การุณ ใจดี หารือเรื่องญัตติที่ถูกจำหน่ายออกจากสารบบ และเรียกร้องให้ท่านประธานดำเนินการตามระเบียบและกฎเกณฑ์ในการพิจารณาและจัดทำญัตติ นอกจากนี้ยังแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะกรรมาธิการและความซ้อนของหน้าที่ระหว่างคณะกรรมาธิการและกิจการของสภาร่างรัฐธรรมนูญ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ ใสงาม นะครับ เรื่องที่ ๑ ขอท้วงหนี้ ท่านประธานครับ ท่านบอกว่าท่านพิจารณาเรื่องแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญ หนี้ของผมที่มีอยู่กับท่านประธานก็คือญัตติ อย่างน้อยท่านต้องพิมพ์ญัตติและส่งแนบญัตติที่ผมเสนอท่านประธานไว้ และเปึนญัตติ เดียวที่มีอยู่ในขณะนี้ด้วย ท่านจำหน่ายญัตติผมออกจากสารบบแล้วใช่ไหม ถ้ายังไม่ จำหน่ายท่านต้องจัดญัตติของผมเข้าสารบบในการพิจารณาวันนี้ มันจะมีญัตติกี่ญัตติ ๕ ญัตติ ๗ ญัตติท่านต้องรวมเข้ามา แล้วจะมาพิจารณาว่าญัตติใดจะรับ ไม่รับ รับอะไร เปึ้นหลัก อะไรไม่เปึนหลัก วิธีการต้องทำอย่างนั้นไม่ใช่หรือ อันนี้ท่านจำหน่ายญัตติ ของผมหรือไม่นำญัตติของผมเข้ามาเลย ที่จริงวันนี้ผมไม่อยากท้วง ที่ผมเดินออกไปนั่งกิน กาแฟนี่ไม่อยากท้วงหรอก แต่เห็นพวกเพื่อนสมาชิกได้พากันอภิปรายมากมายก็เลยสนใจ ไหน ๆ ก็มากมายแล้วก็สนใจเพิ่มเติมให้มากมายเพิ่มขึ้นไปอีก นี่คือวิธีการทำงานเริ่มต้นที่ ไม่มีระเบียบ กฎเกณฑ์ เปึนการเริ่มต้นงานที่ไร้ระเบียบ กฎเกณฑ์ เพราะท่านจะปฏิเสธ เรื่องญัตติที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและชอบด้วยข้อบังคับจำหน่ายทิ้งโดยลอย ๆ เหมือน ทำเปึนไม่รู้ไม่ชี้มันผิดหลัก นี่คือประการแรก เอาล่ะ ทวงไปเพื่อความสำราญบ้านใจ เท่านั้น ท่านจะนํามาก็ไม่ว่าอะไร แต่เตือนกันไว้นะครับ ทําให้เปึ้นหลักเปึ้นเกณฑ์ไว้ ข้อที่ ๑
ข้อที่ ๒ ผมดูแล้วคณะกรรมาธิการที่ไปทำ ๑๔ – ๑๕ คณะอะไรต่าง ๆ ก็ตาม อํานาจหน้าที่ท่านดูดี ๆ นะครับ ภาระหน้าที่ของสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้ ตามรัฐธรรมนูญภาระหน้าที่มีไม่เยอะหรอก มีไม่เยอะ เพียงแต่เรามาแตกย่อยเปึ้น ประชาสัมพันธ์ รับฟังความคิดเห็น ไปสำรวจ ไปศึกษา ไปรวบรวม จุดบันทึกรายงาน ทำอะไร เรียกว่าแตกงานเยอะ แต่ภารกิจใหญ่ ๆ ก็คือยกร่างฯ ให้เสร็จก็แล้วกัน ภารกิจ หลักไม่เยอะ และถ้าดูซ้ําไปซ้ํามาอํานาจหน้าที่ของท่านเขียนไว้ ซึ่งหลายอำนาจหน้าที่ ท่านสามารถรวมได้และประหยัดกระดาษเยอะ ผมจะลองประหยัดกระดาษให้ท่านดูได้ ไหม ประหยัดเอกสาร ประหยัดเวลา ประหยัดคนพิมพ์ ประหยัดคนทำหน้าที่ด้วย และจะ ประหยัดเรื่องราวต่าง ๆ ในวันนี้และวันข้างหน้าอีก ๓ เดือน ๔ เดือนที่เราจะทำงานด้วย เอาแค่อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการของภาคต่าง ๆ ท่านก็พิมพ์เหมือนกันสนุกสนาน อยู่ ๕ – ๖ ครั้งอยู่นั่นล่ะ โดยเปลี่ยนอยู่นิดเดียว เหนือ ใต้ อีสาน ตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง อะไรอย่างนี้ เปลี่ยนนิดเดียว เปลี่ยน ๒ – ๓ คำ ๒ – ๓ พยางค์ด้วยซ้ำไป นอกนั้นทั้ง ๖ – ๗ บรรทัด ตั้งแต่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ อะไรต่าง ๆ เหมือนกัน ทําไมท่านเหนื่อยทําไมกับการทํางานประเภทนี้ อำนาจหน้าที่ ข้อบังคับบอกว่าไม่ให้ซ้ำ แต่สามารถแยกได้ว่าเปึนพื้นที่ อำนาจหน้าที่ เดียวกันนี้แต่แบ่งงานกันทำ เพราะงานมันเยอะ เรื่องมันใหญ่ ภารกิจมันมาก และทำ ไม่ทันด้วยเวลาจำกัด จึงแบ่งพื้นที่กันดูแล ให้มีคณะกรรมาธิการส่วนร่วมรับฟัง ความคิดเห็นอะไรของท่านนั่นล่ะ ดีนะครับ ไม่เอาตําราเล่มว่าด้วยเรื่องการมีส่วนร่วม อ้างอิงสัก ๒๐๐ เล่มมา ว่าอำนาจหน้าที่ของการมีส่วนร่วม และภารกิจวิธีการทำการ ส่วนร่วมคืออะไรบ้าง อ้างอิงมาในนี้สัก ๔ – ๕ เล่ม แล้วก็มาบอกไว้ ตั้งชื่อให้มันยาว ๒ ศอก ๗ บรรทัดเลย อย่างนี้เปึนต้น ซึ่งคำเดียวเท่านั้นคือการมีส่วนร่วมมันคลุมหมดแล้ว มันคลุมแล้ว ถ้าท่านไม่ไปฟังคนมันจะส่วนร่วมได้อย่างไร ถ้าท่านไม่ไปหาคน มันจะ ส่วนร่วมอย่างไร ถ้าเขาไม่มีโอกาสเสนอจะส่วนร่วมอย่างไร ถ้าเขาไม่เรียนรู้ร่วมกัน ไม่เข้าใจร่วมกัน ข้อมูลเท่ากันจนกระทั่งตัดสินใจได้ วินิจฉัยได้ มันจะส่วนร่วมได้อย่างไร ท่านจะต้องเขียนสิ่งเหล่านี้ ๗ บรรทัดไหม ไม่ต้อง อย่างนี้เปึนต้น ท่านก็เขียนไป อํานาจ หน้าที่ ๑ อำนาจหน้าที่ แล้วท่านก็แบ่งพื้นที่กัน คณะที่ ๑ อย่างที่ผมทำญัตตินั่นล่ะ พี่น้องทุกคนยังไม่เห็นญัตติผมเลยเห็นไหม คณะที่ ๑ ภาคเหนือ คณะที่ ๒ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คณะที่ ๓ อย่างนี้เปึนต้น ๔ ๕ ๖ ๗ อำนาจหน้าที่ก็ ๖ บรรทัด เหมือนกันหมด แต่แบ่งพื้นที่กันทำงาน นี่คือประการที่ ๒
