สุรวาท สนับสนุนยกเลิกคำสั่ง คสช. 37/60 หวังคืนอิสระสถาบันอุดมศึกษา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๘

สุรวาท ทองบุ หารือให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. โดยเฉพาะมาตรา 5 และคำสั่ง 37/2560 ที่อนุญาตให้บุคคลภายนอกดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาและเปิดช่องให้มีรักษาการอธิการบดีเกินกำหนด ซึ่งขัดเจตนารมณ์ของกฎหมาย ก่อให้เกิดปัญหาการสืบทอดอำนาจ ความขัดแย้งภายใน และส่งผลต่อคุณภาพของบัณฑิต จึงเสนอให้พิจารณารวมการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวไว้ในร่างกฎหมายเพื่อคืนความเป็นอิสระและเสริมสร้างธรรมาภิบาลในสถาบันการศึกษาอย่างแท้จริง

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สุรวาท ทองบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขออภิปรายสนับสนุนมาตรา ๕ ที่คณะกรรมาธิการเพิ่ม ขึ้นใหม่ครับ มาตรา ๕ นี้ก็บัญญัติขึ้นมาว่าให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๙/๒๕๕๙ เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา แล้วก็ ยังยกเลิกประกาศ ที่ ๒/๒๕๕๙ และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๙/๒๕๖๒ นะครับ เหตุผลที่ผม สนับสนุนให้ยกเลิกนี้ สั้น ๆ ก็คือว่าจะทำให้สถาบันอุดมศึกษามีอิสระในการบริหารจัดการ ไม่ต้องคอยระแวดระวังหรือเกรงใจคณะกรรมการการอุดมศึกษาหรือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา ที่จะใช้คำสั่งให้ผู้บริหารยุติการปฏิบัติหน้าที่หรือพ้นจากตำแหน่ง หน้าที่ รวมทั้งกรรมการมหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษานะครับ ถึงแม้ว่า การบริหารจัดการในสถาบันเหล่านั้นอาจจะไม่เป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่เป็นไปตาม กฎหมายหรือส่อไปในทางทุจริต เกิดปัญหาขัดแย้งไม่สามารถแก้ปัญหากันได้ ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว ไม่มีคำสั่งนี้ก็ยังมีกฎหมายที่ว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเหล่านั้นอยู่แล้ว แล้วก็มี กระบวนการดำเนินการทางวินัย รวมทั้งกระบวนการยุติธรรม ทั้งศาลยุติธรรม ศาลทุจริต แล้วก็ศาลปกครองอยู่ด้วยครับท่านประธานครับ อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ที่ผม ลุกขึ้นมาอภิปรายวันนี้ก็มีเหตุผลหนึ่งที่ผมอยากจะสอบถามท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการว่าท่านได้ศึกษาหรือพิจารณาคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ อีกคำสั่งหนึ่งหรือไม่ ก็คือคำสั่งที่ ๓๗/๒๕๖๐ เรื่องการแก้ปัญหาการบริหารงานของ สถาบันอุดมศึกษา ซึ่งลงวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๐ หรือไม่ครับ แล้วก็ผลการพิจารณาเป็น อย่างไร และมีเหตุผลอย่างไรถึงไม่ได้ยกเลิกรวมเข้าไปในมาตรา ๕ นี้นะครับ ท่านประธานครับ คำสั่งที่ ๓๗/๒๕๖๐ นี้มีความเกี่ยวข้องกันกับคำสั่ง ที่ ๓๙/๒๕๕๙ ด้วย อยู่แล้วนะครับ มาตรา ๓๗/๒๕๖๐ ที่ผมเห็นว่าควรที่จะยกเลิกอย่างยิ่งมารวมเข้ากันกับ มาตรา ๕ นี้มีสาระสำคัญอยู่ ๓ ประการ ที่เป็นเหตุผลที่ควรจะยกเลิกนะครับ ผมอยาก กราบเรียนว่าประการที่ ๑ อยู่ในข้อ ๒ ของคำสั่งนี้ที่อนุญาตให้บุคคลภายนอกซึ่งไม่ใช่ ข้าราชการหรือพนักงานในสถาบันอุดมศึกษานี้มาดำรงตำแหน่งผู้บริหารของ สถาบันการศึกษาได้ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี รวมทั้งหัวหน้าหน่วยงานที่เทียบเท่าคณบดีอยู่ด้วยนะครับ ซึ่งนิยามในคำสั่งนี้สถาบัน อุดมศึกษาคือสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นส่วนราชการนะครับ ซึ่งมีความปกติมากของคำสั่งนี้คือ สถานศึกษาหรือส่วนราชการนี้กราบเรียนว่าเราอนุญาตให้ผู้บริหารที่เป็นบุคคลภายนอก ไม่ได้เป็นข้าราชการหรือไม่ได้เป็นพนักงานในสถาบันอุดมศึกษานั้นมาดำรงตำแหน่ง ซึ่งทำให้ เกิดการสิ้นเปลืองงบประมาณเพื่อเป็นค่าจ้าง รวมทั้งค่าตอบแทนอื่น ๆ ซึ่งต้องใช้เงินรายได้ ของสถาบันอุดมศึกษานั้นนะครับ ผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวนั้นแท้ที่จริงแล้วกลายเป็น ผู้เกษียณที่วางสืบทอดอำนาจไว้นะครับ ค่อนข้างอาวุโสอยู่ใน Baby Boom ตอนต้นด้วยซ้ำ แต่ผู้ร่วมปฏิบัติงานกลายเป็น Gen X Gen Y เสียอีกแล้วก็จากการที่มีคำสั่งนี้ก็พบว่าปัญหา ของสถาบันอุดมศึกษามีปัญหาขัดแย้งกันมากยิ่งขึ้น แล้วก็ยังสะท้อนไปยังคุณภาพและ มาตรฐานของบัณฑิตที่มีการว่างงาน การสอบเข้ารับราชการได้น้อย สอบสภาวิชาชีพก็ตกต่ำ อย่างมีนัยสำคัญครับ

ประการที่ ๒ ที่ผมอยากให้ยกเลิกอยู่ในข้อ ๓ ของคำสั่งที่ ๓๗/๖๐ นี่นะครับ คือการอนุญาตให้มีการรักษาการในตำแหน่งอธิการบดีโดยไม่จำกัดระยะเวลา โดยไม่จำกัด ระยะเวลาซึ่งกฎหมายจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษานั้นแทบทุกแห่งกำหนดไว้เพียง ๖ เดือน แต่ว่า คำสั่งนี้กลายเป็นว่าอนุญาตให้เท่าไรก็ได้ สิ่งที่ปรากฏให้เห็นก็คือมีผู้รักษาการ รักษาการไปถึง ปีที่ ๖ จะเข้าปีที่ ๗ ก็มี ในขณะที่ถ้าได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งจะอยู่ได้แค่ ๔ ปี แต่กลายเป็นผู้รักษาการอยู่ไปถึง ๕ หรือ ๖ ปี ๗ ปี เข้าไปแล้วครับ ซึ่งมักจะเกิดจากความ ขัดแย้ง แล้วก็ผู้รักษาการก็มักจะแต่งตั้งพรรคพวก มีการสืบทอดอำนาจ กลั่นแกล้งคู่แข่ง ทั้งหลาย สร้างอิทธิพลฝังรากลึก และที่สำคัญก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งตามมา ซึ่งตาม สถิติมันมากขึ้นกว่าที่คำสั่งนี้จะออก และที่สำคัญคือทำให้สภามหาวิทยาลัยไม่รีบเร่ง ในกระบวนการสรรหา เพราะว่าสามารถรักษาการได้ไปเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นพวกพ้องของตัว ท่านประธานครับ มีประการสำคัญที่ ๓ อีกที่อยู่ในข้อ ๔ คำสั่งนี้ได้อนุญาตให้ผู้ที่จะมาเป็น ประธานสภาคณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษานั้น ๆ เป็นผู้ที่มิใช่มิได้เป็นคณาจารย์ก็ได้ อาจจะ ข้าราชการและพนักงานสายสนับสนุนก็มีสิทธิที่จะมาสมัครรับเลือกตั้งและสามารถได้รับ เลือกตั้งได้ มันมีความผิดปกติคือประธานสภาคณาจารย์ก็ย่อมจะต้องมาจากคณาจารย์ เพราะฉะนั้นผู้สนับสนุนเป็นไปไม่ได้ที่จะมีภาวะผู้นำในสถาบันอุดมศึกษาซึ่งเป็นสถาบันทาง วิชาการครับ โดยสรุปครับ ทั้ง ๓ ประการนี้เป็นความผิดปกติไม่เป็นไปตามธรรมเนียมแบบ แผนที่เคยปฏิบัติและเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ว่าด้วยการจัดตั้ง สถาบันอุดมศึกษาก่อเอาให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาตามที่พวกเรารับทราบครับ โดยส่วนตัว ผมเห็นว่าคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๓๗/๒๕๖๐ นี้ ควรอย่างยิ่งที่จะ ยกเลิกและเพิ่มเข้าไปในมาตรา ๕ ที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้ ดังนั้นผมจึงขออนุญาตสอบถาม ผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการว่าท่านได้พิจารณาคำสั่งนี้หรือไม่ และมีความเห็น เป็นอย่างไร ถึงไม่ได้ยกเลิกรวมอยู่ในมาตรานี้ และเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเพิ่มเข้าไปในวันนี้ หรือจะมีโอกาสใดที่จะกลับมายกเลิกเฉพาะคำสั่งนี้อีกครั้งหนึ่งครับ อย่างไรก็ตามครับ ท่านประธาน ผมยังสนับสนุนและจะลงมติเห็นด้วยกับมาตรา ๕ นี้ที่คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้น ใหม่นี้ครับ ขอบคุณครับ