ศุภชัย ใจสมุทร หารือถึงความจำเป็นในการผลักดันโครงการอีอีซีให้เป็นวาระแห่งชาติเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและรองรับการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเวียดนาม พร้อมเน้นย้ำการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่คำนึงถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี การรักษาสิ่งแวดล้อม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการสร้างความโปร่งใสเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ผมตกใจท่านพิเชษฐ์ ขออภัย ท่านประธานครับ ถ้าเราพูดกันว่าอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) คือ ความสำเร็จของประเทศเราในการที่จะพัฒนา วันนี้ต้องตั้งคำถามว่าเราจะอยู่กับ อีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ต่อไปเรื่อย ๆ ให้อีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) เป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ โดยไม่คิดว่าจะมีโครงการสำคัญอื่นอีกหรือเปล่า ความเป็นจริงที่ต้องยอมรับก็คือว่าเรามี เออีซี (AEC) ก็คือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งได้กำหนดกติกาให้เป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว มีการเคลื่อนย้ายสินค้าบริการ การลงทุนและแรงงานฝีมือได้อย่างเสรี ถ้าเราคิดว่าเราอยู่ในอาเซียน (ASEAN) โดยไม่ต้อง แข่งขันกับใคร เราก็ไม่ต้องทำอะไร แต่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นก็คือว่าช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจของเราที่เคยโตถึง ๗-๘ เปอร์เซ็นต์ วันนี้เหลือ ๓ เปอร์เซ็นต์ ๔ เปอร์เซ็นต์ เราคิดที่จะพัฒนาประเทศนี้โดยวิธีการใด เรามีรายได้จากการส่งออกที่เป็นกำลังหลักที่จะเกื้อกูลให้ประเทศนี้เดินหน้าต่อไปได้ แต่ถ้าปัจจัยในการลงทุนโดยเฉพาะจากต่างประเทศ ไม่ได้ตัดสินใจให้เขาตัดสินใจมาลงทุน ในประเทศนี้แล้วเราจะมีรายได้จากที่ไหน ผมว่าวันนี้เป็นความแหลมคมที่รัฐบาลชุดนี้ จะต้องตัดสินใจว่าจะเลือกไปในทางไหน แน่นอนครับ อีอีซี (EEC) มีกฎหมายออกมาแล้ว และว่ากันว่า อีอีซี (EEC) จะมาต่อยอดจากอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ที่เรา ทำกันมา ๓๐ ปี เราต้องยอมรับว่าอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) สร้างความเจริญ ขึ้นมาให้กับ ๓ จังหวัดในภาคตะวันออกแล้วก็ประเทศไทย แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับ ว่ามันมีผลกระทบอยู่มากมายพอสมควร ซึ่งเป็นเรื่องที่พวกเราทั้งหลายในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องช่วยกันคิดว่าเราจะคิดการเรื่องนี้ต่อไปอย่างไร สิ่งที่ จะต้องเรียนต่อท่านประธานก็คือว่า วันนี้ต้องยอมรับว่าถ้าเราคิดที่จะต้องให้ประเทศ เดินหน้าต่อไปให้มีความสามารถในการแข่งขันกับผู้อื่นได้ เราก็จำเป็นที่จะต้องคิด ที่จะให้มีโครงการสำคัญ ๆ ให้เกิดขึ้นมาใหม่แบบ อีอีซี (EEC) เราเคยประสบความสำเร็จ ในอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ซึ่งตอนนั้นก็เป็นวาระแห่งชาติที่ทำให้บริเวณ ชายฝั่งภาคตะวันออกได้มีการร่วมสร้างท่าเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่ มีแหล่งเงินลงมามหาศาล ในเรื่องของการผลิตยานยนต์อุตสาหกรรมต่าง ๆ ปิโตรเคมี ตรงนั้นเราเคยไปดีทรอยต์ ออฟ เดอะ อีสต์ (Detroit of the East) มีการลงทุนทางยานยนต์อยู่มากมาย