สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๘

สืบเนื่องจากการหารือเรื่องการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม และหารือเรื่องการออกพันธบัตรเพื่อประโยชน์แก่กิจการของรฟม. และเรียกร้องการความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี และแถลงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐบาลที่ควรกำกับดูแลอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าตามกฎหมาย และการใช้เงินของ รฟม. เพื่อบูรณาการระบบตั๋วร่วม

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กระผมขอนำเสนอ รายงานผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อที่ประชุม ดังนี้

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาและลงมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ และได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา กำหนดการแปรญัตติภายใน ๑๕ วันนั้น บัดนี้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว โดยมีผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการพร้อมข้อสังเกต ดังนี้

ภาพรวมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมีทั้งหมด จำนวน ๑๐ มาตรา มีการแก้ไข จำนวน ๓ มาตรา ได้แก่ มาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๗ มีกรรมาธิการสงวนความเห็น จำนวน ๒ มาตรา ได้แก่ มาตรา ๔ และมาตรา ๘ มีผู้สงวนคำแปรญัตติ จำนวน ๕ มาตรา คือ มาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๗ และมาตรา ๘ ทั้งนี้คณะกรรมาธิการได้มี การแก้ไขมาตรา โดยมีรายละเอียดดังนี้คือ

๑. มาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๗ (๓) เรื่อง วัตถุประสงค์การดำเนินงานธุรกิจ ของ รฟม.

หลักการในมาตรานี้กำหนดขอบเขตวัตถุประสงค์ของ รฟม. ให้ยืดหยุ่นขึ้น เพื่อให้ รฟม. มีช่องทางการหารายได้เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาสินทรัพย์ ทรัพย์สินของ รฟม. จากเดิมที่ติดขัดเกี่ยวกับปัญหาการตีความกฎหมาย คณะกรรมาธิการได้แก้ไขโดยเพิ่มคำว่า หรือประชาชน เพื่อให้การดำเนินงานธุรกิจของ รฟม. ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนด้วย

๒. มาตรา ๔ แก้ไขมาตรา ๙ (๖) เรื่อง วัตถุประสงค์ในการออกพันธบัตร หรือตราสารอื่นของ รฟม.

หลักการนี้มีความมุ่งหมายประสงค์ให้ รฟม. สามารถใช้เครื่องมือทางการเงิน ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์แก่กิจการของ รฟม. ได้ โดยการออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใด เพื่อใช้ในการลงทุนหรือประโยชน์แก่กิจการของ รฟม. โดยการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เพื่อเป็นการเลือกการใช้เครื่องมือการลงทุนที่มีความเหมาะสม สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ที่เพิ่มขึ้น การกำหนดให้การดำเนินการผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจะทำให้เกิด ความรอบคอบในการดำเนินการ เพราะการเสนอ ครม. นั้นจะต้องมีความเห็นของหน่วยงาน ต่าง ๆ อาทิ เช่น กระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ทุกครั้งก่อนอนุมัติ

๓. มาตรา ๗ แก้ไขมาตรา ๑๘ (๑๓) เรื่อง อำนาจการออกข้อบังคับของ คณะกรรมการ รฟม.

หลักการในมาตรานี้กำหนดให้การออกข้อบังคับเกี่ยวกับค่าโดยสารต้องได้รับ ความเห็นชอบจากจากรัฐมนตรี ส่วนค่าบริการหรือค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ให้เป็นอำนาจของ คณะกรรมการ รฟม. ซึ่งกรรมาธิการได้แก้ไขโดยการกำหนดอัตราค่าโดยสารให้เป็นอำนาจ ของคณะกรรมการ รฟม. เนื่องจากต้องการให้สอดคล้องกับการกำหนดอัตราค่าโดยสาร ของระบบขนส่งอื่นที่กำหนดอัตราค่าโดยสารได้โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐมนตรี รวมทั้งสอดคล้องกับหลักการก่อตั้งรัฐวิสาหกิจที่ต้องการให้การดำเนินงานนั้นมีความคล่องตัว สามารถแข่งขันได้

๔. ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ

คณะกรรมาธิการมีความเห็นว่าข้อสังเกตที่คณะรัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐ ควรจะต้องทราบหรือปฏิบัติ จำนวน ๔ ข้อ ได้แก่

๑. การกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าของคณะกรรมการ รฟม. ต้องอยู่ ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม เพื่อให้ ระบบขนส่งสาธารณะมีอัตราค่าโดยสารเหมาะสม สอดคล้องกันทุกระบบ และประชาชน สามารถเข้าถึงได้

๒. การแก้ไขวัตถุประสงค์เพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกพันธบัตรหรือตราสารอื่น กระทรวงการคลังมีความเห็นและแนะนำว่าให้เลือกใช้เครื่องมือทางการเงินให้เหมาะสม แก่กรณี และควรคำนึงถึงวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด

๓. รัฐบาลควรกำกับดูแลอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าตามกฎหมายฉบับนี้ ให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางรางและกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการ ระบบตั๋วร่วม เพื่อบูรณาการให้มีการบังคับใช้กฎหมายในเรื่องเดียวกันให้สอดคล้อง

๔. การนำเงินของ รฟม. ไปใช้ในการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมต้องคำนึงถึง ประโยชน์ที่รัฐหรือประชาชนจะได้รับกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับระบบการเงินการคลัง อย่างรอบคอบ รวมทั้งเงินดังกล่าวต้องเป็นรายได้ที่ปลอดภาระผูกพันเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือน กับการดำเนินงานของ รฟม.

ทั้งหมดนี้เป็นสาระสำคัญของผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอบคุณครับ