สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๖ · ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๐

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๙๔ คน
(เนื่องจาก นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ติดราชการ นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

เรียนท่านสมาชิก ขณะนี้มีท่านสมาชิกมาลงชื่อประชุมครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเป่ดการประชุมเพื่อดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มีนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม วันนี้ก็ไม่มีอีกครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว คือร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญจัดทำเสร็จแล้ว

ขอเรียนเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่นะครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)

ท่านสมาชิกครับ ในวันนี้เปึ้นการพิจารณาต่อจากการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๓๕/๒๕๕๐ วันพุธที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๐ ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาจนจบ มาตรา ๒๗๘ ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ผมขอดำเนินการ ต่อไปเลยนะครับ เรียนเชิญท่านเลขาธิการครับ

นายวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติ ราชการแทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๒๗๙ มีการแก้ไข มีสมาชิกผู้แปรญัตติ ขอสงวนคำแปรญัตติครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

มาตรานี้มีการแก้ไขนะครับ กรรมาธิการพร้อม ขอเชิญกรรมาธิการชี้แจงที่แก้ไขดีกว่า นะครับ มาตรา ๒๗๙ เปึนการแก้ไขนะครับ เชิญท่านอัชพรครับ

นายอัชพร จารุจินดา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม อัชพร จารุจินดา กรรมาธิการครับ สําหรับมาตรา ๒๗๙ นั้น จริง ๆ แล้วเปึนการแก้ไขถ้อยคำเพื่อให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้นเท่านั้นนะครับ โดยในบรรทัดที่ ๒ เติม ความจำเปึน ก็คือ เพื่อให้ท้องถิ่นดูว่าการมีข้าราชการนั้นน่ะ ต้องดู คํานึงถึงความเหมาะสมของสภาพกับอํานาจหน้าที่และความจําเปึ้นที่จะต้องมีข้าราชการ เหล่านั้นด้วยครับ ไม่ใช่ว่าตั้งข้าราชการไปเพื่อ จนล้นงานนะครับ แล้วก็ที่เติม ในบรรทัดที่ ๓ อันนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับการที่จะมีคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น ในวรรคที่ ๓ ว่า สามารถที่จะกำหนดมาตรฐานในการบรรจุแต่งตั้งต่าง ๆ นั้น ที่มีความ สอดคล้องกันในเรื่องเกี่ยวกับคุณสมบัติก็ดีนะครับ ถึงแม้ว่า เพราะมิฉะนั้นแล้วอาจจะ เกิดข้อสงสัยว่า ในกรณีที่กำหนดให้ท้องถิ่นนั้นมีอิสระในการบริหารงานบุคคลนั้น จะหมายถึงว่า อิสระในการที่กําหนดคุณสมบัติข้าราชการเอาเองได้หมด ก็ตรงนี้ก็เขียน รับไว้ว่า มาตรฐานของคุณสมบัติต่าง ๆ ที่บรรจุนั้นน่ะ ก็คงจะต้องเปึนมาตรฐาน ที่สอดคล้องกัน เพราะคราวนี้จะเอื้ออำนวยต่อการที่สามารถที่มีการสับเปลี่ยนโยกย้าย ของข้าราชการเหล่านั้นได้ ซึ่งจะแก้ปัญหาในอดีตที่ผ่านมาว่า ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ในท้องถิ่นระดับขนาดเล็กนั้นค่อนข้างมีปัญหาในการหาบุคลากร เพราะไม่สามารถขยับ โยกย้ายไปท้องถิ่นอื่น ในคราวนี้ก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหานี้ โดยให้ข้าราชการ ส่วนท้องถิ่นนั้นมีมาตรฐานในระดับที่สอดคล้องกันหมด และถ้ามีความจำเปึ้น ความก้าวหน้าของข้าราชการส่วนท้องถิ่นก็สามารถที่จะก้าวหน้าต่อไปได้นะครับ ส่วนใน วรรคที่ ๓ เติม จำนวนที่เท่ากัน เพื่อให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า ผู้แทน ๓ กลุ่มนั้นจะต้องมีจำนวน เท่ากัน ซึ่งเปึนหลักการเดิมของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ โดยสรุปก็คือ แก้ไขเพียงถ้อยคํา ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเท่านั้นล่ะครับ ท่านครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ครับ การแก้ไขของกรรมาธิการ ท่านสมาชิกคงไม่มีข้อสังเกตอะไรก่อนนะครับ มีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคำแปรญัตติอยู่ ก็มีกลุ่มของท่านพิเชียรครับ เชิญครับ

นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ นะครับ กระผม พิเชียร์ อํานาจวรประเสริฐ นะครับ คือในมาตรานี้ก็ในกลุ่มของกระผม กลุ่ม ๑ มีผู้แปรญัตติ ๒ ท่าน คือท่านอรรครัตน์กับกระผมนะครับ กระผมจะขออนุญาต ให้ท่านอรรครัตน์ก่อน สั้น ๆ นะครับ แล้วก็เดี๋ยวกระผมจะขออนุญาตต่อจาก ท่านอรรครัตน์ครับ ขออนุญาตท่านครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

เชิญครับ

นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์

กราบเรียนท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่เคารพ กระผม นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผมได้ขอ แปรญัตติในมาตรา ๒๗๙ วรรคสอง นะครับ โดยมีข้อความว่า ในการบริหารงานบุคคล ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีสำนักงานข้าราชการท้องถิ่น และเปึนหน่วยงาน อิสระขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี เปึนองค์กรพิทักษ์ระบบคุณธรรมของข้าราชการ ส่วนท้องถิ่น สิ่งที่ได้ขอแปรญัตติ ก็สืบเนื่องมาจากการที่ได้ไปรับฟังความคิดเห็นจาก พี่น้องประชาชนในจังหวัดมุกดาหาร และในจังหวัดในภาคอีสาน ซึ่งในเวทีประชุมนั้น ก็ได้มีข้าราชการ และก็ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เสนอ คําแปรญัตติให้มา ซึ่งกระผมจะขอกราบเรียนท่านประธานดังนี้ครับ เพื่อเปึนการสร้าง ระบบคุ้มครองคุณธรรมและจริยธรรมของการบริหารงานบุคคล เพื่อให้การบริหารงาน บุคคลท้องถิ่นมีความเปึนอิสระจากส่วนกลาง และมีระบบถ่วงดุลการใช้อํานาจระหว่าง ข้าราชการประจำ และข้าราชการการเมือง เพื่อคุ้มครองระบบคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งในคําแปรญัตตินี้ ก็เพื่อที่จะขอคําแนะนําจากท่านกรรมาธิการ เพื่อที่จะได้นําไปอธิบาย ต่อประชาชนนะครับ และก็ข้าราชการที่ได้เสนอคำแปรญัตติผ่านกระผมมาครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ครับ เชิญท่านพิเชียรครับ

นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ

ครับ กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านกรรมาธิการ และเพื่อนสมาชิก สสร. ที่เคารพนะครับ กระผม พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ สสร. นะครับ ในบทบัญญัติว่าด้วยมาตรา ๒๗๙ นี้นะครับ เปึ้นเรื่อง การปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวเนื่องกับการแต่งตั้ง และการพ้นจากตำแหน่งของ ข้าราชการและลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งในวรรคหนึ่งนั้นนี่ ซึ่งเปึน วรรคสำคัญ ได้พูดถึงว่า การแต่งตั้งและการให้ข้าราชการและลูกจ้างขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นพื้นจากตำแหน่ง

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ท่านพิเชียรครับ วรรคหนึ่งของท่านไม่ได้แปรไว้นะครับ

นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ

ครับ ผมเท้าความสั้น ๆ นิดเดียวเองครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ก็ไม่ต้องเท้าความก็ได้ ถ้าแปรวรรคสองก็ว่าวรรคสองเลยครับ

นายพิเชียร์ อํานาจวรประเสริฐ

ได้ครับ ได้ครับ คือในวรรคหนึ่งนี่ เรื่องการแต่งตั้งและการพ้นนี่ ต้องเกิดความเหมาะสมและความจำเปึ้นนะครับ แล้วก็เขาก็ บอกว่าอย่างนี้ครับ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น ครับท่านประธาน ในวรรคหนึ่งนี่มีคําว่า คณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งเปึน องค์กรกลางบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นนะครับ จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก องค์กรนี้ แต่พอมาวรรคสองครับท่านประธาน พอมาวรรคสองนี่กลับมีองค์กรพิทักษ์ ระบบคุณธรรมของข้าราชการส่วนท้องถิ่นนะครับ ตรงนี้ก็เลยเกิดความสับสนนิดหนึ่ง นะครับ ซึ่งกระผมอยากจะให้ทางท่านกรรมาธิการได้กรุณาชี้แจงนะครับว่า องค์กรพิทักษ์ ระบบคุณธรรมของข้าราชการส่วนท้องถิ่นนี้ เหมือนหรือแตกต่างจากคณะกรรมการ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นนะครับ เพราะว่าตรงนี้มันจะเปึน ๒ องค์กรหรือเปล่านะครับ และก็ ตรงนี้เอง ที่เมื่อเราได้ไปรับฟังความคิดเห็นนะครับ นอกจากที่จังหวัดมุกดาหาร และ หลายจังหวัดในภาคอีสานนี้ ในภาคกลางก็เช่นเดียวกันนะครับ กระผมได้มีโอกาสออกไปร่วมรับฟังความคิดเห็นในหลายจังหวัดในภาคกลาง เช่น ที่จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดลพบุรี แล้วก็ในภาคตะวันออกคือ จังหวัดระยองนี่ ก็ได้มี บรรดาข้าราชการส่วนท้องถิ่น รวมทั้งนักการเมืองส่วนท้องถิ่น ได้มาสอบถามกระผม นะครับ แล้วก็ได้มาพูดคุยว่า ในประเด็นนี้เรื่องการบริหารงานบุคคลของข้าราชการและ ลูกจ้างส่วนท้องถิ่นนี่ควรจะเปึนอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่เขาก็อยากจะให้มีหน่วยงานที่เปึน หน่วยงานอิสระนะครับ ซึ่งในนี้เราใช้คำว่า สำนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่น เปึ้นหน่วยงานอิสระขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี แล้วก็เปึนองค์กรพิทักษ์ระบบคุณธรรมของ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น คือเปัาหมายนี่เราต้องการให้มีองค์กรที่ดูแล พิทักษ์ระบบคุณธรรม จริยธรรมของข้าราชการส่วนท้องถิ่น คือพูดง่าย ๆ ว่าใช้ระบบ เมอริต ซีสเต็ม (Merit system) นี่นะครับ ระบบคุณธรรมในการทำงาน ไม่ได้ใช้ระบบอุปถัมภ์นะครับ ซึ่งใช้เส้นสายวิ่งเต้นนะครับ เพราะฉะนั้นในกรณีนี้นี่ เราจึงได้แปรญัตติในวรรคที่ ๒ นะครับ ขอตัดในส่วนขององค์กรพิทักษ์ แล้วก็เขียนใหม่ให้ชัดเจนนะครับ ส่วนวรรคที่ ๓ นั้นนี่ ว่าด้วยเรื่องคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่นครับ ท่านประธาน ซึ่งคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่นนี้ ในวรรคสาม ท่านบอกว่า ประกอบด้วย ผู้แทน ของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนข้าราชการ ส่วนท้องถิ่น ซึ่งก็ดีนะครับ คือประกอบด้วยทั้ง ๓ ส่วน แล้วก็รวมทั้งมีผู้ทรงคุณวุฒิด้วย แต่ท่านบอกว่า ในจํานวนเท่ากันนะครับ ที่ให้เติม คําว่า ในจํานวนเท่ากัน แต่ว่าก็ไม่รู้ว่า มีกี่คนนะครับ ท่านประธาน รวมทั้งก็ไม่รู้ว่าใครเปึนประธานนะครับ แล้วก็ทําหน้าที่ อำนาจหน้าที่นี่มีอะไรบ้างนะครับ เพียงแต่เขียนว่า ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งตรงนี้ กระผมอยากจะให้ทางท่านกรรมาธิการยกร่างได้อธิบาย แล้วก็ชี้แจงให้พวกเราได้เข้าใจ นะครับ แต่ว่าในส่วนที่เราได้เติม คําว่า โดยมีจํานวนเท่ากัน นี่ ทางท่านกรรมาธิการยกร่าง ก็ได้ให้ความกรุณาเติมคำนี้ลงไปแล้ว ซึ่งเราก็ต้องขอขอบคุณนะครับ แต่ว่าเราก็อยาก จะเห็นการบริหารงานส่วนบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี้ เปึนไปด้วยระบบ คุณธรรม จริยธรรม แล้วก็ไม่มีปัญหาในเรื่องของการบริหารงานที่เล่นเส้นสาย หรือว่าใช้ ระบบพรรคพวกนะครับ เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้ก็คือสิ่งที่เราได้ไปรับฟังความคิดเห็นจาก พี่น้องประชาชนมา แล้วก็ได้นำมาแปรญัตติในมาตรา ๒๗๙ นี้ ก็ขออนุญาตเรียนถาม ท่านกรรมาธิการยกร่าง แล้วก็ได้ช่วยอธิบายให้พวกเราเข้าใจด้วยครับ ขอขอบพระคุณ มากครับ ท่านประธานครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ครับ เชิญท่านอัชพรครับ

นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตสอบถามนิดหนึ่งครับ ท่านครับ ท่านประธาน ผม อรรครัตน์ รัตน์จันทร์ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ครับผม

นายอรรครัตน์ รัตน์จันทร์

ผมอยากจะสอบถามท่านประธานว่า เราจะ ดำเนินการที่ละวรรค หรือว่าจะควบคู่กันไป ก็คือ ของผมได้แปรญัตติในวรรคที่ ๓ ไว้ด้วย ครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

เข้าใจครับ เข้าใจครับ ก็วรรคควบ ขณะนี้ดำเนินการควบคู่ทั้งวรรคสองและวรรคสาม นะครับ เพราะว่ามีเรื่องในวรรคสามนั่นนิดเดียว แล้วมันสัมพันธ์กับท่านอื่น ๆ ด้วยนะครับ มองดูแล้วรู้สึกว่าน่าจะไปด้วยกันได้ วรรคสอง วรรคสาม

นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์

ถ้าอย่างนั้น กระผมจะขอพูดถึงวรรคสาม สั้น ๆ ครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ได้ครับ ได้ครับ เพิ่มเติมได้ครับ

นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์

ครับ กราบเรียนท่านประธานสภาร่าง รัฐธรรมนูญที่เคารพ กระผม นายอรรครัตน์ รัตน์จันทร์ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ในมาตรา ๒๙๗ วรรคสาม มีข้อความว่า คณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น ตามวรรคหนึ่ง จะต้องประกอบไปด้วย ผู้แทนของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง รวมกับ ผู้ทรงคุณวุฒิของผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนข้าราชการส่วนท้องถิ่น ตามที่กฎหมายบัญญัติ โดยมีจำนวนเท่ากัน สิ่งที่ผมเพิ่มเข้ามาในวรรคนี้ คือ รวมกับ ผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมีจํานวนเท่ากัน เปึนข้อความที่เพิ่มเข้ามานะครับ กระผมเพื่อให้ ความชัดเจนนะครับ กระผมอยากจะพูดถึงมาตรา ๒๗๙ วรรคหนึ่ง ดังนี้ครับ การแต่งตั้ง และให้ข้าราชการและลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นจากตำแหน่ง ต้องเปึนไปตามความเหมาะสมของแต่ละท้องถิ่น โดยอาจได้รับการพัฒนาร่วมกัน หรือ สับเปลี่ยนบุคลากรระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันได้ และต้องได้รับ ความเห็นชอบจากคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งเปึนองค์กรกลางบริหารงาน บุคคลท้องถิ่นก่อน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ เหตุผลที่ได้แปรญัตติในมาตรานี้ก็เนื่องจากการที่ได้ไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในจังหวัดมุกดาหารมีดังนี้ครับ เพราะคณะกรรมการข้าราชการท้องถิ่นระดับจังหวัด มีปัญหาในการบริหารงานบุคคล ในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ผ่านมาข้าราชการระดับสูง ของจังหวัดจะแต่งตั้งจากผู้ใกล้ชิด ผู้รับเหมาในท้องถิ่น ผู้มีอิทธิพล โดยไม่มีการสรรหา โดยเป่ดเผย ทำให้ได้คนที่ขาดความรู้ ความเข้าใจในการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น การปฏิบัติงานจึงไม่มีระบบคุณธรรม และไม่ได้ช่วยเหลือในการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น ครอบงำการทำงานของท้องถิ่น มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ให้แก่ต้นเองและพวกพ้อง จึงเปึน ปัญหาในการบริหารงานบุคคลในระดับจังหวัดอย่างมาก ในส่วนการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ ในระดับจังหวัด ต้องกำหนดคุณสมบัติให้ได้คนที่มีความรู้ ความเข้าใจในการบริหารงาน บุคคลท้องถิ่น มีคุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติงาน ไม่ควรกำหนดจำนวนมาก เกินไป เพราะจะมีปัญหาในการสรรหาบุคคล ที่เปึนคนดี มีคุณธรรม จริยธรรมของการ บริหารงานบุคคลท้องถิ่น กราบขอบพระคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

กรรมาธิการจะชี้แจงตอบเลยไหมครับ หรือว่า ผมว่า มีคุณรัฐนี่ไม่ได้แปรญัตติไว้ จะไปใช้สิทธิของกลุ่มไหนครับ คุณรัฐนะครับ เดี๋ยว ๆ ไม่ได้แปรญัตติ

นายรัฐ ชูกลิ่น

ของกลุ่มอาจารย์เจิมศักดิ์ครับผม กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม รัฐ ชูกลิ่น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ผมขออนุญาต แปรในมาตรา ๒๗๙ นี่นะครับ ในกลุ่มของอาจารย์เจิมศักดิ์นะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วนี่ ก็มี ๒ ประเด็นนะครับ ประเด็นที่ ๑ ก็คือ ที่ขอให้ในวรรคสามนะครับ ที่ขอให้มีจำนวน เท่ากัน ท่านก็ช่วยกรุณาเติมให้แล้วนะครับ แต่เนื่องจากในวรรคหนึ่งนี่ ท่านกรรมาธิการ ยกร่างนี่นะครับ ได้กรุณาเติมคำว่า และความจำเปึ้นน่ะครับ ในการแต่งตั้งและถอดถอน ข้าราชการและลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี่นะครับ ผมขออนุญาต ให้ข้อมูลนิดหนึ่งกับทางยกร่างนะครับ เผื่อทางยกร่างจะได้ชี้แจงว่า ไอ้ใส่ว่า ความจำเปึน นี่จะมีผลดีหรือผลเสียนะครับ คือก็ผมเห็นว่า ความเหมาะสม นี่ก็ดีอยู่แล้วนะครับ พอมี ความจำเปึน ขึ้นมานี่ มันแปลได้หลายอย่างครับ ผมยกตัวอย่างของจังหวัดผม นะครับ ซึ่งได้ข้อมูลจากทางหัวหน้าสำนักงานจังหวัดขึ้นมานี่ ในการบรรจุลูกจ้างของ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นนี่นะครับ เขาก็จะมีการสอบ พอสอบมาปุ็บนี่ เขาก็จะ เรียงลำดับ ๑ ๒ ๓ ๔ ตามนี้นะครับ แต่พอองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไหนนี่ เขาจะ เลือกคนเขาเข้ามานี่นะครับ เขาก็จะไปต่อรอง ซึ่งเขาไม่จําเปึนต้องเปึนไปตามคิวนั้น นะครับ ๑ ๒ ๓ ๔ เขาอาจจะไปเลือก ๕ หรือเลือก ๑๐ หรือเลือก ๒๐ เลยก็ได้ เพราะเขา อ้างว่าเปึนความจำเปึน เพราะบุคคลนั้นอยู่ในพื้นที่เขา อย่างนี้เปึนต้น ซึ่งมันทำให้เกิดคดี ที่จังหวัดผมนะครับ เขาเรียกว่า ซีละแสน ก็คือพอจะเข้าปุ็บก็เรียกเงินเลย ก็ขออนุญาตว่า ถ้าทางยกร่างมีแนวทางที่จะปัองกันตรงนี้นะครับ คิดว่าถ้าใส่คำว่า ความจำเปึน ลงไปแล้วนี่ จะมีแนวทางอื่นที่จะกันคำว่า ซีละแสน ได้นี่นะครับ ผมก็ขออนุญาตฟังทาง ยกร่างนิดหนึ่งได้ไหมครับผม ว่าจะมีแนวทางปัองกันอย่างไรครับ ขอบคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ครับ ขอบพระคุณครับ ก่อนตอบก็มีกลุ่มของท่านอาจารย์สมชัย ผมไม่เห็นมีได้ยกมือเลย นะครับ มีไหมครับ มีผู้แทนของกลุ่มอาจารย์สมชัยไหมครับ เชิญครับ ของอาจารย์สมชัย นะครับ วรรคหนึ่งนะครับ

นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ ครับ สสร. ผมขออนุญาตที่จะได้เรียนกับท่านประธานครับว่า ส่วนของอาจารย์สมชัยนั้นก็ได้แปรญัตติ แต่ว่าเนื้อหาที่เพิ่มเข้ามาก็คือในเรื่องของ วรรคหนึ่งนะครับ ในเรื่องของงานบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี่ ที่มีมาตรฐานสอดคล้องกัน ก็ไม่ติดใจครับ เพราะเหตุว่าโดยหลักการแล้วนี่ ตามหลักการปกครองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้วยกันแล้วนี่นะครับ การแต่งตั้งให้ข้าราชการและลูกจ้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น พ้นจากตำแหน่งนะครับ ก็ควรจะต้องเปึนไปตามความต้องการขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น แต่ละท้องถิ่นนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนี่ก็คงจะให้คำนึงองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่มีอยู่ทั้งหมดในประเทศไทยเรานะครับ ไม่ว่าจะเปึน กทม. เมืองพัทยา อบจ. องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบลนะครับ ของในวรรคหนึ่งก็ไม่ติดใจครับ โดยหลักการครับ ขอบคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ครับ ขอบพระคุณครับ เชิญกรรมาธิการนะครับ คราวนี้ตอบทั้ง ๓ วรรคเลยนะครับ

รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ กระผม วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนในมาตรา ๒๗๙ เกี่ยวข้องกับระบบการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น ในสองสามประเด็นที่มีท่านสมาชิกได้แปรญัตติและสอบถามนะครับ

ประการแรก ในวรรคหนึ่งนี่นะครับ เรื่องระบบของการบริหารงานบุคคลนี่ โดยระบบจริง ๆ แล้วนี่ เราต้องการให้มีคณะกรรมการบริหารงานบุคคลกลางนะครับ ซึ่งแต่เดิมก็มีพระราชบัญญัติบริหารงานบุคคลท้องถิ่น ป้ ๒๕๔๒ แต่โดยระบบที่ออกแบบ ในคราวนั้นนี่ทำให้ระบบของการบริหารงานบุคคลขององค์กรท้องถิ่นนั้นแยกจากกัน โดยเด็ดขาดระหว่างประเภทของท้องถิ่น นั่นก็คือองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบลมีระบบที่แตกต่างกัน และปัญหาที่สำคัญก็คือการพัฒนาระบบ ต่าง ๆ ของข้าราชการนั้นและการโอนย้ายสลับนั้นทำได้ยาก ทำให้ปัญหาของการ เคลื่อนย้ายข้าราชการท้องถิ่นจึงถูกจำแนกออกเปึนกลุ่ม ๆ เปึนหลักนะครับ ดังนั้น ในวรรคหนึ่งนี่จึงพยายามที่จะวางระบบของการบริหารงานบุคคลของข้าราชการท้องถิ่นนี่ ให้เปึ้นระบบเดียวกันทั้งระบบใหญ่เหมือนกับข้าราชการพลเรือนนะครับ เหตุผลที่ หลายท่านได้กรุณาอภิปรายเรื่องของปัญหาในเรื่องของการว่าเปึนความต้องการของ ท้องถิ่นนี่นะครับ การกำหนดตำแหน่งนี่โดยหลักนี่การกระจายอำนาจในการ บริหารงานของท้องถิ่นนี่ หลักสำคัญประการหนึ่งก็คืออิสระในเรื่องของท้องถิ่นในการจะ กำหนดโครงสร้างของตำแหน่งต่าง ๆ ดังนั้นในขอบเขตที่คณะกรรมาธิการเติมเข้าไปนี่ นะครับว่า เปึนความเหมาะสมและความจําเปึนนี่ ก็กราบเรียนอย่างนี้ครับว่า โดย หลักการของการกำหนดโครงสร้างและตำแหน่งขององค์กรท้องถิ่นนี่ย่อมเปึนอิสระ นั่นคือ เหมาะสมว่า องค์กรท้องถิ่นประเภทใดควรมีโครงสร้างขนาดใด นั่นคือการพูดถึงเรื่อง โครงสร้าง ในเรื่องของความจำเปึนก็หมายความว่า องค์กรท้องถิ่นบางประเภทอาจจะมี ความจำเปึนเฉพาะเนื้องานบางเนื้องาน ผมยกตัวอย่างเช่น องค์กรท้องถิ่นบางแห่งมี แหล่งท่องเที่ยว เขาต้องการตั้งสำนักท่องเที่ยว นี่เปึนความจำเปึนนะครับ ดังนั้นนี่ ความเหมาะสมจึงเปึนคำอธิบายในภาพรวมของระบบนะครับ ก็คือว่า เช่น เทศบาลควรมี อย่างน้อยที่สุดต้องมีโครงสร้างอะไร แต่ว่ากรณีที่เฉพาะคือจำเปึ้นนี่ก็เปึ้นได้ แต่ปัญหาที่ ท่านสมาชิกหลายท่านอภิปรายในเรื่องของการบรรจุเข้าสู่ตำแหน่งนั้นนี่ ผมคิดว่าต้อง แยกกันครับว่า ในรัฐธรรมนูญนี้ให้หลักประกันเรื่องความเปึนอิสระในการกําหนด โครงสร้างและตำแหน่ง แต่ไม่ได้ให้อิสระในการกำหนดตัวบุคคลว่าใครจะมาเปึน ระบบ การคัดสรรตัวบุคคลที่จะเข้าสู่ตำแหน่งนั้น ต้องเปึ้นระบบของการสอบและเปึ้นระบบของ การคัดเลือกนะครับ ซึ่งจะต้องอยู่ในระเบียบของกระทรวงมหาดไทยในการดำเนินการ ดังนั้นนี่ผมกราบเรียนว่า ที่เราเขียนขยับขึ้นมาแบบนี้ก็เพื่อที่จะทำให้เห็นว่า การกำหนด โครงสร้างที่เหมาะสมและจำเปึนนั้นยังเปึนอิสระขององค์กรท้องถิ่นอยู่ เพียงแต่ว่า เราอาจจะเข้าใจสลับไปว่า ปัญหาของเหมาะสมและความจำเปึนนี้กลายเปึนอำนาจของ ผู้บริหารท้องถิ่นในการเลือกตัวบุคคล ซึ่งเปึนการตีความที่ผิดพลาดนะครับ ดังนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า การแก้ส่วนแรกในวรรคแรกนี่ก็เพื่อเจตนารมณ์อย่างนี้ นะครับ ในวรรคสองซึ่งเชื่อมโยงกับระบบพิทักษ์คุณธรรม ซึ่งมีท่านผู้เกี่ยวข้องอภิปราย หลายท่าน ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ข้อเสนอในมาตรานี้ทั้งหมดนี่ต้องการให้มี คณะกรรมการข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งดูรวมข้าราชการท้องถิ่นทั้งระบบนะครับ รวมทั้งให้มี ระบบหรือองค์กรหรือคณะกรรมการที่จะทำหน้าที่พิทักษ์คุณธรรม ระบบนี้จะมีความ สอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารข้าราชการพลเรือนนะครับ ที่เพิ่งผ่าน คณะรัฐมนตรีไปเมื่อ ๒ วันที่แล้ว เพราะว่าในระบบปัจจุบันนี้นี่ ระบบพิทักษ์คุณธรรมนี่มีความสำคัญ ดังนั้นเราจึงกำหนดเพิ่มเติม ซึ่งถือว่า เปึ้นเรื่องใหม่ในการปกครองท้องถิ่นว่า ในการบริหารราชการท้องถิ่น เนื่องจากข้าราชการ ท้องถิ่นมีความใกล้ชิดกับผู้บริหารมาก ก็ย่อมที่จะมีโอกาสที่จะถูกใช้อำนาจในทาง ไม่ถูกต้อง ดังนั้นเราจึงเสนอว่า เราควรมีระบบคุ้มครองระบบคุณธรรมและจริยธรรม ของข้าราชการ ซึ่งจะต้องสร้างเปึนองค์กร และทั้งหมดนี้จะต้องไปตราเปึนกฎหมาย ผมกราบเรียนว่ากฎหมายข้าราชการท้องถิ่นจะต้องถูกตราขึ้นภายใน ๒ ป้ ซึ่งเปึ้นไปตาม ความในมาตรา ๒๙๓ (๓) ของบทเฉพาะกาล ดังนั้นระบบที่เราพูดทั้งหมดจะต้องมีการ เปลี่ยนแปลงพระราชบัญญัติบริหารงานบุคคล ป้ ๒๕๔๒ ซึ่งเคยกำหนดไว้แล้ว ให้มาเปึนไปตามเจตนารมณ์และนัยของมาตรา ๒๗๙ เปึนหลักนะครับ

ประการสุดท้ายครับ ก็คือ เรื่องของโครงสร้างของคณะกรรมการข้าราชการ ท้องถิ่น ซึ่งหลายท่านได้กรุณาให้ความเห็นว่าให้จำนวนเท่ากัน ซึ่งกรรมาธิการปรับแล้ว และสิ่งที่กรรมาธิการปรับเพิ่มเติมก็คือ คณะกรรมการชุดนี้จะเปึน ๔ ฝ์ายครับ ไม่ใช่ ๓ ฝ์าย ของเดิมเปึนคณะกรรมการ ๓ ฝ์าย คือ เปึนผู้แทนส่วนราชการ เปึนผู้แทนองค์กร ท้องถิ่นและเปึ้นผู้ทรงคุณวุฒิ เมื่อเปึนผู้แทนของส่วนท้องถิ่นก็มีปัญหาครับว่า ผู้แทน ส่วนท้องถิ่นจริง ๆ มี ๒ ฝ์าย ก็คือ มีฝ์ายที่เปึ้นผู้บริหารกับฝ์ายที่เปึนข้าราชการ ดังนั้น ในร่างมาตรา ๒๗๙ ที่ยกขึ้นมาใหม่ จึงกำหนดให้องค์ประกอบของคณะกรรมการ ข้าราชการท้องถิ่นนั้นนี่นะครับเปึน ๔ ฝ์าย เพื่อทำให้เกิดความสมดุลของระบบที่จะ เกิดขึ้น รวมทั้งให้มีจำนวนที่เท่ากันนะครับ

ประการสุดท้ายที่ผมขออนุญาตกราบเรียนก็คือว่าเราได้มีการเปลี่ยนแปลง ถ้อยคำที่จะทำให้ระบบของข้าราชการท้องถิ่นนั้นตัดคำว่า พนักงานท้องถิ่น ออก เพื่อที่จะ ทำให้ข้าราชการท้องถิ่นทุกประเภทมีสถานะเหมือนกัน คือเรียกว่า ข้าราชการ เพื่อนสมาชิกอาจจะสงสัยครับว่าทำไมต้องพูดอย่างนี้ เพราะว่าในกฎหมายเทศบาล ในกฎหมายองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้ปฏิบัติหน้าที่นี่ถูกเรียกว่าเปึ้นพนักงานท้องถิ่น ในขณะที่ในกฎหมายองค์การบริหารส่วนจังหวัดและกฎหมายกรุงเทพมหานคร ผู้ปฏิบัติหน้าที่ได้ถูกเรียกว่าเปึนข้าราชการ ซึ่งตรงนี้ก็ทําให้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ดังนั้นในมาตรา ๒๗๙ จึงปรับปรุงถ้อยคําด้วยนะครับ ที่ทำให้ข้าราชการท้องถิ่นทุกคน ถูกเรียกว่าเปึนข้าราชการท้องถิ่นทั้งหมด ไม่เรียกว่าเปึนพนักงานท้องถิ่นอีกต่อไปนะครับ อันนี้ก็คงเปึ้นเจตนารมณ์ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องส่วนใหญ่สอดคล้องกับท่านผู้แปรญัตติทั้งหมด ครับ ท่านประธานครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ก็ขอถามยืนยันอีกครั้งครับ ท่านพิเชียรครับ ติดใจไหมครับ ท่านอรรครัตน์ครับ

นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์

กราบเรียนท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่เคารพ กระผม นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ กระผมไม่ติดใจ แต่ว่าอยากจะขอฝากเปึน เจตนารมณ์ไปถึงคณะกรรมาธิการยกร่างครับ คืออย่างนี้ครับ ที่ผ่านมากระผมได้เคยไป สัมผัสในการเลือกตั้งคณะกรรมการในส่วนของท้องถิ่น ปรากฏว่าผู้บริหารของท้องถิ่นนี่ ต้องการที่จะนำคนของตัวเองเข้ามาบรรจุในกรรมการ ก็จะทำหนังสือเชิญหรือว่าบอกไป เฉพาะองค์กรที่ตัวเองสามารถควบคุมได้นะครับ แล้วก็ให้องค์กรเหล่านั้นซึ่งจะเปึน เสียงส่วนใหญ่ ซึ่งมีความผูกพันกับผู้บริหารท้องถิ่นนั้น ๆ เข้ามาเลือกกันเอง แล้วคนที่ ได้มาในการคัดสรรก็จะเปึนพรรคพวกของตนเอง ซึ่งจะเข้ามาก็จะเปึนการเข้ามาร่วมกัน กระทำกิจกรรมที่อย่างไม่โปร่งใส เพราะฉะนั้นในจุดนี้ผมใคร่ฝากคณะกรรมาธิการว่า ถ้าท่านได้มีการที่จะไปนำเจตนารมณ์ไปบรรจุเปึนกฎหมายประกอบหรือว่าเปึนกฎหมายลูก ขอให้คำนึงในการได้มาที่ไม่โปร่งใสนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ก็ฝากกรรมาธิการไปด้วยนะครับ ท่านชาติชาย คงไม่ติดใจ เชิญครับ

นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชาติชาย เจียมศรีพงษ์ ครับ ก็ต้องขอขอบคุณครับ ท่านคณะกรรมาธิการยกร่างนะครับ ที่ได้ตัดเรื่องของคำว่า พนักงาน ออก เรียกว่า ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ตรงนี้ล่ะครับ จะเปึน การที่ให้ความเสมอภาคในเรื่องของบุคลากรที่บริหารงานบุคคลขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่มีอยู่ทั้งทั่วประเทศนะครับ ตรงนี้ก็ถือว่าเปึนความก้าวหน้าของรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันนะครับ ที่เรานั้นได้เห็นความสำคัญของพนักงานส่วนท้องถิ่น ต่อไปก็คงจะ เรียกว่า ข้าราชการส่วนท้องถิ่น นะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านรัฐล่ะครับ ยืนยันไหมครับ เชิญครับ

นายรัฐ ชูกลิ่น

ผมต้องขออนุญาตว่าฝากความหวังไว้กับกฎ ระเบียบ ที่ทางยกร่างท่านจะออกมาภายใน ๒ ป้นะครับ ก็ขอให้คำนึงถึงชาวบ้านซึ่งเขาก็ไม่มีเงิน อยู่แล้วนะครับ พอจะเข้าที่ก็แสนนึ่ง พออยู่ป้หนึ่งจะย้ายก็อีกแสนนึ่ง พอดีเงินไม่ต้อง ทำอะไรนะครับ ขออนุญาตฝากทางยกร่างดูว่ากฎ กติกา ก็ต้องให้เปึ้นธรรมกับ ประชาชนด้วยนะครับ ไม่ติดใจครับ ขอบพระคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านสมาชิกครับ มาตรานี้มีการแก้ไข มีท่านสมาชิกเห็นเปึน อย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มี นะครับ ขอประทานโทษ ท่านสุนทรครับ เชิญครับ

