ณัฐวุฒิ บัวประทุม หารือร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเน้นความจำเป็นในการรับรองสิทธิของชนชาติพันธุ์ในการรู้รากเหง้า ดำรงวัฒนธรรม และความเสมอภาค พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงรูปแบบการรับรองที่อาจตัดทอนสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์บางกลุ่ม และเรียกร้องให้ทบทวนเจตนารมณ์ของกฎหมายเพื่อรองรับความหลากหลายและอัตลักษณ์อย่างแท้จริง ย้ำจุดยืนสนับสนุนร่างกฎหมายที่ปรับปรุงแล้ว แต่จะผลักดันให้เกิดความเป็นธรรมและครอบคลุมมากยิ่งขึ้นในอนาคต
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เป็นการอภิปราย คนแรกต่อหน้าท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ท่านฉลาด ขามช่วง พี่ฉลาดที่เคารพของพวกผม ผมก็จะพยายามอภิปรายฉลาดอย่างที่ท่านประธานได้ให้แนวไว้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ ท่านประธานครับ พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิต กลุ่มชาติพันธุ์เป็นกฎหมายสำคัญยิ่งครับ แล้วก็เป็นกฎหมายที่ถือเป็นหนึ่งในหมุดหมาย สำคัญที่พวกเราจำเป็นที่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและละเอียดที่สุด ถ้าท่านจำกันได้ ในปี ๒๕๖๒ สภาแห่งนี้ได้มีการผ่านข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ใส่คำว่า กลุ่มชาติพันธุ์เข้าไปเป็นครั้งแรกในคณะกรรมาธิการสามัญที่เรียกว่าคณะกรรมาธิการ กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ถ้าปี ๒๕๖๒ ท่านประธานจำกันได้ครับ เพื่อนสมาชิกของผม ท่านณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ตัวแทนอย่างภาคภูมิใจของพี่น้องชาวม้ง จากอำเภอพบพระ จังหวัดตาก ใส่ชุดของพี่น้อง ชาติพันธุ์ม้ง บางครั้งก็เป็นใยกันชงเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร แล้วเขาทำหน้าที่สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้สมศักดิ์ศรีความเป็นตัวแทนกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์เหมือนท่านมานพ คีรีภูวดล เหมือนท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล และเพื่อนสมาชิกอีกหลายคนที่เป็นตัวแทน ของความหลากหลายที่สวยงามแห่งสภาแห่งนี้ครับ เพียงแต่ว่าใน พ.ร.บ. คุ้มครองและ ส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ผมคิดว่าก่อนที่จะไปพูดถึงเนื้อหารายละเอียดนั้นจำเป็น ที่จะต้องทำความเข้าใจว่าเราคาดหวังอยากมีสิ่งใดในกฎหมายฉบับนี้ มีอยู่ ๕ สิทธิ หรือ ๕ สิ่งด้วยกันที่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ
สิ่งแรกเราเรียกกันว่าสิทธิที่จะรู้รากเหง้าความเป็นมาของตนเอง ลืมรากเหง้า ก็เผาแผ่นดิน ผมเองก็อยากรู้ว่าพี่น้องผมที่มาจากแต้จิ๋วนั้นท่านมาจากเมืองใด อย่างไร ผมเองก็อยากรู้ว่าคุณพ่อผมที่อยู่อุทัยธานีมีความเกี่ยวโยงกับพี่น้องชาติพันธุ์ทั้งมอญนั้น ท่านเป็นมาอย่างไร พี่น้องชาติพันธุ์จำนวนมากก็อยากรู้รากเหง้าความเป็นมาของตนเอง สืบลึกลงไปว่าเขามาอย่างไร มาอยู่บนผืนแผ่นดินแห่งนี้ได้อย่างไร นั่นคือสิทธิประการที่ ๑
สิทธิประการที่ ๒ คือสิทธิที่จะดำรงชีวิต สิทธิที่จะทำกินโดยเฉพาะทำกิน บนวิถีที่ตัวเองเป็นผู้กำหนดหรือติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของวิถีชีวิต ที่อยู่อย่างพอเพียง ทำไมเขาถึงเรียกตัวเองว่าปกาเกอะญอหรือข้าคือคน ทำไมเขาถึงบอกว่า การทำไร่หมุนเวียนซึ่งมิใช่ไร่เลื่อนลอยอีกแล้วในความหมายแบบดั้งเดิมที่พวกเราเข้าใจนั้น มันคือวิถีชีวิตที่สอดรับไปกับการรักษาป่า ดังเช่นพี่น้องห้วยหินลาดในที่เวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย
สิทธิประการที่ ๓ คือสิทธิในการดำรงอัตลักษณ์ ความเชื่อ วัฒนธรรม ประเพณี และส่งต่อไปอย่างเป็นทอด ๆ ของบ่กินก็ฮู้เน่า ของบ่เล่าก็ฮู้ลืม มันสำคัญอย่างยิ่ง ภาษา วัฒนธรรม ประเพณี ที่เขาดำรงอยู่ในประเทศแห่งนี้ พี่น้องไทญ้อ พี่น้องชาวไทกวน พี่น้องหลาย ๆ กลุ่มมีตัวเขียนเป็นของตัวเอง แต่เริ่มเลอะเลือนเลือนหายไปหากไม่มีการ จดบันทึก หากไม่มีการบอกว่านี่คือพื้นที่ทางจิตวิญญาณ หากไม่มีการบอกว่านี่คือเฉลว หากไม่มีการบอกว่านี่คือจุดที่เขารักษาไว้ว่าเป็นศาลผีปู่ย่าตายายของพวกเขา พี่น้องไทกวน ฝากผมมาจากนครพนมบอกว่าเขาอยากรู้จังว่าใบบอกสมัยรัชการที่ ๓ ที่ระบุคำว่าไทกวน เป็นหนึ่งในกลุ่มพี่น้องชาวไทยที่อพยพมาจากประเทศเพื่อนบ้านนั้นมันอยู่ในเอกสารตัวใด ของพงศาวดารไทย
สิทธิประการที่ ๔ คือการได้รับการคุ้มครองครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้รับ การคุ้มครองจากการมองว่าเขาเป็นอื่นหรือการมองว่าเขาด้อยกว่าทั้ง ๆ ที่เราเชื่อกัน ใช่หรือไม่ว่าคนเท่ากัน
แล้วก็สิทธิประการที่ ๕ คือการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวเขา ในสถานะของความเป็นพลเมืองหรือความเป็นคนที่เท่ากัน ท่านประธานครับ ผมอ่าน รายละเอียดในร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ที่เพื่อนสมาชิกวุฒิสภามีการแก้ไขผมนั่งฟังอยู่ทั้งวัน มีหลายประโยคมีหลายคำที่ตั้งคำถามว่า กฎหมายฉบับนี้ผ่าน สส. มาได้อย่างไร มีหลายประโยคหลายคำไม่มั่นใจไม่เชื่อใจ ไม่ได้มอง บนพื้นฐานว่าพี่น้องชาติพันธุ์นั้นคือสถานะความเป็นคนแบบเรา ไม่ได้มีจุดใดต่ำกว่าเรา และแท้ที่จริงนั้นเราต่างหากที่ล้วนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์เช่นเดียวกัน ก็ไม่เป็นอะไร เสียดาย ไม่มีตัวแทนมาตอบคำถามของเพื่อนสมาชิกว่าในสิ่งที่ท่านบัญญัติคำเหล่านี้นั้นท่านเขียน เพราะอะไร ผมยกตัวอย่างใช้เวลาครับท่านประธาน