สุรเชษฐ์ วิจารณ์รถไฟความเร็วสูง ชี้เอื้อทุนใหญ่ ขาดความจำเป็น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๕ กันยายน ๒๕๖๒

สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่จำเป็น ความไม่คุ้มค่า และความไม่โปร่งใสในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน พร้อมตั้งคำถามต่อกระบวนการประมูลที่เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนใหญ่ โดยเฉพาะการรวมโครงการต่างๆ เป็นแพ็กเกจเดียวและการเรียกร้องผลตอบแทนพิเศษที่อาจขัดต่อผลประโยชน์สาธารณะ พร้อมเรียกร้องให้มีการตั้งกรรมาธิการตรวจสอบความโปร่งใสและชอบด้วยกฎหมายอย่างเร่งด่วน รวมถึงตั้งข้อกังวลต่อการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ที่อาจเกิดความซ้ำซ้อนและใช้อำนาจเกินขอบเขต

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

เดี๋ยวขอ เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคอนาคตใหม่ วันนี้กรอบในการอภิปรายของผมจะอยู่ที่โครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม ๓ สนามบิน วันนี้จริง ๆ ญัตติมันรวม อีอีซี (EEC) กับ ๓ สนามบิน ผมจะพูดถึงเฉพาะ ๓ สนามบิน ซึ่งโครงการนี้ก็เป็นโครงการที่ผมเกาะติดในรายละเอียด โดยผมนับเป็นผลงาน ชิ้นโบดำชิ้นที่ ๒ ผลงานชิ้นโบดำชิ้นแรก ที่ผมเกาะติดก็คือเรื่องของการขยายสัญญาสัมปทาน ทางด่วนที่เมื่อเช้าเราได้มีการสรุปกันไป ชิ้นนี้จะเป็นผลงานชิ้นโบดำของรัฐบาล คสช. ชิ้นที่ ๒ ในส่วนของรถไฟความเร็วสูง ทำไมผมถึงพูดอย่างนั้นนะครับ เรามาเริ่มดูกันจากข้อเท็จจริงในโครงการ อันนี้เป็นข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นในโครงการก็คือ โครงการนี้ประกอบไปด้วย ๙ สถานี ในการเชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ เข้ากับสนามบินดอนเมืองทางด้านเหนือ แล้วก็อู่ตะเภาทางด้านใต้ โดยผ่านสถานีหลักก็คือ จากดอนเมืองมาบางซื่อ มามักกะสัน สุวรรณภูมิ มาจังหวัดฉะเชิงเทรา มาจังหวัดชลบุรี มาศรีราชา มาพัทยา แล้วก็อู่ตะเภา ผมไม่เคยขัดขวางการพัฒนา แต่ผมขัดขวางการพัฒนา ที่เกินจำเป็นไม่คุ้มค่า เพราะท่านดูเส้นสีน้ำเงินก็คือรถไฟทางคู่ ไล่ลงมาแล้วก็สีแดงก็คือรถไฟ ความเร็วสูง มอเตอร์เวย์ (Motorway) ก็คือสีเขียว เห็นไหมว่ามันซ้ำซ้อนกันขนาดไหน จากสนามบินดอนเมืองมาสนามบินสุวรรณภูมิ ไล่มาอู่ตะเภามันซ้ำซ้อนกัน รถไฟความเร็วสูง ไม่ได้มีความจำเป็นใด ๆ เลย รถไฟทางคู่ เวลาเป็นทางคู่จากทางเดียวมาเป็นทางคู่ เราเพิ่ม ความจุให้กับระบบประมาณ ๑๐ เท่า เพราะว่ารถมันไม่ต้องรอสับหลีกกัน แล้วรถไฟทางคู่ ก็ขนได้ทั้งคนทั้งของ ถ้าเกิดมาไม่บ่อย มาไม่พอก็เพิ่มขบวนรถให้มีความถี่เพิ่มขึ้น จะเอา ขบวนยาวขึ้นอะไรก็ได้ ที่สำคัญมันถูกกว่ามาก เดี๋ยวผมจะไล่รายละเอียดให้ฟัง แต่เรื่องของ ความจำเป็นแล้วบอกว่าจะต้องสร้างรถไฟความเร็วสูงเพื่อพัฒนา อีอีซี (EEC) มันคนละเรื่องกัน มันอยู่ที่การขนคนกับการขนของ เราต้องการขนคนหรือขนของจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่ง เราใช้ รถไฟทางคู่ก็ได้ ขนได้ทั้งคนทั้งของ ก็ไปอัปเกรด (Upgrade) ให้มันดี ไม่ใช่รถไฟที่ยังเป็นอยู่ อย่างทุกวันนี้ แต่การทำอย่างนั้นมันถูกกว่ามาก และรถไฟทางคู่ถ้าเราอัปเกรด (Upgrade) ระบบมันจะวิ่งได้ถึง ๑๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในขณะที่รถไฟความเร็วสูงที่เราพูดกันถึง ก็ไม่ได้เร็วอะไรมากอยู่ที่ประมาณ ๒๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น มันไม่ได้ต่างกันมาก แล้วก็ระยะเวลาการก่อสร้างก็จะใช้เวลาประมาณ ๕ ปี แล้วก็จะให้สัมปทานการเดินรถ อีก ๔๕ ปี ในขณะเดียวกันก็มอบการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์หลัก ๆ ก็เป็นที่มักกะสัน แล้วก็มีที่ศรีราชา แล้วก็ที่เอกชนไปกว้านซื้อไว้ ตามที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะจังหวัดฉะเชิงเทราและจังหวัดระยอง โครงการนี้นอกจากนั้นมันยังทับซ้อนกับ โครงการแอร์พอร์ต ลิงก์ (Airport Link) โครงการแอร์พอร์ต ลิงก์ (Airport Link) ก็อยู่ที่ สถานีพญาไทข้าง ๆ สถานีมักกะสัน แล้วก็ไล่มาจนถึงสนามบินสุวรรณภูมิอย่างที่ทุกคนทราบ มี ๘ สถานีด้วยกัน โครงการนั้นก็มีผู้ดำเนินการอยู่แล้ว ก็มีรัฐวิสาหกิจก็คือบริษัทรถไฟฟ้า ที่ดูแลแอร์พอร์ต ลิงก์ (Airport Link) ก็จะไปยกเขาออก จะไปทำลายรัฐวิสาหกิจนั้น แล้วก็เอาเส้นนี้ที่เริ่มมีกำไรแล้วให้เอกชนดำเนินการแทนที่เรียกว่าเป็นโครงการรถไฟเชื่อม ๓ สนามบิน คำนี้จำไว้ดี ๆ รถไฟเชื่อม ๓ สนามบิน เดี๋ยวผมจะอภิปรายต่อว่ามันผิดตั้งแต่ชื่อ ทำไมผมถึงพูดอย่างนั้น เรามาดูกันผมแบ่งกรอบการอภิปรายเป็น ๔ ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรก ผมจะพูดถึงเหตุผลที่แท้จริงของโครงการนี้ว่าคืออะไร อย่างที่บอกซ้ำซ้อนกับ โครงการรถไฟทางคู่เห็น ๆ แล้วโครงการรถไฟทางคู่ เพื่อนสมาชิกทุกพรรคเท่าที่ผมดู รวมถึงพรรคผมด้วยก็สนับสนุน เพราะขนได้ทั้งคนทั้งของ ไม่มีความจำเป็นใด ๆ เลย ต้องทำรถไฟความเร็วสูงมาซ้อนกันตามแนวทางเดียวกัน ๒. มีการประมูลแบบพิสดาร ๓. มีเจตนาของผู้มั่งมีในการยื่นข้อเสนอซองที่ ๔ และ ๔. ผมก็จะสรุปให้ฟังทำไม ผมถึงบอกว่า โครงการนี้เป็นโครงการชิ้นโบดำชิ้นที่ ๒ ที่ผมเจาะในเชิงลึก

มาดูเหตุผลนะครับเชื่อม ๓ สนามบิน เพื่อนสมาชิกลองพิจารณาดูครับ เพื่อนสมาชิกหลายท่านเป็น ส.ส. เขตมาจากต่างจังหวัด ท่านบินมาลงสนามบินดอนเมือง ท่านจะไปต่อเครื่องบินที่สนามบินอู่ตะเภาไหม ต่อให้บินมาต่างประเทศมาลงสนามบิน ดอนเมือง ท่านจะไปเปลี่ยนเครื่องบินไหมที่สนามบินอู่ตะเภา ปกติรถไฟเขาเชื่อมกันระหว่าง เทอร์มินอล (Terminal) จะได้ไม่ต้องผ่านโพรเสส (Process) เช็กอิน (Check in) เช็กเอาต์ (Check out) ไม่ต้องผ่าน ตม. มันไม่ได้มีเหตุผลจำเป็นใด ๆ เลย หรือต่อให้มีก็คงมีปริมาณ ที่น้อยมาก ๆ แต่รถไฟความเร็วสูง ความจุมันมากกว่าเครื่องบินอีก ไม่มีเหตุผลใด ๆ เลย ลองตอบผมให้ได้สิครับ ขอเพื่อนสมาชิกสักคนหนึ่งที่ตอบผมให้ได้ ด้วยเหตุด้วยผลว่าจะเชื่อม ไปทำไม ๓ สนามบิน ผมถึงบอกว่ามันผิดตั้งแต่ชื่อนะครับ แต่คราวนี้ถ้าเรามาลองดูเรื่องของการพัฒนาที่ดินนะครับ การพัฒนาที่ดินอันนี้เห็น ๆ มักกะสัน ๑๕๐ ไร่ พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ ๘๕๐,๐๐๐ ตารางเมตร ศรีราชา ๒๕ ไร่ ๒๐,๐๐๐ ตารางเมตร นี่ยังไม่นับรวมการที่ผู้มั่งมีไปซื้อเพิ่มหรือบางส่วนก็มีอยู่ก่อนแล้ว กว่า ๑๐,๐๐๐ ไร่ ที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากโครงการนี้ ที่สำคัญการใช้เงินภาษีของพี่น้อง ทุกคนไปอุดหนุน ไม่ควรไปอุดหนุนให้คนรวยได้ใช้นาน ๆ ที คือถ้าเราทำอย่างรถเมล์ในเมือง นี่นะครับ คนจนได้ใช้ทุก ๆ วัน แต่รัฐบาลที่ผ่านมาทำอะไรครับ ไปขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ แต่เอาเงินไปประเคนกับโครงการแพง ๆ ที่เกินจำเป็นไม่คุ้มค่าอย่างนี้ ให้คนรวยได้ใช้ นาน ๆ ทีไม่มีใครเขาทำขึ้นทุกวัน หลักการพัฒนาที่ดีก็คือเราทำรถไฟทางคู่ จนมีผู้ใช้ ผู้โดยสารมากพอ แล้วจะมีคนรวยบางส่วนที่ต้องการประหยัดเวลาการเดินทางก็จะซื้อเวลา ด้วยการขึ้นรถไฟความเร็วสูงแทน เมื่อมีผู้ใช้มากพอมันก็จะคุ้มค่า แต่อย่างนี้ไม่คุ้มค่า นอกจากนั้นยังทำมอเตอร์เวย์ (Motorway) ไปตัดดีมานด์ (Demand) กันเองอีก แล้วคนขึ้น รถไฟความเร็วสูงจะเหลือกี่คน ก็ลองพิจารณากันดูนะครับ

มาดูที่ดินผืนใหญ่กว่า ๓,๐๐๐ ไร่บริเวณจังหวัดระยองนะครับ ก็อยู่ภายใต้ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของผู้มั่งมี นอกจากนั้นก็มีการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย-จีนกว่า ๓,๕๐๐ ล้านบาท อยู่บริเวณพื้นที่ดังแสดงในภาพ นอกจากนั้นก็ยังมีข่าวอย่างที่เมื่อสักครู่นี้ เพื่อนสมาชิกในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ได้อภิปราย ก็มีการกว้านซื้อที่ดินนับหมื่นไร่ พร้อมขอเปลี่ยนโซน (Zone) สีบริเวณสถานีฉะเชิงเทรา นอกจากนั้นก็ยังมีที่ที่เขามีอยู่แล้ว บริเวณจอมเทียนบางเสร่อีกประมาณ ๕๐๐-๖๐๐ ไร่ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นครับ แล้วรถไฟ ความเร็วสูงก็จะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้ที่ดินอย่างเห็น ๆ โดยเฉพาะบริเวณ ๔๐๐ เมตร รอบสถานี ซึ่งเป็นระยะทางที่คนเดินถึง นอกจากโครงการจะไม่เมกเซนส์ (Make sense) แล้วนะครับ มาดูเรื่องของการประมูลครับ เกิดการประมูลแบบพิสดารขึ้น ท่านลองคิดภาพดู ถ้าท่านจะพัฒนาพื้นที่ อย่างสมมุติว่าท่านจะสร้างร้านอาหารใหญ่ ๆ เป็นคอมเพล็กซ์ (Complex) ใหญ่ ๆ ท่านจะทำอย่างไรครับ ท่านก็ต้องเลือกผู้รับเหมาที่เก่ง ๆ มาเป็น ผู้รับเหมาในการสร้างใช่ไหมครับ แล้วท่านก็ต้องไปเลือกบริษัทที่บริหารจัดการเก่ง ๆ มาคอยบริหารจัดการดูแล ท่านอาจจะไปเลือกแบรนด์เนม (Brand name) ดัง ๆ มาเปิดร้าน ไอศกรีมข้างร้านอาหารของท่านเพื่อให้คนมาซื้อ แล้วมีแอคทิวิตี (Activity) ต่อ แต่นี่สิ่งที่ คสช. จัดให้จะประเคนแพกเกจ (Package) ใหญ่ให้นายทุน โดยเหมารวบ ๓ โครงการที่เขา ศึกษาต่างกัน ต่างกรรมต่างวาระ ก็คือโครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-ระยอง โครงการแอร์พอร์ต ลิงก์ (Airport Link) ที่มีอยู่แล้ว แล้วก็การพัฒนาที่ดินมักกะสันซึ่งศึกษา แยกเอามาแพกเกจ (Package) รวมกันแล้วประเคนให้นายทุนไป เพราะฉะนั้นโดยปกติ มันจะต้องประมูลแยกโครงการแล้วก็ต้องใช้ความรอบคอบในการศึกษาแล้วก็ประเมิน โครงการในรายละเอียดก่อนโดยผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่มาหยิบ ๆ แล้วก็ประเคนให้อย่างนี้ มันไม่ถูกต้อง ถ้าท่านไปศึกษาข่าวดูเมื่อประมาณสัก ๓ ปีก่อน ท่านก็คงจะเห็นข่าว ในลักษณะที่ว่าตกลงกันแล้ว ในโครงการที่ชื่อเหมือนพรรค ๆ หนึ่งว่าสายนี้ให้บริษัทนี้ไป สายนี้ให้บริษัทนี้ไป สายนี้ให้บริษัทนี้ไป ท่านลองไปหาข่าวนั้นดูว่ามีคำตอบในใจแล้วหรือไม่ จากนั้นก็เกิดการเร่งรัดการศึกษาแล้วก็เตรียมการประมูลนะครับ แบบใครจะกล้าทำแบบนี้ พอประมูลมีผู้เข้าร่วม ๓๑ ราย เหลือจริงอยู่แค่ ๒ รู้บ้างว่าใครใหญ่ก็มารวมกัน มารวมกับ กลุ่มผู้มั่งมีได้ชัวร์ (Sure) เสร็จแล้วกลุ่มผู้มั่งมีก็ชนะการประมูลโดยขอเลื่อนเจรจา แบบมีเงื่อนไขเพิ่มเติม แบบงง ๆ ครับ มันทำไมเป็นอย่างนี้ นอกจากนั้นเดี๋ยวผมจะเปิด รายละเอียดในส่วนของที่เรียกว่าข้อเสนอซองที่ ๔ ซึ่งชื่อว่า ข้อเสนออื่น ๆ มีด้วยกัน ๑๑ ข้อ นอก ทีโออาร์ (TOR) การเสนอแบบนี้เป็นการเสนอแบบไม่เกรงใจใคร เดี๋ยวเรามาดูกันว่า ข้อเสนอซองที่ ๔ คืออะไร