นายสุนทร จันทร์รังสี

ท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพ กระผม นายสุนทร จันทร์รังสี สสร. นม. ครับ เปึนการเปลี่ยนแปลงของข้าราชการส่วนท้องถิ่น นะครับในทางที่ดี แต่ว่าผมอยากทราบว่าในด้านที่บอกว่าองค์กรพิทักษ์ระบบคุณธรรม ของข้าราชการส่วนท้องถิ่น เปึนชื่อที่สวยงามและน่าศรัทธา แล้วก็ดังที่ ขออนุญาต เอ่ยนาม ท่านกรรมาธิการวุฒิสาร ตันไชย ได้กล่าวแล้วว่าจะมีการตราออกมาภายหลัง ในระยะ ๒ ป้นะครับ แต่ว่าเพื่อให้เปึ้นที่ได้รับทราบหรือเปึนการชิมลางดูว่ารูปแบบจะเปึน อย่างไร อยากจะขอเรียนให้กรุณาอธิบายโครงสร้างคร่าว ๆ ให้ด้วย จะเปึนไปได้ไหมครับว่า มันจะเปึนในลักษณะใดครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

คงเปึนไปได้ เชิญท่านวุฒิสารครับ

รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการครับ ต่อเรื่องระบบพิทักษ์คุณธรรม ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ก่อนนะครับว่า ถึงแม้ขณะนี้ไม่มีองค์กรหรือคณะกรรมการ พิทักษ์คุณธรรมและจริยธรรมของข้าราชการนี่ ระบบโดยปกติก็มีระบบที่ปกปัองดูแล ข้าราชการอยู่แล้วนะครับ ไม่ว่าจะเปึ้นระเบียบของส่วนราชการเองนะครับ ผู้มีหน้าที่ กำกับดูแลคือกระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้กำกับดูแล รวมทั้งองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ เช่น ศาลปกครอง ฉะนั้นเราจะเห็นว่าคดีต่าง ๆ ที่เข้าไปที่ศาลปกครองนี่ก็เยอะมาก นะครับ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการบริหารงานบุคคล ซึ่งเปึนการสั่งการหรือใช้อำนาจ ทางปกครองในทางที่ไม่ถูกต้องนะครับ แต่อย่างไรก็ตามครับ ระบบพิทักษ์คุณธรรม และจริยธรรมของข้าราชการท้องถิ่นนี่ โครงสร้างหลักก็คงจะเปึนคณะกรรมการที่เปึน คณะกรรมการแยกออกมาจากคณะกรรมการที่ทำหน้าที่ในเรื่องของการบริหารงานบุคคล แต่เปึนคณะกรรมการที่จะช่วยดูแลในกรณีที่ผู้บริหารซึ่งมาจากการเมืองนั้น ใช้อำนาจ ในทางไม่ถูกต้อง สั่งการในทางไม่ถูกต้อง ซึ่งระบบนี้นี่นะครับ ผมคิดว่าในรายละเอียดนั้น คงจะมีความสอดคล้องกับแนวทางที่สำนักงานข้าราชการพลเรือนกำลังดำเนินการในการ ยกร่างระเบียบของข้าราชการ ระบบพิทักษ์คุณธรรม ซึ่งอยู่ในพระราชบัญญัติข้าราชการ พลเรือนซึ่งกําลังแก้ไขอยู่ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ในรายละเอียดนั้นคิดว่าจําเปึนต้อง ดูจากระบบใหญ่ของสำนักงาน ก.พ. เปึนหลักนะครับว่าใช้อย่างไร แล้วเราจะเอามาปรับใช้ แต่ผมกราบเรียนว่า ถึงแม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีระบบนี้อยู่นี่ ระบบความคุ้มครองของ ข้าราชการท้องถิ่นก็มีการคุ้มครองอยู่พอสมควรนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้นี่ ผมขออนุญาตว่ากราบเรียนในรายละเอียดเบื้องต้น หากกราบเรียนไปแล้วจะกลายเปึ้น แนวทางซึ่งอาจจะไปขัดหรือแย้งกับสิ่งที่จะเปึนระบบใหญ่นะครับ ผมก็ขออนุญาตว่า หลักการเปึนอย่างนี้ แต่ว่ารายละเอียดนั้นต้องขอดูจากพระราชบัญญัติของข้าราชการ พลเรือนด้วยนะครับ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดหรือแย้งกันครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ท่านสุนทรพอใจไหมครับ ท่านพยักหน้านะครับ ตกลงว่าท่านสมาชิกไม่เห็นเปึนอย่างอื่น นะครับ สำหรับการแก้ไข การแปรญัตติก็ทุกคนพอใจเรียบร้อยนะครับ ขออนุญาต ผ่านมาตรานี้นะครับ ผ่านครับ เชิญท่านเลขาครับ

นายวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๒๘๐ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

มาตรานี้ไม่มีการแก้ไขนะครับ มีท่านอุทิศ ชูช่วย กลุ่มแรกนะครับ ขอแก้ไขข้อความ ในวรรคสอง เชิญครับ

นายอุทิศ ชูช่วย

ครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม อุทิศ ชูช่วย ครับ ในมาตรา ๒๘๐ นี้ มอบหมายให้คุณหลักชัย กิตติพล เปึ้นผู้นำเสนอครับ ท่านประธานครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

เชิญคุณหลักชัยครับ

นายหลักชัย กิตติพล

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม หลักชัย กิตติพล สสร. นะครับ ในมาตรา ๒๘๐ ก็พูดถึงเกี่ยวกับ หน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็สิทธินะครับ กระผมขอแปรญัตติในวรรคที่ ๒ นะครับ ตามที่พวกเราทราบกันนะครับว่า ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้นี่เราได้กระจายอำนาจ เปึ้นจํานวนมากมายไปให้ทางท้องถิ่นนะครับ แล้วก็ท้องถิ่นก็ ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผ่านเปึ้นที่เรียบร้อย ท้องถิ่นก็คงจะได้ประโยชน์มากมาย แต่ว่าในเวลาเดียวกันเราก็ ผูกเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาเข้าไปในท้องถิ่นตรงนี้ด้วย ผมคิดว่าอันนี้จะเปึ้นประโยชน์ต่อประชาชนและก็ท้องถิ่นต่าง ๆ นะครับ แทนที่พี่น้องหรือ หลายคนที่ผมเคยฟังอภิปรายมาจะพูดว่าเปึนสภารับเหมาอะไรพวกนี้คงไม่มีแล้ว ต่อไปนี้นี่ เพราะว่าเราได้กระจายอำนาจและก็การศึกษา กระผมก็เห็นว่าเปึ้นสิ่งสําคัญนะครับ ในวรรคที่ ๒ นี่ องค์กรปกครองท้องถิ่นนะครับ ย่อมมีสิทธิในการที่จะจัดการศึกษาอบรม ฝ๊กอาชีพตามความเหมาะสมและความต้องการภายในท้องถิ่นนั้น และเข้าไปมีส่วนร่วม ในการจัดการอบรมของรัฐ โดยคำนึงถึงสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาและไม่ขัดกับ กฎหมายการศึกษาแห่งชาติ กระผมแปรญัตติตรงจุดนี้นี่ เนื่องจากว่ามีผู้บริหารการศึกษา ที่เราไปรับฟังความคิดเห็นมานะครับ เขาต้องการ เขาเปึนห่วงนะครับท่านประธาน เขาเปึนห่วงว่าท้องถิ่นไปทำแล้วนี่ ถ้าสมมุติว่าบางท้องถิ่นอาจจะไม่ได้ทำไปตามแนวทาง เดียวกันนะครับ เขาเลยต้องขอให้ใส่ว่า และไม่ขัดกับกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ เขามีความเปึนห่วงตรงนี้ ก็เลยขอกราบเรียนทางท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ นะครับ ความเปึนห่วงของผู้บริหารของการศึกษา ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

มีเรื่องใกล้เคียงกันครับ ท่านสมชัย ฤชุพันธุ์ แปรญัตติ ใครแทนนะครับ เชิญครับ

นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ ครับ ในมาตรา ๒๘๐ นะครับ (๒) ในเรื่องขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นย่อมมีสิทธิที่จะจัดนะครับ ผมขออนุญาตเติมคำว่า หรือสนับสนุนการศึกษา อบรมและการฝั๊กอบรมอาชีพตามความเหมาะสม และความต้องการภายในองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นนะครับ และให้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาอบรมของ รัฐโดยคำนึงถึงความสอดคล้องมาตรฐานของระบบการศึกษาของชาตินะครับ เหตุผล ที่ขอเติม ก็เพราะว่าเพื่อให้การบัญญัตินั้นได้ครอบคลุมไปในเรื่องขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ที่จะได้มีการจัดการศึกษาอบรมนะครับ อบรมโดยให้การสนับสนุน เรื่องดังกล่าวนั้นเปึ้นไปตามความต้องการในเรื่องของอำนาจหน้าที่นะครับ ผมขออนุญาต เรียนเพิ่มเติมอย่างนี้ครับว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางองค์กรนะครับ มีทรัพยากร เปึนจำนวนมาก มีบางองค์กรก็เปึนแหล่งท่องเที่ยวมีทรัพยากรมาก การที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นเข้ามาบริการสาธารณะนั้น ถ้าจะให้ครบถ้วนแล้วนี่นะครับ เราคงไม่ไปดู ในเรื่องของการบริหาร ในเรื่องของถนน แหล่งน้ำ ไฟฟัาอย่างเดียว การจัดฝ๊กอบรมนั้น มีความสำคัญมาก เพราะฉะนั้นที่ผมขออนุญาตเติมข้อความในเรื่องของ หรือสนับสนุน ตรงนี้เข้าไปนี่ ก็เพื่อที่จะได้ไปเติมให้กับหน่วยงานของการจัดฝั๊กอบรมทั้งหลายแหล่ ซึ่งจะได้ไม่ต้องมานั่งตีความกันว่า การที่ให้การสนับสนุน เช่น ในเรื่องของอบรม ในเรื่อง ของศาสนา อบรมในเรื่องของยาเสพติด การจัดฝ๊กอบรมตรงนี้นะครับ ก็จะเปึ้นผลให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะได้เติมนะครับ อาจจะเรื่องของ การศึกษาด้วยนะครับ ในเรื่องของอีกหลาย ๆ สาขา ตรงนี้ผมคิดว่า ก็จะเปึนประโยชน์ ในการที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นมีส่วนเข้าไปเติมในส่วนของปัญหาของแต่ละ พื้นที่ที่ขาดหายไปนะครับ ผมเรียนเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งครับว่า บางพื้นที่นี่มีทรัพยากรเปึน จำนวนมากนี่ ไม่ต้องไปทำถนน ไม่ต้องไปทำคลองแล้วนะครับ ไปทำในเรื่องของการที่จะ ได้พัฒนาคน การที่จะได้พัฒนาในเรื่องของระบบต่าง ๆ ที่ยังขาดหายในส่วนของพื้นที่ เหล่านั้นนะครับ เรียนเพิ่มเติมครับว่า ประเทศไทยเรานั้นนะครับ เรามี ๗๖ จังหวัด กฎหมายของท้องถิ่นนี่เราออกเหมือนกันหมด แต่ว่าสถานการณ์นะครับ แล้วก็พื้นที่ ความต้องการแต่ละพื้นที่นั้นจะไม่เหมือนกัน ผมยกตัวอย่างเช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอนนะครับ มีภูเขาเยอะแยะเลยนะครับ ส่วนจังหวัด พื้นที่ราบ เช่น จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดอ่างทอง นครสวรรค์ การที่เรานั้นจะเข้าไปพัฒนา สภาพพื้นที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีกฎหมายประเภทเดียวกันแล้วนี่นะครับ ในกรณี ที่บางพื้นที่นี่อยากจะได้สนับสนุนในเรื่องของการจัดฝั๊กอบรมนี่นะครับ ผมคิดว่าจะเปึน อีกทางหนึ่งที่ทำให้พื้นที่เหล่านั้นได้รับการพัฒนานะครับ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าก็น่าจะเปึน ผลดีต่อพื้นที่และต่อหน่วยงานอื่น ๆ นะครับ ที่ดำเนินกิจกรรมอยู่ในพื้นที่นั้น ๆ ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ท่านกรรมาธิการนะครับ ต้องเชิญท่านกรรมาธิการวุฒิสารครับ

รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ผม วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการครับ ในมาตรา ๒๘๐ ที่คณะกรรมาธิการยกร่างได้นำเสนอนั้น ก่อนอื่นคณะกรรมาธิการยกร่างขออนุญาต แก้ถ้อยคำเล็กน้อยนะครับ ในวรรคแรกบรรทัดที่ ๒ นะครับ ในตอนท้ายที่คำว่า หรือ นี่นะครับ คณะกรรมาธิการขออนุญาตแก้เปึนคำว่า และ นะครับ เพื่อให้สอดคล้อง กับวรรคท้ายนะครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ครับ ที่กรรมาธิการแก้ หรือ เปึน และ นะครับ ที่ประชุมรับทราบนะครับ

รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการ

ประการต่อมาครับ ท่านประธานครับ ในมาตรานี้ทั้งมาตรานี่นะครับ เหตุผลหลักผมขออนุญาตกราบเรียนว่า เจตนารมณ์หลักของมาตรานี้ คือ การพูดถึงเรื่องของการที่จะให้สิทธิขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในการศึกษาอบรมนะครับ รวมทั้งการทำนุบำรุงจารีตประเพณี วัฒนธรรม หลักนี้มาตรานี้แตกต่างจากการจัดการศึกษาในระบบนะครับ จริง ๆ แล้วถ้าพูดว่า เรื่อง ของการจัดการศึกษาในระบบคือการจัดการศึกษาประเภทโรงเรียนนี่ องค์กรท้องถิ่น มีอํานาจหน้าที่โดยตรงอยู่แล้วตามที่กฎหมายบัญญัตินะครับ รวมทั้งในมาตรา ๗๙ (๔) ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ก็ได้อธิบายแล้วครับว่า องค์กรท้องถิ่นนั้นมีส่วนในการ ทั้งจัดและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในระบบนะครับ ดังนั้นมาตรา ๒๘๐ เองนี่ ขอบเขตสาระสำคัญนี่ จริงอยู่ที่เรื่องของการศึกษาอบรมที่นอกเหนือจากการศึกษา ในระบบนะครับ ดังนั้นนี่การกำหนดว่าให้องค์กรท้องถิ่นมีสิทธินี่ ก็หมายความว่า การศึกษาอบรมเรื่องราวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนกรณีที่ท่านผู้มีเกียรติสมาชิกได้อภิปราย เช่น การอบรมเรื่องของการศาสนานี่ ก็ไม่ได้ผูกขาดเฉพาะส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มี หน้าที่โดยตรง แต่เปึนหน้าที่ขององค์กรท้องถิ่นด้วยที่มีสิทธิอันพึงจะกระทํา แต่อย่างไร ก็ตามครับ เราก็ได้ขมวดไว้ครับว่า มีเพื่อนผู้แปรญัตติที่บอกว่า ในวรรคสองว่า ขอว่าไม่ให้ ขัดต่อกฎหมายการศึกษานี่ ผมเรียนว่า จริง ๆ ถ้าไม่ขัดต่อกฎหมายนี่ไม่ต้องบัญญัติหรอก ครับ เพราะว่ามันขัดไม่ได้อยู่แล้วนะครับ แต่หลักที่เราเติมเข้าไปก็คือว่า ในการจัด การศึกษา อบรมไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตามนี่ คงต้องคำนึงถึงความสอดคล้องกับมาตรฐาน และระบบการศึกษาของชาติ อันนั้นเราเติมเข้าไปเพื่อให้เกิดความสอดคล้องไม่ขัดหรือ แย้ง แต่ถ้าขัดกฎหมายนี่ทำไม่ได้อยู่แล้วนะครับ ดังนั้นนี่นะครับ ในมาตรานี้ทั้งหมดนี่ นะครับจึงเปึนมาตราที่พยายามที่จะให้คําอธิบายในเรื่องของสิทธิขององค์กรท้องถิ่น ในการที่จะจัดการศึกษาอบรมที่มีข้อบเขตกว้างขวางขึ้น แล้วก็ไม่จำกัดอยู่เฉพาะ ส่วนราชการเท่านั้นที่จะสามารถดำเนินการเรื่องนี้ได้นะครับ ส่วนเรื่องของการศึกษา ในระบบหรือเรื่องของการจัดการศึกษาในโรงเรียนนั้นเปึ้นอำนาจหน้าที่โดยตรงของ ท้องถิ่นไม่ได้เกี่ยวข้องกับมาตรานี้โดยตรง รวมทั้งแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่ผม กราบเรียนในมาตรา ๗๙ (๔) ได้เขียนไว้ชัดเจนแล้วนะครับว่า ต้องกระจายอำนาจให้ ท้องถิ่นมีส่วนจัดการศึกษาและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ดังนั้นในมาตรานี้จึงคิดว่า คำแปรญัตติของท่านกรรมาธิการ ของเพื่อนสมาชิกน่าจะมีความสอดคล้องกับแนวทาง และเจตนารมณ์อยู่แล้วครับ ผมเพียงขยายเจตนารมณ์ให้เกิดความชัดเจนเท่านั้นครับ ขอบพระคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ท่านหลักชัยพอใจคำชี้แจงไหมครับ เชิญเลยครับ

นายหลักชัย กิตติพล

ครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม หลักชัย กิตติพล สสร. นะครับ ถ้าตามท่านอาจารย์วุฒิสาร กรรมาธิการนะครับ ขออภัยที่เอ่ยนาม ถ้าสอดคล้องตามมาตรา ๗๙ (๔) ก็ขอบพระคุณครับ เพราะว่าความต้องการของ ผู้บริหารเขาก็ต้องการสิ่งนี้นะครับ ถ้าสอดคล้องกันถูกต้องอยู่แล้ว ก็ไม่ติดใจครับ ขอบพระคุณ ให้บันทึกในเจตนารมณ์ก็แล้วกัน ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ครับ ขอบพระคุณครับ ก็มีท่านชาติชายครับ ยืนยันนะครับ เชิญครับ

นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์

ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชาติชาย เจียมศรีพงษ์ สสร. ครับ ที่ผมได้ขออนุญาตเติมถ้อยคำนะครับ ในองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นย่อมมีสิทธิที่จะจัดหรือสนับสนุนนะครับ ผมคิดว่าจะเปึนแนวทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี่นะครับ ได้มีส่วนร่วมนะครับ ในการจัดฝ๊กอบรมนี่ ตรงนี้ผมคิดว่าจะได้ไม่ต้องไปตีความว่า ในเรื่องของการสนับสนุนนั้น จะผิดระเบียบหรือไม่ อย่างไรนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยัง ท่านกรรมาธิการยกร่างครับ ท่านวุฒิสารครับว่า ในกรณีถ้าเติมไปนี่นะครับ การที่จะ ได้สนับสนุนดังกล่าวนี่ ผมคิดว่าในเรื่องของการตีความนี่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี่ ก็คงจะได้มีส่วนสนับสนุนเพิ่มเติมตรงนี้มากขึ้นนะครับ ขอคำตอบจากท่านกรรมาธิการ นิดหนึ่งครับ ขอบคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ครับ มี ๒ วรรคเลยนะครับ อาจารย์ครับ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการครับ ต่อข้อหารือของท่านสมาชิก ท่านชาติชาย ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ถ้าดูในวรรคสองของมาตรา ๒๘๐ นี่นะครับ ก็จะ มีครอบคลุมสาระที่ท่านต้องการนะครับ ผมขออนุญาตอ่านว่า องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นย่อมมีสิทธิที่จะจัดการศึกษาอบรม และการฝั๊กอาชีพตามความเหมาะสม และความต้องการภายในท้องถิ่น อันนี้คือมีสิทธิจัดนะครับ และเข้าไปมีส่วนร่วมในการ จัดการศึกษาอบรมของรัฐ อันนี้ก็คือสนับสนุนครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในสาระสําคัญ ตรงนี้ก็เขียนไว้ค่อนข้างชัดเจนแล้วนะครับ เพราะว่าในวรรคสามที่ท่านขอแปรนี่มันเปึน พูดถึงเรื่องของการที่จะต้องคำนึงถึงเรื่องของจารีตประเพณี ซึ่งมันเปึนคำขยายของ วรรคสองครับ ท่านประธานครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

พอรับได้ไหมครับท่าน

นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์

ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชาติชาย เจียมศรีพงษ์ ครับ ถ้าดูในเจตนารมณ์ ก็ขออนุญาตบันทึกไว้ด้วยนะครับ เพราะว่าในเรื่องดังกล่าวนี่ เพื่อที่จะให้มีประโยชน์นะครับ ในเรื่องของการจัดฝั๊กอบรม นะครับ ก็เรียนเพิ่มอีกนิดหนึ่งครับ ปัญหาของท้องถิ่นนี่บางเรื่อง ในเรื่องของการ ที่จะได้เข้าไปดูแลในเรื่องของศิลปะ จารีตประเพณี บางครั้ง สตง. ก็ตีความไม่ถูก เหมือนกันนะครับ ก็ฝากท่านกรรมาธิการไว้ด้วยนะครับ ในเรื่องของเจตนารมณ์ว่า จารีตประเพณีของท้องถิ่นนี่ บางทีเข้าปฏิบัติกันมาเปึนระยะเวลาอันยาวนานนะครับ แล้วก็เปึนประเพณีของไทยเรา เพื่อที่จะได้จรรโลงให้คนนั้นมีคุณธรรม ศีลธรรมนะครับ ตรงนี้ก็ฝากบันทึกไว้ในเจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญด้วยนะครับ ก็ไม่ติดใจแล้วครับ ท่านประธานครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณมากครับ บันทึกเจตนารมณ์ใช่ไหม ไม่ต้องยืนยันอีกทีหนึ่งครับ ขอบพระคุณ ครับ มาตรา ๒๘๐ นี้ ไม่มีการแก้ไข ท่านผู้แปรญัตติก็พอใจทั้งหมดนะครับ ขออนุญาต ผ่านนะครับ เชิญท่านเลขาครับ

นายวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๒๘๑ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

มาตรานี้มีการแก้ไข ทั้งถ้อยคำ ทั้งเพิ่มเติม ต้องขอท่านกรรมาธิการชี้แจงเสียก่อน ดีไหมครับ เชิญท่านอัชพรครับ

นายอัชพร จารุจินดา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ กระผม อัชพร จารุจินดา กรรมาธิการครับ มาตรา ๒๘๑ มีการแก้ไข ๒ จุด จุดที่ ๑ ก็คือ ใน (๒) การเข้าไปมีส่วนร่วม ตรงนี้เพียงแต่ข้อความพิมพ์ตกเฉย ๆ นะครับ เพราะ ข้อความเดิม การเข้าไปมีส่วนในการ มันจะไม่เข้าใจ ก็คือตกคําว่า ร่วม ไป ซึ่งเปึนเจตนา ดั้งเดิมนะครับ ส่วนใน (๔) การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น ที่เติมขึ้นมานั้น เพราะ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาคำแปรญัตติของกลุ่ม ซึ่งเข้าใจว่ามีกลุ่มเดียว อ๋อ ๒ กลุ่ม ครับ ของท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง นะครับ ที่ได้เสนอเช่นเดียวกันว่า (๔) การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น ซึ่งคณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การ เพิ่มเติมเข้าไปนั้นก็จะทำให้การร่วมมือกันของระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับ ชุมชนท้องถิ่น เพื่อดำเนินการในการดูแลสิ่งแวดล้อมของสภาพท้องถิ่นเองนั้นจะเปึนไป ด้วยดียิ่งขึ้น ก็เลยเห็นชอบตามที่มีการแปรญัตติของกลุ่มนี้ครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ครับ มาตรา ๒๘๑ ท่านอาจารย์สมชัยก็ผู้แปรญัตติพอใจแล้วนะครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ก็บรรจุให้แล้ว จะยืนยัน เชิญครับ ท่านสวิ่งหรือครับ ขออนุญาต เชิญครับ

นายสวิ่ง ตันอุด

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม สวิ่ง ตันอุด ครับ ต้องขอบพระคุณท่านกรรมาธิการที่บรรจุใน (๔) นี้เข้าไปนะครับ ในมาตรา ๒๘๑ นะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้นี่ค่อนข้างจะสำคัญ เพราะว่าผมได้เฝั้าติดตามดูว่าเราใช้ศัพท์นี่นะครับ คําในหมวดนี้อยู่หลายคํานะครับ ว่าด้วยเรื่องขององค์กรท้องถิ่นนะครับ ชุมชน ประชาชน นะครับ แต่ว่าเรื่องของชุมชนท้องถิ่นนี่ ผมคิดว่าถ้าปรากฏในวรรคนี้อย่างที่ ท่านกรรมาธิการได้บรรจุลงไปนี่นะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้จะมีความสําคัญ เพราะว่า มันแสดงถึงความเปึนอัตลักษณ์ของชุมชนท้องถิ่นนั้น ๆ นะครับ เพราะว่าในแต่ละท้องถิ่นนี่ จะมีลักษณะวัฒนธรรม ประเพณีจารีตนะครับ และอัตลักษณ์ของตัวเองที่แตกต่างกัน ออกไป ดังนั้นคำที่เรียกว่า ชุมชนท้องถิ่น นี่นะครับ ก็จะมีความหมายสำคัญอย่างยิ่ง อันนี้ ต้องขอขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านวิทยา คชเขื่อน ครับ

นายวิทยา คชเขื่อน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิทยา คชเขื่อน ใช้สิทธิของกลุ่มอาจารย์สมชัยนะครับ ในมาตรา ๒๘๑ (๒) นะครับ การมีส่วนร่วม การเข้าไปมีส่วนร่วมในการบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยู่ในเขตพื้นที่ เฉพาะในกรณีที่อาจมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ของตนนะครับ ตรงนี้ขอตัดคำว่า เข้าไป นะครับ ขอตัดคำว่า เข้าไป ขอบคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ท่านครับ ก็กรรมาธิการแก้ไขแล้ว ผู้แปรญัตติพอใจนะครับ ก็ยืนยันความพอใจของท่าน นะครับ ใช่ไหมครับ ท่านชาติชายครับ เชิญครับ

นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชาติชาย เจียมศรีพงษ์ ครับ สสร. ครับ ในมาตรา ๒๘๑ (๒) ที่เติมว่า การมีส่วนร่วม เข้าไป ที่ผมแปร เข้าไป ก็ถือว่าในเรื่องของการส่งเสริมและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น มีกฎหมายบัญญัติอยู่แล้วนะครับ เมื่อเติม การมีส่วนร่วม เข้าไป ก็จะทําให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ ท่านประธานจะเห็นนะครับว่า ในหมวด ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี่ พวกผมจะลื่นไหลให้ตลอดนะครับ เพราะฉะนั้นในวันนี้ ผมคิดว่าเปึนนิมิตหมายที่ดีครับ ที่เมื่อโดยหลักการแล้วนะครับที่พวกผม หรือกลุ่มพวกผม นี่ได้เสนอคําแปรญัตติ ตรงไหนที่เปึนหลักการแล้วนะครับ แล้วก็ไม่ขัดกับเจตนารมณ์ แล้วนี่นะครับ ผมยินดีที่จะเห็นด้วยตามหลักการที่กรรมาธิการได้เพิ่มเข้ามานะครับ ขอบคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านเกียรติชัย เชิญครับ

นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์

กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ สสร. ผมใช้สิทธิในกรณีที่ทาง ท่านคณะกรรมาธิการยกร่างได้เติมใน (๔) นี่เข้ามา เพื่อที่จะแสดงความเห็นว่า การเขียน เพียงการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น้อย่างนี้มันลอย ๆ เกินไป และมันไม่บอกว่าอะไรเลย เพียงแต่อยากจะแสดงความเห็นว่า มันน่าจะเขียนให้มีความชัดเจนที่เปึนรูปธรรม มากกว่านี้ ถ้าหากว่าในมาตรานี้พูดถึงเรื่องการส่งเสริม รักษาคุณภาพของสิ่งแวดล้อม ก็ในนี้พูดถึงเรื่องเข้าไปจัดการ เข้าไปมีส่วนในการบำรุงรักษา มีส่วนในการพิจารณาอะไร แล้ว ตรงนี้ถ้าจะให้สมบูรณ์ ผมคิดว่าคงจะเขียนทิ้งไว้เพียงแค่นี้ไม่พอ เพียงจะเสนอไว้ว่า จะเขียนเพิ่มอย่างนี้ได้ไหม พูดถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น ในการเข้าไป ในการ ดำเนินกิจกรรม หรือโครงการที่เกี่ยวกับเรื่องทรัพยากรคุณภาพสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ ติดตาม ตรวจสอบการดำเนินงานในลักษณะอย่างนี้ให้มันสมบูรณ์ขึ้น เพราะถ้าเขียนเพียง การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น ไม่บอกอะไรเลย สิ่งที่เสนอก็คือว่าจะเขียนเพิ่มให้คลุมไป ได้ไหมว่า การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นในการดำเนินโครงการ หรือติดตามตรวจสอบ การดำเนินโครงการที่เกี่ยวกับการส่งเสริม รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมอะไรที่ว่านี้ ให้มัน สมบูรณ์ขึ้นจะดีกว่าไหมครับ ขอบพระคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านกรรมาธิการครับ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ กระผม วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการครับ ในมาตรา ๒๘๑ กรรมาธิการมีการปรับแก้ตามความเห็นของผู้แปรญัตติหลายประเด็น นะครับ ดังนั้นผมคิดว่าประเด็นส่วนใหญ่คงมีความเห็นที่สอดคล้องกันไปแล้ว ก็คงมี ประเด็นเดียวที่ท่านสมาชิกสภาร่าง คือท่านเกียรติชัย ขออภัยที่เอ่ยนาม ได้กรุณาให้ ความคิดเห็นนะครับว่า อยากให้ใส่ร้ายละเอียดใน (๔) ของมาตรา ๒๘๑ ผมขออนุญาต กราบเรียนครับว่า ในมาตรา ๒๘๑ เองนี่ จริง ๆ แล้วจำเปึ้นต้องมีการตรากฎหมายตามมา ซึ่งจะปรากฏอยู่ในบทเฉพาะกาลในมาตรา ๒๙๓ (๓) ว่าจะต้องมีกฎหมายฉบับนี้ เหมือนกัน ผมกราบเรียนว่าการที่พยายามยังไม่ใส่ในรายละเอียดมากนักนี่ ผมกราบเรียน ว่าสาระสำคัญในเรื่องนี้มีความเกี่ยวโยงกับหลายส่วน ส่วนหนึ่งมีความเกี่ยวโยงกับส่วนที่ ๑๒ ในหมวดเรื่องของสิทธิชุมชน ที่จะต้องกําหนดความชัดเจนในเรื่องของสิทธิชุมชน และขอบเขตอำนาจ รวมไปถึงเขตอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองที่มีอำนาจ ตามหน้าที่ตามกฎหมายที่กฎหมายบัญญัติไว้ รวมทั้งกฎหมายที่ส่วนราชการต่าง ๆ ได้มอบหมาย หรือมอบอํานาจให้องค์กรท้องถิ่นเปึ้นผู้ทําการแทนนะครับ

อีกส่วนหนึ่งที่จะมีความเชื่อมโยงคือหลักของการพิจารณา ซึ่งเราในสภา แห่งนี้ได้พิจารณาไปแล้ว คือ ระบบเรื่องของการตรวจสอบความเปึ้นไปได้ต่าง ๆ ที่เรา เรียกว่าเปึนอีไอเอ (EIA – Environmental Impact Assessment) หรือเอชไอเอ (HIA – Health Impact Assessment) คือการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการประเมินผล กระทบด้านสุขภาพ สองสามเรื่องนี้มีความเกี่ยวพันและมีกฎหมายหลายฉบับนะครับ รวมทั้งในเรื่องของการใช้ประโยชน์และการรักษาส่งเสริมนั้น มีทั้งเรื่องของการรักษา การอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์ และการได้รับผลจากประโยชน์ของทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ดังนั้นในมาตรานี้จึงกังวลครับว่า หากใส่ร้ายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงเกินไป ในเบื้องต้นโดยไม่พิจารณาให้รอบคอบในกฎหมายประกอบแล้วนี่ ก็จะมีปัญหาในแง่ที่ว่า จะถูกล็อก (Lock) เอาไว้ แล้วก็จะทําให้การจัดการต่าง ๆ กลายเปึนแทนที่จะเปึนการ ร่วมมือกันจะเปึนความขัดแย้งในเรื่องของอำนาจ ในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมนะครับ ดังนั้นจึงขออนุญาตว่า ขออนุญาตเพิ่มเติมตามที่ท่านสมาชิก แปรญัตติใน (๔) ว่า นอกจากพูดถึงองค์กรท้องถิ่นล้วน ๆ แล้วนี่ ก็ได้ไปเพิ่มเรื่องของการ มีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นอยู่แล้ว ซึ่งจะไปสอดคล้องกับในหมวดสิทธิชุมชนด้วยนะครับ แต่ว่าขอว่าในรายละเอียดว่าเรื่องใด ทรัพยากรประเภทใด อำนาจจะเปึนของใคร ทั้งในส่วนราชการ แล้วก็ส่วนองค์กรท้องถิ่นหรือชุมชนนั้นนี่ ขอให้ไปออกเปึ้นกฎหมาย ร่วมกัน เพราะว่าคงต้องพิจารณาในภาพรวมทั้งหมดครับ จึงขออนุญาตกราบเรียน ให้เหตุผลอย่างนี้ครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ท่านเกียรติชัยครับ พอรับฟังได้ไหมครับ

นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์

กราบขอบพระคุณสําหรับคำอธิบายครับ ก็รับได้ แล้วผมคิดว่าถ้าไปขยายในรายละเอียดในกฎหมายต่าง ๆ ที่จะออกตามมา เพียงแต่ว่าในแง่ของภาษาที่เขียนไว้อย่างนี้มันไม่บอกอะไรเลย เหมือนกับไม่ได้เขียนอะไร เลย ก็รับได้ครับ สุดแต่ว่าทางท่านคณะกรรมาธิการจะไปพิจารณาว่าจะทำยังไงให้มัน สมบูรณ์ขึ้น มีความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้นเท่านั้นเอง ขอบพระคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

บันทึกข้อสังเกตให้ไว้ด้วยนะครับ

นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์

ครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ถ้าอย่างนั้นมาตรา ๒๘๑ นี้ มีการแก้ไข ในส่วนของการแก้ไขนะครับ ท่านสมาชิกจะเห็น เปึนยังไงบ้างครับ มีใครขัดข้อง เชิญครับ

นายชาลี กางอิ่ม

กราบเรียนท่านประธานสภาและสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายชาลี กางอิ่ม สมาชิก สสร. นะครับ ก็ขออนุญาตท่านประธานนะครับ รบกวน ที่ประชุมนิดหนึ่งว่า ในหมวดท้องถิ่นนะครับ ขออนุญาตท่านประธานอภิปรายในหมวด ท้องถิ่นนิดหนึ่งนะครับ ได้ไหมครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

หมวดท้องถิ่น คือ

นายชาลี กางอิ่ม

คือโดยภาพรวมนะครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

อ๋อ ภาพรวมหรือครับ

นายชาลี กางอิ่ม

ครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ก็อย่ายาวนัก

นายชาลี กางอิ่ม

ครับ ๆ ไม่ยาวครับท่าน

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ไม่ยาวนะครับ ไหน ๆ จะป่ดหมวดนี้อยู่แล้วใช่ไหมครับ

