รายงานการประชุมสภาร่างรั่ฐธรรมนูญ
ครั้งที่ ๓/๒๕๕๐
วันจันทร์ที่ ๒๒ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๐
ณ ตึกรัฐสภา
เรียนท่านสมาชิก ครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุม จำนวน ๖๒ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเป่ด การประชุมเพื่อดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
๑.๑ รับทราบรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิจากประธานคณะมนตรีความมั่นคง แห่งชาติ
ด้วยประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติได้เสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเปึนหรือมิได้เปึนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จํานวน ๑๐ ท่าน ตามมาตรา ๕ ของ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ ดังนี้
๑. พลเอก อัฎฐพร เจริญพานิช
๒. นายมนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด
๓. นายอัชพร จารุจินดา
๔. นายสุพจน์ ไข่มุกด์
๕. นายธงทอง จันทรางศุ
๖. นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์
๗. นาวาตรี ประสงค์ สุ่นศิริ
๘. นายธนบูลย์ จิรานุวัฒน์
๙. นายวิจิตร วิชัยสาร
๑๐. นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์
จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
๑.๒ รับทราบเรื่องการสํารวจความคิดเห็นของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ
ด้วยสถาบันพระปกเกล้ามีความประสงค์ที่จะให้การสนับสนุนภารกิจของ สภาร่างรัฐธรรมนูญในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ โดยจัดสัมมนาทางวิชาการเกี่ยวกับ การทํางานในภารกิจต่าง ๆ แก่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยผมเองมีดําริให้จัดทําแบบ สำรวจความคิดเห็นในการจัดสัมมนา ซึ่งแบบสำรวจความคิดเห็นดังกล่าวได้จัดทำ และเตรียมแจกให้สมาชิกแล้วตั้งแต่เวลา ๙ .๐๐ นาฬิกาของวันนี้ที่เคาน์เตอร์ลงชื่อมา ประชุม ณ บริเวณ หน้าห้องประชุมรัฐสภา ชั้น ๒ อาคารรัฐสภา ๑ เมื่อท่านสมาชิกได้รับ แบบสำรวจและกรอบความคิดเห็นแล้ว โปรดส่งแบบสำรวจคืน ณ บริเวณหน้าห้อง ประชุมสภา ชั้น ๒ อาคารรัฐสภา ๑ ภายในวันนี้ เวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา ด้วยครับ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่สภาร่างรัฐธรรมนูญได้คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ จํานวน ๒๕ คน และประธาน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ เสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน ๑๐ คนแล้ว ผมจึง ข้อเสนอให้ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อเปึนคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน ๓๕ คน ดังนี้ ๑. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ๒. นายคมสัน โพธิ์คง ๓. นายจรัญ ภักดีธนากุล ๔. นายชูชัย ศุภวงศ์ ๕. ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ ๖. นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ ๗. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย ๘. รองศาสตราจารย์นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ๙. นายนุรักษ์ มาประณีต ๑๐. นายปกรณ์ ปรียากร ๑๑. นายประพันธ์ นัยโกวิท ๑๒. นางสาวพวงเพชร สารคุณ ๑๓. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ๑๔. นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ๑๕. นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ๑๖. นายมานิจ สุขสมจิตร ๑๗. ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ๑๘. นายวิทยา งานทวี ๑๙. รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย ๒๐. รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช ๒๑. นางสดศรี สัตยธรรม ๒๒. นายสนั่น อินทรประเสริฐ ๒๓. ศาสตราจารย์ สมคิด เลิศไพฑูรย์ ๒๔. นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ ๒๕. นางอังคณา นีละไพจิตร ๒๖. พลเอก อัฎฐพร เจริญพานิช ๒๗. นายมนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด ๒๘. นายอัชพร จารุจินดา ๒๙. นายสุพจน์ ไข่มุกด์ ๓๐. นายธงทอง จันทรางศุ ๓๑. นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ ๓๒. นาวาตรี ประสงค์ สุ่นศิริ ๓๓. นายธนบูลย์ จิรานุวัฒน์ ๓๔. นายวิจิตร วิชัยสาร และ ๓๕. นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ สมาชิกครับ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน ๓๕ ท่าน ดังกล่าวนั้นจะมีสมาชิกท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่า ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจํานวน ๓๕ ท่านเปึนคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญ ซึ่งผมจะได้ทําเปึนประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อลงประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาต่อไป
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องแต่งตั้งกรรมาธิการสามัญและวิสามัญ
ตามที่ประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญครั้งที่ ๒/๒๕๕๐ วันอังคารที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๐ ที่ประชุม ได้มีมติตั้งคณะทำงานขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณาเสนอ รายชื่อสมาชิกให้ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการและพิจารณากรอบอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมาธิการตามข้อบังคับ การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๙ ข้อ ๗๔ โดยอนุโลม ประกอบด้วย ๑. นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร ๒. รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ๓. นายชูชัย ศุภวงศ์ ๔. นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ๕. นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ ๖. ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ และ ๗. นายเสรี สุวรรณภานนท์ บัดนี้คณะทำงาน ได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ ผมขออนุญาตเชิญคณะทำงานเข้าประจำที่ครับ เชิญครับ เชิญคุณกฤษฎา ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายกฤษฎา ให้วัฒนานุกูล ผมขออนุญาตท่านประธานแจกเอกสารในเรื่องของ โครงสร้างของคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดครับ เพื่อจะได้เปึนแนวทางเปึน ประโยชน์กับทุก ๆ ท่านต่อไปครับ
กรรมาธิการ ประจําจังหวัด
ครับ โครงสร้างครับ
แล้วแจก ให้คณะทำงานไปแล้วหรือยังครับท่าน
ให้แล้วครับ ผมได้ส่งไปที่โต๊ะทำงาน ท่านเสรีเมื่อเช้านี้ด้วย
เดี๋ยวขอนิดหนึ่ง ได้ไหม เข้าใจว่ากรรมาธิการจังหวัดนี่มีเรื่องอยู่ในคณะทำงาน แล้วพอถึงตอนนั้นผมจะให้ ประธานคณะทำงาน คณะทำงานได้ชี้แจงสักนิดหนึ่งนะคุณกฤษฎานะ
ขออนุญาตเรียนหารือพอดีผมทำโครงสร้าง เปึ้นตุ๊กตาเฉย ๆ ครับ
พอถึงตอนนั้น จึงค่อยดูได้ไหมครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
เพราะฉะนั้น ถ้าคณะทำงานพร้อมนะครับ ผมขออนุญาตเชิญคณะทำงานแถลงผลการประชุม พิจารณาแล้วได้ข้อเสนออย่างไรเชิญครับ ท่านเสรีครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธาน คณะทำงาน ขอรายงานต่อที่ประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญดังต่อไปนี้ ๑. นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร ๒. รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ๓. นายชูชัย ศุภวงศ์ ๔. นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ๕. นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ ๖. ศาสตราจารย์ สมคิด เลิศไพฑูรย์ และ ๗. นายเสรี สุวรรณภานนท์
บัดนี้ คณะทำงาน ได้ดำเนินการแล้ว ปรากฏผลดังนี้
๑. คณะทำงาน ได้มีมติเลือกตั้ง นายเสรี สุวรรณภานนท์ เปึนประธาน คณะทํางาน
๒. คณะทำงาน ได้มีมติเห็นชอบให้ นายสามารถ คัมภิรานนท์ ผู้อำนวยการสำนักกรรมาธิการ ๒ เปึนเลขานุการคณะทำงาน
๓. คณะทำงาน ได้พิจารณารายชื่อสมาชิกและบุคคลผู้มิได้เปึนสมาชิก เพื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการ โดยพิจารณารายชื่อบุคคลผู้เปึนสมาชิก สภาร่างรั่ฐธรรมนูญแต่ละคนที่ได้แสดงความจํานงในการดํารงตําแหน่งกรรมาธิการตาม แบบที่คณะทำงานกำหนดจำนวน ๑๒ คณะ ตามมติที่ประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ และพิจารณารายชื่อบุคคลผู้มิได้เปึนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ดํารงตําแหน่ง กรรมาธิการในคณะกรรมาธิการคณะต่าง ๆ โดยคำนึงถึงการแสดงความจำนงประกอบ กับความเหมาะสมเกี่ยวกับความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ ภูมิลำเนาของแต่ละคน และการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่าง ๆ เปึ้นสำคัญ
ทั้งนี้ ในการพิจารณาดังกล่าวคณะทำงาน ได้ใช้ข้อบังคับการประชุมสภา นิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๙ โดยอนุโลม แต่ข้อยกเว้นข้อบังคับในหมวด ๔ ว่าด้วย กรรมาธิการ ในส่วนที่เกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการ วิสามัญ และจำนวนกรรมาธิการ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและสอดคล้องกับอำนาจ หน้าที่ บทบาท ตลอดจนภารกิจของคณะกรรมาธิการ และการจัดเกลี่ยรายชื่อสมาชิก ลงในคณะกรรมาธิการคณะต่าง ๆ
๔. คณะทำงาน ได้พิจารณากรอบอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ จำนวน ๑๓ คณะ โดยคำนึงถึงบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ และความเหมาะสมสอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ บทบาท ตลอดจนภารกิจของคณะกรรมาธิการแต่ละคณะเปึนสำคัญ
๕. คณะทำงาน ขอเสนอรายชื่อสมาชิกและบุคคลผู้มิได้เปึนสมาชิกเพื่อให้ ดํารงตําแหน่งกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการคณะต่าง ๆ ของสภาร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมกรอบอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการมาพร้อมรายงานนี้ด้วยแล้ว ส่วนรายชื่อ กรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญประจําจังหวัด ๗๖ จังหวัดนั้น คณะทํางาน จะพิจารณารายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเปึนกรรมาธิการต่อที่ประชุม สภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาแต่งตั้งโดยเร็วในโอกาสต่อไป
ท่านสมาชิกครับ เพื่อให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญ จำนวน ๑๒ คณะ ตามที่ได้มีมติ ในการประชุมเปึนการภายใน เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๐ และสมาชิกอาจมีสิทธิดํารง ตำแหน่งกรรมาธิการได้มากกว่า ๑ คณะ เพราะฉะนั้นผมต้องขอถามว่าสมาชิกจะเสนอ ความเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ ในการที่จะต้องของดใช้ข้อบังคับตามที่ท่านประธาน คณะทำงานของดใช้ เพราะว่าบางส่วนที่ท่านประธานคณะทำงานบอกไปแล้วว่าเปึนไป โดยอนุโลม แต่ในบางข้อบังคับนั้นต้องของดใช้เลยนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีความเห็น เปึ้นอย่างอื่นนะครับ จะได้ดําเนินการต่อไปได้ เพราะฉะนั้นการเลือกคณะกรรมาธิการ ให้ที่ประชุมพิจารณาเลือกจากรายชื่อสมาชิกที่ได้รับการพิจารณาจากคณะทำงาน เพื่อพิจารณาเสนอรายชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการ และพิจารณากรอบอำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมาธิการ ผมขอดำเนินการให้ที่ประชุมเลือกกรรมาธิการในแต่ละคณะ ตามลําดับดังนี้นะครับ
๑. คณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ ขอเชิญคณะทำงาน ครับ อันนี้ชื่อ การประชามติ ใช่ไหมครับ ไม่มีลงประชามติ เชิญครับ
รายชื่อคณะกรรมาธิการ สภาร่างรัฐธรรมนูญคณะแรกนะครับ เปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมี ส่วนร่วมและการประชามติ ประกอบด้วยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่า ๑๒ คน และผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการรับฟังความคิดเห็น และการ จัดทำร่างรัฐธรรมนูญรวมเปึนกรรมาธิการทั้งสิ้นจำนวนไม่เกิน ๔๐ คน มีรายชื่อดังต่อไปนี้ ในส่วนของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๑. ประธานคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคกลาง ๒. ประธานคณะกรรมาธิการรับฟังความ คิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคเหนือ ๓. ประธานคณะกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๔. ประธาน คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคใต้ ๕. ประธาน คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ๖. ประธาน คณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ ซึ่งรายชื่อของบุคคลดังกล่าวนี้จะชัดเจน ต่อเมื่อคณะกรรมาธิการคณะต่าง ๆ เหล่านี้ได้เลือกตัวประธานในคณะกรรมาธิการ ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะกราบเรียนให้ท่านประธานและที่ประชุมได้ทราบต่อไป ๗. นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร ๘. นายกล้านรงค์ จันทิก ๙. นายการุณ ใสงาม ๑๐. ศาสตราจารย์จรัส สุวรรณมาล้า ๑๑. รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ๑๒. นายชนินทร์ บัวประเสริฐ ๑๓. นายชูชัย ศุภวงศ์ ๑๔. นายปริญญา ศิริสารการ ๑๕. นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ ๑๖. นายวิทยา คชเขื่อน ๑๗. นายวิชัย ศรีขวัญ ๑๘. นายศิวะ แสงมณี ๑๙. นายสมชัย ฤชุพันธุ์ ๒๐. นายสวิง ตันอุด ๒๑. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย และมีผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้แทนจากหน่วยงาน ดังมีรายชื่อต่อไปนี้ ๒๒. นายชาญชัย สุนทรมัฏฐ์ ๒๓. นายธนนุช ตรีทิพย์บุตร ๒๔. นายนิรันดร์ จงวุฒิเวศย์ ๒๕. นายนิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ๒๖. ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ๒๗. นายประสาน มฤคพิทักษ์ ๒๘. นายปราโมทย์ รัฐวินิจ ๒๙. นายพงษ์ศักดิ์ พยัคฆวิเชียร ๓๐. นางมาลีรัตน์ แก้วก่า ๓๑. นางเร็วดี ประเสริฐเจริญสุข ๓๒. นายวิทยากร เชียงกูล ๓๓. นายสมพร ใช้บางยาง ๓๔. นายสามารถ คัมภิรานนท์ ๓๕. ผู้แทนคณะกรรมาธิการ การเลือกตั้ง ๓๖. ผู้แทนคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๓๗. ผู้แทนสภา ที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ๓๘. ผู้แทนสมัชชาประชาชนเพื่อการปฏิรูป การเมือง ซึ่งบุคคลลำดับที่ ๓๔ ถึง ๓๘ ดังกล่าว จะเสนอรายชื่อที่ชัดเจนให้กับ ท่านประธานและที่ประชุมต่อไป รายชื่อทั้งหมด ๓๘ คนนี้ จึงขอให้ที่ประชุมได้โปรด รับรองด้วยครับ
ที่ประชุมรับรอง นะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อุทิศ ชูช่วย สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานสภาฯ เพื่อเสนอเพิ่มเติม รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติอีก ๑ ท่าน นะครับ ซึ่งถือว่าเปึนตัวแทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ เราจำเปึนจะต้อง ได้รับความร่วมมือจากองค์กรส่วนท้องถิ่น ซึ่งถือว่าเปึนองค์กรที่ใกล้ชิดกับประชาชน มากที่สุดในการรับฟังความคิดเห็นและการประชามตินะครับ ผมขออนุญาตที่จะเสนอ เพิ่มอีก ๑ องค์กรนะครับ นั่นก็คือตัวแทนจากผู้แทนนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาล แห่งประเทศไทยครับ เพราะว่าจะได้มีเครือข่าย เทศบาลนี้ถือว่าเปึนผู้ที่มีเครื่องไม้ เครื่องมือสามารถสื่อสารติดต่อกับพี่น้องประชาชนได้กว้างขวางครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ นะครับ ถ้าเราได้รับความร่วมมือหรือว่าได้เชิญท่านนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาล แห่งประเทศไทยมาเปึนคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็จะทําให้เกิดความร่วมมือประสานติดต่อ ระหว่างสภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้กับพี่น้องประชาชนได้สะดวก และก็ทั่วถึงครอบคลุม ทุกพื้นที่ครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านประธาน คณะทํางานขอเพิ่มท่านเดียวใช่ไหม แล้วก็เอาตําแหน่งใช่ไหมครับ ท่านอื่นมีความเห็น อย่างไรบ้าง เชิญครับ
ท่านประธานสภาฯ ที่เคารพนะครับ กระผม พิเชียร อํานาจวรประเสริฐ สสร. นะครับ กระผมมีความเห็นดังนี้นะครับ ๑. คือเลขที่ ๒๗ และ เลขที่ ๒๘ สะกดชื่อผิดนะครับ เลขที่ ๒๗ นายประสาน มฤคพิทักษ์ ผมเข้าใจว่า ประสานนี่ สา แล้วก็ ร นะครับ ไม่ใช่ น นะครับ ท่านที่ ๒๘ ก็นายปราโมทย์ รัฐวินิจ ปราโมทย์ สะกดด้วย ช ครับ ไม่ใช่ ทย์ แล้วก็ในกรณีที่มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้เสนอว่าน่าจะมีตัวแทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ถ้าหากว่าได้เสนอตัวแทน ของเทศบาลเข้ามาแล้วจะยังขาดอีก ๒ องค์กรนะครับ คือองค์กรนายกสมาคม อบต. แล้วก็นายกสมาคม อบจ. ผมไม่แน่ใจว่าถ้าเราเสนอแต่เทศบาลเข้าไป อีก ๒ องค์กร เขาอาจจะขัดข้องนะครับ อันนี้ก็ขออนุญาตท่านประธานและท่านประธานคณะทำงาน ท่านรองฯ เสรี ได้กรุณาพิจารณาถึงประเด็นนี้ด้วย ขอขอบพระคุณท่านประธานอย่างมาก ครับ
เชิญท่านเสรีครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ ในฐานะประธานคณะทำงานได้ปรึกษากับทาง คณะทำงานแล้วนะครับ ต้องขอบพระคุณท่านอุทิศกับท่านอาจารย์พิเชียรนะครับที่เสนอ ทั้ง ๓ องค์กรดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมาธิการเห็นด้วยนะครับ ไม่ขัดข้อง ส่วนท่านอาจารย์ ประสาร มฤคพิทักษ์ นะครับ พอดีมีโน้ต (Note) มาแจ้งว่าท่านมีภารกิจมากนะครับ พิจารณาแล้วจึงขอถอนตัว เพราะฉะนั้นเมื่อเสนออีก ๓ องค์กรดังกล่าว จึงรวมแล้วเปึน ๔๐ คนพอดีนะครับ ขอบพระคุณครับ
เมื่อกี้รับรองแล้ว ตอนนี้ไม่เห็นความเห็นเปึนอย่างอื่นแล้วนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
จำนวน กรรมาธิการชุดนี้นะครับ กรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ จำนวนร่วมทั้งหมด ๔๐ ท่านนะครับ เชิญคุณวิทยาครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิทยา คชเขื่อน ตามที่ท่านอุทิศเสนอนะครับ ท่านลองเป่ดไปหน้า ๑๐ นะครับ หน้า ๑๐ ว่ามีอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นมันจะซ้ําซ้อนกันหรือเปล่านะครับ ถ้าหากซ้ําซ้อนมันก็จะทําให้เทอะทะไป เดี๋ยวก็มีเทศบาล เดี๋ยวก็มีองค์การบริหารส่วนตำบล เดี๋ยวก็มีองค์การบริหารส่วนจังหวัด เพิ่มเติมไปอีกมันก็จะยาวนะครับ ระดับอธิบดีแล้วคงจะพอเหมาะพอควรแล้วนะครับ อธิบดีของกรมการปกครอง อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน แล้วก็อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่น ท่านไพโรจน์ พรหมสาส์น ก็ได้นำเสนอไปแล้วนะครับ คงไม่มีปัญหาสำหรับ การจะเพิ่มในส่วนนี้นะครับ คงไม่ต้องเพิ่มหรืออย่างไรครับ ขอหารือท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ท่านประธาน คณะทํางานว่าอย่างไรครับ คือเข้าใจว่าผู้เสนอเสนอท้องถิ่นนี้เพราะว่าท้องถิ่นมาอีก ส่วนหนึ่ง อธิบดีทั้งหลายเปึนฝ์ายประจำใช่ไหมครับ แต่เมื่อกี้เพิ่มแล้วนี้ก็เพิ่มทั้งเทศบาล เพิ่มทั้ง อบต. และเพิ่มทั้ง อบจ. เปึ้นอันว่าครบท้องถิ่นนะครับ คือยังไม่ได้ตกลง ผมทำให้ ชัดเจนก่อนว่าจากการเสนอมันเปึนอย่างไรนะครับ เดี๋ยวรออีก ๒ ท่านที่ยกมือ แล้วท่าน ประธานคณะทํางานฯ ได้ตอบทีเดียว เชิญครับ ท่านวุฒิชาติก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ กระผมจะขอ อนุญาตเสนอรายชื่อเพื่อนสมาชิกเข้าไปอยู่ในคณะกรรมาธิการนะครับ ในส่วนของ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคเหนือ กระผม ขออนุญาตเสนอชื่อ คุณวีนัส ม่านมุ่งศิลปี นะครับ จะขอเอาไปทีเดียวเลยได้ไหมครับ
ตอนนี้เพียง ชุดแรกชุดเดียวครับ เดี๋ยวเขาจะไล่ไปทีละชุดครับ
ท่านประธานจะให้ไล่ไปทีละชุด
ครับ
ขอบคุณครับ
ท่านกิตติครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม กิตติ ตีรเศรษฐ์ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผมใคร่อยากจะขออนุญาตหารือ เกี่ยวกับคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและทำประชามติ ซึ่งกำหนดให้มี สสร. จํานวนไม่น้อยกว่า ๑๒ คน และผู้ทรงคุณวุฒิอีกร่วมแล้วจํานวนไม่เกิน ๔๐ คน นะครับ เนื่องจากในเรื่องนี้เปึ้นเรื่องที่จะต้องมีการดำเนินการให้มีการมีส่วนร่วม และมี ความเข้าใจในเรื่องของการทำประชามติทั่วประเทศ กระผมอยากจะขอหารือว่าเนื่องจาก จำนวนปัจจุบันนี้มีครบจำนวน ๔๐ คนแล้วนะครับ โดยส่วนตัวเห็นว่าเนื่องจากเครือข่าย ของสถาบันอุดมศึกษาซึ่งมีกว้างขวางในทั้งประเทศนี่ ก็คิดว่าคงจะสามารถเข้ามามี ส่วนร่วมในตรงนี้ได้ อยากจะขอเรียนหารือว่าไม่ทราบว่าจะให้มีประธานที่ประชุม อธิการบดีแห่งประเทศไทย ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ ประธานที่ ประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลเข้ามามีส่วนร่วมในคณะกรรมาธิการวิสามัญ คณะนี้ได้หรือไม่ อย่างไรนะครับ ขอบพระคุณครับ
ผมเรียนตรงนี้ เสียก่อน เข้าใจว่ามีคณะที่จะฟังองค์กรกับสถาบันการศึกษาอีกชุดหนึ่งใช่ไหม ท่านประธานคณะทำงานต้องเคลียร์ (Clear) ของท่านอาจารย์กิตติเสียก่อนนะครับ ใช่หรือเปล่า ใช่ ท่านอาจารย์กิตติครับที่เสนอนี่มันจะมี เชิญคณะทำงาน
ท่านประธานครับ ในหมายเลข ๕ นี่จะมีประธานคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นขององค์กรตาม รัฐธรรมนูญ ซึ่งมีสถาบันการศึกษาอยู่แล้วครับ คือชุดนี้จะใหญ่พอสมควร ถ้าร่วมทั้งหมด นี้ประมาณ ๔๐ คนแล้ว ก็จะขออนุญาตท่านกรรมาธิการทั้งหลายนะครับว่า ถ้าจำนวน ที่ไม่จําเปึนอาจจะเอาคนที่เปึนตัวแทนมาแต่ละฝ์ายอยู่แล้วนะครับ ฉะนั้นหมายเลข ๕ นี่ มีประธานคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งรวมของ สถาบันการศึกษาอยู่แล้วด้วยครับ
เชิญท่านสนั่น ครับ เมื่อกี้ท่านค้างอยู่
ผมขอเสนอคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคือ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพราะต่อไปนี้เราจะต้องใช้หน่วยงานนี้มาก และหน่วยงานนี้ก็มีอยู่ทั่วประเทศแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชามติอะไรพวกนี้ ผมอยากจะขอเสนอว่าเปึนประธาน กกต. ขอบคุณมากครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะทำงาน คือขออนุญาตตอบ ท่านอาจารย์สนั่น คือในลำดับที่ ๓๕ มีผู้แทนของคณะกรรมการการเลือกตั้งอยู่แล้ว เดี๋ยวคงประสานให้ท่านประธานจะมาเอง หรือจะส่งตัวแทนมาก็เลยเป่ดกว้างไว้ครับ แต่อย่างไรก็ตามเดี๋ยวจะประสานว่าให้ตัวท่านประธานมาเองนะครับ
ถ้าเผื่อมีความมั่นใจอย่างนั้นผมก็สบายใจ ครับ เพราะว่าตอนทำประชามติทั่วประเทศต้องใช้คนที่มีความรอบรู้แล้วก็กว้างขวาง ในด้านนี้ เพราะ กกต. มีอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ถ้าท่านประธานลงมาช่วยเราจะทำให้ การดำเนินงานรัฐธรรมนูญของเราเปึนไปด้วยความเรียบร้อย ขอขอบคุณมากครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม โชคชัย อักษรนันท์ สสร. ครับ อยากเรียนถามท่านคณะทำงาน ว่าการมีส่วนร่วมจากสถาบันผู้แทน ภาคเอกชนซึ่งเปึนภาคเศรษฐกิจนี่ท่านได้คิดถึงด้วยหรือเปล่า เพราะว่าขณะนี้ผมดูแล้ว มีทั้งสิ้นเข้าใจว่าครบ ๔๐ แล้ว ถ้าบอกว่าผู้แทน สสร. ที่นั่งอยู่ที่นี่ก็มีภาคเอกชนอยู่ เยอะแยะแล้ว อันนั้นเขาไม่ได้เปึนผู้แทนของสถาบันนะครับ และสถาบันภาคเอกชน ซึ่งมี ความสำคัญทางภาคเศรษฐกิจนั้นก็จะมีสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้า แห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย อยากกราบเรียนถามว่าท่านได้พิจารณาเรื่อง เหล่านี้เข้าไปด้วยหรือเปล่าในการที่จะมีผู้แทนจากภาคเศรษฐกิจดังกล่าว ขอบคุณครับ
เชิญท่านอาจารย์ เจิมศักดิ์ คณะทํางานตอบชี้แจง
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ผมจะขออนุญาตชี้แจงอย่างนี้นะครับ ก็คือว่ากรรมาธิการชุดนี้จะเปึนชุดที่ประสานกับผู้ที่กำลังไปรับฟังความเห็นจากประชาชน ในด้านต่าง ๆ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าเราได้มีกลุ่มบุคคลที่กำลังจะไปทำประชาพิจารณ์ หรือไปฟังความเห็นในเรื่องของรัฐธรรมนูญกับบุคคลต่าง ๆ เราไม่ได้เจาะไปที่กลุ่มบุคคล ที่กําลังจะมาให้ข้อมูล เพราะฉะนั้นคืออันนี้เรากําลังประสานกับผู้ที่กําลังจะทําคล้าย ๆ กันกับที่ สสร. กำลังทำ เพราะฉะนั้นเราก็น่าจะยินดีถ้าหากว่าหน่วยงานใดก็ตามที่กำลัง จะทำกิจกรรมเหมือน ๆ กัน จะได้ประสานกันเสีย ไม่ต้องไปทำกันซ้ำซ้อน ประชาชน จะเบื่อหน่ายว่าเดี๋ยวก็มา ๆ เราจะได้ประสานกันว่าถ้าคนนี้รับภาคเหนือก็ทำ คนนี้รับ ภาคใต้ก็ทํา คนนี้รับกลุ่มไหนก็ทํา เพราะฉะนั้นที่ท่านเสนอว่าจะให้กลุ่มนั้นกลุ่มนี้ต้อง กรุณาดูด้วยว่า กลุ่มนั้นเขากำลังจะจัดทำเวทีรับฟังความเห็นของประชาชนหรือมีการ สำรวจความเห็นของประชาชนหรือไม่ ไม่ใช่กลุ่มบุคคลที่เราต้องไปถาม เพราะฉะนั้น ถ้ากลุ่มบุคคลที่เราต้องไปถามเราต้องไปถามอยู่แล้ว เราต้องจัดเวทีที่ให้กลุ่มนั้นอยู่แล้ว แล้วอยากจะฟังกลุ่มนั้นอยู่แล้วครับ ฉะนั้นอันนี้กราบเรียนท่านประธานว่าเราต้องการ ประสานกับองค์กรที่กำลังจะทำเหมือน ๆ กัน อย่างเช่น เราทราบมาว่าสถาบัน พระปกเกล้ากำลังจะทำเรื่องนี้ อย่างเช่น เราทราบมาว่าสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติกำลังทำเรื่องนี้ เราก็เกรงว่าในที่สุดผลของเขาก็ส่งให้เราหมด สสร. ก็ต้องเปึน ตัวรับ ถ้าอย่างนั้นเราจับเข้าประสานกัน เพื่อให้คนหนึ่งไปทำที่หนึ่ง อีกคนหนึ่งไปทำอีก จุดหนึ่ง เพราะฉะนั้นอย่างเช่นทางด้านนักธุรกิจก็ดีก็จะมีคนไปทำจากกลุ่มคนตรงนี้ ถ้าท่านจะกรุณาเสนอนะครับ อย่างเช่น เมื่อกี้บอก อบต. เทศบาลหรืออะไรก็ตาม อันนั้น ต้องไปฟังอยู่แล้ว แต่ถ้าชมรมของเขา หรือสมาคมของเขากําลังจะทําเราก็น่าจะเอามา ร่วมกันเสียเลย กรุณาเข้าใจประเด็นตรงนี้นะครับ เรามีเจตนาอย่างนั้นนะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านเสรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเสรี นิมะยุ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้เสนอเมื่อสักครู่นั้น กระผมมองว่าองค์กรที่สำคัญองค์กรหนึ่งก็คือว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเปึนตัวแทนภาครัฐ มาตั้งแต่ดั้งเดิมครับ ดังนั้นบุคคลที่เราควรจะมาคำนึงถึงในขณะนี้ก็คือว่า ท่านนายกสมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แห่งประเทศไทย ท่านไพศาล ปราการรัตน์ ผมขอเสนอเพื่อเปึนหลักการแนวเดียวกับ ท่าน สสร. อุทิศได้เสนอเมื่อสักครู่ว่า ตัวแทนภาคต่าง ๆ นั้นควรจะคํานึงไว้ในจุดนี้ ขอบคุณมากครับ
เดี๋ยวไล่ไปก่อน เดี๋ยวท่านคณะทำงานฟังอีก ๒ ท่าน เชิญท่านประวิทย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประวิทย์ อัครชิโนเรศ สสร. ครับ ผมคิดว่าตอนที่เราเลือกสมัครเข้ามาในกรรมาธิการต่าง ๆ นี่ นะครับ มันไม่มีบทนิยามว่าหน้าที่จะต้องไปทําอะไรบ้าง ผมก็เลยเสียดาย เพราะผมไม่ได้ สมัครเข้าไปในนี้ แล้วมาถึงตอนนี้ผมเห็นแล้วว่า ภาคเอกชนเปึ้นภาคที่มีความพร้อม นะครับ สภาอุตสาหกรรม หอการค้าไทย ซึ่งมีเครือข่ายทั่วประเทศเลยละครับ แล้วก็ ผมคิดว่ามีส่วนสําคัญในการที่จะให้ความคิดเห็นในการร่างรัฐธรรมนูญในคราวนี้ ฉะนั้น ถ้าเราขาดบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องทั้ง ๒ สถาบันนี้ ผมคิดว่าเราน่าจะขาดอะไรไป จึงเรียนมา เพื่อขอโปรดลองพิจารณาอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณมากครับ
ครับ เดี๋ยวฟัง เพราะผมคิดว่าคณะทำงานคงจะพิจารณาปรับอย่างไร เนื่องจากเปึนคณะแรกนะครับ ที่เสนอนี่เปึนคณะแรก ความจริงอาจจะอยู่ในคณะอื่นอะไรบ้าง ไล่ไปตามนี้ ท่านประวิทย์ แล้วนะครับ ท่านสามขวัญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สามขวัญ พ้นมขวัญ บังเอิญข้อเสนอของผมไปตรงกับท่านเสรี นิมะยุ เมื่อสักครู่นะครับว่าน่าจะมี ตัวแทนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพราะฉะนั้นความคิดเห็นก็ตรงกันครับ ขอบคุณครับ
ท่านวิทยาครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม นายวิทยา งานทวี นะครับ ขอสนับสนุนท่านดอกเตอร์โชคชัย แล้วก็ท่านประวิทย์ ครับ เพราะว่าสภา อุตสาหกรรมและก็ส่วนของหอการค้ามีเครือข่ายทั้งประเทศ และก็เปึนพวกกลุ่มที่มี ศักยภาพที่มีเครือข่ายที่จะมาเสนอความคิดพอสมควร ก็ขออนุญาตให้มีส่วนร่วมด้วยครับ
ท่านศักดิ์ชัย ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล สสร. ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นสนับสนุนท่านวิทยา ท่านโชคชัย ในเรื่องของภาคเอกชน ซึ่งปัจจุบันถ้าผมอ่านไม่ผิดก็คือคณะกรรมาธิการ วิสามัญการประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ ผมกำลังมองว่าการมีส่วนร่วมนั้น เปึ้นประเด็นที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะในภาคเอกชนซึ่งเปึนกำลังหลักทางด้านเศรษฐกิจ ของประเทศ ประกอบด้วยองค์กรก็คือหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย และก็สมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ทุกจังหวัด และทุกคนในขณะนี้ในต่างจังหวัดนั้นก็ล้วนแล้วแต่ที่ใจจุดใจจ่อในเรื่องของการ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะฉะนั้นผมเองคิดว่าการมีส่วนร่วมถ้าภาคเอกชนได้เข้ามา มีส่วนร่วมนั้นเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านปกรณ์ ครับ ประเดี๋ยวจะให้คณะทำงานชี้แจง
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปกรณ์ ปรียากร สสร. นะครับ ผมเข้าใจว่าสิ่งที่เรากำลังคุยกันนี่ คณะทำงานคงจะต้องเรียนชี้แจง ต่อที่ประชุมสักนิดหนึ่งว่า เรื่องของการประชามติกับการมีส่วนร่วมและการสำรวจ ความคิดเห็นนี่เราได้แบ่งพื้นที่การทำงานกันอย่างไร มิฉะนั้นแล้วนี่สมาชิกก็จะเสนอ รายชื่อเพิ่มเติมไปเรื่อย ๆ เข้าใจว่าตรงนี้จุดนี้จะเปึ้นจุดที่สำคัญ ที่จริงแล้วเข้าใจดีถึง เจตนารมณ์ของคณะทำงานว่า การประชามติกับการรับฟังความคิดเห็นการมีส่วนร่วมนี่ อาจจะมีส่วนที่บางด้านที่อาจจะแตกต่างกันอยู่บ้าง และทางคณะทำงานก็ได้กำหนด กรอบการทำงานของคณะกรรมาธิการชุดอื่น ๆ ที่จะเป่ดโอกาสให้องค์กรต่าง ๆ นั้น ได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวพัน ผมค่อนข้างจะเห็นด้วยกับท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ที่บอกว่าเราจะเข้าไปทำงานประสานกับ องค์กรที่ได้ดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการรับฟังความคิดเห็น หรือความพยายามที่จะ หาลู่ทางที่จะทําให้การประชามติซึ่งเปึนเรื่องใหม่ของประเทศไทยได้รับการพิจารณาอย่าง ชัดเจน เพราะฉะนั้นอยากจะให้คณะทำงานอาจจะต้องชี้แจงอีกสักนิดหนึ่งนะครับว่า คำว่า การประชามติ มีความหมายและขอบเขตอย่างไร เพราะที่กำหนดไว้ในกรอบ การทํางานดูเหมือนแต่เพียงว่าเปึนเรื่องของการสํารวจความคิดเห็น แล้วก็นําเสนอข้อมูล ให้เห็นชัดว่าในแต่ละประเด็นเหล่านั้นสาธารณชนควรที่จะรับรู้อย่างไร ขอเรียน ปรึกษาหารือท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการครับ
คณะทำงาน ท่านใดจะชี้แจง เชิญท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ผมอยากจะกราบเรียนที่ประชุมว่าถ้าท่าน จำวันที่เราได้มีการพูดจากันนอกรอบที่อาคาร ๒ ของรัฐสภา เราเคยแยกเปึน ๒ คณะกรรมาธิการ คือคณะกรรมาธิการหนึ่งนี่ประสานการมีส่วนร่วม และ อีกคณะกรรมาธิการหนึ่งนี่คือเรื่องของประชามติ และเราก็พูดกันว่าอันนั้นเปึ้นเรื่องของ การที่เราจะสำรวจความคิดเห็นของประชาชน แล้วก็ในที่สุดเพื่อที่จะมาทำประชามติ และ ในที่สุดที่ประชุมก็อยากที่จะให้กลุ่ม ๑๔ ยังจำได้นะครับ คณะกรรมาธิการที่ ๑๔ มารวม กับคณะกรรมาธิการชุดนี้เสีย ในที่สุดเราก็ได้แยกเรื่องประชามติออกเปึน ๒ คณะ คณะที่ ไปสร้างกฎเกณฑ์ วิธีการเพื่อประชามติเปึนอีกคณะหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับคณะนี้ คณะนี้เปึนแต่ เตรียมความพร้อมในการทำประชามติ การเตรียมความพร้อมในการทำประชามติก็จะ สอดคล้องกันกับเตรียมที่เราจะรับข้อมูลจากประชาชน เพื่อที่จะให้กรรมาธิการยกร่างฯ เข้าไปยกร่างฯ แล้วขณะเดียวกันการเตรียมความพร้อมอันนั้นก็จะให้ข้อมูลกับประชาชน ไปด้วยในข้อมูลต่าง ๆ เปึนการแลกเปลี่ยนในพื้นที่ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียน อย่างนี้นะครับ กรรมาธิการชุดนี้จึงไม่เน้นที่บุคคลที่สำคัญที่เรากำลังจะไปขอความเห็น เพราะกรรมาธิการชุดนี้ไม่ได้เปึนกรรมาธิการที่จะเอาบุคคลมาให้ข้อมูล แต่กำลังหาบุคคล หรือหน่วยงานที่ไปสร้างเครือข่ายที่กำลังจะบอกว่าจะไปหาบุคคลที่สำคัญนั้นจะแยกกัน ไปอย่างไร ใครจะเปึนคนไป จะไปกันในเวลาไหนจะได้ไม่ซ้ําซ้อนกัน จะเห็นได้ว่าเรามี คณะกรรมาธิการชุดที่ ๒ ชุดที่ ๓ ชุดที่ ๔ ชุดที่ ๕ ที่ประจำภาค จึงต้องมาร่วมกันอยู่ใน คณะกรรมาธิการชุดนี้ เพื่อที่จะแยกกันว่ามีโจทย์เดียวกันอย่างนี้ คณะกรรมาธิการที่ไป ถามภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้จะได้ไปถามเรื่องเดียวกัน เราจะได้เปึ้นระบบ มากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าบุคคลที่อยู่ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ไม่สำคัญ ถ้าเราละเว้น อย่างเช่นจะเปึนเรื่องนักธุรกิจหรืออะไรก็ตาม ผมเองที่มีคุณประสาน หรือไปว่าที่ในชุดนี้ ที่มีอยู่นั้นก็คือชมรมธุรกิจเพื่อประชาธิปไตยเขาเตรียมที่จะทำแบบสอบถาม เขาเตรียม ที่จะไปจัดเวทีในบรรดานักธุรกิจ เขาเตรียมอยู่แล้ว และเขาอยากจะทำอยู่แล้ว ก็เลยนำ เขาเข้ามาว่าถ้าอย่างนั้นจะได้ไม่ซ้อนกัน โจทย์จะได้เปึนโจทย์คล้าย ๆ กัน หรือถ้าเขามี ข้อเสนอที่ดีก็จะได้มีระบบเข้ามาเร็วขึ้น นั่นคือเจตนา เพราะฉะนั้นขอความกรุณาท่าน ประธานครับ ถ้าท่านสมาชิกจะกรุณาแยกจากกันระหว่างบุคคลที่เรากำลังจะสร้าง เครือข่ายที่เขากำลังจะเปึนม้าใช้วิ่งไปทำงานกับกลุ่มบุคคลเปัาหมายคนละเรื่องกัน ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ไม่ได้เน้นที่ตัวบุคคลเปัาหมาย เพราะบุคคลเปัาหมายเราต้องไป อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเปึนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็ต้องไปอยู่แล้ว แต่ถ้าเราทราบมาว่าชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาเตรียมที่จะทำเครือข่ายทั่วประเทศที่เขากำลังจะรับฟังแล้วเขาอยากจะ ออกไป อย่างนั้นนี่เราอยากจะเชิญเขาเข้ามา เพื่อที่จะมาบอกว่าคุณจะทำตรงไหน เมื่อไร เราจะได้ไม่ซ้อนกัน เข้าใจใช่ไหมครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเราไม่ได้เอากลุ่ม บุคคลเปัาหมายมาใส่อยู่ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ ถ้าเราจะเอากลุ่มบุคคลเปัาหมายที่มา ใส่อยู่ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ แน่นอนกลุ่มแม่บ้านก็จะต้องเข้า กลุ่มเกษตกรก็ต้องเข้า สหกรณ์ก็จะต้องเข้า เข้าหมดเลย ทีนี้ แต่เนื่องจากเราต้องการมือไม้ที่เปึนเครือข่ายที่ให้เขาลงแยกกันไปทำ เพราะฉะนั้น เราจึงจำกัดอยู่ที่เครือข่ายที่องค์กรที่เขาจะทำเรื่องนี้อยู่แล้ว อันนี้ผมกราบเรียนนะครับ ผมทราบมาว่าสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกำลังจะทำในสิ้นเดือนนี้ หรือต้นเดือนหน้า ๗ - ๘ จุดใช่ไหมครับ ท่านสมาชิก เขาก็มาบอกว่าถ้าอย่างนั้นถ้าเรา ไม่โค (Co- Cooperate) กับเขาเดี๋ยวเราก็ไปทำซ้ํากับเขา แล้วมันเรื่องอะไรเรามี งบประมาณก็จำกัด เวลาก็น้อยนิดเดียวต้องทำให้เสร็จภายใน ๒ เดือนนี้แหละครับ ประเดี๋ยวเขายกร่างฯ เสร็จแล้วเราแปรญัตติกันตายเลยแล้วก็แปรไม่ได้ เพราะฉะนั้น ต้องรีบ ก็เลยเอาคนที่มีเครือข่ายและอยากจะทำ เช่น สป. คือสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติเข้ามา สถาบันพระปกเกล้าที่เขาเตรียมจะทำอยู่แล้วเข้ามา บอกคุณ ๒ หน่วยงานนี้อย่าทำซ้อนกันได้ไหม และอย่าซ้อนกับของสภาที่กำลังจะฟังด้วยได้ไหม เราแยกกันทำงานช่วยกันจะได้เอาข้อมูลเข้ามา กราบเรียนอีกครั้งนะครับเราไม่ได้ละเว้น กลุ่มบุคคล เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเกษตรกรหรือกลุ่มแม่บ้านหรือกลุ่มอาชีพใด ๆ ทั้งสิ้นกลุ่มนั้นเปึนกลุ่มที่เราต้องไปฟัง เรากำลังหาองค์กรที่แยกย้ายกันไปฟังและองค์กร นั้นต้องเอาองค์กรที่ขณะนี้มีเครือข่ายและปรารถนาจะทำงาน เราจึงเอาเข้ามา ขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม อุทิศ ชูช่วย สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธาน ข้อมูลของสมาคม สันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยที่ผมได้นำเรียนที่ประชุมเสนอเปึนคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ด้วยนะครับ เนื่องจากว่าขณะนี้สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยได้เดินหน้า ในเรื่องของการประสานความร่วมมือขอความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งจะทำประชุมใหญ่สั้นนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้นะครับ ที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งก็จะเปึนกระบวนการที่ผมคิดว่าน่าจะเปึนองค์กรที่จะช่วยให้สภาร่าง รัฐธรรมนูญของเราได้มีโอกาสสื่อสารกับประชาชนในปริมณฑลทั่วประเทศนะครับ ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ๑,๑๓๐ กว่าเทศบาล กระจายอยู่ทั่วประเทศ และที่สําคัญก็มีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็น ที่จะสื่อสารกับพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึงนะครับ ผมก็อยากจะกราบเรียนว่า นี่คือความพร้อมขององค์กรที่ผมนำเสนอที่อยากจะให้เข้าร่วมในคณะกรรมาธิการชุดนี้ ครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญคุณชาติชาย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่านครับ กระผม นายชาติชาย แสงสุข สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ หมายเลข ๑๙ ครับ จะสังเกตว่าได้มีท่านสมาชิกหลายท่านได้เสนอ ให้องค์กรต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วม ตรงนี้สำหรับผมเอง ผมก็มีเครือข่ายนิสิต นักศึกษาอยู่ ผมก็มองในหลายประเด็นครับท่านประธาน คือมีทั้งหมด ๔ ประเด็นหลัก ๆ ก็คือถ้าเกิด จะมีองค์กรที่จะเข้ามามีส่วนร่วมการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในการร่าง รัฐธรรมนูญในฉบับใหม่นี้ขึ้นมา ก็มองไปที่อย่างคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ผ่านมาได้มี แนวนโยบายให้องค์กรภาครัฐและเอกชนมีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง สําหรับนโยบายตรงนี้ก็น่าจะใช้ได้โดยการให้องค์กรภาครัฐที่จะให้ความร่วมมือในการ สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเสนอความจำนงในการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนให้เปึ้น หลักฐาน ลายลักษณ์อักษรเพื่อเปึนการมั่นใจได้ว่าจะให้ความร่วมมืออย่างแท้จริงและ จะได้มาซึ่งความหลากหลายขององค์กรทุกภาคส่วน และจะได้มาซึ่งความหลากหลาย จากความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นของพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงครับ ท่านประธาน แล้วก็สำหรับในประเด็นที่ ๒ ควรที่จะเป่ดกว้างให้องค์กรทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการสำรวจความคิดเห็นของพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศนะครับ และในประเด็นที่ ๓ ต้องมีการแบ่งบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเปึนอย่าง คณะกรรมาธิการแต่ละประเภทหรือองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชนทุกภาคส่วนเพื่อไม่ให้เกิด ความซับซ้อนหรือสับสนกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน และพ่อแม่พี่น้องประชาชนจะได้เกิด ความเข้าใจอย่างถูกต้อง และสามารถจะปรับสภาพที่จะให้ความร่วมมือกับภาคส่วน ต่าง ๆ ของคณะกรรมาธิการขององค์กรภาครัฐและเอกชนด้วย และในประเด็นที่ ๔ ซึ่งองค์กรนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศก็ได้มีแล้วอยู่ทั่วประเทศ ก็ต้องได้รับความร่วมมือจาก องค์กรนี้ด้วย เพราะว่าก็อย่างที่เรียนให้ทราบ ในเบื้องต้นนะครับท่านประธานว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จำเปึนต้องรัดกุม รอบคอบและต้องได้มาเสียงของประชาชน อย่างหลากหลายและอย่างแท้จริงด้วย อันนี้ก็ต้องกำหนดของคณะทำงานให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้กระชับเวลาแล้วก็ไม่เปึนภาระกับคณะกรรมาธิการ เพราะจะสังเกตได้ว่า คณะกรรมาธิการแต่ละคณะนี่มีน้อย เพราะฉะนั้นการทํางาน จะให้มีประสิทธิภาพได้ ก็ต้องมีจำนวนคนที่มีคุณภาพด้วยและทุกภาคส่วนด้วย สำหรับองค์กรนิสิตเองเขาก็ พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ส่วนว่า คณะกรรมาธิการไหน องค์กรไหนทั้งภาครัฐและเอกชนนี่จะประสานงานกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือใครที่จะให้ความร่วมมือในการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน อันนั้น ก็ขอเสนอว่าให้อยู่ในกระบวนการของแต่ละคณะกรรมาธิการหรือองค์กรภาครัฐและ เอกชนจะไปตกลงกันว่าจะมีกระบวนการอย่างไร ใครจะทําอะไรบ้าง แต่ที่สําคัญเลยครับ ท่านประธาน อยากจะเสนอว่าคณะกรรมาธิการแต่ละ ภาคส่วนหรือองค์กรภาครัฐและ เอกชนต้องมานั่งคุยก่อนว่าใครจะทำอะไรอย่างไร แล้วก็เปึนแบบไหน อันนี้ก็เปึนประเด็น หลัก ๆ ที่ผมอยากจะเรียนให้กับท่านประธานและท่านสมาชิกและก็ท่านคณะทำงาน ทุกท่านได้ทราบไว้ในเบื้องต้นครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
แต่ว่า คณะกรรมาธิการยังมีอีกหลายคณะเลย ท่านประธานคณะทำงาน คณะทำงานเดี๋ยว ขอให้ฟัง คนอื่น แล้วก็คงชี้แจงร่วมสักนิดหนึ่ง เพราะนี่เพียงคณะแรก ยังเหลืออีก ๑๐ คณะตามมาหรืออย่างไรนะครับ ผมไล่ไปเร็ว ๆ แล้วท่านค่อยชี้แจงนะครับ ๓ ท่านตรงนี้เอาท่านวุฒิสาร ท่านวีนั้ส ท่านวิชัย เริ่มด้วยท่านวุฒิสารก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ครับ กระผม วุฒิสาร ตันไชย สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาตอภิปรายและ ขอหารือคณะทำงานครับว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้เปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญประสาน การมีส่วนร่วมและการประชามติ ซึ่งผมเข้าใจว่าโดยหลักแล้วก็คงจะทำหน้าที่ประสาน ๒ ทาง ก็คือรับฟังกับองค์กรที่ทำปัญหาต่าง ๆ และความเห็นต่าง ๆ เข้ามา และสื่อสาร กลับไปในส่วนที่จะเปึ้นเรื่องที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ได้ดำเนินการแล้ว ผมกลับคิดว่า ชุดนี้ควรมีความสำคัญในเชิงประสานตัวแทนองค์กรให้มาก ผมอยากสนับสนุนความเห็น ของท่าน สสร. ที่อภิปรายแล้วครับว่า ควรมีผู้แทนองค์กรภาคเอกชน ควรมีผู้แทนองค์กร จากองค์กรท้องถิ่น และผู้แทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ๖ ที่นี้ควรเข้าไปอยู่ ในฐานะที่เปึนองค์กร ที่จะสื่อกลับไปกลับมากับ สสร. ได้ ด้วยความเคารพครับว่าในตัวบุคคลที่เปึน สสร. เอง ในนามบุคคล ผมคิดว่าหลายท่านก็อยู่ในคณะกรรมาธิการรับฟังฯ ในแต่ละภาคอยู่แล้ว และตัวแทนของคณะกรรมาธิการรับฟังฯ ในแต่ละภาคก็เปึนประธานอยู่ในชุดนี้อยู่แล้ว นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเรามีปัญหาในเรื่องของจํานวน ๔๐ นี่เนื่องจากผมเข้าใจว่า สสร. หลายท่านอาจจะติดสำรวจตั้งแต่ครั้งแรกนะครับ แต่ว่าอาจจะยังไม่ได้ดูว่าถ้ามีอยู่ใน ชื่อชุดภาคกลาง ภาคใต้แล้วท่านอาจจะไม่มีความจำเปึนต้องอยู่ในนี้เพราะมีประธาน อยู่แล้ว ก็จะเป่ดโอกาสให้ตัวแทนองค์กรเข้ามาได้มากขึ้นครับ กระผมอยากหารือ ท่านคณะทำงานเพื่อกรุณาพิจารณาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านวีนัสครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ กระผม วีนัส ม่านมุ่งศิลปี ครับ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมมีประเด็นที่อยากจะอภิปราย ซึ่งขอใช้ เวลาสักเล็กน้อยนะครับ เรื่องของรายชื่อของคณะกรรมาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ คืออย่างนี้ว่าสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญที่ในกรอบ ๔๐ คนนั้น ถ้าถามว่าตรงนี้มันเหมาะสม เหมาะสมมากครับ แต่มันมีหลายระดับครับ ระดับตรงนี้ซึ่งจะต้องเกิดคำถามตามมาว่าแล้วส่วนที่อยากจะมี ส่วนร่วมส่วนอื่นที่ไม่มีชื่อในนี้ไปอยู่ที่ไหน ก็แปลว่าเราต้องตอบคำถามว่าความชอบธรรม ตรงนี้มันมีหรือยัง ท่านประธาน องค์กรในแต่ละจังหวัดที่มีอยู่แล้ว แล้วก็มีศักยภาพใน ท้องถิ่น อย่างเช่น หอการค้าประจำจังหวัด ซึ่งมีประธานหอการค้าโดยตำแหน่ง เปึนที่ ทราบกันว่าเปึนรองผู้ว่าฯ ฝ์ายเศรษฐกิจ มีองค์กรด้านการเกษตร มีชมรมผู้ใหญ่บ้าน พวกนี้เปึนกำลังสำคัญในการที่จะประสานงานส่วนท้องถิ่น เพื่อให้คณะทำงาน มีความคล่องตัวมากขึ้น ดังนั้นผมถึงอยากจะเสนออภิปรายสนับสนุนแนวคิดของท่าน อาจารย์ประวิทย์ ขออนุญาตเอ่ยนามกับท่านอาจารย์วุฒิสาร ว่าเราควรจะต้องแบ่ง สัดส่วนของมั่นให้เกิดความเหมาะสมตั้งแต่เริ่มแรก ถ้าไม่อย่างนั้นมันจะหาความ เปึ้นธรรมตรงนี้ไม่ลงตัว แล้วประเด็น ก็จะยาวไป ผมเสนอทางออกให้ท่านประธาน อย่างนี้ว่าสัดส่วนของ สสร. ๑๒ ท่านนั้น ถ้ามันจะต้องมีการลดทอนลงไปบ้าง เพื่อให้มัน เดินไปได้ในสัดส่วนของผู้ที่อยากจะมีส่วนร่วมในองค์กรภาคอื่น และให้เกิดภาพรวมของ คณะกรรมาธิการที่ยอมรับได้ในสภา ยอมรับได้ในลักษณะของการทำงาน และอีกอย่าง คือผมคิดว่าเรามองทุกปัญหาให้มีทางออก ดีกว่ามองทุกทางออกแล้วมีแต่ปัญหา ท่านประธาน ขอบคุณครับ
เดี๋ยวคณะทำงาน ดูตรงนี้ว่าอาจจะต้องให้ภาพรวมคณะกรรมาธิการชุดอื่นเขาด้วย ทีนี้ ๒ท่านนี่ก็จะจบ รอบนี้แล้วจะให้เขาตอบนะครับ มีท่านวิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ เชิญครับ เพราะเมื่อกี้กำหนด ไว้แล้ว เชิญครับ เดี๋ยวจะให้คณะทำงานตอบภาพรวม ถ้ามีอะไรแล้วค่อยอภิปรายต่อ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ สสร. กราบเรียนท่านว่าจำนวน ๔๐ คน ที่ท่านได้นำเสนอต่อ ที่ประชุม นั่นอันดับแรก เราพูดเรื่องนี้กันมาใช้เวลาพอสมควร กระผมคิดว่าวุฒิภาวะของ ท่านที่ได้นําเสนอทั้ง ๔๐ คนนั้นก็น่าจะเหมาะสม ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าองค์กรหลาย ๆ องค์กรที่มีความสำคัญต่อในเรื่องนี้ทุกคนย่อมที่จะเสนอได้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างที่ท่าน สสร. ผู้ทรงเกียรติได้นำเสนอนั้น และจะครอบคลุมไป ทั่วพื้นที่ ทุกภูมิภาค ก็น่าจะมีความสำคัญแล้ว แต่ปัญหาที่กระผมจะนำกราบเรียนต่อ ที่ประชุมแห่งนี้ก็คือว่า ๔๐ เพียงพอไหม เปึนมติได้ไหมว่าแค่นี้น่าจะพอ ส่วนที่ นอกเหนือจากนี้นั้น ก็ต้องมาคิดกันใหม่ว่าจะไปอยู่ตรงไหน อย่างไร อยากจะกราบเรียน ว่าแนวคิดในการที่จะให้มีส่วนร่วมมากมายเหลือเกิน แม้จะเปึ้นสมาคม มูลนิธิ องค์กร อะไรก็แล้วแต่มีอีกมากเหลือเกิน ทุกระดับ ตั้งแต่หมู่บ้านถึงจังหวัด ถึงกระทรวง ทบวง กรม แต่ถ้าเรามาคิดกันตรงนี้แล้ว ทั้งหมดอย่างที่ท่านผู้มีเกียรติได้กรุณาเรียนต่อที่ประชุม เมื่อกี้ว่า ผมเชื่อว่าเที่ยงนี้ไม่จบ ไม่เสร็จ ก็อยากจะกราบเรียนหารือท่านประธานเลยครับ ว่าข้อมติที่ประชุมได้ไหมครับว่า ๔๐ องค์กร หรือ ๔๐ คน เพียงพอแล้ว หรือจะเพิ่ม อย่างไรก็แล้วแต่ที่ประชุม กระผมกราบขอเรียนหารือท่านประธาน ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ขอให้ คณะทำงานเขาตอบอธิบายสักนิดหนึ่งภาพรวม บางทีพอเริ่มคณะแรก ที่จริงเราให้ ภาพรวม หรือว่าใครจะอยู่คณะไหน อาจจะใช้เวลานิดหนึ่ง แต่ว่าเห็นภาพแล้วแล้วยังรู้สึก ว่ามันไม่ดี ก็จะได้มาขยับตรงนี้ให้ลงตัว คือใหญ่เกินไปมันก็อุ้ยอ้าย แต่ถ้ามันจำเปึน จะต้องเอาตัวแทนใคร อะไรเข้ามา แล้วอย่างที่มีเสนอจะปรับบางท่าน หรืออะไรจะได้ไหม บางท่านรู้หรือเปล่าว่าท่านอยู่คณะอื่นด้วย ซึ่งผมยังไม่ได้ดูรายละเอียด เชิญครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์จะเปึนคนชี้แจงแทนใช่ไหม เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านประธานครับ ผมอยากจะเล่าปรัชญา ที่มาของคณะกรรมาธิการที่พวกเราคิดกัน จริง ๆ แล้วเรามีกรรมาธิการที่ไปรับฟัง ความเห็นของบุคคลต่าง ๆ มีอยู่ ๗๖ ชุด ใน ๗๖ จังหวัด เปึนกรรมาธิการ ๗๖ ชุด ใน ๗๖ จังหวัด ซึ่งกรรมาธิการในแต่ละจังหวัดย่อมต้องประสานกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น และองค์กรต่าง ๆ ในแต่ละจังหวัด เขาจะต้องไปตั้งกรรมาธิการขึ้นมา ซึ่งกรรมาธิการนั้นเปึนกรรมาธิการวิสามัญ เช่นเดียวกับกรรมาธิการ ๔๐ คน ที่เราเสนอ เหมือนกันเป็ะเลย แต่มีอยู่ ๗๖ กรรมาธิการ มีศักดิ์และสิทธิเหมือนกันกับชุดนี้ทุกประการ แต่เราแตก่ออกไปเปึนกรรมาธิการประจำ จังหวัด ท่านนึกภาพ ประเทศไทยมันใหญ่โตมโหฬาร ๗๖ จังหวัด แต่ละจังหวัด ก็มีกรรมาธิการเหมือนกันกับ ๔๐ คนนี้ทุกประการ แต่ว่าแต่ละจังหวัดก็จะเน้นไป เดี๋ยวท่านก็จะดู ในแต่ละจังหวัดนั้นท่านจะใส่อะไร ตรงไหน อย่างไรท่านแนะนำเลย แล้วก็แต่ละจังหวัดก็จะมี บางจังหวัดจะมีอุตสาหกรรมมากก็จะต้องเน้นอุตสาหกรรม บางจังหวัดจะมีเกษตรกรรมมากก็เน้นเกษตรกรรม ก็แยกกันไป เสร็จแล้วเราก็มี กรรมาธิการที่เปึนภาคเพื่อที่จะประสานกับจังหวัด เช่น บางภาคมี ๑๖ จังหวัด กรรมาธิการนี้ก็ต้องประสานกับกรรมาธิการ ๗๖ กรรมาธิการ เพื่อที่จะทำอะไรให้เปึน ระบบคล้าย ๆ กัน นั่นเปึนภาคหนึ่ง อีกภาคหนึ่งมี ๓๐ จังหวัด สมมุตินะครับ กรรมาธิการภาคนั้นก็จะไปประสานกับกรรมาธิการ ๓๐ ชุดอยู่แล้ว เสร็จแล้ว เราก็เลยมีภาคขึ้นมา ๔ ภาค ตกลงเรามีกรรมาธิการ ๗๖ บวก ๔ แล้วนะครับ เปึ้น ๘๐ กรรมาธิการแล้วนะครับตอนนี้ เราก็เปึนห่วงว่าต่างคนต่างทํา ต่างคนต่างภาค ก็เลยมีกรรมาธิการอีกชุดหนึ่ง ชื่อว่ากรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วม ท่านเห็นไหมครับ ตรงนี้มีหน้าที่ไปประสานต่อ แล้วเนื่องจากว่าองค์กรของรัฐและเอกชนที่เขากําลังจะ จัดการฟังประชาชน เช่นเดียวกับ ๗๖ จังหวัดที่เรามีกรรมาธิการ ๗๖ ชุด ก็มีคนจะทำ อยู่แล้ว เช่น สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมการสิทธิมนุษยชน เขาจะทำ เหมือนกับกรรมาธิการในระดับภาคและในระดับจังหวัดที่จะลงไปทำอยู่แล้ว ก็เลยดึงเขา มาร่วมด้วยเพื่อที่จะแบ่งงานกันทำเท่านั้นเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวทาร์เก็ต (Target) ที่เรากำลังจะไปฟัง แล้วตัวผู้ที่กำลังจะไปฟังนั้น แล้วก็มีเครือข่าย ก็สามารถจะรวม อยู่ในจังหวัด นี่เรายังไม่ถึงนะครับ เรายังจะต้องตั้ง ๗๖ กรรมาธิการนะครับ วิสามัญนี่ แล้วถ้าท่านเอามาใส่ไว้ในกรรมาธิการนี้หมด หัวโตหมดเลย เสร็จแล้วคนที่ทํางานจริง กลับไม่มีใครไปทํา เพราะกรรมาธิการนี้มีหน้าที่ประสานทั้งรัฐ เอกชน สสร. ในกรรมาธิการของ สสร. ผมคิดว่าถ้าท่านใจเย็น ๆ นิดหนึ่ง มันไปใส่ได้ทั้งสิ้นเลย แล้วมันจะมีประสิทธิภาพมากกว่า ถ้าท่านไปใส่อยู่ในกรรมาธิการวิสามัญศักดิ์และสิทธิ เหมือนกันประจำจังหวัดหรือประจำภาคเสียก็จะเกิดประโยชน์และจะทำให้รวดเร็วมากขึ้น อันนี้ต้องกราบเรียนชี้แจงนะครับ เพราะว่าอันนี้ก็อาจจะเปึนความผิดของพวกผมที่ไม่ได้ ชี้แจงแต่ต้น เพราะฉะนั้นโดยสรุปนะครับท่านประธานครับ ที่ท่านพูดมาเห็นด้วยหมดเลย เพียงแต่ว่าเราจะไปใส่ในกรรมาธิการไหน เพราะเราจะมีอยู่ทั้งหมด ๘๑ กรรมาธิการ นะครับ ในการที่จะประสาน ในการที่จะเข้าไปรับฟังทั้งหลาย แล้วเรากระจายกันไม่ดี หรือครับ ไปใส่อยู่ที่ตรงหัว ท่านประธานครับ เราประชุมกัน ๑๐๐ คน เรื่องหนึ่งยังเดิน ได้ยาก แล้วถ้าท่านทำกรรมาธิการนี้ทุกกลุ่มอาชีพมีหมดเลย ตกลงมันจะกลับไป ๒,๐๐๐ นะครับ เปึนสภาหิ่งห้อย ๒,๐๐๐ เสร็จแล้วก็เลยไม่รู้จะพูดกันอย่างไรทีนี้ จะประสานกัน อย่างไร จะทํางานกันอย่างไร เพราะพวกนี้กําลังจะออกไปทํางาน เราไม่ได้ฟังจากเขาเลย นะครับ ๔๐ คนที่มา เราไม่ได้ฟังจากตัวเขาเลยนะครับ เรากําลังใช้เขาไปทํางานต่อ เพราะฉะนั้นยินดีถ้าเขาเปึนเครือข่ายระดับประเทศ เราต้องเอาเขาเข้ามาแน่นอน ผมยินดี และผมคิดว่าคณะทํางานก็อยากจะเห็นอย่างนั้น แต่ถ้าเขาทําระดับจังหวัดหรือระดับ ท้องถิ่นได้ไปร่วมกันในกรรมาธิการจังหวัดได้ไหมครับ แล้วจะได้เดินเลย หรือว่าถ้าเขามี เครือข่ายเปึนจังหวัด แล้วในทางปฏิบัติในจังหวัดสำคัญก็ส่งเข้าไปในจังหวัด พวกท่านทั้งหลายในห้องนี้ก็จะไปเปึนประธานกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดอยู่ เช่น ท่านใดก็ตามที่อยู่ในจังหวัดนั้นนะครับ แล้วท่านมีอยู่คนเดียว ท่านเตรียมตัวได้เลยว่า ท่านไปเปึนกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด ๑,๐๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วท่านก็จะต้องไปขอ ความร่วมมือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. จะอะไรต่อมิอะไร มหาวิทยาลัย ท่านต้องทำอยู่แล้ว กราบเรียนอย่างนี้ครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ อภิปรายเรื่องนี้มาพอสมควรแล้ว ผมหารืออย่างนี้ เวลานี้คณะทำงานเสนอมา ๓๘ ต้อง ขอเอาออกไปคนหนึ่ง เหลือ ๓๗ ถ้าจะถามว่ารับสัก ๔๐ ได้ไหม ถ้ารับ ๔๐ ได้ แล้วบอกว่า ที่เสนอกันนี่ตกลงว่างอีก ๓ จะเอาเข้ามา หรือจะเอาใครเข้ามาเดี๋ยวค่อยไปทีละขั้น อยากจะหารือว่าที่เสนอมานั้น ถ้าเปึนสัก ๔๐ คณะนี่ได้ไหมครับ จะขอยุติการอภิปราย แล้วก็วินิจฉัยปัญหานี้ ขอมตินะครับให้ยุติการอภิปรายเพื่อจะขอมติเรื่องจำนวน
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านนิดหนึ่ง ครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายวัชรา หงส์ประภัศร กระผมว่าในเรื่องโครงสร้างของกรรมาธิการนี่น่าจะขอเวลาพูดกัน สักนิดหนึ่งนะครับก่อนที่จะลงมติ โดยกระผมขอขอบพระคุณมากที่อาจารย์เจิมศักดิ์ ได้ พูดถึงในส่วนหนึ่ง แต่ยังมีอีกส่วนหนึ่งคือการประชามติ คือในส่วนที่ท่านพูดไปแล้วนั้น เปึ้นเรื่องของการมีส่วนร่วม คือพูดถึงในเรื่องของท็อป ด้าวน์ (Top down) หรือว่า เฮด เซนดิ้ง คอมมูนิเคชั่น (Head sending communication) คือจากข้างบนลงไป ข้างล่างนะครับ เพื่อที่จะรับฟังย้อนกลับมา คือส่วนที่เปึนเรื่องของการมีส่วนร่วมของ ประชาชน แต่ยังมีอีกส่วนหนึ่งคือเรื่องการประชามติ เปึนลักษณะที่ว่าทางฝ์ายสภา จะต้องให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อที่จะประกอบการพิจารณาในการลงมติว่าจะรับหรือ ไม่รับรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมดูในกรอบการทํางานของคณะกรรมาธิการนี้ก็ได้พูดถึงในเรื่องนี้ เอาไว้ คือเรื่องการประชามติเอาไว้เฉพาะบางคณะกรรมาธิการ แต่ไม่ได้พูดในเรื่องนี้ ในคณะกรรมาธิการอื่น ๆ โดยทั่วไป ซึ่งกระผมเห็นว่าในเรื่องนี้น่าที่จะได้พูดถึงให้ ครอบคลุมไปด้วยว่าระดับที่จะเปึนระดับภาคก็ดี ระดับจังหวัดก็ดีน่าจะรับภาระอันนี้ ไปด้วยครับ ขอบคุณครับ
เมื่อกี้ ๒ ท่าน ข้อ ๒ ท่านนี้นะครับ แล้วต่อด้วยท่านวิทยา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม มนตรี เพชรขุ้ม คืออย่างนี้ครับท่านประธานสภาครับ ผมก็ เห็นดีด้วยกับ ๗ คณะกรรมาธิการที่ได้เลือกสรร ๓๗ องค์กรเข้ามานะครับ แต่อีกส่วนหนึ่ง ผมอยากจะกราบเรียนว่าส่วนของท้องถิ่น จริง ๆ แล้วก็ในภูมิภาคอื่น เช่น ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลางไม่มีนะครับที่จะเข้ามามีส่วนร่วมตรงนี้ เพราะว่าท้องถิ่นที่เข้ามา ๓ ท่านก็มีเทศบาล ๒ ก็อยู่ที่ภาคใต้ ส่วนผมก็คนเดียวครับ นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลจากภาคใต้เหมือนกัน ฉะนั้น้องค์กรที่จะให้เข้าไปอยู่ในกลุ่ม ๔๐ นี่นะครับ ก็อยากให้มีส่วนของท้องถิ่นเข้าไปมีส่วนร่วมเยอะ ๆ นะครับ เพราะว่าการติดต่อประสาน กับภาคอื่น ๆ น่าจะไม่มีนะครับ น้อยมาก ยิ่งเฉพาะผมอยู่ภาคใต้ แล้วก็นายกเทศบาลอีก ๒ ท่านก็อยู่ภาคใต้นะครับก็จะต้องดูแลภาคใต้อย่างเต็มที่ ต้องเข้าพื้นที่อย่างเต็มที่ ฉะนั้น ในส่วนของภาคอื่น ๆ ผมเกรงว่าจะได้รับการดูแลไม่ทั่วถึง อย่างนี้ก็คือต้องกราบน้ำเรียน ที่ประชุมแห่งนี้ และสิ่งที่ผมอยากจะฝากกับเพื่อน สสร. ทุกท่านว่าขอให้ท่าน สสร. ทุกท่านแต่ละจังหวัด แต่ละภาคของประเทศไทยช่วยดูแลท้องถิ่นให้ด้วยในภาคอี่น ๆ แล้ว ก็ช่วยติดต่อประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีส่วนร่วมแต่ละจังหวัดให้เยอะ ๆ ด้วย เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปึนองค์กรที่ใกล้ชิดประชาชนที่สุด ต้องใกล้ชิด แล้วก็ต้องพูดถึงประชาชนตลอด ขอขอบคุณมากครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตคืออยากจะขอหารือ อย่างนี้นะครับ เรื่องของคณะกรรมาธิการ คณะที่ ๑ นี่ ที่เรียกว่า ทวิ นี่นะครับ ผมเข้าใจว่า วันนั้นที่เราหารือ แล้วก็ทาง ดอกเตอร์เจิมศักดิ์ ท่านก็ได้พูดไว้แล้วว่าการที่เรามี คณะกรรมการนี้เพื่อต้องการให้คนที่ไม่มีโอกาสอยู่ในสภาแห่งนี้ได้มีส่วนร่วม เพราะฉะนั้น เลยใช้คําว่า ทวิ ผมเข้าใจว่าคณะที่ ๑ ที่นี้นะครับซึ่งวันนั้นที่เราหารือคือคณะที่ ๒ คณะที่ ๑ ถึง คณะที่ ๕ มันน่าจะเปึนสิ่งเดียวกัน แต่คณะที่ ๒ ถึงคณะที่ ๕ นี้ ก็คือพวกเราในสภา มีโอกาส แต่อยากให้คนนอกซึ่งไม่มีโอกาสแต่มีศักดิ์ศรีเท่ากันเข้ามา ผมเลยกราบเรียนว่า ถ้าสมมุติฐานตอนนั้นนะครับยังเปึนอยู่ แล้วก็ถึงมีวิสามัญเข้ามาขอกรุณาให้เอาประเด็นนี้ เปึ้นหลักก่อน เพื่อจะได้มีส่วนร่วมที่แท้จริงจากคนที่มีศักยภาพ และทำให้มันเกิดความ เปึ้นจริง ท่านประธานบอกว่าจะลงมติลงไปเลย ผมเลยคิดว่าประเด็นหลักก็คือว่าที่เราเกิด อันนี้เพื่อมีคนนอกที่มีศักยภาพที่ดีเพื่อจะเข้ามาร่วมนะครับ ขอท่านวินิจฉัยเรื่องนี้ก่อน ครับ
เชิญท่านประธาน คณะทํางานฯ ว่าอย่างไรครับ
ครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ ในฐานะประธานคณะทำงาน ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ สิ่งที่สมาชิกเสนอนั้นล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งสิ้น แต่สิ่งหนึ่งที่จะกราบเรียนก็คือองค์กรทั้งหลายทั้งปวงมีมาก กราบเรียนเลยว่าเรา ไม่สามารถที่จะเสนอได้หมดนะครับ เพียงแต่ว่าท่านสมาชิกแต่ละท่านมีสิทธิเสนอได้ ท่านลองคิดดูว่าถ้าเกิดท่านเสนอแค่ในใจแค่คนละ ๑ องค์กรนะครับ มันก็จะเยอะแยะไป หมด แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามนะครับผมคิดว่าในคณะทํางานเราเองสิ่งใดก็ตามที่สมาชิก เสนอนั้นเราจะสนองนะครับ แต่การสนองดังกล่าวนั้นจะต้องอยู่บนพื้นฐานให้ คณะกรรมาธิการชุดนี้ทำงานได้ ถ้าหากว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้มีมากเกินไปปัญหาเรื่อง องค์ประชุมเปึนอย่างไร ปัญหาเรื่องค่าตอบแทนเปึนอย่างไร พาหนะเปึนอย่างไร แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่ท่านเสนอก็ยังไม่ได้รับการยืนยันจากคนที่รับเสนอชื่อ เพื่อให้การ ทำงานเดินต่อไปได้อย่างนี้ดีไหมครับ ผมว่าหลักการอยู่ใน ๔๐ คน ซึ่งผมปรึกษา ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์แล้วนะครับ ไม่เกิน เพียงแต่ว่าสิ่งที่ท่านเสนอเดี๋ยวเราจะใส่เข้าไป นะครับ แต่การใส่ดังกล่าวนั้นเดี๋ยวเราจะไปตัดส่วนอื่นออก ดูที่มันซ้ำซ้อนใกล้เคียง ไม่จำเปึ้นนะครับ ซึ่งในคณะที่ ๑ นี้ผมขอแขวนไว้ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมปรึกษาหารือกัน ลงตัวเสนอเปึนคณะสุดท้าย ผมขออนุญาตให้ที่ประชุมแห่งนี้เดินต่อไปได้นะครับ แล้วผม ก็จะขอเสนอคณะ ๒ คณะ ๓ ไปเรื่อย ๆ แล้วเดี๋ยวผมจะเกลี่ยให้ลงตัวนะครับ เลยกราบเรียนท่านประธานครับ
เชิญครับ
คือท่านเสรี ประธานคณะทำงาน บอกว่าจะแขวนเรื่องนี้ไว้ก่อน ไปดูคณะอื่นเสียก่อน คือคณะนี้เปึน คณะแรก แล้วก็ต้องประสานงานอะไรเยอะ และเปึนวิสามัญ พอตั้งแล้วคณะก็ค่อนข้างจะ ใหญ่นะครับ ความเห็นที่ท่านเสนอมาความเห็นท่านก็ดี จะขอแขวนและจะไปดูคณะอื่น จะขอชี้แจงเพิ่มเติม เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ ในฐานะประธานคณะทำงาน ผมเข้าใจว่าคงยุ่ง คณะนี้คณะเดียวนะครับ เพราะตอนเริ่มเพื่อทําความเข้าใจกัน สิ่งที่คณะทํางาน จะนําไป พิจารณาเพื่อให้ชัดเจน สิ่งที่ท่านเสนอก็จะมีตัวแทนหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคม ธนาคาร อบต. อบจ. เทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ผมขอเท่านี้ ถ้าท่านเสนอมากกว่านี้มันก็จะเต็มไปหมดนะครับ ยุติตรงนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวพอเราเสนอมาอีกรอบหนึ่งท่านก็มาเสนอเพิ่มอีก มันก็ไม่จบครับ ขอบคุณครับ
สุภาพสตรี อีกท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน มนูญศรี โชติเทวัญ นะคะ จริง ๆ แล้วองค์กรต่าง ๆ ที่นำเสนอมาล้วนแต่มีคุณประโยชน์ในการที่จะ เอามาร่วมทำงานนะคะ อย่างเช่นของสภาอุตสาหกรรม หอการค้า หรือสมาคมธนาคาร เข้าร่วมกันเปึน กกล. อาจจะนำมาแค่หนึ่งเดียวได้ค่ะ แต่สิ่งที่ยังไม่มีการนำเสนอในวันนี้ ซึ่งเปึนปัญหาซึ่งใหญ่มากก็คือเยาวชน ดิฉันอยากจะให้มีผู้แทนจากองค์กรเยาวชน หรือสตรีเข้ามาด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
เชิญท่าน การุณครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ ใสงาม นะครับ เรื่องที่ ๑ ขอท้วงหนี้ ท่านประธานครับ ท่านบอกว่าท่านพิจารณาเรื่องแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญ หนี้ของผมที่มีอยู่กับท่านประธานก็คือญัตติ อย่างน้อยท่านต้องพิมพ์ญัตติและส่งแนบญัตติที่ผมเสนอท่านประธานไว้ และเปึนญัตติ เดียวที่มีอยู่ในขณะนี้ด้วย ท่านจำหน่ายญัตติผมออกจากสารบบแล้วใช่ไหม ถ้ายังไม่ จำหน่ายท่านต้องจัดญัตติของผมเข้าสารบบในการพิจารณาวันนี้ มันจะมีญัตติกี่ญัตติ ๕ ญัตติ ๗ ญัตติท่านต้องรวมเข้ามา แล้วจะมาพิจารณาว่าญัตติใดจะรับ ไม่รับ รับอะไร เปึ้นหลัก อะไรไม่เปึนหลัก วิธีการต้องทำอย่างนั้นไม่ใช่หรือ อันนี้ท่านจำหน่ายญัตติ ของผมหรือไม่นำญัตติของผมเข้ามาเลย ที่จริงวันนี้ผมไม่อยากท้วง ที่ผมเดินออกไปนั่งกิน กาแฟนี่ไม่อยากท้วงหรอก แต่เห็นพวกเพื่อนสมาชิกได้พากันอภิปรายมากมายก็เลยสนใจ ไหน ๆ ก็มากมายแล้วก็สนใจเพิ่มเติมให้มากมายเพิ่มขึ้นไปอีก นี่คือวิธีการทำงานเริ่มต้นที่ ไม่มีระเบียบ กฎเกณฑ์ เปึนการเริ่มต้นงานที่ไร้ระเบียบ กฎเกณฑ์ เพราะท่านจะปฏิเสธ เรื่องญัตติที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและชอบด้วยข้อบังคับจำหน่ายทิ้งโดยลอย ๆ เหมือน ทำเปึนไม่รู้ไม่ชี้มันผิดหลัก นี่คือประการแรก เอาล่ะ ทวงไปเพื่อความสำราญบ้านใจ เท่านั้น ท่านจะนํามาก็ไม่ว่าอะไร แต่เตือนกันไว้นะครับ ทําให้เปึ้นหลักเปึ้นเกณฑ์ไว้ ข้อที่ ๑
ข้อที่ ๒ ผมดูแล้วคณะกรรมาธิการที่ไปทำ ๑๔ – ๑๕ คณะอะไรต่าง ๆ ก็ตาม อํานาจหน้าที่ท่านดูดี ๆ นะครับ ภาระหน้าที่ของสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้ ตามรัฐธรรมนูญภาระหน้าที่มีไม่เยอะหรอก มีไม่เยอะ เพียงแต่เรามาแตกย่อยเปึ้น ประชาสัมพันธ์ รับฟังความคิดเห็น ไปสำรวจ ไปศึกษา ไปรวบรวม จุดบันทึกรายงาน ทำอะไร เรียกว่าแตกงานเยอะ แต่ภารกิจใหญ่ ๆ ก็คือยกร่างฯ ให้เสร็จก็แล้วกัน ภารกิจ หลักไม่เยอะ และถ้าดูซ้ําไปซ้ํามาอํานาจหน้าที่ของท่านเขียนไว้ ซึ่งหลายอำนาจหน้าที่ ท่านสามารถรวมได้และประหยัดกระดาษเยอะ ผมจะลองประหยัดกระดาษให้ท่านดูได้ ไหม ประหยัดเอกสาร ประหยัดเวลา ประหยัดคนพิมพ์ ประหยัดคนทำหน้าที่ด้วย และจะ ประหยัดเรื่องราวต่าง ๆ ในวันนี้และวันข้างหน้าอีก ๓ เดือน ๔ เดือนที่เราจะทำงานด้วย เอาแค่อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการของภาคต่าง ๆ ท่านก็พิมพ์เหมือนกันสนุกสนาน อยู่ ๕ – ๖ ครั้งอยู่นั่นล่ะ โดยเปลี่ยนอยู่นิดเดียว เหนือ ใต้ อีสาน ตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง อะไรอย่างนี้ เปลี่ยนนิดเดียว เปลี่ยน ๒ – ๓ คำ ๒ – ๓ พยางค์ด้วยซ้ำไป นอกนั้นทั้ง ๖ – ๗ บรรทัด ตั้งแต่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ อะไรต่าง ๆ เหมือนกัน ทําไมท่านเหนื่อยทําไมกับการทํางานประเภทนี้ อำนาจหน้าที่ ข้อบังคับบอกว่าไม่ให้ซ้ำ แต่สามารถแยกได้ว่าเปึนพื้นที่ อำนาจหน้าที่ เดียวกันนี้แต่แบ่งงานกันทำ เพราะงานมันเยอะ เรื่องมันใหญ่ ภารกิจมันมาก และทำ ไม่ทันด้วยเวลาจำกัด จึงแบ่งพื้นที่กันดูแล ให้มีคณะกรรมาธิการส่วนร่วมรับฟัง ความคิดเห็นอะไรของท่านนั่นล่ะ ดีนะครับ ไม่เอาตําราเล่มว่าด้วยเรื่องการมีส่วนร่วม อ้างอิงสัก ๒๐๐ เล่มมา ว่าอำนาจหน้าที่ของการมีส่วนร่วม และภารกิจวิธีการทำการ ส่วนร่วมคืออะไรบ้าง อ้างอิงมาในนี้สัก ๔ – ๕ เล่ม แล้วก็มาบอกไว้ ตั้งชื่อให้มันยาว ๒ ศอก ๗ บรรทัดเลย อย่างนี้เปึนต้น ซึ่งคำเดียวเท่านั้นคือการมีส่วนร่วมมันคลุมหมดแล้ว มันคลุมแล้ว ถ้าท่านไม่ไปฟังคนมันจะส่วนร่วมได้อย่างไร ถ้าท่านไม่ไปหาคน มันจะ ส่วนร่วมอย่างไร ถ้าเขาไม่มีโอกาสเสนอจะส่วนร่วมอย่างไร ถ้าเขาไม่เรียนรู้ร่วมกัน ไม่เข้าใจร่วมกัน ข้อมูลเท่ากันจนกระทั่งตัดสินใจได้ วินิจฉัยได้ มันจะส่วนร่วมได้อย่างไร ท่านจะต้องเขียนสิ่งเหล่านี้ ๗ บรรทัดไหม ไม่ต้อง อย่างนี้เปึนต้น ท่านก็เขียนไป อํานาจ หน้าที่ ๑ อำนาจหน้าที่ แล้วท่านก็แบ่งพื้นที่กัน คณะที่ ๑ อย่างที่ผมทำญัตตินั่นล่ะ พี่น้องทุกคนยังไม่เห็นญัตติผมเลยเห็นไหม คณะที่ ๑ ภาคเหนือ คณะที่ ๒ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คณะที่ ๓ อย่างนี้เปึนต้น ๔ ๕ ๖ ๗ อำนาจหน้าที่ก็ ๖ บรรทัด เหมือนกันหมด แต่แบ่งพื้นที่กันทำงาน นี่คือประการที่ ๒
