ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สนับสนุนร่างกฎหมายคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ โดยย้ำว่าเป็นการสร้างสมดุลระหว่างความเสมอภาคและเอกภาพของชาติ ไม่ใช่การโอนที่ดินรัฐแต่เป็นการจัดตั้งเขตทางกฎหมายเพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน พร้อมเน้นว่ากฎหมายนี้จะช่วยลดความขัดแย้ง ส่งเสริมความมั่นคง ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจจากทุนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น และยกระดับภาพลักษณ์ประเทศในเวทีนานาชาติ รวมถึงเปลี่ยนความหลากหลายให้เป็นพลังสร้างสรรค์เพื่ออนาคตที่ทุกคนมีส่วนร่วม
ท่านประธานสภาที่เคารพ ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๒ อำเภอแม่จัน อำเภอเวียงชัย อำเภอเวียงเชียงรุ้ง และอำเภอเมือง ๓ ตำบล พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน วันนี้เรากำลังจะร่วมกันตัดสินใจในวาระสำคัญที่จะเป็น หมุดหมายทางประวัติศาสตร์ของสังคมไทย นั่นคือการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครอง และส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ดิฉันเองในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ที่เราได้ตั้งขึ้นมาด้วยการผลักดันของ ทุกฝ่าย ทุก ๆ การเสนอร่างในสมัยของท่านนายกเศรษฐา ทวีสิน ดิฉันขอยืนยันสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วยความเชื่อมั่นว่านี่ไม่ใช่กฎหมายสำหรับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นกฎหมายสำหรับเราทุกคน เป็นกฎหมายที่จะโอบรับพี่น้องชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์ ที่มีความหลากหลายให้กลายเป็นพลังสร้างสัญชาติที่มีความแข็งแกร่งและมีเอกภาพ บนความหลากหลายทางวัฒนธรรม ตลอดระยะเวลากว่า ๑ ปี ที่ดิฉันได้ผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ร่วมกับพ่อแม่พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ภาคีองค์กรเครือข่าย และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากทุกพรรคการเมือง มีหลายครั้งที่ต้องเจอกับคำถามที่ว่า เมื่อเรามีกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองคนไทยทุกคนอย่างเสมอภาคอยู่แล้ว เหตุใดทำไมจึงต้อง มีกฎหมายเฉพาะสำหรับกลุ่มชาติพันธุ์เพิ่มขึ้นมาอีก ด้วยความเคารพท่านสมาชิกทุกท่าน ดิฉันขอเรียนว่าแม้ตามตัวบทกฎหมายจะมีหลักการให้ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน แต่จะเป็นไปได้ ก็ต่อเมื่อทุกคนนี้มีขีดความสามารถและเงื่อนไขในการเข้าถึงสิทธิได้อย่างเสมอภาคกันด้วย แต่สำหรับพี่น้องชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์จำนวนมากยังต้องเผชิญกับอุปสรรคเชิงโครงสร้าง ที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการไร้สถานะทำให้ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของ การศึกษาหรือสาธารณสุขได้อย่างเต็มที่ ปัญหาความไม่มั่นคงในที่ดินทำกินซึ่งเป็นรากฐาน ของชีวิตและวัฒนธรรม หรือแม้กระทั่งการถูกตีตราจากสังคมที่ไม่มีความเข้าใจในวัฒนธรรม ที่แตกต่างกัน ทำให้กฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถให้ความคุ้มครองพี่น้องชาวไทย กลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรเฉพาะได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่สามารถแก้ไขได้อย่าง ตรงจุดจนเกิดเป็นปัญหาอื่น ๆ ตามมา ดิฉันจึงอยากขอกล่าวย้ำถึงหลักการของกฎหมาย ฉบับนี้ว่าร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ไม่ได้ถูก ออกแบบมาเพื่อให้สิทธิพิเศษแก่กลุ่มชาติพันธุ์ แต่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเป็นเครื่องมือ ในการปรับระดับสนามแข่งขันที่มันไม่เท่ากันให้เรียบเสมอกัน เพื่อให้พี่น้องชาติพันธุ์ได้เข้าถึง และการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะพลเมืองไทยได้อย่างภาคภูมิเหมือนกับพลเมืองไทย คนอื่น ๆ ค่ะ ดิฉันขอย้ำอีกครั้งว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ใช่การสร้างสิ่งใหม่ แต่เป็นการ เปลี่ยนมุมมองบางมุมมองของรัฐจากเดิมที่มองกลุ่มชาติพันธุ์ผ่านแว่นของความมั่นคง เปลี่ยนไป เป็นมุมมองที่ยอมรับและเคารพในความหลากหลายทางวัฒนธรรม และหันมามอง กลุ่มชาติพันธุ์ในฐานะประชาชน ในฐานะหนึ่งในฟันเฟืองในการพัฒนาประเทศ ซึ่งกฎหมาย ที่เรามีอยู่เดิมอาจจะไม่เพียงพอ เพราะกฎหมายที่เรามีอยู่ถูกสร้างขึ้นภายใต้กรอบความคิด แบบเดิมที่อาจไม่ตอบโจทย์ความท้าทายของสังคมพหุวัฒนธรรมในศตวรรษที่ ๒๑ อีกต่อไป ท่านประธานคะ กฎหมายนี้สร้างเอกภาพบนความหลากหลาย รักษาสมดุลของความเป็นชาติ และชาติพันธุ์ ดิฉันเข้าใจดีถึงข้อกังวลของหลาย ๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความมั่นคง หรือการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งอันที่จริงตลอดกระบวนการพิจารณา พระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ว่าจะเป็นในชั้นกรรมาธิการ รวมถึงการพิจารณาในที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรหลายต่อหลายครั้ง ก่อนที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะถูกส่งไปให้วุฒิสภา ได้พิจารณา ประเด็นข้างต้นเหล่านี้พวกเราคณะกรรมาธิการทุกท่านได้ร่วมกันพิจารณา ถกแถลงและหาทางออกร่วมกันอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการคุ้มครอง และการรักษาเอกภาพของชาติ จนถึงวันนี้ที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กลับมาให้เรา ได้พิจารณากันอีกครั้งหลังจากวุฒิสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว โดยมีการปรับถ้อยคำ เพียงบางส่วนเพื่อให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นโดยไม่กระทบกับหลักการสำคัญของร่าง ทำให้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีความพร้อมที่จะใช้เป็นกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตามในเรื่องของ ข้อกังวลจากหลาย ๆ ฝ่ายในเรื่องความมั่นคงดิฉันขอยืนยันว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะไม่นำไปสู่ปัญหาความมั่นคงของชาติ แต่ในทางตรงกันข้ามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะช่วยเสริมสร้างเอกภาพของชาติให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพราะเอกภาพที่แท้จริงไม่ใช่เกิดจาก การบังคับให้ทุกคนเหมือนกัน แต่เกิดจากความยุติธรรมและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชาติ การคืนศักดิ์ศรีและการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตของพี่น้องชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์ นั่นคือ การสร้างความผูกพันที่มีต่อรัฐให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น
ในส่วนของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่หลายฝ่ายกังวล ถึงเรื่องของข้อกำหนด พื้นที่คุ้มครอง วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ดิฉันขอยืนยันบนหลักฐาน ข้อเท็จจริงที่อยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ตั้งแต่มาตรา ๓๗ จนถึงมาตรา ๔๒ ว่าแนวคิดนี้ ไม่ได้หมายถึงว่ายกที่ดินของรัฐให้เป็นของชุมชน แต่จะเป็นการสร้างเขตพื้นที่ทางกฎหมาย รูปแบบใหม่ที่ยอมรับการดำรงอยู่ของพี่น้องชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ทับซ้อนกับเขตป่าอนุรักษ์เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมกับรัฐในการทำ ข้อตกลงร่วมกันในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่อย่างสมดุลและยั่งยืน ด้วยกระบวนการที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกลไกนี้จะเป็นการ เปลี่ยนแปลงมุมมองจากการเผชิญหน้าไปสู่การร่วมมือเพื่อสร้างพันธมิตรในการอนุรักษ์ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เราจะได้คนนับล้านที่รักและผูกพันกับผืนป่ามาช่วยดูแลทรัพยากร ของชาติ โดยอาศัยภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สั่งสมมาเป็นร้อย ๆ ปี ในการอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน และนี่คือประโยชน์ที่สังคมไทยของเราทุกคนจะได้รับจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานคะ การมีกฎหมายคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตพี่น้องชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์เท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์กับ สังคมไทยในภาพรวมในเวทีระดับนานาชาติด้วย