เรามาดูนะครับ ข้อเสนอซองที่ ๔ คำว่าซองที่ ๔ คืออะไร ซองที่ ๑ เวลาเรา ไปยื่นประมูลงานใหญ่ ๆ โครงการใหญ่ ๆ ก็คือเรื่องของคุณสมบัติทั่วไปอันนี้ปกติไม่ว่ากัน ๒. คือข้อเสนอทางเทคนิคอันนี้เป็นดีเทล (Detail) อะไรต่าง ๆ ๓. ข้อเสนอด้านการลงทุน และผลตอบแทน ปกติมันควรจะจบแค่นี้นะครับ ใครต้องการเงินสนับสนุนจากภาครัฐ น้อยกว่ากัน คนนั้นก็ควรจะได้ไป แล้วก็วัดกันตรงนั้น แต่นี่มีซองที่ ๔ ข้อเสนออื่น ๆ ซึ่งชื่อก็ชื่อเพราะดีนะครับ ในการเพิ่มประสิทธิภาพโครงการ ถ้าฟังเผิน ๆ อย่างนี้ก็คงไม่มีใครว่าอะไร แต่เดี๋ยวเราไปดูรายละเอียดกันนะครับ ประเทศไทย เรายังโชคดีที่มีข่าวนี้หลุดออกมา อันนี้ก็ต้องขอขอบคุณทางหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจและ หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจที่เล่นเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นนะครับ คือเขาเสนอกัน แล้วก็เป็น ความลับด้วยนะซองที่ ๔ แต่ว่ามีข่าวรั่วออกมา พอข่าวรั่วออกมาคณะกรรมการพิจารณา อะไรต่าง ๆ เขาก็ต้องระวัง ไม่อย่างนั้นอำนาจ คสช. หมดไป เขาก็ติดคุกเอาได้นะครับ อันนี้ ก็ยังถือว่าโชคดี แล้วก็ต้องขอขอบคุณทางสื่อมวลชนที่ช่วยกันเจาะประเด็นนี้ทำให้มีข่าวหลุด ออกมา อันนี้ผมเอามาจากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ มีลิงก์ (Link) อยู่ด้านล่างนะครับ ไม่ได้เขียนขึ้นมาเอง แค่เขียนขึ้นมาเองให้มันดูสวยงามขึ้น ก็มีข้อเสนอต่าง ๆ แล้วก็ หลาย ๆ ข้อ คณะกรรมการคัดเลือกก็ไม่กล้าพิจารณา ไม่รับพิจารณาหรือบางอันก็เอาไปไว้ ในบัญชีแนบท้าย บางอันก็บอกว่าโอเค (OK) ดำเนินการได้ รับพิจารณา แต่ตรงนี้ละครับ ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญที่เราตั้งขึ้นต้องเข้าไปตรวจสอบว่าตามที่เป็นข่าวออกมา มันจริงหรือไม่ เพราะบางเรื่องมันก็น่าเกลียดเกินไป ยกตัวอย่าง เช่น เรื่องที่ ๑๐ เดี๋ยวผม จะให้พี่น้องประชาชนช่วยกันจับตานะครับ ถ้าโครงการนี้เกิดขึ้นจริง แล้วมีการย้ายตำแหน่ง สถานีได้ อันนี้เป็นอะไรที่น่ากลัวมาก ปกติประมูลกันเขาต้องบอกก่อนสถานีอยู่ตรงไหน ใช่ไหมครับ แล้วถ้าเกิดเขายอมให้เลื่อนได้ ถ้าเลื่อนแบบ ๑๐๐-๒๐๐ เมตร อันนี้ผมไม่ว่ากัน บางทีในการก่อสร้างมันติดโน่นติดนี่ แต่ถ้าเลื่อนไปเป็นกิโลเมตรอย่างนี้ครับ เพื่อประโยชน์ ที่ดินของใคร อันนั้นต้องจับตาดูประเด็นนี้เรื่องของการย้ายตำแหน่งสถานี เราอยากให้ตั้ง กรรมาธิการเพื่อไปตรวจสอบ มาดูตัวอย่างอื่นกันนะครับ ขอให้รัฐบาลการันตีผลตอบแทน จากการลงทุนด้วย ไออาร์อาร์ (IRR) ๖.๗๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ถือว่าสูงมากสำหรับการลงทุน โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ คือไม่เคยมีกลุ่มบริษัทเอกชนใด กล้าเรียกร้องแบบนี้กับรัฐ มาก่อนในข้อเสนอสุดพิเศษนะครับ ต้องสนิทกันแค่ไหนครับ ถึงจะกล้าเสนออย่างนี้นะครับ นอกจากนั้นอันนี้แบบสุด ๆ ไปเลย นานอย่างกับตอนประเทศอังกฤษยึดเกาะฮ่องกงครับ คือ ทีโออาร์ (TOR) เขียนไว้ชัดว่า ๕๐ ปี แต่ขอต่อเป็น ๙๙ ปี ขอกันอย่างนี้ครับ ในข้อเสนอ ซองที่ ๔ สุดพิเศษ โดยใน ทีโออาร์ (TOR) ระบุให้ทราบล่วงหน้าแล้วว่าเชิงพาณิชย์พัฒนาได้ ๕๐ ปี ในเรื่องของรถไฟก่อสร้าง ๕ ปี แล้วก็หากำไรอีก ๔๕ ปี ก็มาขอกัน ๙๙ ปี กล้าขอ อย่างนี้ครับ อันนี้อย่างที่ผมบอกผมเอามาจากข่าว แต่ต้องมีกรรมาธิการไปตรวจสอบกันว่า ที่ผมพูดนี่เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ผมก็อยากเห็นเอกสารเหมือนกัน แต่เป็นเอกสารลับ การที่ขอต่อเวลาเพื่อกำจัดคู่แข่งไม่ให้เข้ามาประมูลในอนาคต มันเป็นการหากำไรให้ตัวเอง แล้วมันนานเกินไปมาก ๆ จะเป็น ๕๐ ปีที่ว่านานแล้ว แต่ โอเค (OK) โครงการขนาดใหญ่ อย่างนี้ก็ยอมกันได้ แต่ว่า ๙๙ ปี อย่างนี้ก็ไม่ไหว แต่เจตนาเขาคืออะไรครับ ทำไมเขากล้าขอ ขนาดนี้ นอกจากนั้นก็ยังมีการขอว่าจะขอชำระค่าเช่าที่ดินบริเวณมักกะสัน แล้วก็ศรีราชา เมื่อวันที่ถึงจุดที่มีผลตอบแทน จากจำนวนเงินที่ผู้ประมูลต้องจ่ายให้รัฐรวม ๕๒,๐๐๐ ในการ พัฒนาพื้นที่ตรงนี้ ฉะนั้นกลุ่มพวกผู้มั่งมีก็พยายามจะยึดที่ดินจากประชาชนมาพัฒนา โดยจะ จ่ายเงินให้ทีหลังเมื่อมีผลตอบแทน คือมันเป็นการจับเสือมือเปล่าครับ แล้วก็ไม่ขอรับ ความเสี่ยง แต่เป็นการลงทุนในลักษณะที่เอกชนต้องมาขอรับความเสี่ยง อันนี้ให้ตัวอย่าง ๓ ข้อว่าเจตนาเขาต้องการอะไร ทำไมเขากล้าขอขนาดนี้ ฉะนั้นโดยสรุป ตกลงที่จะเชื่อมนี่ เชื่อม ๓ สนามบินหรือที่ดินของใครครับ นอกจากนั้นพอจะทำนะครับ ทำโครงการที่มัน ไม่เมกเซนส์ (Make sense) ที่จะสร้าง แต่พอจะสร้างขึ้นมาก็เกิดการประมูลแบบพิสดาร โครงการขนาดใหญ่นี่มันล็อกให้ใครหรือเปล่า เพราะฉะนั้นเจตนาในการยื่นก็เลยเป็นแบบ ไม่เกรงใจใครอย่างนี้ อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องเข้าไปช่วยกันตรวจสอบ ผมเข้าใจดี เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ถึงแม้จะอยู่ฝั่งรัฐบาลก็ดี เราไม่ได้ว่าท่านนะ แต่ว่ามันเป็นผลงาน ที่ค้างมาจากสมัย คสช. ที่เขาใช้อำนาจพิเศษในการเจรจากัน เรามาช่วยกันตรวจสอบว่า มันเป็นจริงอย่างที่ผมว่าหรือเปล่า เป็นจริงอย่างที่ข่าวจากหนังสือพิมพ์เขามีข่าวหลุดมา อย่างนั้นจริง ๆ หรือเปล่า ถ้ามันเป็นอย่างนั้นเรายังเบรกทันนะ ฉะนั้นโดยสรุปนะครับมันเหมือนถูกล็อกให้กลุ่มผู้มั่งมีมาตั้งแต่แรก หลังจากประกาศผลก็เกิด การต่อเวลาเพื่อให้กลุ่มผู้มั่งมีปรับปรุงข้อเสนอเพิ่มเติมแบบไม่ต้องเกรงใจใคร ก็เขาใหญ่ ข้อเสนอและเงื่อนไขหลายข้อก็เหมือนกับให้กลุ่มผู้มั่งมีเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ จากที่ดินแบบเอื้อกันสุด ๆ ฉะนั้นรัฐบาลปกติไม่อุกอาจทำอะไรแบบนี้แน่ แต่นี่เขารัฐบาล คนดี คนดีทำอะไรก็ไม่ผิด แต่เราไปช่วยกันตรวจสอบเถอะครับ อย่าปล่อยให้เป็นอย่างนี้เลย ในเรื่องนี้ผมเคยขึ้นเวทีกับท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ผู้เปิดญัตติเรื่องนี้นะครับ ผมก็สนับสนุนท่านเต็มที่เพราะผมก็ตามติดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ก็มีประชาชนแล้วก็สหภาพ มายื่นคำถามอะไรต่าง ๆ มากมายเกี่ยวกับโครงการนี้ ผมพยายามจะตอบ ผมพยายามมอง โลกในแง่ดีและพยายามจะช่วยตอบ แต่มันหาเหตุผลไม่เจอว่าจะทำไปทำไมโครงการนี้ แต่ถ้าเราเปลี่ยนจุดยืน แทนที่เราจะมองโลกในแง่ดี เรามามองถึงข้อเท็จจริงอะไรต่าง ๆ ผมว่า ผมได้คำตอบว่า ชื่อรถไฟความเร็วสูง มันไม่ควรจะเชื่อมต่อ ๓ สนามบินเหมือนชื่อ โครงการหรอก ที่มันผิดแม้กระทั่งชื่อของโครงการ จะเชื่อมไปทำไมรถไฟความเร็วสูง เปลี่ยนเป็นโครงการเชื่อมที่ดินให้ผู้มั่งมีด้วยภาษีประชาชนจะเหมาะสมกว่าครับ เพราะรัฐ จะอุดหนุนเงิน ๑๔๙,๖๕๐ ล้านบาท ในการไปประเคนให้เอกชนพัฒนาที่ดิน ที่ดินราคาขึ้น เขากำไรไปแล้วแต่ต้องเอาภาษีมาแบกนะครับ พี่น้อง เพื่อนสมาชิกอะไรต่าง ๆ เรียกร้องกัน ใช่ไหมครับ เราได้ยิน หารือ เรื่องซ่อมถนน ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ อยากจะทำให้คมนาคม ในประเทศดี รถโดยสารห่วย ค่าโดยสารแพงอะไรต่าง ๆ แต่เราจะเอาไปผลาญให้คนรวย ได้ใช้นาน ๆ ทีโดยไม่มีความจำเป็นใด ๆ ทั้งสิ้น ตัวเลขนี้ผมไม่ได้เมกอัป (Make up) ตัวเลขนี้ อยู่ในเอกสารจากมติ ครม. วันที่ ๒๘ พฤษภาคมนะครับ คราวนี้เรามาดูกัน มติไม่ได้มีแค่นั้น มติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม เราก็ต้องถาม เพื่อนสมาชิกคงจำได้ พวกเราถวายสัตย์ฯ เข้ามาเป็น ส.ส. วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๒ วันนั้นสถานะของนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย คืออะไร สถานะของ ครม. คืออะไร ที่เขาอนุมัติกันไปเมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๒ นอกจากนั้นโดยมารยาททางการเมืองมันไม่ควรทำนะครับ การอนุมัติโครงการใหญ่ ๆ ในช่วงเปลี่ยนผ่านและเขาก็จะตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาภายใต้ สกพอ. หรือว่าสำนักงาน คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งทุกท่านก็คงรู้ดีว่าผู้บริหารใหญ่ ของสำนักนี้เป็นคนของใครมาจากไหน และมันน่าแปลกไหมครับ โครงการที่จะมาดูแล รถไฟความเร็วสูงมันไม่ได้ขึ้นกับคมนาคม จริง ๆ ที่ขออนุมัตินี้โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ด้วยนะครับไม่ใช่กระทรวงคมนาคมขออนุมัติโครงการนี้ เดี๋ยวไปเปิดมติ ครม. กันดูนะครับ ที่สำคัญที่อยากจะให้ฝั่งรัฐบาลช่วยกันตรวจสอบ เวลาเราอนุมัติมติ ครม. จะต้องมีความเห็น จากหน่วยงานต่าง ๆ ท่านจะรู้รายละเอียดมากกว่าผมอีก ของผมยังได้หลุดมาบ้างจาก หน่วยงานนั้นหน่วยงานนี้ แต่พวกท่านเข้าถึงข้อมูลมากกว่าผม ไปช่วยกันตรวจสอบดูว่า โครงการนี้มันประหลาดจริง ๆ ทางออกของเรื่องนี้เราจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขึ้นมาตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะว่า เราจะใช้ภาษีของประชาชนเพื่อพี่น้องประชาชน อย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด เงื่อนไขลับในซองที่ ๔ ที่บอกว่าไม่สามารถเปิดเผยได้คืออะไร เราจะ ยอมไหมครับ ให้รัฐบาลใช้จ่ายเงินภาษีแสนกว่าล้านบาทเพื่อคนรวยได้ใช้นาน ๆ ที ในโครงการที่ไม่คุ้มค่าเลย แล้วเราก็ไปช่วยกันตรวจสอบอีกว่าเจ้าของที่ดิน แล้วก็มูลค่าของที่ ที่แท้จริงเขาประเมินไว้เท่าไร ก็มีข่าวออกมาผมไม่อยากกล่าวหาแต่ก็ตรวจสอบกันก่อน เขาบอกว่าที่ดินมักกะสันประเมินต่ำกว่าราคาซื้อขายจริงประมาณ ๓-๔ เท่า อันนี้เราไป ช่วยกันเช็ก (Check) ว่าประเมินไว้ต่ำเพื่อประเคนให้เอกชนอย่างนั้นจริงหรือไม่ มักกะสัน ที่ใหญ่ใจกลางเมือง ไม่ได้หาได้ง่าย ๆ นอกจากนั้นเราไปตรวจสอบกันในเรื่องของ ความสมเหตุสมผลและคุ้มค่าของโครงการ และเราไปช่วยรัฐบาลคิดด้วยว่าก้าวต่อไป ของบริษัทรถไฟฟ้า รฟท. ที่เขาบริหารจัดการโครงการที่เรียกว่า แอร์พอร์ต ลิงก์ (Airport Link) อยู่แล้วจะไปหยิบเขาออก พนักงานเขาจะตกงาน ต้องไปหาที่ใหม่ให้เขาทำนี่นะครับ แล้วให้เอกชนมารับบริหารจัดการในโครงการรถไฟความเร็วสูง มันยุติธรรมกับพวกเขาไหม ไปช่วยกันหาทางออกให้เขา

สุดท้ายเรื่องของหน่วยงานที่ตั้งมาใหม่ เพื่อการบริหารจัดการโครงการ แล้วก็ หน่วยงานที่ตั้งใหม่ที่ไม่ใช่คมนาคมที่อยู่ภายใต้ สกพอ. ทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้นมัน เมกเซนส์ (Make sense) แล้วหรือยัง หรือว่าถ้ามันจำเป็นต้องเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เราจะทำอย่างไร ไม่ให้มันเกิดค่าโง่ หรือว่าความซ้ำซ้อนของหน่วยงานหรือการบริหารจัดการที่หลาย ๆ หน่วยงานมันจะยิ่งยุ่ง ยิ่งเยอะ ยิ่งยาก ก็ต้องไปช่วยกันดูตรงนั้นว่าทางออกของประเทศ ควรจะเป็นอย่างไร สุดท้ายผมอยากให้ช่วยกันคิดนะครับ อำนาจพิเศษมันเปรียบเหมือน ดาบสองคมนะครับ แต่สิ่งที่รัฐบาล คสช. ทำ คือทำเพื่อประชาชนหรือกลุ่มทุนใหญ่ ขอบคุณครับ