ประการที่ ๓ อยากนำเสนอท่านก็คือว่า อย่างกรณีคณะกรรมาธิการ ชุดแรกก็เริ่มมีปัญหายาวแล้ว เพราะถ้าท่านทำอย่างนี้จะมีปัญหายาว ก็ท่านไม่มีลักษณะ ของการให้เปึ้นผู้ประสานงาน กำลังจะเสนอกันในขณะนี้ก็คือเอาผู้ทำงาน ไปกันใหญ่เลย ทีนี้ ผู้ประสานงานคณะนี้ท่านครับ กรรมาธิการท่านอย่าทำคณะเยอะแยะใหญ่โตมโหฬาร ขนาดนี้ ๔๐ – ๕๐ คน บางคนก็จะถามว่าทำไมจึงมีชื่อนายแดง ผมขี้เกียจเอาชื่อจริงมา มีมา ๔๐ คนนะ เถียงกันวันนี้เดี๋ยวนี้จะมีปัญหาทันทีเลย ทำไมเปึนชื่อนายแดง ผมก็อยาก เอาลุงผมมาเหมือนกัน เพื่อนผมก็ฝากชื่อมาอยู่เหมือนกันอีก ๗ คน จะทำอย่างไร ใครมี อำนาจในการตัดสินใจพิมพ์ชื่อนายแดงนี้ นายแดงที่อยู่ในนี้ ในจำนวน ๔๐ คน ที่ว่านี้ ผมดูนี่ไม่อยากเอ่ยชื่อ เกรงใจคน เพื่อนกัน รู้จักกันทั้งนั้น อ๋อ อาจารย์เจิมศักดิ์ใช่ไหม ไปอยู่ตรงนั้นจึงมีชื่อนายแดงเข้ามา แล้วถ้านายการุณอยู่ตรงนั้นก็จะมีชื่อนายเขียว นายเหลือง นายชมพูเหมือนกัน เพราะเพื่อนผมก็ฝากมา ๑๒ คน มันจะไม่ยุติ ท่านประธาน ไกลไปจนถึงขั้นโน่นแล้วครับ หอการค้า ไปถึง อบต. ไปถึงเทศบาล ไปถึง อบจ. จนกระทั่ง ผมจะเสนอเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้น อสม. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ชมรมผู้ที่ แพ้เลือกตั้งของ อบต. และฝ์ายชนะ อบต. เอาให้หมดเลยไหม ดีไม่ดีพิมพ์สัก ๖๓ ล้านคน เลยไหมล่ะ มันหมดปัญญาทํา ท่านประธานครับ ถ้าทําอย่างนี้มันหมดปัญญาทํา เพราะฉะนั้นผู้ประสานงานคืออยู่ตรงนี้ ไม่ต้องเยอะขนาดนั้นหรอกครับ ๑๔ – ๑๕ คน กรรมาธิการชุดนี้ก็เยอะพอแรงแล้ว เอาเฉพาะตัวแทนจากกรรมาธิการต่าง ๆ ก็มาแล้ว แต่ตัวคนทำงาน ผู้ปฏิบัติงานที่ท่านจะได้หมากได้ผลนั้น แล้วท่านรีบยุติพูดกันตรงนี้ด้วย รีบไปเดี๋ยวนี้ ประชาชน ๖๐ ล้านคน ค่อยท่านอยู่ อยากจะฟังความเห็นอยู่ ท่านต้องรีบไป ที่นั่น ท่านจะไปอย่างไร ท่านจะตั้งคนที่นี่ ๔๐ คน ตั้ง ๒๐๐ คน ท่านก็หมดปัญญาจะไป