มีการเจริญเติบโต แต่วันนี้ก็ต้องยอมรับอย่างที่เรียนแล้วว่าวันนี้บรรยากาศมันซบเซามาก จากที่ประเทศเรา ประสบปัญหาหลายเรื่องตั้งแต่ ๑๐ ปีที่ผ่านมาต้องยอมรับปัญหาเศรษฐกิจเกิดขึ้น เพราะการเมืองไม่แข็งแรงก็เป็นผล เพราะฉะนั้นผมว่าถ้ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับ อีอีซี (EEC) ในการที่จะสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจเกิดขึ้น ผมว่าเราก็ควรที่จะต้องสนับสนุน สิ่งที่จะต้องคิดก็คือว่า วันนี้ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าในอาเซียน (ASEAN) เองเราเคยเป็น เสือตัวใหญ่แต่วันนี้ไม่ใช่ วันนี้เราถูกจับไปเปรียบเทียบกับประเทศเวียดนามซึ่งมีศักยภาพ อย่างมากมาย มีการเบนช์มาร์ก (Benchmark) เรากับประเทศเวียดนามว่า ประเทศเวียดนาม กับเราเป็นอย่างไร เราจะพบว่าประเทศเวียดนามเป็นตัวเลือกที่มีความโดดเด่นและเป็นที่ จับตามองจากนักลงทุนจากทั้งโลก คนที่เคยคิดที่จะมาลงทุนในประเทศไทยโยกย้ายฐาน การผลิตไปที่ประเทศเวียดนาม เขามีความพร้อมในด้านโครงสร้างประชากรวัยทำงาน ในด้านทรัพยากรมนุษย์ ขณะที่เราเองเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น การพัฒนาฝีมือแรงงาน ของประเทศเราก็ไม่ต่อเนื่องและไม่สามารถที่จะรองรับเทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบันได้ นี่คือสิ่งที่เราเป็นอย่างนั้นจริง ต้องยอมรับว่าประเทศเวียดนามมีความมั่นคงทางการเมือง มาด้วยระบบการปกครองของเขา เขามีนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจซึ่งมีมานาน แล้วก็สามารถ ที่จะสร้างความมั่นคง สร้างความเจริญทางเศรษฐกิจมาสูงขึ้น ๆ ตามลำดับ วันนี้ ประเทศเวียดนามผมเข้าใจว่าอัตราเขาอาจจะถึง ๘ เปอร์เซ็นต์ ๙ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ ประเทศไทยเรามีปัญหา การแข่งขันเราสู้กับประเทศเวียดนามไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า อีอีซี (EEC) นี่ละครับควรที่จะเป็นตัวจักรสำคัญที่จะทำให้การตัดสินใจของนักลงทุน ได้หวนกลับมาที่นี่ แน่นอนว่าวิธีการที่จะดึงเขากลับมา เราก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้ เขามีความเชื่อมั่นว่าเขามาลงทุนแล้วเขามีความมั่นคง มั่นคงในเรื่องของกฎหมาย เรื่องภาษี อากร เรื่องอะไรก็ตาม แต่สิ่งสำคัญที่สุดผมก็คิดว่าเป็นเรื่องที่พวกเราก็ต้องคิดก็คือว่า ประเทศควรที่จะได้จากการลงทุน เราตัดสินใจทำ อีอีซี (EEC) ให้เป็นพื้นที่พิเศษสุด อย่างที่สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว วัน สต็อป เซอร์วิส (One stop service) มีเลขาธิการคนเดียวก็มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ซึ่งตรงนั้นผมก็ยังเชื่อในความสุจริตของคน ที่จะมาดำรงตำแหน่งว่าเขาจะต้องทำหน้าที่โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ พวกเรานี่ละมีหน้าที่ที่จะต้องตรวจสอบ แต่อย่างไรก็ตามผมก็ยังเชื่อมั่นว่า อีอีซี (EEC) มาแล้ว อีอีซี (EEC) ก็ควรจะต้องทำประโยชน์ และผมเชื่อว่าสิ่งที่แน่นอนการที่จะมีโครงการใหญ่ ๆ เข้ามารองรับใน อีอีซี (EEC) ไม่ว่าจะเป็น โครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพมหานคร-ระยองที่เชื่อมต่อจากสนามบิน ๓ สนามบิน ที่เราพูดคุยกัน ก็จะทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความสะดวก และเป็นประโยชน์ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ตรงนั้น เราจะทำให้สถานีหลักที่เป็นสถานีอยู่ที่อู่ตะเภา