สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

ทัศนา บุญทอง เสนอผลการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยหารือเรื่องกรอบและแนวทางการดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการปฏิรูปด้านต่าง ๆ และการเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทัศนา บุญทอง เสนอแนะเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคตประเทศไทย และคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์เพื่อการปฏิรูป โดยมีแนวทางการสรรหาผู้แทนในคณะกรรมาธิการวิสามัญจากการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และเสนอให้ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติสรรหาผู้สมควรเป็นกรรมาธิการ

นางสาวทัศนา บุญทอง กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ ดิฉัน รองศาสตราจารย์ทัศนา บุญทอง รองประธานกรรมาธิการวิสามัญ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอเสนอรายงานผลการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ดังนี้

ตามที่ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๗/๒๕๕๗ วันอังคารที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗ มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติขึ้น คณะหนึ่งตามข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๗ ข้อ ๘๓ นั้น คณะกรรมาธิการได้มีการประชุม ครั้งที่ ๑ เมื่อวันพุธที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ พิจารณา เรื่อง กรอบและแนวทางการดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๕ คณะ ตามข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๗ ข้อ ๘๔ เพื่อประโยชน์ ในการดำเนินการปฏิรูปด้านต่าง ๆ และการเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีกรอบระยะเวลาอันจำกัดให้สัมฤทธิผล ตามแผนปฏิบัติงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๗ ข้อ ๘๔ วรรคสอง ได้กำหนดให้คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูป แห่งชาติดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ โดยกำหนดองค์ประกอบจำนวน กรรมาธิการและอำนาจหน้าที่เสนอต่อสภาเพื่อให้ความเห็นชอบ ในการนี้คณะกรรมาธิการ วิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติได้ดำเนินการพิจารณาศึกษาและวิเคราะห์องค์ประกอบ จำนวนกรรมาธิการและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๕ คณะ ดังนี้

คณะที่ ๑ คณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่าง รัฐธรรมนูญ อำนาจหน้าที่

๑. รวบรวมและสังเคราะห์ความเห็นหรือข้อเสนอแนะในการยกร่าง รัฐธรรมนูญจากคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๑๘ คณะ และจาก แหล่งอื่น ๆ เสนอสภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณา เพื่อเสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๓๑ (๒) และวรรคสาม

๒. ประสานงานและติดตามความก้าวหน้าในการยกร่างรัฐธรรมนูญ รวบรวม ประเด็นและข้อสังเกตจากการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อนำเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติต่อไป

๓. อำนาจหน้าที่อื่นตามที่สภามอบหมาย และ

ให้องค์ประกอบของคณะกรรมาธิการชุดนี้ประกอบด้วยกรรมาธิการไม่เกิน ๑๒ คน ประกอบด้วยสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จำนวน ๑๑ คน และเลขาธิการสภาปฏิรูป แห่งชาติ ๑ คน

คณะที่ ๒ คณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคต ประเทศไทย ให้มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

๑. ศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อจัดทำวิสัยทัศน์และฉากทัศน์อนาคต ประเทศไทยเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ

๒. พัฒนายุทธศาสตร์และแนวทางปฏิรูปในด้านต่าง ๆ โดยให้ความสำคัญ การปฏิรูปเชิงระบบและโครงสร้างที่สำคัญ เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างเหมาะสม เสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ

๓. ประสานเชื่อมโยงการทำงานกับคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภา ปฏิรูปแห่งชาติ ๑๘ คณะและแหล่งอื่น ๆ เพื่อพัฒนาการดำเนินงานตามข้อ ๑ และข้อ ๒ อย่างต่อเนื่อง

๔. อำนาจอื่นตามที่สภามอบหมาย

ให้มีองค์ประกอบโดยมีจำนวนคณะกรรมาธิการไม่เกิน ๑๒ คน ประกอบด้วย สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จำนวน ๗ คน บุคคลภายนอก จำนวน ๕ คน

คณะที่ ๓ คณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชน ให้มีอำนาจหน้าที่คือ

๑. ออกแบบระบบ กลไก วิธีการรับฟังความเห็นและการมีส่วนร่วมของ ประชาชนต่อการปฏิรูปและการยกร่างรัฐธรรมนูญ

๒. ดำเนินการให้มีการรับฟังความเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ต่อการปฏิรูปและการยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้ครอบคลุมประชาชนทุกภาคส่วน

