สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๖ · ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๐

พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ พูดเรื่องการปฏิรูปการเมืองและเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองของรัฐสภา เพื่อศึกษาพิจารณาและเสนอแนวทางเกี่ยวกับการปฏิรูปการเมืองให้แก่รัฐสภา

นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ

ครับ ขอบคุณท่านประธานสภาครับ กระผม พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ สสร. นะครับ คือตอนแรกกระผมก็แค่อภิปรายว่า เพิ่มเติมคําว่า การปฏิรูปการเมือง ในหมวด ๑๕ แต่ว่าตอนนี้ก็จะขออนุญาตนะครับ เรียนถึงวัตถุประสงค์ของการเสนอให้มีมาตรา ๒๘๑ วรรคหนึ่ง ขึ้นมานะครับ ซึ่งเมื่อสักครู่ ทางท่านเลขาของกรรมาธิการยกร่างนี่ได้กรุณาชี้แจงมาบ้างแล้วนั้นนี่ กระผมขออนุญาต เรียนดังนี้นะครับ กลุ่ม ๑ ของกระผมนี่ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะประสบความสำเร็จ แล้วก็เปึนที่พึ่งของพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริงนี่ น่าที่จะมีการ เน้นในเรื่องการปฏิรูปการเมืองให้มากยิ่งขึ้น ตามที่ท่านได้กรุณาชี้แจงนะครับว่า ได้มีการตั้งสภาพัฒนาการเมืองขึ้นมาตามมาตรา ๗๗ ใน (๙) นั้น กระผมได้พลิกไปดูแล้ว นะครับ มาตรา ๗๗ (๙) ท่านได้เขียนไว้สั้น ๆ ดังนี้นะครับ ท่านเขียนว่า จัดให้มี แผนพัฒนาการเมือง รวมทั้งจัดให้มีสภาพัฒนาการเมืองที่มีความเปึ้นอิสระ เพื่อติดตาม สอดส่องให้มีการปฏิบัติตามแผ่นดังกล่าวอย่างเคร่งครัดนะครับ ท่านเขียนไว้สั้น ๆ เพียง ๒ บรรทัดเท่านั้นเองนะครับ ซึ่งในส่วนนั้นก็เปึนเรื่องที่จะมีการจัดตั้งสภาพัฒนาการเมือง กันต่อไป ก็เปึนสิ่งที่ดีครับท่านประธาน แต่ว่าในบทบัญญัติมาตรา ๒๘๑/๑ นี้ที่ทางกลุ่ม กระผมได้เสนอขึ้นมานี่ มีสาระสําคัญนะครับ ก็คือให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการปฏิรูป การเมืองขึ้นคณะหนึ่งเปึนของรัฐสภา ซึ่งรวมทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา มีอํานาจ หน้าที่ที่สำคัญในการศึกษาพิจารณาและเสนอแนวทางเกี่ยวกับการปฏิรูปการเมืองให้แก่ รัฐสภานะครับ และคณะกรรมาธิการชุดนี้มีจํานวนทั้งสิ้น ๕๑ ท่าน ประกอบด้วย สส. บวก สว. ๑๕ ท่าน ประกอบด้วยภาคประชาสังคม ๑๕ ท่าน ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ สายนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ ๑๐ ท่าน ซึ่งคัดเลือกกันเองนะครับ แล้วก็ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการในสาขาอื่น ๆ อีก ๑๑ ท่านนะครับ รวมกันเปึน ๕๑ ท่าน วิธีการได้มาและการคัดเลือกนั้น ให้คัดเลือกกันเองนะครับ ของผู้แทนจาก ภาคประชาสังคมและผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วก็ให้เปึนไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนด ในกฎหมายนะครับ ซึ่งตรงนี้ก็เข้าใจว่า น่าจะใช้วิธีการที่ใกล้เคียงกับตอนที่เราเลือก สมัชชาแห่งชาตินะครับ และในวรรคท้ายสุด วรรคที่ ๔ ที่กระผมได้เสนอมาคือ ให้คณะกรรมาธิการชุดนี้รายงานผลการศึกษาและพิจารณาแก่รัฐสภาทุกป้นะครับ คือรายงานอย่างน้อยป้ละ ๑ ครั้ง แล้วก็ในกรณีที่เกิดมีกรณีฉุกเฉินหรือจำเปึนเร่งด่วน นะครับ ที่เปึนกรณีเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการเมืองนี่ ก็ให้สามารถที่จะเสนอเปึนรายงาน ต่อรัฐสภาได้ทันทีครับท่านประธาน และรวมทั้งรัฐสภาน่าจะต้องดําเนินการในเรื่องนี้ อย่างรวดเร็วภายใน ๑๕ วัน และต้องดำเนินการตามที่พิจารณาภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ ได้รับรายงานจากคณะกรรมาธิการ ทั้งหมดนี้นะครับเราได้กำหนดขึ้นมานี่ กระผมคิดว่า ไม่น่าจะเปึ้นเรื่องภายในของรัฐสภาเท่านั้น เพราะว่าความสําคัญของคณะกรรมาธิการ ชุดนี้มีมาก แล้วก็จะเปึ้นอีกจุดหนึ่งที่จะเปึนแรงจูงใจให้พี่น้องประชาชนนี่ได้มองเห็น ความสําคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับป้พุทธศักราช ๒๕๕๐ นี้ ว่ามีความแตกต่างจากร่าง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อย่างชัดเจน โดยเราได้ให้ความสําคัญกับการปฏิรูปการเมือง แล้วก็ได้ให้ความสําคัญกับการจัดตั้งเปึนคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองของรัฐสภา ขึ้นมานะครับ ดังนั้นกลุ่มพวกกระผมจึงเห็นว่า ไม่น่าจะเปึ้นเรื่องภายในของรัฐสภาเท่านั้น แต่น่าที่จะบัญญัติขึ้นมาเปึ้นอีกมาตราหนึ่งต่างหาก ซึ่งจะเปึ้นประโยชน์ต่อประเทศชาติและส่วนร่วมอย่างแท้จริงนะครับ และการเขียนขึ้นมา ใน ๔ วรรคดังนี้นี่ ก็มิได้จะไปขัดขวางการดำเนินงานการจัดตั้งสภาพัฒนาการเมือง ตามมาตรา ๗๗ วรรคเก้า แต่อย่างใดนะครับ เปึ้นคนละส่วนกัน เพราะว่าในส่วนนี้จะเน้น การศึกษาและพิจารณาภายในรัฐสภาเปึ้นด้านหลัก ส่วนสภาพัฒนาการเมืองนั้น มีการดำเนินงานที่มากมายกว่านี้เยอะเลยครับท่านประธาน ในขอบเขตทั่วประเทศ ดังนั้น กระผมจึงคิดว่า เรื่องนี้เปึ้นเรื่องหนึ่งที่อาจจะกล่าวได้ว่าเปึนนวัตกรรมใหม่อีกชิ้นหนึ่งของ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ว่าได้นะครับ ซึ่งพวกกระผมก็ได้นําเสนอให้ท่านทั้งหลายได้พิจารณา ถ้าเผื่อท่านเห็นว่าจะเปึนประโยชน์และจะช่วยเสริม ทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้มีเสน่ห์ มากยิ่งขึ้น แล้วก็จะมีการดำเนินงานที่จะเปึนประโยชน์ต่อส่วนร่วมแล้ว กระผมก็คิดว่า น่าที่จะรับไว้พิจารณาครับท่านประธาน ขอขอบพระคุณอย่างมากครับ