ที่ท่านภัสรินพูดไม่ครบ ท่านกัณวีร์พูด ขาดไปหน่อยหนึ่ง ก็ขอเติมรวม ๆ กันว่ามีอีก ๕ ประเด็น ในเชิงเนื้อหาที่จำเป็นต้องพูดเพื่อ นำไปสู่การพิจารณาบังคับใช้แล้วก็การแก้ไขปรับปรุงในอนาคต สมาชิกวุฒิสภาท่านแก้จาก คำว่าบุคคลหรือกลุ่มคน เป็นชาวไทย และท้ายที่สุดท่านเพิ่มเติมคำว่าที่มีความสืบเนื่องทาง ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมที่สัมพันธ์กับสังคมไทย ท่านประธานทราบไหมครับพี่น้องมลาบรี ที่แพร่ ที่น่าน โอกาสที่จะสัมพันธ์กับสังคมไทยน้อยมาก แต่เขาอยู่ในพื้นที่ ท่านประธาน ทราบใช่ไหมครับว่าพี่น้องมานิที่อยู่ในป่าพัทลุง จังหวัดตราด แทบไม่เคยรู้จักหรือออกมา สัมผัสกับสังคมไทย เรารู้จักมานิเฉพาะกรณีของเงาะป่าที่เราใช้คำแบบนั้นเรียกที่เอาออกมา ในสมัยรัชกาลที่ ๕ อย่าลืมนะครับเราเขียนแบบนี้ในตัวอักษรได้จริงแต่เราละเลยพวกเขา ไม่ได้
ส่วนที่ ๒ ที่กฎหมายฉบับนี้มีการแก้ถึงก็คือกรณีของโครงสร้างคณะกรรมการ ในระดับต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมการในระดับชาติ เพิ่มปลัดกระทรวงกลาโหม เพิ่มส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้ามาอีก หลากหลาย ผมอยากย้ำ Core Value หรือคุณค่าหลักว่ากฎหมายฉบับนี้เรากำลังคุ้มครอง วิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีของเขาและพื้นที่ที่เขาดำรงชีวิตอยู่ ขอความกรุณาผู้ใช้ต่อครับ ระมัดระวังอย่าเอาประเด็นเรื่องความมั่นคงซึ่งไม่เคยถูกพิสูจน์ได้ว่านั่นคือความมั่นคง ที่แท้จริงหรือไม่ไปทำให้สิทธิของพี่น้องน้อยลง
ประการที่ ๓ ในเชิงเนื้อหา ก็คือประเด็นเรื่องของพื้นที่คุ้มครองที่พวกเรา ตั้งกันมาโดยตลอดว่าขอเถอะครับ หลาย ๆ เรื่องที่เป็นพื้นที่คุ้มครองถึงแม้เราจะเสียโอกาส ในการมีกฎหมายที่จะไประบุว่าห้ามนำกฎหมายอื่นมาบังคับใช้กับตัวเขา แต่ขอสิทธิในการ ตัดสินใจบนพื้นที่ของเขาได้หรือไม่ สมาชิกวุฒิสภาท่านไม่ได้แก้ไปแบบนั้นครับ สมาชิก วุฒิสภาเปลี่ยนจากการตัดสินใจเป็นการมีส่วนร่วมต่าง ๆ ผมก็ไม่มีเวลาที่จะพูดถึงทั้ง ๕ ประการ ที่ผมตั้งประเด็นนะครับ แต่ผมคิดว่าตัวอักษรไม่ได้สำคัญเท่ากับการบังคับใช้ และการบังคับใช้ถ้าบังคับใช้บนพื้นฐานเจตนารมณ์ที่มองคนเท่ากันจริง ๆ ผมเองก็คงไม่ติดใจ แต่ผมเรียนแบบนี้ครับท่านประธาน จนกว่าจะถึงทุ่งฝันวันใหม่ในวันนั้น วันนี้พรรคประชาชน คงลงมติเห็นชอบกับสิ่งที่สมาชิกวุฒิสภามีการแก้ไขเพื่อเป็นกฎหมาย หมุดหมายสำคัญให้กับ พี่น้องชาติพันธุ์ที่มีอยู่มากมายหลาย ๑๐ ล้านชีวิตในประเทศไทย แต่เมื่อถึงวันหนึ่งที่เราเป็น รัฐบาลเราจะทำกฎหมายชาติพันธุ์ให้ดีกว่านี้ ให้เป็นกฎหมายที่เคารพ คำนึงถึง ปกป้อง และเข้าใจคุณค่าความเป็นคนที่เท่ากันของพี่น้องชาติพันธุ์ทุกคนในประเทศแห่งนี้ อย่างแท้จริง กราบขอบพระคุณครับ