นายชาลี กางอิ่ม

ครับ ๆ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ครับ ได้ครับ เชิญครับ

อีกประเด็นหนึ่งซึ่งผมคิดว่า ระเบียบเก่า ๆ ซึ่งทำให้เทศบาลในการบริหาร นั้นมีปัญหา อย่างผมที่เมื่อวานที่ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมเมื่อวานนี้ เพราะส่วนหนึ่งก็ไป รับเสด็จพระองค์โสมฯ (พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ) ซึ่งเชิญพระองค์ท่านเสด็จเป่ดพระราชานุสาวรีย์สมเด็จย่า แล้วก็ประชุมสภา ค่าใช้จ่าย เงินสะสมเพื่อใช้เปึ้นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการของโรงรับจำนำนะครับ เทศบาลมี เงินสะสมอยู่ที่กองทุนส่งเสริมกิจการเทศบาลเจ็ดสิบกว่าล้าน ซึ่งเราขอกู้มา ๒๐ ล้าน ทางกองทุนก็บอกว่าตอนนี้เงินไม่มีนะครับ ผมว่าไม่มีที่ไหนในโลกนะครับว่าที่จะถอนเงิน ตัวเองไม่ได้ กู้กลับก็ไม่ได้ อันนี้เปึ้นระเบียบหนึ่งซึ่งอยากจะฝากกรรมการยกร่างว่า ช่วยไปดูด้วยว่า จะแก้ไขระเบียบเก่า ๆ อย่างนี้อย่างไรนะครับ ซึ่งเราท้องถิ่น เจ็บปวดมาก ครับในเรื่องเหล่านี้ แล้วก็อยากจะฝากด้วย ขอให้บันทึกไว้ในเจตนารมณ์ด้วยนะครับ และผมคิดว่าตรงนี้น่าจะต้องดําเนินการ มันเปึนอย่างนี้มานานแล้วนะครับ ซึ่งเราทําให้ ท้องถิ่นมีปัญหาในการบริหารงานท้องถิ่นกันมากมาย เวลาเขียนบอกให้อำนาจท้องถิ่น แต่ว่าจริง ๆ แล้วเราโดนควบคุม โดยมหาดไทยซึ่งไปร่างระเบียบมานะครับ ซึ่งผม พยายามต่อสู้ในเรื่องนี้มาตลอดนะครับ โดยเฉพาะโรงรับจำนำ ซึ่งมีเงินปั้นผล จ่ายเงิน ปันผลให้แก่ท้องถิ่น ๑๒ เปอร์เซ็นต์นะครับ ซึ่งผมก็พยายามต่อสู้ว่า ขอให้รายได้ตัวนี้ นะครับ ข้าราชการนั้นให้ ๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วกระผมบอกให้ข้าราชการนั้น ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็พอนะครับ อันนี้ความคิดที่นําเสนอมานะครับว่า เพราะโรงรับจํานําก็มีเงินเดือน เหมือนกับคนอื่นนะครับ แล้วทําไมมีเงินปันผลด้วย แล้วได้ตั้ง ๙ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ไม่ได้ อิจฉาลูกน้องครับ แต่ว่าไม่เปึนธรรมกับฝ์ายอื่นนะครับ อันนี้ยกตัวอย่างให้ท่านทราบ คร่าว ๆ เท่านั้นนะครับ ขอให้บันทึกไว้เปึนเจตนารมณ์ด้วยครับ

ครับ ท่านอาจารย์วุฒิสารครับ

รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ผม วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการครับ ต่อข้อความเห็นที่ท่านสมาชิก คือท่านนายกชาลี ขออภัยที่เอ่ยนาม ได้อภิปรายนะครับ ผมคิดว่าส่วนหนึ่งในกรอบทั้งหมวดของรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้นี่ก็พยายามที่จะเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ก็คือ เรื่องของลดอํานาจการกํากับดูแล แต่อย่างไรก็ตามครับประเด็นที่เกี่ยวข้องที่จําเปึนจะต้องทําต่อไป ก็คือ การออกกฎหมาย ที่เปึนภาพรวม ที่ให้เปึนไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีกําหนดอยู่ ๒ ป้ จากนั้น แล้วละครับ ประเด็นปัญหาหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระเบียบปฏิบัติ และวิธีการ แนวทาง ปฏิบัติที่ผู้มีอำนาจกำกับดูแลนั้นได้ออก หากขัดหรือแย้งกับแนวทางหรือเจตนารมณ์ของ กฎหมาย ก็คงจำเปึนต้องมีการปรับเปลี่ยน แต่ ณ ขณะนี้ผมขออนุญาตที่จะรับ ในความเห็น แล้วก็ข้อสังเกตของท่านเพื่อนสมาชิกไว้นะครับ เพื่อเปึนสาระสำคัญ ในการประกอบในการจัดทำร่างกฎหมายที่จะมีต่อไปตามบทเฉพาะกาลครับ ขอบพระคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ท่านชาลีพอใจนะครับ ขอเรียนซ้ำอีกครั้งนะครับ เพื่อเปึนการบันทึก มาตรา ๒๘๑ มีการแก้ไข ไม่มีสมาชิกท่านใดขัดข้องในการแก้ไขนั้นนะครับ มีการ แปรญัตติ แล้วก็ผู้แปรญัตติพอใจหม่ดทุกท่านนะครับ ขออนุญาตผ่านมาตรานี้ เชิญท่านเลขาต่อครับ

นายวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

หมวด ๑๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ไม่มีการแก้ไข มีสมาชิกผู้แปรญัตติ ขอสงวนคําแปรญัตติครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

หมวดนี้ไม่มีการแก้ไข ท่านพิเชียรครับ ติดใจครับ เชิญครับ

นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ

ครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ นะครับ กระผม พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ สสร. นะครับ ในกลุ่ม ๑ ของกระผม ได้แปรญัตติชื่อหมวดที่ ๑๕ นี้นะครับ โดยให้เพิ่มเติมคําว่า การปฏิรูปการเมือง เข้าไปครับ ท่านประธาน เพราะว่าขออนุญาตเรียนสั้น ๆ นะครับว่า เราสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๑๐๐ ท่านนี่ ได้มีโอกาสเข้ามาทำหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนชาวไทยทั่วทั้งประเทศ นะครับ ตั้งแต่เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ จนกระทั่งมาถึงวันนี้นี่เปึ้นเวลา ๖ เดือน เต็มแล้วนะครับท่านประธาน เปัาหมายใหญ่ที่สําคัญที่เราเข้ามาในการทําหน้าที่ในครั้งนี้ เรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่พี่น้องประชาชนอยากเห็น แล้วก็ฝากฝังมา ก็คือให้มีการปฏิรูปการเมืองครับท่านประธาน ไม่ว่าเราจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ ออกมาดีอย่างไร หรือมีข้อความต่าง ๆ ที่เราได้คิดประดิษฐ์ แล้วก็ได้สร้างสรรค์ขึ้นมา บางท่านก็ได้กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีนวัตกรรมใหม่ขึ้นมามากมายนะครับ แต่สิ่งสําคัญที่สุดที่กระผมคิดว่าเปึนหัวใจของการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ก็คือ เรื่องการ ปฏิรูปการเมืองครับ แล้วก็ได้ดูในหมวดต่าง ๆ แล้วนี่ก็เห็นว่า ในหมวด ๑๕ นี้แหละ นะครับ ที่น่าจะมีการเพิ่มเติมในส่วนนี้เข้ามาร่วมกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธาน ก็เลยขออนุญาตเสนอว่า ในหัวข้อของหมวดนี้น่าจะมีการเพิ่มเติมคำว่า การปฏิรูปการเมือง เข้ามา ก็จะสมเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศครับ ท่านประธานครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ท่านกรรมาธิการครับ ท่านอาจารย์ประพันธ์หรือครับ เชิญครับ

นายอัชพร จารุจินดา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ กระผม อัชพร จารุจินดา กรรมาธิการครับ เข้าใจว่า ที่มีการเสนอคำแปรญัตติ เพื่อแก้ไขชื่อหมวด ๑๕ โดยเพิ่มเติมว่า การปฏิรูปการเมือง เข้าไป นอกเหนือจากการแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึ้นสาระของบทบัญญัติในหมวดนี้นั้น เกี่ยวเนื่องกับที่ผู้แปรญัตติ เสนอในมาตรา ๒๘๑/๑ ซึ่งเปึนรายละเอียดต่อมานะครับ เหมือนกัน การกราบเรียนชี้แจง คงกราบเรียนชี้แจงรวมไปทั้ง ๒ เรื่องนะครับ ในเบื้องต้นขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับ ว่า ถ้าดูในสาระของมาตรา ๒๘๑/๑ ซึ่งจะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองของ รัฐสภา ก็เข้าใจได้ว่า สิ่งที่มีการเสนอขึ้นมาใหม่นั้นเปึ้นการดําเนินการในขอบเขตอํานาจ หน้าที่ของสภานะครับ ของรัฐสภาที่จะดําเนินการเพื่อจัดการปฏิรูปการเมือง ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า เมื่อดูหน้าที่หรือขอบเขตการพิจารณาแล้วการดำเนินการ ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองของรัฐสภาที่ตั้งใจจะให้มีขึ้นนั้นเปึนการดําเนิน กิจการภายในของรัฐสภานั้นเอง ซึ่งไม่ได้มีการใช้อํานาจโดยรัฐธรรมนูญบังคับเหนือ องค์กรอื่นใด เมื่อเปึนการดำเนินการภายในของงานของรัฐสภาเองแล้ว รัฐสภา ย่อมสามารถที่จะตั้งขึ้นได้นะครับ หรือจะกำหนดแนวทาง กำหนดรูปแบบ ตามที่เห็นเหมาะสมได้นะครับ โดยปกติก็จะไม่เขียนรายละเอียดของกิจการภายในของ ในองค์กรนั้นมาอยู่ในรัฐธรรมนูญ เพราะว่าจะเปึนการขัดขวางต่อการที่จะพัฒนาในระยะ ต่อ ๆ ไป ซึ่งหากองค์กรนั้นเองเห็นสมควรพัฒนา เพื่อให้เหมาะสมเปึนประการใด เขาจะสามารถประกาศได้นะครับ และประการสําคัญคือเมื่อไม่ได้ใช้อํานาจใด ไปบังคับเหนือองค์กรอื่นใดในรัฐธรรมนูญแล้วนั้น ก็ไม่จําเปึ้นที่จะต้องเขียนขึ้นเปึน บทบัญญัติของกฎหมาย สามารถออกเปึนข้อบังคับของสภาได้เอง และกราบเรียน ประการที่ ๒ ว่า ถ้ามีคณะกรรมาธิการอันนี้ขึ้นมาในรัฐธรรมนูญ จะเกิดปัญหาการซ้ำซ้อน การปฏิบัติงานในมาตรา ๗๗ ซึ่งเราให้มีสภาพัฒนาการเมืองเปึนองค์กรอิสระนะครับ ทำหน้าที่ในการจัดทำแผนพัฒนาการเมือง กำกับติดตามการดำเนินการเพื่อให้เปึนไป ตามแผนพัฒนาการเมืองคู่กันอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นจึงกราบเรียนว่า โดยความเห็น ของคณะกรรมาธิการเห็นว่า เมื่อเปึนกิจการภายในของสภาเองก็ไม่จำเปึ้นที่จะต้อง มาบัญญัติอยู่ในรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความแข็งตัวและก็ไม่สามารถจะปรับปรุง ให้เหมาะสมกับสภาพการบริหารงานของสภาในภายหลังได้ เคยมีการพูดกันถึงการ ดําเนินกิจการของสภาในหลายเรื่องนะครับ มีการเสนอถึงว่ารัฐสภานั้นควรจะมีการ แต่งตั้งคณะกรรมาธิการหลาย ๆ เรื่อง เพื่อช่วยเหลือหรือดูแลในการบริหาร หรือในการ พัฒนาทางด้านการเมืองหรือการบริหาร เช่น มีการเสนอให้มีคณะกรรมาธิการติดตาม งานของการใช้งบประมาณ โดยเปึนคณะกรรมาธิการประจำครับ ดูแลตั้งแต่การศึกษา ความสมควรในการจัดสรรงบประมาณ ดูแลการติดตามการใช้งบประมาณเปึนประจำ มิใช่ตั้งขึ้นมาเฉพาะครั้งเฉพาะคราว นั่นก็เคยเปึนเรื่องที่เคยพูดกันอยู่ แต่ก็ไม่เคยนำมา บัญญัติอยู่ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เพราะต้องการให้เปึนกิจการภายในของสภา ที่จะมีการปรับเปลี่ยนกันได้ในแต่ละสภาพของประเทศที่มีการปรับเปลี่ยนไป กรณีนี้ ก็เช่นเดียวกันครับว่า เมื่อเปึนกิจการของคณะกรรมาธิการของสภานั้นก็สามารถ ดำเนินการได้อยู่แล้ว โดยไม่ต้องบัญญัติอยู่ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญครับผม

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

เชิญครับ ท่านพิเชียรครับ

นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ 🔗

ครับ ขอบคุณท่านประธานสภาครับ กระผม พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ สสร. นะครับ คือตอนแรกกระผมก็แค่อภิปรายว่า เพิ่มเติมคําว่า การปฏิรูปการเมือง ในหมวด ๑๕ แต่ว่าตอนนี้ก็จะขออนุญาตนะครับ เรียนถึงวัตถุประสงค์ของการเสนอให้มีมาตรา ๒๘๑ วรรคหนึ่ง ขึ้นมานะครับ ซึ่งเมื่อสักครู่ ทางท่านเลขาของกรรมาธิการยกร่างนี่ได้กรุณาชี้แจงมาบ้างแล้วนั้นนี่ กระผมขออนุญาต เรียนดังนี้นะครับ กลุ่ม ๑ ของกระผมนี่ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะประสบความสำเร็จ แล้วก็เปึนที่พึ่งของพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริงนี่ น่าที่จะมีการ เน้นในเรื่องการปฏิรูปการเมืองให้มากยิ่งขึ้น ตามที่ท่านได้กรุณาชี้แจงนะครับว่า ได้มีการตั้งสภาพัฒนาการเมืองขึ้นมาตามมาตรา ๗๗ ใน (๙) นั้น กระผมได้พลิกไปดูแล้ว นะครับ มาตรา ๗๗ (๙) ท่านได้เขียนไว้สั้น ๆ ดังนี้นะครับ ท่านเขียนว่า จัดให้มี แผนพัฒนาการเมือง รวมทั้งจัดให้มีสภาพัฒนาการเมืองที่มีความเปึ้นอิสระ เพื่อติดตาม สอดส่องให้มีการปฏิบัติตามแผ่นดังกล่าวอย่างเคร่งครัดนะครับ ท่านเขียนไว้สั้น ๆ เพียง ๒ บรรทัดเท่านั้นเองนะครับ ซึ่งในส่วนนั้นก็เปึนเรื่องที่จะมีการจัดตั้งสภาพัฒนาการเมือง กันต่อไป ก็เปึนสิ่งที่ดีครับท่านประธาน แต่ว่าในบทบัญญัติมาตรา ๒๘๑/๑ นี้ที่ทางกลุ่ม กระผมได้เสนอขึ้นมานี่ มีสาระสําคัญนะครับ ก็คือให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการปฏิรูป การเมืองขึ้นคณะหนึ่งเปึนของรัฐสภา ซึ่งรวมทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา มีอํานาจ หน้าที่ที่สำคัญในการศึกษาพิจารณาและเสนอแนวทางเกี่ยวกับการปฏิรูปการเมืองให้แก่ รัฐสภานะครับ และคณะกรรมาธิการชุดนี้มีจํานวนทั้งสิ้น ๕๑ ท่าน ประกอบด้วย สส. บวก สว. ๑๕ ท่าน ประกอบด้วยภาคประชาสังคม ๑๕ ท่าน ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ สายนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ ๑๐ ท่าน ซึ่งคัดเลือกกันเองนะครับ แล้วก็ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการในสาขาอื่น ๆ อีก ๑๑ ท่านนะครับ รวมกันเปึน ๕๑ ท่าน วิธีการได้มาและการคัดเลือกนั้น ให้คัดเลือกกันเองนะครับ ของผู้แทนจาก ภาคประชาสังคมและผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วก็ให้เปึนไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนด ในกฎหมายนะครับ ซึ่งตรงนี้ก็เข้าใจว่า น่าจะใช้วิธีการที่ใกล้เคียงกับตอนที่เราเลือก สมัชชาแห่งชาตินะครับ และในวรรคท้ายสุด วรรคที่ ๔ ที่กระผมได้เสนอมาคือ ให้คณะกรรมาธิการชุดนี้รายงานผลการศึกษาและพิจารณาแก่รัฐสภาทุกป้นะครับ คือรายงานอย่างน้อยป้ละ ๑ ครั้ง แล้วก็ในกรณีที่เกิดมีกรณีฉุกเฉินหรือจำเปึนเร่งด่วน นะครับ ที่เปึนกรณีเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการเมืองนี่ ก็ให้สามารถที่จะเสนอเปึนรายงาน ต่อรัฐสภาได้ทันทีครับท่านประธาน และรวมทั้งรัฐสภาน่าจะต้องดําเนินการในเรื่องนี้ อย่างรวดเร็วภายใน ๑๕ วัน และต้องดำเนินการตามที่พิจารณาภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ ได้รับรายงานจากคณะกรรมาธิการ ทั้งหมดนี้นะครับเราได้กำหนดขึ้นมานี่ กระผมคิดว่า ไม่น่าจะเปึ้นเรื่องภายในของรัฐสภาเท่านั้น เพราะว่าความสําคัญของคณะกรรมาธิการ ชุดนี้มีมาก แล้วก็จะเปึ้นอีกจุดหนึ่งที่จะเปึนแรงจูงใจให้พี่น้องประชาชนนี่ได้มองเห็น ความสําคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับป้พุทธศักราช ๒๕๕๐ นี้ ว่ามีความแตกต่างจากร่าง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อย่างชัดเจน โดยเราได้ให้ความสําคัญกับการปฏิรูปการเมือง แล้วก็ได้ให้ความสําคัญกับการจัดตั้งเปึนคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองของรัฐสภา ขึ้นมานะครับ ดังนั้นกลุ่มพวกกระผมจึงเห็นว่า ไม่น่าจะเปึ้นเรื่องภายในของรัฐสภาเท่านั้น แต่น่าที่จะบัญญัติขึ้นมาเปึ้นอีกมาตราหนึ่งต่างหาก ซึ่งจะเปึ้นประโยชน์ต่อประเทศชาติและส่วนร่วมอย่างแท้จริงนะครับ และการเขียนขึ้นมา ใน ๔ วรรคดังนี้นี่ ก็มิได้จะไปขัดขวางการดำเนินงานการจัดตั้งสภาพัฒนาการเมือง ตามมาตรา ๗๗ วรรคเก้า แต่อย่างใดนะครับ เปึ้นคนละส่วนกัน เพราะว่าในส่วนนี้จะเน้น การศึกษาและพิจารณาภายในรัฐสภาเปึ้นด้านหลัก ส่วนสภาพัฒนาการเมืองนั้น มีการดำเนินงานที่มากมายกว่านี้เยอะเลยครับท่านประธาน ในขอบเขตทั่วประเทศ ดังนั้น กระผมจึงคิดว่า เรื่องนี้เปึ้นเรื่องหนึ่งที่อาจจะกล่าวได้ว่าเปึนนวัตกรรมใหม่อีกชิ้นหนึ่งของ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ว่าได้นะครับ ซึ่งพวกกระผมก็ได้นําเสนอให้ท่านทั้งหลายได้พิจารณา ถ้าเผื่อท่านเห็นว่าจะเปึนประโยชน์และจะช่วยเสริม ทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้มีเสน่ห์ มากยิ่งขึ้น แล้วก็จะมีการดำเนินงานที่จะเปึนประโยชน์ต่อส่วนร่วมแล้ว กระผมก็คิดว่า น่าที่จะรับไว้พิจารณาครับท่านประธาน ขอขอบพระคุณอย่างมากครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบคุณครับ ให้ข้อมูลนะครับ สภาก็มีสถาบันพระปกเกล้าเปึ้นอีกสถาบัน มีกฎหมาย รับรองพร้อมมูลบริบูรณ์์นะครับ ก็มีส่วนที่เกี่ยวพันเกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่เสนอ ท่านกรรมาธิการครับ เขาเสนอทั้งชื่อหมวด และทั้งหมวด ๒๘๑/๑ จะยืนยันชี้แจงอะไร อีกครั้งไหมครับ เชิญครับ

ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ กรรมาธิการ

ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิชา มหาคุณ กรรมาธิการครับ ในกรณีที่ท่านผู้แปรญัตติ ท่านพิเชียร ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านขอแปรญัตติเพิ่มกรรมาธิการของสภาทั้งสอง เปึ้นเรื่องของ การปฏิรูปทางการเมือง กระผมเห็นว่าเปึนความปรารถนาดีของท่านนะครับ เพื่อที่จะให้ เกิดมีการพัฒนาทางการเมือง แต่กระผมก็ยั่งยืนยันตามความคิดเห็นของทางกรรมาธิการ ยกร่าง ซึ่งก็ไม่ใช่เราพิจารณาโดยไม่รอบคอบนะครับ เราก็ได้ดูครบถ้วนทุกด้านแล้วว่า เราควรจะกําหนดไว้ในแนวนโยบายแห่งรัฐ ซึ่งมาตรา ๗๗ ก็ชัดเจนนะครับ ในวรรคท้ายนี่ ใน (๙) ที่จัดให้มีแผนพัฒนาการเมือง แล้วก็ให้มีสภาพัฒนาการเมือง ซึ่งเปึ้นอิสระนี่ ตรงนี้ คือเสน่ห์ของรัฐธรรมนูญ อันนี้แหละครับ แล้วก็ไม่รุ่งรังด้วยนะครับ เราสามารถที่จะ กำหนดให้มีอีกสภาหนึ่ง ซึ่งเปึ้นสภาของประชาชนอย่างแท้จริง แล้วก็รัฐรับรองด้วย นะครับ เปึนองค์กรที่ลักษณะของการทำงานที่เปึนอิสระด้วย ไม่ขึ้นต่อใคร ในกรณีที่เรา จะให้ไปขึ้นต่อสภาในการปฏิรูปทางการเมืองนี่ ท่านลองคิดดูนะครับ ถ้าพรรคการเมือง เขาไม่เห็นด้วยในกรณีของการพัฒนาไปจุดใดจุดหนึ่งนี่ มันก็จะกลายเปึนความล้มเหลว ในทันทีนะครับ เพราะฉะนั้นเราจึงได้เห็นในจุดนี้ เราจึงกําหนดให้มีสภาพัฒนาการเมือง ซึ่งจะเปึนครั้งแรก รัฐธรรมนูญอันนี้นี่ก็จะบัญญัติขึ้นเพื่อรองรับ ท่านจะไปดำเนินการ อย่างไร ในแง่ของการให้มีจำนวนเท่าไร รวมทั้งให้มีภาคประชาชนร่วมในการกำหนดอยู่ ในสภาพัฒนาการเมืองนี้นี่ เปึนอำนาจหน้าที่ของทางด้านของประชาชนแล้วครับ จะต้อง กําหนดให้เกิดมีขึ้น แล้วที่เขียน ๆ กันขึ้นนี่นะครับ ถ้าจะกําหนดให้มีอยู่ในกฎหมายก็ต้อง กำหนดขึ้นภายใน ๒ ป้อยู่แล้ว ตามบทเฉพาะกาลนะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนฉบับของประชาชนอย่างแท้จริง แล้วก็ไม่ได้เขียนอะไรรุงรังในแง่ ของการที่ซ้ําซ้อนกับอํานาจที่ทางสภาเขามีอยู่แล้ว เขาจะตั้งคณะกรรมาธิการปฏิรูป อย่างไร เขาก็สามารถที่จะตั้งได้อยู่แล้วครับ กระผมก็คิดว่าทางที่เขียนไว้ใน มาตรา ๗๗ (๙) นี้ คิดว่าเหมาะสมแล้วครับ ขอบคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ท่านพิเชียรจะยืนยันไหมครับ หรือว่าพอใจกับคําชี้แจง สั้น ๆ นะครับ ไม่มีอภิปรายต่อ นะครับ

นายพิเชียร์ อํานาจวรประเสริฐ

ครับ ก็คือเรียนตามตรงว่า ใจจริงแล้วนี่ ก็อยากจะให้มีการบัญญัติในเรื่องคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองนี้ไว้นะครับ แต่ว่า เมื่อทางท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงอย่างนี้ กระผมเองก็คิดว่า คือความจริงความเห็นตรงนี้ อาจจะแตกต่างกันนะครับ คือทางฝ์ายพวกกระผมมิได้เห็นว่ามันรุงรัง หรือว่ามันจะซ้ำซ้อน แต่ว่าพวกกระผมนี่มองในจุดว่ามันจะเปึ้นหัวใจสำคัญของ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วยอีกฉบับหนึ่งนะครับ แต่ว่าเมื่อทางท่านกรรมาธิการยกร่างคิดว่า จะไปซ้อนกับมาตรา ๗๗ (๙) นี่ ทางเราก็ยินดีรับฟังนะครับ แล้วก็ในชั้นนี้ก็ยังไม่ติดใจ นะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามขออนุญาตฝากเปึ้นเจตนารมณ์ไว้นะครับว่า อยากให้มีการ พัฒนาทางด้านของการปฏิรูปการเมืองในประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้นนะครับ แล้วก็ถ้ามี สิ่งใดที่ทางสภา รัฐสภาจะสามารถหนุนช่วยการปฏิรูปการเมือง แล้วก็การพัฒนา การเมืองได้นี่ ก็ขอให้มีการดําเนินการให้มากขึ้นกว่าเดิม แล้วก็แม้กระทั่งทางรัฐสภาเองนี่ ซึ่งมีสถาบันพระปกเกล้าเปึนสถาบันทางวิชาการที่ทรงคุณค่า แล้วก็มีประโยชน์อยู่แล้วนี่ นะครับ แต่กระผมก็คิดว่า ถ้าจะสามารถที่จะมีคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองไว้ อีกสักชุดหนึ่งนี่นะครับ อาจจะขออนุญาตท่านโน้ต (Note) ไว้ บันทึกไว้ในบันทึก เจตนารมณ์นะครับ เพื่อที่ว่าเมื่อมีสภาผู้แทนราษฎรและมีวุฒิสภาใหม่ขึ้นมาแล้วนี่ ก็ขอให้อย่างน้อยมีคณะกรรมาธิการชุดนี้สักคณะหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ ในสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ เพื่อที่จะทำให้สมกับเจตนารมณ์ที่พี่น้องประชาชน ทั่วทั้งประเทศฝากมานะครับ ท่านประธานครับ ก็ขออนุญาตเรียนให้ทราบครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ครับ ก็แล้วแต่สภาเขานะครับ คราวนี้ก็ไม่มีการแก้ไขนะครับ แล้วก็ผู้แปรญัตติ ก็ไม่ติดใจแล้ว เพราะฉะนั้นก็หมวดนี้ หมวด ๑๕ ก็ต้องผ่านนะครับ รวมทั้งมาตรา ๒๘๑/๑ ที่เสนอมาก็คงไม่มีนะครับ ขอผ่านไปเลยนะครับ เชิญท่านเลขาต่อนะครับ

นายวิทยา คชเขื่อน

ท่านประธานที่เคารพครับ ยังมีครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

เชิญครับ

นายวิทยา คชเขื่อน

ท่านประธานที่เคารพครับ ยังมีกลุ่มของ อาจารย์สมชัยที่ขอเพิ่ม ยังขอเพิ่มวรรคสองนะครับ จากมาตรา ๒๘๒ ครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ยังไม่ถึงเลยครับ กำลังจะพิจารณา ๒๘๒ นะครับ

นายวิทยา คชเขื่อน

อ้าว ไม่ใช่ ๒๘๒ หรือเมื่อกี้

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

เชิญนั่ง ท่านเลขาครับ

นายวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๒๘๑/๑ ผ่านไปนะครับ ต่อไปเปึนมาตรา ๒๘๒ ไม่มีการแก้ไข มีสมาชิก ผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ครับ มาถึงแล้วล่ะครับ มาตรา ๒๘๒ ไม่มีการแก้ไข แต่มีผู้แปรญัตติ สงวนคําแปรญัตติไว้ หลายท่านด้วยกันนะครับ ผมจัดเรียงลำดับไว้แล้ว เพื่อให้มันสอดคล้องกับวรรคต่าง ๆ นะครับ ต้องขออนุญาตเรียกชื่อตามวรรคก็แล้วกันนะครับ โดยเริ่มตั้งแต่ท่านพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ขอแปรญัตติ แก้ข้อความในวรรคหนึ่งและสาม ท่านจะกรุณาอภิปราย ทีเดียวทั้งหนึ่งและสามสำหรับท่านนะครับ เชิญเลยครับ

นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ นะครับ กระผม พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ นะครับ ผู้แปรญัตติในมาตรา ๒๘๒ นี้นะครับ ท่านประธานครับ เราได้มาถึงมาตราสําคัญอีกมาตราหนึ่งของรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว นะครับ นั่นก็คือมาตราว่าด้วยเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครับท่านประธาน การแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้นะครับ หลักการที่สําคัญที่ทางกลุ่มเราได้รับฟังความคิดเห็น มาจากพี่น้องประชาชนนี่ ก็คือเราต้องการให้มีการแก้ไขที่ง่ายขึ้นนะครับ คือไม่รัดตัว แล้วก็ไม่เข้มงวดจนเกินไป เพราะว่า ถ้าหากว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ยากเหมือนรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ซึ่งก็แทบจะไม่ได้แก้ไขอะไรเลย ในช่วงเจ็ดแปดป้ที่ผ่านมานะครับ ดังนั้น เราจึงได้เสนอไว้ในวรรคที่ ๑ และวรรคที่ ๓ ดังนี้นะครับ โดยได้แก้ไขจำนวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรนะครับ ที่จะเข้าชื่อกันเพื่อแก้ไขได้นี่ จากเดิมที่ทางกรรมาธิการยกร่าง ได้เสนอไว้ จำนวนหนึ่งในห้า นะครับ เราได้แก้ไขมาเปึน จำนวนหนึ่งในสิบครับ ท่านประธานครับ ถ้าหนึ่งในสิบนี่ ถ้าเปึน สส. นะครับ สส. เรามี ๔๘๐ คน ก็จะใช้ ถ้าหนึ่งในสิบ ก็เพียงแค่ ๔๘ คนนะครับ แล้วก็ถ้าเปึ้น สว. นะครับ เรามี ๑๕๐ คน ถ้าหนึ่งในสิบของ สว. ก็แค่ ๑๕ คนนะครับ ตรงนี้ก็จะช่วยให้เปึ้น การเป่ดทางเท่านั้นเอง เพราะว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจริง ๆ นั้นนี่ มิใช่ว่า สส. หนึ่งในสิบ หรือ สว. หนึ่งในสิบเสนอให้แก้ไขแล้วจะแก้ไขได้ ยังมีกระบวนการและกรรมวิธี ขั้นตอน ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกมากมายนะครับ ในเรื่องการเสนอเข้าชื่อของสมาชิกรัฐสภานั้น เปึ้นเพียงมาตรการเบื้องต้นเท่านั้นเอง ดังนั้นในมาตรการเบื้องต้นนี้ เราจึงไม่อยากที่จะให้ มีจำนวนมากจนเกินไป ส่วนอีกด้านหนึ่งนี่ ก็คือในส่วนสิทธิของประชาชนที่จะเข้าชื่อกัน เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตรงนี้เราก็ได้ขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขนะครับ ทางกรรมาธิการยกร่าง ได้เสนอมาเปึ้นจำนวน ๑ แสนคนนะครับ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๑ แสนคน สามารถ เข้าชื่อเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ อันนี้เราเห็นว่ามากเกินไปนะครับ ก็จะขออนุญาต เปลี่ยนแปลงลดลงมาเหลือเพียงแค่ ๑๐,๐๐๐ คน ครับท่านประธาน เพราะถือว่าเปึน กระบวนการเบื้องต้นเท่านั้นนะครับ ดังนั้นนี่ในวรรคหนึ่งเราแก้ ๒ ตอน คือตอนที่ ๑ ลดจำนวนสมาชิกนะครับ ที่จะแก้ไขจากหนึ่งในห้า มาเปึ้นหนึ่งในสิบ แล้วก็ลดจำนวน ประชาชนที่จะเข้าชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญจาก ๑ แสนคน เหลือ ๑๐,๐๐๐ คนนะครับ ในส่วนวรรคสองนั้นก็ไม่มี ในวรรคสามนะครับ การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่ ๑ ขั้นรับหลักการ ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเป่ดเผย และต้องมีคะแนนเสียง เห็นชอบในการแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของ ๒ สภาครับ ก็ขออนุญาตเรียนดังนี้ครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

อาจารย์: ขอบพระคุณครับ กลุ่มท่านวัชราก็แก้ข้อความใน (๑) เหมือนกันครับ ก็เชิญครับ วัชราครับ

นายวัชรา หงส์ประภัศร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชรา หงส์ประภัศร กลุ่มของกระผมขอมอบให้ท่านธวัช บวรวนิชย์กูร เปึนผู้อภิปรายครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

เชิญท่านธวัชครับ

นายธวัช บวรวนิชย์กูร

กราบเรียนท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผม นายธวัช บวรวนิชย์กูร สสร. ครับ กระผมได้เสนอแปรญัตติมาตรา ๒๘๒ นี้ เพื่อเสนอการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้มีกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ง่ายขึ้น โดยกระผมได้เสนอขอเปลี่ยนแปลงจากจำนวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ในการที่จะใช้ จำนวน ๑ แสนคน เพื่อลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ ทางกลุ่มผมนี่ขอเปลี่ยนเปึ้น ๒๐,๐๐๐ คน จาก ๑ แสนคน ที่ท่านยกร่างได้ร่างไว้นี่นะครับ จาก ๑ แสนคน เปึน ๒๐,๐๐๐ คน เหตุผลครับ ในรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ นี่นะครับ เรามีการกําหนดในการแก้ไข กฎหมายนี่นะครับ เราต้องใช้ ๕๐,๐๐๐ ชื่อ เพื่อที่จะไปแก้ไขกฎหมาย ผมกราบเรียนว่า รัฐบาลที่แล้ว รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ตลอดที่ใช้มานี่นะครับ ยังไม่เคยมีโอกาสได้แก้ไขเลย ด้วยรายชื่อ ๕๐,๐๐๐ ชื่อนะครับ ในการตรวจสอบรายชื่อนี่นะครับ มีการต้องขอ บัตรประชาชน ขอการรับรอง ตรวจสอบว่ามีสิทธิเลือกตั้งหรือเปล่า ประเด็นและเหตุผล ก็เหมือนอย่างที่ท่านสมาชิก ท่านการุณ ใสงาม ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ซึ่งท่าน ได้เคยกล่าวไว้ว่า การหารายชื่อประชาชนจำนวนมากขนาดนั้นนี่ มันหายากมากครับ เพราะฉะนั้นนี่ ช่องทางนี้จะเปึนช่องทางทางออกที่สําคัญในการที่จะนําเสนอประเด็น ปัญหาของรัฐธรรมนูญโดยประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อจะมาเสนอนะครับ ในการเสนอ แก้รัฐธรรมนูญนี่นะครับ ไม่ใช่แค่ว่าประชาชนเสนอมาแล้วนี่ก็จะสามารถแก้ได้ ยังต้องมา ผ่านสภา และสภาจะนำขึ้นมาพิจารณา แล้วจะผ่านหรือไม่ผ่านก็ยังไม่รู้ แต่อย่างน้อยนี่ เราก็รู้แล้วว่า อันนั้นจะเปึนประเด็นปัญหาซึ่งประชาชนนี่มีความวิตกกังวล แล้วเราจะได้ รวบรวมประเด็นทั้งหมดนี่นะครับ ผ่านสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผมถือว่าจริง ๆ แล้วนี่มันไม่ใช่เรื่องการแก้ที่แก้ง่ายเลยนะครับ อีกอย่างหนึ่งผมอยากจะให้มัน มีความคล่องตัวให้ได้ง่ายหน่อย ผมเรียนตามตรงนะครับว่า ประชาชน ๖๓ ล้านคนนี่ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเห็นเหมือนกัน นะครับ ในเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญนี้นี่นะครับ ทุกคนก็ย่อมมีความเห็นที่แตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นแล้วนี่ผมคิดว่าถ้าหากว่าเราทําให้มันง่ายขึ้น แล้วความเห็นที่แตกต่างได้มี โอกาสนำมาเสนอสู่สภานี้ได้ง่ายขึ้น ก็น่าจะเปึนการเป่ดโอกาสให้ประชาชนนี่ได้นำเสนอ เพื่อแก้ไข ซึ่งผมเชื่อว่าข้อเสนอดี ๆ น่าจะยังมีอีกเยอะนะครับ โดยประชาชนนะครับ ก็เลย อยากจะกราบเรียนเพื่อที่จะขอเสนอแก้ไขญัตตินะครับ เพื่อลดจำนวนประชาชนผู้เข้าสิทธิ เสนอชื่อร่างรัฐธรรมนูญจาก ๑ แสนคน เปึน ๒๐,๐๐๐ คนครับ ขอบคุณมากครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ท่านกรรมาธิการจะช่วยตอบวรรคหนึ่งกันเสียทีหนึ่งก่อนดีไหมครับ เพราะวรรคสอง มันคนละเรื่องกันเลยครับ เชิญครับ

