ปิยบุตร แสงกนกกุล แสดงความเห็นในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เสนอให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ 72/2559 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปิดเหมืองทอง โดยชี้ว่าการยกเลิกจะเป็นการแสดงความรับผิดชอบของรัฐภายใต้หลักนิติธรรม ไม่ส่งผลต่อคดีอนุญาโตตุลาการ และช่วยเสริมจุดยืนในการเจรจารับกลับมาดำเนินการเหมืองได้ดีขึ้น
เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ปิยบุตร แสงกนกกุล กรรมาธิการ ขออนุญาตชี้แจงในฐานะเป็นกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็นไว้ครับ การสงวนความเห็น ครั้งนี้มีกระผมแล้วก็มี สส. รังสิมันต์ โรม สส. สมชาติ แล้วก็มีคุณวรวุฒิ บุตรมาตร ทั้งหมด ๔ ท่าน ที่สงวนความเห็นไว้ครับ สิ่งที่เราสงวนความเห็นก็คือว่าในบัญชีแนบท้ายที่หนึ่งนั้น เราขอเพิ่มในข้อ ๑๙/๑/๑ เข้ามา นั่นก็คือเราประสงค์จะให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๗๒/๒๕๕๙ ด้วย คำสั่งฉบับนี้เราเรียกกันติดหูติดปากกันเป็นอย่างดีครับว่าเป็นคำสั่ง ปิดเหมือง ถ้าจะพูดกันถึงเรื่องนี้อาจจะต้องใช้เวลาสักเล็กน้อย เพราะว่าเป็นมหากาพย์ครับ เป็นมหากาพย์ถึงขนาดที่ว่าในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ทั้งชุดที่แล้วและชุดนี้ได้นำมาอภิปราย หลายครั้งหลายหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ สืบสาวราวเรื่องมาเป็น อย่างนี้ครับ คณะรัฐบาล คณะ คสช. ซึ่งมีอำนาจในการปกครองในเวลานั้นเล็งเห็นว่าจำเป็น จะต้องระงับการประกอบกิจการเหมืองแร่ แล้วให้มีการยุติการทำเหมืองนั้นในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๐ เป็นต้นไป แต่หลังจากนั้นมาก็มีเหตุการณ์ต่าง ๆ ตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอกชนผู้ได้รับใบอนุญาตเขาก็เล็งเห็นว่าบริษัทของเขานั้นเชื่อมโยงเกี่ยวเนื่องไปกับบริษัท คิงส์เกต ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือสัญชาติออสเตรเลีย และประเทศไทยเราก็ไปทำข้อตกลง FTA ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลออสเตรเลียเอาไว้ และหากมีข้อพิพาทใด ๆ เกิดขึ้นเกี่ยวกับ FTA ฉบับนี้ก็จะให้วินิจฉัยชี้ขาดโดยคณะอนุญาโตตุลาการที่รัฐบาลทั้ง ๒ ฝั่งตกลง ยินยอมตั้งขึ้นมา เรื่องทุกอย่างจะไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ ถ้าหากรัฐบาลในเวลานั้นใช้ระบบ กฎหมายปกติในการออกคำสั่งปิดเหมือง ถ้าเห็นว่ากระทบต่อสิ่งแวดล้อม ถ้าเห็นว่าไม่ทำ ตามกฎหมายต่าง ๆ ก็ใช้ระบบปกติในการออกคำสั่งปิดไปเสีย และหากใช้ระบบกฎหมาย ปกติออกคำสั่งปิดไปแล้ว แล้วต่อมาเอกชนฝั่งผู้ได้รับใบอนุญาตไม่เห็นด้วย เห็นว่าคำสั่ง เหล่านี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ยังมีสิทธิในการไปฟ้องร้องต่อศาลปกครองได้ หากเราใช้กระบวนการปกติแบบนี้จะไม่มีทางเลยที่เรื่องจะไปถึงอนุญาโตตุลาการแบบที่กำลัง ประสบปัญหากันอยู่ทุกวันนี้ แต่ก็นั่นละครับเมื่อใช้คำสั่งนี้ปิดไปแล้วผลที่ตามมาคืออะไร ไม่กี่เดือนถัดมา ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ก็มีการไปฟ้องต่ออนุญาโตตุลาการเรียกค่าชดเชยจาก รัฐบาลไทย ประมาณ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วหลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่ปี ๒๕๖๓ ปรากฏว่า รัฐบาลกลับมาต่ออายุให้กับกิจการเหมืองนี้อีก ตั้งแต่เรื่องของการอนุญาตให้มีการสำรวจ พื้นที่ได้อีก ๔๔ แปลง ตั้งแต่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๓ ถึง ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๘ ตั้งแต่การต่ออายุ ประทานบัตรอีก ๔ แปลง ไปอีก ๑๐ ปี ตั้งแต่เปิดให้มีการเริ่มหลอมแร่ทองคำที่ขุดมาได้ใน วันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๖ กล่าวสรุปนั่นก็คือว่าสิ่งที่รัฐบาล และ คสช. ตัดสินใจในวันนั้น ด้วยเหตุผลว่าต้องปิดกิจการเหมืองเพราะกระทบกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และกระทบกับ เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ในท้ายที่สุดปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมก็ไม่ได้แก้ไขอย่างสมบูรณ์ ตรงกันข้าม กลับมาให้เปิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ได้รับการแก้ไขโดยสมบูรณ์ แต่เรากลับสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมา นั่นก็คือรัฐบาลไทยต้องมา ถูกฟ้องคดีเนื่องจากว่าไปละเมิดข้อตกลง FTA หรือไม่ อย่างไร ต่อชั้นอนุญาโตตุลาการ และในท้ายที่สุดครับท่านประธานคนที่ออกคำสั่งฉบับนี้ ผู้ที่ออกคำสั่ง ที่ ๗๒/๒๕๕๙ แห่งนี้ กลับไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ เลย เพราะว่ามีมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี ๒๕๕๗ คุ้มกันเขาไว้อยู่ มีการอภิปรายในสภาแห่งนี้หลายครั้งหลายหน ท่านผู้ออกคำสั่งนี้ ก็ยืนยันโดยเสมอมาว่าเขาพร้อมจะรับผิดชอบ แต่ ณ วันนี้นึกไม่ออกจริง ๆ ว่าจะรับผิดชอบ อย่างไร และจะรับผิดชอบรูปแบบใด ถ้าหากวันใดรัฐบาลไทยต้องชดใช้ค่าเสียหาย คนออก คำสั่ง ที่ ๗๒/๒๕๕๙ นี้ไปอยู่ที่ไหนแล้วครับ นี่จึงเป็นปัญหาที่เราต้องมาพิจารณาทบทวนกัน ว่าแล้วคดีความที่อยู่ในชั้นอนุญาโตตุลาการทำอย่างไรในเมื่อคนออกคำสั่งออกไปจาก ตำแหน่งแล้ว ในเมื่อคนออกคำสั่งไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ เลยเพราะมีมาตรา ๔๔ คุ้มครอง แต่เขาได้ทิ้งภาระเอาไว้ให้กับเจ้าหน้าที่ข้าราชการประจำในการต่อสู้คดี การต่อสู้คดีครั้งนี้ ดำเนินการมาหลายปี แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตเหลือเกินว่าเหตุไฉนเราจึงไม่สามารถเจรจาต่อรอง ให้ทางบริษัทเอกชนเขายุติข้อพิพาทนี้ เพราะในเมื่อเขาได้สิ่งที่เขาต้องการไปพอสมควรแล้ว ผ่านการเจรจาต่อรองหรือไม่ เช่นเขาได้กลับมาเปิดแล้ว เขาได้กลับมาเปิดเหมือง เขาได้มา สำรวจ ๔๔ แปลงเพิ่มเติม เขาได้ต่ออายุประทานบัตร ๔ แปลงไปอีก ๑๐ ปี เขาเริ่มกลับมา หลอมแร่อีกแล้ว ในเมื่อประโยชน์เขาได้กลับไปหมดแล้วเหตุไฉนทางรัฐบาลไทยจึงไม่สามารถ ไปเจรจาต่อรองให้ทางบริษัทเอกชนเขายุติข้อพิพาทนี้เสีย เราจะได้ไม่ต้องไปชดใช้ค่าชดเชย ถึง ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้เรื่องมันมาสู่ที่กรรมาธิการว่าเราจะทำอย่างไรดี ฝ่ายหนึ่งก็เห็นว่า จำเป็นที่จะต้องคงเอาไว้ เพราะฝ่ายข้าราชการอัยการที่ทำหน้าที่ในการชี้แจงบอกว่าขอให้คง เอาไว้ก่อนเพราะกำลังอยู่ในชั้นอนุญาโตตุลาการไม่อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงเรื่อง ข้อกฎหมายใด ๆ ทั้งสิ้นเดี๋ยวจะไปกระทบกระเทือนต่อรูปคดี แต่พวกกระผมในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยเราเห็นไปในทางตรงกันข้ามว่า ข้อ ๑ เราสอบถามจากผู้ที่มาชี้แจงก็ได้ ความว่าคดีในชั้นอนุญาโตตุลาการนั้นมันเสร็จสิ้นกระบวนความในชั้นการสืบสวนสอบสวน ข้อเท็จจริงต่าง ๆ จนจบหมดแล้ว เหลืออยู่เพียงขั้นตอนเดียวคือนัดวันแล้วก็วินิจฉัยชี้ขาด หมายความว่าสู้คดีเจรจาต่อรองโอภาปราศรัยกันทั้งน้ำร้อน น้ำเย็น ไม้นวม ไม้แข็งกันจนจบ หมดสิ้นแล้ว เหลืออย่างเดียวนัดวันวินิจฉัยชี้ขาด ดังนั้นถ้าหากกระบวนการขั้นตอนเป็น แบบนี้ต่อให้เรายกเลิกคำสั่งการปิดเหมืองไปในวันนี้มันก็ไม่ไปกระทบกระเทือนต่อรูปคดี เพราะรูปคดีมันจบหมดแล้ว เหลือแค่นัดวันวินิจฉัยเท่านั้นเอง นี่คือเหตุผลประการแรก ที่พวกเราขอสงวนว่าจะขอยกเลิกคำสั่งปิดเหมืองนี้ด้วย
เหตุผลประการที่ ๒ ฝ่ายที่ท่านผู้มาชี้แจงกังวลว่าจะกระทบกระเทือนต่อ รูปคดี เพราะว่าเดี๋ยวเกิดมีการยกเลิกคำสั่งขึ้นมาเอกชนจะเอาเป็นประเด็นนี้ไปสู้ในชั้น อนุญาโตตุลาการอีก แต่พวกเรากลับเห็นแบบนี้ว่าหากเรายกเลิกคำสั่ง ที่ ๗๒/๒๕๕๙ ก็ยิ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐไทยแสดงความรับผิดชอบแล้ว แสดงความรับผิดชอบด้วยอะไร แสดงความรับผิดชอบด้วยการเล็งเห็นว่าคำสั่ง ที่ ๗๒/๒๕๕๙ มันมีปัญหาในระบบกฎหมาย มันเป็นคำสั่งที่ใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา ๔๔ ไปปิด วันนี้รัฐสภาไทยที่มาจากการเลือกตั้ง เล็งเห็นแล้วว่าคำสั่งที่ออกมาตามมาตรา ๔๔ มันมีปัญหาเรื่องความชอบธรรม มันมีปัญหา เรื่องกระบวนการ มันมีปัญหาเรื่องหลักนิติรัฐ นิติธรรมต่าง ๆ เต็มไปหมด พวกเราเห็นแล้ว พวกเราจึงลงมติยกเลิกมันเสีย เมื่อยกเลิกมันเสียยิ่งกลายเป็นข้อดีสิครับในการต่อสู้คดี ยิ่งเป็นข้อดีเพราะอะไรครับ เพราะเราจะได้ไปอธิบายในชั้นอนุญาโตตุลาการ ถ้าหากจะต้อง อธิบายเพิ่มเติมอีกก็จะไปอธิบายว่าเรารู้แล้วว่าเรื่องนี้มันมีปัญหาวันนี้พวกเราถึงเลิก ที่ผ่านมามันเป็นเฉพาะการยกเว้นของการใช้อำนาจพิเศษ วันนี้รัฐไทยเล็งเห็นแล้วว่ามันมี ปัญหาจึงยกเลิกไป ตรงกันข้ามมันจะยิ่งเป็นข้อต่อสู้ที่ดีมากกว่าเดิมเสียอีก เราจึงขอสงวน ความเห็นไว้ว่าการยกเลิกคำสั่ง ที่ ๗๒/๒๕๕๙ เรื่องปิดเหมืองทองนั้นสามารถยกเลิกได้ ไม่กระทบกระเทือนต่อรูปคดีเพราะพิจารณาคดีกันเสร็จหมดแล้ว เหลือแค่รอนัดคำวินิจฉัย และถ้าหากยกเลิกไปยิ่งเป็นข้อดีในการไปเจรจาด้วยซ้ำ เพราะเป็นการยืนยันว่า คำสั่ง ที่ ๗๒/๕๙ มันมีปัญหาและวันนี้รัฐสภาไทยที่มาจากการเลือกตั้งได้จัดการยกเลิกมันไป เรียบร้อยแล้ว ขอบพระคุณครับ