หาคน ๖๐ ล้านคนได้ ผมจึงบอกว่าวิธีการที่ดีที่สุดท่านต้องรีบไปทำจังหวัด จากจังหวัด ท่านจึงจะคืบคลานต่อไป ไปหาหมู่บ้าน ไปหาศาลาวัดที่จะจัดชุมนุมได้ ที่จะจัดแสดง ความคิดเห็นได้ ถ้าท่านไม่รีบทำอย่างนี้นะครับ มันก็จะโกลาหลว่าด้วยเรื่องการตั้งชื่อ เพียงแค่ถกเถียงกันนิดเดียวเท่านั้นเอง ท่านประธานเสรีก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นขอเพิ่มอีก ๗ ชื่อ ผมก็จะถามต่อไปทำไมจึง ๗ ชื่อ ทำไมจึงไม่มี ๑๒ ชื่อ มันจะยุ่งกันใหญ่ ท่านประธานครับ แล้วคณะกรรมาธิการ ชุดนี้กับคณะกรรมาธิการกิจการของสภาร่าง รัฐธรรมนูญมันก็ซ้อนกันซ้ํากัน ทําไมไม่เอา ๒ อันนี้รวมเปึน ๑ อัน แล้วท่านจะได้คณะกรรมาธิการชุดที่พอดี ๆ หลักทฤษฎีกรรมาธิการ ท่านครับ คือคนไปทำหน้าที่สภาใหญ่ นี่ท่านกำลังจะสร้าง สภาใหม่ขึ้นมา เรียกว่า สภากรรมาธิการอะไรของท่านก็ไม่รู้ ทฤษฎีกรรมาธิการคือตัวแทน ของสภาใหญ่ไปทำหน้าที่แทนสภาใหญ่ ไปย่อยเรื่องแทนสภาใหญ่ ไปสอบสวนเรื่องแทน สภาใหญ่ ไปศึกษาเรื่องแทนสภาใหญ่ ด้วยเหตุที่สภาใหญ่เสียเวลามาก ต้องให้สภาเล็ก ๆ ครับท่านประธาน เล็ก กะทัดรัด เชี่ยวชาญ เปึนสภาผู้เชี่ยวชาญ เปึนสภาเล็กทำหน้าที่ แทนสภาใหญ่ นี่ทฤษฎีของกรรมาธิการมันคือ ๓ อย่างนี้ นี่ท่านกำลังสถาปนาสภาใหม่อีก สภาหนึ่งขึ้นมา ๔๐ คน ๔๕ คน ผมก็จะเสนออีก ๗ คน เปึน ๕๐ คน ท่านนั้นเสนออีก ๙ คน เปึน ๖๐ คน ๗๐ คน เพิ่มไปเรื่อย ๆ ไม่จบ ข้อเสนอของผมคือเอาคณะกรรมาธิการ ชุดนี้กับกิจการของท่านมารวมเสีย เอาอำนาจหน้าที่ของ ๒ อันนี้มาร่วมกันเสีย และเปึน กิจการจริง ๆ ที่จะทำการเชื่อมจากองค์กรต่าง ๆ เชื่อมจากกรรมาธิการต่าง ๆ เท่านั้น ให้รวบรวม และทำบางอย่างที่กรรมาธิการอื่น ๆ เขาไม่ได้ทำ มันก็ครบหมดแล้วหน้าที่ของ สภาร่างรัฐธรรมนูญของพวกเรา หมดกิจการ เกลี้ยง ไม่มีเหลือแล้ว ท่านประธานครับ ถ้าท่านจะปรับปรุงสิ่งเหล่านี้บ้างก็จะง่าย และคณะกรรมาธิการที่ว่าชื่อต่าง ๆ นี้ท่านอย่า ใส่มา ไม่อย่างนั้นแล้วท่านจะมีปัญหาถกเถียงกัน ควรใส่มาเฉพาะคณะกรรมาธิการ ตัวแทนคณะกรรมาธิการที่จำเปึนเท่านั้นเปึนผู้ประสานงาน ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วท่านเถียง กันแน่