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพ กระผม ประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการครับ ในบทบัญญัติ เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนี้ เปึ้นบทบัญญัติซึ่งกรรมาธิการให้ความสําคัญ เปึ้นอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่านความเห็นชอบของประชาชน หรือไม่นี่ ส่วนหนึ่งก็จะอยู่ในบทบัญญัติเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในการร่าง รัฐธรรมนูญร่างแรกเรานี่ครับ ร่างมา ๒๙๙ มาตรา เราตระหนักครับว่า ๒๙๙ มาตรานี่ เปึนการยากที่พี่น้องประชาชนจะเห็นด้วยทุกประเด็น แม้กระทั่งในกรรมาธิการนี้เอง หรือท่านสมาชิกสภาร่างเองนะครับ ก็ยังไม่ได้เห็นสอดคล้องกันทุกประเด็น ต้องโหวตกัน หลายประเด็นนะครับ แพ้ ชนะ กันหลายประเด็น ฉะนั้นคนร่างเองนี่นะครับ ก็ยังไม่เห็นหมดทุกประเด็นนะครับ โดยเหตุนี้นี่ทําอย่างไรนะครับ จะทําให้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้สามารถที่จะอยู่ยืนยาว เปึ้นรัฐธรรมนูญที่มีชีวิต สามารถพัฒนาตัวเองได้นะครับ โดยเหตุนี้กรรมาธิการยกร่างจึงได้ยกร่างในมาตรา ๒๘๒ นี้นะครับ โดยเพิ่มอำนาจของ ประชาชนเข้ามา เพื่อมีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นอกเหนือไปจากคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา โดยเพิ่มบทบัญญัติให้ประชาชน ๑ แสนชื่อ สามารถเสนอเรื่องเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เหตุที่ต้องใช้จำนวน ๑ แสนชื่อนะครับ ก็เพราะเหตุผลว่ารัฐธรรมนูญนี้เปึนกฎหมายหลักของประเทศ กําหนดความเปึนไป ของประเทศนะครับ และบางประเด็นเปึนประเด็นทางการเมืองด้วย มีบางประเด็นนะครับ ที่ไม่สามารถขอแก้ไขได้ ซึ่งจะอยู่ในวรรคสองนะครับ เนื่องจากว่ามีประเด็นทางการเมือง อยู่พอสมควรนะครับ ถ้าเราให้จำนวนน้อยเกินไปก็อาจจะมีปัญหาในทางบริหาร ในทางปฏิบัติได้ จำนวน ๑ แสนชื่อนี่กรรมาธิการได้พิจารณาด้วยความรอบคอบนะครับ ได้ศึกษาจากของต่างประเทศด้วยนะครับว่า ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าใช้เสียงประมาณ เท่าไร อย่างยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเปึนแม่บทของการ ใช้อํานาจอธิปไตยตามตรงนะครับ มีการทําประชามติมากที่สุดในโลกในการแก้ไข รัฐธรรมนูญก็ใช้เสียง ๑ แสนชื่อเหมือนกันครับ โดยเหตุนี้เราคํานึงถึงความให้รัฐธรรมนูญ มีความยืนยาว ยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนตัวเองได้นะครับ ในเวลาเดียวกันก็ไม่ให้ เกิดปัญหาในทางการเมือง เราถึงกำหนดจำนวนไว้ ๑ แสนคนครับ ซึ่งในการแก้ไข รัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๘๒ นี้ ในหลักการนี้ไม่ยากเกินไป และก็ไม่ง่ายเกินไป ในบางประเทศนะครับ อย่างเช่น ประเทศญี่ปุ์น การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้เสียง สองในสามของทั้งรัฐสภานะครับ ได้เสียงสองในสามแล้วนี่นะครับ ยังต้องขอสัตยาบัน จากประชาชนใช้เสียงกึ่งหนึ่งในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่มาส่วนใหญ่จากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นะครับ ใช้เสียงไม่มาก ไม่น้อยนะครับ คือใช้เสียงสภาผู้แทนนี่จำนวนหนึ่งในห้า ถ้าตามร่างของเรานี่ก็คือจะใช้ ๙๖ คนนะครับ ก็คิดว่าในจำนวนสัดส่วนที่เขากำหนดไว้ เดิมในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ในจำนวนส่วนนี้น่าจะมีความเหมาะสมครับ ขอบคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ท่านก็อธิบายชัดแล้วนะครับ นี่เปึ้นเสน่ห์จริง ๆ นะครับ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะเปึนการให้สิทธิเปึนครั้งแรก มีผู้ยกมือเยอะนะครับ ขอใช้สิทธิในการร่วม คงจะเปึน เพราะว่ามาตรานี้ไม่มีการแก้ไขนะครับ ขอผ่านผู้แปรญัตติไปก่อนได้ไหมครับ หรือท่านที่ยกมือ เชิญท่านปริญญาก่อนครับ ถ้าอย่างนั้น มียกมือ มีขึ้นชื่ออยู่เหมือนกัน ครับ

นายปริญญา ศิริสารการ

กราบเรียนท่านประธานครับ และ ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ผม ปริญญา ศิริสารการ สสร. นะครับ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๑ แสนชื่อนี่นะครับ ในความเปึนจริงผมดูแล้ว ในภาคปฏิบัตินี่เหมือนกับท่านกรรมาธิการยกร่างนี่ดูดีว่ามีประชาธิปไตย ชาวบ้านแก้ได้ แต่ในภาคปฏิบัติแล้ว ผมมั่นใจว่าประชาชนแก้ไม่ได้ ๑ แสนชื่อนี่น่ะ ภาพจะดูดี ภาพจะดู ว่ากรรมาธิการให้ความเปึนประชาธิปไตย ให้โอกาส ให้อำนาจประชาชน แต่ในภาคปฏิบัตินี่ผมว่าทุกคนมองเห็นสอดคล้องกันว่า การที่จะให้ประชาชนสามัคคีกัน ถึงแสนชื่อมันยาก แล้วอาจจะเปึนไปไม่ได้ จะมีเปึนไปได้ก็คือ สมมุติถ้าเราไม่ได้บรรจุ พุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาตินี่นะครับ จะมีกลุ่มชาวพุทธอาจจะถึงล้านคนเซ็นชื่อ เพื่อขอแก้รัฐธรรมนูญเปึนไปได้ เพราะว่าดู ๆ แล้วนี่ความเปึนศาสนาพุทธ์ ความเปึนองค์กรพุทธ์จะรวมตัวกันได้ แต่นอกนั้นแล้วเปึนไปไม่ได้เลย เพราะ ในรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้วที่ผ่านมาท่านจะมองเห็นว่า ๕๐,๐๐๐ ชื่อเข้ามาก็จริงนี่ ผู้ยื่น อาจจะต้องผิดด้วยแสดงเอกสารเปึนเท็จ เพราะว่ากว่าจะครบ ๕๐,๐๐๐ ชื่อนี่ บางคน ก็ตายไปแล้ว บางคนก็เปลี่ยนชื่อ บางคนก็ย้ายที่อยู่ กว่าจะเช็กว่าใน ๕๐,๐๐๐ ชื่อจริง ขนาดไหน มันใช้เวลาจนกระทั่งรัฐธรรมนูญหมดอายุไป หรือว่าสภาล้มไป ก็ยังไม่มีการ ปรากฏเปึ้นผลรูปธรรมในการขอแก้ไขไม่ว่ากรณีใด เพราะฉะนั้นปัญหาหรือว่าข้อมูลจาก ในอดีตที่ท่านเห็นว่าแม้แต่ ๕๐,๐๐๐ ชื่อนี่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ท่านยังเพิ่มไป แสนชื่อเหมือนแกล้งประชาชน ให้ประชาชนดูแล้วเหมือนได้ แต่จริง ๆ แล้วท่านทำไม่ได้ ท่านจะไปเอาหลักการของญี่ปุ์น จะไปเอาหลักการของสวิตเซอร์แลนด์ จะไปเอาหลักการ ของประเทศไหนนี่ ผมเชื่อว่าประเทศเหล่านั้นทําได้ แต่ประเทศไทยนี่ ความร่วมกลุ่มกันนี่ เราจะร่วมกลุ่มกันขนาดนั้นไม่ได้เด็ดขาด อย่างที่เมื่อกี้ผมอภิปรายตอนต้นแล้วว่า จะได้ ก็คือกลุ่มพุทธ์ องค์กรพุทธต่าง ๆ ที่รวมตัวกันนี่ ผมว่าด้วยความเปึนศาสนา ด้วยความรัก ในศาสนา ด้วยความเปึนศาสนานิยมจะทําให้ร่วมกลุ่มได้อย่างเดียวเท่านั้นเอง แต่ถ้าเผื่อ ท่านเอาจำนวนอย่างว่า ในลักษณะถ้าเผื่อกลุ่มพุทธต่าง ๆ นี่ ถ้าไม่เห็นจุดช่องโหว่อันนี้ แล้วรวมคนมาแก้อย่างอื่นมันก็คงจะลำบาก ถึงแม้กลุ่มพุทธ์จะรวมกันได้เปึ้นล้านนี่ที่เขา กําหนดไว้นะครับ ผมก็ว่ากว่าจะมาตรวจเช็กว่าล้านนี่เปึนเอกสารจริงหรือเอกสารเท็จ ก็คงใช้เวลานานมหาศาลที่จะเช็กความเปึนจริง ฉะนั้นเพื่อในภาคปฏิบัติ เพื่อเห็นแก่ ประชาชนที่จะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างน้อยการขอแก้ไขก็เปึนการสะท้อนให้เห็นว่าวันนี้ รัฐธรรมนูญบางอย่างนี่ มันต้องพิจารณาแล้วว่ามันมีจุดอ่อน จุดแข็งอย่างไร ถึงแม้ เข้ามาจะต้องผ่านมติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็จริงนะครับ แต่มันเปึนกระจก สะท้อนออกมาแล้วว่า เห็นว่าจุดนี้คือจุดอ่อนของประเทศแล้ว จุดนี้คือจุดอ่อนของ กฎหมาย จุดนี้คือสังคมส่วนหนึ่งต้องการ ฉะนั้นการที่จะทําสะท้อนความคิด สะท้อน ปัญหาของประชาชนนี่กว่าจะถึงแสน แล้วท่านรับรู้ถึงปัญหาของประชาชนนี่ เหมือนกับ ท่านไม่รับฟังความเห็นของประชาชน การสะท้อนนี่คือสิ่งที่เราต้องควรรับรู้ รับเห็น ไม่ว่าจะเข้ามากี่ครั้ง กี่ครั้ง ขอแก้รัฐธรรมนูญ ๑๐ ครั้ง อาจจะไม่ได้แก้สักครั้งก็ได้ เพราะว่าสภาอาจจะไม่ผ่านให้ แต่ว่าการรับรู้ปัญหาของประชาชน การรับรู้ปัญหาของ ประเทศนี่ เปึ้นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่งสําหรับผู้บริหารประเทศ สําหรับรัฐสภา ผมขอให้ท่าน ตระหนักถึงความเปึนจริงที่จะเกิดขึ้นได้ดีกว่า ดีกว่าเปึนความฝั่น แล้วโอกาสที่จะเกิดขึ้น น้อยมากหรือไม่เปึน ไม่ว่า ถ้าท่านคิดว่ารัฐธรรมนูญแก้ง่าย แก้สะดวกมันก็จะฉีกยาก แต่ถ้ามันแก้ยากมันก็จะฉีกง่าย เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ได้ระบุถึงการแก้ไขแล้ว แต่ในขณะนั้นผู้ที่มีผลประโยชน์จากรัฐธรรมนูญซึ่งอยู่ในสภา ก็ไม่คิดที่จะสนใจแก้ไข รัฐธรรมนูญ จนกระทั่งเจอปัญหาการฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง แม้ว่าการเสนอนี้จะง่ายขึ้น สะดวกขึ้น สะท้อนปัญหามากขึ้น ผมว่าความคิดความอ่านของรัฐสภาก็คงไม่ใช่เปึ้น สอดคล้องตามทุกครั้ง ฉะนั้นการยื่น ๑๐ ครั้ง ก็คือเราสะท้อนปัญหา ๑๐ ครั้ง แต่แก้ปัญหาจะไม่ได้สักครั้งก็ได้ หรือแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้สักครั้ง ฉะนั้นควรจะพิจารณา จำนวนให้มากที่สุด

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ต่อไป ก็มีท่านชำนาญครับ เชิญครับ อนุญาตไม่เกิน ๕ นาทีนะครับ

นายชํานาญ ภูวิลัย

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกที่เคารพนะครับ กระผม ชํานาญ ภูวิลัย สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนะครับ เหตุผลที่ผมจะขอพูด ในประเด็นนี้ก็เพราะว่าพวกเรามีปัญหานะครับ เพราะว่าการมานั่งร่างรัฐธรรมนูญในวันนี้มาแบบไม่ปกตินะครับ มีหลายฝ์ายกล่าวหาว่า เปึ้นรัฐธรรมนูญมาจาก คมช. มาจากเผด็จการนะครับ แล้วก็โดยเฉพาะพวกเรานั่งเปึน สภาตรงนี้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่ว่ามาจากหลายฝ์าย หลายสาขาอาชีพนะครับ ความไม่ปกติตรงนี้ทำให้เราต้องคิดให้มากนะครับ แล้วก็ต้องทำให้ประชาชนรู้ว่า รัฐธรรมนูญนี่มันเปึนของธรรมดา มันเปึนของปกติ ไม่ใช่ของวิเศษอะไรนักหน้านะครับ เพราะว่าคนที่จะเสียประโยชน์ คนที่จะไม่พอใจรัฐธรรมนูญในบางมาตรา ในบางเรื่อง จะเกิดขึ้นเปึ้นอันมาก เพราะฉะนั้นการทําให้คนเหล่านั้นเข้าสู่ระบบ ก็คือการให้ข้อแก้ได้ ให้เขาทําง่าย ๆ หน่อย ถึงจะเสนอง่าย แต่ว่าก่อนจะแก้น่ะไม่ง่ายนะครับ ต้องผ่านกระบวนการอีก มากมาย แต่ว่าความเห็นข้อแก้เขาที่มาจากแต่ละกลุ่ม แต่ละกลุ่มน่ะ จะถูกนำเข้ามาสู่ ระบบได้ง่ายขึ้น เมื่อมาสู่ระบบแล้ว ความกดดันต่าง ๆ ก็จะผ่อนลงครับท่าน ถ้ามันแก้ยาก มันเข้าสู่ระบบยาก ปัญหาบนท้องถนนก็เพิ่มขึ้น นี่คือปัญหาข้อเท็จจริงนะครับ ก็อยากจะ นำเรียนที่ประชุม นำเรียนท่านประธานผ่านไปถึงกรรมาธิการว่า เมื่อเรามาแบบไม่ปกติ เราก็อย่าไปเคร่งครัดนักในการขอแก้นะครับ เพราะว่าเราแสดงน้ําใจว่าที่เราทํานี่มา ในยามที่บ้านเมืองไม่ปกติ มาไม่ตามระบบเท่าไร เราก็จะเป่ดโอกาสให้ท่านแก้แล้ว ใครที่เสียประโยชน์จากที่เราเขียนไป เราตกลงกันไปนี่ ท่านก็สามารถจะแก้ได้ง่าย ๆ เพื่อเอาบุคคลเหล่านั้นน่ะเข้ามาสู่กรอบของรัฐสภาในโอกาสต่อไป ไม่ปล่อยให้เขา เคว้งคว้าง ไม่ปล่อยให้เขาเกิดความกดดันอยู่แต่ในกลุ่มของเขา ท่านจะลดลง มันก็ไม่มี ปัญหาอะไรนะครับ ท่านไม่ต้องไปเอาตัวอย่างจากประเทศไหนหรอกครับ นี่คือ ประเทศไทยที่มีเอกราชนะครับ เราทําของเรา ผ่อนคลายให้ประชาชนของเรา เขาจะได้ รู้สึกว่า เออ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเขากล่าวหานักหน้า ตอนแรกก็ว่าพิมพ์เขียว ต่อมาเถียงกันหน้าดำหน้าแดง ก็เริ่มรำคาญพวกเรา คือพวกเราเอาจริงเอาจังนะครับ แล้ว โดยเฉพาะตัวกระผมเองก็ต้องขอขอบพระคุณผู้ที่ทํารัฐธรรมนูญชั่วคราว ๒๕๔๙ ด้วยที่ให้ มีการลงประชามติ การลงประชามติที่จะเกิดขึ้นทําให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องทําให้ดี ทำให้ดี ทำให้เหมาะสม ทำให้เปึ้นที่พออกพอใจ แต่ก็มีนักวิชาการหลายท่านคอยกลั่นกรอง เปึ้นที่เชื่อถือได้ เราเชื่อมั่นต่อคณะกรรมาธิการยกร่างเต็มที่นะครับ แล้วก็ขอความกรุณาว่า ขอย้ำว่าพวกเราไม่ปกติ แล้วก็มีคนกล่าวหาพวกเรา การแก้ไขได้ง่ายจะเปึนประโยชน์ จะเปึนทางผ่อนคลายทางหนึ่งที่เปึนเส้น่ห์ กลับจากที่ว่า ไม่ชอบก็จะเปึนเส้น่ห์ เพราะว่า คุณจะกลัว ๆ อะไรนักหน้าในท้องถนน คุณเอามาสู่ระบบสิ เพราะว่าเราผ่อนคลายลง เหลือไม่กี่รายชื่อเอง ที่กลุ่มของผมเสนอรายชื่อ ๒๐,๐๐๐ คนนี่ จะเปึ้นทางออกทางหนึ่ง ของการจัดบุคคลซึ่งต่อต้านต่าง ๆ เพราะว่าจะให้ถูกใจทุกคนมันเปึนไปไม่ได้ เราก็ทราบ นะครับ แล้วก็เปึ้นที่เข้าใจกันทุกฝ์ายแหละ มันไม่ถูกใจทุกคนได้ แต่ว่าถ้าจัดให้เขาเข้าสู่ ระบบโดยวิธีการให้มันง่าย เหลือ ๒๐,๐๐๐ ชื่อนี้จะเปึนประโยชน์ต่อพวกเรานะครับ ขอบพระคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ที่มีรายชื่อที่ขึ้นอยู่ตรงนี้อีกเพิ่มเติมนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็คง ยังต้องใช้เวลาอีกยาวนาน เพราะยังมีวรรคสองอีกนะครับ ถ้าจะพักไปรับประทานอาหาร กันก่อน แล้วก็กลับมาอีก ๑ ชั่วโมง แล้วว่าเรื่องนี้ต่อนะครับ ขออนุญาตพักการประชุม ก่อนครับ

พักประชุมเวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๓.๐๙ นาฬิกา

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ขอดำเนินการประชุมต่อจากช่วงเช้านะครับ เข้าใจว่า คงพิจารณาถึงมาตรา ๒๘๒ นะครับ

เชิญท่านกรรมาธิการเข้าประจำที่ด้วยครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)

ท่านกรรมาธิการพร้อมหรือยังครับ ท่านสมาชิกที่แสดงความจำนงขออภิปรายนะครับ ที่ยังค้างอยู่ในมาตรา ๒๘๒ (๑) นะครับ ยังมีท่านสมาชิกติดใจที่จะอภิปรายไหมครับ มีไหมครับ ท่านสมาชิกที่ยังติดใจอภิปราย ท่านอาจารย์สมชัยครับ เชิญครับ

นายสมชัย ฤชุพันธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม สมชัย ฤชุพันธุ์ ในฐานะผู้แปรญัตติมาตรา ๒๘๒ ไว้นะครับ มาตรานี้ผมได้แปรญัตติให้ขอเพิ่มวรรค วรรคหนึ่งนะครับ ซึ่งเปึ้นเรื่องเกี่ยวกับการแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้น เพื่อที่จะ พิจารณาศึกษาการบังคับใช้ตามรัฐธรรมนูญ ทีนี้เรื่องนี้นี่เคยได้มีการพูดกันถึงในประเด็น เดียวกันนี้ แล้วก็กรรมาธิการเคยรับว่าจะนำไปพิจารณาร่วมกัน แล้วอยากจะเรียนซักซ้อม ความเข้าใจว่ายังเปึนอย่างนั้นใช่ไหมครับ ถ้าเปึนอย่างนั้น ผมจะได้ยุติการพูดครับ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ เดี๋ยวให้กรรมาธิการตอบนะครับ มีท่านอื่นติดใจอีกไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ครับ ไม่มี เชิญท่านกรรมาธิการครับ

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพ สำหรับร่างมาตรา ๒๘๒ ที่ท่านอาจารย์สมชัย ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้ขอแปรญัตติเพิ่มเติมนี่นะครับ ความจริงแล้วนี่เปึ้นเรื่องที่ เปึ้นประโยชน์นะครับ แต่อย่างไรก็ตามทางคณะกรรมาธิการได้นำมาพิจารณาหารือ กันแล้วนี่นะครับเห็นว่า ในเรื่องของการที่จะมีการพิจารณาศึกษานะครับ การบังคับใช้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้นี่นะครับ เดิมในร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีมาตรา ๓๓๖ นี่ให้องค์กรอิสระ อย่างเช่น กกต. คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ปปช. นะครับ เสนอรัฐบาล นะครับ เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเมื่อครบ ๕ ป้นะครับ ทางกรรมาธิการ ก็พิจารณาเห็นว่าในการพิจารณาในเรื่องการปรับปรุงอะไรต่าง ๆ แก้ไขรัฐธรรมนูญนี่ ไม่น่าจะต้องมีกำหนดเวลาว่าจะต้องพิจารณากันภายในเมื่อไร น่าจะเป่ดกว้าง โดยเฉพาะ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึ้นรัฐธรรมนูญที่มีการยกร่างขึ้นมานะครับ แล้วก็มีข้อเสนอแนะ มากมายนะครับ ไม่ควรจะมีกําหนดเวลาหรือว่าขั้นตอนอะไร น่าจะเป่ดให้ผู้ที่อยากจะ แก้ไขปรับปรุงก็สามารถดำเนินการได้นะครับ ในส่วนที่ท่านข้อเสนอตั้งกรรมาธิการ วิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรในส่วนนี้ ถ้าหากจะมีการดำเนินการสภาผู้แทนราษฎร สามารถดําเนินการได้อยู่แล้วนะครับ นอกจากนี้ในร่างมาตรา ๒๔๙/๒ ที่มีท่านผู้มีเกียรติ ได้ขอแปรญัตติไว้นะครับ แล้วก็ในที่สุดกรรมาธิการก็เห็นว่า ควรจะเอาเรื่องการตรวจสอบ การบังคับใช้รัฐธรรมนูญไปบัญญัติเอาไว้ในเรื่องผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ฉะนั้นก็จะ มีคนซึ่งดูแลในเรื่องเหล่านี้อยู่แล้วนะครับ ก็เห็นว่าถ้าจะให้กลไกเหล่านี้เปึนไปตามปกติ ที่ควรจะเปึนนะครับ ให้สภาเขาพิจารณาของเขาไปนี่ก็น่าจะมีความเหมาะสมนะครับ ในส่วนที่มีผู้ขอแปรญัตติ ตอนแรกที่พูดถึงอยากจะให้มีการแก้ไขลดจำนวนประชาชน ที่เข้าชื่อลงนี่นะครับ กระผมอยากจะกราบเรียนว่า ความจริงแล้วนี่กลไกในการแก้ไข รัฐธรรมนูญกลไกปกติมีอยู่แล้วนะครับ คือสามารถริเริ่มได้โดยคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกของ ๒ สภา ซึ่งจำนวนนี้ก็ไม่ถึงกับมากและไม่ถึง กับน้อย คือมีความเหมาะสมตามสมควร เราเพิ่มกลไกใหม่เข้ามาในส่วนการมีส่วนร่วม ของประชาชน ในการเสนอชื่อซึ่งใช้จํานวน ๑ แสนชื่อ ก็คํานึงถึงความสําคัญของกฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญไม่เพียงแต่เปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศนะครับ แต่ว่า เปึนกฎหมายซึ่งเปึนหน้าเปึนตา เปึนความเชื่อมั่นของประเทศ ต่างชาติซึ่งดูกฎหมาย รัฐธรรมนูญนี่นะครับ อย่างเช่นที่เรายกร่างไปในหมวดเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องแนวนโยบาย ของรัฐ มาตรา ๘๓ รัฐต้องสนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรีและเปึ้นธรรมนะครับ ต่างประเทศเขาดูรัฐธรรมนูญ เขาเห็นอย่างนี้ เขาก็เชื่อมั่นนะครับ แต่ถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ง่ายนี่นะครับ ต่างประเทศเขาอ่านแล้วเขาบอก เอ๊ะ แล้วเดี๋ยวเกิดแก้ง่ายอย่างนี้ เขามาลงทุนแล้วเกิดแก้เปึนระบบผูกขาดขึ้นมาเขาจะทําอย่างไร ฉะนั้นผมคิดว่าในส่วนนี้ ต้องพยายามมองในหลาย ๆ มิตินะครับ คิดว่าในส่วนที่ได้เสนอเข้ามาจำนวนผู้เสนอ ขอแก้ไขกฎหมายนี่นะ คิดว่าเปึนจำนวนที่เหมาะสมครับ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านอาจารย์สมชัยยังติดใจไหมครับ

นายสมชัย ฤชุพันธุ์

ฟังคำชี้แจงแล้วชัดเจนดีครับ ไม่ติดใจครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านประธานครับ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี่ ผมคิดว่าต้องขอบคุณ กรรมาธิการยกร่างนะครับที่ได้ริเริ่ม แล้วก็มีความก้าวหน้าที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ผมคงไม่พูดซ้ําว่าสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันนี้มันไม่ค่อยปกติ การให้ประชาชนมีส่วนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการแก้ไขก็ง่าย ไม่ยาก ผมว่าเปึ้นของดี ถ้าท่านดูรายละเอียดนั้นนะครับ สส. หนึ่งในห้า ก็ขอแก้ไขได้ สว. หนึ่งในห้า ก็ขอแก้ไขได้ หรือ สส. และ สว. รวมกัน ๒ สภา หนึ่งในห้า ของ ๒ สภาก็ขอแก้ไขได้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่ากระบวนการนี่อาจจะต้องพิจารณาอย่างนี้ด้วย ก็คือว่า เวลาที่ประชาชน ข้อแก้ไขเข้ามา ไม่ว่าจะกี่หมื่นรายชื่อก็ตาม ถามกรรมาธิการยกร่างว่าท่านจะ ใช้ความในมาตรา ๑๕๙ วรรคสี่ อยู่ด้วยหรือเปล่า เพราะว่าเปึ้นการขอแก้ไข กฎหมายมาตรา ๑๕๙ วรรคสี่ ท่านบอกว่ากรณีที่ประชาชน ๑๐,๐๐๐ รายชื่อ เสนอแก้ไขพระราชบัญญัติ ท่านก็ให้มีกรรมาธิการที่ให้ประชาชนได้มีโอกาส ในการที่ ร่วมเปึนกรรมาธิการเพื่อที่จะดีเฟนด์ (Defend) กฎหมายของเขา เพื่อที่จะชี้แจงกฎหมาย ของเขา คือมาตรา ๑๕๙ วรรคสี่ แต่บังเอิญมาตรา ๑๕๙ วรรคสี่นี่ ไประบุว่าเปึ้น พระราชบัญญัติ ไม่ได้พูดถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านเข้าใจประเด็นผมไหมครับ ตัวหนังสือมันต่างกันพอดีตรงนี้ ถ้าท่านจะบอกว่า ให้ใช้ความในมาตรา ๑๕๙ วรรคสี่ มาบังคับใช้ โดยอนุโลมนี่ ผมก็คิดว่าก็น่าจะเหมาะสมยิ่งขึ้นนะครับ อันนี้เปึนประเด็นที่ ๑ ที่อยากจะกราบเรียนถาม

ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะกราบเรียนถามก็คือว่า ผมคิดว่าจำนวน ๑ แสนนี่ มันหนักจริง ๆ ครับ ผมนี่พยายามชั่งน้ำหนักอยู่ตลอดเวลานะครับ ผมก็ไม่ใช่เปึน คนที่อยากจะเห็นอะไรก็เอาประชาชนง่าย ๆ นะครับ ๑ แสนนี่ โอ้โห ท่าน เราร่างพระราชบัญญัติหรือแก้ไขพระราชบัญญัตินี่เราใช้ ๑๐,๐๐๐ ถามว่ารัฐธรรมนูญ ๑ แสนนี่ ประชาชนก็แก้ไม่ได้นะครับ ประชาชนเพียงแค่ริเริ่มบอกว่ามาตราไหน ขอแก้จาก ถ้อยคำใดเปึนถ้อยคำใด เหมือนที่บรรดา สสร. ของเราขอแปรญัตตินั่นแหละ เสร็จแล้ว เมื่อเข้ามาสู่สภา สภาก็ต้องบรรจุในวาระที่ ๑ รับหลักการ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ในหลักการก่อนนะครับ ถ้าสภาไม่เห็นชอบในหลักการ ไม่แก้ไข ก็ตกทันทีเลย หลังจากนั้น สภาก็จะตั้งกรรมาธิการขึ้น เพื่อพิจารณาคําแปรญัตติอีก ตอนที่กรรมการพิจารณา คําแปรญัตตินั่นแหละครับ กรรมาธิการก็ยังสามารถที่จะขอแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจกรรมาธิการก็มี แล้วจึงนำเข้ามาสู่ สภาในวาระที่ ๒ เหมือนพวกเราที่กําลังแปรญัตติอยู่นี้ สภาทั้ง ๒ สภา ก็จะพากันรุมแก้ไข เพิ่มเติม โดยที่ประชาชนไม่มีสิทธิโหวตเลย ๒๐,๐๐๐ คน หรือกี่หมื่นคนก็แล้วแต่ ท่านประธานครับ เกือบจะไม่เหลือหลอ ถ้าพูดกันจริง ๆ เพราะฉะนั้นกี่หมื่นคน หรือจะ เปึ้นแสนคน มีอำนาจเพียงแค่ริเริ่ม บอกว่าให้พิจารณาว่าจะแก้ไขไหมในมาตรานั้น ถ้าพูดกันให้ถึงที่สุด อย่างไม่ต้องป่ดบังประชาชน ประชาชนไม่ใช่ขอแก้ไขกฎหมายได้ แต่ประชาชนริเริ่มให้สภาหยิบยกมาตรานั้นมาแก้ไข แล้วประชาชนชี้แนะว่าจะแก้ไข อย่างไรเท่านั้นเอง เพราะอะไรครับ เพราะเข้าสภา ถ้าเขาบอก เขาไม่เห็นด้วยกับหลักการ ไม่รับหลักการแก้ไข จบ อันนี้อันที่ ๑ จบไปเลย เห็นด้วยก็ตั้งกรรมาธิการขึ้น ๒ สภาขึ้นมา เพื่อที่จะพิจารณาแก้ไขญัตติ แปรญัตติกันไปอีก สมาชิกทั้งหลายก็มีสิทธิแปรญัตติ กันไปอีก เปรียบเทียบกันอย่างที่เราเทียบกันระหว่างร่างของประชาชน ร่างของสมาชิก แปรญัตติกันอีก แล้วกรรมาธิการจะว่าอย่างไรอีก เสร็จแล้วมันออกมาอย่างไรก็รับได้อีก ประชาชนเพียงแค่ริเริ่มเท่านั้นเองนะครับ เพราะฉะนั้นกรุณาเถอะครับ แสนนี่นะครับ เกือบจะยากลำบาก แล้วหมดกำลังใจ ผมเปึนประชาชนผมคงไม่ขอหรอกครับ เพราะฉะนั้นกรุณาอย่าให้ถึงแสนเลยนะครับ ผมคิดว่าเทียบกับหมื่นนึ่งของ พระราชบัญญัตินี่ พระราชบัญญัติยังได้เนื้อได้หนังกว่าตั้งเยอะ พระราชบัญญัติทั้งฉบับ นะครับ กรุณาพิจารณาตรงนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ๆ คืออย่างนี้ครับ ท่านสมาชิกครับ พอดีผมมาทำต่อจากท่านอาจารย์เดโชนะครับ แล้วก็เลยเห็นชื่อท่านที่อภิปราย แล้วผมก็ดูรายการการแปรญัตตินะครับ ก็ปรากฏว่า มาตรา ๒๘๒ นี่ กรรมาธิการเขาไม่ได้แก้ไขนะครับ สมาชิกที่มีข้อแปรญัตติไว้ ก็มีกลุ่มอาจารย์พิเชียร์ ท่านอาจารย์สมชัย ซึ่งอภิปรายแล้วก็ไม่ติดใจแล้ว แล้วก็มีกลุ่ม ท่านวัชรานะครับ กลุ่มอื่นก็ไม่มีนะครับ ทีนี้ต้องขอความกรุณาท่านสมาชิกนะครับ เดี๋ยวท่านการุณผมให้พูด เพราะว่าท่านอยู่ในกลุ่มท่านพิเชียร

นายการุณ ใสงาม

เจ้าของเลย

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ถ้าเจ้าของเลย เดี๋ยวครับ นะครับ ที่ผมกราบเรียนตรงนี้คือผมจะดำเนินการตามเอกสาร คำแปรญัตตินะครับ ท่านการุณครับ ท่านอยู่ในกลุ่มที่ขอแปรญัตติ เชิญครับ หน้า ๒๒๕ ครับ ๒๒๕ เอ๊ะ คนละเล่ม คนละฉบับกันหรือเปล่า

นายการุณ ใสงาม

ผมบังเอิญนึกว่าผม

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

มาตรา ๒๘๒ ครับ

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ สสร. นะครับ บังเอิญผมก็คือเห็นว่าพ่ายแพ้เยอะแล้ว ก็ช้ำใจ ก็เลยเก็บเอกสารทั้งหมดไป ตอนนี้ก็เลย ยืมของท่านกล้านรงค์มา ก็เลยยังสับสนอยู่นิดหน่อย ขอเวลานิดหนึ่งครับ คือมันแพ้มาก แล้วก็บางทีก็ถูกตำหนินั่นตำหนินี่ ทั้ง ๆ ที่เหนื่อยยากแสนเข็ญ ก็ไม่เข้าใจกัน พวกเรา ก็น้อยใจน่ะครับ ขนเอกสารไปหมดเลยครับ ผมขนมาทุกวัน วันละลัง วันละลังมาสู้ มาทำงาน แต่น้ำใจของพี่น้องเราก็เปึนอย่างนี้ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านอย่าไปเสียดสีคนอื่นครับ

นายการุณ ใสงาม

ไม่ได้เสียดสี ว่าตรง ๆ บ้าง เฉียดบ้าง ฉากบ้าง

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ผมไม่แน่ใจว่า ๒๒๕ หรือเปล่าครับ ครั้งหน้าน่ะครับ

นายการุณ ใสงาม

๒๒๕ ๒๒๕ นะครับ ๒๒๔ ๒๒๕ ต่อเนื่องกันนะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เจอหรือยังครับ

นายการุณ ใสงาม 🔗

๒๒๕ บนสุดเลยใช่ไหมครับ ท่านประธานที่เคารพ ครับ สำหรับบทบัญญัติอันนี้นะครับ ผมขอแก้ประการที่ ๑ คือ จำนวนผู้แทนราษฎรจาก หนึ่งในห้า เปึ้น หนึ่งในสิบ นะครับ ก็เห็นว่าถ้าหนึ่งในสิบนี้อาจจะหนักไป ก็เข้าใจล่ะครับ ส่วนหนึ่งในสิบ หนึ่งในห้านี้ ผมก็เห็นด้วยล่ะครับ ผมก็ยอมรับว่า เอาล่ะ ถ้าหนึ่งในห้าก็พอเหมาะสอดคล้องและพอควร ตัวเลขของ สส. สว. อะไรอย่างนี้นะครับ แต่สำหรับจำนวนประชาชนผมขอแปรญัตติจาก ๑ แสน ขอลด ลงมาเหลือ ๑๐,๐๐๐ คน ด้วยเหตุที่ผมเอาเทียบเคียงจากการขอแปรญัตติในกรณีที่ ผมขอแปรเรื่องร่างพระราชบัญญัติ ถ้าประชาชนเสนอ ทางกรรมาธิการยกร่างบอกว่า ๒๐,๐๐๐ ลดมาจาก ๕๐,๐๐๐ แล้ว เหลือ ๒๐,๐๐๐ ผมขอแปรเหลื่อ ๕,๐๐๐ ถ้าร่าง พระราชบัญญัติแปรเหลือ ๕,๐๐๐ คนนะครับ ประชาชนเซ็นชื่อ ก็ถ้าเปึ้นรัฐธรรมนูญ เทียบเคียงอย่างนี้แล้ว ก็เลยขอแปรลดจาก ๑ แสน มาเปึ้นเหลือ ๑๐,๐๐๐ คน เอาล่ะ ในกรณีร่างพระราชบัญญัติก็ผ่านไปแล้ว และเจรจาแล้ว ข้อเสนอของผมที่ว่า ๕,๐๐๐ ทางกรรมาธิการก็ยอมรับและลดลงมาจาก ๒๐,๐๐๐ มาอยู่ที่ ๑๐,๐๐๐ ผมเองก็ปรับจาก ๕,๐๐๐ เปึ้น ๑๐,๐๐๐ แล้วก็ตกลงกันว่า เอาเปึนว่า ๑๐,๐๐๐ กรณีร่างพระราชบัญญัติ เมื่อมาเทียบเคียงอย่างนี้กับร่างพระราชบัญญัติแล้วนะครับ ดูศักดิ์ของกฎหมาย ดูสภาพ ดูสถานะของกฎหมายแล้วนี่ แม้ผมจะขอแปรจาก ๑ แสน ลงมา ๑๐,๐๐๐ ถ้าดูศักดิ์ เทียบเคียงแล้วนะครับ ก็ขาดความพอดี ก็เลยคิดว่าเปึนไปได้ครับ เราจะปรับ ปรับจากที่ ผมขอแปร ๑๐,๐๐๐ คนนี้ มาขึ้นสู่ คือมาขึ้นหากันกับของกรรมาธิการ แทนที่กรรมาธิการ จะ ๑ แสน ของผมจะ ๑๐,๐๐๐ สู้กัน เรามาปรับหากันไหมครับ เพื่อประโยชน์ของชาติ ปรับหากันไหมครับ เพื่อประโยชน์ส่วนร่วม ให้เข้าที่ที่พอดี ผมคิดว่าถ้าพอดีนะครับ โดยศักดิ์ โดยสภาพนี่นะครับ ของรัฐธรรมนูญกับพระราชบัญญัติแล้วนี่นะครับ เมื่อพระราชบัญญัติ ๑๐,๐๐๐ นะครับ ปรับหาจุดพอดี เช่น อาจจะ ๒๐,๐๐๐ ไหม ๓๐,๐๐๐ ไหม ๕๐,๐๐๐ ไหม อย่างนี้เปึนต้นนะครับ เช่น ให้ตัวเลือกนะครับ ให้ตัวเลือก ทางกรรมาธิการกับเพื่อนสมาชิกพวกเราว่า ถ้าเปึนตัวเลือกว่าปรับจากเปึน ๒๐,๐๐๐ ไหม ถ้า ๒๐,๐๐๐ น้อยไป ๓๐,๐๐๐ ไหมล่ะ ถ้า ๓๐,๐๐๐ น้อยไป ๕๐,๐๐๐ ไหมครับ เอาจุดพอดี ท่านประธานที่เคารพครับ ทําไมผมเสนออย่างนั้นครับ ท่านประธานลองนึกดู ว่าคนที่จะมาร่วมกันเพื่อเซ็นชื่อเสนอรัฐธรรมนูญนะครับ เสนอแก้รัฐธรรมนูญนะครับ และจำนวนเปึนแสนนะท่านประธานนะ จะต้องเปึนเรื่องที่สาหัสสากรรจ์มาก และคงจะ เปึ้นเรื่องที่เปึ้นเรื่องใหญ่มาก ที่สำคัญจะมีเรื่องที่กระทบกระเทือนกับเรื่องต้องแก้ รัฐธรรมนูญตัวนั้นนะครับ เยอะมาก ผมเทียบเคียงนิดเดียว ท่านประธาน คนชุมนุม ประมาณ ๒๐,๐๐๐ คนก็ตาม ๕๐,๐๐๐ คนก็ตาม ท่านลองชวนให้คน ๒๐,๐๐๐ หรือ ๕๐,๐๐๐ มาร่วมเซ็นชื่อร่างรัฐธรรมนูญนะ ร่างกฎหมายนะ ไม่ได้เซ็นครบหมดทุกคนนะ ท่าน ๕๐,๐๐๐ คนนี่ ให้เซ็นได้สัก ๕,๐๐๐ คน นี้ก็บุญกะลาหัวเราแล้ว ยากมาก ไม่ใช่ง่าย เพราะเขาจะต้องน้ำทั้งบัตรประชาชน นำทั้งทะเบียนบ้าน น้ำทั้งการตรวจสอบ เปึ้นทั้งผู้มี สิทธิเลือกตั้ง เปึ้นทั้งผู้ไม่ขาดคุณสมบัติ ท่านเห็นไหมครับ คนมาชุมนุมสนามหลวง มาเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ๕๐,๐๐๐ คนนี่ ได้สัก ๕,๐๐๐ ก็บุญแล้ว ท่านลองคิดดูว่า ถ้าคน มาร่วมกันเพื่อจะมาเซ็นได้เปึนแสนนะท่านนะ มันจะต้องมีผู้คนมาร่วมกันเปึ้นล้าน ตอนนั้นเขาไม่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญแล้ว ท่านประธานครับ แสดงว่าปัญหามันเยอะ เยอะจนเขาฉีกเสียเถอะรัฐธรรมนูญนี้ ท่านประธานชอบอย่างนั้นหรือเปล่า ถ้าไม่ชอบ ถ้าไม่ชอบ ท่านไม่ต้องให้สถานการณ์วุ่นวาย สถานการณ์เดือดร้อนมากมายนะ ให้เขา มีโอกาสได้เป่ดประตู เป่ดหน้าต่าง เปึนช่องทางให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิทางตรง มาเสนอยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้บ้างนี่ ช่องทางนี้เล็ก ๆ นี่ เมื่อผ่านช่องทางนี้ ประตู้นี้แล้วยังจะต้องเข้ามาในห้องนี้ นี่ ๆ เข้ามาในห้องนี้ ที่นิติบัญญัติจะต้องมาตรวจ มาตรา มาสอบ มาส่วนว่าเหมาะ ไม่เหมาะ มันถูก ไม่ถูก มันดี ไม่ดี มันกระทบอะไรบ้าง เสียหายอะไรบ้าง อย่างที่ท่านต้องการนั่นแหละ ที่ประเทศชาติจะเสียหาย กระทบกระเทือน ต่างชาติจะไม่เดือดร้อนมาก ต่างชาติจะสงสัยว่ารัฐธรรมนูญของไทย จะแก้อย่างไร นั่นล่ะ ท่านมาพิจารณาในห้องนี้ ท่ามกลางการพิจารณาในห้องนี้ ครูบาอาจารย์ ศาสตราจารย์จากธรรมศาสตร์ จากนิด้า (NIDA – National Institute of Development Administration) จากร้อยแปดจิปาถะมาให้ความเห็น รัฐบาลที่เก่งกาจ เชี่ยวชาญมาให้ความเห็น สภานิติบัญญัติแห่งรัฐก็จะมาให้ความเห็น สื่อมวลชน จะถ่ายทอดออกไปสู่พี่น้องประชาชน เปึนอย่างไรครับ ข้อเสนอนั้น เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ดี ไม่ดี ผลกระทบเปึนอย่างไรต่าง ๆ เขาจะตัดสินใจทั้งสังคม เพียงแต่ขอเป่ดประตู หน้าต่างให้เดินเท่านั้น ท่านจะยอมูลดไหม ข้อเสนอของผมนี่นะ ๑๐,๐๐๐ คนนี่ ผมยินดี ปรับขึ้น ปรับขึ้น ถ้าท่านยินดีนะครับ ท่านลดจาก ๑ แสนของท่าน จาก ๑๐,๐๐๐ ของผมนี่ ลดลงมาหากัน ประโยชน์ชาติ ผมเสนอว่า ถ้า ๒๐,๐๐๐ เปึนอย่างไร ถ้า ๒๐,๐๐๐ มันเบาไป หนักไป ๓๐,๐๐๐ มันเปึน อย่างไร ๓๐,๐๐๐ มันเบาไป หนักไป สัก ๕๐,๐๐๐ เปึนอย่างไรถ้าอย่างนั้น อะไรอย่างนี้ เปึ้นต้น ไม่ใช่เปึนคนที่จะไม่เอาอะไรเลย สู้กับท่าน ไม่ใช่นี่นะครับ เดี๋ยวนี่ก็ตัวเลขอีกแล้ว ปวดหัวอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้ กรรมาธิการนี่ชอบปวดหัวกับเรื่องตัวเลขอยู่เรื่อย

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ๆ เดี๋ยวผมช่วยต่อรองให้ ท่านกรรมาธิการครับ แสนนึ่งมันก็สาหัสนะครับ ท่านลอง พิจารณาดูนะครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธาน ครับ สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการครับ ท่านประธานครับ ข้อพิจารณาของท่านการุณ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ แล้วก็ท่านสมาชิกหลายท่านที่พูดถึงจำนวนแสนนึงว่า มากเกินไปนะ กรรมาธิการได้หารือแล้วนะครับ ก็เห็นด้วยว่าแสนนึ่งนั้นมีความ ยากลำบากค่อนข้างมาก แต่ขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็ ประชาชนทั้งประเทศที่ฟัง แล้วก็ดูการถ่ายทอดอยู่ด้วยนะครับว่า ความจริงเรื่องการริเริ่ม ให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนี่ ยังไม่เคยมีมาในประวัติศาสตร์การเมืองไทยเลยนะครับ คราวนี้เปึนคราวแรกที่เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญ เปึนความริเริ่มของกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญนะครับ เพียงแต่ว่าท่านสมาชิกสภาร่างก็อยากตกแต่งตัวร่างให้ดูดี แล้วก็ สอดคล้องกับความเปึนไปได้ในสังคมปัจจุบันที่เปึนอยู่ ได้ฟังการอภิปรายของหลายท่าน นะครับ เข้าใจว่ากลุ่มท่านพิเชียร์แปรญัตติข้อ ๑๐,๐๐๐ ซึ่งก็น้อยมากนะครับ ในสายตา ของกรรมาธิการยกร่าง และผมเชื่อว่าในสายตาของคนทั่วไปก็น้อย ยิ่งไปเทียบกับที่เราได้ ตกลงกันไว้นะครับว่า ถ้าเปึนเรื่องของการเสนอร่างกฎหมายเขาหมื่นเดียวเท่านั้นเอง แล้วยิ่งเปรียบเทียบกับการถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งเราเสนอไว้ ๒๐,๐๐๐ นี่ ตัวเลขหมื่นนึ่งคงใช้ไม่ได้แน่ ๆ นะครับ กลุ่มท่านวัชราขอแปรที่ ๒๐,๐๐๐ เหมือนกัน นะครับ กรรมาธิการก็ยังเห็นว่า ๒๐,๐๐๐ นี่ก็ยังน้อยเกินไป ความจริงเรื่องนี้เปึนเรื่องใหม่ แล้วก็เปึ้นเรื่องที่เราริเริ่มและยังไม่เคยใช้เลยนะครับ แล้วก็อยากกราบเรียนว่า กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไม่ได้มีเฉพาะกระบวนการ เฉพาะประชาชนเท่านั้น นะครับที่เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ แต่ว่ากระบวนการยังมีเสนอมาได้อีก หลายทาง ทั้งจากคณะรัฐมนตรี ทั้งจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ความจริงต้อง ขอขอบคุณท่านการุณ ใสงาม ขออนุญาตเอ่ยนาม ว่าท่านก็พูดชัดนะครับว่า หนึ่งในห้า ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ หนึ่งในห้าของสมาชิกทั้ง ๒ สภาร่วมกันนี่ ท่านการุณ ก็รับได้ว่าเปึนตัวเลขที่เหมาะสมแล้ว แล้วก็แก้ไขได้ไม่ยากนัก ในเรื่องของการแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ กรรมาธิการได้หารือกันเบื้องต้นครับ ถ้าไม่มีประเด็นอื่น ในมาตรา ๒๘๒ นี่ นะครับ กรรมาธิการก็เห็นด้วยครับ อยากจะลดจาก ๑ แสน เหลือสัก ๕๐,๐๐๐ ก็ขอความกรุณาว่าขอเปึน ๕๐,๐๐๐ นะครับ ถ้าท่านทั้งหลายเห็นด้วยก็ลดลง มาครึ่งหนึ่งเลยนะครับ ขออนุญาตอย่างนั้นนะครับ ส่วนประเด็นของท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ที่ไม่ได้แปรญัตติไว้ว่า ขออนุญาตให้นำบทบัญญัติในเรื่องการเสนอร่างกฎหมายของ ประชาชนในส่วนตอนท้ายนี่ มาใช้กับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญด้วยนะครับ ก็คือให้ ประชาชนสามารถไปแถลงในที่ประชุมสภา และให้ประชาชนร่วมเปึนกรรมาธิการในการ แก้ไขกฎหมายด้วยนี่ กรรมาธิการเห็นว่าเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนี่เปึ้นเรื่องใหม่ แล้วก็เปึ้นเรื่องที่สําคัญนะครับ แล้วก็การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้นอาจจะต่างกับการ แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายโดยทั่วไป บทบัญญัติว่าด้วยการแก้ไขกฎหมายทั่วไปนั้นเราจำกัด ครับว่า ประชาชนสามารถเสนอร่างกฎหมายได้เฉพาะ ๒ หมวดเท่านั้น คือ หมวดสิทธิ เสรีภาพ กับหมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ประชาชนนั้นไม่สามารถมาเสนอแก้ไข หมวดอื่น ๆ ได้นะครับ ยกตัวอย่างเช่น หมวดการตรวจสอบใช้อํานาจรัฐ หมวดอื่น ๆ หมวดศาลก็แล้วแต่ ไม่สามารถมีร่างกฎหมายของประชาชนเข้ามาได้ ซึ่งเราได้เห็นตรงกัน ไปแล้วว่า คงต้องจำกัดการเสนอกฎหมายเข้าสู่สภาเช่นเดียวกัน จากการดูรัฐธรรมนูญ สิบเจ็ด สิบแปดฉบับที่ผ่านมานี่ เราจะพบว่าการแก้ไขเพิ่มเติมทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่เคยมี การแก้ไขนะครับในเรื่องสิทธิเสรีภาพประชาชน หรือการแก้ไขในเรื่องของแนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐเลย ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดจะเปึนการแก้ไขในเรื่องของสถาบัน ทางการเมืองทั้งสิ้นนะครับ กรรมาธิการเห็นว่า ถ้าตัวเลข ๕๐,๐๐๐ ลดลงมาแล้วก็ เหมาะสมทุกฝ์ายเห็นพ้องต้องกันดีอยู่แล้วนี่ ก็ยังขออนุญาตยืนในร่างเดิมทั้งหมดครับ และขออนุญาตลดจำนวนตัวเลขจาก ๑ แสน เหลือ ๕๐,๐๐๐ ครับ ท่านประธานครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับท่านวัชราครับ กรรมาธิการขอเปึน ๕๐,๐๐๐

นายวัชรา หงส์ประภัศร

ครับ ขอเชิญคุณธวัช

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านธวัชพอได้ไหมครับ

นายธวัช บวรวนิชย์กูร

กราบเรียนท่านประธาน กระผม ธวัช บวรวนิชย์กูร สสร. ครับ อย่างที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ได้กล่าวเอาไว้ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม นะครับ การริเริ่มด้วยประชาชน ๕๐,๐๐๐ คนนี่ยากมากครับ ท่านอย่าไปห่วงเรื่องง่ายครับ ท่านต้องห่วงเรื่องยาก วันนี้ท่านต้องให้เห็นว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้นี่แก้ได้ง่าย ตรงนี้เปึ้นจุดขายครับ เปึนจุดขายรัฐธรรมนูญเรา และอย่างที่ได้เรียนไว้ ซึ่งผมคิดว่าท่านสมาชิกได้อภิปรายหลายท่านนี่นะครับ มันไม่ได้ยาก การที่ว่าเสนอ เข้ามาแล้วนี่ มันจะต้องแก้ไขนะครับ จะต้องมาเริ่มคุยกันใหม่หมดเลย กระบวนการ ทั้งหมด ผมยังเรียนว่า ถ้า ๕๐,๐๐๐ นี่มากไปครับ ขอท่านช่วยไปคิดนิดหนึ่งนะครับว่า มันจะลดลงมาได้หรือเปล่านะครับ ผมยั่งยืนอยู่ ๒๐,๐๐๐ ครับ ท่านครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านธวัชครับ ผมเรียนท่านนิดหนึ่ง ผมก็ขอร้องกรรมาธิการลดลงนะครับ ๕๐,๐๐๐ นี่ ตัวเลขคราวก่อนที่ผ่านมานี่นะครับ การลงชื่อเพื่อจะถอดถอนนี่ยาก แต่ก็ยังมีคนพอทำได้ นะครับ ยังมีโอกาสทำได้ แต่ถ้าง่ายไปมันก็มีปัญหา ผมก็ขอหารือท่านนะครับ เมื่อกี้ผมขอให้กรรมาธิการลดลงแล้ว เดี๋ยวท่านพิจารณาดูอีกทีหนึ่ง ถ้าง่ายไปนี่มันก็จะยุ่ง ทั้งประเทศเปึนไปได้นะครับ นี่รัฐธรรมนูญนะครับ ไม่ใช่กฎหมายทั่วไป เดี๋ยวผมฟัง ท่านการุณก่อนนะครับ แล้วท่านลองพิจารณาดู เชิญท่านการุณครับ

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธานที่เคารพครับ การุณ ใสงาม สสร. นะครับ เอาล่ะ น้ำใจของกรรมาธิการวันนี้รู้สึกว่าจะดีขึ้นเยอะ ฟังตัวเลขเริ่มจะพอเข้าใจ ได้บ้าง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะลองเทียบเคียงตรงนี้นิดหนึ่งนะ ท่านประธาน ลองนึกดูว่า ๕๐,๐๐๐ นะ เปึนการเสนอร่างรัฐธรรมนูญเข้ามาเพื่อเปึ้นทางออกให้กับ ประชาชน ท่านประธานลองเทียบเคียงระหว่าง ๕๐,๐๐๐ กับ หนึ่งในห้า คือถ้าเปึน สส. น่ะ หนึ่งในห้า ถ้าเปึ้น สส. บวก สว. ก็หนึ่งในห้าของรัฐสภา ท่านประธานเทียบเคียง ระหว่างไปหาลายเซ็นของประชาชน ๕๐,๐๐๐ ชื่อ ท่านคิดว่าอันไหนจะยาก อันไหน จะง่ายกว่า นี่ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ ท่านลองดูเถอะครับ ถ้า สส. หรือ สว. เข้าร่วมกันเพื่อจะแก้ รัฐธรรมนูญอย่างหนึ่งในห้านี้ โอกาสเกิดขึ้นก็ง่าย ก็พอเปึ้นไปได้ แต่โอกาสของประชาชน ที่จะหาช่องทาง ๕๐,๐๐๐ ชื่อ มันจะยาก เรียกว่าใน ๑ สมัยประชุม ใน ๑ ป้ ๒ ป้ ๕ ป้ ๖ ป้ หมดสมัยประชุม ๑ ป้ ๒ ป้ ๓ ป้ ๕ ป้ กว่าจะได้นะ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องเคลื่อนไหว ขนาดใหญ่ ทำความเข้าใจขนาดใหญ่ ร่วมกันรับรู้ขนาดใหญ่ จึงมาร่วมเซ็นชื่อกันได้ ขนาดใหญ่ถึง ๕๐,๐๐๐ ต่อรองท่าน ตัวเลขสวยเลยตอนนี้ ทั้งเล่มของท่านนี่นะครับ จะตัวเลขสวยหมด คือประชาชนเสนอแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติ ๑๐,๐๐๐ เสนอขอ ถอดถอนบุคคล ๒๐,๐๐๐ เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๓๐,๐๐๐ ๑ ๒ ๓ อัตราส่วนอย่างนี้ คนจำง่าย ผมว่าพวกเราท่องจำกลับบ้านไปเลย ไปหาประชามติจากพี่น้องประชาชน บอกรัฐธรรมนูญฉบับเรานี้เป่ดโอกาสแล้ว เป่ดช่องทางแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญลงมาแล้ว เหลื่อมาแค่ ๓๐,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐ คน ท่านที่เคารพ ท่านลองดูเถอะ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย คนชุมนุมเปึนแสน ขอให้มาเซ็นชื่อได้แค่ ๓๐,๐๐๐ คนนี่ ก็ยังไม่ได้ท่าน ยากมาก ลองดูครับท่านกรรมาธิการครับ ท่านลองไตร่ตรองดูลึกอีกนิดนะครับ ใช้เวลาสักนิดหนึ่ง ก็ไม่เปึ้นไรครับ ๑ ๒ ๓ ๑๐,๐๐๐ ร่างพระราชบัญญัติ ๒๐,๐๐๐ ถอดถอน ๓๐,๐๐๐ แก้ไขรั่ฐธรรมนูญ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ คือเรียนท่านการุณ เมื่อกี้ท่านการุณอภิปราย ผมเข้าใจว่าท่านการุณยืนอภิปรายนี่ คือจะรับของกรรมาธิการนะครับ เพราะท่านการุณเปึนคนบอกเองว่า กรรมาธิการ ขอลดลงมาจาก ๑๐,๐๐๐ ๒ ๐,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐ นะครับ มันอยู่ในเงื่อนไข ท่านการุณหมด พอเขายอม ๕๐,๐๐๐ ท่านบอกเปึ้น ๓๐,๐๐๐ ผมว่าเดี๋ยวมันไม่จบ ถ้าท่านไม่บอกตัวเลข ๕๐,๐๐๐ สักครู่นี้นะครับ ผมก็คงจะไม่พูดตรงนี้นะครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธานครับ การต่อรองอย่างนี้นะครับ ต้องใช้เวลานิดหน่อย มันก็ต้องมีตัวเลขให้เลือกกันหลายทาง

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

ท่านประธานครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ครับ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน ผมคิดว่ากรรมาธิการที่พูดว่า ไม่ให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในกรรมาธิการหรือไปชี้แจงญัตติในสภา ฟังดูก็พอมี เหตุผล แต่อยากจะกราบเรียนให้ลองคิดนิดหนึ่งนะครับ ประชาชน สมมุติว่ากี่หมื่น ก็แล้วแต่เข้าชื่อ เสร็จแล้วพอส่งมาในสภาไม่มีโอกาสชี้แจงอะไรทั้งสิ้นว่าตัวเองเสนออะไร เข้ามา วาระหนึ่งอาจจะตกไปเลยก็ได้ หรือไม่อย่างนั้น ถ้าสภารับวาระหนึ่ง ตั้งกรรมาธิการแปรญัตติ ไม่มีโอกาสเข้าไปดีเฟ็น อะไรทั้งสิ้น ตกลงถูกแก้ไขบิดเบือนเหมือนกับสมัยที่เราทำพระราชบัญญัติป์าชุมชน ออกมาอีกอย่างหนึ่ง ขึ้นต้นไปอย่างหนึ่ง ออกมาอีกอย่างหนึ่งก็ได้ อันนี้ผมไม่ว่าอะไร นะครับ อันนี้ช่วยกรุณาพิจารณาอย่างมีเหตุมีผลตรงนี้นิดหนึ่ง ถ้าท่านยั่งยืนตรงนี้นี่ จะมีสุ้มเสียงอะไรที่บอกว่า ให้ประชาชนเข้ามาเปึ้นที่ปรึกษาของกรรมาธิการ หรือจะต้อง เชิญประชาชนมาเพื่อที่จะให้อยู่ในที่ประชุม เผื่อกรรมาธิการจะเชิญให้ช่วยอธิบาย คือไม่อย่างนั้นแล้วผมคิดว่าไม่มีอะไรเลยครับ กลายเปึนว่าประชาชนตั้งลูก แล้วคนอื่น ก็เอาไปแก้ไข แปรญัตติ ท่านก็รู้ว่าในวงการสภานี่เข้าแปรญัตติบิดไปได้เรื่อย ๆ แล้วในที่สุดออกมา โอ้ เปึ้นอีกเรื่องหนึ่ง ประชาชนจะร้องพระเจ้า ออกมาเปึนอย่างนี้ ได้อย่างไร อันนี้ฝากคิดนะครับ ด้วยเหตุด้วยผลจริง ๆ เลย แล้วกรณีที่เมื่อกี้ที่เกือบจะ ลงตัวแล้วนะครับ ๕๐,๐๐๐ ๒๐,๐๐๐ นี่ ผมอยากจะขอร้องทางกลุ่มของคุณธวัช ได้ไหมครับ ถ้ามาลงกันที่ ๓๐,๐๐๐ ผมอยากจะขอร้องเถอะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้ว ๓๐ ,๐๐๐ ก็ยากนะครับ ผมทราบดี แต่ว่าถ้าลงกันได้ประมาณนี้นี่ผมว่าน่าที่จะไปกันได้ เพราะประชาชนเพียงแค่เริ่มต้นเฉย ๆ ไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ ลองพิจารณากัน สักนิดหนึ่ง ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คือตัวเลขของท่านตอนนี้นี่นะครับ ของท่านธวัชอยู่ ๒๐,๐๐๐ ของท่านการุณนี่ ๑๐,๐๐๐ อันนั้นกรรมาธิการเขายังไม่ได้รับครับ กรรมาธิการเขาลดมา ๕๐,๐๐๐ ถ้าจะโหวต ก็คือ ๕๐,๐๐๐ ๑๐,๐๐๐ ๒๐,๐๐๐ เว้นไว้แต่กรรมาธิการเขายอมรับของใครที่จะขอเพิ่ม ขอแก้อะไรนี่นะครับ ผมก็จะให้โหวตตัวเลขนั้นนะครับ ผมต้องถามกรรมาธิการครับ กรรมาธิการครับ เชิญครับ ตัวเลขท่านยังคงยืนยัน หรือจะขอเห็นชอบกับตัวเลขไหน ก็เชิญครับ

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพ กระผม ประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกว่า เดิมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี่นะครับ คนที่เสนอได้มีเฉพาะ ครม. สส. สส. และ สว. รวมกันนะครับ คนที่มีเสียงในสภา ๓๗๗ เสียงนี่นะครับ ถ้าเขาอยากแก้รัฐธรรมนูญนะครับ เขาแก้เมื่อไรก็ได้ เขาไม่อยากแก้ รัฐธรรมนูญ ใครก็แก้ไม่ได้ในประเทศนี้ กรรมาธิการได้เป่ดช่องมาอีกช่องหนึ่งนะครับ ว่าประชาชน ๑ แสนชื่อ คนที่มี ๓๗๗ เสียง ไม่ยอมแก้ ประชาชน ๑ แสนชื่อนี่เสนอ ดูสิ ท่านจะอยู่ได้ไหมนะครับ เป่ดอีกช่องหนึ่ง เหตุที่เอาจำนวนเยอะตอนแรกนี่คิดว่า เทียบเคียงกับต่างประเทศ แต่จากรับฟังมานี่ท่านก็มีเหตุมีผลนะครับ เราก็รับฟัง เราลดลง มาเหลือ ๕๐,๐๐๐ นะครับ ตามที่ท่านอภิปรายด้วย ยอมรับฟังในเหตุผลว่า เออ บ้านเรานี่ มันอาจจะไม่เหมือนกับต่างประเทศ ก็ยอมรับในระดับหนึ่ง แต่ท่านเชื่อผมเถอะครับ เวลาประชาชนเขาเข้าชื่อกันนี่นะครับ มาถึง ๑๐,๐๐๐ ๒๐,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐ นี่ นะครับ รัฐบาลอยู่ไม่เปึนสุขแล้วครับ คนที่เปึน สส. นี่นะครับ เปึนผู้แทนจากประชาชนนี่ ท่านอ้างเปึนผู้แทนจากประชาชนนี่นะครับ คนเข้าชื่อไล่มาเรื่อยจนถึง ๔๐,๐๐๐ นี่ ท่านนั่ง อยู่ในสภาเปึ้นสุขใช่ไหมครับ ฉะนั้นนี่แรงกดดันมันมีเปึนลำดับครับ ผมขอเถอะครับว่า ๕๐,๐๐๐ นี่เปึ้นจำนวนที่สมควร และถ้าท่านคิดว่าเยอะนะครับ มีนักการเมืองเคยเสนอ ถอนคนที่ตัดสินคดีตัวเองนี่ หาได้ ๕๐,๐๐๐ นะครับ แล้วรัฐธรรมนูญนี่มันไม่ใช่ประเด็น เรื่องปากท้องอย่างเดียวนะครับ มันเปึนประเด็นการเมืองด้วยนะครับ กระผมถึงอยากจะ ให้ท่านพิจารณาในหลาย ๆ แง่มุมนะครับ กรรมาธิการขอเสนอว่า ๕๐,๐๐๐ ตามที่ท่าน ได้ขอต่อรองมาครับ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

แล้วก็ตัวเลขนี่ ท่านยังยืนของท่าน หรือยัง

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ครับ มี ๒ ประเด็นนะครับ เราอภิปรายกันประเด็นที่ ๑ คือ ประเด็นเรื่องจํานวน ผมเสนอ อย่างนี้ครับว่า จริง ๆ ตัวเลขแสนนึ่ง ลดเหลือ ๕๐,๐๐๐ นี่ ผมเข้าใจว่าท่านการุณ จะยอมแล้วนะครับ เหมือนกับที่ท่านประธานว่า ว่าท่านการุณพูดเองนะครับว่า ๕๐,๐๐๐ ถ้าตัวเลขนี้ไม่ได้พูดนี่ก็คงไม่มีปัญหา ผมคิดว่า ๕๐,๐๐๐ ที่ลดลงมาเปึนการเป่ดช่องที่ดี พอสมควรแล้ว รัฐธรรมนูญควรแก้ง่ายครับ ง่ายกว่าเดิม แต่ไม่ใช่แก้ง่ายจนเกิดปัญหากับ สถาบันการเมือง เกิดปัญหากับการเมืองของประเทศ ไม่ใช่ป้หนึ่งจะแก้ทุกป้นะครับ รัฐธรรมนูญไม่ควรแก้ บ่อยมาก แต่ควรแก้ในเรื่องหลักการสำคัญ ๆ ของประเทศ ที่สำคัญเราเป่ดช่องจำนวน ประชากรว่า ๕๐,๐๐๐ เสนอได้นี่ ผมคิดว่าน่าจะเปึนลู่ทาง ตัวเลข ๕๐,๐๐๐ ผมยังยืนยัน ครับว่าถ้าจะมีประชาชนเห็นว่าควรจะแก้นี่ แก้ได้ทุกป้ล่ะครับ ไม่มีปัญหาเลยครับ ๕๐, ๐๐๐ คนนี่นะครับ ถ้าเปึนเรื่องสําคัญของประเทศ แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องสําคัญของประเทศ การรวบรวมมา ๕๐,๐๐๐ ก็อาจจะไม่ได้ อันนี้ก็เปึ้นเรื่องปกติธรรมดาทั่ว ๆ ไป นี่ ประเด็นแรกที่ผมอยากเรียน เพราะฉะนั้นที่ท่านประธานถามว่า กรรมาธิการเห็นอย่างไร กรรมาธิการก็เห็นว่าควรจะ ๕๐,๐๐๐ ครับ แล้วถ้าท่านสมาชิกสภาร่างจะให้ลงมติ ก็ขอว่าเปึน ๒๐,๐๐๐ กับ ๕๐,๐๐๐ หรือหมื่นนึ่งกับ ๕๐,๐๐๐ นะครับ เพื่อจะลงมติ ในเรื่องนี้

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของที่ท่านเจิมศักดิ์เสนอนะครับว่า จะมีกระบวนการ อะไรให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการนี้หรือไม่นะครับ กรรมาธิการก็รับ ท่านเจิมศักดิ์นะครับว่า เดี๋ยวจะไปเพิ่มอีกเรื่องหนึ่งได้ไหมครับ เรื่องให้ประชาชนเปึน ที่ปรึกษานี่คงขออนุญาตว่าจะไม่รับ แต่รับว่าอาจจะไปเขียนว่า กรรมาธิการที่แก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนี่ต้องฟังความเห็นประชาชนที่เขาเสนอมาด้วย ขออนุญาตเอาหลักนี้ นะครับ แล้วเดี๋ยวไปคิดคําอีกทีนะครับว่าประชาชนที่เสนอร่างเข้ามานี่ เราคงไม่ให้เปึ้น กรรมาธิการหรอกนะครับ ตามที่ผมได้เรียนไว้ แต่ว่าเราต้องเอาประชาชนกลุ่มนั้นน่ะ ผู้แทนเขามา แล้วมาฟังว่าเขาคิดเห็นอย่างไรบ้างในการแก้ไขเพิ่มเติมนะครับ ขออนุญาต เอาหลักการนี้ แล้วเดี๋ยวไปคิดตัวบทอีกทีหนึ่งครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ อาจารย์วิทธยารอเดี๋ยวนะครับ ผมคุยกับท่านธวัชนิดหนึ่งนะครับ ผมหารือ ท่านธวัชนะครับ ลองดูตัวเลข เดี๋ยวพอร่างเสร็จปัูบ ประกาศใช้ปัูบนะครับ ๒๐,๐๐๐ มาขอแก้แล้วนะครับ ยังไม่ทันทําอะไรเลยครับ นะครับ ท่านอย่างไรครับ ถ้าท่านยืน ผมจะถามมตินะครับ

นายธวัช บวรวนิชย์กูร

ผมขอให้ท่านศิวะได้อภิปรายแทนผมได้ไหมครับ ต่อประเด็นนี้ เพราะว่าจริง ๆ แล้วนี่ครับ ผมต้องขอบคุณนะครับที่ว่าผมเริ่มต้นจาก ๒๐,๐๐๐ ท่านกรรมาธิการยกร่างนี่กรุณาลดลงมาเหลือ ๕๐,๐๐๐ ผมต้อง ขอบคุณมาก ความใจกว้างในเรื่องนี้ ซึ่งถือว่าเปึนความใจกว้างต่อประชาชนโดยรวม นะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมคิดว่าตัวเลขนี้นี่นะครับ ผมอยากจะมอบให้ท่านศิวะได้อภิปราย เล็กน้อย ก่อนที่เราจะมีการสรุปเรื่องนี้ ผมยังไม่อยากมีการโหวตนะครับ ผมเชื่อว่าเหตุผล นี่ของสภาร่างเราทุกคน สมาชิกเราทุกคนนี่นะครับ ล้วนแต่เปึ้นเหตุผล ซึ่งเกิดประโยชน์ ต่อรัฐธรรมนูญเรา ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ในฐานะที่ผมเอง ผมทํางาน ด้านประชาสัมพันธ์ของสภาร่างนี้นี่นะครับ ผมจะเรียนว่านี่คือจุดขายแท้ ๆ เลยของเรา นะครับ ซึ่งจะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งนะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ต้องระวังครับ เพราะขายไปแล้วเดี๋ยวขาดทุนนะครับ ถ้าอาจารย์ศิวะจะพูด เดี๋ยวผม ให้ท่านวิทธยาก่อนนะครับ เพราะว่าท่านยกมือนานแล้ว

นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม วิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ สสร. ครับ ก็ขอบคุณท่านกรรมาธิการยกร่างที่ท่านยอมูลดลงมาถึง ๒๐, ๐๐๐ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเปึนห่วงขณะนี้คือกระบวนการครับท่าน กระบวนการที่ ในร่าง รัฐธรรมนูญบอกว่า หลังจากที่ประชาชนเสนอมาแล้วนี่ แล้วก็นําเข้าสู่ญัตติ การแก้ไข ทํา ๓ วาระ สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นก็คือว่า ท่านใช้เวลากี่วันกว่าจะสํารวจตรวจสอบ คน ๕๐,๐๐๐ ถูกต้องและมีสิทธิ เปึนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ใช้สิทธิจริง ๆ ถูกต้อง กระบวนการ ตรงนี้นี่ถ้าไม่กําหนดเวลาไว้บ้างนี่นะครับ ถ้าหากว่าจะมีการดึงให้มันช้าไปนี่ ๕๐,๐๐๐ เสนอตรวจสอบไป ๕ เดือน หรือป้หนึ่ง มันก็ไม่สำเร็จสักทีหนึ่ง ผมอยากให้มีกระบวนการ เขียนไว้สักนิดหนึ่งว่า ภายในระยะเวลา ๑๘๐ วันอะไรก็ยังดี ที่จะให้มันมีกรอบในการ ปฏิบัติภารกิจว่า ประชาชนที่เสนอมาแล้วนั้นนี่จะได้รับการพิจารณาเมื่อไร อย่างไร เพราะอันนี้ไม่ได้บอกเลยครับ รู้แต่ว่าเข้า ๓ วาระ แต่กว่าจะเข้าวาระหนึ่งเมื่อไรครับ ท่านจะต้องตรวจสอบอย่างไร เพราะท่านต้องตรวจสอบแน่ว่า คนที่เสนอมา ๕๐,๐๐๐ นั้น มีสิทธิถูกต้องสมบูรณ์หรือไม่ ผมฝากประเด็นนี้นะครับ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ เดี๋ยวให้กรรมาธิการตอบ เพราะเขามีกระบวนการอยู่นะครับ เดี๋ยวค่อยตอบนะครับ ครับ ท่านศิวะครับ ท่านคนสุดท้ายแล้วนะครับ

นายศิวะ แสงมณี

ครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศิวะ แสงมณี สสร. นะครับ ก่อนอื่นก็ขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณาให้ผมเปึ้นอาจารย์ไปอีกคนหนึ่ง เพราะในสภานี้ตอนนี้เปึนอาจารย์กันทุกคนแล้วนะครับ ผมก็ห่วงใยว่ามหาวิทยาลัยไหน จะเป่ดให้พวกเราสอนกันบ้าง ท่านประธานครับ คือที่คณะกรรมาธิการได้เพิ่มเรื่องของ ประชาชนนี่ ผมยอมรับว่าเปึนความคิดเห็นที่ดีมากนะครับ เปึนการแสดงว่าเรานี้ยังเคารพ ประชาชนอยู่ แต่ถ้าเราจะเคารพประชาชนนี่ จริง ๆ แล้วในส่วนตัวผมนี่ เคารพให้มันสุด ๆ ไปเลยครับ อย่าไปเคารพครึ่ง ๆ กลาง ๆ นะครับ ถ้าเคารพครึ่ง ๆ กลาง ๆ นี่ประชาชนจะไม่เคารพเรา นะครับ อันนี้ผมก็เลย แต่ว่าอย่างไรก็ตามด้วยความใจกว้างของท่านกรรมาธิการที่กรุณา ลดจํานวนลงมา ถ้าพูดเรื่องจำนวนนี่ผมเองไม่ค่อยกล้าจะอภิปรายครับ กลัวท่าน อาจารย์ใหญ่วิชาจะดุผมอีกครับ พอพูดตัวเลขท่านอาจารย์วิชาเมื่อวานรู้สึกดุ อาจารย์การุณไปที่หนึ่งแล้ว ผมดูนะครับ วันนี้ผมเลยกลัวอาจารย์วิชาจะดุ แต่ผมคิดว่า จำนวน ๕๐,๐๐๐ ที่คณะกรรมาธิการได้เสนอนั้น ผมก็ว่าเปึนความใจกว้างพอสมควร นะครับ ซึ่งผมคิดว่า ๕๐,๐๐๐ นี้ก็เราคุย ๆ กัน ก็เท่าที่พยักหน้ากันก็พอจะรับได้ อันนี้ ก็พวกเราก็ไม่ใช่ดื้อดึงนะครับ เราเปึนนักเรียนใหม่ เราก็ไม่อยากจะดื้อดึง กลัวครูใหญ่จะ เอาไม้มาฟาดเฟื่ดเอานะครับอันนี้ แต่ขอนิดเดียวนะครับว่าในการที่เราข้อ ๕๐,๐๐๐ ก็ได้ แต่ขอว่าในกระบวนการของการยื่นต่าง ๆ นี่ ขอให้สามารถไปใช้ตามมาตรา ๑๕๙ วรรคสี่ ได้ไหมครับ คือขอให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าไปเปึนกรรมาธิการ หรืออะไรต่าง ๆ เหล่านี้ มันพอจะมีทางความเปึนไปได้ไหมครับ เพราะว่าถ้าเราเคารพประชาชนจริง ๆ นี่ ตอนเสนอแล้วก็ขอโอกาสให้เขาได้มีโอกาสเข้าไปชี้แจง เพราะว่าผมว่ากระบวนการกว่าจะ แก้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ รัฐธรรมนูญนี่ ถึงยื่นไปอย่างไร ผมว่าถ้าเขาไม่แก้ อย่างที่เมื่อกี้ ท่านอะไรนะ ท่านอาจารย์ประพันธ์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านได้พูดเอาไว้นะครับว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้า สส. สว. ไม่เอานี่ เลิกเลย แต่อย่างน้อยทำให้ประชาชนรู้สึกว่า รัฐธรรมนูญนั้นไม่ใช่ของสุดเอื้อม จนกระทั่งเขาเอื้อมไม่ถึงนะครับ ขอให้เขามีโอกาส ถ้าเขาเห็นว่าไม่ถูกต้อง เขาก็สามารถที่จะเสนอความคิด ความเห็นในการแก้ไขได้ ซึ่งจะ ทําให้รัฐธรรมนูญนี้อายุยืนยาวมากกว่านะครับ เพราะที่จริงมาตรานี้ไม่ต้องระบุเลยก็ได้ เพราะคนเพียงสี่ห้าคนก็สามารถจะแก้ได้ คือแก้ทั้งฉบับไปเลยนะครับ เหมือนอย่างที่เรา ผ่านมานี่นะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าไหน ๆ ก็จะให้โอกาสประชาชน แล้วก็อยากจะ ขอความกรุณาสักนิดหนึ่ง ก็สุดแต่ท่านกรรมาธิการจะได้กรุณาพิจารณาเถอะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ขอบพระคุณครับ น่าจะเห็นพ้องต้องกันได้นะครับ ท่านอาจารย์สมคิด เชิญครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการครับ ขออนุญาตเรียนชี้แจงสั้น ๆ ต้องขอบคุณ ท่านศิวะ แสงมณี ท่านธวัชนะครับ ท่านการุณนะครับ อาจารย์เจิมศักดิ์ด้วยครับ ทุกท่านครับ ที่ให้ยื่นที่ตัวเลข ๕๐,๐๐๐ ก็ขออนุญาตตามที่ท่านศิวะได้เรียนถามนะครับ ว่า ผมก็รับกับของท่านอาจารย์เจิมศักดิ์แล้วนะครับ ว่าจะไปเขียนนะครับ ว่าให้ประชาชน สามารถเข้าไปชี้แจงแสดงความคิดเห็นของตัวเองได้นะครับ ในเรื่องที่เกี่ยวกับร่างที่ ประชาชนร่างมา แล้วก็รับที่ท่านวิทธยานะครับ ได้ตั้งข้อสังเกตนะครับว่า เดี๋ยวจะไป ขออนุญาตเขียนว่า จะต้องมีการออกกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อประชาชนในเรื่องนี้ด้วย นะครับ แล้วร้ายละเอียดไปเขียนในกฎหมายนั้น แต่หลักของอาจารย์เจิมศักดิ์นี่จะเขียน ในรัฐธรรมนูญเลยนะครับ เรื่องการให้ประชาชนมีส่วนเข้าไปชี้แจงได้นะครับ แต่รายละเอียดกระบวนการทั้งหลายนั้นน่าจะเขียนอยู่ในกฎหมายลูกอีกทีหนึ่งนะครับ ผมขออนุญาตอภิปรายเพิ่มเติมนิดเดียวเท่านั้นเอง ท่านประธานครับว่า ความจริง เรื่องการเข้าชื่อนี่ ความยากลำบากของการเข้าชื่อไม่ได้อยู่ที่จำนวนเท่านั้น แต่อยู่ที่ กระบวนการ อยู่ที่ขั้นตอนทั้งหลาย ที่มีปัญหามากพอสมควร เราได้พูดกันเรื่องการที่ต้อง ถ่ายเอกสารบัตรประชาชนของประชาชนนะครับ แล้วก็บัตรสำเนาทะเบียนบ้านนี่ ก็เปึน เรื่องที่ยากลำบากนะครับ คงบันทึกไว้ในความเห็นของเราโดยรวมก็ได้ว่า กระบวนการ ทั้งหลายทั้งปวงนี่คงต้องจัดให้มีกระบวนการที่ง่ายขึ้น เพราะเปึนกระบวนการเพียงแค่ เป่ดประตูให้แก่ประชาชนเท่านั้นเอง ไม่ใช่เรื่องให้ประชาชนเข้าไปตัดสินใจในเรื่องการ แก้ไขแต่ประการใดทั้งสิ้นครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกท่าน ที่ผมได้เอ่ยนามครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ถือว่าเห็นพ้องต้องกันทั้งสภานะครับ ส่วนรายละเอียด เดี๋ยวทางกรรมาธิการยกร่าง ช่วยกรุณาทำเปึนลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจน เพื่อให้ท่านสมาชิกได้เห็นชอบครั้งสุดท้าย นะครับ ขออนุญาตผ่านมาตรา ๒๘๒ นะครับ เชิญท่านเลขาดำเนินการต่อครับ คือขอหารืออย่างนี้ครับ บทที่จะพิจารณาต่อไป ในส่วนของบทเฉพาะกาลนะครับ เพียงแต่ว่าปรึกษากับกรรมาธิการยกร่างแล้วนะครับ มีมาตราที่แขวนอยู่นี่นะครับ กรรมาธิการต้องใช้เวลา ในการที่จะต้องเขียนออกเปึ้นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจน ซึ่งส่วนใหญ่นี่นะครับ หลักการทั่วไปนี่จะตรงกันอยู่แล้วนะครับ แล้วก็หลักการทั้งหลาย ก็ผ่านความเห็นชอบจากสภา เพียงแต่กรรมาธิการจะต้องไปเขียนออกมาให้ชัดเจน ซึ่งเรา ประชุมกันเกือบทุกวันนี่นะครับ ก็หารือว่ากรรมาธิการยกร่างยังทําไม่เสร็จ พูดตรง ๆ นะครับ ยังเขียนออกมาแจกให้ท่านไม่เสร็จ ก็จะขอพิจารณาในส่วนของบทเฉพาะกาล นะครับ ซึ่งก็หารือกันไว้แล้วครับว่า มาตราใด ส่วนใด ที่ไม่ได้ไปเกี่ยวพันกับส่วนที่แขวน นะครับ หรืออาจจะเกิดปัญหาในการจะเขียนนะครับ หรือยังไม่สมบูรณ์กับการจะพิจารณาก็จะแขวนไว้ก่อน ส่วนมาตราใดที่สามารถพิจารณา โดยไม่ติดขัดในเรื่องใดก็จะพิจารณาไปก่อนเลยนะครับ ขอดำเนินการตามนี้นะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นางอุมาสีว์ สอาดเอี่ยม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

บทเฉพาะกาล ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๘๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๘๔ มีการแก้ไข

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เชิญทางกรรมาธิการ ส่วนที่แก้ไขนะครับ ช่วยอธิบายด้วยครับ เชิญครับ

นายอัชพร จารุจินดา กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ กระผม อัชพร จารุจินดา กรรมาธิการครับ สําหรับบทเฉพาะกาล มาตรา ๒๘๔ นี้ ของเดิมก็คือ เปึนการบัญญัติรองรับสภานิติบัญญัติแห่งชาติว่าจะทำหน้าที่ไปถึงเมื่อไร หลังจากรัฐธรรมนูญใช้แล้ว ที่เสนอไว้ก็คือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติจะทําหน้าที่ต่อไป จนกระทั่งมีการประชุมรัฐสภาครั้งแรก ตามมาตรา ๑๒๒ ก็คือ ๓๐ วัน นับจากวันเลือกตั้ง ที่จะมีการประชุมรัฐสภาครั้งแรก สิ่งที่เพิ่มเติมเข้าไปนั้นเพื่อความชัดเจน เนื่องจากว่า ตอนทำรับฟังความคิดเห็นมีจากหลายองค์กรที่ยังสงสัยในบางเรื่อง ก็เลยเพิ่มเติมไปว่า ในระหว่างที่สภานิติบัญญัติยังทําหน้าที่อยู่นั้น ถ้าในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนี้ หรือแม้แต่ทางกฎหมายอื่นกำหนดให้ประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือ ประธานวุฒิสภาเปึ้นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งในขณะที่ยังไม่ได้มีการ ประชุมรัฐสภาครั้งแรกนั้นยังไม่มีทั้ง ๓ ท่าน ก็กําหนดให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เปึ้นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ในระหว่างนั้นเปึ้นเรื่องในทางปฏิบัติครับ และวรรคถัดไปนั้นก็บัญญัติรองรับว่า ในบางเรื่องตามรัฐธรรมนูญนี้เอง หรือ ตามกฎหมาย บางกฎหมายบัญญัติว่า การกระทำบางสิ่งบางอย่างนั้น ต้องได้รับความ เห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามลําดับ แต่ทีนี้ถ้าในขณะที่ยังไม่ได้มีการ ประชุมรัฐสภาหรือการเลือกตั้งยังไม่เสร็จนั้น ก็จะเหลือเพียงแค่สภาเดียว คือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งทำหน้าที่ชั่วคราวในขณะนั้น ก็บัญญัติรองรับเพื่อขจัดความ สงสัยเสียว่า ในขณะนั้นถ้ามีสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพียงสภาเดียวก็จะเปึ้นผู้ทำหน้าที่ ให้ความเห็นชอบแทนทั้ง ๒ สภานะครับ ส่วนในวรรคถัดไป มีการเพิ่มเติมมาตราที่ขาดอยู่ ว่า กรณีนี้เมื่อเปึ้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ไม่อาจน้ำบทบัญญัติเกี่ยวกับคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง หรือการดำเนินการของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา ซึ่งมาจากการเลือกตั้งมาใช้ได้ ก็จําเปึ้นที่จะต้องยกเว้น บทบัญญัติเหล่านั้นให้ทั้งหมด แต่ว่ายังตกหล่นอยู่บางมาตรา ก็เลยมาเพิ่มในคราวนี้ครับ ส่วนมาตราสุดท้าย วรรคสุดท้ายที่บอกว่า ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๔๙ มาใช้บังคับกับ การสิ้นสุดตำแหน่งของสภานิติบัญญัติแห่งชาติด้วยโดยอนุโลม นั่นก็คือ ๑๔๙ ก็คือการที่ กฎหมาย การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่ยังค้างอยู่ในการดำเนินการของ สภานิติบัญญัติก็ยังสามารถที่จะค้างและไม่ตกไปทันที เมื่อมีรัฐบาลใหม่มาจากการ เลือกตั้ง ถ้ารัฐบาลใหม่นั้นเห็นสมควรว่า หลักการของร่างกฎหมายนั้นควรจะดําเนินการ ต่อไปก็สามารถดำเนินการต่อไปในขั้นตอนต่าง ๆ ที่ค้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรหรือ วุฒิสภาได้ต่อไป เพื่อให้การดําเนินการกฎหมายที่เปึนประโยชน์ในหลาย ๆ ฉบับนั้น ได้ดําเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเปึนหลักการเดียวกันกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กรณีที่ เมื่อสภาพ้นไปกฎหมายก็ยังไม่ตกไปทันที แต่รัฐบาลใหม่เข้ามานั้นสามารถเสนอกฎหมาย นั้นได้ครับ อันนั้นคือที่แก้ไขใหม่ครับ ท่านประธานครับ อย่างไรก็ตามกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากที่มีการเสนอร่างนี้แล้วนั้น ก็ปรากฏว่าเมื่อไปพิจารณา บทบัญญัติข้างใน ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงไปบางประการ ก็เกิดปัญหาขึ้นมาว่า สิ่งที่เขียน ขึ้นมาใน ๒๘๔ นั้น เขียนขึ้นโดยความเข้าใจว่า การเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งวุฒิสภานั้นจะได้มาพร้อมกัน และเมื่อมีการเป่ดประชุมรัฐสภานั้น มีทั้ง ๒ สภาพร้อมกันแล้ว แต่เมื่อมาพิจารณาหรือคำนึงกับการทำงานของ กกต. ก็ปรากฏว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปในร่างรัฐธรรมนูญนี้ก็คือ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ก็เหมือนเดิมจริง แต่ว่าของวุฒิสภานั้นมีทั้งการเลือกตั้งและการสรรหา ในการดําเนินการของ กกต. นั้น จำเปึนต้องดําเนินการทางด้านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เสร็จสิ้นไปเสียก่อน การกระทำ คู่กัน และให้ราษฎรเลือกพร้อมกันทั้ง สส. สว. นั้นจะเกิดความสับสนเปึนอย่างยิ่ง ทั้งในด้านของผู้เลือก ทั้งในด้านการโฆษณาหาเสียงต่าง ๆ ทั้งในด้านการเตรียมการ ของ กกต. เอง จึงเปึ้นไปได้ว่าในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภาครั้งแรก นั้นน่ะ จำเปึนต้องเหลื่อมเวลากัน และในที่สุดจะได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นก่อน สมาชิกวุฒิสภา พอได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นก่อนนี่ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ จะต้องมีการประชุมครั้งแรกภายใน ๓๐ วันทันที ซึ่งในขณะนั้นอาจจะยังไม่มีวุฒิสภา ก็จะเกิดปัญหาซึ่งไม่อาจดำเนินการต่อไปได้ คณะกรรมาธิการก็คิดว่าคงน่าจะต้องเติม หรืออุดช่องว่างในตรงนี้นะครับว่า เมื่อถึงเวลาที่จะต้องมีการประชุมรัฐสภาครั้งแรกนั้น ถ้ามีแต่เพียง สส. สภานิติบัญญัติแห่งชาติอาจจะต้องทำงานต่อ แต่เปลี่ยนฐานะเปึน สมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้การดําเนินการของสภานั้นเดินหน้าต่อไปได้ในการแต่งตั้ง ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการต่อไป ส่วนเมื่อใดก็ตามวุฒิสภา พิจารณาดำเนินการเลือกตั้งหรือสรรหาเสร็จ สภานิติบัญญัติแห่งชาติถึงจะหมดนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เตรียมไว้แต่บังเอิญยังไม่ได้นํามาแจกต่อที่ประชุมนะครับ ขออนุญาต กราบเรียนเปึนแนวทางว่า สิ่งที่คณะกรรมการเตรียมไว้ คือจะเพิ่มข้อความ ลงไปอีกวรรคหนึ่งว่า ในกรณีที่ปรากฏว่าเมื่อต้องมีการประชุมรัฐสภาเปึนครั้งแรก ตามมาตรา ๑๒๒ แล้ว แต่ยังไม่มีวุฒิสภาให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติทําหน้าที่วุฒิสภา ต่อไป จนกว่าจะมีวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญนี้ และกิจการใดที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ดําเนินการในระหว่างเวลาดังกล่าวให้มีผลเปึนการดําเนินการของวุฒิสภา จะขออนุญาตกราบเรียนเสนอเอกสารอาจจะเปึนพรุ่งนี้ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านอัชพรครับ มาตรา ๒๘๔ ที่ท่านอธิบายนี่ อันนี้เปึนตัวอย่าง นะครับ คือถ้ายังไม่ยุตินี่นะครับ ขอให้ท่านแถลงเลยบอกว่าขอแขวนไว้เลยนะครับ เพราะอย่างน้อยที่สุดท่านจะต้องนำข้อเสนอเปึนเอกสารแจกสมาชิกก่อนนะครับ อันนี้เปึ้นตัวอย่างนะครับ เพราะฉะนั้นมาตราต่อ ๆ ไปนี่ ท่านช่วยบอกก่อนเลยจะได้ไม่ต้อง เสียเวลาตรงนี้นะครับ มาตรา ๒๘๔ ขอแขวนไว้ก่อนนะครับ มาตราต่อไปครับ ท่านเลขาธิการครับ เดี๋ยวครับ ท่านสมาชิกไม่เห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ท่านการุณครับ

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธานที่เคารพครับ บัดนี้ก็ได้ลุล่วงของการ พิจารณามาพอสมควร จนกระทั่งถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังเหลือเพียงบทเฉพาะกาล จะพิจารณาต่อไปนี้ก็คงจะแขวน ๆ เชื่อผมเถอะท่านครับ จะแขวนเกือบทุกมาตราเท่าที่ ผมดูรายละเอียดนะครับ แม้จะไม่มีเอกสารอยู่บนโต๊ะผมก็ตาม ผมจําได้ว่ามีอะไรบ้าง แขวนเกือบทุกมาตรา อย่ากระนั้นเลยท่านประธานครับ อนุญาตให้ทางกรรมาธิการได้มี เวลาไปทบทวน แล้วก็ทําเรื่องเหล่านั้นนะครับ สักวันหรือสองวัน นำเสนอพวกเราปัูบนี่ นะครับ ส่วนใหญ่ก็จะเปึ้นเรื่องที่มีมติอยู่แล้ว แต่เดิมตั้งแต่มาตราแรกจนถึงมาตราสุดท้าย ผมค่อนข้างจะเชื่อได้ว่าจะพิจารณาได้ด้วยเร็ว เพราะอะไร เพราะแต่ละอย่างนั้นเปึนมติ อยู่แล้วครับ จะปัูบ ปัูบ ปัูบ ผมว่าจะทําอย่างนี้จะทําให้พิจารณาสะดวกและเร็ว และ ง่ายกว่า กรรมาธิการจะมีเวลาไปทำงานตั้งแต่ตอนนี้เลยครับ เรียงลำดับไปเรื่อย ทบทวน มติแต่ละมาตรา ๆ ที่ผ่านมาว่าอะไรบ้าง จะต้องมาห้อยท้ายอะไรบ้าง จะต้องมาโยงยึด เพราะมันจะต้องโยงยึดเลขมาตราเยอะมาก และบางเลขมาตรานั้นไม่ใช่โยงทั้งมาตรา นะ โยงเฉพาะวรรค บางเลขมาตราโยงทั้งวรรค์ โยงทั้งวงเล็บ ยาวครับท่านประธานครับ ไปทำเสียเถอะอย่างนี้ จะทำให้การพิจารณาของเราสะดวกและรวดเร็ว แม้วันนี้จะต้องพัก แต่ตอนนี้ก็ยินดี ไม่ขัดข้องครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ขอบคุณครับท่านการุณครับ ผมก็จริง ๆ ก็เห็นด้วยกับท่านการุณหมดนะครับ เพียงแต่ว่าก่อนเข้ามานี่ก็ถามกันแล้วว่า มีมาตราไหนไหมที่พอจะพิจารณาได้นะครับ หรือมีมาตราไหนที่ติดก็ขอให้แขวนไว้ครับ อย่างนี้ได้ไหมครับ เพื่อชัดเจนนี่นะครับ ก็หารือ ท่านเสียเลยนะครับว่า มันพอจะมีมาตราไหนที่พิจารณาได้ หรือว่าจะรอไว้ทั้งหมดตามที่ ท่านการุณเสนอนะครับ เชิญท่านกรรมาธิการครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ครับ สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการครับ ขออนุญาตหารือท่านประธานอย่างนี้ได้ไหม ครับว่า ผมเข้าใจว่าบางมาตราน่าจะพิจารณาไปได้เลย ยกตัวอย่างเช่น มาตรา ๒๘๕ นี่ หรือ ๒๘๖ นี่ คงพิจารณาไปได้เลยครับ ๒๘๗ อาจจะขอแขวนไว้ก่อนนะครับ -------------- ๒๘๘ ก็ไปได้เลยครับ ท่านประธานครับ ๒๘๙ อย่างนี้เปึ้นต้นนะครับ น่าจะพิจารณา ไปได้เลย ๒๙๐ ก็ได้ครับ เข้าใจว่ามีบางมาตราเท่านั้นที่จะแขวนไว้ ถ้าเราพิจารณาเร็ว ๆ ก็อาจจะเลิกเร็วครับ ขออีกสักชั่วโมงหนึ่งอะไรอย่างนี้ ท่านประธานครับ โดยประมาณ น่าจะเสร็จได้พอสมควร

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

แล้วก็รรมาธิการมีเวลาพอไหมครับ ถ้าหากว่าพิจารณาไปอย่างนี้แล้วนี่ แล้วเวลาที่จะเอา ไปดำเนินการเพื่อจะนำเข้าวันพรุ่งนี้นี่

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ไม่มีปัญหาครับ ท่านประธานครับ พรุ่งนี้ได้เลยครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ไหวไหมครับ ท่านต้องใช้เวลา ท่านการุณเสนอก็มีเหตุผลนะครับ ถ้าเรามาใช้เวลา ตรงนี้ท่านก็ไม่มีเวลาทำ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็จะมาพันตัวเองอีก

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ความจริงที่กรรมาธิการทำ ทำเสร็จเกือบทั้งหมดแล้วล่ะครับ ไม่ได้ติดอะไรเลย เพียงแต่ว่า ยังไม่ได้แจกเอกสารท่านกรรมการเท่านั้นน่ะ ผมยังคิดว่าขอท่านการุณอีกสักชั่วโมง ได้ไหมครับ ไปให้มันคืบหน้าไปอีกหน่อย เพราะว่าบางเรื่องจะไม่พันกับข้างหน้าเลยครับ บางเรื่องจะไม่พันเลยครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ได้ครับ เมื่อกรรมาธิการยืนยันว่าไม่เกี่ยวพันก็ขอ ช่วยกันเร่งแล้วกันนะครับ ถ้าหากว่า เราดำเนินการเร็วก็จะเร็วนะครับ เอาล่ะครับ เข้าต่อเถอะครับ เข้าต่อเลยครับ อาจารย์ครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

ท่านประธานครับ คือเห็นด้วยกับ กรรมาธิการ แต่มีเงื่อนไขนิดเดียวได้ไหมครับ ก็คือว่ามาตราไหนก็ตามที่แขวนนี่ เพื่อให้ เรานี่เข้าใจเรื่องเรียงตามลำดับมาตรา พอมาตราที่ท่านแขวนนี่ขอให้ท่านแถลงนิดหนึ่งว่า เนื้อหาเปึนยังไง ทำไมถึงแขวน แล้วก็ผ่าน เท่ากับว่าเราได้เข้ามาตราแล้ว แล้วก็ขอแขวน แล้วเราพอเข้าใจ แล้วก็จึงมาตราถัดไป ถ้าจะรับกันหรืออะไรต่ออะไรมันจะได้ไม่กระโดด

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ๆ ตรงกันครับ เพราะถึงพออ่านตรงนั้นปัูบนี่ เดี๋ยวกรรมาธิการเขาก็จะแถลงนะครับ ก็ตรงกันนะครับ เชิญท่านเลขาธิการ เมื่อกี้ถึงมาตราเท่าไรครับ เชิญครับ

นางอุมาสีว์ สอาดเอี่ยม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๒๘๕ ไม่มีการแก้ไข

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

มาตรา ๒๘๕ ผมฝากท่านกรรมาธิการนิดได้ไหมครับ อาจารย์ครับ คือมาตรา ๒๘๕ นี่ ผมเข้าใจว่าให้สภาร่างรัฐธรรมนูญนี่นะครับ ไปสิ้นสุดตามระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญ ชั่วคราวนี่บัญญัติไว้นะครับ แต่ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวเองต้องยอมรับว่าก็ยังสับสน นะครับ ถ้าจะเปึนไปได้นี่ ขอความกรุณากรรมาธิการระบุให้มันชัดไปเลยได้ไหมครับ พอประกาศใช้แล้วก็จะรู้เลยว่าวันไหนครับ เชิญครับ ท่านกรรมาธิการครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ครับ กรรมาธิการได้หารือแล้วครับ ก็จะขออนุญาตแก้ไขท่อนสุดท้ายนะครับ ว่าให้สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญเราสิ้นสุดลง เมื่อได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว จะขอ อนุญาตใช้คํานะครับ เดี๋ยวไปคิดคําอีกทีนะครับ แต่ว่าหลักก็คือว่า ขอให้เขียนให้ชัดเลย ว่า เมื่อรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ให้พวกเราสิ้นพ้นไปครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

อย่างนั้นเดี๋ยวท่านไปใช้ถ้อยคําอีกทีนะครับ ก็น่าจะเห็นชอบในหลักการนะครับ แล้วนำเข้ามาพิจารณาอีกครั้งหนึ่งนะครับ เชิญท่านเลขาครับ

นางอุมาสีว์ สอาดเอี่ยม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๒๘๖ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวน คําแปรญัตติ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

มีท่านสมาชิกที่แปรญัตติไว้ ติดใจไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มี ผมผ่านนะครับ ครับ เชิญผ่านครับ ถือว่าเห็นด้วยกับกรรมาธิการนะครับ

นางอุมาสีว์ สอาดเอี่ยม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๒๘๗ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคำแปรญัตติ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการแถลงด้วยนะครับ ว่าจะขอแขวนหรืออย่างไรครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

มาตรานี้ก็เกี่ยวพันกับ เรื่องการคงอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็วุฒิสภาว่าเกิดขึ้นเมื่อไร ยังไงบ้างนะครับ ซึ่งอาจจะเปึนประเด็นที่ต้องไปคิดเพิ่มเติมนะครับว่า เพื่ออุดช่องว่างต่าง ๆ ทั้งหลายที่เรา ได้พูดกันมาว่าอาจจะเกิดปัญหาขึ้น ก็ขออนุญาตท่านประธานว่าแขวนไว้ก่อนครับ ๒๘๗ ครับ ขออนุญาตไปดูครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ที่ประชุมไม่เห็นอย่างอื่นนะครับ ท่านวุฒิชาติ ขอแขวนไว้ครับ ขอแขวนไว้ครับ เดี๋ยวมาดูอีกทีหนึ่งครับ เพราะอย่างไรท่านก็ต้องดูอีกครั้งหนึ่งอยู่แล้วนะครับ คงไม่ขัดข้อง นะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นางอุมาสีว์ สอาดเอี่ยม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๒๘๘ มีการแก้ไข

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ เชิญครับ คำใน ๒๘๘ วรรคสอง ก็คือว่า ให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ พื้นจากตำแหน่งทั้งคณะ พร้อมกับคณะรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่งด้วย อันนี้เขียนขึ้นเพื่ออุดช่องว่างเหมือนกันครับ เพราะว่าในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีการพูดถึงการพ้นจากตำแหน่งของคณะมนตรี ความมั่นคงแห่งชาติเลย ถ้าไม่เขียนขึ้นนี่จะมีปัญหาตีความทันทีครับว่า คณะมนตรี ความมั่นคงแห่งชาติพ้นจากตำแหน่งเมื่อไร หรือยังไม่พ้นหรือเปล่า เมื่อรัฐธรรมนูญ ประกาศใช้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องนี้นะครับ ก็ขออนุญาตเขียนวรรคสองขึ้นว่า ต้องพื้นแน่ ๆ ครับเมื่อมีคณะรัฐมนตรีใหม่เกิดขึ้น

ครับ กรรมาธิการขอเพิ่มเติมวรรคที่ ๒ ขึ้นมาใหม่นะครับ มีท่านสมาชิกไม่เห็นด้วย มีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถือว่าเห็นชอบตามที่กรรมาธิการเสนอนะครับ ครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นางอุมาสีว์ สอาดเอี่ยม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๒๘๙ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวน คําแปรญัตติ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ขอสงวนความเห็นไว้ มีท่านใดติดใจไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ครับ เสียงข้างน้อยไม่มีติดใจนะครับ สมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติไว้ มีกลุ่มท่านอาจารย์ วิชัยนะครับ ท่านติดใจไหมครับ ท่านอาจารย์วิชัยครับ เชิญครับ

นายวิชัย รูปขําดี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิชัย รูปข้ำดี สสร. ในมาตรานี้เดิมไม่ได้มีการกำหนดว่าจะให้สิ้นสุดวาระที่กึ่งหนึ่ง แต่ว่า หลังจากที่มีการแก้ไขแล้วนี่ ทางกรรมาธิการได้เพิ่มข้อความเรื่องจำนวนระยะเวลาที่ ไม่เกินกึ่งหนึ่งเข้าไปนะครับ ก็เปึนการประนีประนอมในระดับหนึ่ง ในประเด็นนี้นี่ ยังมีความเห็นว่า การได้มาขององค์กรตามรัฐธรรมนูญทั้งหลายนี่เปึ้นเรื่องที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลง แล้วก็แม้ว่าเราจะมีการปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ขององค์กร ตามรัฐธรรมนูญอันเนื่องมาจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ตามนี่นะครับ ก็ควรจะได้ให้องค์กร ตามรัฐธรรมนูญนั้นนี่ได้มีวาระ แล้วก็บทบาทต่อไป ดังนั้นจึงเห็นว่าอยากจะให้ยืน ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับเดิมครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ กลุ่มท่านสมาชิกท่านอื่นมีติดใจไหมครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ผมได้แปรญัตติไว้ และดูข้อความแล้วนี่คล้ายกัน ผมเข้าใจเอาเอง นะครับว่า มีเจตนาคล้ายกันมากกับกรรมาธิการที่ขอแก้ไข ยกเว้นอยู่นิดเดียว เพราะฉะนั้นผมขอฟังก่อนว่ากรรมาธิการแก้ไขเปึนอย่างไร แล้วผมดูรูปแบบของการแก้ไข แล้วนี่ ผมคิดว่าของกรรมาธิการกะทัดรัดดีกว่าของผม ขอฟังท่านก่อน ถ้าผมพอใจ ผมอาจจะถอนของผมจะได้เร็วขึ้นนะครับ ขอฟังท่านชี้แจงก่อนครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เมื่อกี้ชี้แจงไปรอบแล้วนะครับ ถ้าอย่างนั้นอีกรอบแล้วกันนะครับ ได้เร็วขึ้นนะครับ เดี๋ยวนะครับ ของท่านวัชรานะครับ ท่านวัชราครับ ของท่านมี

นายวัชรา หงส์ประภัศร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชรา หงส์ประภัศร กลุ่มกระผมได้ขอแปรญัตติจากข้อความเดิมนะครับ ของกรรมาธิการ ที่ได้ยกร่างไว้เดิม โดยเพิ่มข้อความว่า แต่ทั้งนี้การดำรงตำแหน่งดังกล่าว คือตำแหน่งของ กรรมการ ๕ ชุดนี่นะครับ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา กรรมการ ปปช. กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ทั้งนี้การดำรงตำแหน่งดังกล่าวต้องไม่เกิน ๒ ป้นับจากวันประกาศใช้ รัฐธรรมนูญนี้ เหตุผลก็เพราะว่าเมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้นั้น การได้มา หลักการและอํานาจหน้าที่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามรัฐธรรมนูญนี้ แม้ว่าในส่วน ของ ปปช. และผู้ตรวจการแผ่นดินจะได้ใช้พระราชบัญญัติเดิมตามมาตรา ๒๙๒ ก็ตาม นะครับ จึงได้มีมติในกลุ่มของกระผมว่าให้จํากัดการดํารงตําแหน่งของชุดเดิมที่อยู่ใน วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ๒ ป้นับแต่วันใช้รัฐธรรมนูญนี้ คือเมื่อใช้รัฐธรรมนูญนี้ยังอยู่ ต่อไปได้อีก ๒ ป้ครับ แต่เมื่อปรากฏว่าต่อมาคณะกรรมาธิการยกร่างได้ขอเปลี่ยนแปลง แก้ไขร่างเดิมเปึนว่า คงดํารงต่อไปไม่เกินกึ่งหนึ่งของวาระตามบทบัญญัติแห่ง รัฐธรรมนูญนี้ กระผมก็เห็นว่าก็ได้ลดช่วงเวลาในการดํารงตําแหน่งลงมาแล้ว เพราะฉะนั้น ทางกลุ่มของกระผมก็มีความเห็นพ้องต้องกันว่า ขอถอนการแปรญัตติ เนื่องจาก คณะกรรมาธิการได้มีการแปรญัตติแล้วครับ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ เชิญท่านกรรมาธิการครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ๒๘๙ นี่กรรมาธิการขอถอนได้ไหมครับ ไปแขวนไว้ก่อนได้ไหมครับ ขอไปหารือกัน เผอิญ กรรมาธิการมีปัญหาเรื่องการตีความมาตรา ๒๘๙ เล็กน้อยครับว่า ครึ่งเทอมนี่นับเมื่อไร นะครับ ส่วนหนึ่งของกรรมาธิการเห็นว่า ครึ่งเทอมนับตั้งแต่วันแต่งตั้งตามคําที่เขียนใน ๒๘๙ แต่ว่าอีกส่วนหนึ่งของกรรมาธิการมีความเห็นว่า ครึ่งเทอมนี่ต้องนับไปจาก รัฐธรรมนูญประกาศใช้ไปอีกครึ่งเทอมนะครับ มีความเห็นแตกต่างกันอยู่นะครับ เปึ้น ๒ ฝ์ายด้วยกันนี่ กรรมาธิการขออนุญาตนำไปหารือ แล้วเสนอพรุ่งนี้อีกที่ได้ไหมครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

เพราะว่าจะมีปัญหา ครับ เพราะผมยกตัวอย่างอาจารย์เจิมศักดิ์จะได้เห็นภาพชัด ผมยกตัวอย่างเช่น ถ้าเทอม ผม ๗ ป้นี่นะครับ ครึ่งเทอมคือสามป้ครึ่ง ถ้าผมอยู่มาแล้ว ๓ ป้นี่ ถ้าเขียนแบบที่เขียนอยู่นี่ ผมจะอยู่ไปแค่ ๖ เดือนเท่านั้น แต่ถ้าเอาอีกแบบหนึ่งนี่ก็จะนับไปอีกสามป้ครึ่งนะครับ แม้จะอยู่มา ๓ ป้แล้วก็ตาม แต่ไม่เกิน ๗ ป้อย่างไรก็แล้วแต่ ก็ขออนุญาตแขวนไว้ก่อน ได้ไหมครับ กรรมาธิการครับไปหารือกันนิดหนึ่งแล้วกลับมาใหม่ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านสมาชิกครับ ที่ท่าน