ประการที่ ๓ อยากนำเสนอท่านก็คือว่า อย่างกรณีคณะกรรมาธิการ ชุดแรกก็เริ่มมีปัญหายาวแล้ว เพราะถ้าท่านทำอย่างนี้จะมีปัญหายาว ก็ท่านไม่มีลักษณะ ของการให้เปึ้นผู้ประสานงาน กำลังจะเสนอกันในขณะนี้ก็คือเอาผู้ทำงาน ไปกันใหญ่เลย ทีนี้ ผู้ประสานงานคณะนี้ท่านครับ กรรมาธิการท่านอย่าทำคณะเยอะแยะใหญ่โตมโหฬาร ขนาดนี้ ๔๐ – ๕๐ คน บางคนก็จะถามว่าทำไมจึงมีชื่อนายแดง ผมขี้เกียจเอาชื่อจริงมา มีมา ๔๐ คนนะ เถียงกันวันนี้เดี๋ยวนี้จะมีปัญหาทันทีเลย ทำไมเปึนชื่อนายแดง ผมก็อยาก เอาลุงผมมาเหมือนกัน เพื่อนผมก็ฝากชื่อมาอยู่เหมือนกันอีก ๗ คน จะทำอย่างไร ใครมี อำนาจในการตัดสินใจพิมพ์ชื่อนายแดงนี้ นายแดงที่อยู่ในนี้ ในจำนวน ๔๐ คน ที่ว่านี้ ผมดูนี่ไม่อยากเอ่ยชื่อ เกรงใจคน เพื่อนกัน รู้จักกันทั้งนั้น อ๋อ อาจารย์เจิมศักดิ์ใช่ไหม ไปอยู่ตรงนั้นจึงมีชื่อนายแดงเข้ามา แล้วถ้านายการุณอยู่ตรงนั้นก็จะมีชื่อนายเขียว นายเหลือง นายชมพูเหมือนกัน เพราะเพื่อนผมก็ฝากมา ๑๒ คน มันจะไม่ยุติ ท่านประธาน ไกลไปจนถึงขั้นโน่นแล้วครับ หอการค้า ไปถึง อบต. ไปถึงเทศบาล ไปถึง อบจ. จนกระทั่ง ผมจะเสนอเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้น อสม. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ชมรมผู้ที่ แพ้เลือกตั้งของ อบต. และฝ์ายชนะ อบต. เอาให้หมดเลยไหม ดีไม่ดีพิมพ์สัก ๖๓ ล้านคน เลยไหมล่ะ มันหมดปัญญาทํา ท่านประธานครับ ถ้าทําอย่างนี้มันหมดปัญญาทํา เพราะฉะนั้นผู้ประสานงานคืออยู่ตรงนี้ ไม่ต้องเยอะขนาดนั้นหรอกครับ ๑๔ – ๑๕ คน กรรมาธิการชุดนี้ก็เยอะพอแรงแล้ว เอาเฉพาะตัวแทนจากกรรมาธิการต่าง ๆ ก็มาแล้ว แต่ตัวคนทำงาน ผู้ปฏิบัติงานที่ท่านจะได้หมากได้ผลนั้น แล้วท่านรีบยุติพูดกันตรงนี้ด้วย รีบไปเดี๋ยวนี้ ประชาชน ๖๐ ล้านคน ค่อยท่านอยู่ อยากจะฟังความเห็นอยู่ ท่านต้องรีบไป ที่นั่น ท่านจะไปอย่างไร ท่านจะตั้งคนที่นี่ ๔๐ คน ตั้ง ๒๐๐ คน ท่านก็หมดปัญญาจะไป หาคน ๖๐ ล้านคนได้ ผมจึงบอกว่าวิธีการที่ดีที่สุดท่านต้องรีบไปทำจังหวัด จากจังหวัด ท่านจึงจะคืบคลานต่อไป ไปหาหมู่บ้าน ไปหาศาลาวัดที่จะจัดชุมนุมได้ ที่จะจัดแสดง ความคิดเห็นได้ ถ้าท่านไม่รีบทำอย่างนี้นะครับ มันก็จะโกลาหลว่าด้วยเรื่องการตั้งชื่อ เพียงแค่ถกเถียงกันนิดเดียวเท่านั้นเอง ท่านประธานเสรีก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นขอเพิ่มอีก ๗ ชื่อ ผมก็จะถามต่อไปทำไมจึง ๗ ชื่อ ทำไมจึงไม่มี ๑๒ ชื่อ มันจะยุ่งกันใหญ่ ท่านประธานครับ แล้วคณะกรรมาธิการ ชุดนี้กับคณะกรรมาธิการกิจการของสภาร่าง รัฐธรรมนูญมันก็ซ้อนกันซ้ํากัน ทําไมไม่เอา ๒ อันนี้รวมเปึน ๑ อัน แล้วท่านจะได้คณะกรรมาธิการชุดที่พอดี ๆ หลักทฤษฎีกรรมาธิการ ท่านครับ คือคนไปทำหน้าที่สภาใหญ่ นี่ท่านกำลังจะสร้าง สภาใหม่ขึ้นมา เรียกว่า สภากรรมาธิการอะไรของท่านก็ไม่รู้ ทฤษฎีกรรมาธิการคือตัวแทน ของสภาใหญ่ไปทำหน้าที่แทนสภาใหญ่ ไปย่อยเรื่องแทนสภาใหญ่ ไปสอบสวนเรื่องแทน สภาใหญ่ ไปศึกษาเรื่องแทนสภาใหญ่ ด้วยเหตุที่สภาใหญ่เสียเวลามาก ต้องให้สภาเล็ก ๆ ครับท่านประธาน เล็ก กะทัดรัด เชี่ยวชาญ เปึนสภาผู้เชี่ยวชาญ เปึนสภาเล็กทำหน้าที่ แทนสภาใหญ่ นี่ทฤษฎีของกรรมาธิการมันคือ ๓ อย่างนี้ นี่ท่านกำลังสถาปนาสภาใหม่อีก สภาหนึ่งขึ้นมา ๔๐ คน ๔๕ คน ผมก็จะเสนออีก ๗ คน เปึน ๕๐ คน ท่านนั้นเสนออีก ๙ คน เปึน ๖๐ คน ๗๐ คน เพิ่มไปเรื่อย ๆ ไม่จบ ข้อเสนอของผมคือเอาคณะกรรมาธิการ ชุดนี้กับกิจการของท่านมารวมเสีย เอาอำนาจหน้าที่ของ ๒ อันนี้มาร่วมกันเสีย และเปึน กิจการจริง ๆ ที่จะทำการเชื่อมจากองค์กรต่าง ๆ เชื่อมจากกรรมาธิการต่าง ๆ เท่านั้น ให้รวบรวม และทำบางอย่างที่กรรมาธิการอื่น ๆ เขาไม่ได้ทำ มันก็ครบหมดแล้วหน้าที่ของ สภาร่างรัฐธรรมนูญของพวกเรา หมดกิจการ เกลี้ยง ไม่มีเหลือแล้ว ท่านประธานครับ ถ้าท่านจะปรับปรุงสิ่งเหล่านี้บ้างก็จะง่าย และคณะกรรมาธิการที่ว่าชื่อต่าง ๆ นี้ท่านอย่า ใส่มา ไม่อย่างนั้นแล้วท่านจะมีปัญหาถกเถียงกัน ควรใส่มาเฉพาะคณะกรรมาธิการ ตัวแทนคณะกรรมาธิการที่จำเปึนเท่านั้นเปึนผู้ประสานงาน ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วท่านเถียง กันแน่
เรียนท่านการุณ ว่าญัตติที่ท่านเสนอมั่นประชุมวันที่ ๑๖ นะครับ ก็หารือกันไปแล้ว แล้วก็มีข้อยุตินะครับว่า ตั้งคณะทำงานนะครับ แล้วก็จะไปดู แล้วก็ไปเตรียมรายชื่อบุคคล ซึ่งคณะทำงาน ก็ เตรียมมา แล้วก็จะต้องมาเข้าสภาเพื่อจะตกลงกัน ก็ไม่ได้เอาเรื่องของท่านออกนะครับ ได้มีการหารือ เข้าใจว่าวันนั้นคงยินยอมจบไปแล้วนะครับท่าน และก็ทําแล้ว แล้วก็ถึงได้ คณะทำงานมาเสนอในวันนี้ ผมเรียนว่าท่านพูดนี่ก็เห็นด้วยว่าถ้าคณะมันใหญ่ไป มันก็จะ เปึ้นปัญหานะครับ และเราก็ควรจะต้องตกลงกันให้ได้เรื่องจำนวนนะครับ ในคณะต่าง ๆ ที่จริงเราตกลงกันแล้วต้องมีคณะกรรมาธิการชื่ออย่างนี้ แล้วก็ให้ไปทำกรอบว่า อํานาจหน้าที่ เพราะว่าถ้าไม่ทํากรอบอํานาจหน้าที่เดี๋ยวจะติ และเข้าใจว่าคณะนี้จะทํา อย่างโน้นได้ อย่างนี้ได้ก็จะเปึนปัญหาในภายหลัง พอตกลงแล้วก็เหลือเรื่องจำนวนคน นะครับ แล้วก็เสนอ ตอนนี้ผมเรียนตรง ๆ ว่าความคิดท่านสมาชิกทั้งหลายที่เสนอนี่ก็ดี ทีนี้ จะประมวลอย่างไร แล้วหาข้อยุติอย่างไรเท่านั้นนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาต ได้ใช้ระยะเวลาที่ สั้น ๆ แล้วกระชับด้วยนะครับ ก็ขออนุญาตที่จะได้เอ่ยถึง คุณพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ นะครับ โดยเห็นว่าท้องถิ่นทั้ง ๓ ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเปึนสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล สมาคมสันนิบาตเทศบาล สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัด และในส่วนของฝ์าย ปกครองก็คือกำนัน ผู้ใหญ่บ้านนะครับ ก็เรียนเพิ่มเติมครับว่าโดยหลักการแล้วภายใน ๔๐ คน นะครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบุคลากรทำงานทั้ง ๗ วัน บริการสาธารณะ นะครับ ในเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเหล่านั้นนะครับ เขามีบุคลากร มีคณะทำงานอยู่แล้วทุกวัน ทุกวันเขาต้องบริการอยู่แล้ว ผมคิดว่าถ้ามาใส่ใน คณะกรรมาธิการชุดนี้นะครับ ผมก็คิดว่าจะประหยัดด้วยนะครับ ท่านมีเวลา ๑๘๐ วัน ท่านร่วมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเหล่านี้ให้เขาเข้ามา แล้วมีบุคลากรของแต่ละกอง ต่าง ๆ นะครับ บางที่ก็มีกองการศึกษา เขาก็จะกระจายลง และมีเอกสาร มีบุคลากร ไว้ครับ ดีไม่ดีอาจจะไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐในเรื่องของการที่จะได้ไปลงประชามติ นะครับ ผมขออนุญาตที่จะได้เรียนกับท่านประธานว่าเห็นด้วยกับคุณพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ที่ได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง ๓ องค์กรนะครับ หรือแม้กระทั่งเมืองพัทยา กทม. ด้วย แต่ว่าลองหาวิธีครับ ผมไม่แน่ใจว่าอาจารย์เจิมศักดิ์จะได้หาวิธีแต่กย่อยตรงนั้นมาได้ อย่างไรนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ผมหารือ คือเมื่อกี้คณะทำงานจะขอแขวนชุดนี้ไว้ก่อนนะครับ แล้วก็จะดูชุดที่ ๒ เพราะฉะนั้น เขารับฟังความเห็นท่าน แล้วเดี๋ยวเขาก็จะไปดูว่าจะไปประมวลความเห็นอย่างไรแล้วค่อย มาเสนอทีหลัง ขอให้เขาไปให้เสนอชุดที่ ๒ ไปก่อนได้ไหมครับ แขวนไว้ก่อนได้ไหมท่าน ผมขอหารือเลยนะครับ ใครเห็นว่าควรให้แขวนไว้ก่อนนะครับ ขอใช้บัตรนะครับ ขอหารือ ประเด็นนี้เลยนะครับ ท่านขัดข้องไหมครับ เอาอันแรกก่อน ขอหารือว่าจะถามความเห็น เรื่องแขวนไว้ตามที่คณะทำงานเขาขอนี้ใครเห็นเปึ้นอย่างอื่นไหมครับ
(มีสมาชิกยกมือ ๑ ท่าน)
มีท่านเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นข้อหารือเรื่องแขวนหรือไม่แขวน ขอใช้บัตรนะครับในการออกเสียง ผมขอหารือว่าจะให้เขาแขวนเรื่องไว้แล้วจะข้ามไปดูคณะกรรมการชุดที่ ๒ นะครับ ถ้าใคร เห็นด้วยนะครับ ขอให้ใช้บัตรออกเสียงครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วย
(นายนรนิติ เศรษฐบุตร (ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ) มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ท่านเห็นด้วย ให้กดปุ์ม เห็นด้วย นะครับ ไม่เห็นด้วยให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย นะครับ ใช้บัตรนะครับ เพราะว่าตกลงกันคราวก่อนว่าการออกเสียงต้องใช้บัตรนะครับท่านครับ เจ้าหน้าที่ช่วย นิดหนึ่ง ถ้าบัตรกับการออกเสียงใช้ได้ ใช้ไม่ได้นะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ลง บ้างไหมครับ ใครยังไม่ได้ลงกรุณายกมือ ลงหรือยังครับ
ผม อนุศาสน์ สุวรรณมงคล ขออนุญาต ลงมติ พอดีบัตรไม่มีครับ ขอบพระคุณครับ
มีท่านอื่น อีกไหมครับ ไม่มีแล้วนะครับที่ยังไม่ได้ลง เพราะฉะนั้นป่ดการลงมตินะครับ จํานวนผู้เข้า ประชุม ๗๓ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๗๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน บวกท่านอนุศาสน์ อีก ๑ ท่าน เปึน ๗๓ ท่าน เชิญครับ
ท่านประธานคะ กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร สสร. ค่ะ บังเอิญบัตรอยู่ตรงโต๊ะค่ะ ขอเพิ่มเติม เห็นด้วยค่ะ
ตกลงเพิ่มเติม อีกท่านหนึ่ง เปึ้น ๗๔ ท่านนะครับ เพราะฉะนั้นมติก็คือแขวน
ขอให้ไปดูชุดที่ ๒ นะครับ ท่านคณะทำงานจะได้เสนอและลองดูจะมี ปัญหาอย่างไรอีก เชิญคณะทำงานครับ
ท่านประธานครับ ผม สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการครับ ขออนุญาตอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการชุดที่ ๒ ครับ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคกลาง ประกอบด้วยกรรมาธิการจำนวนทั้งหมด ๑๔ คนนะครับ ๑. นายกฤษฎา ให้วัฒนานุกูล ๒. นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ ๓. นายช.ชัยนาท ศรีเสมาเมือง ๔. นายชวลิต หมื่นนุช ๕. นายโชคชัย อักษรนันท์ ๖. นายปกรณ์ ปรียากร ๗. นายประดิษฐ์ เหลืองอร่าม ๘. นางมนูญศรี โชติเทวัญ ๙. นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ ๑๐. นายสมเกียรติ รอดเจริญ ๑๑. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ๑๒. นายสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล ๑๓. นางสาวอลิสา พันธุ์ศักดิ์ ๑๔. นายโอกาส เตพละกุล ครับ
มีสมาชิกท่านใดเห็นเปึ้นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มี นะครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามที่ท่านคณะทำงานเสนอครับ ต่อไปครับ
คณะทำงานขออนุญาต ชุดที่ ๓ ครับท่านประธาน คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของ ประชาชนภาคเหนือ ประกอบด้วยกรรมาธิการจำนวน ๑๑ คน ๑.นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ ๒. นายชาติชาย แสงสุข ๓. นายนิตย์ วังวิวัฒน์ ๔. นายประวิทย์ อัครชิโนเรศ ๕. นายวิชัย ศรีขวัญ ๖. นายวีนัส ม่านมุ่งศิลปี ๗. นายศักดิ์นรินทร์ เขื่อนอ้น ๘. นายสมชัย ฤชุพันธุ์ ๙. นายสว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ ๑๐. นายสวิ่ง ตันอุด ๑๑. นายสามขวัญ พนมขวัญ
เช่นเดียวกันครับ ท่านสมาชิกครับ มีความเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่เสนอนะครับ เชิญคณะที่ ๔ ต่อไปครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น คณะทำงาน ขอเรียนเสนอคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วยกรรมาธิการ จำนวน ๑๒ คน ดังนี้ ๑. นายกนก โตสุรัตน์ ๒. นายการุณ ใสงาม ๓. นายชำนาญ ภูวิลัย ๔. พลตำรวจโท ธรรมนิตย์ ป่ตะนี้ละบุตร ๕. นายธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง ๖. นายรัฐ ชูกลิ่น ๗. นายวิทยา คชเขื่อน ๘. นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล ๙. นายเศวต์ ทินกูล ๑๐. นายสุนทร จันทร์รังสี ๑๑. นายหลักชัย กิตติพล ๑๒. นายอรรครัตน์ รัตน์จันทร์
มีท่านผู้ใดเห็นเปึ้นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่เสนอครับ ต่อไปขอเชิญคณะที่ ๕ นะครับ
ท่านประธานครับ กระผม ขออนุญาตเสนอคณะที่ ๕ ต่อเนื่องเลยนะครับ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและ การมีส่วนร่วมของประชาชนภาคใต้ ประกอบด้วยกรรมาธิการจำนวน ๑๑ คน ดังนี้ ๑. นายชาลี กางอิ่ม ๒. นายนิมิตร ชัยจีระธิกุล ๓. นายมนตรี เพชรขุ้ม ๔. นายวัชรา หงส์ประภัศร ๕. นายวิชัย เรืองเริงกุลฤทธิ์ ๖. นายวิทวัส บุญญสถิตย์ ๗. นายเสรี นิมะยุ ๘. นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล ๙. นายอภิชาติ ดำดี ๑๐. นางอังคณา นี่ละไพจิตร ๑๑. นายอุทิศ ชูช่วย
มีท่านสมาชิกเห็นเปึ้นอย่างอื่นไหมครับ มีครับ เชิญคุณวิทยาครับ
ขออนุญาตท่านประธาน ผม วิทยา งานทวี ไม่ทราบ ว่าถ้าเปึนคณะกรรมการยกร่างฯ แล้วจะมีสิทธิเข้าไปนั่งในส่วนของคณะกรรมาธิการ ชุดต่าง ๆ ได้หรือเปล่าครับ ขออนุญาตถามเรื่องนี้ก่อนหารือครับ ถ้าหากว่าได้ขอเสนอ ตัวเองเข้าในส่วนของภาคใต้อีกคนนะครับ
ก็มีแค่ ๑๑ คน เพิ่มอีก ๑ เปึ้น ๑๒ ไม่เกินครับ
ก็ขออนุญาตเสนอตัวเองอีกคนหนึ่งครับ
คุณวิทยาขอเสนอตัวเอง นามสกุลอะไรครับ ขอประทานโทษ
วิทยา งานทวี เบอร์ที่ ๖๔ ครับ
ตกลงว่ามีทั้งหมดคณะนี้ ๑๒ ท่านนะครับ ที่ประชุมไม่ขัดข้อง มีมติตามนั้นครับ ต่อไป ขอเรียนเชิญคณะที่ ๖ ครับ
เรียนท่านประธาน คณะที่ ๖ จะขอข้ามไปก่อน เปึนรายจังหวัด ขอนำเสนอคณะที่ ๗ เปึนคณะกรรมาธิการรับฟังความ คิดเห็นขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วยกรรมาธิการจำนวน ๑๓ คน ดังนี้ ๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์กนก โตสุรัตน์ ๒. รองศาสตราจารย์กิตติ ตีรเศรษฐ์ ๓. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ๔. นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ๕. นายชวลิต หมื่นนุช ๖. นายชาติชาย แสงสุข ๗. รองศาสตราจารย์ดวงสุดา เตโชติรส ๘. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรรณราย แสงวิเชียร ๙. พลเรือเอก พีรศักดิ์ วัชรมูล ๑๐. รองศาสตราจารย์รุจิรา เตชางกูร ๑๑. นายวิชัย รูปขําดี ๑๒. นายศักดิ์นรินทร์ เขื่อนอ้น ๑๓. นายสมยศ สมวิวัฒน์ชัย
คณะที่ ๗ มี ๑๓ ท่าน มีท่านสมาชิกเห็นเปึ้นอย่างอื่นไหมครับ เชิญครับท่าน
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นุรักษ์ มาประณีต สสร. นะครับ คณะที่ ๗ ผมคิดว่าคงจะตั้งให้สอดคล้องตามมาตรา ๒๖ ซึ่งจะต้องเสนอเรื่องไปยังองค์กร ๑๒ องค์กรนะครับ และก็ผมเห็นว่าใน ๑๒ องค์กร มี พวกเราอยู่ใน ๑๒ องค์กร อาทิเช่น ท่านอัครวิทย์ สุมาวงศ์ อยู่ที่ศาลปกครองสูงสุด แล้วก็มี กกต. ก็มีอยู่ แล้วก็ ปปช. ก็มีอยู่ ทางศาลฎีกาก็มีผม ผมคิดว่าถ้าเอาบุคคลเหล่านี้ เข้าไปเปึนกรรมาธิการอยู่ในคณะนี้มันก็จะสะดวก รวดเร็ว แล้วก็เปึ้นทางสายตรงเลย นะครับจะชัดเจนขึ้น ผมก็ใคร่จะขอเสนอบุคคลที่อยู่ในองค์กรเหล่านี้นะครับ เช่น ท่านอัครวิทย์ สุมาวงศ์ ก็ศาลปกครองสูงสุด แล้วก็ผมใคร่จะเสนอตัวเอง ซึ่งผมเปึน ผู้พิพากษาอยู่ที่ศาลฎีกา ก็จะเสนอว่าอยู่ในคณะนี้ครับ ขอขอบพระคุณครับ
ท่านคณะทำงานเชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านสมาชิกสภาว่าจริง ๆ แล้วคงจะเปึนไปตามความประสงค์ของท่านสมาชิก ทั้งหลาย เพราะว่าเข้าใจว่าหลายท่านก็ไม่ประสงค์ไปอยู่ในชุดที่รับฟังความเห็นองค์กร ของตัวเองโดยตรง อยากใคร่ขอเสนอว่าถ้าท่านนุรักษ์สมัครใจอยู่ในชุดนี้คงไปเติมชื่อได้ แต่ว่าถ้าเปึ้นท่านอื่นผมขออนุญาตว่า ถ้าท่านอื่นเห็นว่าท่านอยากอยู่ในชุดนี้โดยตรง ขอให้ท่านช่วยเสนอตัวด้วย เพราะผมเข้าใจว่าหลายท่านไม่ประสงค์ ผมเห็นหลายท่าน ไม่เห็นด้วยนะครับ
เปึ้นที่เข้าใจนะครับ คำชี้แจง หมายความว่าท่านเสนอชื่อตัวท่านเองขึ้นมาได้ มีท่านผู้ใด จะเสนอไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม วีนัส ม่านมุงศิลปี สสร. ข้อที่ ๖ คือ ร่างคณะกรรมาธิการประจำจังหวัด ๗๖ จังหวัดนั้น ไม่ทราบผ่านหรือยังครับ
ยังครับ ยังรออยู่ครับ
อันนี้ข้ามไปก่อนใช่ไหมครับ มาที่ ๗ ผมคิดว่า องค์กรตามรัฐธรรมนูญนี้ทุกจังหวัดมีหมดแล้ว แล้วก็กรอบการทำงานของ สสร. ในจังหวัดน่าจะครอบคลุมจากตรงนี้ได้ หมายความว่าถ้าไม่มีชื่อก็สามารถทำได้ใช่ไหม ครับ สมมติว่าถ้าไม่มีชื่อในคณะกรรมาธิการรับฟังความเห็นขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ แต่ สสร. ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดนั้นจะกระทำการได้หรือไม่ครับ ถ้าตอบตรงนี้ชัดเจน ผมคิดว่าแต่ละท่านที่เปึน สสร. ในจังหวัดนั้นคงจะทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบและ เต็มที่ พอจะให้ข้อมูลได้ไหมครับ
ฟังคำชี้แจง เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สมคิด เลิศไพฑูรย์ คณะทำงานครับ ความจริงคณะที่ ๗ เปึนคณะที่ตั้งขึ้นเพื่อรองรับ การปฏิบัติตามหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ ซึ่งมีองค์กรทั้งหลายตามรัฐธรรมนูญ อยู่ทั้งหมด ๑๒ องค์กรด้วยกัน ผมยกตัวอย่างเช่น คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี ศาลฎีกา ศาลปกครองสูงสุด คงไม่ใช่องค์กรตาม พื้นที่ อย่างที่ท่านกรรมาธิการพูดแต่ประการใด แต่ว่าถ้ามีองค์กรบางองค์กรที่อยู่ในพื้นที่ ของท่าน ผมยกตัวอย่างเช่น สถาบันอุดมศึกษานะครับ อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดก็อาจจะ รับฟังได้ด้วย แต่หมายความว่ากรรมาธิการชุดนี้ก็จะรับฟังสถาบันอุดมศึกษาโดยเฉพาะ โดยตรงด้วย ก็ขออนุญาตเรียนชี้แจงครับ
เชิญครับ ท่านสดศรีใช่ไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานและ สสร. ทุกท่านนะคะ ดิฉัน สดศรี สัตย์ธรรม สำหรับคณะที่ ๗ นี้เนื่องจากดูรายชื่อแล้วยังไม่มีตัวแทนของ กกต. อยู่เลย ซึ่งข้อเสนอท่านประพันธ์ นัยโกวิท เปึนคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วยค่ะ
เชิญท่านครับ
กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายประพันธ์ นัยโกวิท นะครับ ขอบคุณท่านสดศรีที่เสนอชื่อกระผมนะครับ แต่เนื่องจากว่ากระผมกำลัง จะเสนอในคณะกรรมาธิการ คณะที่ ๑๑ ครับ จะแสดงความจำนงไปอยู่ใน คณะกรรมาธิการ คณะที่ ๑๑ จะเปึน ๒ คณะเดี๋ยวจะเยอะไป ขออนุญาตนะครับ
ขอถอนใช่ไหมครับ
ใช่ครับ
เชิญท่านอาจารย์สนั่นนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สนั่น อินทร์ประเสริฐ ผมอยากจะขอเรียนเสนอว่าในคณะกรรมาธิการผมดูรายชื่อแล้วไม่มี ชื่อผมปรากฏ เพราะกระผมไปอยู่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ คณะทำงานอาจจะลืมไป อย่างนั้นผมขอเสนอตัวเอง ในข้อ ๒ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมี ส่วนร่วมของประชาชนภาคกลาง อันนี้คณะหนึ่ง กับคณะกรรมาธิการประจำจังหวัด นนทบุรี ไม่ทราบว่าถึงหรือยังนะครับ ถ้าถึงผมขอฝากไว้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ตอนนี้กำลังพิจารณาถึงคณะที่ ๗ นะครับ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นขององค์กร ตามรัฐธรรมนูญ เมื่อถึงเวลาถึงคณะโน้นแล้วค่อยเสนอนะครับ เรียนเชิญท่านสดศรีครับ
ในเมื่อท่านประพันธ์ถอนตัวนะคะ ตอนนี้มีท่านที่ เคยเปึนทาง กกต. อยู่แล้ว คือท่านอาจารย์สวัสดิ์ โชติพานิช อย่างไรขอเสนอท่านเปึน คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นขององค์กรตามรัฐธรรมนูญค่ะ เพราะว่าท่าน เชี่ยวชาญในองค์กรนี้ แล้วก็เปึ้นผู้ที่เปึน กกต. ในชุดแรกด้วย ท่านคงจะให้ข้อคิดเห็นได้ดี เท่าเทียมกับ กกต. ชุดปัจจุบันนี้ และอาจจะมากกว่าท่าน กกต. ชุดนี้ด้วย ขอบพระคุณค่ะ
มีผู้รับรองไหมครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรองครบนะครับ ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ ในฐานะประธานคณะทำงาน ท่านประธานครับ ในส่วนที่สมาชิกเสนอ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสดศรีนะครับ ท่านอาจารย์สวัสดิ์ โชติพานิช ท่านไม่แสดงความจำนงไว้ อย่างน้อยที่สุดท่านต้องยินยอมที่จะเปึ้นด้วย แล้วทางท่านอาจารย์สวัสดิ์เอง คณะทำงานเห็นท่านมีความรู้ความสามารถ ก็เลย ขออนุญาตท่านใส่ชื่อท่านอยู่ในยกร่างหลักเกณฑ์และประชามตินะครับ ขอบคุณครับ
ข้อยุติ ตกลงท่านสดศรี ผู้เสนอ เห็นด้วยใช่ไหมครับ เชิญท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม กนก โตสุรัตน์ สสร. ครับ ผมใคร่ขอเสนอ นายสว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ เนื่องจากเปึน ประธานที่ประชุมกรรมการมหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งจะต้องขอรับฟังความคิดเห็นตาม รัฐธรรมนูญ ข้อที่ ๑๒ ขอบคุณครับ
ขอเสนอชื่อ ท่านสว่างนะครับ มีผู้รับรองไหมครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรองครบนะครับ ท่านอาจารย์สว่างก็ให้ความยินยอมใช่ไหมครับ เชิญครับ
กรณีของท่านสว่าง คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ขอความกรุณาท่านสมาชิกอย่างนี้ครับว่าความจริงเรื่องการสมัคร เปึ้นกรรมาธิการนี่เราใช้วิธีสมัครนะครับ ถ้าท่านนั่งอยู่ในห้องอยู่แล้วขอความกรุณา ท่านสมัครด้วยตัวเองก็ได้ หลายคนอาจจะเข้าใจว่าสมัครด้วยตัวเองไม่ได้ ก็ให้สมัครด้วย ตัวเองเลย ขอความกรุณาท่านสมาชิกว่าอย่าสมัครให้ท่านอื่นเลยครับจะได้ตรงกัน แล้วก็ จะได้เคลียร์กันไปได้เลยนะครับ ขอความกรุณาตรงนี้ด้วยครับ
เชิญท่านเจิมศักดิ์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ครับ ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการชุดนี้ ภารกิจไม่หนักหน้านะครับ ต้องกราบเรียนที่ประชุมว่าเราได้มีการถกกัน เพราะว่าเวลา รับฟังความเห็นจากองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ท่านจะไปฟังจากคณะรัฐมนตรีนี่เขาก็คงจะ สรุปมาให้ท่าน แล้วท่านจะไปฟังจาก คมช. นี่เขาก็สรุปมาให้ท่านว่าเปึนอย่างไร เพราะฉะนั้นถ้าเราช่วยดูกําลังคนนิดหนึ่งเถอะ เพราะว่าบางอันมันหนักหน้าสาหัสนะครับ ถ้าท่านลงไปช่วยกันในส่วนที่หนักหน้าสาหัสที่ไม่ได้เปึนองค์กรชัด ๆ อย่างนี้ อย่างใน สนช. นี้ เขาก็สรุปมาให้ท่านว่าเขาเห็นอย่างไร คงไม่มีงานหนักหน้าสาหัส กรุณาเกลี่ยคนนิดหนึ่งเถอะครับ อย่าเกินมากเลยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านธีรวัฒน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ ธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง ขอสมัครในคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นองค์กร ตามรัฐธรรมนูญครับ
ขอผู้รับรองด้วยครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง )
มีผู้รับรองครบถ้วนนะครับ มีท่านผู้ใดเสนอ เชิญท่านการุณ ครับ
ท่านประธานครับ การุณ ใสงาม สสร. นะครับ ตกลง กรรมาธิการอย่างนี้ท่านจะให้มีกี่คนได้ครับ กรรมาธิการเหล่านี้ท่านจะให้มีได้กี่คนครับ
ชี้แจง หน่อยไหมครับท่านครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ ในฐานะประธานคณะทำงาน จำนวน คณะกรรมาธิการจริง ๆ ถ้าตามข้อบังคับก็คือจะอยู่ในช่วง ๙ - ๑๓ คน แต่เราเข้าใจ ถึงปัญหานะครับว่า แต่ละท่านอาจจะมีความจำนงมากกว่าหรือน้อยกว่า ก็เลย ขออนุญาตขอยกเว้นข้อบังคับในส่วนนี้ไปแล้ว ซึ่งที่ประชุมนี้ก็เห็นชอบนะครับ เพราะฉะนั้นในช่วงนี้ต้องเรียนว่างานในแต่ละคณะมีมากนะครับ แล้วแต่ละท่าน นี่ท่านสามารถดูได้นะครับ เราทําตารางให้ท่านดูว่าท่านอยู่กี่คณะแล้ว แต่ถ้าหากว่ามี ๒ คณะแล้ว ท่านประสงค์คณะที่ ๓ ผมว่ากรรมาธิการก็ไม่ขัดข้อง เพราะถือว่าท่านได้ ตัดสินใจแล้วว่าท่านสามารถทำได้ และส่วนที่เกิน ผมว่าก็เกิน ๑ – ๒ ท่านเท่านั้นเอง ซึ่งเราได้ยกเว้นข้อบังคับไปแล้วครับ ขอบคุณครับ
ครับ ท่านการุณ อีกที่เชิญครับ
ท่านประธานครับ แล้วแต่ละคนเปึนกรรมาธิการ สามัญนี้ได้คณะเดียวหรือ ๒ คณะ หรือ ๓ คณะกันแน่ครับ
เราให้เสนอกันไม่เกิน ๓ คณะใช่ไหมครับ ถ้าผมจำไม่ผิด ไม่เกิน ๒ แต่ได้ถึง ๓
มีการยกเว้นข้อบังคับข้อนี้แล้วนะครับ ไม่ปรากฏ นะครับ
ยกแล้วครับ ยืนยันว่ายกแล้วนะครับ
ผมเห็นว่ายังไม่ปรากฏว่ามีการขอยกเว้นข้อบังคับ ว่าด้วยเรื่องจำนวนและว่าด้วยเรื่องแต่ละคนให้เปึนได้เพียงคณะเดียว ยังไม่เห็น การยกเว้นตรงนี้ครับ
ผมเข้าใจว่าข้อยกเว้นข้อบังคับในเชิงกำหนดจำนวนไว้เรียบร้อยแล้วนะครับ แล้วแต่ว่า จํานวนใหม่นี้ไม่ได้กําหนดว่าจะมีสักเท่าไรก็ปล่อยว่างตามความจําเปึน ตามความ เหมาะสม บางคณะก็อาจจะถึง ๓๐ กว่าอย่างที่มองเห็น แต่บางคณะก็ลดลงเหลือ ๑๐ คน ๑๑ คน ก็ตามความเหมาะสมที่คณะทำงานเปึนผู้พิจารณานะครับ
ท่านประธานครับ ที่จริงเรื่องการขอยกเว้นข้อบังคับ ในเรื่องจำนวนไม่น้อยกว่า ๙ ไม่เกิน ๑๓ นี้ยังไม่ปรากฏ ในเรื่องการขอยกเว้นข้อบังคับ ว่าด้วยเรื่องแต่ละคนเปึนได้เพียงคณะเดียว คือให้สามารถเปึนกรรมาธิการสามัญนะครับ สามัญนะครับ เกินกว่า ๑ คณะได้ การยกเว้นข้อบังคับข้อนี้ในส่วนนี้ก็ยังไม่ได้ทํา เพราะฉะนั้นถ้าเกิน ๑๓ ยังไม่ได้ทํา เกินกว่า ๑ คณะยังไม่ได้ทํา แต่ถ้ากรรมาธิการ วิสามัญ อันนี้เชิญตามสะดวกครับ ไม่อยู่ในข้อบังคับข้อนี้ ประการที่ ๑ นะครับ
ประการที่ ๒ ฝากนิดเดียวครับ กรรมาธิการอย่างที่อาจารย์เจิมศักดิ์ ก็บอกแล้ว กรรมาธิการชุดนี้ที่จริงภารกิจึงานท่านไปฟังส่วนร่วมของ ๑๒ องค์กรที่ว่า ตามรัฐธรรมนูญ ท่านใช้เวลา สงสัยเขาจะให้ ๑๕ นาทีเท่านั้นผมว่า ภารกิจงานจากวันนี้ ไปจนถึงวันยกร่างฯ เสร็จ งานหนักที่สุดอยู่ตามภาคต่าง ๆ ครับท่านประธาน โน่นน่ะ งานภาคครับ ยิ่งกรรมาธิการภาคอีสานมี ๑๒ - ๑๓ คน โน่นละครับแบก ๑๗ จังหวัด ประชากรเกือบ ๒๐ ล้านคน นั่นล่ะงานหนัก พากันไปอย่างนั้นดีกว่าครับ และกรรมาธิการ เหล่านี้ก็จะไปทำหน้าที่ ต้องไปหากรรมาธิการวิสามัญซึ่งเดือนกุมภาพันธ์ยังไม่รู้จะไปหา กรรมาธิการวิสามัญทุกจังหวัดใน ๑๗ จังหวัดภาคอีสานได้เสร็จหรือเปล่า งานหนักอยู่ที่ท่าน ผมเทียบอีสาน ภาคอื่นเหมือนกัน โน่นงานหนักอยู่ที่โน่น งานพวก อย่างนี้นะครับ จริง ๆ บางอย่าง ผมบอกให้รวมด้วยซ้ำไป กรรมาธิการประเภทเหล่านี้ไป รวมอยู่ในกิจการสภาร่างรั่ฐธรรมนูญยังได้ด้วย
ข้อบังคับนั้นเมื่อเช้าเราได้ยกเว้นไปเรียบร้อยแล้ว เชิญชี้แจงครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ ในฐานะประธานคณะทำงาน คือการยกเว้น ข้อบังคับดังกล่าวนั้นตอนที่ผมรายงานต่อที่ประชุมนั้นก็ขอยกเว้นข้อบังคับในหมวด ๔ ว่าด้วยคณะกรรมการทั้งหมด ถ้าท่านดูเอกสารซึ่งแจกไปแล้วนะครับชัดเจน
ส่วนประการที่ ๒ ตอนที่ท่านประธานได้ทำหน้าที่ ท่านก็ได้ขอยกเว้น ข้อบังคับ โดยท่านกล่าวในห้องประชุมนะครับ ขอยกเว้นใช้ข้อบังคับ ข้อ ๗๓ ข้อ ๗๖ ข้อ ๗๗ ข้อ ๗๘ เพื่อให้มีการแต่งตั้งกรรมาธิการสามัญและวิสามัญจำนวน ๑๒ คณะ ซึ่งท่านก็ถามว่าที่ประชุมเห็นอย่างอื่นไหม ที่ประชุมเห็นด้วย เพราะฉะนั้นในส่วน กระบวนการทั้งหลายเหล่านี้ยกเว้นไปเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณครับ
ก็เปึนอันว่าเสนอชื่อเพิ่มขึ้นอีก ๓ ท่านเท่านั้นใช่ไหมครับ โดยมีผู้รับรองครบถ้วน ขอยืนยัน อีกทีได้ไหมครับ
ขออนุญาต เพิ่ม ๓ ท่าน ครับ ท่านนุรักษ์ มาประณีต ท่านสว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ ท่านธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง ๓ ท่าน ด้วยกันครับ
ถูกต้องนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่เห็นเปึ้นอย่างอื่น ก็ขอถือว่าที่ประชุมนี้รับรอง มีมติเห็นชอบตามที่เสนอนะครับ ต่อไปเชิญคณะที่ ๘ ครับ
คณะที่ ๘ คณะกรรมาธิการ ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ประกอบด้วยกรรมาธิการจำนวน ๑๔ คน ดังนี้ ๑. นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ ๒. นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ๓. นายประดิษฐ์ เหลืองอร่าม ๔. นายปริญญา ศิริสารการ ๕. นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ๖. นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ๗. นายวิชัย เรืองเริงกุลฤทธิ์ ๘. นายวิทวัส บุญญสถิตย์ ๙. นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล ๑๐. นายสมยศ สมวิวัฒน์ชัย ๑๑. นายหลักชัย กิตติพล ๑๒. นายอภิชาติ ดำดี ๑๓. นางสาวอลิสา พันธุ์ศักดิ์ ๑๔. นางสาวอาภา อรรถบูรณ์วงศ์
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ธวัช บวรวนิชย์กูร บังเอิญ รายชื่อผมจะอยู่ในเฉพาะคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาฯ ที่เดียว ซึ่งผมคิดว่า ผมยังมีความสามารถที่จะช่วยได้ในคณะนี้ จึงขอเสนอตัวอยู่ในคณะกรรมาธิการ ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่อีกคนหนึ่งด้วยครับ
มีผู้รับรองไหมครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ครบถ้วนนะครับ ท่านอาจารย์พิเชียรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ กระผม พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ใคร่ขอเรียนอนุญาตเสนอชื่อสมาชิกอีกท่านหนึ่ง นะครับ คือท่านไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ท่านพร้อมและยินดีที่จะเข้าร่วมในคณะชุดนี้ครับ ขอผู้รับรองครับ
ครบถ้วนนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุนทร์ จันทร์รังสี สสร. นะครับ ผมไม่ใช่จะต้องการทำงานมากด้วยความโลภอะไรหรอกครับ แต่ในคณะกรรมาธิการชุดที่ ๘ คณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ โดยอาชีพ ของกระผมทำงานด้านประชาสัมพันธ์มา ๓๓ ป้ มีตำแหน่งเปึนกรรมการสภา การหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เปึนประธานเครือข่ายบรรณาธิการภาคอีสาน แล้วก็ได้พูดคุย กับเพื่อนสมาชิกหลายท่านร่วมทั้งประธานสภาฯ นะครับ แต่ว่ามาตกสำรวจในคณะที่ ๘ ผมก็เลยข้อเสนอตัวเองเข้ามาด้วย และอีกข้อหนึ่งนะครับ ด้วยความเห็นที่อยากให้ คณะทำงานมีประสิทธิภาพดังที่ท่านการุณได้บอกนะครับ ผมก็จะเสนอม้าดี มาช่วยทำงานในคณะที่ ๔ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วม ของประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่านผู้นี้มีตำแหน่งเปึนผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์เขต ๒ จังหวัดอุบลราชธานี นายบัณฑิต ตั้งประเสริฐ กำกับดูแล้งานประชาสัมพันธ์อีสานล่างทั้งหมด ๙ จังหวัด ข้อเสนอเปึนกรรมาธิการอีก ๑ ท่านครับ ขอเรียนเสนอเช่นนี้ครับ
ที่จะ เสนออีกคณะหนึ่งก็เอาไว้รอถึงเวลานั้น ในช่วงนี้เอาแต่คณะนี้ก่อน ขอเชิญท่านอาจารย์ สมคิดครับ
ท่านประธานครับ ผม สมคิด เลิศไพฑูรย์ คณะทำงานกรรมาธิการชุดของภาคที่ท่านพูดเปึนกรรมาธิการ สามัญ เสนอคนนอกไม่ได้ ขออนุญาตท่านประธานว่าจะได้จบประเด็นนี้ไปเลยครับ
พอดีท่านประธานเปลี่ยนอีกแล้วครับ ผม โอกาส เตพละกุล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมส่งใบแจ้งจำนงไปแล้วรู้สึกจะหายไปหรือ อย่างไรไม่ทราบ ก็เลยส่งให้ไปใหม่นะครับ กระผมเสนอไว้ ๓ คณะ คณะที่ ๖ กับคณะที่ ๘ ฉะนั้นไม่ทราบว่าจะเพิ่มเติมได้หรือไม่ครับ คณะที่ ๖ จะเปึ้นจังหวัดฉะเชิงเทรากับ ปราจีนบุรี
