัญญา

นายศักรินทร์ ภูมิรัตน

ท่านประธานครับ ผม ศักรินทร์ ภูมิรัตน ขอเสนอ ท่านชัชนาถ เทพธรานนท์ ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ สุดท้ายคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคครับ

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สารี อ๋องสมหวัง คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค เรามีมติเสนอชื่อ นายเจริญศักดิ์ ศาลากิจ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ทีนี้ขอเชิญผู้แทนจากภูมิภาค ๔ ภาค ภาคละ ๑ คนนะครับ ภาคเหนือครับ เจ้าหน้าที่ ช่วยนิดนะครับ

นายเปรื่อง จันดา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เปรื่อง จันดา ขอเสนอ ท่านโกวิทย์ ทรงคุณ หมายเลข ๑๘ ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือครับ

นายคณิศร ขุริรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คณิศร ขุริรัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอเสนอ ท่านนายแพทย์ชัยพร ทองประเสริฐ ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ต่อไปภาคกลางและภาคตะวันออกครับ

นายชาลี ตั้งจีรวงษ์

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ชาลี ตั้งจีรวงษ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติภาคกลาง ขอเสนอ ท่านประชา เตรัตน์ ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ สุดท้ายภาคใต้ครับ

พลเอก จิรพันธ์ เกษมศานติ์สุข

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พลเอก จิรพันธ์ เกษมศานติ์สุข สปช. จังหวัดกระบี่ ในส่วนตัวแทนภาคใต้ ผมขอเสนอ นายประเสริฐ ชิตพงศ์ สปช. จังหวัดสงขลาครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ

ถัดไปคณะที่ ๔ คณะกรรมาธิการวิสามัญประชาสัมพันธ์เพื่อการปฏิรูปเป็น สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านสื่อสารมวลชน ๘ คนนะครับ ตามลำดับ ลำดับที่ ๑๖๑ นางภัทรียา สุมะโน ลำดับที่ ๘๔ นางเตือนใจ สินธุวณิก ลำดับที่ ๑๒๐ นายบุญเลิศ คชายุทธเดช ลำดับที่ ๑๒๕ นางประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด ลำดับที่ ๘๑ พลโท เดชา ปุญญบาล ลำดับที่ ๑๓๕ นายปรีชา เถาทอง ลำดับที่ ๒๓๖ นางสาวอ่อนอุษา ลำเลียงพล และลำดับที่ ๑๑๒ นายนิมิต สิทธิไตรย์ บุคคลภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญ ด้านสื่อสารมวลชน ๔ ท่านด้วยกัน ท่านแรก นางสาววราภรณ์ กุลสวัสดิ์ภักดี เป็นอุปนายก สมาคมการตลาดนะครับ ท่านที่ ๒ นายปารเมศร์ รัชไชยบุญ เคยเป็นนายกกิตติมศักดิ์ ของสมาคมการโฆษณาแห่งประเทศไทย ท่านที่ ๓ นางสาวอรุณโรจน์ เลี่ยมทอง บริษัทโฆษณาแล้วก็ทำรายการ ท่านที่ ๔ นายพิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร เคยเป็นผู้บริหารของอาร์เอส แล้วก็ทำกิจกรรม ประชาสัมพันธ์ในโครงการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

สุดท้ายคณะที่ ๕ คณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำจดหมายเหตุและ เจตนารมณ์ในการปฏิรูปของสภา ซึ่งจะมีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจำนวน ๓ คน ผู้เชี่ยวชาญ ๕ คน และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค ๒ คน ขณะนี้ตามที่กระผมได้รับมอบไป ยังดำเนินการสรรหาไม่แล้วเสร็จ เพราะฉะนั้นก็จะขอดำเนินการต่อ แล้วจะขอแจ้งรับรอง จากสภาปฏิรูปแห่งชาติในโอกาสต่อไปนะครับ

ข้อเสนอทั้งหมดคงต้องขอผู้รับรองนะครับ ท่านใดรับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

ขอถามอีกนิดหนึ่งว่า มีท่านใดไม่รับรองไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ก่อนจะปิด ประชุม ท่านสมาชิกครับ ก่อนปิดประชุมนะครับ มีเรื่องขอแจ้งหารือและตอบคำถามกลาย ๆ อยู่ ๓-๔ เรื่อง

ประการแรก ขณะนี้ ๑๓.๒๑ นาฬิกา ผมใคร่จะขอหารือประธานกรรมาธิการ วิสามัญประจำสภาทั้ง ๑๘ คณะ รวมทั้งเลขานุการ ผู้ช่วยเลขานุการ โฆษกและรองโฆษก ของคณะกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ร่วมกับท่านรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง และรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง ถ้าเป็นไปได้คงใช้เวลาไม่นาน ถ้าหลังจากประชุมสภานี้แล้ว ที่ห้อง ๒๑๙

เรื่องที่ ๒ การหารือกับประธานกรรมาธิการวิสามัญนะครับ คงมีสาระสำคัญ อยู่ ๒-๓ ประเด็นที่ต้องการประสานงานกัน จะหารือเรื่องการตั้งอนุกรรมาธิการ ในแต่ละคณะกรรมาธิการ แล้วก็หารือเรื่องรูปแบบการทำรายงานและแนวทางเสนอ ความเห็น ข้อเสนอแนะต่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ในการจัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญ ก็คือฟอร์แมท (Format) ขณะเดียวกันผมอยากจะเรียนว่าในช่วงเวลา ข้างหน้านี้จนถึงประมาณก่อนกลางเดือนธันวาคม ภารกิจจะหนักมากสำหรับการเตรียม ข้อเสนอและความเห็นที่นำเสนอคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุดังนั้น จะขอประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติและคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ เฉพาะเท่าที่จำเป็น เพื่อให้ท่านได้ใช้เวลาวันจันทร์ วันอังคาร และวันพุธบ่าย ในการประชุม กรรมาธิการและอนุกรรมาธิการเพื่อเร่งงานนี้นะครับ แล้วเราก็มีเดดไลน์ (Deadline) อยู่ วันที่ ๑๐ ธันวาคม เข้าใจว่ามีการประชุมกรรมาธิการวิสามัญอยู่ ๕ คณะ แล้วเวลาก็คงจะมี ส่วนที่เฉี่ยวกันด้วย ขออนุญาตที่นัดประชุมเลยนะครับ สำหรับกรรมาธิการทั้ง ๕ ชุด เมื่อสักครู่นี้เอาอันนั้นเสียก่อน ประชุมในวันพรุ่งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและ ให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ห้องกรรมาธิการหมายเลข ๒ คณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคตประเทศไทย เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ที่ห้องกรรมาธิการหมายเลข ๒๐๒ คณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชน เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ที่ห้องกรรมาธิการหมายเลข ๒ คณะกรรมาธิการวิสามัญประชาสัมพันธ์เพื่อการปฏิรูป นัดเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ห้องกรรมาธิการ หมายเลข ๒๑๗

เรื่องสุดท้าย ขอเรียนท่านสมาชิกว่า วันนี้ ๑๔.๐๐ นาฬิกา ขอเชิญสมาชิก ทุกท่านร่วมในพิธีเปิดศูนย์รับฟังความคิดเห็นของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ณ ศูนย์รับฟัง ความคิดเห็นสภาปฏิรูปแห่งชาติ บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา ๑ ขอเรียนเชิญสมาชิก ทุกท่านเข้าร่วมพิธีโดยพร้อมกัน สำหรับวันนี้ผมขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านนะครับ ขอปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๓.๒๗ นาฬิกา