นายวัชรา หงส์ประภัศร

คือกระผมขออนุญาต

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวก่อนครับท่าน ที่ท่านขอสงวนไว้นี่นะครับยังคงอยู่หมดนะครับ ดูกรรมาธิการก่อน เพราะท่านอภิปรายตอนนี้ไปนี่นะครับ ก็ไม่เห็นเนื้อของกรรมาธิการเขา เขาขอแขวนแล้ว นะครับ ขออนุญาตเลยนะครับ

นายวัชรา หงส์ประภัศร

เพราะฉะนั้น

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เขาแขวนแล้วครับ

นายวัชรา หงส์ประภัศร

ขออนุญาตครับ ผมขอถอนคำพูดที่ขอ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ผมเข้าใจแล้วครับ ผมบอกแล้วครับ บอกญัตติของท่านยังอยู่นะครับ

นายวัชรา หงส์ประภัศร

ครับ ขอถอนก่อนครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

ท่านประธานครับ เพื่อประโยชน์ ของกรรมาธิการที่จะไป ผมเข้าใจประเด็นท่านดีว่าจะเริ่มวันไหน และครึ่งเทอมเริ่มวันไหน มันก็จะมีปัญหาครับ ผมฝากประเด็นท่านไปด้วยไหน ๆ จะแขวนแล้ว เพราะว่าที่ผม ต้องการที่จะให้ท่านพูดก่อนนี่ ผมจะได้รู้ว่าท่านจะเอายังไง แล้วผมจะได้ชี้ จะได้เร็ว เพราะฉะนั้นผมฝากท่านชี้ไปเลย ชี้ไปเลยท่านจะได้ไปคิดให้ผมด้วย คือประเด็นนี้นะครับ หลักการที่ผมคิดอยู่ในใจที่ผมแปรญัตติ คือถ้าองค์กรใดที่มาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมคิดว่าอยากให้เขาอยู่ อยู่ให้ครบ แต่องค์กรใดที่มาโดยประกาศของคณะปฏิรูป ผมคิดว่าเมื่อมีรัฐธรรมนูญใหม่ให้อยู่เพียงแค่ครึ่งเทอม ทีนี้ครึ่งเทอมนี่ ครึ่งเทอมไหน ครึ่งเทอมไปต่ออายุของเก่าหรือเปล่า ผมว่าไม่น่าต่อ น่าจะครึ่งเทอมนับจากวันที่เขา เข้ามานะครับ ทีนี้ท่านก็ถกเถียงกันว่ามันมีเหตุด้วยอะไรครับ บางคนครึ่งเทอม จากของเก่าที่หลุดไป แล้วก็มาต่อ ก็นับจากเดิม คนเก่าด้วยที่ถูกปลดออก ถ้าอย่างนั้นยุ่ง ยุ่งพอสมควร เพราะว่าอย่างศาลรัฐธรรมนูญก็มีหลายคนที่เปึนของเก่าอยู่แล้ว พอถูกเอาออกเอาคนใหม่เข้าไปจะไปต่อไหม กกต. จะไปต่อจากศาลน่ะน่าห่วงไหม ผมว่า อันนั้นอันที่หนึ่งนะครับ หรือจะเริ่มจากวันรัฐธรรมนูญประกาศใช้ครึ่งเทอม ผมก็ไม่ขัดข้อง ๒ อันหลังนี่ผมไม่ขัดข้อง มีปัญหานิดเดียวก็คือว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา พวกท่านยึดหลักนี่ ผู้ตรวจการแผ่นดินที่เราเปลี่ยนชื่อใหม่ ได้ออกไปแล้วนะครับชุดเก่า แล้ว คปค. ได้ประกาศแต่งตั้ง บังเอิญเปึนชื่อเดียวกันกับคนเก่า ท่านไปดูในกฎหมาย ทั้งหลายเขาประกาศยกเลิกไปแล้ว แล้วก็มีประกาศ คปค. ตั้งคนขึ้นมาเปึ้นผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่เปึ้นคนใหม่ ท่านจะนับ อย่างไรตรงนี้ ผมคิดว่าต้อง อันนี้นับอย่างไร แล้วมันจะมีปัญหาอีกว่า ถ้ากฎหมายเดิมนี่ ไปล็อกไว้ว่าห้ามเปึน ๒ สมัย จะนับอย่างไรตรงนี้ จะนับตรงไหนสมัยเดียว ๒ สมัย ฝากดูประเด็นนี้ด้วย

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

เฉพาะผู้ตรวจการแผ่นดินนะครับ เพราะว่าผมต้องถือว่าเขาเปึนการแต่งตั้งใหม่ เช่นเดียวกับ กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

ประเด็นสุดท้ายที่จะต้องฝาก ก็คือว่า กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขณะนี้หมดแล้ว อายุท่านหมดแล้ว กำลังสรรหา ทีนี้ยุ่งเลย พอสรรหาใหม่นี่ ถ้ารัฐธรรมนูญของเราออกมา เขาสรรหาเสร็จ ทีนี้ทําอย่างไร ล่ะครับ ท่านบอกว่าให้อยู่ครึ่งเทอม คนที่เพิ่งสรรหาเสร็จนี่อยู่ครึ่งเทอมหรือเปล่า หรือท่าน จะให้เขาชะลอการสรรหาไว้ ไหน ๆ ตอนนี้ก็เสร็จแล้ว ให้คนเก่ารักษาการไปอีก สองสามเดือน พอประกาศใช้รัฐธรรมนูญปัูบ ก็เริ่มสรรหาตามรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะท่าน จำกัดคนลงจากเดิม ท่านเปลี่ยนแปลงหน้าที่ เปลี่ยนแปลงจำนวน ตรงนี้ฝากคิดด้วยว่า ถ้าเขาเกิดสรรหาไปเรื่อย ๆ ท่านจะทำอย่างไร

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ๆ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

แล้วเราจะบอกว่าที่สรรหามาให้ ยกเลิก ใส่ไปเลยไหม แล้วสรรหาใหม่ หรือตอนนี้ไปหยุดเขาก่อน ในทางปฏิบัติ หรือจะทำ อย่างไร ฝากประเด็นเรื่องกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วยครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ๆ ไหน ๆ จะฝากแล้วฝากให้หมดนะครับ สภาที่ปรึกษาเอายังไงครับ เชิญท่านโอกาสครับ

นายโอกาส เตพละกุล

ขอบพระคุณท่านประธานนะครับ ผม โอกาส เตพละกุล สสร. นะครับ คือไหน ๆ ท่านยกร่างท่านแขวนไว้ก็อยากจะเรียนเปึนข้อมูล ให้ท่านไปพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ (สภาที่ปรึกษา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) นะครับ คือสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเปึน องค์กรที่เกิดขึ้นตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ มีหน้าที่ให้คําปรึกษาและ ข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจและสังคม และให้ ความเห็นต่อแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนอื่นตามกฎหมายที่บัญญัติ นะครับ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประกอบด้วยสมาชิก ๙๙ ท่าน ซึ่งได้รับ การสรรหาและเลือกตั้งจากบุคคลที่เปึนตัวแทนจากกลุ่มภาคเศรษฐกิจและกลุ่มใน ภาคสังคม ฐานทรัพยากรและผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีวาระดํารงตําแหน่ง ๓ ป้นับจากวันที่ได้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๘ ซึ่งก็นับมาถึงปัจจุบัน สภาที่ ปรึกษาชุดปัจจุบันได้ดำรงตําแหน่งมาแล้ว ๑ ป้กับ ๑๐ เดือนนะครับ สภาที่ปรึกษาได้ ดำเนินการวิจัยเพื่อจัดให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายแก่ด้านเศรษฐกิจและ สังคม เพื่อเสนอแก่รัฐมนตรีไปแล้วทั้งหมด ๓๑ เรื่อง และได้ดำเนินแผนการดำเนินงาน ที่จะจัดทำความเห็นและข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีหลายประเด็น ปัญหาที่เริ่ม ดำเนินการศึกษา การดำเนินงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สูงสุดคือ การสะท้อนความเห็น ของภาคประชาชนเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายในด้านต่าง ๆ ของรัฐบาล เพื่อให้ประชาชน และประเทศได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากการดําเนินนโยบายนั้น แต่ไม่มีอำนาจในการ ตรวจสอบ ซึ่งแตกต่างกับองค์กรอื่นที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๙ นะครับ ฉะนั้นการที่ มาตรา ๒๘๙ นี่กำหนดอันเดิมนะ อันเดิมที่ท่านยังมีก่อนดีกว่านะ กำหนดว่าสภาที่ ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติดำรงตำแหน่งไม่เกินกึ่งหนึ่งของวาระตามที่ว่า ในครั้งแรกนะครับ โดยให้เริ่มนับวาระตั้งแต่วันที่รับแต่งตั้งนั้น ก็จะส่งผลให้สภาชุดนี้ หมดวาระการดํารงตําแหน่งทันที เนื่องจากสภาที่ปรึกษาได้ดำรงตําแหน่งเกินกว่า ครึ่งหนึ่งของวาระแล้ว ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศชาติและประชาชน คือการดำเนินการศึกษาเพื่อจัดทำความเห็นและข้อเสนอแนะในประเด็นที่ปัญหาสำคัญ ของด้านเศรษฐกิจและสังคมที่สำคัญและเร่งด่วนต่อรัฐบาลต้องหยุดชะงัก หรืออาจจะ ล้มเลิกการศึกษา ทำให้ประชาชนสูญเสียโอกาสที่จะแสดงความเห็น และข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ไปสู่รัฐบาล ทำให้การดำเนินนโยบายของรัฐบาลไม่ก่อให้เกิด ประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศสูงสุด การดำเนินงานต่าง ๆ ของสภาที่ปรึกษาได้ใช้ งบประมาณและภาษีของราษฎรของประชาชน ดังนั้นเมื่อสภาที่ปรึกษาต้องหมดวาระลง ในระหว่างที่ดําเนินงานนั้นจะทําให้รัฐสูญเสียงบประมาณจํานวนมากไปโดยไม่ได้รับ ประโยชน์อย่างใดต่อประชาชนและประเทศชาติเลย รวมทั้งสูญเสียงบประมาณในการจัดหาสมาชิกสภาที่ปรึกษาชุดต่อไป ฉะนั้นจึงเรียนมาให้ ทางท่านประธาน แล้วก็ทางคณะกรรมาธิการยกร่างช่วยกรุณาพิจารณาดูว่า อันใดที่เปึน สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศชาติ ก็ขอให้ท่านช่วยพิจารณาด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ๆ กรรมาธิการรับไปแล้วนะครับ เดี๋ยวก็คงจะไปพิจารณาต่อไปนะครับ ที่ประชุม คงไม่ขัดข้องนะครับ อาจารย์ฝากไปแล้วนะครับ มีฝากอีกหรือครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

ท่านประธานครับ ผมขอฝาก อีกนิดเดียว ในเมื่อพูดถึงสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คือผมรู้เรื่องดี เพราะผมเคยเปึนประธานกรรมาธิการดูแลกฎหมายที่ตั้งสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ อย่างที่ท่านพูดล่ะครับขณะนี้ไปได้ครึ่งเทอม เราจะเอายังไงกับเขา บังเอิญนี่สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในชุดนี้นี่ก็มีปัญหาเยอะ เพราะว่า มันมีการบล็อกโหวต (Block vote) กันเข้ามาเยอะ แล้วก็มีคนที่ไม่ค่อยทำงานเยอะด้วย เซ็นชื่อเฉย ๆ แล้วก็ไปต่างประเทศ เราจะเอากันยังไงดี ฝากท่านไปคิดข้อมูลตรงนี้ด้วย นะครับ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

อาจารย์ครับอย่างนี้เดี๋ยวเขาก็เสียหายนะครับ ก็ขอความกรุณานะครับ ผมเข้าใจนะครับ คือคนดี คนไม่ดีมันมีทุกที่นะครับ แต่เรามาพูดตรงนี้เดี๋ยวองค์กรเขาก็เสียหาย เอาเปึนว่า ท่านกรรมาธิการรับไปพิจารณาทั้งหมดนะครับ แล้วดูให้มันเหมาะสม ยุติธรรมดีที่สุด ก็แล้วกันนะครับ แต่ที่พูดถึงนี้คงไม่รวมท่านโอกาสนะครับ แล้วก็อีกหลาย ๆ ท่านนะครับ ครับ ขอดำเนินการไปมาตราอื่นต่อนะครับ มาตรานี้ที่ประชุมคงไม่ขัดข้อง แขวนไว้ก่อน นะครับ ท่านอาจารย์ศรีราชาครับ

รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช กรรมาธิการ

ผมขออนุญาต สั้น ๆ นิดเดียวครับท่านประธาน ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมขออภิปรายในฐานะ ที่เปึนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ได้แปรญัตติไว้ ก็อยากจะฝากกราบเรียน ท่านกรรมาธิการในส่วนนี้ว่าแต่ละองค์กรมันจะมีลักษณะที่ไม่เหมือนกัน การจะเขียน บทเฉพาะกาล ก็น่าที่จะเข้าใจว่าคงจะต้องพิจารณาเปึนรายองค์กรนะครับ เพื่อให้เกิด ความเปึนธรรมครับ ขอกราบฝากไว้เท่านี้ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านกรรมาธิการไปพิจารณาให้ครบถ้วนแล้วกันนะครับ ขออนุญาตผ่านมาตรานี้ ไปก่อนนะครับ แขวนไว้ก่อนนะครับ เชิญครับ ท่านเลขาธิการครับ

นางอุมาสีว์ สอาดเอี่ยม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๒๘๙/๑ มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านอาจารย์ศรีราชาติดใจไหมครับ คงไม่ติดใจแล้วนะครับ ท่านไม่ติดใจแล้ว ผ่านนะครับ เชิญต่อครับ

นางอุมาสีว์ สอาดเอี่ยม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๒๙๐ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านอาจารย์วิชัย ท่านยังคงติดใจไหมครับ วรรคที่ ๑ ครับ เชิญครับ

นายวิชัย รูปขําดี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิชัย รูปขําดี สสร. ผมจะขออนุญาตให้ท่านอาจารย์กิตติเปึ้นผู้นำเสนอนะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านอาจารย์กิตติติดใจไหมครับ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์กิตติ ตีรเศรษฐ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ครับ กระผม กิตติ ตีรเศรษฐ์ สสร. ครับ ในมาตรา ๒๙๐ นี้ทางกลุ่มผู้แปรญัตติขอเสนอ ให้ตัดประโยคสุดท้ายในวรรคที่ ๑ ทิ้งนะครับ ซึ่งมีข้อความว่า ซึ่งต้องไม่เกิน ๑๒๐ วันนับแต่วันที่ได้มีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก แล้วกรรมาธิการก็ได้มีการแก้ไข ในช่วงหลังว่า ได้มีการแต่งตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร อันนี้ยังไงถึงแม้ว่าทางยกร่างจะได้มีการแก้ไขแล้วก็ตามนี่นะครับ ก็ยังอยากจะให้มีการตัดประโยคที่ว่า ซึ่งต้องไม่เกิน ๑๒๐ วันออก ด้วยเหตุผลที่ว่า ต้องการให้เกิดความต่อเนื่องในการที่จะมีศาลรัฐธรรมนูญนะครับ เพราะว่ากระบวนการ ในการสรรหาศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๐๒ (๑) (๒) นั้นนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใน (๒) นั้นจะต้องผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาก่อนนะครับ ซึ่งแต่ละกระบวนการใน (๑) กับ (๒) ใช้เวลาประมาณ ๓๐ วันนะครับ แล้วถ้าหากว่าสรรหาใหม่ไม่ได้ต้อง ดำเนินการสรรหาใหม่ ก็ต้องเริ่มสรรหาใหม่ตั้งแต่ต้นนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้นี่ ก็อาจจะเกิดว่า ถ้าหากว่ากําหนดไว้แค่ ๑๒๐ วัน อาจจะสรรหาได้ไม่แล้วเสร็จนะครับ

อีกประการหนึ่ง ก็เมื่อสักครู่นี้ตอนพิจารณามาตรา ๒๘๔ นะครับ ท่านกรรมาธิการยกร่างก็ยังได้พูดถึงประเด็นที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เนื่องจากการได้มา ซึ่งวุฒิสภาว่า อาจจะยังไม่เกิดขึ้นได้พร้อม ๆ กับสภาผู้แทนราษฎร อันนี้ก็อาจจะก่อให้เกิด ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการได้มาซึ่งศาลรัฐธรรมนูญนะครับ จึงควรจะให้มีการพิจารณา ว่า น่าจะตัดประโยคที่คุมไว้ในเรื่อง ๑๒๐ วันออก เพราะถ้ามีประโยคนี้อาจจะเกิดช่องว่าง ขึ้นทันทีครับ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านกรรมาธิการครับ เห็นอย่างไรครับ เชิญอาจารย์สมคิดครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ครับ เข้าใจว่าที่ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้แปรญัตติไว้นั้น ก็เปึ้นความห่วงกังวล ว่า ท้ายที่สุดถ้าเขียนอย่างกรรมาธิการ คือ ๑๒๐ วันนับแต่วันที่มีการเลือกตั้งทั่วไป ครั้งแรกนี่ ก็อาจจะเกิดปัญหาขึ้นนะครับว่าไม่สามารถดำเนินการได้ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมานะครับ กรรมาธิการก็รับฟังความเห็นของท่านสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญครับ แต่ว่าได้ขอแก้ไขเพิ่มเติมโดยยั่งยืนเรื่องเวลาเอาไว้ว่า ข้อ ๑๒๐ วัน เหมือนเดิมนะครับ แต่ว่า ๑๒๐ วันนับตั้งแต่วันที่มีการแต่งตั้งประธาน สภาผู้แทนราษฎรและผู้นำฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่เสนอเช่นนี้ก็เพราะว่า ทั้ง ๒ ท่านนี้เปึ้นท่านที่อยู่ในกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าแก้ด้วยวิธีนี้ นะครับว่าองค์ประกอบของกรรมการสรรหาครบแล้ว ถัดไปอีก ๑๒๐ วันน่าจะทําได้ครับ ก็ขออนุญาตแก้ไขไปในทิศทางเดียวกับท่านผู้แปรญัตตินะครับ แต่ขออนุญาตยั่งยืนยัน เรื่อง ๑๒๐ วันนะครับ โดยเปลี่ยนเวลานับของ ๑๒๐ วัน ว่าจากวันที่มีการเลือกตั้งทั่วไป ครั้งแรก ซึ่งคงไม่เกิดขึ้นหรอก ไม่สามารถสรรหาได้จริงหรอกนะครับ ก็มาเปึ้นนับตั้งแต่ วันที่มีการแต่งตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรและผู้นำฝ์ายค้านในสภา ซึ่งสอดคล้องกับ มาตรา ๒๙๑ นะครับมาตราถัดไป ก็ให้นับตั้งแต่วันที่มีประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเช่นเดียวกันครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านกิตติครับ ถ้าเป่ดไว้เดี๋ยวก็เลยเราไม่รู้ว่าจะมีเมื่อไรนะครับ

รองศาสตราจารย์กิตติ ตีรเศรษฐ์

เข้าใจครับ ท่านประธานครับ อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับ ที่พูดถึงมาตรา ๒๙๑ เมื่อสักครู่นี้นะครับ มาตรา ๒๙๑ ว่า ให้ดำเนินการสรรหาคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินภายใน ๙๐ วันนะครับ อันนี้เปึนการพูดถึงว่าให้ดําเนินการสรรหา แต่ไม่ได้บอกว่าจะต้อง แล้วเสร็จเมื่อไร ถ้าดูตามเนื้อความนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของมาตรา ๒๙๐ แล้วถ้ากลับมาที่เดิมนี่ ถึงแม้ว่าจะมีประธานสภาผู้แทนราษฎรและผู้นำฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เมื่อสักครู่อย่างที่เรียนไว้ตอนพิจารณามาตรา ๒๘๔ ซึ่งต้อง แขวนไปแล้วนี่ ท่านรองเลขายกร่าง ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านอาจารย์อัชพร ก็ยังได้ พูดถึงประเด็นที่อาจจะไม่เกิดวุฒิสภาขึ้นในระยะเวลาพร้อม ๆ กับสภาผู้แทนราษฎร ถ้าหากว่าการได้มาซึ่งวุฒิสมาชิกทั้งหมดเกิดการล่าช้าออกไปนะครับ การพิจารณาใน มาตรา ๒๐๒ (๒) เรื่องของการได้มาซึ่งศาลรัฐธรรมนูญนั้นก็อาจจะต้องล่าช้าไปนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าตัดตรงนี้ออก มันก็ไม่ได้ทําให้เสียหายตรงไหนครับ ก็อยากจะฝาก เรียนท่านยกร่างได้ช่วยพิจารณาอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ เมื่อกี้เดี๋ยวผมช่วยแล้วเร็วขึ้นนะครับ เมื่อกี้ผมไม่แน่ใจว่าทางยกร่างบอกว่า ให้ สนช. นี่เขาทําหน้าที่แทนไปในช่วงแรกที่ยังไม่มี สว. ครบถ้วนก่อน ใช่ไหมครับ เมื่อกี้ที่เห็น อธิบายอย่างนี้ไว้นั่นนะครับ เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศใช่ไหมครับ ท่านกรรมาธิการยกร่าง ครับ เชิญอธิบายให้ชัดหน่อยครับ เชิญท่านอัชพรครับ

นายอัชพร จารุจินดา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ กระผม อัชพร จารุจินดา กรรมาธิการครับ แนวคิดของกรรมาธิการในขณะนี้นะครับ ก็เปึนอย่างที่ท่านประธานได้กรุณาชี้แจงก็คือ ในช่วงแรกที่ยัง ถ้ามีแต่ สส. นี่ก็ให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติมาทำหน้าที่ สว.ในระหว่างนั้นจนกว่าจะมี สว. เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นก็จะมีองค์ประกอบครบ ส่วนในมาตรา ๒๙๐ นั่นน่ะ ความจริงเราเอาแต่ องค์ประกอบของตัวประธานสภาผู้แทนราษฎรกับผู้นำฝ์ายค้านจากด้านของสมาชิกสภา เท่านั้น พอ ๒ ท่านนี้เกิดขึ้น เข้ารับตำแหน่งก็จะเกิดกระบวนการสรรหาภายใน ๑๒๐ วัน นับจาก ๒ ท่านนั้นเข้ามา ก็คาดว่าน่าจะสามารถดำเนินการได้ มิฉะนั้นคณะนี้ก็จะอยู่ ต่อไปโดยไม่มีระยะเวลาสิ้นสุดนะครับ อยากจะมีระยะเวลาที่สิ้นสุดที่จะต้องจบให้เสร็จ ให้ได้ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านอาจารย์สมคิดครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผมย้อนกลับไปดูมาตรา ๓๒๐ ของรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ นะครับ รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ก็เขียนว่า ให้เลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนะครับ ซึ่งมีกระบวนการ สรรหานี่ ภายใน ๔๕ วันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ซึ่งก็ทําทันนะครับ ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไม่ได้มีปัญหาแต่ประการใดทั้งสิ้น ผมยังคิดว่าอยากจะให้ล็อก เวลาไว้ครับ แล้วก็ความจริงเลื่อนเวลาไปแล้วประมาณเดือนกว่า ๆ แล้วนะครับ ยังคิดว่า น่าจะทันการณ์ได้ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

พอไหวไหมครับ อาจารย์กิตติครับ

รองศาสตราจารย์กิตติ ตีรเศรษฐ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กิตติ ตีรเศรษฐ์ ครับ นิดเดียวครับ คือด้วยความเปึนห่วงเปึนใยจริง ๆ นะครับ คือในเรื่องของ ศาลรัฐธรรมนูญชุดใหม่ที่จะเข้ามานี่นะครับ ผมอยากให้เกิดความสง่างาม เพราะฉะนั้น ถึงแม้ว่าเมื่อสักครู่บอกว่า ถึงแม้มีสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่ยังไม่มีวุฒิสภา แล้วให้ สนช. มาปฏิบัติหน้าที่แทน กระผมเกรงอย่างเดียวครับว่าจะไม่เกิดความสง่างาม สำหรับศาลรัฐธรรมนูญในอนาคตครับ ก็ฝากข้อห่วงใยนี้ไปถึงท่านกรรมาธิการยกร่าง ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับอาจารย์ ก็ถือว่าบันทึกไว้นะครับ ไม่ติดใจนะครับ ขอบพระคุณนะครับ มาตรา ๒๙๐ นี้ กรรมาธิการแก้ไขนะครับ ส่วนที่แก้ไขก็คือ เพิ่มประธานสภาผู้แทนราษฎร กับผู้นำฝ์ายค้าน เชิญอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

ท่านประธานครับ ส่วนที่แก้ไข เพิ่มเติมนี่ แล้วก็ไปพันกับเรื่องจำนวนวัน ขอความกรุณาท่านตรวจสอบกับมาตรา ๒๙๑ ด้วย มาตรา ๒๙๑ นี่ ท่านบอกว่า จะต้องสรรหาคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินภายใน ๙๐ วัน ทีนี้ในการสรรหาองค์กรอิสระอื่น เช่น มาตรา ๒๙๑ นี่ กรรมการสรรหา ท่านนี่ก็คือ ประธานศาลรัฐธรรมนูญด้วย แล้วก็มีประธานศาลฎีกาด้วย คำถามคือว่า ถ้าใน ๙๐ วันนี่ มันยังไม่ได้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แล้วยังไม่ได้ประธานศาลรัฐธรรมนูญนี่ เราจะทำงาน อย่างไร เพราะว่าตัวประธานศาลฎีกาเปึนประธานศาลรัฐธรรมนูญในปัจจุบันนี้ ก็คงยัง ทำหน้าที่ไม่ได้ แต่ ๒๙๑ ท่านไปเขียนไว้ ๙๐ วัน แล้วอันนี้ท่านเขียนว่า ๑๒๐ วัน นับแต่ วันที่ได้มีการแต่งตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรและผู้นำฝ์ายค้าน แต่ว่าอันนั้นท่านเขียนว่า ๙๐ วันนับแต่วันที่มีการแต่งตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรและผู้นำฝ์ายค้าน เหมือนกัน ทีนี้ถ้าใน ๙๐ วัน มันยังไม่ได้ตุลาการ แต่ยังไม่พ้น ๑๒๐ แล้วเราก็ยังไม่ได้ประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วประธานศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มี จะไปสรรหา เราจะไม่เอาใครไป สรรหา จะเอาชุดเก่าที่รักษาการอยู่ในปัจจุบันก็คงไม่ได้อีก เพราะว่าเปึนประธานศาลฎีกา โดยตำแหน่ง ท่านเข้าใจประเด็นผมใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้อาจารย์สมคิดตอบ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

คือผมถามว่า อันนี้ปัญหาตรงนี้นี่ ผมเชื่อว่าท่านเตรียมไว้แล้วครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ เข้าใจไหมครับ เข้าใจนะครับ เข้าใจแล้วจะสรุปอย่างไรครับ เชิญครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์พูดไป ๒๙๑ แล้ว ท่านประธานจะสรุป ๒๙๐ ก่อนไหมครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ไม่ ผมไม่ได้ให้พูด ๒๙๑ ครับ ผมให้พูด ๒๙๐

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

๒๙๐ ไม่มีอะไร ชี้แจงครับ เพราะว่าอาจารย์เจิมศักดิ์ไม่ได้พูดถึง ๒๙๐ ครับ พูด ๒๙๑

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ๒๙๑ อาจารย์เขายกเปึนตัวอย่าง

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

ผมยกตัวอย่าง ๒๙๑ มาเทียบเคียง กับ ๒๙๐ เพราะ ๒๙๐ ท่านเขียน ๑๒๐ วันนับจากวันที่ได้ประธานสภาผู้แทนนะครับ และผู้นำฝ์ายค้าน ทีนี้มันต้องเทียบกันใช่ไหมครับ ผมช่วยท่านดูนะครับว่าไปข้างหน้า ว่าเทียบอย่างนี้จะอธิบายอย่างไร ๑๒๐ วันตรงนี้ เพราะอันนั้นท่านไปเขียน ๙๐ วัน แล้วทีนี้จะสรรหาอันนั้นให้ได้ใน ๙๐ วันนี่ กรรมการสรรหาต้องเกิดก่อน ๙๐ วันอีก แล้วกรรมการสรรหาก็ประกอบไปด้วยประธานศาลรัฐธรรมนูญ แล้วศาลรัฐธรรมนูญ จะได้ใน ๑๒๐ วัน ตกลงถ้าเกิดศาลรัฐธรรมนูญไปได้ในช่วงประมาณวันที่ร้อยนี่ หรือวันที่ ๙๐ นี่ มันก็สรรห้ามาตรา ๒๙๑ ไม่ได้ ตรงนี้เราจะทำกันยังไง ผมถามแค่นั้นเองล่ะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

๒๙๐ นี่นะครับ ให้เปึ้นไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งนะครับ จนกว่าจะมีการแต่งตั้งตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่นะครับ ต้องไม่เกิน ๑๒๐ วันนะครับ อันนี้แต่งตั้งตุลาการนะครับ แต่อันนี้เรื่องของการสรรหา เชิญท่านอาจารย์สมคิดครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ก็เปึนอย่างที่ผมบอก ครับท่านประธานครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์อภิปราย ๒๙๑ ครับ ไม่ได้อภิปราย ๒๙๐ เพราะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น ไม่มีประธานศาลรัฐธรรมนูญเลย นะครับ ไม่มีประธานศาลรัฐธรรมนูญเลยครับ ประธานศาลรัฐธรรมนูญนั้น ไปเปึนกรรมการสรรหาในมาตรา ๒๙๑ เดี๋ยวถึง ๒๙๑ เราอภิปรายกันอีกที่ดีไหมครับ ๒๙๐ ท่านประธานจะให้ผ่านไหมครับ ท่านเจิมศักดิ์ไม่ได้อภิปรายมาตรานี้ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ เมื่อกี้ก็ถาม ๒๙๐ นะครับ ไม่ได้ไป ๒๙๑ นะครับ ท่านสมาชิกยังคงติดใจ มาตรา ๒๙๐ มีไหมครับ ที่กรรมาธิการมีการแก้ไข เห็นด้วยกับกรรมาธิการที่แก้ไขนะครับ เชิญท่านเลขาดำเนินการต่อครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

ท่านประธานครับ ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ผมถาม ๒๙๐ อย่างที่ท่านประธานเข้าใจน่ะถูกต้องแล้ว เพราะว่า ๒๙๐ นี่เขียนว่า ๑๒๐ วัน นับจากวันที่มีการแต่งตั้งผู้นำฝ์ายค้านกับประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็ ๑๒๐ วัน นี่ ผมถามว่ามันเหมาะไหม เพราะเหตุ นั่นยกตัวอย่างว่า ๒๙๑ นั่นเปึ้นเหตุ ผมไม่ได้ พูดถึง ๒๙๑ เหตุนี่ เพราะว่าเราไปบอกว่า เราจะให้ได้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ภายใน ๙๐ วัน ซึ่งน้อยกว่าวันที่มีการแต่งตั้งนี่นะครับ ตาม ๒๙๐ เมื่อกี้นี้ คำถามคือ กรรมการตรวจเงิน แผ่นดินพวกนี้ก็จะต้องมีกรรมการสรรหา แล้วผมก็ทราบอีกว่า กรรมการสรรหาที่เรา ออกแบบกันนี่ มันก็มีประธานศาลรัฐธรรมนูญ แล้วตัวประธานศาลรัฐธรรมนูญไม่มี เพราะว่าจะต้องไป ๑๒๐ วันตาม ๒๙๐ คําว่า ๑๒๐ วันนี่ เหมาะไหม เพราะว่าผมเปึน ห่วงเคส (Case) ตรงนี้เท่านั้นเอง

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ๆ ผมขอสรุปอย่างนี้ครับ อาจารย์เปึนห่วงว่า ๑๒๐ วัน นะครับ ไม่ต้องไปมอง ๒๙๑ นะครับ ๒๒๐ วัน มันเหมาะสมไหมนะครับ เอ้อ ๑๒๐ วันนี่นะครับ เหมาะสมไหมนะครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ครับ สมคิด เลิศไพฑูรย์ ผมยังไม่เข้าใจที่อาจารย์เจิมศักดิ์อภิปรายนะครับ ขออนุญาต ยืนยันครั้งที่ ๓ นี่ เพราะว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้เกี่ยวกับมาตรา ๒๙๐ เลย แต่ถ้าถามเฉพาะเรื่อง ๑๒๐ วัน ผมคิดว่า ๑๒๐ วันเหมาะสมแล้วครับ ท่านประธานครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ผ่านมาตรา ๒๙๐ นะครับ กรรมาธิการยืนยันครับ กรรมาธิการแก้ไข ไม่มีผู้ใดขัดข้อง นะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ

นางอุมาสีว์ สอาดเอี่ยม

(รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติ ราชการแทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ) : มาตรา ๒๙๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๙๒

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ประทานโทษครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

มาตรา ๒๙๑ ข้อสังเกต ของท่านอาจารย์เจิมศักดิ์มีเหตุผลครับ ก็คือว่าใน ๒๙๑ นั้นอาจจะมีปัญหาเรื่องประธาน ศาลรัฐธรรมนูญนะครับ ซึ่งต้องมาสรรหาด้วย กรรมาธิการขอแขวนไว้ด้วยได้ไหมครับ ยกเว้นท่านอาจารย์เจิมศักดิ์จะมีข้อเสนอแนะอย่างอื่น จะได้ประกอบการพิจารณาไป แต่ว่าอาจจะมีปัญหาอยู่จริง แต่ปัญหาที่พูดไม่ใช่ปัญหาว่า ไม่มีประธานศาลรัฐธรรมนูญ นะครับ ความจริงเราเขียนอยู่แล้วว่า ให้ประธานคณะตุลาการรัฐธรรมนูญนี่เปึนประธาน ศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้วนะครับ ไปเรื่อยนะครับ จนกว่าจะมีประธานศาลรัฐธรรมนูญ คนใหม่ แต่ว่าก็ขออนุญาตว่า เดี๋ยวกรรมการรับไปทบทวนก็ได้ครับ เพื่อจะดูให้รอบคอบ ขึ้นนะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ตกลงกรรมาธิการรับไปแล้วนะครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ ถ้าเห็นด้วยก็ไม่ต้อง อภิปรายแล้วอาจารย์

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

ประเด็นคือประธานตุลาการ รัฐธรรมนูญปัจจุบันนี้นี่ท่านเปึนประธานศาลฎีกา แล้วเวลาสรรหามีทั้งประธานศาลฎีกา และประธานรัฐธรรมนูญนี่ ซึ่งเปึ้นบุคคลคนเดียวกันนี่มันจะมีปัญหาไหม ผมจึงหยิบ เวลาผมดูกฎหมายผมก็ดูเชื่อมไปเชื่อมมาด้วยนะครับ ผมไม่มีเจตนาอะไร ช่วยท่าน เท่านั้นเอง ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ กรรมาธิการรับไปแล้วครับ นะครับ รับข้อเสนอที่ท่านเสนอไปพิจารณาด้วยนะครับ ขออนุญาตแขวนมาตรา ๒๙๑ นะครับ หากที่ประชุมไม่เห็นเปึนอย่างอื่น ขอเชิญท่านเลขา ดำเนินการต่อไปครับ