จะเป็นสนามบินที่มีโครงการที่พัฒนาใกล้เคียงตรงนั้น ในสิ่งที่ภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า แอโรโทรโพลิส (Aerotropolis) ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาเรื่อง อีอีซี (EEC) แต่สิ่ง สำคัญที่สุดผมก็คิดว่าการพัฒนาแน่นอนสิ่งที่เราใช้กันก็คือว่าการพัฒนาอย่างยั่งยืนมันไม่ง่าย มีบทเรียนจากอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) อยู่มากมายในโรงงานอุตสาหกรรม ท่านสมาชิกได้อภิปรายหลายท่านถึงความยากลำบากของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นั้น ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องทำให้มันดี ก่อให้เกิดประโยชน์และมีความยั่งยืน และปลอดภัยให้กับประชาชน สิ่งที่ผมอยากจะฝากซึ่งน่าจะเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะฝาก ให้ถ้าจะต้องมีการดำเนินการของ อีอีซี (EEC) ครับ
เรื่องที่ ๑ ก็คือการพัฒนาทางเทคโนโลยี การพัฒนานั้นจะต้องเป็นการปิด จุดอ่อนของการพัฒนาอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ที่ผ่านมาในอดีต เดิมมี การลงทุนกันเป็นจำนวนมากมาย แต่การถ่ายทอดทางเทคโนโลยีไม่มากอย่างที่ควรจะเป็น
เรื่องที่ ๒ ก็คือการพัฒนาเชิงพื้นที่ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่พวกเราที่นี่ทุกคน ได้มีการพูดคุยกัน ก็คือควรจะมีการพัฒนาควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม รายละเอียด หลายอย่างเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่สมบูรณ์มาก มีน้ำ มีอะไรหลายสิ่งหลายอย่าง มีสถานที่ ท่องเที่ยว การพัฒนาเชิงพื้นที่ก็จะต้องยึดหลักนี้
เรื่องที่ ๓ เรื่องคน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่อีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ยังไม่ได้ประโยชน์จากการพัฒนา โดยเฉพาะการพัฒนาเรื่อง ทรัพยากรมนุษย์เลย เพราะฉะนั้นถ้า อีอีซี (EEC) เข้ามาท่านจะต้องทำเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ
เรื่องสุดท้ายครับ ท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปราย ซึ่งผมก็เห็นด้วย คือความไว้วางใจ ซึ่งเป็นจุดเปราะบางมาก ผมลงพื้นที่ในจังหวัดระยอง ในพื้นที่นิคม อุตสาหกรรมจำนวนมากมาย เป็นนักเรียนหลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข ของสถาบัน พระปกเกล้า รุ่น ๑ ได้ไปศึกษาและเห็นสภาพปัญหาที่มันเกิดขึ้นมากมาย เพราะฉะนั้น เรื่องความชัดเจน เรื่องผังเมืองที่หลายท่านได้มีการพูดกันเมื่อสักครู่ มีรายละเอียด หลายประการที่จะต้องแสดงให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับรู้ โดยภาครัฐจะต้องกำหนดพื้นที่ อนุรักษ์อย่างชัดเจน ห้ามอุตสาหกรรมเข้าไปอย่างเด็ดขาด การลงทุนทุกการลงทุนจะต้อง ให้ความมั่นใจว่าจะไม่ก่อมลพิษหรือสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมว่าถ้าหากรัฐบาลไม่สามารถ สร้างความชัดเจนตรงนี้ก็จะเป็นแรงกดดันต่อรัฐบาล เหมือนที่สมาชิกหลายท่านได้แสดง ให้พวกเราได้เห็นกัน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ในเวลาอันจำกัดก็เพียงแต่อยากจะเรียนว่า ผมสนับสนุนให้มี อีอีซี (EEC) เกิดขึ้นเพื่อที่จะพัฒนาในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน ของเรา เช่นประเทศเวียดนามที่มีการก้าวหน้าไกลและแซงหน้าเราไปแล้วครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