๓. อำนาจหน้าที่อื่นตามที่สภามอบหมาย

โดยให้คณะกรรมาธิการชุดนี้มีองค์ประกอบมีจำนวนกรรมาธิการไม่เกิน ๓๐ คน ประกอบด้วยผู้แทนจากคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภา ๑๘ คณะ คณะละ ๑ คน และภูมิภาค ๔ ภาค ภาคละ ๑ คน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เกิน ๘ คน

คณะที่ ๔ คณะกรรมาธิการวิสามัญประชาสัมพันธ์เพื่อการปฏิรูป ให้มีอำนาจ หน้าที่คือ

๑. ทำการสื่อสารทั้งภายนอกและภายในผ่านสื่อบูรณาการ เพื่อสร้าง ภาพพจน์บวกและความมั่นใจในผลงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติในการปฏิรูป

๒. กำหนดทิศทางการเสนอข่าวคราวเคลื่อนไหวของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทุกด้าน โดยมีเนื้อหาหลักที่ให้ความมั่นใจในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สู่ประชาชนและสื่อมวลชน ในทิศทางเดียวกัน

๓. อำนาจหน้าที่อื่นตามที่สภามอบหมาย และ

ให้มีองค์ประกอบโดยมีจำนวนกรรมาธิการไม่เกิน ๑๒ คน ประกอบด้วย สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ผู้ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านสื่อสารมวลชน) จำนวน ๘ คน บุคคลภายนอก (ผู้ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารมวลชน) จำนวนไม่เกิน ๔ คน

คณะที่ ๕ คณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำจดหมายเหตุและเจตนารมณ์ ในการปฏิรูปของสภา ให้มีอำนาจหน้าที่โดย

๑. จัดทำจดหมายเหตุเกี่ยวกับความเป็นมาของการปฏิรูปและบันทึก เจตนารมณ์ในการปฏิรูปของสภา และดำเนินการบริหารงานจดหมายเหตุและเจตนารมณ์ ในการปฏิรูปของสภาโดยการออกกฎ ระเบียบ รวบรวม จัดเก็บ วิเคราะห์ ประเมินคุณค่า จัดทำทะเบียน คู่มือช่วยค้น สงวนรักษา บันทึกเหตุการณ์

๒. ดำเนินการประสาน ติดตามข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นประเด็นสำคัญ ผลการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภาและคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อนำมาวิเคราะห์ ประมวลผล รวบรวมจัดทำเป็นจดหมายเหตุและเจตนารมณ์การปฏิรูป ในแต่ละด้าน

๓. อำนาจหน้าที่อื่นตามที่สภามอบหมาย

องค์ประกอบโดยมีจำนวนกรรมาธิการในชุดนี้ไม่เกิน ๑๐ คน ประกอบด้วย สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จำนวน ๓ คน ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน ๕ คน ผู้ชำนาญการ ด้านเทคนิค จำนวน ๒ คน

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้เสนอแนะ แนวทางการสรรหาไว้ด้วย ดังนี้

ข้อ ๑ คณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชน จำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างทั่วถึง จึงควรมีองค์ประกอบ ของกรรมาธิการมาจากผู้แทนคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภา ๑๘ คณะ คณะละ ๑ คน และผู้แทนจากภูมิภาค ๔ ภาค ภาคละ ๑ คน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เกิน ๘ คน โดยให้ คณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภา ๑๘ คณะ และ ๔ ภูมิภาค เป็นผู้สรรหาผู้แทนคณะละ ๑ คน

ข้อ ๒ คณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่าง รัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคตประเทศไทย คณะกรรมาธิการวิสามัญประชาสัมพันธ์เพื่อการปฏิรูป และคณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำ จดหมายเหตุและเจตนารมณ์ในการปฏิรูปของสภา เป็นคณะกรรมาธิการที่มีลักษณะที่มุ่งเน้น การปฏิบัติงานเฉพาะด้านและการประสานงาน จึงเห็นสมควรให้ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ เป็นผู้สรรหารายชื่อบุคคลผู้สมควรเป็นกรรมาธิการทั้งที่มาจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กรรมาธิการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจากบุคคลภายนอกและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามข้อ ๑

จึงกราบเรียนเสนอท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติเพื่อโปรดพิจารณาค่ะ