นางอุมาสีว์ สอาดเอี่ยม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๒๙๒ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ มีสมาชิกท่านใดติดใจไหมครับ ส่วน ๒๙๒ กรรมาธิการแก้ไข กรรมาธิการชี้แจง นิดหนึ่งครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ครับ ในมาตรา ๒๙๒ วรรคสองนั้น กรรมาธิการได้ขอแก้ไขเพิ่มเติมในวรรคที่ ๒ นะครับ เนื่องจากในช่วงของการใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเกิดปัญหาขึ้นในทางปฏิบัติที่เปึนจริง ตามกฎหมาย ปปช. นั้น กฎหมาย ปปช. นั้นเปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญครับ แต่ในช่วงสามสี่เดือนที่ผ่านมานี้มีการแก้กฎหมาย ปปช. โดยใช้กฎหมายธรรมดาไปแก้ไข แล้วเกิดข้อถกเถียงในสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติว่า ถ้าเอากฎหมายธรรมดาไปแก้ไข กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ กรรมาธิการเพื่อจะให้ไม่มีปัญหานี้เลยเขียน ในวรรคสองขึ้นครับว่า การแก้ไขที่ได้กระทำไปแล้ว โดยเนื้อหาทุกคนเห็นด้วยกันหมด ตรงกันหมดนะครับ แต่มีปัญหาเรื่องรูปแบบว่าจะใช้กฎหมายธรรมดาไปแก้ไขกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ กรรมาธิการก็เลยขอเพิ่มวรรคสองขึ้นมาครับ เพื่อแก้ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นในระบบกฎหมายไทยครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ มีสมาชิกท่านใดขัดข้องไหมครับ กรรมาธิการขอเพิ่มเติมวรรคสองของมาตรา ๒๙๒ นะครับ มีท่านใดไม่เห็นด้วย มีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถือว่าเห็นด้วยกับกรรมาธิการนะครับ ที่เพิ่มข้อความวรรคสองดังกล่าว และมีสมาชิก ที่ขอแปรญัตติไว้ มีท่านใดติดใจไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ ถือว่าเห็นชอบกับร่างที่กรรมาธิการเสนอนะครับ เชิญท่านเลขาธิการ ดำเนินการต่อครับ

นางอุมาสีว์ สอาดเอี่ยม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๒๙๓ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกที่ขอแปรญัตติไว้นะครับ มีท่านใดติดใจไหมครับ ถ้ามียกมือขึ้นนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ครับ ไม่มีท่านใดติดใจนะครับ ถือว่าเห็นชอบกับร่างที่กรรมาธิการเสนอนะครับ

นายอัชพร จารุจินดา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม อัชพร จารุจินดา กรรมาธิการครับ ๒๙๓ นั้น ขออนุญาตแขวนไว้ก่อนครับ เพราะจะมีหลายเรื่องที่จะต้องเติมเข้าไป

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

อ๋อ ครับ อย่างนั้นกรรมาธิการต้องรีบบอกก่อนนะครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวผ่านไป มาตรา ๒๙๓ กรรมาธิการขอแขวนไว้ก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวมาพิจารณาหลังจากได้แก้ไข ปรับปรุงแล้วนะครับ ที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

ขอฟังหน่อยได้ไหมครับ ๒๙๓ คืออะไรครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

มาตรา ๒๙๓ เชิญท่านอัชพรครับ

นายอัชพร จารุจินดา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม อัชพร จารุจินดา กรรมาธิการครับ คือ ๒๙๓ นั้นจะเปึนเรื่องที่กำหนด ให้ตรากฎหมายต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญภายในระยะเวลาที่กําหนด ให้มีการแต่งตั้งองค์กร บางองค์กรภายในระยะเวลาที่กําหนดนะครับ ทั้งกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ทั้งกรรมการ อะไรต่าง ๆ การกำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอะไรพวกนั้น ทีนี้ที่ผ่านมาในตอนต้น นั้นมีหลายเรื่องที่มีการปรับปรุงใหม่ อาจจะต้องมาปรับปรุง ๒๙๓ เพื่อให้รองรับกันครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ เดี๋ยวมาดูกันอีกครั้งแล้วกันนะครับ ขอแขวนกันไว้ก่อน ที่ประชุมไม่เห็นเปึนอย่างอื่น นะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ครับ เชิญท่านอาจารย์วิทธยาครับ

นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ ขอแปรญัตติเพิ่มเติมในมาตรา ๒๙๓ ไว้ด้วย คงจะไปรวมกับตอนที่แขวนไว้ก่อนใช่ไหม ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ใช่ครับ เดี๋ยวพิจารณาอีกครั้งหนึ่งครับ ญัตติท่านยังอยู่นะครับ เชิญท่านเลขาดำเนินการ ต่อครับ

นางอุมาสีว์ สอาดเอี่ยม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๒๙๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๙๕

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เชิญท่านอัชพรครับ

นายอัชพร จารุจินดา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ กระผม อัชพร จารุจินดา มาตรา ๒๙๕ เปึ้นบทบัญญัติที่กำหนดให้บทบัญญัติ บางมาตรานั้นยังไม่นำมาใช้บังคับภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งที่พิจารณาครั้งหน้านั้น มีหลายเรื่องที่จะต้องนำมาพิจารณาเพิ่มเติมหรือปรับปรุง ขออนุญาตแขวนมาตรา ๒๙๕ ไว้ก่อนครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ กรรมาธิการขอแขวนมาตรา ๒๙๕ ไว้ก่อน ที่ประชุมขัดข้องไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

เห็นชอบตามที่กรรมาธิการเสนอนะครับ ขอแขวน ๒๙๕ ไว้ก่อนครับ เชิญท่านเลขาธิการ ดำเนินการต่อครับ

นางอุมาสีว์ สอาดเอี่ยม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๒๙๕/๑ มีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคำแปรญัตติ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ มีสมาชิกที่ขอแปรญัตติไว้ ติดใจไหมครับ สมาชิกที่ขอแปรญัตตินะครับ ท่านเสริมเกียรติ ยกมือครับ ๒๙๕/๑ นะครับ นั่นสิครับ ผมก็งง ๆ มีท่านใดติดใจไหมครับ อาจารย์วัชราครับ ท่านแปรมาตรา

นายวัชรา หงส์ประภัศร

ครับ ขอให้ท่านวุฒิชาติครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านวุฒิชาติติดใจไหมครับ ๒๙๕/๑ ครับ

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ในมาตรา ๒๙๕/๑ ผมขอเพิ่มข้อความ อย่างไรผมฝากกรรมาธิการยกร่างช่วยไปดูให้ผม นิดหนึ่งนะครับ ในส่วนที่ว่า ให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบเริ่มดําเนินการให้มีกฎหมายตามที่ รัฐธรรมนูญนี้ได้กำหนดระยะเวลาไว้ หากพื้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้วยังไม่เริ่มให้มีการ ออกกฎหมายดังกล่าว ให้ถือเปึนสาเหตุให้รัฐมนตรีนั้นพ้นจากตำแหน่งด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของผู้รับผิดชอบในเรื่องของกฎหมายนี่นะครับ ท่านประธานครับ เปึนไปด้วยความรวดเร็วนะครับ ยังไงผมขอฝากทางกรรมาธิการยกร่างช่วยพิจารณา ดูข้อความที่ผมเพิ่มเติมให้ด้วยแล้วกันครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านอาจารย์สมคิดครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ครับ เจตนารมณ์ของท่านผู้แปรญัตติกับเจตนารมณ์ของกรรมาธิการยกร่างน่าจะตรงกัน ก็คือหมายความว่าในอดีตที่ผ่านมานั้นมีประเด็นปัญหาโดยตลอดว่า รัฐบาลที่เข้ามา บริหารราชการแผ่นดินนั้นไม่ตรากฎหมายให้ทันภายในกำหนดเวลา ความจริง กําหนดเวลาที่กําหนดไว้ในอดีตที่ผ่านมาก็ไม่มีนะครับโดยตรง กรรมาธิการยกร่าง ได้เพิ่มเติมเรื่องกําหนดเวลาทั้งหลายไว้แล้วในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เข้าใจว่าท่านสมาชิก สภาร่างก็เปึนห่วงอีกนะครับว่า แม้กำหนดเวลาไว้แล้วก็อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นได้ ความจริงการที่ไม่สามารถทำตามกำหนดเวลาได้ มีหลายเหตุผลหลายสาเหตุที่สำคัญ บางเหตุผลเปึ้นเรื่องของการละเลย ไม่อยากปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญโดยตรง ซึ่งถ้าเปึ้นเหตุ นั้นนี่ ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ มีบทบัญญัติอยู่แล้วครับ ว่า น้ำไปสู่การถอดถอนให้พ้นจากดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ นอกจากนี้ ถ้าท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวานเราได้หารือกันไปนะครับ เรื่องไปเพิ่มให้ ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาทําหน้าที่ค่อยติดตามตรวจสอบในการดำเนินงานให้มีการ ปฏิบัติไปตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งกรรมาธิการยกร่างนั้นได้รับข้อเสนอแนะนี้แล้วนะครับว่า ไปดําเนินการทั้งหลาย แต่ว่าอย่างไรก็ตามการไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญในบางกรณี อาจจะเกิดเพราะปัญหาทางเทคนิคเกิดขึ้น ผมยกตัวอย่างเช่น เรื่อง กทช. กสช. นะครับ ซึ่งท่านทั้งหลายทราบดีว่า เกิดการเลื่อนไปเลื่อนมาด้วยเหตุผลหลายอย่าง จนทุกวันนี้ เข้าใจว่ามีบางองค์กรยังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำไป แต่ไม่ใช่เพราะว่าคณะรัฐมนตรีละเลยที่ ดําเนินการดังกล่าวข้างต้น อย่างนั้นขออนุญาตให้ท่านวุฒิชาติ ประทานโทษนะครับ ถ้าท่านวุฒิชาติไม่ติดใจนะครับ ผมขออนุญาตให้บันทึกไว้ได้ไหมครับ แล้วก็ กรรมาธิการจะรับไปดูอีกทีนะครับว่า จะไปเพิ่มเติมตรงไหนได้บ้าง แต่ผมยังคิดว่า กระบวนการทั้งหลายที่เราเขียนอยู่แล้ว กับคําอธิบายที่ผมได้อธิบายท่านทั้งหลายนี่ น่าจะเพียงพอกับการให้รัฐบาลต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้วครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านวุฒิชาติครับ เชิญครับ

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ คือถ้าคณะกรรมาธิการยกร่างจะเอาสิ่งที่ผมนี่นะครับ ขอแปรญัตติเพิ่มเติมไปลงไว้ ในเจตนารมณ์นะครับ แล้วก็อย่างหนึ่งตามถ้าท่านกรรมาธิการยกร่างได้ดำเนินการตามที่ ชี้แจงไว้นะครับ ในเรื่องของการไปเพิ่มอำนาจหน้าที่ของ ไม่ว่าจะเปึนคณะผู้ตรวจการ แผ่นดินรัฐสภาเอ่ย อะไรเอ่ยนี่นะครับ ผมก็ไม่ขัดข้องครับ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ขอบคุณนะครับ ถือว่าผู้แปรไม่ติดใจ ๒๙๕/๑ แต่ขอให้น้ำหลักการดังกล่าว ไปพิจารณาด้วยนะครับ อาจารย์สมคิดครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ขออนุญาตเรียนชี้แจง สั้น ๆ แค่นั้นเองครับว่า เราได้พูดเรื่องการบันทึกเจตนารมณ์ไว้ ผมก็เห็นด้วยกับหลักการ ที่ท่านวุฒิชาติได้ขอให้บันทึกนะครับ แต่ขออนุญาตเรียนชี้แจงสั้น ๆ นิดเดียวว่า การบันทึกเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนั้นไม่ใช่อํานาจของกรรมาธิการยกร่างนะครับ เปึ้นอํานาจของสภาร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง แล้วก็เราตั้งกรรมาธิการขึ้นมาอีก ๑ ชุด นะครับ เพื่อบันทึกเจตนารมณ์เรื่องนี้ไว้ ขออนุญาตเรียนชี้แจงเปึนข้อมูลเพิ่มเติมแค่นั้นเอง ครับ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นพ้องต้องกันนะครับ ให้บันทึกไว้ในการแสดงเจตนารมณ์ดังกล่าวนี้ นะครับ เพราะถือว่าเปึนเรื่องที่ดีนะครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

ท่านประธานครับ ขออนุญาต นิดหนึ่งครับ คือทางกรรมาธิการได้รับไปด้วยว่า ที่ท่านผู้แปรญัตติได้แปรไว้นี่มีเจตนาที่ดี แล้วก็น่าที่จะมีบางส่วนจะพิจารณาจะแก้ไขเพิ่มเติมส่วนไหนเท่าที่จะทำได้นะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

อาจารย์ครับ กรรมาธิการเข้ารับไปแล้วครับ ในส่วนผู้ตรวจการแผ่นดินครับว่าให้ติดตาม เรื่องเหล่านี้ครับ เมื่อกี้อธิบายแล้วครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

คือผมกําลังจะพูดนิดเดียว ที่ท่าน ยกตัวอย่างนี่ มันอาจจะไม่เข้ากับมาตรานี้ที่เขาเพิ่ม เพราะว่านี่เขาบอกว่ายังไม่เริ่มให้มี การออกกฎหมาย แต่ว่า กสช. กทช. มันมีกฎหมายให้จัดตั้งแล้ว แต่กระบวนการจัดตั้ง นี่มันไม่เรียบร้อย เนื่องจากว่ามันมีเรื่องทุจริต คราวนี้เรื่องของการไม่ริเริ่มเลย เช่น สภา หรือองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคตามรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้วนี่ มันไม่มีการเริ่มเลย อันนั้นน่ะ อย่างนั้นน่ะน่าจะโดน เพราะในเมื่อท่านอนุชาติยอมง่ายไปหน่อย แต่ว่าเอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นท่านช่วยคิดเถอะครับ ผมว่ามีปัญหาจริง ๆ ของเดิมมีหลายอันที่เขาเฉยเลย แล้วไม่เคลื่อนเลย ช่วยจะใส่ตรงไ์หนให้มันจริงจังได้นะครับ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ขอความกรุณาอย่างนี้ครับ ถ้าหากว่าไม่ใช่ส่วนที่สมาชิกท่านใดแปรญัตติไว้นี่นะครับ ถ้าจะฝากกันนี่นะครับ ขอความกรุณาช่วยหารือในส่วนที่กรรมาธิการจะนำไปพิจารณา ต่อไปด้วยนะครับ ขออนุญาตตามนี้แล้วกันนะครับ ขออนุญาตผ่าน ๒๙๕/๑ นะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นางอุมาสีว์ สอาดเอี่ยม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๒๙๖ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวน คําแปรญัตติ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ กรรมาธิการแก้ไข เชิญท่านอาจารย์สมคิดครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ครับ ในมาตรา ๒๙๖ นั้น กรรมาธิการขอแขวนไว้ด้วยเช่นเดียวกันครับ เพราะว่ามีประเด็น ที่จะต้องพิจารณาเพิ่มเติม ขออนุญาตนำเสนอพรุ่งนี้อีกทีหนึ่งครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ กรรมาธิการขอแขวน มาตรา ๒๙๖ ไว้นะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

เชิญท่านเลขาดำเนินการต่อนะครับ

นางอุมาสีว์ สอาดเอี่ยม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๒๙๖/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ เชิญท่านกรรมาธิการครับ ส่วนที่เพิ่มครับ ท่านใดครับ ท่านอัชพร เชิญครับ

นายอัชพร จารุจินดา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ เนื่องจากว่าองค์ประกอบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมในร่างรัฐธรรมนูญนี้ ได้เปลี่ยนองค์ประกอบไปทั้งหมดนะครับ คือต้องมีการดำเนินการสรรหาและแต่งตั้ง กรรมการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ ก็เลยมีบทบัญญัติมาตรานี้รองรับ เพื่อไม่ให้มี ช่องว่างตรงนี้ว่า ให้กรรมการที่มีอยู่ในขณะที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับคงดํารงตําแหน่ง ต่อไป โดยให้อยู่เปึ้นเวลา ๑๘๐ วัน ซึ่งในช่วงนั้นก็จะสรรหาตามองค์ประกอบใหม่ ทั้งหมดครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ มาตรา ๒๙๖/๑ กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ มีสมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วย มีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการในมาตรา ๒๙๖/๑ เชิญท่านเลขาธิการดำเนินการต่อครับ

นางอุมาสีว์ สอาดเอี่ยม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๒๙๗ คณะกรรมาธิการตัดออก

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ เชิญคณะกรรมาธิการครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ กรรมาธิการได้นำไปบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙๓ (๒) แล้วครับ เช่นเดียวกับมาตรา ขออนุญาตชี้แจงไปล่วงหน้าเลย ท่านประธานครับ ๒๙๘ ก็ได้นำไปบัญญัติไว้ใน มาตรา ๒๙๓ (๓) ครับ ซึ่งเราแขวนไว้ทั้ง ๒ มาตราแล้วครับ ท่านประธานครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ อย่างนั้นเดี๋ยวข้อง ๒๙๗ ก่อนนะครับ กรรมาธิการตัดออก โดยให้เหตุผลว่าไปอยู่ใน มาตรา ๒๙๓/๒ นะครับ กรรมาธิการตัดออก มีท่านใดไม่เห็นด้วยมีไหมครับ ครับอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเราคง ยังไม่สามารถจะให้คําเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบได้ เพราะยังไม่เห็นว่าท่านไปใส่อย่างไร เพราะท่านขอแขวนไว้ตัวที่ท่านเอาไป เพราะฉะนั้นตรงนี้นี่ก็ต้องแขวนไว้ด้วยกัน เพราะว่า ยังไม่เห็นจริง ๆ ครับ นะครับ แล้วก็ ๒๙๘ นี่ ตอนนี้เราพิจารณา ๒๙๗ นะครับ ยังไม่ไป ๒๙๘ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

๒๙๗ อยู่ครับ ผมทราบดีครับ บอกแล้วครับว่า ๒๙๗ นะครับ ก็คงไม่น่ามีปัญหานะครับ อาจารย์สมคิดครับ ๒๙๗ ก็ถือว่าแขวนเพื่อพิจารณาไปพร้อม ๆ กับ ๒๙๓ (๒) ที่อาจารย์ จะเสนอเข้ามาใหม่นะครับ ที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ ๒๙๗ ข้อแขวนไว้ก่อน

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

เชิญท่านเลขาดำเนินการต่อครับ

นางอุมาสีว์ สอาดเอี่ยม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๒๙๘ คณะกรรมาธิการตัดออก

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ คงเหตุผลเดียวกันใช่ไหมครับ เชิญท่านอาจารย์สมคิดครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ต้องขอบคุณ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ว่ายังไม่ถึง ๒๙๘ ครับ ก็ถึงแล้วครับ ก็ขออนุญาตย้ายไปอยู่ ในมาตรา ๒๙๓ (๓) ครับ ก็เปึนไปตามหลักการที่อาจารย์เจิมศักดิ์ว่านะครับ ก็คือ แขวนไว้แล้ว แต่ว่าก็แขวน ๒๙๘ ไว้ด้วยนะครับ ไว้ดูทีเดียวกันเลยครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ที่ประชุมคงไม่ขัดข้องนะครับ กรรมาธิการขอแขวนมาตรา ๒๙๘ ไว้ก่อน เพื่อพิจารณาไป พร้อม ๆ กับ ๒๙๓ (๓) นะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ที่ประชุมเห็นด้วยนะครับ เชิญท่านเลขาดำเนินการต่อครับ

นางอุมาสีว์ สอาดเอี่ยม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๒๙๙ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ มีสมาชิกที่ขอแปรญัตติไว้ ติดใจไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มีสมาชิกติดใจส่วนที่ขอแปรญัตตินะครับ ถือว่า เห็นด้วย กับมาตรา ๒๙๙ ที่กรรมาธิการเสนอนะครับ ก็ถือว่าพิจารณาในส่วนที่สามารถดำเนินพิจารณาได้ครบถ้วน แล้วนะครับ ขอหารือท่านสมาชิกกับกรรมาธิการครับ จะพักการประชุมแล้วนำมา พิจารณาต่อตอนหกโมงเย็นหรือไม่นะครับ หรือว่าจะพักเลื่อนการประชุมไปก่อน เพื่อให้ กรรมาธิการไปจัดเตรียมให้ครบถ้วนเรียบร้อยให้หมดก่อน ขอหารือครับ เชิญครับ ท่านกรรมาธิการครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการครับ เนื่องจากเปึนเรื่องรายละเอียดค่อนข้างมาก แล้วกรรมาธิการอยากดูให้รอบคอบ ขออนุญาตใช้เวลา ก็ขออนุญาตให้ไปประชุมพรุ่งนี้ เลยครับ ตอนเช้าครับท่านประธานครับ

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธานครับ ทางนี้ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ ท่านการุณครับ ส่วนวันนี้นี่มีมาตราไหนที่จะพิจารณาต่อไป มีไหมครับ ที่บอกว่าไปปรึกษาเรื่องเอฟทีเอ (FTA – Free Trade Agreement) อะไร มีไหมครับ

นายสมเกียรติ รอดเจริญ

ท่านประธานครับ ๑๘๖ ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านสมเกียรติครับ เชิญครับ

นายสมเกียรติ รอดเจริญ

ครับ ท่านประธานครับ ไม่ทราบว่า ๑๘๖ นะครับ มาตรา ๑๘๖ ที่ได้แขวนกันไว้ แล้วไปทําความตกลงกันไว้นะครับ ไปถึงไหน อย่างไรครับ แล้วก็ประเด็นของกรณีที่เราได้แปรญัตติเพิ่มเติม แล้วก็ลงนามไป ๖๐ ชื่อ ครับ จะพิจารณาเมื่อไรครับ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ปรึกษาท่านประธาน ท่านอาจารย์นรนิติแล้วนะครับ ส่วนที่สมาชิกลงชื่อขอแปรญัตติ เพิ่มเติมนั้นนะครับ จะพิจารณาไปพร้อมกันทุกญัตติ คือพร้อมกัน หมายความว่า ต่อเนื่องกันไปนะครับในคราวเดียวกัน คงไม่ใช่วันนี้นะครับ ก็คงต้องแจกเอกสารให้ สมาชิกไปดูก่อนด้วยนะครับ ส่วนมาตรา ๑๘๖ เมื่อกี้ถามแล้วก็ยังไม่เรียบร้อยดีนะครับ ท่านกรรมาธิการมีมาตราอื่นอีกไหมครับ

นายอัชพร จารุจินดา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อัชพร จารุจินดา ครับ จะมีมาตรา ๒๓๙ แต่บังเอิญกรรมาธิการก็ยังไม่ได้ทำ เอกสารมา แต่ขออนุญาตเปึ่นหลักการก่อนนะครับว่า เดิมที่ค้างกันอยู่ว่า ที่ในร่างเรื่อง คุณสมบัติของบุคคลที่จะเข้ามาสู่การสรรหาคณะกรรมการปัองกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาตินั้น เขียนไปถึงข้าราชการพลเรือน ระดับ ๙ ซึ่งมีปัญหาว่า กฎหมายใหม่หรือตามมติ ครม. นั้น จะไม่มีระดับแล้วนั้นจะทำอย่างไร ขออนุญาตว่า เรียนหารือกันแล้ว แล้วก็ได้รับฟังท่านสมาชิกหลายท่านว่า คุณสมบัติของบุคคลผู้เปึน ปปช. นั้น อยากจะต้องการให้สูงขึ้น ถึงแม้ว่าโดยที่เสนอมาในครั้งแรกนั้นต้องการสรรหา บุคคลที่อาจจะในทางกว้างมาก แล้วก็อายุน้อย แต่ว่าเมื่อพิจารณาทบทวนแล้ว จากการรับฟัง ทุกท่านแล้ว ก็อยากจะให้ขยับคุณสมบัตินี้ให้เท่ากับศาลรัฐธรรมนูญ นั่นก็หมายความว่า วุฒิสําหรับข้าราชการนั้นต้องเคยรับราชการ เดิมนั้นตําแหน่งไม่ต่ํากว่ารองอธิบดี ก็อยากจะขอเรียนเสนอ ขยับขึ้นไปเปึน เคยรับราชการในตําแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดี แล้วก็ ใช้ข้อความเดียวกับศาลรัฐธรรมนูญ คือ หรือตําแหน่งในทางบริหารที่เทียบเท่าอธิบดี ส่วนสายวิชาการ ซึ่งเขียนว่า ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองศาสตราจารย์นั้น ก็ขออนุญาต ขยับเปึน ไม่ต่ํากว่าศาสตราจารย์ ซึ่งจะเหมือนกับศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนข้อความ พรุ่งนี้คงจะเสนอมาอีกทีครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ก็คงขอเปึ้นเรื่องแจ้งให้ที่ประชุมทราบล่วงหน้าก่อนแล้วกันนะครับ เดี๋ยวท่านเอาเอกสาร ให้เขาดูรายละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านอาจารย์เกียรติชัยครับ ท่านมีอะไรครับ

นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์

ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ สสร. ครับ ไม่มีอะไรครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าเรามาจนถึงจุด ซึ่งผมคิดว่า น่าจะเรียบร้อยลงตัวดีพอสมควร และผมอยากจะคิดว่า ถ้าทางท่านคณะกรรมาธิการ ยกร่างไปทำมาให้เรียบร้อยดีแล้วนี่นะ ไม่ยากล่ะ น่าจะจบแล้ว ผมยังอยากจะเสนอ ด้วยซ้ำไปว่าพรุ่งนี้เอากันบ่ายโมง ให้ท่านไปทำมาให้ดีเลย ทำให้เรียบร้อยเลย เดี๋ยวเสร็จแน่ ครึ่งวันพอแล้ว ผมจะเสนอว่าถ้าจะเริ่ม วันนี้หยุด แล้วก็ให้ท่านไปทำมาให้ เต็มที่เลย ทีเดียวเลย รวดเดียวเลย แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เริ่มบ่ายโมงดีไหมครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คือผมดูรายละเอียดนี่นะครับ ผมว่าไม่ทันนะครับ คือเราประชุมเช้านะครับ โดยกรรมาธิการเตรียมเอกสารแจกสมาชิกนะครับ แล้วนํามาตราที่สมาชิกรู้อยู่แล้ว นี่นะครับมาพิจารณาไปเบื้องต้นก่อนนะครับ ในส่วนแรกก่อนนะครับ ส่วนอื่นท่านสมาชิก รับเอกสารไปแล้ว ก็นำไปพิจารณา ก็ได้ทั้งวันนะครับ เอาที่ง่ายก่อนนะครับ มาพิจารณา ตอนแรกก่อน ถ้าเราไปบ่ายนี่นะครับ กราบเรียนเลยครับ ไม่ทันครับ แล้วก็จะเสียเวลายาว ไปเลยนะครับ ตกลงขออนุญาตตามนี้นะครับ ท่านกรรมาธิการครับ ขอประชุมเช้านะครับ ท่านสุรชัยครับ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ผมมีความเห็นอย่างนี้ครับว่า ถ้าวันนี้ เราจะยุติการประชุมเพียงเท่านี้ ก็ไม่ขัดข้อง แต่จะมีประเด็น ก็คือว่า มีมาตราหลายมาตรา ที่เราแขวนการพิจารณาไว้ ซึ่งผมเชื่อแน่ว่ากรรมาธิการยกร่างต้องไปปรับปรุงแก้ไข ข้อความหลายเรื่อง อีกส่วนหนึ่ง ก็คือเรื่องที่มีสมาชิกขอแปรญัตติเพิ่มเติม เท่าที่ทราบขณะนี้มีอยู่ ๔ เรื่องนะครับ ถ้าเปึนไปได้ผมไม่อยากจะให้พรุ่งนี้มาถึง แล้วท่าน เอาเอกสารมาแจกเราในที่ประชุม แล้วเดี๋ยวก็ถามว่าสมาชิกขัดข้องไหม ซึ่งผมต้องเรียนว่า ดูไม่ทันแน่นะครับ โดยเฉพาะผู้แปรญัตติในแต่ละกลุ่มต่าง ๆ นะครับ เชื่อว่าเขาจะต้องเอา รายละเอียดไปปรึกษา ไปประชุมกันภายในกลุ่ม เพราะฉะนั้นเปึนไปได้ไหมครับว่าพรุ่งนี้ ถ้าเราจะประชุมกันตามเดิม คือ ๐๙.๓๐ ขอให้กรรมาธิการยกร่างเอาเอกสาร มาแจก ให้พวกเราได้ดู อย่างน้อยล่วงหน้าสัก ๑ ชั่วโมง อย่ามาแจกในที่ประชุม ท่านอาจารย์สมคิดสั่นหัวแล้ว ถ้าไม่ทันนะครับ ก็ขอประชุมสายนิดหนึ่งท่านประธาน เปึ้น ๑๐.๐๐ นาฬิกา แล้วท่านแจกเอกสารให้เรา ๐๙ นาฬิกา ๓๐ นาที ตามเวลาประชุม เดิมนะครับ เราจะได้มีเวลาเตรียมตัว ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะมีปัญหาครับ แล้วก็จะพาล เสียเวลาในที่ประชุมไปเปล่า ๆ นะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ คืออย่างนี้นะครับท่านสุรชัยครับ เมื่อกี้ที่ผมเรียนท่านสมาชิกนะครับว่า เรื่องที่ประชุมนี่เอาเรื่องง่าย ๆ ก่อน เราเลือกได้นะครับ ง่าย ๆ นี่ ขนาดง่ายของเราบางที ซัดเปึนครึ่งชั่วโมง ชั่วโมงนึ่งเหมือนกันนะครับ แล้วช่วงนั้นนี่ท่านก็เอาไปดูนะครับ แต่เดี๋ยว ลองถามยกร่างดูนะครับ ความพร้อมขนาดไหนครับ ท่านอาจารย์สมคิดครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ความจริงมีบางมาตรา ที่กรรมาธิการได้ยกร่างไว้แล้วนะครับ ยกตัวอย่างเช่น มาตราว่าด้วยผู้ไต่สวนอิสระนะครับ ซึ่งไม่ได้มีผู้ติดใจมาก แต่กรรมาธิการยังไม่ได้แจกให้ แล้วก็คงเช้าเก้าโมงครึ่งคงจะประชุม ได้นะครับ แล้วก็เอกสารคงไม่น่ามีปัญหาอะไรมาก ผมคิดว่าแจกก่อนล่วงหน้าสัก ครึ่งชั่วโมงได้ไหมครับท่านสุรชัย ขอหารือ หรือไม่อีกทางหนึ่ง ก็คือว่าได้มีผู้เข้าชื่อ ขอแปรญัตติเพิ่มเติมนะครับ ๖๐ ชื่อ ก็มี ถ้าแจกเย็นนี้ แล้วพรุ่งนี้เช้านี่ว่าด้วยเรื่องที่มี ผู้แปรญัตติก่อนนะครับ และในขณะเดียวกันก็แจกเอกสารของกรรมาธิการยกร่างไป ตอนเช้านี่นะครับ แล้วบ่ายคุยเรื่องที่ค้างอยู่ ขอหารือเร็ว ๆ แบบนี้นะครับว่าเปึนไปได้ไหม เพราะเข้าใจว่าเข้าชื่อ ๖๐ กว่าชื่อนี่ ได้มาแล้วนะครับ ผมเห็นอยู่แล้วน่าจะแจกได้เลยครับ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

ครับ ผมเรียนท่านสมคิดผ่านท่านประธาน อย่างนี้ครับว่า เรื่องที่เราจะพิจารณาพรุ่งนี้นี่ ผมไม่ขัดข้องหรอกครับ เอาเรื่องแขวน ขึ้นมาก่อน หรือเอาญัตติใหม่ขึ้นมาก่อน ก็คืออยากจะให้เราพิจารณาเรื่องที่มีความพร้อม ด้านเอกสารก่อนนะครับ ส่วนเอกสารอะไรที่ทางฝ์ายยกร่างบอกว่า วันนี้ทำเสร็จแล้ว ก็ขอความกรุณาแจกพวกเราวันนี้เลยนะครับ เราจะได้กลับเอาไปศึกษากันคืนนี้เลยครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ พอจะมีบางส่วนไหมครับ ที่พอแจกได้มีไหมครับ ๒๖๖ ๒๘๔ นะครับ เดี๋ยวอาจารย์เจิมศักดิ์ เดี๋ยวครับปรึกษากับยกร่างก่อน พอจะมีให้เขาพอไปพิจารณา ในเบื้องต้นก่อนนะครับ เราสรุปตรงนี้ดีกว่าครับ กรรมาธิการจะได้เอาเวลาไปดําเนินการ ให้เสร็จลุล่วงโดยเร็วนะครับ อย่างนั้นท่านเลขาครับ จะเอาอย่างไรครับ ส่วนญัตติที่เขา เสนอไว้นี่นะครับ ถ้าไม่ขัดข้อง ท่านเลขาธิการครับพอจะแจกอะไรให้สมาชิกก่อน ได้ไหมครับ เดี๋ยวลองปรึกษาท่านประธานดูนิดหนึ่งนะครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ขออนุญาตอย่างนี้ ได้ไหมครับท่าน ก็หารือท่านประธาน หารือท่านสุรชัยด้วยครับ ก็พรุ่งนี้เช้าพิจารณา เรื่องที่มีผู้แปรญัตติใหม่แล้วกันได้ไหมครับ เพราะว่าแจกเอกสารได้วันนี้เลย คือพรุ่งนี้เช้า กรรมาธิการยกร่างมีประชุมแปดครึ่งครับ บางเรื่องที่แขวนไว้ก็จะไปดูก่อน เอกสารอาจจะ แจกให้ทันล่วงหน้า ๑ ชั่วโมงไม่ได้นะครับ ก็ขออนุญาตว่า เช้าขออนุญาตให้ดูเรื่องที่ ผู้แปรญัตติใหม่เลย เพราะว่าแจกเอกสารได้วันนี้อยู่แล้วครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ อย่างนั้นผมขออย่างนี้ครับ เดี๋ยวครับท่านสุรชัยครับ ให้ผมอนุญาตก่อน เดี๋ยวผมหารือท่านเลขาครับ ตอนนี้เดี๋ยวพอหยุดนะครับ ท่านก็ไปรับประทานกาแฟกัน คนละแก้วสองแก้วนะครับ แล้วให้ทางท่านเลขาจัดเอกสารที่จะพิจารณาในวันพรุ่งนี้ นะครับ ที่ตรงเคาน์เตอร์ (Counter) ลงชื่อนะครับ แล้วท่านสมาชิกก็มารับได้ก่อน สี่โมงเย็นดีไหมครับ เดี๋ยวต้องไปสำเนาถ่ายเอกสารมาแจกสมาชิกด้วยนะครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ยกมือหลายที่แล้ว เชิญครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

ท่านประธานครับ กว่าจะได้พูด พอดีก็ตรงกันเยอะเลย คือเราทำเรื่องที่สมาชิก ๖๐ รายชื่อเสียก่อน เพราะว่าเอกสาร พร้อมแล้ว เดี๋ยวคืนนี้เอาไปดู วันพรุ่งนี้พอพูดเรื่องนี้เสร็จ ท่านประธานก็บอกว่าเราทำเรื่อง ง่าย ๆ ก่อน เรื่องง่าย ๆ ที่ไม่ต้องมีเอกสาร ก็คือมาตรา ๒ กับมาตรา ๗๘ ก็น่าจะเอา มาตรา ๒ มาตรา ๗๘ พิจารณาเสียก่อน ไม่ต้องมีเอกสาร แล้วระหว่างนั้นนี่เอกสาร ท่านเสร็จเราก็จะได้ดูไปพลาง แล้วก็ค่อยมาพิจารณามาตราอื่นที่แขวน มันเปึนการ พิจารณาเรียงมาตราไปด้วยเลย เหมือน ๑ มาตรา ๒ ที่แขวน แต่ว่า ๗๘ มันเกี่ยวพันกัน ก็เอา ๗๘ กับ ๒ มาพิจารณาร่วมกัน ขอบพระคุณครับ ง่าย ๆ อย่างที่ท่านว่า

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ๆ ทุกท่านก็เสนอสิ่งดี ๆ ให้ทั้งนั้นนะครับ ก็ถือว่ารับมาดําเนินการแล้วกันครับ ยกร่างจะได้ไป ดำเนินการครับ เสียเวลาเยอะแล้วนะครับ ขอขอบคุณ ท่านสุรชัยครับ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

นิดเดียวครับ เสนออีกนิดเดียวว่าเราลงตัวกัน หมดแล้ว ก็พรุ่งนี้เราพิจารณาเรื่องญัตติที่เสนอเพิ่มเติม เพียงแต่ผมขอว่าญัตติที่เสนอเพิ่มเติม ให้พิจารณาไล่เรียงตามลำดับมาตราน้อยไปมาตรามาก

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เอาเถอะครับ เดี๋ยวดูอันไหนพร้อมนะครับ บางญัตติก็ยังไม่พร้อมเลยนะครับ เดี๋ยวทางเลขา ดำเนินการแจกเอกสารให้เสร็จก่อนสี่โมงเย็นนะครับ ที่เคาน์เตอร์ตรงลงชื่อครับ วันนี้ก็ขอขอบพระคุณท่านสมาชิก ท่านกรรมาธิการยกร่างทุกท่าน และเจ้าหน้าที่ด้วยนะครับ ขอเลื่อนไปประชุมพรุ่งนี้ เวลา ๐๙ นาฬิกา ๓๐ นาที นะครับ วันนี้ขอป่ดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๕.๑๕ นาฬิกา