เรียนท่านประธาน ผม เจิมศักดิ์ คุณโอกาสได้ส่งขึ้นมาบนนี้ เพิ่งส่งขึ้นมาก็มี ๓ คณะ ทีนี้ ๓ คณะนี้อันนี้ก็เปึน อันดับ ๓ ของท่านก็แล้วแต่ที่ประชุมนะครับ ผมกราบเรียนนี่ไม่ใช่เกี่ยวข้องกับคุณโอกาส แต่อยากจะกราบเรียนโดยทั่วไป คือคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ เราก็มา นั่งดูกันในคณะทำงานว่าการทำงานลักษณะจะเปึนอย่างไร จะได้กราบเรียนว่าที่ประชุม จะลองพิจารณาดูว่าควรจะมีคนมากแค่ไหน คือเราได้พิจารณากันว่าในการ ประชาสัมพันธ์ตัวเนื้อของงานนี่ส่วนใหญ่แล้วสื่อมวลชนเขาจะสนใจที่กรรมาธิการ ยกร่างฯ เปึนหลัก และเขาก็จะมีประเด็นที่กองบรรณาธิการจะมอบหมายว่าเรื่องนี้ให้ไป เจาะอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเขาจะวิ่งเข้าไปหากรรมาธิการยกร่างฯ โดยตรง ซึ่งกรรมาธิการยกร่างฯ ก็จะมีโฆษก แล้วก็จะมีการทํางานของเขา อันนั้นจะเปึ้นหัวใจที่ สื่อมวลชนทุกคนเขาจะเข้าไปเจาะ ถ้าเขาอยากจะรู้ว่าเรื่องนี้ประชาชนคิดอย่างไร ประชาชนให้ความเห็นว่าอย่างไรในแต่ละภาค เขาก็จะวิ่งเข้าไปเจาะในกรรมาธิการ แต่ละภาค แต่ละจังหวัด ซึ่งอันนั้นคือเนื้อของการประชาสัมพันธ์ด้วยเนื้อ แต่ชุดนี้เท่าที่ดู การทํางานในครั้งที่แล้ว คณะทํางาน ก็เรียกเอกสารหลักฐาน มาว่าการทํางานเมื่อครั้ง ที่แล้วก็ดี แล้วก็ที่เจ้าหน้าที่เขาคิดว่างแผนไว้ว่าชุดนี้จะทําอะไร ชุดนี้ก็จะทําเปึน ภาพลักษณ์ของ สสร. เปึ้นหลัก จัดทำ แบนเนอร์ (Banner) จัดทำแผ่นพับ จัดทำอะไร ต่ออะไรเพื่อแสดงภาพลักษณ์ แต่พอมาถึงเนื้อ กรรมาธิการชุดนี้จะลำบากนิดหนึ่ง ต้องกราบเรียนตรง ๆ นะครับ สื่อมวลชนสมัยนี้ไม่ใช่เหมือนก่อนนะครับ เราแถลงอะไร ข่าวแจกเขาก็เอาไปลงไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ เขาก็รับนะครับ แต่เขาไม่สนใจ คุณเกียรติชัยนั่งที่นี่ก็คงจะยืนยันกับผมได้ว่าเขาเจาะแน่เลยพวกกรรมาธิการยกร่างฯ อาจารย์สมคิดอาจจะถูกเจาะ อาจารย์จรัญจะถูกเจาะ พวกที่เปึนกรรมาธิการยกร่างฯ เขาจะวิ่งไล่เจาะหมด เขาจะโทรศัพท์กวนทั้งวัน วันนี้พิจารณาเรื่องอะไรเขาก็จะแอบรู้ ไปถามเบื้องหน้า เบื้องหลัง ฉะนั้นกรรมาธิการประชาสัมพันธ์พูดกับเขาไม่ได้หรอก พูดไป เขาก็ฟังแต่ว่าเขาไม่สนหรอกสมัยนี้ คือผมเรียนตรง ๆ ผมเองก็อยู่ในวงการสื่อ เพราะฉะนั้นคนอย่าเยอะมากได้ไหมครับ พากันไปอย่างที่คุณการุณพูด ไปฟังประชาชน กันเยอะ ๆ ผมเห็นแต่ละภาคยังน้อยเหลือเกิน ช่วยใส่ไปแถว ๆ นั้นได้ไหมครับ โดยเฉพาะ อีสาน อีสานนี่มีอยู่ ๑๑ คน ๑๒ คนเท่านั้นเอง แล้วเปึนภาคที่ใหญ่โตมโหฬาร ทีนี้ คณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ก็สําคัญในแง่นั้นที่จะทําให้คนเข้าใจ สสร. ในภาพรวม แต่ตัวเนื้ออย่างที่กราบเรียนว่าท่านจะลําบากนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้นถ้าคนไม่มากนัก ท่านแสดงความจํานงไว้แล้ว ผมว่าเอาแค่นั้นจะดีไหมครับ แล้วช่วยกันไปลงในส่วนอื่น ๆ นั้น ขอบพระคุณครับ
พอดีท่านอาจารย์เดโชมีภารกิจต้องไปเปึนวิทยากรแทนท่านประธานนะครับ เลยโน้ตบอกให้ผมช่วยทำหน้าที่ต่อ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม อรรครัตน์ รัตน์จันทร์ ครับ ผมดูในคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ดูแล้วมีสื่อ ที่ปฏิบัติงานด้านสื่อมีอยู่ประมาณสัก ๔ ท่านเองนะครับ ผมอยากจะเสนอท่านมานิจ สุขสมจิตร บรรณาธิการอาวุโส หนังสือพิมพ์ไทยรัฐนะครับ แล้วก็รวมทั้งตัวกระผมเอง ซึ่งเปึนนายกสมาคมสื่อสารมวลชนไทย – อินโดจีน เข้าไปอยู่ในคณะนี้ เพื่อจะได้ทำงาน ในหน้าที่ของตัวเองด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ
เอาเฉพาะของท่านดีกว่าไหมครับ เพราะว่าอาจารย์มานิตย์ท่านไม่ประสงค์ เพราะท่าน อยู่ในกรรมาธิการยกร่างฯ ด้วยนะครับ เอาเฉพาะท่านนะครับ ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ถือว่าที่ประชุมอนุมัตินะครับ ท่านการุณเชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม การุณ ครับ ผมไม่รู้ จะเรียกร้องอย่างไรดีนะครับ ได้พยายามเรียกร้อง เรียกร้องบ่อยเกินไป ก็ผมอยากถาม เหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นคณะกรรมาธิการการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ท่านจะทําอะไร คณะกรรมาธิการภาคอีสานไปยโสธร ประชาสัมพันธ์เผยแพร่จะไปกับผมไหม หรือท่าน จะมานั่งประชาสัมพันธ์อยู่ที่นี่ ก็ประชาสัมพันธ์อยู่ที่นี่ก็มีท่านประธานนรนิติ ท่านประธาน เสรี ท่านประธานเดโช ก็จะถามกลุ่มคนเหล่านี้ล่ะ และที่สำคัญก็จะถามประธาน กรรมาธิการยกร่างฯ เลขาฯ ยกร่างฯ อะไรทำนองนั้นไป คนเหล่านี้ก็แถลงไป คณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ก็ไปนั่งแถลง แถลงอยู่ตรงไหน แถลงเรื่องอะไร ท่านจะแถลงเรื่องอะไร ท่านจะประชาสัมพันธ์เรื่องอะไร เพราะสิ่งที่ท่านกําลังจะพูดนั้น คนที่น่าสนใจ และน่าติดตาม และน่าลงข่าว และเปึ้นข่าวได้ เขาจนจบครบไปหมดแล้ว ครั้นท่านจะแถลงเรื่องยโสธร ทําทําไม ก็ฝ์ายอีสานเขากําลังจะแถลงอยู่ ท่านเห็นหรือยัง พอท่านจะออกพื้นที่มันก็มีคนพื้นที่อยู่ก็ไปซ้อนเทินหัวกัน ผมไปยโสธร ประชาสัมพันธ์ไป พรุ่งนี้ มะรืนนี้ผมไปศรีสะเกษ ประชาสัมพันธ์ไปก่อนแล้ว ที่จริงกรรมาธิการเหล่านี้ มันไปอยู่ในกรรมาธิการกิจการสภา เปึนอยู่สักคณะหนึ่ง กลุ่มหนึ่งสัก ๓ คน ๕ คน ที่เชี่ยวชาญเรื่องการประชาสัมพันธ์ กิจการสภานั้นคือรวมสรรพทั้งหมดของเรื่องราว ต่าง ๆ ทุกกรรมาธิการ ในอีสาน ในภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง กรุงเทพฯ รวมถึงปัญหา ของการยกร่างรัฐธรรมนูญ เกิดปัญหาถกเถียงกันเรื่องอะไร ให้คณะกรรมาธิการนี้ อนุฯ หรือกลุ่มคนที่อยู่ในกิจการตรงนี้ทำเรื่องของประชาสัมพันธ์ อย่างนี้ท่านยังพอจะมีงานทำ แต่ถ้าท่านไปทำแบบนี้กรรมาธิการ เชื่อขนมกินได้เลย ลองดูไหมท่านประธาน ผมจะนั่ง หัวเราะให้ฟันหัก ใครเขาจะถามคุณ
ขอบคุณท่านการุณนะครับ คือจริง ๆ แล้วต้องทำความเข้าใจนิดหนึ่งนะครับว่า ประชาสัมพันธ์ ไม่ใช่โฆษก แต่คณะกรรมาธิการชุดนี้สืบเนื่องมาจากเราตกลงไปเรียบร้อย ว่าให้มีชุดนี้มาทำหน้าที่อะไร ซึ่งเราก็วางกรอบนะครับ อย่างเช่น งานประชาสัมพันธ์ ไม่ใช่งานออกมาพูดแทนแต่ละคณะ แต่เปึนงานที่ชุดนี้จะต้องไปดูภาพรวม ของสภาร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมดว่าจะเผยแพร่เอกสารอะไร จะพิมพ์รัฐธรรมนูญซึ่งเปึ้นร่าง ให้ประชาชนสักกี่ชุด จะพิมพ์เอกสาร จะทำแบรนเดอร์จะทำแผ่นพับนะครับ อันนี้คือ เปึ้นภาระหน้าที่ของการที่จะต้องไปบริหารจัดการ ไม่ได้ไปเปึนโฆษก็แทนแต่ละคณะ นะครับ แต่ละคณะเขาก็มีโฆษกของเขา อาจารย์เกียรติชัยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ผมเห็นพูดกันหลายครั้งแล้ว เรื่องประชาสัมพันธ์ แล้วก็มีแนวโน้มในความคิดที่คิดว่าไม่มีอะไรจะทำ ขอให้สบายใจ เถอะครับ มีเรื่องทําเยอะแยะเลย แล้วที่พูดกันถึงเรื่องที่แต่ละคณะกรรมาธิการจะออกไป หาความคิดเห็น เปึนงานประชาสัมพันธ์ที่สอดแทรกอยู่ในนั้นแล้ว ไม่จริงเสมอไป เปึนการคิดที่ตั้งอยู่บนสมมุติฐานที่คิดว่าเขารู้แล้ว ไปหาความเห็นจากเขา งานประชาสัมพันธ์จะต้องทะลุทะล่วงไปข้างหน้าให้ข้อมูลข่าวสารในเรื่องเหล่านี้ เอาเรื่อง การร่างรัฐธรรมนูญจากในสภาออกไปสู่ประชาชนให้รู้เรื่องด้วย ไปให้ข้อมูลข่าวสารกับเขา ว่ากระบวนการทั้งหลายมันเปึนอย่างไร ไปให้ความรู้เขาในเรื่องเหล่านี้ ไปให้ข้อมูล ไปกระตุ้นเร้าให้เกิดสำนึกที่จะเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อที่เขาจะได้แสดงความคิดความเห็นให้ คณะกรรมาธิการต่าง ๆ เหล่านี้ออกไปทำ ผมเห็นงานมากมายเยอะแยะเลย ในคณะกรรมาธิการคณะนี้ แล้วถ้าหากใครอยากจะเข้ามาทำงานมาเถอะครับ ผมว่ามี งานเยอะให้ทำ ผมมองเห็นภาพอะไรพรึบพรั่บกันทั่วประเทศมากมายสำหรับกรรมาธิการ คณะนี้ที่จะต้องทําเยอะแยะเลย เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดว่ามันไม่มีอะไรจะทํา เยอะแยะไป งานภาพลักษณ์ของสภา งานที่จะต้องออกไป เราทำงานระดับนี้ไม่ได้บอกกล่าวเล่าเรื่อง ให้ประชาชนรู้เรื่องเลยเชี่ยวหรือ สมมติกันเอาเอง คิดกันเอาเองว่าเขารู้เรื่องแล้วจะออกไป หาความคิดเห็นจากเขาเลยอย่างนั้นหรือ ผมว่ามันคิดไม่ครบระบบ แล้วผมยังเห็นว่า จําเปึ้นที่จะต้องมี ทั้ง ๆ ที่เราก็กําหนดกันว่ามีไว้แล้ว มันมีเรื่องทํางานเยอะแยะล่ะครับ แล้วผมคิดว่าในขั้นนี้แล้วนี่หลังจากเราพูดอะไรแล้วนี่ ควรจะมาพูดเรื่องกรอบของ แม้นเดท (Mandate) ของคณะกรรมาธิการแต่ละท่าน แต่ละคณะว่าควรจะทำอะไรบ้าง อย่างไรบ้าง ต่อไปให้มันชัดเจนมากขึ้น จะได้รู้ว่ามันมีงานทำเยอะแยะเลย ประชาสัมพันธ์ ไม่ใช่เปึนโฆษกให้ใครหรอกครับ โฆษกเขาก็มีอยู่แล้ว ทะลุทะล่วงในแง่ข่าวแต่ละแง่ก็รู้ อยู่แล้วในงานของสื่อมวลชนด้านนี้เรารู้อยู่แล้ว แต่ว่างานประชาสัมพันธ์นอกเหนือ แล้วมากไปกว่านั้นมากครับที่จะต้องทะลุทะล่วงวางแผน วางพื้นให้ข้างหน้าออกไป สําหรับใครที่จะไปหาข้อมูลหาความคิดเห็นอะไรต่าง ๆ จากเขา กระตุ้นเร้าให้เขาเข้ามามี ส่วนร่วมอย่างไร เหล่านี้ต้องทำทั้งหมด ไม่ใช่นึกเอาเองว่าเขารู้อยู่แล้วก็ไปหาความเห็น จากเขาเอาเอง มันไม่พอหรอกครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เอาอย่างนี้ครับ ท่านคณะทำงานครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับนิดเดียวครับ ต่อเนื่อง นิดเดียวกับท่านเกียรติชัย นิดเดียวครับ สงสัยเราคงจะร่วมกันศึกษาว่าด้วยเรื่อง การมีส่วนร่วม
คืออย่างนี้ท่านการุณครับ ด้วยความเคารพนะครับ อย่างนั้นเราตั้งคณะทำงานให้เสร็จ ก่อน เพราะว่าท่านก็พูดกันคนละครั้งแล้ว ท่านพูด ท่านเกียรติชัยไม่เห็นด้วยกับท่าน ท่านก็ตอบของท่าน ท่านพูดอีก ท่านเกียรติชัยตอบอีก ท่านก็คุยกันอยู่แค่นี้ครับ ผมว่าตั้ง คณะทำงานให้เสร็จก่อนดีไหมครับ ด้วยความเคารพท่านจริง ๆ
ขอนิดเดียวครับ
ครับ เชิญครับ
ผมเรียกร้องขอให้ไปทำงานช่วยกันทำที่ด้านภาคผมนี่ เข้าใจเรื่องการประชาสัมพันธ์ ไม่ได้เคยคิดว่าใครรู้เรื่องก่อนแล้ว หรือว่าใครต้องไปถาม ความเห็นเขาเท่านั้น ไม่ใช่ การมีส่วนร่วมมันเริ่มต้นทั้งกระบวนการ ซึ่งรายละเอียด มันเยอะแยะมากมาย หนึ่งในการมีส่วนร่วมก็คือ หนึ่งในการประชาสัมพันธ์ หนึ่งในการศึกษาร่วมกัน หนึ่งในการเรียนรู้ หนึ่งในการให้ข้อมูล หนึ่งในการรับฟัง หนึ่งใน ฯลฯ อีกเยอะแยะ นั่นก็คือต้องไปทำ ผมจึงถามว่าแล้วถ้ากรรมาธิการของภาคนี้ลงไป ร่วมกับกรรมาธิการวิสามัญของศรีสะเกษ กรรมาธิการสามัญภาคอีสานไปร่วมกับ กรรมาธิการวิสามัญที่ศรีสะเกษ อยากถามว่ากรรมาธิการการประชาสัมพันธ์ที่จะไปให้ ข้อมูล ไปศึกษา ไปแถลงข่าว ไปให้รายละเอียดอะไรต่าง ๆ ไปเสนอแนะ ไปดึงการ มีส่วนร่วม ไปร่วมอย่างไรอีก มันก็จะซ้อนกันอยู่ด้วยกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ทับเข้าไป อีก มันจะไม่โกลาหลหรือ ถ้าอย่างนั้นเราแยกกันดู เพื่อมั่นง่ายต่อการบริหารจัดการ ไม่ดีกว่าหรือ เรียกร้องให้ไปร่วมกันที่นั่นนะครับ
ขอบคุณครับ รวมไม่ทันแล้วครับท่าน แยกออกไปหมดแล้ว แล้วก็ถ้าท่านดูทั้งหมด ไม่ซ้อนกันหรอกครับ ก็จะมีจังหวัด จังหวัดก็ไปภาค ภาคก็มาส่วนกรรมาธิการกลาง ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษคณะทำงานครับ เมื่อกี้ท่านถึงคณะไหนแล้วคณะที่ ๘ จบหรือยังครับ เมื่อกี้สมาชิกเสนอท่านจบหรือยังครับ
เพิ่มเติม ๕ คน ขอทวน อีกครั้งหนึ่งนะคะ ๑๕. คือนายธวัช บวรวนิชย์กูร ๑๖. นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ๑๗. นายสุนทร จันทร์รังสี ๑๘. นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ ๑๙. นายโอกาส เตพละกุล
ท่านใดจะเพิ่มไหมครับ เอาประเด็นเพิ่มก่อน พี่วัชรามีเพิ่มไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชรา หงส์ประภัศร กระผมยกมือตั้งแต่ก่อนที่ท่านจะถามเรื่องนี้นะครับ แล้วสิ่งที่ กระผมจะพูดก็เกี่ยวเนื่องกับเรื่องเพิ่มหรือไม่เพิ่ม คือเรื่องมันเปึนอย่างนี้ครับ กระผมขอท้าวถึงสิ่งที่ผมได้พูดเอาไว้แล้วเมื่อกี้นี้ว่าเราน่าที่จะ พิจารณาเรื่องการประชามตินี่นะครับว่าจะอยู่ในภารกิจของใคร ของคณะกรรมาธิการ ชุดไหน เพราะที่พูดไปถึงคณะกรรมาธิการชุดที่ ๑ ๒ ๓ ๔ ที่ประจําภาคประจําจังหวัด ด้วยนะครับ ที่ยังไม่ได้พิจารณากันอยู่นะครับว่าจะรวมถึงการประชามติด้วยหรือเปล่า ถ้าไม่รวมนะครับ กระผมเห็นว่าคณะที่จะทำงานร่วมประชามติก็น่าที่จะเปึน คณะประชาสัมพันธ์นี่ครับ ซึ่งจะทําให้เห็นว่าคณะประชาสัมพันธ์นี้มีความสําคัญมากครับ เพราะฉะนั้นเพื่อความชัดเจนนะครับ ขอกรุณาพิจารณาในเรื่องที่กระผมเสนอก่อนครับว่า จะเอาการประชามตินี่ไปไว้ที่ไหนครับ ขอบคุณครับ
ครับตอบท่านวัชรานะครับ ท่านดูคณะที่หนึ่งนะครับ ชื่อก็บอกไว้แล้วนะครับ ว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและการประชามตินะครับ เพราะฉะนั้นประชามตินี่เราคุยกันตั้งแต่นอกรอบแล้วนะครับว่าจะอยู่ในคณะที่ ๑ ตอนแรกไม่มีนะครับตอนหลังก็มาตัดใส่อยู่คณะที่ ๑ นะครับ แล้วก็ยังดำเนินการศึกษา สำรวจความคิดเห็นประชาชนในประเด็นสำคัญนะครับตามรายการที่กำหนดไว้
ผมขออนุญาตต่อเนื่องนิดหนึ่งนะครับ คณะที่ ๑ นี้ ที่ผมฟังดูเปึ้นเรื่องการวางกรอบเท่านั้นเอง ไม่ได้ลงไปปฏิบัติ ท่านก็พูดเช่นนั้นในตอน แรกนะครับว่า เปึนการวางกรอบเท่านั้นเอง ไม่ได้ลงไปปฏิบัติ ส่วนที่ลงไปปฏิบัตินั้นได้แก่ คณะกรรมาธิการประจำภาค แล้วก็จังหวัด เพราะฉะนั้นในส่วนที่ปฏิบัตินี้ กระผมจึงเห็น ว่าน่าที่จะได้พิจารณาการประชามตินี้ให้ไปอยู่ในภาคส่วนไหนครับ น่าที่จะได้พิจารณากัน ในเรื่องการทํางาน
ขอบคุณครับ ท่านคณะทำงานครับ จะเพิ่มส่วนนี้หรือไม่อย่างไร ตอบด้วยครับ
ท่านประธานครับ ชุดที่ดู เรื่องประชามติมีอยู่ ๒ ชุดครับ ชุดแรกคือ ชุดการมีส่วนร่วมและประชามติ ซึ่งเปึนชุดที่จะ ทำหน้าที่ไปให้ข้อมูล แล้วก็สอบถามความเห็นประชาชนในเรื่องการลงประชามติโดยตรง แต่ชุดที่ไปจัดเรื่องการลงประชามติ แล้วก็ดูหลักเกณฑ์ทั้งหลายมีอีกชุดหนึ่งครับ ชุดที่ ๑๑ ครับท่านประธาน คณะกรรมาธิการยกร่างหลักเกณฑ์ วิธีการออกเสียงประชามติ และการ ออกเสียงประชามติ ส่วนกรรมาธิการประชาสัมพันธ์นั้น หากจะประชาสัมพันธ์ก็เปึนการ ประชาสัมพันธ์โดยทั่ว ๆ ไป ซึ่งอาจจะรวมถึงในช่วงของการประชามติด้วย แต่ว่ามี ๒ ชุด อยู่แล้วครับที่ดูเรื่องประชามติ
เอาประเด็นเรื่องตั้งคณะให้เสร็จก่อนนะครับ จบไหมครับ เอาประเด็นเรื่องจำนวนคน นะครับ เสนอชื่อนะครับ เรื่องอื่นไม่เอานะครับ ท่านพิเชียรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาฯ ที่เคารพ นะครับ กระผม พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ คืออยากจะขออนุญาตอภิปรายสักเล็กน้อยว่า ผมเห็นด้วยกับท่านเกียรติชัยนะครับว่า งานประชาสัมพันธ์นี่เปึนงานที่กว้างขวาง แล้วก็ มีความจำเปึนครับสำหรับ สสร. เรา เพราะว่ามีหลายเรื่อง หลายกรณีเหลือเกินที่พี่น้อง ประชาชนภายนอกไม่ทราบครับ แล้วก็งงครับ เพราะว่าข่าวสารที่ออกไป บางครั้งก็ขัดแย้ง กันเอง แล้วก็ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ผมคิดว่างานด้านประชาสัมพันธ์ก็มีกรอบที่ ทางคณะทํางานได้วางเอาไว้ ซึ่งผมคิดว่าดีอยู่แล้ว แล้วก็สามารถที่จะดําเนินไปได้ แล้วก็ เห็นว่าแม้อาจจะมีจำนวนของเพื่อน ๆ สมาชิกเข้าไปร่วมมากสักหน่อย แต่ว่าโดยรวมแล้ว ก็จะเข้าไปช่วยกันทำให้ภาพลักษณ์ที่ดีเกิดขึ้น แล้วก็เปึนประโยชน์ต่อพวกเราทุกคน ทุกคณะ เพราะว่าแต่ละคณะนี่จะมีโฆษก์แถลงงานของแต่ละคณะอยู่แล้ว เราคงไม่เข้าไป แทรกแซงก้าวก่าย แต่ว่าก็จะดูในส่วนภาพรวมทั่ว ๆ ไป แล้วก็ในข้อมูลข่าวสารที่จะไปถึง พี่น้องประชาชนที่เกิดประโยชน์สูงสุด ก็ขออนุญาตเรียนท่านประธานครับ
ขอบพระคุณครับ ขอในประเด็นนะครับ การเสนอตั้งชื่อบุคคลครบถ้วนไหมครับ มีท่านอื่น ไหม ไม่มีแล้วนะครับ ไม่มีชื่อบุคคลนะครับ คณะ ๘ ท่านจะเสนอเพิ่มหรือครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ ผม ชํานาญ ภูวิลัย สสร. อยากจะเสนอชื่อตัวเองอยู่ในคณะที่ ๘ นี้นะครับ ขอบพระคุณครับ
เสนออีก ๑ ท่านนะครับ คณะทำงานไม่ขัดข้องนะครับ ผ่านครับ จบคณะ ๘ นะครับ เชิญท่านคณะทำงาน คณะ ๙ ครับ
ผม ชูชัย ศุภวงศ์ นะครับ ขออ่านรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญวิชาการตรวจร่างรัฐธรรมนูญฯ นะครับ ๑. นายธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง ๒. รองศาสตราจารย์นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ๓. นายประสงค์ พิทูรกิจจา ๔. นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ ๕. นายมานิจ สุขสมจิตร ๖. นางมาลินี สุขเวชชวรกิจ ๗. นายวัชรา หงส์ประภัศร ๘. นายวิชัย รูปขำดี ๙. นายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ ๑๐. นายอรัญ ธรรมโน ๑๑. นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์
มีท่านสมาชิกเห็นเปึ้นอย่างอื่นไหมครับ อาจารย์วุฒิสารใช่ไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม วุฒิสาร ตันไชย ครับ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตเสนอคณะกรรมาธิการ วิสามัญวิชาการฯ เพิ่มเติม เปึ้นบุคคลภายนอกครับ รองศาสตราจารย์อุดม รัฐอมฤต ครับ
ขอผู้รับรองด้วยครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรองถูกต้องครับ อาจารย์ธิติพันธุ์ครับ
ผม ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ขอเสนอตนเองเปึนกรรมาธิการวิสามัญในชุดนี้ด้วยครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านวีนัสครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม วีนัส ม่านมุงศิลปี สสร. ครับ ด้วยความขอบคุณท่านคณะทำงานที่ท่านได้กรุณาให้งานผม แต่ว่าให้น้อยไป หน่อย เพราะผมอยู่ในแค่ของคณะกรรมาธิการของภาคเหนือ ผมเกรงว่าเพื่อนสมาชิก จะบอกว่าผมเอาเปรียบเพราะว่ามีงานทำน้อย ก็เลยอยากจะขอเสนอตัวเองเข้าไปทำงาน ในชุดนี้ และขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ
ขอบพระคุณครับ
พอดีท่านวีนัส ดูรายชื่อแล้ว ไม่ทราบแจ้งหรือไม่แจ้งนะครับ แต่ไม่เปึนไรครับ ถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบครับ มีท่านอื่นเพิ่มไหมครับ อาจารย์วัชราครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ข้อเสนอ ร้อยตรี วิจิตร อยู่สุภาพ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปึ้นคณะกรรมาธิการชุดนี้ครับ เนื่องจากเกี่ยวกับการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรองถูกต้องครับ อาจารย์สนั่น เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอเสนอ คุณสดศรี สัตย์ธรรม อยู่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญวิชาการ ตรวจร่างรัฐธรรมนูญและ ร่างกฎหมายครับ
ท่านสดศรีขัดข้องไหมครับ ท่านอยู่ในกรรมาธิการยกร่างฯ และยกร่างหลักเกณฑ์ด้วย ๒ คณะแล้ว ท่านอาจารย์สนั่นเสนอ ขัดข้องไหมครับ ยืนยันด้วยครับ
ที่จริงมันก็เกี่ยวพันกันนะคะ แต่ไม่ขัดข้องค่ะที่จะ อยู่ในคณะตรวจร่างฯ ด้วยค่ะ
ขอบคุณครับ ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ท่านนุรักษ์ครับ
ท่านประธานครับ ผม นุรักษ์ มาประณีต สสร. ผมขอเสนอ นายวีรพล คงมั่น ครับ
เจ้าตัวเขายินยอมนะครับ ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรองถูกต้องครับ เพิ่มอีกไหมครับ อาจารย์ธีรวัฒน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผมขอเสนอ คนภายนอกนะครับ คุณวรพจน์ วงศ์สง่า อดีต สสร. ป้ ๒๕๔๐ ครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ก็ให้เกียรติกันนะครับ ท่านเสนอมาท่านก็ช่วยประสานด้วยนะครับ ท่านวิทยามีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิทยา คชเขื่อน ขออนุญาตเพิ่มงานให้ตัวเองสำหรับคณะที่ ๙ นะครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ขอบคุณครับ กี่ท่านแล้วครับ ทั้งหมดเปึ้นเท่าไรแล้ว ๑๙ แล้วนะครับ เดี๋ยวองค์ประชุมจะมีปัญหานะครับ
ท่านประธาน ขออนุญาต กระผมขอเสนอ ดอกเตอร์ประวิทย์ ทองศรีนุ่น อดีตนายกสมาคมรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน อดีต สสร. ป้ ๒๕๔๐ ครับ
๒๐ แล้วนะครับ ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรองน้อยไปเรื่อย ๆ แล้วนะครับ เชิญครับ ท่านสุนทรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผมขอเสนอ นายทองใบ ทองเปาด์ อดีต สสร. ป้ ๒๕๔๐ นักกฎหมายแม็กไซไซ ครับ
ท่านทองใบ ทองเปาด์ ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรองครบถ้วน ๒๑ แล้วนะครับ พอแล้วนะครับ ผมว่าเยอะแล้ว ขอบคุณครับ เชิญคณะ ต่อไปครับ
คณะที่ ๑๐ คณะกรรมาธิการวิสามัญ บันทึกเจตนารมณ์ จุดหมายเหตุ และตรวจรายงานการประชุม ๑. นายเดโช สวนานนท์ ๒. นายคมสัน โพธิ์คง ๓. นางถวิลวดี บุรีกุล ๔. นายทวิชา หวังโภคา ๕. นายประชุม ทองมี ๖. นายประโภชฌ์ สภาวสุ ๗. พลตำรวจเอก มีชัย นุกูลกิจ ๘. นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ๙. นางเรืองรวี เกตุผล ๑๐. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วชิรญา บัวศรี ๑๑. รองศาสตราจารย์วรากรณ์ สามโกเศศ ๑๒. นายวีระ โรจน์พจน์รัตน์ ๑๓. นางศรีวิการ์ เมฆธวัชชัยกุล ๑๔. นางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ๑๕. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมเกียรติ วรปัญญาอนันต์ ๑๖. นายสุวิชญ์ รัศมิภูติ ๑๗. นายอารักษ์ สังหิตกุล
ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ
ท่านประธานครับ ผมมี ข้อสังเกตจากที่ประชุม อยู่ ๒ ข้อนะครับ ข้อที่ ๑ คณะกรรมาธิการชุดนี้มีผู้ที่เสนอตัว เข้ามาน้อยมาก มีอยู่เพียงแค่ ๒ ท่าน คือ ที่ลงอันดับหนึ่งมีอยู่คนเดียว คือ พลตำรวจเอก มีชัย นุกูลกิจ แล้วก็มีอาจารย์คมสั้น โพธิ์คง ซึ่งเปึนกรรมาธิการยกร่างฯ อยู่ แต่ว่าก็ไปขอ ท่านมาว่าช่วยใส่ตรงนี้อีกคน ได้ไหม เพราะว่า พลตำรวจเอก มีชัย ท่านโดดเดี่ยวอยู่คน เดียวเลย พวกเรานี่ต้องเรียนว่า ผมใช้ คำว่า พวก คือเราพวกเดียวกันนะครับ ไม่ค่อย เห็นความสําคัญของตรงนี้ เพราะว่าต้องอ่านเยอะ แต่ผมกราบเรียนนะครับ ตรงนี้จะเปึน หลักปักฐานที่สําคัญ ผมเคยอยู่ในวุฒิสภา เวลาที่เราถกกันว่าอันนี้มันมีเจตนาอะไรกันแน่ นะครับ มันจะเถียงกันหนัก ก็ต้องไปค้นของท่าน ว่าที่ท่านลงไว้นี่มีเจตนาอย่างไร ตรงนี้ สําคัญมาก ๆ เพราะว่าเวลาที่เราร่างนี่เรานึกว่าดีแล้ว พอ คอนเทกซ์ (Context) หรือ บริบทของเรื่องมันเปลี่ยน เขาก็ไปตีความเข้า คนไทยนี่จะบิดเข้าข้างตัวเองไปเฉยเลย ในรัฐธรรมนูญ แล้วก็พูดเปึนตุเปึนตะ ไปอย่างนั้นได้ อย่างนี้ได้ เห็นไปเปึ้นช่องเปึ้นทาง ไปเลย ตรงนี้จะสำคัญมาก ๆ เพราะฉะนั้นก็เลยมีท่านอาจารย์เดโช แล้วก็ท่าน รองประธานฯ ๒ คน เปึนคนเสนอขึ้นมาเยอะเลย ใส่ ๆ เข้ามา ผมว่าก็เปึนความกรุณา นะครับ แล้วก็ต้องช่วยกันพิจารณาว่าท่านใดอยากจะเพิ่มเติมตรงนี้บ้าง ก็จะเปึน ประโยชน์ เพราะว่าเราเปึน สสร. แล้วตรงนี้จะรับกันมากเลยกับกรรมาธิการยกร่างฯ ด้วย ก็มีท่านอาจารย์คมสันคนเดียวที่เข้ามา แล้วผมขอถามท่านประธานนะครับ ผมไม่รู้ว่า เจ้าหน้าที่สับสนหรือเปล่า คือบางคนก็เรียกว่านาย บางคนก็เรียกว่าท่าน ผมไม่ทราบว่า มันต่างกันตรงไหนครับ ระหว่างอาจารย์เดโช เรียกท่านเดโช กับอาจารย์เสรี เรียกว่า ท่านเสรี กับนายทวิชา หวังโภค่า หรือว่านายคมสันนี่นะครับ ช่วยตอบผมหน่อย ได้ไหมครับ ขอบพระคุณครับ เข้าใจว่าพิมพ์ผิดนะครับ
ครับ ก็เห็นใจเจ้าหน้าที่ เพราะว่าเจ้าหน้าที่ ๒ คืน ยังไม่ได้นอนเลยครับ จัดเตรียมเอกสาร ก็มีตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง ถ้าเห็นผิดตรงไหนก็ช่วยแก้ให้หน่อยแล้วกันนะครับ ขอบคุณครับ ท่านอุทิศครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อุทิศ ชูช่วย สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตที่จะเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญ คณะที่ ๑๐ บันทึกเจตนารมณ์ เปึ้นบุคคลภายนอก นายจำเริญ วราภรณ์ ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ขอผู้รับรองครับ นักกฎหมายครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ขอบคุณครับ ผู้รับรองถูกต้องครับ อาจารย์สุรชัยครับ
ขอบคุณครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สสร. ครับ ขออนุญาตเพิ่มเติมกรรมาธิการคณะที่ ๑๐ นี้นะครับ ผมขออนุญาตเสนอ นายเจษฎา อนุจารีย์ ซึ่งเปึนเลขานุการคณะกรรมการกลั่นกรองกฎหมายของสภา ทนายความครับ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ขอบคุณครับ ท่านอาจารย์คมสันครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม นายคมสัน โพธิ์คง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ขอเพิ่มเติมกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้นะครับ นายศาสตรา โตอ่อน ครับ เปึนบุคคลภายนอกครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
มีท่านใดอีกไหมครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิมิตร ชัยจีระธิกุล สสร. ขอเสนอ คุณคณิต วัลยะเพ็ชร์ ครับ บุคคลภายนอกครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
๒๑ แล้วนะครับ เดี๋ยวท่านช่วยไปถามด้วยนะครับ ผมอนุญาตให้ถอนนะครับ อาจารย์ พิเชียรครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ นะครับ ใคร่ขออนุญาตเสนออีกท่านหนึ่งนะครับ ท่านอภิชัย ตรังคิณีนาถ นะครับ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ก็จะมาช่วยเรื่องตรวจรายงาน การประชุม แล้วก็มีประสบการณ์ในเรื่องนี้ค่อนข้างมากครับ
ขอบคุณครับ ที่ท่านเสนออยากให้ท่านถามเจ้าตัวด้วยนะครับ พอท่านยินยอมแล้ว ถึงอยากให้เสนอ อย่างนั้นเดี๋ยวก็จะกลายเปึนมาถอนที่หลัง ท่านสนั่นครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ คณะที่ ๑๐ ผมขอ เรียนเสนอ คุณมานิจ สุขสมจิตร ครับ ผมได้ถามเจ้าตัวแล้ว ไม่รู้อยู่ไหน คุณมานิจ ยกมือ หน่อยครับ
อาจารย์มานิจอยู่ยกร่างฯ และก็อยู่วิชาการฯ ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ อาจารย์สนั่นจะเพิ่ม ครับ ให้ท่านอาจารย์มานิจมาอยู่ตรงนี้ด้วย ไหวไหมครับ
ท่านประธานครับ คิดว่างานอันนี้ถ้าเผื่อเปึนงาน หลังจากงานยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว และก็ถ้าเผื่อสมาชิกอยากจะให้ทําผมก็ยินดีครับ
ไม่หลังละครับ เวลาประชุมก็ต้องมีการบันทึกการประชุม บันทึกก็ต้องไปอ่านต่อเนื่อง ไปเรื่อย ๆ ครับ
ถ้าทําพร้อมกันก็คงทําได้อย่างเดียวครับ
ท่านติดใจไหมครับ จะเปึนไหมครับ
ไม่เปึนก็ได้
ไม่เปึนนะครับ ขอบคุณอาจารย์สนั่นครับ ท่านธนพิชญ์ครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม ธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ ครับ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมขอเสนอ นายวัชรินทร์ ปัจเจกวิญ็ูสกุล เปึนกรรมาธิการในชุดนี้ด้วยครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรองถูกต้องครับ เท่าไรแล้วท่านอาจารย์สมคิด ๒๓ แล้วนะครับ เดี๋ยวจะมีปัญหา องค์ประชุมหรือเปล่าครับ ท่านวิทยาจะเสนอเพิ่มหรือครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา คชเขื่อน ขออนุญาตเสนอเพิ่มในชุดที่ ๑๐ นะครับ เปึน รองศาสตราจารย์เรื่องยศ แสนภักดี บุคคลภายนอกครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ขอผู้รับรองด้วยครับ
ขอบคุณครับ
ผมว่าท่านมนูญศรีจะเสนอเพิ่มไหมครับ
ดิฉันขอเสนอเพิ่มในคณะที่ ๒ ของกรรมาธิการ รับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคกลางนะคะ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ดิฉันได้ เสนอในเรื่องของเยาวชนและสตรีนะคะ ดิฉันอยากจะขอเสนอบุคคลภายนอกเข้ามาอยู่ใน คณะที่ ๒ ค่ะ
ท่านมนูญศรีครับเดี๋ยวคุยกันครับ ถ้าอย่างนั้นพอแล้วนะครับ ขอบคุณครับ คณะ ๑๑ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ คณะทำงานครับ ขออนุญาตอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการ ยกร่าง หลักเกณฑ์วิธีการออกเสียงประชามติและการออกเสียงประชามติ ซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมาธิการจำนวน ๑๑ คนดังต่อไปนี้ ๑. นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร ๒. ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ ๓. นายชนินทร์ บัวประเสริฐ ๔. รองศาสตราจารย์ดวงสุดา เตโชติรส ๕. พลตำรวจเอก มีชัย นุกูลกิจ ๖. นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ๗. รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย ๘. รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช ๙. นายศิวะ แสงมณี ๑๐. นางสดศรี สัตยธรรม ๑๑. นายสวัสดิ์ โชติพานิช
มีท่านสมาชิกเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ ท่านประพันธ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประพันธ์ นัยโกวิท ในคณะกรรมาธิการชุดที่ ๑๑ นี่ ในตารางบอกว่าผมไม่ได้แสดง ความจำนง เนื่องจากตอนนั้นผมยังมีความสับสนเรื่องข้อบังคับการประชุมข้อ ๗๓ วรรคท้ายว่า สมาชิกจะดํารงตําแหน่งกรรมาธิการสามัญได้ไม่เกิน ๑ คณะ ซึ่งผมอยู่ใน คณะกรรมาธิการของยกร่างรัฐธรรมนูญนะครับ แต่เนื่องจากว่าท่านประธานได้เสนอสภา ขอยกเว้นไว้แล้วนะครับ ผมก็เลยได้ยื่นขอแสดงความจำนงเพิ่มในคณะกรรมาธิการ ชุดที่ ๑๑ ได้ยื่นเปึ้นเอกสารไปแล้วครับ ขออนุญาตให้ท่านประธานได้แจ้งทาง คณะกรรมาธิการได้เสนอชื่อนี้ด้วยครับ
คงไม่ขัดข้องนะครับ เมื่อกี้อาจารย์วุฒิสารนะครับ เดี๋ยวท่านเศวตร์อสักครู่ครับ
ท่านประธานครับ ผม วุฒิสาร ตันไชย ครับ ยินดีครับ แต่ว่าช่วยกรุณาแก้ตำแหน่งด้วยครับ ยังไม่ได้เปึนศาสตราจารย์ครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านเศวตครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เศวต์ ทินกูล ตัวแทนเกษตรกรครับ ไม่ออกชื่อจังหวัดครับ คืออย่างนี้ครับท่านประธานครับ คือชุดนี้ ผมลืมไปอย่างหนึ่ง คือมีแต่นักวิชาการนะครับ นักปฏิบัติการยังไม่มีเลยครับ เพราะเวลา ออกประชามติจะต้องลงพื้นที่ ผมขอเปึนม้ารับใช้นะครับ เพราะว่าคงจะเหมาะสม เพราะว่าผมชอบออกไปพื้นที่นะครับ เดี๋ยวไม่มีคนทำงาน รับงานไปประสานต่อกับพี่น้อง ประชาชน นะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เสนอรายชื่อท่านเศวตเพิ่มนะครับ หมดแล้วนะครับ อาจารย์พิเชียรครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผมเห็น คนในคณะนี้ยังมีน้อยนะครับ แล้วก็ผมคิดว่าเรื่องการออกเสียงประชามตินี่เปึ้นเรื่องใหญ่ ที่จะส่งผลในช่วงท้าย ๆ ของการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้นะครับ แล้วก็เปึ้นเรื่องที่สําคัญยิ่ง ที่จะต้องออกไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนให้มาก กระผมอยากจะขออนุญาต เสนอตัวมาอยู่ในชุดนี้ด้วยครับ
ขอบคุณครับ ที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ ไปคณะที่ ๑๒ เลยนะครับ เชิญคณะทำงานครับ
คณะที่ ๑๒ คณะกรรมาธิการ วิสามัญกิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วยคณะกรรมาธิการจำนวน ๑๘ คน ดังนี้ ๑. นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง ๒. ประธาน คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ๓. ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมี ส่วนร่วมและประชามติ ๔. ประธานคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นขององค์กรตาม รัฐธรรมนูญ ๕. ประธานคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ๖. ประธาน คณะกรรมาธิการวิชาการตรวจร่างรัฐธรรมนูญและร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ๗. ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญบันทึกเจตนารมณ์ จุดหมายเหตุ และตรวจรายงาน การประชุม ๘. ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างหลักเกณฑ์ วิธีการออกเสียงประชามติ และการออกเสียงประชามติ ๙. นายธวัช บวรวนิชย์กูร ๑๐. รองศาสตราจารย์นิยม รัฐอมฤต ๑๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรรณราย แสงวิเชียร ๑๒. นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๑๓. พลเรือเอก พีรศักดิ์ วัชรมูล ๑๔. นายมนัส แจ่มเวหา รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ๑๕. นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ๑๖. นายวุฒิพันธ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงบประมาณ ๑๗. นางสาวอาภา อรรถบูรณ์วงศ์ ๑๘. นายเอกบุญ วงศ์สวัสดิ์กุล
ท่านการุณครับ
ท่านประธานครับ กรรมาธิการชุดนี้เปึนกรรมาธิการ ที่ผมเห็นว่ามีความสำคัญยิ่ง เอาเฉพาะชื่อคือกิจการสภาร่างฯ มันคือกรรมาธิการ ที่จะต้องรับภารกิจทุกอย่าง ชื่อกรรมาธิการเหล่านี้จะมีอยู่ในสภาพวกเรา ไม่ว่าของ สภาผู้แทนราษฎรก็จะมี ของวุฒิสภาก็จะมี และกรรมาธิการชุดนี้ท่านประธานเอง ก็เคยเปึนประธานกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภา วุฒิสภามาแล้ว ซึ่งท่านประธานก็จะ เห็นว่าเปึนภารกิจที่หนักมาก และเปึนภารกิจที่รวบรวมประสานงาน เชื่อมงานต่าง ๆ ทุกกรรมาธิการ ทุกภาคส่วน รวมถึงภารกิจทั้งหมดที่มีอยู่ไม่ให้ตกหล่นในการยกร่าง รัฐธรรมนูญให้ครบถ้วน คณะกรรมาธิการชุดนี้ผมเห็นว่าไม่ควรใช้ชื่อบุคคลมา ชื่อบุคคล ที่มีอยู่ลำดับที่ ๙ ก็ตาม ๑๐ ก็ตาม ๑๑ ก็ตาม ไม่ควรมี ชื่อบุคคลลำดับที่ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ และ ๑๘ ก็ไม่ควรมีไว้ ชื่อบุคคลของกรรมาธิการชุดนี้จะควรมีคือเพียงหมายเลข ๑๒ คือ นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งควรจะทำหน้าที่เลขานุการ ของคณะกรรมาธิการกิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้ เพราะเลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ จะเปึนผู้ที่รวบรวมทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าการบริหารบุคคล การบริหารงบประมาณ การบริหารสภาร่างฯ ทั้งหมดที่จะช่วยทำงานให้กับท่านประธาน แต่ท่านตกหล่นไปคือ กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่มีภารกิจสำคัญยิ่งที่ควรจะมาอยู่ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ และเปึน กลุ่มคนที่ไปทำหน้าที่เหมือนทำภาคสนาม ทำงานจริง เปึ้นลักษณะเชิงประจักษ์ นั่นคือ กลุ่มบุคคลที่ไปอยู่แต่ละภาค คือกรรมาธิการภาคต่าง ๆ ๔ ภาค ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน เพราะฉะนั้นถ้าท่านไม่เอาภาคสนามมาอยู่ในกรรมาธิการกิจการฯ ท่านจะตกหล่นอย่างสำคัญเลย นั่นคือฐานข้อมูลใหญ่เปึ้นเชิงประจักษ์และของจริง ผมจึง อยากขอเพิ่มเติมเปึ้นลำดับที่ ๒/๑ ถ้าเรียงใหม่ก็คือลำดับที่ ๓ นั่นล่ะ คือตัวแทนหรือ ประธานคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาค ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด ๔ ภาค ๆ ละ ๑ คน แต่ผมขอเสนอพร้อมกันไปเลยครับ ตัวบุคคลเพื่อไม่ให้ เกะกะและรุ่มร่าม และให้กรรมาธิการนี้กะทัดรัดจริง เปึนสภาเล็ก เปึนสภาตัวแทนของ สภาร่างฯ ทําหน้าที่แทนสภาใหญ่ ให้มีประสิทธิภาพจริง ให้เปึ้นสภาเล็กจริงตามชื่อว่า กรรมาธิการ ไม่ใช่สถาปนาสภาขึ้นมาใหม่ ผมเสนอว่าขอให้ตัดชื่อบุคคลออกเพื่อไม่ ต้องการให้มีการอภิปรายและเพิ่มเติมชื่อ ถ้าท่านจะเพิ่มชื่ออีกผมจะขอเพิ่มอีก ๒๐ คน คนนั้นขอเพิ่ม ๑๐ คน ขอเพิ่ม ๕ คน มันจะโกลาหล ถ้าทำอย่างที่ผมว่านี่ตัดสิ่งเหล่านี้เปึน แต่ละลักษณะตัวแทนทั้งหมด และเปึนตัวหลักอย่างนี้จึงจะเรียกว่ากรรมาธิการกิจการ สภาร่างรัฐธรรมนูญ ขอบคุณครับ
คือรายชื่อที่เสนอเปึนรายชื่อที่สมาชิกเราเองแสดงความจำนง ไม่ว่าท่านธวัช บวรวนิชย์กูร ท่านพลเรือเอก พีรศักดิ์ วัชรมูล ท่านวุฒิชาติ กัลยาณมิตร คือเลยจำเปึนต้องระบุชื่อ เพราะว่าเราก็ให้สิทธิสมาชิก เพราะสมาชิกสนใจคณะกรรมาธิการชุดนี้ ส่วนชื่ออื่นก็เปึนคนที่สามารถจะช่วยงานสภา เอาเปึนว่าประเด็นของท่านการุณนะครับ เสนอในส่วนของกรรมาธิการภาคอีก ๔ ภาคลงไปด้วยนะครับ ซึ่งจริง ๆ ใน ๔ ภาค ถ้าท่านไปดูภารกิจ ๔ ภาคนี้จะขึ้นตรงรายละเอียดให้ข้อมูลกับกรรมาธิการวิสามัญ ประสานการมีส่วนร่วมและการประชามตินะครับ ภารกิจจะมีอยู่ตรงนั้นอยู่แล้วนะครับ ท่านยังติดใจให้เพิ่มไหมครับ
ถ้าท่านเห็นว่ากรรมาธิการกิจการนี้คือของจริง คือใช่ กรรมาธิการท่านอื่นเมื่อสักครู่นี้คือกรรมาธิการชุดที่ ๑ ที่ประสานอะไรต่อประสานอะไร นั่นละ กรรมาธิการชุดนี้ละครับคือทำหน้าที่ที่ว่านี้ นั่นก็คือหมายความว่ากรรมาธิการ ข้อ ๑ ที่ท่านพากันแขวนเอาไว้คือตัดทิ้งเสียด้วยเลย แล้วสถาปนากรรมาธิการชุดนี้ให้เปึน กรรมาธิการชุดที่มีพลังและมีประสิทธิภาพ ท่านเองเคยเปึนประธานกรรมาธิการอย่างนี้ มาแล้วท่านรู้ว่างานต้องเปึนอย่างนี้ นี่คืองานจริงครับ
เข้าใจครับ ท่านการุณครับ ท่านหวังดีนะครับ เพราะว่าท่านก็อยากให้กรรมาธิการเล็กลง นะครับ และก็ให้ตรงภารกิจจริง ๆ อันนี้เข้าใจ แต่อย่างที่กราบเรียนครับว่าเปึ้นสิทธิของ สมาชิกเมื่อท่านเสนอ แต่ท่านยืนยันใช่ไหมครับ ท่านการุณเอาประเด็นเดียวก่อนนะครับ ท่านการุณเห็นว่าจะให้เพิ่มประธานกรรมาธิการภาค ๔ ภาคนี่นะครับ เข้ามาในกิจการ สภาด้วย ท่านสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ เอาอย่างอื่นนะครับ ท่านกฤษฎายกมือนานแล้ว และเดี๋ยวท่านอาจารย์ศรีราชาครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายกฤษฎา ให้วัฒนานุกูล สสร. ครับ ผมมีความเห็นเหมือนท่านการุณครับ แต่ผม อยากจะแก้ไขนิดหนึ่งครับว่าจากคําว่า ประธาน เปึน ตัวแทนจากคณะ ได้ไหม เพราะว่า มันไปล็อก (Lock) เกินไป เพราะที่แรกผมเอง ถ้าท่านการุณไม่พูดมาก่อนผมก็จะขอ เสนอตัวอยู่ในคณะนี้ด้วย เพราะว่าในฐานะเปึน สสร. ต่างจังหวัด เพราะฉะนั้นก็เลย อยากจะบางครั้งมีประเด็นอะไรอยากจะนํามาสู่ตรงนี้เหมือนกันในชั้นปฏิบัติการว่าเห็น เปึนวิสามัญก็เลยคิดว่าไม่น่าเกลียดเกินไปที่จะมาตรงนี้ แต่ด้วยความเคารพครับ แนวความคิดของท่านการุณก็เหมาะสมนะครับ
ท่านจะเสนอตัวเองด้วยใช่ไหมครับ
จะขอเสนอตัวเองด้วยครับ
ใช่ไหมครับ
ใช่ครับ ขอบพระคุณครับ
อย่างนั้นท่านคณะทำงานของท่านกฤษฎาก่อน ท่านเสนอตัวเพิ่มนะครับ ส่วนผู้แทนนั้น ที่ประชุม ถ้าหากว่าผู้แทนก็ต้องผู้แทนในคณะอื่น ๆ ด้วยนะครับ ถ้าเอาก็เอาหลักการ เดียวกัน ถ้าประธานไม่มาก็ส่งผู้แทนได้ เอาหลักการนี้นะครับ อย่างอื่นที่ไม่เห็นกับ ท่านการุณมีไหมครับ เชิญก่อนครับ
ผม รัฐ ชูกลิ่น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ผม เห็นด้วยกับท่านการุณเปึนอย่างยิ่งนะครับ พอดีตามอำนาจและหน้าที่ที่ผมได้รับเอกสาร มานี่ ข้อ ๑๒ ระบุว่า ต้องให้คณะกรรมาธิการทุกคณะเลยนะครับ ได้มีโอกาสได้ประชุม หารือกัน ที่ท่านการุณได้เสนอว่าน่าจะมีประธานคณะกรรมาธิการแต่ละภาคนี่ ผมว่าจะ ขอเสนอประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญของ ๗๖ จังหวัดด้วยครับ เพราะว่าถ้าเอา ประธานมาทั้งหมดรวมกันแล้วนี่ ท่านได้รับฟังครั้งเดียวทั้งหมดก็เท่ากับได้รับข้อมูล ทั้งประเทศรวมกันเลยน่าจะดีครับ ขออนุญาตพิจารณาด้วยครับ
ขอบคุณครับ เดี๋ยวทำความเข้าใจก่อน เอาเปึนว่าอันดับแรกคือเอาที่ไม่เห็นด้วยกับ ท่านการุณนะครับ เพราะเห็นด้วยนี่ก็อีก ๒ แล้ว ส่วนเอา ๗๖ จังหวัดมานี่กลายเปึนว่า ประชุมกิจการสภาฯ จริงตั้ง ๑๐๐ กว่าคนนะครับ มันเปึนไปไม่ได้ พูดตรง ๆ กราบเรียน ด้วยความเคารพมันเปึนไปไม่ได้ ท่านอาจารย์ศรีราชาเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม ศรีราชา เจริญพานิช นั่งฟังมาอยู่ค่อนวันแล้ว ผมมีความอึดอัดใจนิดหนึ่งนะครับ กราบเรียนด้วยความเคารพ คือการแบ่งงานผมรู้สึกว่าหลายท่านอยากเปึนเยอะเหลือเกิน แต่สิ่งที่ผมกลัว ก็คือว่าท่านปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ เพราะว่าเวลาจํากัด ประการที่ ๑ นะครับ
ประการที่ ๒ ก็คือ การเสนอคนนอกนี่ เราไม่ค่อยจะมีเกณฑ์ครับ คนนั้น อยากให้ใครเปึนก็เข้ามา ๆ กัน ผมก็ถามว่าเข้ามาแล้วทํางานได้หรือเปล่านะครับ ผมก็ไม่อยากขัดคอหลายท่านนะครับ หลาย ๆ ท่านก็เสนอพรรคพวก เสนออะไรเข้ามา ผมเกรงว่าการทํางานมันจะไม่ราบรื่น เราทั้ง ๑๐๐ คนได้รับความไว้วางใจฉันทามติ แต่อยู่ดี ๆ คนโน้น คนนี้ก็เสนอ คนโน้น คนนี้ คนนั้นเข้ามา โดยที่ว่ารับรองก็ยกมือกันมั่ว ๆ ไปโดยที่ไม่ได้มีสิทธิ ไม่ได้พิจารณากันว่าคนเหล่านั้นมีพื้นฐานและมีประสบการณ์ที่ เหมาะสมอย่างไรหรือไม่ ผมว่าผมไม่แน่ใจนะครับ ก็ขอเรียนตรงไปตรงมาว่าผมค่อนข้าง จะไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการที่ดําเนินการมา แต่ทีนี้ก็ไม่อยากจะพูดหรอกครับ ด้วยความ เคารพต่อท่านสมาชิกสภาร่างฯ และท่านกรรมาธิการ ความชัดเจนในเรื่องอำนาจหน้าที่ บางคณะก็ยังไม่ชัดเจนว่ามันไปแค่ไหนอย่างไร ทําให้การตัดสินใจบางครั้งลำบาก ผมเอง ผมลึก ๆ ผมอยากอยู่ในกรรมาธิการตรวจสอบฯ และยกร่างฯ แต่ผมก็ไปดูแล้วหลายคนที่ เสนอมาเปึนคนนอกด้วยจะมาตรวจสอบฯ ยกร่างฯ ผมถามว่าคนเหล่านั้นมีคุณวุฒิ พอไหมที่จะมาตรวจสอบ รู้เรื่องรัฐธรรมนูญดีแค่ไหนจะมาตรวจสอบ อันนี้มันเปึ้นความ อึดอัดใจที่ขอระบาย แต่ทีนี้มันเลยไปแล้วก็ไม่อยากจะพูดนะครับ ผมก็เรียนว่าที่จริงยกมือ ไปแล้วรอบหนึ่งแต่ก็ไม่ได้มีโอกาสพูด เพราะฉะนั้นขอกราบเรียนด้วยความเคารพนะครับ ผมไม่อยากว่าให้กรรมาธิการเหมือนมานั่งเล่นขายของกัน ผมอยากให้สภานี้ หรือกรรมาธิการเปึนเรื่องซีเรียส (Serious )เพราะเราไม่มีเวลามากที่จะมาประชุม มาพิจารณากัน เวลาน้อยนิดมาก ถ้าเผื่อมาเล่นกันในเรื่องที่ว่ามันไม่เปึ้นเรื่องมันก็จะ ทำให้สูญเสียเวลา แล้วก็ทำให้ความคาดหวังของประชาชนมันเปลี่ยนไป ผมเองผม ค่อนข้างอึดอัดตรงที่ว่าถ้าเผื่อกรรมาธิการต่าง ๆ ที่ตั้งนี่เยอะเกินไป แล้วก็คน ๑ คนอยู่ใน ๒ - ๔ กรรมาธิการนี่ผมว่าทําอะไรไม่ได้หรอกครับ มันจะเหมือนกับสภาที่ผมเคยเปึน กรรมาธิการวิสามัญบางแห่ง บางคนมานั่งก้นยังไม่ทันร้อนเลย ๕ นาที เวียนไปอีก กรรมาธิการแล้ว ซึ่งมันไม่มีประโยชน์ครับ ผมอยากให้กรรมาธิการแต่ละคณะ แต่ละ คนทำงานเต็มเม็ด เต็มที่ เต็มหน่วย เต็มความสามารถ เต็มศักยภาพและอยู่จริง ๆ
ประเด็นที่ ๒ ผมอยากเรียนก็คือว่าในกรรมาธิการกิจการสภาฯ นี่ครับ ผมอยากเรียนว่าน่าจะเปึนเรื่องของคนในเท่านั้น ไม่ควรที่จะไปเอาคนนอกเข้ามานะครับ และเห็นด้วยกับหลักการที่ท่านการุณ ใสงาม ที่พูดไปแล้วว่าเปึนกรรมาธิการที่จะประสาน กลไกภายในทั้งหมด เพราะฉะนั้นคนนอกไม่น่าจะเกี่ยว จะไปเอาอธิบดี รองอธิบดี กรมบัญชีกลาง หรือไปเอาผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ถ้าเผื่อเขาจะไม่ให้งบประมาณ เราทํางานครั้งนี้ก็แล้วแต่เขา เราไม่ว่านะครับ แล้วเราก็จะให้บันทึกไว้ว่าเขาไม่ให้ งบประมาณให้เรามาทําสิ่งที่ประชาชนต้องการจะทําก็แล้วไป เพราะฉะนั้นอย่างไรก็ตาม ผมยังอยากกราบเรียนว่าอยากจะให้พิจารณา ให้สมาชิกทุกท่านได้พิจารณาว่างานนี้เปึน งานหลัก เปึนงานสำคัญ เพราะฉะนั้นท่านไม่ควรจะอยู่เกินกว่าสองที่เปึนอย่างมากที่สุด กระผมเองนี่ผมอยากจะถอนตัวจากตัวกรรมาธิการชุดที่ ๙ เสียด้วยซ้ำว่าเพื่อให้เหลือ ทํางานหน้าที่เดียวก็คือยกร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น แล้วก็ในส่วนที่คณะที่ตรวจร่างฯ ผมเอง ในฐานะเปึ้นผู้ยกร่างฯ ก็ยังไม่ค่อยอยากจะตรวจร่างฯ ตัวเองเพราะว่ามันจะเข้าข้างตัวเอง ให้คนอื่นเขาตรวจ แต่เพียงแต่ว่าคนที่ตรวจนั้นน่าจะมีความรู้เชิงวิชาการ อีกนิดหนึ่ง ในเรื่องของกรรมาธิการวิชาการและตรวจร่างฯ นี่ครับ ผมคิดว่ากรรมาธิการชุดนี้น่าจะเปึ้น รีซอร์สเซส (Resources) เรื่องของการทําในด้านของคอนเซปท์ (Concept) ต่าง ๆ ที่ รัฐธรรมนูญต่างประเทศเขามี เพราะฉะนั้นมันน่าจะต้องเปึ้นที่พึ่งของงานวิชาการ ไม่อย่างนั้นจะมาเขียนว่า วิชาการ ทําไม วิชาการในที่นี้ก็คือ คุณจะต้องเปึนตัวที่จะไปหา ข้อมูลมาเพิ่มให้กรรมาธิการยกร่างฯ เพื่อที่จะได้ใช้เปึนข้อมูลที่เปึนประโยชน์ ช่วยกันทำ ให้มันดี เพราะฉะนั้นผมอาจจะพูดแล้วไม่เข้าหูคน บางท่านที่อยากเปึนหลายกรรมาธิการ แต่ก็ขอกราบเรียนด้วยความเคารพนะครับ ด้วยความจริงใจว่าอยากให้ทำงานดี อยากให้ งานดี และอยากให้ผลงานออกไปเปึนไปตามความคาดหวังที่ประชาชนเขาคาดหวัง เพราะมิฉะนั้นแล้วมันจะเอาอะไรก็ไม่รู้ออกไปให้เขาดูและเขาก็ด่ากลับว่านี่หรือ ให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ทําได้แค่นี้เองหรือ ผมกลัวตัวนี้มากที่สุด เพราะฉะนั้นงาน ที่จะต้องออกไปมันควรจะต้องเร็ว และเนี๊ยบ และเปึนงานที่ดีออกไป จึงขออนุญาตปรารภ์ แล้วก็ทบทวนบางอย่าง แล้วก็คิดว่าไม่อยากจะพูดมากนะครับ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ ยังอึดอัดอยู่ โดยเฉพาะเรื่องการกําหนดอํานาจหน้าที่ที่ยังไม่ค่อยจะนิ่ง แล้วก็ไม่ค่อยจะ ชัดเจนในบางจุดนะครับ ขอกราบเรียนด้วยความเคารพท่านคณะทำงานฯ ทุกท่านครับ ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณครับ คือกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าคนของเรามีน้อยนะครับ เวลาสมาชิกเสนอ เราเห็นว่าช่วยงานสภาได้เราก็จะไม่ค่อยจะขัดข้องกัน นี่คือประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ที่สมาชิกเสนอ ผมกราบเรียนตั้งแต่แรกแล้วเราให้เกียรติกัน เมื่อท่านเสนอแสดงว่าท่านต้องประสานงานติดต่อแล้วเห็นว่าบุคคลดังกล่าวช่วยงานสภา ของเราได้ก็ให้เสนอ แต่ก็พยายามจะกำกับอยู่ตลอดว่าคนเยอะแล้วนะ ก็บอกกันไป ส่วนที่ท่านอาจารย์ศรีราชาบอกว่ายกมือเพื่อจะพูด ผมว่านี่คือประโยชน์นะครับ ที่ท่าน อาจารย์ศรีราชาพูดเปึนประโยชน์และทำให้พวกเราได้คิด เพียงแต่ว่าท่านบอกว่ายกมือไป รอบหนึ่งแล้ว ก็เรียนด้วยความเคารพว่าถ้าผมเห็นยก ผมจะเรียกเลยนะครับ เพียงแต่ว่า เราคงไม่ทราบก่อนว่าใครจะเสนอใคร มันก็เลยล่วงเลยกันไปนะครับ แต่ก็ถือว่าเปึน ประโยชน์นะครับ แต่อย่างไรก็ตามผมกราบเรียนที่ประชุมอย่างนี้ครับว่าสมาชิกที่เสนอ ถ้าดูข้อบังคับการประชุม ข้อ ๙๕ ในการประชุมถ้าหากว่ากรรมาธิการคณะใดเห็นว่าคนที่ มีการเสนอชื่อมาไม่ค่อยเข้าประชุม หรือไม่มีเวลาประชุม หรือไม่สามารถทำงานได้ ท่านกรุณาบอกให้เขาลาออกเสียนะครับ ตาม (๓) ถ้าไม่ออกแล้วก็ไม่มาประชุม (๕) บอก ให้สภามีมติให้พ้นจากตำแหน่งได้ อย่างนั้นก็ฝากท่านประธานทุกคณะนะครับ ท่านก็ช่วย ดูที่แล้วกันว่าในคณะท่านมีการเสนอชื่อแล้วมีการทํางานไหม ถ้าทําไม่ได้ก็คงใช้ขั้นตอน ตามนี้นะครับ จะได้ไม่ยุ่งยากนะครับ เลยกราบเรียนให้ทราบกัน อาจารย์เจิมศักดิ์ หรือ ท่านไพโรจน์ครับ
ผมขออนุญาตเสนอ ท่านประธานก่อน อาจารย์เจิมศักดิ์ครับ ก็สิ่งที่ท่านอาจารย์ศรีราชาพูดก็เปึนสิ่งหนึ่ง นะครับที่คณะทำงานเราได้พิจารณาแต่ต้นนะครับ ฉะนั้นเราถึงวางหลักเอาไว้ว่าท่านหนึ่ง เปึ้นได้ไม่ควรจะเกิน ๒ คณะนะครับ นั่นเปึนสิ่งที่เราวางไว้แต่ต้น
อันที่ ๒ ก็คือเวลาประชุม ๑. บางท่านอาจจะเปึนกรรมาธิการยกร่างฯ ๒. เวลาประชุมอาจจะตรงกันอาจจะเข้าประชุมไม่ได้
ประการที่ ๓ เพื่อความเรียบร้อยรอบคอบแล้วก็มั่นใจในการตั้งกรรมาธิการ ครั้งนี้ ผมคิดว่าท่านประธานก็เปึนประธานคณะทำงานอยู่แล้ว อยากจะขอรับข้อสังเกต ที่ประชุมไปพิจารณาปรับปรุงให้ดีขึ้นนะครับ ไม่ว่าจะเปึ้นเรื่องกรอบอำนาจหน้าที่ บางอย่าง หรือบุคคลถ้าซ้ำไม่ควรเกิน ๓ ถ้าเกิน ๓ ต้องขออนุญาตตัดออกนะครับ ไม่อย่างนั้นก็ขัดข้อบังคับอยู่ดี สำหรับบุคคลภายนอกก็น่าจะได้ดูเปึนพิเศษ ขอบคุณครับ
อย่างนี้ไหมครับ ท่านการุณครับ สิ่งที่ท่านเสนออีก ๔ ภาคให้ไปทำงานก่อนได้ไหมครับ อย่างนั้นมันก็เยอะ มันใหญ่โตเหมือน้อย่างที่ท่านต้องการ และถ้ามันมีปัญหาเราก็ค่อยมา ว่ากันทีหลัง เพิ่มได้นะครับ ได้ไหมครับ ขอความกรุณาเถอะครับท่านครับ
แสดงว่าท่านประธานยังไม่เข้าใจหลักที่ผมเสนอ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ ใสงาม นะครับ ท่านลองคิดดูว่าเวลาออกไปทำงาน แต่ละท่านเปึนกรรมาธิการ ๒ คณะ ๓ คณะ ถ้ายึดถือหลักเกณฑ์จริง ๆ นะครับ มามีมติ ขับไล่คนนี้ออกจากกรรมาธิการนี้เนื่องจากขาดประชุมเกิน ๒ ครั้ง มันจะบันทึกไว้ จารึกไว้ เปึ้นประวัติศาสตร์ชั่วลูกชั่วหลาน เพราะฉะนั้นจึงอยากเรียกร้องท่านที่เคารพครับ คณะเดียวท่านก็สาหัสสากรรจ์แล้วต่อภารกิจงาน ๔ เดือนข้างหน้า ท่านเปึนกรรมาธิการ อยู่ในภาค ท่านจะต้องไปตั้งกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด ผมยังคิดว่าถ้าจังหวัดใหญ่ ๆ อย่างโคราชยังต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัดโคราช เขตที่ ๑ เขตที่ ๒ เขตที่ ๓ เพราะท่านจะต้องเอาชนะเรื่อง การลงประชามติด้วยในวันข้างหน้า ถ้าท่านไม่สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน อย่างทั่วถึง อย่างละเอียดลออ ท่านจะสู้อย่างไร ท่านประธานครับ กรรมาธิการที่ไป ช่วยภาคนี่ครับ อาทิตย์หนึ่งท่านไปอย่างน้อย ๆ ๔ – ๕ วัน ท่านจะเหลือเข้ามาประชุม กรรมาธิการร่วมกันอาทิตย์ละประมาณวันเดียว นี่ท่านทำงาน ๗ วันนะ ผมยังไม่รู้ว่า ท่านจะสำเร็จหรือเปล่าด้วยซ้ำไป และท่ามกลางท่านไปศรีสะเกษ ท่านไปกาฬสินธุ์ ท่านไปพัทลุง อยากถามว่าที่กรรมาธิการที่ท่านอยู่คณะที่ ๒ ว่าด้วยเรื่องตรวจ ว่าด้วย เรื่องอะไรต่อมิอะไร ที่ท่านพากันเปึน ๒ คณะ ๓ คณะ ใครจะมาประชุมกับท่าน แล้วถ้า ทุกภาค ทุกคน ๗๐ กว่าคนนี่นะครับ คนหนึ่งอยู่ศรีสะเกษ เนื่องจากไปร่วมเปึน กรรมาธิการวิสามัญจังหวัดศรีสะเกษ อีกคนหนึ่งเปึนกรรมาธิการวิสามัญของจังหวัด ร้อยเอ็ด ไปร่วมอยู่ที่กรรมาธิการวิสามัญร้อยเอ็ด แล้ว ๗๐ กว่าคนอยู่เต็ม ๗๐ กว่าจังหวัด ทั้งประเทศ แล้วอยู่ ๔ วัน ๕ วัน กว่าจะกลับเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อจะมาประชุมกรรมาธิการ อะไรที่ท่านพากันตั้งคนละ ๒ คณะ ๓ คณะ และ ๒ คณะ ๓ คณะจะมีเวลาประชุมไหม และถ้าท่านไม่ไปอย่างนั้น ภารกิจที่พื้นที่มันก็พัง มันก็ไม่ได้ประโยชน์ ไม่ได้คุ้มค่า นี่แหละ คือสิ่งที่ผมเปึนห่วงและกังวล ผมเห็นภารกิจข้างหน้าที่ท่านจะแบกกันหนักสาหัส จึงไม่เห็นด้วยเลยที่ท่านจะมี ๒ คณะ เปึ้นทำไม ๒ คณะแล้วท่านล้มเหลว ๓ คณะ แล้วท่านล้มเหลว เว้นแต่เปึนกรรมาธิการที่ท่านไม่เปึนภาค คือเปึนกรรมาธิการที่อยู่ กรุงเทพฯ อย่างเดียว มีหลายคณะครับที่เปึนอยู่กรุงเทพฯ อย่างเดียว ๒ – ๓ คณะ
ท่านการุณครับ ขออภัยนิดหนึ่ง คือเมื่อกี้มันมีประเด็นว่าท่านเสนอว่าในกิจการสภาฯ ท่านจะให้เอาภาคมาใส่ด้วยนะครับ ส่วนที่ท่านบอกว่าคนเปึนมากเกินไปนั้นทุกคน เห็นตามท่านอยู่แล้ว เอาประเด็นนี้ว่าในแต่ละภาคมี ๔ ภาค จะอยู่ในกิจการสภาฯ ไหม ซึ่งผมก็ขอร้องท่านว่าเอาไว้ให้ไปทำงานดูก่อนดีไหม เพราะตอนนี้แต่ละท่าน ภาระก็เต็มหลายคณะเหมือนกันอย่างที่ท่านพูด ประเด็นก็คือว่าท่านจะเอาภาค ๔ ภาค อยู่กิจการไหม ก็ขอว่าเอาไว้ก่อนได้ไหม เอาตามนี้ไปก่อน ท่านยังติดใจตรงนี้ไหม
ติดใจครับ คืออย่างนี้ที่ผมพาพูดเมื่อกี้นี้คืออยากให้ ท่านทบทวนไปเปึ้นลำดับ ๆ ด้วย ท่ามกลางการทบทวนนี้นะครับ ให้ท่านนึก แต่ละท่าน นะครับทบทวนตนเองด้วย ทบทวนงานด้วย และท่ามกลางการทบทวนนี้ สำหรับ กรรมาธิการกิจการนี้ก็บอกว่าสําคัญ เพราะฉะนั้นท่านจะต้องมีคน ๔ ภาคนี้มานั่งอยู่ใน กรรมาธิการกิจการนี้ภาคละ ๑ คน จะเรียกว่าประธานหรือจะเปึนตัวแทนก็ต้อง เปึ้นอย่างนั้น และชื่อทั้งหมดที่บอกว่าประธาน ๆ ทั้งหลายผมก็ไม่เห็นด้วย ยินดีมาก ที่เราเคยทํากันก็คือตัวแทนของคณะกรรมาธิการ
ครับ ตัวแทนจบแล้ว เมื่อกี้บอกแล้วให้่ตัวแทนได้
เพราะฉะนั้นกรรมาธิการส่วนตรงนี้คือตัวแทน ของกรรมาธิการภาค ๔ ภาค ผมเห็นว่าจํานวนชื่อคนที่ท่านใส่มานี่นะครับ ๙ ๑๐ ๑๑ เปึ้นอีกอันหนึ่งที่ผมเสนอ ๙ ๑๐ ๑๑ เอาออก ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ เอาออก เหลืออยู่คนเดียวครับ คือหมายเลข ๑๒ ท่านดูสิ นั่นคือแม่บ้านของพวกเรา เลขาธิการ สภาร่างฯ นั่นละเอาไว้ ผมยังจะดูอยู่เหมือนกันชื่อข้างบนที่สุดของเลข ๑๒ คือ หมายเลข ๑ ที่เปึนชื่อคน ยังคิดสงสัยอยู่เหมือนกัน ได้เอาออกหรือเปล่า
ใจเย็น ๆ ท่านการุณ ผมว่าเอาอย่างนี้นะครับ รายชื่อที่เสนอมามีสมาชิกเข้าประสงค์ จะเปึน เขาก็อยากมีประสบการณ์ทางด้านการบริหารสภาเขาก็เลยสมัครมา ท่านจะไป ตัดสิทธิเขาคงลำบาก เอาอย่างนี้ครับผมว่าเพื่อให้ยุติผมขอถามที่ประชุมก็แล้วกัน นะครับว่า ถ้าหากว่าให้เปึนไปตามที่ท่านการุณเสนอนี่นะครับ ก็คือตัดคนที่ ๙ ถึง ๑๘ ออก โดยเว้นเฉพาะท่านพิทูร เลขาธิการฯ แล้วก็ให้สมาชิกในส่วนที่เปึนประธานของ ๔ ภาคเข้ามา อันนี้เปึ้นเงื่อนไขของท่านการุณ หรือจะเอาตามที่สมาชิกเขาเสนอมา กับรายชื่อตามนี้ที่คณะทำงานเขาทำมาแล้ว ถ้าเห็นด้วยกับท่านการุณนะครับก็ให้กด เห็นด้วย ถ้าเห็นด้วยกับคณะทำงานก็ให้กด ไม่เห็นด้วย
มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
เชิญสมาชิกลงคะแนนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ญัตติก็คือถ้าเห็นด้วยกับท่านการุณที่เสนอให้ประธาน ๔ ภาคเข้ามาพร้อมกับตัดคนที่ ๙ ถึง ๑๘ ยกเว้นท่านพิทูร เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าตัดตามท่านการุณโดยเสนอ ตามท่านการุณ ให้กด เห็นด้วย ถ้าหากว่าให้เปึนไปตามคณะทำงานเสนอมาให้กด ไม่เห็นด้วย นะครับ ลงคะแนนครบหรือยังครับ ครบแล้ว ท่านอาจารย์สมคิดมีอะไรครับ
ท่านประธานครับ บัตรผมอยู่ข้างล่าง ขออนุญาตกดว่า ไม่เห็นด้วย อีก ๑ ชื่อครับ
เจ้าหน้าที่รวมคะแนนครับ เห็นด้วยกับท่านการุณ ๓๓ นะครับ เห็นด้วยกับคณะทำงาน ๓๕ งดออกเสียง ๑ ไม่ลงคะแนน ๑ เปึนไปตามที่คณะทำงานเสนอนะครับ
ท่านอาจารย์เกริกเกียรติมีอะไรครับ คณะทำงานขอเพิ่ม และอาจารย์ สมคิด เพิ่มหรือยัง ถ้ายังไม่เพิ่ม ก็เพิ่มด้วยครับ เพิ่มเปึ้น ๒ เปึน ๓๗ ครับ ผ่านวาระนี้ครับ เหลือวาระที่ ๑ ครับ ท่านสดศรีมีอะไรครับ
ดิฉันขอเสนอท่านอาจารย์สนั่น เพิ่มเข้าไป เพราะว่าในเมื่อเอาตามที่คณะกรรมาธิการได้ตั้งไว้ ก็ขอเพิ่ม
เพิ่มตรงไหนครับ
เพิ่มในคณะที่ ๑๒ ค่ะ
อาจารย์ชูชัยว่าอย่างไรครับ
เห็นด้วยกับคณะทำงานครับ
เห็นด้วยกับคณะทำงาน ท่านสดศรีเมื่อกี้พูดชัด ๆ นิดหนึ่งครับ เสนอท่านอาจารย์สนั่น
ขอเสนอท่านอาจารย์สนั่น เพิ่มในคณะกรรมาธิการ คณะที่ ๑๒ นี้ค่ะ
อาจารย์สมคิดว่าอย่างไรครับ
ผมว่าท่านอาจารย์สนั่น ๓ - ๔ ชุดแล้วนะครับ ท่านอยู่ยกร่างฯ ท่านอยู่รับฟังความเห็นฯ ท่านอยู่หลายชุด ขออนุญาตท่านประธานเรียนถามท่านสนั่นโดยตรงได้ไหมครับ
ท่านสนั่น ครับ ท่านเยอะจริง ๆ ครับ
ผมตอนนี้ ๒ ชุดแล้ว ยกร่างฯ กับรับฟังความ คิดเห็นภาคกลาง ก็แค่นั้นเองครับ เพราะว่าผมเสนอมา ๓ คณะ แต่ว่าคณะกรรมาธิการ ชุดนี้เรียกคณะอะไรไม่ทราบ นั่งอยู่ ๕ คน ทําเสร็จไปแต่ว่าผมไม่มีชื่อเลย อยู่ยกร่างฯ เท่านั้นเอง ผมก็จำเปึ้นที่จะต้องเสนอตัวเอง
ขอบพระคุณ พอดีเห็นท่านอยู่ยกร่างฯ ยกร่างฯ นี่ประชุมทุกวัน ก็เลยเปึนห่วงท่าน มากกว่า แต่ถ้าท่านทำไหว ผมว่าที่ประชุมไม่ขัดข้องหรอกครับ
ท่านประธานครับ กิจการสภามีความสําคัญ เปึ้นคณะที่อำนวยความสะดวกให้กับสภานี้ทั้งหมด ทั้งด้านการบริหาร การเงิน การจัดการ อะไรทั้งหลายทั้งปวง และผมเชื่อมั่นว่าผมขณะนี้เปึนกิจการสภาฯ ของสภาที่ปรึกษา และก็เปึนผู้บริหารระดับสูงด้วย อธิบดีอะไร ก็ทำงานเรื่องการบริหาร การจัดการ ผมคิดว่าผมจะช่วยคณะนี้ได้ ถ้าเผื่อมีปัญหาเรื่องต่าง ๆ ตามกฎหมาย และ ผมคิดว่าเราน่าจะเข้ามาช่วยกันทํางานเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรครับ
อาจารย์เจิมศักดิ์ครับ
เรียนท่านประธาน ครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง คือคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาฯ ภาษาที่เขาเรียกกัน ก็คือเปึนวิป (Whip) ที่แปลว่า แส้ม้า ก็คือเปึนกิจการที่เขาจะดูว่าทิศทางมันน่าจะไป ทางไหนอย่างไรนี้มันจะต้องประกอบไปด้วยบุคคลที่มีเวลาแล้วก็จะต้องคิด แล้วก็จะต้อง ประสานงานค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่แล้วจึงประกอบไปด้วยประธานคณะกรรมาธิการ ทั้งหลาย ซึ่งในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็มีประธานคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญก็จะต้องอยู่ในนี้ คือผมไม่ปฏิเสธว่าทุกท่านมีความสามารถสูง ทํางานได้ หลายอย่าง แต่ผมอยากจะให้ท่านใคร่ครวญถึงเวลานะครับ ที่ผมพูดนี้ไม่ได้พูดถึง อาจารย์สนั่น แต่ผมเห็นด้วยกับท่านอาจารย์ศรีราชาอย่างยิ่ง แล้วก็ตรงกันมากเลย ที่ผมอยากจะพูดตั้งแต่ต้น ผมเคยเปึนสมาชิกวุฒิสภา แค่คนหนึ่งเปึน ๒ กรรมาธิการ ผมต้องกราบเรียนว่าท่านเองท่านก็จะเอาตัวไม่รอด แค่เปึน ๒ กรรมาธิการ แล้วผมอยู่ ๖ ป้ นะครับ ท่านทำงานเพียงแค่หนัก ๆ ๔ - ๕ เดือนเท่านั้น ท่านจะเอาต้วไม่รอดนะครับ แล้วท่านจะเสียผู้เสียคน ผมจะบอกท่านให้เพราะว่าสื่อสมัยนี้มันมานั่งดูหมดนะครับ ท่านนั่งก้นยังไม่ทันร้อนเลย ท่านก็วิ่งไปเซ็นชื่ออีกห้องหนึ่ง เพราะว่าประชุมซ้อนกัน ท่านจะ ประชุมซ้อนกันแน่นอน ๑,๐๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะคณะกรรมาธิการยกร่างฯ เข้าประชุม ทุกวันและทั้งวัน แล้วขณะเดียวกันพอท่านไปอยู่ในคณะกรรมาธิการอีกชุดหนึ่ง สมมุติว่า ถ้าท่านได้เปึนประธาน นี่ใครก็ไม่ทราบนะครับ ไปเปึนประธานคณะกรรมาธิการชุดนั้น ท่านก็เลยโดนไปเปึนกรรมาธิการวิปโดยปริยายอีก ท่านทำทีเดียว ๓ เลยนะครับ นี่ขนาด เปึนแค่ ๒ เท่ากับ ท่านเปึน ๓ โดยปริยาย แล้วท่านจะทํางานอย่างไรครับ ท่านก็ถูก โทรศัพท์ตามอยู่เรื่อยเลยว่าคณะนี้ไม่ครบ เขาก็ทํางานไม่ได้ เพราะว่าชื่อท่านไปทําให้ สัดส่วนมันไม่ครบ เขาก็รอ อยู่นั่น เขาก็ทำงานไม่ได้ พอถ้าเขาประชุมไปก่อน มติทั้งหลาย มันก็เปึนโมฆะไปหมดเลย มันก็ทำงานไม่ได้ ตัวเขาก็ต้องนั่งรอแล้วก็โทรศัพท์ แล้วท่านก็จะ เล่นกลวิ่งมาเซ็นชื่อให้ เพื่อให้ดูมันครบ แล้วท่านก็จะวิ่งไป เสร็จแล้วท่านก็จะถูกเปึนขี้ปาก เพื่อนสมาชิกว่าท่านมารับเงินเดือน ๒ ห้อง ทั้ง ๆ ที่ท่านไม่อยาก แล้วก็จะมีสามาชิก ที่อดรนทนไม่ได้ก็จะไปบอกสื่อมวลชนว่า สื่อมวลชน คนนี้มาเซ็นที่หนึ่ง ๒ ห้อง ๓ ห้อง กฎเกณฑ์เขาให้รับได้ ๒ ท่านก็รับได้ ๒ ตกลงมันก็จะมีคนเอาไปนินทา แล้วสื่อมวลชน ก็เริ่มเขียนในซุบซิบ กระแหนะกระแหน กระแทกกระทั้น ในที่สุดภาพมันก็จะเปึ้นเหมือน ส.ว. เมื่อรุ่นที่แล้ว ที่ผมเตือนแล้วเตือนอีกว่าคนหนึ่งอย่าเปึนหลายคณะ ผมกราบเรียน นะครับว่าเปึนแค่คณะเดียวน่าจะดีที่สุด อย่างมากที่สุดก็ ๒ เพราะว่าถ้าตัวท่านเอง อยู่ต่างจังหวัด ท่านบอกว่าท่านไปรับฟังต่างจังหวัดอีก แล้วท่านก็อยู่ในยกร่างฯ ด้วย แล้วท่านก็ยังจะต้องไป เผลอ ๆ จับพลัดจับผลูท่านไปอยู่อีกอันหนึ่ง ท่านตายเลย ท่านจะเอาตัวอย่างไร ผมนึกไม่ออกจริง ๆ นี่ผมไม่ได้พูดถึงท่านอาจารย์สนั่นนะครับ ผมอยากจะพูดตั้งแต่อาจารย์ศรีราชาพูด แล้วก็พอดีพี่ไพโรจน์ยกมือแล้วแซงผมไปก่อน ไม่อย่างนั้นผมจะพูดตั้งแต่ตอนนั้น ผมไม่มีอะไร ผมไม่ได้ตั้งใจจะว่าอะไรท่านอาจารย์ สนั่นนะครับ ท่านอาจจะแบ่งภาคได้ นั่นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่าผมกราบเรียนโดยภาพทั่วไป ตรงนี้ว่า กรุณาทุกท่านทบทวนหน่อยได้ไหมครับ แล้วโดยเฉพาะที่ท่านไปเอาคนนอกมา ด้วยนะครับ ท่านกรุณาทบทวนกันให้ดีตรงนี้ ถอนได้ช่วย ๆ กันถอนเถอะครับ จริง ๆ แล้ว ข้อบังคับมีเจตนาชัดเจนที่บอกว่าให้ท่านหนึ่งมี ๑ คณะ แต่ผมงงนะครับว่าเวลาเราขอ ยกเว้นข้อบังคับมันจะมีปัญหาอย่างนี้ แล้วข้อบังคับที่ท่านยอมให้ยกเว้นที่ท่านประธาน ถาม หลายต่อหลายคนไม่รู้นะครับ ข้อนั้น ข้อนี้ ข้อโน้น มันหมายความว่าอย่างไร บัดนี้ท่านเริ่มรู้แล้วว่ามันเริ่มจะมีปัญหา ท่านประธานครับ มันจะไปพันกับกรรมาธิการ ชุดหนึ่งที่ผมกราบเรียน ข้อบังคับเขาบอกว่าในกรรมาธิการเหมือนคุณการุณพูดคือ ตัวแทนของสภาเราทั้งหมดให้ไปทำงาน แล้วข้อบังคับบอกว่าจะต้องมีสมาชิกของเรา อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง คือพูดง่าย ๆ ว่าจะมีที่ตั้งคนนอกตั้งได้ แต่อย่าให้เกินสมาชิก เพราะท่านกำลังไปทำงานแทนสภา แต่ที่ชุดที่ ๑ พอท่านเสนอ อันนั้นเสนอ อันนี้เสนอเข้าไปเรื่อย ๆ เพิ่มไป ๔๐ แล้วท่านก็ยัง เสนอต่อไปเรื่อย ๆ ในที่สุดสัดส่วนของสมาชิกเราก็จะเล็กลงเรื่อย ๆ เพราะว่าคนนอกมาก ขึ้นเรื่อย ๆ เพราะว่าเราไปยกเว้น เขาห้ามไม่ให้คนนอกเกินคนใน พอเราไปยกเว้นท่านก็ เสนอไปเรื่อย ๆ คนนอก คนในก็เลยเล็กลงเรื่อย ๆ ในสัดส่วน ตกลงคุณการุณเลยแซ้วครับ นี่การจะเปึนสภาแห่งใหม่เกิดขึ้น อันประกอบไปด้วยตัวแทนของเรานิดหนึ่ง เพราะฉะนั้น กรุณาคิดให้ดีนะครับ เมื่อเรายกเว้นไปแล้วนี่ แต่เราต้องจำกัดตัวเราเอง จำกัดในแง่คิด ตรงนี้ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ผมว่าเข้าใจกันแล้วนะครับ อาจารย์สนั่นยังติดใจไหมครับ
ติดใจคือว่าอาจารย์เจิมศักดิ์ได้อภิปราย ผมก็ เห็นด้วยในหลักการเปึนอย่างนั้น แต่ทุกคนไม่ใช่อย่างนั้น ทุกคนเขามีความรับผิดชอบใน ตัวเขาเองที่เขาคิดว่าเขาจะทําอย่างนี้ เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วย ผมไม่อยากจะให้คนอื่น เขาคิดว่าคุณสนั่นทําได้ ผมก็จะทําอย่างนี้บ้าง แล้วก็จะทําให้รัฐธรรมนูญที่ร่างในครั้งนี้ ไม่เปึนไปตามเปัาหมายที่เราวางไว้ เพราะผมเองก็เปึน สสร. ชุดที่แล้ว เราก็รู้ ที่ผม อาสาสมัคร เพราะผมรู้เองว่าจะทำได้ แต่ในขณะเดียวกันที่อาจารย์เจิมศักดิ์พูดใน หลักการ อย่างนั้นผมเห็นว่าถูกต้อง ฉะนั้นผมก็ขอถอนตัว แต่ว่าก่อนจะถอนตัวผมดูใน ฐานะที่มีประสบการณ์ในเรื่องกรรมาธิการกิจการสภาฯ ผมคิดว่าตัวประธานยังขาดไปอีก คน ผมอยากจะขอเสนออาจารย์เดโชมาเปึนรองประธาน รองจากคุณเสรี ให้มีทั้ง ๒ คน เข้ามาทำงานทำให้การทำงานมันราบรื่นและเรียบร้อยขึ้นครับ
เอาสรุปว่าอาจารย์สนั่นไม่ติดใจแล้วนะครับ ส่วนอาจารย์เดโชท่านบอกผมมาแล้วนะครับ ว่าท่านก็ไม่ติดใจเหมือนกัน เอาเปึนว่าอย่างนี้ ผมว่าในแต่ละคณะผมว่าน่าจะพอแล้ว ลงมติไปแล้ว ที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นว่าให้สรุปอย่างไปแล้วนะครับ ส่วนคณะที่ ๑ เดี๋ยว คณะทำงานไปปรึกษากับท่านสมาชิก ช่วงนี้ผมว่าท่านไปรับประทานอาหารดีกว่าครับ บ่ายโมงแล้ว ขอพักการประชุมครับ เดี๋ยวเราจะประชุมกันอีกที่ตอน ๑๔.๐๐ นาฬิกา ครับ
พักประชุมเวลา ๑๒.๕๗ นาฬิกา
หมายเหตุ (ตอนที่ ๔๒ ถึง ๔๓ พักประชุม)
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๔.๐๘ นาฬิกา
เราคงประชุมต่อจากช่วงเช้ามาบ่ายนะครับ โดยผ่านการตั้งคณะกรรมาธิการ ไปเกือบหมดแล้ว คงเหลือคณะที่ ๑ นะครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญประสาน การมีส่วนร่วมและการประชามติ ซึ่งในช่วงพักทางคณะทำงานกับทางท่านสมาชิก ที่มีการเสนอเรื่องดังกล่าวก็ทำความเข้าใจกันนะครับ แล้วก็มีข้อยุติ จึงขอเชิญในส่วนคณะทำงานชี้แจง แล้วก็สรุปให้กับที่ประชุมได้พิจารณาต่อไป เชิญครับ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านประธานบอกว่าในระหว่างที่เรารับประทานอาหาร ได้มีการพูดคุย แล้วก็เปึนการดูเหตุดูผลกันระหว่างผู้ที่ได้เสนอ เช่น เสนอเทศบาล อบจ. อบต. แล้วก็ทางสมาคมธุรกิจต่าง ๆ หอการค้า ธนาคาร อะไรต่ออะไรพวกนั้นนะครับ ก็ได้ เห็นเหตุผลซึ่งกันและกันว่า ประการที่ ๑ กรรมาธิการชุดนี้ไม่สมควรที่จะใหญ่โตมากมาย นัก อย่างเมื่อเช้าเรามี ๗๐ คน เราก็กว่าจะหาข้อยุติอะไรไปสักอันหนึ่งได้จะเข้าใจกัน ลำบากมาก แล้วเรามีเวลาสั้น ๒ – ๓ เดือนจะต้องเสร็จ ถ้าเรามัวมานั่งเถียงกัน ในกรรมาธิการชุดนี้มันก็คงจะไม่ต้องออกไปฟังประชาชนกัน ประการที่ ๒ กรรมาธิการ ชุดนี้ทำหน้าที่เพียงแค่วางกรอบ แล้วก็ประสานแต่ละภาค แต่ละจังหวัด ทำหน้าที่ประสาน ไม่ได้ลงไปรับฟังเองด้วยซ้ำ แต่ภาคกับจังหวัดนี่คือหัวใจ อันนี้เปึนส่วนค่อยสนับสนุน ค่อยช่วยเหลือ คอยประสาน พอมองเห็นภาพตรงนี้ ก็มาเห็นข้อจำกัดประการที่ ๓ ก็คือว่า ถ้ากรรมาธิการคือองค์กรที่สภาของเรามอบหมายให้ไปทำงาน แต่ปรากฏว่าตัวสมาชิก สสร. ที่อยู่ในกรรมาธิการชุดนั้นมีสัดส่วนที่น้อยเกินไป ซึ่งท่านสมาชิกของเราหลายคน อุตส่าห์มาบอกว่า ผมถอนให้ก็ได้ แล้วก็มีคนบอกขอถอนแล้ว ๒ คน เพื่อที่จะเอาที่ไปให้ คนอื่นคนนอก มันก็เลยยิ่งไปกันใหญ่เลย ยิ่งทำให้ภาพของ สสร. เล็กลงในกรรมาธิการ ซึ่งแต่เดิมมีอยู่ ๑๐ กว่าคนจาก ๔๐ เดี๋ยวนี้น้อยไปอีก ๒ แล้ว ตอนนี้ท่านถอนไปอีก ๒ แล้ว ซึ่งเดี๋ยวคุณไพโรจน์จะเล่าให้ฟังว่าท่านใดจะขอถอนอีกแล้ว และคนนอกก็ยิ่งเพิ่ม มันก็จะยิ่งมีปัญหา แล้วคนนอกเองมาวางกรอบเฉย ๆ เพราะฉะนั้นพอพูดคุยกับ หลายท่านที่ได้เสนอ ท่านก็เห็นเรื่องนี้ว่าจริง ๆ แล้วเปึนคนที่ไปช่วยประสานและอยากจะ ได้เครือข่ายลงไป ท่านก็คิดว่าท่านยินดีที่จะไปอยู่ในระดับจังหวัดนั้นถึงจะเปึนตัวทํางาน ที่แท้จริง เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเปึ้นเทศบาลก็ดี อบจ. อบต. ก็ดี ก็นั่งในนี้มองหน้าผมอยู่ ผมคงพูดไม่ผิดใช่ไหมครับที่ผมพูดนี่ ท่านก็กรุณาว่าถ้าอย่างนั้นท่านจะเข้าร่วมในระดับ จังหวัด ส่วนตรงนี้ก็จะไม่มีอะไรเพิ่มเติมอย่างที่เรียนมาแล้ว แล้วก็ทางธุรกิจทราบมาว่า ๓ หน่วยงานก็บอกว่าของเขามีองค์กรร่วมคือ กรอ. ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นก็เขาขอ กรอ. ๑ ท่านใส่เข้าไป ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ถ้าเปึนอย่างนี้ก็เลยกราบเรียนที่ประชุมว่า ที่ประชุมจะรับได้ไหม จำนวนก็ยังไม่เกิน ๔๐ เหมือนเดิม แล้วก็ผ่านไปแล้วก็จบ อย่างที่ กราบเรียนนะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านอาจารย์เกริกเกียรติครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ผมเปึนกรรมาธิการ ๒ ชุดตามรายชื่อเอกสารนะครับ คือเท่าที่ฟังอาจารย์เจิมศักดิ์พูดถึงเรื่องการทำงานในชุดต่าง ๆ ว่ามันต้องทุ่มเทเวลา เปึ้นจำนวนมาก บังเอิญผมเปึนหนึ่งในคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ซึ่งเข้าใจว่าคงจะเปึนชุด ที่ใช้เวลามาก เพราะฉะนั้นเพื่อผลประโยชน์ในการทำงาน ผมขออนุญาตท่านประธาน ก็คือผมขอถอนจากชุดอื่น ผมขอเปึนเพียงชุดเดียวคือคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ขอบคุณครับ
ขอบคุณท่านอาจารย์เกริกเกียรติครับ ท่านสมเกียรติ เชิญครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม สมเกียรติ รอดเจริญ สสร. ก็ขอปรึกษาข้อกังวลใจหน่อยนะครับ เพราะว่าดูจากการตั้งกรรมาธิการ และเสนอเพิ่มขึ้นมานี้นะครับ ทางด้านกรรมาธิการวิสามัญ บุคคลภายนอกที่เสนอเข้ามา ผมกังวลใจว่าพวกเราคำนึงถึงคำว่า สั่งกัดพรรคการเมือง กันบ้างหรือเปล่านะครับ ในกลุ่มพวกเราขณะนี้ก็ปลอดจากการเมือง ทีนี้เมื่ออยู่ในกลุ่มพวกเราซึ่งปลอดจาก การเมือง แล้วนำเสนอบุคคลที่นำเสนอเข้ามา ไม่ทราบว่าบุคคลคนนั้นสังกัดพรรค การเมืองหรือไม่อย่างไร อันนี้มันกลัวว่าเขาเข้ามาสู่ในขบวนการตรงนี้แล้วจะกลายเปึนว่าเอาประโยชน์จากการเข้า มาร่วมในกิจกรรมตรงนี้ของเราหรือเปล่านะครับทีนี้ก็มีข้อคำนึงถึงของการปลอดการเมือง ไม่ปลอดการเมือง คนที่นำเสนอเข้ามานี้เขาจะรู้ไหมครับว่าบุคคลที่นำเสนอเข้ามานี้ยังอยู่ กับพรรคการเมืองหรือไม่
ประเด็นที่ ๒ เราก็ได้มีการยกเว้นข้อปฏิบัติตามข้อบังคับของการตั้ง กรรมาธิการมาแล้วตั้งแต่เช้า ล่วงเลยมาถึงตอนนี้แล้ว สิ่งที่ดำเนินการมาเกือบ ๑๐ กว่า ชุดนี้ ที่เรามีมติกันไปแล้ว ก็ผีถึงป์าช้าครับ อย่างไร ๆ มันก็ต้องมาถึงตรงนี้แล้ว จะเยอะ จะน้อยอย่างไรก็แล้วแต่ บางคนเปึน ๒ ชุด ๓ ชุดอะไรแบบนี้นะครับ ผมอยากจะเสนอใน ที่ประชุมไว้ว่า ถ้าเผื่อท่านรับที่จะทำแล้วนะครับ แล้วมิสามารถที่จะกระทำได้ตามที่รับไว้ ก็คงจะต้องมาฟัองกันในสภาของเรานี้ล่ะ ถ้าเผื่อทำได้ก็ โอเค (OK) ผ่านไปด้วยดี ถ้าเผื่อ ทำไม่ได้เปึนปัญหาอุปสรรค์กับคณะกรรมาธิการชุดไหนก็แล้วแต่ จะเปึนวิสามัญหรือ สามัญ ทำไม่ได้แล้วเปึนปัญหาอุปสรรค์ก็ให้มาฟัองกันในสภานี้ครับ แล้วก็มีมติอันเชิญ นิมนต์ท่านออกไปครับ ขอแค่นี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านอาจารย์ศรีราชาครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม ศรีราชา เจริญพานิช ครับ ผมมีอยู่ ๓ เรื่อง เรื่องแรก คณะกรรมาธิการชุดที่ ๑๒ นี้ครับ ยังเปึนกรรมาธิการวิสามัญอยู่หรือเปล่า เกี่ยวกับกิจการสภา หรือว่าเปึนกรรมาธิการ วิสามัญ อันนี้ก็ขอประทานกราบเรียนให้ช่วยพิจารณาด้วยนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องที่คุณสมเกียรติได้พูดเมื่อกี้นี้นะครับ ผมเองผม ค่อนข้างจะสนับสนุนนะครับว่า คนที่จะเข้ามานี้เราไม่ทราบว่าเปึนใครบ้าง และจะปลอด จากการเมืองจริงหรือไม่อย่างไร แล้วก็ลักษณะการที่เสนอแล้วมีผู้รับรองก็ยกมือกันพรึบ ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นนี่ผมเองผมก็คิดว่าผมอยากจะให้ผู้ที่เสนอชื่อได้มีโอกาสทบทวนอีก ครั้งหนึ่ง ซึ่งอันนี้ผมก็ได้กราบเรียนไปนะครับ
ประเด็นที่ ๓ ก็คือว่าที่จริงผมก็ตั้งใจมาตั้งแต่ก่อนที่ท่านอาจารย์ เกริกเกียรติท่านจะพูดนะครับ ว่าในฐานะที่ผมเปึนกรรมาธิการยกร่างฯ ซึ่งจะต้องทํางาน อย่างมากมายมหาศาลนี้ ก็คิดว่าผมจะขออนุญาตถอนชื่อผมจากกรรมาธิการยกร่าง หลักเกณฑ์วิธีการออกเสียงประชามตินะครับ ถ้าเผื่อท่านคณะทำงานจะยอม เพราะว่า จะได้มีเวลาทำเพียง ๑ งานให้เต็มที่และก็ให้ได้ประโยชน์สูงสุดแก่องค์กรของเรา ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณครับ ก็ถอนไปนะครับ เดี๋ยวอย่างนี้ครับ พอดีท่านสมเกียรติกับท่านอาจารย์ ศรีราชาพูดก็มีเหตุผลนะครับ ว่าจากการที่เรารับรองท่านที่ไม่ได้เปึนสมาชิกทำงานใน กรรมาธิการนี้ ผมว่าเจตนาเราไม่ได้รังเกียจพรรคการเมืองนะครับ ต้องพูดตรงนี้ก่อนว่าเรา ไม่ได้รังเกียจ แต่เพียงแต่ว่าภาระหน้าที่สำคัญนี้นะครับ คนที่มาทำงานตรงนี้ก็น่าจะเปึน คนที่ห่างไกลออกไปจากการเปึนสมาชิกพรรค ซึ่งเรากว่าจะเข้ามาได้ เราก็มีคุณสมบัติ ก็คือจะต้องไม่เปึนสมาชิกพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า ๒ ป้ มิฉะนั้นแล้วคนที่มีส่วนได้เสีย ก็จะมาทำงานแทนสมาชิกเสีย มันก็จะขัดเจตนารมณ์หรือขัดวัตถุประสงค์ ผมขอเปึน อย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านที่เสนอมาแล้วนี้ไม่เปึนไรครับ เพียงแต่ว่าเราก็เห็นชอบในหลักการ นะครับว่าสภาไม่ขัดข้องถ้ามีคนมาช่วยงาน แต่ขอให้มีคุณสมบัติเหมือนเราด้วย เดี๋ยว ท่านที่เสนอชื่อก็ดีไปตรวจ หรือทางเจ้าหน้าที่สภาเองก็ต้องไปตรวจ ถ้าหากว่ามีคุณสมบัติ ไม่ตรงกับสมาชิก ก็ถือว่าก็ถูกตัดสิทธิไป ขอเปึนหลักการอย่างนี้ได้ไหมครับนะครับ อย่างน้อยที่สุดเราก็ไม่ถูกครหานะครับว่าเราไม่ได้ทํางานเอง แล้วก็เอาคนของ พรรคการเมืองมาทำ ขอเปึนหลักการอย่างนี้นะครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม เจิมศักดิ์ ผมเห็นด้วยกับหลักการนี้ แล้วก็อยากจะให้ถือเปึนหลักการเสียเลย ว่ากรณีที่ใน กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดจะต้องอยู่ในเงื่อนไขเดียวกัน เพราะฉะนั้นโอกาสที่ พวกเราจะมาพิจารณาอย่างละเอียด อย่างที่เราทําในวันนี้จะน้อย เพราะฉะนั้นท่าน สสร. ที่กำลังจะต้องไปเปึนประธานกรรมาธิการของจังหวัด ซึ่งอันนั้นงานของท่านใหญ่โต มโหฬารและงานจริงเลย และงานแท้ ท่านกรุณาช่วยดูตรงนี้ด้วยว่า ถ้าบุคคลนั้นไปพัวพัน กับพรรคการเมืองและจะทำให้เราถูกกล่าวหาได้ ขอให้เปึนหลักการเดียวกันไปเลยจะได้ ไม่ต้องพูดซ้ำกันอีกได้ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นขอบพระคุณครับ
สมาชิกคงไม่ขัดข้อง ท่านอาจารย์วุฒิสารครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม วุฒิสาร ตันไชย กระผมขออนุญาตหารือคณะทํางานอีกเล็กน้อยครับ ตามที่ผมได้นําเรียน เมื่อเช้าว่าผมอยากเห็นผู้แทนขององค์กรปกครองท้องถิ่นนำสมาคมได้เข้าไปอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเปึนองค์กรที่เปึนตัวแทนที่สมาคมจะมีหน้าที่สื่อสารกับสมาชิก ทั้งหมด ผมยังคิดว่ายังมีความจําเปึน ถ้าอย่างไรก็ตามผมคิดว่าองค์กรเหล่านี้ได้รับการ ยอมรับและก็มีการแต่งตั้งมาชัดเจน หากคณะทำงานจะกรุณาพิจารณาทบทวนดูว่า ๓ องค์กรนี้จะร่วมกัน แล้วก็จะอยู่ในกรรมาธิการชุดนี้ได้หรือไม่ เพราะผมคิดว่ายิ่งประเด็น ในพื้นที่ที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์กล่าวถึง ผมคิดว่าเปึนการรับฟังเชิงปัญหาและเชิงพื้นที่ เปึ้นหลัก แต่การที่มีองค์กรท้องถิ่นเข้ามาจะมีส่วนช่วย ๒ ส่วน ก็คือว่าส่วนแรกในเชิง ประเด็นที่เปึนเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับการปกครองท้องถิ่นโดยตรง กับประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าการสื่อสารกลับไปในเชิงที่เมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จการย้อนกลับไปสู่องค์กรที่ เกี่ยวข้องจะทําได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็อยากเรียนหารือว่าคณะทํางานจะกรุณาลอง ทบทวนดูได้หรือไม่ ขอบพระคุณครับ
คืออย่างนี้ก่อน ผมว่าเราจะได้ไม่วนนะครับ คือตอนนี้ ๒ ประเด็นที่พิจารณาตอนนี้ ก็ คือกรรมาธิการชุดที่ ๑ เดี๋ยวเอาให้จบ แล้วเราก็จะพูด ๗๖ จังหวัด ทำความเข้าใจนะครับ ส่วนที่ท่านอาจารย์วุฒิสารพูดถึงนี่คงอยู่ชุดที่ ๑ คณะที่ ๑ เอาให้จบก่อนนะครับ เชิญคณะทํางานครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น คณะทำงาน ก็อยากจะกราบเรียนว่าในคณะที่ ๑ ที่เราคิดกัน ในคณะทำงานวัตถุประสงค์หลักก็คือต้องการให้ไปทำหน้าที่ประสานการรับฟังความ คิดเห็น และประสานการออกเสียงประชามติ ไม่ใช่จัดการให้มีการออกเสียงประชามติ เพราะฉะนั้นภารกิจหลักก็จะเปึนอย่างที่ว่า ประสานกับองค์กร บุคคล สถาบันต่าง ๆ ที่มี หน้าที่เกี่ยวข้องที่จะให้ความรู้ ความเข้าใจ หรือว่าไปสื่อสารอะไรต่าง ๆ ก็สุดแล้วแต่ เพราะฉะนั้นในคณะทำงานชุดนี้ผมเองเปึนผู้เสนอในที่ประชุมว่าอยากจะขอหน่วยงาน หลัก ๆ สัก ๓ หน่วย ซึ่งมันดูแลประสานงานได้ทั้งประเทศเลย ท่านแรกก็คือทางอธิบดี กรมการปกครองหรือผู้แทน สามารถที่จะประสานผู้ว่าฯ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นก็คงไม่จำเปึนต้องเอานายกสมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเข้ามา ท่านที่ ๒ ก็คือ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อันนี้ก็เช่นเดียวกัน ดูแลท้องถิ่น ทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นก็จะสามารถที่จะประสานกับทางสมาคมสันนิบาตเทศบาล แห่งประเทศไทย และนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคม อบจ. สมาคม อบต. อะไรสัก ๒ – ๓ หน่วย อันนี้ก็ขอเรียนประทานโทษขอเอ่ยนาม ท่านอาจารย์วุฒิสารด้วย ซึ่งเมื่อสักครู่ก็ได้เรียนเชิญคุณวิทยากับผู้ที่เสนอ ๒ – ๓ ท่าน มานั่งคุยกันในห้องคณะทำงานก็ยอมถอนไปทั้งหมดแล้ว ก็จะเหลือแต่ทางด้าน ภาคเอกชน ซึ่งมีหลายสมาคมด้วยกัน ก็ได้มีการประสานงานกัน ก็บอกถ้าอย่างนั้นก็ขอ ผู้แทน กรอ .เข้าไปคนหนึ่ง คนเดียวก็พอ โดยสรุปแล้วในคณะกรรมาธิการชุดที่ ๑ นอกเหนือจากที่เสนอเมื่อเช้านี้แล้วก็จะมีตัดบางท่านออกไป ซึ่งผมได้ประสานเปึนการ ส่วนตัวแล้ว อย่างเช่น ท่านผู้ว่าฯ วิชัย ศรีขวัญ เชียงใหม่ ท่านก็จะไปอยู่ในภูมิภาคกับเรื่อง ของจังหวัด ซึ่งผมเรียนแล้วว่ากรรมาธิการชุดนี้จะประสานว่างกรอบ วางแนวทางกว้าง ๆ ส่วนคนที่ไปฟังระดับพื้นที่ก็คือคณะกรรมการระดับภูมิภาคกับวิสามัญระดับจังหวัด คณะกรรมาธิการวิสามัญระดับจังหวัด ก็จะ ๒ ท่าน อีกท่านหนึ่งก็ดูเหมือนจะเปึน คุณประสาร มฤคพิทักษ์ ถอนเรียบร้อยแล้ว คุณชนินทร์ บัวประเสริฐ ผู้ว่าฯ นครสวรรค์ อีกท่านหนึ่ง ถอนไป ๓ ท่าน ก็เพิ่มเข้ามาเพียง ๑ ท่าน รวมแล้วก็จะเปึ้นเหลืออยู่เพียง ๓๖ คน ก็ถ้าที่ประชุม ไม่ขัดข้องตามนี้ก็คิดว่าเราน่าจะรับกันได้ ขอบคุณครับ
ครับ พอดีเมื่อสักครู่นี้ท่านเศวต เขายกมือก่อนนะครับ ท่านการุณครับ ท่านเศวต เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เศวต์ ทินกูล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตัวแทนเกษตรกร ครับ คือ ผมอยากจะให้ยุติได้แล้วครับ คณะที่ ๑ เพราะว่า ๒ – ๓ นัดก่อน เราพูดถึงกรอบเรื่องตั้งกรรมาธิการแล้วก็จบไปแล้ว มาถึงตรงนี้ คิดนอกกรอบอีกแล้ว ชอบคิดนอกกรอบเหมือนโทรศัพท์มือถือบางยี่ห้อ เราก็ ต้องอยู่ในกรอบ เพราะเราตกลงกันแล้ว เมื่อมาอยู่ในกรอบ มันก็มาถึงตรงที่ว่า คณะที่ ๑ เขาบอกว่า ประสานการมีส่วนร่วม ชื่อมันชัด ประสานก็คือประสาน ไม่ได้ไปทำอะไรเกิน กว่าประสานก็น่าจะเปึนข้อยุติ และต่อไปมันจะลิงก์ ) Link (กันกับคณะที่ ๖ คือ คณะ ๗๖ จังหวัด อำนาจหน้าที่เขาเขียนบอกไว้แล้วว่า ไปรวบรวมองค์กรภาครัฐต่าง ๆ สถานศึกษา อบต. หรือว่าอะไรต่าง ๆ นานา ก็คือตรงนั้น คนที่ทำงานก็คือ คณะ ๗๖ จังหวัดนี่ สมมุติผมอยู่ที่บ้านผมนครพนม ผมจะเอาเลยวันศุกร์ เอา อบต. วันเสาร์ ผมจะเอาเทศบาลทั้งหมดมาร่วมกัน วันอาทิตย์ผมก็จะเอาต่อคณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน วันอังคารคณะสถานศึกษา วันพุธผมก็ไล่ไปไล่เรียง แล้วถ้าหากว่าไปลามปามเอาองค์กร โน้นองค์กรนี้เข้ามาปุ็บนี่ ผมจะทำอะไร วันศุกร์ผมก็ยืนดู วันเสาร์ผมก็ยืนดู วันอาทิตย์ ผมก็ยืนดู วันจันทร์ผมก็ยืนดู และก็จบ และก็รายงานว่ายืนดูครับผม เพราะฉะนั้นพี่น้อง ประชาชนหรือว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็โปรดเข้าใจตามนี้ก็คือขอยุติ คือจบ และก็ ผมขออยากให้เปึ้นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการข้างบนก็สรุปให้จบไปเลยครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ มีท่านติดใจไหมครับ ท่านการุณครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาเรามีเยอะ ผมสงสัย อาจารย์เจิมศักดิ์ทำไมมาอยู่ที่ชุดไหน ผมไม่เห็นชื่อเลย
ที่ ๑ ครับ
ชุด ๑ อยู่ตรงไหนชื่อ ประสานงานชุดหนึ่ง ผมอ่านดู ไม่เห็นมีชื่ออาจารย์เจิมศักดิ์ เห็นแล้วครับ หมายเลข ๑๑ เมื่อมีอาจารย์เจิมศักดิ์แล้ว ผมหมายเลข ๙ การุณ ใสงาม ขอถอนตัวครับ
ครับ ขอบพระคุณครับ
สาเหตุที่ถอนครับ เพราะว่าผมเปึนคณะภาคอีสาน แล้ว ผมดูท่าทางงานจะหนักมาก โดยสติปัญญาความรู้ความสามารถเรี่ยวแรงของผม ทำได้คณะเดียว ไม่มีปัญญาทำเกินกว่าคณะเดียว ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านการุณครับ ท่านมนูญศรีมีอะไรติดใจไหมครับ
ท่านประธานคะ เมื่อสักครู่นี้ท่านไพโรจน์พูดถึง คณะกรรมการภาคเอกชนนะคะ ไม่ใช่ กรอ. นะคะ เปึน กกร. จากสมาคมธนาคารสภา อุตสาหกรรมและก็สภาหอการค้า ซึ่งเรียกตัวย่อว่า กกร. ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบพระคุณครับ จะได้บันทึกได้ถูกต้องครับ ขอบพระคุณครับ คงครบถ้วนแล้วนะครับ ก็คงผ่านคณะนี้ไปนะครับ อีกคณะหนึ่งที่ผ่านพิจารณาไปคร่าว ๆ เนื่องจากว่าเปึน คณะกรรมาธิการที่จะต้องตั้งขึ้นใน ๗๖ จังหวัด อยู่ในคณะที่ ๖ นะครับ ซึ่งในคณะ ดังกล่าวนี้ คงใช้หลักการของการที่จะให้มีบุคคลภายนอกมาร่วมในการเปึนกรรมาธิการ ชุดนี้ด้วย ซึ่งคณะทำงานได้พิจารณาในเบื้องต้นนะครับ พอดีเปึนประธานอยู่ด้วยนะครับ ก็สรุปสั้น ๆ นะครับว่า อยากให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนี่นะครับเข้าไปช่วยดูแล รับผิดชอบเปึนกรรมาธิการใน ๗๖ จังหวัดนี้เปึนหลัก ส่วนท่านอื่น ๆ ที่จะอยู่ใน คณะกรรมการจังหวัดอาจจะมีท่านหนึ่งหรือหลายท่านก็แล้วแต่ที่เปึนสมาชิกนะครับ ถ้าเปึ้นท่านอื่นขอให้กรรมาธิการที่ไปอยู่ในคณะนี้ที่เปึ้นท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ช่วยรับผิดชอบนะครับ โดยหาบุคคลดังกล่าวนี่มาเปึนกรรมาธิการ โดยคำนึงถึงท่าน สมาชิกสมัชชาแห่งชาติที่เคยเข้ามากับพวกเราในครั้งแรกเปึนหลัก แล้วก็จะมีท้องถิ่นอะไร ทั้งหลายที่ท่านเห็นสมควรก็เสนอเข้ามา ซึ่งมีหลักสําคัญก็คือเพราะสมาชิกสมัชชา แห่งชาตินั้นไม่เปึนสมาชิกพรรคการเมืองอยู่แล้ว แต่ถ้าเปึ้นท่านอื่นก็ขอให้ใช้หลักเดียวกัน จะได้ตรงกันว่าจะต้องไม่เปึนสมาชิกพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า ๒ ป้อยู่ในหลักเดียวกัน ส่วนรายละเอียดตรงนี้ก็จะให้เวลาคณะทำงานด้วยเพื่อจะไปจัดท่านสมาชิกที่แสดง ความจำนงแล้ว ท่านที่ยังไม่ได้แสดงความจำนง ก็จะใช้เวลาประมาณสัก ๑ สัปดาห์ แล้วก็ให้ท่านเสนอรายชื่อเข้ามาด้วยจะได้จัด แล้วก็นำเข้าสู่ที่ประชุมคราวต่อไป ท่านสมเกียรติก่อนแล้วกันครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม สมเกียรติ รอดเจริญ สสร. ครับ ก็อย่างที่ท่านได้ให้คํานึงถึงครับ เราก็คํานึงถึงได้นะครับ ระดับ สมัชชา ๑,๙๘๒ คนนี่พอไหว แต่พอลึกลงไปจากตรงนี้แล้ว หลุดจากสมัชชาไปแล้วนี่ ค่อนข้างจะเปึ้นสิ่งที่ลำบาก อย่างเช่นสมมุตินะครับ เราจะไปเอาองค์กรต่าง ๆ ที่เข้ามาร่วม อย่างเช่น อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบจ. หรือภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึน กลุ่มสตรี อสม. อะไรพวกนี้นะครับ เกือบส่วนมากก็คงจะเปึ้นสมาชิกพรรคการเมืองอยู่ ถ้าเผื่อเราจํากัดอย่างที่ท่านประธานจํากัดไปเมื่อกี้เลย ถ้าเผื่อเราจะตั้งอนุฯ ในภาคส่วน ตรงนี้คงทำได้ยากลำบากครับ ท่านประธานครับ ผมขอแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ
อย่างที่เรียนครับใช้หลักการโดยคำนึงถึง ไม่ได้เคร่งครัดนะครับ ท่านวัชราหรือเปล่าครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ สืบเนื่องจากการที่กระผมเสนอเกี่ยวกับเรื่องกรอบอำนาจหน้าที่นะครับ ผมมาตรวจดูแล้ว ปรากฏว่าตามที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ท่านไพโรจน์ แล้วก็ท่านอาจารย์สมคิดได้พูดถึงว่า ได้มีอยู่แล้ว ในข้อที่ ๑ และข้อที่ ๑๑ ปรากฏว่าผมได้อ่านดูแล้วโดยเฉพาะในข้อที่ ๑๑ นั้น มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการลงประชามติโดยประสานงาน คือสรุปว่าที่มีอยู่แล้วนั้นในเรื่อง การลงประชามตินั้นเปึนเรื่องอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการประสานงานเท่านั้น ส่วนการ ดําเนินการและควบคุมโดยตรงนั้นยังไม่ได้มีวางไว้ที่ไหนเลย เพราะฉะนั้นกระผมขอเสนอ ว่าในคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด ๗๖ จังหวัด ขอให้เพิ่มอำนาจหน้าที่ในการ ดำเนินการและควบคุมการจัดให้มีการประชามติลงไว้ด้วยครับ ลงไว้ในคณะกรรมาธิการ วิสามัญประจำจังหวัด และถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นก็น่าจะลงไว้ด้วยในคณะกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมประจำภาคต่าง ๆ ทั้ง ๔ ภาคด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
คณะทำงานเชิญอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ครับ ผมคิดว่าท่านสมาชิกเปึนห่วงเรื่องของการลงประชามติ ผมคิด ว่าเปึนสิ่งที่พวกเราต้องใคร่ครวญและรับฟังอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่าเรื่องการลง ประชามติแต่เดิมนี่เราตั้งเปึนกรรมาธิการแยกออกมาอีก ๑ ชุด แล้วก็มีเพื่อนสมาชิกอยาก ที่จะให้รวมก็เลยไปแยกอำนาจหน้าที่เปึน ๒ ทาง ในส่วนหนึ่งไปอยู่กับคณะกรรมาธิการ วิสามัญประสานการมีส่วนร่วม แล้วก็ไปเติมคำว่า และการประชามติ ในส่วนหนึ่งในการ ไปร่างกฎเกณฑ์ กรอบ กติกาทั้งหลายของการลงประชามติก็อยู่ในอีกชุดหนึ่งตามที่ กราบเรียน เพราะฉะนั้นมันก็จะมีการสับสนว่าการที่เราจะทําอย่างไรที่จะให้ประชาชน เข้าอกเข้าใจ และเวลาไปลงประชามติไปลงประชามติด้วยความเข้าใจใช่ไหมครับ อันนั้น คือตัวปัญหา ไม่ใช่ไปลงประชามติเพราะว่ามีคนเขาบอกว่ามาตรานี้มันไม่ตรงใจก็เลย ไม่รับมันทั้งหมดเลย เหมือนกับว่าเราทำต้มย้ำกุ้งไปให้กิน เขาบอกว่าไม่ชอบใส่พริก พอเราใส่พริกมันบอกไม่กินทั้งชาม พอลองอีกคนหนึ่งไม่ชอบใส่ตระไคร้ ไปใส่ตระไคร้ บอกไม่กินทั้งชามอีกเหมือนกัน ตกลงทั้งช้ามไม่มีใครกิน มันก็มีปัญหาก็จะต้องทำอย่างไร ให้เขาดูภาพรวม เราก็จะต้องรู้จักมองด้วยเหตุด้วยผลทั้งหลาย ผมคิดว่าท่านมีความเปึน ห่วงใยผมว่าถูกแล้ว แต่คราวนี้ถ้าเรียนกันตรง ๆ ว่าในคราวที่เราพูดกันนอกรอบ ตอนนั้น ก็มีการพูดกันว่าจะมีการฟังความคิดเห็นของประชาชนเปึ้นระยะ ๆ แล้วเราก็จะต้อง ทําการสุ่มตัวอย่าง แล้วก็หยั่งเสียงดูว่าประชาชนคิดอย่างไร ตรงไหนไม่เข้าใจก็จะแก้ไข ทําเปึ้นระยะ ตรงนั้นจึงอยู่ในกลุ่มอยู่ในอีกคณะหนึ่ง ถ้าท่านจําได้นะครับ ผมกราบเรียน ว่าผมทราบว่าอาจารย์จรัส สุวรรณมาลา ท่านลุกไปไหนแล้วไม่รู้เมื่อกี้อยู่ตรงนี้ ท่านเปึน คนที่ทําอยู่ในคณะกรรมการของรัฐบาลที่จะทําเรื่องพรรค์อย่างนี้อยู่ก็คือเรื่องของการ ออกแบบสอบถามเพื่อหาสถิติที่จับต้องได้ และฟังข้อคิดเห็นจากประชาชนว่าประชาชน คิดอย่างไรเปึนระยะ ๆ ที่แรกผมคิดว่าจะฝากความหวังนี้อย่างแรงกับอาจารย์จรัส นี่พูด ตรง ๆ เพราะฉะนั้นผมก็ดีใจว่าในคณะกรรมาธิการชุดหนึ่งได้มีอาจารย์จรัสอยู่ด้วย และก็ คิดว่าอาจารย์จรัสก็คงจะทำหน้าที่ตรงนี้ เพราะว่าจะได้ประสาน ไหน ๆ เขามีทรัพยากร และเขาต้องทำอยู่แล้ว อาจารย์จรัสท่านจะทำในทางวิชาการ เพราะท่านเปึน ศาสตราจารย์ ท่านทำงานทางวิชาการ และท่านก็จะมีทีมทางวิชาการที่ทำแยกออกไป เพราะฉะนั้นท่านจะสํารวจความคิดเห็นเปึ้นระยะ ๆ แล้วกรรมาธิการชุดที่ ๑ นี้ก็จะมี หน้าที่ที่จะช่วยได้อีกส่วนหนึ่งก็คือจะช่วยประสานกับกรรมาธิการทุกจังหวัดให้พยายาม ให้ความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องต่าง ๆ พวกนี้ด้วย แล้วก็อาจารย์จรัสก็จะวัดความ คิดเห็นของประชาชนกลับเข้ามาเปึนระบบ ที่เปึนสถิติชัดเจนจับต้องได้ ส่วนกรรมาธิการ ชุดที่ท่านพูดเมื่อกี้คือชุดที่ ๑๑ ใช่ไหมครับ ก็จะเปึนการยกร่างหลักเกณฑ์วิธีการออกเสียง ประชามติ ซึ่งตอนที่ออกเสียงประชามติจริง ๆ แล้วคงจำเปึ้นที่จะต้องใช้กำลังคน กำลัง ความสามารถในเรื่องของการลงประชามติค่อนข้างจะมาก ซึ่งเราก็ได้ยินด้วยความดีใจ ว่าทาง กกต. ก็บอกว่าพร้อมที่จะทําเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นถ้าคณะกรรมาธิการที่ ๑๑ จะได้ ประสานกับ กกต. ซึ่งก็จะมี กกต. อยู่ในนี้อยู่แล้วด้วย ผมคิดว่าถ้าประสานตรงนั้นในเรื่อง วิธีการลงและน่าจะมาช่วยอันที่ ๑ ด้วยในแง่ของการรณรงค์ ในแง่ของการให้ความรู้กับ ประชาชน ให้ข้อเท็จจริงกับประชาชนให้เห็นแล้วก็ต้องร่วมกับฝ์ายประชาสัมพันธ์ คือคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ด้วยที่จะต้องช่วยกันรณรงค์เรื่องนี้ให้คนเข้าใจ ถ้าผม อธิบายภาพอย่างนี้ท่านจะเบาใจขึ้นไหม หรือว่ายังไม่เบาใจ และท่านคิดว่าเราควรจะทํา อย่างไรกันต่อไปอีก ผมคิดว่าพวกเราก็อยากจะฟังนะครับและจะได้เอาไปดูว่าชุดไหน จะเติมเข้าไปได้หรือจะต้องชุดใหม่ ผมเองจริง ๆ แล้วแต่แรกไม่ได้คิดว่าจะอยู่ชุดเดียวกัน แต่ว่าเมื่อท่านบอกให้รวม ๑๔ มาอยู่ ๑ มันก็ต้องเปึนอย่างนี้แหละครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านวัชราครับ เดี๋ยวพอดีคณะทำงานจะต่อให้จบไหมหรือจะฟังท่านวัชราก่อนจะได้ ตอบทีเดียว
( : ขออนุญาตตอบก่อน ได้ไหมครับท่านประธานครับ ผม สมคิด เลิศไพฑูรย์ คณะทำงานครับ ความจริงที่ท่าน วัชราพูดอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการยกร่างหลักเกณฑ์วิธีการออกเสียง ประชามติและการออกเสียงประชามติอยู่แล้ว ในข้อ ๓ ครับ ข้อ ๓ เขียนอย่างนี้ครับ ท่านสมาชิก ดำเนินการและควบคุมการจัดให้มีการลงประชามติ ชุดที่ ๑๑ ทำหน้าที่ ดำเนินการและควบคุมการจัดให้มีการลงประชามติ แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจนขึ้นก็เลยไป เขียนเพิ่มเติมว่า โดยประสานงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้งและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จะเห็นว่ามีคนรับผิดชอบโดยตรงครับเรื่องการประชามติ เพียงแต่ว่าจะเปึน อย่างที่อาจารย์เจิมศักดิ์ว่า ถึงเวลาต้องระดมทุกคนครับ ไม่ใช่เฉพาะกรรมาธิการชุดนี้ รวมทั้งใน ๗๖ จังหวัดด้วย รวมทั้งกรรมาธิการประสานงานรับฟังความคิดเห็นและ ประชามติด้วย ทุกชุดคงต้องมาช่วยกันในการลงประชามติ แต่ว่าชุดนี้จะเปึนชุดที่ รับผิดชอบในการดำเนินการและควบคุมการจัดให้มีการลงประชามติครับ
ตรงกันไหมครับ ท่านวัชราครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วัชรา หงส์ประภัศร ผมขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ทั้งสองนะครับ แต่ถ้าเราดูใน ข้อ ๑๑ (๓) ดำเนินการและควบคุมจัดให้มีการลงประชามติ มันมีขยายความ แต่ความจริงทำให้ความนั้นแคบลง โดยประสานงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้งและ หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง คือแปลความได้ว่าไม่ได้ลงไปทำงานเอง เพียงแต่ประสานงาน ให้คนอื่นเปึนผู้กระทำ กระผมจึงยังไม่คล้ายความเปึนห่วงนะครับ ที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ว่าผมเปึนห่วง เปึนห่วงจริง ๆ คือเปึนห่วงว่าเราไม่ได้วางกรอบงานเอาไว้ว่าให้ผู้ใดใน คณะกรรมาธิการของเราเปึ้นผู้ทํา เพราะฉะนั้นถ้าจะเติมลงไปว่าดําเนินการและควบคุม การจัดให้มีการประชามติ ลงไปเปึนหน้าที่ของคณะกรรมาธิการระดับจังหวัด และคณะกรรมาธิการระดับภาค ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไรนะครับ เพราะว่าทั้งที่ คณะกรรมาธิการชุด ๑๑ ประสานงานแล้ว ยังมีผู้ปฏิบัติโดยตรงซึ่งเปึนพวกเราอยู่ด้วย ผมเห็นเช่นนั้นครับ ขอบพระคุณครับ
คืออย่างนี้ได้ไหมครับ ในประเด็นนี้ท่านสมาชิกมีความเห็นด้วยไหมครับ เอาประเด็นนี้
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีผมว่าท่านสงสัยระหว่างคณะทำงานกับท่านวัชรา ขอความกรุณาอย่างนี้ได้ไหม ครับ เดี๋ยวท่านไปตกลงว่าจะใช้ถ้อยคําอย่างไร เพราะหลักการมันตรงกัน เพียงแต่ว่าจะใช้ ถ้อยคำแบบไหน เชิญครับ
ท่านประธานครับ จะได้ จบประเด็นนี้ไป ขออนุญาต ผม สมคิด เลิศไพฑูรย์ คณะทำงาน ก็ไปเพิ่มในข้อ ๓ ได้ไหม ครับ ท่านวัชราขออนุญาตหารือ ดำเนินการและควบคุมการจัดให้มีการลงประชามติ โดยประสานงานกับคณะกรรมาธิการ ๗๖ จังหวัดของเรานี่ครับ และคณะกรรมการ การเลือกตั้งและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ขออนุญาตเติมอย่างนี้ได้ไหมครับ
ตกลงครับ
ได้นะครับ ขอบพระคุณครับ ท่านวิชัยครับ ท่านยกมือนานแล้ว เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม วิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ กระผมมีเรื่องจะกราบเรียนหารือท่านประธาน นิดเดียวครับ ในระดับจังหวัดท่านครับ ที่บอกว่าจะให้ไปสรรหาเจ้าหน้าที่ที่จะมาร่วม กิจกรรมของ สสร. ในระดับจังหวัดเมื่อกี้นี้ กระผมอยากจะเรียนถามว่าให้จำนวนกี่คน ที่ไม่เปึนสมัชชาแห่งชาติในชุดแรก จำนวนเท่าไร บางท้องที่ก็มีความจำเปึนก็อยากจะ กราบเรียนเพื่อความชัดเจนครับว่าจะให้ สสร. ระดับจังหวัดนั้นไปสรรหาจำนวนเท่าไร และบอกให้เอาอดีตสมัชชาเปึนหลัก ตรงนี้กระผมคิดว่าน่าจะต้องมีสัดส่วนที่ชัดเจน ไม่เช่นนั้นแล้วเสนอเข้ามาแล้วอาจจะไม่ได้รับการพิจารณา อันนี้ต้องกราบเรียนหารือ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณครับ อาจารย์เจิมศักดิ์ครับ
เรียนท่านประธาน ครับ ผม เจิมศักดิ์ จากที่ได้หารือ เมื่อตอนพักกลางวันนะครับ เราก็มีความเห็นว่า กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดชุดหนึ่ง น่าจะไม่เกิน ๒๑ ท่าน มันจะด้วยเหตุ หลายอย่าง และใน ๒๑ ท่าน ถ้าเปึนไปได้ก็อยากที่จะให้คำนึงถึง ๒๐๐ ท่าน แล้วก็ ๒,๐๐๐ ท่าน เพราะว่าได้มีการตรวจสอบในเรื่องที่เราพูดกันเรื่องความสัมพันธ์ทาง การเมืองไว้ส่วนหนึ่งแล้ว และนอกเหนือจากนั้นถ้ายังไม่ครบ ๒๑ ก็คงจะเปึ้นบุคคล ท่านอื่นต่อไปนะครับ คือถ้าเปึนอย่างนี้ผมก็ไม่ทราบว่าท่านจะคิดว่าอย่างไร คือ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว ถ้าเราไม่กําหนดไว้ว่าเปึนสักจํานวนเท่าไรก็อาจจะมีปัญหาว่าจํานวน อาจจะมากมาย แล้วเดี๋ยวพอไปถึงในระดับจังหวัดคนนั้นก็จะเสนอคนนี้ คนนี้ก็จะเสนอ คนนั้น แล้วเดี๋ยวก็จะเจอเหมือนปัญหาที่เราเคยมีประสบการณ์เมื่อเช้านี้มาแล้วเลยต้อง พักการประชุม แล้วก็มาตกลงกัน ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านวิชัยครับ
กระผมขออนุญาตกราบขอบพระคุณที่ท่าน อาจารย์ได้กรุณาอธิบาย แต่กระผมมีความกังวลว่าในทางปฏิบัติจริง ๆ นั้น คงจะไม่ สอดคล้องกับที่เราตั้งกติกาไว้หรอกครับ อย่างหลาย ๆ ท่านที่มาจากต่างจังหวัด บางจังหวัดมี ๕ ท่าน บางจังหวัดมี ๒๐ ท่าน ทีนี้เราก็ไม่แน่ใจว่าเมื่อไปขอความร่วมมือ แล้วเขาจะมาร่วมกับเราหรือเปล่า นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ถ้าหากว่าเราไม่กําหนดชัดเจนว่าจะเอาจากส่วนไหนเท่าไร เราก็ยุ่งยากในการทํางาน จํานวนกระผมคิดว่าไม่น่าจะน้อยกว่า ๒๕ ท่าน อาจจะคนละ ครึ่งก็ได้ ผมคิดอย่างนั้นว่าคนละครึ่ง คือแปลว่าไม่เกิน ๒๕ ท่าน และก็เอาสมัชชาเดิม ไม่ควรเกินสัก ๑๐ ท่านอะไรแล้วแต่ ก็กราบเรียน ขอให้เปึ้นหลักเกณฑ์หลักการไว้ พอเรา พูดไปทั่วอย่างนี้แล้วผมเชื่อว่าคงจะมีความไม่ตรงกันในแนวความคิด หรือบางคนบอก ทําไมไม่เอาคนนั้น ไม่เอาคนนี้ ก็จะมีปัญหาในทางปฏิบัติ กระผมกราบเรียนว่าจริง ๆ แล้ว บุคคลที่อยู่ในตามภูมิภาค อยู่ในตามจังหวัดนั้นเปึนบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในสิ่งที่ จะเอาลงไปทําให้เกิดประโยชน์และเกิดความสําเร็จตามวัตถุประสงค์ ไม่ว่าจากภูมิภาค ไหนท่านครับ เพราะฉะนั้นแล้วจึงอยากจะให้ความสําคัญกับบุคคลภายนอกที่เข้ามา ทํางานให้กับเรา ควรจะมีสัดส่วนให้พวกกระผมนั้นไปสรรหาหรือไปทําอะไรก็แล้วแต่ ก็กราบเรียนว่าไม่น่าจะน้อยกว่า ๒๕ ท่าน ขอขอบคุณท่านครับ
ขอบพระคุณครับ คืออย่างนี้ครับ ผมให้ข้อมูลท่านก็แล้วกัน คือสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีกรรมาธิการจังหวัดละ ๑๕ คน ถ้าเกินกว่านี้ท่านก็ไปตั้งเปึน ที่ปรึกษาเปึ้นอนุกรรมาธิการ เพื่ออะไร เพื่อว่ามีประสบการณ์ในการทำงานกรรมาธิการว่า ถ้าตั้งมาก ถึงเวลาองค์ประชุมท่านไม่ครบ แล้วท่านก็เลื่อน แล้วก็ยุ่ง เอาหลักการ แล้ว จนกระทั่งท่านอาจารย์กรรณิการ์ ในที่ประชุมบอกว่าข้อมากหน่อย มากกว่า ๑๕ ได้ไหม เพราะคราวนี้อยากให้มีสมาชิกมาร่วมเยอะ ๆ ก็เลยเพิ่มเปึน ๒๑ ที่บอกว่าเพิ่ม ๒๑ ก็คง สืบเนื่องจากกรรมาธิการของกรุงเทพมหานครในป้ ๒๕๓๙ ป้ ๒๕๔๐ มี ๒๑ คน ขนาด กรุงเทพฯ มีคณะเดียวเท่านั้น ๒๑ คน คณะอื่นทุกจังหวัด ๑๕ คนหมด เพราะฉะนั้นที่ คณะทำงานก็ประชุมด้วยเหตุด้วยผลว่า ถ้าเต็มที่จริง ๆ ๒๑ มันก็ไม่เปึนภาระกับที่ประชุม มากนัก แล้วก็อาจจะต้องมีเบี้ยประชุมอะไรอีก มันก็จะเยอะแยะไปกันใหญ่ ผมว่าเอา หลักการไว้ก่อนว่า ๑๕ และท่านไปหามาก่อน แต่ถ้าบอกว่าจังหวัดนี้คนต้องเยอะ ๆ ผมว่า ค่อยว่ากันทีหลังอีกทีหนึ่ง นะครับท่านวิชัยครับ ด้วยเหตุด้วยผลกันก็เอา ๒๑ ไปก่อน มันก็ เยอะแล้ว ๒๑ นี่เยอะแล้ว เชิญท่านวิชัยครับ
ขอบพระคุณท่านประธาน อันที่จริงที่กระผม นำเรียนท่านประธานนั้นก็เปึนเหตุเปึนผลจากที่เราเคยทํางานตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ มาว่า คณะทํางานจริง ๆ แล้วจําเปึนจะต้องสรรหาคนที่มีความตั้งใจ เสียสละมาทําในสิ่งเหล่านี้ และก็ในกรณีของผู้ช่วย ของ สสร. และก็ที่ปรึกษาตอนนี้เราก็ยังไม่ได้ดำเนินการกัน ที่จริงก็น่าจะเริ่มดําเนินการได้แล้ว ก็จะกราบเรียนหารือท่านประธานเหมือนกันว่าจะให้ ทําอย่างไรต่อไปใน ๒ ท่านที่ตามสิทธิที่เขียนไว้ในหนังสือ ก็จะกราบเรียนท่านประธาน อย่างไรก็ตามครับ ผมก็ยังจะต้องกราบเรียนว่าขอให้อยู่ในดุลพินิจก็แล้วกันครับท่านครับ ท่านกรุณาช่วยพิจารณาก็แล้วกัน แต่ผมกราบเรียนเสนอเพื่อความคล่องตัวนะครับ เพื่อความรวดเร็ว ความสะดวกในการทำงาน เพราะเรามีเวลาน้อยท่านครับ เวลาเรามี จำกัดมาก ๆ แต่เข้าให้คนน้อย อาจจะอ้างด้วยเหตุผลงบประมาณน้อยหรืออะไรก็แล้วแต่ ก็อยากจะกราบเรียนด้วยเหตุด้วยผลครับท่าน
ขอบพระคุณครับ ท่านคงไม่ติดใจอะไรมากนะครับ เอา ๒๑ ไปก่อนแล้วกันนะท่านวิชัย ขอบพระคุณครับ ท่านการุณ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม การุณ ผมว่ากรรมาธิการ วิสามัญนี้ที่อยู่ประจำจังหวัดนี้ อยากจะปรับปรุงชื่อเสียดีหน่อยไหมครับ ให้เปึน คณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ประจำจังหวัด ๗๖ จังหวัด ก็ชื่อ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด ก็ว่าไป ค่อยเติมที่หลัง ประการที่ ๑ นะครับ มันเปึนการทำหน้าที่เหมือนคณะกรรมาธิการภาค เพียงแต่แบ่งพื้นที่ ย่อยลงเปึนจังหวัด เนื้อหาภารกิจอำนาจหน้าที่คล้ายคลึงกัน อันที่ ๑ นะครับ อันที่ ๒ ท่านอย่าเพิ่งบังคับวันนี้ดีไหม ให้คณะกรรมาธิการภาคเขาไปนั่งประชุมเสียก่อน เพื่อเขา ประชุมแล้วเขาก็จะดูเองให้สอดคล้องกับภารกิจึงานของเขาที่เขาดูแลและแบกรับ ภาคอีสานก็ไปประชุมภาคอีสานให้เรียบร้อยเขาจะดูว่านครราชสีมาจังหวัดใหญ่ อาจจะมี คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน จังหวัดนครราชสีมา เขตที่ ๑ เขตที่ ๒ เขตที่ ๓ คณะหนึ่งผมไม่เห็นว่าจำเปึ้นจะต้องมีเยอะ ผมคิดว่า ๑๕ คน มันเหมาะกับการทำงาน แล้วการที่ท่านไปประชุมกรรมาธิการจังหวัดนครราชสีมา เขตที่ ๑ อำเภอพิมาย สมมุตินะครับ ประกอบด้วย ๗ อำเภอ แถบนี้ ๑๕ คน คณะนี้ก็จะ ดูแล ๖ – ๗ อำเภอเพื่อจะทำงานเคลื่อนไหวการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็น หรือจะเรียก อะไรก็ตาม ท่านทำให้เกลี้ยงแล้วกันนะ ทำให้เรียบร้อย ให้เกลี้ยงให้หมด เขตที่ ๒ สมมุติ ว่าอยู่ที่สีคิ้วก็ว่าไป ปากช่อง ๗ – ๘ อำเภอแถวนี้ การประชุมอย่างนี้จะทำให้ไม่เหนื่อย เพราะผู้ที่เปึนกรรมาธิการก็อยู่ใน ๖ – ๗ อำเภอ แวดล้อมแถวนั้น เดินทางมาร่วมกันที่ ปากช่องก็ไม่เหนื่อย เมื่อไม่เหนื่อยแล้วประหยัด ผู้คนจำกัด กะทัดรัดพอดี หลังจากประชุม กรรมาธิการวิสามัญแล้ว เขาก็คงจะคิดงานล่ะครับท่านประธาน อันนี้ก็คงจะไม่ต้อง แนะนำเขามากเชื่อว่าเขาก็มีสติปัญญาเหมือนกันกับพวกเรานี่แหละ เราเข้าไปร่วมกับเขา เขาก็ร่วมกับเรา ก็คงจะคิดอ่านกันว่าถ้าอย่างนั้นเราจะมีส่วนร่วมกับประชาชนอย่างไร เราจะให้ข้อมูลประชาชน ประชาชนจะให้ข้อมูลเราอย่างไร เราจะศึกษาร่วมกับประชาชน ประชาชนจะศึกษาร่วมกับเราอย่างไร ความคิดเห็นต่อประเด็นนั้น ประเด็นนี้ ประเด็นโน้น อย่างไร ก็ค่อย ๆ ทำกันตรงนั้น แต่เราอนุมัติเปึ้นหลักการในสภานี้ อนุมัติเปึนหลักการว่า ให้มีคณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมประชาชนประจำ จังหวัดทั้ง ๗๖ จังหวัด เปึนหลักการ แต่ละจังหวัดนั้นจะมี ๑ เขต หรือจะมี ๒ เขต กรรมาธิการก็แล้วแต่ ตามความเหมาะสม ที่สำคัญครับ สอดคล้องกับเงินด้วย ยังไม่รู้เลย เงินมีกี่บาทในการเปึนค่าใช้จ่าย อันนี้ก็สำคัญครับ คือสร้างงานก็มี สร้างคนก็ได้ แต่ว่าเงิน เท่ากับเท่าไรยังไม่รู้แบ่งเท่าไร เพราะคณะกรรมาธิการวิสามัญก็จะต้องมีค่าใช้จ่าย ค่าเบี้ย ประชุมกรรมาธิการวิสามัญตามระเบียบก็ต้องให้เขา ต่อจากนั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญ ก็จะต้องไปเคลื่อนอยู่ในหมู่ประชาชน จัดชุมนุม จัดสังสรรค์ จัดพบปะ จัดประชาสัมพันธ์ รายละเอียดต่าง ๆ นั้นเยอะแยะที่จะทำให้เกิดการมีส่วนร่วม เกิดข้อคิดเห็นต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมคิดว่ารายการนี้เปึ้นรายการที่เราอนุมัติในหลักการให้ แล้วให้กรรมาธิการ ภาคแต่ละภาคไปคิดช่วยเรากลับมาเสร็จเรียบร้อย กรรมาธิการจากภาคอีสานก็มาเสนอ วันหน้า อาจจะเปึนวันจันทร์หน้า สามารถเสนอได้ ๓ จังหวัด ๗ จังหวัด เสนอไป ๒ อาทิตย์ มันก็ครบ ๑๗ จังหวัด แล้วก็ทำงานได้ท่ามกลางการเสนอข้อทำงานของเขา ผมเชื่อว่าเขาสร้างสรรค์งานได้ครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านวิทธยา
( : เรียนท่านประธานครับ ผม วิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ คณะทำงานครับ ผมฟังพวกเราเสนอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องของคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด ๗๖ จังหวัด แล้วก็มีความรู้สึกว่าเรามีเจตนาแล้วก็ความตั้งใจที่ดีที่จะให้ทุกจังหวัดได้มี คณะทำงานและก็บุคลากรที่จะช่วยเราทำงาน แต่สิ่งหนึ่งที่เรากำหนดไว้อยู่ในข้อ ๑ ของ อำนาจหน้าที่นะครับ คือบรรทัดสุดท้ายว่าตามกรอบและแนวทางที่กำหนด เนื่องจากว่า เราจะไปทำกันใน ๗๖ จังหวัด มีคณะแต่ละคณะจะไปมากมาย ถ้าเราไม่มีกรอบอะไรที่จะ ให้คณะทำงานได้ปฏิบัติ หรือหัวข้อประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของที่เราจะให้รับฟังความคิดเห็น ในเรื่องต่าง ๆ บ้าง ก็จะไปกันทั่วไปหมด แล้วคณะทำงานก็ต้องน้ำเรื่องเหล่านี้กลับมา รวบรวมข้อมูลมาสู่คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นของภาคและก็ของมีส่วนร่วม เพราะฉะนั้นผมก็เลยอยากจะฝากในที่ประชุมวันนี้ว่าถ้าหากว่ามีการกําหนดกรอบหรือ แนวปฏิบัติกว้าง ๆ ไว้ หรือเราไปคิดกันไว้ก่อนแล้วก็เอามาเสนอเพื่อที่จะให้คณะแต่ละ จังหวัดได้ถือไปปฏิบัติในแนวทางเปึนกรอบกว้าง ๆ ได้ก็จะเปึ้นแนวทางที่ถูกต้องและก็ น่าที่จะเหมือน ๆ กัน ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณครับ เอาประเด็นแรกก่อนนะครับ เดี๋ยวอาจารย์พิเชียร เอาท่านการุณให้จบ ก่อน ประเด็นแรกท่านการุณเสนอชื่อกรรมาธิการฟังดูก็ดี ไม่ทราบว่าคณะทำงานเห็นด้วย ไหมครับ จะชัดเจนขึ้น ท่านการุณเสนอชื่อว่าเปึนคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและ การมีส่วนร่วมของประชาชนประจำจังหวัด อย่างนั้นเห็นด้วยกับท่านการุณนะครับ
เรื่องที่ ๒ จำนวนคณะกรรมาธิการ ท่านวิทยาจะเอามากกว่า ๒๑ แต่ท่านยอมเหลือ ๒๑ ท่านการุณบอกน่าจะ ๑๕ ผมว่าเอาสัก ๑๕ - ๒๑ นะครับขั้นต่ำก็ ๑๕ นะครับ ขั้นสูงก็ไม่เกิน ๒๑ นะครับ ท่านการุณพอยอมได้ไหมครับ
ท่านประธานครับ ผมว่าท่านผู้เสนอ ๒๑ คน นึกว่า จังหวัดหนึ่งเอา ๑ คณะ แต่ถ้าดูบอกว่าถ้าจังหวัดใหญ่อย่างนี้มัน ๒ คณะนี่ จังหวัดใหญ่ ขณะนี้มันมี ๓ คณะ น่าจะดีนี่นา มันก็เปึ้น ๓ เขต ถ้า ๑๕ ๑๕ ถ้า ๓ คณะมัน ๔๕ มากกว่า ๒๑ ของท่านด้วยซ้ำไป เขาเรียกว่าทำให้สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ นอกจากพื้นที่แล้วก็ภารกิจึงาน นอกจากภารกิจึงานแล้วก็ภารกิจเวลา นอกจากภารกิจ เวลาแล้วก็เงิน
คืออย่างนี้นะครับท่านการุณ คือผมว่าจังหวัดมีคนรับผิดชอบ มีเจ้าภาพ ส่วนในจังหวัด จะไปตั้งเปึนอนุฯ อีกสัก ๓ คณะ ๕ คณะ ก็ทําไปนะครับ ผมว่ามันก็จะได้ทางเดียวกัน เดี๋ยวในจังหวัดหนึ่งทำกันคนละอย่าง ๒ อย่างมันก็ยุ่งนะครับ เอาเปึนหลักการแล้วกัน ครับว่าจังหวัดหนึ่งคณะหนึ่งไปก่อน เผื่อจะมากกว่านี้ค่อยมาเสนอท่านอีกทีหนึ่งนะครับ ท่านสมเกียรติไม่มีอะไรนะครับ ตรงกันแล้วนะครับ ตรงกันแล้วไม่ต้องนะครับ เชิญอาจารย์พิเชียรครับ
ขออนุญาตสั้น ๆ นะครับ ท่านประธาน ครับ ผม พิเชียร นะครับ ก็อยากจะเรียนเสนอว่าจังหวัดใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร หรือว่า โคราช หรือเชียงใหม่ กระผมคิดว่าน่าจะลองพิจารณาดูนะครับว่าจะมีจำนวนที่เพิ่มเติม ขึ้นมา ผมคิดว่า ๒๑ คนอาจจะน้อยเกินไปสำหรับกรุงเทพมหานคร อาจจะเพิ่มเปึน ๒๕ หรือ ๓๐ ก็สุดแล้วแต่นะครับ ตรงนี้อยากจะให้ทางคณะทำงานได้ช่วยพิจารณาด้วย เพราะว่ากรุงเทพมหานครนี้เฉพาะ ส.ส. ก็มี ๓๗ คนแล้วนะครับ แล้วจำนวนประชากร ก็มาก ๑๐ ล้านคนนะครับ เรื่องที่ ๑ ชื่อของคณะกรรมาธิการชุดนี้ต้องมีวิสามัญด้วย นะครับท่าน เมื่อสักครู่ตก วิสามัญไป แล้วก็กระผมอยากจะขออนุญาตเรียนปรึกษา นะครับว่าเรื่องของงบประมาณจะดําเนินการกันอย่างไร เพราะว่าเรื่องงบประมาณนี้ก็เปึน เรื่องสำคัญว่าจะมีกรอบของงบประมาณของคณะกรรมาธิการแต่ละคณะอย่างไรนะครับ รวมทั้งแผนการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการแต่ละคณะ เราจะดำเนินการกันให้เสร็จ สิ้นภายในเมื่อไร อาจจะภายในสัปดาห์นี้หรือว่าสัปดาห์หน้าอย่างไร ขอให้ท่านประธาน ช่วยกำหนดเปึนกรอบให้เราให้ชัดเจนเพื่อที่แต่ละคณะจะได้เดินไปได้ รวมทั้งเรื่องที่ท่าน สสร. ได้ปรึกษานะครับ เรื่องของเจ้าหน้าที่ประจำตัวของ สสร. ๒ ท่าน ท่านประธานจะมีแนวทางที่จะให้ สสร. ทั้งหมดดำเนินการอย่างไร ก็ขอได้ช่วยเรียน ให้พวกเราทราบด้วย เพื่อที่จะได้ปฏิบัติให้ตรงกัน ขอขอบคุณมากครับ
คืออย่างนี้ครับ ระยะเวลาคือหนึ่งหลักการของเราเร็วที่สุดอยู่แล้วนะครับ ถ้าเสร็จ สัปดาห์หนึ่งได้ก็เอา ช้าที่สุดอย่าให้เกิน ๒ สัปดาห์ ส่วนงบประมาณเดี๋ยวกิจการสภาฯ จะพิจารณา ซึ่งเขาตั้งไว้แล้ว คงดูภาพรวมทั้งหมดก่อน กำหนดตอนนี้คงจะไม่สะดวก นะครับ
ประการที่ ๓ เรื่องจำนวนของกรุงเทพฯ อาจารย์พิเชียร ผมว่าเอา ๒๑ เปึ้นหลักก่อนนะครับ แล้วถ้ามันเกินจริง ๆ มันจำเปึนจริง ๆ แล้วค่อยมาว่ากันอีกที ผมว่า เราไม่ได้ป่ดกั้นหรอกครับ จริง ๆ คณะแต่ละคณะเราดูตามความจำเปึนอยู่แล้ว เอาหลักการจะได้เท่าเทียมกัน มันจะได้ลื่นไหลไปได้นะครับ ส่วนผู้เชี่ยวชาญอะไร ทั้งหลายนี่นะครับ เดี๋ยวจะประกาศให้ทราบอีกทีแล้วกันครับ เพราะว่าคนละประเด็นที่เรา กำลังพิจารณาตอนนี้ อาจารย์หมอธีรวัฒน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง ขอปรึกษานิดหนึ่งครับถึงหลักการว่ากรรมาธิการที่มี อยู่ในจังหวัดนั้นเปึนประธานกรรมาธิการวิสามัญโดยอัตโนมัติใช่ไหมครับ อันที่ ๑
อันที่ ๒ ในจังหวัดที่เขาไม่มีกรรมาธิการ อันนั้นจะแต่งตั้งใคร ไปรับผิดชอบครับ ขอกราบเรียนเปึนหลักการครับ
ขอบพระคุณครับ อันดับแรกคือวิสามัญ อันดับที่ ๒ เดี๋ยวคณะทํางานกําลังพิจารณา จากสมาชิกสมัชชาแห่งชาติใน ๒๐๐ คน ชุดที่ผ่านไปนะครับ อันนั้นเปึนหลัก เพราะถือว่า ใกล้ชิดกับพวกเราและก็ยั่งยึดหลักของสมัชชา เพราะถือว่ามาจากกลุ่มเดียวกัน เดี๋ยวพยายามทำให้ลงตัวนะครับ แต่ถ้ามีปัญหาอะไรคงต้องปรึกษาที่ประชุมแห่งนี้ เหมือนกัน อาจารย์สนั่น ท่านวีนัส และเดี๋ยวอาจารย์พิเชียรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากระยะเวลา การทำงานของเราสั้นเพียง ๖ เดือน เมื่อครั้งที่แล้ว สสร. ป้ ๒๕๔๐ เราขอความร่วมมือ จากราชการ หน่วยงานต่าง ๆ ว่าให้ทำหนังสือทั่ว ๆ ไปว่าขอให้ความร่วมมือกับทาง สสร. ด้วยในเรื่องที่ สสร. ขอร้องหรือข้อความร่วมมือ ก็ได้รับความร่วมมือเปึนอย่างดี และทำให้ เราทำงานสะดวกสบายขึ้นครับ แม้แต่การเชิญประชาชน ไปพบปะประชาชน อะไรพวกนี้ ก็ให้ความร่วมมือดีครับ ผมก็อยากจะขอความกรุณาว่าให้ทางฝ์ายบริหาร ช่วยประสานงานในเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบพระคุณครับ คือตอนนี้เราตั้งกรรมาธิการ ๗๖ จังหวัด เรารอไว้สักนิดหนึ่ง โดยหลักการที่พูดไปแล้ว ส่วนกรอบก็ชัดเจนนะครับ ผมว่าเราน่าจะหมดข้อหารือในส่วน เรื่องเหล่านี้นะครับ ท่านใดมีอะไรติดใจไหมครับ ท่านอาจารย์พิเชียรครับ
มีนิดเดียวครับ คือในส่วนของ กรรมาธิการวิสามัญของกรุงเทพมหานครกระผมยังรู้สึกว่า ๒๑ คน จะน้อยเกินไปนิดหนึ่ง อยากจะขออนุญาตเสนอไว้ ณ ที่นี้เปึนของกรุงเทพมหานครสัก ๒๕ ท่านครับ เพราะว่า เนื่องจากจำนวนผู้ที่สนใจและอยากจะเข้ามาช่วยมีมากจริง ๆ ถ้า ๒๑ ท่านเกรงว่าจะ ไม่เพียงพอ ขออนุญาตเพิ่มอีกเพียงแค่ ๔ ท่านเท่านั้นครับ สำหรับกรุงเทพมหานครครับ
ท่านคณะทำงานครับ
ท่านประธานครับ ผม เจิมศักดิ์ นะครับ คือในหลักการผมไม่ขัดข้องนะครับ เพราะว่ากรุงเทพฯ ค่อนข้างจะคนมากจริง ๆ ผมกําลังคิดอยู่ในใจด้วยซ้ําว่าเราจะแบ่งกรุงเทพฯ เปึนสัก ๒ จังหวัดไหม ผมคิดดัง ๆ นะครับ ผมกำลังคิดอยู่ในใจ พอตอนที่คุณพิเชียรพูด แล้วก็ อยากจะตั้งคำถามเสียเลยว่า ที่ประชุมจะเห็นด้วยกับคุณการุณหรือเปล่าว่าในแต่ละภาค ให้ภาคเขาไปช่วยคิด เพราะว่าในขณะนี้เราใส่ตัวคนได้ ๓๒ ถ้าดูจากหน้านี้ แต่ว่าจะมีอีกหลายจังหวัดที่เรา ยังไม่รู้เลยว่าใครจะเปึนคนไปจัดการ เราจะให้ภาคช่วยคิดหรือเราจะคิดหรือจะมีวิธีการ อย่างหนึ่งอย่างใดในจังหวัด สมมุตินะครับ สมมุติในนี้ไม่มีพัทลุงอย่างนี้ เราจะทำอย่างไร กับพัทลุง เราจะให้ท่าน สสร. ที่มาจากสงขลาที่อยู่ติดพัทลุงหรือว่าติดทั้งซ้าย ทั้งขวา ทั้งหน้า ทั้งหลัง ไปช่วยกันคิด เพราะท่านจะรู้พื้นที่ดีกว่าใครทั้งสิ้นว่าตรงนั้นน่าจะจัดตั้ง กันอย่างไร หรือจะทำกันอย่างไร หรือจะยกให้ภาคไปช่วยคิดอย่างที่คุณการุณเสนอ ผมว่าอันนี้ก็เปึ้นอีกโจทย์หนึ่งเราจะได้ลงมติกันหรือเราจะได้ตกลงกันวันนี้ว่าจะทำอย่างไร ต่อตรงนี้ ท่านประธานช่วยกรุณาตรงนี้ด้วย แล้วผมคิด ดัง ๆ ว่ากรุงเทพฯ จะแบ่งเสียเลย ดีไหมคุณพิเชียร อย่างนี้เปึนต้น
(รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง : เอาเปึนว่าเอาทีละเรื่องนะครับ ตอนนี้ท่านการุณ ขอประทานโทษ ท่านก็ยังค้างอยู่จริง ๆ ประเด็นนี้ ให้ภาครับผิดชอบไปดีไหมครับ ช่วยกันดู เดี๋ยวภาครีบประชุม ประชุมเสร็จตั้ง ประธาน ตั้งเสร็จท่านก็รับผิดชอบ ช่วยจัดในกรรมาธิการ ๗๖ จังหวัดนี้ แล้วคณะทำงานนี้ คงยังต้องอยู่นะครับ เพราะว่าท่านต้องประสานกับทุกภาค เดี๋ยวไม่มีเจ้าภาพนะครับ เดี๋ยวไม่ตรงกัน ต่างคนต่างทำแต่ละภาคมันจะไม่เหมือนกัน ฉะนั้นขอเปึนหลักการได้ไหม ครับว่าแต่ละภาคก็ช่วยจัดสรรหาสมาชิก แล้วก็บุคคลซึ่งจะเปึนกรรมาธิการจังหวัด ในแต่ละภาคนะครับ ประธานภาค คณะกรรมาธิการภาคก็รับผิดชอบไปจะได้ผ่าน ประเด็นนี้ไป ผ่านนะครับ เดี๋ยวเอาภาคจบก่อนนะครับ ภาคจบนะครับ ท่านวีนัส ภาคหรือเปล่าครับ ยังภาคอยู่ เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมขอนิดเดียว ผมขอ เพิ่มลำดับที่ ๓๓ ลำดับที่ ๓๒ ของหนองคาย ขอลำพูนอีก ๑ จังหวัดโดยผมครับ แค่นี้ครับ ท่านประธาน
ขอบพระคุณครับ ภาคจบนะครับ ท่านการุณ
ถ้าหลักการที่ผมเสนอไว้ท่านประธาน รายชื่อที่ว่า เมื่อกี้ ๓๐ - ๔๐ คนที่ว่านี่ต้องพักก่อน
(รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง : พักครับ
ไม่ต้องเติม ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องตัด ไม่ต้องแต่ง เอาหลักการกรรมาธิการ และเอาหลักการอำนาจหน้าที่ ต่อจากนั้นหลักการก็คือมติ มอบหมายให้ภาคนิมนต์ไปทำกัน ไปปรึกษากันว่าจะเอาอย่างไร แล้วแต่ละจังหวัดก็ ไม่จําเปึนต้องเหมือนกันท่านประธาน ทําไมท่านประธานจะมาตัดรองเท้าใส่ตีน ตัดตีน ใส่รองเท้าก็ให้ภาคเขาไปพิจารณากันเองหน่อย ให้เขาให้สติปัญญาของเขาหน่อย พวกผมไปถึงก็โคราช พวกผมจังหวัดมันใหญ่ เอาเปึน ๒ เขต เอาเปึ้น ๓ เขต แทนที่จะ เขตละ ๑๕ คน พวกผมอาจจะจัดเปึนย่อยเปึนเขตละ ๗ คน ๙ คนก็ได้ ก็ให้พวกผมไป ตัดรองเท้าใส่ตีนหน่อยเปึนไร
อย่างที่เรียนนะครับ ผมยังไม่ได้จำกัดอะไรทั้งสิ้น ท่านก็ไปปรึกษาหารือกันว่าจะเอา อย่างไร แต่อย่างที่บอกแล้วว่า หลักแล้วน่าจะจังหวัดเปึนคณะจังหวัดไปก่อนนะครับ นี่ ๗๖ จังหวัดนะครับ หลักการเราอยู่ตรงนี้ ถ้าไปบอกว่าจังหวัดละ ๒ เท่ากับเพิ่มหลักการ นะครับ เดี๋ยวไปนั่งเริ่มต้นกันใหม่อีก เอาหลักการไปก่อนว่าหลักการคณะละ ๑ จังหวัด แล้วส่วนใครจะอยู่ตรงไหนภาคช่วยไปจัดการนะครับ ท่านวิทยาจบไหมครับภาคครับ เอาภาคก่อนนะครับ ภาคจบแล้ว เดี๋ยวครับขออภัย ท่านอาจารย์พิเชียรค้างอยู่เรื่อง กรุงเทพฯ
ท่านประธานครับ เรื่องของ กรุงเทพมหานครผมเห็นด้วยกับท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง นะครับว่าถ้าจะกรุณาก็จะ ขออนุญาตเปึนสัก ๒ คณะก็ยังดี เพื่อที่จะให้ผู้ที่มีความประสงค์อยากจะเข้าร่วม เพราะว่า ตอนนี้มีผู้เสนอความจำนงมา ผมเชื่อว่ามีมากพอสมควร แล้วก็อยากจะให้เขาได้มีโอกาส ทำงานอย่างเต็มที่ครับ ก็ขออนุญาตเฉพาะกรุงเทพมหานครจะเปึ้นสัก ๒ คณะได้ไหมครับ
คืออย่างที่ผมเรียนนะครับ ถ้าท่าน ๒ ท่านการุณก็เอา ๒ นะครับ ผมว่าหลักนี่เรา เอาหลักไปก่อนนะครับ ที่ประชุมจะได้ไม่วน เราเดินไปข้างหน้าเราเดินไป ตอนนี้มาถึงที่ว่า ท่านเสนอว่าจากกรุงเทพฯ ขอเปึน ๒๕ ผมว่าอันนี้มันยังตรงประเด็นใช่ไหมครับ ถ้าไปเพิ่ม จังหวัดเข้าไปอีกมันไปกันใหญ่ ท่านสมาชิกติดใจไหมครับ ท่านอาจารย์พิเชียรขอกรุงเทพฯ เปึน ๒๕ นะครับ แล้วท่านก็ไปแบ่งกันเองแล้วกันนะครับ เปึ้น ๒ กลุ่ม ใครจะไปทางเหนือ ทางใต้ ฝัืงธนบุรี หรือพระนคร อย่างนั้นก็เอา ๒๕ นะครับ กรุงเทพฯ ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านวิทยามีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาต ผมสั้น ๆ นะครับ ๓ ประเด็น ประเด็นแรก คณะกรรมาธิการในส่วนของตัวผมเองนะครับ มี ๔ คณะ ก็ขออนุญาตตัดคณะที่ ๙ ออกนะครับ คณะที่ ๑ คณะที่ ๓ คณะที่ ๖ ยังคงไว้ ถ้าหากว่าผมไม่สะดวก ผมก็จะขอลาออกนะครับ ขอดูก่อน
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของการประชุม ผมเคยเสนอคณะทำงาน แล้วว่า อยากจะขอความกรุณาท่านได้ดูตารางเวลา บางทีอาจจะทำได้ แต่ถ้ามันเกินกว่า ความสามารถจะทำได้ก็จะตัดออก ที่ประชุมก็คงจะเห็นด้วยว่าถ้าหากว่าตัวเองไม่มีเวลา มาประชุมก็คงจะลาออกนะครับ แต่ความอยากจะทำนั่นแน่นอน อยากจะมีส่วนร่วม อยากจะทำงานให้มันคุ้มค่ากับเงินที่สุด
ประเด็นที่ ๓ ที่อาจารย์สนั่นพูดไปเมื่อกี้นี้ว่าอยากให้มีส่วนร่วม หลาย ๆ ฝ์าย คือไม่ต้องรองบประมาณเฉพาะที่สภา หมายความว่าที่ผมดำเนินการ ไปแล้วคือประชุมอำเภอนะครับ ผมก็พิมพ์เอกสารแล้วก็เปึนตัวอย่างเอกสาร แล้วก็ให้ เสนอความคิดเห็นมาว่าใครมีความคิดเห็นอย่างไรในเรื่องประเด็นของรัฐธรรมนูญ ก็อาจจะไม่ต้องเข้าประเด็น ไม่ต้องเข้ามาตราของกฎหมาย ไม่ต้องเข้ามาตราของ รัฐธรรมนูญ แต่ว่าให้เสนอกฎหมาย ให้เสนอความต้องการว่าเราอยากให้เปึ้นอย่างไร ไม่ว่าจะเปึน ส.ส. ส.ว. ทั้งเรื่องการเมือง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องสังคม ก็ได้มา พอสมควรนะครับ ถ้าหากจะเข้าไปสู่ที่ประชุมจังหวัดมันก็มีส่วนหนึ่ง แล้วก็จะมีส่วนของ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านอีก มันก็จะได้มาพอสมควร บางทีเราอาจจะไม่ต้องใช้งบของทาง ราชการที่ให้มันสิ้นเปลืองขนาดนั้นก็ได้ นั่นคือความร่วมมือของทุกฝ์าย ในส่วนนี้ก็ต้อง ขอขอบคุณทางอำเภอโกสุมพิสัย ทางจังหวัดมหาสารคาม ที่ให้ความร่วมมือเปึนอย่างดี นะครับ โดยไม่ได้ถามถึงเงิน ไม่ได้ถามถึงงบประมาณ ผมก็จะนำข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่ทาง อำเภอได้เสนอมานี้ต่อท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณครับ อาจารย์สมคิด เชิญครับ
ท่านประธานครับ เมื่อกี้เห็นมีพูดเรื่องคณะ ๙ ท่านวิทยาขอถอนออกจากคณะ ๙ ผมได้รับเอกสารจากท่าน ท้องใบ ท้องเป้าด์ นะครับ ท่านขอถอนออกจากชุดที่ ๙ เช่นเดียวกันครับ อีกเรื่องหนึ่ง ที่คณะทำงานขออนุญาตหารือท่านประธาน ท่านสมาชิกก็คือว่าตามที่ท่านประธานได้ เรียนว่าคณะทำงานชุดนี้ยังอยู่ต่อนะครับ ก็จะขออนุญาตหารือท่านประธาน และท่านสมาชิกว่าเปึ้นไปได้ไหมว่า คณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ โดยเฉพาะ ๗๖ คณะ ขอความกรุณาภาคต่าง ๆ ช่วยส่งเรื่องให้คณะทำงาน ภายในวันพฤหัสบดีได้ไหมครับ เย็นนะครับ คณะทำงานจะได้ดูเรื่องราวทั้งหมด แล้วก็ดูกันอีกทีหนึ่ง ขออนุญาตเปึน วันพฤหัสบดี เย็นนะครับ
ขอบพระคุณครับ หมดในเรื่องที่เราพิจารณาเกี่ยวกับการตั้งกรรมาธิการนะครับ คณะทำงานไม่มีอะไรแล้วนะครับ ท่านอาจารย์เกริกเกียรติล่ะครับ ไม่มีแล้วครับ เอาเรื่อง ใหม่นะครับ เดี๋ยวเรื่องอื่น ๆ นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องอื่น ๆ ทางคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น ส่วนของภาคกลางนะครับ บอกไว้ก่อนเลยนะครับ ประชุมวันพรุ่งนี้ วันอังคารที่ ๒๓ มกราคม ที่ห้องกรรมาธิการ ห้อง ๒๑๙ ชั้น ๒ อาคาร ๒ คือ ตึกวุฒิสภานะครับ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา นะครับ ส่วนคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ประชุม วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ มกราคม เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุมงบประมาณ ชั้น ๓ อาคาร ๓ อยู่ด้านหลังตึกนี้นะครับ ชั้น ๓ ห้องงบประมาณนะครับ วาระอื่น ๆ มีอะไร ไหมครับ ท่านอาจารย์เกริกเกียรติครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผมเกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม สสร. คือในเรื่องของคณะกรรมาธิการนี่ เราก็มี คณะกรรมาธิการหลายชุดทั้งสามัญและวิสามัญ ผมอยากจะปรึกษาเกี่ยวกับคนที่จะเปึน ประธานกรรมาธิการ ซึ่งในกรณีของกรรมาธิการนี่โดยหลักการก็คือต้องไปเลือกกันเอง ในกรณีที่เปึนวิสามัญนี่ มันก็มีคนภายนอกเปึนจำนวนมาก ถ้าเลือกไปแล้วนี่คนภายนอก อาจจะมาเปึนประธานก็ได้ แต่ทีนี้ผมคิดว่าในเรื่องของความรับผิดชอบในการทำงานนี่ สสร. เรารับผิดชอบเต็มประตู ผมจะขอปรึกษาท่านประธานว่าโดยหลักการนี่ใครที่จะมา เปึ้นประธานกรรมาธิการแต่ละชุดขอให้มาจาก สสร. ส่วนกรรมการอย่างอื่นก็ว่ากันไป ตามระเบียบ แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดก็คือแต่ละชุดต่าง ๆ ออกมานี่มาจาก สสร. แล้วก็ เท่ากับว่าสมาชิก สสร. นี่ถ้าเข้าไปมีส่วนไปรับรู้ในกรรมการต่าง ๆ ก็สามารถที่จะรู้ เรื่องราวต่าง ๆ ความรับผิดชอบทั้งหมดมันอยู่ที่ สสร. ทั้งหมด เพราะฉะนั้นผมเสนอเรื่องนี้ ให้ท่านประธานพิจารณาครับ
ขอบคุณครับ คงจะหลักการเดียวกัน ไม่มีท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่น เอาอย่างอื่นนะครับว่า ประธานแต่ละคณะขอให้เปึ้นท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญช่วยรับผิดชอบเปึนประธาน ท่านอาจารย์หมอธีรวัฒน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ
เดี๋ยวมีอะไรไหมครับ ถ้าไม่มีผมจะขอบคุณท่านคณะทำงาน ท่านคณะทำงานมีอะไรค้าง ไหมครับ เอาตรงนี้ให้จบเผื่อจะตอบ เชิญครับ
ผมกราบขอปรึกษาหารือนิดหนึ่งครับเกี่ยวกับ ชื่อคณะกรรมาธิการ ข้อ ๙ วิสามัญวิชาการตรวจร่างรัฐธรรมนูญ และร่างกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ ครับ คำว่า ตรวจร่างรัฐธรรมนูญ นั้น ผมคิดว่าอยากให้เพิ่ม พิจารณาตรวจร่างรัฐธรรมนูญ ครับ เพราะว่าหน้าที่ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ เปึน พิจารณา ครับ นำวิชาการมาพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย เพราะถ้าคำว่า ตรวจ เฉย ๆ หมายความว่า เหมือนเลขานุการตรวจอักขระตรวจอะไรต่าง ๆ แต่เนื้อหาสาระพิจารณานั้นมันกว้างกว่า ครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณครับอาจารย์หมอครับ คืออย่างนี้ผมกราบเรียนท่านเลยนะครับว่าจริง ๆ มติ มันผ่านไปหมดแล้ว แล้วก็ตรวจถ้าพิจารณา ผมว่าตรวจแล้วก็ต้องพิจารณาเหมือนกัน เดี๋ยวชื่อย่าวไปใหญ่ ขอความกรุณาอย่าไปแก้เลยตอนนี้ มติก็ผ่านไปแล้ว เดี๋ยวท่านอื่น ไม่เห็นด้วยอีก เลยอภิปรายกันอีกรอบหนึ่งอีก อาจารย์สนั่นครับ ท่านเกียรติชัยยกมือก่อน
ท่านประธานครับ ผม เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ สสร. คือเช้านี้ในญัตติที่ว่าด้วยรายงานของคณะกรรมการพิจารณาเสนอ รายชื่อ มีเรื่องพิจารณากรอบอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการด้วย ทีนี้เรายังไม่ได้พูด กันเรื่องกรอบอำนาจหน้าที่ตามที่เสนอมานี่ว่า เราเห็นชอบตามนี้ไหมหรือว่าจะไปตามนี้ ผมไม่แน่ใจว่าบางเรื่องบางอย่างซึ่งขาดไปเราจะเติมในที่นี้ หรือว่าให้ไปประชุม คณะกรรมการแต่ละคณะ แล้วไปปรับปรุงแก้ไขกันในคณะกรรมาธิการกันเอง นั่นเปึน เรื่องหนึ่งที่อยากจะเรียนปรึกษาว่าเราควรจะทำเสียตอนนี้ หรือว่าให้แต่ละ คณะกรรมาธิการไปทำกันเองแก้ไข ยกตัวอย่างเช่นอย่างคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ นี่พูดเน้นย้ำ ที่จริงมีอยู่ในที่อื่นซึ่งควรจะต้องเปลี่ยนด้วยนะครับ ผมว่าเอา เฉพาะเกี่ยวกับประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ที่พูดถึงว่าพิจารณากำหนดวิธีการและรูปแบบ ในการนำสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้ในการนำเสนอข้อมูลอะไรอย่างนี้ มันไม่พอ มันแคบไป ชาวบ้านไม่มีคอมพิวเตอร์หรืออะไรที่จะมารับเน็ต รับอะไรทั้งหมด หรอกครับ อาจจะเติม สื่อมวลชนและ คือพูดถึงเครื่องมือที่จะนํามาใช้ อาจจะว่าเติมอะไร เหล่านี้ มันควรจะเติมตอนนี้เสียเลย เห็นพ้องกันไปเสียตอนนี้ว่ากรอบอำนาจหน้าที่ควรจะ เปึนอย่างนี้ให้มันชัดเจน หรือว่าแต่ละคณะกรรมาธิการควรจะไปพูดกันเอง แก้ไขกันเอง ตอนนั้น อันนี้เรื่องหนึ่ง
เรื่องที่ ๒ ผมเห็นคณะกรรมาธิการต่าง ๆ นัดประชุมกันแล้ว ก็อยากจะ เรียนปรึกษาว่าคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ก็ควรจะต้องตกลงรีบประชุม กันเสีย งานมันจะต้องรีบเดินก่อนใครนะครับขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณครับ เดี๋ยวท่านเลขาฯ ช่วยนัดให้คณะอื่น ๆ ด้วยนะครับ ช่วยแจ้งแต่เนิ่น ๆ เลยนะครับ ส่วนข้อบังคับเอาให้จบเลยครับ อย่าไปต่างคนต่างทำเลยครับ ท่านอาจ่าย์ เจิมศักดิ์ครับ ให้จบเลยครับกรอบการทำงาน เห็นท่านยกมือตอนท่านเกียรติชัยพูด
เรียนท่านประธานครับ ผม เจิมศักดิ์ ท่านประธานครับ ที่ผมยกมือตอนที่ท่านเกียรติชัยพูดนี่กําลังจะมีความเห็น ซึ่งไม่ค่อยตรงกับท่านประธาน ที่บอกว่าเอาให้มันเสร็จวันนี้นะครับ คือผมเกรงว่าถ้าจะทํา ผมก็แล้วแต่ที่ประชุมนะครับ คือก็มี ๒ ทาง ทางหนึ่งก็ทําให้เสร็จเสียเลยวันนี้ก็หยิบมา ทีละคณะแล้วก็มาดู หรือว่าเราจะให้แต่ละคณะไปพิจารณาในคณะของตัวเองเพิ่มเติม แล้วก็เสนอกลับเข้ามา อันนั้นก็เปึนได้๒ทางเพราะว่าผมเองยอมรับว่าผมเปึนคณะทํางาน แล้วก็ได้ดูไปแล้วรอบหนึ่ง ก็คิดว่าตัวเองดูดีที่สุดแล้ว แต่พอมาถึงคณะที่ ๑๓ ผมนั่งดูอีก ที่หนึ่ง ก็นั่งถามตัวเองว่าน่าจะกำหนดไหมว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ควรที่ จะต้อง จากข้อ ๒ บอกว่าจะต้องดำเนินการประสานกับกรรมาธิการสามัญ และคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกคณะ อันนี้คือประสานกับ กรรมาธิการ แต่ทั้งสภาควรจะกําหนดไหม นี่ผมกําลังนึกในใจ เพราะถ้าเขาบอกว่าเขา ประสาน เข้าประสานโดยที่ไม่ต้องมาประชุมที่จะมาฟังจากพวกเรา อันนี้ก็เปึนความ บกพร่องที่ตอนที่ผมอยู่ในคณะทำงานก็ไม่ทันได้ดู แต่เมื่อกี้พอท่านเกียรติชัยถามขึ้นมาก็ เลยนั่งรีบอ่าน โดยเฉพาะกรรมาธิการที่เราคิดว่าสําคัญก็รีบอ่าน แล้วก็พบว่ามันจะต้องมี การแก้ไขไหม ก็เลยฉุกคิดว่าถ้าอย่างนั้น ถ้าเราจะไปดูกันให้รอบคอบ แล้วก็มาดูกันอีก สักครั้งหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันเราได้แล้วตัวคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการก็ไป ทำงานไปเรื่อย ไปทำงานไปได้ อย่างน้อยภายใต้กรอบนี้ไปก่อน แล้วก็จะแก้ไขเพิ่มเติม อะไรก็มา อย่างนั้น จะดีไหม ขอบพระคุณครับท่านประธาน
อาจารย์สนั่น เชิญครับ
ท่านประธานครับ ที่จริงข้ามไปหลายคนแล้ว ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ คือมันเกี่ยวพันกับอาจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม นะครับ คืออย่างนี้ ที่อาจารย์เกริกเกียรติเสนอแนวคิดมาว่าคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญนั้นประธานควรจะเปึน สสร. อันนี้เปึ้นเรื่องที่ถูกต้อง ทีนี้ผมมีความสงสัยว่า อาจารย์เกริกเกียรติ หมายถึงว่า สสร. ขณะนี้มี ๒๕ คน ตามความหมายของเขา หรือ ๓๕ คน ถ้าเผื่อ ๓๕ คน ที่อาจารย์เกริกเกียรติเสนอมาก็ไม่มีความหมายอะไร ผมอยากจะ เรียนถามย้ำว่าอาจารย์เกริกเกียรติ หมายถึงใครครับ หมายถึง ๒๕ หรือ ๓๕ ครับ ขอบคุณครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ที่ผมเสนอนี่เสนอเปึนหลักการว่ากรรมาธิการทุกชุดของเรา คนที่เปึนประธานควรจะมา จาก สสร. ไม่ได้หมายถึง ๓๕ คน ถ้า ๓๕ คนมันเจาะจงเกินไป ผมว่าเอาหลักการก่อน ทุกชุดนี่เรามี ๑๐ กว่าชุดใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นคนที่จะมานั่งเปึ้นประธานแต่ละชุดนี่ ควรจะมาจาก สสร. เพราะว่าการทำงาน สสร. เรารับผิดชอบเต็มประตูเลย ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ คือเดี๋ยวทำความเข้าใจก็ดีครับ อาจารย์สนั่นพูดก็ดี คือตอนนี้เรากำลัง พิจารณา ๑๒ คณะนะครับ ยกร่างฯ นั้นจบไปแล้ว ๑๒ คณะ กับ ๗๖ จังหวัดนะครับ
พอดีมีสมาชิกมาถามผมว่าแล้วคนที่เสนอมา อีก ๑๐ ท่านนั้นคือ สสร. หรือเปล่า ถ้าใช่ก็มีสิทธิที่จะมาเปึนประธานนี้ได้ด้วย ใช่ไหมครับ
เฉพาะประธานนี่นะครับ แต่ทีนี้ถ้าบางจังหวัดไม่มีจริง ๆ อย่างที่กราบเรียนครับ ก็ใช้หลัก คํานึงถึง แต่ส่วนยกร่างฯ เดี๋ยวท่านไปพิจารณากันเองนะครับ เรากําลังพิจารณาในส่วน ๑ ถึง ๑๒ นะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล นะครับ
ศักดิ์ชัย ครับ เชิญครับ
ผม สสร. นะครับ ผมขอเสนอว่าผมเห็นด้วยกับ อาจารย์เกริกเกียรติ ในเรื่องของประธานกรรมาธิการวิสามัญซึ่งควรจะเปึน แต่ที่อยากจะ เสนอเพิ่มก็คือว่าในตำแหน่งเลขาฯ ของคณะกรรมาธิการก็ควรจะเปึน สสร. ด้วย เพราะว่าตําแหน่งประธานและเลขาฯ นั้นจะต้องทํางานควบคู่กันไป ซึ่งแกะกันไม่ออก นะครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะเสนอก็คือว่าในส่วน ๗๖ จังหวัดนั้น แน่นอนครับ เราไม่มี สสร. ประจำทุกจังหวัด หลายจังหวัดเราขาดอยู่ ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านประธานก็ได้ กรุณาพูดไปแล้วนะครับว่าคงจะใช้การพิจารณาเปึนขั้นตอนต่อไป
ประเด็นที่ ๓ ที่ผมอยากจะกราบเรียนและเรียนเสนอก็คือว่าเปึ้นเรื่องที่เรา คุยกันตั้งแต่คุยกันนอกรอบ แล้วก็มาจนกระทั่งมีการประชุมเลือกกรรมาธิการยกร่างฯ แล้วก็มาถึงวันนี้ ผมขอนิดเดียวครับ เพื่อที่จะไม่ลืมก็คือว่าในฐานะที่เราเปึ้นสมาชิกสภา ร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมด จํานวน ๑๐๐ คน เราได้พูดกันถึงกรอบในการที่จะยกร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ แต่ว่าวันนี้เราก็ยังไม่มีโอกาสได้พูดกัน ผมติงไว้นิดหนึ่งนะครับกัน ลืม หรือว่าอาจจะเปึนการบรรจุในวาระการประชุมในคราวต่อไป เพราะว่าสิ่งที่สำคัญ ที่สุดก็คือ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๑๐๐ คน จะต้องเข้าใจกรอบและทิศทางที่เราจะ ร่างรัฐธรรมนูญ ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณครับ อาจารย์พิเชียร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานนะครับ กระผม พิเชียร คือเมื่อสักครู่ที่ท่านอาจารย์เกริกเกียรติได้กรุณาเสนอแนวความคิดว่าในการเปึน ประธานกรรมาธิการนั้นน่าที่จะเปึนสมาชิก สสร. อันนี้ก็ผมอยากให้ทําความเข้าใจ ให้ชัดเจนว่าเปึนเฉพาะ ๑ ถึง ๑๒ หรือว่ารวมถึงกรรมาธิการยกร่างฯ ด้วย เพราะว่าตรงนี้ ก็มีความสําคัญนะครับ จะได้เข้าใจตรงกัน ซึ่งตรงนี้ผมก็อยากจะให้ชัดเจนนะครับ เพราะว่าในส่วนของกรรมาธิการยกร่างฯ นั้นมีบุคคลภายนอกมาอีก ๑๐ ท่าน ถ้าเผื่อว่า กรอบนี้เราวางไปแล้วก็เท่ากับว่าบุคคลอีก ๑๐ ท่านนั้น จะไม่มีโอกาสมาเปึ้นประธาน กรรมาธิการยกร่างฯ เลย ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าเปึนเรื่องที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งนะครับ
ขอบพระคุณครับ ชัด ๆ นะครับ คือในส่วนของวาระการประชุมเราจัดวาระไว้ ๔ วาระ วันนี้ เรื่องที่ ๑ คือ แจ้งที่ประชุมเพื่อทราบ เรื่องที่ ๒ เรื่องการตั้งกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญ อันนั้นจบไปแล้ว ขณะที่เราพิจารณาอยู่นี้เปึ้นเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการ สามัญและวิสามัญ แล้วก็เราเข้าเรื่องอื่น ๆ เรื่องที่ ๔ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราพิจารณา เมื่อสักครู่นี้ก็เปึ้นเรื่องของการตั้งกรรมาธิการสามัญและวิสามัญ เพราะว่าในจังหวัด จะมีสมาชิกอยู่น้อย แล้วก็มีกรรมาธิการสามัญ วิสามัญ เฉพาะวิสามัญนี่ ๑ ถึง ๑๒ คณะ คนนอกเข้ามามาก ท่านอาจารย์เกริกเกียรติก็ห่วง เพราะฉะนั้นที่เราพิจารณาเราก็ต้อง พิจารณาตามวาระ วาระนี่เราอยู่ในเรื่องการตั้งกรรมาธิการสามัญและวิสามัญ ชัดเจน นะครับ ไม่เกี่ยวกับยกร่างรัฐธรรมนูญนะครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าท่านอาจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ได้รอจนกระทั่งหมดวาระการประชุม แล้วท่านประธานก็ถามว่าหมดวาระเรื่องนี้ ไปเรียบร้อยแล้วใช่ไหม เข้าสู่วาระอื่น ๆ ท่านอาจารย์เกริกเกียรติก็เลยยกมือเสนอ ผมจำได้ว่าท่านประธานถามว่า เราเข้าสู่วาระอื่น ๆ ท่านอาจารย์เกริกเกียรติ เสนอเปึนหลักการว่า ตัวประธานกรรมาธิการทุกชุด สมควรที่จะเปึนสมาชิกสภา ร่างรัฐธรรมนูญที่จะเปึ้นประธาน เราจะเห็นด้วยกับท่านก็เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับท่าน ก็ไม่เห็นด้วย อันนั้นก็ต้องถกเถียงกันไป ส่วนที่จะถามว่าถ้าอย่างนั้นกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญที่มีบุคคลภายนอก แต่ว่าไปเรียกว่า กรรมาธิการสามัญ ท่านสังเกตดูไหมครับ ที่พิมพ์มานี่ชุดที่ ๑๓ เรียกว่ากรรมาธิการสามัญ แต่ว่ามี บุคคลภายนอก สสร .อะไรก็ตามที่ทําตามรัฐธรรมนูญถือว่าถูกก็แล้วกัน เมื่อรัฐธรรมนูญ มันเขียนว่าให้เรียกว่า สามัญ ก็เรียกว่า สามัญ ไม่ต้องเรียกว่า วิ .ก็ไม่ต้องใส่ วิ .อันนี้ ผมก็ไม่ว่าอะไร แต่ที่อาจารย์เกริกเกียรติเสนอคือเสนอในหลักการ โดยไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเรียกกรรมาธิการสามัญ หรือจะเรียกว่า วิสามัญ หรือจะเรียกว่ากรรมาธิการเฉย ๆ ก็ขอให้เปึนความรับผิดชอบของสภาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อถือว่าเปึนความรับผิดชอบของ สภาร่างรัฐธรรมนูญ สภาร่างรัฐธรรมนูญก็จะต้องมีมติเปึนอย่างหนึ่งอย่างใดว่า ตัวประธานนั้นสมควรที่จะให้เปึนแต่เฉพาะ สสร .หรือสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เปึ้นประธานหรือไม่ ส่วนถ้าที่ประชุมนี้อยากจะเลือกปฏิบัติ ก็บอกว่ารับของอาจารย์ เกริกเกียรติ ยกเว้นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็พูดกันเสียให้มันชัด ให้ประชาชน เขาได้รู้ไปว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้มีมาตรฐาน ๒ ชั้น คือชั้นที่ ๑ บอกว่าในหลักการ แล้วเห็นด้วยกับอาจารย์เกริกเกียรติเสนอว่าประธานกรรมาธิการทุกชุดที่ถือว่าเปึนตัวแทน ของสภาร่างรัฐธรรมนูญต้องเปึน สสร .เท่านั้น ยกเว้นมีอีกมาตรฐานหนึ่งซ้อน สภายกร่างฯ ก็แล้วแต่ ว่าเขาจะไปตกลงกันจะเปึนใครก็ได้ ผมว่ามันจะได้จารึกชัด ๆ ไปเลยว่าใครเห็นอย่างไร ผมเองเปึนคนทําอะไรตรงไปตรงมา ผมยังไม่ได้บอกว่าผมเห็น อย่างไร แต่ว่าผมคิดว่าเราทําเสียให้มันตรง แล้วก็โหวตกันเสียให้จารึกไปเลยว่าใครเห็น ว่าอย่างไร มีการตรวจสอบได้ ใช้เครื่องโหวต ผมว่าอย่างที่เราตกลงกันแล้วชัดเจน ประเด็นของผมเปึนอย่างนี้นะครับ ขอบพระคุณครับ
(: ครับ เพื่อให้มันไม่มีปัญหานะครับ ท่านอาจารย์เกริกเกียรติ ที่ท่านเสนอสักครู่นี้ สร้างความชัดเจนว่าอย่างไรกันแน่ครับ ช่วยตอบที่ประชุมด้วยครับ
เรียนท่านประธาน ที่ผมเสนอ ก็คือเสนอเปึนหลักการว่าประธานกรรมาธิการทุกชุดควรมาจาก สสร .คือสมาชิก ๑๐๐ คนของเรา จะเปึนใครก็ได้ อันนี้โดยหลักการ
(: แล้วทุกชุดนี่รวมยกร่างรัฐธรรมนูญด้วยไหมครับ
รวมด้วยครับ
(: ขอบคุณครับ ท่านเสริมเกียรติใช่ไหมครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน และท่านสมาชิก สสร .ผู้ทรงเกียรติ กระผมต้องขอบคุณอาจารย์เกริกเกียรติ และอาจารย์เจิมศักดิ์ที่ได้เสนอ ต่อที่ประชุมให้ชัดเจนว่ากรรมาธิการทุกชุด การเลือกประธานนั้นจะต้องเปึน สสร .ซึ่งผม เห็นว่าเปึนเรื่องถูกต้อง ทั้งนี้เพราะว่ากรรมาธิการทุกชุด รวมทั้งกรรมาธิการยกร่างฯ นั้น สสร .ของเราทุกชุดล้วนแต่มีบุคคลซึ่งมีคุณค่า มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ เหมาะสมที่จะเปึนประธานได้ทุกชุดเลย และเหตุผลอีกอันหนึ่งที่ท่านอาจารย์เกริกเกียรติ ได้นําเสนอก็คือว่า เวลาเกิดมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ากรรมาธิการแต่ละชุดทำงานดีหรือไม่ดี นั้น ตัวประธานจะต้องรับผิดชอบเต็ม ๆ มากกว่า นอกจากนั้นประธานกรรมาธิการ หลายชุด ก็จะต้องไปเปึนกรรมาธิการชุดสุดท้าย ชุดกิจการงานของสภา ตรงนี้ถ้าหากว่า เอาคนที่ไม่ใช่เปึน สสร .มาเปึนประธาน การไปทำงานชุดสุดท้ายนี้กิจการสภานี่ก็คงจะ ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ผมจึงคิดว่าในกรณีที่เกิดประเด็นนี้ขึ้นมานี่ เพื่อไม่ให้ที่ประชุม เสียเวลา หากสมาชิกท่านใดที่เห็นชอบด้วยกับท่านอาจารย์เกริกเกียรติ และผม และอีกหลายท่านว่าประธานกรรมาธิการทุกชุด รวมทั้งชุดยกร่างฯ ควรจะเปึน สสร. ก็คง ไม่ต้องอภิปราย คงจะต้องอภิปรายเฉพาะคนที่ไม่เห็นด้วย ถ้าหากว่าทุกคน เห็นด้วย ก็ไม่ต้องเสียเวลาสภาครับ
ขอบพระคุณครับ คือที่แรกที่ผมเข้าใจแบบนี้ก็โดยเข้าใจว่าเรากำลังอยู่ในวาระ ๑๒ คณะ เพราะว่าถามทางท่านกรรมาธิการ คณะทำงานคือชุดนี้ท่านทำแค่ ๑ – ๑๒ นะครับ และบอกว่าท่านมีอะไรจะตอบกับสมาชิกก็อย่าเพิ่งลง ตอนแรกผมจะขอบคุณ ท่านบอก เดี๋ยวเผื่อสมาชิกตอบนะครับ ก็เข้าใจว่าสิ่งที่เรากำลังจะตอบวันนี้ก็คืออยู่ในชุด ๑๒ ที่ท่าน กําลังทําหน้าที่อยู่นะครับ เพราะว่าที่เราทํา ไม่ได้รวมยกร่างฯ นะครับ ก็เข้าใจเปึ้นแบบนั้น ซึ่งในส่วนตัวแล้วไม่ขัดข้องนะครับ อย่างไรก็สุดแต่ที่ประชุมนะครับ ก็อยากทําความเข้าใจ ให้ตรงกันนะครับว่าที่ตัดสินตอนแรกก็เพราะว่าชุดนี้นั่งอยู่ เพราะว่าจะตอบในคณะ ๑ – ๑๒ นะครับ ถ้าหากว่าเห็นลักษณะอย่างนี้นะครับ ท่านอาจารย์เกริกเกียรติก็เสนอ มาแล้ว ท่านสมาชิกท่านอื่นมีความเห็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าหากว่าไม่เห็นอย่างอื่นก็จะได้ ถือหลักการเดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้นเวลาท่านไปเลือกกรรมาธิการยกร่างฯ ประธาน ยกร่างฯ ๒๕ ท่านของ สสร. ท่านต้องรับผิดชอบ ในการลงมตินะครับ ถือว่าเปึ้นมติสภา นะครับ ไม่เห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ เชิญท่านการุณ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ ครับ คือเราไป บังคับ ๒๕ คนไม่ได้ ต้องมีมาตรการไว้นิดหน่อยดีไหม เพราะอย่างไร ๒๕ มันชนะ ๑๐ อยู่แล้ว แต่เราก็ตรวจสอบไม่ได้อีกว่า ๒๕ นั้นแต่ละคนก็มาเถียงกัน ผมลงแล้ว ผมลงคะแนนแล้ว ผมลงรับ นี่วิธีการเลือกแบบนี้ใช่ไหมครับ มีมาตรการสักหน่อยไหมว่า ถ้า ๒๕ คนลงคะแนนแล้วแพ้ เอาไม้เรียวตีก้นที่ไหนครับท่านประธาน
ท่านจะเสนออะไรครับ ท่านการุณ ครับ เสนอเลยครับ
ผมคิดมาตรการไม่ออก ผมเลยคิดมาตรการไม้เรียว ตีก้น เพราะลงโทษท่านไม่ได้ จะไล่ออกจากสมาชิกสภาร่างฯ ก็ไล่ไม่ได้ จะลงโทษจับกุม คุมขัง ไปลงโทษทางอาญาก็ไม่ได้ จะปรับไหมทางแพ่งก็ไม่ได้ ถ้าท่านผู้ใดมีมาตรการ วิธีการอื่นช่วยเสนอหน่อย ผมคิดได้อยู่แค่นี้ เอาไม้เรียวหวดก้นตอนมาเซ็นชื่อหลังจาก โหวตแพ้ ๒๕ ๓๕ ที่ว่านั้น
ท่านเสริมเกียรติ ครับ
ขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ ขอบคุณ สมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ มาตรการที่ว่าการเลือกประธานกรรมาธิการทุกชุด รวมทั้ง ชุดยกร่างฯ นั้นคงจะไม่ต้องเปึนมาตรการหรอก เพราะเมื่อกี้ท่านประธานบอกว่าเปึนมติ ของที่ประชุม สสร. แล้ว เมื่อเปึนมติที่ประชุม สสร. ว่าการที่จะเปึนประธานต้องเปึน สสร. หากมีการเสนอชื่อเลือกประธาน ก็เมื่อมีมติว่าต้องเปึน สสร. เท่านั้น ถ้าเกิดเสนอชื่อคนที่ ไม่ใช่ สสร. คนนั้นก็ต้องถูกว่าเสนอไม่ได้ครับ คงจะไม่มีทางที่จะเลือกคนอื่นเปึนประธาน ครับ ต้องเปึน สสร. เท่านั้นครับ เพราะว่าเปึนมติ มตินี้บันทึกไว้แล้ว แล้วเวลาไปเลือก ประธานกรรมาธิการแต่ละชุดก็ต้องใช้มตินี้ ขอบคุณมากครับ
ใครมีมาตรการอื่นไหมครับ เชิญครับ
มีอีกอันหนึ่งท่านประธานครับ ถ้าเกิดปรากฏเข้าไป นั่งประชุม ๓๕ คนเพียบ พวกเรา ๒๕ พวกโน้น ๑๐ ปรากฏเสนอชื่อนาย ก ข ฮ ๒๕ คน ไม่มีใครรับเปึ้นประธานเลยสักคน ทุกคนถอน ๆ แต่ละคนเลยไม่รู้จะเลือกใคร ๒๕ คน พวกเรายิ้มซ้ายยิ้มขวากันเลยบอกว่าไม่รู้ไม่ทราบว่าจะเลือกใครเพราะไม่มีพวกเรา ๒๕ คนเลย จึงจำเปึนต้องเลือกพวก ๑๐ จะลงโทษอย่างไร
คือผมว่าท่านอย่าไปคิดแทนกรรมาธิการเลยนะครับ เพราะกรรมาธิการท่านต้อง รับผิดชอบอยู่แล้ว ถ้าท่านไม่เลือกก็เท่ากับว่าท่านไม่ทำหน้าที่ เมื่อไม่ทำหน้าที่ ที่ประชุม แห่งนี้ก็มีกรรมาธิการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อสภามีมติให้พ้นจากตำแหน่ง ท่านก็มีมาตรการ อยู่แล้วนะครับ ท่านอย่าไปกังวลเลยครับ ส่วนสมาชิกนี่ผมว่าอย่างนี้ดีกว่าเพื่อให้มี ความชัดเจนนะครับ ถ้าหากว่ากรรมาธิการที่ได้รับเลือกมาไม่ใช่สมาชิก ท่านก็ต้องมีมติให้เขาพื้นจากตำแหน่ง ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๕ พูดถึงมาตรการนะครับ ถ้าเราจะห้ามาตรการกัน แต่ผมก็ไม่แน่ใจ ว่าเห็นเหมือนกันทุกท่านไหม เอาเปึนว่าเรารับผิดชอบร่วมกันนะครับ ถ้าเห็นด้วยกับท่าน อาจารย์เกริกเกียรตินี่นะครับ ที่พูดถึงนี้ยกร่างฯ อย่างเดียวใช่ไหมครับ คณะอื่นนี้ไม่ติดใจ ใช่ไหมครับ ก็ถือเอาประธานน่ะล่ะ ใช่ไหมครับ ท่านอาจารย์เกริกเกียรติครับ ผมจะให้ท่าน กดลงคะแนนยืนยันเลยนะครับ ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ท่านอาจารย์เกริกเกียรติ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ที่ท่านประธานเสนอถึงขั้นใช้มาตรการอะไรนั้น ผมคิดว่าคงไม่ต้อง ในชั้นนี้ก็คือผมเสนอ เปึ้นหลักการ สมาชิกทุกคนมีเกียรติในตัวของตัวเอง เมื่อท่านประธานบอกว่านี่เปึนมติ เพราะฉะนั้นทุกคนที่เปึนสมาชิก สสร. ก็ต้องรับมติอันนี้ จะออกมาอย่างไรนี่ก็เปึนเรื่องของ แต่ละคน ผมคิดว่าไม่ต้องไปพูดถึงมาตรการในชั้นนี้ ทุกคนมีเกียรติครับ ขอบคุณครับ
ท่านไม่เห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ ท่านสุนทรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ความจริงไม่น่าจะยืดเยื้อกัน ถึงขนาดนี้เลย ผมมองเห็นบรรยากาศของความสะพรึงกลัวเข้ามาครอบคลุมสภาแห่งนี้ ผมไม่เข้าใจว่า ขอประทานโทษที่จะต้องติงท่านประธานนิดหน่อยว่าพูดอ้อมค้อม เรื่องที่ จบไปแล้วก็ถามย้ำ ถามซ้ำ ถามซากอยู่นั่นล่ะ ความจริงเรื่องมันจบไปแล้ว ตกลงกันแล้ว และผมก็ว่ามาตรการต่าง ๆ มันสำคัญอยู่ที่ผมจะเรียกร้องจิตสำนึกและเกียรติยศของ สมาชิกสภาร่างฯ แห่งนี้ จริงอยู่ครับสภาร่างฯ แห่งนี้กำเนิดขึ้นโดยคณะมนตรีความมั่นคง แห่งชาติ ร่วมกับผู้ที่ตั้งใจเสียสละเพื่อบ้านเพื่อเมืองเข้ามาร่วมกัน เพื่อสร้างรัฐธรรมนูญ ปกครองประเทศชาติ แต่ในคณะของกรรมาธิการยกร่างฯ นี้ ดูเปึนปัญหาที่ ๒ – ๓ ท่าน ไม่กล้าที่จะแตะต้องเลย ผมอยากจะกราบเรียนว่านอกจาก ๒๕ คนต่อ ๑๐ คนแล้ว และคะแนนเสียงของสภาแห่งนี้ที่เลือกกันเข้ามาตั้ง ๘๐ – ๙๐ เสียง ท่านจะแพ้คะแนน ของส่วนที่ไม่ได้อยู่สภานี้ได้อย่างไร ผมว่าถ้าเราคํานึงถึงศักดิ์ศรีด้วยสักนิด รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ก็จะแข็งแกร่ง เปึ้นที่พึ่งที่อุ่นใจของประชาชนได้ ขอบคุณครับ
อย่างนั้นจบแล้วครับ ก็ถือว่าที่ประชุมคณะกรรมาธิการไปประชุมตามที่ทางฝ์ายเลขาฯ จะกำหนดนะครับ คณะทำงานมีอะไรอีกไหมครับ ไม่มีนะครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขอให้ท่านช่วยแจ้งที่ประชุมอีกครั้ง เกี่ยวกับส่งแบบสำรวจเรื่องการจัดสัมมนาของสถาบันพระปกเกล้า ที่ได้แจกตอนช่วงเช้า นะครับ แล้วก็ขอส่งที่หน้าห้องประชุมสภาหลังเลิกประชุมนะครับ
ส่วนเรื่องกรรมาธิการแต่ละคณะจะเริ่มประชุมวันพฤหัสบดีกับวันศุกร์ เดี๋ยวจะแจ้งให้ทราบอีกทีหนึ่ง เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา พร้อมกัน แจ้งแล้วนะครับ ภาคใต้ ขอประชุมหลังเลิกประชุมที่ห้อง ๔ นะครับ
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องกรอบแนวคิดการร่างรัฐธรรมนูญจะมีการ ประชุมหรือไม่ ความคิดเห็นตอนนี้ยังหลากหลายนะครับ ว่าจะพิจารณา จริง ๆ ท่านประธานได้กำหนดวันนัดประชุมไว้ในวันจันทร์หน้า เรื่องกรอบแนวคิดที่จะต้อง อภิปรายกัน ของท่านสมาชิกที่เสนอไว้ ก็มีบางท่านบอกอยากจะประชุมเย็นนี้บ้าง พรุ่งนี้บ้าง หรือวันจันทร์บ้าง เชิญท่านอาจารย์ พิเชียรครับ
กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิก ที่เคารพนะครับ กระผม พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ กระผมคิดว่าเรื่องนี้เปึ้นเรื่องใหญ่มาก แล้วก็เปึ้นเรื่องที่สําคัญ อาจจะกล่าวได้ว่าสําคัญที่สุดในสภาวการณ์ขณะนี้ แล้วก็ผมคิด ว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่อยากจะให้ทุกคนได้ทำการบ้านมาให้ดีว่าเราจะวางแนวทางเปึน เขาเรียกว่า คอนเซปชวล ดีไซน์ (Conceptual design) หรือว่าเปึนแนวทางที่เราจะเปึน กรอบที่สําคัญของการร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ดังนั้นกระผมจึงอยากจะให้ทุกท่านได้มี โอกาสทําการบ้านให้ดี แล้วก็เตรียมการมาว่าสาระสําคัญที่ท่านทั้งหลายอยากจะเห็น รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รวมทั้งแนวทางของรัฐธรรมนูญที่จะออกมานั้นจะเปึนอย่างไร ก็น่าจะมีเวลาให้พวกเราได้เตรียมข้อมูล แล้วก็เตรียมประเด็นที่สำคัญ ๆ ที่แต่ละท่าน อยากจะมาพูด ผมอยากจะเสนอท่านประธานว่า จะมีทางเปึนอย่างไร จะเปึน วันจันทร์หน้าวันที่ ๒๙ จะช้าไปไหม หรือว่าจะเร็วกว่านั้น ซึ่งตรงนี้ก็อยากจะให้ที่ประชุม ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น และก็ส่วนตัวกระผมเองนั้นเห็นว่าที่ประชุมนี้น่าจะวาง กรอบและก็แนวทางในการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเปึนแนวทางให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ทั้ง ๓๕ ท่าน ได้นําไปเปึนแนวทางในการปฏิบัติ ก็ขออนุญาตเรียนที่ประชุมแห่งนี้ครับ
แล้วท่านจะเสนอวันไหนครับ
ผมอยากจะเสนอว่าถ้าก่อนวันจันทร์ที่ ๒๙ ได้ถ้าเปึนวันศุกร์ได้ก็วันศุกร์เลยก็ได้ครับ วันศุกร์ช่วงเช้า
ท่านเสนอวันศุกร์นะครับ อย่างนั้นเดี๋ยวท่านดูก่อน
ครับ
ท่านวุฒิชาติครับ
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม วุฒิชาติ กัลยาณมิตร สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ผมพลิกดู ในระเบียบวาระการประชุมที่มีหนังสือจากท่านประธานคณะมนตรีความมั่นคงฯ ลงวันที่ ๑๙ มกราคม เท่ากับว่าวันศุกร์ที่แจ้งผู้ทรงคุณวุฒิมาอีก ๑๐ ท่าน แล้ววันนี้เราประชุมกัน ในวันจันทร์ที่ ๒๒ จริง ๆ ผมอยากเสนออย่างนี้ว่าน่าจะให้คณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญในส่วนของเรา ๒๕ ท่าน แล้วก็ส่วนที่เปึ้นผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๑๐ ท่าน ได้ประชุม และก็ไปกำหนดกรอบ แล้วก็ร่างตุ๊กตามาให้พวกเราดูในวันจันทร์ แล้วบรรจุอยู่ในระเบียบ วาระการประชุมเสีย แล้วก็ส่งให้พวกเราแต่เนิ่น ๆ ที่จะได้ดู เพราะผมเชื่อว่าพวกเราคงมี แนวคิดในเรื่องของหลักเกณฑ์หลักการในเรื่องของตัวรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว และก็มาแถลง ต่อสภา ใครมีความเห็นอย่างไร ใครมีคอมเมนท์ (Comment) อย่างไร เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ ต้องทำเร็วก็จริง แต่เปึนเรื่องที่ต้องละเอียดอ่อนพอสมควร เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าถ้าดูจาก ตรงนี้วันที่ ๑๙ นั่นคือวันศุกร์ ติดเสาร์ อาทิตย์ วันที่ ๒๐ วันที่ ๒๑ แล้ววันนี้เราประชุม วันที่ ๒๒ ถ้าประชุมเร็วไปพวกเราจะมีเวลาดูในเรื่องพวกนี้หรือเปล่า เพราะฉะนั้นผมว่า ถ้าความเหมาะสมผมขอเสนอว่าควรจะเปึนในวันจันทร์ที่ ๒๙ คือให้ทางกรรมาธิการ ทั้งชุด ๓๕ ท่าน ได้พูดคุยกันก่อน แล้วก็ไปตกลงกัน ไปเลือกประธานอะไรให้เรียบร้อยเสีย ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านอาจารย์เจิมศักด์ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม เจิมศักดิ์ สมาชิก ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสิ่งที่เรากำลังอยากจะแสดงความเห็น เพื่อกําหนดกรอบของการร่างรัฐธรรมนูญหรือกําหนดปัญหากว้าง ๆ ไม่ได้ลงรายละเอียด เพื่อให้กรรมาธิการยกร่างฯ ได้นำไปใคร่ครวญ แล้วก็นำไปพิจารณาในการที่จะไป ยกร่างฯ แรก ผมคิดว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง บัดนี้เราก็ได้คนครบแล้วทั้ง ๓๕ คน คงเปลี่ยนแปลงไปไม่ได้อยู่แล้วทั้ง ๓๕ คน ไม่ว่าเขาจะประชุมวันพฤหัสบดีหรือไม่ก็ตาม ๓๕ คนนี้มีชื่อชัดเจน แล้วก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ยกเว้นเขาจะลาออก แต่เมื่อไม่เปลี่ยนแปลงนี่ ผมก็มองไม่เห็นว่า เราทําไมจะต้องรอให้เขาประชุมก่อน เพราะว่าสิ่งที่เรากำลังเสนอนี่เราเปึนแต่เพียงแค่เสนอกรอบแนวคิด แล้วผมกับคุณการุณ ก็อาจจะเสนอต่างกัน ผมกับคนอื่น คุณเสริมศักดิ์ก็เสนอต่างกันได้ เหมือนกันบ้าง ต่างกัน บ้าง เพราะฉะนั้นมันก็เปึนแนวที่เขาจะค่อย ๆ ฟังด้วยเหตุด้วยผล ไม่จำเปึนว่าจะต้องเอา เสียงข้างมากเปึนอย่างไร แต่ว่าใช้ปัญญาแล้วก็ใช้เหตุใช้ผลไปใคร่ครวญ ผมคิดว่า การกระทํานี่จะต้องทําบ่อยและจะต้องทําเร็วที่สุดเท่าที่จะทําได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า วันพรุ่งนี้ก็น่าจะกระทำได้ ท่านประธานก็จำได้ว่า ผมเองก็ได้ประสานกับท่านประธาน นรนิติตั้งแต่วันที่ผมมาประชุมคณะทำงานเมื่อวันศุกร์ ท่านประธานนรนิติก็บอกว่า วันจันทร์นี่คงจะได้ตัวหมดแล้ว เพราะฉะนั้นเปึนไปได้ว่าวันอังคาร ที่ผมนึกถึงวันพรุ่งนี้ ก็เพราะว่าเพื่อน สสร. ของเราเดินทางมาจากต่างจังหวัดแล้วก็เตรียมที่จะมีการประชุม กรรมาธิการที่เราเพิ่งตกลงกันไปวันนี้ เพราะฉะนั้นจะได้ไม่ต้องเดินทางกลับ และพรุ่งนี้ ก็ทํากันเสียจะเปึนเช้าก็ได้ บ่ายก็ได้ แล้วก็ไม่ใช่ทํากันครั้งเดียวท่านประธาน คนตั้ง ๑๐๐ คน พูดคนละ ๑๕ นาที เวลาอภิปรายอย่างนั้นมันต้องอภิปรายยาวพอสมควร อย่างน้อย ๆ ก็ต้องประมาณ ๑๕ นาที ที่จะบอกว่าในกรอบเรื่องสิทธิเสรีภาพของ ประชาชนเดิมนี่ร่างไว้ดีในป้ ๒๕๔๐ แต่พอไปกำหนดเงื่อนไขว่า ไปตามกฎหมายลูก พอกฎหมายลูกไม่มีสิทธิเสรีภาพเลย ขาดไปอย่างไร เพราะฉะนั้นคราวใหม่นั้นอย่าไป กำหนดได้ไหมกฎหมายลูก อย่างนี้เปึนต้น พูดกันกว้าง ๆ ใหญ่ ๆ ไม่ต้องลงรายละเอียด แล้วก็จะต้องมีทั้งหมวดสิทธิเสรีภาพก็ดี หมวดตรวจสอบอํานาจรัฐก็ดี หมวดเรื่องอะไร ต่อมิอะไรก็ตาม มันมีหลายหมวดที่จะต้องพูดกัน ผมจะไม่พูดในวันนี้ แต่ถ้าเราพูดกันเสีย วันพรุ่งนี้อย่างไรก็ตาม ๑๐๐ คน พูดได้ไม่ได้จบหรอกครับ เราก็คงจะต้องมีอีก ตกลงเรา เริ่มกันเสียเลยดีไหมครับวันพรุ่งนี้แทนที่เราจะรำมวยกันอยู่เฉย ๆ ผมก็กลัวว่าสื่อมวลชน เขาจะบอกว่าเราเปึนมาตั้งแต่วันที่ ๘ ประชุมตั้งแต่วันที่ ๘ จนบัดนี้ยังแบ่งงานกันอยู่เลย ยังเถียงกันอยู่เลยว่าจะเอากันอย่างไร เราก็เลยบอกทำให้เขารู้เสียเลยว่า พอเราเถียงกัน จบปัูบเราทำเลย หรือท่านประธานจะอนุญาตให้เอาเสียตอนนี้เลยก็ได้ ผมก็สามารถ พร้อมเลย ในขณะนี้ผมก็อภิปราย ๑๕ นาที เดี๋ยวนี้เลยก็ยังได้ หรือว่าถ้าเราคิดว่า เราไปตั้งตัวกันสักคืนหนึ่ง วันพรุ่งนี้มาคุยกันนี่ผมคิดว่าน่าจะทำได้ เมื่อกี้ลองปรึกษากับ ท่าน สสร. ที่มาจากต่างจังหวัด ท่านบอกดี ๆ เลยจะได้ยังไม่ต้องกลับ ทำงานต่อเนื่องกัน ไปเลยให้คุ้มเงินเดือน ให้เห็นว่าพวกเราตั้งใจดีจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมคิดว่า ทําเสีย ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เลยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมยศ แล้วท่านอาจารย์ปกรณ์ นะครับ
ท่านประธานครับ ผม สมยศ สมวิวัฒน์ชัย สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในเรื่องของการที่เราได้คณะกรรมาธิการครบในวันนี้ ผมคิดว่า พรุ่งนี้เปึนวันที่เหมาะสมมากในการที่เราจะเริ่มต้นในการที่จะหากรอบแนวคิดและ อุดมการณ์ในการที่จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ ซึ่งทุก ๆ คนกําลังเฝั้าจับตามองดูอยู่ ด้วยความระทึกใจและนับวันเวลา ผมเสนอว่าพรุ่งนี้นะครับ ควรที่จะมีการเป่ดประชุม ในเรื่องของกรอบแนวคิดและอุดมการณ์นะครับ แต่ผมไม่หวังว่าในการประชุมใน ๑ วัน นั้นเราจะได้กรอบที่ดี ผมอยากจะให้มีการประชุมต่อเนื่องไปจนถึงอีกวันหนึ่งนะครับ ก็คง จะในอาทิตย์นี้คงจะช่วยให้เราเห็นเงานะครับ ประกอบกับคณะกรรมาธิการยกร่างฯ นั้นก็ คงจะเปึนเรื่องของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ที่จะรับฟัง และอีกส่วนหนึ่ง คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ก็คงจะคิดว่าในคณะของตนนั้นควรจะตั้งลูกอย่างไร แต่จะตั้ง ลูกอย่างไรก็ตามก็ควรที่จะรับฟัง จะช่วยทำให้ประหยัดเวลาเปึนอย่างมาก ถ้าหากว่า กรอบตรงนี้ชัดเจน คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ก็จะทำงานเบาลงนะครับ ไม่เช่นนั้นผมคิดว่าการร่างในครั้งนี้คงลำบากมาก เพราะเนื่องจากว่าไม่มีกรอบที่ชัดเจน เวลามีไม่มากนัก นับวันที่บอกว่าเราตั้งไว้ประมาณสัก ๑๒๐ วัน เวลานี้ก็วันที่ ๘ แล้ว มาถึงตรงนี้ก็จะหมดเดือนหนึ่งแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราดําเนินต่อเนื่องเลย นะครับ ขอบพระคุณมากนะครับ
ตอนนี้ก็มีท่านอาจารย์เจิมศักดิ์บอกพรุ่งนี้กับท่านสมยศนะครับ ท่านวุฒิชัยบอกว่าเปึน วันจันทร์ มีท่านใดเห็นเปึนวันอื่นมีไหมครับ ท่านอาจารย์สมเกียรติวันอื่นนะครับ อย่าเพิ่ง สนับสนุนนะครับ วันอื่นนะครับ วันไหนครับ
ประเด็นต่อเนื่องครับท่านประธาน ขอบคุณครับ ผม สมเกียรติ รอดเจริญ สสร. ครับ ก็มีประเด็นที่อยากทราบครับ จากที่ ประชุมว่า ๑๐ ท่านที่ได้ดำเนินการส่งรายชื่อมานี่ครับ ในกระบวนการต้องได้รับการ โปรดเกล้าฯ หรือเปล่าครับ
ไม่ต้องครับ
ไม่ต้องใช่ไหมครับ ก็คือถ้าไม่โปรดเกล้าฯ แล้วนี่ ยังไม่ได้โปรดเกล้าฯ เกรงว่าพรุ่งนี้จะเริ่มทำงานกันไม่ได้ ถ้าเผื่อไม่เข้าสู่กระบวนการ นั้นก็สนับสนุนครับที่จะดำเนินการในวันพรุ่งนี้
เรื่องที่ ๒ นะครับ เปึนเรื่องที่เราอยากจะรับทราบว่าวิธีการดำเนินการหา ผู้ช่วย สสร. และเลขาฯ คณะกรรมาธิการต่าง ๆ ขอความเมตตาท่านประธานช่วยชี้แจงให้ พวกเราได้รับทราบวิธีการดำเนินการตอนนี้เลยครับจะได้ดำเนินการไปด้วยดี ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณครับ เดี๋ยวทีละประเด็นนะครับ เอาวันอื่นนะครับ วันอื่นนอกจากวันอังคาร ท่านวุฒิชาติยังติดใจวันจันทร์อยู่ไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วุฒิชาติ กัลยาณมิตร ครับ คือประเด็นนี้ผมเคารพเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมนะครับ ถ้าเสียงส่วนใหญ่ที่ประชุมคิดว่าถ้าพรุ่งนี้เหมาะ ผมก็ว่ามันเหมาะ เพราะว่าจริง ๆ แล้ว อย่างที่ผมกราบเรียนในเบื้องต้นครับ คือผมอยากให้มันดูแล้วมันค่อนข้างละเอียดอ่อน เพราะว่าอย่างที่ผมบอกว่าคือเรื่องส่งมาที่ท่านประธานสภาเรานี่วันที่ ๑๙ ณ วันนี้เราเพิ่ง ทราบว่าผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๑๐ ท่านที่ คมช. เลือกมาให้เรานี่มีใครบ้าง ผมอยากให้เขา มีเวลาที่จะมาทำงานร่วมกับทางสมาชิกของเราเท่านั้นเองครับ ส่วนประเด็นอื่น ผมไม่ติดใจครับ
ขอบพระคุณครับ เดี๋ยวทางฝ์ายเลขาฯ ก็เชิญท่านมาฟังด้วยก็ได้นะครับถ้าจะพรุ่งนี้ ท่านอาจารย์ปกรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปกรณ์ ปรียากร เห็นด้วยกับท่านอาจารย์เจิมศักดิ์อย่างมากเลยครับ เพราะว่าการที่จะให้คณะกรรมาธิการ ยกร่างฯ ไปกําหนดกรอบขึ้นมาก่อนนี่ผมคิดว่าไม่น่าจะดีนัก สสร. น่าที่จะให้ความคิด กว้าง ๆ และควรจะให้บ่อยครั้ง เพราะเราได้เคยประชุมกันหลายครั้งแล้วบอกว่าอยากที่จะ ให้ สสร. กับกรรมาธิการยกร่างฯ นี่ทํางานเปึนเนื้อเดียวกัน และไม่มีความรู้สึกว่ามันแบ่ง ออกเปึน ๒ ฝ์าย เพราะฉะนั้นถ้าไม่ขัดกับที่ท่านประธานสภาพูดเมื่อเช้านี้ก็คือว่าต้องไป เสนอพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาหรือเปล่าไม่ทราบนะครับ แต่ว่าถึงจะเปึนอย่างนั้น ก็ไม่เปึนไร เพราะพรุ่งนี้ก็อาจจะเชิญกรรมาธิการอีก ๑๐ ท่านมาร่วมประชุมด้วยได้ ส่วนของรายละเอียดตรงนั้นก็รอได้ เพราะฉะนั้นถ้าพรุ่งนี้สมาชิกจะเตรียมการ แล้วก็พูด ในกรอบกว้าง ๆ ที่สุดในทุกหมวดโดยที่ไม่จําเปึนต้องจํากัดประเด็นก็อาจจะทําได้ แต่หลังจากนั้นคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ก็อาจจะไป เพราะว่าเท่าที่ผมได้รับจดหมายมา ก็จะมีการประชุมวันพฤหัสบดีก็คงจะเอาความคิดนี้ไปใช้ในที่ประชุม รวมทั้งก็จะเปึนผลดี ตรงที่ว่าเมื่อกี้เรามีมติว่าการเลือกประธานคณะกรรมาธิการนี่เรามีมติสภาไปแล้ว ผู้ที่เข้ามาร่วมประชุมในวันพรุ่งนี้ก็จะได้ทราบมติของเราด้วยครับ
ขอบพระคุณครับ วันนะครับ ท่านอาจารย์รุจิราครับ
ในเรื่องของวันนะคะ จากการไปสืบ ทราบมาว่าสถานที่นี้วันจันทร์กับอังคารเข้าไว้ให้ สสร. วันพุธและวันพฤหัสฯ ไว้ให้ สนช. ส่วนวันศุกร์สำหรับกรณีเร่งด่วนของ สสร. หรือ สนช. ก็ได้ค่ะ
ขอบพระคุณครับ ท่านอาจารย์พิเชียรตรงกันนะครับ ส่วนใหญ่เห็นชอบพรุ่งนี้ครับ
ผมจะเรียนว่าผมเห็นด้วยครับว่าน่าจะ พรุ่งนี้เลยนะครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนทั่วประเทศรอคอยอยู่นะครับ และก็ขอให้คืนนี้ ทุกท่านทำการบ้านเยอะ ๆ นะครับ แล้วก็ได้เสนอแนะสิ่งที่เปึ้นประโยชน์ต่อส่วนร่วม นะครับ เพราะว่าสิ่งนี้ผมคิดว่าสําคัญยิ่งเลยนะครับ พรุ่งนี้วันอังคารที่ ๒๓ มกราคม น่าจะ เปึนวันสำคัญวันหนึ่งของประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทย ขอให้ทุกท่านได้เสนอแนะ ความคิดที่เปึนประโยชน์ต่อส่วนร่วม แล้วก็ผมคิดว่าอันนี้จะเปึ้นแนวทางที่ คณะกรรมาธิการยกร่างฯ จะนำไปพิจารณาในการยกร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ให้เปึ้น รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชนครับ ขอบคุณมากครับ
มีท่านเห็นเปึนวันอื่น คงไม่มีแล้วนะครับ พรุ่งนี้ตกลงเราจะเอาเช้าหรือบ่ายดีครับ เช้าเลยใช่ไหมครับ เช้าก็ ๐๙.๓๐ นาฬิกานะครับ อย่างนั้นประเด็นนี้เห็นตรงกันหมดแล้ว นะครับ ส่วนผู้เชี่ยวชาญกับผู้ช่วยทั้งหลาย เดี๋ยวทางฝ์ายเลขาฯ จะทำหนังสือแจ้งให้ ท่านทราบอีกทีหนึ่งนะครับ คงเร่งโดยเร็วที่สุดและให้รายละเอียดทั้งหมดด้วยนะครับ ท่านศักดิ์ชัย เชิญครับ
ท่านประธานสภาฯ ครับ ผม ศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล สสร. นะครับ เนื่องจากวันพรุ่งนี้เราจะมีการประชุมในเรื่องของกรอบแนวคิด ทีนี้ในเรื่องของกรรมาธิการที่เราตั้งอยู่หลายคณะ ถ้าเปึนไปได้เนื่องจากว่าหลายท่าน อยู่ต่างจังหวัดก็อยากจะให้ทางสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาได้ช่วยนัดประชุม เพราะว่า อย่างผมเปึนกรรมาธิการภาคตะวันออกเฉียงเหนือในการมีส่วนร่วม ผมไม่รู้ว่าใครจะเปึน คนนัด ถ้าเปึนไปได้ก็คือนัดพรุ่งนี้จัดห้องไว้ให้แต่ละคณะได้มีการพูดคุยกันไปเลย แล้วก็ จะได้มีการเลือกประธานแล้วก็จะได้วางกรอบการทำงาน หลังจากกลับไปแล้วเราก็จะได้ รู้ว่าเราต้องทำอะไรบ้าง หารือท่านประธานครับ
เรื่องการนัดวันเดี๋ยวทางสำนักงานเลขาธิการฯ จะนัดให้นะครับ แต่เมื่อสักครู่ได้บอกว่านัด วันพฤหัสบดีเพราะว่าจะต้องไปประสานกับงานส่วนอื่นด้วย แต่ถ้าหากว่าท่านประสงค์ จะเปึนวันพรุ่งนี้ ทางฝ์ายเลขาฯ ก็จะทำให้ ให้ท่านแจ้งความประสงค์ ท่านปรึกษากันดู ก็ได้นะครับ แล้วแจ้งความประสงค์ว่าถ้าพร้อมจะประชุมพรุ่งนี้ในคณะใด หลักก็คือเอา วันพฤหัสบดี ๑๐.๐๐ นาฬิกาไว้ก่อน แต่คณะใดจะเปลี่ยนจากนี้ช่วยแจ้งรายละเอียดมา เดี๋ยวสำนักงานเลขาธิการจะจัดห้องประชุมให้นะครับ มีเรื่องอื่นอีกไหมครับ ท่านอาจารย์ สุนทร ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ท่านมนูญศรี เชิญท่านสุนทรครับ
ท่านประธานสภาฯ ที่เคารพครับ ผมอยากทราบ วาระการประชุมพรุ่งนี้ครับ อยากให้ท่านกําหนดเปึ้นเอกสารมาให้ชัดเจนนะครับ
ครับ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ออกให้นะครับ แต่โดยหลักก็คืออันนี้ครับที่เราพูดคุยครับว่ากรอบ แนวคิดในการร่างรัฐธรรมนูญ อุดมการณ์อะไรทั้งหลายก็คือวาระที่จะประชุมในวันพรุ่งนี้ ครับ เชิญอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ
ท่านประธานครับ ผม เจิมศักดิ์ ประธานครับในการประชุมกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมคงจะต้องรอให้ แต่ละภาคเสร็จสิ้นเสียก่อน เพราะว่าจะได้ตัวประธานของภาค ๔ ภาค และก็ประธาน อีกชุดหนึ่งด้วย เรื่องประสานจากองค์กรตามรัฐธรรมนูญจะได้ร่วมประชุม เพราะฉะนั้น ถ้าท่านจัด ๔ ภาคเสียให้เร็ว แล้วก็รวมทั้งเรื่องประสานองค์กรตามรัฐธรรมนูญด้วยให้เร็ว ก็จะสามารถประชุมได้เร็วขึ้นนะครับ เพราะอันนั้นต้องรออยู่จะได้ตัวคน ขอบพระคุณครับ
ท่านมนูญศรีติดใจไหมครับ มีอะไรไหมครับ
เมื่อสักครึ่งชั่วโมงท่านประธานได้บอกว่าสําหรับ คณะที่ ๒ ของภาคกลางนี้จะมีประชุมวันพรุ่งนี้ ๑๐.๐๐ นาฬิกา ยังคงมีอยู่ไหมคะ เพราะ ดิฉันอยู่ภาคกลางด้วยค่ะ
เปึ้นไปตามนั้นท่านมนูญศรีครับ พรุ่งนี้ ๑๐.๐๐ นาฬิกาครับ ท่านสมยศครับยกมืออยู่
ท่านประธานครับ ผม สมยศ สมวิวัฒน์ชัย สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ผมอยากจะเสนอว่าวันพรุ่งนี้ให้เตรียมเวลายาวจนกระทั่งถึงเย็นเลยนะครับ คือช่วงเช้า กับช่วงบ่ายอยากจะให้มีการพูดกันในเรื่องของกรอบแนวคิดและอุดมการณ์ในการ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ส่วนตอนช่วงเย็นก็จะใช้โอกาสในการที่จะประชุมในกลุ่ม กรรมาธิการ เย็น ๆ เลยนะครับ กลุ่มกรรมาธิการหรืออาจจะมืดอีกสักหน่อยก็ยังได้นะครับ เพื่อให้มีการคุยกันในคณะกรรมาธิการ เลือกประธานหรือเลือกอะไรต่าง ๆ นะครับ ซึ่งก็ จะช่วยทำให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ที่บอกว่าจะประชุมกันวันพฤหัสบดีนี่นะครับรับได้ อย่างเต็มที่ครับ ขอบพระคุณครับ
เข้าใจแล้วครับ หลักก็คือวันพฤหัสบดี ๑๐.๐๐ นาฬิกานะครับ แต่ถ้าพรุ่งนี้คณะใด สามารถตกลงกันได้ว่าจะขอประชุมพรุ่งนี้เวลาใดให้แจ้งทางฝ์ายเลขาธิการฯ นะครับ เดี๋ยวทางเจ้าหน้าที่จะจัดห้องประชุมให้ และแจ้งให้กับในคณะที่เกี่ยวข้องท่านทราบด้วย เอาตามความประสงค์ของท่านนะครับ มีอะไรครับ ท่านสมเกียรติเชิญครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม สมเกียรติ รอดเจริญ สสร. ได้มีผู้อาวุโสหลายท่านฝากด้วย มีปัญหาเรื่องไมโครโฟนให้ผมได้ช่วย ขอความเมตตาทางด้านทีมงานเลขาฯ นะครับ จัดตารางในการที่จะดำเนินการว่าประชุม ที่ใด วันใด เวลาใด คณะใด ในช่วงหลังจากนี้เปึนต้นไป ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ขอให้ทำเปึ้นตาราง ไว้ด้วยครับ เพราะว่าท่านจะได้เอาไว้เปึนคู่มือในการดำเนินการประชุม ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณครับ ฝ์ายเลขาฯ ช่วยดำเนินการด้วยนะครับ ท่านชาติชาย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพและสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม ชาติชาย แสงสุข กระผมมีข้อสงสัยนิดหนึ่งครับ เรียนปรึกษาท่านประธานนะครับ จะสังเกตว่าสมาชิกแต่ละท่านบางท่านได้มีสิทธิหน้าที่ เข้าไปดํารงตําแหน่งในคณะกรรมาธิการแต่ละคณะต่าง ๆ บางคนมีถึง ๒ ตําแหน่ง ๓ ตำแหน่ง ที่อยู่ในส่วนแต่ละคณะ แล้วจะมีปัญหาไหมครับถ้าเกิดว่าเวลาคณะถ้าเกิดจัด ประชุมตรงกันหรือว่าจัดประชุมแยกกัน อันนั้นก็จะเปึนส่วนในเรื่องของกระบวนการที่จะ จัดประชุมแต่ละคณะกรรมาธิการไป แต่ว่าถ้าเกิดวันใดวันหนึ่งจัดประชุมตรงกัน และ บางคนครอบถึง ๒ ตำแหน่ง ๓ ตำแหน่ง ก็ต้องวิ่งย้ายไปย้ายมา และบางคนก็ถอนบ้าง ไปเพิ่มคณะกรรมาธิการอันโน้นบ้าง ถอนอันนี้บ้าง ก็กลายเปึนว่าอันโน้นไปเพิ่ม ก็มีคนมาก อันนี้ถูกถอนไปก็มีคนน้อย แล้วก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการวิ่งรอก ในการประชุมไหมครับท่านประธาน ก็คืออยากที่จะทราบความชัดเจนในตรงนี้ว่าจะมี ฝ์ายใดที่จะมาจัดตารางเวลาว่าคณะกรรมาธิการ สมมุติว่าคณะกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นขององค์กรรัฐธรรมนูญประชุมในวันนี้เวลานี้ และองค์กรการมีส่วนร่วม ของประชามติ อะไรต่าง ๆ ประชุมอีกเวลาหนึ่ง ซึ่งอันนี้ก็เปึนข้อเสนอว่าจะได้ไม่ซับซ้อน สําหรับคนที่มี ๒ ตําแหน่ง ๓ ตําแหน่งครับท่านประธาน ก็อยากจะได้รับความชัดเจน ตรงนี้ด้วยครับ ท่านประธานว่าจะมีปัญหาไหมถ้าเกิดว่าประชุมตรงกันแล้วไม่ได้ไปประชุม ของคณะกรรมาธิการใดคณะกรรมาธิการหนึ่งครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบพระคุณครับ ถามว่ามีปัญหาไหม ตอบได้เลยครับ มีปัญหาครับ ถ้าชนกันนี่นะครับ ท่านก็ต้องไปบริหารเอง เพราะว่าเราจัดลงตัวทุกคนมันเปึนไปไม่ได้อยู่แล้ว ถึงได้ ขอความกรุณาว่าอย่าเปึนมากคณะ แล้วถ้าเกิดบริหารไม่ได้ ชนกันจริง ๆ ท่านก็ต้อง เสียสละคณะใดคณะหนึ่งเพื่อไม่ให้งานเสีย ท่านอาจารย์กรรณิการ์ แล้วท่านวีนั้ส ครับ
เรียนท่านประธาน กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร คงอยากจะให้ข้อมูลบางส่วนจะเปึนประโยชน์กับทางคณะกรรมาธิการวิสามัญการรับฟัง ความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนประจำจังหวัดนะคะว่า นอกจาก ตัวสมัชชาแห่งชาติแล้ว ๑๒ คน หรือ ๒๐ คนในจังหวัดแล้วยังมีภาคส่วนอื่น ๆ เช่น เปึนประชาคมต่าง ๆ ที่อยู่ เปึนพวกแอคทีฟ ซิติเซน (Active citizen) ที่อยู่ในระดับพื้นที่ ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ตรงนี้ก็จะสามารถเข้ามาช่วยพวกเราในการจัดกระบวนการ การรับฟังความคิดเห็นได้ค่ะ ซึ่งตรงส่วนนี้ถ้าต้องการข้อมูล ทางเราจะหาข้อมูลตรงส่วนนี้ ให้ได้ทุกจังหวัดค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบพระคุณครับ ท่านวีนัส ครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม วีนัส นะครับ ผมขออนุญาตหารือในหลักการก่อนครับท่านประธาน ในเรื่องของกรรมาธิการรับฟัง ความเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาค คิดว่าในภาคเหนือคงจะไม่มีปัญหาอะไร ขออภัยครับ ภาคกลางคงไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่า ภาคอื่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคใต้ ผมคิดว่าถ้าพวกเราคือของแต่ละ ภาคได้คุยกันก่อนแล้วว่า เราขอเปลี่ยนที่ประชุมที่ไม่ใช่ที่กรุงเทพฯ จะได้ไหม ถ้าท่าน เห็นควรในหลักการ เดี๋ยวหลังจากเสร็จประชุมนี้เราจะคุยกันเลย ส่วนของผมที่อยู่ ภาคเหนือ ผมจะคุย ๑๑ ท่านว่าเราจะเลือกบอร์ดกันทําอย่างไร แล้วเราไม่ต้องเปลือง ค่าเครื่องบินมาที่สภาอีกแล้ว อันนี้หารือท่านประธานเปึ้นหลักการไปก่อนนะครับ แล้วส่วนของจังหวัดก็เช่นกันครับ ทั้ง ๗๖ จังหวัดถ้าท่านเห็นควรว่าประชุมระดับของ จังหวัดดำเนินการไปได้ ตรงนี้มันก็จะประหยัดค่าใช้จ่าย แล้วก็การดำเนินการสะดวก รวดเร็วครับ อันนี้ขอหารือท่านประธาน ถ้าท่านประธานเห็นว่ามันสมควรนะครับ หลังจาก นี้กระผมก็จะประชุมทั้ง ๑๑ ท่านของสายภาคเหนือ ซึ่งภาคใต้ท่านประชุมเรียบร้อย ไปแล้วนะครับท่าน
ขอบคุณครับ เดี๋ยวท่านจะประชุมสถานที่ใด เวลาใด เดี๋ยวในคณะท่านตกลงกันเอง นะครับ จะประชุมนอกสถานที่ จะประชุมที่ไหนอย่างไร แต่ต้องคํานึงว่าในกรรมาธิการ ก็ยังมีเจ้าหน้าที่อยู่ด้วยของรัฐสภาที่จะช่วยงานท่านนะครับ อย่างท่านไปต่างจังหวัด ต่างท้องที่ท่านอาจจะต้องบันทึกกันเอง หรือหาคนมาบันทึกนะครับ เดี๋ยวก็จะมีผู้ช่วย ของท่านอยู่แล้วนะครับ คงไม่มีอะไรแล้วกระมังครับ ท่านอุทิศครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อุทิศ ชูช่วย ขออนุญาต เน้นย้ำอีกทีครับ ภาคใต้เดี๋ยวขอพบที่ห้องประชุมหมายเลข ๔ ครับ
ภาคใต้ห้องประชุมหมายเลข ๔ หลังเลิกประชุมนะครับ ท่านอาจารย์เกียรติชัยเชิญครับ
นิดเดี๋ยวครับท่านประธาน ผม เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ คือคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ยังไม่ได้นัดอะไรกันชัดเจน เลย ก็ไม่อยากจะให้รอจนถึงวันพฤหัสบดี ผมไม่ทราบท่านที่อยู่ในคณะกรรมาธิการ ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ถ้าพบกันหลังจากนี้ได้ก็จะดี ถ้าไม่ได้อยากจะขอเลื่อนจาก วันพฤหัสบดีมาเปึ้นพรุ่งนี้เวลาไหนก็ได้ที่สะดวกจะดีไหมครับ
คืออย่างนี้กราบเรียนท่านอาจารย์เกียรติชัย คือเมื่อกี้บอกไปแล้วครับว่าถ้าหากว่าไม่อยาก ประชุมพฤหัสบดี กลัวจะนานเกินไป พรุ่งนี้ให้มาประชุมตั้งแต่เช้านะครับ แล้วท่าน ก็นัดกันในส่วนกรรมาธิการ เดี๋ยวเอารายชื่อมาดูและจะให้ประชุมพรุ่งนี้เวลาใด เดี๋ยว เจ้าหน้าที่จะจัดห้องให้นะครับ วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแล้วนะครับ ขอขอบคุณ ท่านสมาชิกที่มาประชุมทุกท่าน ผมขอป่ดประชุมครับ