สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ อภิปรายถึงความจำเป็นในการปรับโครงสร้างการบริหารการคมนาคมให้มีความบูรณาการทั้งในด้านนโยบายและหน่วยงาน โดยเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธานในมาตรา 5 แทนนายกรัฐมนตรี เพื่อให้การบริหารจัดการระบบรางและคมนาคมโดยรวมมีความสอดคล้องกัน พร้อมผลักดันให้มีแผนแม่บทระดับประเทศที่ชัดเจน ลดการกระจุกตัวของอำนาจ และส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเทศด้วยการเพิ่มตัวแทนจากกระทรวงอุตสาหกรรมในคณะกรรมการ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพนะครับ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ในฐานะกรรมาธิการ เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิก หลายคนพูดถึงมาตรา ๕ นี้ ซึ่งก็เป็นข้อเท็จจริงว่ามาตรานี้เป็นมาตราที่สำคัญที่สุดแล้ว เพราะว่าเรามีการถกเถียงกันตั้งแต่สภาวาระที่หนึ่ง ความเห็นก็เป็นทั้ง ๒ ฝ่าย ฝ่ายหนึ่ง มองว่าท่านนายกรัฐมนตรีควรจะเป็นประธาน อีกฝ่ายหนึ่งก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมควรจะเป็นประธาน ซึ่งผมก็อยู่ในฝั่งที่คิดว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ควรจะเป็นประธาน แล้วก็ในกรรมาธิการก็มีการถกเถียงเรื่องนี้กันมากที่สุดแล้วนะครับ แล้วก็มีการพักโหวต มีการประชุมกันหลายครั้งในมาตรานี้ แต่ในเนื้อหาสาระก็เพื่อตอบ คำถามสั้น ๆ แต่รายละเอียดไปดูกันได้ จริง ๆ ในสภาเรามีการถกเถียงเรื่องนี้กันตั้งแต่ตอน อภิปรายวาระที่หนึ่ง ซึ่งก็เป็นวาระที่มาตรา ๕ มีการอภิปรายกันมากที่สุด ความคิดก็เป็น ๒ ฝ่ายอย่างที่ว่า หลักคิดใหญ่ ๆ ว่าทำไมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมควรจะเป็น ประธานในด้านนี้ เพราะว่านี่เป็นเรื่องของระบบรางซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการคมนาคม คือเราจะมองแต่รางใหญ่รางโตแล้วบอกว่ามีนักการเมืองมาดึงไปลงตรงนั้นตรงนี้ได้ เราต้องการให้เป็นอย่างนั้นจริง ๆ หรือครับ เราต้องการมีแผนแม่บทหลักที่ทำงานทั้งประเทศ คือมองการคมนาคมเป็นการคมนาคมที่ประกอบไปด้วยถนน ราง อากาศ น้ำ ให้มันบูรณาการ กันอย่างแท้จริง
ทีนี้มาดูองค์ประกอบต่าง ๆ ของด้านถนน ด้านน้ำ ด้านอากาศ ด้านอื่น ๆ ที่ไม่ใช่รางก็มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธานในคณะกรรมการที่คล้ายกัน ยกตัวอย่างเช่น เรามีคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางบก สำหรับกำกับกิจกรรมทางถนน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน เรามีคณะกรรมการการบินพลเรือนสำหรับ การกำกับกิจการทางอากาศ ก็มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน ส่วนทางน้ำ ยังไม่มีการแยกบทบาทการเป็น Regulator ออกมาอย่างชัดเจน แต่ทุกอย่างก็อยู่ภายใต้ กรมเจ้าท่าที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นคนกำกับดูแลหลัก เพราะฉะนั้นถ้าเกิด เราจะมองรางเป็นเรื่องใหญ่แล้วเราสนใจแต่ราง อำนาจต่าง ๆ ที่ไปอยู่กับท่านนายกรัฐมนตรี มีกี่คณะล่ะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีจะมีเวลามาใส่ใจจริงจังหรือครับ หรือจะมอบให้ใคร ให้ทีมงานท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อดึงไปลงบางพื้นที่เป็นพิเศษอย่างนั้นหรือครับ เพราะฉะนั้น มันควรจะมีแผนแม่บทหลักที่ทุกรูปแบบการขนส่งมันบูรณาการร่วมกัน แล้วสุดท้ายไม่ว่า แผนออกมาจะเป็นอย่างไรก็ต้องเข้า ครม. ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เราเลยไม่อยาก ให้เกิดการลักลั่นเชิงอำนาจเหมือนตั้ง ครม. น้อย นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วเข้า ครม. ก็เหมือนเป็นตราประทับอย่างเดียว เพียงแต่มันต้องมีการกลั่นกรองว่าการบูรณาการรูปแบบ การคมนาคมต่าง ๆ มีคมนาคมนะครับ เพราะอันนี้เป็นเรื่องของคมนาคม แล้วก็เรื่องใหญ่ ๆ สำคัญ ๆ ซึ่งเดี๋ยวเราจะพูดในเรื่องของมาตรา ๙ อำนาจหน้าที่ บางอย่างก็ให้คณะนี้ บางอย่างก็ตัดออกไปเพราะเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี ก็เป็นสิ่งที่พวกเราถกเถียงกัน นั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมการแก้ไขถึงเปลี่ยนจากนายกรัฐมนตรีเป็นหัวโต๊ะมาเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นอกจากนั้นก็มีอีกมิติหนึ่งที่เปลี่ยนเพิ่มขึ้นมาคือมีการเพิ่มกระทรวงอุตสาหกรรมเข้าไปด้วย เพราะเราเห็นว่าอันนี้เป็นเรื่องที่ดีที่จะผลักดันให้เกิดการอุตสาหกรรมในประเทศ ไม่ใช่จะซื้อ อย่างเดียว คนนั้นไป Deal กับเจ้านั้น จะเอาเจ้านี้มาลงพื้นที่ตรงนี้อะไรต่าง ๆ ไม่อยากเห็น ภาพอย่างนั้น แต่เราต้องการเห็นแผนแม่บท แล้วพอมีแผนแม่บทที่ชัดเจนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมก็สามารถเอาข้าราชการในกระทรวงมาวางแผนเพื่อให้สอดรับกับการ พัฒนาขนส่งทางราง นั่นก็เลยเป็นเหตุผลว่าเรามีตัวแทน ซึ่งตัวแทนหลักของระดับกระทรวง เพราะว่าหัวโต๊ะเป็นรัฐมนตรีใช่ไหมครับ ระดับล่างลงไปคือปลัด ก็เอาปลัดกระทรวง อุตสาหกรรมเข้ามานั่งด้วยเป็นตำแหน่งที่เพิ่มขึ้นมา เพราะฉะนั้นไม่ใช่แค่เปลี่ยนหัวโต๊ะก็เปลี่ยน องค์ประกอบภายใน พอโครงสร้างเป็นอย่างนี้ก็ต้องลดระดับกลายเป็นคณะรัฐมนตรีน้อย เป็นเหมือนระดับปลัดกระทรวงทั่ว ๆ ไปเพื่อให้หลาย ๆ กระทรวงมาร่วมมือกันอย่างบูรณาการ ก็เลยเป็นเหตุผลที่จะต้องปรับตัวแทน แล้วก็เพิ่มอุตสาหกรรม นอกจากนี้เรายังมีข้อสังเกต ต่อเนื่องไป อันนี้ก็อยู่ในรายงานข้อสังเกตที่ ๑๐.๔ เพื่ออธิบายเรื่องนี้ว่าแนวทาง การพัฒนาระบบคมนาคมที่ควรจะเป็นก็ควรจะต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน แล้วก็วางแผนบูรณาการอย่างแท้จริง ส่วนอำนาจบางอย่างรวมถึงเรามี คณะกรรมการจัดการจราจรอะไรซึ่งควรจะ Revise แล้วก็เรื่องใหญ่ ๆ เรื่องสำคัญ ๆ ก็ค่อย ไปเข้าคณะรัฐมนตรีซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หลังจากถกเถียงกันมาหลายรอบ ในคณะกรรมาธิการ กรรมาธิการเสียงข้างมากก็ได้มีความเห็นว่าควรจะเป็นตามร่างที่ กรรมาธิการเสนอ ขอบคุณครับ