ธีระชัย สนับสนุนร่างกฎหมายคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ยันสอดคล้องรัฐธรรมนูญ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๖ สิงหาคม ๒๕๖๘

ธีระชัย แสนแก้ว อภิปรายร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมสนับสนุนการแก้ไขมาตรา ๕ โดยย้ำความสำคัญของการรับรองสิทธิพื้นฐาน ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และการไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นภายใต้กรอบกฎหมายประชาธิปไตย

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมใคร่ขออนุญาตในการที่จะร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริม วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ซึ่งวุฒิสมาชิกแก้ไขเพิ่มเติมและส่งคืนสภาผู้แทนราษฎร ของเราพิจารณาในวันนี้อีกครั้ง ท่านประธานครับ ทางวุฒิสภามีการแก้ไขเพิ่มเติม ในมาตรา ๕ ซึ่งร่างมาตรา ๕ นี้ตั้งแต่ชั้นคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ กระผมก็เห็นว่า มันสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๐ ที่ได้วางหลักการรัฐธรรมนูญไว้ว่าพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ จะต้องได้รับรองสิทธิและรับรองเสรีภาพขั้นพื้นฐานให้เท่าเทียมกับคนไทยทุกคน ร่างมาตรา ๕ นี้ ในร่างฉบับนี้มีความสำคัญต่อพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ มากกว่า ๖๐ กลุ่มชาติพันธุ์ หรือประมาณ ๖ ล้านกว่าคน ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มประชากร ที่มากถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศเราก็ได้ อย่างร่างมาตรา ๕ นี้ในชั้น สส. ที่ส่งไปยัง วุฒิสภานั้นได้มีการรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของพี่น้องผมชาติพันธุ์ไว้ ๖ ประการ ผมอยากจะ ขอกรุณาเพื่อเป็นการย้ำเตือนที่พวกเราในสภาผู้แทนราษฎรได้มีการอภิปราย ผมติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอดนะครับ ถ้าศึกษาประมาณสัก ๑๐๐ ปี ๒๐๐ ปีที่ผ่านมา ผมก็ชาติลาวครับท่านครับ จนปัจจุบันนี้ผมเป็นชาติไทยครับ เพราะฉะนั้นต่อไปในอนาคต ข้างหน้าพวกเราล้มหายตายจากไปแล้วกลุ่มชาติพันธุ์เขาจะเป็นคนไทยนี่ล่ะครับ ท่านที่เคารพครับ พวกเรา สส. ในวาระรับหลักการนั้นก็วางไว้ประมาณ ๕-๖ ประการ ผมจะพูดสั้น ๆ นะครับ พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์จะต้องได้รับการดูแลจากภาครัฐ มันแน่นอน อยู่แล้วครับ อันที่ ๒ รัฐจะต้องอนุรักษ์และส่งเสริมภูมิปัญญาและรักษาความหลากหลาย ต่าง ๆ เหล่านี้ และ ๓. รัฐจะต้องเข้ามาดูแลและบริหารจัดการชุมชน พื้นที่อยู่อาศัยของ พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ผมไม่ได้อ่านทั้งหมดนี้เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่เราได้อภิปรายในส่วนนี้ ไปแล้ว แล้วก็ของ สส. ก็ได้มีการพูด กรรมาธิการก็ได้มีการพูดไปได้มากแล้ว และ ๔. รัฐจะต้องมีการบริหารจัดการอนุรักษ์ที่เป็นประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ๕. รัฐจะต้องเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์เข้ามามีส่วนร่วม สามารถแสดงความคิดเห็นและปัญหาต่าง ๆ ของกลุ่มชาติพันธุ์ได้ และ ๖. รัฐจะต้องสร้าง สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปา อะไรต่าง ๆ ให้กับพี่น้อง กลุ่มชาติพันธุ์ในถิ่นทุรกันดารเฉกเช่นเดียวกันกับคนสัญชาติไทย คนไทยนี่ล่ะครับ และรัฐ จะต้องจัดบริการด้านสาธารณะเพื่อดูแลทางด้านการศึกษา สาธารณสุข และพัฒนาสังคม ให้เท่าเทียมกัน จะต้องดูแลภาครัฐทั้งหมด ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนการแก้ไขของ วุฒิสภา มาตรา ๕ นี้ ผมได้อ่านก็คือการเพิ่มเติมถ้อยคำไว้ในวรรคท้ายว่า และไม่เป็นการ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น นี่ล่ะครับ มันเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ กระผมคิดว่า ร่างมาตรา ๕ นี้ วรรคท้ายนี้ก็เป็นเรื่องปกติของโลกประชาธิปไตยอยู่แล้วครับท่านประธาน ไม่ได้ขัดกับหลักการสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานใด ๆ เลย ก็คือทุกคนต้องยอมรับว่าสิทธิและ เสรีภาพที่พึงกระทำได้ภายใต้กรอบของกฎหมาย คือหลักการหนึ่งในระบอบประชาธิปไตย และวรรคท้ายนี้บทบัญญัติก็บอกแล้วว่าการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ตามกฎหมายฉบับนี้ให้กระทำเท่าที่ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ของประชาชน ไม่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัย ของคนอื่น นี่ร่างของพวกเรา สส. ที่ได้รับความเห็นชอบในวาระที่สอง และวาระที่สาม ท่านประธานครับ ในส่วนของทางวุฒิสภาได้เพิ่มข้อถ้อยคำวรรคท้ายว่า และไม่เป็นการ ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น กระผมก็ไม่ได้ขัดอะไรเลยนะครับ ไม่ได้ขัดข้อง อะไรเลย เพราะเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วว่าการที่รัฐจะต้องเข้าไปดูแลกลุ่มชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ในขณะเดียวกันรัฐจะต้องให้การรับรองกลุ่มอื่น ๆ ด้วย กฎหมายฉบับนี้ซึ่งผมได้รับการ สนับสนุนและความเห็นชอบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสิทธิชุมชนมาโดยตลอด ไม่ใช่ว่ากลุ่มใด กลุ่มหนึ่งจะมีอภิสิทธิ์ชน พอร่างกฎหมายไปแล้วจะมีอภิสิทธิ์ชนทุกอย่างเกินเหนือมนุษย์ ของคนไทยทั่วไปไม่ได้ครับ ไม่ว่าจะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจะมีประโยชน์หรือจะดูแลจากภาครัฐ ก็ต้องเท่าเทียมกันให้หมดครับท่านประธานครับ เพราะร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่เรื่องของ พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์เท่านั้น แต่เป็นเรื่องของพวกเราคนไทยทุกคนที่จะได้ประโยชน์ร่วมกัน เพราะเป็นกฎหมายคุ้มครองวิถีชีวิตของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ แต่เป็นประโยชน์กับ ประเทศไทยทั้งในแง่การสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมไทยด้วย ทำให้เกิดการยอมรับ เห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์และคุณค่าหลากหลายทางวัฒนธรรม และช่วยลดอคติ ลดขัดแย้ง และเป็นวางรากฐานให้กับพี่น้องสังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป และที่สำคัญครับท่านประธาน การคุ้มครองวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่หลากหลายของ พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ในฐานะทุนทางวัฒนธรรม เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการสร้าง รายได้ให้ประเทศได้ด้วย โดยสามารถนำทุนทางวัฒนธรรมมาเป็น Soft Power ของประเทศของเราได้ด้วย เพราะฉะนั้นกระผมจึงขอกราบเรียนกับท่านประธานว่ากระผมขอยืนยันร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ของ สส. และเห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของ สว. เพราะกระผมขอยืนยันอีกว่า เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ขอขอบคุณครับ