ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ หารือเรื่องการจ่ายเงินคืนสลากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (กอช.) โดยเสนอแบ่งช่วงอายุในการจ่ายเงินคืน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดปทุมธานี เขต ๗ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ อย่างที่ผมได้เกริ่นนำข้างต้นแล้วว่าสลาก กอช. เราซื้อตั้งแต่อายุ ๑๕ ปี แต่ว่าจะจ่ายเงินคืนเมื่ออายุครบ ๖๐ ปี ซึ่งก็ใช้ระยะเวลานาน พอสมควร ๔๕ ปี ในที่นี้ผมก็ต้องลิงค์กับการจ่ายเงินรางวัลด้วย เพราะการจ่ายเงินรางวัล มีความสำคัญที่จะให้คนตัดสินใจในการลงทุนด้วย สิ่งที่ผมแปรญัตตินอกจากการจ่ายเงิน ในอายุครบ ๖๐ ปีแล้ว ผมอยากแบ่งเป็นช่วงอายุในการจ่ายเงิน สำหรับบุคคลที่อายุ ๑๕-๓๕ ปี เมื่อซื้อสลากครบ ๑๕ ปี ก็ให้จ่ายเงินคืนได้ อย่างเช่น เขาอายุ ๑๕ ปี พออายุครบ ๓๐ ปีก็จ่ายเงินคืน ถ้าอายุ ๒๐ ปี อายุ ๓๕ ปีก็จ่ายเงินคืน ซึ่งช่วงนี้ก็เป็นช่วงอายุที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัวพอดิบพอดีเลยครับท่านประธาน วัยอายุ ช่วงที่ ๒ ก็คือช่วงอายุ ๓๖-๕๐ ปี ผมก็มองว่าให้บุคคลกลุ่มนี้สะสมประมาณ ๑๐ ปี แล้วก็ จ่ายเงินคืนก็เป็นช่วงอายุที่เขาอาจจะถูก Layoff พอดี หรืออาจจะเริ่ม Early Retire เกษียณอายุล่วงหน้าก็จะได้นำเงินก้อนนี้ไปลงทุนทำกิจการเล็ก ๆ ของเขาได้ แล้วก็ ช่วงอายุที่ ๓ ก็คือ ๕๑-๖๐ ปี ก็ให้จ่ายเมื่ออายุครบ ๖๐ ปีตามปกติ แล้วหลังจากนั้นก็คือ ขั้นตอนตามปกติเลย เหตุผลที่ต้องเป็นอย่างนี้ก็จะย้อนกลับไปที่มาตรา ๔๔/๓ ที่เมื่อสักครู่ ท่านสมาชิกได้อภิปรายการจ่ายเงินรางวัล ๗ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สุดท้ายตัดออก ให้เป็นการประกาศการกำหนดจากรัฐมนตรี ซึ่งตรงนี้เราไม่แน่ใจว่าสุดท้ายแล้วจะเป็น กี่เปอร์เซ็นต์ แต่เท่าที่ผมได้วิเคราะห์ร่างฉบับแรกแล้วก็ได้ฟังท่านประธานกรรมาธิการ ได้ให้ข่าวมาว่าใช้เงินปีละประมาณ ๗๐๐ กว่าล้านบาท ปีละประมาณ ๗๐๐ กว่าล้านบาท ก็คือสรุปว่าจ่ายเงินคืน จ่ายเงินรางวัล ๑๕ ล้านบาท ๕๒ งวด จะตกอยู่ที่ ๗๘๐ บาท ถ้าเราคำนวณที่เงินรางวัล ๑๕ ล้านบาทต่องวด อันนี้ขอ ๑๕ ล้านบาทต่องวดก่อนก็จะไปจบ ที่ท่านได้ให้สัมภาษณ์พอดีว่า ๗๐๐ กว่าล้านบาท นั่นหมายถึงว่าเราออกสลากประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ฉบับ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ฉบับ ก็ ๕๐ ล้านบาทถูกไหมครับ ๕๐ ล้านบาท แล้วก็ เงินรางวัล ๑๕ ล้านบาท ก็คิดเป็น ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ แค่ร่างแรกก็ดูเหมือนจะมีปัญหาแล้ว แค่ร่างฉบับแรกที่มา แล้วส่วนของการขายสลากรางวัลผมมองว่ามันขายได้มากกว่าล้านฉบับ อยู่แล้ว เนื่องจากว่าท่านมีสมาชิกปัจจุบันนี้ ๒.๗๗ ล้านคน ๒.๗๗ ล้านคน คือแต่ละเดือน ท่านให้ซื้อได้ ๖๐ ฉบับ แต่ละงวดก็ประมาณ ๑๕ ฉบับต่อคน ถ้าเราเฉลี่ยผมเอาค่าเฉลี่ย บางคนอาจจะซื้อศูนย์ฉบับ บางคนอาจจะซื้อ ๓๐ ฉบับ บางคนอาจจะซื้อ ๖๐ ฉบับต่อเดือน ผมเฉลี่ยเอาค่ากลาง ๆ ถ้าทุกคนซื้อประมาณครึ่งหนึ่ง ๓๐ ฉบับต่อเดือน หรือประมาณ ๓๗๕ บาทต่องวด ก็จะเฉลี่ยว่างวดหนึ่งกลุ่มสมาชิกปัจจุบันจะใช้เงินประมาณพันล้านบาท ต่องวดซื้อพันล้านบาทซึ่งสลากไม่พอ ถ้าเกิดท่านออกสลากมามากกว่านี้ เงินรางวัลท่านไม่ได้เพิ่ม นั่นหมายถึงว่าเงินรางวัลเพียง ๑๕ ล้านบาทต่อเงินซื้อสลาก ๑,๐๐๐ ล้านบาท เท่ากับว่า เงินรางวัลนี้อยู่ที่ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง แต่ถ้าท่านจะเพิ่มเป็น ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ เหมือนเดิมท่านต้องใช้งบประมาณมากกว่านี้ ๕ เท่า จาก ๗๘๐ ล้านบาท ท่านต้องใช้ ประมาณ ๓,๖๐๐ ล้านบาทต่อปี ไม่ใช่ ๗๐๐ ล้านบาท อันนี้ก็เลยเป็นที่มาของสิ่งที่ผมต้องการ แบ่งช่วงอายุ เพราะว่าเกี่ยวข้องกับการที่ประชาชนอยากจะสะสมออมทรัพย์กับท่านหรือเปล่า ถ้าอายุ ๑๕ ปี แต่ได้ดอกเบี้ยหรือว่าได้เงินรางวัลเพียง ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วดอกเบี้ยที่ผม ได้เกริ่นข้างต้น กอช. ที่ผ่านมาทำดอกเบี้ยให้เขาประมาณ ๑.๒-๑.๘ เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยแล้ว ตลอดอายุ ๑.๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ไม่เพียงพอที่จะให้เขาสะสมตั้งแต่อายุ ๑๕-๖๐ ปี ลองคิดดู สะสมเงิน ๔๕ ปี แต่ได้ดอกเบี้ยประมาณ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งเทียบกับการสะสมของ ธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ๓ ปี ๕ ปี เขาก็อยู่ที่ ๓-๔ เปอร์เซ็นต์แล้ว ไม่จำเป็นต้องสะสมตลอด ชีวิตเพื่อให้ได้ ๓ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้จึงอยากให้แบ่งช่วงอายุลงจากที่ผมได้เกริ่นไปแล้ว ช่วงอายุ ๑๕-๓๐ ก็แบ่งสะสมไป ๑๕ ปี ช่วงอายุ ๓๖-๕๐ ปี ก็สะสมประมาณ ๑๐ ปี แบ่งตามช่วงอายุก็จะเหมาะสมกว่า แต่ท่านก็ได้เอ่ยมาแล้วว่าจะมีกฎกระทรวงออกมาใหม่ หรือว่าแล้วแต่พิจารณาของทางรัฐมนตรีว่าจะให้เงินคืนช่วงไหน อันนี้ก็ต้องขอบคุณที่รับฟัง เสียงของการแบ่งช่วงอายุ แต่ก็อยากจะให้ชัดเจนมากกว่านี้ครับ เพราะว่ามันเหมือนกับ เงินรางวัลก็ยังไม่ชัดเจน การแบ่งช่วงอายุเงินคืนก็ยังไม่ชัดเจน ต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม ตรงนี้ด้วยนะครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