สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓ · ๒๒ มกราคม ๒๕๕๐

เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง หารือเรื่องปัญหาการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภา และเรียกร้องการพิจารณาการทำงานของคณะกรรมาธิการให้ดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการจำกัดจำนวนคณะกรรมาธิการที่สมาชิกสภาสามารถทำงานได้ และการจำกัดจำนวนคนนอกเข้าทำงานในคณะกรรมาธิการ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง คณะทำงาน

เรียนท่านประธาน ครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง คือคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาฯ ภาษาที่เขาเรียกกัน ก็คือเปึนวิป (Whip) ที่แปลว่า แส้ม้า ก็คือเปึนกิจการที่เขาจะดูว่าทิศทางมันน่าจะไป ทางไหนอย่างไรนี้มันจะต้องประกอบไปด้วยบุคคลที่มีเวลาแล้วก็จะต้องคิด แล้วก็จะต้อง ประสานงานค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่แล้วจึงประกอบไปด้วยประธานคณะกรรมาธิการ ทั้งหลาย ซึ่งในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็มีประธานคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญก็จะต้องอยู่ในนี้ คือผมไม่ปฏิเสธว่าทุกท่านมีความสามารถสูง ทํางานได้ หลายอย่าง แต่ผมอยากจะให้ท่านใคร่ครวญถึงเวลานะครับ ที่ผมพูดนี้ไม่ได้พูดถึง อาจารย์สนั่น แต่ผมเห็นด้วยกับท่านอาจารย์ศรีราชาอย่างยิ่ง แล้วก็ตรงกันมากเลย ที่ผมอยากจะพูดตั้งแต่ต้น ผมเคยเปึนสมาชิกวุฒิสภา แค่คนหนึ่งเปึน ๒ กรรมาธิการ ผมต้องกราบเรียนว่าท่านเองท่านก็จะเอาตัวไม่รอด แค่เปึน ๒ กรรมาธิการ แล้วผมอยู่ ๖ ป้ นะครับ ท่านทำงานเพียงแค่หนัก ๆ ๔ - ๕ เดือนเท่านั้น ท่านจะเอาต้วไม่รอดนะครับ แล้วท่านจะเสียผู้เสียคน ผมจะบอกท่านให้เพราะว่าสื่อสมัยนี้มันมานั่งดูหมดนะครับ ท่านนั่งก้นยังไม่ทันร้อนเลย ท่านก็วิ่งไปเซ็นชื่ออีกห้องหนึ่ง เพราะว่าประชุมซ้อนกัน ท่านจะ ประชุมซ้อนกันแน่นอน ๑,๐๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะคณะกรรมาธิการยกร่างฯ เข้าประชุม ทุกวันและทั้งวัน แล้วขณะเดียวกันพอท่านไปอยู่ในคณะกรรมาธิการอีกชุดหนึ่ง สมมุติว่า ถ้าท่านได้เปึนประธาน นี่ใครก็ไม่ทราบนะครับ ไปเปึนประธานคณะกรรมาธิการชุดนั้น ท่านก็เลยโดนไปเปึนกรรมาธิการวิปโดยปริยายอีก ท่านทำทีเดียว ๓ เลยนะครับ นี่ขนาด เปึนแค่ ๒ เท่ากับ ท่านเปึน ๓ โดยปริยาย แล้วท่านจะทํางานอย่างไรครับ ท่านก็ถูก โทรศัพท์ตามอยู่เรื่อยเลยว่าคณะนี้ไม่ครบ เขาก็ทํางานไม่ได้ เพราะว่าชื่อท่านไปทําให้ สัดส่วนมันไม่ครบ เขาก็รอ อยู่นั่น เขาก็ทำงานไม่ได้ พอถ้าเขาประชุมไปก่อน มติทั้งหลาย มันก็เปึนโมฆะไปหมดเลย มันก็ทำงานไม่ได้ ตัวเขาก็ต้องนั่งรอแล้วก็โทรศัพท์ แล้วท่านก็จะ เล่นกลวิ่งมาเซ็นชื่อให้ เพื่อให้ดูมันครบ แล้วท่านก็จะวิ่งไป เสร็จแล้วท่านก็จะถูกเปึนขี้ปาก เพื่อนสมาชิกว่าท่านมารับเงินเดือน ๒ ห้อง ทั้ง ๆ ที่ท่านไม่อยาก แล้วก็จะมีสามาชิก ที่อดรนทนไม่ได้ก็จะไปบอกสื่อมวลชนว่า สื่อมวลชน คนนี้มาเซ็นที่หนึ่ง ๒ ห้อง ๓ ห้อง กฎเกณฑ์เขาให้รับได้ ๒ ท่านก็รับได้ ๒ ตกลงมันก็จะมีคนเอาไปนินทา แล้วสื่อมวลชน ก็เริ่มเขียนในซุบซิบ กระแหนะกระแหน กระแทกกระทั้น ในที่สุดภาพมันก็จะเปึ้นเหมือน ส.ว. เมื่อรุ่นที่แล้ว ที่ผมเตือนแล้วเตือนอีกว่าคนหนึ่งอย่าเปึนหลายคณะ ผมกราบเรียน นะครับว่าเปึนแค่คณะเดียวน่าจะดีที่สุด อย่างมากที่สุดก็ ๒ เพราะว่าถ้าตัวท่านเอง อยู่ต่างจังหวัด ท่านบอกว่าท่านไปรับฟังต่างจังหวัดอีก แล้วท่านก็อยู่ในยกร่างฯ ด้วย แล้วท่านก็ยังจะต้องไป เผลอ ๆ จับพลัดจับผลูท่านไปอยู่อีกอันหนึ่ง ท่านตายเลย ท่านจะเอาตัวอย่างไร ผมนึกไม่ออกจริง ๆ นี่ผมไม่ได้พูดถึงท่านอาจารย์สนั่นนะครับ ผมอยากจะพูดตั้งแต่อาจารย์ศรีราชาพูด แล้วก็พอดีพี่ไพโรจน์ยกมือแล้วแซงผมไปก่อน ไม่อย่างนั้นผมจะพูดตั้งแต่ตอนนั้น ผมไม่มีอะไร ผมไม่ได้ตั้งใจจะว่าอะไรท่านอาจารย์ สนั่นนะครับ ท่านอาจจะแบ่งภาคได้ นั่นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่าผมกราบเรียนโดยภาพทั่วไป ตรงนี้ว่า กรุณาทุกท่านทบทวนหน่อยได้ไหมครับ แล้วโดยเฉพาะที่ท่านไปเอาคนนอกมา ด้วยนะครับ ท่านกรุณาทบทวนกันให้ดีตรงนี้ ถอนได้ช่วย ๆ กันถอนเถอะครับ จริง ๆ แล้ว ข้อบังคับมีเจตนาชัดเจนที่บอกว่าให้ท่านหนึ่งมี ๑ คณะ แต่ผมงงนะครับว่าเวลาเราขอ ยกเว้นข้อบังคับมันจะมีปัญหาอย่างนี้ แล้วข้อบังคับที่ท่านยอมให้ยกเว้นที่ท่านประธาน ถาม หลายต่อหลายคนไม่รู้นะครับ ข้อนั้น ข้อนี้ ข้อโน้น มันหมายความว่าอย่างไร บัดนี้ท่านเริ่มรู้แล้วว่ามันเริ่มจะมีปัญหา ท่านประธานครับ มันจะไปพันกับกรรมาธิการ ชุดหนึ่งที่ผมกราบเรียน ข้อบังคับเขาบอกว่าในกรรมาธิการเหมือนคุณการุณพูดคือ ตัวแทนของสภาเราทั้งหมดให้ไปทำงาน แล้วข้อบังคับบอกว่าจะต้องมีสมาชิกของเรา อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง คือพูดง่าย ๆ ว่าจะมีที่ตั้งคนนอกตั้งได้ แต่อย่าให้เกินสมาชิก เพราะท่านกำลังไปทำงานแทนสภา แต่ที่ชุดที่ ๑ พอท่านเสนอ อันนั้นเสนอ อันนี้เสนอเข้าไปเรื่อย ๆ เพิ่มไป ๔๐ แล้วท่านก็ยัง เสนอต่อไปเรื่อย ๆ ในที่สุดสัดส่วนของสมาชิกเราก็จะเล็กลงเรื่อย ๆ เพราะว่าคนนอกมาก ขึ้นเรื่อย ๆ เพราะว่าเราไปยกเว้น เขาห้ามไม่ให้คนนอกเกินคนใน พอเราไปยกเว้นท่านก็ เสนอไปเรื่อย ๆ คนนอก คนในก็เลยเล็กลงเรื่อย ๆ ในสัดส่วน ตกลงคุณการุณเลยแซ้วครับ นี่การจะเปึนสภาแห่งใหม่เกิดขึ้น อันประกอบไปด้วยตัวแทนของเรานิดหนึ่ง เพราะฉะนั้น กรุณาคิดให้ดีนะครับ เมื่อเรายกเว้นไปแล้วนี่ แต่เราต้องจำกัดตัวเราเอง จำกัดในแง่คิด ตรงนี้ขอบพระคุณครับท่านประธาน