ในเชิงความมั่นคงและภาพลักษณ์ของประเทศ การมีกฎหมายฉบับนี้จะช่วย ลดความขัดแย้งในสังคม และจะช่วยยกระดับประเทศไทยในเวทีนานาชาติในฐานะประเทศ ที่เคารพสิทธิมนุษยชนรวมถึงโอบรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมเอาไว้ ซึ่งดิฉันเชื่อว่า จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่น ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงในมิติของสังคมและเศรษฐกิจของ ประเทศไทย
ในเชิงเศรษฐกิจ เรากำลังจะปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจที่ซ่อนอยู่ใน ทุนทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีมูลค่าสูง ซึ่งการท่องเที่ยวเชิงนี้ เป็นการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังมองหาอยู่ หรือแม้แต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์จาก ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สามารถสร้างรายได้กระจายสู่ชุมชนอย่างแท้จริง อีกทั้งยังเป็นการ เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้มั่นคงแล้วก็เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ได้อีกด้วย
ในเชิงการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พี่น้องชาวไทย กลุ่มชาติพันธุ์คือผู้พิทักษ์แนวหน้าของระบบนิเวศที่เปราะบางที่สุดของประเทศ และนี่คือ ทุนความรู้ของชาติ เพราะการสนับสนุนให้พี่น้องชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์มีส่วนร่วมในการ บริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองเท่ากับว่ารัฐจะได้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่มีความรักและผูกพันกับ พื้นที่อย่างแท้จริงเพิ่มขึ้น ซึ่งจะมีประสิทธิภาพที่ร่วมพลังกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีอยู่อย่างจำกัด ฝ่ายเดียว
ดิฉันอยากจะย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ใช่กฎหมาย ที่ทำให้เพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นการวางรากฐานอนาคตของประเทศไทยโดยรวม เปลี่ยนความขัดแย้งให้เป็นพลังในการสร้างสรรค์ค่ะ ท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านคะ ในอีกไม่กี่วันจะถึงวันที่ ๙ สิงหาคม ซึ่งเป็นวันที่มีความสำคัญของ พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ทั่วโลก เพราะองค์การสหประชาชาติได้กำหนดว่าวันนั้นจะเป็นวันที่ รณรงค์ให้ประชาคมโลกได้ตระหนักถึงความสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ การผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในช่วงเวลาที่มีความหมายอันยิ่งใหญ่จะเป็นการประกาศ ให้โลกรู้ว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่เติบโตอย่างมีวุฒิภาวะ พร้อมโอบรับความหลากหลาย ทางวัฒนธรรม สร้างสังคมแห่งความเสมอภาค ยอมรับศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ของ คนทุกกลุ่ม โดยมีสาระสำคัญในการคุ้มครองสิทธิทางวัฒนธรรม ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และเปิดโอกาสให้พ่อแม่พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะ พลเมืองไทยได้อย่างเสมอภาค และนี่คือโอกาสที่เราจะร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกัน สร้างสังคมแห่งความเสมอภาคอย่างแท้จริง ดิฉันจึงขอสนับสนุนและขอเชิญชวนท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านร่วมกันลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิต กลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ฉบับนี้เพื่อวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับอนาคตของประเทศไทยที่เรา จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแท้จริง ขอบคุณค่ะ